วิดีโอนี้จะทำให้คุณโกรธ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,189 คำ 197 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้เปรียบความคิดกับเชื้อโรค อธิบายว่าความโกรธเร่งการแพร่ และกลุ่มออนไลน์ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามช่วยให้กันและกันคงอยู่ได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. as though they're alive, ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สร้างการเปรียบเทียบเชิงสมมติโดยไม่ยืนยันว่าเป็นจริงตามตัวอักษร เพื่ออธิบายสิ่งที่ดูเหมือนจริงหรือสร้างอุปมา 2. press emotional buttons, สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจความหมายของการจงใจกระตุ้นปฏิกิริยารุนแรง และใช้พูดถึงสื่อหรือข้อโต้แย้งที่อาศัยความอ่อนไหวทางอารมณ์ 3. isn't to say, วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: กันข้อสรุปที่กว้างเกินไปก่อนเพิ่มข้อจำกัด เพื่อปฏิเสธข้ออนุมานหนึ่งโดยยังรักษาข้อเสนอหลักไว้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello Internet.

0:00

สวัสดีอินเทอร์เน็ต

Thoughts compete for space in your brain. วลี

0:00

ความคิดต่างๆ แข่งขันกันเพื่อแย่งพื้นที่ในสมองของคุณ

วลี

compete for space: แย่งใช้ความจุที่มีจำกัด

ใน compete for space คำว่า compete หมายถึงสิ่งหลายอย่างพยายามใช้พื้นที่หรือความจุอันจำกัดเดียวกัน space อาจหมายถึงพื้นที่จริง แต่ในประโยคนี้หมายถึงความสนใจและความสามารถในการรองรับความคิดที่มีจำกัดของสมอง วลีนี้ใช้กับข้อจำกัดที่ไม่ใช่พื้นที่จริงได้ด้วย เช่น ความคิด แอป งาน หรือรูปภาพอาจ compete for space เมื่อไม่สามารถอยู่รวมกันทั้งหมดหรือได้รับความสนใจพร้อมกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: On a crowded noticeboard, event posters ____.

ดูคำตอบ

compete for space

Cat photos, news stories, belief structures,

0:02

รูปภาพแมว ข่าว โครงสร้างความเชื่อ

funny GIFs, educational videos,

0:04

ภาพ GIF ตลกๆ วิดีโอให้ความรู้

not so educational videos,

0:06

วิดีโอที่ไม่ค่อยให้ความรู้เท่าไหร่

and your thinking inventory is limited.

0:07

และคลังความคิดของคุณมีจำกัด

A thought without a brain, to think it dies.

0:10

ความคิดที่ปราศจากสมองให้คิด มันก็จะตายไป

Now, we can treat thoughts as though they're alive, ไวยากรณ์

0:12

ทีนี้ เราสามารถทำเหมือนว่าความคิดนั้นมีชีวิต

ไวยากรณ์

as though they're alive: การเปรียบเทียบจากจินตนาการ

as though ใช้นำการเปรียบเทียบที่อาศัยสถานการณ์สมมติ treat thoughts as though they're alive หมายถึงการคิดถึงหรืออธิบายความคิดเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ได้บอกว่าความคิดมีชีวิตจริง ๆ โครงสร้างคือ treat + object + as though + clause คำว่า they're เป็นรูปย่อของ they are และ they ในที่นี้หมายถึง thoughts

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคเพื่อแสดงการเปรียบเทียบจากจินตนาการแทนข้อเท็จจริง? Maya talks to the plant ___ it can understand every word.

  1. because
  2. as though
  3. even though
ดูคำตอบ

as though

specifically alive like germs.

0:15

โดยเฉพาะมีชีวิตเหมือนกับเชื้อโรค

That might sound weird, but stick with me. กริยาวลี

0:17

มันอาจฟังดูแปลก แต่ลองฟังผมก่อนนะ

กริยาวลี

stick with me: ฟังคำอธิบายของฉันต่อไป

ในประโยคนี้ stick with me หมายถึง “ฟังต่อและตามแนวคิดของฉันให้ทัน” ผู้พูดรู้ว่าแนวคิดนี้อาจฟังดูแปลกในตอนแรก จึงขอให้ผู้ฟังอย่าเพิ่งปฏิเสธ วลีนี้เป็นสำนวนที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายตั้งใจฟังต่อหรืออดทนอีกสักหน่อย ในที่นี้ stick ไม่ได้หมายถึงการติดด้วยกาว และ with me ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อยู่ในสถานที่เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำขอของผู้พูดด้วยวลีจากบทเรียนนี้: “The next part may sound strange, but ____.”

ดูคำตอบ

stick with me

Take jokes.

0:19

ยกตัวอย่างเรื่องตลก

Jokes are thought germs that live in your brain,

0:20

เรื่องตลกคือเชื้อโรคทางความคิดที่อาศัยอยู่ในสมองของคุณ

and when you tell the joke to another brain,

0:21

และเมื่อคุณเล่าเรื่องตลกให้สมองอีกคนฟัง

you help it to reproduce,

0:24

คุณก็กำลังช่วยมันสืบพันธุ์

just like when you have the flu and sneeze to help it reproduce.

0:25

เหมือนกับตอนที่คุณเป็นไข้หวัดแล้วจามเพื่อช่วยให้มันแพร่พันธุ์นั่นแหละ

This germ gets into its host by snot through the mouth,

0:29

เชื้อโรคนี้เข้าไปในตัวแพร่เชื้อผ่านน้ำมูกทางปาก

and this one by words through the ear,

0:31

และตัวนี้ผ่านคำพูดทางหู

but it's reproduction either way. วลี

0:33

แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็คือการสืบพันธุ์

วลี

either way: ผลลัพธ์เหมือนกันในทั้งสองกรณี

Either way ย้อนกลับไปกล่าวถึงความเป็นไปได้สองอย่าง และบอกว่าข้อสรุปเดียวกันเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในที่นี้ วิธีการแพร่กระจายสองแบบแตกต่างกัน แต่ทั้งสองแบบนับเป็นการสืบพันธุ์ วลีนี้ไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายเลือกหนึ่งตัวเลือก แต่ใช้ปิดการเปรียบเทียบด้วยการรวมความเป็นไปได้ทั้งสองไว้ในผลลัพธ์เดียว หมายถึง “ไม่ว่าสิ่งใดในสองอย่างจะเกิดขึ้น” หรือ “ในทั้งสองกรณี”

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: “The bus may be early or late, but either way, I’ll be at the stop.” either way แสดงอะไร?

  1. ผู้พูดจะไปที่ป้ายรถบัสก็ต่อเมื่อรถบัสมาเร็วเท่านั้น
  2. ผู้พูดกำลังเลือกระหว่างป้ายรถบัสสองแห่งที่ต่างกัน
  3. ไม่ว่ารถบัสจะมาเร็วหรือช้า ผู้พูดก็จะอยู่ที่ป้ายรถบัส
ดูคำตอบ

ไม่ว่ารถบัสจะมาเร็วหรือช้า ผู้พูดก็จะอยู่ที่ป้ายรถบัส

Logging on to your social media then is exposing yourself to everyone's mental sneezes, วลี

0:35

การล็อกอินเข้าโซเชียลมีเดียจึงเหมือนการเอาตัวไปสัมผัสกับการจามทางจิตใจของทุกคน

วลี

exposing yourself to: เลือกให้ตัวเองสัมผัสกับอิทธิพลบางอย่าง

ในประโยคนี้ exposing yourself to หมายถึงการทำให้ตัวเองสัมผัสกับอิทธิพลบางอย่าง กล่าวคือ เมื่อเปิดโซเชียลมีเดีย คุณก็ยอมให้ความคิดของคนอื่นมาถึงตัวคุณ กรรมที่อยู่หลัง to ระบุสิ่งที่คุณได้สัมผัส โครงสร้าง expose yourself to + คำนาม มักสื่อว่าการเลือกของคุณอาจทำให้เกิดผลกระทบหรือความเสี่ยง ที่นี่ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยร่างกาย ส่วน mental sneezes เป็นอุปมาถึงความคิดที่แพร่กระจายเหมือนเชื้อโรค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายในรูปปัจจุบัน: When you watch frightening clips before bed, you ____ unnecessary stress.

ดูคำตอบ

expose yourself to

each post a glob of snot with a thought germ trying to get into your brain.

0:40

แต่ละโพสต์คือก้อนน้ำมูกที่มีเชื้อโรคทางความคิดพยายามจะเข้าไปในสมองของคุณ

If not for permanent residence, ไวยากรณ์

0:44

ถ้าไม่ได้เข้าไปอยู่อย่างถาวร

then at least long enough to get you to press the share button and sneeze it with everyone you know. ไวยากรณ์

0:45

อย่างน้อยก็อยู่นานพอที่จะทำให้คุณกดปุ่มแชร์และจามมันใส่ทุกคนที่คุณรู้จัก

ไวยากรณ์

If not X, then at least Y: ลดระดับลงมาสู่ผลขั้นต่ำ

โครงสร้าง if not X, then at least Y ลดระดับจากผลลัพธ์ X ที่มากกว่าหรือยาวนานกว่า ลงมาเป็นผลลัพธ์ขั้นต่ำ Y ที่เล็กกว่า ผู้พูดอาจไม่ได้ยืนยันว่าความคิดจะอยู่ถาวร แต่ยืนยันว่ามันจะอยู่นานพอให้ถูกแชร์ต่อ ในที่นี้ for เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกระยะเวลา for permanent residence จึงไม่ได้ทำให้ if not for หมายถึง without หรือ were it not for ส่วน then at least เป็นสัญญาณว่าต้องตีความแบบลดระดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างลดระดับ: Let's meet, ____ for lunch, ____ for a quick coffee.

ดูคำตอบ

if not · then at least

ไวยากรณ์

get you to press: โครงสร้าง get + คน + to + กริยา

ในที่นี้ get you to press หมายถึงทำให้หรือโน้มน้าวให้คุณกดปุ่มแชร์ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” แต่แสดงว่าบางสิ่งมีอิทธิพลต่อคนคนหนึ่งจนทำให้เขาลงมือทำได้สำเร็จ โครงสร้างคือ get + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน ใน get you to press คำว่า you คือคนที่ได้รับอิทธิพล และ press คือการกระทำ ต้องคง to ไว้หน้ากริยา

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา tap เติมโครงสร้าง get + คน + to + กริยาให้สมบูรณ์: The reminder got Mia ____ the link.

ดูคำตอบ

to tap

In this analogy then,

0:50

ในการเปรียบเทียบนี้

a funny cat photo with a perfect caption is a super flu.

0:51

รูปแมวตลกๆ พร้อมคำบรรยายโดนๆ ก็คือซูเปอร์ไข้หวัดใหญ่

Now, just as germs exploit weak points in your immune system,

0:54

ทีนี้ เช่นเดียวกับที่เชื้อโรคฉวยโอกาสจากจุดอ่อนในระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

so do thought germs exploit weak points in your brain,

0:58

เชื้อโรคทางความคิดก็ฉวยโอกาสจากจุดอ่อนในสมองของคุณเช่นกัน

aka emotions.

1:01

หรือที่เรียกว่าอารมณ์

Once inside, thought germs that press emotional buttons get their hosts to spread them more, สำนวน

1:02

เมื่อเข้าไปแล้ว เชื้อโรคทางความคิดที่ไปกระตุ้นอารมณ์จะทำให้ผู้ติดเชื้อแพร่กระจายมันมากขึ้น

สำนวน

press emotional buttons: กระตุ้นอารมณ์ในเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ buttons คือสิ่งกระตุ้นในจิตใจที่สมมติขึ้น press emotional buttons หมายถึงกระตุ้นความรู้สึก เช่น ความโกรธ ให้รุนแรงพอที่จะส่งผลต่อการกระทำของผู้คน เชื้อความคิดถูกบรรยายว่าใช้ปฏิกิริยาเหล่านี้เพื่อทำให้คนช่วยแพร่มันต่อ สำนวนนี้ใช้บรรยายข้อความ ภาพ หรือเหตุการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ซึ่งคาดเดาได้ โดยมักสื่อว่ามีการใช้อารมณ์อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ได้หมายถึงการแตะปุ่มจริง

แบบฝึกหัด

press emotional buttons ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. กดอุปกรณ์ควบคุมจริงที่ใช้วัดอารมณ์
  2. ซ่อนความรู้สึกเพื่อไม่ให้ใครตอบสนอง
  3. กระตุ้นความรู้สึกรุนแรงเพื่อให้มีอิทธิพลต่อการตอบสนอง
ดูคำตอบ

กระตุ้นความรู้สึกรุนแรงเพื่อให้มีอิทธิพลต่อการตอบสนอง

measurably more.

1:06

มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Well, except sadness.

1:08

ยกเว้นความเศร้านะ

Sad thoughts don't get very far. สำนวน

1:09

ความคิดเศร้าๆ มักจะไปได้ไม่ไกล

สำนวน

don't get very far: ความคืบหน้าหรือการแพร่กระจายที่จำกัด

ในที่นี้ don't get very far ไม่ได้กล่าวถึงระยะทางจริง แต่หมายถึง “ไม่แพร่ไปในวงกว้าง” หรือ “ไม่คืบหน้าไปมาก” ในบริบทนี้ ความคิดเศร้า ๆ มักไม่ได้ถูกส่งต่อโดยคนจำนวนมาก โครงสร้าง get (very) far ใช้ประเมินว่าคน ความคิด แผน หรือข้อความมีความคืบหน้า อิทธิพล หรือขอบเขตการเข้าถึงมากเพียงใด รูปปฏิเสธอย่าง won't get far บอกว่าความสำเร็จจะมีจำกัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “คืบหน้าไปมาก”: Without support from the team, the proposal won't ____.

ดูคำตอบ

get very far

Awe is pretty good,

1:11

ความรู้สึกทึ่งนั้นค่อนข้างได้ผลดี

which is why websites that construct thought germs like biological weapons

1:12

นั่นเป็นเหตุผลที่เว็บไซต์ต่างๆ สร้างเชื้อโรคทางความคิดเหมือนกับอาวุธชีวภาพ

arm them with titles like seven whatevers that will blow your mind สำนวน

1:15

โดยติดอาวุธด้วยชื่อเรื่องเช่น "7 สิ่งที่จะทำให้คุณทึ่ง"

สำนวน

blow your mind: ความประหลาดใจอย่างมากในภาษาไม่เป็นทางการ

Blow your mind เป็นสำนวนที่หมายถึง “ทำให้คุณประหลาดใจหรือตกใจอย่างมาก” ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับสมองจริง ๆ ในพาดหัวแบบล่อให้คลิกนี้ สำนวนดังกล่าวสัญญาว่าจะทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงเพื่อกระตุ้นความอยากรู้จนคนกดเข้าไปดู คำกล่าวนี้จงใจเกินจริง และคำคลุมเครืออย่าง whatevers ก็ช่วยล้อเลียนว่าพาดหัวสูตรนี้ซ้ำซากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ blow your mind ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I blew my mind and chose a different answer.
  2. The ending of this movie will blow your mind!
  3. Please blow your mind before the medical scan.
ดูคำตอบ

The ending of this movie will blow your mind!

or the shocking secret behind this thing.

1:19

หรือ "ความลับชวนอึ้งเบื้องหลังสิ่งนี้"

But anger is the ultimate edge for a thought germ. การใช้คำ

1:21

แต่ความโกรธคือไม้ตายขั้นสุดสำหรับเชื้อโรคทางความคิด

การใช้คำ

ultimate edge: ข้อได้เปรียบที่แข็งแกร่งที่สุด

ในที่นี้ edge หมายถึงข้อได้เปรียบที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ส่วน ultimate เน้นว่าข้อได้เปรียบนั้นแข็งแกร่งที่สุดหรือมีผลชี้ขาดที่สุด วลีนี้บอกว่าความโกรธช่วยให้เมล็ดพันธุ์ทางความคิดแพร่กระจายได้มากที่สุด เราสามารถเข้าใจ edge ในความหมายนี้ได้ในการแข่งขัน ธุรกิจ หรือการโต้แย้ง เมื่อฝ่ายหนึ่งมีบางสิ่งที่ช่วยให้ชนะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Fast delivery gives this shop the ultimate edge over its rivals,” คำว่า “the ultimate edge” หมายถึงอะไร?

  1. เครื่องมือที่คมมาก
  2. ข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดของร้าน
  3. ขอบด้านนอกของร้าน
ดูคำตอบ

ข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดของร้าน

Anger bypasses your mental immune system

1:23

ความโกรธข้ามผ่านระบบภูมิคุ้มกันทางจิตใจของคุณ

and compels you to share it like nothing else.

1:26

และบังคับให้คุณแชร์มันอย่างที่ไม่มีอะไรเทียบได้

Being aware of your brain's weak spots is necessary for good mental hygiene

1:28

การตระหนักถึงจุดอ่อนในสมองของคุณเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขอนามัยทางจิตใจที่ดี

like knowing how to wash your hands.

1:32

เหมือนกับการรู้วิธีล้างมือนั่นแหละ

Because even without intentional construction,

1:34

เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จงใจสร้างขึ้น

any thought germ on the internet can, on its own, วลี

1:36

เชื้อโรคทางความคิดบนอินเทอร์เน็ตใดๆ ก็สามารถเติบโต

วลี

on its own: โดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือจากภายนอก

ในที่นี้ on its own หมายถึงไม่มีใครตั้งใจทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น วลีนี้แสดงว่าเมล็ดพันธุ์ทางความคิดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวมันเอง รูปแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับคนหรือสิ่งของ เช่น a thought germ can change on its own แต่ถ้าเป็นพหูพจน์จะเป็น thought germs can change on their own ในบริบทอื่น วลีนี้อาจหมายถึงการอยู่ตามลำพัง แต่ในประโยคนี้หมายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง on + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + own: After the update, the app fixed the problem ____.

ดูคำตอบ

on its own

grow more infectious as it spreads.

1:39

และมีพลังในการแพร่เชื้อได้มากขึ้นด้วยตัวมันเอง

To talk about why,

1:41

หากจะพูดถึงเหตุผลว่าทำไม

let's forget anger for a moment and go back to that cat photo.

1:42

ลองลืมความโกรธไปสักพักแล้วกลับไปที่รูปแมวนั่น

Every photo ever taken is a thought germ,

1:45

ทุกๆ รูปที่เคยถ่ายมาคือเชื้อโรคทางความคิด

and most die a quick death

1:47

และส่วนใหญ่ก็ตายจากไปอย่างรวดเร็ว

like the bazillion cat photos or baby photos posted on the internet that are never shared.

1:48

เหมือนกับรูปแมวหรือรูปเด็กทารกนับล้านๆ รูปที่โพสต์บนอินเทอร์เน็ตและไม่เคยถูกแชร์

But a mildly funny cat photo can grow into so much more

1:53

แต่รูปแมวที่ตลกนิดหน่อยสามารถเติบโตไปได้ไกลกว่านั้นมาก

because just as transatlantic flights were the best thing to happen to germ germs, ไวยากรณ์

1:57

เพราะเช่นเดียวกับที่เที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเชื้อโรคจริงๆ

so the internet is the best thing to happen to thought germs.

2:01

อินเทอร์เน็ตก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเชื้อโรคทางความคิด

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบแบบขนาน just as X, so Y

โครงสร้าง just as X, so Y นำเสนอ X และ Y เป็นสองกรณีที่สอดคล้องกัน ในประโยคนี้ เที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกช่วยให้เชื้อโรคจริงแพร่กระจาย ส่วนอินเทอร์เน็ตก็ช่วยให้ ‘เชื้อความคิด’ แพร่กระจายในลักษณะคล้ายกัน so ในที่นี้ทำหน้าที่เติมโครงสร้างคู่ขนานให้สมบูรณ์ ไม่ได้แปลว่า ‘ดังนั้น’ ต่างจากการเปรียบเทียบสั้น ๆ ด้วย like โครงสร้างนี้สามารถวางแนวคิดที่สมบูรณ์สองแนวคิดไว้คู่กันได้

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์: ____ a map helps you plan a journey, ____ a schedule helps you plan your time.

ดูคำตอบ

Just as · so

For once on board,

2:04

เพราะเมื่อได้ขึ้นเครื่องแล้ว

that cat photo can leap into other brains,

2:06

รูปแมวนั้นก็สามารถกระโดดไปยังสมองอื่นๆ ได้

and those brains might share it,

2:08

และสมองเหล่านั้นก็อาจจะแชร์มัน

and here's the key point, ลำดับความ

2:09

และนี่คือจุดสำคัญ

ลำดับความ

Here's the key point ในฐานะคำบอกทิศทางเนื้อหา

Here's the key point เป็นคำบอกทิศทางของเนื้อหา โดยแจ้งผู้ฟังว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของคำอธิบายกำลังจะตามมา ส่วน here ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง วลีนี้ย้ายความสนใจจากรายละเอียดประกอบไปยังข้อเสนอหลักหรือข้อสรุปสำคัญของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในการบรรยาย ‘Here's the key point’ บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ผู้พูดกำลังจะจบโดยไม่มีข้อสรุป
  2. ผู้พูดกำลังชี้ไปยังสถานที่ใกล้ ๆ
  3. แนวคิดที่สำคัญที่สุดกำลังจะตามมา
ดูคำตอบ

แนวคิดที่สำคัญที่สุดกำลังจะตามมา

occasionally change it.

2:11

บางครั้งก็จะเปลี่ยนแปลงมันด้วย

A photoshopped here, a tweaked caption there.

2:12

ตัดต่อตรงนี้นิด เปลี่ยนคำบรรยายตรงนั้นหน่อย

Most changes are terrible,

2:15

การเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มักจะออกมาแย่

but some make the thought germ even funnier,

2:16

แต่บางอันก็ทำให้เชื้อโรคทางความคิดตลกยิ่งขึ้น

getting more brains to share it,

2:18

ทำให้สมองอื่นๆ แชร์มันมากขึ้น

which results in more changes and a shot at superstardom. วลี

2:19

ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นและมีโอกาสกลายเป็นซูเปอร์สตาร์

วลี

results in: แสดงเหตุและผล

ใน which results in... คำว่า which อ้างกลับไปถึงสาเหตุหรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน results in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” และ more changes and a shot at superstardom คือผลที่เกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ ในที่นี้ which อ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าหนึ่งอย่าง กริยาจึงเป็น results และหลัง in ใช้นามวลีหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

Heavy rain caused the match to be cancelled. ประโยคใดแสดงความสัมพันธ์เดียวกันโดยใช้ result in?

  1. The match being cancelled resulted in disappointed fans.
  2. The match being cancelled resulted from heavy rain.
  3. Heavy rain resulted in the match being cancelled.
ดูคำตอบ

Heavy rain resulted in the match being cancelled.

วลี

a shot at superstardom: โอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

ใน a shot at superstardom คำว่า shot หมายถึงความพยายามหรือโอกาส ไม่ได้หมายถึงการยิงปืนหรือเหล้าหนึ่งช็อต ทั้งวลีจึงหมายถึงโอกาสที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a shot at + คำนามหรือรูป -ing เช่น a shot at the title หรือ a shot at winning ในที่นี้ superstardom ทำให้แนวคิดฟังดูขบขันและเกินจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “โอกาสแบบไม่เป็นทางการที่จะทำบางสิ่งให้สำเร็จ”: Winning the regional final gives the team ____ the national title.

ดูคำตอบ

a shot at

Thus, a lowly cat photo can achieve global brain domination,

2:23

ด้วยเหตุนี้ รูปแมวธรรมดาๆ ก็สามารถครอบงำสมองทั่วโลกได้

at least for a few hours.

2:26

อย่างน้อยก็สักสองสามชั่วโมง

The internet with its unparalleled ability to share

2:28

อินเทอร์เน็ตที่มีความสามารถในการแชร์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้

and randomly change thought germs

2:30

และการสุ่มเปลี่ยนเชื้อโรคทางความคิด

can't help but make them stronger. ไวยากรณ์

2:32

อดไม่ได้ที่จะทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น

ไวยากรณ์

can't help but + กริยารูปพื้นฐาน สำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในประโยคนี้ can't help but make หมายถึง “หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดขึ้นไม่ได้” เนื่องจากประธานไม่ใช่คน วลีนี้จึงกล่าวถึงผลลัพธ์ที่แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่อารมณ์หรือการเลือกอย่างตั้งใจ โครงสร้างคือ can't help but + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้หลัง but ใช้ make ไม่ใช่ making นอกจากนี้ยังใช้บอกปฏิกิริยาของคนที่ควบคุมได้ยากมากด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”: Whenever Maya hears that tune, she ____ hum along.

ดูคำตอบ

can't help but

With jokes, that's awesome,

2:34

สำหรับเรื่องตลก นั่นมันสุดยอดไปเลย

but with angry germs, not always so awesome,

2:35

แต่สำหรับเชื้อโรคแห่งความโกรธ มันไม่ค่อยจะสุดยอดเสมอไปหรอกนะ

no.

2:38

ใช่

Angry germs, the more they're shared,

2:38

เชื้อโรคแห่งความโกรธ ยิ่งถูกแชร์มากเท่าไหร่

undergo the same process,

2:40

ก็ยิ่งผ่านกระบวนการเดียวกัน

changing and distorting to be more aggravating.

2:41

คือการเปลี่ยนแปลงและบิดเบือนให้กวนประสาทมากขึ้น

These have a better chance of spreading than their possibly more accurate, ไวยากรณ์

2:44

สิ่งเหล่านี้มีโอกาสแพร่กระจายได้ดีกว่าคู่แข่งที่อาจจะถูกต้องกว่า

but probably also more boring rivals.

2:47

แต่ก็น่าจะน่าเบื่อกว่าด้วย

ไวยากรณ์

ใช้ a better chance of + -ing than เพื่อเปรียบเทียบความเป็นไปได้

ในประโยคนี้ a better chance of spreading than ใช้เปรียบเทียบสิ่งสองกลุ่มตามความเป็นไปได้ โดยบอกว่ากลุ่มแรกมีแนวโน้มจะแพร่กระจายมากกว่าคู่แข่ง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะต้องแพร่กระจายแน่นอน โครงสร้างคือ X has/have a better chance of + -ing than Y หลัง of ใช้คำนามหรือรูป -ing และ than ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a better chance of ... than ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบความเป็นไปได้?

  1. A direct flight has a better chance to arriving on time than a route with two tight connections.
  2. A direct flight has a better chance of arriving on time than a route with two tight connections.
  3. A direct flight has a better chance of arrive on time than a route with two tight connections.
ดูคำตอบ

A direct flight has a better chance of arriving on time than a route with two tight connections.

But like plagues, thought germs can burn through a population too quickly. กริยาวลี

2:50

แต่เช่นเดียวกับโรคระบาด เชื้อโรคทางความคิดก็สามารถเผาผลาญประชากรได้เร็วเกินไป

กริยาวลี

burn through a population: แพร่ไปทั่วประชากรอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ burn through a population หมายถึงแพร่ไปทั่วประชากรอย่างรวดเร็วมาก จนเข้าถึงคนจำนวนมากในเวลาอันสั้น ภาพเปรียบเทียบเรื่องไฟช่วยเน้นความเร็วและความรุนแรง ไม่ได้หมายความว่ามีใครถูกไฟไหม้จริง ๆ โดยทั่วไป burn through หมายถึงเคลื่อนผ่านกลุ่มหรือปริมาณบางอย่างอย่างรวดเร็วมาก หรือใช้สิ่งที่มีสำรองไว้จนหมดอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามหลัง through คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบหรือถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้จนหมดอย่างรวดเร็วมาก” ลงในประโยค: A large event can ____ its budget in just a few days.

ดูคำตอบ

burn through

Just watch your favorite meme-generating machine for a week,

2:53

แค่ลองสังเกตเครื่องผลิตมีมที่คุณชื่นชอบสักหนึ่งสัปดาห์

and you'll see the life cycle fly by. กริยาวลี

2:56

แล้วคุณจะเห็นวงจรชีวิตของมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

the life cycle fly by: วงจรชีวิตผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ fly by หมายถึงผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก วงจรชีวิตไม่ได้บินจริง ๆ แต่สำนวนนี้ทำให้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบดูล่วงผ่านไปเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ใน see the life cycle fly by คำว่า life cycle คือสิ่งที่ถูกสังเกต ส่วน fly by บอกว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างไร สำนวนเดียวกันนี้ใช้กับช่วงเวลา โอกาส หรือขั้นตอนที่ดูเหมือนผ่านไปเร็วมากได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก” ลงในประโยค: The school year seemed to ____.

ดูคำตอบ

fly by

However, some thought germs have found a way around burnout. วลี

2:59

อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคทางความคิดบางชนิดก็ค้นพบวิธีหลีกเลี่ยงการเผาผลาญจนหมด

วลี

find a way around something: หาวิธีหลีกเลี่ยงบางสิ่ง

ในประโยคนี้ found a way around burnout หมายถึงพบวิธีผ่านอุปสรรคที่เรียกว่า burnout ไปได้ คำว่า around ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เชื้อความคิดไม่ได้เคลื่อนที่ไปรอบวัตถุจริง ๆ ในที่นี้ burnout คือการสูญเสียความสนใจหรือแรงในการถกเถียง ซึ่งตามปกติจะทำให้ความคิดหยุดแพร่กระจาย รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ find a way around + อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัญหา มักใช้เมื่อเลือกวิธีอื่นเพื่อเดินหน้าต่อไป แม้อุปสรรคเดิมยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึงหาวิธีหลีกเลี่ยงบางสิ่ง: The booking site blocks this card, so we need to ____ the restriction.

ดูคำตอบ

find a way around

Now, I must warn you,

3:01

ตอนนี้ ผมต้องขอเตือนคุณก่อนว่า

depending on which thought germs live in your head

3:02

ขึ้นอยู่กับว่ามีเชื้อโรคทางความคิดใดอาศัยอยู่ในหัวของคุณ

and which you fight for,

3:04

และคุณต่อสู้เพื่ออะไร

the next section might sound horrifying.

3:06

ส่วนต่อไปนี้อาจฟังดูน่ากลัว

So, please keep in mind we're talking about วลี

3:08

ดังนั้น โปรดจำไว้ว่าเรากำลังพูดถึง

what makes some thought germs successful,

3:10

สิ่งที่ทำให้เชื้อโรคทางความคิดบางตัวประสบความสำเร็จ

particularly angry ones,

3:12

โดยเฉพาะพวกที่มาจากความโกรธ

and not how good or how bad the thoughts themselves are.

3:14

ไม่ใช่เรื่องที่ว่าความคิดเหล่านั้นมันดีหรือแย่แค่ไหน

วลี

keep in mind: จดจำและคำนึงถึง

Keep in mind หมายถึงให้จดจำและคำนึงถึงบางสิ่งต่อไปขณะตีความเนื้อหาที่ตามมา ในที่นี้สำนวนนี้กำหนดขอบเขตสำคัญว่า การอภิปรายเป็นเรื่องเหตุผลที่เชื้อความคิดบางชนิด โดยเฉพาะชนิดที่เกี่ยวกับความโกรธ ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าความคิดนั้นดีหรือแย่ รูปแบบคือ keep in mind + นามวลี หรือ keep in mind + อนุประโยค that ใช้ชี้นำความสนใจของผู้ฟังและช่วยป้องกันการสรุปผิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย keep และหมายถึงจดจำพร้อมทั้งคำนึงถึง: When you choose a route, ____ that the bridge closes at sunset.

ดูคำตอบ

keep in mind

Deep breath, calm.

3:17

หายใจลึกๆ ใจเย็นๆ

Thought germs can burn out because once everyone agrees, โน้ต

3:19

เชื้อโรคทางความคิดสามารถมอดดับไปได้ เพราะเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันแล้ว

กริยาวลี

burn out: สูญเสียแรงส่งและสิ้นสุดลง

ในประโยคนี้ burn out หมายถึง “สูญเสียพลังหรือแรงส่งที่จำเป็นต่อการดำเนินต่อไป” “เชื้อความคิด” คือแนวคิดที่แพร่กระจายเหมือนเชื้อโรค ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าแรงในการแพร่กระจายอาจหมดลงได้ Burn out เป็นกริยาวลีที่ความหมายเฉพาะขึ้นอยู่กับประธาน ไฟอาจดับเมื่อเชื้อเพลิงหมด หลอดไฟอาจหยุดทำงาน คนอาจเหนื่อยล้าจนหมดแรง และแนวคิดหรือกระแสนิยมอาจสูญเสียแรงส่ง ในที่นี้ประธานเป็นสิ่งนามธรรม จึงใช้ความหมายสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The craze burned out after a few days,” คำว่า burned out หมายความว่าอย่างไร

  1. ทุกคนเริ่มเห็นด้วยกับมัน
  2. มันสูญเสียพลังและหยุดแพร่กระจาย
  3. มันร้อนขึ้นจริงทางกายภาพ
ดูคำตอบ

มันสูญเสียพลังและหยุดแพร่กระจาย

ไวยากรณ์

once everyone agrees: การเห็นพ้องกันในฐานะเหตุที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ในที่นี้ once นำหน้าประโยคย่อย everyone agrees โดยหมายถึง “ทันทีที่” หรือ “นับจากเวลาที่” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” ประโยคย่อยนี้ระบุเหตุที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ต่อไป once ในการใช้แบบนี้เชื่อมความหมายด้านเวลากับความสัมพันธ์ที่คล้ายเงื่อนไขอย่างชัดเจน ผู้พูดมองการเห็นพ้องกันเป็นจุดที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ผลลัพธ์อาจตามมาทันที หรืออาจเพียงเริ่มเป็นจริงหลังจากจุดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “ทันทีที่ขั้นตอนซึ่งคาดไว้นี้เสร็จสิ้น”: ____ everyone agrees, we can publish the plan.

ดูคำตอบ

Once

it's hard to keep talking and thus thinking about them.

3:22

มันก็ยากที่จะพูดถึงและคิดเกี่ยวกับมันต่อไป

But if there's an opposing thought germ,

3:25

แต่ถ้ามีเชื้อโรคทางความคิดที่อยู่ตรงข้ามกัน

an argument,

3:27

มีการถกเถียงโต้แย้ง

then the thinking never has to stop.

3:28

การคิดนั้นก็จะไม่จำเป็นต้องหยุดลงเลย

The disagreement doesn't have to be angry, ไวยากรณ์

3:30

ความขัดแย้งไม่จำเป็นต้องมีความโกรธมาเกี่ยวข้อง

ไวยากรณ์

doesn't have to be: ไม่จำเป็น ไม่ได้หมายความว่าห้าม

Doesn't have to be หมายความว่าไม่จำเป็นต้องโกรธ ประโยคนี้บอกว่าคนเราเห็นต่างกันได้โดยไม่ต้องโกรธ ไม่ได้หมายความว่าห้ามโกรธหรือไม่มีทางเกิดความโกรธ ใช้ doesn't have to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกว่าไม่มีข้อบังคับ ในที่นี้ have to แสดงความจำเป็น ส่วน doesn't ปฏิเสธความจำเป็นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธแบบย่อของ have to ที่หมายถึง “ไม่จำเป็น”: The poster ____ be perfect to be useful.

ดูคำตอบ

doesn't have to

but again, angry helps.

3:31

แต่อย่างที่บอก ความโกรธมันช่วยได้

The more visible an argument gets, ไวยากรณ์

3:33

ยิ่งการโต้เถียงเป็นที่เห็นได้ชัดเจนมากเท่าไหร่

the more bystanders it draws in, กริยาวลี

3:34

มันก็ยิ่งดึงดูดผู้สังเกตการณ์เข้ามามากขึ้น

ไวยากรณ์

The more ..., the more ...: การเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เชื่อมโยงกัน

The more visible an argument gets, the more bystanders it draws in แสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เชื่อมโยงกัน คือเมื่อการโต้เถียงเป็นที่สังเกตเห็นมากขึ้น จำนวนคนที่เข้ามาดูก็เพิ่มขึ้นด้วย รูปแบบนี้ใช้ the + ขั้นกว่า ซ้ำที่ต้นอนุประโยคทั้งสองส่วน ส่วนแรกระบุปัจจัยหนึ่งที่เปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองแสดงผลที่เกี่ยวข้อง the ทั้งสองคำในที่นี้เป็นเครื่องหมายของโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมทั้งสองส่วนด้วยเครื่องหมายเปรียบเทียบที่ใช้ซ้ำกัน: ____ books you read, ____ new ideas you discover.

ดูคำตอบ

The more · the more

กริยาวลี

draws in: ดึงดูดผู้คน

ในที่นี้ draws in หมายถึง “ดึงดูดและพาผู้คนเข้ามาในสถานการณ์นั้น” เป็นกริยาวลี draw in ไม่ใช่ draw ที่หมายถึง “วาดภาพ” กรรมคือ bystanders เนื่องจากอนุประโยคนี้ใช้โครงสร้าง the more... วลีกรรมทั้งหมด the more bystanders จึงมาอยู่หน้าประธานและกริยา ทำให้เหลือ it draws in ไว้ท้ายประโยค ตามลำดับปกติ กรรมที่เป็นคำนามวางได้ทั้งใน draw in more bystanders และ draw more bystanders in ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามมักวางตรงกลาง เช่น draw them in

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ draw in: The free concert ____ a huge crowd on Saturday.

ดูคำตอบ

drew in

which makes it more visible,

3:36

ซึ่งก็ยิ่งทำให้มันเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

which is why every group from the most innocuous internet forum ไวยากรณ์

3:37

นั่นคือเหตุผลที่ทุกกลุ่มตั้งเว็บบอร์ดอินเทอร์เน็ตที่ดูไร้พิษสงที่สุด

to the national conversation

3:40

ไปจนถึงการสนทนาระดับชาติ

ไวยากรณ์

from X to Y: ระบุช่วงทั้งหมด

from X to Y ใช้ X และ Y เป็นจุดปลายสองด้านของช่วง ในที่นี้ X คือ the most innocuous internet forum และ Y คือ the national conversation ดังนั้นวลีนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ออนไลน์ขนาดเล็กที่ไม่มีพิษภัยไปจนถึงการสนทนาสาธารณะของสังคมทั้งประเทศ จุดปลายทั้งสองถูกเลือกให้แตกต่างกันมากเพื่อสื่อว่าประเภทหรือระดับทั้งหมดที่อยู่ระหว่างนั้นรวมอยู่ด้วย ในที่นี้ to ทำหน้าที่บอกจุดสิ้นสุดของช่วง ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่และไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างช่วง from X to Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: The workshop welcomes everyone ____ complete beginners ____ experienced designers.

ดูคำตอบ

from · to

can turn into a double rage storm across the sky in no time. โน้ต

3:42

สามารถกลายเป็นพายุความโกรธเกรี้ยวที่ฟาดฟันกันข้ามท้องฟ้าได้ในเวลาไม่นาน

กริยาวลี

turn into: เปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปเป็นอีกสภาพหนึ่ง

ในประโยคนี้ turn into หมายถึง “เปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง” ประธานเริ่มจากสภาพหนึ่งแล้วกลายเป็นผลลัพธ์ที่ระบุด้วยกลุ่มคำนามหลัง into: Something can turn into a storm. ใช้รูปแบบ X turns into Y เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงด้านตัวตน รูปร่าง สภาพ หรือสถานการณ์ ถ้ามีกรรม ให้ใช้ turn X into Y: Heat turns water into steam.

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุด: After a few years, her hobby ___ a small business.

  1. turned into
  2. turned on
  3. turned to
ดูคำตอบ

turned into

วลี

in no time: อย่างรวดเร็วมาก

in no time หมายถึง “ในไม่ช้า” หรือ “หลังจากรอเพียงช่วงสั้นมาก” ในที่นี้ใช้เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นเร็วเพียงใด ไม่ได้แปลแยกตามความหมายตรงตัวของแต่ละคำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทนี้ที่หมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก”: This app can sort the photos ____.

ดูคำตอบ

in no time

Wait, these thought germs aren't competing, ลำดับความ

3:46

เดี๋ยวก่อน เชื้อโรคทางความคิดเหล่านี้ไม่ได้กำลังแข่งขันกันอยู่นะ

they're cooperating.

3:49

พวกมันกำลังร่วมมือกัน

ลำดับความ

aren't competing, they're cooperating: แก้การตีความหนึ่งด้วยอีกการตีความหนึ่ง

“aren't competing, they're cooperating” ปฏิเสธการตีความแรกแล้วแทนที่ทันทีด้วยการตีความที่สอง นี่เป็นรูปพูดแบบกระชับของ“They aren't competing; rather, they're cooperating.” การใช้โครงสร้าง they + be + -ing ซ้ำกันทำให้ติดตามการพลิกความคิดนี้ได้ง่าย ในที่นี้ cooperating บอกผลที่เกิดขึ้น คือความคิดทั้งสองช่วยให้กันและกันแพร่ต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทั้งสองตั้งใจตกลงจะทำงานร่วมกัน

แบบฝึกหัด

แอปสองแอปดูเหมือนเป็นคู่แข่งกัน แต่แต่ละแอปส่งผู้ใช้ไปหาอีกแอปหนึ่ง ประโยคใดแทนที่แนวคิดเรื่องการแข่งขันด้วยความร่วมมืออย่างชัดเจน

  1. They aren't only competing; they're also cooperating.
  2. They cooperate only when they compete.
  3. They aren't competing; they're cooperating.
ดูคำตอบ

They aren't competing; they're cooperating.

Working together,

3:50

การทำงานร่วมกัน

they reach more brains and hold their thoughts longer than they could alone. ไวยากรณ์

3:51

ทำให้พวกมันเข้าถึงสมองได้มากขึ้นและรักษาความคิดของพวกมันไว้ได้นานกว่าที่พวกมันจะทำได้เพียงลำพัง

ไวยากรณ์

longer than they could alone: การละวลีกริยาหลัง could

ใน“longer than they could alone”คำว่า could รับความหมายของการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ผู้พูดจึงไม่ต้องพูด“reach brains and hold thoughts”ซ้ำ นี่คือการละคำในโครงสร้างเปรียบเทียบ หลัง than สามารถใช้กริยาช่วยแทนวลีกริยาที่เข้าใจได้จากบริบท alone หมายถึง“โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอีกความคิดหนึ่ง”คำนี้บอกว่าเชื้อความคิดแต่ละตัวทำงานแยกกัน ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้สึกเหงา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคเปรียบเทียบเป้าหมายสี่คำที่ใช้ could และ alone: Together, the volunteers can sort donations faster ____.

ดูคำตอบ

than they could alone

Thought germs on opposite sides of an argument can be symbiotic. วลี

3:55

เชื้อโรคทางความคิดที่อยู่ตรงข้ามกันในการโต้เถียงสามารถอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกันได้

วลี

on opposite sides of an argument: อยู่คนละฝ่ายในการโต้แย้ง

วลีนี้หมายถึงคน กลุ่ม หรือแนวคิดที่สนับสนุนจุดยืนตรงข้ามกันในข้อขัดแย้งเดียวกัน คำว่า sides ในที่นี้หมายถึงฝ่ายทางความคิด ไม่ใช่ด้านหรือตำแหน่งทางกายภาพ คำว่า opposite แสดงว่าความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยจุดยืนทั้งสองเผชิญหน้ากันในประเด็นเดียว ส่วน argument ในที่นี้อาจหมายถึงการอภิปรายด้วยเหตุผลหรือประเด็นที่ยังโต้แย้งกัน ไม่ได้หมายถึงการทะเลาะด้วยความโกรธเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายความว่าเอวากับเบนมีจุดยืนตรงข้ามกัน: Ava and Ben are ____ about the new class rule.

ดูคำตอบ

on opposite sides of the argument

One tool symbiotic anger germs in particular can employ is

3:58

เครื่องมือหนึ่งที่เชื้อโรคความโกรธแบบพึ่งพาอาศัยกันสามารถนำมาใช้ได้คือ

your-with-us-or-against-us. สำนวน

4:01

"ถ้าไม่อยู่ข้างเราก็คือศัตรูของเรา"

สำนวน

your-with-us-or-against-us: กรอบสองขั้วแบบ “อยู่ฝ่ายเราหรืออยู่ฝ่ายตรงข้าม”

ชุดคำที่เชื่อมด้วยยัติภังค์นี้เปลี่ยนคำกล่าวที่คุ้นเคยอย่าง You're either with us or against us ให้เป็นชื่อของเครื่องมือทางวาทศิลป์ คำกล่าวนี้บังคับให้เลือกเพียงสองทาง คือสนับสนุน “พวกเรา” อย่างเต็มที่ หรืออยู่ในฝ่ายตรงข้าม โดยไม่เปิดพื้นที่ให้ความเป็นกลาง การเห็นด้วยเพียงบางส่วน หรือทางเลือกอื่น ในการเขียนตามมาตรฐาน ประโยคนี้ใช้ you're ซึ่งหมายถึง you are: You're either with us or against us ส่วน your แสดงความเป็นเจ้าของ จึงไม่ควรเลียนแบบ your ที่ต้นป้ายชื่อพิเศษนี้เป็นการสะกดตามปกติ

แบบฝึกหัด

คำกล่าว 'You're either with us or against us' ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. คำกล่าวนี้ขอให้ทั้งสองฝ่ายเสนอทางประนีประนอมหลายแบบ
  2. คำกล่าวนี้ลดสถานการณ์ให้เหลือเพียงสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันและตัดจุดยืนตรงกลางออก
  3. คำกล่าวนี้อธิบายว่าผู้คนยืนอยู่ตรงไหนจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำกล่าวนี้ลดสถานการณ์ให้เหลือเพียงสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันและตัดจุดยืนตรงกลางออก

Whatever thought germ just leaped to the front of your brain, สำนวน

4:03

ไม่ว่าเชื้อโรคทางความคิดอะไรก็ตามที่เพิ่งจะกระโดดมาอยู่ข้างหน้าสมองของคุณ

push it back.

4:05

ผลักมันกลับไป

สำนวน

leaped to the front of your brain ... push it back: คำเปรียบเทียบเรื่องตำแหน่งกับความสนใจ

ในที่นี้ ความคิดถูกวาดภาพให้เป็นเหมือนวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่ในพื้นที่ของจิตใจ leaped to the front of your brain หมายถึงความคิดนั้นกลายเป็นสิ่งที่เด่นที่สุดในทันที ไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างเคลื่อนที่จริง ๆ ภายในสมอง push it back หมายถึงการจงใจพักปฏิกิริยาแรกนั้นไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มันควบคุมว่าคุณจะคิดหรือพูดอะไรต่อไป ภาษาอังกฤษมักใช้ตำแหน่งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อบอกว่าสิ่งใดได้รับความสนใจมากหรือน้อย

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ leaped to the front of your brain, push it back หมายความว่าอย่างไร?

  1. ย้ายความคิดไปยังส่วนอื่นของสมองจริง ๆ
  2. พักความคิดแรกไว้ก่อนแทนที่จะตอบสนองทันที
  3. ลบความคิดทั้งหมดออกจากใจอย่างถาวร
ดูคำตอบ

พักความคิดแรกไว้ก่อนแทนที่จะตอบสนองทันที

This video isn't about that.

4:06

วิดีโอนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้น

We're just talking about this tool,

4:08

เราแค่กำลังพูดถึงเครื่องมือตัวนี้

which makes it very hard for neutral brains to resist,

4:10

ซึ่งทำให้ยากมากที่สมองที่เป็นกลางจะต้านทานได้

and its divisiveness also grows its symbiotic partner.

4:14

และความแตกแยกของมันก็ยังทำให้คู่พึ่งพาอาศัยของมันเติบโตขึ้นด้วย

This explains why in some arguments

4:18

นี่อธิบายได้ว่าทำไมในบางการโต้เถียง

gaining more allies also gains more enemies,

4:20

การได้พันธมิตรมากขึ้นก็ยิ่งได้ศัตรูมากขึ้นด้วย

because though the participants think they're involved in a fiery battle to the death สำนวน

4:23

เพราะแม้ว่าผู้เข้าร่วมจะคิดว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่ดุเดือดถึงตาย

สำนวน

a fiery battle to the death: การพูดเกินจริงแบบดราม่า

Fiery เพิ่มความรู้สึกถึงความโกรธ พลัง หรือความเร่าร้อนอย่างมาก ส่วน a battle to the death ตามตัวอักษรคือการต่อสู้ที่จบลงเมื่อฝ่ายหนึ่งตาย ดังนั้นทั้งวลีจึงสร้างภาพของความขัดแย้งที่รุนแรงถึงขีดสุด ภาพนี้เป็นการพูดเกินจริง ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายยอมถอยไม่ได้ แต่ไม่ได้กำลังต่อสู้กันจนถึงตายจริง ๆ ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อแสดงว่าความขัดแย้งนั้นดูรุนแรงและเหมือนไม่มีทางประนีประนอมเพียงใดในสายตาของพวกเขา

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่มีภาพตามตัวอักษรว่าเป็นการต่อสู้ซึ่งจบลงเมื่อฝ่ายหนึ่งตาย: The two rivals treated the final as a battle ____.

ดูคำตอบ

to the death

from the anger germ's วลี

4:27

แต่จากมุมมองของ

perspective,

4:28

เชื้อโรคแห่งความโกรธ

วลี

From the anger germ's perspective: การเปลี่ยนมุมมอง

From the anger germ's perspective หมายถึงการมองสถานการณ์จากจุดยืนของเชื้อความโกรธ วลีนี้เปลี่ยนกรอบคำอธิบายไปยังตัวละครหรือแนวคิดนั้น ในที่นี้ เชื้อความโกรธถูกทำให้มีลักษณะเหมือนมนุษย์ วลีนี้ให้มุมมองสำหรับการวิเคราะห์ ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโรคจริง ๆ สามารถคิดได้ โครงสร้าง from X's perspective ใช้บอกว่าตำแหน่ง ความรู้ หรือผลประโยชน์ของใครเป็นตัวกำหนดเนื้อหาที่ตามมา

แบบฝึกหัด

คุณกำลังอธิบายว่าเหตุใดบริษัทจัดส่งจึงต้องการให้มีการเปลี่ยนที่อยู่น้อยลง ข้อใดขึ้นต้นโดยเปลี่ยนไปยังมุมมองของบริษัทอย่างชัดเจน โดยไม่อ้างว่าบริษัทได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวไว้

  1. According to the delivery company, fewer address changes make planning easier.
  2. The delivery company says that fewer address changes make planning easier.
  3. From the delivery company's perspective, fewer address changes make planning easier.
ดูคำตอบ

From the delivery company's perspective, fewer address changes make planning easier.

one side is a field of flowers ไวยากรณ์

4:29

ฝ่ายหนึ่งคือทุ่งดอกไม้

and the other a flock of butterflies.

4:31

และอีกฝ่ายคือฝูงผีเสื้อ

ไวยากรณ์

One side is ... and the other ...: การละ is ที่ซ้ำ

ในโครงสร้างคู่ขนานนี้ the other หมายถึง the other side และละคำกริยา is ที่ซ้ำไว้ ส่วนที่สองแบบเต็มคือ the other side is a flock of butterflies การละคำแบบนี้เรียกว่า ellipsis เนื่องจากส่วนแรกให้คำกริยาที่หายไปอยู่แล้ว คำบรรยายทั้งสองส่วนจึงสมดุลและกระชับ ให้เข้าใจ a flock of butterflies ว่าเป็นคำบรรยายหลัง is ที่ละไว้ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ a field of flowers

แบบฝึกหัด

ประโยคย่อ “One shelf is for games and the other for books” มีความหมายเต็มว่าอย่างไร

  1. One shelf is for games, and books are beside the other shelf.
  2. One shelf is for games, and the other shelf is for books.
  3. One shelf is for both games and books.
ดูคำตอบ

One shelf is for games, and the other shelf is for books.

Of course, planting more flowers will get you more butterflies,

4:33

แน่นอนว่าการปลูกดอกไม้ให้มากขึ้นจะทำให้ได้ผีเสื้อมากขึ้น

and getting more butterflies will pollinate more flowers.

4:36

และการมีผีเสื้อมากขึ้นก็จะช่วยผสมเกสรให้ดอกไม้ได้มากขึ้น

If there is some argument that splits the population

4:40

หากมีการโต้เถียงที่แบ่งแยกประชากร

and lasts forever

4:42

และดำเนินไปตลอดกาล

and that even the most neutral people find difficult to avoid,

4:43

และแม้แต่คนที่เป็นกลางที่สุดยังพบว่าหลีกเลี่ยงได้ยาก

you just might be looking at a super successful pair of symbiotic anger germs ไวยากรณ์

4:47

คุณอาจกำลังมองดูคู่ของเชื้อโรคแห่งความโกรธแบบพึ่งพาอาศัยกันที่ประสบความสำเร็จสุดๆ

that have reached ecological stability. การใช้คำ

4:51

ซึ่งเข้าถึงความเสถียรภาพทางนิเวศวิทยาแล้ว

ไวยากรณ์

just might be looking at: การอนุมานอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ just might แสดงว่ามีความเป็นไปได้จริง แต่ยังไม่ยืนยันว่าข้อสรุปนั้นแน่นอน just ช่วยเน้น might โดยผู้พูดกำลังบอกว่า “นี่อาจเป็นคำอธิบายจริง ๆ” ไม่ได้อ้างว่ามีหลักฐานพิสูจน์แล้ว ในโครงสร้างนี้ be looking at หมายถึง “กำลังเผชิญกับสถานการณ์หนึ่งหรือมีหลักฐานที่ชี้ไปยังสถานการณ์นั้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “มองด้วยตา” ทั้งวลีใช้เสนอสมมติฐานจากสิ่งที่สังเกตเห็นโดยไม่พูดอย่างมั่นใจเกินไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We just might be looking at a new pattern.” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดกำลังจ้องมองรูปแบบที่มองเห็นได้อย่างแน่นอน
  2. ผู้พูดได้พิสูจน์แล้วว่ารูปแบบนี้เป็นรูปแบบใหม่
  3. มีความเป็นไปได้จริงว่านี่คือรูปแบบใหม่ แต่ยังไม่แน่นอน
ดูคำตอบ

มีความเป็นไปได้จริงว่านี่คือรูปแบบใหม่ แต่ยังไม่แน่นอน

การใช้คำ

ecological stability ในฐานะอุปมาของรูปแบบที่คงอยู่ยาวนาน

Ecological stability เป็นแนวคิดเชิงเทคนิคในวิชานิเวศวิทยา หมายถึงระบบที่คงสภาพโดยรวมได้ค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเวลาผ่านไป แม้ส่วนต่าง ๆ ภายในระบบจะยังมีปฏิสัมพันธ์หรือเปลี่ยนแปลงอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวถูกยืมมาใช้เป็นอุปมาเพื่อบรรยาย “เชื้อความโกรธ” สองฝ่ายที่ตรงข้ามกันและลงตัวอยู่ในรูปแบบที่คงอยู่นาน Stability บอกถึงการคงอยู่ ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นดี ความสัมพันธ์อาจยังเป็นปรปักษ์หรือเป็นอันตราย แต่ก็ยังถือว่า stable ได้หากยังคงสร้างโครงสร้างโดยรวมแบบเดิมซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงแนวคิดสองฝ่ายที่แข่งขันกัน “They have reached ecological stability” น่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. แนวคิดที่เป็นคู่แข่งกันยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างเสถียร
  2. ความขัดแย้งสิ้นสุดลงและทุกคนเห็นพ้องกันแล้ว
  3. แนวคิดเหล่านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว
ดูคำตอบ

แนวคิดที่เป็นคู่แข่งกันยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างเสถียร

Now, one final depressing thought,

4:53

ทีนี้ ความคิดที่น่าหดหู่ใจเรื่องสุดท้าย

uh, I mean one more awe-inspiring point น้ำเสียง/เจตนา

4:55

เอ่อ ผมหมายถึงอีกประเด็นหนึ่งที่น่าทึ่ง

that will reveal the secrets of a,

4:58

ซึ่งจะเปิดเผยความลับของ

actually no, it's just depressing.

4:59

จริงๆ แล้วไม่หรอก มันน่าหดหู่ใจจริงๆ นั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ uh, I mean ... actually no เพื่อแก้คำพูดทันที

“Uh, I mean” ขัดจังหวะคำว่า “one final depressing thought” แล้วเปลี่ยนเป็นถ้อยคำที่ดูยิ่งใหญ่และน่าสนใจกว่า ในบทสนทนา I mean ใช้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้คำพูดของตัวเองทันที โดยคำที่ตามมาจะแก้สิ่งที่เพิ่งพูดไป จากนั้น “Actually no” ก็ยกเลิกคำพูดที่แต่งให้ดูดีนั้น และยอมรับว่าประเด็นนี้ชวนหดหู่จริง ๆ การแก้คำพูดสองครั้งเป็นสิ่งที่ตั้งใจ ผู้พูดแกล้งทำให้ข้อความดูดีขึ้นชั่วครู่ก่อนเลิกแต่งคำ จึงเกิดอารมณ์ขันเชิงประชด ไม่ใช่ความสับสน

แบบฝึกหัด

“uh, I mean” และ “actually no” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ผู้พูดแก้ถ้อยคำสองครั้งเพื่อสร้างอารมณ์ขันเชิงประชด
  2. ผู้พูดขอให้คนอื่นแก้ไขข้อมูล
  3. ผู้พูดเปลี่ยนไปพูดสองหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดแก้ถ้อยคำสองครั้งเพื่อสร้างอารมณ์ขันเชิงประชด

When opposing groups get big,

5:01

เมื่อกลุ่มที่ขัดแย้งกันขยายใหญ่ขึ้น

they don't really argue with each other, ไวยากรณ์

5:02

พวกเขาไม่ได้เถียงกันเองจริงๆ หรอก

they mostly argue with themselves

5:04

พวกเขาส่วนใหญ่มักจะเถียงกันเองในกลุ่ม

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง with each other กับ with themselves

With each other แสดงความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน การกระทำเกิดขึ้นระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่ “they” กล่าวถึง ในที่นี้จะหมายถึงฝ่ายตรงข้ามโต้เถียงกันข้ามเส้นแบ่งของแต่ละฝ่าย With themselves แสดงความสัมพันธ์แบบย้อนกลับหาประธาน โดยกรรมอ้างกลับไปยังประธาน ในบริบทนี้ “they” ใช้กล่าวรวมถึงกลุ่มต่าง ๆ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงแต่ละกลุ่มโต้เถียงกันภายในฝ่ายของตนเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าแต่ละคนเพียงพูดกับตัวเองตามลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ each other และ themselves อย่างละหนึ่งครั้ง: The partners often consult ____, but they each remind ____ to stay calm.

ดูคำตอบ

each other · themselves

about how angry the other group makes them.

5:06

ว่าอีกกลุ่มหนึ่งทำให้พวกเขาโกรธแค่ไหน

We can actually graph fights on the internet to see this in action. วลี

5:09

เราสามารถวาดกราฟการทะเลาะกันบนอินเทอร์เน็ตเพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้จริงๆ

วลี

see this in action: สังเกตว่าสิ่งหนึ่งทำงานจริงอย่างไร

see something in action หมายถึง การสังเกตคนหรือสิ่งของขณะที่กำลังทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ หรือถูกใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงฟังคำอธิบายเชิงนามธรรม ในประโยคนี้ การทำกราฟการโต้เถียงบนอินเทอร์เน็ตช่วยให้มองเห็นรูปแบบนี้ผ่านตัวอย่างจริง โครงสร้างคือ see + กรรม + in action กรรมอาจเป็นคน เครื่องมือ ระบบ หรือแนวคิดก็ได้ action ในที่นี้หมายถึงการทำงานจริง ไม่ได้หมายถึงภาพยนตร์แอ็กชันหรือคดีทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ขณะที่กำลังทำงานจริง” ให้สมบูรณ์: At the technology fair, we got to see the new robot ____.

ดูคำตอบ

in action

Each becomes its own quasi-isolated

5:12

แต่ละกลุ่มกลายเป็นอินเทอร์เน็ตของตัวเอง

internet sharing thoughts about the other.

5:14

ที่กึ่งโดดเดี่ยวซึ่งแชร์ความคิดเกี่ยวกับอีกฝ่าย

You see where this is going, right? น้ำเสียง/เจตนา

5:16

คุณพอจะเห็นแล้วใช่ไหมว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่อะไร?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ “You see where this is going, right?” เพื่อตรวจสอบการอนุมาน

คำถามนี้หมายถึง “จากสิ่งที่ฉันอธิบาย คุณพอจะคาดเดาข้อสรุปหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ไหม” where this is going หมายถึงทิศทางของเหตุผล เรื่องราว หรือสถานการณ์ ไม่ใช่จุดหมายที่เป็นสถานที่จริง You see ... ในตอนต้นนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังน่าจะมองออก ส่วน right? ใช้ขอการยืนยัน เมื่อใช้ร่วมกัน จึงเป็นทั้งการตรวจว่าผู้ฟังตามเหตุผลทันหรือไม่ และการชักนำให้เห็นด้วย หลัง see วลี where this is going เป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าคือ this is ไม่ใช่ is this

แบบฝึกหัด

ในการสนทนา ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อถามว่า “You see where this is going, right?”

  1. ผู้พูดกำลังประกาศว่าการสนทนาจบแล้ว
  2. ผู้พูดกำลังถามทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
  3. ผู้พูดกำลังตรวจว่าผู้ฟังคาดเดาข้อสรุปได้หรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังตรวจว่าผู้ฟังคาดเดาข้อสรุปได้หรือไม่

Each group breeds thought germs about the other,

5:18

แต่ละกลุ่มแพร่พันธุ์เชื้อโรคทางความคิดเกี่ยวกับอีกฝ่าย

and as before,

5:21

และเหมือนที่ผ่านมา

the most enraging,

5:22

สิ่งที่น่าโมโหที่สุด

but not necessarily the most accurate, วลี

5:23

แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

spread the fastest.

5:25

จะแพร่กระจายเร็วที่สุด

วลี

not necessarily: ปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ความถูกต้อง

not necessarily ลดความแน่นอนของข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้ not necessarily accurate หมายความว่าไม่มีสิ่งรับประกันว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง ข้อกล่าวอ้างที่แพร่กระจายเร็วอาจถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ได้ คำปฏิเสธมุ่งไปที่ความจำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ไม่ได้ปฏิเสธความถูกต้องโดยตรง ใช้ not necessarily เมื่อข้อเท็จจริงหนึ่งไม่ได้ทำให้ข้อสรุปที่คาดไว้เป็นจริงเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “อาจเป็นจริง แต่ไม่มีสิ่งรับประกัน”: The most popular answer is ____ the correct one.

ดูคำตอบ

not necessarily

The group almost can't help but construct a totem

5:26

กลุ่มนั้นแทบจะอดไม่ได้ที่จะสร้างสัญลักษณ์ตัวแทน

of the other so

5:29

ของอีกฝ่ายที่

enraging they'll talk about it all the time,

5:29

น่าโมโหซะจนพวกเขาจะพูดถึงมันตลอดเวลา

which now that you know how thought germs grow, ไวยากรณ์

5:32

ซึ่งตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าเชื้อโรคทางความคิดนั้นเติบโตได้อย่างไร

is exactly what makes the totem always perfectly maddening.

5:34

นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้สัญลักษณ์นี้ชวนให้คลั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ

ไวยากรณ์

now that you know: ใช้เหตุผลที่เป็นจริงแล้ว

now that ใช้เปิดสถานการณ์ที่กลายเป็นความจริงแล้วและนำมาเป็นเหตุผลของสิ่งที่ตามมา ใน now that you know ความรู้ใหม่ของผู้ฟังถูกใช้เป็นพื้นฐานของข้อสรุปหลังอนุประโยคที่แทรกอยู่ โครงสร้างนี้ไม่ได้เพียงระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในตอนนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ now that + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยผลลัพธ์หรือการกระทำขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เพราะสถานการณ์ใหม่นี้เป็นจริงแล้ว”: ____ we know where the leak is, we can fix it.

ดูคำตอบ

Now that

Now, all this isn't to say there's no point in arguing. โน้ต

5:38

ทีนี้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าการโต้เถียงนั้นไม่มีประโยชน์นะ

ลำดับความ

isn't to say เพื่อจำกัดข้อสรุป

โครงสร้าง X isn't to say Y หมายถึง “ไม่ควรถือว่า X เป็นหลักฐานที่นำไปสู่ Y” ในที่นี้ all this ย้อนถึงคำวิจารณ์ก่อนหน้า ส่วน Y คือข้อสรุปที่กว้างเกินไปว่า “การโต้แย้งไม่มีคุณค่าเลย” นี่เป็นวิธีจำกัดข้อสรุป ผู้พูดยังคงคำวิจารณ์เดิมไว้ แต่จำกัดสิ่งที่ผู้ฟังควรอนุมานจากคำวิจารณ์นั้น ไม่ได้ถอนความเห็นก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง isn't to say ทำหน้าที่อะไร?

  1. จำกัดข้อสรุปที่อนุมานได้จากคำวิจารณ์ก่อนหน้า
  2. บอกว่าการโต้แย้งไร้ประโยชน์เสมอ
  3. ยกเลิกคำวิจารณ์ก่อนหน้าทั้งหมด
ดูคำตอบ

จำกัดข้อสรุปที่อนุมานได้จากคำวิจารณ์ก่อนหน้า

ไวยากรณ์

no point in arguing และโครงสร้าง no point in + -ing

โครงสร้าง there is no point in + -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งไม่มีประโยชน์ เพราะจะไม่ช่วยหรือไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ใน no point in arguing คำว่า arguing เป็นคำนามกริยาที่อยู่หลังบุพบท in ในประโยคนี้ แนวคิดทั้งหมดของ there is no point in arguing อยู่ภายใต้ขอบเขตของ isn't to say ดังนั้นผู้พูดไม่ได้กำลังบอกว่าการโต้แย้งไร้ประโยชน์ แต่กำลังปฏิเสธข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่ใช้ point และหมายถึงการกระทำนั้นไม่มีคุณค่า: There's ____ waiting for a bus after the last service has left.

ดูคำตอบ

no point in

That's a different video.

5:40

นั่นมันเรื่องของวิดีโออื่น

Or that the internet isn't amazing,

5:42

หรือว่าอินเทอร์เน็ตไม่น่าทึ่ง

or that there aren't things worth trying ไวยากรณ์

5:43

หรือว่าไม่มีสิ่งที่ควรค่าแก่การพยายาม

to change people's minds about. สำนวน

5:45

เพื่อเปลี่ยนความคิดของผู้คน

ไวยากรณ์

worth trying to change: worth + รูป -ing แล้วตามด้วย try + to-infinitive

ในประโยคนี้ worth trying to change ใช้ขยายสิ่งหรือประเด็นที่กำลังพูดถึง หลัง worth ต้องใช้รูป -ing ดังนั้น try จึงเปลี่ยนเป็น trying จากนั้น trying ตามด้วย to change โดย try to do หมายถึงพยายามทำบางสิ่ง โครงสร้างคือ worth + [trying + to change] ดังนั้น to จึงเป็นส่วนของ try ไม่ใช่ worth

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ try และ change: The schedule is causing problems, so it is worth ____.

ดูคำตอบ

trying to change

สำนวน

change people's minds: ทำให้ความคิดเห็นหรือการตัดสินใจเปลี่ยนไป

Change someone's mind หมายถึงทำให้คนนั้นเปลี่ยนความคิดเห็น ความเชื่อ หรือการตัดสินใจเดิม ในที่นี้ change people's minds หมายถึงโน้มน้าวให้ผู้คนคิดต่างออกไปเกี่ยวกับประเด็นที่ about อ้างถึง รูปแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น change my mind, change her mind และ change people's minds เมื่อผู้เป็นเจ้าของเป็นพหูพจน์อย่าง people คำว่า mind ก็ใช้รูปพหูพจน์ minds

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ change her mind: New evidence finally ____ about the plan.

ดูคำตอบ

changed her mind

Thought germs of all kinds come and go, กริยาวลี

5:46

เชื้อโรคทางความคิดทุกชนิดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

กริยาวลี

come and go: การมีอยู่ชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลง

ในประโยคนี้ come and go หมายถึง “เชื้อความคิด” ต่าง ๆ ปรากฏขึ้น แพร่อยู่ช่วงหนึ่ง แล้วค่อย ๆ จางหาย วลีนี้เน้นการเปลี่ยนแปลงและความไม่ถาวร ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปมาจริง ๆ เมื่อประธานเป็นพหูพจน์ใช้ come and go และเมื่อเป็นเอกพจน์ใช้ comes and goes รูปแบบนี้ใช้กับความรู้สึก กระแส โอกาส หรือผู้คนที่มีอยู่เพียงบางช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย come and go เพื่อแสดงว่าแฟชั่นอยู่เพียงชั่วคราว: Fashions ____, but good design can last for years.

ดูคำตอบ

come and go

but it's useful to be aware of how thought วลี

5:49

แต่มันมีประโยชน์ที่จะตระหนักว่าความคิดนั้น

can use our emotions to spread,

5:50

สามารถใช้อารมณ์ของเราเพื่อแพร่กระจายได้อย่างไร

วลี

be aware of: ตระหนักและจดจำไว้

Be aware of หมายถึงตระหนักถึงบางสิ่งและจดจำไว้ ในที่นี้วลีดังกล่าวนำเข้าสู่คำเตือนว่าให้สังเกตว่าความคิดสามารถใช้อารมณ์เพื่อแพร่กระจายได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงรู้ว่าเรื่องนี้อาจเกิดขึ้น โครงสร้างคือ be aware of + คำนามหรือนามวลี เช่น be aware of the risk และอาจตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถามได้ ดังใน be aware of how thought can use our emotions to spread

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดหายไปจาก be aware of: Before you share a photo, be ____ the privacy settings.

ดูคำตอบ

aware of

and how the more rapidly a thought is able to spread,

5:52

และยิ่งความคิดสามารถแพร่กระจายได้เร็วเท่าไหร่

the more chances it has to become even better at spreading

5:55

มันก็ยิ่งมีโอกาสที่จะแพร่กระจายได้เก่งขึ้นเท่านั้น

through random changes that are made to it.

5:58

ผ่านการเปลี่ยนแปลงแบบสุ่มที่เกิดขึ้นกับมัน

Sometimes that's great,

6:00

บางครั้งนั่นก็เป็นเรื่องเยี่ยม

sometimes it's terrible.

6:02

บางครั้งก็เป็นเรื่องแย่

But if you want to maintain a healthy brain,

6:03

แต่ถ้าคุณอยากรักษาสมองให้แข็งแรง

it pays to be cautious of thoughts that have passed through a lot of other brains ไวยากรณ์

6:05

ก็คุ้มค่าที่จะระมัดระวังความคิดที่ส่งผ่านสมองคนอื่นมามากมาย

ไวยากรณ์

it pays to be cautious of: การระมัดระวัง……เป็นสิ่งที่คุ้มค่า

ในที่นี้ it pays to do something หมายความว่า การทำสิ่งนั้นคุ้มค่าหรือมีแนวโน้มจะเกิดประโยชน์ คำว่า pays ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินจริง be cautious of something หมายถึงการมองว่าสิ่งหนึ่งอาจมีความเสี่ยงและพิจารณาอย่างรอบคอบ เมื่อรวมกัน it pays to be cautious of เป็นการให้คำแนะนำอย่างสุขุมและมีเหตุผล แทนการออกคำสั่งตรง ๆ และไม่ได้หมายความว่าต้องปฏิเสธสิ่งนั้นทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยสำนวนที่บอกว่าการระมัดระวังเป็นสิ่งคุ้มค่า ไม่ใช่คำสั่ง: When a website asks for private information, ____ unfamiliar links.

ดูคำตอบ

it pays to be cautious of

and that poke you where you're weakest. สำนวน

6:09

และที่จี้ใจดำตรงจุดที่คุณอ่อนแอที่สุด

สำนวน

poke you where you're weakest: จี้ตรงจุดที่เปราะบางที่สุด

โดยปกติ poke หมายถึงใช้นิ้วหรือของแหลมจิ้มหรือดันคนหรือสิ่งของ แต่ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือความคิดเหล่านั้นทำราวกับว่าจงใจกระตุ้นจุดที่อ่อนไหวทางอารมณ์ Where you're weakest ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางร่างกาย แต่หมายถึงส่วนของความรู้สึก ความกลัว หรือความเชื่อที่คุณเปราะบางที่สุด ทั้งวลีจึงหมายถึงการมุ่งโจมตีจุดอ่อนนั้นเพื่อให้คุณตอบสนองอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยค: The rumor poked Leo where he was weakest. วลีนี้หมายความว่าอะไร?

  1. มันมุ่งโจมตีจุดอ่อนทางอารมณ์ที่อ่อนไหวที่สุดของลีโอ
  2. มันชี้ให้ลีโอเห็นจุดที่อ่อนแอที่สุดในอาคาร
  3. มันแตะร่างกายของลีโอเบา ๆ
ดูคำตอบ

มันมุ่งโจมตีจุดอ่อนทางอารมณ์ที่อ่อนไหวที่สุดของลีโอ

It's your brain.

6:11

นี่คือสมองของคุณ

Be hygienic with it. สำนวน

6:12

รักษาสุขอนามัยกับมันด้วยล่ะ

สำนวน

คำสั่งเชิงอุปมา “Be hygienic with it.”

ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง your brain ส่วน Be hygienic with it. เป็นคำสั่งเชิงอุปมา ผู้พูดไม่ได้บอกให้คุณล้างสมองจริง ๆ แต่ย้ายแนวคิดเรื่องสุขอนามัยทางร่างกายมาใช้กับการคิด คำสั่งนี้หมายถึงให้ระวังว่าจะรับความคิดใดเข้ามาในใจและส่งต่อความคิดใด โดยเฉพาะความคิดที่แพร่เร็วหรือกระตุ้นอารมณ์รุนแรง ประโยคคำสั่งสั้น ๆ นี้ปิดท้ายการเปรียบเทียบกับเชื้อโรคก่อนหน้าอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในอุปมานี้ “Be hygienic with it.” ขอให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. ล้างสมองเพื่อกำจัดเชื้อโรคจริง ๆ
  2. ระวังความคิดที่คุณยอมรับและเผยแพร่
  3. หยุดคิดทุกครั้งที่รู้สึกถึงอารมณ์รุนแรง
ดูคำตอบ

ระวังความคิดที่คุณยอมรับและเผยแพร่