ติดอยู่ในโคลน | เล่นดิน - ซีรีส์ 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: จูโดได้รับคำชวนให้เล่นโคลน แต่กังวลว่าขนยาวของเธอจะใช้เวลาทำความสะอาดนาน แม่จึงผ่อนปรนกฎเรื่องห้ามเปื้อน ปล่อยให้จูโดเป็นคนเลือกเอง แล้วตัดสินใจว่าจะทำขนของตัวเองให้สั้นลงด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. found a way you can play — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า found a way you can... ใช้เสนอวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นไปได้ ผู้เรียนสามารถใช้โครงสร้างนี้อธิบายว่าตนทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยสื่อถึงกระบวนการแก้ปัญหาได้ชัดกว่าการบอกเพียงว่าใครบางคนสามารถทำสิ่งนั้นได้ 2. it's up to Judo. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่า it's up to someone หมายถึงการมอบอำนาจตัดสินใจให้คนนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ใช้เมื่อต้องการคืนสิทธิ์ควบคุม เคารพความต้องการของอีกฝ่าย หรือระบุว่าใครเป็นผู้เลือกขั้นสุดท้าย 3. I'm going short. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า go + คำคุณศัพท์ในที่นี้สื่อถึงการเลือกเปลี่ยนทรงหรือความยาวให้สั้นลง ช่วยให้อนุมานการตัดสินใจเกี่ยวกับรูปลักษณ์จากบริบท และพูดถึงการตั้งใจเปลี่ยนไปสู่รูปลักษณ์หรือสภาพใหม่ในบทสนทนาได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Judo, we found a way you can play di-di di-dirt. ไวยากรณ์
0:01Judo พวกเราหาวิธีให้เธอเล่น ดิ-ดิ-ดิน ได้แล้วนะ
found a way you can play: พบวิธีที่ทำให้เล่นได้
ใน found a way คำว่า way หมายถึง “วิธี” หรือ “ทางแก้” ไม่ใช่ถนนหรือเส้นทาง รูปอดีต found แสดงว่าตอนนี้พบทางแก้แล้ว ส่วน you can play บอกว่าทางแก้นั้นทำให้อะไรเป็นไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ find a way + ประธาน + can + คำกริยา ซึ่งเน้นการแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงบอกว่าใครบางคนทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย found a way + ประธาน + can: We ____ join the meeting from home.
ดูคำตอบ
found a way you can
you're meant to go: บอกการกระทำที่ถูกคาดหวัง
be meant to + คำกริยา ใช้บอกว่าสิ่งใดควรเกิดขึ้นตามกฎ ข้อตกลง หรือความคาดหวังร่วมกัน ในที่นี้ you're meant to go a little faster เป็นการแก้ว่าควรเล่นเกมอย่างไร ไม่ได้บอกว่าเจ้าตัวตั้งใจจะทำอะไร การอ้างถึงวิธีที่ควรทำทำให้คำเตือนนี้อ้อมกว่า Go a little faster แต่ผู้ฟังก็ยังอาจรู้สึกว่ากำลังถูกแก้ไขอยู่
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยค แล้วเลือกข้อความที่ได้ยินตรง ๆ โดยเน้นแยก You're meant to, You meant to และ You mean to
- You're meant to wait outside.
- You mean to wait outside.
- You meant to wait outside.
ดูคำตอบ
You're meant to wait outside.
a bit hard to run: พูดถึงความยากอย่างนุ่มนวล
Hard to + คำกริยา ใช้บอกว่าการทำสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องยาก ในประโยคนี้ to run ระบุว่าการวิ่งคือสิ่งที่ทำได้ยาก การวาง a bit ไว้หน้า hard ช่วยให้ข้อความเชิงลบฟังนุ่มนวลขึ้น มักทำให้คำบ่นหรือการพูดถึงปัญหาฟังไม่ตรงจนเกินไป และไม่ได้หมายความว่าความยากนั้นมีเพียงเล็กน้อยจริง ๆ เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่เรียนในบทนี้ เพื่อให้การพูดถึงความยากฟังไม่ตรงเกินไป: With these thick gloves, it's ____ tie my shoes.
ดูคำตอบ
a bit hard to
all this stuff: คำไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งของหลายอย่างรวมกัน
Stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกสิ่งของ วัสดุ หรือของใช้ต่าง ๆ รวมกันเมื่อชื่อที่แน่นอนไม่สำคัญ ในที่นี้ all this stuff หมายถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์ทั้งหมดที่กำลังสวมอยู่ เมื่อใช้ในความหมายนี้ stuff เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงมักใช้ this stuff หรือ all this stuff ไม่ใช่ these stuffs หากต้องการนับสิ่งของแยกชิ้น ให้ใช้ things หรือ items
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stuff ได้เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการเรียกสิ่งของหลายอย่างรวมกันแบบไม่เป็นทางการ?
- Please put all these stuffs in the cupboard.
- Please put every stuff in the cupboard.
- Please put all this stuff in the cupboard.
ดูคำตอบ
Please put all this stuff in the cupboard.
at least: ชี้ให้เห็นผลลัพธ์หนึ่งที่ยังดีอยู่
ในที่นี้ at least เปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามหวัง ไปยังผลลัพธ์หนึ่งที่ยังถือว่าดีอยู่ คืออีกฝ่ายไม่ได้เปื้อน ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงจำนวนขั้นต่ำ ในการสนทนา at least ใช้ลดความผิดหวังหรือปลอบใจได้ โดยเพิ่มข้อดีเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออยู่ ความหมายคือ “สถานการณ์ไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยส่วนนี้ก็ดี”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at least อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อชี้ให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีในสถานการณ์ที่ไม่ดี?
- At most everyone got home safely after the trip was cancelled.
- The trip was cancelled, because at least everyone got home safely.
- The trip was cancelled, but at least everyone got home safely.
ดูคำตอบ
The trip was cancelled, but at least everyone got home safely.
really works: บอกว่าสิ่งหนึ่งได้ผลจริง
ในที่นี้ works หมายถึง “ได้ผล” หรือ “ทำสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ทำได้” ชุดนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่ยังสะอาดอยู่ได้สำเร็จ คำว่า works ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีงานทำ” Really เพิ่มน้ำหนักให้คำยืนยัน โดยแสดงว่าผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่าชุดนี้ได้ผลจริง โครงสร้าง X works ใช้ประเมินเครื่องมือ วิธีการ การรักษา หรือแผนงานได้ว่าสามารถบรรลุจุดประสงค์หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ เพื่อบอกว่าเครื่องชาร์จนี้ได้ผลจริง: This new charger ____!
ดูคำตอบ
really works
Who wants ...? สำหรับการเสนอและชักชวน
Who wants ...? ใช้ถามคนในกลุ่มว่าใครอยากได้บางสิ่ง ในประโยคที่พูดเล่นนี้ คำถามทำหน้าที่เป็นการเสนอหรือชวนอย่างคึกคัก ไม่ใช่การสำรวจเรื่องโคลนอย่างจริงจัง ใช้ Who wants + noun? เมื่อต้องการเสนอสิ่งของ และใช้ Who wants to + base verb? เมื่อต้องการชวนให้คนทำกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนโดยใช้รูปแบบ Who wants + noun?: ____ a sandwich?
ดูคำตอบ
Who wants
I'm not sure สำหรับแสดงความสงสัยอย่างนุ่มนวล
I'm not sure ใช้บอกความไม่แน่ใจจริง ๆ ได้ แต่ในประโยคนี้ยังช่วยลดความตรงของความกังวลด้วย ผู้พูดสงสัยว่าอุปกรณ์ป้องกันจะกันโคลนไว้ข้างนอกได้หรือไม่ เมื่อวางไว้หน้าประโยคย่อย เช่น I'm not sure this will work จะช่วยหลีกเลี่ยงคำยืนยันที่หนักแน่นและตรงกว่าอย่าง This won't work ผู้พูดยังคงสื่อความสงสัยได้โดยไม่ฟังดูมั่นใจเต็มที่หรือแข็งกระด้าง
แบบฝึกหัด
คุณคิดว่าแผนอาจล้มเหลว แต่ต้องการแสดงความกังวลอย่างนุ่มนวล ควรพูดว่าอะไร?
- This plan is ready to begin.
- I'm not sure this plan will work.
- This plan will definitely fail.
ดูคำตอบ
I'm not sure this plan will work.
keep mud out: ป้องกันไม่ให้บางสิ่งเข้าไป
ใน keep mud out วลี keep ... out หมายถึง “ป้องกันไม่ให้...เข้าไปข้างใน” โดย mud คือสิ่งที่ถูกกั้นไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + กรรม + out เช่น keep water out และ keep bugs out หากต้องการระบุสถานที่ที่ได้รับการป้องกัน ให้ใช้ out of เช่น keep mud out of the house
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ keep พร้อมกับคำว่า rain และ out เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This cover ____.
ดูคำตอบ
keeps rain out
might just go home: การเปลี่ยนแผนที่ยังไม่แน่นอน
ใน might just go home คำว่า might แสดงว่าการกลับบ้านยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ผู้พูดกำลังพิจารณาอยู่ ไม่ได้ประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ตรงนี้ just ทำให้การกลับบ้านเป็นทางเลือกสำรองง่าย ๆ และมักแฝงความลังเลหรือความรู้สึกยอมตามสถานการณ์เล็กน้อย ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”
แบบฝึกหัด
I might just go home น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- ผู้พูดกำลังคิดว่าจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างแน่นอน
- ผู้พูดให้สัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะกลับบ้าน
- ผู้พูดกลับถึงบ้านเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังคิดว่าจะกลับบ้าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างแน่นอน
Wendy, can Judo play in the dirt with us? น้ำเสียง/เจตนา
0:44Wendy ให้ Judo มาเล่นดินกับพวกเราได้ไหม
Can Judo play ... with us?: การขออนุญาตจากผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจ
ในประโยคนี้ can ใช้ถามเวนดี้เพื่อขออนุญาตให้จูโดมาเล่นด้วย ไม่ได้ถามว่าจูโดมีความสามารถที่จะเล่นหรือไม่ คำว่า with us ยังทำให้คำถามนี้เป็นการชวนให้จูโดเข้าร่วมกลุ่มด้วย ใช้โครงสร้าง Can + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? เมื่อถามผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าอีกคนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่างหรือไม่ หลัง can ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น play ไม่ใช่ plays
แบบฝึกหัด
คุณกำลังพูดกับพ่อของ Mia และขออนุญาตให้ Mia เข้าร่วมเล่นด้วย คำถามใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?
- Can Mia plays with us?
- Can Mia play with us?
- Can you play with Mia?
ดูคำตอบ
Can Mia play with us?
Don't pester: ห้ามการขอซ้ำ ๆ จนน่ารำคาญ
Pester หมายถึงการขอ เรียกร้อง หรือรบกวนใครซ้ำ ๆ จนทำให้รำคาญ Don't pester คือการบอกให้เด็ก ๆ หยุดกดดันอีกฝ่าย โดยมีน้ำเสียงแรงและเป็นลบกว่าแค่ Don't ask สามารถละกรรมได้เมื่อบริบททำให้รู้ชัดว่ากำลังรบกวนใคร นอกจากนี้ยังพูดว่า pester someone หรือ pester someone for something ได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ pester มากที่สุด?
- เด็กคนหนึ่งถามคำถามอย่างสุภาพหนึ่งข้อ
- เด็กคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ตามลำพัง
- เด็กคนหนึ่งยังขอของเล่นชิ้นเดิมซ้ำ ๆ หลังจากถูกปฏิเสธ
ดูคำตอบ
เด็กคนหนึ่งยังขอของเล่นชิ้นเดิมซ้ำ ๆ หลังจากถูกปฏิเสธ
"you said I can't ...": การยกกฎที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา
โครงสร้าง you said + อนุประโยคใช้รายงานสิ่งที่ผู้ฟังเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ I can't get dirty คือเนื้อหาที่นำมารายงาน และในภาษาอังกฤษพูดมักละ that หน้าอนุประโยค: You said (that) I can't get dirty. การขึ้นต้นด้วย But แสดงว่ากฎเดิมดูเหมือนจะขัดกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้น But you said + อนุประโยคจึงใช้เตือนอีกฝ่ายถึงกฎ คำสัญญา หรือคำพูดก่อนหน้านี้ พร้อมขอคำอธิบายได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ say ได้ถูกต้องเพื่อยกสิ่งที่ผู้ฟังเคยพูดไว้ขึ้นมา?
- But you said did the shop open today.
- But you said the shop was open today.
- But you said me the shop was open today.
ดูคำตอบ
But you said the shop was open today.
"get dirty": get + คำคุณศัพท์เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาพ
get dirty หมายถึง เริ่มสกปรกหรือเลอะ คือเปลี่ยนเข้าสู่สภาพนั้น ตรงนี้ get ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ dirty เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพใหม่ ไม่ได้หมายถึง ได้รับ ใน I can't get dirty ผู้พูดกำลังบอกว่าตนไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนจากสะอาดไปเป็นเลอะ รูปแบบ get + คำคุณศัพท์มักบอกการเปลี่ยนสภาพ เช่น get wet, get cold และ get tired
แบบฝึกหัด
ใช้วลี get + คำคุณศัพท์ที่หมายถึงเริ่มสกปรก: Wear old clothes when you paint, because they may ____.
ดูคำตอบ
get dirty
want you to have fun: โครงสร้าง want + คน + to + กริยา
โครงสร้าง want + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงประธานต้องการให้อีกคนหนึ่งทำบางอย่าง คนที่อยู่ระหว่าง want กับ to คือผู้ทำกริยาที่ตามมา ใน want you to have fun คำว่า you คือคนที่ควรจะสนุก ผู้พูดกำลังบอกความปรารถนาที่มีต่ออีกคน ไม่ได้บอกว่าตัวเองอยากทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ want + คน + to do และคำในวงเล็บ: I ____ the window before you leave. (want / you / close)
ดูคำตอบ
want you to close
So Judo can...?: ใช้ So เพื่อยืนยันข้อสรุป
So ในที่นี้ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ผู้พูดกล่าวข้อสรุปนั้นอีกครั้งและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน โดยมีความหมายประมาณว่า "So, does that mean Judo can play in the mud?" คำหลัง So ยังคงเรียงแบบประโยคบอกเล่า Judo can... ไม่ใช่แบบคำถาม Can Judo...? เครื่องหมายคำถามและทำนองเสียงพูดทำให้อนุประโยคที่มีรูปแบบเหมือนคำบอกเล่ากลายเป็นคำถามยืนยันความเข้าใจในการสนทนา
แบบฝึกหัด
ไกด์เพิ่งบอกว่าพิพิธภัณฑ์ต้อนรับผู้เข้าชมทุกวันจันทร์ ข้อใดใช้ So เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนี้เป็นคำถามขอคำยืนยัน
- The museum is open on Mondays.
- So the museum is open on Mondays?
- Is the museum open on Mondays?
ดูคำตอบ
So the museum is open on Mondays?
It's up to Judo: ให้ Judo เป็นคนตัดสินใจ
ในประโยคนี้ it's up to Judo หมายความว่า Judo เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกและตัดสินใจ ตรงนี้ up to ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's up to + บุคคล หลัง to ให้ใช้สรรพนามรูปกรรม เช่น It's up to me, him, her, us หรือ them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: You can choose either game; ____.
ดูคำตอบ
it's up to you
I'll be right back: กลับมาเร็ว ๆ นี้
I'll be right back เป็นประโยคตายตัวที่พูดก่อนออกไปชั่วครู่ เพื่อบอกผู้ฟังว่าผู้พูดคาดว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ right ในที่นี้เน้นความหมายของ back ให้เป็น “เร็ว ๆ นี้” หรือ “ทันที” ไม่ได้หมายถึงทิศขวา ควรจำทั้งประโยคเป็นวลีสนทนาหนึ่งชุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อต้องออกไปชั่วครู่: I need to answer the door. ____.
ดูคำตอบ
I'll be right back
I just don't want to: ละการกระทำที่รู้อยู่แล้ว
ใน I just don't want to คำว่า to ยังคงอยู่ท้ายประโยค แต่ไม่พูดการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้วซ้ำอีก ซึ่งในที่นี้คือ play in the dirt การละเช่นนี้เรียกว่า ellipsis ประโยคยังสมบูรณ์เพราะผู้ฟังเข้าใจการกระทำที่หายไปได้จากคำถามหรือบริบท just ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “แค่” หรือ “เพียงแต่” โดยบอกว่าการไม่อยากทำคือเหตุผลทั้งหมดและเป็นการกำหนดขอบเขตส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดทำสิ่งนั้นไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยวลีสามคำที่ละการกระทำซึ่งกล่าวถึงแล้ว: A: Are you going to enter the race? B: No, I just ____.
ดูคำตอบ
don't want to
go on: กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ
go on ในที่นี้เป็นคำพูดสั้น ๆ ในบทสนทนา หมายถึง “เอาสิ” หรือ “ลองดู” ทุกฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วว่าการกระทำคือ play in the dirt จึงไม่ต้องมีกรรมหรือกริยาตามหลัง หน้าที่ของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบทสนทนาและน้ำเสียง ผู้พูดกำลังกระตุ้นคนที่ลังเลอย่างนุ่มนวลให้ลงมือทำ ไม่ได้บอกทิศทางให้เดินไปข้างหน้า ในบริบทอื่น go on อาจหมายถึง “ทำต่อ” ได้ด้วย จึงต้องดูการกระทำรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังลังเลก่อนลองเล่นเกมใหม่ Go on! มีหน้าที่อะไรในสถานการณ์นี้?
- เป็นการประกาศว่าเกมจบแล้ว
- เป็นการกระตุ้นเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ลองเล่นเกม
- เป็นการบอกให้เพื่อนเดินตรงไปข้างหน้า
ดูคำตอบ
เป็นการกระตุ้นเพื่อนอย่างนุ่มนวลให้ลองเล่นเกม
It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน
it ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของใด แต่เป็นประธานตามรูป ส่วนการกระทำที่ถูกประเมินว่าสำคัญจริง ๆ คือ to play and have fun ใช้ It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โครงสร้างนี้บอกคำตัดสินก่อน แล้วจึงระบุการกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง It's important to + คำกริยารูปพื้นฐาน: It's ____ listen carefully in class.
ดูคำตอบ
important to
what about...? เพื่อยกข้อกังวล
ในโครงสร้าง What about + คำนาม? ผู้พูดนำ my long lovely coat เข้ามาเป็นประเด็นในการสนทนา ที่นี่หมายถึง “แล้วจะจัดการปัญหานั้นอย่างไร?” ไม่ใช่การขอข้อมูลเกี่ยวกับขนของตน วลีนี้ใช้ตอบข้อเสนอหรือข้อสรุปโดยชี้ถึงคน สิ่งของ หรือผลที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา คำว่า But ทำให้ความกังวลหรือการคัดค้านชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณต้องการเปิดหน้าต่างไว้ แต่ถนนข้างนอกมีเสียงดังมาก ประโยคใดยกข้อกังวลที่ถูกมองข้ามได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- But where is the noise coming from?
- Please tell me about the noise outside.
- But what about the noise outside?
ดูคำตอบ
But what about the noise outside?
It takes so long to clean: บอกเวลาที่งานหนึ่งต้องใช้
โครงสร้าง It takes + จำนวนหรือระยะเวลา + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหรืองานหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใด ในประโยคนี้ so long อยู่ในตำแหน่งระยะเวลา และ to clean ระบุการกระทำที่ต้องใช้เวลานั้น it เป็นประธานแทน ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เอาเวลาไป ใช้ It takes ... to ... เมื่อต้องการเน้นงานและเวลาที่งานนั้นต้องใช้
แบบฝึกหัด
ใช้ takes, an hour และ to เติมประโยคให้สมบูรณ์: It ____ prepare the room.
ดูคำตอบ
takes an hour to
didn't I? หลังประโยคบอกเล่าในอดีต
didn't I? เป็น question tag ที่เติมท้าย I said that เนื่องจาก said เป็น simple past แบบบอกเล่า ส่วนท้ายจึงใช้กริยาช่วยอดีตแบบปฏิเสธ didn't และใช้ประธาน I ซ้ำ ในที่นี้ Oh yes แสดงว่าผู้พูดนึกออกและยอมรับสิ่งที่ตนพูดไว้ ส่วนท้ายนี้ใช้ย้อนกลับไปขอคำยืนยันเล็กน้อย ไม่ได้ใช้ถามข้อมูลใหม่ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติม question tag ให้สมบูรณ์: I promised to call, ____?
ดูคำตอบ
didn't I
fiddlesticks: คำอุทานแบบเบา ๆ และโบราณ
ในประโยคนี้ fiddlesticks เป็นคำอุทานที่แสดงความรำคาญหรือผิดหวังเล็กน้อย คล้ายกับคำว่า “โธ่เอ๊ย” หรือ “แย่จัง” ไม่ได้หมายถึงไวโอลินหรือไม้ตามตัวอักษร คำนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงปฏิกิริยาในทางลบได้โดยไม่ใช้คำหยาบ อารมณ์ที่สื่อออกมาเบาและควบคุมได้ ไม่ใช่ความโกรธหรือการดูถูก
แบบฝึกหัด
fiddlesticks ในประโยค "Oh fiddlesticks." แสดงความหมายใด?
- ด่าทอบุคคลอื่นอย่างรุนแรง
- แสดงความรำคาญอย่างเบา ๆ และขี้เล่น
- เป็นชื่ออุปกรณ์ที่ใช้กับไวโอลิน
- แสดงความเห็นด้วยอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
แสดงความรำคาญอย่างเบา ๆ และขี้เล่น
I'm going short: go + คำคุณศัพท์ เพื่อเลือกสภาพใหม่
ในที่นี้ I'm going short หมายถึง “ฉันจะเลือกความยาวหรือสไตล์แบบสั้น” short บรรยายสภาพใหม่ที่ผู้พูดตั้งใจจะเลือก ส่วน go ไม่ได้หมายถึงการเดินหรือระยะทาง ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา go + คำคุณศัพท์ สามารถบอกการเข้าสู่สภาพหนึ่งหรือการตั้งใจเลือกสภาพหรือรูปลักษณ์แบบหนึ่งได้ เมื่อใช้ I'm going ... ผู้พูดนำเสนอการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นแผนหรือการตัดสินใจในตอนนี้ สิ่งที่จะสั้นลงต้องเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เลือกทรงผมสั้น”: At the salon, Maya points to a cropped style and says, "I'm ____ this time."
ดูคำตอบ
going short