เกิดอะไรขึ้นกับสมองของคุณขณะปวดไมเกรน - Marianne Schwarz: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
637 คำ 149 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเหตุใดไมเกรนจึงเป็นความผิดปกติทางระบบประสาท ไม่ใช่เพียงอาการปวดศีรษะรุนแรง โดยไล่ตั้งแต่สัญญาณเตือนและการทำงานของไฮโปทาลามัส ไปจนถึงออราและการที่เส้นประสาทไตรเจมินัลไวต่อความเจ็บปวดขึ้น พร้อมกล่าวถึงอิทธิพลของฮอร์โมน พันธุกรรม และความเชื่อมโยงกับโรคอื่นที่ยังไม่แน่ชัด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. To trace a migraine's anatomy, — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การใช้ infinitive บอกจุดประสงค์เพื่อประกาศแนวทางการวิเคราะห์ที่จะตามมา และเข้าใจว่า anatomy ถูกใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงโครงสร้างและลำดับขั้นของปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน 2. the threshold for provoking pain is lowered. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจรูปแบบภาษาทางการแพทย์ที่บอกว่าเพียงสิ่งกระตุ้นระดับต่ำลงก็ทำให้เกิดความเจ็บปวดได้ และนำ threshold for... is lowered ไปใช้อธิบายความไว ความเสี่ยง หรือเงื่อนไขการกระตุ้น 3. or vice versa, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจวลีสั้นที่มาจากภาษาละตินนี้ว่าใช้บอกว่าความสัมพันธ์อาจเป็นจริงในทิศทางกลับกันด้วย โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงเหตุและผลที่ยังไม่แน่นอนหรืออิทธิพลที่เกิดได้สองทาง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A throbbing pounding headache, วลี

0:07

อาการปวดหัวตุบๆ อย่างรุนแรง

วลี

throbbing pounding headache: จังหวะและความรุนแรงของอาการปวด

throbbing และ pounding ต่างก็ขยายคำว่า headache โดย throbbing บรรยายอาการปวดที่เต้นหรือเป็นจังหวะซ้ำ ๆ ส่วน pounding เพิ่มความหมายว่าแต่ละจังหวะนั้นแรงและหนัก เมื่อใช้ร่วมกัน คำคุณศัพท์ทั้งสองจะบรรยายอาการปวดศีรษะหนึ่งอาการได้ชัดเจนกว่า bad headache ไม่ได้หมายถึงโรคสองชนิดหรืออาการสองอย่างที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ throbbing pounding headache ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. โรคสองชนิดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. อาการปวดศีรษะเล็กน้อยที่คงที่
  3. อาการปวดศีรษะหนึ่งอาการที่เต้นหรือปวดตุบ ๆ อย่างแรงซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

อาการปวดศีรษะหนึ่งอาการที่เต้นหรือปวดตุบ ๆ อย่างแรงซ้ำ ๆ

bright zigzagging lines across your field of vision, วลี

0:09

เส้นหยักแสงจ้าที่พาดผ่านการมองเห็นของคุณ

วลี

bright zigzagging lines: ความสว่างและรูปร่าง

bright และ zigzagging ต่างก็ขยายคำว่า lines โดย bright บอกระดับความสว่าง ส่วน zigzagging บอกรูปร่างหรือเส้นทาง กล่าวคือ เส้นเหล่านี้หักเลี้ยวอย่างชัดเจนซ้ำ ๆ แทนที่จะทอดเป็นเส้นตรง วลีนี้รวมรายละเอียดทางสายตาสองอย่างไว้ในนามวลีเดียว zigzagging อาจบรรยายรูปร่างของเส้น หรือเส้นทางที่เส้นดูเหมือนทอดยาวหรือเคลื่อนที่ไปตามนั้น แต่คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเคลื่อนที่เร็วเสมอไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ bright zigzagging lines มากที่สุด?

  1. เส้นตรงสีเข้มที่อยู่ตรงขอบของลานสายตา
  2. เส้นสว่างที่สร้างหรือลากไปตามรูปแบบซึ่งหักเลี้ยวอย่างชัดเจนซ้ำ ๆ
  3. วัตถุขนาดเล็กที่ไม่ได้เรียงเป็นเส้น
ดูคำตอบ

เส้นสว่างที่สร้างหรือลากไปตามรูปแบบซึ่งหักเลี้ยวอย่างชัดเจนซ้ำ ๆ

sensitivity to light, วลี

0:12

ความไวต่อแสง

วลี

sensitivity to light: sensitivity to + สิ่งกระตุ้น

ใน sensitivity to light คำว่า sensitivity เป็นคำนามที่หมายถึงภาวะที่ตอบสนองอย่างรุนแรงหรือรู้สึกไม่สบาย ส่วนบุพบท to ใช้นำหน้าสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น ซึ่งในที่นี้คือแสง ใช้โครงสร้าง sensitivity to + คำนาม เพื่อระบุสิ่งที่คนหรือส่วนหนึ่งของร่างกายตอบสนอง เช่น sensitivity to sound หรือ sensitivity to certain foods

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่มักใช้หลัง sensitivity เพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: Some people have sensitivity ____ bright screens.

ดูคำตอบ

to

lingering fatigue, วลี

0:14

ความอ่อนล้าที่ยาวนาน

วลี

lingering fatigue: ความเหนื่อยล้าที่ยังคงอยู่

ใน lingering fatigue คำว่า lingering หมายถึงการดำเนินต่อไปนานกว่าที่คาดไว้ หรือยังคงอยู่หลังจากโรคหรือปัญหาหลักผ่านไปแล้ว วลีนี้จึงหมายถึงความเหนื่อยล้าที่ยังไม่หายไปทั้งหมด Lingering เน้นระยะเวลามากกว่าความรุนแรง ความเหนื่อยล้าอาจเบาหรือรุนแรงก็ได้ แต่ใจความสำคัญคือมันยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lingering fatigue ในความหมายว่าความเหนื่อยล้ายังคงอยู่หลังจากโรคหลักหายแล้ว?

  1. After the infection cleared, he still had lingering fatigue.
  2. She felt suddenly tired during the final sprint.
  3. After a full night's sleep, his tiredness disappeared completely.
ดูคำตอบ

After the infection cleared, he still had lingering fatigue.

disrupted sleep. วลี

0:15

การนอนหลับที่ถูกรบกวน

วลี

disrupted sleep: การนอนหลับที่ถูกรบกวนหรือขาดช่วง

Disrupted sleep หมายถึงการนอนที่ความต่อเนื่อง ช่วงเวลา หรือจังหวะตามปกติถูกรบกวน อาจรวมถึงการตื่นซ้ำหลายครั้ง หลับต่อได้ยาก หรือนอนในเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ ประเด็นไม่ได้อยู่แค่จำนวนชั่วโมงนอนที่น้อย คนหนึ่งอาจอยู่บนเตียงแปดชั่วโมงแต่ยังมี disrupted sleep ได้ หากตื่นขึ้นมาหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ disrupted sleep?

  1. คนหนึ่งนอนแปดชั่วโมงแต่ตื่นขึ้นมาหลายครั้ง
  2. คนหนึ่งเข้านอนช้ากว่าแผนสิบนาทีแต่นอนได้ตามปกติ
  3. คนหนึ่งนอนต่อเนื่องตลอดคืนและรู้สึกสดชื่นในตอนเช้า
ดูคำตอบ

คนหนึ่งนอนแปดชั่วโมงแต่ตื่นขึ้นมาหลายครั้ง

A migraine can include any of these symptoms.

0:17

ไมเกรนอาจมีอาการเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง

While an incapacitating headache is one of the most common experiences of migraine,

0:21

แม้ว่าอาการปวดหัวจนทำอะไรไม่ได้จะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่พบบ่อยที่สุดของไมเกรน

the word headache doesn't really capture the wide array of experiences a migraine can entail. โน้ต

0:25

แต่คำว่าปวดหัวก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงประสบการณ์อันหลากหลายที่ไมเกรนสามารถก่อให้เกิดได้

การใช้คำ

doesn't really capture: ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาอย่างครบถ้วน

ในที่นี้ capture หมายถึง “ถ่ายทอด สื่อ หรือสรุปได้อย่างถูกต้อง” ไม่ใช่การจับทางกายภาพ doesn't really capture บอกว่าคำหรือคำอธิบายนั้นตกหล่นส่วนสำคัญของความเป็นจริงไป ในประโยคนี้ headache เรียกประสบการณ์หนึ่งที่พบบ่อยของไมเกรน แต่ไม่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์อีกหลายแบบที่ไมเกรนอาจทำให้เกิดขึ้นได้อย่างครบถ้วน ในสำนวนนี้ really สื่อความหมายว่า “ไม่ทั้งหมดหรือไม่เพียงพอ” คือชื่อนี้ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่ยังไม่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ capture ในความหมายว่า “ถ่ายทอดหรือแสดงออกได้อย่างถูกต้อง”?

  1. The short label doesn't really capture the complexity of the problem.
  2. The police worked all night to capture the escaped prisoner.
  3. The cage was designed to capture small animals safely.
ดูคำตอบ

The short label doesn't really capture the complexity of the problem.

วลี

wide array of experiences ... can entail: ความหลากหลายและสิ่งที่เกี่ยวข้อง

วลี a wide array of experiences หมายถึงประสบการณ์หลายประเภทที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ประเภทเดียวที่มีจำนวนมาก คำว่า wide array เน้นความหลากหลายและขอบเขตที่กว้าง the experiences a migraine can entail หมายถึงประสบการณ์ที่ไมเกรนอาจเกี่ยวข้องหรือรวมอยู่ด้วย หลัง experiences มีการละคำสรรพนามเชื่อม that ส่วน can แสดงความเป็นไปได้ วลีนี้จึงไม่ได้บอกว่าไมเกรนทุกครั้งจะมีประสบการณ์ทุกแบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าโครงการหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับงานหลายประเภทที่แตกต่างกัน

  1. The project can entail a wide array of tasks.
  2. The project can entail repeating one task all day.
  3. The report can detail a wide array of tasks.
ดูคำตอบ

The project can entail a wide array of tasks.

No two are alike วลี

0:32

ไมเกรนแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน

วลี

No two are alike: ไม่ว่าสองสิ่งใดก็แตกต่างกัน

No two are alike หมายความว่า หากเลือกสมาชิกสองสิ่งใด ๆ จากกลุ่ม ทั้งสองจะไม่เหมือนกันทุกประการ คำว่า alike หมายถึง “คล้ายกัน” two ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มนี้มีเพียงสองสิ่ง แต่หมายถึงคู่ใด ๆ ในกลุ่ม ในที่นี้กลุ่มที่เข้าใจกันคือประสบการณ์หรือกรณีของไมเกรน ดังนั้นสำนวนนี้จึงเน้นความแตกต่างของแต่ละคน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวในบริบทใหม่นี้ให้สมบูรณ์: Every handmade tile has a different pattern. No two are ____.

ดูคำตอบ

alike

and some don't even involve a headache. วลี

0:33

และบางครั้งก็ไม่มีอาการปวดหัวด้วยซ้ำ

วลี

don't even involve: เน้นการไม่มีสิ่งที่คาดไว้อย่างน่าประหลาดใจ

involve ในที่นี้หมายถึง “มีสิ่งหนึ่งเป็นส่วนประกอบหรือลักษณะ” ไมเกรนบางกรณีไม่มีอาการปวดศีรษะรวมอยู่ในอาการต่าง ๆ และไม่ได้หมายถึงการให้ใครสักคนเข้ามามีส่วนร่วม even ทำให้ข้อความปฏิเสธหนักแน่นขึ้น don't even involve บอกว่าสิ่งที่คนทั่วไปคาดว่าน่าจะมีนั้นกลับไม่มี จึงเน้นว่าการไม่มีสิ่งนั้นเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่ทำให้การไม่มีงานในห้องทดลองเป็นข้อมูลที่น่าประหลาดใจ: Some science projects ____ any lab work; they use existing data.

ดูคำตอบ

don't even involve

So what then is a migraine? ลำดับความ

0:36

แล้วไมเกรนคืออะไรกันแน่?

What's happening in the brain to cause it?

0:39

เกิดอะไรขึ้นในสมองที่เป็นสาเหตุของมัน?

ลำดับความ

So what then is ...?: ดึงจุดสนใจกลับมาที่คำถามหลัก

So เชื่อมคำถามเข้ากับข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน then ในที่นี้หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “เมื่อพิจารณาจากข้อมูลนั้น” ไม่ได้บอกว่าอะไรเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไปในเวลา รูปแบบ So what then is ...? เปลี่ยนข้อแก้ไขหรือข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจให้เป็นคำถามหลักข้อใหม่ ในการอธิบาย รูปแบบนี้บอกผู้ฟังว่าสมมติฐานเดิมยังไม่เพียงพอ และผู้พูดกำลังจะระบุคำนิยาม สาเหตุ หรือประเด็นที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งแสดงให้เห็นว่าราคาไม่ใช่ปัญหา คำถามใดใช้ข้อมูลก่อนหน้าเพื่อดึงจุดสนใจกลับไปยังสาเหตุที่แท้จริงได้ดีที่สุด

  1. Is the price written on the sign?
  2. What happened after the store closed?
  3. So what then is stopping customers from buying?
ดูคำตอบ

So what then is stopping customers from buying?

To trace a migraine's anatomy, ลำดับความ

0:42

เพื่อตามรอยกลไกของไมเกรน

ลำดับความ

To trace a migraine's anatomy: เกริ่นเป้าหมายของการวิเคราะห์

To trace a migraine's anatomy ที่ต้นประโยคเป็นรูปกริยา infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยบอกว่าเหตุใดจึงต้องทำขั้นตอนต่อไป ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะอธิบายว่าต้องทำอะไรเพื่อดำเนินการวิเคราะห์นั้น anatomy ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงส่วนประกอบ ลำดับขั้น และการทำงานของปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน ไม่ใช่การผ่าศึกษาร่างกายจริง ๆ บทเกริ่นทั้งหมดจึงนำเข้าสู่คำอธิบายทีละขั้น

แบบฝึกหัด

ข้อความเปิด To trace a migraine's anatomy ทำหน้าที่อะไร?

  1. สั่งให้ผ่าไมเกรนเพื่อศึกษาโครงสร้างจริง ๆ
  2. บอกจุดประสงค์และมุมมองของคำอธิบายที่จะตามมา
  3. บอกว่าการวิเคราะห์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ดูคำตอบ

บอกจุดประสงค์และมุมมองของคำอธิบายที่จะตามมา

we have to begin in the days and hours leading up to a migraine, กริยาวลี

0:44

เราต้องเริ่มจากช่วงวันและชั่วโมงก่อนที่จะเกิดไมเกรน

กริยาวลี

leading up to: ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการณ์

In the days and hours leading up to a migraine หมายถึง “ในช่วงหลายวันและหลายชั่วโมงก่อนที่ไมเกรนจะเริ่มขึ้น” โดย leading up to เป็นวลี participle ที่ขยาย days and hours lead up to แสดงช่วงเวลาหรือกระบวนการที่ค่อย ๆ เข้าใกล้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าวันและชั่วโมงเหล่านั้นเป็นสาเหตุของไมเกรน

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์: The team practiced every day in the weeks ____ the championship game.

ดูคำตอบ

leading up to

when people often identify warning signs

0:47

ซึ่งผู้คนมักจะสังเกตเห็นสัญญาณเตือน

ranging from fatigue or mood changes ไวยากรณ์

0:50

ตั้งแต่อาการเหนื่อยล้าหรืออารมณ์แปรปรวน

to bursts of yawning, sleep disruption, nausea, วลี

0:52

ไปจนถึงการหาวบ่อยครั้ง การนอนหลับที่ผิดปกติ อาการคลื่นไส้

วลี

bursts of yawning: การหาวเป็นช่วงสั้น ๆ อย่างกะทันหัน

Bursts of yawning หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เริ่มหาวอย่างกะทันหันและหาวหลายครั้งติด ๆ กัน รูปพหูพจน์ bursts บอกว่าอาการเป็นช่วงเช่นนี้อาจเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ในที่นี้ burst เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงช่วงสั้น ๆ ของกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ได้หมายถึงการระเบิด รูปแบบ a burst of หรือ bursts of + คำนาม ยังใช้กับกิจกรรมและเสียงอย่าง laughter หรือ applause ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการหาวซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเป็นช่วงสั้น ๆ?

  1. During the lecture, she stayed alert and never yawned.
  2. During the lecture, she gave one yawn at the beginning.
  3. During the lecture, she had bursts of yawning.
ดูคำตอบ

During the lecture, she had bursts of yawning.

light and sound sensitivity,

0:55

ความไวต่อแสงและเสียง

or even increased thirst.

0:57

หรือแม้แต่อาการกระหายน้ำที่เพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

ranging from ... to ...: การจัดตัวอย่างที่หลากหลายเป็นช่วง

Ranging from A to B ใช้จัดตัวอย่างที่หลากหลายให้อยู่ในรูปของช่วง โดยหมายถึง “ตั้งแต่ A ไปจนถึง B และรวมความเป็นไปได้อื่น ๆ ด้วย” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย warning signs และรวม fatigue, mood changes, yawning, sleep disruption, nausea ตลอดจนสัญญาณที่ตามมาไว้ในรายการกว้าง ๆ รายการเดียว คำว่า from และ to ในที่นี้ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ เมื่อเป็นรายการตัวอย่างที่ไม่ใช่ตัวเลข A และ B ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดต่ำสุดและสูงสุดที่แน่นอน โครงสร้างนี้เน้นแสดงว่ากลุ่มนั้นมีขอบเขตกว้างเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใช้ ranging from ... to ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: The club offers activities ____ chess ____ outdoor games.

ดูคำตอบ

ranging from · to

These warning signs point to a particular part of the brain, วลี

1:00

สัญญาณเตือนเหล่านี้ชี้ไปยังส่วนเฉพาะของสมอง

วลี

warning signs point to: หลักฐานที่บ่งชี้ข้อสรุป

ในประโยคนี้ warning signs point to a particular part of the brain หมายความว่าสัญญาณเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ทำให้สมองส่วนนั้นเป็นบริเวณที่น่าจะต้องตรวจสอบ ที่นี่ point to ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีใครกำลังใช้นิ้วชี้จริง ๆ เมื่อประธานของ point to เป็นหลักฐาน สัญญาณ ผลลัพธ์ หรือข้อเท็จจริง สำนวนนี้จะแสดงว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุ คำตอบ หรือข้อสรุปที่มีแนวโน้มเป็นไปได้ สำนวนนี้บอกทิศทางของการให้เหตุผล แต่มีน้ำหนักน้อยกว่าการบอกว่าข้อสรุปนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “บ่งชี้ว่าเป็นสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้”: All the evidence ____ a fault in the power supply.

ดูคำตอบ

points to

the hypothalamus.

1:04

ไฮโปทาลามัส

The hypothalamus normally controls the systems behind these symptoms, การใช้คำ

1:06

โดยปกติแล้วไฮโปทาลามัสจะควบคุมระบบต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังอาการเหล่านี้

การใช้คำ

the systems behind these symptoms: กลไกเบื้องหลังอาการ

behind ในที่นี้แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่ง ใน the systems behind these symptoms วลีบุพบท behind these symptoms ขยาย systems และบอกว่าระบบเหล่านี้เป็นกลไกที่มองไม่เห็นโดยตรงซึ่งช่วยทำให้เกิดหรืออธิบายอาการ รูปแบบ the X behind Y เชื่อมโยงผลลัพธ์ เหตุการณ์ หรือผลิตภัณฑ์ที่สังเกตได้กับสาเหตุ กลไก แนวคิด หรือแรงขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลัง บริบทจะบอกว่าหมายถึงความสัมพันธ์แบบใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยบุพบทที่หมายถึง “เป็นสาเหตุหรือช่วยอธิบาย”: Researchers are studying the mechanism ____ the repeated system failures.

ดูคำตอบ

behind

our body's internal hormonal balances, การใช้คำ

1:10

ความสมดุลของฮอร์โมนภายในร่างกายของเรา

การใช้คำ

our body's internal hormonal balances: ภาวะฮอร์โมนที่สมดุล

ในประโยคนี้ our body's internal hormonal balances หมายถึงระดับและการทำงานร่วมกันของฮอร์โมนภายในร่างกายที่อยู่ในภาวะสมดุล คำว่า balance ในที่นี้เป็นคำนามเชิงนามธรรมที่หมายถึงภาวะซึ่งได้รับการควบคุม ไม่ใช่การทำให้สิ่งของสมดุลหรือความสามารถของร่างกายในการยืนโดยไม่ล้ม รูปพหูพจน์ balances แสดงว่าระบบควบคุมฮอร์โมนหลายระบบมีภาวะสมดุลของตนเอง เมื่อกล่าวถึงระบบฮอร์โมนทั้งร่างกายเป็นภาวะโดยรวมเพียงหนึ่งเดียว ก็พบรูปเอกพจน์ hormonal balance ได้บ่อยเช่นกัน

แบบฝึกหัด

balance ใน our body's internal hormonal balances ใช้ในความหมายใด

  1. ภาวะที่ระดับและการทำงานร่วมกันของฮอร์โมนในร่างกายมีความสมดุล
  2. ตุ้มน้ำหนักที่ใช้วัดฮอร์โมนแต่ละชนิด
  3. ความสามารถของร่างกายในการยืนตรงโดยไม่ล้ม
ดูคำตอบ

ภาวะที่ระดับและการทำงานร่วมกันของฮอร์โมนในร่างกายมีความสมดุล

circadian rhythms, การใช้คำ

1:12

จังหวะเซอร์คาเดียน

การใช้คำ

circadian rhythms: วงจรทางชีวภาพประมาณ 24 ชั่วโมง

Circadian rhythms คือวงจรทางชีวภาพตามธรรมชาติที่เกิดซ้ำประมาณทุก 24 ชั่วโมง วงจรเหล่านี้ช่วยจัดระเบียบแบบแผนประจำวัน เช่น การหลับและตื่น อุณหภูมิร่างกาย และการหลั่งฮอร์โมน ในที่นี้คำว่า rhythms หมายถึงวงจรทางสรีรวิทยาที่เกิดซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่จังหวะดนตรี รูปพหูพจน์ใช้กล่าวถึงกระบวนการประจำวันหลายอย่างได้ ส่วน circadian rhythm ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์มักใช้เมื่อมองกระบวนการเหล่านั้นเป็นวงจรโดยรวมหนึ่งวงจร

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่หมายถึงวงจรทางชีวภาพประมาณ 24 ชั่วโมงลงในประโยค: The body's roughly 24-hour cycles are called ____.

ดูคำตอบ

circadian rhythms

and water regulation.

1:13

และการควบคุมน้ำ

It has wide connections throughout the brain วลี

1:15

มันมีการเชื่อมต่อที่กว้างขวางทั่วทั้งสมอง

and is more active than usual in the days before a migraine. ไวยากรณ์

1:18

และจะทำงานมากกว่าปกติในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดไมเกรน

วลี

wide connections throughout the brain: การเชื่อมต่ออย่างกว้างขวางทั่วทั้งสมอง

ในประโยคนี้ wide บอกขอบเขตที่การเชื่อมต่อไปถึง กล่าวคือ การเชื่อมต่อเหล่านี้ไปถึงหลายส่วนของสมอง ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อแต่ละเส้นมีความกว้างทางกายภาพ throughout the brain หมายถึงทั่วทุกส่วนของสมองหรือทั่วทั้งสมอง รูปแบบ wide connections throughout + สถานที่ ใช้อธิบายเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกระจายอยู่ในพื้นที่กว้างได้

แบบฝึกหัด

wide connections throughout the brain ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การเชื่อมต่ออยู่ภายในบริเวณเล็ก ๆ เพียงแห่งเดียวของสมอง
  2. การเชื่อมต่อไปถึงหลายบริเวณที่แตกต่างกันของสมอง
  3. การเชื่อมต่อแต่ละเส้นมีความกว้างทางกายภาพ
ดูคำตอบ

การเชื่อมต่อไปถึงหลายบริเวณที่แตกต่างกันของสมอง

ไวยากรณ์

more active than usual: ทำงานมากกว่าปกติ

more active เป็นวลีเปรียบเทียบ หมายถึงระดับการทำงานสูงขึ้น ส่วน than usual กำหนดจุดเปรียบเทียบเป็นสภาวะปกติหรือสภาวะทั่วไปของสิ่งเดียวกัน ไม่ใช่อวัยวะอื่นหรือบุคคลอื่น ใจความเต็มสามารถขยายเป็น more active than it usually is รูปแบบนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ พฤติกรรม ระบบ หรือข้อมูลได้: รูปเปรียบเทียบ + than usual

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้ active และ usual เพื่อเปรียบเทียบระดับของวันนี้กับระดับปกติให้สมบูรณ์: The server is ____ today.

ดูคำตอบ

more active than usual

Another common warning sign is the migraine aura,

1:22

สัญญาณเตือนที่พบบ่อยอีกอย่างคืออาการออร่าของไมเกรน

which can take the form of transient visual changes, โน้ต

1:25

ซึ่งอาจมาในรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงการมองเห็นชั่วคราว

วลี

can take the form of: อธิบายว่าสิ่งหนึ่งปรากฏในรูปแบบใด

take the form of + คำนามหรือวลีคำนาม หมายถึงปรากฏ มีอยู่ หรือถูกแสดงออกในลักษณะเฉพาะ ในที่นี้ อาการเตือนก่อนไมเกรนอาจปรากฏเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็นชั่วคราว คำกริยาช่วย can บอกว่านี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ในสำนวนนี้ form หมายถึงลักษณะที่สิ่งหนึ่งปรากฏหรือถูกรับรู้ ไม่ได้หมายถึงแบบฟอร์มที่ต้องกรอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “อาจปรากฏเป็น”: A food allergy ____ a skin rash.

ดูคำตอบ

can take the form of

การใช้คำ

transient visual changes: การเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็นที่หายไปในเวลาไม่นาน

ใน transient visual changes คำว่า transient ขยาย visual changes และหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ แล้วหายไป คำนี้บอกระยะเวลา ไม่ได้ระบุว่าเป็นอาการทางการมองเห็นชนิดใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

transient ในบันทึกทางการแพทย์ The patient experienced transient numbness หมายถึงอะไร?

  1. อาการชาคงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วหายไป
  2. อาการชาเกี่ยวข้องกับการขนส่ง
  3. อาการชาเป็นอาการถาวร
ดูคำตอบ

อาการชาคงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วหายไป

tingling or even trouble speaking. วลี

1:29

อาการชา หรือแม้แต่ความยากลำบากในการพูด

วลี

trouble speaking: โครงสร้าง trouble + -ing

trouble speaking หมายถึง “พูดลำบาก” ในประโยคเต็มมักใช้ have trouble speaking แต่ในที่นี้ผู้พูดกำลังไล่อาการที่อาจเกิดขึ้น จึงใช้ trouble speaking เดี่ยว ๆ เป็นนามวลี หลัง trouble ให้ใช้คำกริยารูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ทำได้ยาก เช่น trouble sleeping, trouble concentrating และ trouble speaking

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย trouble และรูป -ing ของ speak: After the dental procedure, she had ____ clearly.

ดูคำตอบ

trouble speaking

These sensations come from a change in charge across cell membranes วลี

1:32

ความรู้สึกเหล่านี้มาจากการเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้าผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

that leads to spreading changes in brain activity and blood flow across the brain. วลี

1:36

ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมในสมองและการไหลเวียนของเลือดที่แพร่กระจายไปทั่วสมอง

วลี

come from a change in charge across cell membranes: ที่มาและสาเหตุ

ในโครงสร้าง A comes from B ส่วน A คือผลลัพธ์หรือปรากฏการณ์ และ B คือที่มาหรือสาเหตุ ในที่นี้ these sensations คือผลลัพธ์ ส่วน a change in charge across cell membranes คือกลไกที่เป็นต้นกำเนิด ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ charge หมายถึง “ประจุไฟฟ้า” ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมหรือข้อกล่าวหา ส่วน across cell membranes หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งสองด้าน

แบบฝึกหัด

นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าปฏิกิริยาเคมีทำให้สีเปลี่ยน ประโยคใดแสดงทิศทางของสาเหตุและผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. The chemical reaction comes from the color change.
  2. The color change leads to a chemical reaction.
  3. The color change comes from a chemical reaction.
ดูคำตอบ

The color change comes from a chemical reaction.

วลี

leads to spreading changes: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ที่แผ่ขยาย

lead to + นามวลี หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์” ในประโยคนี้ that ระบุสาเหตุ ส่วน spreading changes in brain activity and blood flow ระบุผลลัพธ์ ในที่นี้ spreading ขยายคำว่า changes หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงแผ่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของสมองมากขึ้น ใน lead to คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นข้างหลังจึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ได้ แต่ไม่ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้เกิด” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Poor ventilation can ____ moisture problems.

ดูคำตอบ

lead to

We don't know what triggers this change in charge, การใช้คำ

1:41

เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้านี้

but it can spread quickly over the surface of the brain,

1:44

แต่มันสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วพื้นผิวของสมอง

การใช้คำ

what triggers this change in charge: ถามว่าอะไรเป็นตัวเริ่มการเปลี่ยนแปลง

ในที่นี้ trigger เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ปฏิกิริยาหรือการเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้น” อนุประโยค what triggers this change in charge ถามว่าปัจจัยใดที่ยังไม่ทราบเป็นตัวเริ่มการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้านี้ trigger ชี้ไปที่เหตุการณ์หรือสิ่งเร้าที่ทำให้กระบวนการเริ่มเคลื่อนไหว จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงสาเหตุทั้งหมดหรือสาเหตุที่ลึกที่สุด ในที่นี้ charge หมายถึง “ประจุไฟฟ้า”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ trigger เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ปฏิกิริยาหรือกระบวนการเริ่มขึ้น”

  1. The technician tested the trigger on the device.
  2. The manual shows where the alarm trigger is located.
  3. A sudden temperature drop can trigger the alarm.
ดูคำตอบ

A sudden temperature drop can trigger the alarm.

causing different aura symptoms depending on the affected area. วลี

1:47

ทำให้เกิดอาการออร่าที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

วลี

depending on the affected area: ผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข

depending on ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในประโยคนี้ อาการเตือนนำจะแตกต่างกันตามบริเวณสมองที่ได้รับผลกระทบ จึงไม่ได้เกิดอาการแบบเดียวกันในทุกบริเวณ ใน affected area คำว่า affected เป็น past participle ที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ หมายถึง “ได้รับผลหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจากกระบวนการนี้” ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกซาบซึ้งทางอารมณ์”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เน้นไว้: The field trip will be canceled or moved indoors ____ the weather.

ดูคำตอบ

depending on

If it inches over the visual cortex, for example, การใช้คำ

1:51

ตัวอย่างเช่น หากมันค่อยๆ คืบคลานผ่านคอร์เทกซ์การมองเห็น

การใช้คำ

it inches over: inch เป็นคำกริยาที่หมายถึงเคลื่อนที่ช้า

ในวลี it inches over คำว่า inches เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำที่เป็นหน่วยวัดความยาว คำกริยา inch หมายถึงเคลื่อนที่ช้ามากทีละนิด วลีนี้แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่กำลังแพร่กระจายค่อย ๆ ไปถึงหรือเคลื่อนผ่านเปลือกสมองส่วนการมองเห็น over เพิ่มความหมายของเส้นทางที่เคลื่อนไปยังหรือผ่านบริเวณนั้น ประเด็นสำคัญคือการเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ระยะทางที่วัดเป็นนิ้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ inches เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เคลื่อนที่ช้ามากทีละน้อย”?

  1. The shelf is two inches above the desk.
  2. Please move the chair an inch to the left.
  3. The queue inches forward while each ticket is checked.
ดูคำตอบ

The queue inches forward while each ticket is checked.

it may cause an image or blind spot to spread over the visual field. โน้ต

1:54

มันอาจทำให้เกิดภาพหรือจุดบอดแผ่ขยายไปทั่วลานสายตา

ไวยากรณ์

cause an image or blind spot to spread: cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ an image or blind spot เป็นกรรม และ to spread บอกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามมา may แสดงว่าผลลัพธ์นี้อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน และในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอหรือให้อนุญาต โครงสร้างนี้พบบ่อยในการอธิบายเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ expand: Heat can cause metal ____.

ดูคำตอบ

to expand

การใช้คำ

blind spot: บริเวณจำกัดในลานสายตาที่มองไม่เห็น

ในประโยคนี้ blind spot ใช้ในความหมายตรงตัว คือบริเวณจำกัดในลานสายตาที่มองไม่เห็น คำว่า spot หมายถึงบริเวณเฉพาะจุด ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการตาบอดทั้งหมด คำประสมเดียวกันนี้ยังนิยมใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงจุดอ่อน ความเสี่ยง หรือช่องว่างในความเข้าใจที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต แต่บริบทเกี่ยวกับการมองเห็นทำให้ความหมายตรงตัวทางการแพทย์เป็นความหมายที่ถูกต้องในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The exam found a blind spot near the center of her visual field," blind spot หมายถึงอะไร

  1. การตาบอดสนิทของดวงตาทั้งสองข้าง
  2. บริเวณจำกัดที่มองไม่เห็น
  3. จุดอ่อนในแผนงานที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ดูคำตอบ

บริเวณจำกัดที่มองไม่เห็น

During the headache phase,

1:59

ในช่วงระยะที่มีอาการปวดหัว

the trigeminal nerve plays a key role. วลี

2:00

เส้นประสาทไตรเจมินัลมีบทบาทสำคัญ

วลี

play a key role: มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการ

play a key role หมายถึง มีความสำคัญมากต่อการทำให้กระบวนการหรือผลลัพธ์เกิดขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าเส้นประสาทไตรเจมินัลเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปวดศีรษะ คำว่า play ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “เล่น” หรือ “เล่นดนตรี” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ X plays a key role in Y หรือ in doing Y คำว่า key เน้นความหมายของ role ว่าบทบาทนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Clear communication can ____ preventing mistakes.

ดูคำตอบ

play a key role in

The trigeminal nerve normally transmits touch, temperature, and other sensations

2:03

ปกติเส้นประสาทไตรเจมินัลจะส่งผ่านความรู้สึกสัมผัส อุณหภูมิ และความรู้สึกอื่นๆ

from the skin to most of the face,

2:08

จากผิวหนังไปยังบริเวณส่วนใหญ่ของใบหน้า

part of the scalp,

2:10

บางส่วนของหนังศีรษะ

and some of the blood vessels and layers covering the cerebral cortex.

2:11

และหลอดเลือดตลอดจนเนื้อเยื่อบางส่วนที่หุ้มซีรีบรัลคอร์เทกซ์

Once activated, ไวยากรณ์

2:14

เมื่อถูกกระตุ้น

the trigeminal nerve transmits pain signals.

2:15

เส้นประสาทไตรเจมินัลจะส่งสัญญาณความเจ็บปวด

ไวยากรณ์

Once activated: อนุประโยคบอกเวลาและเงื่อนไขแบบลดรูป

Once activated เป็นอนุประโยคบอกเวลาและเงื่อนไขแบบลดรูป ซึ่งหมายถึง once the trigeminal nerve is activated หรือ “เมื่อเส้นประสาทไตรเจมินัลถูกกระตุ้นแล้ว” และ “ทันทีที่เกิดการกระตุ้นนั้น” once ทำหน้าที่เป็นคำสันธานในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” มีการละประธานและรูปของ be เพราะเข้าใจได้จากประโยคหลัก: Once [the trigeminal nerve is] activated, the trigeminal nerve transmits pain signals. ในรูปแบบ Once + คำกริยาช่องสาม ประธานของประโยคหลักต้องเป็นสิ่งที่รับการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดคือรูปเต็มของ “Once activated, the sensor sends a signal”?

  1. Before the sensor is activated, it sends a signal.
  2. The sensor sends a signal only one time.
  3. Once the sensor is activated, it sends a signal.
ดูคำตอบ

Once the sensor is activated, it sends a signal.

During a migraine,

2:18

ในช่วงที่เกิดไมเกรน

this pain pathway becomes sensitized, การใช้คำ

2:20

เส้นทางความเจ็บปวดนี้จะไวต่อความรู้สึกมากขึ้น

meaning the threshold for provoking pain is lowered. วลี

2:22

ซึ่งหมายความว่าเกณฑ์ในการกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดจะลดลง

การใช้คำ

becomes sensitized: เปลี่ยนเป็นสภาวะที่ตอบสนองง่ายขึ้น

ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ becomes sensitized หมายถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงจนตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่ายขึ้นหรือแรงขึ้น ในประโยคนี้ เส้นทางความเจ็บปวดเริ่มตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่ายขึ้น จึงอาจเกิดความเจ็บปวดจากสิ่งกระตุ้นที่อ่อนกว่าเดิม ไม่ได้หมายเพียงว่าเส้นทางนี้มีความรู้สึก โครงสร้าง become + คำกริยาช่องที่ 3 แสดงการเปลี่ยนไปสู่สภาวะใหม่ เส้นประสาท เส้นทาง หรือระบบอาจ become sensitized หลังได้รับสิ่งกระตุ้นซ้ำ ๆ หรือรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการแพทย์สองคำที่หมายถึง “เปลี่ยนจนตอบสนองได้ง่ายขึ้น”: After repeated irritation, the nerve pathway ____.

ดูคำตอบ

becomes sensitized

วลี

the threshold for ... is lowered: ใช้สิ่งกระตุ้นน้อยลงก็ทำให้เกิดการตอบสนองได้

threshold ในที่นี้คือจุดเริ่มต้นของการตอบสนองในเชิงนามธรรม ไม่ใช่ธรณีประตูจริง ๆ the threshold for provoking pain หมายถึงปริมาณหรือความแรงของสิ่งกระตุ้นที่ต้องมี ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกเจ็บ เมื่อเกณฑ์นี้ลดลง สิ่งกระตุ้นที่อ่อนกว่าก็อาจทำให้เจ็บได้ ไม่ได้หมายความว่าความเจ็บปวดนั้นเบาลง the threshold for + คำนามหรือคำรูป -ing + is lowered เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่บอกว่าจุดเริ่มต้นของการตอบสนองลดลง ถ้าใช้โครงสร้างกรรตุวาจก จะกล่าวได้ว่าบางสิ่ง lowers the threshold for การตอบสนองหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง the threshold for + -ing + is lowered: In hot weather, ____ canceling outdoor practice ____.

ดูคำตอบ

the threshold for · is lowered

Sensations that would usually be pain-free ไวยากรณ์

2:26

ความรู้สึกที่ปกติแล้วจะไม่ทำให้เจ็บปวด

such as coughing, bending over, กริยาวลี

2:28

เช่น การไอ การก้มตัว

กริยาวลี

bending over: ก้มลำตัวไปข้างหน้าจากช่วงเอว

Bend over หมายถึงก้มลำตัวส่วนบนไปข้างหน้าและลงด้านล่างโดยพับจากช่วงเอว ส่วน bending over เป็นรูป -ing ซึ่งใช้เรียกชื่อการกระทำนี้ในประโยค หลัง such as คำว่า bending over วางขนานกับ coughing ในรายการการกระทำต่าง ๆ คำว่า over เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนและช่วยบอกท่าที่ก้มลง ไม่ได้แปลว่า “จบแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ bend over: To tie her shoe, Maya had to ____.

ดูคำตอบ

bend over

or light and sound can become painful.

2:31

หรือแสงและเสียง อาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดได้

ไวยากรณ์

would usually be pain-free: ผลที่คาดไว้ตามปกติ

would usually be pain-free หมายถึง “ตามปกติแล้วจะไม่ทำให้เจ็บหรือไม่มีความเจ็บปวด” ในที่นี้ would แสดงผลที่คาดไว้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้าใจกัน เช่น “ในสถานการณ์ปกติ” ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต อนุประโยคขยาย that would usually be pain-free ระบุว่าเป็น sensations แบบใด และวางตรงข้ามกับ can become painful เพื่อเน้นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would usually be เพื่อแสดงความคาดหมายตามปกติที่ขัดกับสถานการณ์ผิดปกติในตอนนี้

  1. For Lena, a short walk is usually easy, and today is no exception.
  2. For Lena, a short walk would usually be easy, but her injured ankle makes it difficult today.
  3. For Lena, a short walk used to be easy before her injury.
ดูคำตอบ

For Lena, a short walk would usually be easy, but her injured ankle makes it difficult today.

Migraines are as common as they are diverse, ไวยากรณ์

2:34

ไมเกรนเป็นโรคที่พบบ่อยพอๆ กับที่มีความหลากหลาย

ไวยากรณ์

as common as they are diverse: เน้นคุณสมบัติสองอย่างอย่างสมดุล

โครงสร้าง as + adjective + as + subject + be + adjective นำเสนอคุณสมบัติสองอย่างของประธานเดียวกันว่าเด่นพอ ๆ กัน ในประโยคนี้ ไมเกรนทั้งพบได้บ่อยมากและมีความหลากหลายมาก คุณสมบัติทั้งสองไม่ได้ถูกวัดว่าเท่ากันอย่างแท้จริง รูปประโยค as ... as ที่สมดุลให้น้ำหนักใกล้เคียงกันแก่ทั้งสองคุณสมบัติ และทำให้คำบรรยายฟังดูประณีตและเน้นย้ำขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้เพื่อทำให้คุณสมบัติสองอย่างของประธานเดียวกันสมดุลกัน

  1. The course is as demanding as the final exam.
  2. The course is more demanding than useful.
  3. The course is as demanding as it is useful.
ดูคำตอบ

The course is as demanding as it is useful.

affecting as many as 33% of women วลี

2:37

ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากถึง 33%

and 13% of men in their lifetimes.

2:40

และผู้ชาย 13% ในช่วงชีวิตของพวกเขา

วลี

affecting as many as 33%: เน้นตัวเลขที่สูง

ใน affecting as many as 33% of women คำว่า as many as นำเสนอ 33% ว่าเป็นสัดส่วนที่สูงอย่างน่าสังเกต ผู้เขียนต้องการให้ผู้ฟังสนใจว่าตัวเลขนี้สูงเพียงใด ในที่นี้ as many as เป็นวลีบอกปริมาณหนึ่งชุดที่วางหน้าตัวเลข ไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบความเท่ากัน as ... as เนื่องจากเปอร์เซ็นต์นี้หมายถึงกลุ่มผู้หญิงที่นับได้ จึงใช้ many ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำนวนนี้อาจนำเสนอค่าประมาณด้านสูง จึงไม่ได้รับรองด้วยตัวมันเองว่าตัวเลขคือ 33% พอดี

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนเพื่อเน้นจำนวนที่มากจนน่าประหลาดใจ: The museum welcomed ____ 5,000 visitors in one day.

ดูคำตอบ

as many as

Still, there's much we don't know about them. ลำดับความ

2:43

ถึงกระนั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับมัน

ลำดับความ

Still, ในฐานะคำเชื่อมแสดงความขัดแย้ง

เมื่ออยู่ต้นประโยค Still หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “แม้จะเป็นเช่นนั้น” โดยยอมรับข้อมูลที่กล่าวมาก่อน แล้วจึงนำเข้าสู่ข้อจำกัดว่า ยังมีเรื่องสำคัญที่ไม่รู้ ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ คำนี้พาแนวคิดจากข้อมูลที่รู้อยู่แล้วไปสู่ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่นิ่ง” หรือเพียงแค่ “ยังคงดำเนินอยู่”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เติมความขัดแย้งนี้ได้เหมาะสมที่สุด: The first trial looked promising. ___, more testing is needed.

  1. Therefore
  2. For example
  3. Still
ดูคำตอบ

Still

We can see that migraine is a neurological disorder การใช้คำ

2:46

เราสามารถเห็นได้ว่าไมเกรนเป็นความผิดปกติทางระบบประสาท

การใช้คำ

a neurological disorder ในฐานะการจัดประเภททางการแพทย์

ใน a neurological disorder คำว่า neurological หมายถึง “เกี่ยวข้องกับสมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาท” ส่วน disorder เป็นคำนามทางการแพทย์หลักที่ใช้เรียกภาวะซึ่งรบกวนการทำงานตามปกติ วลีนี้จัดไมเกรนเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท แทนที่จะมองว่าเป็นเพียงอาการปวดศีรษะทั่วไป ในที่นี้ disorder ไม่ได้หมายถึง “ความรก” หรือ “ความสับสน”

แบบฝึกหัด

ในบทความทางการแพทย์ a neurological disorder หมายถึงอะไร

  1. อาการปวดศีรษะสั้น ๆ ทุกครั้งหลังจากวันที่เหน tiring
  2. การจัดวางสิ่งของในห้องอย่างรก
  3. ภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
ดูคำตอบ

ภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

affecting multiple parts of the brain,

2:49

ที่ส่งผลกระทบต่อสมองหลายส่วน

the brainstem, cerebral hemispheres,

2:51

ก้านสมอง ซีรีบรัลเฮมิสเฟียร์ (สมองซีกซ้ายและขวา)

and the nerves themselves.

2:53

และตัวเส้นประสาทเอง

But we don't know for sure what exactly triggers each step, ลำดับความ

2:55

แต่เราไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดแต่ละขั้นตอน

ลำดับความ

But we don't know for sure what exactly triggers each step: แสดงความไม่แน่นอน

But เปลี่ยนทิศทางของข้อมูลจากข้อสังเกตที่กล่าวไปแล้ว ไปสู่ขอบเขตของสิ่งที่ยังสรุปได้ไม่เต็มที่ we don't know for sure แสดงความไม่แน่นอน ส่วน what exactly triggers each step ระบุคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจน การเรียบเรียงแบบนี้แยกหลักฐานที่รู้แล้วออกจากกลไกที่ยังไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รู้อะไรเลย แต่หมายความว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะตอบได้อย่างแน่นอนว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นแต่ละขั้นตอน

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า: The data show a pattern, but we don't know for sure what causes it. อนุประโยคหลังทำหน้าที่อะไร

  1. ปฏิเสธข้อมูลทั้งหมด
  2. พิสูจน์ว่าสาเหตุเดียวอธิบายได้ทุกกรณี
  3. ระบุว่าสาเหตุยังไม่แน่นอนโดยไม่ได้ปฏิเสธรูปแบบที่สังเกตพบ
ดูคำตอบ

ระบุว่าสาเหตุยังไม่แน่นอนโดยไม่ได้ปฏิเสธรูปแบบที่สังเกตพบ

why some people get migraines and not others,

2:59

ทำไมบางคนถึงเป็นไมเกรนแต่บางคนไม่เป็น

why so many more women do than men,

3:02

ทำไมผู้หญิงถึงเป็นมากกว่าผู้ชายมาก

or why people's migraine patterns sometimes change over their lifetimes.

3:04

หรือทำไมรูปแบบของไมเกรนในคนเราถึงเปลี่ยนไปในช่วงชีวิต

Hormonal fluctuations are thought to have a role in some of these things. ไวยากรณ์

3:09

เชื่อกันว่าความผันผวนของฮอร์โมนมีบทบาทในบางเรื่องเหล่านี้

ไวยากรณ์

are thought to have a role: รายงานข้อสรุปที่ยังไม่แน่นอน

are thought to have a role ใช้โครงสร้างรายงานแบบกรรมวาจก subject + be thought to + base verb ประธานพหูพจน์ Hormonal fluctuations ใช้กับ are ส่วน have a role in หมายถึงมีส่วนช่วยหรือมีอิทธิพลต่อบางสิ่ง โครงสร้างนี้นำเสนอมุมมองที่มีงานวิจัยสนับสนุนโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้มีความเห็น และไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้หมายถึงความผันผวนของฮอร์โมนอาจมีส่วนต่อผลบางอย่าง แต่ไม่ได้ระบุว่าความสัมพันธ์นี้แน่นอน

แบบฝึกหัด

งานวิจัยเบื้องต้นชี้ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกัน แต่บทบาทนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ ประโยคใดรักษาความไม่แน่นอนนี้ได้ดีที่สุด

  1. Sleep quality guarantees recovery.
  2. Sleep quality is known to have a role in recovery.
  3. Sleep quality is thought to have a role in recovery.
ดูคำตอบ

Sleep quality is thought to have a role in recovery.

Some women experience a significant reduction in migraine frequency after menopause, วลี

3:13

ผู้หญิงบางคนมีอัตราการเกิดไมเกรนลดลงอย่างมากหลังจากหมดประจำเดือน

when sex hormone fluctuations are fewer.

3:18

เมื่อความผันผวนของฮอร์โมนเพศน้อยลง

วลี

experience a significant reduction in...: รายงานการลดลงที่วัดได้

experience ในที่นี้หมายถึง “ประสบ” หรือ “มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น” ไม่ใช่ “ลองทำกิจกรรม” ประธานเป็นฝ่ายได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ผู้หญิงบางคนมีไมเกรนเกิดขึ้นถี่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างทางการคือ experience a significant reduction in + คำนาม โดย reduction in ระบุสิ่งที่ลดลง ส่วน significant บอกว่าการลดลงนั้นมากหรือสำคัญพอที่จะสังเกตได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยครายงานแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้างเป้าหมายในรูปอดีต: After the safety update, the factory ____ workplace accidents.

ดูคำตอบ

experienced a significant reduction in

Meanwhile, just before menopause, ลำดับความ

3:21

ในขณะเดียวกัน ก่อนวัยหมดประจำเดือน

these fluctuations increase

3:23

ความผันผวนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้น

ลำดับความ

Meanwhile, just before menopause,...: เปลี่ยนไปยังช่วงเวลาที่มีแนวโน้มตรงข้าม

Meanwhile เปลี่ยนคำอธิบายจากช่วงหลังหมดประจำเดือนไปยังช่วงที่เกี่ยวข้องก่อนหมดประจำเดือนเล็กน้อย หัวข้อยังคงเดิม แต่ชวนให้ผู้อ่านเปรียบเทียบแนวโน้มที่ตรงข้ามกัน คือ หลังหมดประจำเดือนมีความผันผวนน้อยลง แต่ก่อนหมดประจำเดือนเล็กน้อยความผันผวนกลับเพิ่มขึ้น ในที่นี้ meanwhile เป็นคำเชื่อมที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกว่าสองช่วงเวลานี้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างแท้จริง ในคำอธิบาย คำนี้สามารถนำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกช่วงเวลา สถานที่ หรือกลุ่มหนึ่ง โดยทำให้ข้อมูลนั้นขนานกับประเด็นก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ Meanwhile ในประโยคนี้คืออะไร

  1. เปลี่ยนไปยังอีกช่วงเวลาหนึ่งและชวนให้เปรียบเทียบกับแนวโน้มก่อนหน้า
  2. แสดงว่าความผันผวนของฮอร์โมนทำให้เกิดการหมดประจำเดือน
  3. บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันอย่างแท้จริง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนไปยังอีกช่วงเวลาหนึ่งและชวนให้เปรียบเทียบกับแนวโน้มก่อนหน้า

and some women experience worsening or new headaches.

3:25

และผู้หญิงบางคนจะมีอาการปวดหัวแย่ลงหรือเกิดอาการปวดหัวแบบใหม่

People with migraines are more likely to suffer from depression, วลี

3:30

ผู้ที่เป็นไมเกรนมีแนวโน้มที่จะทุกข์ทรมานจากโรคซึมเศร้า

panic disorder, sleep disorders,

3:33

โรคตื่นตระหนก โรคการนอนหลับ

and strokes, among other illnesses. วลี

3:35

และโรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงโรคอื่นๆ

วลี

are more likely to suffer from: มีโอกาสสูงกว่า ไม่ได้แปลว่าแน่นอน

โครงสร้าง be more likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งมีโอกาสเกิดกับคนกลุ่มหนึ่งมากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ are more likely to ชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า ส่วน suffer from หมายถึง “ประสบหรือเป็นภาวะที่ส่งผลเสีย เช่น โรค” ข้อความนี้พูดถึงแนวโน้มในระดับกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นไมเกรนทุกคนจะเป็นภาวะใดภาวะหนึ่งที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

ประโยค “People with migraines are more likely to suffer from sleep disorders” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้ที่เป็นไมเกรนทุกคนจะมีความผิดปกติของการนอนหลับ
  2. มีการพิสูจน์แล้วว่าความผิดปกติของการนอนหลับทำให้เกิดไมเกรน
  3. ผู้ที่เป็นไมเกรนมีโอกาสประสบความผิดปกติของการนอนหลับสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ

ผู้ที่เป็นไมเกรนมีโอกาสประสบความผิดปกติของการนอนหลับสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ

วลี

among other illnesses: รายการที่ยังไม่ครบ

among other illnesses วางหลังตัวอย่างเพื่อบอกว่ารายการนั้นยังไม่ครบ โรคที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นเพียงบางส่วนของกลุ่มที่ใหญ่กว่า other illnesses หมายถึงโรคอื่นที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ไม่ใช่ชื่อของโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ รายการตัวอย่าง + among other + คำนามพหูพจน์ที่บอกหมวดหมู่ เช่น among other reasons หรือ among other activities

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษเป้าหมายสองคำที่แสดงว่ารายการยังไม่ครบ: The community center offers painting, dance, and drama, ____ activities.

ดูคำตอบ

among other

The relationship with these diseases is likely complex, ไวยากรณ์

3:38

ความสัมพันธ์กับโรคเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะซับซ้อน

ไวยากรณ์

is likely complex: การประเมินที่น่าจะจริงแต่ยังไม่แน่นอน

ใน is likely complex คำว่า likely หมายถึง probably หรือ “น่าจะ” ประโยคนี้เสนอว่าความซับซ้อนเป็นข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุด แต่ยังเปิดโอกาสว่าข้อสรุปนั้นอาจผิดได้ การใช้ถ้อยคำแบบนี้เรียกว่า hedging หรือการลดระดับความมั่นใจ งานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงวิเคราะห์ใช้เพื่อแยกการตีความจากหลักฐานออกจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แน่ชัดแล้ว

แบบฝึกหัด

หลักฐานเบื้องต้นชี้ว่าสาเหตุซับซ้อน แต่การศึกษายังไม่เสร็จ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. The cause is likely complex.
  2. The cause is definitely complex.
  3. The cause cannot be complex.
ดูคำตอบ

The cause is likely complex.

possibly reflecting the effect of migraine on those diseases or vice versa, สำนวน

3:41

ซึ่งอาจสะท้อนถึงผลกระทบของไมเกรนที่มีต่อโรคเหล่านั้น หรือในทางกลับกัน

สำนวน

or vice versa: การกลับทิศทางของความสัมพันธ์

Vice versa หมายถึงความสัมพันธ์ที่เพิ่งกล่าวถึงสามารถเข้าใจได้โดยสลับสองฝ่าย ในที่นี้วลีดังกล่าวใช้แทนความเป็นไปได้แบบเต็มว่าโรคเหล่านั้นส่งผลต่อไมเกรน เนื่องจากวลีนี้นำหน้าด้วย or ประโยคจึงเสนอทิศทางกลับกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ไม่ได้ยืนยันว่าทั้งสองทิศทางเป็นจริง ในบริบทอื่น and vice versa สามารถหมายความว่าทั้งสองทิศทางเป็นจริงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายความว่าทิศทางของเหตุและผลอาจกลับกัน: The delay may have caused the error, or ____.

ดูคำตอบ

vice versa

or reflecting their shared genetic basis. วลี

3:46

หรือสะท้อนถึงพื้นฐานทางพันธุกรรมที่มีร่วมกัน

วลี

shared genetic basis: พื้นฐานทางพันธุกรรมร่วมกัน

“Shared genetic basis” หมายถึงภาวะหรือลักษณะตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางชีววิทยาที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางส่วนร่วมกัน คำว่า “shared” ขยาย “genetic basis” จึงบอกว่าอิทธิพลทางพันธุกรรมพื้นฐานนั้นเป็นสิ่งที่ภาวะเหล่านั้นมีร่วมกัน ในที่นี้ “basis” หมายถึงรากฐานหรือที่มาในเชิงนามธรรม ไม่ใช่ฐานที่เป็นสถานที่จริง วลีนี้บอกว่ารากทางพันธุกรรมอาจซ้อนทับกัน แต่ไม่ได้ยีนยันว่ายีนเพียงตัวเดียวอธิบายทุกอย่าง หรือพันธุกรรมเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

หากภาวะสองอย่าง have a shared genetic basis หมายความว่าอย่างไร

  1. พิสูจน์ว่ายีนเพียงตัวเดียวเป็นสาเหตุเดียวของทั้งสองภาวะ
  2. หมายความว่าทั้งสองภาวะได้รับการศึกษาในอาคารเดียวกัน
  3. บ่งชี้ว่าปัจจัยที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางส่วนเหมือนกันอาจมีอิทธิพลต่อทั้งสองภาวะ
ดูคำตอบ

บ่งชี้ว่าปัจจัยที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางส่วนเหมือนกันอาจมีอิทธิพลต่อทั้งสองภาวะ

Genetics almost certainly play a role, วลี

3:49

พันธุกรรมมีบทบาทอย่างแน่นอน

วลี

almost certainly play a role: แทบจะแน่นอนว่ามีบทบาท

“Almost certainly” แสดงความมั่นใจในระดับสูงมาก แต่ยังเหลือความไม่แน่นอนอยู่เล็กน้อย มีน้ำหนักมากกว่า “probably” แต่ไม่เด็ดขาดเท่า “certainly” เล็กน้อย “Play a role” หมายถึงมีส่วนต่อผลลัพธ์หรือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งอิทธิพล เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บอกว่าพันธุกรรมน่าจะเกี่ยวข้องอย่างมาก แต่ไม่ได้อ้างว่าพันธุกรรมเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความมั่นใจสูงมากว่าค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วน แต่ยังเหลือความไม่แน่นอนเล็กน้อย

  1. Cost probably played a role in the delay.
  2. Cost certainly caused the delay by itself.
  3. Cost almost certainly played a role in the delay.
ดูคำตอบ

Cost almost certainly played a role in the delay.

although with a few exceptions, ไวยากรณ์

3:51

แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นบางประการ

there's no single gene that causes migraines. ไวยากรณ์

3:53

แต่ไม่มีรหัสพันธุกรรมใดเพียงรหัสเดียวที่เป็นสาเหตุของไมเกรน

ไวยากรณ์

although with a few exceptions: จำกัดขอบเขตของข้อสรุปทั่วไป

Although ใช้นำอนุประโยคที่แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน โดยบอกว่าประเด็นนี้ขัดกับหรือจำกัดอีกประเด็นหนึ่งในการอธิบาย ในที่นี้ไม่ได้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำที่มีความหมายเหมือน however With a few exceptions ใช้จำกัดขอบเขตของข้อสรุปทั่วไปที่ตามมา ข้อสรุปนั้นถือว่าจริงโดยทั่วไป แต่มีบางกรณีที่ไม่รวมอยู่ด้วย ข้อยกเว้นเหล่านั้นไม่ได้ล้มล้างข้อสรุปหลัก

แบบฝึกหัด

although with a few exceptions ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนอข้อสรุปทั่วไปที่ตามมาในรูปของการยอมรับข้อหนึ่ง และเปิดให้มีบางกรณีที่ไม่อยู่ในข้อสรุปนั้น
  2. บอกว่าข้อยกเว้นหักล้างข้อสรุปทั่วไปที่ตามมาอย่างสิ้นเชิง
  3. บอกว่าข้อสรุปทั่วไปที่ตามมาไม่มีข้อยกเว้นเลย
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อสรุปทั่วไปที่ตามมาในรูปของการยอมรับข้อหนึ่ง และเปิดให้มีบางกรณีที่ไม่อยู่ในข้อสรุปนั้น

ไวยากรณ์

there's no single gene that causes: ปฏิเสธคำอธิบายที่อาศัยยีนเพียงตัวเดียว

โครงสร้าง there is no single + คำนาม + that... ปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียวเป็นผู้ทำกริยาในอนุประโยคขยาย ในที่นี้ that causes migraines ระบุว่ากำลังพูดถึงยีนประเภทใด ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ ประโยคดังกล่าวตัดคำอธิบายที่ว่าไมเกรนเกิดจากยีนเพียงยีนเดียวออกไป แต่ไม่ได้บอกว่ายีนไม่มีความเกี่ยวข้อง ยีนหลายตัวอาจมีส่วนร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ There is no single gene that causes the condition มากที่สุด?

  1. มียีนหนึ่งตัวพอดีที่ทำให้เกิดภาวะนี้ทุกกรณี
  2. ยีนหลายตัวอาจมีส่วนร่วม แต่ยีนตัวเดียวไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด
  3. ยีนไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะนี้เลย
ดูคำตอบ

ยีนหลายตัวอาจมีส่วนร่วม แต่ยีนตัวเดียวไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด

Certain genes control how easily our brains' neurons are excited by environmental stimuli ไวยากรณ์

3:56

ยีนบางตัวควบคุมว่าเซลล์ประสาทในสมองของเราจะถูกกระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมได้ง่ายเพียงใด

and how readily they transmit painful signals.

4:02

และส่งผ่านสัญญาณความเจ็บปวดได้ง่ายเพียงใด

ไวยากรณ์

control how easily ... and how readily ...: อนุประโยค how ที่ขนานกัน

หลัง control ประโยคนี้วางอนุประโยค how สองชุดไว้แบบขนานกัน ได้แก่ how easily ... are excited และ how readily they transmit .... ทั้งสองอนุประโยคทำหน้าที่เป็นกรรมของ control และบอกระดับหรือความง่ายที่ยีนมีอิทธิพลต่อกระบวนการนั้น อนุประโยคเหล่านี้เป็นอนุประโยคซ้อน ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ส่วน and เป็นสัญญาณว่ามีข้อมูลอีกชุดที่ใช้โครงสร้างเดียวกัน: control how + คำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา, and how + คำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how สองชุดที่ขนานกันหลัง controls ได้ถูกต้อง

  1. The app controls notifications appear how often and they sound how loudly.
  2. The app controls how often do notifications appear and how loudly do they sound.
  3. The app controls how often notifications appear and how loudly they sound.
ดูคำตอบ

The app controls how often notifications appear and how loudly they sound.

It's possible that the neurons in the brains of people who experience migraines

4:06

เป็นไปได้ว่าเซลล์ประสาทในสมองของผู้ที่ประสบกับไมเกรน

are more easily triggered by environmental stimuli วลี

4:10

จะถูกกระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมได้ง่ายกว่า

วลี

more easily triggered by: มีเกณฑ์การกระตุ้นที่ต่ำกว่า

ใน are more easily triggered by environmental stimuli ส่วน are triggered เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าสิ่งเร้าจากสิ่งแวดล้อมสามารถกระตุ้นให้การตอบสนองของเซลล์ประสาทเริ่มขึ้นได้ More easily แสดงการเปรียบเทียบ คือการตอบสนองเริ่มขึ้นด้วยสิ่งเร้าที่น้อยกว่า หรือเกิดได้ในสถานการณ์มากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอ้างอิง ในการอธิบายทางการแพทย์และความเสี่ยง trigger มักหมายถึง “กระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบหรือปฏิกิริยา” คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งกระตุ้นนั้นเป็นสาเหตุพื้นฐานหรือสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกล่าวว่าแสงจ้าอาจกระตุ้นให้อาการไมเกรนกำเริบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นสาเหตุพื้นฐาน ประโยคใดตรงกับข้อความนี้มากที่สุด

  1. For some patients, bright light is more easily triggered by migraine attacks.
  2. For some patients, migraine attacks are more easily caused by bright light.
  3. For some patients, migraine attacks are more easily triggered by bright light.
ดูคำตอบ

For some patients, migraine attacks are more easily triggered by bright light.

and less likely to block painful signals. ไวยากรณ์

4:14

และมีโอกาสน้อยกว่าที่จะสกัดกั้นสัญญาณความเจ็บปวด

ไวยากรณ์

less likely to block painful signals: โอกาสเชิงเปรียบเทียบที่ต่ำกว่า

less likely to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มหรืออีกสถานการณ์หนึ่ง ในที่นี้หมายถึงเซลล์ประสาทที่กำลังกล่าวถึงมีโอกาสปิดกั้นสัญญาณความเจ็บปวดน้อยกว่า less แสดงการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ ส่วน block painful signals หมายถึงหยุดหรือลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวด ไม่ใช่ซ่อนอารมณ์เจ็บปวด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “มีโอกาสน้อยกว่าที่จะ”: Compared with the older model, this battery is ____ overheat.

ดูคำตอบ

less likely to

While there's no simple way to explain what happens in our brains with this complex disorder, ลำดับความ

4:18

แม้ว่าจะไม่มีวิธีง่ายๆ ในการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของเราจากความผิดปกติที่ซับซ้อนนี้

ลำดับความ

While there's no simple way...: ยอมรับข้อจำกัดก่อนเสนอประเด็นหลัก

while ในที่นี้หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคเปิดยอมรับข้อจำกัดก่อนว่า ไม่มีวิธีง่าย ๆ ที่จะอธิบายว่าความผิดปกติที่ซับซ้อนนี้ทำอะไรกับสมอง การวางข้อความยอมรับข้อจำกัดไว้ก่อนช่วยเตรียมผู้อ่านสำหรับประโยคหลักที่จะตามมา รูปแบบ “ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงบอกประเด็นหลัก” ทำให้สรุปได้อย่างชัดเจนโดยไม่ทำเหมือนว่าหัวข้อนั้นเรียบง่าย

แบบฝึกหัด

While ในคำบรรยายนี้ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลอย่างไร

  1. บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. บอกสาเหตุของความผิดปกติ
  3. ยอมรับก่อนว่าหัวข้อนั้นซับซ้อน แล้วจึงนำไปสู่ประเด็นหลัก
ดูคำตอบ

ยอมรับก่อนว่าหัวข้อนั้นซับซ้อน แล้วจึงนำไปสู่ประเด็นหลัก

one thing is for sure. วลี

4:24

แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ

วลี

one thing is for sure: การเกริ่นข้อสรุปที่แน่นอน

One thing is for sure เป็นวลีส่งสัญญาณแบบตายตัวที่หมายถึง “อย่างน้อยมีอยู่หนึ่งประเด็นที่แน่นอน” วลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะกล่าวข้อสรุปที่ตนมั่นใจที่สุด ในที่นี้ for sure เน้นความแน่นอน ไม่ได้ขอให้ใครยืนยัน วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยแยกข้อสรุปที่ชัดเจนออกจากรายละเอียดอื่นที่ซับซ้อนหรือยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึง “อย่างน้อยมีอยู่หนึ่งประเด็นที่แน่นอน”: We may disagree about the route, but ____: we must leave before dark.

ดูคำตอบ

one thing is for sure

Migraine is much more than a headache. ลำดับความ

4:26

ไมเกรนเป็นมากกว่าแค่อาการปวดหัว

ลำดับความ

much more than a headache: การแก้คำนิยามที่แคบเกินไป

Much more than a headache ไม่ได้เปรียบเทียบจำนวน แต่ปฏิเสธมุมมองที่แคบว่าไมเกรนเป็นเพียงอาการปวดศีรษะ เพราะผลกระทบและกลไกของมันไปไกลกว่าอาการเดียวนี้ ในโครงสร้าง X is much more than Y คำว่า more than ขยายขอบเขตนิยามของ X และ much เพิ่มน้ำหนักอย่างมาก ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวสรุปคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นใจความหลักว่าไมเกรนไม่อาจลดเหลือเพียงอาการเดียวได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเน้นย้ำสามคำที่หมายถึง “มากเกินกว่าจะเป็นเพียงสิ่งนั้น”: A good coach is ____ someone who gives orders.

ดูคำตอบ

much more than

But what then is a headache? ลำดับความ

4:30

แล้วอาการปวดหัวคืออะไรล่ะ?

ลำดับความ

But what then is...? เพื่อเชื่อมเหตุผลไปสู่คำถามถัดไป

But เชื่อมคำถามนี้เข้ากับประเด็นก่อนหน้าและบอกว่ากำลังเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง ในที่นี้ then หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ดังนั้น” โดยรับช่วงข้อสรุปก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงเวลา เมื่อรวมกัน But what then is...? ทำหน้าที่เป็นประโยคเปลี่ยนเรื่องที่ช่วยนำผู้ฟัง โดยเปลี่ยนผลจากคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นคำถามถัดไปที่ผู้ฟังควรพิจารณา

แบบฝึกหัด

then ใน But what then is a headache? ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
  2. สานต่อการให้เหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่คำถามถัดไป
  3. แสดงว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำถามนี้ไม่มีคำตอบ
ดูคำตอบ

สานต่อการให้เหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่คำถามถัดไป

Doctors have identified 150 types,

4:32

แพทย์ได้ระบุไว้ถึง 150 ประเภท

each with different causes, symptoms, and treatments. ไวยากรณ์

4:35

ซึ่งแต่ละประเภทมีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน

ไวยากรณ์

ใช้ each with... เพื่ออธิบายแต่ละรายการอย่างกระชับ

หลัง 150 types คำว่า each หมายถึง type แต่ละชนิด ไม่ได้หมายถึง doctors ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย with บอกลักษณะที่แต่ละชนิดมี each with + นามวลี เป็นส่วนเสริมแบบกระชับที่วางหลังกลุ่มคำนามพหูพจน์ ช่วยไม่ให้ต้องพูดอนุประโยคเต็มซ้ำ เช่น and each type has different causes, symptoms, and treatments ทำให้รายการและการแบ่งประเภทสั้นกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย each และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The hotel has four meeting rooms, ____ a large screen.

ดูคำตอบ

each with

Learn more with this video.

4:38

เรียนรู้เพิ่มเติมได้ในวิดีโอนี้