ทำไมคุณถึงควรอ่าน "แม็คเบธ" - Brendan Pelsue: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
720 คำ 142 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าเชกสเปียร์นำประวัติศาสตร์สกอตแลนด์มาสร้าง Macbeth สำหรับผู้ชมร่วมสมัยที่ส่งเสียงเอะอะและอยู่ท่ามกลางความกังวลทางการเมืองอย่างไร จากนั้นจึงสำรวจความทะเยอทะยาน ความรู้สึกผิด ความรุนแรง มุมมองอันมืดมนต่อชีวิต และความสำคัญที่ยังคงอยู่ในฐานะกรอบมองการใช้อำนาจในทางมิชอบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. so powerful that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า so + คำคุณศัพท์ + that เชื่อมระดับที่สูงเป็นพิเศษเข้ากับผลที่ตามมาอย่างไร ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวเน้นว่าพลังของบทละครมากพอจะก่อให้เกิดข้อห้ามในโรงละคร คุณจึงใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อบอกได้ทั้งความเข้มข้นและผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากความเข้มข้นนั้น 2. "Fair is foul, and foul is fair." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่าประโยคย้อนแย้งสลับคำที่มีความหมายตรงข้ามเพื่อสร้างโลกที่เกณฑ์ศีลธรรมกลับตาลปัตร วิธีนี้ช่วยให้ตีความคำขับร้องของเหล่าแม่มดว่าเป็นถ้อยคำที่สรุปตรรกะอันมืดมนของโศกนาฏกรรม ไม่ใช่ประโยคที่เข้าใจได้ด้วยการแปลทีละคำเท่านั้น 3. have entered our cultural consciousness — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปลักษณ์เชิงนามธรรมนี้ว่าตัวละครหรือภาษาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางวัฒนธรรมร่วมกันของสังคม คุณสามารถใช้เมื่ออธิบายว่าเหตุใดงานคลาสสิกจึงยังเป็นที่จดจำและยังวางกรอบให้การตีความเรื่องการเมือง ศีลธรรม หรืออำนาจในยุคต่อมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There's a play so powerful that an old superstition says its name should never even be uttered in a theater. โน้ต

0:07

มีบทละครที่ทรงพลังมากจนมีความเชื่อโบราณว่าไม่ควรเอ่ยชื่อของมันในโรงละคร

ไวยากรณ์

so powerful that: ระดับที่สูงจนก่อให้เกิดผล

โครงสร้าง so + adjective + that + clause เน้นว่าคุณสมบัติอยู่ในระดับสูง แล้วตามด้วยผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so ขยาย powerful และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that นำเสนอความเชื่อโชคลางในเชิงวาทศิลป์ว่าเป็นหลักฐานถึงพลังของบทละคร แม้แต่การเอ่ยชื่อก็ยังถือเป็นข้อห้าม that ในที่นี้นำหน้าอนุประโยคบอกผล ไม่ใช่อนุประโยคขยาย play หรือ superstition ใช้โครงสร้างนี้เมื่อสิ่งหนึ่งมีระดับสูงจนทำให้เกิดผลบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้ powerful เติมโครงสร้าง so ... that ให้สมบูรณ์: The storm was ____ it knocked down several trees.

ดูคำตอบ

so powerful that

วัฒนธรรม

old superstition: ข้อห้ามในโรงละครเกี่ยวกับ Macbeth

ในที่นี้ old superstition หมายถึงความเชื่อที่สืบต่อกันมายาวนานในวงการละครภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ Macbeth ของเชกสเปียร์ ตามธรรมเนียมเชื่อกันว่าการเอ่ยชื่อ Macbeth ภายในโรงละครจะนำโชคร้ายมาให้ บางครั้งจึงเรียกแทนว่า the Scottish Play นี่เป็นธรรมเนียมในวงการละครที่มีพื้นฐานจากความเชื่อโชคลาง ไม่ใช่กฎหมายหรือกฎอย่างเป็นทางการของโรงละคร ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมประโยคจึงกล่าวถึงชื่อนั้นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเอ่ยออกมา

แบบฝึกหัด

old superstition ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ความเชื่อเก่าแก่ในวงการละครว่าการเอ่ยชื่อ Macbeth ภายในโรงละครอาจนำโชคร้ายมาให้
  2. กฎของโรงละครที่กำหนดให้นักแสดงต้องเงียบ
  3. กฎหมายอย่างเป็นทางการที่ห้ามแสดง Macbeth
ดูคำตอบ

ความเชื่อเก่าแก่ในวงการละครว่าการเอ่ยชื่อ Macbeth ภายในโรงละครอาจนำโชคร้ายมาให้

การใช้คำ

be uttered: รูปแบบทางการที่หมายถึง “ถูกเปล่งออกมา”

be uttered เป็นรูปถูกกระทำของ utter หมายถึงคำหรือชื่อถูกเปล่งออกมาเป็นเสียงจริง ๆ โดยไม่ระบุว่าใครเป็นคนพูด ใน never even be uttered คำว่า even ช่วยเน้นข้อห้ามให้แรงขึ้น คือแม้แต่จะเอ่ยชื่อนั้นก็ไม่ได้ utter เป็นทางการและให้อารมณ์ดราม่ามากกว่า say

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าห้ามเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาเป็นเสียง?

  1. The forbidden name must never be discussed in public.
  2. People must never chat about the forbidden name.
  3. The forbidden name must never be uttered aloud.
ดูคำตอบ

The forbidden name must never be uttered aloud.

A play that begins with witchcraft and ends with a bloody severed head. ไวยากรณ์

0:15

บทละครที่เริ่มต้นด้วยมนตร์ดำและจบลงด้วยหัวที่ถูกตัดขาดชุ่มเลือด

ไวยากรณ์

begins with ... and ends with ...: สรุปจุดเริ่มต้นและจุดจบ

โครงสร้างคู่ขนาน begins with A and ends with B ช่วยสรุปภาพรวมอย่างกระชับด้วยการบอกองค์ประกอบแรกและสุดท้าย ในที่นี้ with แต่ละตัวนำเข้าสิ่งที่ปรากฏที่ปลายแต่ละด้าน คือ witchcraft ในตอนเริ่มต้น และ a bloody severed head ในตอนจบ เนื้อหาที่ตามหลัง with ทั้งสองตำแหน่งควรมีรูปแบบไวยากรณ์ที่ขนานกัน โครงสร้างนี้ใช้สรุปเรื่องราว กิจกรรม บทเรียน การนำเสนอ หรือกระบวนการได้โดยไม่ต้องไล่ทุกขั้นตอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ begins with ... and ends with ...: The workshop ____ a short introduction ____ a group presentation.

ดูคำตอบ

begins with · and ends with

A play filled with riddles, prophecies, วลี

0:21

บทละครที่เต็มไปด้วยปริศนา คำทำนาย

nightmare visions, and lots of brutal murder.

0:24

นิมิตฝันร้าย และการฆาตกรรมสุดโหดมากมาย

วลี

filled with: มีองค์ประกอบมากมาย

ใน a play filled with ... คำว่า filled with หมายความว่าละครเรื่องนี้มีองค์ประกอบที่กล่าวถึงอยู่มากมาย เป็นการบอกว่าผลงานมีอะไรอยู่ ไม่ได้หมายถึงภาชนะที่ถูกบรรจุจนเต็มจริง ๆ ตรงนี้ filled with เป็นวลี past participle ที่ขยาย a play และเป็นรูปย่อของ a play that is filled with ... โดยใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมและลักษณะเชิงนามธรรม เช่น ความระทึกใจและความหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย filled with: The novel is ____ unexpected twists.

ดูคำตอบ

filled with

A play by William Shakespeare, sometimes referred to as The Scottish Play or The Tragedy of Macbeth. โน้ต

0:28

บทละครโดย วิลเลียม เชกสเปียร์ ที่บางครั้งถูกเรียกว่า บทละครสกอตแลนด์ หรือ โศกนาฏกรรมของแมคเบธ

วลี

referred to as: ใช้นำหน้าชื่อหรือป้ายกำกับ

ใน sometimes referred to as ... โครงสร้าง be referred to as หมายถึงเป็นที่รู้จักหรือถูกอธิบายด้วยชื่อหรือป้ายกำกับหนึ่ง โดย as ใช้นำหน้าชื่อ คำนำเรียก บทบาท หรือหมวดหมู่ ตรงนี้ referred to as เป็นอนุประโยค passive แบบย่อที่ขยาย a play โดย a play ... referred to as X เป็นรูปย่อของ a play ... that is referred to as X รูป passive แสดงว่าคนอื่นใช้ชื่อนั้นเรียกประธานของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมด้วย referred to as: This condition is often ____ seasonal depression.

ดูคำตอบ

referred to as

วัฒนธรรม

The Scottish Play: ชื่อที่ใช้เรียก Macbeth อีกแบบหนึ่ง

ในประโยคนี้ The Scottish Play เป็นชื่อที่ใช้เรียก Macbeth อีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่ผลงานคนละเรื่อง คำว่า Scottish สื่อถึงฉากหลังและตัวละครชาวสกอตของเรื่องนี้ ตามธรรมเนียมในวงการละครเวที บางคนหลีกเลี่ยงการพูดชื่อ Macbeth ภายในโรงละคร เพราะเชื่อมโยงชื่อนี้กับโชคร้าย จึงใช้ชื่อนี้แทน ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายทางวัฒนธรรมมากกว่าความหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

The Scottish Play ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของ Macbeth
  2. ผลงานอีกเรื่องหนึ่งของเชกสเปียร์
  3. ชื่อรวมของละครทุกเรื่องที่มีฉากหลังอยู่ในสกอตแลนด์
ดูคำตอบ

ชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของ Macbeth

First performed at the Globe Theatre in London in 1606, Macbeth is Shakespeare's shortest tragedy. โน้ต

0:37

ทำการแสดงครั้งแรกที่โรงละครโกลบ ในลอนดอน ปี 1606 แมคเบธเป็นโศกนาฏกรรมที่สั้นที่สุดของเชกสเปียร์

ไวยากรณ์

First performed: วลี past participle ที่ให้ข้อมูลพื้นหลัง

First performed ... เป็นวลี past participle ที่มีความหมายเป็นผู้ถูกกระทำ ในที่นี้สามารถขยายเป็น Macbeth was first performed at the Globe Theatre in London in 1606 ได้ โดย performed หมายถึง “ถูกนำขึ้นแสดง” ไม่ใช่ “ทำผลงานได้ดี” การวางวลีนี้ไว้ต้นประโยคทำให้รายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงรอบปฐมทัศน์เป็นข้อมูลพื้นหลัง และให้อนุประโยคหลักนำเสนอใจความสำคัญ โครงสร้างกระชับแบบนี้พบได้บ่อยในชีวประวัติ งานเขียนเกี่ยวกับศิลปะ และคำบรรยายสารคดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีผู้ถูกกระทำสองคำที่หมายถึง “ถูกนำขึ้นแสดงเป็นครั้งแรก”: ____ in 2010, the musical soon became a hit.

ดูคำตอบ

First performed

วัฒนธรรม

the Globe Theatre: โรงละครในลอนดอนที่เกี่ยวข้องกับเชกสเปียร์

the Globe Theatre เป็นชื่อเฉพาะของโรงละครแห่งหนึ่งในลอนดอน ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับบทละครของเชกสเปียร์และประวัติการแสดงของคณะละครของเขา ในประโยคนี้ ชื่อนี้ระบุสถานที่แสดง Macbeth ในเชิงประวัติศาสตร์ และช่วยให้เข้าใจว่าผลงานนี้เป็นบทละครที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงสดบนเวที Globe ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่ ไม่ใช่คำนามทั่วไป globe ที่หมายถึงโลกหรือแบบจำลองทรงกลม วลีเต็ม the Globe Theatre หมายถึงโรงละครแห่งนั้นโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

the Globe Theatre ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. โลกเมื่อมองว่าเป็นทรงกลม
  2. โรงละครแห่งหนึ่งในลอนดอนที่เกี่ยวข้องกับประวัติการแสดงของเชกสเปียร์
  3. ชื่อทั่วไปของโรงละครทุกแห่งในลอนดอน
ดูคำตอบ

โรงละครแห่งหนึ่งในลอนดอนที่เกี่ยวข้องกับประวัติการแสดงของเชกสเปียร์

It is also one of his most action-packed.

0:44

และยังเป็นหนึ่งในผลงานที่อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชันมากที่สุดของเขา

In five acts, ลำดับความ

0:47

ในความยาวห้าองก์

he recounts a story of a Scottish nobleman

0:49

เขาเล่าเรื่องราวของขุนนางชาวสกอตแลนด์

who steals the throne,

0:51

ผู้แย่งชิงบัลลังก์

presides over a reign of terror, วลี

0:53

ปกครองด้วยระบอบแห่งความหวาดกลัว

and then meets a bloody end. วลี

0:55

และจบลงด้วยจุดจบที่นองเลือด

ลำดับความ

In five acts: ใช้โครงสร้างวางกรอบให้บทสรุปเนื้อเรื่อง

เมื่อวางไว้ต้นประโยค In five acts จะกำหนดกรอบโครงสร้างของผลงานก่อนเริ่มสรุปเนื้อเรื่อง ในละคร act คือส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งของบทละคร หรือ “องก์” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าเรื่องราวจัดเป็นห้าองก์ ไม่ได้หมายถึงการกระทำธรรมดาห้าครั้ง การเปิดแบบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้น: บอกโครงสร้างของผลงานก่อน แล้วจึงย่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายในโครงสร้างนั้น รูปแบบเดียวกันใช้กับผลงานอื่นได้ เช่น in three chapters หรือ in two parts

แบบฝึกหัด

วลีเปิด In five acts, มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าเรื่องราวเริ่มขึ้นหลังจากแสดงไปแล้วห้าครั้ง
  2. บอกว่าขุนนางทำการกระทำห้าอย่างแยกกัน
  3. บอกโครงสร้างของบทละครก่อนสรุปเนื้อเรื่อง
ดูคำตอบ

บอกโครงสร้างของบทละครก่อนสรุปเนื้อเรื่อง

วลี

presides over a reign of terror: ปกครองในยุคแห่งความหวาดกลัว

ในที่นี้ preside over ไม่ได้หมายถึงเพียงการเป็นประธานการประชุม เมื่อกรรมเป็นช่วงเวลาหรือสถานการณ์ วลีนี้หมายถึงการเป็นผู้มีอำนาจในขณะที่ช่วงเวลาหรือสถานการณ์นั้นดำเนินไป a reign of terror คือช่วงเวลาของการปกครองที่คงอยู่ด้วยความหวาดกลัว การปราบปราม หรือความรุนแรง ดังนั้น presides over a reign of terror จึงหมายความว่าขุนนางผู้นั้นกุมอำนาจในช่วงเวลาดังกล่าวและถูกเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาลงมือก่อเหตุรุนแรงทุกครั้งด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย presides over a reign of terror ในบริบทนี้ได้ดีที่สุด

  1. เขากุมอำนาจในช่วงเวลาที่คงอยู่ด้วยความหวาดกลัวและความรุนแรง
  2. เขาเฝ้าดูความขัดแย้งรุนแรงแต่ไม่มีอำนาจเหนือเหตุการณ์นั้น
  3. เขาเป็นประธานการประชุมทางการเพียงครั้งเดียวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่ากลัว
ดูคำตอบ

เขากุมอำนาจในช่วงเวลาที่คงอยู่ด้วยความหวาดกลัวและความรุนแรง

วลี

meets a bloody end: พบจุดจบอันนองเลือด

ในภาษาอังกฤษเชิงเล่าเรื่อง โครงสร้าง meet a/an + คำคุณศัพท์ + end หมายถึงการประสบชะตากรรมแบบหนึ่ง ไม่ใช่การ “พบกับจุดจบ” ตามความหมายตรงตัว คำคุณศัพท์ bloody ระบุว่าชะตากรรมนั้นรุนแรง มีการนองเลือด และมักหมายถึงความตาย ในเรื่องย่อนี้ meets ใช้ present tense แบบเล่าเรื่องเพื่อสรุปชะตากรรมสุดท้ายของตัวละครอย่างกระชับ โครงสร้างนี้เปลี่ยนตามกาลได้เป็น meets a bloody end, met a bloody end หรือ will meet a bloody end

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องย่อให้สมบูรณ์ด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ประสบชะตากรรมสุดท้ายอันรุนแรง”: In the final chapter, the ruthless warlord ____.

ดูคำตอบ

meets a bloody end

Along the way, ลำดับความ

0:57

ตลอดเส้นทางเรื่องราว

it asks important questions about ambition, วลี

0:59

บทละครได้ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับความทะเยอทะยาน

power,

1:02

อำนาจ

and violence

1:03

และความรุนแรง

ลำดับความ

Along the way ในฐานะคำเชื่อมที่หมายถึงระหว่างกระบวนการ

ในที่นี้ Along the way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือการเดินทางจริง ๆ แต่หมายถึง “ระหว่างที่เรื่องดำเนินไป” และเชื่อมประเด็นของผลงานเข้ากับการเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น ในฐานะคำเชื่อมในเนื้อความ วลีนี้บอกว่าประเด็นถัดไปเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหลัก ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และใช้หน้าที่เดียวกันนี้ได้เมื่อพูดถึงโครงการ การเรียนรู้ เส้นทางอาชีพ และกระบวนการอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากตัวอย่างเติมประโยคให้สมบูรณ์: The research project lasted three years. ____, the team discovered a better method.

ดูคำตอบ

Along the way

วลี

asks important questions about สำหรับวิเคราะห์ประเด็นของผลงาน

เมื่อประธานเป็นภาพยนตร์ หนังสือ ละคร หรือผลงานอื่น ๆ asks important questions about จะใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ผลงานไม่ได้พูดและถามจริง ๆ แต่แนวคิดหรือเรื่องราวในผลงานทำให้ผู้ชมคิดถึงประเด็นสำคัญ โครงสร้างคือ “ผลงาน + asks important questions about + หัวข้อ” โดยเน้นการตั้งคำถามและการไตร่ตรอง ไม่ได้หมายความว่าผลงานต้องให้คำตอบที่ชัดเจน และ about ใช้นำเข้าหัวข้อที่กำลังพิจารณา

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเชิงวิเคราะห์จากตัวอย่างเติมประโยคให้สมบูรณ์: The documentary ____ privacy and surveillance.

ดูคำตอบ

asks important questions about

that spoke directly to the politics of Shakespeare's time วลี

1:04

ที่สื่อสารโดยตรงกับสถานการณ์การเมืองในยุคของเชกสเปียร์

and continue to echo in our own. สำนวน

1:07

และยังคงดังก้องมาจนถึงยุคของเรา

วลี

spoke directly to the politics of Shakespeare's time: ตอบสนองต่อบริบทการเมืองโดยตรง

ใน spoke directly to the politics of Shakespeare's time คำว่า speak to ไม่ได้หมายถึงการพูดกับการเมืองราวกับว่าการเมืองเป็นผู้ฟัง แต่หมายความว่าแนวคิดในผลงานนั้นกล่าวถึง ตอบสนองต่อ หรือเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับความเป็นจริงทางการเมืองในยุคของเชกสเปียร์ ส่วน directly เน้นว่าความเชื่อมโยงนี้ชัดเจนและหนักแน่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X speaks หรือ spoke to Y โดย X อาจเป็นผลงาน ข้อโต้แย้ง หรือเหตุการณ์ ส่วน Y อาจเป็นประเด็น ความกังวล ความต้องการ หรือสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ speak directly to ในความหมายว่า กล่าวถึงหรือตอบสนองต่อประเด็นหนึ่งอย่างมีความหมาย

  1. The neighbors speak directly to each other instead of sending messages.
  2. The documentary speaks directly to public concerns about online privacy.
  3. The presenter speaks directly to the camera during the interview.
ดูคำตอบ

The documentary speaks directly to public concerns about online privacy.

สำนวน

continue to echo in our own [time]: ยังคงสะท้อนก้องในยุคของเรา

echo ในที่นี้เป็นอุปมา แนวคิดหรือปัญหาจากอดีตถูกเปรียบกับเสียงที่ย้อนกลับมาเรื่อย ๆ หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นยังคงมีอิทธิพลต่อผู้คน รู้สึกคุ้นเคย หรือยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน in our own ละคำนาม time ไว้ เพราะก่อนหน้านี้มี Shakespeare's time อยู่แล้ว ความหมายเต็มคือ in our own time ส่วน continue to แสดงว่าผลกระทบนั้นยังไม่สิ้นสุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ echo เป็นอุปมาเพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งจากอดีตยังคงสำคัญในปัจจุบัน

  1. Her voice echoed across the empty hall.
  2. The historian recorded the warning in a notebook.
  3. The old warning continues to echo in today's debates.
ดูคำตอบ

The old warning continues to echo in today's debates.

England in the early 17th century

1:10

ประเทศอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่ 17

was politically precarious. การใช้คำ

1:14

มีความไม่มั่นคงทางการเมือง

การใช้คำ

was politically precarious: ไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงทางการเมืองอย่างร้ายแรง

precarious หมายถึงสิ่งที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่มั่นคงและอาจเลวร้ายลงหรือล้มเหลวได้ ส่วน politically จำกัดการประเมินนี้ไว้ที่สภาพทางการเมือง ดังนั้น was politically precarious จึงหมายความว่าระเบียบทางการเมืองของอังกฤษไม่มั่นคงและเผชิญความเสี่ยงร้ายแรง ไม่ใช่เพียงแค่มีความยุ่งยาก ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ วลีนี้ช่วยปูทางไปสู่เหตุการณ์ภายหลัง โดยแสดงให้เห็นว่าแม้แต่แรงกระทบเล็กน้อยก็อาจผลักสถานการณ์ทางการเมืองที่เปราะบางอยู่แล้วไปสู่วิกฤตได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย politically precarious ในตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

  1. สถานการณ์ทางการเมืองไม่มั่นคงและอาจกลายเป็นอันตรายได้อย่างรวดเร็ว
  2. สถานการณ์ทางการเมืองซับซ้อนแต่ไม่มีความเสี่ยง
  3. สถานการณ์ทางการเมืองมั่นคงและได้รับการปกป้องอย่างดี
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทางการเมืองไม่มั่นคงและอาจกลายเป็นอันตรายได้อย่างรวดเร็ว

Queen Elizabeth I

1:16

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1

died in 1603

1:18

สวรรคตในปี 1603

without producing an heir, ไวยากรณ์

1:20

โดยไม่มีรัชทายาท

ไวยากรณ์

without producing an heir: without + -ing และการสืบราชบัลลังก์

without + รูป -ing ของคำกริยา ใช้เพิ่มการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลัก ในที่นี้ died เป็นเหตุการณ์หลัก และ without producing an heir หมายความว่าเอลิซาเบธสิ้นพระชนม์โดยไม่ได้ทิ้งผู้สืบทอดไว้ produce an heir เป็นสำนวนทางการในบริบทประวัติศาสตร์และราชวงศ์ หมายถึงการมีหรือทิ้งบุตรที่สามารถสืบทอดราชบัลลังก์หรือตำแหน่งได้ คำว่า produce ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายด้านอุตสาหกรรม

แบบฝึกหัด

ใช้ without + รูป -ing ของ check เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia submitted the form ____ the final page.

ดูคำตอบ

without checking

and in a surprise move, วลี

1:21

และในความเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครคาดคิด

her advisers passed the crown วลี

1:23

บรรดาที่ปรึกษาของพระองค์ได้มอบมงกุฎ

to James Stewart,

1:25

ให้กับเจมส์ สจ๊วต

King of Scotland.

1:26

กษัตริย์แห่งสกอตแลนด์

วลี

in a surprise move: เกริ่นว่าการกระทำนั้นเหนือความคาดหมาย

in a surprise move เป็นวลีเกริ่นนำที่ช่วยกำหนดมุมมองของเรื่อง โดยบอกผู้ฟังว่าการกระทำที่จะกล่าวต่อไปนั้นเหนือความคาดหมาย ในที่นี้ move หมายถึงการตัดสินใจหรือการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ เมื่อวางวลีนี้ไว้ก่อนเหตุการณ์หลัก ผู้เล่าจะส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์เบี่ยงไปจากที่ผู้คนคาดไว้ และทำให้พัฒนาการนั้นเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบข่าวด้วยวลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียนนี้: ____, the mayor ended the project without warning.

ดูคำตอบ

In a surprise move

วลี

passed the crown to: มอบราชบัลลังก์และพระราชอำนาจ

passed the crown to ใช้โครงสร้าง pass something to someone แต่ the crown ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงสัญลักษณ์ ในบริบทระบอบกษัตริย์ the crown ใช้แทนราชบัลลังก์และพระราชอำนาจ ไม่ใช่มงกุฎจริงที่ประดับอัญมณี ดังนั้น วลีนี้จึงหมายความว่าราชบัลลังก์และพระราชอำนาจถูกถ่ายโอนไปยัง James Stewart ในการเล่าประวัติศาสตร์ ถ้อยคำแบบกระชับนี้กล่าวถึงการสืบราชบัลลังก์ ไม่ใช่การยื่นมงกุฎให้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ passed the crown to James Stewart หมายความว่าอย่างไร?

  1. เหล่าที่ปรึกษาถ่ายโอนราชบัลลังก์และพระราชอำนาจให้ James Stewart
  2. เหล่าที่ปรึกษายื่นมงกุฎประดับให้ James Stewart ถือชั่วครู่
  3. เหล่าที่ปรึกษาขอให้ James Stewart ดูแลเครื่องราชกกุธภัณฑ์
ดูคำตอบ

เหล่าที่ปรึกษาถ่ายโอนราชบัลลังก์และพระราชอำนาจให้ James Stewart

Two years later,

1:28

สองปีต่อมา

James was subject to an assassination attempt การใช้คำ

1:30

เจมส์ตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหาร

called The Gunpowder Plot. วัฒนธรรม

1:32

ที่เรียกว่า กบฏดินปืน (The Gunpowder Plot)

การใช้คำ

was subject to: กล่าวอย่างเป็นทางการว่าเผชิญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

ในประโยคนี้ was subject to หมายถึง “ประสบ” หรือ “เผชิญ” เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เจมส์เป็นเป้าหมายของความพยายามลอบสังหาร โครงสร้างคือ be subject to + นามวลี ตรงนี้ subject เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “หัวข้อ” หรือ “วิชาเรียน” คำนามหลัง to จะเป็นตัวกำหนดว่าวลีนี้หมายถึงการประสบสิ่งใด หรือการอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสองคำจากบทเรียนนี้: During the investigation, the scientist was ____ intense public criticism.

ดูคำตอบ

subject to

วัฒนธรรม

แผนดินปืน: แผนสมคบคิดจริงในปี 1605 ที่มุ่งสังหารพระเจ้าเจมส์ที่ 1

แผนดินปืนเป็นแผนสมคบคิดที่เกิดขึ้นจริงในปี 1605 เพื่อระเบิดสภาขุนนางระหว่างพิธีเปิดรัฐสภาและสังหารพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แผนนี้ถูกค้นพบก่อนที่จะดำเนินการได้ ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงความพยายามลอบสังหารเจมส์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Macbeth สำหรับผู้ชมในช่วงเวลาที่ Macbeth ถูกเขียนขึ้น แผนนี้ทำให้เรื่องการทรยศ การสังหารกษัตริย์ และการปกครองที่ชอบธรรมเป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย The Gunpowder Plot ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?

  1. แผนสมคบคิดจริงในปี 1605 เพื่อสังหารพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ด้วยการระเบิดรัฐสภา
  2. การลอบสังหารสมมติที่วางแผนโดยตัวละครใน Macbeth
  3. ชื่อบทละครที่พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงเขียน
ดูคำตอบ

แผนสมคบคิดจริงในปี 1605 เพื่อสังหารพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ด้วยการระเบิดรัฐสภา

Questions of what made for a legitimate king วลี

1:34

คำถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้กษัตริย์มีความชอบธรรม

were on everyone's lips. สำนวน

1:37

กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ทุกคนพูดถึง

วลี

made for a legitimate king: มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์

ในที่นี้ made for หมายถึง “ช่วยก่อให้เกิด” หรือ “เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดขึ้น” What made for a legitimate king ถามว่าคุณสมบัติ กฎ หรือสถานการณ์ใดทำให้บุคคลหนึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นกษัตริย์ที่ชอบธรรม ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ what makes for + นามวลี ซึ่งใช้ถามว่าปัจจัยใดสร้างหรือสนับสนุนผลลัพธ์หนึ่ง เช่น what makes for a good team

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make for ในความหมายว่า “ช่วยก่อให้เกิดผลลัพธ์” เช่นเดียวกับตัวอย่าง

  1. Patience and clear rules make for a calm classroom.
  2. They made a costume for the school play.
  3. We made for the station before sunset.
ดูคำตอบ

Patience and clear rules make for a calm classroom.

สำนวน

were on everyone's lips: เป็นที่พูดถึงกันทั่ว

Be on everyone's lips เป็นสำนวนที่หมายถึง “ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง” ในประโยคนี้ คำถามเรื่องความชอบธรรมของกษัตริย์ได้กลายเป็นหัวข้อสำคัญในการถกเถียงของสาธารณชน Everyone's มักเป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ หมายความว่าหัวข้อนั้นโดดเด่นและได้รับความสนใจอย่างมาก ไม่ได้แปลว่าทุกคนพูดถึงจริง ๆ สำนวนนี้แสดงถึงความสนใจ ไม่ใช่ความเห็นพ้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง”: After her surprise victory, the young athlete was ____.

ดูคำตอบ

on everyone's lips

So Shakespeare must have known ไวยากรณ์

1:39

ดังนั้น เชกสเปียร์ต้องรู้ดีแน่ว่า

he had potent material การใช้คำ

1:42

เขามีวัตถุดิบชั้นยอดอยู่ในมือ

ไวยากรณ์

must have + กริยาช่องที่ 3: การอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีต

must have + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีต ใน must have known ผู้บรรยายสรุปว่าเชกสเปียร์รู้เรื่องนี้ในเวลานั้น must ในที่นี้แสดงความมั่นใจสูงจากการใช้เหตุผล ไม่ได้หมายความว่าเชกสเปียร์มีหน้าที่ต้องรู้ ข้อความนี้ยังคงเป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมการอนุมานอย่างมั่นใจโดยใช้ must have และรูปที่ถูกต้องของ leave: Her keys are on the desk, but she is not here. She ____ without them.

ดูคำตอบ

must have left

การใช้คำ

potent material: เนื้อหาต้นทางที่มีพลังสร้างสรรค์สูง

ในประโยคนี้ material หมายถึงเรื่องราว ข้อเท็จจริง ตัวละคร หรือแนวคิดที่นำไปใช้ในการเขียนได้ ส่วน potent หมายถึงสามารถสร้างผลกระทบที่รุนแรง ดังนั้น potent material จึงหมายถึงเนื้อหาต้นทางที่มีศักยภาพสูงในเชิงการละครหรือการสร้างสรรค์ วลีนี้ประเมินว่าประเด็นนั้นสามารถสร้างผลได้มากเพียงใด ไม่ได้กล่าวถึงว่าสสารทางกายภาพทำมาจากอะไร potent มีความหมายมากกว่า interesting เพราะสื่อว่าเนื้อหานั้นสามารถส่งผลอย่างมากต่อผู้ชม หรือใช้เป็นพื้นฐานของผลงานที่น่าดึงดูดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ potent material อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงเนื้อหาต้นทางที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบอย่างมาก

  1. The tailor bought waterproof material for the coat.
  2. The report gave the journalist plenty of material to read.
  3. The diary gave the novelist potent material for a new book.
ดูคำตอบ

The diary gave the novelist potent material for a new book.

when he conflated and adapted การใช้คำ

1:44

เมื่อเขานำมาผสมผสานและดัดแปลง

the stories of a murderous 11th century Scottish king

1:46

จากเรื่องราวของกษัตริย์สกอตแลนด์ผู้โหดเหี้ยมในศตวรรษที่ 11

named Macbeth

1:49

ที่ชื่อว่า แมคเบธ

and those of several other Scottish nobles.

1:51

และเรื่องราวของขุนนางสกอตแลนด์คนอื่น ๆ อีกหลายคน

การใช้คำ

conflated and adapted: หลอมรวมแหล่งข้อมูลแล้วปรับรูปแบบใหม่

ในประโยคนี้ conflated หมายถึงการนำรายละเอียดจากเรื่องราวของบุคคลหลายคนที่แยกจากกันมารวมจนกลายเป็นเรื่องเล่าแบบผสมเรื่องเดียว ส่วน adapted หมายถึงการปรับเปลี่ยนเนื้อหานั้นเพื่อใช้ในบทละครเรื่องใหม่ เมื่อใช้ conflated and adapted ร่วมกัน คำทั้งสองบอกถึงกระบวนการสร้างสรรค์สองขั้นที่ต่อเนื่องกัน คือหลอมรวมหลายแหล่งข้อมูลแล้วจึงปรับเนื้อหาใหม่ ไม่ใช่คัดลอกบันทึกทางประวัติศาสตร์เพียงแหล่งเดียวมาโดยไม่เปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าผู้เขียนหลอมรวมบุคคลในประวัติศาสตร์สองคน แล้วปรับเรื่องราวของพวกเขาสำหรับสื่อชนิดใหม่

  1. The screenwriter conflated two historical rulers and adapted their stories for television.
  2. The screenwriter compared two historical rulers and kept both stories unchanged.
  3. The screenwriter adapted one ruler's story without merging it with another.
ดูคำตอบ

The screenwriter conflated two historical rulers and adapted their stories for television.

He found their annals

1:53

เขาพบพงศาวดารของพวกเขา

in Holinshed's Chronicles, วัฒนธรรม

1:56

ใน บันทึกประวัติศาสตร์ฮอลินเชด (Holinshed's Chronicles)

a popular 16th century history

1:58

ซึ่งเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 16 ที่ได้รับความนิยม

of Britain and Ireland.

2:00

เกี่ยวกับอังกฤษและไอร์แลนด์

วัฒนธรรม

in Holinshed's Chronicles: ระบุแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์

in Holinshed's Chronicles ระบุชื่อหนังสือที่พบบันทึกเหล่านั้น พงศาวดารของฮอลลินเชดเป็นหนังสือรวบรวมประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบริเตนและไอร์แลนด์ที่ได้รับความนิยมในคริสต์ศตวรรษที่ 16 และเชกสเปียร์ใช้เป็นแหล่งข้อมูล ในที่นี้ Chronicles เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหนังสือ และหมายถึงบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมักเรียบเรียงตามลำดับเวลา ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ไปที่แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่บันทึกข่าวสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

in Holinshed's Chronicles บอกอะไรเราในประโยคนี้

  1. เหตุการณ์เหล่านั้นได้รับการรายงานโดยหนังสือพิมพ์สมัยใหม่
  2. บันทึกเหล่านั้นพบในแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากคริสต์ศตวรรษที่ 16
  3. Macbeth เขียนบันทึกส่วนตัวชื่อ Chronicles
ดูคำตอบ

บันทึกเหล่านั้นพบในแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากคริสต์ศตวรรษที่ 16

Shakespeare would also have known

2:02

เชกสเปียร์ยังต้องรู้ด้วยว่า

he needed to tell his story in a way

2:05

เขาจำเป็นต้องเล่าเรื่องในแบบที่

that would immediately grab the attention วลี

2:07

จะดึงดูดความสนใจได้ในทันที

of his diverse

2:09

จากกลุ่มผู้ชมที่หลากหลาย

and rowdy audience. การใช้คำ

2:10

และอึกทึกวุ่นวาย

วลี

grab the attention: ดึงความสนใจทันที

ในที่นี้ grab the attention หมายถึงทำให้ผู้ชมสังเกตและจดจ่อทันที คำว่า grab ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้มือคว้าสิ่งใดจริง ๆ สำนวนนี้ให้ความรู้สึกว่าดึงความสนใจได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง โครงสร้างที่เป็นธรรมชาติมีทั้ง grab someone's attention และ grab the attention of someone ในประโยคนี้ใช้โครงสร้างที่สองเพื่อให้วางคำบรรยายที่ยาวกว่าอย่าง his diverse and rowdy audience ไว้หลัง of ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ดึงความสนใจของผู้ชมอย่างรวดเร็วและทรงพลัง”: The presenter began with a bold question to ____.

ดูคำตอบ

grab the audience's attention

การใช้คำ

rowdy audience: ผู้ชมที่ส่งเสียงดังและควบคุมยาก

rowdy audience หมายถึงผู้ชมที่ส่งเสียงดังและควบคุมได้ยาก คำว่า rowdy มีน้ำเสียงเชิงลบ โดยอาจสื่อถึงการตะโกน โห่แทรก พฤติกรรมหยาบคาย หรือการรบกวนความเป็นระเบียบ ไม่ได้หมายถึงเพียงความตื่นเต้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าผู้ชมไม่น่าจะนั่งเงียบ ๆ และรอให้เรื่องดำเนินไป จึงช่วยอธิบายว่าทำไมผู้เล่าจึงต้องมีช่วงเปิดที่สร้างผลกระทบได้ทันที

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดอธิบาย rowdy audience ได้ดีที่สุด

  1. ฝูงชนตื่นเต้นแต่รอให้งานเริ่มอย่างอดทน
  2. ฝูงชนฟังอย่างเงียบ ๆ และปรบมือเมื่อจบ
  3. ฝูงชนตะโกนกลบผู้แสดงและไม่สนใจคำขอซ้ำ ๆ ให้สงบลง
ดูคำตอบ

ฝูงชนตะโกนกลบผู้แสดงและไม่สนใจคำขอซ้ำ ๆ ให้สงบลง

The Globe welcomed all sections of society. การใช้คำ

2:11

โรงละครโกลบต้อนรับผู้ชมจากทุกชนชั้นในสังคม

การใช้คำ

all sections of society: ผู้คนจากทุกกลุ่มทางสังคม

ใน all sections of society คำว่า sections หมายถึงกลุ่มทางสังคม เช่น กลุ่มที่แบ่งตามรายได้ อาชีพ สถานะ หรือภูมิหลัง ไม่ได้หมายถึงส่วนหรือบริเวณทางกายภาพของสถานที่ คำว่า all ทำให้วลีนี้มีความหมายครอบคลุม กล่าวคือ โรงละครโกลบต้อนรับผู้คนจากกลุ่มต่าง ๆ ทั่วทั้งสังคม ไม่ใช่เพียงชนชั้นเดียว วลีนี้เป็นวิธีพูดแบบกระชับและเป็นทางการเพื่อบอกว่าครอบคลุมผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง

แบบฝึกหัด

ในประโยค The new library offers free programs for all sections of society วลี all sections of society หมายถึงอะไร

  1. คนหนึ่งคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย
  2. ห้องทางกายภาพทุกห้องในห้องสมุด
  3. ผู้คนจากทุกกลุ่มทางสังคม
ดูคำตอบ

ผู้คนจากทุกกลุ่มทางสังคม

Wealthier patrons watched the stage from covered balconies,

2:15

ผู้สนับสนุนที่มีฐานะจะชมละครจากระเบียงที่มีหลังคาคลุม

while poorer people

2:19

ในขณะที่คนยากจน

paid a penny

2:20

จะจ่ายเงินเพียงหนึ่งเพนนี

to take in the show from an open-air section กริยาวลี

2:21

เพื่อชมการแสดงจากโซนเปิดโล่ง

กริยาวลี

take in the show: ชมและเพลิดเพลินกับการแสดง

ในที่นี้ take in the show หมายถึงไปชมและเพลิดเพลินกับการแสดง กริยาวลีนี้นำเสนอการแสดงในฐานะประสบการณ์ที่คนเลือกไปสัมผัส ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของการออกไปเที่ยวหรือการเดินทาง take in มีหลายความหมาย ดังนั้นกรรมของกริยาจึงเป็นตัวกำหนดการตีความ เมื่อใช้กับ a show, a play, a concert หรือ the sights มักหมายถึงไปดูหรือไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

Maya กำลังเที่ยวชิคาโกและอยากใช้เวลาช่วงค่ำชมละครเพลง ประโยคใดอธิบายแผนของเธอได้ดีที่สุด

  1. She plans to put on a musical tonight.
  2. She plans to take part in a musical tonight.
  3. She plans to take in a musical tonight.
ดูคำตอบ

She plans to take in a musical tonight.

called the pit. วัฒนธรรม

2:23

ที่เรียกว่า หลุม (the pit)

วัฒนธรรม

the pit: พื้นที่ยืนกลางแจ้งของโรงละครโกลบ

ในประโยคนี้ the pit คือชื่อของพื้นที่ยืนกลางแจ้งในลานด้านหน้าและด้านข้างเวทีของโรงละครโกลบ ผู้ชมที่ซื้อตั๋วราคาถูกที่สุดจะยืนชมตรงนี้ แทนที่จะนั่งในระเบียงที่มีหลังคา ตรงนี้ pit เป็นศัพท์โรงละครเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงหลุมธรรมดาบนพื้น คำนี้ยังแสดงให้เห็นว่าราคาตั๋วมีผลต่อจุดที่ผู้ชมใช้ชมละคร

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับโรงละครโกลบ the pit หมายถึงอะไร

  1. หลุมลึกใต้เวทีที่ใช้เก็บฉาก
  2. ระเบียงมีหลังคาที่สงวนไว้สำหรับนักดนตรี
  3. พื้นที่ยืนกลางแจ้งสำหรับผู้ชมที่ซื้อตั๋วราคาถูกที่สุด
ดูคำตอบ

พื้นที่ยืนกลางแจ้งสำหรับผู้ชมที่ซื้อตั๋วราคาถูกที่สุด

Talking, jeering,

2:24

การพูดคุย การล้อเลียน

and cheering

2:26

และการโห่ร้อง

was common during performances.

2:28

เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ระหว่างการแสดง

There are even accounts of audiences throwing furniture

2:30

แม้กระทั่งมีบันทึกว่าผู้ชมมีการขว้างปาเฟอร์นิเจอร์

when plays were flops. การใช้คำ

2:33

เมื่อบทละครไม่เป็นที่ถูกใจ

การใช้คำ

plays were flops: การบอกว่าละครเป็นผลงานที่ล้มเหลว

ใน plays were flops คำว่า flops เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายถึงผลงานที่ล้มเหลวหรือไม่เป็นที่นิยม โครงสร้างคือ be + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนาม โดยถ้าเป็นละครหนึ่งเรื่องใช้ a play was a flop และถ้ามีหลายเรื่องใช้ plays were flops ตรงนี้ flop เป็นการประเมินผลของละคร ไม่ได้หมายถึงการล้มลงทางกายภาพ มักใช้สื่อว่าการแสดง ภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์ หรือกิจกรรมล้มเหลวอย่างมากในสายตาผู้ชมหรือในเชิงพาณิชย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำนามนับได้พหูพจน์ของ flop: The two expensive musicals closed after three nights; both were ____.

ดูคำตอบ

flops

So Macbeth

2:34

ดังนั้น แมคเบธ

opens with a literal bang. สำนวน

2:37

จึงเปิดฉากขึ้นด้วยเสียงดังสนั่นจริง ๆ

สำนวน

opens with a literal bang: สำนวนที่เกิดขึ้นจริงตามตัวอักษร

Open with a bang เป็นสำนวนที่หมายถึงการเริ่มต้นอย่างฉับพลัน น่าตื่นเต้น หรือน่าประทับใจ เมื่อใช้เพียงเท่านี้ bang ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเสียงที่เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ literal บอกเราว่าช่วงเปิดเรื่องยังมีเสียงดังสนั่นจริง ๆ ด้วย นั่นคือเสียงฟ้าร้อง ทั้งความหมายเชิงสำนวนและเสียงจริงจึงเป็นจริงพร้อมกัน ทำให้เกิดการเน้นและการเล่นคำเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้ความหมายทั้งสองของ opens with a literal bang เป็นจริงพร้อมกัน

  1. The parade opened quietly with a moment of silence.
  2. The parade opened with a bang because the dancers entered beautifully.
  3. The parade opened with a literal bang when a cannon fired.
ดูคำตอบ

The parade opened with a literal bang when a cannon fired.

Thunder cracks and three witches appear.

2:39

เสียงฟ้าร้องลั่นและแม่มดสามตนปรากฏตัวขึ้น

They announce they're searching for a Scottish nobleman

2:42

พวกนางประกาศว่ากำลังตามหาขุนนางชาวสกอตแลนด์

and war hero

2:45

และวีรบุรุษสงคราม

named Macbeth,

2:46

ที่ชื่อ แมคเบธ

then fly off

2:47

จากนั้นก็บินหนีไป

while chanting a curse วลี

2:49

พร้อมร่ายคำสาป

that predicts a world gone mad. สำนวน

2:50

ที่ทำนายถึงโลกที่เสียสติ

วลี

chanting a curse: ร่ายคำสาปด้วยจังหวะแบบพิธีกรรม

ใน chanting a curse คำว่า chant หมายถึงการเปล่งถ้อยคำด้วยจังหวะสม่ำเสมอ และมักกล่าวซ้ำ ส่วน curse ในที่นี้คือชุดถ้อยคำที่ตั้งใจให้เกิดอันตรายหรือทำนายหายนะ เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้สร้างภาพที่มีความเป็นพิธีกรรมและน่าตื่นตา Chanting บรรยายว่าถ้อยคำนั้นฟังอย่างไร จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกว่าแค่พูดออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายของ chanting a curse ได้ดีที่สุด

  1. He mentioned a curse during an ordinary conversation.
  2. The witches chanted a curse, repeating its words in a slow, steady rhythm.
  3. She cast a curse on the thief without speaking aloud.
ดูคำตอบ

The witches chanted a curse, repeating its words in a slow, steady rhythm.

สำนวน

a world gone mad: สภาวะผลลัพธ์ที่ใช้ gone + คำคุณศัพท์

ใน a world gone mad คำว่า gone mad หมายถึง “ได้กลายเป็นบ้าคลั่งหรือโกลาหล” ไม่ใช่ “จากไปเพื่อจะเป็นบ้า” วลีนี้บอกผลลัพธ์ว่าโลกได้เข้าสู่สภาวะไร้ระเบียบแล้ว gone mad อยู่หลัง world และทำหน้าที่คล้ายอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ that has gone mad ในที่นี้ mad ใช้เชิงเปรียบเทียบกับสังคมโดยรวม สื่อว่าค่านิยมและระเบียบปกติพังทลายลง

แบบฝึกหัด

เติมวลีตามคำใบ้ในวงเล็บให้ประโยคสมบูรณ์: After weeks of panic, the novel portrays a town ____. (The town has gone mad.)

ดูคำตอบ

gone mad

"Fair is foul, สำนวน

2:52

"ความดีคือความชั่ว,

and foul is fair."

2:54

และความชั่วคือความดี"

สำนวน

"Fair is foul, and foul is fair.": ถ้อยคำย้อนแย้งของคุณค่าที่ถูกพลิกกลับ

Fair is foul, and foul is fair เป็นถ้อยคำย้อนแย้งที่ทำให้ fair และ foul ซึ่งมีคุณค่าตรงข้ามกันกลายเป็นสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ fair หมายถึงดี น่าดึงดูด หรือถูกต้องทางศีลธรรม ส่วน foul หมายถึงชั่วร้าย เสื่อมทราม หรือน่ารังเกียจ ใน Macbeth การสลับที่อย่างสมดุลนี้สื่อถึงโลกที่เกณฑ์ทางศีลธรรมถูกพลิกกลับและไม่อาจเชื่อถือสิ่งที่เห็นภายนอกได้ ประโยคนี้ไม่ใช่คำกล่าวธรรมดาเกี่ยวกับอากาศแจ่มใสหรือความสกปรกทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางวรรณกรรมนี้ Fair is foul, and foul is fair สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. อากาศแจ่มใสจะเปลี่ยนเป็นพายุในไม่ช้า
  2. สิ่งสวยงามจะกลายเป็นสิ่งสกปรกทางกายภาพเสมอ
  3. ความดีและความชั่วปะปนกัน และไม่อาจเชื่อถือสิ่งที่เห็นภายนอกได้
ดูคำตอบ

ความดีและความชั่วปะปนกัน และไม่อาจเชื่อถือสิ่งที่เห็นภายนอกได้

"Hover through the fog and filthy air."

2:56

"ล่องลอยไปทะลุหมอกและอากาศที่สกปรก"

As seen later,

3:00

ดังที่ปรากฏในเวลาต่อมา

they find Macbeth and his fellow nobleman Banquo.

3:02

พวกนางพบกับแมคเบธและแบนโคว์สหายขุนนางของเขา

"All hail Macbeth." น้ำเสียง/เจตนา

3:05

"ขอสรรเสริญแมคเบธ"

they prophesize,

3:07

พวกนางทำนายว่า

น้ำเสียง/เจตนา

All hail Macbeth: คำสดุดีแบบพิธีการ

All hail + ชื่อหรือตำแหน่ง เป็นคำกล่าวแบบเป็นทางการและโบราณที่เชิญชวนให้ทุกคนแสดงความเคารพ ยกย่อง หรือโห่ร้องให้บุคคลนั้น ในที่นี้ hail เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึง “ลูกเห็บ” ถ้อยคำแบบพิธีการนี้ยกแม็กเบธให้อยู่เหนือคนทั่วไป และทำให้คำพยากรณ์ฟังเหมือนการประกาศต่อสาธารณะ ไม่ใช่คำทักทายธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมคำสดุดีที่จงใจให้ฟังดูยิ่งใหญ่นี้ด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: ____ the new chess champion!

ดูคำตอบ

All hail

"That shalt be king การใช้คำ

3:09

"ท่านจะได้เป็นกษัตริย์

hereafter."

3:11

ในภายภาคหน้า"

การใช้คำ

That shalt be king hereafter: การใช้ that, shalt และ hereafter แบบโบราณ

ในบทพูดของเชกสเปียร์นี้ that เป็นสรรพนามเชื่อมความที่ย้อนกลับไปหา Macbeth ในภาษาอังกฤษปัจจุบันจะใช้ who ดังใน Macbeth, who will be king later ไม่ใช่ that ที่เป็นคำชี้เฉพาะและหมายถึง “สิ่งนั้น” shalt เป็นรูปบุรุษที่สองเอกพจน์แบบเก่าที่ใช้กับ thou และในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ will ส่วน hereafter ในคำพยากรณ์นี้หมายถึง “ในอนาคต” เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้พยากรณ์ว่า Macbeth จะได้เป็นกษัตริย์ เป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่ตอนต้น ไม่ใช่ถ้อยคำปกติในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษปัจจุบันข้อใดตรงกับ “That shalt be king hereafter” ในบริบทนี้มากที่สุด?

  1. You will be king in the future.
  2. That king ruled long ago.
  3. You must leave the kingdom now.
ดูคำตอบ

You will be king in the future.

"King?"

3:12

"กษัตริย์งั้นหรือ?"

Macbeth wonders.

3:14

แมคเบธสงสัย

Just what would he have to do ไวยากรณ์

3:15

เขาจะต้องทำอะไรบ้าง

to gain the crown? การใช้คำ

3:18

เพื่อให้ได้มาซึ่งมงกุฎ?

ไวยากรณ์

would he have to: ความจำเป็นในสถานการณ์สมมติ

ในคำถามนี้ would he have to do ใช้ถามว่าการกระทำใดจะจำเป็นในสถานการณ์สมมติหรือสถานการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ลำดับในประโยคบอกเล่าคือ he would have to do ส่วนในประโยคคำถาม would จะย้ายมาอยู่หน้า he would ในที่นี้ช่วยให้ผู้พูดคิดไล่ความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกถึงสิ่งที่เขาเคยทำซ้ำ ๆ เป็นนิสัยในอดีต

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนร่วมทีมกำลังคิดถึงกรณีที่ห้องสมุดอาจปิดเร็ว ให้เติมคำถามด้วย would + ประธาน + have to: If the library closed early, what ____ do to finish our project?

ดูคำตอบ

would we have to

การใช้คำ

to gain the crown: ได้ครองบัลลังก์

ในประโยคนี้ to gain the crown หมายถึงได้ครองบัลลังก์และขึ้นเป็นกษัตริย์ crown แทนตำแหน่งหรืออำนาจของกษัตริย์ ไม่ใช่มงกุฎที่สวมบนศีรษะจริง ๆ นี่คือการใช้คำแบบนามนัย โดยนำสิ่งของที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับระบอบกษัตริย์มาใช้แทนตำแหน่งหรืออำนาจนั้น บริบททางประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ และแฟนตาซีมักสนับสนุนการตีความเชิงเปรียบเทียบนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ crown ในความหมายว่าตำแหน่งหรืออำนาจของกษัตริย์?

  1. The museum displayed a gold crown behind glass.
  2. After years of civil war, the young prince finally gained the crown.
  3. The actor adjusted the plastic crown before going onstage.
ดูคำตอบ

After years of civil war, the young prince finally gained the crown.

Macbeth and his wife,

3:19

แมคเบธและภรรยาของเขา

Lady Macbeth,

3:21

เลดี้แมคเบธ

soon chart a course of murder, สำนวน

3:22

ก็ได้วางแผนเส้นทางแห่งการฆาตกรรม

lies,

3:24

คำโกหก

and betrayal.

3:25

และการหักหลังขึ้นในทันที

สำนวน

chart a course of murder, lies, and betrayal: เส้นทางที่เลือกอย่างจงใจ

ตามตัวอักษร chart a course หมายถึงการกำหนดเส้นทางสำหรับการเดินทาง แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบว่าแม็กเบธและเลดี้แม็กเบธจงใจวางแผนและเริ่มเดินไปบนเส้นทางที่ประกอบด้วยการฆาตกรรม คำโกหก และการทรยศ ภาพเปรียบนี้แสดงว่าการกระทำของทั้งคู่เป็นทิศทางที่เลือกเอง ไม่ใช่เหตุบังเอิญต่อเนื่องกัน ส่วนวลีที่ใช้ of อธิบายว่าเส้นทางนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ chart a course ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการวางแผนทิศทางในการดำเนินงาน

  1. The navigator charted a course across the bay.
  2. The city charted a course toward cleaner public transport.
  3. The city stayed on course despite the delay.
ดูคำตอบ

The city charted a course toward cleaner public transport.

In the ensuing bloodbath, การใช้คำ

3:26

ท่ามกลางการนองเลือดที่ตามมา

Shakespeare provides viewers with some of the most memorable passages

3:28

เชกสเปียร์ได้มอบถ้อยคำที่น่าจดจำที่สุดบางท่อน

in English literature.

3:32

ในวรรณกรรมอังกฤษให้แก่ผู้ชม

การใช้คำ

the ensuing bloodbath: ความรุนแรงอย่างหนักที่เกิดขึ้นต่อมา

ensuing หมายถึง “เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง” คำนี้เชื่อม bloodbath เข้ากับเส้นทางอาชญากรรมที่แม็กเบธและเลดี้แม็กเบธเลือกไว้ โดยความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดมา bloodbath เป็นคำที่รุนแรงและเห็นภาพชัด ใช้กล่าวถึงการสังหารและการนองเลือดในวงกว้าง ในประโยคนี้หมายถึงการเสียชีวิตอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในบทละคร ไม่ได้หมายถึงการอาบน้ำตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

the ensuing bloodbath ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความรุนแรงอย่างหนักที่เกิดขึ้นภายหลัง
  2. ห้องที่ใช้สำหรับอาบน้ำ
  3. เหตุการณ์สงบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
ดูคำตอบ

ความรุนแรงอย่างหนักที่เกิดขึ้นภายหลัง

"Out, damned spot. สำนวน

3:33

"ออกไปซะ รอยเปื้อนบัดซบ

Out, I say."

3:36

ข้าบอกให้ออกไปไง"

Lady Macbeth cries when she believes she can't wipe her victim's blood กริยาวลี

3:37

เลดี้แมคเบธร้องตะโกนเมื่อเธอเชื่อว่าเธอไม่สามารถเช็ดเลือดของเหยื่อ

off her hands.

3:42

ออกจากมือของเธอได้

สำนวน

"Out, damned spot": สั่งให้รอยเปื้อนหายไป

Out ในที่นี้เป็นคำสั่งแบบละคำบางส่วน หมายถึง “ไปให้พ้น” หรือ “หายไป” เลดี้แม็กเบธกำลังสั่ง spot ซึ่งคือรอยเลือดที่เธอจินตนาการว่าอยู่บนมือ ไม่ได้กำลังไล่คนให้ออกไป คำสั่งสั้น ๆ และการพูด Out ซ้ำแสดงถึงความพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะลบทั้งรอยเปื้อนและความรู้สึกผิดที่รอยนั้นเป็นตัวแทน Out, I say ทำให้คำสั่งหนักแน่นขึ้น พร้อมทั้งเผยว่าเธอควบคุมสิ่งที่เห็นและความรู้สึกของตนไม่ได้

แบบฝึกหัด

Out ใน "Out, damned spot" สั่งให้เกิดอะไรขึ้น?

  1. รอยเลือดในจินตนาการควรหายไป
  2. ผู้มาเยือนควรออกจากห้อง
  3. ควรปิดไฟทั้งหมด
ดูคำตอบ

รอยเลือดในจินตนาการควรหายไป

กริยาวลี

wipe A off B: เช็ดบางสิ่งออกจากพื้นผิว

รูปแบบ wipe A off B หมายถึง “เช็ด A ออกจากพื้นผิวของ B” โดย A คือสารหรือรอยที่ถูกกำจัด และ B คือพื้นผิวเดิมที่มีสิ่งนั้นอยู่ ในประโยคนี้ A คือ her victim's blood และ B คือ her hands ประโยคนี้อธิบายการกระทำทางกายภาพเป็นอันดับแรก ในบริบทของ Macbeth เลือดยังสื่อถึงความรู้สึกผิดด้วย แต่ wipe A off B เองไม่ได้หมายถึง “หลีกหนีความรับผิดชอบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ wipe A off B: Please ____ the wet paint ____ your hands with this cloth.

ดูคำตอบ

wipe · off

Her obsession with guilt วลี

3:44

ความหมกมุ่นในความรู้สึกผิดของเธอ

is one of many themes that runs through the play, กริยาวลี

3:45

คือหนึ่งในหลาย ๆ แก่นเรื่องที่ดำเนินไปตลอดทั้งบทละคร

วลี

obsession with guilt: การหมกมุ่นอยู่กับความรู้สึกผิด

obsession with guilt หมายถึงความคิดของคนคนหนึ่งจดจ่ออยู่กับความรู้สึกผิดอย่างต่อเนื่องและมากเกินไปจนหลุดพ้นได้ยาก ในโครงสร้างภาษาอังกฤษ obsession with + คำนาม คำว่า with ใช้นำสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความหมกมุ่น ไม่ได้แปลว่า “อยู่กับ” obsession มีความหมายรุนแรงกว่า interest หรือ concern ธรรมดามาก และมักสื่อว่าความสนใจนั้นไม่ดีต่อสุขภาพหรือควบคุมได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: His ____ perfection made it hard for him to relax.

ดูคำตอบ

obsession with

กริยาวลี

runs through the play: ปรากฏต่อเนื่องทั่วทั้งผลงาน

ในที่นี้ runs through the play หมายถึงประเด็นหนึ่งปรากฏซ้ำตั้งแต่ส่วนหนึ่งของบทละครไปยังอีกส่วนหนึ่ง run through ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือประเด็นนั้นดำเนินอยู่ทั่วทั้งผลงานและช่วยเชื่อมส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ไม่ได้มีใครกำลังวิ่งจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ประธาน + run through + ผลงานหรือช่วงเวลา” โดยประธานอาจเป็นประเด็น อารมณ์ ภาพ แนวคิด หรืออิทธิพลที่ดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ run through เพื่อเติมประโยค: A sense of uncertainty ____ the entire novel.

ดูคำตอบ

runs through

along with the universal tendency วลี

3:48

รวมถึงแนวโน้มที่เป็นสากล

to abuse power,

3:51

ในการลุแก่อำนาจ

วลี

universal tendency to abuse power: แนวโน้มสากลที่จะใช้อำนาจในทางมิชอบ

โครงสร้าง tendency to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงแนวโน้มที่จะทำบางสิ่ง ในที่นี้ to abuse power ระบุการกระทำนั้นว่าเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเพื่อผลประโยชน์ที่ไม่เหมาะสม universal นำเสนอว่าแนวโน้มนี้พบได้อย่างกว้างขวางในผู้คน สังคม หรือยุคสมัยต่าง ๆ เป็นการสรุปเชิงประเด็นที่หนักแน่น แต่ไม่ได้จำเป็นต้องหมายความตามตัวอักษรว่าทุกคนใช้อำนาจในทางมิชอบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงแนวโน้มซึ่งพบได้อย่างกว้างขวางในการใช้อำนาจในทางมิชอบ: Strong safeguards can limit the ____.

ดูคำตอบ

universal tendency to abuse power

the endless cycles of violence and betrayal วลี

3:52

วัฏจักรแห่งความรุนแรงและการหักหลังที่ไม่รู้จบ

the defying political conflict.

3:55

ซึ่งเป็นตัวกำหนดความขัดแย้งทางการเมือง

วลี

endless cycles of violence and betrayal: วัฏจักรความรุนแรงและการทรยศที่ไม่สิ้นสุด

Cycles of violence and betrayal หมายถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ โดยการกระทำที่สร้างความเสียหายและการทำลายความไว้วางใจนำไปสู่การตอบโต้ ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงหรือการทรยศเพิ่มขึ้นอีก ในที่นี้ cycles หมายถึงลำดับเหตุการณ์ที่วนซ้ำ ไม่ใช่จักรยาน Endless เป็นคำเน้นที่ทำให้การเกิดซ้ำดูเหมือนดำเนินต่อไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุดและยากจะตัดวงจร ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ารูปแบบนั้นจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงความรุนแรงและการทำลายความไว้วางใจที่เกิดขึ้นซ้ำ: Years of revenge locked the rival groups into ____.

ดูคำตอบ

endless cycles of violence and betrayal

As is typical with Shakespeare's language,

3:58

ตามแบบฉบับของภาษาเชกสเปียร์

a number of phrases that got their start in the play วลี

4:01

วลีมากมายที่มีจุดเริ่มต้นจากในบทละครนี้

have been repeated so many times ไวยากรณ์

4:04

ถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

that they now feel commonplace. การใช้คำ

4:06

จนปัจจุบันนี้รู้สึกเหมือนเป็นคำทั่วไป

วลี

got their start in the play: การบอกต้นกำเนิด

get one's start หมายถึง “มีต้นกำเนิด” เมื่อกล่าวถึงสิ่งหนึ่ง หรือ “เริ่มต้นอาชีพหรือช่วงการพัฒนา” เมื่อกล่าวถึงบุคคลหรือองค์กร ใน got their start in the play คำว่า their อ้างถึงคำนามพหูพจน์ phrases และ in the play ระบุแหล่งที่วลีเหล่านั้นปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก รูปแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน ได้แก่ my, your, his, her, its, our หรือ their โครงสร้างนี้บอกต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเริ่มทำงานอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get one's start: The tradition ____ a small coastal town.

ดูคำตอบ

got its start in

ไวยากรณ์

repeated so many times that: ความถี่ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

ใน repeated so many times that... คำว่า so many ขยายคำนามนับได้พหูพจน์ times ส่วน that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้หมายความว่าการพูดซ้ำเกิดขึ้นบ่อยมากพอที่จะทำให้เกิดผลตามที่ระบุหลัง that โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำกริยา + so many times that + อนุประโยคบอกผล” ซึ่งเชื่อมความถี่สูงเข้ากับผลลัพธ์ อนุประโยคหลัง that ไม่ได้ใช้ขยายคำว่า times

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่เชื่อมความถี่กับผลลัพธ์: The warning was ____ everyone could recite it.

ดูคำตอบ

repeated so many times that

การใช้คำ

feel commonplace: ดูธรรมดาเพราะคุ้นเคยมากเกินไป

ในที่นี้ feel เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ commonplace คำว่า feel commonplace หมายถึง “ดูธรรมดาหรือไม่น่าสนใจเป็นพิเศษ” โดยเฉพาะเมื่อการพูดซ้ำทำให้สิ่งนั้นคุ้นเคยมากเกินไป สำนวนนี้บอกถึงความรู้สึกหรือภาพที่ได้รับ ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย commonplace เป็นคำคุณศัพท์ในที่นี้ แม้จะมีคำว่า place อยู่ข้างใน แต่ไม่ได้หมายถึงสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ดูธรรมดาเพราะคุ้นเคยมากเกินไป”: After hearing the joke every day, it began to ____.

ดูคำตอบ

feel commonplace

They include

4:08

ซึ่งรวมถึง

"The milk of human kindness", สำนวน

4:09

"น้ำนมแห่งความเมตตาของมนุษย์" (The milk of human kindness)

สำนวน

the milk of human kindness: อุปลักษณ์ของความเมตตาตามธรรมชาติ

the milk of human kindness เป็นอุปลักษณ์ทางวรรณกรรมที่หมายถึงความเห็นอกเห็นใจ ความอ่อนโยน และความใส่ใจผู้อื่นที่มีอยู่ตามธรรมชาติของคน milk ทำให้นึกถึงสิ่งที่หล่อเลี้ยงและให้ชีวิต ไม่ได้หมายถึงน้ำนมจริง ๆ สำนวนนี้มาจาก Macbeth เลดี้แม็กเบธกล่าวว่าแม็กเบธมีความเมตตานี้ “มากเกินไป” หมายความว่าเธอคิดว่าความเป็นมนุษย์ของเขาอาจขัดขวางไม่ให้เขาทำสิ่งโหดเหี้ยมเพื่อให้ได้อำนาจ ดังนั้นท่าทีในบริบทจึงอาจทำให้คุณสมบัติเชิงบวกนี้ดูเหมือนอุปสรรค

แบบฝึกหัด

milk เพิ่มความหมายอะไรให้กับอุปลักษณ์ “the milk of human kindness”?

  1. บอกว่าแม็กเบธต้องกินอาหารก่อนตัดสินใจ
  2. นำเสนอความเห็นอกเห็นใจว่าเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยง
  3. เป็นชื่อเครื่องดื่มจากนมที่คนใจกว้างแบ่งกันดื่ม
ดูคำตอบ

นำเสนอความเห็นอกเห็นใจว่าเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยง

"What's done is done", สำนวน

4:11

"สิ่งที่ทำไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไป" (What's done is done)

สำนวน

What's done is done: ยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

“What's done is done” เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นไปแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ done ในที่นี้ไม่ได้เพียงบอกว่าการกระทำเสร็จสิ้น แต่ทั้งสำนวนยังสื่อถึงการยอมรับอดีตที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ ใช้สำนวนนี้เมื่อต้องการหยุดกังวลกับอดีตและหันไปสนใจสิ่งที่จะทำต่อไป น้ำเสียงอาจทำให้ฟังเป็นการปลอบใจ การยอมจำนนต่อความจริง หรือการยุติการสนทนาก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: We cannot change yesterday's decision. ____; let's plan the next step.

ดูคำตอบ

What's done is done

and the famous witches spell, วัฒนธรรม

4:13

และคาถาแม่มดอันโด่งดัง

"Double, double, สำนวน

4:16

"เพิ่มเป็นสองเท่า สองเท่า

toil and trouble.

4:17

เหน็ดเหนื่อยและวุ่นวาย

สำนวน

Double, double, toil and trouble: การซ้ำและสัมผัสในบทสวดของเชกสเปียร์

Double, double, toil and trouble เป็นวรรคเปิดของบทสวดอันโด่งดังที่เหล่าแม่มดกล่าวในเรื่อง Macbeth ของเชกสเปียร์ toil หมายถึงการทำงานหนักหรือการดิ้นรน ส่วน trouble สื่อถึงความยากลำบากหรือหายนะ การพูด double ซ้ำทำให้เกิดภาพว่าความทุกข์ยากเหล่านี้กำลังเพิ่มทวีคูณ วรรคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนคำสั่งธรรมดาให้คูณสิ่งใด แต่ฟังเหมือนคาถามากกว่า การซ้ำ จังหวะที่หนักแน่น และสัมผัสระหว่าง double กับ trouble ทำให้จดจำง่ายและให้ความรู้สึกเหมือนพิธีกรรม การอ้างถึงในปัจจุบันมักชวนให้นึกถึงแม่มด เวทมนตร์ หรือ Macbeth

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ “Double, double, toil and trouble” ฟังเหมือนคาถาในบริบทนี้?

  1. คำอธิบายตารางทำงานประจำวันอย่างเป็นกลาง
  2. คำสั่งตามตัวอักษรให้เพิ่มงานหนักเป็นสองเท่า
  3. การซ้ำ จังหวะที่หนักแน่น และสัมผัสระหว่าง double กับ trouble
ดูคำตอบ

การซ้ำ จังหวะที่หนักแน่น และสัมผัสระหว่าง double กับ trouble

Fire burn,

4:19

ไฟจงลุกโชน

and cauldron bubble."

4:20

และหม้อต้มจงเดือดปุด ๆ"

วัฒนธรรม

famous witches spell: spell ที่หมายถึง “คาถา”

spell ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ หมายถึงชุดคำพูดที่เชื่อกันว่ามีพลังวิเศษ วลี "famous witches spell" บอกว่าข้อความอ้างอิงที่ตามมาเป็นบทท่องอันโด่งดังซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่มด ป้ายกำกับนี้ช่วยให้เข้าใจการซ้ำคำ สัมผัส และการเรียบเรียงถ้อยคำที่ไม่ปกติว่าเป็นลักษณะของคาถา ไม่ได้หมายความว่าแม่มดกำลังสะกดคำทีละตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spell ในความหมายว่า “ถ้อยคำวิเศษ”?

  1. We had a brief spell of warm weather.
  2. Please spell your family name slowly.
  3. The witch whispered a spell to unlock the door.
ดูคำตอบ

The witch whispered a spell to unlock the door.

But Shakespeare saves the juiciest bit of all สำนวน

4:22

แต่เชกสเปียร์ได้เก็บส่วนที่เด็ดที่สุดทั้งหมด

for Macbeth himself.

4:26

ไว้ให้ตัวแมคเบธเอง

สำนวน

save the juiciest bit of all for someone: เก็บส่วนที่น่าตื่นเต้นที่สุดไว้ให้ใครบางคน

save X for Y หมายถึงเก็บ X ไว้จนกว่าจะมอบหรือแสดงให้ Y หรือจนถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Y ในที่นี้เชกสเปียร์เก็บเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นที่สุดไว้ให้แม็กเบธเอง of all ช่วยเน้นคำขั้นสูงสุด juiciest และ himself เน้นว่าเป็นแม็กเบธ ไม่ใช่ตัวละครอื่น juiciest ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงส่วนที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น หรือเปิดเผยข้อมูลมากที่สุด ไม่ใช่อาหารที่มีน้ำมากที่สุด bit ทำให้น้ำเสียงเป็นภาษาสนทนา และวลีทั้งหมดสร้างความคาดหวังต่อสิ่งที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ juiciest ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “น่าตื่นเต้นหรือเปิดเผยข้อมูลมากที่สุด”?

  1. The editor saved the juiciest detail for the final paragraph.
  2. The cook saved the juiciest peach for dessert.
  3. The report measured how much juice each orange contained.
ดูคำตอบ

The editor saved the juiciest detail for the final paragraph.

Towards the end of the play,

4:28

ในช่วงท้ายของบทละคร

Macbeth reflects on the universality of death

4:29

แมคเบธได้สะท้อนให้เห็นถึงความตายที่เป็นสิ่งสากล

and the futility การใช้คำ

4:32

และความไร้สาระ

of life.

4:34

ของชีวิต

การใช้คำ

the futility of life: การมองว่าชีวิตไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่มีความหมาย

วลี the futility of life มองว่าชีวิตไม่อาจก่อให้เกิดจุดมุ่งหมายหรือผลลัพธ์ที่มีคุณค่า Futility หมายถึงการขาดผลที่เป็นประโยชน์ จุดมุ่งหมาย หรือผลลัพธ์ที่มีความหมาย แม้จะลงแรงแล้วก็ตาม ในที่นี้ วลีเชิงวรรณกรรมที่เป็นนามธรรมนี้สื่อถึงการตัดสินการดำรงอยู่ของมนุษย์อย่างสิ้นหวัง ไม่ได้หมายเพียงว่าการมีชีวิตอยู่นั้นยาก

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ the futility of life ในประโยคมากที่สุด

  1. แรงกายที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่
  2. ความยากตามปกติในการแก้ปัญหาชีวิต
  3. แนวคิดที่ว่าชีวิตและความพยายามของมนุษย์ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีความหมาย
ดูคำตอบ

แนวคิดที่ว่าชีวิตและความพยายามของมนุษย์ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีความหมาย

"Out, สำนวน

4:35

"ดับลงเถิด,

out, brief candle."

4:36

ดับลงเถิด, เทียนเล่มน้อย"

สำนวน

Out, out, brief candle: ชีวิตในฐานะเปลวไฟที่ลุกอยู่เพียงชั่วครู่

ใน brief candle เปลวเทียนเป็นอุปมาของชีวิตมนุษย์ เพราะมันลุกไหม้เพียงช่วงสั้น ๆ และดับลงได้ เช่นเดียวกับชีวิตที่เปราะบางและจบลงด้วยความตาย brief บรรยายช่วงเวลาของชีวิตที่สั้น ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพของเทียน การกล่าว Out ซ้ำฟังคล้ายคำสั่งให้เปลวไฟดับลง ในบทพูดเดี่ยวช่วงท้ายของแม็กเบธ การซ้ำนี้เพิ่มน้ำเสียงอันหม่นหมองและเด็ดขาด และทำให้ภาพดังกล่าวเป็นการครุ่นคิดถึงความไม่เที่ยงแทนที่จะเป็นคำขอธรรมดาให้ดับเทียน

แบบฝึกหัด

brief candle ในบรรทัดนี้เป็นตัวแทนของอะไร

  1. ชีวิตมนุษย์อันเปราะบางที่คงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ
  2. เทียนใช้ในบ้านเล่มเล็กที่แม็กเบธต้องการให้ใครบางคนนำออกไปข้างนอก
  3. แหล่งกำเนิดแสงที่สัญญาว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปตลอดกาล
ดูคำตอบ

ชีวิตมนุษย์อันเปราะบางที่คงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ

He laments.

4:38

เขาคร่ำครวญ

"Life's but a walking shadow, สำนวน

4:39

"ชีวิตเป็นเพียงแค่เงาที่เดินผ่านไปมา,

สำนวน

Life's but a walking shadow: ชีวิตที่สั้นและไร้แก่นสาร

ประโยคนี้ใช้คำอุปมาโดยเปรียบชีวิตกับ walking shadow เงาดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่มีร่างที่จับต้องได้และผ่านหายไปอย่างรวดเร็ว ภาพนี้จึงนำเสนอชีวิตมนุษย์ว่าไร้แก่นสารและสั้นชั่วคราว ไม่ได้หมายถึงผีจริง ๆ but ในที่นี้หมายถึง “เพียง” เช่นเดียวกับ only หรือ merely ไม่ได้หมายถึง “แต่” ส่วน Life's เป็นรูปย่อของ life is โครงสร้างนี้จึงหมายถึง “ชีวิตไม่ได้เป็นอะไรเกินกว่าเงาที่เดินไปมา” อุปมานี้แสดงมุมมองที่มองคุณค่าของชีวิตในแง่ร้ายอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความหมายของ Life's but a walking shadow ได้ถูกต้องที่สุด

  1. ชีวิตได้รับการนำทางจากเงาที่เดินได้
  2. ชีวิตจะดีขึ้นทุกครั้งที่ผู้คนเคลื่อนไหวต่อไป
  3. ชีวิตเป็นเพียงการดำรงอยู่ที่สั้นและไร้แก่นสาร
ดูคำตอบ

ชีวิตเป็นเพียงการดำรงอยู่ที่สั้นและไร้แก่นสาร

a poor player that struts and frets สำนวน

4:41

เป็นแค่นักแสดงผู้น่าสงสารที่เดินกร่างและหงุดหงิด

his hour upon the stage,

4:45

ในช่วงเวลาของเขาบนเวที

สำนวน

a poor player ... upon the stage: ชีวิตดั่งการแสดงอันสั้น

ในความหมายทางละครแบบเก่านี้ player หมายถึง “นักแสดง” ส่วน poor หมายถึง “น่าเวทนา” หรือ “เล็กน้อยไร้ความสำคัญ” ไม่ได้หมายถึงยากจน วลีขยาย that struts and frets... บรรยายนักแสดง โดย struts สื่อถึงการเคลื่อนไหวอย่างหยิ่งผยองและโอ้อวด ส่วน frets สื่อถึงความกระวนกระวายด้วยความกังวล His hour หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาได้รับต่อหน้าผู้ชม ไม่จำเป็นต้องเท่ากับหกสิบนาทีพอดี เวทีกลายเป็นอุปมาของชีวิต คนคนหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างภาคภูมิและกังวลในช่วงที่ปรากฏตัวเพียงสั้น ๆ ก่อนต้องจากไป ทำให้ความพยายามของมนุษย์ดูเล็กน้อยและไม่ยั่งยืน

แบบฝึกหัด

ในอุปมานี้ a poor player that struts and frets his hour upon the stage หมายถึงอะไร

  1. คนที่ชีวิตเหมือนการแสดงอันสั้นและเต็มไปด้วยความกังวลของนักแสดง
  2. ผู้เล่นเกมที่ไม่มีเงินพอจะอยู่ในโรงละคร
  3. นักแสดงที่การแสดงต้องยาวหกสิบนาทีพอดี
ดูคำตอบ

คนที่ชีวิตเหมือนการแสดงอันสั้นและเต็มไปด้วยความกังวลของนักแสดง

and then is heard

4:46

และจากนั้นก็ไม่มีใคร

no more.

4:48

ได้ยินเสียงเขาอีก

It is a tale สำนวน

4:48

มันเป็นเพียงนิทาน

told by an idiot,

4:50

ที่เล่าโดยคนโง่เง่า

สำนวน

“a tale told by an idiot”: ชีวิตในฐานะเรื่องราวที่ไร้ความหมาย

ในข้อความนี้ tale สานต่ออุปมาเกี่ยวกับชีวิต โดยนำเสนอชีวิตราวกับเป็นเรื่องที่เล่าโดยผู้ซึ่งไม่อาจมอบเหตุผล ระเบียบ หรือจุดหมายให้กับเรื่องนั้นได้ วลีนี้ไม่ได้มุ่งบรรยายผู้เล่าเรื่องที่มีตัวตนจริงเป็นหลัก การเรียกผู้เล่าว่า idiot ทำให้คำตัดสินรุนแรงมากขึ้น เรื่องราวของชีวิตจึงดูสับสนและไม่มีความหมายที่เข้าใจได้ อุปมานี้จึงแสดงการปฏิเสธอย่างสิ้นหวังและมองโลกในแง่ร้ายว่าชีวิตมีจุดหมายในตัวเอง

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ a tale told by an idiot สื่อถึงอะไร?

  1. ชีวิตจะมีความหมายเมื่อคนมีพรสวรรค์เป็นผู้บรรยาย
  2. ตัวละครโง่คนหนึ่งกำลังเล่าเรื่องที่สนุกสนาน
  3. ชีวิตเปรียบเหมือนเรื่องราวที่สับสนและไม่มีเหตุผลหรือจุดหมายที่ชัดเจน
ดูคำตอบ

ชีวิตเปรียบเหมือนเรื่องราวที่สับสนและไม่มีเหตุผลหรือจุดหมายที่ชัดเจน

full of sound and fury, สำนวน

4:51

เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกและความเดือดดาล

signifying nothing."

4:53

แต่ไม่มีความหมายใดเลย"

สำนวน

“full of sound and fury, signifying nothing”: ความรุนแรงที่ไร้ความหมาย

Sound and fury รวบเสียงอึกทึก ความโกรธ และความขัดแย้งอันรุนแรงไว้ในภาพเดียวที่ชัดเจน ส่วน signifying nothing เป็นคำตัดสินสุดท้ายว่า ความรุนแรงทั้งหมดนั้นไม่ได้ชี้ไปสู่ความหมายหรือสาระที่แท้จริง เมื่อรวมกัน คำเหล่านี้หมายถึง “ภายนอกดูอึกทึกและทรงพลัง แต่ท้ายที่สุดกลับว่างเปล่า” หากตัด signifying nothing ออก ก็จะสูญเสียข้อสรุปเชิงลบที่เป็นแก่นของสำนวนนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดรักษาความหมายทั้งสองส่วนของ full of sound and fury, signifying nothing ไว้ครบถ้วน?

  1. มันอึกทึกและรุนแรง แต่ท้ายที่สุดกลับไร้ความหมาย
  2. มันสงบและเงียบ แต่สำคัญอย่างยิ่ง
  3. ความโกรธของมันพิสูจน์ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง
ดูคำตอบ

มันอึกทึกและรุนแรง แต่ท้ายที่สุดกลับไร้ความหมาย

Life may be ลำดับความ

4:56

ชีวิตอาจจะ

a tale told by an idiot,

4:58

เป็นแค่นิทานที่เล่าโดยคนโง่

but Macbeth is not.

5:00

แต่แมคเบธไม่ใช่แบบนั้น

ลำดับความ

Life may be ..., but Macbeth is not: ยอมรับชั่วคราวแล้วพลิกกลับ

อนุประโยคแรกทวนภาพชีวิตอันมืดมนจาก Macbeth และใช้ may เพื่อเปิดพื้นที่ให้มุมมองนั้นเป็นไปได้ชั่วคราว จากนั้น but เปลี่ยนจากคำอ้างไปสู่การประเมินของผู้พูดเอง ใน but Macbeth is not คำว่า Macbeth หมายถึงตัวบทละคร ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวละคร คำที่ละไว้เข้าใจได้จากอนุประโยคแรกว่า ละครเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าที่ว่างเปล่าและไร้ความหมายแบบนั้น ดังนั้นประโยคนี้จึงใช้คำอ้างเป็นการปูพื้น แล้วพลิกการประเมินเพื่อยืนยันว่าตัวงานมีความหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้จัดวางคำอ้างและการประเมินของผู้พูดอย่างไร

  1. ประโยคนี้เปิดรับมุมมองอันมืดมนของคำอ้างเกี่ยวกับชีวิตชั่วคราว แล้วปฏิเสธว่ามุมมองนั้นใช้ตัดสินบทละคร Macbeth ได้
  2. ประโยคนี้กล่าวว่า Macbeth เป็นตัวละครที่ปฏิเสธจะเล่าเรื่อง
  3. ประโยคนี้ยอมรับว่าทั้งชีวิตและบทละคร Macbeth เป็นเรื่องเล่าที่ไร้ความหมาย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เปิดรับมุมมองอันมืดมนของคำอ้างเกี่ยวกับชีวิตชั่วคราว แล้วปฏิเสธว่ามุมมองนั้นใช้ตัดสินบทละคร Macbeth ได้

Shakespeare's language and characters have entered our cultural consciousness สำนวน

5:02

ภาษาและตัวละครของเชกสเปียร์ได้เข้ามาอยู่ในจิตสำนึกทางวัฒนธรรมของเรา

to a rare extent.

5:06

ในระดับที่หาได้ยาก

สำนวน

have entered our cultural consciousness: กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางวัฒนธรรมร่วม

Have entered our cultural consciousness เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงการกลายเป็นส่วนหนึ่งของความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรมที่สังคมมีร่วมกัน ถ้อยคำและตัวละครของเชกสเปียร์เป็นที่รู้จัก ถูกอ้างถึง และถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างกว้างขวาง จนช่วยกำหนดวิธีที่วัฒนธรรมนั้นคิดและสื่อสาร รูป present perfect อย่าง have entered แสดงว่าอิทธิพลนี้ก่อตัวขึ้นแล้วในอดีตและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ส่วน our ชี้ถึงชุมชนโดยรวม ไม่ใช่ความทรงจำส่วนตัวของคนเพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

"The character has entered our cultural consciousness" หมายความว่าอย่างไร

  1. คนคนหนึ่งเพิ่งนึกถึงตัวละครนี้
  2. ตัวละครนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางวัฒนธรรมร่วมของชุมชน
  3. ตัวละครนี้เคลื่อนเข้าไปในสถานที่ที่ผู้คนใช้คิดจริง ๆ
ดูคำตอบ

ตัวละครนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำทางวัฒนธรรมร่วมของชุมชน

Directors often use the story to shed light on abuses of power กริยาวลี

5:08

ผู้กำกับมักจะใช้เรื่องราวนี้เพื่อเปิดโปงการใช้อำนาจในทางที่ผิด

กริยาวลี

shed light on abuses of power: ทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น

shed light on หมายถึง “ช่วยทำให้บางสิ่งชัดเจนหรือเข้าใจได้ง่ายขึ้น” ในประโยคนี้ เรื่องราวช่วยเปิดเผยและอธิบายการใช้อำนาจในทางที่ผิด วลีนี้เป็นการเปรียบเทียบ โดย light สื่อถึงความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงแสงจริง ๆ กรรมของวลีนี้มักเป็นปัญหา สาเหตุ เหตุการณ์ หรือรูปแบบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shed light on ได้ถูกต้องในความหมายว่า “ทำให้ประเด็นชัดเจนขึ้น”

  1. The report sheds light how public funds were misused.
  2. The report sheds light on how public funds were misused.
  3. The report sheds on light how public funds were misused.
ดูคำตอบ

The report sheds light on how public funds were misused.

ranging from the American mafia ไวยากรณ์

5:12

ตั้งแต่วงการมาเฟียอเมริกัน

to dictators across the globe.

5:14

ไปจนถึงเผด็จการทั่วโลก

ไวยากรณ์

ranging from the American mafia to dictators across the globe: ระบุขอบเขตที่กว้าง

ranging from A to B ระบุจุดปลายสองด้านที่อยู่ห่างกันของขอบเขตกว้าง ๆ ในที่นี้ มาเฟียอเมริกันและเผด็จการทั่วโลกเป็นตัวอย่างที่จุดปลายทั้งสอง แสดงว่าการอภิปรายครอบคลุมรูปแบบและบริบทของการใช้อำนาจในทางที่ผิดที่แตกต่างกันมาก ไม่ได้มีเพียงสองกรณีนี้ ในทางไวยากรณ์ ranging from...to... เป็นวลี participle ที่เชื่อมกับนามวลี abuses of power คำว่า from และ to ระบุขอบเขตเชิงนามธรรม ไม่ใช่เส้นทางการเดินทาง โดยปกติ A และ B ควรมีรูปแบบทางไวยากรณ์ที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง ranging from A to B: The course covers topics ____ basic grammar ____ academic writing.

ดูคำตอบ

ranging from · to

The play has been adapted to film many times, วลี

5:16

บทละครเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง

วลี

been adapted to film: ผลงานถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

ในที่นี้ has been adapted to film หมายความว่าละครเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชัน โครงสร้างนี้เป็น present perfect แบบ passive โดยละครเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ และ many times บอกว่ามีการดัดแปลงหลายครั้งในช่วงเวลาต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน ในบริบทของสื่อนี้ adapt หมายถึง “นำเรื่องเดิมมาปรับใหม่สำหรับสื่อชนิดใหม่” ส่วน to film ระบุว่าภาพยนตร์คือสื่อปลายทาง ไม่ใช่โครงสร้าง adapt to something ที่หมายถึง “ค่อย ๆ คุ้นเคย”

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ถูกต้องจากบทเรียนนี้ซึ่งระบุว่าภาพยนตร์เป็นสื่อปลายทางและหมายความว่ามีการสร้างเวอร์ชันภาพยนตร์: The novel has been ____ three times.

ดูคำตอบ

adapted to film

including Akira Kurosawa's วัฒนธรรม

5:19

รวมถึงผลงานของ อากิระ คุโรซาวะ

Throne of Blood,

5:21

เรื่อง บัลลังก์เลือด (Throne of Blood)

which takes place in feudal Japan, วลี

5:22

ซึ่งดำเนินเรื่องในญี่ปุ่นยุคศักดินา

วัฒนธรรม

Akira Kurosawa's Throne of Blood: ภาพยนตร์ดัดแปลงจาก Macbeth

Akira Kurosawa คือผู้กำกับภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น และ Throne of Blood คือชื่อภาพยนตร์ที่เขาดัดแปลงจาก Macbeth ของเชกสเปียร์ ภาพยนตร์ย้ายเรื่องราวไปอยู่ในญี่ปุ่นยุคศักดินา จึงถูกยกเป็นตัวอย่างของการดัดแปลงบทละครข้ามวัฒนธรรม รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Akira Kurosawa's เชื่อมโยงผู้กำกับกับภาพยนตร์ ไม่ได้หมายความว่า Throne of Blood เป็นชื่อรองหรือชื่อภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งของ Macbeth

แบบฝึกหัด

Akira Kurosawa's Throne of Blood ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ตัวละครใน Macbeth ที่รับบทโดย Akira Kurosawa
  2. ภาพยนตร์ที่คุโรซาวะกำกับและดัดแปลง Macbeth ให้เกิดขึ้นในญี่ปุ่นยุคศักดินา
  3. ชื่อรองภาษาอังกฤษที่ใช้กับ Macbeth ต้นฉบับของเชกสเปียร์
ดูคำตอบ

ภาพยนตร์ที่คุโรซาวะกำกับและดัดแปลง Macbeth ให้เกิดขึ้นในญี่ปุ่นยุคศักดินา

วลี

takes place in feudal Japan: การบอกฉากหลังของเรื่อง

ในประโยคนี้ takes place in feudal Japan หมายความว่าเรื่อง Throne of Blood มีฉากหลังอยู่ในญี่ปุ่นยุคศักดินา take place หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือเมื่อพูดถึงเรื่องราวคือ “มีฉากหลังอยู่ที่” ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสถานที่ไปตามตัวอักษร ใช้ take place in + สถานที่หรือบริบททางประวัติศาสตร์ เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ใดหรือเรื่องราวมีฉากหลังอยู่ที่ใด ชื่อเรื่อง Throne of Blood เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้รูปบุรุษที่สามเอกพจน์ takes place

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take place: The annual festival ____ in a coastal village every spring.

ดูคำตอบ

takes place

and a modernized version called Scotland, PA,

5:25

และเวอร์ชันที่ทันสมัยยิ่งขึ้นชื่อ Scotland, PA

in which Macbeth and his rivals

5:28

ซึ่งแมคเบธและคู่แข่งของเขา

are managers of competing fast food restaurants.

5:30

เป็นผู้จัดการของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่แข่งขันกัน

No matter the presentation, ไวยากรณ์

5:33

ไม่ว่าจะถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบใด

questions of morality,

5:36

คำถามเกี่ยวกับศีลธรรม

politics,

5:37

การเมือง

and power

5:39

และอำนาจ

are still relevant today.

5:40

ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับยุคปัจจุบัน

ไวยากรณ์

No matter the presentation: ยอมรับความต่างของรูปแบบก่อนสรุปสิ่งที่ไม่เปลี่ยน

No matter the presentation เป็นวลีเปิดที่แสดงการยอมรับเงื่อนไขหรือความแตกต่าง หมายถึง “ไม่ว่าผลงานจะถูกนำเสนอด้วยวิธีใด” ในที่นี้ presentation หมายถึงรูปแบบหรือวิธีจัดการกับผลงาน เช่น การแสดงบนเวทีหรือการดัดแปลง วลีนี้ครอบคลุมรูปแบบที่เป็นไปได้ทั้งหมดก่อนจะบอกสิ่งที่ยังคงเป็นจริง โครงสร้างแบบกระชับ no matter + คำนาม ใช้ได้เมื่อบริบททำให้ชัดเจนแล้วว่าปัจจัยใดอาจเปลี่ยนไป เช่น no matter the format, no matter the cost ส่วนรูปที่เต็มกว่าคือ no matter how the work is presented

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า รูปแบบอาจเปลี่ยนไปแต่ใจความหลักไม่เปลี่ยน?

  1. No matter how the format, the main idea remains the same.
  2. No matter the format, the main idea remains the same.
  3. No matter of the format, the main idea remains the same.
ดูคำตอบ

No matter the format, the main idea remains the same.

And so, ลำดับความ

5:41

และนั่นก็

it seems,

5:43

ดูเหมือนว่า

is Shakespeare's

5:44

บทละครแมคเบธ

Macbeth.

5:45

ของเชกสเปียร์ก็เช่นกัน

ลำดับความ

And so, it seems, is Shakespeare's Macbeth: ใช้ so แบบกลับลำดับเพื่อรับความจากข้อความก่อนหน้า

ในที่นี้ so ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” แต่ใช้แทนคำบรรยายก่อนหน้าว่า still relevant today โครงสร้าง so + รูปของ be หรือกริยาช่วย + ประธานใหม่ หมายความว่าข้อความบอกเล่าเชิงบวกก่อนหน้าก็เป็นจริงกับประธานใหม่ด้วย นั่นคือ Shakespeare's Macbeth is still relevant today too. it seems เป็นข้อความแทรกที่ลดความหนักแน่นของคำกล่าวให้มีความหมายว่า “ดูเหมือนว่า” เมื่อตัดส่วนนี้ออก โครงสร้างหลักคือ And so is Shakespeare's Macbeth. การรับความแบบกลับลำดับสั้น ๆ นี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดคำบรรยายเดิมซ้ำทั้งหมด และเชื่อมบทสรุปกลับไปยังประโยคก่อนหน้าอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so แบบกลับลำดับพื้นฐาน โดยคง the play เป็นประธาน: The themes remain relevant today, and ____.

ดูคำตอบ

so does the play

Did you enjoy this lesson?

5:46

คุณสนุกกับบทเรียนนี้หรือไม่?

If so,

5:47

หากใช่

please consider supporting our non-profit mission

5:48

โปรดพิจารณาสนับสนุนภารกิจที่ไม่แสวงหาผลกำไรของเรา

by visiting patreon.com/teded.

5:52

โดยไปที่ patreon.com/teded