น้ำแข็งแห้งจะเป็นอย่างไรในบ่อปลาที่กลายเป็นน้ำแข็ง?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TKOR

ความยากในการเรียน
625 คำ 261 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้ดำเนินรายการโยนน้ำแข็งแห้งให้ทะลุผิวน้ำบาง ๆ ที่แข็งตัวเหนือบ่อ แล้วสังเกตฟอง หมอก และการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งพร้อมให้เหตุผลถึงสาเหตุ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “dry ice” — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจว่าเป็นคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง ไม่ใช่น้ำแข็งจากน้ำ จึงอธิบายก๊าซและภาพคล้ายหมอกได้โดยไม่ตีความตรงตัว 2. “get it to penetrate” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างแสดงเหตุ get + กรรม + to-infinitive เพื่อบอกว่าแรง การโน้มน้าว หรือกระบวนการทำให้เกิดการกระทำหรือผลลัพธ์ 3. “there you have it.” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: รู้จักคำปิดสั้น ๆ หลังหลักฐานหรือการสาธิต และใช้บอกว่าผลถูกนำเสนอแล้วก่อนเข้าสู่บทสรุป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey what's up guys, น้ำเสียง/เจตนา

0:00

ไงทุกคน เป็นไงบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

what's up guys ในฐานะคำทักทายแบบสบาย ๆ

ในที่นี้ what's up, guys? เป็นคำทักทายแบบสบาย ๆ ที่พูดกับคนเป็นกลุ่ม คล้ายกับ Hi, everyone ผู้พูดกำลังเริ่มวิดีโอและต้อนรับผู้ชม ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่ามีอะไรอยู่เหนือพวกเขา และไม่ได้ขอให้รายงานสถานการณ์อย่างจริงจัง ในการใช้แบบไม่เป็นทางการนี้ guys หมายถึงผู้ชมทั้งกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้ชายเท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what's up + คำเรียกกลุ่ม ซึ่งช่วยสร้างน้ำเสียงที่เป็นมิตรและสนิทสนม

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ต้นวิดีโอแบบสบาย ๆ 'What's up, guys?' น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. คำถามเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่เหนือผู้ชม
  2. คำทักทายผู้ชมอย่างเป็นมิตร
  3. คำขออย่างจริงจังให้ทุกคนรายงานว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ

คำทักทายผู้ชมอย่างเป็นมิตร

we're back today with another dry ice experiment. วัฒนธรรม

0:01

วันนี้เรากลับมาพร้อมกับการทดลองน้ำแข็งแห้งอีกอัน

วัฒนธรรม

dry ice หมายถึงคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง

dry ice เป็นชื่อที่ใช้ทั่วไปของคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง (CO2) ในประโยคนี้คำดังกล่าวระบุวัสดุที่ใช้ทดลอง โดย dry ไม่ได้แค่บอกว่าน้ำแข็งจากน้ำธรรมดานั้นแห้ง ที่ความดันปกติ น้ำแข็งแห้งจะเปลี่ยนจากของแข็งเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรง แทนที่จะละลายเป็นน้ำ กระบวนการนี้เรียกว่าการระเหิด ตัวก๊าซมองไม่เห็น ส่วนเมฆสีขาวรอบน้ำแข็งแห้งส่วนใหญ่เป็นหยดน้ำขนาดเล็กที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศใกล้เคียงเย็นลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษด้วยคำศัพท์สองคำจากบทเรียน: Solid carbon dioxide is commonly called ____.

ดูคำตอบ

dry ice

Dry ice is extremely cold,

0:03

น้ำแข็งแห้งมันเย็นมากๆ

but it never gets old. สำนวน

0:05

แต่มันก็ไม่เคยน่าเบื่อเลย

สำนวน

never gets old: ทำซ้ำกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

Never gets old หมายถึงสิ่งหนึ่งยังคงสนุก น่าสนใจ หรือน่าพอใจแม้จะได้สัมผัสมาหลายครั้งแล้ว ในประโยคนี้ การดูน้ำแข็งแห้งยังคงสนุกและน่าประทับใจ โดย old ไม่ได้หมายถึงอายุ ถ้อยคำนี้ยังสร้างการเล่นคำเล็กน้อยด้วย โดย cold บอกอุณหภูมิจริงของน้ำแข็งแห้ง ส่วน old เปลี่ยนไปสื่อถึงการสูญเสียความแปลกใหม่หรือความน่าสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำซ้ำหลายครั้งแล้วก็ยังสนุก” ลงในประโยค: We have watched this clip ten times, and it ____.

ดูคำตอบ

never gets old

You've seen people throwing this stuff in their swimming pool

0:06

คุณอาจเคยเห็นคนโยนเจ้านี่ลงในสระว่ายน้ำ

where it makes a really cool effect.

0:08

ซึ่งมันสร้างเอฟเฟกต์ที่เจ๋งมาก

And you might remember last summer I went to the hot springs

0:09

และคุณอาจจำได้ว่าเมื่อฤดูร้อนที่แล้วฉันไปที่บ่อน้ำพุร้อน

and dumped in 100 lb of this stuff

0:11

และเทเจ้านี่ลงไป 100 ปอนด์

to see how it would react with hot water. วลี

0:13

เพื่อดูว่ามันจะทำปฏิกิริยากับน้ำร้อนยังไง

วลี

react with + สารชนิดหนึ่ง

ในโครงสร้าง X reacts with Y คำว่า with ใช้นำหน้าสารอีกชนิดที่มีปฏิสัมพันธ์กับ X ในที่นี้หมายถึงน้ำแข็งแห้งแสดงการตอบสนองที่สังเกตได้เมื่อสัมผัสกับน้ำร้อน การใช้ react ไม่ได้พิสูจน์เสมอไปว่าเกิดสารเคมีชนิดใหม่ ในคำอธิบายการทดลอง คำนี้อาจใช้กว้าง ๆ เพื่อบอกการตอบสนองทางกายภาพหรือทางเคมีที่สังเกตได้ หากชนิดของการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ควรใช้คำที่แม่นยำกว่า

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เป็นธรรมชาติสำหรับระบุสารชนิดที่สองในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์: Vinegar can ___ baking soda and make bubbles.

  1. react with
  2. react to
  3. react at
ดูคำตอบ

react with

But today the ground is frozen over. กริยาวลี

0:15

แต่วันนี้พื้นดินเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว

กริยาวลี

frozen over: ผิวที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

ในประโยคนี้ frozen over หมายถึงมีชั้นน้ำแข็งปกคลุมอยู่บนผิว จุดสำคัญคือสภาพที่เกิดขึ้นบนผิว: พื้นดินมีชั้นน้ำแข็งอยู่ด้านบน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่อยู่ข้างใต้แข็งจนทั่วทั้งหมด freeze over มักใช้กับบ่อน้ำ ทะเลสาบ แอ่งน้ำ และพื้นผิวอื่นที่สัมผัสอากาศ ส่วน be frozen over ใช้บอกสภาพหลังจากผิวกลายเป็นน้ำแข็ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงผิวถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง: By sunrise, the pond had ____.

ดูคำตอบ

frozen over

My fish pond has a thin layer of ice,

0:16

บ่อปลาของฉันมีน้ำแข็งบางๆ เกาะอยู่

so I wanted to see what would happen ไวยากรณ์

0:18

ฉันก็เลยอยากจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

if we tried throwing dry ice into a frozen fish pond.

0:20

ถ้าเราลองโยนน้ำแข็งแห้งลงในบ่อปลาที่กลายเป็นน้ำแข็ง

ไวยากรณ์

what would happen if we tried ...: คำถามสมมติที่ฝังอยู่ในประโยค

what would happen if ... ใช้ถามถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากเงื่อนไขที่สมมติขึ้น ในที่นี้อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ see คือผู้พูดต้องการค้นหาคำตอบ จึงเป็นคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามที่แยกออกมาต่างหาก would และรูปอดีต tried ทำให้สถานการณ์เป็นเรื่องสมมติ ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นในอดีต ส่วน try + -ing หมายถึงทดลองทำสิ่งหนึ่งเพื่อดูผล เนื่องจาก what เป็นประธานของ happen ลำดับคำจึงเป็น what would happen ไม่ใช่ what happen would

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสมมติ what would happen if we tried + -ing: We wanted to find out ____ if we ____ moving the desk closer to the window.

ดูคำตอบ

what would happen · tried

Let's check it out. กริยาวลี

0:23

มาดูกันเลย

กริยาวลี

check it out: ลองไปดู

ในประโยคนี้ check it out หมายถึง “ลองดู ชมดู หรือดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ผู้พูดกำลังชวนคนอื่นให้สังเกตการทดลอง ไม่ได้ขอให้ตรวจสอบข้อมูลหรือออกจากโรงแรม check out ในที่นี้เป็น phrasal verb แบบแยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลางว่า check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เพื่อนส่งวิดีโอตลกมาให้คุณ เติมคำชวนให้สมบูรณ์โดยเรียง check, it และ out ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: Let's ____.

ดูคำตอบ

check it out

But

0:28

แต่

Wait, there's more. ลำดับความ

0:29

เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกนะ

ลำดับความ

Wait, there's more: คำเปลี่ยนช่วงที่สร้างความลุ้น

Wait, there's more เป็นคำเปลี่ยนช่วงที่ใช้ดึงความสนใจ ในจังหวะที่ผู้ชมอาจคิดว่าการสาธิตจบแล้ว wait จะขัดความคาดหมายนั้นชั่วครู่ และ there's more จะบอกว่ายังมีผลลัพธ์ การกระทำ หรือสิ่งที่จะเปิดเผยเพิ่มเติม more ในที่นี้หมายถึงเนื้อหาเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจำนวนสิ่งของที่นับได้เพิ่มขึ้น วลีนี้ช่วยจัดลำดับการนำเสนอด้วยการสร้างความลุ้นก่อนเปิดเผยสิ่งต่อไป

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้นำเสนอแสดงผลลัพธ์หนึ่งอย่างแล้ว Wait, there's more มักส่งสัญญาณว่าอะไร?

  1. การนำเสนอจบแล้วและทุกคนต้องออกไป
  2. กำลังจะมีเนื้อหาเพิ่มเติมที่อาจน่าประหลาดใจ
  3. ผู้ชมต้องนับสิ่งของจำนวนมากขึ้น
ดูคำตอบ

กำลังจะมีเนื้อหาเพิ่มเติมที่อาจน่าประหลาดใจ

We're going to throw this bucket of dry ice into our fish pond.

0:38

เราจะโยนน้ำแข็งแห้งถังนี้ลงในบ่อปลาของเรา

And don't worry, น้ำเสียง/เจตนา

0:41

และไม่ต้องห่วงนะ

there aren't any fish in there.

0:41

ในนั้นไม่มีปลาหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

don't worry: คาดการณ์และคลายความกังวล

“Don't worry” มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังหยุดทำอะไร ผู้พูดรับรู้ก่อนว่าผู้ฟังอาจกังวล แล้วจึงช่วยให้สบายใจก่อนบอกเหตุผลว่าในบ่อไม่มีปลา ใช้รูปแบบนี้เพื่อยอมรับความกังวลก่อน แล้วจึงให้ข้อมูลที่ทำให้สถานการณ์ดูปลอดภัยหรือจัดการได้: “Don't worry, ...” หรือ “Don't worry; ...”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “don't worry” เพื่อคาดการณ์ความกังวลและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจทันที

  1. Never mind; let's discuss a different document.
  2. Watch out—the document may have been deleted.
  3. Don't worry, I saved a backup of the document.
ดูคำตอบ

Don't worry, I saved a backup of the document.

Now this just froze over last night,

0:43

มันเพิ่งเป็นน้ำแข็งเมื่อคืนนี้เอง

so the layer of ice isn't that thick. ไวยากรณ์

0:44

ดังนั้นชั้นน้ำแข็งจึงไม่หนามาก

ไวยากรณ์

isn't that thick: that ที่ใช้บอกระดับ

ใน “isn't that thick” คำว่า “that” หมายถึง “ถึงระดับนั้น” หรือ “มากเท่าที่อาจคาดไว้” โดยขยายคำคุณศัพท์ “thick” ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง โครงสร้างปฏิเสธ “not + that + adjective” ใช้บอกอย่างนุ่มนวลว่าคุณสมบัตินั้นมีระดับต่ำกว่าที่คาดหรือจินตนาการไว้ ที่นี่ผู้พูดทำให้ความหมายว่า “น้ำแข็งไม่หนามาก” ฟังนุ่มนวลขึ้นและแก้ความคาดหมายที่อาจมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกระดับสองคำที่หมายถึง “ไม่ยากเท่าที่คาดไว้”: The puzzle isn't ____, so we can finish it together.

ดูคำตอบ

that hard

That means if we throw the dry ice hard enough,

0:46

นั่นหมายความว่าถ้าเราโยนน้ำแข็งแห้งแรงพอ

we might be able to get it to penetrate straight through ไวยากรณ์

0:47

เราอาจจะทำให้มันทะลุลงไป

down into the water.

0:49

จนถึงในน้ำได้

ไวยากรณ์

get it to penetrate: get + กรรม + to-infinitive

ใน get it to penetrate คำว่า get หมายถึง “ทำให้” หรือ “ทำให้สามารถ” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” รูปแบบคือ get + กรรม + to-infinitive โดย it หมายถึงน้ำแข็งแห้ง และ to penetrate บอกผลลัพธ์ที่แรงมากพออาจทำให้เกิดขึ้น ใช้รูปแบบนี้เมื่อประธานทำให้ โน้มน้าว หรือช่วยให้กรรมลงมือทำหรือบรรลุผลลัพธ์ คำกริยาหลังกรรมต้องมี to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + กรรม + to + คำกริยาได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าโค้ชโน้มน้าวทีม?

  1. The coach got to the team practice indoors.
  2. The coach got the team to practice indoors.
  3. The coach got the team practice indoors.
ดูคำตอบ

The coach got the team to practice indoors.

Is the dry ice going to crack through

0:50

น้ำแข็งแห้งจะทะลุลงไป

or is it just going to skitter around on the top? การใช้คำ

0:52

หรือจะแค่ลื่นไถลอยู่ด้านบน

การใช้คำ

skitter around: การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและไม่เป็นทิศทางบนพื้นผิว

Skitter หมายถึงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนพื้นผิวด้วยการกระโดดหรือไถลเบา ๆ เป็นช่วงสั้น ๆ และมักไม่เป็นทิศทางแน่นอน ส่วน around เพิ่มความหมายว่าเคลื่อนที่ไปหลายทิศทางโดยไม่มีเส้นทางชัดเจน ในที่นี้ skitter around on the top บรรยายว่าน้ำแข็งแห้งยังอยู่บนผิวน้ำแข็งและเคลื่อนไปมา แทนที่จะทะลุชั้นน้ำแข็ง เมื่อเทียบกับ move หรือ slide คำว่า skitter ให้ภาพการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว เปลี่ยนทิศฉับไว และเด้งเล็กน้อยได้ชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะบรรยายด้วย skitter around มากที่สุด?

  1. คนนั่งเงียบ ๆ อยู่ที่โต๊ะ
  2. ลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและคาดเดาทิศทางไม่ได้บนพื้นแข็ง
  3. รถไฟแล่นอย่างสม่ำเสมอไปตามรางตรง
ดูคำตอบ

ลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและคาดเดาทิศทางไม่ได้บนพื้นแข็ง

This will be interesting to see.

0:54

นี่คงจะน่าสนใจทีเดียว

Let's see what happens

0:56

มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

if we just throw one chunk of dry ice in there.

0:56

ถ้าเราโยนน้ำแข็งแห้งไปแค่ก้อนเดียว

That's awesome.

1:02

เจ๋งไปเลย

But it's going to take a little bit more การใช้คำ

1:03

แต่คงต้องใช้แรงมากกว่านี้หน่อย

to get it through.

1:04

เพื่อให้มันทะลุไปได้

การใช้คำ

take a little bit more: ต้องใช้อีกเล็กน้อย

take ในที่นี้หมายถึง “ต้องใช้” หรือ “จำเป็นต้องมี” ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” หรือ “ขนย้าย” โครงสร้าง something takes X หมายความว่าต้องมี X จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ใน a little bit more ผู้พูดไม่ได้บอกว่าต้องใช้อะไรเพิ่ม เพราะเข้าใจได้จากสถานการณ์ อาจหมายถึงแรง วัสดุ เวลา หรือความพยายามที่เพิ่มขึ้น โดยบริบทเป็นตัวเติมความหมายที่ละไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงต้องใช้ความพยายามเพิ่ม: This box is heavy, so it is going to ____ to move it.

ดูคำตอบ

take a little bit more

And look how

1:04

และดูสิว่า

Wow, look at what it's doing to the underneath the ice here.

1:05

ว้าว ดูสิ่งที่มันทำใต้ชั้นน้ำแข็งตรงนี้สิ

It's actually forming carbon dioxide gas

1:07

มันกำลังสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

right underneath the ice.

1:09

อยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งพอดี

That was unexpected.

1:11

เหนือความคาดหมายเลย

But I guess it makes sense. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

แต่ก็ดูสมเหตุสมผลดี

น้ำเสียง/เจตนา

I guess it makes sense: การยอมรับอย่างมีข้อสงวน

I guess ทำให้ข้อสรุปฟังดูไม่หนักแน่นเกินไป แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าตนแน่ใจทั้งหมด และอาจยังกำลังปรับความเห็นเดิมอยู่ it makes sense หมายความว่าสิ่งหนึ่งดูสมเหตุสมผลหรือเข้าใจได้ เมื่อใช้รวมกัน I guess it makes sense มักแสดงการเปลี่ยนจากความประหลาดใจหรือสงสัยไปสู่การยอมรับแบบมีข้อสงวน ผู้พูดมองเห็นคำอธิบายที่มีเหตุผลแล้ว แต่ยังพูดอย่างระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดแสดงท่าทีอย่างไรเมื่อพูดว่า 'I guess it makes sense'?

  1. ผู้พูดมั่นใจอย่างสมบูรณ์และเน้นข้อสรุปอย่างหนักแน่น
  2. ผู้พูดยอมรับอย่างมีข้อสงวนว่ามีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
  3. ผู้พูดบอกว่าสถานการณ์นี้ไม่สามารถเข้าใจได้เลย
ดูคำตอบ

ผู้พูดยอมรับอย่างมีข้อสงวนว่ามีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล

I'm going to throw another piece down right beside it

1:14

ฉันจะโยนอีกชิ้นลงไปข้างๆ

and see if we can get the same effect. วลี

1:15

แล้วดูว่าเราจะได้ผลแบบเดียวกันไหม

วลี

get the same effect: ทำให้เกิดผลแบบเดียวกันอีกครั้ง

ในประโยคนี้ get the same effect หมายถึง “ทำให้เกิดหรือได้รับผลที่สังเกตเห็นได้แบบเดียวกัน” เมื่อทำสิ่งเดิมซ้ำอีกครั้ง คำว่า get หมายถึงการทำให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ใช่การหยิบสิ่งของจริง ๆ โครงสร้าง get + the same + effect ใช้เปรียบเทียบวิธี วัสดุ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ และถามว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้เกิดผลที่เทียบเท่ากันหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เกิดผลที่สังเกตเห็นได้แบบเดียวกัน”: We changed the filter to see if we could ____.

ดูคำตอบ

get the same effect

Now we need to go all the way through the ice.

1:18

คราวนี้เราต้องทำให้ทะลุน้ำแข็งไปเลย

There we go. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

นั่นไง

น้ำเสียง/เจตนา

There we go: คำพูดที่บอกว่าทำสำเร็จแล้ว

There we go เป็นคำพูดโต้ตอบแบบสนทนาที่ใช้ทันทีเมื่อการกระทำได้ผลหรือไปถึงสภาพที่ต้องการ ในที่นี้หมายถึง “สำเร็จแล้ว” หรือ “เรียบร้อย” ไม่ได้หมายความว่าคนกำลังเดินทางไปที่ใด มักใช้ปิดงานเล็ก ๆ และยืนยันกับผู้ที่กำลังดูหรือช่วยอยู่ว่างานดำเนินไปจนสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

ฝาที่ติดแน่นเปิดออกได้ในที่สุด เติมคำพูดโต้ตอบด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ใช้บอกความสำเร็จ: “____!”

ดูคำตอบ

There we go

Oh,

1:23

โอ้

this is actually going to be really cool.

1:23

นี่ต้องออกมาเจ๋งมากแน่ๆ

Here goes another one right over here. วลี

1:26

อีกชิ้นลงไปตรงนี้เลย

วลี

Here goes another one: บอกการกระทำในจังหวะที่กำลังเกิดขึ้น

Here goes another one เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะผู้พูดกำลังปล่อย วาง โยน หรือเริ่มใช้งานสิ่งของอีกหนึ่งชิ้น Here แสดงว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าผู้พูดในขณะนี้ ส่วน another one หมายถึงอีกหนึ่งชิ้นที่เป็นชนิดเดียวกัน สำนวนนี้ใช้โครงสร้างสลับลำดับ Here goes + กลุ่มคำนาม ดังนั้นสิ่งของที่ถูกขยับหรือเริ่มใช้งานจึงอยู่หลัง goes ผู้พูดจึงสามารถบอกการกระทำพร้อมกับลงมือทำได้ทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณกำลังโยนลูกบอลกระดาษลูกที่สองในขณะนั้นพอดี

  1. There is another one!
  2. Here we go!
  3. Here goes another one!
ดูคำตอบ

Here goes another one!

See once the dry ice is under there, ไวยากรณ์

1:31

ดูสิ พอตอนน้ำแข็งแห้งลงไปอยู่ใต้พื้นน้ำแข็งแล้ว

it releases carbon dioxide,

1:32

มันก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

ไวยากรณ์

once the dry ice is under there: เงื่อนไขที่กระตุ้นให้เกิดผล

once ในที่นี้ใช้บอกเงื่อนไขด้านเวลา โดยน้ำแข็งแห้งต้องลงไปอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งก่อน และเมื่อถึงสภาวะนั้นแล้วจึงปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา once ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” ใช้ once + อนุประโยคเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่กระตุ้นให้ผลหลักเกิดขึ้น ในขั้นตอนการทำงานและสถานการณ์อนาคต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once มักใช้ present simple แม้ผลจะเกิดขึ้นภายหลัง เช่น Once the light is on, press Start.

แบบฝึกหัด

ในประโยค Once the green light is on, press the start button. คำว่า once หมายถึงอะไร

  1. ก่อนที่ไฟจะติด
  2. ทันทีที่เงื่อนไขที่กำหนดสำเร็จ
  3. เพียงหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ

ทันทีที่เงื่อนไขที่กำหนดสำเร็จ

but the carbon dioxide gets trapped under the layer of ice ไวยากรณ์

1:34

แต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะติดอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง

ไวยากรณ์

gets trapped: รูปถูกกระทำแบบ get

ใน gets trapped คำว่า get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” โครงสร้าง get + กริยาช่อง 3 เป็นรูปถูกกระทำแบบ get โดยประธานเป็นฝ่ายได้รับผลและเข้าสู่สภาพที่กริยาช่อง 3 ระบุ ในที่นี้คาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในสภาพที่หนีออกจากใต้ชั้นน้ำแข็งไม่ได้ โครงสร้างนี้มักเน้นการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะผลที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่พึงประสงค์ เช่น get stuck, get hurt และ get lost กาลจะแสดงที่ get ดังนั้น gets trapped จึงเป็น simple present

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำแบบ get เพื่อเน้นผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ

  1. My boot got a trap between two rocks.
  2. My boot trapped two rocks.
  3. My boot got trapped between two rocks.
ดูคำตอบ

My boot got trapped between two rocks.

and exposes it.

1:36

และเผยให้เห็นออกมา

Oh man,

1:38

โอ้โห

that's cool.

1:38

เจ๋งไปเลย

Look closely at what happens here.

1:39

ดูให้ดีนะว่าเกิดอะไรขึ้นตรงนี้

There's an air bubble

1:41

มีฟองอากาศอยู่

and then the carbon dioxide infuses into it

1:42

แล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็เข้าไปผสมในนั้น

and then it rushes out

1:44

จากนั้นมันก็พุ่งออกมา

and disappears.

1:45

และหายไป

What a sweet effect. ไวยากรณ์

1:46

เป็นเอฟเฟกต์ที่สวยมาก

ไวยากรณ์

ประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์!

What a sweet effect. ใช้รูปประโยคอุทาน What + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ในที่นี้ใช้ a เพราะ sweet ขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะ ประโยคนี้เป็นประโยคอุทาน ดังนั้น what ไม่ได้ใช้ถามข้อมูล แต่ผู้พูดกำลังแสดงความชื่นชมอย่างมาก sweet ในที่นี้เป็นภาษากันเอง หมายถึง “ยอดเยี่ยม” “น่าชื่นใจ” หรือ “เจ๋ง” ไม่ได้หมายถึง “มีรสหวาน” หากเป็นคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ ให้ตัด a/an ออก: What beautiful colors! What lovely weather!

แบบฝึกหัด

เติมคำนำหน้านามที่หายไปเพื่อทำให้ประโยคอุทานสมบูรณ์: What ____ wonderful surprise!

ดูคำตอบ

a

What's cool about that gas is it's still got that misty, ไวยากรณ์

1:49

ความเจ๋งของก๊าซนั่นก็คือมันยังมีไอหมอก

foggy vapor.

1:52

ไอควันฟุ้งๆ อยู่

ไวยากรณ์

What's cool about X is Y: เน้นลักษณะเด่นหนึ่งอย่าง

What's cool about that gas is ... ใช้โครงสร้าง What's + adjective + about X + is + Y ส่วนต้นบอกหัวข้อและมุมที่ใช้ประเมินก่อน ส่วนอนุประโยคหลัง is ตัวที่สองบอกลักษณะที่รองรับการประเมินนั้น ในที่นี้ what's ย่อมาจาก what is ไม่ได้เป็นคำถามเพื่อขอคำจำกัดความของก๊าซ ผู้พูดกำลังชี้ให้ผู้ฟังสนใจลักษณะทางภาพที่เด่นอย่างหนึ่ง คือก๊าซยังมีไอที่มัวและคล้ายหมอกอยู่

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำให้โครงสร้างหัวข้อ–คำอธิบายสมบูรณ์: ____ useful about this flashlight ____ that it can signal for help.

ดูคำตอบ

What's · is

Let's just go ahead and do the whole bucket. วลี

1:54

มาเทลงไปทั้งถังเลยดีกว่า

วลี

go ahead and: ดำเนินการขั้นต่อไป

ใน go ahead and do โครงสร้าง go ahead and + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงดำเนินการและลงมือทำสิ่งนั้นตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าจริง ๆ กริยาหลัง and จะบอกว่าต้องทำอะไร เมื่อใช้กับ Let's just ผู้พูดจะเปลี่ยนให้เป็นข้อเสนอที่ใช้ได้จริงสำหรับกลุ่ม คือไม่ต้องรอหรือทดลองต่อแล้ว จึงใช้ทั้งถังได้ วลีนี้มักช่วยพาบทสนทนาจากขั้นตัดสินใจไปสู่ขั้นลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ดำเนินการตอนนี้” ให้ประโยคสมบูรณ์: The plan is approved, so let's ____ book the room.

ดูคำตอบ

go ahead and

Wow,

1:59

ว้าว

that is cool.

2:01

โคตรเจ๋ง

I think the coolest thing about this is just the setting.

2:11

ฉันว่าสิ่งที่เจ๋งที่สุดคือบรรยากาศนี่แหละ

With everything frozen over,

2:13

ด้วยความที่ทุกอย่างเป็นน้ำแข็ง

it kind of looks like one of those foggy English mornings น้ำเสียง/เจตนา

2:14

มันดูเหมือนเช้าที่มีหมอกหนาในอังกฤษเลย

น้ำเสียง/เจตนา

kind of looks like: การลดน้ำหนักของการเปรียบเทียบจากภาพ

Kind of ทำให้น้ำเสียงของ looks like อ่อนลง หมายถึงความคล้ายกันเพียงบางส่วนหรือเป็นแค่ความรู้สึกแรก ผู้พูดจึงไม่ได้ยืนยันว่าเหมือนกันทุกอย่าง ในรูปแบบนี้ kind of เป็นคำลดน้ำหนักในภาษาพูดที่วางหน้าวลีกริยา looks like ใช้รูปแบบเดียวกันได้เมื่อต้องการบอกความเห็นจากสิ่งที่เห็นโดยเผื่อความไม่แน่ใจหรือความยืดหยุ่นไว้

แบบฝึกหัด

ใน “It kind of looks like a castle” คำว่า kind of ทำหน้าที่อะไร

  1. ระบุว่าเป็นปราสาทชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. บอกว่าผู้พูดมองไม่เห็นปราสาท
  3. ช่วยลดน้ำหนักการเปรียบเทียบและทำให้เป็นความคล้ายโดยประมาณ
ดูคำตอบ

ช่วยลดน้ำหนักการเปรียบเทียบและทำให้เป็นความคล้ายโดยประมาณ

with the uh foggy vapor rolling around.

2:17

ที่มีไอหมอกลอยวนไปมา

Definitely gives it a different feel วลี

2:19

ให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปอย่างแน่นอน

than we had at the hot springs.

2:20

ต่างจากตอนที่เราอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อน

วลี

gives it a different feel: การสร้างบรรยากาศที่แตกต่าง

Give something a ... feel หมายถึง “ทำให้สิ่งของหรือสถานที่มีบรรยากาศหรือความรู้สึกบางอย่าง” ในที่นี้ gives ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้จริง ๆ และ feel เป็นคำนามที่หมายถึง “บรรยากาศ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + กรรม + a/an + คำคุณศัพท์ + feel ใน gives it a different feel คำว่า it หมายถึงฉากนั้น และ different บอกว่าบรรยากาศไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ give something a ... feel เพื่อบรรยายบรรยากาศได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The soft lamps give the cafe a welcoming feel.
  2. The soft lamps give a welcoming feel the cafe.
  3. The soft lamps give the cafe welcoming feel.
ดูคำตอบ

The soft lamps give the cafe a welcoming feel.

I could probably like stick my bucket on there.

2:22

ฉันน่าจะวางถังของฉันบนนั้นได้เลย

And a bucket just sitting there.

2:24

แล้วก็มีถังตั้งอยู่ตรงนั้น

Random.

2:26

แบบสุ่มๆ

If you get in close here, วลี

2:29

ถ้าคุณเข้ามาใกล้ๆ ตรงนี้

you can see these bubbles going crazy สำนวน

2:30

คุณจะเห็นฟองอากาศพวกนี้พุ่งอย่างบ้าคลั่ง

วลี

get in close: ขยับเข้าใกล้เพื่อดู

get in close หมายถึงขยับตัวหรือกล้องเข้าไปใกล้สิ่งหนึ่งเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น get แสดงการเปลี่ยนตำแหน่ง ส่วน in แสดงการเคลื่อนเข้าหาสิ่งที่กำลังมอง ในที่นี้ close หมายถึง “ใกล้” ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ชมมองจากระยะที่สั้นลง ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปข้างในหรือปิดสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ช่างภาพต้องการให้เพื่อนเข้าใกล้แมลงตัวเล็กเพื่อดูให้ชัดขึ้น คำสั่งใดใช้สำนวนเป้าหมายได้เหมาะสมที่สุด

  1. Close it so you can see its wings.
  2. Get in close so you can see its wings.
  3. Close in on it so you can see its wings.
ดูคำตอบ

Get in close so you can see its wings.

สำนวน

going crazy: เคลื่อนไหวหรือทำงานรุนแรงผิดปกติ

ในวลี see these bubbles going crazy คำว่า going crazy อธิบายการเคลื่อนไหวที่มองเห็น เป็นสำนวนไม่เป็นทางการและกล่าวเกินจริงว่าฟองเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและยุ่งเหยิงมาก ไม่ได้กล่าวถึงสภาพจิตใจ โดยทั่วไป go crazy สามารถใช้อธิบายวัตถุ เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่กลายเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวมาก รุนแรง หรือควบคุมไม่ได้ผิดปกติ ความรุนแรงนั้นหมายถึงอะไรต้องดูจากประธานและบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The printer is going crazy and spitting out page after page,” คำว่า going crazy หมายถึงอะไร

  1. มันหยุดทำงานไปโดยสิ้นเชิง
  2. มันกำลังคิดอย่างไร้เหตุผลเหมือนมนุษย์
  3. มันกำลังทำงานอย่างรุนแรงผิดปกติและเหมือนควบคุมไม่ได้
ดูคำตอบ

มันกำลังทำงานอย่างรุนแรงผิดปกติและเหมือนควบคุมไม่ได้

and if you listen carefully,

2:32

และถ้าคุณฟังดีๆ

it almost sounds like they're squealing. น้ำเสียง/เจตนา

2:33

มันฟังดูเกือบเหมือนกับเสียงร้องแหลมๆ เลย

น้ำเสียง/เจตนา

almost sounds like สำหรับการเปรียบเทียบเสียงแบบใกล้เคียง

almost sounds like ทำให้การเปรียบเทียบเสียงเป็นเพียงการบอกว่าใกล้เคียง ไม่ใช่การยืนยันแน่นอน ผู้พูดได้ยินว่าเสียงคล้ายเสียงร้องแหลม แต่ไม่ได้บอกว่าฟองอากาศกำลังร้องจริง ๆ almost ขยายระดับความคล้ายใน sounds like ไม่ได้หมายความว่าเสียงเกือบจะเกิดแต่ยังไม่เกิด หลัง like สามารถตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ เช่น they're squealing เพื่อบอกว่าเสียงที่ได้ยินให้ความรู้สึกเหมือนอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ทำให้การเปรียบเทียบเสียงเป็นแบบใกล้เคียง: From the hallway, the old printer ____ it is groaning.

ดูคำตอบ

almost sounds like

You know what's interesting ลำดับความ

2:40

รู้ไหมว่าอะไรที่น่าสนใจ

is a lot of the ice looks like it's kind of disappeared now.

2:40

คือตอนนี้น้ำแข็งส่วนใหญ่เหมือนจะหายไปแล้ว

ลำดับความ

You know what's interesting is ในฐานะกรอบสำหรับเปลี่ยนจุดสนใจ

You know what's interesting is เป็นกรอบภาษาพูดที่ใช้ชี้จุดสนใจ โดยส่งสัญญาณว่าความคิดถัดไปน่าสนใจและย้ายความสนใจของผู้ฟังจากข้อสังเกตก่อนหน้าไปยังข้อสังเกตใหม่ ในที่นี้ you know เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรม ไม่ใช่การทดสอบจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือไม่ ข้อสังเกตหลักจะตามหลัง is และในภาษาพูดแบบกันเอง ผู้พูดอาจละ that หน้าประโยคย่อยสมบูรณ์ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'You know what's interesting is the garden stayed green through the heat,' กรอบเปิดประโยคทำหน้าที่อะไร

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าสวนยังคงเขียวอยู่หรือไม่
  2. ขอให้ผู้ฟังยืนยันว่ารู้เรื่องสวนนี้อยู่แล้ว
  3. ชี้ความสนใจไปยังข้อสังเกตใหม่ที่ผู้พูดเห็นว่าน่าสนใจ
ดูคำตอบ

ชี้ความสนใจไปยังข้อสังเกตใหม่ที่ผู้พูดเห็นว่าน่าสนใจ

It wasn't a very thick layer,

2:43

มันไม่ได้เป็นชั้นที่หนามาก

but the agitation from all those bubbles

2:45

แต่การปั่นป่วนจากฟองเหล่านั้น

must be uh dissipating that ice layer quickly. ไวยากรณ์

2:47

คงทำให้ชั้นน้ำแข็งนั้นละลายไปอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

must be dissipating: การอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น

ในที่นี้ must be dissipating หมายถึงผู้พูดอนุมานอย่างมั่นใจจากหลักฐานที่เห็นว่า การปั่นป่วนนั้นกำลังทำให้ชั้นน้ำแข็งหายไป หลักฐานคือการที่น้ำแข็งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น must จึงใช้บอกข้อสรุป ไม่ใช่หน้าที่หรือสิ่งที่ต้องทำ โครงสร้าง must be + คำกริยา-ing แสดงว่ากระบวนการที่อนุมานนั้นกำลังเกิดขึ้นตอนนี้หรือในช่วงเวลาปัจจุบัน คำลังเล uh อาจแทรกกลางวลีในการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ตามไวยากรณ์ must be ยังเชื่อมกับ dissipating อยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must เพื่ออนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

  1. The lights are on, so Maya must be working late.
  2. Maya must work late because her manager requires it.
  3. Maya worked late yesterday.
ดูคำตอบ

The lights are on, so Maya must be working late.

Look what's happening to the edges of the ice

2:49

ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับขอบน้ำแข็ง

around where the dry ice went in.

2:51

รอบๆ จุดที่น้ำแข็งแห้งตกลงไปสิ

It's like reforming a frost layer.

2:52

มันเหมือนกำลังสร้างชั้นน้ำค้างแข็งขึ้นมาใหม่

It might be water spattering out

2:55

อาจจะเป็นน้ำที่กระเด็นออกมา

and then refreezing to that ice layer.

2:57

แล้วก็แข็งตัวกลับไปติดชั้นน้ำแข็งอีกครั้ง

Whatever it is, ไวยากรณ์

2:59

ไม่ว่าจะเป็นอะไร

that looks pretty cool.

2:59

มันก็ดูเจ๋งดีนะ

ไวยากรณ์

Whatever it is,: พักเรื่องตัวตนที่ยังไม่รู้ไว้ก่อน

Whatever it is หมายถึง “ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร” ผู้พูดยอมรับว่ายังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรหรือจะอธิบายอย่างไร แล้วบอกว่าความไม่แน่นอนนี้ไม่เปลี่ยนข้อสรุปถัดไป นั่นคือมันดูเจ๋งทีเดียว อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่ต้นประโยค คุณสามารถใช้ Whatever it is, + ประโยคหลัก เมื่อยังไม่รู้ตัวตนหรือคำอธิบายที่แน่ชัด แต่ใจความที่ตามมายังคงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ายังไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่ข้อสรุปที่ตามมายังคงเป็นจริง

  1. Whatever. It looks expensive.
  2. Whatever it is, it looks expensive.
  3. What is it? It looks expensive.
ดูคำตอบ

Whatever it is, it looks expensive.

So that is super cool.

3:01

ดังนั้นนี่จึงเจ๋งสุดๆ ไปเลย

And of course it makes sense

3:02

และแน่นอนว่ามันสมเหตุสมผล

that if you trap dry ice underneath the ice,

3:03

ถ้าคุณกักน้ำแข็งแห้งไว้ใต้ชั้นน้ำแข็ง

carbon dioxide is going to build up a layer underneath. กริยาวลี

3:05

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะก่อตัวเป็นชั้นอยู่ข้างใต้

กริยาวลี

build up ในความหมายว่า “ค่อย ๆ สะสม”

ในที่นี้ build up หมายถึง “ค่อย ๆ สะสม” ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมตัวอยู่ใต้น้ำแข็งและก่อตัวเป็นชั้นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดย a layer หมายถึงผลที่เกิดจากการสะสม ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่มีคนสร้างขึ้น รูปแบบที่พบบ่อยและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “something builds up” โดยสิ่งที่สะสมเป็นประธาน เช่น pressure builds up, dust builds up หรือ stress builds up

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคภาษาอังกฤษนี้ได้เหมาะสมที่สุด? When air cannot escape, pressure can _____ inside the container.

  1. break down
  2. give off
  3. build up
ดูคำตอบ

build up

Fantastic experiment.

3:07

เป็นการทดลองที่ยอดเยี่ยมมาก

I'm really glad that we tried that today.

3:08

ฉันดีใจจริงๆ ที่เราได้ลองทำในวันนี้

So there you have it. ลำดับความ

3:10

และนั่นก็คือทั้งหมด

ลำดับความ

There you have it ในฐานะสัญญาณปิดท้าย

There you have it เป็นวลีปิดท้ายแบบตายตัว หลังจากแสดงหลักฐาน ขั้นตอน หรือผลลัพธ์แล้ว ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อสื่อว่า “นี่คือคำอธิบายหรือผลลัพธ์ทั้งหมด” วลีนี้ช่วยจัดลำดับการพูดด้วยการปิดการสาธิตและเตรียมผู้ฟังเข้าสู่บทสรุปสุดท้าย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะใช้ There you have it เป็นประโยคปิดท้าย?

  1. ขณะที่ลูกค้ากำลังถามว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งอยู่ที่ไหน
  2. ก่อนที่ผู้นำเสนอจะเริ่มอธิบาย
  3. หลังจากผู้นำเสนอแสดงทุกขั้นตอนและผลลัพธ์สุดท้ายแล้ว
ดูคำตอบ

หลังจากผู้นำเสนอแสดงทุกขั้นตอนและผลลัพธ์สุดท้ายแล้ว

Very cool experiment throwing dry ice into icy water.

3:11

เป็นการทดลองโยนน้ำแข็งแห้งลงน้ำเย็นจัดที่เจ๋งมากๆ

Thanks so much for joining me for this video

3:14

ขอบคุณมากที่เข้ามารับชมวิดีโอนี้

and I'll be looking for you in the next one.

3:15

และเจอกันใหม่ในวิดีโอหน้านะ

Talk to you then.

3:17

แล้วคุยกันนะ

Ice knife.

3:20

มีดน้ำแข็ง

Cha!

3:21

ช่า!