จิตสำนึกคืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
ภาพรวม: กรณีทางการแพทย์และการทดลองทางความคิดตั้งคำถามเรื่องจิตสำนึก และอัตลักษณ์จะยังคงเดิมหรือไม่เมื่อสมองถูกแบ่งหรือร่างกายถูกทำสำเนาอย่างสมบูรณ์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “what if I were to” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ตั้งสมมติฐานที่ห่างจากความจริงโดยไม่ยืนยันว่าจะเกิดขึ้น เหมาะกับการทดลองทางความคิดและการเสนออย่างระมัดระวัง 2. “let alone” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: หลังข้อความแรกที่เป็นลบหรือยังไม่แน่นอน ให้เพิ่มสิ่งที่สองซึ่งเป็นไปได้ยากกว่า เพื่อสร้างลำดับขั้นแทนตัวเลือกที่เท่ากัน 3. “burned to a crisp,” — สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจภาพที่ชัดเจนและอารมณ์ขันมืดของการถูกเผาหรือทำลายจนสิ้น แต่ไม่ใช่ถ้อยคำเป็นกลางสำหรับรายงานการบาดเจ็บจริง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
And a hemispherectomy is a surgical procedure in which half of a person's brain is removed. วัฒนธรรม
0:02การผ่าตัดสมองซีกออกคือกระบวนการผ่าตัดที่นำสมองครึ่งหนึ่งของคนออก
hemispherectomy: การผ่าตัดสมองหนึ่งซีกออก
hemispherectomy คือการผ่าตัดทางการแพทย์ที่นำสมองใหญ่หนึ่งซีก หรือครึ่งหนึ่งของสมองออก คำลงท้าย -ectomy หมายถึง “การผ่าตัดเอาออก” ดังนั้นคำนี้จึงเป็นชื่อของการผ่าตัดชนิดเฉพาะ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการเข้าใจคำถาม ไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดสมองทุกชนิดที่เอาเนื้อสมองออกเพียงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์ทางการแพทย์ที่ถูกต้อง: Doctors call the surgical removal of one cerebral hemisphere a ____.
ดูคำตอบ
hemispherectomy
It's usually only ever done on very, very young patients ไวยากรณ์
0:09โดยปกติจะทำกับผู้ป่วยที่อายุน้อยมาก ๆ เท่านั้น
only ever done: การเน้นข้อจำกัดอย่างหนักแน่น
ใน only ever done คำว่า only จำกัดว่าการกระทำนั้นใช้กับใครหรือเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วน ever เพิ่มความหมายว่า “ไม่ว่าเวลาใด” เพื่อเน้นให้ชัดขึ้น เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการกระทำนั้นเกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่ระบุไว้เท่านั้นในทุกครั้ง โครงสร้างคือ be + only ever + กริยาช่องสาม ในที่นี้ done เป็นรูปถูกกระทำและย้อนกลับไปหมายถึงการทำการผ่าตัด คำว่า usually ทำให้ข้อความไม่ตายตัวลงเล็กน้อย แต่ only ever ยังคงทำให้ข้อจำกัดฟังดูหนักแน่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้หนักแน่นที่สุดว่าหนังสือหายากเล่มนี้ให้บรรณารักษ์จับต้องเท่านั้น และไม่ให้คนอื่นจับเลย
- The rare book is only ever handled by a librarian.
- The rare book is being handled by a librarian now.
- The rare book was once handled by a librarian.
ดูคำตอบ
The rare book is only ever handled by a librarian.
that the remaining half will take on the functions of the half that was removed. กริยาวลี
0:15ที่สมองซีกที่เหลือจะรับหน้าที่ของซีกที่ถูกนำออกไปได้
plastic enough that: ระดับที่เพียงพอตามด้วยอนุประโยคบอกผล
ในที่นี้ plastic หมายถึงสามารถเปลี่ยนแปลงและจัดระบบใหม่ได้ ไม่ได้หมายถึงทำจากพลาสติก plastic enough that หมายความว่าสมองปรับตัวได้ถึงระดับที่ทำให้เกิดผลตามมาที่กล่าวไว้ข้างหลัง โครงสร้าง adjective + enough that + clause บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งมีถึงระดับที่จำเป็น ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผล ไม่ใช่สาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่มีความหมายว่า “ถึงระดับที่เพียงพอ จนทำให้เกิดผลว่า...” ลงในประโยค: 'The room is quiet ____ everyone can hear the story.'
ดูคำตอบ
enough that
take on the functions: เริ่มรับหน้าที่บางอย่าง
ในที่นี้ take on หมายถึงเริ่มทำบางสิ่งหรือเริ่มรับผิดชอบสิ่งนั้น สมองซีกที่เหลือเริ่มทำงานที่ก่อนหน้านี้เป็นหน้าที่ของซีกที่ถูกนำออกไป take on + บทบาท งาน หน้าที่ หรือการทำงาน เป็นโครงสร้างที่ใช้กันทั่วไป ควรเข้าใจ phrasal verb นี้เป็นคำชุดเดียว ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึง “ยอมรับความรับผิดชอบเพิ่มเติม” ลงในประโยค: 'Noah agreed to ____ a new weekly task.'
ดูคำตอบ
take on
And it's usually done because a young child or a baby is having seizures
0:19และมักทำเพราะเด็กเล็กหรือทารกมีอาการชัก
and removing the part where the seizures occur is the only solution.
0:24โดยทางออกเดียวคือการนำส่วนที่เป็นต้นเหตุของอาการชักออก
การใช้ “Here's my question” เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่คำถามหลัก
"Here's my question" ใช้ประกาศคำถามที่เจาะจงซึ่งผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจ หลังจากปูพื้นข้อมูลมาแล้ว คำว่า here ในที่นี้ไม่ได้ชี้สถานที่จริง แต่มีความหมายโดยนัยว่า “ตอนนี้ฉันกำลังเสนอคำถามนี้” วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางของเนื้อหา โดยปิดส่วนข้อมูลพื้นฐานแล้วเปิดประเด็นหลัก ผู้พูดสามารถใช้ในงานพูด บทเรียน หรือการอภิปราย ก่อนจะบอกคำถามนั้นโดยตรง
แบบฝึกหัด
การใช้ "Here's my question" แบบใดแสดงการเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นฐานไปสู่ประเด็นหลักได้ถูกต้อง?
- หลังจากทบทวนหลักฐาน ผู้พูดกล่าวว่า "Here's my question: what should we do next?"
- ผู้พูดใช้ "here" เพียงเพื่อชี้ตำแหน่งจริงของคำถามที่เขียนไว้
- ผู้พูดกำลังบอกว่าคำถามนั้นได้รับคำตอบแล้ว
ดูคำตอบ
หลังจากทบทวนหลักฐาน ผู้พูดกล่าวว่า "Here's my question: what should we do next?"
and take one half of your brain and plop it into one body การใช้คำ
0:35แล้วหยิบสมองคุณครึ่งหนึ่งใส่ลงไปในร่างหนึ่ง
plop ในฐานะคำกริยาแสดงการกระทำแบบกันเองและชวนขำ
ในประโยคนี้ plop หมายถึง “นำบางสิ่งไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่งอย่างรวดเร็วและไม่เป็นพิธีรีตอง” ผู้พูดจินตนาการถึงการนำสมองครึ่งหนึ่งใส่เข้าไปในร่างกายราวกับเป็นการกระทำทางกายภาพง่าย ๆ คำกริยาแบบกันเองและชวนขำเล็กน้อยนี้ทำให้การทดลองทางความคิดที่เกินจริงฟังดูเบาลงและไม่เป็นเชิงคลินิกมากนัก คำนี้ไม่ได้อธิบายอย่างแม่นยำทางการแพทย์ว่าสมองจะถูกวางอย่างไร
แบบฝึกหัด
plop สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?
- ทำให้การกระทำดูรวดเร็ว เป็นกันเอง และชวนขำเล็กน้อย
- แสดงว่าสมองตกลงมาโดยอุบัติเหตุ
- ทำให้การกระทำฟังดูแม่นยำทางการแพทย์และเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ทำให้การกระทำดูรวดเร็ว เป็นกันเอง และชวนขำเล็กน้อย
“What if I were to ...?” สำหรับสมมติฐานที่ห่างจากความเป็นจริง
โครงสร้าง What if + ประธาน + were to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เปิดสถานการณ์สมมติและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่จะตามมา were ในที่นี้แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้ระบุว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอดีต ในประโยคนี้ what if I were to take ทำให้แนวคิดเรื่องการย้ายสมองเป็นการทดลองทางความคิด ไม่ใช่แผนที่ประกาศว่าจะทำจริง โครงสร้างนี้นำไปใช้กับสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นหรือข้อเสนอที่จงใจพูดอย่างระมัดระวังได้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมติที่ห่างจากความเป็นจริงด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: What if Maya ____ delay the launch for a month?
ดูคำตอบ
were to
การใช้ from the perspective of เพื่อกำหนดกรอบมุมมอง
from the perspective of ใช้เกริ่นถึงบุคคล กลุ่ม หรือจุดยืนที่ประสบการณ์หรือการตัดสินของฝ่ายนั้นเป็นมุมมองในการพิจารณา ในที่นี้ from the perspective of yourself หมายถึงการประสบเหตุการณ์จากจุดยืนบุคคลที่หนึ่งของตัวคุณเอง perspective ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมองเห็นทางกายภาพ วลีนี้สามารถกำหนดกรอบว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร ดูเป็นอย่างไร หรือถูกประเมินอย่างไรตามความรู้และประสบการณ์ของบุคคลหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายตามบทเรียนให้ตรงทุกคำ: ____ the new student, the school map was confusing.
ดูคำตอบ
From the perspective of
think of it this way: เสนอแนวคิดเดิมจากมุมใหม่
think of it this way เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะนำเสนอแนวคิดเดิมจากมุมที่ชัดเจนหรือเข้าใจได้โดยสัญชาตญาณมากขึ้น เป็นการชวนผู้ฟังจัดระเบียบวิธีทำความเข้าใจข้อมูลถัดไปใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนเรื่อง สำนวนนี้มักใช้เกริ่นก่อนการเปรียบเทียบ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม หรือภาพในใจที่ง่ายกว่า ส่วน Like ที่ขึ้นต้นประโยคเป็นเพียงคำเชื่อมบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ สำนวนที่นำไปใช้จัดโครงคำอธิบายได้คือ think of it this way
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวห้าคำที่มี of และใช้เกริ่นมุมมองที่ชัดเจนขึ้น: The software seems complicated, but ____: it is just a set of labeled drawers.
ดูคำตอบ
think of it this way
and kind of feel what it feels like to be you. ไวยากรณ์
0:57แล้วลองสัมผัสว่าการเป็นตัวคุณเองนั้นรู้สึกอย่างไร
what it feels like to be you: ประสบการณ์ส่วนตัวของการเป็นตัวเอง
what it feels like to be you เป็นอนุประโยค wh แบบฝัง ในประโยคที่ใหญ่กว่า ส่วนนี้ทำหน้าที่เหมือนคำนามโดยเป็นกรรมของ feel และระบุสิ่งที่บุคคลนั้นควรสังเกต นั่นคือประสบการณ์ส่วนตัวของการดำรงอยู่ในฐานะตัวเอง โครง what it feels like to be + บุคคล/บทบาท/สภาวะ ใช้ถามหรืออธิบายประสบการณ์ภายในของการอยู่ในเงื่อนไขนั้น ไม่ได้ถามเพียงว่ารู้สึกดีหรือไม่ดี ที่นี่ what ... feels like หมายถึง “ประสบการณ์นั้นเป็นอย่างไร” ไม่ใช่โครง feel like + -ing ที่แปลว่า “อยาก”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงประสบการณ์ส่วนตัวของการอยู่ในบทบาทหนึ่ง แทนที่จะบอกความอยากรับบทบาทนั้น?
- I wonder whether the team captain feels tired.
- I feel like being the team captain.
- I wonder what it feels like to be the team captain.
ดูคำตอบ
I wonder what it feels like to be the team captain.
makes up: ส่วนต่าง ๆ ประกอบเป็นทั้งหมด
makes up ในที่นี้หมายถึง “ก่อให้เกิด” หรือ “ประกอบเป็น” การตระหนักรู้ที่อธิบายไว้ในประธานยาว ๆ ถูกนำเสนอว่าเป็นพื้นฐานที่ก่อให้เกิดจิตสำนึก รูปแบบ X makes up Y แสดงว่า X ประกอบเป็น Y ทั้งหมดหรือเป็นส่วนหนึ่งของ Y ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่อง” และไม่เกี่ยวกับเครื่องสำอาง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประกอบเป็น” ลงในประโยค: Four small pieces ____ the whole picture.
ดูคำตอบ
make up
what we call consciousness: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์
ใน what we call consciousness คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่” ไม่ใช่คำแสดงคำถาม อนุประโยคทั้งหมดหมายถึง “สิ่งที่เราเรียกว่าจิตสำนึก” และทำหน้าที่เป็นกรรมของ makes up ใช้ what we call + ชื่อ เพื่อให้ชื่อแก่แนวคิดหรือปรากฏการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป ลำดับคำยังคงเป็น we call โดยไม่สลับคำแบบประโยคคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมคำจำกัดความด้วย what we call + ชื่อ: The ability to understand another person's feelings is ____ empathy.
ดูคำตอบ
what we call
is to begin with things that we agree are not conscious.
1:38คือเริ่มจากสิ่งที่เราเห็นตรงกันว่าไม่มีจิตสำนึก
one of the best places to start: หนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
ในประโยคนี้ one of the best places to start หมายถึง “หนึ่งในจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ที่สุด” คำว่า places ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงแนวทางหรือก้าวแรก ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบนี้แนะนำวิธีเริ่มต้นที่ดีมาก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีแนวทางอื่นที่ดีได้ด้วย เหมาะสำหรับการจัดลำดับคำอธิบาย การให้คำแนะนำ หรือการเริ่มเสนอเหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่แนะนำก้าวแรกที่ดีมากแต่ไม่ใช่ทางเลือกเดียว: ____ when learning a new language is to practice a little every day.
ดูคำตอบ
One of the best places to start
cleverbot.com is an amazing website where a computer program
1:44cleverbot.com เป็นเว็บไซต์น่าทึ่งที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์
but only because it is programmed to do so. ไวยากรณ์
1:52แต่ก็เพียงเพราะมันถูกตั้งโปรแกรมมาให้ทำเช่นนั้น
do so: ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
do so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้ว ในที่นี้ใช้แทน respond to your questions ทำให้ผู้พูดไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ do ทำหน้าที่แสดงการกระทำ ส่วน so ชี้กลับไปยังการกระทำที่รู้อยู่แล้ว ผู้ฟังต้องระบุได้ชัดเจนว่าหมายถึงการกระทำใด ในรูปแบบนี้ so ไม่ได้หมายถึง “มาก”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่กระชับและค่อนข้างเป็นทางการซึ่งใช้แทนการกระทำที่ซ้ำกัน: Maya was asked to close the window, and she agreed to ____.
ดูคำตอบ
do so
a sense of itself: การรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเอง
ในประโยคนี้ a sense of itself หมายถึงการรับรู้ว่าตัวเองมีอยู่ในฐานะสิ่งหนึ่งที่แยกจากสิ่งอื่น ผู้พูดบอกว่าโปรแกรมนี้ไม่มีการรับรู้ตนเองแบบนั้น โครงสร้าง a sense of + คำนาม ใช้บอกการรับรู้หรือความรู้สึกโดยรวมเกี่ยวกับบางสิ่งได้ เนื่องจาก it หมายถึงสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์หนึ่งสิ่ง สรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกันจึงเป็น itself sense ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่ได้หมายถึงความหมายของคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึงการรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเอง: The new robot can identify its own reflection, so it may have ____.
ดูคำตอบ
a sense of itself
inner life: ความคิดและความรู้สึกที่มองไม่เห็น
Inner life หมายถึงความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ และประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดขึ้นในจิตใจและคนภายนอกมองไม่เห็นโดยตรง ผู้พูดบอกว่าโปรแกรมนี้ไม่มีประสบการณ์เช่นนั้นจากมุมมองของตัวเอง life ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม inner life ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหรือรายละเอียดกิจวัตรประจำวันของใครคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? The character talks very little, but the novel reveals her hidden thoughts and fears—her rich ____.
- daily life
- private life
- inner life
ดูคำตอบ
inner life
It's just a program that responds automatically to my inputs.
2:04มันเป็นแค่โปรแกรมที่ตอบสนองข้อมูลที่ผมป้อนเข้าไปโดยอัตโนมัติ
For that matter: ขยายแนวเหตุผลเดียวกันให้กว้างขึ้น
For that matter เป็นคำเชื่อมในการสนทนาที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาประเด็นเดียวกันให้กว้างขึ้น” หรือ “เหตุผลเดียวกันนี้ใช้กับเรื่องนี้ได้ด้วย” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวขยายความสงสัยเกี่ยวกับ “คุณ” ไปยังคนอื่นทุกคนที่ผู้พูดพบ คำนี้ใช้เกริ่นประเด็นเสริมที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับประเด็นก่อนหน้า โดยมักมีขอบเขตกว้างขึ้นหรือมีนัยที่หนักแน่นขึ้น ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่า “เพื่อเรื่องนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่ขยายเหตุผลเดียวกันไปสู่กรณีที่กว้างกว่า: “I don't know whether this key works on the front door. ____, I don't know whether it works on any door.”
ดูคำตอบ
For that matter
How do I know that they're not just little smart versions
2:26ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาไม่ใช่แค่เวอร์ชันจิ๋วแสนฉลาด
of Cleverbot who know exactly what to automatically say?
2:29ของ Cleverbot ที่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรโดยอัตโนมัติ
I'm basically asking if it's possible for something to exist
2:38พูดง่าย ๆ คือผมกำลังถามว่า บางสิ่งจะสามารถดำรงอยู่
Philosophical zombie: พฤติกรรมที่ไม่มีประสบการณ์เชิงอัตวิสัย
ในปรัชญาจิตใจ philosophical zombie หรือซอมบี้เชิงปรัชญา คือสิ่งมีชีวิตสมมุติที่ประพฤติตัวเหมือนคนที่มีสติทุกอย่าง แต่ไม่มีประสบการณ์เชิงอัตวิสัย กล่าวคือ มันไม่ได้มีประสบการณ์ของความเจ็บปวด สี หรืออารมณ์อย่างแท้จริง ในประโยคนี้ การถามว่าสิ่งหนึ่งจะดำรงอยู่เช่นนั้นได้หรือไม่ เป็นการสำรวจว่าพฤติกรรมภายนอกที่ดูปกติจะเกิดขึ้นโดยไม่มีการรับรู้ภายในได้หรือไม่ นี่เป็นคำศัพท์ของการทดลองทางความคิด ไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ตายแล้วฟื้นจากเรื่องสยองขวัญ
แบบฝึกหัด
ในบริบททางปรัชญานี้ philosophical zombie คืออะไร?
- สัตว์ประหลาดที่ตายแล้วฟื้นและแพร่เชื้อ
- คนที่กำลังหลับและไม่สามารถตอบสนองได้
- สิ่งมีชีวิตที่ทำตัวเหมือนคนมีสติแต่ไม่มีประสบการณ์เชิงอัตวิสัย
ดูคำตอบ
สิ่งมีชีวิตที่ทำตัวเหมือนคนมีสติแต่ไม่มีประสบการณ์เชิงอัตวิสัย
A thing that reacts and responds and acts just like a normal human,
2:46สิ่งที่มีปฏิกิริยา ตอบสนอง และกระทำเหมือนมนุษย์ปกติทุกอย่าง
It just automatically responds like a robot in the appropriate way.
2:57มันเพียงตอบสนองอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติราวกับหุ่นยนต์
โครงสร้างเน้นประเด็น What's ... about X is that Y
ข้อความที่เน้นเป็นโครงสร้างเน้นประเด็น ไม่ใช่คำถามตรง ๆ อนุประโยค what ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่เป็นประธาน โดย what's amazing and heavy about this question หมายถึง “แง่มุมของคำถามนี้ที่น่าทึ่งและหนักหน่วงทางอารมณ์” ส่วนอนุประโยค that หลัง is ระบุว่าแง่มุมนั้นคืออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What's + คำคุณศัพท์ + about X + is that Y โดยเริ่มจากตั้ง X เป็นหัวข้อ ประเมินส่วนที่ควรสนใจ แล้วเลื่อนข้อมูลสำคัญไปบอกใน Y ในประโยคนี้ Y คือข้อเท็จจริงที่ว่าวิทยาศาสตร์ไม่มีคำตอบ
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขาดเพื่อทำให้โครงสร้างเน้นประเด็นสมบูรณ์: What's special about this library ____ it stays open all night.
ดูคำตอบ
is that
heavy ในความหมายว่าจริงจังหรือหนักหน่วงทางอารมณ์
heavy ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักทางกายภาพ แต่เป็นคำคุณศัพท์เชิงเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ หมายความว่าคำถามนี้ให้ความรู้สึกจริงจัง ยากต่อความรู้สึก หรือมีผลสำคัญตามมา เมื่อ heavy ขยายคำนามอย่าง topic, question, conversation หรือ news มักบอกว่าหัวข้อนั้นส่งผลต่อผู้คนอย่างไร ไม่ใช่ว่ามีน้ำหนักเท่าไร บริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าหมายถึงความจริงจังแบบใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ heavy ในความหมายว่า “จริงจังทางอารมณ์” แทนที่จะหมายถึง “หนักทางกายภาพ”?
- This suitcase is too heavy for me to lift.
- The heavy box fell off the shelf.
- We had a heavy conversation about our friend moving away.
ดูคำตอบ
We had a heavy conversation about our friend moving away.
not even clear that: เน้นความไม่แน่นอนแม้ในเกณฑ์พื้นฐาน
not even clear that หมายความว่า ข้อความหลัง that ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในที่นี้ even เน้นความไม่แน่นอนให้แรงขึ้น โดยการที่วิทยาศาสตร์จะมีคำตอบได้หรือไม่นั้นถูกนำเสนอเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่ยังไปไม่ถึงด้วยซ้ำ โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการให้เหตุผลอย่างระมัดระวัง โดยสื่อว่าเราไม่ควรตั้งสมมติฐานว่าข้ออ้างที่ไกลกว่านั้นเป็นจริง ในเมื่อประเด็นพื้นฐานที่ง่ายกว่ายังไม่แน่นอน clear ในที่นี้หมายถึงแน่นอนหรือได้รับการยืนยันในเชิงความรู้ ไม่ใช่มองเห็นได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายที่เน้นว่าแม้แต่ประเด็นพื้นฐานก็ยังไม่แน่นอนลงในประโยค: Before we book the venue, it's ____ enough people will attend.
ดูคำตอบ
not even clear that
let alone: เพิ่มรายการที่สองซึ่งเป็นไปได้ยากกว่า
let alone ใช้เพิ่มรายการที่สองหลังข้อความเชิงปฏิเสธ ข้อความที่มีข้อจำกัด หรือข้อความที่ยังน่าสงสัย รายการที่สองอยู่สูงกว่าในมาตรวัดเดียวกัน คือยากกว่า เป็นไปได้น้อยกว่า ต้องการมากกว่า หรือสุดขั้วกว่า ในคำบรรยาย การได้คำตอบนั้นไม่แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการมีแนวทางเพื่อค้นหาคำตอบถูกนำเสนอว่าเป็นขั้นที่ไกลยิ่งกว่า ลำดับมีความสำคัญ โดยให้กล่าวถึงรายการที่ง่ายกว่าหรือพื้นฐานกว่าก่อน แล้วใช้ let alone หน้ารายการที่เป็นไปได้ยากกว่า ในที่นี้มีความหมายว่า “นับประสาอะไรกับ” ไม่ใช่วลีกริยาตามตัวอักษรที่หมายถึงปล่อยคนหรือสิ่งของไว้โดยไม่รบกวน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ใช้เพิ่มความสำเร็จซึ่งทำได้ยากกว่าลงในประโยค: She hasn't finished a five-kilometer run, ____ a marathon.
ดูคำตอบ
let alone
About all we have is the psychology of disorders of consciousness. ไวยากรณ์
3:13แทบทั้งหมดที่เรามีก็คือจิตวิทยาว่าด้วยความผิดปกติของจิตสำนึก
About all we have is: การกล่าวอย่างระมัดระวังว่า “แทบจะมีเพียงเท่านี้”
ใน About all we have is ... คำว่า about ขยาย all และหมายถึง “เกือบ” หรือ “แทบจะ” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “สิ่งที่เรามีใช้แทบจะมีเพียง...” โดย about ตรงนี้ไม่ใช่คำบุพบทที่แปลว่า “เกี่ยวกับ” ใช้โครงสร้าง about all + subject + have/has + is + complement เพื่อเน้นว่าหลักฐาน ทรัพยากร หรือตัวเลือกมีอยู่อย่างจำกัดมาก พร้อมเปิดช่องไว้อย่างระมัดระวังว่าอาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
คุณต้องการเน้นว่าหลักฐานมีอยู่อย่างจำกัดมาก แต่ยังเปิดช่องให้มีข้อยกเว้นเล็กน้อย จงเติมประโยคด้วยรูปแบบที่ระมัดระวังซึ่งมีห้าคำ: “____ one small survey.”
ดูคำตอบ
About all we have is
Let's begin with: ระบุหัวข้อแรก
Let's begin with ใช้เปิดรายการแรกในลำดับที่วางแผนไว้ ในที่นี้ let's ช่วยจัดทิศทางความสนใจของผู้ฟัง โดยผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากหัวข้อทั่วไปไปยังกรณีเฉพาะกรณีแรก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้ Let's begin with + noun phrase บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายจะเริ่มจากจุดใด และมักสื่อว่าจะมีรายการอื่นตามมา จุดประสงค์หลักไม่ใช่การขอให้ผู้ฟังลงมือทำบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ในการนำเสนอ “Let's begin with the budget” ทำหน้าที่หลักอย่างไร?
- ระบุว่างบประมาณเป็นหัวข้อแรกในการอธิบายตามลำดับ
- ขอให้ผู้ฟังจัดทำงบประมาณทันที
- บอกว่างบประมาณเป็นหัวข้อเดียวที่ควรค่าแก่การอภิปราย
ดูคำตอบ
ระบุว่างบประมาณเป็นหัวข้อแรกในการอธิบายตามลำดับ
is a patient who has, say, lost the ability to move their left hand.
3:25คือผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการขยับมือซ้าย เป็นต้น
Anosognosia: การไม่ตระหนักถึงความบกพร่องของตนเอง
Anosognosia คือภาวะที่บุคคลไม่ตระหนักว่าตนเองมีโรคหรือสูญเสียความสามารถบางอย่าง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าผู้ป่วยอาจขยับมือซ้ายไม่ได้ แต่ไม่รับรู้ถึงความบกพร่องนั้น ใจความสำคัญคือผู้ป่วยขาดการตระหนักรู้ ไม่ใช่รู้ความจริงแล้วตั้งใจปิดบัง บริบทนี้ช่วยให้เข้าใจคำตอบที่อาจฟังดูเป็นไปไม่ได้หรือขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ anosognosia บ่งบอกถึงอะไร?
- ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าใจคำถามใด ๆ ได้
- ผู้ป่วยรู้เรื่องความบกพร่องแต่จงใจโกหก
- ผู้ป่วยไม่ตระหนักถึงความบกพร่องของตนเอง
ดูคำตอบ
ผู้ป่วยไม่ตระหนักถึงความบกพร่องของตนเอง
When Asked To: อนุประโยคเวลารูปถูกกระทำแบบย่อ
“When asked to” เป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว ในที่นี้ขยายได้เป็น “when they are asked to” หมายความว่าผู้ป่วยเป็นฝ่ายรับคำสั่ง ไม่ใช่ฝ่ายออกคำสั่ง ในรูปแบบนี้ when + past participle ใช้บอกสถานการณ์ของการกระทำที่ตามมา ประธานที่ละไว้ต้องเป็นคนหรือสิ่งเดียวกับประธานในประโยคหลัก และมีรูปของ be แฝงอยู่ในความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อ ซึ่งมีความหมายว่า “when visitors are asked to”: ____ show identification, visitors should present a photo ID.
ดูคำตอบ
When asked to
Here you go เมื่อต้องยื่นของหรือแสดงผลลัพธ์
Here you go เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ตอนยื่นของให้ใคร แสดงสิ่งที่อีกฝ่ายขอดู หรือบอกว่าทำสิ่งเล็ก ๆ เสร็จแล้ว ในประโยคนี้มีความหมายว่า “นี่ไง ทำแล้ว” ไม่ใช่คำสั่งให้ใครไปยังสถานที่หนึ่ง คำแปลที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามการกระทำ แต่หน้าที่ในการสนทนายังคงเหมือนเดิม คือดึงความสนใจไปยังสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการหรือการกระทำที่ทำเสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
คุณยื่นดินสอที่เพื่อนขอให้เพื่อน คุณพูดว่าอะไรได้บ้าง?
- You go here.
- Here I go.
- Here you go.
ดูคำตอบ
Here you go.
instead of reporting: instead of + รูป -ing
instead of reporting นำเสนอการกระทำที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิดขึ้น จากนั้นอนุประโยคหลักจะบอกการกระทำที่เกิดขึ้นแทน คือพวกเขาแต่งข้อแก้ตัวขึ้นมา ในโครงสร้าง instead of + คำกริยา คำว่า of เป็นคำบุพบท กริยาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ reporting โครงสร้างนี้ช่วยเปรียบเทียบการกระทำที่ไม่ได้ทำกับทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน report เป็นรูป -ing ที่ต้องใช้: Instead of ____ the error, Mia hid it.
ดูคำตอบ
reporting
Confabulate Some Excuse: สร้างข้อแก้ตัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ในบริบททางคลินิกนี้ confabulate หมายถึงการสร้างคำอธิบายที่ไม่จริงขึ้นมาโดยไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีสติว่าจะหลอกลวง จิตใจเติมช่องว่างในความทรงจำหรือการรับรู้ด้วยเรื่องราวที่ผู้พูดรู้สึกว่าเป็นจริง ในที่นี้ confabulate ตามด้วยวลีนาม some excuse ผู้ป่วยอธิบายว่าทำไมจึงไม่ขยับมือ แต่คำอธิบายนั้นไม่ได้สะท้อนปัญหาทางระบบประสาทที่แท้จริง ดังนั้นคำนี้จึงสื่อถึงเรื่องราวที่สร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงการโกหกโดยเจตนาเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายทางคลินิก “They confabulated an excuse” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- พวกเขาพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองและเป็นมิตร
- พวกเขาวางแผนโกหกโดยเจตนาเพื่อหลอกแพทย์
- พวกเขาสร้างคำอธิบายที่ไม่จริงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเพื่อเติมช่องว่างในการรับรู้
ดูคำตอบ
พวกเขาสร้างคำอธิบายที่ไม่จริงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเพื่อเติมช่องว่างในการรับรู้
Didn't Feel Like It: ตอนนั้นไม่อยากทำ
Didn't feel like it หมายถึง “ตอนนั้นไม่อยากทำสิ่งนั้น” หรือ “ตอนนั้นไม่มีความต้องการที่จะทำ” รูปปฏิเสธในอดีต didn't วางความไม่เต็มใจไว้ในอดีต ส่วน it ย้อนกลับไปแทนการกระทำที่กล่าวถึงแล้ว ซึ่งในที่นี้คือการขยับมือซ้าย ในกรณีนี้วลีดังกล่าวเป็นข้อแก้ตัวที่ผู้ป่วยบอก ไม่ใช่สาเหตุทางระบบประสาทที่แท้จริง ในโครงสร้างที่แสดงความต้องการ ใช้ feel like + คำนามหรือคำสรรพนาม (I feel like pizza; I don't feel like it) หรือ feel like + -ing (I feel like going) อย่าเข้าใจการใช้นี้ตามตัวอักษรว่า “มีความรู้สึกคล้ายกับสิ่งนั้น” เมื่อ feel like ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ เช่น I feel like it is getting late อาจหมายถึง “รู้สึกราวกับว่า” หรือ “รู้สึกว่า” ไม่ได้หมายถึง “ต้องการ”
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้ feel like: “Why didn't you join the game?” “I ____.”
ดูคำตอบ
didn't feel like it
Anton Babinski syndrome is even more dramatic. วัฒนธรรม
3:52กลุ่มอาการ Anton-Babinski ยิ่งเห็นได้ชัดกว่านั้น
Anton Babinski syndrome (กลุ่มอาการแอนทอน-บาบินสกี)
Anton Babinski syndrome เป็นชื่อภาวะทางคลินิกที่บุคคลตาบอดเพราะสมองไม่สามารถประมวลผลการมองเห็นได้ แต่กลับปฏิเสธว่าตนตาบอด และอาจแต่งคำอธิบายให้กับภาพที่รับรู้ผิดไป Anton และ Babinski เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะของภาวะนี้ ไม่ใช่คนสองคนในฉาก การจำชื่อนี้ได้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดกรณีนี้จึงถูกบรรยายว่า “ยิ่งน่าตื่นตะลึงกว่าเดิม”
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Anton Babinski syndrome เป็นชื่อของอะไร?
- คำทั่วไปสำหรับโรคใด ๆ ที่น่าตื่นตะลึง
- ผู้ป่วยสองคนที่ชื่อ Anton และ Babinski
- กลุ่มอาการทางคลินิกเฉพาะที่มีการปฏิเสธภาวะตาบอดจากสมองส่วนเปลือก
ดูคำตอบ
กลุ่มอาการทางคลินิกเฉพาะที่มีการปฏิเสธภาวะตาบอดจากสมองส่วนเปลือก
Patients with this syndrome are cortically blind. การใช้คำ
3:55ผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการนี้ตาบอดจากสมองส่วนเปลือก
cortically blind: การตาบอดที่มีต้นเหตุจากสมอง
ใน cortically blind คำกริยาวิเศษณ์ cortically ระบุต้นเหตุของการตาบอดว่าเกิดจากการประมวลผลภาพที่บกพร่องในเปลือกสมองส่วนการมองเห็น ไม่ได้หมายถึงตาบอดเพียงบางส่วน ตาบอดแบบผิวเผิน หรือแค่ดูเหมือนตาบอด ดังนั้น วลีนี้จึงแยกกลไกที่มีต้นเหตุจากสมองออกจากการตาบอดที่เกิดจากความเสียหายต่อดวงตาหรือเส้นประสาทตาเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ cortically blind ในประโยคมากที่สุด?
- ตาบอดเพียงเล็กน้อย
- ถูกจัดว่าเป็นผู้ตาบอดเฉพาะตามนิยามทางกฎหมาย
- ตาบอดเพราะการประมวลผลภาพในเปลือกสมองบกพร่อง
ดูคำตอบ
ตาบอดเพราะการประมวลผลภาพในเปลือกสมองบกพร่อง
deny being blind: โครงสร้าง deny + -ing
ใน deny being blind คำว่า deny หมายถึงการพูดหรือยืนยันว่าข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างนั้นไม่เป็นความจริง สิ่งที่ถูกปฏิเสธในที่นี้คือภาวะตาบอดของบุคคลนั้น ในบริบททางการแพทย์นี้ การปฏิเสธเป็นอาการอย่างหนึ่งและไม่จำเป็นต้องหมายถึงการจงใจโกหก เมื่อ deny ตามด้วยการกระทำหรือสภาวะ ภาษาอังกฤษมักใช้รูป -ing เช่น deny doing something หรือ deny being something อย่าใช้ deny to be เมื่อต้องการปฏิเสธสภาวะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing มาตรฐานของ be หลัง denied: The witness denied ____ at the scene that night.
ดูคำตอบ
being
holding up: ยกขึ้นและค้างไว้ให้มองเห็น
ใน holding up คำว่า hold up หมายถึงยกสิ่งหนึ่งขึ้นและค้างไว้ในตำแหน่งที่อีกคนมองเห็นได้ ผู้พูดยกนิ้วขึ้นมาหลายนิ้วและขอให้ผู้ฟังนับจำนวน กริยาวลีนี้แยกคำได้ โดยใช้ได้ทั้ง hold your fingers up และ hold up your fingers แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น hold them up ไม่ใช่ hold up them
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Please hold up the blue card so everyone can see it,” คำว่า hold up หมายถึงอะไร
- ยกบัตรขึ้นและค้างไว้ให้มองเห็น
- พยุงบางสิ่งไม่ให้ตก
- ปล้นสถานที่ด้วยการข่มขู่
- ทำให้เกิดความล่าช้า
ดูคำตอบ
ยกบัตรขึ้นและค้างไว้ให้มองเห็น
People who exhibit anosognosia tend to be the victims of stroke.
4:16ผู้ที่มีภาวะ anosognosia มักเป็นผู้ที่เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
a disconnect between A and B: ความไม่สอดคล้องระหว่าง A กับ B
ในประโยคนี้ a disconnect หมายถึงความไม่สอดคล้องกันในเชิงนามธรรม กล่าวคือ สิ่งที่คนเหล่านั้นกำลังประสบจริง ๆ ไม่ตรงกับสิ่งที่พวกเขารับรู้อย่างมีสติ ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อทางกายภาพถูกตัดออก รูปแบบ a disconnect between A and B ระบุสองด้านที่ตามปกติควรสอดคล้องกัน หลัง between ให้เชื่อมสองด้านด้วย and ไม่ใช่ to
แบบฝึกหัด
เติมช่องว่างทั้งสองด้วยคำคู่มาตรฐานที่ใช้หลัง disconnect: There is a disconnect ____ the written policy ____ what employees actually do.
ดูคำตอบ
between · and
It's not even telling the brain that there is no visual input,
4:34มันไม่ได้บอกสมองด้วยซ้ำว่าไม่มีข้อมูลภาพเข้ามา
which means that the parts of their brain responsible for answering questions or creating speech
4:37นั่นหมายความว่าสมองส่วนที่มีหน้าที่ตอบคำถามหรือสร้างคำพูด
we still have no idea how to solve our original problem. วลี
4:50เราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหาแรกเริ่มของเราอย่างไร
Despite the fact that + อนุประโยคสมบูรณ์
Despite the fact that ใช้สร้างความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงแต่ผลกลับต่างจากที่คาด โดยอนุประโยคที่ตามมาระบุข้อเท็จจริงจริงซึ่งอาจทำให้เราคาดว่าผลในประโยคหลักจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ การศึกษาผู้ป่วยได้ถือเป็นความก้าวหน้า แต่ยังไม่ได้นำไปสู่วิธีแก้ปัญหา Despite เป็นบุพบท จึงมักไม่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาโดยตรง การใช้วลีนาม the fact ร่วมกับ that ทำให้เกิดรูปแบบ Despite the fact that + อนุประโยค, ประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่สร้างจาก despite และสามารถนำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ได้: ____ the team had rehearsed for weeks, the opening scene still went wrong.
ดูคำตอบ
Despite the fact that
still have no idea how to + คำกริยา: ยังคงไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไร
Have no idea how to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีพูดแบบเน้นย้ำว่าคนคนหนึ่งไม่รู้วิธีหรือขั้นตอนต่อไปเลย ในประโยคนี้ สิ่งที่ไม่รู้คือวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่ไม่มีแนวคิดหรือข้อเสนอหนึ่งอย่าง Still แสดงว่าความไม่รู้นี้ยังคงอยู่ แม้จะมีการศึกษาผู้ป่วยตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้าแล้วก็ตาม คำนี้ทำให้ความก้าวหน้าในการรวบรวมหลักฐานขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่าปัญหาเชิงปฏิบัติเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไข
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายตามรูปเดิม วลีนี้ต้องสื่อว่าหลังจากพยายามหลายครั้งแล้วก็ยังไม่รู้วิธีเลย: After watching three tutorials, I ____ repair the bike.
ดูคำตอบ
still have no idea how to
all we've managed to come up with are more impossible questions about identity. โน้ต
4:55สิ่งที่เราคิดขึ้นมาได้มีเพียงคำถามที่ตอบไม่ได้เกี่ยวกับอัตลักษณ์มากขึ้น
all we've managed to come up with are ...: สิ่งเดียวที่เราพอจะคิดขึ้นมาได้คือ...
All we've managed to come up with are ... เป็นโครงสร้างเน้นผลลัพธ์ทั้งหมด All ทำหน้าที่เป็นคำสรรพนาม หมายถึง “ผลลัพธ์ทั้งหมด” หรือ “สิ่งเดียวที่ได้มา” ส่วน we've managed to come up with เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย all โครงสร้างนี้สามารถขยายเป็น all that we've managed to come up with ได้ Come up with หมายถึง “สร้างขึ้น” หรือ “คิดขึ้นมา” คำว่า with ยังคงอยู่ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์ เพราะสิ่งที่คิดขึ้นมาเป็นกรรมที่ละไว้และมี all เป็นตัวแทน โดย with ไม่ได้อยู่เป็นหน่วยเดียวกับ are การนำ all มาไว้ข้างหน้าทำให้วลีคำนามพหูพจน์หลัง are ถูกนำเสนอเป็นผลลัพธ์ทั้งหมด และมักมีนัยว่าน่าผิดหวัง ในที่นี้ คำถามที่แทบเป็นไปไม่ได้เพิ่มเติมถูกนำเสนอว่าเป็นทุกสิ่งที่งานวิจัยให้มา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “All we've managed to come up with are two weak ideas,” อนุประโยค all ที่อยู่ข้างหน้าทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าแนวคิดสองข้อนั้นมีข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมด
- บอกว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องคิดแนวคิดที่ไม่ดีได้คนละสองข้อพอดี
- นำเสนอแนวคิดที่ไม่ดีสองข้อว่าเป็นผลลัพธ์ทั้งหมดของความพยายาม
ดูคำตอบ
นำเสนอแนวคิดที่ไม่ดีสองข้อว่าเป็นผลลัพธ์ทั้งหมดของความพยายาม
come up with: คิดหรือสร้างแนวคิดขึ้นมา
come up with หมายถึง “คิดออก คิดค้น หรือสร้าง” แนวคิด คำตอบ แผน คำถาม หรือคำอธิบาย โดยมากเกิดขึ้นหลังจากใช้ความคิดหรือความพยายาม เป็นสำนวนหลายคำที่ทำหน้าที่ร่วมกัน ดังนั้น with จึงเป็นส่วนที่ตัดออกไม่ได้ ในประโยคนี้ all we've managed to come up with หมายถึง “สิ่งทั้งหมดที่เราพอจะสร้างขึ้นมาได้” โดย all เป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ with และอยู่หน้าประโยคขยาย ส่วน more impossible questions อยู่หลัง are เพื่อบอกว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “คิดออกหรือคิดค้น”: The team needs to ____ a new plan before Friday.
ดูคำตอบ
come up with
the best you can do with them is to answer them yourself according to what you believe.
5:02สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้คือเลือกตอบด้วยตัวเองตามสิ่งที่คุณเชื่อ
Swampman: การทดลองทางความคิดเรื่องอัตลักษณ์
Swampman เป็นชื่อของการทดลองทางความคิดเชิงปรัชญา ไม่ใช่คำบรรยายคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำ ในสถานการณ์ที่ใช้ตรงนี้ คนเดิมถูกทำลาย ขณะที่สสารใกล้เคียงบังเอิญรวมตัวเป็นร่างจำลองที่เหมือนกันทุกอะตอม โดยมีรูปลักษณ์และความทรงจำที่ดูเหมือนกัน การทดลองนี้ถามว่าร่างจำลองยังเป็นคนคนเดิมหรือเป็นเพียงสำเนาที่สมบูรณ์แบบ นี่คือภูมิหลังขั้นต่ำที่ช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ฟ้าผ่าและการเกิดร่างจำลองภายหลังว่าเป็นคำถามเรื่องความต่อเนื่องของอัตลักษณ์
แบบฝึกหัด
Swampman ในตัวอย่างนี้หมายถึงอะไร
- ชื่อทั่วไปสำหรับทุกคนที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำ
- การทดลองทางความคิดที่ถามว่าร่างจำลองเหมือนทุกประการยังเป็นคนคนเดิมหรือไม่
- ศัพท์วิทยาศาสตร์สำหรับสสารที่พบในหนองน้ำ
ดูคำตอบ
การทดลองทางความคิดที่ถามว่าร่างจำลองเหมือนทุกประการยังเป็นคนคนเดิมหรือไม่
Imagine that I'm walking around in a swamp and then all of a sudden I get struck by a bolt of lightning วลี
5:09ลองนึกว่าผมกำลังเดินอยู่ในหนองน้ำ แล้วจู่ ๆ ก็ถูกฟ้าผ่า
ใช้ all of a sudden เพื่อเกริ่นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด
All of a sudden เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “จู่ ๆ” หรือ “โดยไม่มีสัญญาณเตือน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกจังหวะที่เหตุการณ์สงบ ๆ เปลี่ยนไปเป็นการถูกฟ้าผ่าอย่างไม่คาดคิด เมื่อเล่าเรื่อง ให้วางวลีนี้ก่อนเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจ โดยมักอยู่หลัง and then หรือ when ให้จำเป็นกลุ่มคำเดียว ไม่ต้องแปลแยกทีละคำ
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “จู่ ๆ” ลงในประโยค: We were playing quietly when, ____, the lights went out.
ดูคำตอบ
all of a sudden
get struck by a bolt of lightning: รูปถูกกระทำที่ใช้ get เพื่อเล่าเหตุการณ์กะทันหัน
ในที่นี้ get + struck เป็นรูปประโยคถูกกระทำ ผู้พูดเป็นฝ่ายได้รับการกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายทำให้เกิดการกระทำ การใช้ get ทำให้เหตุการณ์สมมติดูเกิดขึ้นกะทันหันและมีความเคลื่อนไหว Strike เป็นคำกริยาไม่ปกติ: strike–struck–struck ส่วน by a bolt of lightning บอกสาเหตุ และ a bolt of lightning หมายถึงสายฟ้าหนึ่งครั้ง วลีทั้งหมดหมายถึงฟ้าผ่าหรือสายฟ้ากระทบคนหรือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำที่มี get อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าสายฟ้าผ่าต้นไม้
- During the storm, the tree got struck by a bolt of lightning.
- During the storm, the tree got struck a bolt of lightning.
- During the storm, the tree got a strike by a bolt of lightning.
ดูคำตอบ
During the storm, the tree got struck by a bolt of lightning.
burned to a crisp: ไหม้เกรียมจนหมด
ในที่นี้ burned to a crisp หมายถึงถูกเผาอย่างหมดจดจนจินตนาการได้ว่าร่างกายดำ แห้ง และถูกทำลายจนหมด วลีบอกผล to a crisp แสดงสภาพรุนแรงที่สุดที่เกิดจากการเผา และเพิ่มระดับความหมายของ burned อย่างมาก เมื่อใช้กับคน วลีนี้เป็นการพูดเกินจริงที่ตั้งใจให้เห็นภาพน่ากลัวและมีอารมณ์ขันแบบมืดมน ไม่ใช่ขั้นตอนการทำอาหาร แต่ต้องการสื่อว่าไม่มีส่วนที่ใช้การได้ของร่างเดิมเหลืออยู่เลย
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกผลแบบตายตัวที่หมายถึงจนถูกเผาหมดและเสียหาย: The bread was forgotten in the oven and burned ____.
ดูคำตอบ
to a crisp
at the very same moment: ในขณะเดียวกันพอดี
At the very same moment วางเหตุการณ์หนึ่งไว้ตรงกับเวลาที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นพอดี ใน the very same คำว่า very ขยายความหมายของ same กล่าวคือช่วงเวลาทั้งสองตรงกันทุกประการ ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลานั้นรุนแรงหรือยาวผิดปกติ วลีนี้ใช้เชื่อมความสัมพันธ์ด้านเวลาในเรื่องเล่าและคำอธิบาย ทำให้เห็นชัดว่าเหตุการณ์เกิดพร้อมกัน และมักเพิ่มความเชื่อมโยงเชิงดราม่าระหว่างสองเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกโดยเน้นเป็นพิเศษว่าไฟดับและสัญญาณเตือนเริ่มดังในเวลาเดียวกันพอดี
- The lights went out at that very moment, and the alarm began later.
- The lights went out at the very same moment the alarm began.
- The lights went out for a very long moment before the alarm began.
ดูคำตอบ
The lights went out at the very same moment the alarm began.
cause + กรรม + to-infinitive ใน causes ... to arrange themselves
โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive บอกว่าประธานทำให้เกิดผลที่กรรมลงมือทำหรือเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ it เป็นเหตุ atoms and molecules เป็นกรรม และ to arrange เป็นการกระทำที่เกิดขึ้น สรรพนามสะท้อน themselves ย้อนกลับไปหา atoms and molecules ซึ่งเป็นกรรมพหูพจน์ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายว่ากระบวนการหรือเหตุการณ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ freeze ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive: The cold temperature caused the water ____.
ดูคำตอบ
to freeze
used to have สำหรับสภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว
used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว หรือกำลังถูกเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ใน used to have คำว่า have เป็นกริยารูปพื้นฐานและบอกการมีหรือสภาพในอดีต ในประโยคนี้ ร่างกายเคยมีโครงแบบนั้นทุกประการ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว วลีนี้แสดงความต่างระหว่างร่างกายในอดีตกับสถานการณ์ปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมด้วย used to และกริยา have เพื่อบอกสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว: We ____ a blue car, but we sold it last year.
ดูคำตอบ
used to have
Here's an even better one: การไล่ระดับไปสู่ตัวอย่างที่หนักแน่นกว่า
Here's ใช้เสนอสิ่งถัดไปให้ผู้ฟัง ส่วน one แทนการทดลองทางความคิดหรือตัวอย่างอีกหนึ่งอย่างที่เข้าใจได้จากบริบท ประโยคนี้ทำหน้าที่พาคำอธิบายเดินหน้าต่อ ไม่ได้บรรยายถึงคนคนหนึ่ง even better แสดงการยกระดับ กล่าวคือตัวอย่างถัดไปเหมาะกว่าสำหรับทดสอบหรืออธิบายประเด็นของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเรื่องถัดไปมีคุณภาพดีกว่าอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ในการนำเสนอ Here's an even better one. โดยทั่วไปส่งสัญญาณว่าอะไร
- เป็นการเสนอตัวอย่างถัดไปที่ผู้พูดเห็นว่ามีประโยชน์หรือท้าทายกว่าสำหรับประเด็นนั้น
- เป็นการระบุคนที่ดีกว่าคนอื่นอย่างเป็นกลาง
- เป็นการบอกว่าตัวอย่างก่อนหน้าผิดข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ
เป็นการเสนอตัวอย่างถัดไปที่ผู้พูดเห็นว่ามีประโยชน์หรือท้าทายกว่าสำหรับประเด็นนั้น
replacing my cells into your body and your cells into my body.
5:47นำเซลล์ของผมใส่ในร่างคุณ และเซลล์ของคุณใส่ในร่างผม
One at a time สำหรับการทำสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับ
One at a time หมายความว่าในแต่ละขั้นจะเปลี่ยนเซลล์เพียงหนึ่งเซลล์ ส่วนเซลล์อื่นรอทำในขั้นต่อ ๆ ไป สำนวนนี้บอกลำดับที่ควบคุมไว้ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนทั้งหมดพร้อมกัน โครงสร้างคือ จำนวน + at a time เช่น one at a time, two at a time เป็นต้น ใช้บอกคน สิ่งของ หรือการกระทำซ้ำ ๆ ได้ เมื่อจำนวนที่จัดการในแต่ละขั้นมีความสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยสำนวนที่หมายถึงทำแยกทีละอย่าง ไม่ใช่ทำทั้งหมดพร้อมกัน: Please scan the pages ____ so the machine does not jam.
ดูคำตอบ
one at a time
At what point would I officially have become you? ไวยากรณ์
5:50เมื่อถึงจุดไหนที่ผมจะกลายเป็นคุณอย่างเป็นทางการ
โครงสร้าง At what point would ... have become ...?
At what point ใช้ถามว่ากระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปดำเนินถึงขั้นหรือเกณฑ์ใดจึงจะตัดสินได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าตนจะถูกนับว่าเป็นอีกคนหนึ่งเมื่อใดระหว่างกระบวนการสมมุติที่แลกเซลล์ทีละเซลล์ แม้อาจไม่มีจุดเปลี่ยนเดียวที่มองเห็นได้ชัดเจน Would ... have become เป็นโครงสร้าง modal perfect คือ would + ประธาน + have + past participle โดยมองย้อนกลับจากช่วงหลังที่สมมุติขึ้น และถามว่าอะไรน่าจะเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วภายใต้กระบวนการสมมุตินั้น officially ในที่นี้หมายถึงตามกฎหรือเกณฑ์ที่ยอมรับร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการรับรองจากรัฐบาล
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมุติแบบมองย้อนกลับด้วยรูปของ become ที่ใช้ในโครงสร้างที่เน้นไว้: Imagine that every member of a club had been replaced one by one. At what point ____ a different organization?
ดูคำตอบ
would it have become
No one on Earth has the definitive answers to these questions, วลี
5:56ไม่มีใครบนโลกมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามเหล่านี้
ความหมายและการใช้ the definitive answers to these questions
Definitive answers หมายถึงข้อสรุปที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยุติข้อสงสัย ไม่ใช่เพียงคำตอบที่มีรายละเอียดมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าคำถามเรื่องอัตลักษณ์ยังไม่มีข้อยุติที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ภาษาอังกฤษใช้ answer to a question เป็นรูปมาตรฐาน เช่น answers to these questions โดยบุพบท to ระบุคำถามที่คำตอบนั้นตอบถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่เน้นไว้: The evidence is still too limited for researchers to give ____ these questions.
ดูคำตอบ
definitive answers to
do เน้นย้ำใน what we do have
ใน what we do have คำว่า do ใช้เน้นกริยาบอกเล่า have หมายถึง “เรามีสิ่งนี้จริง ๆ” หรือ “อย่างน้อยนี่ก็คือสิ่งที่เรามี” ทำให้เกิดความต่างจากข้อความปฏิเสธก่อนหน้าที่บอกว่าไม่มีใครมีคำตอบ อนุประโยคนี้ตามหลัง You know what... จึงเรียงคำเป็น what + we + do + have ตรงนี้ do ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง และไม่ได้ใช้เพื่อสลับตำแหน่งแบบคำถามตรง แต่ใช้เน้นความต่างเพื่อแก้ความคาดหมายเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ do เน้นย้ำ: We don't have a flashlight, but we ____ have a candle.
ดูคำตอบ
do
I've made a playlist of some of my favorite clips from all over YouTube
6:02ผมทำเพลย์ลิสต์รวมคลิปโปรดบางส่วนจากทั่ว YouTube
of psychology experiments and illusions and all sorts of fun stuff
6:05ทั้งการทดลองทางจิตวิทยา ภาพลวงตา และเรื่องสนุก ๆ ทุกประเภท
deal with ในความหมายว่า “กล่าวถึงหรืออภิปรายหัวข้อ”
ตรงนี้ deal with หมายถึง “มีเนื้อหาเกี่ยวกับ” “กล่าวถึง” หรือ “อภิปราย” ประธานคือสื่อหรือเนื้อหา เช่น วิดีโอ หนังสือ บท หรือบทเรียน และ consciousness คือหัวข้อของเนื้อหานั้น กรรมที่ตามหลัง deal with ช่วยให้เลือกความหมายได้ ถ้ากรรมเป็นหัวข้อ วลีนี้บอกว่าเนื้อหากล่าวถึงอะไร แต่ถ้ากรรมเป็นปัญหาหรือสถานการณ์ยาก มักหมายถึง “จัดการ” หรือ “รับมือ”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This chapter deals with how plants survive winter,” คำว่า deals with หมายถึงอะไร
- ทำธุรกิจกับบุคคลอื่น
- จัดการความยากลำบากในทางปฏิบัติ
- กล่าวถึงหรืออภิปรายหัวข้อนั้น
ดูคำตอบ
กล่าวถึงหรืออภิปรายหัวข้อนั้น
All you have to do is click the link at the top of this video's description ไวยากรณ์
6:10คุณแค่คลิกลิงก์ที่อยู่บนสุดของคำอธิบายวิดีโอนี้
All you have to do is + กริยารูปพื้นฐาน
All you have to do is + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำหนึ่งอย่างว่าเป็นขั้นตอนเดียวที่จำเป็น ในประโยคนี้การกระทำนั้นคือ click the link ผู้พูดจึงทำให้ขั้นตอนทั้งหมดฟังดูรวดเร็วและง่าย ในโครงสร้างนี้ all หมายถึงสิ่งที่จำเป็นทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างแยกกัน ในภาษาพูดมักวางกริยารูปพื้นฐานต่อจาก is โดยตรง เช่น is click โดยไม่ใส่ to
แบบฝึกหัด
เพื่อนกังวลว่าการเข้าร่วมจะยุ่งยาก จงเติมวลีที่นำเสนอขั้นตอนจำเป็นเพียงขั้นตอนเดียว: ____ enter your name.
ดูคำตอบ
All you have to do is
and then lean back and let the automatic playlist do the work for you. ไวยากรณ์
6:13จากนั้นก็เอนหลัง แล้วปล่อยให้เพลย์ลิสต์อัตโนมัติทำงานแทนคุณ
let the automatic playlist do the work for you: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
Let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอนุญาตหรือทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำการกระทำ ในประโยคนี้กรรมคือ the automatic playlist และกริยารูปพื้นฐานคือ do โดยเพลย์ลิสต์จะจัดการการเลือกถัดไปแทนผู้ชม โครงสร้างที่ถูกต้องคือ let the automatic playlist do ไม่ใช่ let the automatic playlist to do ส่วน do the work for you เพิ่มความหมายว่าเครื่องมือนั้นช่วยประหยัดแรงของคุณ
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ organize หลัง let: Let the app ____ the files for you.
ดูคำตอบ
organize
over at Vsauce 2: การชี้ไปยังอีกสถานที่หนึ่งบนโลกออนไลน์แบบกันเอง
over at + สถานที่หรือชื่อ ใช้ชี้แบบกันเองไปยังสถานที่ที่แยกจากสิ่งที่ผู้พูดกำลังสนใจอยู่ ในที่นี้ Vsauce 2 ถูกมองเหมือนเป็นสถานที่ออนไลน์ ดังนั้นวลีนี้หมายความว่าผู้พูดได้รับข้อความที่นั่นหรือผ่านช่องนั้น over เพิ่มความรู้สึกเป็นมิตรและเป็นภาษาสนทนาในการชี้ไปยังสถานที่ ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างบน” และไม่ใช่ over ที่หมายถึง “จบแล้ว”
แบบฝึกหัด
เติมวลีแบบกันเองสองคำที่ใช้ชี้ไปยังสถานที่ออนไลน์อีกแห่งให้สมบูรณ์: I found your post ____ the history forum.
ดูคำตอบ
over at
Yeah, that's excellent cuz there's so many videos on YouTube. การใช้คำ
6:38ใช่ นั่นเยี่ยมมาก เพราะบน YouTube มีวิดีโอเยอะมาก
cuz ในฐานะการเขียน because แบบไม่เป็นทางการ
cuz เป็นการเขียน because แบบไม่เป็นทางการมาก ในประโยคนี้คำดังกล่าวใช้เกริ่นเหตุผลที่ผู้พูดคิดว่าบางอย่างยอดเยี่ยม นั่นคือมีวิดีโอมากมายบน YouTube การสะกดแบบนี้แสดงถึงสไตล์การพูดหรือแชตที่ผ่อนคลาย โดยทั่วไปสามารถเข้าใจได้ด้วยการแทน cuz ด้วย because
แบบฝึกหัด
เขียนคำมาตรฐานที่ใช้แทนการสะกดแบบไม่เป็นทางการ: That's excellent ____ there are so many videos.
ดูคำตอบ
because
If you make a playlist that you think is really cool and full of stuff that we should know about,
6:52ถ้าคุณสร้างเพลย์ลิสต์ที่คิดว่าเจ๋งมากและเต็มไปด้วยสิ่งที่เราควรรู้
send it to [email protected] and we'll feature the ones we really like การใช้คำ
6:55ส่งมาที่ [email protected] แล้วเราจะนำเพลย์ลิสต์ที่ชอบจริง ๆ มาแนะนำ
feature ในฐานะคำกริยา: นำเสนอเนื้อหาที่เลือกให้โดดเด่น
feature ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึง “นำผลงานที่คัดเลือกมาแสดงให้ผู้ชมเห็นอย่างโดดเด่น” ช่องจะเลือกเพลย์ลิสต์ที่ชอบเป็นพิเศษและให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่เพลย์ลิสต์เหล่านั้น ในบริบทของสื่อและผลิตภัณฑ์ feature + กรรม มักหมายถึงการนำบุคคล ผลงาน หรือรายการหนึ่งมาเสนอเป็นส่วนสำคัญของเนื้อหา จึงสื่อถึงความโดดเด่นมากกว่าการมีหรือรวมสิ่งนั้นไว้เฉย ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “นำเสนออย่างโดดเด่น” ให้ครบถ้วน: The school website will ____ the winning science projects.
ดูคำตอบ
feature
because you have made YouTube a better, more organized place. ไวยากรณ์
6:58เพราะคุณได้ช่วยให้ YouTube เป็นพื้นที่ที่ดีและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น
made YouTube a better, more organized place: make + กรรม + นามวลี
made ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างหรือผลิต YouTube ในวลี made YouTube a better, more organized place คำว่า YouTube เป็นกรรม และ a better, more organized place เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกผลลัพธ์ กล่าวคือ การกระทำของผู้ใช้ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่แบบนั้น ใช้ make + กรรม + นามวลี เพื่อบอกว่ากรรมเปลี่ยนไปเป็นอะไรหรือถูกมองว่าเป็นอะไร ไม่ต้องใส่ to be ระหว่างกรรมกับส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ โดยใช้ made the room a studio ไม่ใช่ made the room to be a studio
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + นามวลี เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง?
- The volunteers made the park became a cleaner place.
- The volunteers made the park to be a cleaner place.
- The volunteers made the park a cleaner place.
ดูคำตอบ
The volunteers made the park a cleaner place.
after all, เพื่อย้ำเหตุผลสนับสนุน
ในที่นี้ after all เป็นตัวบอกหน้าที่เชิงวาทกรรม ไม่ใช่สำนวนบอกเวลา ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดมองว่าผู้ฟังคุ้นเคย ยอมรับได้ง่าย หรือควรนึกถึง ข้อเท็จจริงที่ตามมาเป็นเหตุผลสนับสนุนข้อสรุปสำหรับความเห็นก่อนหน้า จึงเชื่อมข้อสรุปเข้ากับความรู้ร่วมกันแทนที่จะเสนอขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ after all เพื่อย้ำเหตุผลที่สนับสนุนข้อเสนอก่อนหน้า?
- After all the meetings, she went home.
- Let's take the earlier train. After all, the roads may be busy later.
- Finally, the train arrived.
ดูคำตอบ
Let's take the earlier train. After all, the roads may be busy later.
kind of like สำหรับการเปรียบเทียบโดยประมาณ
Kind of like ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการและไม่ตรงกันทั้งหมด like เชื่อม Vsauce เข้ากับช่องทางพิเศษสำหรับรถที่มีผู้โดยสารหลายคน ส่วน kind of บอกว่าการเทียบนี้ช่วยให้เข้าใจได้ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกด้าน ลักษณะสำคัญของช่องทางนี้คือ คนที่เดินทางร่วมกันสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า การเปรียบเทียบนี้จึงนำเสนอการค้นหาและรับชมร่วมกันว่าเป็นวิธีไปถึงเนื้อหาที่น่าสนใจได้เร็วขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is kind of like Y โดยยกสิ่งเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย แล้วอธิบายลักษณะที่ทั้งสองสิ่งมีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “คล้ายกันโดยประมาณ”: Learning a new alphabet is ____ solving a code.
ดูคำตอบ
kind of like