ติดอยู่ในโคลน | เล่นดิน - ซีรีส์ 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
200 คำ 164 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: จูโดได้รับคำชวนให้เล่นโคลน แต่กังวลว่าขนยาวของเธอจะใช้เวลาทำความสะอาดนาน แม่จึงผ่อนปรนกฎเรื่องห้ามเปื้อน ปล่อยให้จูโดเป็นคนเลือกเอง แล้วตัดสินใจว่าจะทำขนของตัวเองให้สั้นลงด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. found a way you can play — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า found a way you can... ใช้เสนอวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นไปได้ ผู้เรียนสามารถใช้โครงสร้างนี้อธิบายว่าตนทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยสื่อถึงกระบวนการแก้ปัญหาได้ชัดกว่าการบอกเพียงว่าใครบางคนสามารถทำสิ่งนั้นได้ 2. it's up to Judo. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่า it's up to someone หมายถึงการมอบอำนาจตัดสินใจให้คนนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ใช้เมื่อต้องการคืนสิทธิ์ควบคุม เคารพความต้องการของอีกฝ่าย หรือระบุว่าใครเป็นผู้เลือกขั้นสุดท้าย 3. I'm going short. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า go + คำคุณศัพท์ในที่นี้สื่อถึงการเลือกเปลี่ยนทรงหรือความยาวให้สั้นลง ช่วยให้อนุมานการตัดสินใจเกี่ยวกับรูปลักษณ์จากบริบท และพูดถึงการตั้งใจเปลี่ยนไปสู่รูปลักษณ์หรือสภาพใหม่ในบทสนทนาได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Judo, we found a way you can play di-di di-dirt. ไวยากรณ์

0:01

Judo พวกเราหาวิธีให้เธอเล่น ดิ-ดิ-ดิน ได้แล้วนะ

ไวยากรณ์

found a way you can play: พบวิธีที่ทำให้เล่นได้

ใน found a way คำว่า way หมายถึง “วิธี” หรือ “ทางแก้” ไม่ใช่ถนนหรือเส้นทาง รูปอดีต found แสดงว่าตอนนี้พบทางแก้แล้ว ส่วน you can play บอกว่าทางแก้นั้นทำให้อะไรเป็นไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ find a way + ประธาน + can + คำกริยา ซึ่งเน้นการแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงบอกว่าใครบางคนทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย found a way + ประธาน + can: We ____ join the meeting from home.

ดูคำตอบ

found a way you can

Really?

0:04

จริงเหรอ

Judo Judo

0:05

Judo Judo

Judo Judo Judo

0:07

Judo Judo Judo

Uh, you're meant to go a little faster. ไวยากรณ์

0:15

เอ่อ เธอต้องวิ่งเร็วกว่านี้นิดนึงนะ

ไวยากรณ์

you're meant to go: บอกการกระทำที่ถูกคาดหวัง

be meant to + คำกริยา ใช้บอกว่าสิ่งใดควรเกิดขึ้นตามกฎ ข้อตกลง หรือความคาดหวังร่วมกัน ในที่นี้ you're meant to go a little faster เป็นการแก้ว่าควรเล่นเกมอย่างไร ไม่ได้บอกว่าเจ้าตัวตั้งใจจะทำอะไร การอ้างถึงวิธีที่ควรทำทำให้คำเตือนนี้อ้อมกว่า Go a little faster แต่ผู้ฟังก็ยังอาจรู้สึกว่ากำลังถูกแก้ไขอยู่

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยค แล้วเลือกข้อความที่ได้ยินตรง ๆ โดยเน้นแยก You're meant to, You meant to และ You mean to

  1. You're meant to wait outside.
  2. You mean to wait outside.
  3. You meant to wait outside.
ดูคำตอบ

You're meant to wait outside.

It's a bit hard to run in all this stuff. โน้ต

0:18

ใส่ชุดพวกนี้แล้วมันวิ่งยากนิดหน่อยน่ะ

ไวยากรณ์

a bit hard to run: พูดถึงความยากอย่างนุ่มนวล

Hard to + คำกริยา ใช้บอกว่าการทำสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องยาก ในประโยคนี้ to run ระบุว่าการวิ่งคือสิ่งที่ทำได้ยาก การวาง a bit ไว้หน้า hard ช่วยให้ข้อความเชิงลบฟังนุ่มนวลขึ้น มักทำให้คำบ่นหรือการพูดถึงปัญหาฟังไม่ตรงจนเกินไป และไม่ได้หมายความว่าความยากนั้นมีเพียงเล็กน้อยจริง ๆ เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่เรียนในบทนี้ เพื่อให้การพูดถึงความยากฟังไม่ตรงเกินไป: With these thick gloves, it's ____ tie my shoes.

ดูคำตอบ

a bit hard to

การใช้คำ

all this stuff: คำไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งของหลายอย่างรวมกัน

Stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกสิ่งของ วัสดุ หรือของใช้ต่าง ๆ รวมกันเมื่อชื่อที่แน่นอนไม่สำคัญ ในที่นี้ all this stuff หมายถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์ทั้งหมดที่กำลังสวมอยู่ เมื่อใช้ในความหมายนี้ stuff เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงมักใช้ this stuff หรือ all this stuff ไม่ใช่ these stuffs หากต้องการนับสิ่งของแยกชิ้น ให้ใช้ things หรือ items

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stuff ได้เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการเรียกสิ่งของหลายอย่างรวมกันแบบไม่เป็นทางการ?

  1. Please put all these stuffs in the cupboard.
  2. Please put every stuff in the cupboard.
  3. Please put all this stuff in the cupboard.
ดูคำตอบ

Please put all this stuff in the cupboard.

Well, at least you didn't get dirty. น้ำเสียง/เจตนา

0:20

ก็ อย่างน้อยเธอไม่เปื้อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

at least: ชี้ให้เห็นผลลัพธ์หนึ่งที่ยังดีอยู่

ในที่นี้ at least เปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามหวัง ไปยังผลลัพธ์หนึ่งที่ยังถือว่าดีอยู่ คืออีกฝ่ายไม่ได้เปื้อน ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงจำนวนขั้นต่ำ ในการสนทนา at least ใช้ลดความผิดหวังหรือปลอบใจได้ โดยเพิ่มข้อดีเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออยู่ ความหมายคือ “สถานการณ์ไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยส่วนนี้ก็ดี”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at least อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อชี้ให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีในสถานการณ์ที่ไม่ดี?

  1. At most everyone got home safely after the trip was cancelled.
  2. The trip was cancelled, because at least everyone got home safely.
  3. The trip was cancelled, but at least everyone got home safely.
ดูคำตอบ

The trip was cancelled, but at least everyone got home safely.

Yeah, the suit really works! การใช้คำ

0:23

ใช่ ชุดนี้ได้ผลจริงๆ เลย!

การใช้คำ

really works: บอกว่าสิ่งหนึ่งได้ผลจริง

ในที่นี้ works หมายถึง “ได้ผล” หรือ “ทำสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ทำได้” ชุดนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่ยังสะอาดอยู่ได้สำเร็จ คำว่า works ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีงานทำ” Really เพิ่มน้ำหนักให้คำยืนยัน โดยแสดงว่าผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่าชุดนี้ได้ผลจริง โครงสร้าง X works ใช้ประเมินเครื่องมือ วิธีการ การรักษา หรือแผนงานได้ว่าสามารถบรรลุจุดประสงค์หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ เพื่อบอกว่าเครื่องชาร์จนี้ได้ผลจริง: This new charger ____!

ดูคำตอบ

really works

Who wants mud? น้ำเสียง/เจตนา

0:25

ใครอยากเล่นโคลนบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

Who wants ...? สำหรับการเสนอและชักชวน

Who wants ...? ใช้ถามคนในกลุ่มว่าใครอยากได้บางสิ่ง ในประโยคที่พูดเล่นนี้ คำถามทำหน้าที่เป็นการเสนอหรือชวนอย่างคึกคัก ไม่ใช่การสำรวจเรื่องโคลนอย่างจริงจัง ใช้ Who wants + noun? เมื่อต้องการเสนอสิ่งของ และใช้ Who wants to + base verb? เมื่อต้องการชวนให้คนทำกิจกรรม

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนโดยใช้รูปแบบ Who wants + noun?: ____ a sandwich?

ดูคำตอบ

Who wants

Yeah, mud!

0:26

เย้ โคลน!

Come in the mud Judo.

0:30

ลงมาในโคลนสิ Judo

Uh I'm not sure this will keep mud out. โน้ต

0:31

เอ่อ ฉันไม่แน่ใจว่าชุดนี้จะกันโคลนได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not sure สำหรับแสดงความสงสัยอย่างนุ่มนวล

I'm not sure ใช้บอกความไม่แน่ใจจริง ๆ ได้ แต่ในประโยคนี้ยังช่วยลดความตรงของความกังวลด้วย ผู้พูดสงสัยว่าอุปกรณ์ป้องกันจะกันโคลนไว้ข้างนอกได้หรือไม่ เมื่อวางไว้หน้าประโยคย่อย เช่น I'm not sure this will work จะช่วยหลีกเลี่ยงคำยืนยันที่หนักแน่นและตรงกว่าอย่าง This won't work ผู้พูดยังคงสื่อความสงสัยได้โดยไม่ฟังดูมั่นใจเต็มที่หรือแข็งกระด้าง

แบบฝึกหัด

คุณคิดว่าแผนอาจล้มเหลว แต่ต้องการแสดงความกังวลอย่างนุ่มนวล ควรพูดว่าอะไร?

  1. This plan is ready to begin.
  2. I'm not sure this plan will work.
  3. This plan will definitely fail.
ดูคำตอบ

I'm not sure this plan will work.

กริยาวลี

keep mud out: ป้องกันไม่ให้บางสิ่งเข้าไป

ใน keep mud out วลี keep ... out หมายถึง “ป้องกันไม่ให้...เข้าไปข้างใน” โดย mud คือสิ่งที่ถูกกั้นไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + กรรม + out เช่น keep water out และ keep bugs out หากต้องการระบุสถานที่ที่ได้รับการป้องกัน ให้ใช้ out of เช่น keep mud out of the house

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ keep พร้อมกับคำว่า rain และ out เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This cover ____.

ดูคำตอบ

keeps rain out

Oh yeah, probably not.

0:34

โอ้ ใช่ อาจจะไม่ได้

I might just go home. น้ำเสียง/เจตนา

0:36

ฉันอาจจะกลับบ้านดีกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

might just go home: การเปลี่ยนแผนที่ยังไม่แน่นอน

ใน might just go home คำว่า might แสดงว่าการกลับบ้านยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ผู้พูดกำลังพิจารณาอยู่ ไม่ได้ประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ตรงนี้ just ทำให้การกลับบ้านเป็นทางเลือกสำรองง่าย ๆ และมักแฝงความลังเลหรือความรู้สึกยอมตามสถานการณ์เล็กน้อย ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

I might just go home น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ผู้พูดกำลังคิดว่าจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างแน่นอน
  2. ผู้พูดให้สัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะกลับบ้าน
  3. ผู้พูดกลับถึงบ้านเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังคิดว่าจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างแน่นอน

Oh my goodness.

0:39

โอ้ คุณพระช่วย

Morning Wendy.

0:40

อรุณสวัสดิ์ Wendy

Got some dirt.

0:41

เอาดินมานิดหน่อยน่ะ

Yes, I can see.

0:43

ใช่ ฉันเห็นล่ะ

Wendy, can Judo play in the dirt with us? น้ำเสียง/เจตนา

0:44

Wendy ให้ Judo มาเล่นดินกับพวกเราได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Can Judo play ... with us?: การขออนุญาตจากผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจ

ในประโยคนี้ can ใช้ถามเวนดี้เพื่อขออนุญาตให้จูโดมาเล่นด้วย ไม่ได้ถามว่าจูโดมีความสามารถที่จะเล่นหรือไม่ คำว่า with us ยังทำให้คำถามนี้เป็นการชวนให้จูโดเข้าร่วมกลุ่มด้วย ใช้โครงสร้าง Can + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? เมื่อถามผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าอีกคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่างหรือไม่ หลัง can ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น play ไม่ใช่ plays

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดกับพ่อของ Mia และขออนุญาตให้ Mia เข้าร่วมเล่นด้วย คำถามใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?

  1. Can Mia plays with us?
  2. Can Mia play with us?
  3. Can you play with Mia?
ดูคำตอบ

Can Mia play with us?

Oh, well I'm not sure.

0:47

โอ้ เอ่อ ฉันไม่แน่ใจนะ

Please!

0:50

น้าคะ ขอร้องล่ะ!

Kids, don't pester. การใช้คำ

0:51

เด็กๆ อย่าเซ้าซี้สิ

การใช้คำ

Don't pester: ห้ามการขอซ้ำ ๆ จนน่ารำคาญ

Pester หมายถึงการขอ เรียกร้อง หรือรบกวนใครซ้ำ ๆ จนทำให้รำคาญ Don't pester คือการบอกให้เด็ก ๆ หยุดกดดันอีกฝ่าย โดยมีน้ำเสียงแรงและเป็นลบกว่าแค่ Don't ask สามารถละกรรมได้เมื่อบริบททำให้รู้ชัดว่ากำลังรบกวนใคร นอกจากนี้ยังพูดว่า pester someone หรือ pester someone for something ได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ pester มากที่สุด?

  1. เด็กคนหนึ่งถามคำถามอย่างสุภาพหนึ่งข้อ
  2. เด็กคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ตามลำพัง
  3. เด็กคนหนึ่งยังขอของเล่นชิ้นเดิมซ้ำ ๆ หลังจากถูกปฏิเสธ
ดูคำตอบ

เด็กคนหนึ่งยังขอของเล่นชิ้นเดิมซ้ำ ๆ หลังจากถูกปฏิเสธ

No, it's it's fine.

0:52

ไม่เป็นไรหรอก

Yes, Judo can play.

0:54

จ้ะ Judo เล่นได้

What?

0:55

อะไรนะ

Really?

0:56

จริงเหรอคะ

But you said I can't get dirty. โน้ต

0:57

แต่แม่บอกว่าหนูห้ามเปื้อนนี่คะ

ไวยากรณ์

"you said I can't ...": การยกกฎที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา

โครงสร้าง you said + อนุประโยคใช้รายงานสิ่งที่ผู้ฟังเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ I can't get dirty คือเนื้อหาที่นำมารายงาน และในภาษาอังกฤษพูดมักละ that หน้าอนุประโยค: You said (that) I can't get dirty. การขึ้นต้นด้วย But แสดงว่ากฎเดิมดูเหมือนจะขัดกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้น But you said + อนุประโยคจึงใช้เตือนอีกฝ่ายถึงกฎ คำสัญญา หรือคำพูดก่อนหน้านี้ พร้อมขอคำอธิบายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ say ได้ถูกต้องเพื่อยกสิ่งที่ผู้ฟังเคยพูดไว้ขึ้นมา?

  1. But you said did the shop open today.
  2. But you said the shop was open today.
  3. But you said me the shop was open today.
ดูคำตอบ

But you said the shop was open today.

วลี

"get dirty": get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาพ

get dirty หมายถึง เริ่มสกปรกหรือเลอะ คือเปลี่ยนเข้าสู่สภาพนั้น ตรงนี้ get ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ dirty เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพใหม่ ไม่ได้หมายถึง ได้รับ ใน I can't get dirty ผู้พูดกำลังบอกว่าตนไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนจากสะอาดไปเป็นเลอะ รูปแบบ get + คำคุณศัพท์มักบอกการเปลี่ยนสภาพ เช่น get wet, get cold และ get tired

แบบฝึกหัด

ใช้วลี get + คำคุณศัพท์ที่หมายถึงเริ่มสกปรก: Wear old clothes when you paint, because they may ____.

ดูคำตอบ

get dirty

Yes, I did.

0:59

ใช่ แม่พูดแบบนั้น

But I want you to have fun, sweetie. ไวยากรณ์

1:00

แต่แม่ก็อยากให้ลูกสนุกนะจ๊ะที่รัก

ไวยากรณ์

want you to have fun: โครงสร้าง want + คน + to + กริยา

โครงสร้าง want + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงประธานต้องการให้อีกคนหนึ่งทำบางอย่าง คนที่อยู่ระหว่าง want กับ to คือผู้ทำกริยาที่ตามมา ใน want you to have fun คำว่า you คือคนที่ควรจะสนุก ผู้พูดกำลังบอกความปรารถนาที่มีต่ออีกคน ไม่ได้บอกว่าตัวเองอยากทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ want + คน + to do และคำในวงเล็บ: I ____ the window before you leave. (want / you / close)

ดูคำตอบ

want you to close

So Judo can play in the mud? น้ำเสียง/เจตนา

1:03

งั้น Judo ก็เล่นในโคลนได้แล้วใช่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

So Judo can...?: ใช้ So เพื่อยืนยันข้อสรุป

So ในที่นี้ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ผู้พูดกล่าวข้อสรุปนั้นอีกครั้งและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน โดยมีความหมายประมาณว่า "So, does that mean Judo can play in the mud?" คำหลัง So ยังคงเรียงแบบประโยคบอกเล่า Judo can... ไม่ใช่แบบคำถาม Can Judo...? เครื่องหมายคำถามและทำนองเสียงพูดทำให้อนุประโยคที่มีรูปแบบเหมือนคำบอกเล่ากลายเป็นคำถามยืนยันความเข้าใจในการสนทนา

แบบฝึกหัด

ไกด์เพิ่งบอกว่าพิพิธภัณฑ์ต้อนรับผู้เข้าชมทุกวันจันทร์ ข้อใดใช้ So เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนี้เป็นคำถามขอคำยืนยัน

  1. The museum is open on Mondays.
  2. So the museum is open on Mondays?
  3. Is the museum open on Mondays?
ดูคำตอบ

So the museum is open on Mondays?

Well, it's up to Judo. สำนวน

1:04

ก็ แล้วแต่ Judo นะ

สำนวน

It's up to Judo: ให้ Judo เป็นคนตัดสินใจ

ในประโยคนี้ it's up to Judo หมายความว่า Judo เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกและตัดสินใจ ตรงนี้ up to ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's up to + บุคคล หลัง to ให้ใช้สรรพนามรูปกรรม เช่น It's up to me, him, her, us หรือ them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: You can choose either game; ____.

ดูคำตอบ

it's up to you

Judo?

1:07

Judo?

I'll be right back. วลี

1:14

เดี๋ยวมานะ

วลี

I'll be right back: กลับมาเร็ว ๆ นี้

I'll be right back เป็นประโยคตายตัวที่พูดก่อนออกไปชั่วครู่ เพื่อบอกผู้ฟังว่าผู้พูดคาดว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ right ในที่นี้เน้นความหมายของ back ให้เป็น “เร็ว ๆ นี้” หรือ “ทันที” ไม่ได้หมายถึงทิศขวา ควรจำทั้งประโยคเป็นวลีสนทนาหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อต้องออกไปชั่วครู่: I need to answer the door. ____.

ดูคำตอบ

I'll be right back

Why don't you want to play in the dirt with the girls?

1:22

ทำไมลูกไม่อยากไปเล่นดินกับเพื่อนๆ ล่ะ

I just don't want to. น้ำเสียง/เจตนา

1:25

หนูแค่ไม่อยากค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I just don't want to: ละการกระทำที่รู้อยู่แล้ว

ใน I just don't want to คำว่า to ยังคงอยู่ท้ายประโยค แต่ไม่พูดการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้วซ้ำอีก ซึ่งในที่นี้คือ play in the dirt การละเช่นนี้เรียกว่า ellipsis ประโยคยังสมบูรณ์เพราะผู้ฟังเข้าใจการกระทำที่หายไปได้จากคำถามหรือบริบท just ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “แค่” หรือ “เพียงแต่” โดยบอกว่าการไม่อยากทำคือเหตุผลทั้งหมดและเป็นการกำหนดขอบเขตส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดทำสิ่งนั้นไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสามคำที่ละการกระทำซึ่งกล่าวถึงแล้ว: A: Are you going to enter the race? B: No, I just ____.

ดูคำตอบ

don't want to

Oh, go on. น้ำเสียง/เจตนา

1:26

โอ้ ไปเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

go on: กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ

go on ในที่นี้เป็นคำพูดสั้น ๆ ในบทสนทนา หมายถึง “เอาสิ” หรือ “ลองดู” ทุกฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วว่าการกระทำคือ play in the dirt จึงไม่ต้องมีกรรมหรือกริยาตามหลัง หน้าที่ของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบทสนทนาและน้ำเสียง ผู้พูดกำลังกระตุ้นคนที่ลังเลอย่างนุ่มนวลให้ลงมือทำ ไม่ได้บอกทิศทางให้เดินไปข้างหน้า ในบริบทอื่น go on อาจหมายถึง “ทำต่อ” ได้ด้วย จึงต้องดูการกระทำรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังลังเลก่อนลองเล่นเกมใหม่ Go on! มีหน้าที่อะไรในสถานการณ์นี้?

  1. เป็นการประกาศว่าเกมจบแล้ว
  2. เป็นการกระตุ้นเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ลองเล่นเกม
  3. เป็นการบอกให้เพื่อนเดินตรงไปข้างหน้า
ดูคำตอบ

เป็นการกระตุ้นเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ลองเล่นเกม

It's important to play and have fun. ไวยากรณ์

1:27

การเล่นและสนุกเป็นเรื่องสำคัญนะ

ไวยากรณ์

It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน

it ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของใด แต่เป็นประธานตามรูป ส่วนการกระทำที่ถูกประเมินว่าสำคัญจริง ๆ คือ to play and have fun ใช้ It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โครงสร้างนี้บอกคำตัดสินก่อน แล้วจึงระบุการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน: It's ____ listen carefully in class.

ดูคำตอบ

important to

But what about my long lovely coat? น้ำเสียง/เจตนา

1:29

แล้วขนยาวสวยๆ ของหนูล่ะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

what about...? เพื่อยกข้อกังวล

ในโครงสร้าง What about + คำนาม? ผู้พูดนำ my long lovely coat เข้ามาเป็นประเด็นในการสนทนา ที่นี่หมายถึง “แล้วจะจัดการปัญหานั้นอย่างไร?” ไม่ใช่การขอข้อมูลเกี่ยวกับขนของตน วลีนี้ใช้ตอบข้อเสนอหรือข้อสรุปโดยชี้ถึงคน สิ่งของ หรือผลที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา คำว่า But ทำให้ความกังวลหรือการคัดค้านชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณต้องการเปิดหน้าต่างไว้ แต่ถนนข้างนอกมีเสียงดังมาก ประโยคใดยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. But where is the noise coming from?
  2. Please tell me about the noise outside.
  3. But what about the noise outside?
ดูคำตอบ

But what about the noise outside?

It takes so long to clean. ไวยากรณ์

1:31

มันใช้เวลาทำความสะอาดนานมากเลยนะ

ไวยากรณ์

It takes so long to clean: บอกเวลาที่งานหนึ่งต้องใช้

โครงสร้าง It takes + จำนวนหรือระยะเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหรืองานหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใด ในประโยคนี้ so long อยู่ในตำแหน่งระยะเวลา และ to clean ระบุการกระทำที่ต้องใช้เวลานั้น it เป็นประธานแทน ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เอาเวลาไป ใช้ It takes ... to ... เมื่อต้องการเน้นงานและเวลาที่งานนั้นต้องใช้

แบบฝึกหัด

ใช้ takes, an hour และ to เติมประโยคให้สมบูรณ์: It ____ prepare the room.

ดูคำตอบ

takes an hour to

Oh yes, I said that, didn't I? ไวยากรณ์

1:33

โอ้ ใช่ แม่เคยพูดแบบนั้นสินะ

ไวยากรณ์

didn't I? หลังประโยคบอกเล่าในอดีต

didn't I? เป็น question tag ที่เติมท้าย I said that เนื่องจาก said เป็น simple past แบบบอกเล่า ส่วนท้ายจึงใช้กริยาช่วยอดีตแบบปฏิเสธ didn't และใช้ประธาน I ซ้ำ ในที่นี้ Oh yes แสดงว่าผู้พูดนึกออกและยอมรับสิ่งที่ตนพูดไว้ ส่วนท้ายนี้ใช้ย้อนกลับไปขอคำยืนยันเล็กน้อย ไม่ได้ใช้ถามข้อมูลใหม่ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติม question tag ให้สมบูรณ์: I promised to call, ____?

ดูคำตอบ

didn't I

Oh fiddlesticks. การใช้คำ

1:40

โอ้ ให้ตายสิ

การใช้คำ

fiddlesticks: คำอุทานแบบเบา ๆ และโบราณ

ในประโยคนี้ fiddlesticks เป็นคำอุทานที่แสดงความรำคาญหรือผิดหวังเล็กน้อย คล้ายกับคำว่า “โธ่เอ๊ย” หรือ “แย่จัง” ไม่ได้หมายถึงไวโอลินหรือไม้ตามตัวอักษร คำนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงปฏิกิริยาในทางลบได้โดยไม่ใช้คำหยาบ อารมณ์ที่สื่อออกมาเบาและควบคุมได้ ไม่ใช่ความโกรธหรือการดูถูก

แบบฝึกหัด

fiddlesticks ในประโยค "Oh fiddlesticks." แสดงความหมายใด?

  1. ด่าทอบุคคลอื่นอย่างรุนแรง
  2. แสดงความรำคาญอย่างเบา ๆ และขี้เล่น
  3. เป็นชื่ออุปกรณ์ที่ใช้กับไวโอลิน
  4. แสดงความเห็นด้วยอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

แสดงความรำคาญอย่างเบา ๆ และขี้เล่น

I'll be right back, sweetheart.

1:42

เดี๋ยวแม่มานะจ๊ะที่รัก

Mum,

1:53

แม่คะ

what are you doing?

1:54

แม่กำลังทำอะไรคะ

I'm going short. การใช้คำ

1:55

แม่จะตัดให้สั้นเลย

การใช้คำ

I'm going short: go + คำคุณศัพท์ เพื่อเลือกสภาพใหม่

ในที่นี้ I'm going short หมายถึง “ฉันจะเลือกความยาวหรือสไตล์แบบสั้น” short บรรยายสภาพใหม่ที่ผู้พูดตั้งใจจะเลือก ส่วน go ไม่ได้หมายถึงการเดินหรือระยะทาง ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา go + คำคุณศัพท์ สามารถบอกการเข้าสู่สภาพหนึ่งหรือการตั้งใจเลือกสภาพหรือรูปลักษณ์แบบหนึ่งได้ เมื่อใช้ I'm going ... ผู้พูดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นแผนหรือการตัดสินใจในตอนนี้ สิ่งที่จะสั้นลงต้องเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เลือกทรงผมสั้น”: At the salon, Maya points to a cropped style and says, "I'm ____ this time."

ดูคำตอบ

going short