เกม 'ทำไมล่ะ?' 🤔 | ไฮไลต์ซีซั่น 2 - ตุ๊กแกติดหนึบ | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
248 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: คุณแม่พยายามพาเด็ก ๆ ออกจากบ้านเพื่อไปนัดเล่นกันที่สวนสาธารณะ แต่กลับกลายเป็นบทสนทนาที่มีคำถามว่า “ทำไม” ต่อเนื่อง เรื่องราวจึงค่อย ๆ เชื่อมไปถึงการตรงต่อเวลา ความมีน้ำใจ การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ก่อนจบลงด้วยการยอมแพ้แบบขำ ๆ ของคุณแม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. That's it. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่ไม่ใช่คำพูดตามตัวอักษร แต่เป็นสัญญาณหนักแน่นว่าความอดทนหมดลงและผู้พูดตัดสินใจแล้ว สามารถใช้เพื่อกำหนดขอบเขต หรือยุติการถ่วงเวลาและการโต้เถียงได้ 2. Judo's been asking for a playdate for ages. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า present perfect continuous เชื่อมคำขอที่เกิดซ้ำมาตั้งแต่อดีตเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร รูปแบบนี้ช่วยบอกว่าคนหนึ่งต้องการหรือร้องขอบางสิ่งมานาน และยังคงทำเช่นนั้นอยู่ในตอนนี้ 3. You win. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่าคำพูดนี้คือการยอมแบบขำ ๆ หรืออย่างจำใจหลังถูกถามไม่หยุด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงผลของการแข่งขันจริง ใช้เพื่อยอมรับว่าอีกฝ่ายทำให้เราเลิกต่อต้านแล้ว หรือการเถียงต่อไปไม่มีประโยชน์

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Oh Bingo, there's just no...

0:00

โอ้บิงโก มันไม่มี...

Ow!

0:02

โอ๊ย!

Mum, have you seen my hat? วลี

0:03

แม่คะ เห็นหมวกหนูไหม?

วลี

Have you seen my hat?: ใช้ถามหาเบาะแสของสิ่งของที่หาย

ในคำถามนี้ Have you seen my hat? ไม่ได้ถามแค่ว่าแม่เคยเห็นหมวกด้วยตาหรือไม่ เพราะตอนนี้หาหมวกไม่เจอ จึงเป็นการถามทางอ้อมด้วยว่า “รู้ไหมว่าอยู่ที่ไหน” หรือ “จำได้ไหมว่าเห็นครั้งสุดท้ายที่ไหน” รูป present perfect ใน have you seen เชื่อมการเห็นก่อนหน้านี้กับการค้นหาในตอนนี้ ใช้โครงสร้าง Have you seen + คนหรือสิ่งของ? ได้เมื่อยังตามหาคนนั้นหรือของนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้ Have you seen...? เพื่อถามสมาชิกในครอบครัวถึงเบาะแสเกี่ยวกับที่ชาร์จที่ยังหาไม่เจอ: ____ my charger?

ดูคำตอบ

Have you seen

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

0:08

พอแล้ว

We're not going to the park.

0:11

เราจะไม่ไปสวนสาธารณะกันแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

That's it.: ยุติการถ่วงเวลาด้วยการตัดสินใจสุดท้าย

ในที่นี้ That's it. หมายถึง “พอแล้ว เรื่องนี้จบเดี๋ยวนี้” เป็นการขีดเส้นและไม่ยอมให้ถ่วงเวลาหรือโต้เถียงต่อ ประโยคถัดไปบอกผลและการตัดสินใจสุดท้ายว่าจะไม่ไปสวนสาธารณะ วลีนี้อาจมีความหมายอื่นในบริบทอื่น แต่ประโยคที่ตามมาในที่นี้ทำให้ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่า “นั่นคือสิ่งนั้น” เมื่อมีการตัดสินใจหรือผลตามหลัง ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่าผู้พูดถือว่าเรื่องนั้นจบแล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองพูดว่า “That's it. We're going home now.” ในที่นี้ That's it. หมายถึงอะไร?

  1. การสนทนาจบแล้วและการตัดสินใจเป็นที่สิ้นสุด
  2. ผู้ปกครองต้องการให้ใครสักคนพูดประโยคล่าสุดซ้ำ
  3. วัตถุนั้นคือสิ่งที่ผู้ปกครองกำลังหาอยู่
ดูคำตอบ

การสนทนาจบแล้วและการตัดสินใจเป็นที่สิ้นสุด

We're just staying here then.

0:13

งั้นเราก็จะอยู่ที่นี่

So, we're not going anywhere? ไวยากรณ์

0:16

สรุปเราจะไม่ไปไหนเลยเหรอคะ?

ไวยากรณ์

not going anywhere? ในคำถามปฏิเสธ

ในประโยคนี้ not going anywhere หมายถึงไม่ไปไหนเลย โดย not ทำให้วลีมีความหมายปฏิเสธ ส่วน anywhere ครอบคลุมสถานที่ที่เป็นไปได้ทั้งหมด รูปประโยคคำถามใช้เพื่อขอคำยืนยันข้อสรุปนี้ว่า เราจะไม่ไปไหนกันจริง ๆ ใช่ไหม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคืนนี้ไม่มีจุดหมายและจะไม่ออกไปไหนเลย?

  1. We aren't going everywhere tonight.
  2. We are going somewhere tonight.
  3. We aren't going anywhere tonight.
ดูคำตอบ

We aren't going anywhere tonight.

No.

0:20

ไม่ไป

We'll just stay here forever. น้ำเสียง/เจตนา

0:20

เราจะอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล

น้ำเสียง/เจตนา

stay here forever ในฐานะการพูดเกินจริงเพื่อแสดงอารมณ์

stay here forever มีความหมายตามตัวอักษรว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป แต่ในประโยคนี้ forever เป็นการจงใจพูดเกินจริง ผู้พูดไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตจริง ๆ ระยะเวลาที่พูดให้ยาวเกินจริงแสดงความผิดหวังหรือความรู้สึกทำอะไรไม่ได้เพราะออกไปข้างนอกไม่ได้ ในบทสนทนาทั่วไป forever อาจหมายถึงสิ่งที่รู้สึกว่านานมาก เมื่อความหมายตามตัวอักษรไม่สมจริง

แบบฝึกหัด

ในการบ่นแบบไม่เป็นทางการ ประโยค "We'll stay here forever." น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ผู้พูดกำลังพูดเกินจริง เพราะการอยู่ที่นั่นให้ความรู้สึกยาวนานและน่าหงุดหงิด
  2. ผู้พูดกำลังวางแผนตลอดชีวิตอย่างแม่นยำ
  3. ผู้พูดกำลังสัญญาว่าจะไม่จากไปเลย
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังพูดเกินจริง เพราะการอยู่ที่นั่นให้ความรู้สึกยาวนานและน่าหงุดหงิด

Oh.

0:22

โอ้

That's it.

0:30

แค่นั้นแหละ

Come on. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

มาเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Come on. ที่ใช้เร่งให้อีกฝ่ายลงมือ

Come on. ในที่นี้ใช้เร่งให้อีกฝ่ายเริ่มขยับหรือให้ความร่วมมือ ในสถานการณ์นี้ทำหน้าที่คล้าย Hurry up หรือ Let's go ไม่ได้เป็นการขอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาผู้พูดตามความหมายตรงตัว น้ำหนักของคำพูดขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบทอย่างมาก น้ำเสียงที่เป็นมิตรอาจให้กำลังใจ แต่การพูดสั้นและเน้นหนักอาจแสดงความไม่พอใจหรือความใจร้อน

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณยังเก็บของอยู่และแท็กซี่กำลังรอ ประโยคใดใช้เร่งให้เพื่อนลงมือทันทีได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Come here and look at this photo.
  2. Come on, the taxi is waiting.
  3. Take your time; there is no hurry.
ดูคำตอบ

Come on, the taxi is waiting.

I don't understand.

0:32

หนูไม่เข้าใจเลย

We're leaving now.

0:33

เรากำลังจะไปเดี๋ยวนี้

Okay, okay.

0:35

โอเค ๆ

I just have to find my hat. น้ำเสียง/เจตนา

0:36

หนูแค่ต้องหาหมวกให้เจอ

น้ำเสียง/เจตนา

just have to สำหรับงานเล็ก ๆ เพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่

ในประโยค I just have to find my hat. คำว่า have to แสดงถึงสิ่งที่ผู้พูดจำเป็นต้องทำก่อนจะออกไป ส่วน just จำกัดความจำเป็นนั้น โดยทำให้การหาหมวกเป็นเพียงขั้นตอนเล็ก ๆ ขั้นตอนเดียวที่เหลืออยู่ just ในที่นี้หมายถึง «เพียงแค่» ไม่ใช่ «เมื่อครู่นี้» การพูดแบบนี้ช่วยให้คนที่กำลังรอรู้สึกสบายใจได้ เพราะสื่อว่าความล่าช้าน่าจะไม่นาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง just, have และ to ให้ถูกต้อง: I ____ charge my phone, then we can go.

ดูคำตอบ

just have to

Oh.

0:39

โอ้

The door.

0:40

ประตู

It is right here.

0:40

มันอยู่ตรงนี้เอง

All we need to do is walk out of it. โน้ต

0:42

แค่เราเดินออกไปก็จบ

ไวยากรณ์

All we need to do is ...: ขั้นตอนเดียวที่จำเป็น

All we need to do is ... หมายถึง “สิ่งเดียวที่เราต้องทำคือ...” ตรงนี้ all ชี้ไปที่การกระทำที่จำเป็นเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายถึงสิ่งของทั้งหมดหลายอย่าง โครงสร้างคือ All + ประธาน + need to do + is + คำกริยารูปพื้นฐาน ในตัวอย่าง walk เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้นำเสนอแผนว่าเป็นขั้นตอนเดียวที่ง่ายและเพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเกี่ยวกับกลุ่มที่รวมผู้พูดด้วย โดยใช้โครงสร้าง All + ประธาน + need to do + is: The map is clear. ____ follow the red line.

ดูคำตอบ

All we need to do is

วลี

walk out of it: การเคลื่อนที่จากด้านในไปด้านนอก

walk out of it บรรยายการเคลื่อนที่ตามความหมายตรงตัวจากด้านในของพื้นที่ไปสู่ด้านนอก walk บอกวิธีเคลื่อนที่ out of บอกเส้นทาง และ it ใช้แทนสถานที่ที่รู้อยู่แล้วจากบทสนทนา เมื่อระบุพื้นที่ที่เดินออกมา ให้คง out of ไว้ข้างหน้า เช่น walk out of the room และ walk out of the tent กรรมที่ตามหลัง out of คือพื้นที่ต้นทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ walk out of เพื่อแสดงการเคลื่อนที่จากด้านในของพื้นที่ไปสู่ด้านนอก?

  1. She walked out on her partner without warning.
  2. We opened the tent and walked out of it.
  3. The workers walked out over unsafe conditions.
ดูคำตอบ

We opened the tent and walked out of it.

It's so easy.

0:45

มันง่ายจะตาย

Why do we have to go right now? ไวยากรณ์

0:47

ทำไมเราต้องไปเดี๋ยวนี้ด้วยล่ะคะ?

ไวยากรณ์

do we have to go: การใช้ do ในคำถามที่มี have to

ใน Why do we have to go right now? วลี have to แสดงความจำเป็นหรือความหมายว่า “ต้อง” วลีนี้เป็นวลีกริยา ไม่ใช่กริยาช่วย modal แบบ must ดังนั้นคำถามใน present simple จึงต้องใช้ do-support: คำแสดงคำถาม + do/does + ประธาน + have to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อมี do แล้ว have จะคงอยู่ในรูปพื้นฐาน คำถามนี้ถามถึงเหตุผลที่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในภาษาอังกฤษสนทนาสมัยใหม่ ปกติจะไม่สร้างโครงสร้างนี้ด้วยการย้าย have ไปไว้หน้าประธานโดยตรง

แบบฝึกหัด

เรียงและเปลี่ยนคำในวงเล็บให้ถูกต้องเพื่อสร้างคำถามด้วย have to: (Leo / have to / bring) Why ____ a library card?

ดูคำตอบ

does Leo have to bring

Because I don't wanna be late. โน้ต

0:49

เพราะแม่ไม่อยากไปสาย

การใช้คำ

wanna: รูปไม่เป็นทางการของ want to

wanna เป็นรูปสะกดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนการออกเสียง want to แบบลดรูปในบทสนทนาสบาย ๆ I don't wanna be late มีความหมายเหมือน I don't want to be late ในทางไวยากรณ์ให้เข้าใจเป็น want to + กริยารูปพื้นฐาน โดย be คือกริยารูปพื้นฐานในประโยคนี้ รูปนี้เปลี่ยนระดับภาษา ไม่ได้เปลี่ยนความหมายหลัก คำบรรยายใช้ wanna เพื่อถ่ายทอดวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติและไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

แทน wanna ด้วยรูปเขียนมาตรฐาน: I don't ____ be late.

ดูคำตอบ

want to

วลี

be late: มาถึงช้ากว่าเวลาที่คาดไว้

be late หมายถึงมาถึงหรือเตรียมตัวเสร็จช้ากว่าเวลาที่ตกลงหรือคาดไว้ ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่อยากพลาดเวลาที่วางแผนไว้ ตรงนี้ late บอกสภาพว่า “สาย” ไม่ได้แปลว่า “ภายหลัง” be เปลี่ยนตามประธานและเวลา เช่น I am late, She was late และ We will be late แต่คำคุณศัพท์ late ไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

การประชุมเริ่มเวลา 10:00 น. เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มาถึงช้ากว่าเวลาที่คาดไว้”: If we arrive at 10:15, we'll ____.

ดูคำตอบ

be late

But why?

0:50

แต่ทำไมล่ะ?

Because it's not nice to keep people waiting, โน้ต

0:51

เพราะการปล่อยให้คนอื่นรอเป็นเรื่องไม่ดี

น้ำเสียง/เจตนา

it's not nice to...: วิธีบอกว่าไม่เห็นด้วยอย่างนุ่มนวล

ใช้ It's not nice to + คำกริยา เพื่อบอกอย่างนุ่มนวลว่าการกระทำหนึ่งไม่ใจดี ไม่คำนึงถึงผู้อื่น หรือไม่เหมาะกับมารยาททางสังคม ตรงนี้หมายความว่าการปล่อยให้คนอื่นรอนั้นไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น nice ใช้ประเมินพฤติกรรม ไม่ใช่รูปลักษณ์ของสิ่งของ วลีนี้นุ่มนวลกว่า It's rude to... แต่ยังแสดงว่าผู้พูดไม่เห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ครูต้องการเตือนเรื่องมารยาทในชีวิตประจำวันอย่างนุ่มนวล ประโยคใดเหมาะกับน้ำเสียงนี้มากที่สุด

  1. It's not nice to interrupt people.
  2. Anyone who interrupts is a terrible person.
  3. The room isn't nice when people talk.
ดูคำตอบ

It's not nice to interrupt people.

วลี

keep people waiting: keep + กรรม + -ing

ใน keep people waiting คำว่า people เป็นกรรมของ keep และ waiting บอกการกระทำที่คนเหล่านั้นยังทำต่อเนื่องอยู่ โครงสร้าง keep + กรรม + -ing หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของคงอยู่ในสภาวะที่กำลังดำเนินต่อไป ดังนั้น วลีนี้จึงหมายถึง “ทำให้คนอื่นต้องรอต่อไป” ไม่ใช่ “ตัวเองรอต่อไป” มักใช้เมื่ออธิบายความล่าช้าหรือขอโทษที่ทำให้ผู้อื่นรอ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษให้สมบูรณ์โดยใช้ keep + คน + -ing: I'm sorry to ____.

ดูคำตอบ

keep you waiting

especially Judo's mum.

0:54

โดยเฉพาะแม่ของ Judo

She can get a little funny if you're not on time. โน้ต

0:56

เธออาจจะอารมณ์เสียนิดหน่อยถ้าเราไม่ตรงเวลา

การใช้คำ

get a little funny: เริ่มรับมือยากหรือไม่พอใจเล็กน้อย

ในที่นี้ get + คำคุณศัพท์ หมายถึง “กลายเป็นหรือเริ่มมีสภาพตามคำคุณศัพท์นั้น” ส่วน funny ไม่ได้หมายถึง “ตลก” ในบริบทของการมาสาย get a little funny หมายถึงเธออาจไม่พอใจเล็กน้อย จู้จี้ มีปฏิกิริยาแปลก ๆ หรือรับมือได้ยากขึ้น a little ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ส่วน can แสดงว่านี่เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน ผู้พูดจงใจพูดอย่างคลุมเครือแทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าเธอจะโกรธ

แบบฝึกหัด

ใน “She can get a little funny about deadlines,” คำว่า get a little funny น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. เธออาจจะรับมือยากหรือจู้จี้ขึ้นเล็กน้อย
  2. เธอจะโกรธจัดอย่างแน่นอน
  3. เธออาจเริ่มเล่าเรื่องตลก
ดูคำตอบ

เธออาจจะรับมือยากหรือจู้จี้ขึ้นเล็กน้อย

วลี

not on time: ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด

On time หมายถึง ณ เวลาที่วางแผนหรือตกลงกันไว้ ในประโยคนี้ you're not on time หมายถึงคุณไม่ได้มาถึงในเวลาที่คาดไว้ วลีนี้เปรียบเทียบเหตุการณ์กับตารางเวลาหรือนัดหมาย ในบริบทของการมาสาย ความหมายใกล้กับ you're late แต่เน้นว่าได้ทำตามเวลาที่ตกลงกันไว้หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้”: You promised to arrive at 7:00, but you arrived at 7:20. You were ____.

ดูคำตอบ

not on time

Oh.

0:59

อ๋อ

Why?

1:00

ทำไมล่ะคะ?

Well, I guess she thinks it's rude. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

อืม แม่เดาว่าเธอคงคิดว่ามันเสียมารยาทมั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

I guess: แสดงการตัดสินอย่างระมัดระวัง

I guess ใช้บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นความเชื่อหรือข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังคาดเดาอย่างระมัดระวังว่าเหตุใดอีกคนจึงมองว่าพฤติกรรมนั้นเสียมารยาท วลีนี้ยังช่วยทำให้ความคิดเห็นนุ่มนวลลงด้วยการแสดงความไม่แน่ใจอยู่บ้าง เมื่อเทียบกับ I know หรือ I'm sure ผู้พูดจะฟังดูมั่นใจน้อยกว่าและไม่หนักแน่นเกินไป

แบบฝึกหัด

I guess แสดงความหมายอะไรในประโยคนี้? “I guess Leo took the earlier bus.”

  1. ผู้พูดกำลังสรุปอย่างระมัดระวัง
  2. ผู้พูดยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว
  3. ผู้พูดกำลังสั่ง Leo
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังสรุปอย่างระมัดระวัง

But it just takes ages getting out of the house. วลี

1:03

แต่กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ใช้เวลานานมากๆ เลยนะคะ

วลี

takes ages: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าใช้เวลานานมาก

ในประโยคนี้ takes ages หมายถึง “ใช้เวลานานมาก” คำว่า ages ไม่ได้หมายถึงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นการพูดเกินจริงเพื่อเน้นว่าใช้เวลามาก วลี -ing คือ getting out of the house ระบุกิจกรรมที่ใช้เวลานาน รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้บ่อยคือ It takes ages to do something และ Doing something takes ages

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take ตามด้วย ages: The bus is very slow; it ____ to cross town.

ดูคำตอบ

takes ages

Why?

1:06

ทำไมล่ะ?

Because you kids don't care about being on time. วลี

1:07

เพราะเด็กๆ อย่างพวกหนูไม่เคยสนใจเรื่องตรงเวลาน่ะสิ

วลี

care about being on time: care about ตามด้วยรูป -ing

care about หมายถึง “มองว่าสิ่งหนึ่งสำคัญ” เนื่องจาก about เป็นคำบุพบท การกระทำที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing ดังนั้น being on time จึงนำเสนอการตรงเวลาในฐานะเรื่องที่ให้ความสำคัญ ไม่ใช่ present continuous ในประโยคเต็ม don't ปฏิเสธ care ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าความตรงเวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเด็ก ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ care ตามด้วย about และรูป -ing ของ arrive: Leo ____ on time, so he always leaves early.

ดูคำตอบ

cares about arriving

Why?

1:10

ทำไมล่ะคะ?

Because you're too busy having fun. ไวยากรณ์

1:11

เพราะพวกหนูมัวแต่ห่วงเล่นไง

ไวยากรณ์

too busy having fun: โครงสร้าง too busy + -ing

busy + รูป -ing ใช้บอกกิจกรรมที่กินเวลาหรือดึงความสนใจของใครบางคน ใน too busy having fun วลี having fun ทำให้ความหมายของ busy สมบูรณ์ ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่งที่แยกออกมา too เพิ่มความหมายว่า “มากเกินไป” กล่าวคือความสนุกดึงความสนใจไปมากจนพลาดหรือไม่ได้ทำสิ่งอื่น ผลที่ตามมาอาจเข้าใจได้จากบริบท หรือระบุชัดด้วยโครงสร้าง too busy doing something to do something else

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo สนใจเล่นเกมมากจนไม่ได้รับโทรศัพท์?

  1. Leo was too busy playing games to answer the phone.
  2. Leo was too busy play games to answer the phone.
  3. Leo was busy to play games and did not answer the phone.
ดูคำตอบ

Leo was too busy playing games to answer the phone.

In fact, that's why we're going to the park. ลำดับความ

1:13

จริงๆ แล้ว นั่นก็เป็นเหตุผลที่เรากำลังจะไปสวนสาธารณะ

ลำดับความ

In fact, that's why ...: เน้นสาเหตุก่อนนำเข้าสู่ผลลัพธ์

In fact เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเน้นหรือปรับกรอบความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่ทำให้ประเด็นก่อนหน้าเป็นแกนหลักของคำอธิบาย That's why ชี้ย้อนกลับไปยังสาเหตุที่กล่าวไว้แล้วและนำเข้าสู่ผลลัพธ์ ลำดับข้อมูลคือสาเหตุก่อน ตามด้วย In fact, that's why แล้วจึงเป็นผลลัพธ์ ดังนั้นทั้งวลีจึงเน้นว่าข้อเท็จจริงก่อนหน้าคือเหตุผลโดยตรงของสิ่งที่จะกล่าวต่อไป

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เน้นว่าข้อเท็จจริงแรกคือสาเหตุของผลลัพธ์: The team checked every detail twice. ____ the launch went smoothly.

  1. In fact, that's why
  2. That's because
ดูคำตอบ

In fact, that's why

Judo's been asking for a playdate for ages. โน้ต

1:16

Judo ชวนเล่นด้วยกันมาตั้งนานแล้ว

ไวยากรณ์

Judo's been asking ... for ages: การกระทำที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

ในประโยคนี้ Judo's ย่อมาจาก Judo has ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ has been asking เป็น present perfect continuous มีโครงสร้าง has/have been + กริยา-ing แสดงว่าการขอเริ่มในอดีตและยังดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำมาจนถึงตอนนี้ for ages หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” เน้นว่ากินเวลานาน แต่ไม่ได้บอกระยะเวลาที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ ask: Leo ____ to join the music club for weeks.

ดูคำตอบ

has been asking

วัฒนธรรม

a playdate: เวลาที่นัดให้เด็ก ๆ มาเล่นด้วยกัน

a playdate คือช่วงเวลาที่นัดให้เด็ก ๆ มาเล่นด้วยกัน โดยปกติพ่อแม่หรือผู้ดูแลจะเป็นผู้จัดหรือตกลงอนุญาต ในที่นี้ date ไม่ได้หมายถึงการนัดพบแบบโรแมนติกของผู้ใหญ่ คำว่า playdate ทั้งคำหมายถึงกิจกรรมทางสังคมของเด็ก

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็น playdate?

  1. เด็กคนหนึ่งเข้าสอบอย่างเป็นทางการที่โรงเรียน
  2. ผู้ใหญ่สองคนพบกันเพื่อรับประทานอาหารค่ำแบบโรแมนติก
  3. ผู้ปกครองนัดให้เด็กเล็กสองคนมาเล่นด้วยกันในวันเสาร์
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองนัดให้เด็กเล็กสองคนมาเล่นด้วยกันในวันเสาร์

Why?

1:19

ทำไมล่ะคะ?

Because you're a lovely little kid. การใช้คำ

1:20

เพราะลูกเป็นเด็กน่ารักไงจ๊ะ

การใช้คำ

a lovely little kid: คำชมที่อบอุ่นและเอ็นดู

ในประโยคนี้ a lovely little kid เป็นคำบรรยายเด็กอย่างอบอุ่นและเอ็นดู lovely หมายถึงน่ารัก น่าคบหา และทำให้คนชอบ ไม่ได้หมายถึงแค่หน้าตาสวย little บอกว่าเป็นเด็กเล็ก และในบริบทครอบครัวยังเพิ่มน้ำเสียงเอ็นดูด้วย ทั้งวลีจึงอธิบายว่าทำไมคนอื่นจึงชอบอยู่กับเด็กคนนี้

แบบฝึกหัด

a lovely little kid ในประโยคนี้แสดงท่าทีแบบใด?

  1. ผู้พูดไม่ชอบพฤติกรรมของเด็ก
  2. ผู้พูดเพียงบอกว่าเด็กตัวเตี้ย
  3. ผู้พูดมองว่าเด็กน่ารักและน่าคบหาด้วยความเอ็นดู
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่าเด็กน่ารักและน่าคบหาด้วยความเอ็นดู

Why?

1:22

ทำไมล่ะคะ?

Because I put a lot of work into making sure วลี

1:22

เพราะแม่พยายามอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่า

you're a lovely little kid.

1:25

ลูกจะเป็นเด็กที่น่ารัก

วลี

put a lot of work into making: ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับกิจกรรม

Put a lot of work into something หมายถึงทุ่มเทแรง เวลา หรือความเอาใจใส่ให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ในที่นี้ work เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงความพยายาม ไม่ใช่อาชีพหรือตำแหน่งงาน รูปแบบคือ put work into + คำนามหรือกริยารูป -ing เพราะ into เป็นคำบุพบท ดังนั้นประโยคจึงใช้ making ใน put a lot of work into making sure... โดย making sure หมายถึงทำให้แน่ใจว่าบางสิ่งเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทนี้ที่หมายถึง “ทุ่มเทความพยายามอย่างมาก”: They ____ planning the neighbourhood festival, and the event ran smoothly.

ดูคำตอบ

put a lot of work into

Why?

1:26

ทำไมล่ะคะ?

Because lovely little kids turn into lovely grownups, กริยาวลี

1:27

เพราะเด็กที่น่ารักจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก

like Judo's mum.

1:30

เหมือนแม่ของ Judo ไง

กริยาวลี

turn into lovely grownups: บอกการเปลี่ยนเป็นสิ่งหรือสภาพใหม่

ในที่นี้ turn into หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่การหันตัวแล้วเข้าไปในสถานที่ใดตามความหมายตรงตัว เด็ก ๆ เติบโตและท้ายที่สุดก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก โครงสร้างคือ turn into + วลีคำนาม โดยวลีคำนามบอกผลของการเปลี่ยนแปลง เช่น turn into lovely grownups ใช้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงด้านวัย อัตลักษณ์ รูปร่าง หรือการใช้งานได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ turn into เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the renovation, the empty shop ____ a small library.

ดูคำตอบ

turned into

She really is lovely, actually. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

จริงๆ แล้วเธอน่ารักมากเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

really is lovely, actually: เน้นและปรับแก้การประเมิน

really ช่วยเน้น is lovely เพื่อยืนยันอย่างจริงใจว่าผู้พูดมองว่าเธอเป็นคนน่ารักจริง ๆ actually ที่ท้ายประโยคส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ไขหรือเติมข้อมูลเพื่อให้ความเห็นสมดุลขึ้น หลังจากมีรายละเอียดที่อาจทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบเล็กน้อย ผู้พูดจึงเติมคำชมนี้เพื่อไม่ให้ผู้ฟังตัดสินเธอจากรายละเอียดนั้นเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “She really is lovely, actually” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เน้นคำชมและแก้ไขความรู้สึกด้านลบที่อาจเกิดขึ้น
  2. ขอให้ผู้ฟังตัดสินว่าเธอเป็นคนน่ารักหรือไม่
  3. บอกว่าเธอเพิ่งกลายเป็นคนน่ารักเมื่อสักครู่นี้
ดูคำตอบ

เน้นคำชมและแก้ไขความรู้สึกด้านลบที่อาจเกิดขึ้น

Why?

1:34

ทำไมล่ะคะ?

Well, when you were born,

1:35

ก็ตอนที่ลูกเกิดน่ะ

she made us five lasagnas. วัฒนธรรม

1:37

เธอทำลาซานญ่ามาให้เราตั้งห้าถาดเลย

วัฒนธรรม

made us five lasagnas: การช่วยเหลือพ่อแม่มือใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

ประโยคนี้บอกว่า หลังจากทารกเกิด เธอทำลาซานญาห้าถาดให้ครอบครัวนั้น ในช่วงนี้ อาหารที่เตรียมไว้ช่วยให้พ่อแม่มือใหม่ประหยัดเวลาและแรงระหว่างดูแลทารกแรกเกิดได้ ดังนั้น ชนิดและจำนวนอาหารจึงแสดงให้เห็นว่าเธอทุ่มเทมากเพียงใด นี่คือการช่วยเหลือที่ทั้งมีน้ำใจและใช้ได้จริง จึงอธิบายได้ว่าทำไมผู้พูดจึงรู้สึกขอบคุณ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ การทำลาซานญาห้าถาดแสดงถึงอะไรเป็นหลัก

  1. เธอต้องการให้ครอบครัวนั้นตัดสินฝีมือทำอาหารของเธอ
  2. เธอช่วยพ่อแม่มือใหม่อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการเตรียมอาหารไว้หลายมื้อ
  3. เธอวางแผนจะเปิดร้านอาหารร่วมกับพวกเขา
ดูคำตอบ

เธอช่วยพ่อแม่มือใหม่อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการเตรียมอาหารไว้หลายมื้อ

Mm.

1:40

อืม

It meant so much to me. วลี

1:41

มันมีความหมายกับแม่มากเลยนะ

วลี

meant so much to me: มีความสำคัญทางความรู้สึกอย่างมาก

ใน mean so much to someone คำว่า mean ใช้บอกความสำคัญหรือคุณค่าทางความรู้สึก It meant so much to me หมายความว่า การกระทำก่อนหน้านั้นสำคัญต่อผู้พูดอย่างมาก และทำให้ผู้พูดรู้สึกขอบคุณหรือซาบซึ้ง ในที่นี้ meant เป็นรูปอดีตของ mean เพราะผู้พูดกำลังย้อนนึกถึงการกระทำนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ something means/meant so much to someone ซึ่งไม่ได้ใช้เพื่ออธิบายความหมายตามตัวอักษรของคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ mean so much to me: Your message ____ during a difficult week.

ดูคำตอบ

meant so much to me

That's the sort of person I want you to be. ไวยากรณ์

1:43

นั่นแหละคือคนแบบที่แม่หวังให้ลูกเป็น

ไวยากรณ์

the sort of person I want you to be: บรรยายคนแบบที่หวังให้อีกฝ่ายเป็น

the sort of person หมายถึง “คนประเภทนั้น” หรือ “คนแบบนั้น” และเป็นกลุ่มคำนามที่อยู่หลัง is ใน That's the sort of person.... ส่วน I want you to be ที่ตามมาระบุว่าหมายถึงคนประเภทใด โดยผู้พูดกำลังชี้ถึงคุณสมบัติหรือนิสัยที่หวังให้ผู้ฟังพัฒนาขึ้น รูปที่เต็มกว่าคือ the sort of person that I want you to be โดยมักละคำเชื่อม that ได้ นอกจากนี้ยังมีโครงสร้าง want + คน + to be ซึ่งหมายถึงหวังให้ใครสักคนเป็นหรือกลายเป็นบางอย่าง รูปแบบนี้ใช้เชื่อมโยงบุคคลตัวอย่างกับภาพของคนที่หวังอยากให้เป็นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเลนาเป็นตัวอย่างของคนแบบที่คุณหวังให้น้องชายเติบโตไปเป็น

  1. I sort of want Lena to be my younger brother.
  2. Lena wants my younger brother to be that sort of person.
  3. Lena is the sort of person I want my younger brother to be.
ดูคำตอบ

Lena is the sort of person I want my younger brother to be.

Why?

1:46

ทำไมล่ะคะ?

Because I want you to have a happy life.

1:46

เพราะแม่หวังให้ลูกมีชีวิตที่มีความสุข

Why?

1:48

ทำไมล่ะคะ?

Because I love you.

1:49

เพราะแม่รักลูก

But why?

1:51

แต่ทำไมล่ะคะ?

Just because. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

ก็แค่เพราะว่า

น้ำเสียง/เจตนา

Just because.: คำตอบแบบละข้อความที่ใช้เดี่ยว ๆ กับ Why...?

Just because. เป็นคำตอบแบบละข้อความในภาษาพูดสำหรับคำถามที่ใช้ why ในที่นี้หมายถึง “ไม่มีเหตุผลอื่นที่อยากบอก” หรือ “แค่รู้สึกอยากทำ” ผู้พูดตั้งใจไม่กล่าวเหตุผลออกมาให้ครบ โดยปกติ because จะนำอนุประโยคที่ให้เหตุผล แต่ในการสนทนาสามารถละส่วนที่เหลือได้เมื่อความหมายชัดเจน just เน้นว่าผู้พูดถือว่าเหตุผลที่ไม่ได้พูดออกมานั้นเพียงพอแล้ว

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ คำตอบน่าจะหมายถึงอะไร “Why did you bring me flowers?” — “Just because.”

  1. ฉันต้องการให้คุณบอกว่าเหตุใดจึงมีคนนำดอกไม้มา
  2. ฉันทำโดยไม่มีเหตุผลพิเศษ และจะไม่อธิบายให้ละเอียดกว่านี้
  3. ฉันจำไม่ได้ว่าวางดอกไม้ไว้ที่ไหน
ดูคำตอบ

ฉันทำโดยไม่มีเหตุผลพิเศษ และจะไม่อธิบายให้ละเอียดกว่านี้

That's not a reason.

1:54

นั่นไม่ใช่เหตุผลนะคะ

Oh, okay.

1:55

โอ้ โอเค

You win. สำนวน

1:57

ลูกชนะ

สำนวน

You win. ที่ใช้เพื่อยอมถอยในการสนทนา

You win. อาจใช้บอกผลการแข่งขันตามความหมายตรงตัว แต่ในที่นี้เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้ยอมถอยหลังจากการโต้เถียง การถูกถามซ้ำ ๆ หรือการโน้มน้าว หมายถึง “เอาล่ะ ฉันยอม” หรือ “คุณโน้มน้าวฉันได้แล้ว” ไม่ได้หมายความว่ามีการแข่งขันอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น ผู้พูดใช้ประโยคนี้เพื่อยุติความเห็นที่ไม่ตรงกันหรือยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ น้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูขำ ๆ ปลง ๆ หรือหงุดหงิดเล็กน้อย และไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ You win. เพื่อแสดงการยอมถอยแบบไม่เป็นทางการ แทนที่จะบอกผลการแข่งขันตามความหมายตรงตัว?

  1. You win the match by scoring more goals.
  2. All right, you win. We can watch your film tonight.
  3. At the end of the game, the screen says, “You win.”
ดูคำตอบ

All right, you win. We can watch your film tonight.

Oh.

1:59

โอ้