ความสนุกของการเขียนรายการ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าทำไมรายการจึงพบได้ทั่วไป ตั้งแต่บันทึกซื้อของที่ดูเหมือนรหัสและเพลงที่เรียบเรียงเป็นรายการ ไปจนถึงเครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจและช่วยให้เรามองเห็นสิ่งดี ๆ ในชีวิต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Imagine you're at the supermarket and find someone's shopping list. — การเรียบเรียงเรื่อง การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่า Imagine... พาผู้ฟังเข้าไปอยู่ในสถานการณ์สมมติก่อนเริ่มเรื่องหรือคำอธิบายอย่างไร คุณสามารถใช้วิธีเปิดเรื่องนี้ในการนำเสนอ บทเรียน และบทสนทนา เพื่อทำให้หัวข้อที่เป็นนามธรรมเห็นภาพชัดขึ้นและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับเนื้อหาถัดไป 2. you get a big bang for your buck — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการได้รับคุณค่ามากจากเงิน เวลา หรือแรงที่ลงทุนไป คุณจะสามารถแยกแยะความหมายที่ไม่ตรงตัวและนำไปใช้เมื่อพูดถึงความคุ้มค่า เนื้อหาที่ให้สาระอย่างมีประสิทธิภาพ หรือความพยายามที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า 3. recommend listing — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า recommend ตามด้วยคำกริยารูป gerund ได้โดยตรง แทนการใช้ infinitive ที่มี to รูปแบบนี้ช่วยให้คุณแนะนำกิจกรรม เช่น การเขียนบันทึกประสบการณ์ดี ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่าง recommend to do
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English
A list is a collection ... with ...: นิยามแล้วเพิ่มลักษณะ
อนุประโยค A list is a collection of items ใช้โครงสร้าง A is B เพื่อนิยามคำว่า list โดย A คือสิ่งที่กำลังอธิบาย และ B คือประเภทของสิ่งนั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + กริยาช่องสาม เพื่อเพิ่มลักษณะของกลุ่มนั้น ใน with a single item written on each line คำว่า written อธิบายว่าแต่ละ item ถูกเขียนอย่างไร ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is Y with Z: นิยามสิ่งนั้นก่อน แล้วจึงเพิ่มลักษณะ
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามโดยใช้โครงสร้าง A is B with ...: A triangle ____ a shape ____ three sides.
ดูคำตอบ
is · with
bucket list: เป้าหมายพิเศษที่อยากทำให้สำเร็จในชีวิต
Bucket list เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงรายการประสบการณ์หรือเป้าหมายที่คนคนหนึ่งหวังจะทำให้สำเร็จตลอดช่วงชีวิต ในตัวอย่าง วลี a list of all the things ... before they die อธิบายความหมายนี้โดยตรง ไม่ได้หมายถึงรายการถังน้ำ ในการใช้ทั่วไป มักหมายถึงสิ่งที่ฉันอยากทำจริง ๆ สักวันหนึ่ง โดยไม่ได้สื่อว่าความตายใกล้เข้ามาแล้ว
แบบฝึกหัด
เป้าหมายใดเหมาะกับ bucket list มากที่สุด
- ไปดูแสงเหนือสักวันหนึ่ง
- ซื้อนมหลังเลิกเรียน
- ตอบอีเมลของวันนี้
ดูคำตอบ
ไปดูแสงเหนือสักวันหนึ่ง
there's an episode of Six Minute English all about them.
0:28มีตอนหนึ่งของ Six Minute English ที่พูดถึงเรื่องนี้ทั้งหมด
Imagine you're...: การสร้างสถานการณ์สมมติ
โครงสร้าง Imagine + อนุประโยค ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์สมมติ ในประโยคนี้ ฉากในซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นกรอบสำหรับเนื้อหาที่จะตามมา ไม่ใช่คำสั่งให้ไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือค้นหารายการจริง ๆ นี่เป็นวิธีจัดลำดับข้อมูลที่มักใช้ก่อนคำถาม คำอธิบาย หรือเรื่องเล่า เมื่อสร้างภาพสถานการณ์ร่วมกันแล้ว ผู้พูดก็สามารถนำเสนอใจความสำคัญได้ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
Imagine ในประโยคเดิมทำหน้าที่หลักอะไร?
- ใช้บอกให้ผู้ฟังไปซูเปอร์มาร์เก็ตทันที
- ใช้เล่าการไปซื้อของที่เกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน
- ใช้สร้างสถานการณ์สมมติสำหรับการสนทนาที่ตามมา
ดูคำตอบ
ใช้สร้างสถานการณ์สมมติสำหรับการสนทนาที่ตามมา
whose new book explores our love of lists. ไวยากรณ์
0:40หนังสือเล่มใหม่ของเธอสำรวจความรักที่เรามีต่อรายการสิ่งของ
whose new book explores...: การแสดงความเป็นเจ้าของในอนุประโยคขยาย
whose เชื่อมอนุประโยคขยายนี้เข้ากับบุคคลที่กล่าวถึงก่อนหน้า และแสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ new book เป็นหนังสือของบุคคลนั้น กลุ่มคำนาม whose new book ทำหน้าที่เป็นประธานของ explores เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยคขยาย whose จึงไม่ได้ใช้ถามว่าใครเป็นเจ้าของหนังสือ แต่ใช้เพิ่มข้อมูลที่ช่วยระบุหรือให้รายละเอียดตามรูปแบบ คำนาม + whose + คำนาม + คำกริยา เช่น a writer whose books sell well
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่แสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: Lena, ____ bicycle has a bell, rides to school.
ดูคำตอบ
whose
Here's Jo reading...: ใช้เกริ่นนำคลิปถัดไป
Here's Jo reading... ใช้แนะนำบุคคลและสิ่งที่บุคคลนั้นกำลังทำ ซึ่งผู้ฟังกำลังจะได้ยินหรือเห็น ในกรอบภาษาของผู้ดำเนินรายการ Here's หมายถึง “ต่อไปเชิญฟังหรือชมบุคคลนี้” ไม่ได้หมายเพียงว่า “บุคคลนี้อยู่ที่นี่” โครงสร้างคือ Here's + บุคคล + รูป -ing ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำเกริ่นนำไปยังคลิป การสาธิต หรือตัวอย่าง
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการกำลังจะเปิดคลิปที่ Maya อธิบายเครื่องจักร ประโยคใดใช้เกริ่นนำคลิปนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Where is Maya explaining how the machine works?
- Maya has explained how the machine works.
- Here's Maya explaining how the machine works.
ดูคำตอบ
Here's Maya explaining how the machine works.
Uh can you work out what Jo was buying at the supermarket, Phil? โน้ต
1:03เอ่อ คุณเดาออกไหมว่าโจกำลังจะซื้ออะไรที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิล?
work out: หาคำตอบด้วยการใช้เหตุผล
ในคำถามนี้ work out หมายถึง “หาคำตอบด้วยการคิดจากเบาะแส” Phil ถูกขอให้อนุมานว่า Jo ซื้ออะไร โดย work out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ออกกำลังกาย” เมื่อใช้ในความหมายนี้ work out สามารถวางหน้าสิ่งที่ต้องแก้ได้ เช่น work out the answer และสามารถตามด้วย what, why หรือ how ได้ เช่น work out what happened
แบบฝึกหัด
คุณถอดรหัสข้อความได้ด้วยการศึกษาเบาะแสและไม่ได้ถามใคร ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด
- I worked out what the code meant.
- I found out what the code meant when Sam told me.
- I worked on the code for an hour.
ดูคำตอบ
I worked out what the code meant.
what Jo was buying: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม
อนุประโยค what Jo was buying at the supermarket ทำหน้าที่เป็นกรรมของ work out เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ภายในประโยคใหญ่ และระบุข้อมูลที่ฟิลต้องหาคำตอบ ภายในคำถามทางอ้อมที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถามแบบ wh- ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ดังนั้นจึงใช้ what Jo was buying ไม่ใช่ลำดับแบบคำถามตรง what was Jo buying รูปแบบเดียวกันนี้ใช้หลัง know, ask, tell me และ find out ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องสำหรับคำถามทางอ้อม
- Can you work out what was Maya carrying?
- Can you work out what did Maya carry?
- Can you work out what Maya was carrying?
ดูคำตอบ
Can you work out what Maya was carrying?
well I'm I'm going to guess that nanas are bananas น้ำเสียง/เจตนา
1:07อืม ฉันจะเดาว่า nanas คือกล้วย (bananas)
going to guess that: เกริ่นว่าคำตอบเป็นการคาดเดา
ในโครงสร้าง I'm going to guess that + อนุประโยค ผู้พูดบอกก่อนว่าคำตอบที่จะพูดเป็นเพียงการคาดเดาที่ยังไม่แน่ใจ อนุประโยคหลัง that บอกเนื้อหาที่คาดเดา จึงฟังไม่มั่นใจเท่าการกล่าวยืนยันโดยตรง ในที่นี้ be going to มีหน้าที่หลักในการเกริ่นคำตอบที่ผู้พูดกำลังจะให้ ไม่ได้เน้นแผนในอนาคตอันไกล แต่เชื่อมเข้าสู่การคาดเดาโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเป้าหมายในคำตอบเพื่อแสดงว่ายังไม่แน่ใจ: I'm ____ the hidden number is twelve.
ดูคำตอบ
going to guess that
and shrooms, they've got to be mushrooms, right? น้ำเสียง/เจตนา
1:11และ shrooms พวกมันต้องเป็นเห็ด (mushrooms) ใช่ไหม?
they've got to be: การอนุมานอย่างมั่นใจ
ใน they've got to be mushrooms คำว่า have got to be ใช้บอกข้อสรุปที่มั่นใจมากจากเบาะแส ผู้พูดคิดว่า mushrooms เป็นคำตอบเดียวที่สมเหตุสมผล ความหมายคือพวกมันต้องเป็น mushrooms แน่ ๆ ไม่ได้พูดถึงหน้าที่ที่ต้องทำ ใช้ have/has got to be ก่อนการระบุว่าเป็นอะไรหรืออยู่ในสภาพใด เมื่อหลักฐานทำให้เรื่องนั้นเกือบแน่นอน แต่ต้องดูบริบท เพราะ have got to ใช้บอกความจำเป็นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have got to be เพื่อแสดงการอนุมานอย่างมั่นใจ ไม่ใช่ข้อกำหนด?
- You've got to be at the gate by six.
- That building has got to be the stadium; the match is about to start.
- We've got to be quiet in the library.
ดูคำตอบ
That building has got to be the stadium; the match is about to start.
right? ท้ายประโยค: ขอการยืนยัน
right? ที่ท้ายประโยคเป็นคำลงท้ายเพื่อขอการยืนยัน ผู้พูดบอกความคิดก่อน แล้วจึงขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย ในที่นี้ right? ทำให้การคาดเดาที่มั่นใจฟังดูเป็นการโต้ตอบมากขึ้นและชวนให้อีกฝ่ายตอบ คำนี้มักแสดงว่าผู้พูดคาดว่าจะได้คำตอบว่าใช่ จึงไม่ใช่คำถามที่เปิดกว้างเท่าคำถามขอข้อมูลแบบเป็นกลาง เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ right ไม่ได้หมายถึงทิศทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ right? ที่ท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน?
- The school trip is on Friday, right?
- Turn right after the bridge.
- She gave the right answer.
ดูคำตอบ
The school trip is on Friday, right?
let's just come back to ...: กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
Let's just come back to + หัวข้อ เป็นรูปแบบที่ใช้จัดทิศทางของบทสนทนา ในประโยคนี้หมายถึง “กลับมาสนใจเรื่อง puke กันอีกครั้ง” ไม่ได้หมายถึงการเดินทางกลับไปยังสถานที่ใดจริง ๆ Let's เป็นการชวนอีกฝ่ายให้กลับมาให้ความสนใจพร้อมกัน ส่วน just ช่วยให้การเปลี่ยนหัวข้อฟังดูนุ่มนวลและไม่กะทันหันเกินไป แต่ยังคงเป็นการพาบทสนทนากลับไปยังประเด็นก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายทั้งหมดรวมทั้ง just เพื่อพาการสนทนากลับมาที่เรื่องงบประมาณ: We have discussed the schedule; now ____ the budget.
ดูคำตอบ
let's just come back to
were you instructing yourself to be sick in the supermarket? การใช้คำ
1:30คุณกำลังสั่งตัวเองให้อ้วกในซูเปอร์มาร์เก็ตเหรอ?
to be sick: การอาเจียนในบริบทภาษาอังกฤษแบบบริติชนี้
ในคำถามนี้ to be sick หมายถึง “อาเจียน” บทสนทนารอบ ๆ กำลังพูดถึง puke ดังนั้นรูป infinitive อย่าง to be sick จึงหมายถึงการกระทำที่สมมติว่าคนนั้นสั่งให้ตัวเองทำ ไม่ใช่สภาพของการป่วยโดยทั่วไป ในภาษาอังกฤษแบบบริติช be sick สามารถมีความหมายว่า “อาเจียน” ได้ แต่ต้องดูบริบท เพราะคำเดียวกันนี้อาจหมายถึง “ป่วย” ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคและบริบทภาษาอังกฤษแบบบริติชนี้ to be sick หมายถึงอะไร
- รู้สึกคลื่นไส้แต่ไม่จำเป็นต้องอาเจียน
- อาเจียน
- ป่วยโดยทั่วไป
ดูคำตอบ
อาเจียน
just a bit lost there: บอกอย่างนุ่มนวลว่าไม่เข้าใจ
ในที่นี้ a bit lost หมายถึง “สับสนนิดหน่อย” หรือ “ตามส่วนนั้นไม่ทัน” เป็นเรื่องของความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงหาสถานที่ไม่เจอ ส่วน there ชี้กลับไปยังส่วนที่เพิ่งพูดถึง just และ a bit ทำให้ข้อความฟังดูนุ่มนวลขึ้น แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่า “I don't understand” ผู้พูดแสดงความสับสนอย่างสุภาพและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bit lost เพื่อบอกอย่างสุภาพว่าผู้พูดไม่เข้าใจ
- I'm a bit lost there. Could you explain that step again?
- I lost my notebook there yesterday.
- I'm a bit lost, so can you show me the way to the station?
ดูคำตอบ
I'm a bit lost there. Could you explain that step again?
the abbreviation for ... would be ...: บอกรูปย่อที่เป็นไปได้
รูปแบบ the abbreviation for X is Y ใช้บอกรูปเขียนแบบย่อของ X ให้วางคำเต็มหลัง for และวางคำย่อหลัง is: The abbreviation for September is Sept. ในตัวอย่าง would be ใช้เสนอรูปย่อที่เป็นไปได้ซึ่งคิดขึ้นสำหรับรายการนี้โดยเฉพาะ โดย cucumber อาจย่อเป็น cuc ไม่ได้หมายถึงการกระทำในอนาคต
แบบฝึกหัด
ใส่ abbreviation for และ would be ลงในช่องว่างที่ถูกต้อง: On this list, the ____ application ____ app.
ดูคำตอบ
abbreviation for · would be
refer to A as B: เรียก A ว่า B
refer to A as B หมายถึง “เรียกหรือบรรยาย A ด้วยชื่อหรือป้ายกำกับ B” ในที่นี้ it คือสิ่งที่ถูกเรียก และ puke คือชื่อที่ใช้เรียก ในประโยคนี้ refer to ไม่ได้หมายถึง “เปิดดูเพื่อหาข้อมูล” as ใช้นำหน้าชื่อหรือป้ายกำกับ จึงต้องคงรูป refer to A as B ให้ครบ ส่วน has always referred ยังแสดงว่าการเรียกแบบนี้เริ่มในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ใช้ refer to A as B เติมประโยคให้สมบูรณ์: People often ____ this part of the city ____ the Old Town.
ดูคำตอบ
refer to · as
make someone do something: ทำให้ใครบางคนทำบางอย่าง
make + คน + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งทำให้คนหนึ่งทำบางอย่างหรือเกิดปฏิกิริยา ในที่นี้ cucumbers คือสาเหตุ Joanna's husband คือผู้ที่ได้รับผล และ puke คือปฏิกิริยา ในประโยคที่ประธานเป็นผู้ก่อเหตุ ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานต่อจากคนทันที: make him puke ไม่ใช่ make him to puke รูปอดีตก็ใช้โครงสร้างเดียวกัน: made him puke
แบบฝึกหัด
ใช้กริยา laugh ในโครงสร้าง make + คน + กริยารูปพื้นฐาน: The silly joke made everyone ____.
ดูคำตอบ
laugh
puke: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึง vomit
ในประโยคนี้ puke หมายถึง “อาเจียน” ข้อความที่เติมมาว่า a slang word for vomit บอกทั้งความหมายของ puke และบอกว่าคำนี้เป็นคำไม่เป็นทางการ puke เป็นคำที่ตรงมากและอาจฟังดูหยาบหรือสื่อถึงความรังเกียจ การฟังคำนี้ให้ออกในบทสนทนาสบาย ๆ และสื่อเป็นเรื่องมีประโยชน์ แต่เมื่อจำเป็นต้องพูดอย่างระมัดระวัง มักควรเลือกคำที่เป็นกลางกว่า
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: In a formal medical report, puke is usually more appropriate than vomit.
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
X rhymes with Y: เสียงท้ายที่ตรงกัน
รูปแบบ X rhymes with Y หมายความว่า X และ Y มีเสียงท้ายเหมือนกันหรือคล้ายกันมาก เป็นการบอกความสัมพันธ์ด้านการออกเสียง ไม่ใช่ความสัมพันธ์ด้านความหมาย และไม่สามารถตัดสินจากการสะกดเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ cuc เป็นคำย่อที่ใช้กันเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่คำมาตรฐาน ประโยคบอกว่าผู้พูดถือว่าคำนี้คล้องจองกับ puke ดังนั้นเสียงสัมผัสจึงทำหน้าที่เป็นตัวช่วยจำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายคำคล้องจองได้ถูกต้อง?
- Night rhymes with darkness.
- Night rhymes with noon.
- Night rhymes with light.
ดูคำตอบ
Night rhymes with light.
so it's a way of reminding her to buy cucumbers. ไวยากรณ์
1:53ดังนั้นมันจึงเป็นวิธีเตือนให้เธอซื้อแตงกวา
a way of reminding her to buy...: การบอกวิธีและการเตือน
a way of + -ing ใช้บอกวิธีหรือหนทางในการทำบางสิ่ง ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนน และหลัง of ต้องใช้รูป -ing คือ reminding remind + someone + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ระบุคนที่ได้รับการเตือนและการกระทำที่ต้องจำ ในที่นี้ her คือคนที่ได้รับการเตือน และ to buy cucumbers คือการกระทำ เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายความว่ารหัสส่วนตัวนั้นใช้เพื่อช่วยให้เธอจำได้ว่าต้องซื้ออะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ a way of + -ing และ remind someone to do และใช้คำกริยา attend: A calendar alert is ____ you ____ the meeting.
ดูคำตอบ
a way of reminding · to attend
lists are like secret codes: อุปมาด้วย be like
Lists are like secret codes เป็นอุปมา โดย be like หมายถึง “คล้ายกับ” ผู้พูดเปรียบรายการส่วนตัวกับรหัสลับ เพราะคำย่อในรายการอาจทำให้คนอื่นเข้าใจได้ยาก รายการนั้นไม่ได้ถูกเข้ารหัสจริง ๆ ใช้ X is like Y เพื่อชวนให้ผู้ฟังนึกถึงลักษณะที่เหมือนกัน โดยไม่จำเป็นต้องบอกลักษณะนั้นตรง ๆ เสมอไป ในที่นี้ จุดร่วมคือมีเพียงคนที่รู้รหัสเท่านั้นที่เข้าใจได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be like เพื่อเปรียบโน้ตกับสิ่งที่ช่วยนำทาง
- She would like a map for the project.
- Her notes are like a map that guides us through the project.
- She likes the map in her notes.
ดูคำตอบ
Her notes are like a map that guides us through the project.
we'll find out why...: ใช้เกริ่นคำถามที่จะได้รับคำตอบ
We'll find out why + อนุประโยค บอกผู้ฟังว่าส่วนต่อไปจะตอบคำถามอะไร ในที่นี้ ผู้ดำเนินรายการกำลังบอกว่ารายการจะอธิบายเหตุผลที่ผู้คนชอบรายการ Find out หมายถึง “ได้รู้หรือค้นพบข้อมูล” มักเกิดหลังการพูดคุย การสังเกต หรือการตรวจสอบ หลัง why ในคำถามทางอ้อมให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ why people love lists ไม่ใช่ why do people love lists
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาวลีจากบทเรียนเติมคำในประโยคเกริ่นนี้: In today's experiment, we'll ____ why some objects float.
ดูคำตอบ
find out
you'll find another list of all the vocabulary used on our website,
2:08คุณจะพบรายการคำศัพท์ทั้งหมดที่ใช้ในเว็บไซต์ของเราอีกที่หนึ่ง
According to the list on the Internet Movie Database website, โน้ต
2:18ตามรายชื่อบนเว็บไซต์ Internet Movie Database
According to...: ใช้ระบุแหล่งข้อมูล
According to + แหล่งข้อมูล ใช้บอกว่าข้อมูลหรือหลักฐานของข้อความมาจากที่ใด ในประโยคนี้ รายชื่อบนเว็บไซต์ Internet Movie Database คือแหล่งข้อมูลของเนื้อหาที่ตามมา จึงไม่ได้เสนอว่าเป็นการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐานของผู้พูด แหล่งข้อมูลอาจเป็นรายงาน งานวิจัย กฎ องค์กร หรือบุคคล เช่น according to the report และ according to Maya วลีนี้ระบุว่าข้อมูลมาจากแหล่งนั้น แต่ไม่ได้รับรองว่าข้อมูลเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นแหล่งข้อมูล: ____ the school notice, the library closes at five.
ดูคำตอบ
According to
Internet Movie Database website: เว็บไซต์เฉพาะที่ชื่อ IMDb
Internet Movie Database เป็นชื่อเฉพาะของเว็บไซต์ด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่รู้จักกันในชื่อ IMDb ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปสำหรับฐานข้อมูลใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต ในที่นี้ ชื่อเว็บไซต์ใช้บอกแหล่งที่มาของรายชื่อ เมื่อรู้แหล่งที่มาแล้ว ก็จะเข้าใจได้ว่าคำถามถัดไปอ้างอิงการจัดอันดับภาพยนตร์ เช่น อันดับรายได้จากการฉาย
แบบฝึกหัด
Internet Movie Database website ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ชื่อ Database
- เว็บไซต์ข้อมูลภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งหนึ่งที่มักเรียกว่า IMDb
- ฐานข้อมูลใด ๆ ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
ดูคำตอบ
เว็บไซต์ข้อมูลภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งหนึ่งที่มักเรียกว่า IMDb
which movie has made the most money ever? ไวยากรณ์
2:22ภาพยนตร์เรื่องใดที่ทำเงินได้มากที่สุดตลอดกาล?
has made the most money ever: สถิติตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน
Has made เป็น present perfect ในโครงสร้าง has + past participle โดยนำเสนอรายได้สะสมของภาพยนตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้เป็นยอดรวมที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน The most money เป็นรูปขั้นสูงสุด และ ever ขยายช่วงการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมเวลาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน เมื่อรวมกัน คำถามนี้ถามว่าภาพยนตร์เรื่องใดครองสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาลอยู่ในขณะนี้ หากเปรียบเทียบช่วงที่จบไปแล้ว เช่น ปี 2020 ให้ใช้ simple past แทน
แบบฝึกหัด
ใช้ present perfect เติมคำถามเกี่ยวกับสถิติฟุตบอลตลอดกาลนี้ให้สมบูรณ์: Which player ____ the most goals ever?
ดูคำตอบ
has scored
I think it might be ... สำหรับการคาดเดาอย่างระมัดระวัง
ใน I think it might be ... คำว่า I think บอกว่าคำตอบเป็นความเห็นส่วนตัว ส่วน might be บอกว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ เมื่อนำมาใช้ด้วยกัน การคาดเดาจึงฟังดูระมัดระวังมากและไม่ใช่การยืนยัน might ในที่นี้แสดงความเป็นไปได้ในปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นอดีต และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน be
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อคาดเดาความเห็นส่วนตัวอย่างระมัดระวัง: “____ the blue door.”
ดูคำตอบ
I think it might be
although that might have been the most expensive to make. ไวยากรณ์
2:38ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นหนังที่ใช้ทุนสร้างแพงที่สุดก็ตาม
although ... might have been: เพิ่มข้อสงวนให้การคาดเดาเกี่ยวกับอดีต
Although เพิ่มความคิดตามหลังที่ทำให้การคาดเดาครั้งแรกดูไม่แน่นอนเท่าเดิม นี่คือการแสดงข้อยอมรับบางส่วน ผู้พูดอาจจำสถิติสองอย่างสับสนกัน ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายความว่า “คำตอบแรกของฉันอาจถูก แต่ความทรงจำอีกเรื่องอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันคิดแบบนั้น” Might have been ใช้คาดเดาอย่างไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพในอดีต โครงสร้างคือ might have + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ been เชื่อมความเป็นไปได้ในอดีตกับ the most expensive to make ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเรื่องนั้นเป็นจริงอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย although และรูปเป้าหมายที่ใช้กับสภาพในอดีตซึ่งไม่แน่นอน: “The road is wide now, ____ narrower before the rebuild.”
ดูคำตอบ
although it might have been
are full of lists: be full of + คำนาม
are full of lists ใช้โครงสร้าง be + full of + คำนาม ประธาน popular songs เป็นพหูพจน์ จึงใช้ be ในรูป are ในที่นี้ lists หมายถึงกลุ่มสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวถึงทีละอย่างในเนื้อเพลง ไม่ใช่รายการบนแผ่นกระดาษ be full of ใช้บอกสิ่งที่บรรจุอยู่จริง ๆ หรือบอกว่ามีบางสิ่งอยู่มากในสถานที่ ข้อความ ประสบการณ์ หรือสถานการณ์ก็ได้ โดยมากหมายถึง “มีอยู่มาก” ไม่จำเป็นต้องเต็มจนไม่เหลือที่ว่างเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปัจจุบันด้วย be full of: The museum ____ amazing paintings.
ดูคำตอบ
is full of
sung by Julie Andrews in the film The Sound of Music.
2:51ร้องโดย จูลี แอนดรูส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music
My Favorite Things ... The Sound of Music: ชื่อเพลงและชื่อภาพยนตร์
ในประโยคนี้ My Favorite Things เป็นชื่อเพลง ไม่ใช่เพียงวลีทั่วไปที่แปลว่า “สิ่งที่ฉันชอบ” ส่วน The Sound of Music เป็นชื่อภาพยนตร์ Julie Andrews ร้องเพลงนี้ในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เพลงนี้กล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ร้องชอบทีละอย่าง จึงถูกใช้เป็นตัวอย่างที่มีชื่อเสียงของเพลงที่สร้างขึ้นรอบการไล่เรียงรายการ การรู้ว่าสองชื่อนี้คืออะไรช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดเพลงจึงเชื่อมโยงกับหัวข้อเรื่องรายการ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดระบุความสัมพันธ์ของชื่อทั้งสองในตัวอย่างได้ถูกต้อง
- The Sound of Music เป็นรายการที่ Julie Andrews เขียนขึ้น
- My Favorite Things เป็นเพลงที่ขับร้องในภาพยนตร์ The Sound of Music
- My Favorite Things เป็นอีกชื่อหนึ่งของภาพยนตร์ The Sound of Music
ดูคำตอบ
My Favorite Things เป็นเพลงที่ขับร้องในภาพยนตร์ The Sound of Music
from raindrops on roses to whiskers on kittens: การแสดงขอบเขต
ในประโยคนี้ from A to B ยกสองตัวอย่างที่แตกต่างกันมากจากรายการหนึ่ง เพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง เพลงกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น หยดฝนบนดอกกุหลาบและหนวดของลูกแมว ตรงนี้ from...to... ไม่ได้หมายถึงการเดินทาง รูปแบบนี้ยังใช้จัดช่วงเวลา ตัวเลข หัวข้อ หรือชนิดของสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย from...to... เพื่อแสดงขอบเขต: The library has books ____ picture stories ____ science guides.
ดูคำตอบ
from · to
I feel like + อนุประโยค: การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
ตรงนี้ I feel like ตามด้วยอนุประโยค you get a lot มีความหมายว่า “ความเห็นของฉันคือ...” หรือ “ฉันคิดว่า...” ผู้พูดจึงนำเสนอความคิดเห็นนี้ในฐานะการตัดสินส่วนตัว ตรงนี้ไม่ได้อธิบายความรู้สึกทางร่างกาย ในการสนทนา การเริ่มต้นแบบนี้มักทำให้ความคิดเห็นฟังดูตรงน้อยกว่าการกล่าวเหมือนเป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับละครของโรงเรียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I feel like the final scene needs more music.
- I feel like adding more music.
- I feel the final scene like more music.
ดูคำตอบ
I feel like the final scene needs more music.
you get a big bang for your buck in that song. สำนวน
3:11คุณได้รับความคุ้มค่าอย่างมาก (big bang for your buck) จากเพลงนั้น
you get a big bang for your buck: ลงทุนน้อยแต่ได้คุณค่าสูง
Bang for your buck เป็นสำนวนเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนด้วยเงิน เวลา หรือแรงกาย get a big bang for your buck หมายถึงได้ผลลัพธ์หรือคุณค่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ลงไป โดย bang และ buck ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวในที่นี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายความว่าเพลงสร้างเนื้อหาหรือผลทางอารมณ์ได้มากด้วยคำที่ค่อนข้างน้อย รูปที่พบบ่อยและนำไปใช้ในบริบทอื่นได้ง่ายกว่าคือ a lot of bang for your buck
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย”: This basic camera gives you a lot of ____.
ดูคำตอบ
bang for your buck
a bit saccharine: ทำให้คำวิจารณ์เชิงลบเรื่องสไตล์ฟังนุ่มลง
ในที่นี้ saccharine เป็นคำประเมินสไตล์ในเชิงลบ หมายถึงเพลงหวานหรือซาบซึ้งมากเกินไปจนรู้สึกว่าฝืนหรือไม่จริงใจ ไม่ได้หมายถึงน้ำตาลจริง ๆ A bit หมายถึง “เล็กน้อย” และช่วยให้คำวิจารณ์ฟังนุ่มลง ผู้พูดยังคงวิจารณ์สไตล์นั้นอยู่ แต่พูดอย่างไม่ตรงหรือแรงเกินไป
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์ The ending is a bit saccharine น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- ตอนจบไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเลย
- ตอนจบมีน้ำตาลอยู่เล็กน้อย
- ตอนจบหวานและซาบซึ้งมากเกินไปเล็กน้อย
ดูคำตอบ
ตอนจบหวานและซาบซึ้งมากเกินไปเล็กน้อย
The list encourages you to think really efficiently วลี
3:17รายการกระตุ้นให้คุณคิดอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
encourage someone to do something: สนับสนุนหรือกระตุ้นให้ใครทำบางอย่าง
Encourage someone to do something หมายถึง การสนับสนุนหรือสร้างเหตุผลให้คนหนึ่งลงมือทำ โครงสร้างคือ encourage + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ you คือคน และ think คือการกระทำ ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นคน รายการ เครื่องมือ กฎ หรือสภาพแวดล้อมก็สามารถกระตุ้นพฤติกรรมได้ ด้วยการทำให้พฤติกรรมนั้นทำได้ง่ายขึ้นหรือมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น ในประโยคนี้ รายการช่วยนำให้คุณคิดอย่างมีประสิทธิภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ encourage ... to: The game ____ children ____ work together.
ดูคำตอบ
encourages · to
don't waste time and effort doing something: อย่าเสียเวลาและแรงไปกับการทำบางอย่าง
Waste time and effort หมายถึง ใช้เวลาและแรงไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือไม่คุ้มค่า time and effort เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อรวมทรัพยากรสองอย่างที่งานหนึ่งต้องใช้ ใช้ waste time and effort + กริยารูป -ing เพื่อบอกว่าทรัพยากรเหล่านี้ถูกเสียไปกับกิจกรรมใด ในประโยคนี้ การแต่งประโยคให้สละสลวยหรือใช้คำยาว ๆ ถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่จำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย waste time and effort: Clear instructions mean we don't ____ guessing what to do.
ดูคำตอบ
waste time and effort
You just get to the nub of things quite quickly. สำนวน
3:30คุณแค่เข้าถึงแก่นสารของเรื่อง (nub) ได้อย่างรวดเร็ว
get to the nub of things: เข้าถึงประเด็นหลัก
get to the nub of things หมายถึงการเข้าถึงหรือมองเห็นส่วนที่สำคัญที่สุดของหัวข้อ ในประโยคนี้ quite quickly เพิ่มความหมายว่าทำได้โดยไม่ล่าช้ามาก nub ในที่นี้หมายถึงประเด็นหลักหรือแก่นสำคัญ ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ คำนามตัวท้ายสามารถเปลี่ยนตามหัวข้อ เช่น get to the nub of the problem, get to the nub of the question หรือ get to the nub of the matter
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: We have only ten minutes, so let's ____ the problem.
ดูคำตอบ
get to the nub of
in return for the money or effort you spend on something. วลี
3:42เพื่อตอบแทนเงินหรือความพยายามที่คุณใช้ไปกับบางสิ่ง
in return for + เงินหรือความพยายาม: แสดงการแลกเปลี่ยน
in return for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการได้รับบางสิ่งเป็นรางวัลหรือเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับสิ่งของหรือการกระทำนั้น ในประโยคนี้ เงินหรือความพยายามคือสิ่งที่คุณลงทุน ส่วนผลประโยชน์คือสิ่งที่คุณได้รับกลับมา return ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ใช่การกลับไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Amir fixed my bike ____ my help with his homework.
ดูคำตอบ
in return for
abbreviate the items: เขียนชื่อสิ่งต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปที่สั้นลง
abbreviate เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึงทำให้คำ ชื่อ หรือสำนวนสั้นลง ใน abbreviate the items รายการจะบันทึกชื่อสิ่งต่าง ๆ ในรูปย่อ เช่น เปลี่ยน Wednesday เป็น Wed. จุดสำคัญคือรูปแบบของข้อความสั้นลง ใช้ตัวอักษรน้อยลงหรือป้ายชื่อสั้นลง แต่ยังหมายถึงสิ่งเดิม ไม่ได้หมายถึงการสรุปใจความสำคัญของข้อความยาว
แบบฝึกหัด
การกระทำใดเป็นตัวอย่างของ abbreviating?
- บอกใจความสำคัญของเรื่องหนึ่ง
- เปลี่ยนคำภาษาอังกฤษเป็นอีกภาษา
- เปลี่ยน Wednesday เป็น Wed.
ดูคำตอบ
เปลี่ยน Wednesday เป็น Wed.
Here's Jo Nolan giving an example of a useful list
4:09นี่คือ โจ โนแลน ที่ยกตัวอย่างรายการที่มีประโยชน์
A friend of mine who makes pros and cons lists การใช้คำ
4:16เพื่อนของฉันคนหนึ่งที่ทำรายการข้อดีข้อเสีย (pros and cons)
pros and cons lists: รายการข้อดีและข้อเสีย
pros and cons เป็นคำคู่ที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำ โดย pros หมายถึงข้อดีหรือเหตุผลที่สนับสนุน ส่วน cons หมายถึงข้อเสียหรือเหตุผลที่คัดค้าน pros and cons list รวมทั้งสองด้านไว้ด้วยกันเพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ใน pros and cons lists วลี pros and cons ทั้งวลีทำหน้าที่ขยายคำนาม lists ถ้ามีรายการเดียวใช้ a pros and cons list และถ้ามีมากกว่าหนึ่งรายการใช้ pros and cons lists
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงรายการสำหรับเปรียบเทียบสองด้าน: Maya wrote down the good and bad sides of joining the art club. She made a ____ before deciding.
ดูคำตอบ
pros and cons list
finds that it really helps her resolve a situation. วลี
4:18พบว่ามันช่วยให้เธอแก้ปัญหาสถานการณ์ได้จริงๆ
helps her resolve a situation: help + คน + กริยารูปพื้นฐาน
ในที่นี้ help someone resolve a situation หมายถึงการทำให้คนคนนั้นจัดการปัญหาหรือความขัดแย้งและไปถึงทางแก้ได้ง่ายขึ้น resolve ไม่ได้หมายถึงเพียงการเลือก แต่ยังสื่อว่าปัญหาถูกคลี่คลายด้วย โครงสร้างในที่นี้คือ help + คน + กริยารูปพื้นฐาน: helps her resolve ภาษาอังกฤษใช้ helps her to resolve ได้เช่นกัน แต่รูปที่ไม่มี to ก็พบได้บ่อยและเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยค "A calm talk helped them resolve the situation." หมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาเลือกเวลา แต่ไม่ได้จัดการปัญหา
- พวกเขาจัดการปัญหาและเดินหน้าไปสู่ทางแก้
- พวกเขาอธิบายปัญหาโดยไม่ได้พยายามแก้
ดูคำตอบ
พวกเขาจัดการปัญหาและเดินหน้าไปสู่ทางแก้
halves her page: การใช้ halve เป็นกริยา
ในที่นี้ halves เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยา halve ซึ่งหมายถึงการแบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน She เป็นประธาน และ her page เป็นกรรม เนื่องจากมี pros, cons ตามมา ความหมายที่ตั้งใจคือเธอแบ่งพื้นที่บนหน้าเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับข้อดีและอีกส่วนสำหรับข้อเสีย ในประโยคนี้ halves เป็นรูปกริยา ไม่ใช่คำนามพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นแยกเสียง halves, holds และ folds
- She holds the page before writing her list.
- She folds the page before writing her list.
- She halves the page before writing her list.
ดูคำตอบ
She halves the page before writing her list.
by the end of it: ผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงตอนจบ
by the end of it หมายถึง “ไม่ช้ากว่าเวลาที่กระบวนการนั้นสิ้นสุดลง” ในที่นี้ it หมายถึงกระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึง และ by ใช้กำหนดเส้นตายด้านเวลา ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งข้างสิ่งใด วลีนี้บอกว่าผลลัพธ์หนึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วเมื่อกิจกรรม การพูดคุย หรืองานสิ้นสุดลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อบทเรียนจบลง
- By the end of the lesson, everyone could solve the puzzle alone.
- At the end of the lesson, the bell rang.
- Near the end of the lesson, everyone opened a book.
ดูคำตอบ
By the end of the lesson, everyone could solve the puzzle alone.
she knows what she's doing: มีแผนชัดเจนและรู้วิธีจัดการ
ในประโยคนี้ she knows what she's doing หมายถึงเธอมีความคิดชัดเจนแล้วว่าควรตัดสินใจหรือทำอะไรต่อไป ไม่ได้หมายความเพียงว่าเธอรู้ว่าตอนนี้ร่างกายกำลังทำท่าอะไร โดยทั่วไป know what you're doing ใช้บอกว่าคนหนึ่งรู้วิธีจัดการงานหรือสถานการณ์ และสามารถลงมือทำได้อย่างมีความสามารถหรือมั่นใจ
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์การทำงาน He knows what he's doing น่าจะหมายความว่าอะไร
- เขารู้ว่าคนอื่นทุกคนกำลังทำอะไร
- เขามองเห็นมือของตัวเองกำลังขยับ
- เขามีแผนชัดเจนและสามารถจัดการงานนั้นได้
ดูคำตอบ
เขามีแผนชัดเจนและสามารถจัดการงานนั้นได้
by writing down all the pros and cons of a situation. โน้ต
4:29ด้วยการจดบันทึก pros and cons ทั้งหมดของสถานการณ์นั้นๆ
by writing down: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
โครงสร้าง by + -ing แสดงวิธีที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่นี่ by writing down บอกว่ารายการช่วยให้คนตัดสินใจได้อย่างไร โดยวิธีนั้นคือการเขียนประเด็นที่ดีและไม่ดีออกมา ในโครงสร้างนี้ by เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย writing ไม่ใช่ write หรือ to write รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ result + by + -ing
แบบฝึกหัด
ใช้ by + -ing และ check the map เติมประโยคให้สมบูรณ์: We found the right path ____.
ดูคำตอบ
by checking the map
pros and cons: ข้อดีและข้อเสีย
pros and cons เป็นสำนวนตายตัวรูปพหูพจน์ หมายถึงข้อดีและข้อเสียของตัวเลือก แผน หรือสถานการณ์ ในประโยคนี้ all the pros and cons หมายถึงทั้งสองด้านที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจ ในสำนวนนี้ pros หมายถึง advantages หรือข้อดี ไม่ใช่คำย่อของ professionals รูปแบบที่ใช้ได้บ่อยคือ the pros and cons of + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวให้สมบูรณ์: Before choosing a new bike, list the pros ____.
ดูคำตอบ
and cons
is another way of saying: อธิบายสำนวนที่มีความหมายเท่ากัน
“A is another way of saying B” หมายความว่า A และ B สื่อความคิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกันมาก ในที่นี้ way หมายถึงวิธีใช้คำพูด ไม่ใช่ลำดับขั้นตอนในการทำสิ่งหนึ่ง ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายคำหรือวลีด้วยภาษาที่ชัดเจนหรือคุ้นเคยกว่า เมื่อ A เป็นสำนวนที่กำลังกล่าวถึงในฐานะชื่อ การใส่เครื่องหมายคำพูดหรือใช้รูปแบบอย่าง “The phrase A...” จะทำให้ประโยคชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้: “Purchase” ____ “buy”.
ดูคำตอบ
is another way of saying
especially when you're trying to choose between them. วลี
4:39โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังพยายามตัดสินใจเลือกระหว่างพวกมัน
choose between them: ตัดสินใจระหว่างตัวเลือกที่ระบุชัดเจน
Choose between them หมายถึงการตัดสินใจว่าต้องการตัวเลือกใดจากตัวเลือกที่กล่าวถึงไปแล้ว คำว่า them ใช้แทนชื่อตัวเลือก ดังนั้นผู้ฟังต้องรู้ว่าหมายถึงตัวเลือกอะไร รูปแบบที่พบบ่อยคือ choose between A and B นอกจากนี้ between ยังใช้กับตัวเลือกที่แยกกันชัดเจนมากกว่าสองตัวเลือกได้ ใช้เมื่อกำลังเปรียบเทียบตัวเลือกที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
คุณต้องเลือกเก้าอี้หนึ่งตัวจากเก้าอี้สองตัวที่ระบุไว้ ประโยคใดสื่อความหมายนี้?
- We need to choose the blue chair and the green chair.
- We need to choose between the blue chair and the green chair.
- We need to choose from all the chairs in the showroom.
ดูคำตอบ
We need to choose between the blue chair and the green chair.
The more you think about it, the more you see: การเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
The more..., the more... ใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง เมื่อปริมาณ ความถี่ หรือระดับของอย่างแรกเพิ่มขึ้น อย่างที่สองก็เพิ่มขึ้นตาม ในประโยคนี้หมายถึง ยิ่งคิดเรื่องรายการมากขึ้น ก็ยิ่งสังเกตเห็นรายการบ่อยขึ้น คำว่า the ที่ซ้ำกันเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตายตัว The + ขั้นกว่า..., the + ขั้นกว่า... ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบปกติ
แบบฝึกหัด
ใช้ The more..., the more... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ you practise, ____ confident you become.
ดูคำตอบ
The more · the more
all the good things in your life to feel happier.
4:52สิ่งดีๆ ทั้งหมดในชีวิตของคุณเพื่อให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้นด้วย
recommend listing: recommend + -ing
เมื่อ recommend ตามด้วยกิจกรรมที่แนะนำโดยตรง ให้ใช้รูป gerund คือ recommend + กริยา-ing ใน recommend listing คำว่า listing คือกิจกรรมที่ได้รับการแนะนำ โครงสร้างนี้ไม่ใช้ recommend to + กริยารูปพื้นฐาน หากต้องการระบุว่าใครควรทำ ให้ใช้อนุประโยคที่มี that แทนการใช้ คน + to-infinitive หลัง recommend
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ read: The librarian recommends ____ this book first.
ดูคำตอบ
reading
Not bad for a few words on a scrap of paper. น้ำเสียง/เจตนา
4:56ไม่เลวเลยสำหรับคำไม่กี่คำบนเศษกระดาษ
Not bad for ... ในฐานะคำชมแบบไม่กล่าวเกินจริง
Not bad for ... หากแปลตรงตัวคือสิ่งนั้น “ไม่แย่เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่กล่าวมา” แต่ในประโยคนี้ใช้เป็นคำชมแบบไม่กล่าวเกินจริง คือคำเพียงไม่กี่คำบนเศษกระดาษเล็ก ๆ กลับให้ผลที่มีประโยชน์เกินคาด โครงสร้าง for + นามวลี บอกมาตรฐานหรือข้อจำกัดที่ใช้ตัดสินผลลัพธ์ รูปแบบนี้มักสื่อว่า “เมื่อคิดว่าสิ่งนี้เรียบง่าย เล็ก เป็นของใหม่ หรือมีข้อจำกัด ก็ถือว่าทำได้ดีมาก”
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: Not bad for a first attempt. ข้อใดตีความได้เหมาะสมที่สุด?
- บอกเพียงว่าความพยายามนี้ไม่ได้ดีและไม่ได้แย่
- หมายถึงความพยายามนี้ล้มเหลวเพราะง่ายเกินไป
- เป็นคำชมแบบไม่กล่าวเกินจริง หมายถึงความพยายามง่าย ๆ นี้ได้ผลดีกว่าที่คาด
ดูคำตอบ
เป็นคำชมแบบไม่กล่าวเกินจริง หมายถึงความพยายามง่าย ๆ นี้ได้ผลดีกว่าที่คาด
it's time to reveal the answer เพื่อส่งสัญญาณเปลี่ยนช่วง
ในที่นี้ it's time to reveal the answer ไม่ได้เพียงบอกเวลา แต่ใช้ปิดการพูดคุยก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าช่วงต่อไปคือการเฉลยคำตอบ รูปแบบ It's time to + กริยารูปพื้นฐาน ช่วยให้ผู้พูดจัดลำดับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับผู้ฟัง ในรูปแบบตายตัวนี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมคำในประโยคเปลี่ยนช่วงของพิธีกรด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The votes are counted. ____ reveal the winner.
ดูคำตอบ
It's time to
I asked you which movie had made the most money ever ไวยากรณ์
5:04ฉันถามคุณว่าภาพยนตร์เรื่องใดทำเงินได้มากที่สุดตลอดกาล
which movie had made...: ลำดับคำในคำถามทางอ้อมและการถอยกาล
which movie had made the most money ever เป็นคำถามทางอ้อมที่ทำหน้าที่เป็นเนื้อหาของ asked โดยยังคงคำแสดงคำถาม which ไว้ แต่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: which movie เป็นประธานและตามด้วย had made ทันที ไม่เติม it และไม่สลับตำแหน่งแบบประโยคคำถาม Had made เป็น past perfect เมื่อมองจาก asked ซึ่งอยู่ในอดีต การที่ภาพยนตร์ทำเงินเกิดก่อนเวลาที่ถาม นี่เป็นการถอยกาลที่พบบ่อยเมื่อนำคำถามก่อนหน้ามาเล่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเล่าคำถามก่อนหน้านี้เกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดได้ถูกต้อง
- I asked which had the movie made the most money ever.
- I asked which movie had made the most money ever.
- I asked which movie had it made the most money ever.
ดูคำตอบ
I asked which movie had made the most money ever.
And now according to the Internet Movie Database,
5:11และตอนนี้ตามข้อมูลของ Internet Movie Database
that's exactly right: การยืนยันว่าถูกต้องทั้งหมด
That's exactly right ใช้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าคำตอบ ความเข้าใจ หรือคำพูดของอีกฝ่ายถูกต้องทั้งหมด Exactly ช่วยเน้น right ว่าตรงกันอย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่เกือบถูกหรือถูกเพียงบางส่วน
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมอธิบายแผนได้ถูกต้องทุกรายละเอียด ควรตอบแบบใดมากที่สุด
- That's exactly right.
- That's partly right.
- You're close.
ดูคำตอบ
That's exactly right.
Let's recap the vocabulary we've learned: การเริ่มช่วงทบทวนสั้น ๆ
Let's recap... เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาหลักกำลังเปลี่ยนไปสู่การทบทวนสิ่งที่กล่าวไปแล้วแบบสั้น ๆ recap หมายถึงการสรุปหรือย้อนดูประเด็นสำคัญ ไม่ใช่การเริ่มใหม่หรือพูดซ้ำทุกรายละเอียด Let's + คำกริยารูปพื้นฐานนำเสนอการกระทำว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดและผู้ฟังจะทำร่วมกัน ส่วน the vocabulary we've learned ระบุว่าสิ่งที่จะทบทวนคือคำศัพท์ที่เรียนไปแล้ว รูปแบบ Let's recap + หัวข้อ ใช้เปิดช่วงทบทวนได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เปิดการทบทวนเนื้อหาที่กล่าวไปแล้วแบบสั้น ๆ ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Let's repeat the entire lesson word for word before we finish.
- Let's recap the main points before we finish.
- Let's begin a completely new topic before we finish.
ดูคำตอบ
Let's recap the main points before we finish.
in return for the money or effort you put into it.
5:34เพื่อตอบแทนเงินหรือความพยายามที่คุณทุ่มเทให้มัน
you criticize it for being too sweet or sentimental.
5:39คุณกำลังวิจารณ์ว่ามันหวานเลี่ยนหรือซาบซึ้งเกินไป
Call something saccharine: call + กรรม + คำคุณศัพท์
call ในที่นี้หมายถึงการตัดสินหรือบรรยายว่ามีลักษณะอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ โครงสร้างคือ call + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย something เป็นกรรม และ saccharine เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าผู้พูดมองว่าสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างไร ในประโยคนี้ saccharine เป็นการประเมินเชิงลบ หมายถึงมองว่าสิ่งนั้นหวานเลี่ยนหรืออ่อนไหวมากเกินไป โครงสร้างเดียวกันใช้รายงานการประเมินอื่นได้ เช่น Critics called the ending unrealistic.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ call + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงการประเมินได้ถูกต้อง
- Critics called the ending as predictable.
- Critics called the ending predictable.
- Critics called the ending a predictable.
ดูคำตอบ
Critics called the ending predictable.
is the most important or essential thing about it.
5:45คือสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือเป็นแก่นสารที่สุดเกี่ยวกับสิ่งนั้น
something's pros and cons are its advantages and disadvantages.
5:49pros and cons ของบางสิ่งก็คือข้อดีและข้อเสียของมัน
our six minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดลงแล้ว
ใน our six minutes are up คำว่า be up หมายความว่าช่วงเวลาที่อนุญาตหรือกำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว คำว่า up ตรงนี้ไม่ได้บอกทิศทางว่า “ขึ้น” ผู้พูดไม่ได้พูดเพียง Time is up แต่ระบุช่วงเวลาที่แน่นอนว่า our six minutes วิธีนี้เชื่อมการจบเข้ากับรูปแบบหกนาทีของรายการและใช้ปิดช่วงนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ be up เติมประกาศนี้ให้สมบูรณ์: The quiz timer rings. Time ____.
ดูคำตอบ
is up
but remember you'll find a quiz and worksheet for this episode
5:57แต่จำไว้ว่าคุณจะพบแบบทดสอบและใบงานสำหรับตอนนี้