เมื่อไหร่ที่ควรใช้ 'shall' ในภาษาอังกฤษยุคใหม่ - มินิคลาสเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
215 คำ 187 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนนี้เปรียบเทียบ shall แบบเก่าที่ใช้พูดถึงอนาคตกับสองหน้าที่ที่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษปัจจุบัน ได้แก่ การเสนอตัวทำบางอย่างด้วย I และการเสนอแผนที่จะทำร่วมกันด้วย we ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. shall go — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่ารูปอนาคตนี้พบได้ในวรรณกรรมเก่าและเทพนิยาย โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ will go คุณจึงแยกแยะน้ำเสียงเชิงวรรณกรรม เป็นทางการ หรือล้าสมัยได้ และไม่ใช้เป็นรูปปกติเมื่อต้องพูดถึงอนาคตในบทสนทนาประจำวัน 2. shall I help you?" — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: ใช้ Shall I…? เพื่อเสนอตัวช่วยอย่างสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อเห็นความต้องการตรงหน้า รูปคำถามที่ใช้บุรุษที่หนึ่งเอกพจน์ช่วยให้คุณเสนอความช่วยเหลือได้โดยไม่ฟังดูบังคับหรือทึกทักไปก่อนว่าอีกฝ่ายต้องการให้ช่วย 3. "Shall we meet — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: ใช้ Shall we…? เพื่อเสนอการนัดหมายหรือกิจกรรมร่วมกัน เช่น การกำหนดเวลาและสถานที่พบกัน คุณจะแยกข้อเสนอที่เปิดให้ตัดสินใจร่วมกันออกจากการคาดการณ์อนาคตทั่วไป และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายมีส่วนกำหนดแผนได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You shall go to the ball.

0:00

เธอจะได้ไปงานเต้นรำ

Lots of my students have been asking me ไวยากรณ์

0:08

นักเรียนหลายคนมักจะถามฉันว่า

if they can use the word shall ไวยากรณ์

0:10

พวกเขาสามารถใช้คำว่า shall

to talk about the future.

0:12

เพื่อพูดถึงอนาคตได้ไหม

ไวยากรณ์

have been asking me: การถามที่ดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำจนถึงตอนนี้

วลี have been asking อยู่ในรูป present perfect continuous: have + been + คำกริยา-ing วลีนี้บอกว่าการถามเริ่มขึ้นไม่นานมานี้และดำเนินต่อมา หรือเกิดซ้ำ ๆ จนถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกถึงรูปแบบการถามที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่คำถามเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาอดีตที่จบไปแล้ว me ระบุคนที่ได้รับคำถาม ใช้รูปนี้เมื่อสิ่งสำคัญคือกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าการถามดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำจนถึงตอนนี้

  1. My classmates have been asking about the trip all week.
  2. My classmates asked about the trip once last year.
  3. My classmates will ask about the trip tomorrow.
ดูคำตอบ

My classmates have been asking about the trip all week.

ไวยากรณ์

if they can use: คำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ที่ฝังอยู่ในประโยค

เมื่ออยู่หลัง ask คำว่า if จะนำคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ที่ฝังอยู่ในประโยค และมีความหมายว่า “ว่า...หรือไม่” ไม่ใช่ “ถ้า” ที่บอกเงื่อนไข คำถามที่ฝังอยู่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: if + ประธาน + กริยาช่วยหรือกริยา ดังนั้น if they can use จึงถูกต้อง ส่วน Can they use...? เป็นลำดับคำของคำถามตรงและใช้เมื่อคำถามอยู่เป็นประโยคเดี่ยว รูปแบบคำถามฝังแบบเดียวกันนี้ใช้หลังคำกริยาอย่าง check และ wonder ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฝังคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่หลัง asks ได้ถูกต้อง

  1. She asks me if can I help.
  2. She asks me if I can help.
  3. She asks me whether can I help.
ดูคำตอบ

She asks me if I can help.

And the answer is,

0:14

และคำตอบก็คือ

you can,

0:15

คุณใช้ได้

but nobody really does anymore. ไวยากรณ์

0:16

แต่ไม่มีใครเขาทำกันแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

nobody really does anymore: ใช้ does เพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ

ในประโยคนี้ does ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้ว คือ use shall to talk about the future หรือการใช้ shall เพื่อพูดถึงอนาคต โดยเป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ไม่ใช่กริยาหลักที่มีความหมายใหม่ เนื่องจาก nobody ถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้ does nobody ทำให้อนุประโยคมีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ส่วน anymore เพิ่มความหมายว่าเคยทำสิ่งนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป เมื่อนำมารวมกัน nobody really does anymore จึงหมายความว่า แม้จะทำได้ แต่ปัจจุบันแทบไม่มีใครใช้ shall แบบนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายความหมายของ nobody really does anymore ในบริบทนี้ได้ครบถ้วน?

  1. Nobody really answers questions about shall anymore.
  2. Nobody really uses shall to talk about the future anymore.
  3. Nobody really knows what shall means anymore.
ดูคำตอบ

Nobody really uses shall to talk about the future anymore.

In this mini English lesson,

0:18

ในบทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ นี้

I'm going to tell you the two situations ไวยากรณ์

0:19

ฉันจะบอกคุณถึง 2 สถานการณ์

where you can use shall nowadays.

0:21

ที่คุณสามารถใช้ shall ได้ในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

I'm going to tell: เกริ่นถึงสิ่งที่วางแผนจะทำ

I'm going to tell ใช้โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าผู้พูดมีแผนหรือตั้งใจจะบอกบางอย่างแก่ผู้ฟังต่อจากนี้ คำว่า going ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางหรือเคลื่อนที่ เมื่อใช้ตอนเริ่มบทเรียน วิดีโอ หรือการพูด โครงสร้างนี้จะเกริ่นว่าผู้พูดกำลังจะทำอะไรต่อไป ใน tell you คำว่า you ระบุคนที่รับข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกริ่นของผู้พูดหนึ่งคนให้สมบูรณ์ โดยใช้รูปย่อของ I am กับ going to + tell: First, ____ you how the game works.

ดูคำตอบ

I'm going to tell

ไวยากรณ์

situations where you can use shall: where หลังคำนามนามธรรม

ใน situations where you can use shall คำว่า where นำหน้าอนุประโยคขยายคำนามที่อธิบายว่าใช้ shall ได้ในสถานการณ์ใด อนุประโยคนี้เพิ่มเงื่อนไขหรือบริบทที่กำหนดสถานการณ์เหล่านั้นให้กับ situations where ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง ภาษาอังกฤษยังใช้ where หลังคำนามนามธรรมอย่าง situation, case หรือ stage เพื่อสื่อว่า “ในสถานการณ์ กรณี หรือช่วงนั้น” ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: We sometimes face situations ___ the usual rule does not apply.

  1. who
  2. where
  3. when
ดูคำตอบ

where

Shall we begin? น้ำเสียง/เจตนา

0:24

เรามาเริ่มกันเลยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Shall we begin?: การเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกันอย่างสุภาพ

Shall we + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน Shall we begin? เป็นการเชิญทุกคนให้เริ่มอย่างสุภาพ shall ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อคาดการณ์อนาคต ส่วน begin คงรูปพื้นฐานไว้หลังคำกริยาช่วย shall

แบบฝึกหัด

ใช้ Shall we เพื่อเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกันอย่างสุภาพ: ____ begin?

ดูคำตอบ

Shall we

You have probably seen shall in old stories ไวยากรณ์

0:25

คุณอาจจะเคยเห็น shall ในนิทานเก่าๆ

to talk about the future.

0:28

เพื่อพูดถึงอนาคต

ไวยากรณ์

have probably seen shall: ประสบการณ์ที่น่าจะเคยเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

have seen เป็นรูป present perfect ในที่นี้ การเห็น shall ถูกนำเสนอว่าเป็นประสบการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ก่อนถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้เน้นเวลาที่แน่นอนในอดีต shall เป็นกรรมของ seen หรือสิ่งที่ถูกเห็น probably แสดงว่าผู้พูดคิดว่าประสบการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้น แต่ไม่แน่นอน คำนี้อยู่ระหว่างกริยาช่วย have กับกริยาช่องสาม seen และทั้งวลีเชื่อมประสบการณ์ในอดีตที่ผู้ฟังน่าจะเคยมีกับคำอธิบายถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย present perfect และ probably เพื่อแสดงประสบการณ์ที่น่าจะเคยเกิดขึ้นก่อนถึงตอนนี้: You ____ this sign before.

ดูคำตอบ

have probably seen

For example,

0:30

ตัวอย่างเช่น

if you read a book by Jane Austen or Charles Dickens, โน้ต

0:30

ถ้าคุณอ่านหนังสือของ Jane Austen หรือ Charles Dickens

วัฒนธรรม

Jane Austen หรือ Charles Dickens: ชื่อที่บ่งบอกภาษาอังกฤษเชิงวรรณกรรมสมัยเก่า

Jane Austen และ Charles Dickens เป็นนักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง นวนิยายของทั้งคู่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของวรรณกรรมอังกฤษจากยุคก่อน ในที่นี้ ชื่อของทั้งคู่ใช้เป็นเครื่องหมายทางวัฒนธรรมที่ชวนให้นึกถึงภาษาอังกฤษเชิงวรรณกรรมสมัยเก่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นวนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่งานเขียนแบบนี้อาจมีรูปอย่าง shall ซึ่งอาจฟังเป็นภาษาเชิงวรรณกรรมหรือล้าสมัยในการสนทนาทั่วไปในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ทำไมจึงกล่าวถึง Jane Austen และ Charles Dickens ในที่นี้?

  1. ทั้งคู่เป็นตัวละครวิเศษที่ช่วยซินเดอเรลลา
  2. ทั้งคู่เป็นตัวอย่างของบทสนทนาแบบสบาย ๆ ในปัจจุบัน
  3. ทั้งคู่เป็นตัวแทนของนักเขียนคลาสสิกและภาษาอังกฤษเชิงวรรณกรรมสมัยเก่า
ดูคำตอบ

ทั้งคู่เป็นตัวแทนของนักเขียนคลาสสิกและภาษาอังกฤษเชิงวรรณกรรมสมัยเก่า

or if you watch an old fairy story

0:33

หรือถ้าคุณดูนิทานปรัมปราเก่าๆ

where the fairy godmother says to Cinderella, วัฒนธรรม

0:36

ที่นางฟ้าแม่ทูนหัวพูดกับซินเดอเรลล่าว่า

ไวยากรณ์

if you read ... or if you watch: สองสถานการณ์ที่มีโครงสร้างขนานกัน

if you read ... และ if you watch ... เป็นอนุประโยค if สองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกันและเชื่อมด้วย or การใช้ if ซ้ำหลัง or ทำให้ตัวเลือกทั้งสองมีโครงสร้างที่ชัดเจนเหมือนกัน ในที่นี้ if หมายถึง "ในกรณีที่อาจเกิดขึ้น" และช่วยให้ผู้พูดลำดับสถานการณ์ที่อาจพบ shall แบบเก่า เป็นการกล่าวถึงความเป็นไปได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เงื่อนไขทางตรรกะที่ซับซ้อน

แบบฝึกหัด

เติมสถานการณ์สองแบบที่มีโครงสร้างขนานกัน โดยใช้ if กับกริยา read และ watch: ____ the guide, or ____ the video, you'll know what to do.

ดูคำตอบ

If you read · if you watch

วัฒนธรรม

fairy godmother: ผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์ในเทพนิยาย

ในเทพนิยาย fairy godmother คือผู้หญิงที่มีเวทมนตร์และปรากฏตัวเพื่อช่วยตัวละครหลัก ในที่นี้หมายถึงตัวละครที่ช่วยซินเดอเรลลา และนำไปสู่ฉากงานเต้นรำที่คนทั่วไปรู้จัก คำว่า godmother เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจหมายถึงบุคคลจริงที่มีบทบาทพิเศษในชีวิตของเด็ก เมื่อเติม fairy เข้าไป จึงกลายเป็นบทบาทผู้ช่วยที่มีเวทมนตร์ในเทพนิยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึงผู้ช่วยหญิงที่มีเวทมนตร์ในเทพนิยาย: In the story, the heroine's ____ arrives to help her.

ดูคำตอบ

fairy godmother

"You shall go to the ball." การใช้คำ

0:38

"เธอจะได้ไปงานเต้นรำ"

การใช้คำ

shall go: การบอกอนาคตแบบเก่าและการรับรองอย่างหนักแน่น

ในประโยคจากเทพนิยายนี้ shall go กล่าวถึงอนาคตคล้ายกับ will go แต่เมื่อ shall ใช้กับ you ก็ยังทำให้คำพูดฟังดูหนักแน่นและเป็นทางการด้วย นางฟ้าแม่ทูนหัวกำลังรับรองกับซินเดอเรลลาว่าจะทำให้เธอไปงานเต้นรำได้ การใช้แบบนี้ช่วยให้เข้าใจเรื่องเล่าเก่า ๆ และคำพูดที่ตั้งใจให้ดูสง่างามหรือน่าทึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีปกติในการพูดถึงอนาคตของผู้อื่นอย่างเป็นกลางในบทสนทนาทั่วไปสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าประโยคนี้เป็นธรรมชาติในบริบทที่กำหนดหรือไม่ ในบทสนทนาทั่วไปสมัยใหม่เกี่ยวกับแผนของวันพรุ่งนี้ มีคนพูด 'You shall go to the party tomorrow' เพื่อบอกอนาคตอย่างเป็นกลาง

  1. เป็นธรรมชาติในสถานการณ์นั้น
  2. ไม่เป็นธรรมชาติในสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ

ไม่เป็นธรรมชาติในสถานการณ์นั้น

This is the future.

0:42

นี่คืออนาคต

But we don't use it very often like that now. การใช้คำ

0:43

แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยได้ใช้แบบนั้นแล้ว

การใช้คำ

don't use it very often like that now: ใช้ได้ไม่ได้แปลว่าใช้กันทั่วไป

ในที่นี้ it หมายถึง shall และ like that หมายถึงการใช้ shall เพื่อบอกอนาคตแบบทั่วไป ประโยคนี้เพิ่มข้อจำกัดสำคัญว่า รูปแบบนี้มีอยู่ในภาษาอังกฤษได้ แต่ปัจจุบันคนทั่วไปไม่ได้ใช้ในลักษณะนั้นบ่อยนัก Don't ... very often หมายถึง “ไม่บ่อยนัก” ไม่ได้หมายถึง “ไม่เคย” “เป็นไปไม่ได้” หรือ “ผิดไวยากรณ์” โดยทั่วไป เมื่อมีคนอธิบายรูปแบบภาษา ความถี่ในการใช้และรูปแบบภาษาปัจจุบันก็สำคัญพอ ๆ กับความเป็นไปได้ทางไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

'we don't use it very often like that now' บอกอะไรเกี่ยวกับการใช้ shall ที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้

  1. นี่คือตัวเลือกปกติในการสนทนาสมัยใหม่
  2. การใช้แบบนี้เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงในภาษาอังกฤษ
  3. การใช้แบบนี้เป็นไปได้ แต่ไม่ค่อยพบในภาษาอังกฤษปัจจุบัน
ดูคำตอบ

การใช้แบบนี้เป็นไปได้ แต่ไม่ค่อยพบในภาษาอังกฤษปัจจุบัน

We use shall for offers or suggestions. การใช้คำ

0:46

เราใช้ shall สำหรับการเสนอความช่วยเหลือหรือการชักชวน

การใช้คำ

shall for offers or suggestions: การเสนอตัวและการเสนอแนะ

ในที่นี้ shall มีหน้าที่เชิงโต้ตอบสองแบบ คือ การเสนอตัวทำบางอย่างและการเสนอแนะ Shall I + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามว่าผู้พูดควรทำบางอย่างหรือไม่ ซึ่งมักเป็นการช่วยอีกฝ่าย ส่วน Shall we + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดกับคนอื่นทำบางอย่างร่วมกัน คำถามเหล่านี้ไม่ได้เพียงบอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ชวนให้ผู้ฟังตอบรับ ปฏิเสธ หรือตอบสนองต่อการกระทำที่เสนอ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายการใช้ shall ทั้งสองแบบได้ถูกต้อง

  1. Shall they open the window? — อนาคตแบบกลาง ๆ ในภาษาทั่วไป; Shall we sit outside? — เหตุการณ์ในอดีต
  2. Shall I open the window? — การเสนอตัว; Shall we sit outside? — การเสนอแนะ
  3. Shall I open the window? — การคาดการณ์; Shall we sit outside? — คำสั่ง
ดูคำตอบ

Shall I open the window? — การเสนอตัว; Shall we sit outside? — การเสนอแนะ

It's always used with the first person. การใช้คำ

0:49

มันมักจะใช้กับบุรุษที่ 1 เสมอ

การใช้คำ

the first person: บุรุษที่หนึ่ง I และ we

the first person เป็นคำศัพท์ทางไวยากรณ์ที่หมายถึงผู้พูด I คือบุรุษที่หนึ่งเอกพจน์ และ we คือบุรุษที่หนึ่งพหูพจน์ ไม่ได้หมายถึงคนที่มาก่อนเป็นคนแรก ในรูปแบบ shall ที่อธิบายในที่นี้ ประธานบุรุษที่หนึ่งทำให้เกิด Shall I...? สำหรับการเสนอตัว และ Shall we...? สำหรับการเสนอแนะ

แบบฝึกหัด

ประธานใดเป็นบุรุษที่หนึ่ง

  1. he, she, it, and they
  2. I and we
  3. you
ดูคำตอบ

I and we

That could be singular, การใช้คำ

0:52

ซึ่งอาจจะเป็นเอกพจน์

I,

0:53

I (ฉัน)

or plural,

0:54

หรือพหูพจน์

we.

0:55

we (พวกเรา)

การใช้คำ

singular I หรือ plural we: การเลือกประธานบุรุษที่หนึ่ง

บุรุษที่หนึ่งมีทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ I เป็นเอกพจน์และหมายถึงผู้พูดเพียงคนเดียว ส่วน we เป็นพหูพจน์และรวมผู้พูดกับคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคน เมื่อใช้กับ shall ให้เลือก I หากผู้พูดจะทำสิ่งนั้นคนเดียว และเลือก we หากผู้พูดเสนอให้กลุ่มทำสิ่งนั้นร่วมกัน เช่น Shall I help? เทียบกับ Shall we begin?

แบบฝึกหัด

คุณต้องการชวนให้ตัวเองกับเพื่อน ๆ เริ่มเล่นเกมด้วยกัน ประโยคใดใช้ประธานบุรุษที่หนึ่งได้ถูกต้อง

  1. Shall I start the game?
  2. Shall they start the game?
  3. Shall we start the game?
ดูคำตอบ

Shall we start the game?

And it's normally in question form. การใช้คำ

0:55

และปกติจะอยู่ในรูปคำถาม

การใช้คำ

in question form: Shall + I/we + กริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ in question form หมายความว่า การใช้ shall ในภาษาอังกฤษปัจจุบันเพื่ออาสาทำบางอย่างหรือเสนอให้ทำบางอย่าง มักอยู่ในรูปคำถาม โครงสร้างคือ Shall + I/we + กริยารูปพื้นฐาน ...? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เติมเครื่องหมายคำถาม แต่เกี่ยวกับลำดับคำด้วย โดย Shall อยู่หน้า I หรือ we และกริยาถัดไปใช้รูปพื้นฐาน คำถามนี้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับ ปฏิเสธ หรือแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอ

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอร่วมกันให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างคำถามของ shall: ____ take a short break?

ดูคำตอบ

Shall we

So, for an offer,

0:57

ดังนั้น สำหรับการเสนอความช่วยเหลือ

if you see someone carrying something heavy, ไวยากรณ์

0:58

ถ้าคุณเห็นใครบางคนถือของหนักๆ

ไวยากรณ์

someone carrying something heavy: อธิบายบุคคลด้วยกลุ่มคำรูป -ing

ใน someone carrying something heavy คำว่า someone คือบุคคลที่กำลังถูกอธิบาย ส่วนกลุ่มคำรูป -ing ที่ตามมาอย่าง carrying something heavy บอกว่าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนั้น โดยเข้าใจได้ว่าเป็น someone who is carrying something heavy ในอนุประโยค if ทั้งหมด see เป็นกริยาหลัก Carrying ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัว แต่เชื่อมการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นเข้ากับ someone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ carry เพื่อบอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น: I saw someone ____ a large box.

ดูคำตอบ

carrying

you might say, น้ำเสียง/เจตนา

1:01

คุณอาจจะพูดว่า

น้ำเสียง/เจตนา

you might say: แนะนำถ้อยคำที่ใช้ได้อย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ you might say ใช้เกริ่นวิธีหนึ่งที่สามารถเลือกใช้เพื่อพูดบางอย่าง มีความหมายว่า “สิ่งหนึ่งที่คุณอาจพูดได้คือ...” จุดสำคัญไม่ใช่การคาดเดาว่าคุณจะพูดหรือไม่ might ทำให้คำแนะนำฟังดูนุ่มนวลและเลือกได้ ไม่ใช่คำสั่ง หลังคำกริยาช่วย might คำว่า say ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอถ้อยคำที่เพื่อนสามารถเลือกใช้ได้อย่างนุ่มนวล?

  1. You must say, 'Could you help me, please?'
  2. You said, 'Could you help me, please?'
  3. You might say, 'Could you help me, please?'
ดูคำตอบ

You might say, 'Could you help me, please?'

"Oh, shall I help you?" น้ำเสียง/เจตนา

1:02

"โอ้ ให้ฉันช่วยไหม?"

น้ำเสียง/เจตนา

Shall I help you?: การเสนอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ

Shall I help you? เป็นการเสนอความช่วยเหลือ ผู้พูดอาสาที่จะช่วยเองและถามว่าอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือนั้นหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าผู้พูดจะช่วยในอนาคตหรือเปล่า โครงสร้างคือ Shall I + คำกริยารูปพื้นฐาน...? โดย I แสดงว่าผู้พูดเป็นคนลงมือทำ และรูปคำถามเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอได้

แบบฝึกหัด

ใช้ Shall I เพื่อเสนอความช่วยเหลือ: These boxes look heavy. ____ carry one for you?

ดูคำตอบ

Shall I

And for a suggestion,

1:03

และสำหรับการชักชวน

if you're planning to meet a friend, วลี

1:05

ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปเจอเพื่อน

วลี

planning to meet: plan to + คำกริยารูปพื้นฐาน

planning to meet หมายถึงมีแผนที่จะพบใครสักคน รูป you're planning แสดงว่าแผนนั้นกำลังอยู่ระหว่างการคิดหรือจัดเตรียมในตอนนี้ เมื่อ plan ตามด้วยการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ให้ใช้ plan + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น plan to meet ไม่ใช้ planning meet หรือ planning to meeting

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ planning to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. I'm planning meet my cousin after school.
  2. I'm planning to meet my cousin after school.
  3. I'm planning to meeting my cousin after school.
ดูคำตอบ

I'm planning to meet my cousin after school.

you might say,

1:07

คุณอาจจะพูดว่า

"Shall we meet at the cinema at 8:00?" โน้ต

1:08

"เราไปเจอกันที่โรงหนังตอน 8 โมงดีไหม?"

น้ำเสียง/เจตนา

Shall we meet...?:การเสนอแผนที่ทำร่วมกัน

Shall we + กริยารูปพื้นฐาน...? เป็นคำถามที่ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้ Shall we meet...? เป็นการชวนคุยอย่างสุภาพเรื่องแผนที่จะพบกัน ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต คำว่า we สำคัญ เพราะทั้งผู้พูดและผู้ฟังอยู่ในกิจกรรมนั้นด้วย รูปแบบนี้ใช้เสนอเวลา สถานที่ หรือกิจกรรม และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเห็นด้วยหรือเสนอแนวคิดอื่นได้

แบบฝึกหัด

ใช้ shall เพื่อเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน: ____ meet outside the library at four?

ดูคำตอบ

Shall we

ไวยากรณ์

at the cinema at 8:00:สถานที่และเวลาที่แน่นอน

ใน at the cinema คำว่า at ใช้นำหน้าสถานที่นัดพบ ส่วนใน at 8:00 คำว่า at ใช้นำหน้าเวลาที่แน่นอน การใช้ at ซ้ำกันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะแต่ละคำให้ข้อมูลคนละอย่างและตอบคนละคำถาม คือ “ที่ไหน” กับ “เมื่อไร” เมื่อนัดพบกัน สามารถใช้รูปแบบ meet at + สถานที่ + at + เวลาที่แน่นอน เช่น meet at the station at six ส่วน At the cinema ระบุว่าโรงหนังเป็นสถานที่นัดพบ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ข้างในห้องฉายหนังเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้ at หน้าสถานที่นัดพบและเวลาที่แน่นอน: Let's meet ____ the station ____ 7:30.

ดูคำตอบ

at · at

So, there you go. สำนวน

1:10

เอาล่ะ นั่นแหละ

สำนวน

So, there you go. สำหรับปิดท้ายคำอธิบาย

ในประโยคนี้ So, there you go. บอกว่าคำอธิบายหรือการสาธิตจบแล้ว มีความหมายใกล้เคียงกับ “นี่คือผลลัพธ์” หรือ “วิธีทำก็เป็นแบบนี้” คำว่า So ช่วยสรุปสิ่งที่พูดมาก่อนหน้า ส่วน there you go ชี้ไปที่ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว นี่เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้เป็นคำชุด there ไม่ได้หมายถึงสถานที่ และ go ไม่ได้บอกว่ามีใครเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ครูเพิ่งสาธิตทุกขั้นตอนเสร็จ ประโยคใดใช้ปิดท้ายคำอธิบายได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Off you go.
  2. So, there you go.
  3. Here we go.
ดูคำตอบ

So, there you go.

The two situations when you use shall in modern English.

1:11

2 สถานการณ์ที่คุณจะใช้ shall ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่

Now, you're ready to look at วลี

1:14

ตอนนี้ คุณก็พร้อมที่จะดูแล้วว่า

how we really do talk about the future in English. ไวยากรณ์

1:15

จริงๆ แล้วเราพูดถึงอนาคตในภาษาอังกฤษกันอย่างไร

วลี

look at how + อนุประโยค สำหรับวิเคราะห์กระบวนการ

ในที่นี้ look at หมายถึงตรวจสอบหรือพิจารณา ไม่ใช่แค่หันสายตาไปมองบางสิ่ง look at how ใช้นำเข้ากระบวนการหรือวิธีการที่อธิบายในอนุประโยคถัดไป ผู้พูดกำลังจะเริ่มวิเคราะห์ว่าภาษาอังกฤษใช้แสดงอนาคตอย่างไร รูปแบบคือ look at + how + ประธาน + กริยา เนื่องจาก how นำอนุประโยคซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how we talk ไม่ใช่ how do we talk

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจสอบว่าบางสิ่งเกิดขึ้นอย่างไร”: Let's ____ this machine works.

ดูคำตอบ

look at how

ไวยากรณ์

really do talk about: ใช้ do เพื่อเน้นว่า “จริง ๆ”

ในประโยคบอกเล่านี้ do ใช้เน้นคำว่า talk โดย really do talk about หมายความว่านี่คือวิธีที่ผู้คนพูดถึงเรื่องหนึ่งจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีอีกแนวคิดหนึ่งถูกเสนอไว้หรือมีการคาดไว้ต่างกัน โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ do ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ แต่ใช้เน้นข้อความบอกเล่า และ talk ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง do

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย do ที่ใช้เน้นความหมาย: Some people think I don't care, but I ____ care.

ดูคำตอบ

do

Shall we? น้ำเสียง/เจตนา

1:18

เริ่มกันเลยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Shall we?: ละการกระทำร่วมกันที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว

Shall we? สามารถใช้เพียงลำพังได้เมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรร่วมกัน ในบริบทนี้มีความหมายคล้าย Shall we begin? หรือ Shall we continue? โดยละคำที่บอกการกระทำไว้ คำถามสั้น ๆ นี้ใช้เสนออย่างสุภาพให้กลุ่มทำขั้นตอนถัดไป และตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่ นี่เป็นการละคำตามธรรมชาติ ไม่ใช่ประโยคที่ขาดข้อมูลเพราะพูดผิด

แบบฝึกหัด

คำถามสั้นนี้เป็นธรรมชาติในสถานการณ์ต่อไปนี้หรือไม่ ผู้ดำเนินรายการบอกแล้วว่าเกมกำลังจะเริ่ม จากนั้นถามว่า “Shall we?”

  1. เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติ