จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Kurzgesagt – In a Nutshell
ภาพรวมวิดีโอ: การระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ 100 เมกะตันบนดวงจันทร์แสดงให้เห็นว่าการไม่มีบรรยากาศเปลี่ยนความร้อน รังสี แผ่นดินไหว เศษวัตถุ และการปนเปื้อนอย่างไร ขณะที่วงโคจรแทบไม่เปลี่ยน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “What would happen if we were to” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ตั้งสมมุติฐานที่ห่างจากความจริงแล้วเชื่อมไปยังผลที่อาจเกิดขึ้น 2. “the atmosphere fights back against” — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจการทำให้แรงต้านของบรรยากาศเสมือนการ “โต้กลับ” ไม่ใช่การต่อสู้จริง 3. “The larger” / “the cooler” / “the less energy” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้คำเปรียบเทียบแบบขนานเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงตามสัดส่วน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What would happen if we were to detonate a very, very powerful nuclear weapon on the moon? ไวยากรณ์
0:00จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราจุดชนวนอาวุธนิวเคลียร์ที่ทรงพลังมากๆ บนดวงจันทร์?
What would happen if ... were to ...? สำหรับสมมติฐานที่ห่างจากความเป็นจริง
โครงสร้าง What would happen if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามผลของการกระทำที่จินตนาการขึ้น ในที่นี้ were to detonate ทำให้การจุดระเบิดอาวุธเป็นการทดลองทางความคิดที่ห่างจากความเป็นจริง ไม่ใช่แผนหรือการคาดการณ์ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อผลที่อาจเกิดขึ้นสำคัญกว่าความเป็นไปได้ที่การกระทำนั้นจะเกิดขึ้นจริง Were to เพิ่มระยะห่างและความเป็นสมมติฐาน ไม่ได้บอกเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามให้แสดงการทดลองทางความคิดที่ห่างจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน: What would happen if the power grid ____ fail for several days?
ดูคำตอบ
were to
showering the Earth in a rain of meteoric death? สำนวน
0:13และทำให้เกิดฝนอุกกาบาตมฤตยูตกลงมายังโลกหรือไม่?
ภาพหายนะใน showering the Earth in a rain of meteoric death
ใน showering the Earth in a rain of meteoric death คำว่า showering หมายถึงการส่งวัตถุปริมาณมากให้ตกลงมายังโลก ส่วน A rain of เปลี่ยนเศษดวงจันทร์ให้เป็นภาพของพายุที่นำความตายมาให้ ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงเป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่รายงานสภาพอากาศ อนุประโยค -ing เพิ่มผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำลายดวงจันทร์ นั่นคือเศษซากจะตกลงมาทางโลก ภาพที่กล่าวเกินจริงทำให้อันตรายในจินตนาการดูแผ่กว้างและรุนแรงจนรับมือได้ยาก
แบบฝึกหัด
ภาพในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The burst firework showered the park in a rain of sparks.
- ประกายไฟจำนวนมากตกลงทั่วสวน
- มีคนล้างสวนด้วยประกายไฟ
- น้ำฝนดับดอกไม้ไฟ
ดูคำตอบ
ประกายไฟจำนวนมากตกลงทั่วสวน
During the Cold War: ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
“the Cold War” เป็นชื่อของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยาวนานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำหลัก Cold ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิที่หนาว และ war ก็ไม่ได้หมายความว่ามหาอำนาจทั้งสองสู้รบกันโดยตรงตลอดเวลา การแข่งขันด้านอวกาศเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนี้ ภูมิหลังดังกล่าวช่วยให้เข้าใจได้ว่าทำไมประโยคจึงกล่าวถึงทั้งการสำรวจดวงจันทร์และแนวคิดเรื่องฐานทัพ เพราะเทคโนโลยีอวกาศ เกียรติภูมิของชาติ และยุทธศาสตร์ทางทหารมีความเกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ During the Cold War บอกอะไรเรา?
- วลีนี้บอกว่าพื้นผิวดวงจันทร์หนาวผิดปกติในช่วงสงคราม
- วลีนี้บอกว่ากองทัพสหรัฐฯ และโซเวียตสู้รบกันโดยตรงบนดวงจันทร์ตลอดเวลา
- วลีนี้วางเรื่องการสำรวจดวงจันทร์และแนวคิดทางทหารไว้ในยุคการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียตหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ดูคำตอบ
วลีนี้วางเรื่องการสำรวจดวงจันทร์และแนวคิดทางทหารไว้ในยุคการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียตหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
the US Air Force commissioned a serious study into the effects of a nuclear detonation on the surface of the Moon. วลี
0:32กองทัพอากาศสหรัฐฯ จึงได้สั่งให้มีการศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับผลกระทบของการจุดระเบิดนิวเคลียร์บนพื้นผิวดวงจันทร์
commissioned a serious study into: มอบหมายการวิจัยอย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ commissioned หมายถึงการร้องขอและอนุมัติงานระดับมืออาชีพอย่างเป็นทางการ ซึ่งมักรวมถึงการให้เงินทุนด้วย กองทัพอากาศสหรัฐฯ เป็นผู้ทำให้เกิดการศึกษานี้ขึ้น ถ้อยคำนี้จึงแสดงบทบาทในฐานะผู้ว่าจ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจัยที่ลงมือทำเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ commission + a study + into + หัวข้อ โดย into ใช้นำหัวข้อที่งานวิจัยศึกษา ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่เข้าไปยังสถานที่ ส่วน serious แสดงว่าเป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นจริงและมีน้ำหนัก ไม่ใช่เพียงความคิดเล่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “จัดให้มีงานวิจัยที่มีน้ำหนักอย่างเป็นทางการ”: The health agency ____ the rise in childhood asthma.
ดูคำตอบ
commissioned a serious study into
so let's conduct a very important scientific experiment with an imaginary 100 megaton thermonuclear warhead, วลี
0:41เรามาทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญมากๆ ด้วยหัวรบเทอร์โมนิวเคลียร์สมมติขนาด 100 เมกะตันกันดีกว่า
conduct a very important scientific experiment: ดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญมาก
ใน conduct a very important scientific experiment คำว่า conduct หมายถึง “ดำเนินการ” หรือ “ทำ” โดย conduct an experiment เป็นคำที่ใช้ร่วมกันระหว่างคำกริยาและคำนามอย่างเป็นธรรมชาติและค่อนข้างเป็นทางการ เพื่อกล่าวถึงการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่มีการวางแผนไว้ คำว่า very important และ scientific ขยายคำนามหลัก experiment ตามโครงสร้าง a + คำขยาย + คำนามเอกพจน์ ในที่นี้ผู้พูดเรียกการทดลองทางความคิดในจินตนาการว่า “สำคัญมาก” อย่างขบขัน และไม่ได้มีการทดสอบหัวรบจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางการที่เรียน โดยใช้ conduct เพื่อกล่าวถึงการทดสอบใหม่หนึ่งครั้ง: The research team will ____ to test the new filter.
ดูคำตอบ
conduct an experiment
about twice as powerful as the most powerful bomb ever detonated. ไวยากรณ์
0:48ซึ่งมีพลังมากกว่าระเบิดที่ทรงพลังที่สุดที่เคยจุดชนวนมาถึงสองเท่า
about twice as powerful as: ทรงพลังประมาณสองเท่าของ
About twice as powerful as หมายถึง “ทรงพลังประมาณสองเท่าของ...” สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบจะอยู่หลัง as ตัวที่สอง ซึ่งในประโยคนี้คือระเบิดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยจุดระเบิดมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ about + twice as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โดย twice แสดงอัตราส่วนสองต่อหนึ่ง ส่วน about บอกว่าตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ความเท่ากันแบบแม่นยำ
แบบฝึกหัด
รุ่นมาตรฐานหนัก 1 กิโลกรัม ส่วนแบตเตอรี่นี้หนักประมาณ 2 กิโลกรัม จงเติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบเป้าหมาย: This battery is ____ the standard model.
ดูคำตอบ
about twice as heavy as
We'll also place a number of curious astronauts around the Moon as observers.
0:52เราจะจัดวางนักบินอวกาศผู้แสนสงสัยจำนวนหนึ่งไว้รอบๆ ดวงจันทร์ในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย
high explosives send a shock wave to a radioactive metal core,
1:07วัตถุระเบิดแรงสูงจะส่งคลื่นกระแทกไปยังแกนโลหะกัมมันตรังสี
so much that: ระดับของการกระทำที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ใน “compressing it so much that ...” คำว่า so much บอกว่าการกระทำ compressing เกิดขึ้นในระดับที่มากมาก ไม่ได้หมายถึงมีวัสดุเป็นจำนวนมาก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลเมื่อถึงระดับนั้น คือแกนเข้าสู่ภาวะวิกฤตและปฏิกิริยาลูกโซ่เริ่มขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + so much that + อนุประโยคบอกผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so much that: The river rose ____ the bridge had to close.
ดูคำตอบ
so much that
reaches criticality: ไปถึงค่าขีดเริ่มทางนิวเคลียร์
ในที่นี้ reaches criticality หมายถึงการเข้าสู่สภาวะทางฟิสิกส์นิวเคลียร์ที่วัสดุสามารถคงปฏิกิริยาลูกโซ่ฟิชชันไว้ได้ คำว่า reach ทำให้ criticality เป็นเสมือนค่าขีดเริ่มหรือสภาวะที่วัสดุไปถึง ในการใช้เชิงเทคนิคนี้ criticality ไม่ได้หมายถึงอันตราย ความสำคัญ หรือความร้ายแรงโดยทั่วไป ลำดับคือการบีบอัด การเข้าสู่สภาวะวิกฤต แล้วจึงเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่
แบบฝึกหัด
ตามความหมายทางฟิสิกส์นิวเคลียร์ “the material reached criticality” หมายถึงอะไร?
- วัสดุเข้าสู่สภาวะที่สามารถคงปฏิกิริยาลูกโซ่ฟิชชันไว้ได้
- วัสดุถูกบีบอัดให้มีขนาดทางกายภาพเล็กลง
- วัสดุถูกตัดสินว่าอยู่ในอันตรายทันที
- วัสดุกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อทีมวิจัย
ดูคำตอบ
วัสดุเข้าสู่สภาวะที่สามารถคงปฏิกิริยาลูกโซ่ฟิชชันไว้ได้
The 100 million degree plasma created in this first stage
1:17พลาสมาอุณหภูมิ 100 ล้านองศาที่ถูกสร้างขึ้นในขั้นตอนแรกนี้
sets off: ทำให้ขั้นถัดไปเริ่มขึ้น
ในประโยคนี้ sets off หมายถึง “ทำให้ขั้นที่สองเริ่มขึ้น” พลาสมาจากขั้นแรกเป็นสาเหตุ และการเริ่มต้นของขั้นที่สองเป็นผลลัพธ์ เมื่อใช้ในความหมายว่า “กระตุ้นให้เกิด” set off จะมีเหตุการณ์ ปฏิกิริยา หรืออุปกรณ์เป็นกรรม ไม่ได้หมายถึงการที่ใครสักคนออกเดินทาง
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ทำให้เริ่มหรือทำงาน” ลงในประโยค: A sudden pressure change can ____ the emergency shutdown.
ดูคำตอบ
set off
with atomic nuclei fusing like they do in the core of a star.
1:23โดยที่นิวเคลียสของอะตอมจะหลอมรวมกันเหมือนที่เกิดขึ้นในแกนกลางของดาวฤกษ์
our weapon contains one of the hottest places in the universe.
1:28อาวุธของเราจะกักเก็บหนึ่งในสถานที่ที่ร้อนที่สุดในจักรวาลเอาไว้
does the rest of the universe find out that anything has happened,
1:35ส่วนอื่นๆ ของจักรวาลถึงเพิ่งรับรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
Only now ... does ... find out: การกลับลำดับหลัง only
Only now เป็นวลีบอกเวลาที่มีความหมายจำกัดและถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค ตำแหน่งนี้เน้นว่าส่วนอื่นของจักรวาลเพิ่งรับรู้ในตอนนี้ ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น เมื่อวลีวิเศษณ์ที่มี only อยู่ต้นประโยค จะเกิดการกลับลำดับบางส่วน โดย does อยู่หน้าประธาน และกริยาหลักคงรูปพื้นฐาน find ไว้ ลำดับปกติคือ the rest of the universe finds out แต่ประโยคนี้ใช้ Only now does the rest of the universe find out เพื่อเน้นความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตกาลแบบกลับลำดับของ approve: Only after the final test ____ the engineers ____ the system.
ดูคำตอบ
did · approve
as suddenly the bomb dissolves and a flaming star of nuclear death is born. สำนวน
1:38เมื่อจู่ๆ ระเบิดก็สลายตัวและดาวแห่งความตายทางนิวเคลียร์ที่ลุกเป็นไฟก็ถือกำเนิดขึ้น
a flaming star of nuclear death is born: การถือกำเนิดเชิงเปรียบเทียบ
is born ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาบนโลก แต่หมายถึงลูกไฟที่ลุกโชนปรากฏขึ้นหรือก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน การเรียกลูกไฟนั้นว่า a flaming star of nuclear death เปลี่ยนภาพการระเบิดทางกายภาพให้กลายเป็นฉากการถือกำเนิดที่น่าตื่นตะลึง การใช้บุคลาธิษฐานนี้ทำให้ภาพดูมีชีวิตและน่ากลัว ส่วน star เป็นภาพเปรียบเทียบจากรูปลักษณ์ ไม่ใช่ดาวฤกษ์จริงทางดาราศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be born เพื่อทำให้จุดกำเนิดของแนวคิดเป็นแบบบุคลาธิษฐาน: During the workshop, a bold new plan ____.
ดูคำตอบ
was born
So far, so good: จนถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
So far หมายถึงจนถึงเวลาปัจจุบัน และสำนวนตายตัวทั้งวลีบอกว่าสิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปได้ดีจนถึงตอนนี้ นี่เป็นการประเมินระหว่างทาง ไม่ใช่การรับรองผลลัพธ์สุดท้าย ผู้พูดมักใช้ก่อนกล่าวถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหรือก่อนหักมุมด้วย but จึงอาจมีน้ำเสียงระมัดระวังหรือประชดเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวสองส่วนที่หมายความว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนถึงตอนนี้: The first two safety checks passed. ____, ____.
ดูคำตอบ
So far · so good
We're used to: สภาพปัจจุบันที่คุ้นเคยแล้ว
ใน what we're used to on Earth วลี we're used to หมายถึงเราคุ้นเคยหรือชินกับบางสิ่ง คำว่า what ทำหน้าที่เป็นกรรมของ to ดังนั้น what we're used to จึงหมายถึง “สิ่งหรือสภาพที่เราคุ้นเคย” โครงสร้างคือ be used to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในประโยคนี้ใช้บอกสภาพปัจจุบันที่คุ้นเคยแล้ว ไม่ได้หมายถึง “เคยทำเป็นประจำในอดีต” และไม่ใช่การกระทำในรูปถูกกระทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Lina ชินกับตารางที่ต้องตื่นเช้าแล้ว
- Lina is used to waking up early.
- Lina is getting used to waking up early.
- Lina used to wake up early.
ดูคำตอบ
Lina is used to waking up early.
it releases a flash of X-rays and thermal photons,
1:55มันจะปล่อยแสงวาบของรังสีเอกซ์และโฟตอนความร้อน
this heat would char and burn everything within a 50-km radius at least.
2:03ความร้อนนี้จะแผดเผาและทำลายทุกสิ่งในรัศมีอย่างน้อย 50 กิโลเมตร
Without ..., there's no ... at all: เชื่อมเงื่อนไขที่ขาดไปกับผลลัพธ์
โครงสร้าง without + นามวลี, there's no + ผลลัพธ์ นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็น กล่าวคือ ถ้าสิ่งแรกไม่มีอยู่ ผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นไม่ได้ at all ช่วยเน้น no และหมายถึง “ไม่มีในปริมาณหรือรูปแบบใดเลย” ในประโยคนี้ การไม่มีชั้นบรรยากาศและอากาศที่อุดมด้วยออกซิเจนอธิบายว่าเหตุใดจึงไม่มีการเผาไหม้อย่างต่อเนื่องบนดวงจันทร์ ประโยคกล่าวถึงการเผาไหม้ ไม่ได้อ้างว่าการระเบิดไม่ปล่อยความร้อน
แบบฝึกหัด
ใช้แต่ละวลีหนึ่งครั้ง: without; there's no. ____ a key card, ____ entry to the lab at all.
ดูคำตอบ
Without · there's no
by eons of meteorite impacts mixed with tiny traces of water.
2:21จากการพุ่งชนของอุกกาบาตยาวนานนับกัปนับกัลป์ ผสมกับร่องรอยของน้ำเพียงเล็กน้อย
is made from: ทำจากวัตถุดิบที่เปลี่ยนสภาพแล้ว
ในประโยคนี้ is made from ใช้บอกวัตถุดิบที่กลายมาเป็นชั้นดินผิวบนของดวงจันทร์ หินและโลหะถูกทำให้แตกเป็นฝุ่น รูปร่างเดิมจึงเปลี่ยนไปและไม่ได้คงอยู่เหมือนเดิม ใช้ be made from เมื่อวัสดุผ่านการแปรรูปหรือเปลี่ยนเป็นสิ่งใหม่ จนมองไม่เห็นรูปร่างเดิมของวัตถุดิบได้ชัดเจนแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงว่าวัตถุดิบถูกเปลี่ยนสภาพ: Paper ____ wood pulp.
ดูคำตอบ
is made from
chewed to dust: วลีบอกผลลัพธ์ที่เห็นภาพชัด
Chewed to dust เป็นคำเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด การชนของอุกกาบาตไม่ได้เคี้ยวสิ่งต่าง ๆ จริง ๆ แต่การชนซ้ำ ๆ บดและทำให้หินกับโลหะแตกละเอียดจนกลายเป็นฝุ่น รูปแบบ กริยา + to + สภาพผลลัพธ์ แสดงว่ากรรมกลายเป็นอะไรหลังจากเกิดการกระทำ ในที่นี้ to dust บอกสภาพสุดท้าย ส่วน chewed ช่วยให้เห็นภาพการทำลายอย่างช้า ๆ และซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Years of wind and sand chewed the stone to dust,” to dust แสดงความหมายอะไร?
- จุดประสงค์ของการทำให้หินเสียหาย
- สภาพสุดท้ายที่เกิดจากการกระทำ
- เครื่องมือที่ใช้ทำให้หินเสียหาย
ดูคำตอบ
สภาพสุดท้ายที่เกิดจากการกระทำ
X-rays from the fireball vaporize a thin cloud of rock from the lunar surface,
2:27รังสีเอกซ์จากลูกไฟจะระเหยเมฆหินบางๆ จากพื้นผิวดวงจันทร์
while the unlucky dust that's inside the fireball melts into glass. วลี
2:31ในขณะที่ฝุ่นโชคร้ายที่อยู่ภายในลูกไฟจะละลายกลายเป็นแก้ว
When heated...: อนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป
When heated by the explosion เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป รูปเต็มคือ when the material is heated by the explosion คำว่า heated เป็นกริยาช่องสาม ดังนั้นวัสดุจึงเป็นฝ่ายได้รับความร้อน ไม่ใช่ฝ่ายทำให้สิ่งอื่นร้อน ในประโยคนี้ วัสดุที่ละไว้หมายถึงหินหรือฝุ่นบนดวงจันทร์ที่กล่าวถึงภายหลัง สำนวนนี้กระชับมากเพราะประโยคหลักเริ่มด้วย X-rays รูปเต็มที่ชัดเจนกว่าจะระบุวัสดุโดยตรงว่า When the lunar material is heated by the explosion, ....
แบบฝึกหัด
เขียนใหม่โดยใช้อนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป: When the metal is heated, the metal expands. → ____, the metal expands.
ดูคำตอบ
When heated
melt into glass: บอกผลลัพธ์ของการหลอมละลาย
Melt into + คำนาม บอกทั้งกระบวนการหลอมละลายและผลลัพธ์ ในที่นี้ melts into glass หมายถึงฝุ่นเปลี่ยนเป็นแก้วเพราะความร้อนสูง โดย into นำหน้าวัสดุหรือรูปร่างที่เกิดขึ้นในตอนท้าย สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในชิ้นแก้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธานหลอมละลายแล้วกลายเป็นวัสดุ รูปร่าง หรือมวลชนิดใหม่
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ melt into: By noon, the ice sculpture ____ a pool of water.
ดูคำตอบ
melted into
Any astronauts watching the show within about 50 km can expect to be fried. การใช้คำ
2:35นักบินอวกาศคนใดที่ชมการแสดงอยู่ในระยะ 50 กม. ก็เตรียมตัวถูกย่างสดได้เลย
can expect to be fried: การคาดการณ์อันตรายร้ายแรงแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ can expect to หมายถึงผลลัพธ์นั้นคาดการณ์ได้อย่างแทบแน่นอน ไม่ได้หมายความว่านักบินอวกาศตั้งตารออย่างยินดีหรือต้องการให้เกิดผลเช่นนั้น be fried เป็นสำนวนไม่เป็นทางการและกล่าวเกินจริง หมายถึงความร้อนหรือรังสีรุนแรงจะทำให้พวกเขาถูกเผาไหม้อย่างหนักหรือเสียชีวิต ภาพของการปรุงอาหารทำให้คำเตือนมีอารมณ์ขันแบบมืดมน แม้ว่าอันตรายจะร้ายแรงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
can expect to be fried ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- พวกเขามีแนวโน้มสูงมากที่จะถูกความร้อนเผาจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
- พวกเขาตั้งตารอที่จะทำอาหารหลังการแสดง
- พวกเขาอาจเหนื่อยเพราะการแสดงยาวนาน
ดูคำตอบ
พวกเขามีแนวโน้มสูงมากที่จะถูกความร้อนเผาจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
we begin to see one of the biggest differences between explosions in space and on Earth.
2:41เราเริ่มเห็นหนึ่งในความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างการระเบิดในอวกาศและบนโลกแล้ว
And now, we begin to see ... differences between ... ในฐานะสำนวนชี้ทางเนื้อหา
And now ทำหน้าที่บอกการเปลี่ยนหัวข้อ โดยผู้พูดกำลังย้ายจากผลกระทบที่กล่าวไปก่อนหน้าไปสู่การเปรียบเทียบใหม่ We begin to see ช่วยนำผู้ฟังให้เริ่มเข้าใจแนวคิดหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองเห็นด้วยตาจริง ๆ ส่วน One of the biggest differences between A and B เป็นการเกริ่นถึงความแตกต่างสำคัญและบอกว่าข้อมูลถัดไปจะถูกจัดเรียงอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกการเปลี่ยนหัวข้อและเกริ่นถึงการเปรียบเทียบสำคัญได้ดีที่สุด
- I can see the city from my window.
- And now, we begin to see one of the biggest differences between city life and country life.
- City life and country life are both interesting topics.
ดูคำตอบ
And now, we begin to see one of the biggest differences between city life and country life.
fight back against ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ใน fight back against คำว่า fight back หมายถึงการต้านแรงบางอย่างหรือป้องกันไม่ให้แรงนั้นส่งผลได้อย่างเต็มที่ ในที่นี้ วลีดังกล่าวนำเสนอชั้นบรรยากาศเป็นแรงฝ่ายตรงข้าม กล่าวคือแรงดันอากาศรอบ ๆ ต้านการขยายตัวต่อไปของฟองพลาสมา นี่เป็นการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่าชั้นบรรยากาศคิดหรือตัดสินใจได้ โครงสร้าง fight back against + คำนาม ระบุสิ่งที่ถูกต้าน ซึ่งในประโยคนี้คือฟองพลาสมา
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- ชั้นบรรยากาศตัดสินใจอย่างมีสติว่าจะโจมตีฟองพลาสมา
- แรงดันอากาศรอบฟองพลาสมาต้านการขยายตัวของมัน
- ฟองพลาสมาปกป้องชั้นบรรยากาศจากแรงดัน
ดูคำตอบ
แรงดันอากาศรอบฟองพลาสมาต้านการขยายตัวของมัน
Its expansion is violently stopped within moments by the pressure of the atmosphere.
2:50การขยายตัวของมันจะถูกหยุดลงอย่างรุนแรงในเวลาไม่นานด้วยความดันของชั้นบรรยากาศ
it produces the most destructive part of a nuclear explosion on Earth,
2:59มันจะสร้างส่วนที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดของการระเบิดนิวเคลียร์บนโลก
Compressed air around the explosion rushes out faster than the speed of sound,
3:05อากาศที่ถูกบีบอัดรอบการระเบิดจะพุ่งออกไปเร็วกว่าความเร็วเสียง
shattering buildings and roaring so loud it ruptures organs. ไวยากรณ์
3:09ทำให้สิ่งปลูกสร้างแหลกสลายและส่งเสียงคำรามดังกึกก้องจนอวัยวะภายในฉีกขาด
ระดับและผลลัพธ์ใน so loud (that) it ruptures organs
so loud แสดงระดับที่รุนแรงมาก ส่วน it ruptures organs ระบุผลที่เกิดขึ้น โครงสร้างเต็มคือ so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล ได้แก่ so loud that it ruptures organs ในการพูดและการเล่าเรื่องที่มีภาพชัดเจน มักละ that เช่นเดียวกับในประโยคนี้ แม้ไม่มี that อนุประโยคที่สองก็ยังเป็นผลจากระดับความรุนแรงข้างหน้า ไม่ใช่เหตุการณ์แยกกัน ในบริบทนี้ it หมายถึงเสียงคำรามที่ก่อความเสียหายหรือผลของคลื่นแรงดัน ไม่ได้หมายถึงอาคาร
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างแสดงระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The alarm was ____ loud it woke everyone in the building.
ดูคำตอบ
so
No atmosphere means nothing to impede the expanding explosion in space. ไวยากรณ์
3:15การไม่มีชั้นบรรยากาศหมายความว่าไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการขยายตัวของการระเบิดในอวกาศ
คำปฏิเสธสองส่วนที่มีขอบเขตต่างกันใน No atmosphere means nothing to impede...
ในที่นี้ No atmosphere ระบุเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ ส่วน means เชื่อมไปยังผลของการขาดสิ่งนั้น กล่าวคือ เพราะไม่มีชั้นบรรยากาศ จึงไม่มีสิ่งใดขัดขวางการขยายตัวของการระเบิดได้ คำปฏิเสธทั้งสองมีขอบเขตต่างกัน No ขยาย atmosphere ส่วน nothing หมายถึงไม่มีสสารหรือสิ่งกีดขวางใด ๆ คำปฏิเสธทั้งสองไม่ได้หักล้างกัน และ nothing ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าการระเบิดมีอยู่ โครงสร้าง No X means nothing to Y ที่นำไปใช้ต่อได้สื่อว่า เมื่อไม่มี X ก็ไม่มีผู้กระทำ วัสดุ หรือสิ่งกีดขวางที่จะทำ Y
แบบฝึกหัด
ประโยค “No atmosphere means nothing to impede the expanding explosion in space.” หมายความว่าอย่างไร?
- เมื่อไม่มีชั้นบรรยากาศ การระเบิดก็ไม่สามารถเกิดขึ้นในอวกาศได้
- เมื่อไม่มีชั้นบรรยากาศ ก็ไม่มีสสารที่จะชะลอหรือขัดขวางการขยายตัวของการระเบิด
- ชั้นบรรยากาศทำให้การระเบิดขยายตัวเร็วขึ้น
ดูคำตอบ
เมื่อไม่มีชั้นบรรยากาศ ก็ไม่มีสสารที่จะชะลอหรือขัดขวางการขยายตัวของการระเบิด
as there's no atmosphere to stop it or to give it a voice. สำนวน
3:23เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศมาหยุดยั้งหรือให้เสียงกับมัน
give it a voice: ทำให้เหตุการณ์ที่เงียบดูเหมือนมีเสียง
ในประโยคนี้ it หมายถึงลูกไฟหรือการระเบิด give it a voice เป็นการทำให้เหตุการณ์นี้มีลักษณะเหมือนมนุษย์ กล่าวคือ หากมีชั้นบรรยากาศ มันจะพาเสียงของลูกไฟให้เดินทางและได้ยินได้ ราวกับว่าลูกไฟมีเสียงของตัวเอง เมื่อดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ ลูกไฟจึงขยายตัวอย่างเงียบงัน โดยทั่วไป give + something + a voice อาจหมายถึงทำให้บางสิ่งเป็นที่ได้ยิน หรือทำให้สิ่งนั้นมีทางแสดงลักษณะ ความรู้สึก หรือสารบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการให้ความสามารถในการพูดจริง ๆ ความหมายขึ้นอยู่กับว่าสิ่งใดได้รับ voice และบริบทรอบข้าง
แบบฝึกหัด
ในประโยคเดิม give it a voice หมายความว่าอย่างไร?
- อนุญาตให้นักบินอวกาศพูด
- ทำให้เสียงของลูกไฟเดินทางและได้ยินได้
- สอนให้ลูกไฟพูดเหมือนมนุษย์
ดูคำตอบ
ทำให้เสียงของลูกไฟเดินทางและได้ยินได้
This would be an amazing thing to watch from a safe distance.
3:27มันคงจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจหากได้มองดูจากระยะที่ปลอดภัย
there's hardly any safe viewing distance for a nuclear explosion on the Moon. ไวยากรณ์
3:31แทบจะไม่มีระยะการมองเห็นที่ปลอดภัยเลยสำหรับการระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์
there's hardly any: ปริมาณที่แทบเป็นศูนย์
There's hardly any + คำนาม หมายถึงมีปริมาณหรือจำนวนอยู่น้อยมาก จนในทางปฏิบัติแทบจะไม่มีเลย ในประโยคนี้ ระยะที่ปลอดภัยสำหรับการชมแทบไม่มีอยู่จริง ไม่ได้หมายความว่าเป็นระยะที่หาได้ยากเท่านั้น hardly ทำให้วลีมีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธอยู่แล้ว ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “ด้วยความพยายามอย่างมาก” แต่ hardly any ทำหน้าที่เป็นวลีบอกปริมาณ
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “แทบไม่มี” ให้สมบูรณ์: After the long trip, there was ____ fuel left.
ดูคำตอบ
hardly any
Without an atmosphere weakening the deadly ionizing radiation that can scramble DNA,
3:35หากไม่มีชั้นบรรยากาศมาช่วยลดทอนรังสีไอออไนซ์ชนิดทำให้ถึงตายซึ่งสามารถทำลายดีเอ็นเอได้
anyone close enough to get a good look will be exposed to fatal amounts of radiation. ไวยากรณ์
3:40ใครก็ตามที่อยู่ใกล้พอที่จะเห็นภาพชัดๆ จะได้รับรังสีในปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตได้
close enough to get a good look: ระดับและผลลัพธ์
Close enough to get a good look เชื่อมระดับความใกล้เข้ากับผลที่สามารถเกิดขึ้นได้ โครงสร้าง คำคุณศัพท์ + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “อยู่ในระดับที่เพียงพอให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นได้” ในที่นี้ บุคคลอยู่ใกล้พอที่จะเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน ใน get a good look คำว่า good บอกคุณภาพของการมอง คือมองได้ชัดและครบถ้วน ไม่ได้บอกถึงพฤติกรรมหรือความดีทางศีลธรรมของบุคคล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Mia อยู่ใกล้พอที่จะมองภาพวาดได้ชัดเจน
- Mia was close enough to get a good look at the painting.
- Mia was enough close to get a good look at the painting.
- Mia was close enough getting a good look at the painting.
- Mia got close enough a good look at the painting.
ดูคำตอบ
Mia was close enough to get a good look at the painting.
But, of course, that's not all: คำเชื่อมเปลี่ยนประเด็นที่เพิ่มน้ำหนัก
But เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังขยายต่อจากประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ of course สร้างความรู้สึกขึ้นมาโดยตั้งใจว่าทั้งผู้พูดและผู้ฟังคาดอยู่แล้วว่าจะมีข้อมูลต่อ ไม่ได้ยืนยันว่าข้อเท็จจริงถัดไปเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดจริง ๆ That's not all บอกผู้ฟังว่ายังมีข้อมูลตามมา ซึ่งมักเป็นอีกประเด็นหนึ่งหรือประเด็นที่มีน้ำหนักมากกว่า เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้จึงเป็นคำเชื่อมเปลี่ยนประเด็นที่เพิ่มน้ำหนัก โดยปิดขั้นหนึ่งพร้อมสร้างความน่าติดตามให้ขั้นถัดไป
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไรในบริบทนี้
- บอกว่าประเด็นก่อนหน้านี้ผิดและควรละทิ้ง
- ถามผู้ฟังว่ารู้ผลที่ตามมาทั้งหมดอยู่แล้วหรือไม่
- ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีอีกประเด็นหนึ่งตามมา ซึ่งอาจมีน้ำหนักมากกว่า
ดูคำตอบ
ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีอีกประเด็นหนึ่งตามมา ซึ่งอาจมีน้ำหนักมากกว่า
transferring about a tenth of the explosion energy into seismic waves,
3:51ถ่ายโอนพลังงานประมาณหนึ่งในสิบของการระเบิดไปเป็นคลื่นไหวสะเทือน
and our astronauts will feel an inescapable violent shaking no matter where they're standing. ไวยากรณ์
3:59และนักบินอวกาศของเราจะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าพวกเขาจะยืนอยู่ที่ไหน
no matter where + อนุประโยค
No matter where they're standing เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่ หมายความว่าสถานที่ที่เป็นไปได้ทุกแห่งนำไปสู่ผลเดียวกัน คือ นักบินอวกาศจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน โครงสร้าง no matter where + ประธาน + กริยา ไม่ได้ใช้ถามสถานที่ แต่ตัดสถานที่ออกจากการเป็นเงื่อนไขที่เปลี่ยนผลหลัก อนุประโยคนี้วางหลังประโยคหลักเหมือนในต้นฉบับ หรือวางไว้ข้างหน้าก็ได้: No matter where they stand, they will feel it.
แบบฝึกหัด
ใช้ no matter where + you are เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the emergency team can contact you.
ดูคำตอบ
No matter where you are
Comparable to an earthquake of seven on the Richter scale,
4:05เทียบได้กับแผ่นดินไหวขนาด 7 ตามมาตราริกเตอร์
this shaking could seriously damage or even level infrastructure we might have built anywhere on the Moon. การใช้คำ
4:08การสั่นสะเทือนนี้อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงหรือแม้กระทั่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่เราอาจสร้างไว้ที่ใดก็ได้บนดวงจันทร์
level infrastructure: กริยา level ที่หมายถึงทำลายจนราบ
ในที่นี้ level เป็นสกรรมกริยา หมายถึงทำลายอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ จนแทบไม่เหลืออะไรตั้งอยู่ โดยมี infrastructure เป็นกรรม damage or even level แสดงระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น โดย damage อาจหมายถึงความเสียหายบางส่วน แต่ level สื่อถึงการทำลายเกือบทั้งหมด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกำหนดระดับหรือทำให้โครงสร้างพื้นฐานได้ระดับ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ level infrastructure หมายถึงอะไร
- จัดประเภทโครงสร้างพื้นฐานตามระดับ
- ซ่อมโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ระดับ
- ทำลายโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งหมด
ดูคำตอบ
ทำลายโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งหมด
Those who hid on the far side of the Moon would have no idea it was an explosion.
4:14ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่อีกด้านของดวงจันทร์จะไม่มีทางรู้เลยว่ามันคือการระเบิด
The quaking would feel like an asteroid the size of the Great Pyramid had struck. สำนวน
4:18การสั่นสะเทือนจะให้ความรู้สึกเหมือนมีดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่ามหาพีระมิดพุ่งชน
would feel like + อนุประโยคสำหรับการเปรียบเทียบแบบสมมติ
feel like สามารถตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกกับสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น ในที่นี้อนุประโยคคือ an asteroid the size of the Great Pyramid had struck จึงเปรียบแรงสั่นสะเทือนกับแรงกระแทกจากดาวเคราะห์น้อยขนาดมหึมา had struck วางเหตุการณ์พุ่งชนในจินตนาการไว้ก่อนความรู้สึกที่เกิดตามมา ประโยคนี้ไม่ได้รายงานว่ามีดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนจริง แต่เปลี่ยนระดับความรุนแรงที่ไม่คุ้นเคยให้เป็นภาพเหตุและผลที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้สื่อความหมายว่าอะไร
- แรงสั่นสะเทือนเองจะมีขนาดเท่ากับมหาพีระมิด
- แรงสั่นสะเทือนจะคล้ายกับความรู้สึกที่เกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดมหึมา
- ดาวเคราะห์น้อยขนาดเท่ามหาพีระมิดพุ่งชนจริง
ดูคำตอบ
แรงสั่นสะเทือนจะคล้ายกับความรู้สึกที่เกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดมหึมา
the ground splatters like water when a rock strikes a pond. สำนวน
4:26พื้นดินจะสาดกระเซ็นเหมือนน้ำเมื่อมีก้อนหินตกลงในสระ
พื้นดินกระเด็นเหมือนน้ำเมื่อก้อนหินตกกระทบบ่อน้ำ
The ground splatters like water เป็นอุปมา โดย like เปรียบการเคลื่อนที่ที่ไม่คุ้นเคยของวัสดุพื้นดินซึ่งถูกแรงระเบิดเหวี่ยงออก กับภาพที่คุ้นเคยของน้ำที่กระเซ็น พื้นผิวไม่ได้เปลี่ยนเป็นน้ำจริง ๆ แต่วัสดุพื้นดินถูกเหวี่ยงออกไปในลักษณะคล้ายละอองน้ำ อนุประโยค when a rock strikes a pond อยู่ภายในส่วนเปรียบเทียบนี้ โดยบอกเหตุการณ์ที่คุ้นเคยซึ่งทำให้น้ำกระเซ็น ไม่ได้บอกว่าระเบิดเกิดขึ้นเมื่อใด โครงสร้าง กริยา + like + ฉากที่คุ้นเคย ช่วยอธิบายกระบวนการที่เข้าใจยากด้วยภาพที่ชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
อุปมาในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- พื้นผิวดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นน้ำจริง ๆ ก่อนการระเบิด
- ก้อนหินกระทบบ่อน้ำในเวลาเดียวกับที่เกิดการระเบิด
- แรงระเบิดเหวี่ยงวัสดุพื้นดินออกไปจนดูเหมือนน้ำที่กระเซ็น
ดูคำตอบ
แรงระเบิดเหวี่ยงวัสดุพื้นดินออกไปจนดูเหมือนน้ำที่กระเซ็น
it may excavate as much as 100 million cubic meters of dust and rock, ไวยากรณ์
4:32มันอาจขุดเอาฝุ่นและหินขึ้นมามากถึง 100 ล้านลูกบาศก์เมตร
อาจขุดออกมาได้มากถึง 100 ล้านลูกบาศก์เมตร
May excavate รวม may ซึ่งแสดงความเป็นไปได้เข้ากับ excavate ซึ่งหมายถึงการนำวัสดุออกด้วยการขุดหรือระเบิด จึงนำเสนอผลลัพธ์ในฐานะค่าประมาณ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน As much as 100 million cubic meters แสดงปริมาณที่อาจขึ้นไปถึงระดับสูงและเน้นว่าตัวเลขนี้ใหญ่มาก ในที่นี้ as much as หมายถึง “มากถึง” ไม่ใช่ “มีปริมาณเท่ากับ” โครงสร้าง may + กริยา + as much as + ปริมาณ จึงหมายความว่าการกระทำอาจไปถึงปริมาณนั้น โดยไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มากถึงปริมาณที่สูงอย่างน่าประหลาดใจนี้”: The reservoir may release ____ 50 million liters of water in one day.
ดูคำตอบ
as much as
forming a crater a kilometer across, ไวยากรณ์
4:37เกิดเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งกิโลเมตร
หลุมอุกกาบาตกว้างหนึ่งกิโลเมตร
วลี a crater a kilometer across ใช้อธิบายขนาดของหลุมอุกกาบาต โดยหมายถึงระยะจากขอบด้านหนึ่งไปยังขอบอีกด้านหนึ่งประมาณหนึ่งกิโลเมตร ในที่นี้ across ใช้วัดความกว้างหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของหลุมอุกกาบาตเอง ไม่ใช่ระยะจากหลุมอุกกาบาตไปยังสถานที่อื่น นี่เป็นโครงสร้างแบบกระชับ คือ คำนาม + ขนาด + across จึงสามารถเติมความกว้างไว้หลังคำนามได้ โดยไม่ต้องใช้วลียาวกว่าอย่าง with a diameter of one kilometer
แบบฝึกหัด
ถูกหรือผิด: ในประโยค “The reservoir is almost two kilometers across.” across หมายถึงความกว้างของอ่างเก็บน้ำจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
บดจนกลายเป็นเศษซาก
pulverized to rubble หมายถึงถูกบดหรือทำให้แตกอย่างสิ้นเชิง จนวัสดุแข็งเดิมกลายเป็นเศษชิ้นส่วนจำนวนมาก ใน while bedrock is pulverized to rubble รูปประโยคถูกกระทำเน้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชั้นหินพื้นฐาน และไม่ได้ระบุแรงหรือผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น โครงสร้าง pulverize something to a result ใช้อธิบายการเปลี่ยนไปสู่สภาพสุดท้าย ในที่นี้ to นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่หรือจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายกำแพงที่ถูกบดจนหมดสภาพและกลายเป็นชิ้นส่วนแตกหักได้ดีที่สุด
- damaged — เสียหาย แต่ไม่จำเป็นต้องถูกทำลายทั้งหมด
- pulverized to rubble — ถูกบดจนหมดสภาพและกลายเป็นชิ้นส่วนแตกหัก
- reduced to rubble — พังเป็นเศษซาก โดยไม่เน้นกระบวนการบด
ดูคำตอบ
pulverized to rubble — ถูกบดจนหมดสภาพและกลายเป็นชิ้นส่วนแตกหัก
drag ในความหมายแรงต้านจากของไหล
ในที่นี้ drag คือแรงจากของไหลที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุผ่านของไหลนั้น ชั้นบรรยากาศสามารถสร้างแรงต้านอากาศพลศาสตร์ ซึ่งลดพลังงานจลน์และทำให้เศษวัสดุที่กำลังเคลื่อนที่ช้าลง เนื่องจากดวงจันทร์แทบไม่มีชั้นบรรยากาศ เศษวัสดุจึงแทบไม่พบแรงต้านอากาศ ในประโยคนี้ drag เป็นคำนามทางฟิสิกส์ ไม่ใช่การลากสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A cyclist crouches low to reduce drag,” คำว่า drag หมายถึงอะไร?
- แรงต้านจากของไหล เช่น อากาศ
- แรงระหว่างพื้นผิวของแข็งสองพื้นผิวที่สัมผัสกัน
- การลากสิ่งของไปตามพื้น
ดูคำตอบ
แรงต้านจากของไหล เช่น อากาศ
Much of the debris scattered never returns to the Moon,
4:50เศษซากที่กระจัดกระจายส่วนใหญ่จะไม่กลับมายังดวงจันทร์อีกเลย
flying off faster than escape velocity. การใช้คำ
4:53โดยพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่าความเร็วหลุดพ้น
escape velocity: ความเร็วเกณฑ์สำหรับหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วง
Escape velocity คือความเร็วต่ำสุดที่วัตถุต้องมี ณ ตำแหน่งหนึ่ง เพื่อหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงของวัตถุท้องฟ้าโดยไม่ใช้แรงขับเพิ่ม เป็นค่าเกณฑ์ทางฟิสิกส์ ไม่ใช่ความเร็วของการตั้งใจ “หลบหนี” ในที่นี้ เศษซากบางส่วนเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วหลุดพ้นของดวงจันทร์ แรงโน้มถ่วงจึงดึงมันกลับมายังพื้นผิวดวงจันทร์ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์วิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์: A probe coasting fast enough to escape a planet's gravitational pull without further propulsion has reached ____.
ดูคำตอบ
escape velocity
A flurry of micrometeorites have been cast off to explore the solar system,
4:56กลุ่มอุกกาบาตขนาดจิ๋วถูกเหวี่ยงออกไปเพื่อสำรวจระบบสุริยะ
rain down on: ตกลงสู่เป้าหมายเป็นจำนวนมาก
ในประโยคนี้ rain down on หมายถึง “ตกลงมาจากด้านบนสู่สถานที่หนึ่งเป็นจำนวนมากหรือต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว” ไมโครอุกกาบาตยังคงเป็นเศษหิน คำว่า rain บรรยายการเคลื่อนที่ลงอย่างหนาแน่น ไม่ได้หมายความว่ามันกลายเป็นน้ำ โครงสร้างคือ something + rain down on + target ประธานบอกสิ่งที่ตกลงมาหรือพุ่งเข้ามาซ้ำ ๆ และคำนามหลัง on บอกผู้รับหรือจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตกลงมาจากด้านบนสู่สถานที่หนึ่งเป็นจำนวนมาก”: After the explosion, small pieces of glass began to ____ the empty street.
ดูคำตอบ
rain down on
in the way: ขวางเส้นทาง
ในที่นี้ in the way หมายถึง “อยู่ในเส้นทางของบางสิ่งและมีแนวโน้มว่าจะขวางหรือถูกสิ่งนั้นชน” ดาวเทียม นักบินอวกาศ หรือสถานีอวกาศไม่ได้ตั้งใจสร้างปัญหา แต่ตำแหน่งของสิ่งนั้นทำให้อยู่ในเส้นทางของไมโครอุกกาบาต สำนวนนี้มักตามหลัง be: be in the way ใช้กล่าวถึงสิ่งกีดขวางทางกายภาพ หรือกล่าวอย่างกว้างขึ้นถึงสิ่งที่ขัดขวางความคืบหน้าได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in the way ในความหมายว่า “ขวางเส้นทางหรือการกระทำ”
- The bicycle is in the way of the garage door.
- The bicycle is on the way to the garage.
- In a way, the bicycle is easier to repair.
ดูคำตอบ
The bicycle is in the way of the garage door.
Micrometeorites are launched at many speeds and angles,
5:11อุกกาบาตจิ๋วถูกปล่อยออกมาด้วยความเร็วและมุมที่หลากหลาย
allowing them to spread all over the surface of the Moon.
5:14ทำให้พวกมันกระจายไปทั่วพื้นผิวของดวงจันทร์
they'll punch through our curious astronauts, กริยาวลี
5:19มันจะพุ่งทะลุร่างนักบินอวกาศผู้แสนสงสัยของเรา
punch through: ทะลุผ่านด้วยแรง
ในประโยคนี้ punch through หมายถึงเจาะทะลุบางสิ่งแล้วผ่านออกไปอีกด้านด้วยแรงมาก Like bullets เปรียบเทียบไมโครอุกกาบาตที่เคลื่อนที่เร็วกับวัตถุที่พุ่งชนและอาจทะลุร่างกายของนักบินอวกาศได้ คำกริยา punch เพิ่มความหมายเรื่องแรงกระแทกและแรงต้าน ส่วน through แสดงการเคลื่อนจากด้านหนึ่งของสิ่งกีดขวางไปยังอีกด้านหนึ่ง สำนวนนี้ยังใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าฝ่าอุปสรรคอย่างรุนแรงได้ด้วย
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายกระสุนที่พุ่งเข้าไปในวัสดุและทะลุผ่านด้วยแรงมาก
- go through
- move through
- punch through
ดูคำตอบ
punch through
is drawn in: อากาศถูกดึงเข้าไปด้านใน
ในที่นี้ is drawn in เป็นรูปประโยคถูกกระทำของ draw in หมายถึงอากาศที่เย็นกว่าถูกดึงเข้าหาอากาศร้อนที่กำลังลอยขึ้นและไหลเข้าไปในพื้นที่รอบ ๆ การใช้รูปถูกกระทำทำให้ cooler air เป็นประธาน และเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับอากาศมากกว่าว่าใครหรืออะไรเป็นสาเหตุของการเคลื่อนที่ Draw in ใช้อธิบายอากาศ ควัน ของเหลว หรือกระแสอื่น ๆ ที่ถูกดึงเข้าไปในระบบหรือพื้นที่ที่กำลังเคลื่อนที่ ในกระบวนการนี้ อากาศที่ไหลเข้ามาช่วยสร้างรูปร่างของกลุ่มเมฆที่ลอยขึ้น ไม่ได้หมายถึงการวาดรูป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ is drawn in เพื่ออธิบายอากาศที่ถูกดึงเข้าไปในกระบวนการ
- Fresh air is drawn in through the vent as the fire grows.
- The driver pulls in beside the curb.
- The artist draws in a tree with a pencil.
ดูคำตอบ
Fresh air is drawn in through the vent as the fire grows.
“well, you know by now,”: คำบอกใบ้ถึงความรู้ร่วมกัน
ในประโยคนี้ well ทำให้เกิดช่วงหยุดสั้น ๆ ก่อนผู้บรรยายจะสรุปความคิด จึงช่วยให้การเปลี่ยนเข้าสู่บทสรุปฟังดูเป็นธรรมชาติแบบภาษาพูด ไม่ห้วนเกินไป you know by now หมายความว่าผู้ฟังได้ยินข้อมูลก่อนหน้านี้มามากพอที่จะเดาคำตอบได้เองแล้ว เป็นการบอกอย่างเป็นกันเองว่าเรามีความรู้ร่วมกัน ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังยังจำได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
well, you know by now ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจในคำตอบ
- ตรวจสอบว่าผู้ฟังรู้คำตอบหรือไม่
- บอกว่ามีความรู้ร่วมกันและหลีกเลี่ยงการอธิบายสิ่งที่อธิบายไปแล้วซ้ำ
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ
บอกว่ามีความรู้ร่วมกันและหลีกเลี่ยงการอธิบายสิ่งที่อธิบายไปแล้วซ้ำ
“no atmosphere, no mushroom.”: โครงสร้างเหตุและผลแบบย่อ
“No atmosphere, no mushroom” เป็นโครงสร้างเหตุและผลที่ย่อให้สั้นลง วลีคำนามส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่ขาดหายไป ส่วนที่สองบอกผลลัพธ์ที่จึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ การใช้ no ซ้ำทำให้ความสัมพันธ์ฟังดูตรงไปตรงมาและมีจังหวะ ในที่นี้ mushroom ย่อมาจาก mushroom cloud เพราะคำอธิบายรอบ ๆ ได้ทำให้ความหมายนี้ชัดเจนแล้ว ประโยคนี้เป็นบทสรุปภาษาพูดที่สั้นและหนักแน่น ไม่ใช่ประโยคทางการที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ no X, no Y แบบเดียวกันเพื่อสรุปเงื่อนไขและผลลัพธ์อย่างชัดเจน
- Practice is not the same as progress.
- No practice, no progress.
- Because practice is useful, progress is possible.
- No practicing, progress not.
ดูคำตอบ
No practice, no progress.
the cooler it becomes and the less energy it has to make interesting or terrifying things happen.
5:43มันก็จะยิ่งเย็นลง และมีพลังงานน้อยลงที่จะทำให้เกิดสิ่งที่น่าสนใจหรือน่าหวาดกลัว
โครงสร้าง The larger ..., the cooler ... และ the less energy ...
โครงสร้าง the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อปริมาณแรกเปลี่ยน ปริมาณที่สองก็เปลี่ยนตามไปด้วย ในที่นี้ ยิ่งพลาสมามีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งเย็นลง สามารถเติมผลลัพธ์ที่สองด้วย and ได้: the less energy it has คำว่า the ทั้งสามตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของการเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงกัน ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแนวโน้ม แต่ตัวโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันด้วยวลีขั้นกว่าตามที่ high → cold กำหนด: ____ we climb, ____ the air becomes.
ดูคำตอบ
The higher · the colder
ความหมายตรงตัวและเชิงเปรียบเทียบของ pulling the trigger
ในที่นี้ pulling the trigger ใช้ตามความหมายตรงตัว คือการใช้ไกของอาวุธเพื่อให้อาวุธเริ่มทำงาน บริบทเกี่ยวกับอาวุธเป็นตัวกำหนดความหมาย ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ pull the trigger ซึ่งมักตามด้วย on something หมายถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้วเริ่มหรืออนุมัติการกระทำ ทั้งสองความหมายมีแนวคิดร่วมกันคือการกระทำที่เด็ดขาดและก่อให้เกิดผลตามมา
แบบฝึกหัด
pulling the trigger หมายถึงอะไรในบริบทเกี่ยวกับอาวุธของประโยคต้นฉบับ?
- หยุดไม่ให้อาวุธทำงาน
- เพียงเสนอความเห็นแบบสบาย ๆ โดยไม่ลงมือทำ
- ทำให้อาวุธเริ่มทำงานด้วยการใช้ไก
ดูคำตอบ
ทำให้อาวุธเริ่มทำงานด้วยการใช้ไก
flickering to life: กะพริบสว่างขึ้นราวกับมีชีวิต
วลี “flickering to life” บรรยายแสงที่เริ่มส่องสว่างแบบไม่คงที่และกะพริบไปมา “Flickering” บอกลักษณะที่แสงปรากฏ ส่วน “to life” ทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นดูราวกับว่าบางสิ่งกำลังตื่นขึ้น ในที่นี้ไม่มีสิ่งใดมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ รูปแบบ “กริยาบอกลักษณะ + to life” สามารถบรรยายอย่างเห็นภาพว่าไฟ หน้าจอ เปลวไฟ หรือเครื่องจักรเริ่มทำงาน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าหน้าจอเริ่มทำงานโดยมีแสงกะพริบไม่คงที่: After I pressed the power button, the old display ____.
ดูคำตอบ
flickered to life
only to fade out right away: แต่กลับจางหายไปทันที
โครงสร้าง “Only to + กริยา” นำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาในฐานะผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด มีความย้อนแย้ง หรือน่าผิดหวัง ในประโยคนี้ แสงปรากฏเหมือนดาวดวงใหม่ แต่จากนั้นก็หรี่ลงและหายไปทันที กริยารูป infinitive นี้แสดงผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดประสงค์ กล่าวคือ แสงที่เหมือนดาวไม่ได้ปรากฏขึ้นเพื่อที่จะจางหาย “Fade out” หมายถึงค่อย ๆ สว่างน้อยลงหรือสังเกตเห็นได้น้อยลงจนหายไป ส่วน “right away” แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นทันที
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสองคำที่แสดงผลลัพธ์อันไม่คาดคิด: Lena hurried to the station, ____ discover that the train had already left.
ดูคำตอบ
only to
A spark, and then nothing: ส่วนของประโยคเล่าเรื่องที่สร้างจังหวะน่าตื่นเต้น
"A spark" และ "then nothing" เป็นส่วนของประโยคที่ตั้งใจละคำกริยาไว้ บริบทช่วยให้เข้าใจส่วนที่หายไปได้ว่า มีประกายไฟเกิดขึ้น แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้เห็นอีก ส่วนสั้นสองช่วงนี้จัดเหตุการณ์เป็นการปรากฏขึ้นแล้วตามด้วยการหายไป จังหวะที่สั้นและขาดเป็นช่วงทำให้การเปลี่ยนแปลงดูฉับพลัน และเน้นว่าประกายไฟปรากฏอยู่เพียงครู่เดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดจงใจใช้ส่วนของประโยคเพื่อสร้างจังหวะการปรากฏขึ้นแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
- Flashes and darkness are common at night.
- One flash, and then darkness.
- The flash appeared after the room was dark.
ดูคำตอบ
One flash, and then darkness.
As the cloud of tiny debris reaches far above the surface of the Moon,
6:02เมื่อกลุ่มเมฆเศษซากขนาดจิ๋วลอยขึ้นไปสูงเหนือพื้นผิวดวงจันทร์
giving it an eerie beauty for anyone left to observe the spectacle.
6:08ทำให้เกิดความงามที่น่าขนลุกแก่ใครก็ตามที่ยังเหลืออยู่เพื่อเฝ้ามองดูปรากฏการณ์นี้
What about the Moon's orbit?: การย้อนกลับไปยังหัวข้อที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
"What about + นามวลี?" ใช้ยกหัวข้อนั้นขึ้นมาให้ผู้ฟังสนใจ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังย้อนกลับไปยังประเด็นก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือวงโคจรของดวงจันทร์ แล้วบอกสถานะของมันต่อทันที รูปแบบนี้มักเป็นคำเปลี่ยนเรื่องแบบกระชับ หลังจากจัดการคำถามหนึ่งแล้ว สามารถใช้เพื่อเข้าสู่คำถามที่เกี่ยวข้องอีกข้อหรือตรวจสอบหัวข้อที่ยังไม่ได้พูดถึง ตัวรูปแบบเองไม่ได้แสดงการคัดค้าน
แบบฝึกหัด
การรายงานความคืบหน้าโครงการกล่าวถึงต้นทุนและบุคลากรแล้ว แต่ยังไม่กล่าวถึงเวลา ประโยคใดยกหัวข้อที่ตกหล่นขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What about the schedule?
- What does the word schedule mean?
- The schedule is already final.
ดูคำตอบ
What about the schedule?
Trying to move the Moon with a nuke is like trying to move a truck by blowing on it. สำนวน
6:18การพยายามเคลื่อนดวงจันทร์ด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ก็เหมือนการพยายามเลื่อนรถบรรทุกด้วยการเป่าลมใส่มัน
การเปรียบเทียบด้วย A is like B
โครงสร้าง A is like B ใช้สร้างการเปรียบเทียบ โดยอธิบาย A ผ่านการเทียบกับ B ที่คุ้นเคยกว่า ในประโยคนี้ การพยายามเคลื่อนดวงจันทร์ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถูกเปรียบกับการพยายามเป่ารถบรรทุกให้เคลื่อนที่ สิ่งที่เปรียบเทียบคือความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างแรงกับวัตถุ ไม่ได้หมายความว่าดวงจันทร์กับรถบรรทุกคล้ายกันทุกด้าน ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจได้ทันทีว่า “ความพยายามนั้นแทบไม่มีผล”
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้าง A is like B: Trying to cool the whole house with one ice cube ____ trying to empty a lake with a spoon.
ดูคำตอบ
is like
โครงสร้างยอมรับก่อนโต้แย้ง may be ..., but ...
โครงสร้าง may be X, but Y เริ่มจากยอมรับ X ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนความสนใจไปยัง Y ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่าการระเบิดนิวเคลียร์มีขนาดใหญ่ ก่อนจะเน้นว่าอวกาศมีขนาดใหญ่กว่ามาก may be ในที่นี้แสดงการยอมรับก่อนโต้แย้ง มีความหมายใกล้เคียงกับ “ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น” หรือ “จริงอยู่ว่าเป็นเช่นนั้น” ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดสงสัยจริง ๆ ว่าการระเบิดนิวเคลียร์มีขนาดใหญ่หรือไม่ ข้อสรุปหลักอยู่ในอนุประโยคหลัง but
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างยอมรับก่อนโต้แย้ง may be ..., but ...: The route ____ shorter, ____ it is much steeper.
ดูคำตอบ
may be · but
Our mighty explosion just leaves another crater,
6:27การระเบิดอันทรงพลังของเราเพียงแค่ทิ้งหลุมอุกกาบาตไว้อีกหลุมหนึ่ง
anyone on the Moon will continue to not enjoy themselves. น้ำเสียง/เจตนา
6:33ใครก็ตามที่อยู่บนดวงจันทร์จะยังคงไม่สนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
การกล่าวให้เบากว่าความจริงใน “continue to not enjoy themselves”
Continue to not enjoy themselves ตามตัวอักษรหมายถึงผู้คนจะยังคงพบกับประสบการณ์ที่ไม่น่าเพลิดเพลิน แต่ในบริบทรอบข้าง พวกเขาต้องเผชิญกับรังสีอันตรายถึงชีวิต แผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ และการพุ่งชน ดังนั้นถ้อยคำที่เบานี้จึงจงใจลดความรุนแรงลงไปมากเมื่อเทียบกับความจริง นี่คือการกล่าวให้เบากว่าความจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขันแบบมืดมนและหน้าตาย ผู้บรรยายไม่ได้พูดถึงความผิดหวังเล็กน้อย ช่องว่างระหว่างถ้อยคำสงบกับอันตรายร้ายแรงสื่อถึงการประชด และทำให้คุณอนุมานว่าสถานการณ์จริงเลวร้ายเพียงใด
แบบฝึกหัด
continue to not enjoy themselves มีผลหลักอย่างไรในประโยคนี้?
- ผู้บรรยายบอกว่าผู้คนแค่เบื่อนิดหน่อย
- ผู้บรรยายจงใจกล่าวถึงสถานการณ์ที่อันตรายมากให้ดูเบาลง
- ผู้บรรยายรับรองว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไม่ช้า
ดูคำตอบ
ผู้บรรยายจงใจกล่าวถึงสถานการณ์ที่อันตรายมากให้ดูเบาลง
The material that ends up raining back to the Moon is radioactive, ไวยากรณ์
6:36สสารที่ตกลงมายังดวงจันทร์ในท้ายที่สุดนั้นมีกัมมันตภาพรังสี
End up + -ing ใน “ends up raining back”
End up + -ing ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์นั้นไม่ใช่แผนเดิมหรือยังไม่ชัดเจนในตอนเริ่มต้น ในที่นี้ ends up raining back หมายความว่าหลังจากเคลื่อนที่ผ่านอวกาศ สสารบางส่วนก็ตกกลับไปยังดวงจันทร์เป็นชิ้นส่วนจำนวนมากในที่สุด รูป -ing ระบุการกระทำที่เป็นผลลัพธ์: end up raining ส่วน back เพิ่มความหมายว่ากลับไปยังดวงจันทร์ และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้าง end up โดย end up ไม่ได้หมายถึง “หยุดเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน”
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ end up และคำกริยา wait ให้สมบูรณ์: The bus never came, so we ____ for an hour.
ดูคำตอบ
ended up waiting
wash it away: พัดพาบางสิ่งออกไปด้วยน้ำไหล
ใน wash it away คำว่า wash away เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หมายถึงการพัดพาหรือกำจัดบางสิ่งด้วยน้ำที่ไหล เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ต้องวาง it ไว้ระหว่าง wash กับ away โดยใช้ wash it away ไม่ใช่ wash away it ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวถึงกระบวนการทำความสะอาดตามธรรมชาติที่ดวงจันทร์ไม่มี คำว่า away เน้นผลลัพธ์ว่า สสารกัมมันตรังสีถูกพาออกจากพื้นผิว ไม่ใช่เพียงถูกล้างแต่ยังอยู่ที่เดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย wash away และวางสรรพนามในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ: The hose loosened the dirt, so use more water to ____.
ดูคำตอบ
wash it away
will have decayed: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วภายในเวลาในอนาคต
Will have decayed เป็นรูป future perfect ซึ่งมีโครงสร้าง will have + กริยาช่องที่สาม รูปนี้มองไปยังจุดอ้างอิงในอนาคต ซึ่งในที่นี้คือประมาณหนึ่งปีข้างหน้า และแสดงว่าการลดลงถึงระดับที่ระบุจะเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วเมื่อถึงเวลานั้น Decay กล่าวถึงกระบวนการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประโยคนี้คาดการณ์ว่ารังสีส่วนที่รุนแรงที่สุดจะลดลงถึงระดับที่ใกล้เคียงกับรังสีคอสมิกตามธรรมชาติภายในเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่ารังสีหรือการปนเปื้อนทั้งหมดจะหายไป
แบบฝึกหัด
เติมรูป future perfect ของ decay ให้สมบูรณ์: By next summer, the radioactive material ____ substantially.
ดูคำตอบ
will have decayed
using the Moon as a nuclear test ground kind of ruins it for everyone น้ำเสียง/เจตนา
7:01แต่การใช้ดวงจันทร์เป็นสถานที่ทดลองนิวเคลียร์ มันเหมือนกับการทำลายโอกาสของทุกคน
trying to spend some time there or to build something useful.
7:05ที่พยายามจะไปใช้เวลาอยู่ที่นั่น หรือสร้างสิ่งที่มีประโยชน์
can say with confidence that:การเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับอย่างมั่นใจ
can say with confidence that ใช้นำหน้าข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่ามีหลักฐานรองรับอย่างดี ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับปฏิกิริยาของดวงจันทร์ดูเป็นผลจากการวิเคราะห์ก่อนหน้า ไม่ใช่การคาดเดา with confidence แสดงระดับความมั่นใจสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์ในความหมายทางคณิตศาสตร์หรือกฎหมาย เหมาะเมื่ออยากพูดอย่างมั่นใจแต่ยังยอมรับได้ว่าอาจต้องปรับข้อสรุปหากมีหลักฐานใหม่
แบบฝึกหัด
เมื่อหลักฐานมีน้ำหนักมาก แต่ไม่ได้ต้องการนำเสนอข้อสรุปว่าแน่นอนอย่างเด็ดขาด วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้ Based on the repeated measurements, we ___ the bridge is safe to use.
- think that
- can guarantee that
- know that
- can say with confidence that
ดูคำตอบ
can say with confidence that
kind of ruins it:ใช้ภาษาพูดเพื่อทำให้คำวิจารณ์นุ่มนวลลง
ในที่นี้ kind of อยู่หน้าคำกริยา ruins และเป็นคำพูดไม่เป็นทางการที่ช่วยลดระดับความหนักแน่นของข้อความ ทำให้ข้อกล่าวอ้างไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป หมายความว่า การใช้ดวงจันทร์เป็นสนามทดสอบนิวเคลียร์จะทำให้ประโยชน์ของดวงจันทร์สำหรับผู้ที่อยากไปเยี่ยมชมหรือสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่นั่นเสียหายไปในทางใดทางหนึ่งหรือในระดับหนึ่ง คำที่ช่วยลดความหนักแน่นนี้ไม่ได้หมายความว่าความเสียหายมีน้อยเสมอไป เนื่องจากผลที่ตามมาในบริบทนี้ร้ายแรง การพูดแบบลดทอนว่า kind of ruins it จึงสร้างการวิจารณ์เชิงประชดแบบแห้ง ๆ คือพูดเหมือนเว้นระยะไว้ แต่จริง ๆ แล้วยังคงวิจารณ์อย่างรุนแรง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "I kind of agree with the proposal" คำว่า kind of ทำหน้าที่อะไร
- ทำให้ประโยคเป็นทางการและเหมาะกับสัญญาทางกฎหมาย
- บอกว่าผู้พูดเห็นด้วยอย่างสมบูรณ์และไม่มีข้อสงสัย
- บอกประเภทของข้อเสนอ
- ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความและเปิดที่ไว้สำหรับข้อสงวนบางส่วน
ดูคำตอบ
ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความและเปิดที่ไว้สำหรับข้อสงวนบางส่วน
Maybe we should just not do that: การปฏิเสธที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น
“Maybe we should just not do that” มีรูปเป็นคำแนะนำ แต่ในประโยคนี้สื่อข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่เสนอไว้ ซึ่งก็คือการทดสอบนิวเคลียร์บนดวงจันทร์ maybe ช่วยลดความแข็งของจุดยืน should ทำให้แนวคิดนั้นเป็นคำแนะนำร่วมกัน และ just ทำให้การไม่ทำดูเป็นทางเลือกที่ง่ายและชัดเจน เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้ทำให้เกิดการพูดแบบลดน้ำหนักที่สุภาพ แบบหน้าตาย หรือมีอารมณ์ขัน บริบทจึงสำคัญ เพราะ maybe ไม่จำเป็นต้องแปลว่าผู้พูดลังเลจริง แต่อาจใช้ทำให้การปฏิเสธที่หนักแน่นฟังดูไม่แข็งกร้าว
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดน่าจะต้องการสื่อความหมายใดมากที่สุด
- เราควรทำ แต่ทำเพียงครั้งเดียว
- เราควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น คำที่ช่วยผ่อนน้ำหนักทำให้ข้อสรุปฟังดูเบาลง
- ฉันตัดสินใจไม่ได้จริง ๆ ว่าการทำแบบนั้นเป็นความคิดที่ดีหรือไม่
ดูคำตอบ
เราควรหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น คำที่ช่วยผ่อนน้ำหนักทำให้ข้อสรุปฟังดูเบาลง