ความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรือ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
989 คำ 159 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าดัชนีจีนีใช้วัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างไร ข้อจำกัดของตัวชี้วัดนี้คืออะไร และทางเลือกของรัฐบาลช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร พร้อมสรุปว่าความมั่งคั่งและอำนาจจะเสริมแรงกันเองหากไม่มีการยับยั้งการกระจุกตัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. comparing the income or wealth distribution of a perfectly equal society to the actual income or wealth distribution. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า comparing A to B ใช้กำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบในคำนิยามและคำอธิบายเชิงวิจัยอย่างไร จึงช่วยให้เข้าใจการคำนวณดัชนีนามธรรมด้วยการเทียบการกระจายแบบอุดมคติกับสภาพจริง 2. Personal income taxes in most countries are progressive. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า progressive ในบริบทภาษีมีความหมายเฉพาะว่าอัตราภาษีสูงขึ้นตามรายได้ ไม่ได้หมายถึง “ก้าวหน้า” ทั่วไป ทำให้อ่านข้อถกเถียงเรื่องภาษีและความเหลื่อมล้ำหลังหักภาษีได้ถูกต้อง 3. Left to their own devices, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าแปลว่า “หากปล่อยให้ดำเนินไปเองโดยไม่มีการแทรกแซง” ไม่ได้กล่าวถึงอุปกรณ์ตามตัวอักษร และใช้บรรยายแนวโน้มของคน สถาบัน ตลาด หรือสังคมเมื่อไม่มีแรงภายนอกมาควบคุมได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In South Africa,

0:09

ในแอฟริกาใต้

one of the most unequal countries in the world, ไวยากรณ์

0:10

หนึ่งในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก

the richest 1/10 of 1% owns almost 30% of all the country's wealth, การใช้คำ

0:13

กลุ่มคนที่รวยที่สุด 0.1% ครอบครองความมั่งคั่งเกือบ 30% ของทั้งประเทศ

ไวยากรณ์

one of the most unequal countries in the world: หนึ่งในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก

โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่อยู่ ณ ปลายสุดของระดับเปรียบเทียบ ในที่นี้ แอฟริกาใต้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุด หลัง one of ต้องใช้คำนามพหูพจน์ countries ไม่ใช่ country ส่วน in the world กำหนดขอบเขตของกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ถูกต้องตามไวยากรณ์และหมายความว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมือง

  1. It is one of the most popular museums in the city.
  2. It is one of most popular museums in the city.
  3. It is one of the most popular museum in the city.
ดูคำตอบ

It is one of the most popular museums in the city.

การใช้คำ

richest 1/10 of 1%: หนึ่งในสิบของหนึ่งเปอร์เซ็นต์

1/10 of 1% หมายถึงหนึ่งในสิบของ 1% เมื่อนำ 1% หารด้วย 10 จะได้ 0.1% ดังนั้นจึงไม่ได้หมายถึง 1% หรือ 10% the richest 1/10 of 1% หมายถึงกลุ่มประชากรที่ร่ำรวยที่สุด 0.1% คำว่า of the population ไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ เพราะบริบททางสถิติทำให้ทราบชัดว่าเป็นกลุ่มใด

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยคแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน โดยสังเกตความแตกต่างระหว่าง one tenth of one percent, one percent และ ten percent

  1. The report focuses on the richest one tenth of one percent.
  2. The report focuses on the richest ten percent.
  3. The report focuses on the richest one percent.
ดูคำตอบ

The report focuses on the richest one tenth of one percent.

more than double what the bottom 90% owns. ไวยากรณ์

0:19

ซึ่งมากกว่าสิ่งที่กลุ่มคน 90% ล่างสุดครอบครองถึงสองเท่า

ไวยากรณ์

more than double what the bottom 90% owns: มากกว่าสองเท่าของปริมาณอ้างอิง

more than double what the bottom 90% owns หมายถึง “มากกว่าสองเท่าของปริมาณที่ประชากรกลุ่มล่าง 90% ถือครอง” more than บอกว่าปริมาณนั้นสูงกว่าอัตราส่วนสองต่อหนึ่ง ส่วน double ทำหน้าที่สร้างการเปรียบเทียบว่าสองเท่า what the bottom 90% owns เป็นอนุประโยคนาม หมายถึง “ปริมาณความมั่งคั่งที่ประชากรกลุ่มล่าง 90% ถือครอง” โดยทำหน้าที่เป็นฐานในการเปรียบเทียบ และ what ตรงนี้ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย: The old server handles 100 requests per second, and the new one handles 230. The new server handles ____ the old one does.

ดูคำตอบ

more than double what

Income and wealth inequality are not new.

0:24

ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องใหม่

In fact,

0:26

อันที่จริง

economists and historians who've charted economic inequality throughout history การใช้คำ

0:27

นักเศรษฐศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ที่จัดทำแผนผังความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจตลอดหน้าประวัติศาสตร์

haven't found a single society without it.

0:31

ยังไม่พบสังคมใดเลยที่ปราศจากสิ่งนี้

การใช้คำ

charted economic inequality: chart ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน charted economic inequality คำว่า chart เป็นคำกริยา หมายถึงบันทึกและแสดงอย่างเป็นระบบว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร วลีนี้สื่อถึงงานวิจัยที่อาศัยข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงการดูแผนภูมิหนึ่งรูป chart มักรับแนวโน้มหรือปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเป็นกรรม เช่น chart growth, chart progress หรือ chart changes

แบบฝึกหัด

charted economic inequality ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาแบ่งความมั่งคั่งออกเป็นส่วนที่เท่ากัน
  2. พวกเขาดูแผนภูมิเพียงรูปเดียวโดยไม่ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
  3. พวกเขาบันทึกและติดตามอย่างเป็นระบบว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร
ดูคำตอบ

พวกเขาบันทึกและติดตามอย่างเป็นระบบว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร

Which raises a bleak question. ลำดับความ

0:33

ซึ่งทำให้เกิดคำถามที่น่าหดหู่ใจว่า

Is inequality inevitable?

0:35

ความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่หรือไม่

ลำดับความ

Which raises a bleak question: เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้ากับคำถามใหม่

Which ที่ขึ้นต้นประโยคนี้ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป ไม่ได้แทนคำนามเพียงคำเดียว Which raises a bleak question หมายความว่า ข้อเท็จจริงก่อนหน้านั้นนำไปสู่คำถามที่ชวนกังวลและมองโลกในแง่ร้าย อนุประโยคนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยเปลี่ยนข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นเหตุผลของคำถามถัดไป จากนั้นประโยค Is inequality inevitable? จึงบอกเนื้อหาของคำถามนั้นโดยตรง

แบบฝึกหัด

Which ทำหน้าที่อะไรในประโยคที่เน้นไว้

  1. คำนี้อ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป และทำให้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นพื้นฐานของคำถามใหม่
  2. คำนี้อ้างถึงเฉพาะคำนาม question ที่ปรากฏภายหลังในประโยค
  3. คำนี้ขอให้ผู้ฟังเลือกว่าคำถามใดในหลายคำถามเป็นคำถามที่น่าหดหู่
ดูคำตอบ

คำนี้อ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป และทำให้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นพื้นฐานของคำถามใหม่

One way to estimate inequality ลำดับความ

0:38

วิธีหนึ่งในการประเมินความเหลื่อมล้ำ

is with a number called the Gini index,

0:39

คือการใช้ตัวเลขที่เรียกว่า ดัชนีจีนี

ลำดับความ

One way to ... is with ...: ใช้แนะนำเครื่องมือ

โครงสร้าง One way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุเป้าหมายและเสนอวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ ในที่นี้ to estimate inequality คือเป้าหมาย จากนั้น is with + คำนาม ระบุเครื่องมือหรือมาตรวัดที่ใช้ ซึ่งก็คือ a number called the Gini index โดย with หมายถึง “ด้วยการใช้” ไม่ใช่ “ร่วมกับ” One way ยังเปิดไว้ว่าอาจมีวิธีอื่นอีก ในคำอธิบายแบบพูดหรือเขียน โครงสร้างนี้ช่วยพาการอภิปรายจากปัญหาหรือหัวข้อไปสู่วิธี เครื่องมือ หรือมาตรวัด

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำที่ใช้แนะนำเครื่องมือให้ประโยคสมบูรณ์: One way to check air pressure is ____ a barometer.

ดูคำตอบ

with

which is calculated by comparing the income or wealth distribution ไวยากรณ์

0:42

ซึ่งคำนวณโดยการเปรียบเทียบการกระจายรายได้หรือความมั่งคั่ง

of a perfectly equal society

0:45

ของสังคมที่มีความเท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์

to the actual income or wealth distribution.

0:48

กับการกระจายรายได้หรือความมั่งคั่งในความเป็นจริง

ไวยากรณ์

comparing A to B: ใช้ to เพื่อระบุสิ่งอ้างอิงในการเปรียบเทียบ

ในโครงสร้าง compare A to B คำว่า to ใช้เชื่อม B ในฐานะสิ่งที่สองหรือจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ A คือการกระจายรายได้หรือความมั่งคั่งในสังคมที่เท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์ และ B คือการกระจายที่เกิดขึ้นจริง โดย to ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่หรือทิศทาง วลี by comparing... อธิบายวิธีที่ใช้คำนวณดัชนี หลัง by ใช้รูป -ing คือ comparing เพื่อบอกวิธีการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ compare A to B ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายวิธีประเมิน?

  1. The analyst checked the model by comparing its forecast for the actual result.
  2. The analyst checked the model by comparing its forecast at the actual result.
  3. The analyst checked the model by comparing its forecast to the actual result.
ดูคำตอบ

The analyst checked the model by comparing its forecast to the actual result.

The area of this shape multiplied by two

0:51

พื้นที่ของรูปทรงนี้คูณด้วยสอง

is the Gini index.

0:53

ก็คือดัชนีจีนี

A Gini of one indicates perfect inequality, การใช้คำ

0:55

ดัชนีจีนีที่เท่ากับหนึ่ง บ่งบอกถึงความเหลื่อมล้ำโดยสมบูรณ์

one person has everything

0:58

คนหนึ่งคนมีทุกสิ่งทุกอย่าง

and everyone else has nothing.

1:00

และคนอื่น ๆ ไม่มีอะไรเลย

การใช้คำ

A Gini of one indicates...: การอธิบายค่าของดัชนี

ใน a Gini of one รูปแบบ ตัวชี้วัด + of + ค่า ใช้บอกค่าที่ตัวชี้วัดมีอยู่ นั่นคือดัชนีจีนีมีค่า 1 คำว่า one หมายถึงเลข 1 ไม่ใช่จำนวนของดัชนีจีนี indicates เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่มักใช้เมื่ออธิบายว่าข้อมูลหรือค่าที่วัดได้หมายถึงอะไร ในที่นี้ ค่า 1 แทนจุดสุดขั้วทางทฤษฎีของความไม่เท่าเทียมอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ “ตัวชี้วัด + of + ค่า + indicates + ความหมาย” และค่า zero: A risk score ____ no detected risk.

ดูคำตอบ

of zero indicates

You'd never see this in real life

1:02

คุณจะไม่มีวันเห็นสิ่งนี้ในชีวิตจริง

because everyone except that one person would starve. ไวยากรณ์

1:03

เพราะทุกคนจะอดตาย ยกเว้นคนคนนั้น

ไวยากรณ์

everyone except that one person: ยกเว้นคนหนึ่งออกจากกลุ่ม

ในที่นี้ everyone except that one person หมายถึงทุกคนยกเว้นคนเพียงคนเดียวนั้น except นำคนนั้นออกจากกลุ่มที่ข้อความ would starve ใช้บรรยาย ดังนั้นผู้ที่ถูกยกเว้นจึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ถูกกล่าวว่าจะอดตาย โครงสร้าง everyone except + คน ใช้บอกอย่างกระชับว่ากฎหรือผลลัพธ์หนึ่งใช้กับทั้งกลุ่มโดยมีคนหนึ่งเป็นข้อยกเว้น คนที่อยู่หลัง except อยู่นอกขอบเขตที่ everyone ครอบคลุมจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leo เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ส่งแบบฟอร์ม

  1. No one except Leo submitted the form.
  2. Everyone including Leo submitted the form.
  3. Everyone except Leo submitted the form.
ดูคำตอบ

Everyone except Leo submitted the form.

A Gini index of zero indicates perfect equality,

1:06

ดัชนีจีนีที่เท่ากับศูนย์ บ่งบอกถึงความเท่าเทียมโดยสมบูรณ์

everyone has exactly the same income or wealth.

1:10

ทุกคนมีรายได้หรือความมั่งคั่งเท่ากันเป๊ะ

But you also never see this in real life,

1:13

แต่คุณก็ไม่มีวันเห็นสิ่งนี้ในชีวิตจริงเช่นกัน

not even in communist countries,

1:14

แม้แต่ในประเทศคอมมิวนิสต์

because for one thing, that would mean paying everyone, ลำดับความ

1:16

เพราะเหตุผลหนึ่งก็คือ นั่นหมายถึงการจ่ายเงินให้ทุกคน

no matter how young, old, ไวยากรณ์

1:19

ไม่ว่าจะอายุน้อย แก่

what job they're in,

1:20

ทำอาชีพอะไร

or where they work,

1:21

หรือทำงานที่ไหน

the exact same wage.

1:22

ด้วยค่าจ้างที่เท่ากันเป๊ะ

ลำดับความ

because for one thing: นำเสนอเหตุผลหนึ่งข้อ

ในประโยคนี้ because ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังจะตามมา ส่วน for one thing ระบุว่าประเด็นถัดไปเป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่เป็นไปได้ จึงช่วยจัดลำดับความคิดเป็นการกล่าวข้อสรุปก่อน แล้วตามด้วยเหตุผลสนับสนุนหนึ่งข้อ For one thing ไม่ได้หมายถึง “เพื่อสิ่งของหนึ่งชิ้น” ตามตัวอักษร และผู้พูดไม่จำเป็นต้องพูดต่อด้วย for another เสมอไป สามารถใช้เสนอเหตุผลสำคัญหนึ่งข้อโดยไม่ต้องเริ่มรายการที่เรียงหมายเลขครบถ้วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย for one thing เพื่อนำเสนอหนึ่งในหลายเหตุผลที่เป็นไปได้: The plan needs revision. ____, it costs too much.

ดูคำตอบ

For one thing

ไวยากรณ์

no matter how ... what ... where: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

no matter ใช้นำเงื่อนไขเชิงยอมรับว่า แม้รายละเอียดที่ตามมาจะเปลี่ยนไป ผลหลักก็ยังคงเดิม ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่า “ไม่มีเรื่องหรือปัญหาใด ๆ” ในรายการนี้ how นำระดับของอายุ what นำประเภทของงาน และ where นำสถานที่ เงื่อนไขทั้งสามอยู่ภายใต้ขอบเขตของ no matter จึงไม่มีเงื่อนไขใดเปลี่ยนผลที่ว่าทุกคนจะได้รับค่าจ้างเท่ากันทุกประการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย no matter how, no matter what และ no matter where โดยใช้แต่ละวลีหนึ่งครั้ง: The support is available to every employee, ____ busy they are, ____ role they have, or ____ they work.

ดูคำตอบ

no matter how · no matter what · no matter where

Typical after-tax Ginis in developed countries today การใช้คำ

1:24

ดัชนีจีนีหลังหักภาษีทั่วไปในประเทศพัฒนาแล้วทุกวันนี้

are around .3,

1:27

จะอยู่ที่ประมาณ 0.3

though there's a wide range ไวยากรณ์

1:28

แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปมาก

from pretty equal to pretty unequal.

1:29

ตั้งแต่ค่อนข้างเท่าเทียมไปจนถึงค่อนข้างเหลื่อมล้ำ

การใช้คำ

Typical after-tax Ginis: ตัววัดความไม่เท่าเทียมหลังหักภาษีโดยทั่วไป

after-tax Gini คือค่าสัมประสิทธิ์จีนี ซึ่งเป็นตัววัดความไม่เท่าเทียม โดยคำนวณจากรายได้หลังหักภาษีแล้ว after-tax เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายขีดกลางและขยาย Ginis จึงระบุฐานที่ใช้คำนวณ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นภายหลัง Typical หมายถึงค่าที่เป็นตัวแทนหรือพบได้ทั่วไป ส่วน Ginis ที่เป็นรูปพหูพจน์หมายถึงค่าจีนีแยกกันของหลายประเทศ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงค่าจีนีโดยทั่วไปที่คำนวณบนฐานรายได้หลังหักภาษี

แบบฝึกหัด

ในรายงานเศรษฐกิจ Typical after-tax Ginis หมายถึงอะไร

  1. ค่าจีนีที่วัดในช่วงเวลาหนึ่งหลังจากเริ่มใช้ภาษีใหม่
  2. ค่าจีนีโดยทั่วไปที่คำนวณจากรายได้หลังหักภาษีแล้ว
  3. ค่าจีนีโดยทั่วไปที่คำนวณจากรายได้ก่อนหักภาษี
ดูคำตอบ

ค่าจีนีโดยทั่วไปที่คำนวณจากรายได้หลังหักภาษีแล้ว

ไวยากรณ์

though there's a wide range from...to...: จำกัดขอบเขตของค่าทั่วไป

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย though เพิ่มใจความเชิงยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง กล่าวคือ ยอมรับค่าทั่วไปที่ประมาณ 0.3 พร้อมกับชี้ว่าแต่ละประเทศยังอาจแตกต่างกันมาก ใจความนี้จำกัดขอบเขตของข้อความแรก ไม่ได้หักล้างข้อความนั้น ในโครงสร้าง a wide range from A to B นั้น A และ B คือปลายทั้งสองด้านของช่วงความแตกต่าง ส่วน pretty ในที่นี้หมายถึง “ค่อนข้าง” ดังนั้นช่วงจึงเริ่มจากค่อนข้างเท่าเทียมไปจนถึงค่อนข้างเหลื่อมล้ำ

แบบฝึกหัด

อนุประโยค though ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. จำกัดขอบเขตของค่าทั่วไปด้วยการเสริมว่าแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก
  2. อธิบายวิธีคำนวณดัชนีจีนี
  3. บอกว่าค่าดังกล่าวผิดในประเทศพัฒนาแล้วทุกประเทศ
ดูคำตอบ

จำกัดขอบเขตของค่าทั่วไปด้วยการเสริมว่าแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก

Before we go any further, ลำดับความ

1:33

ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปมากกว่านี้

you should know what the Gini index ลำดับความ

1:34

คุณควรรู้ไว้ก่อนว่า ดัชนีจีนี

or any other measure of economic inequality

1:36

หรือมาตรวัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอื่น ๆ

doesn't tell us.

1:38

ไม่ได้บอกอะไรแก่เราบ้าง

ลำดับความ

Before we go any further: หยุดเพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็น

Before we go any further หมายถึง “ก่อนที่เราจะพูดเรื่องนี้ต่อไป” โดย go further ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ สิ่งที่เดินหน้าต่อคือหัวข้อ ไม่ใช่ผู้พูดที่กำลังเคลื่อนที่จริง สำนวนนี้หยุดคำอธิบายหลักไว้ชั่วคราว เพื่อให้ผู้พูดนำเสนอข้อมูลที่ต้องเข้าใจก่อน เช่น ข้อจำกัด คำเตือน คำนิยาม หรือข้อสมมติ สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าประเด็นถัดไปจะมีผลต่อการตีความเนื้อหาที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในการประชุม คำขึ้นต้น Before we go any further ส่งสัญญาณว่าอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังขอให้ทุกคนเดินเป็นระยะทางไกลขึ้น
  2. ผู้พูดต้องการหยุดชั่วคราวและให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนพูดต่อ
  3. ผู้พูดได้ยุติการสนทนาอย่างถาวรแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้พูดต้องการหยุดชั่วคราวและให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนพูดต่อ

ลำดับความ

what ... doesn't tell us: การชี้ขอบเขตจำกัดของหลักฐาน

What ... doesn't tell us หมายถึง “ข้อมูลที่บางสิ่งไม่ได้เปิดเผย” ในที่นี้ what นำหน้าอนุประโยค wh แบบฝัง และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ know อนุประโยคแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + doesn't tell us โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยเปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่มาตรวัดแสดงได้ไปยังข้อจำกัดของมัน กล่าวคือ หลักฐานที่มีประโยชน์ก็อาจยังตอบคำถามสำคัญบางข้อไม่ได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้อง? Before relying on the chart, consider ____.

  1. what doesn't the chart tell us
  2. what the chart doesn't tell us
  3. what the chart doesn't tells us
ดูคำตอบ

what the chart doesn't tell us

It gives no information about how income and wealth วลี

1:40

มันไม่ได้ให้ข้อมูลว่ารายได้และความมั่งคั่ง

are distributed across genders, races, การใช้คำ

1:42

มีการกระจายตามเพศ เชื้อชาติ

educational backgrounds, or other demographics.

1:45

ภูมิหลังทางการศึกษา หรือข้อมูลประชากรอื่น ๆ อย่างไร

วลี

It gives no information about ...: ระบุว่าข้อมูลไม่ครอบคลุมหัวข้อใด

give no information about + หัวข้อ หมายความว่าแหล่งข้อมูลไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับหัวข้อนั้น ในประโยคนี้ about นำหน้าขอบเขตที่มาตรวัดไม่ได้ครอบคลุม ไม่ได้นำหน้าผู้รับข้อมูล no ทำให้วลีนามเป็นปฏิเสธ และในที่นี้มีความหมายเท่ากับ not ... any: It gives no information about X = It does not give any information about X.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันของ give และวลี no information about เติมประโยคให้สมบูรณ์: The dataset ____ household debt.

ดูคำตอบ

gives no information about

การใช้คำ

be distributed across + กลุ่มหรือหมวดหมู่

ในโครงสร้าง be distributed across + กลุ่มหรือหมวดหมู่ คำว่า distributed บอกว่าสิ่งหนึ่งกระจายตัวหรือแตกต่างกันอย่างไร ส่วน across ระบุชุดหมวดหมู่ที่นำมาพิจารณา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวถึงรูปแบบการกระจายของรายได้และความมั่งคั่งในกลุ่มเพศ เชื้อชาติ พื้นฐานการศึกษา และกลุ่มประชากรอื่น ๆ across ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเชิงพื้นที่ แต่หมายถึงการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ และไม่ได้หมายความว่าทุกกลุ่มได้รับเท่ากัน รูปถูกกระทำ are distributed ทำให้เน้นรูปแบบหรือผลของการกระจาย ไม่ใช่ผู้ที่ทำการแจกจ่าย

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The survey compares how library use is distributed across neighborhoods,” คำว่า across neighborhoods หมายถึงอะไร

  1. ทุกชุมชนมีระดับการใช้ห้องสมุดเท่ากันทุกประการ
  2. การใช้ห้องสมุดเคลื่อนที่ผ่านแต่ละชุมชนจริง ๆ
  3. มีการพิจารณารูปแบบนี้ในหลายชุมชน
ดูคำตอบ

มีการพิจารณารูปแบบนี้ในหลายชุมชน

It doesn't tell us how easy or difficult it is ไวยากรณ์

1:48

มันไม่ได้บอกเราว่าการหลุดพ้นจากความยากจน

to escape poverty,

1:51

นั้นง่ายหรือยากเพียงใด

ไวยากรณ์

how easy or difficult it is to + คำกริยา

อนุประโยค how easy or difficult it is to escape poverty เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ตามหลัง tell us โดยกล่าวถึงระดับความยาก แต่เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า how + คำคุณศัพท์ + it is ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง how + คำคุณศัพท์ + is it it เป็นประธานแทน ส่วนการกระทำที่นำมาประเมินระบุด้วย infinitive to escape poverty โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ how easy/difficult it is to + คำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคคำถามแบบฝังหลัง The report shows ได้ถูกต้อง

  1. The report shows how difficult it is to find affordable housing.
  2. The report shows how difficult is it to find affordable housing.
  3. The report shows how is difficult it to find affordable housing.
ดูคำตอบ

The report shows how difficult it is to find affordable housing.

and it also gives no insight วลี

1:52

และยังไม่ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกใด ๆ

as to how a particular society arrived วลี

1:54

ว่าสังคมใดสังคมหนึ่งมาถึง

at its present level of inequality.

1:56

ระดับความเหลื่อมล้ำในปัจจุบันได้อย่างไร

วลี

and it also gives no insight as to ...: เพิ่มอีกประเด็นที่ยังอธิบายไม่ได้

โครงสร้าง give no insight as to + คำถามทางอ้อม หมายถึงไม่ช่วยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้นหรืออธิบายคำถามนั้น ในที่นี้ as to ใช้นำประเด็นที่กำลังกล่าวถึง และ how a particular society... ระบุว่าสิ่งที่ใช้วัดนั้นอธิบายเรื่องใดไม่ได้ โดย as to ไม่ได้บอกทิศทาง and it also เพิ่มข้อจำกัดนี้ต่อจากข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีทั้งหมดใช้บอกได้ว่า หลักฐานหรือสิ่งที่ใช้วัดอาจบรรยายผลลัพธ์ได้ แต่ไม่ได้อธิบายว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นอย่างไรหรือเพราะเหตุใด

แบบฝึกหัด

"The report gives no insight as to how the error occurred" หมายความว่าอย่างไร

  1. รายงานพิสูจน์ว่าไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
  2. รายงานไม่ได้ช่วยอธิบายว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร
  3. รายงานระบุสาเหตุที่แน่นอนของข้อผิดพลาด
ดูคำตอบ

รายงานไม่ได้ช่วยอธิบายว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร

วลี

arrived at its present level of inequality: ไปถึงระดับที่เป็นนามธรรม

Arrived at its present level of inequality ใช้ arrive at กับจุดหมายที่เป็นนามธรรม หมายความว่าสังคมนั้นผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงจนมาถึงระดับความเหลื่อมล้ำในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่จริง รูปแบบนามธรรมนี้ยังใช้กับผลลัพธ์อย่าง arrive at a conclusion, a decision หรือ an estimate ได้ด้วย Arrive at นำเสนอสภาวะหรือผลลัพธ์ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตสองคำของ arrive ที่หมายถึง “ไปถึงผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรม”: After several meetings, the committee finally ____ a decision.

ดูคำตอบ

arrived at

Economic inequality is deeply entangled วลี

1:59

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจนั้นพัวพันอย่างลึกซึ้ง

with other types of inequality.

2:01

กับความเหลื่อมล้ำประเภทอื่น ๆ

วลี

Economic inequality is deeply entangled with ...: ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับ...

ในประโยคนี้ is deeply entangled with หมายถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำแบบอื่นเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน จึงไม่สามารถทำความเข้าใจหรือแก้ไขแยกจากกันได้ ภาพของสิ่งของที่พันกันเป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการพันกันทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A + be + deeply entangled with + B คำว่า deeply เน้นระดับความเชื่อมโยง ส่วน entangled สื่อว่าปัจจัยต่าง ๆ ส่งผลต่อกันในแบบที่แยกออกจากกันได้ยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deeply entangled with เพื่อแสดงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและแยกออกจากกันได้ยาก

  1. The city's traffic problem is briefly listed after housing costs.
  2. The city's traffic problem is completely independent of commuting patterns.
  3. The city's traffic problem is deeply entangled with housing costs and commuting patterns.
ดูคำตอบ

The city's traffic problem is deeply entangled with housing costs and commuting patterns.

For example,

2:03

ตัวอย่างเช่น

generations of discrimination, imperialism,

2:04

การเลือกปฏิบัติ จักรวรรดินิยม

and colonialism created deeply rooted วลี

2:06

และลัทธิล่าอาณานิคมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ได้สร้างความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นและอำนาจ

power and class inequalities

2:09

ที่ฝังรากลึก

that persist to this day. วลี

2:11

และยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้

วลี

deeply rooted power and class inequalities: ความเหลื่อมล้ำด้านอำนาจและชนชั้นที่หยั่งรากลึก

Deeply rooted เป็นวลีคุณศัพท์เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสิ่งที่ก่อตัวอย่างมั่นคงมาเป็นเวลานาน จึงกำจัดหรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรากของพืชตามตัวอักษร ใน deeply rooted power and class inequalities คำว่า deeply rooted ขยายทั้งความเหลื่อมล้ำด้านอำนาจและความเหลื่อมล้ำด้านชนชั้น สาเหตุทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงช่วยอธิบายว่าความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ฝังอยู่ในโครงสร้างสังคมได้อย่างไร และเหตุใดจึงยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย deeply rooted prejudice ได้ตรงที่สุด

  1. อคติปรากฏขึ้นชั่วครู่แล้วหายไป
  2. อคติฝังอยู่ในสถาบันมาหลายสิบปีและกำจัดได้ยาก
  3. อคตินี้กำจัดได้ง่ายเพราะไม่มีประวัติอยู่ในสถาบัน
ดูคำตอบ

อคติฝังอยู่ในสถาบันมาหลายสิบปีและกำจัดได้ยาก

วลี

that persist to this day: ที่ดำเนินต่อมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

Persist to this day หมายถึง ดำเนินต่อมาจากช่วงเวลาในอดีตจนถึงปัจจุบัน persist ยังสื่อว่าสิ่งนั้นยังคงอยู่แม้เวลาจะผ่านไปหรือมีความพยายามเปลี่ยนแปลง จึงเน้นความต่อเนื่องมากกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งนั้นมีอยู่ในตอนนี้ ในประโยคนี้ that นำหน้าประโยคย่อยที่ขยาย power and class inequalities ประโยคย่อยนี้บอกว่าความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากประวัติศาสตร์ยังไม่หายไปและยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าธรรมเนียมหนึ่งเริ่มมานานแล้วและยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน?

  1. The custom exists only today.
  2. The custom ended years ago.
  3. The custom persists to this day.
ดูคำตอบ

The custom persists to this day.

But we still need at least a rough measure วลี

2:13

แต่เราก็ยังต้องการมาตรวัดคร่าว ๆ เป็นอย่างน้อย

of who gets how much in a country. ไวยากรณ์

2:15

ว่าใครได้รับมากน้อยแค่ไหนในประเทศ

วลี

need at least a rough measure: ต้องมีการวัดโดยประมาณที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างน้อย

Need at least a rough measure หมายความว่าอาจไม่มีตัวเลขที่แม่นยำหรืออาจไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขที่แม่นยำ แต่ยังต้องมีวิธีวัดโดยประมาณอยู่บ้าง rough ในที่นี้หมายถึงคร่าว ๆ หรือไม่แม่นยำ ไม่ได้หมายถึงหยาบคายหรือมีพื้นผิวขรุขระ At least ระบุมาตรฐานขั้นต่ำที่ยอมรับได้ เมื่อใช้ at least และ rough ร่วมกัน ความต้องการจะฟังดูไม่เด็ดขาดเกินไป แต่ยังคงใจความหลักของผู้พูดไว้ว่า การวิเคราะห์ต้องมีข้อมูลมากพอที่จะแสดงว่าใครได้รับเท่าใด

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดไปจากสำนวนที่เน้นไว้ให้ประโยคสมบูรณ์: We cannot run a full survey yet, but we need ____ of local demand before opening the clinic.

ดูคำตอบ

at least a rough measure

That's what the Gini index gives us.

2:17

นั่นคือสิ่งที่ดัชนีจีนีมอบให้เรา

ไวยากรณ์

of who gets how much: คำถามแบบฝัง

ในที่นี้ of who gets how much บอกว่ามาตรวัดคร่าว ๆ นั้นวัดเรื่องอะไร นั่นคือการกระจายทรัพยากรว่าใครได้รับ และแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มได้รับมากเท่าไร อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของคำบุพบท of โครงสร้างนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามที่ถามแยกออกมา คำถามแบบฝังใช้ลำดับคำของประโยคบอกเล่า จึงใช้ how much each group gets ไม่ใช่ how much does each group get สำหรับ who gets how much คำว่า who เป็นประธานของ gets อยู่แล้ว ลำดับคำจึงบังเอิญเหมือนกับคำถามตรง Who gets how much?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำปกติของคำถามแบบฝัง

  1. We need to know how much does each group get.
  2. We need to know how much each group gets.
  3. We need to know how much each group get.
ดูคำตอบ

We need to know how much each group gets.

Some countries are economically much more unequal than others, ไวยากรณ์

2:19

บางประเทศมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากกว่าประเทศอื่น ๆ มาก

and that's because a significant portion ลำดับความ

2:23

และนั่นก็เป็นเพราะสัดส่วนสำคัญ

of economic inequality is the result

2:25

ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจนั้นเป็นผลลัพธ์

of choices that governments make.

2:27

จากการตัดสินใจที่รัฐบาลเลือกทำ

ไวยากรณ์

much more unequal than others: การเน้นระดับความแตกต่าง

More unequal than others เปรียบเทียบระดับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของบางประเทศกับประเทศอื่น Economically จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ด้านเศรษฐกิจ และ others หมายถึงประเทศอื่นในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบเดียวกัน Much ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า more unequal เพื่อบอกว่าความแตกต่างนั้นมาก ประเทศเหล่านี้จึงไม่ได้เพียงเหลื่อมล้ำกว่า แต่เหลื่อมล้ำกว่ามาก ในที่นี้ much ขยาย more unequal ไม่ได้ขยาย countries

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย much + รูปเปรียบเทียบขั้นกว่าของ efficient: The new system is ____ than the old one.

ดูคำตอบ

much more efficient

ลำดับความ

that's because ... is the result of ... สำหรับอธิบายสาเหตุและที่มา

That's because เชื่อมข้อสังเกตที่กล่าวไปแล้วเข้ากับคำอธิบาย ส่วน is the result of ภายในคำอธิบายนั้นใช้ระบุที่มาที่ทำให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อนำสองโครงสร้างมาใช้ร่วมกัน การอธิบายจะเดินจากสิ่งที่เป็นจริงไปสู่เหตุผลว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นและมีที่มาจากอะไร A significant portion หมายถึงส่วนที่มากแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วน choices that governments make ในที่นี้หมายถึงการตัดสินใจด้านนโยบายและสถาบันของรัฐบาล ไม่ใช่ทางเลือกส่วนตัวของแต่ละคน

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเหตุและผลด้วย that's because ... is the result of ...: The two schools have different schedules, and ____ much of the difference ____ decisions made by local boards.

ดูคำตอบ

that's because · is the result of

Let's talk about some of these choices. ลำดับความ

2:30

มาพูดถึงทางเลือกเหล่านี้กันบ้าง

ลำดับความ

Let's talk about ... สำหรับเปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่

Let's talk about ... เป็นคำเปลี่ยนหัวข้อในภาษาพูดที่ใช้ปิดประเด็นกว้าง ๆ แล้วเปิดหัวข้อถัดไป เป็นการนำความสนใจของผู้ฟังไปยังเรื่องใหม่ ไม่ใช่การออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าว ในวลี some of these choices คำว่า these ย้อนกลับไปยังทางเลือกที่กล่าวถึงแล้ว ซึ่งในที่นี้คือทางเลือกด้านนโยบายและสถาบันของรัฐบาล การอ้างกลับเช่นนี้ช่วยให้ผู้พูดดำเนินเรื่องต่อโดยไม่ต้องพูดนามวลีเต็มซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำเปลี่ยนหัวข้อในภาษาพูดด้วยวลีที่เรียน: We've reviewed the budget. ____ the timeline.

ดูคำตอบ

Let's talk about

First,

2:32

ประการแรก

what kind of economy to use. ลำดับความ

2:33

ระบบเศรษฐกิจแบบใดที่จะนำมาใช้

ลำดับความ

what kind of economy to use ในฐานะหัวข้อของรายการ

วลี what kind of economy to use มีโครงสร้าง what kind of + คำนาม + to-infinitive วลีนี้ใช้เรียกตัวเลือกที่ต้องพิจารณา นั่นคือควรใช้ระบบเศรษฐกิจประเภทใด ส่วนบุคคลหรือสถาบันที่เป็นผู้ตัดสินใจเข้าใจได้จากบริบทรอบข้าง เมื่ออยู่หลัง First วลีนี้ทำหน้าที่เป็นหัวข้อสั้น ๆ ในรายการ ไม่ใช่คำถามตรงที่สมบูรณ์ วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการเสนอประเด็นแรก จึงไม่ได้ขอให้ผู้ฟังตอบทันทีด้วยคำพูด

แบบฝึกหัด

ใน First, what kind of economy to use วลีที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุประเด็นแรกที่จะอภิปราย
  2. รายงานว่าประเทศหนึ่งได้เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจไปแล้ว
  3. ใช้คำถามตรงที่สมบูรณ์เพื่อขอให้ผู้ฟังตอบทันที
ดูคำตอบ

ระบุประเด็นแรกที่จะอภิปราย

In the 20th century,

2:35

ในศตวรรษที่ 20

some countries switched to socialism or communism วลี

2:36

บางประเทศเปลี่ยนไปใช้ลัทธิสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์

for a variety of reasons, วลี

2:40

ด้วยเหตุผลหลายประการ

including reducing economic inequality.

2:41

รวมถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

วลี

switch to socialism or communism: เปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่

Switch to หมายถึงหยุดใช้หรือทำตามตัวเลือกหนึ่ง แล้วเริ่มใช้หรือทำตามอีกตัวเลือกหนึ่ง ใน some countries switched to socialism or communism นั้น some countries เป็นประธานที่ทำการเปลี่ยนแปลง และ socialism or communism ระบุระบบใหม่ ในโครงสร้าง switch to + นามวลี คำว่า to เป็นคำบุพบทที่ชี้ไปยังตัวเลือกหรือสภาวะใหม่ ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive ที่หมายถึง in order to หากระบุทั้งสิ่งเดิมและสิ่งใหม่ จะใช้รูปแบบ switch from X to Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ switch และคำบุพบทที่ถูกต้อง: After testing several tools, the team ____ a cloud-based system.

ดูคำตอบ

switched to

วลี

for a variety of reasons, including ...: ระบุหนึ่งสาเหตุจากหลายสาเหตุ

for a variety of reasons บอกว่าผลลัพธ์หนึ่งมีสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยไม่ให้อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ด้วยแรงจูงใจเพียงอย่างเดียว including ใช้ยกหนึ่งรายการจากชุดเหตุผลที่ใหญ่กว่า ในที่นี้ reducing economic inequality เป็นหนึ่งในเหตุผล ไม่ใช่รายการเหตุผลทั้งหมด เนื่องจาก including ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลี gerund reducing economic inequality

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “The company redesigned the package for a variety of reasons, including reducing waste.”

  1. บริษัทมีเหตุผลหลายประการ และการลดขยะเป็นหนึ่งในนั้น
  2. บริษัทออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ แม้ว่าการลดขยะจะไม่ใช่เหตุผลก็ตาม
  3. การลดขยะเป็นเหตุผลเพียงข้อเดียวของบริษัท
ดูคำตอบ

บริษัทมีเหตุผลหลายประการ และการลดขยะเป็นหนึ่งในนั้น

And these changes did dramatically reduce ไวยากรณ์

2:44

และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ลดทอน

economic inequality in the two largest

2:46

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสองประเทศเศรษฐกิจ

non-capitalist economies, China and the Soviet Union, การใช้คำ

2:48

ที่ไม่ใช่ทุนนิยมที่ใหญ่ที่สุด อย่างจีนและสหภาพโซเวียตลงไปได้อย่างมาก

especially in the Soviet Union.

2:52

โดยเฉพาะในสหภาพโซเวียต

ไวยากรณ์

did dramatically reduce: did ที่ใช้เน้น + กริยารูปพื้นฐาน

ในประโยคบอกเล่านี้ did เพิ่มน้ำหนักให้ reduce ผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการลดลงเกิดขึ้นจริง โดยนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับ ส่วน dramatically เพิ่มความหมายว่าขนาดของการลดลงนั้นมาก did เป็นตัวแสดงอดีตกาล ดังนั้นกริยาหลักจึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน คือ did dramatically reduce ไม่ใช่ did dramatically reduced ในที่นี้ did ไม่ได้หมายถึง “ทำ” และไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่งแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่ามี did หรือไม่และ did ได้รับการลงเสียงหนักหรือไม่

  1. The policy dramatically reduced waiting times.
  2. The policy did not dramatically reduce waiting times.
  3. The policy did dramatically reduce waiting times.
ดูคำตอบ

The policy did dramatically reduce waiting times.

การใช้คำ

non-capitalist economies: non- และ economy ในความหมายว่าเขตเศรษฐกิจ

ในคำว่า non-capitalist คำนำหน้า non- หมายถึง “ไม่ใช่” หรือ “อยู่นอกประเภทนั้น” จึงใช้บอกเขตเศรษฐกิจที่ไม่ใช่ทุนนิยม แต่คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุว่าเป็นระบบทางเลือกแบบใดโดยเฉพาะ ในที่นี้ economies เป็นรูปพหูพจน์ของ economy หมายถึงประเทศหรือภูมิภาคเมื่อมองในฐานะระบบและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ได้หมายถึง “วิธีประหยัดเงิน”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ non-capitalist economies หมายถึงอะไร?

  1. ประเทศหรือภูมิภาคที่ระบบเศรษฐกิจไม่ใช่ทุนนิยม
  2. วิชาการที่ศึกษาว่าผู้คนประหยัดเงินอย่างไร
  3. ธุรกิจที่ผลิตสินค้าราคาต่ำ
ดูคำตอบ

ประเทศหรือภูมิภาคที่ระบบเศรษฐกิจไม่ใช่ทุนนิยม

But neither country prospered as much ไวยากรณ์

2:54

แต่ทั้งสองประเทศก็ไม่ได้เจริญรุ่งเรือง

as the world's leading economies.

2:56

เท่ากับประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก

ไวยากรณ์

neither country ... as much as ...: ทั้งสองต่ำกว่ามาตรฐานเปรียบเทียบ

Neither country หมายถึง “ไม่มีประเทศใดในสองประเทศ” เนื่องจาก neither มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว จึงครอบคลุมทั้งสองประเทศ และในที่นี้ตามด้วยคำนามเอกพจน์ country Prospered as much as the world's leading economies กำหนดมาตรฐานการเปรียบเทียบว่ามีระดับเท่ากัน เมื่อใช้ร่วมกับ neither ประโยคนี้จึงหมายความว่าแต่ละประเทศในสองประเทศนั้นไม่ถึงระดับความรุ่งเรืองดังกล่าว ไม่ได้ปฏิเสธเฉพาะประเทศที่สอง

แบบฝึกหัด

เติม neither และ as much as เพื่อบอกว่านักวิ่งทั้งสองคนฝึกซ้อมน้อยกว่าผู้ชนะ: ____ runner trained ____ the champion.

ดูคำตอบ

Neither · as much as

So, yes, people earned about as much ไวยากรณ์

2:58

ใช่แล้ว ผู้คนหาเงินได้พอ ๆ กัน

as their neighbors did,

2:59

กับเพื่อนบ้านของพวกเขา

but that wasn't very much.

3:01

แต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก

ไวยากรณ์

people earned about as much as their neighbors did: มีรายได้พอ ๆ กับเพื่อนบ้าน

ใน "earned about as much as their neighbors did" โครงสร้าง about as much as ใช้เปรียบเทียบปริมาณและบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีปริมาณใกล้เคียงกัน ในที่นี้ปริมาณดังกล่าวคือรายได้ และ about ทำให้ความหมายเป็นการประมาณ ไม่ใช่เท่ากันอย่างพอดี คำว่า did ตอนท้ายใช้แทน earned ดังนั้น their neighbors did จึงหมายถึง their neighbors earned วิธีนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดกริยาหลักซ้ำและทำให้โครงสร้างเปรียบเทียบในอดีตกาลสมดุลกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ารายได้ของ Nora ใกล้เคียงกับรายได้ของ Liam?

  1. Nora earns about as much as Liam does.
  2. Nora earns much more than Liam does.
  3. Nora has about as many clients as Liam does.
ดูคำตอบ

Nora earns about as much as Liam does.

This and many other issues contributed to the Soviet Union's collapse in 1991, วลี

3:02

ปัญหานี้และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายเป็นสาเหตุของการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991

วลี

contributed to the Soviet Union's collapse: มีส่วนทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย

Contributed to the Soviet Union's collapse หมายถึงมีส่วนทำให้เกิดการล่มสลาย ประโยคนี้นำเสนอปัญหาดังกล่าวว่าเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุ ไม่ใช่สาเหตุเดียว และ This and many other issues ทำให้เห็นชัดว่าปัญหาหลายอย่างส่งผลร่วมกัน ใน contribute to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยวลีคำนามได้ เช่น contribute to the collapse หรือรูป -ing ได้ เช่น contribute to reducing costs

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิด”: Heavy rain ____ the delay, along with several equipment problems.

ดูคำตอบ

contributed to

and China, to grow more quickly, ไวยากรณ์

3:08

ส่วนจีน เพื่อที่จะเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

shifted its economy towards capitalism วลี

3:10

จึงได้ปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจไปสู่ระบบทุนนิยม

starting in the late 1970s.

3:11

เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970

ไวยากรณ์

to grow more quickly: infinitive บอกจุดประสงค์หลังประธาน

To grow more quickly เป็น infinitive บอกจุดประสงค์ โดยระบุเหตุผลที่จีนปรับทิศทางเศรษฐกิจว่าเป็น “เพื่อให้เติบโตได้เร็วขึ้น” ประธานโดยนัยของ grow คือ China วลีนี้แทรกอยู่ระหว่างประธาน China กับกริยาหลัก shifted จึงคั่นด้วยจุลภาค เมื่อลองตัดออกชั่วคราว จะเห็นประโยคหลักว่า China shifted its economy towards capitalism ส่วน to grow ไม่ใช่กรรมของ shifted

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ infinitive หลังประธานอย่างชัดเจนเพื่อบอกจุดประสงค์ของประธานนั้น?

  1. The city, reducing traffic, expanded its subway system.
  2. The city to reduce, traffic expanded its subway system.
  3. The city, to reduce traffic, expanded its subway system.
ดูคำตอบ

The city, to reduce traffic, expanded its subway system.

วลี

shifted its economy towards capitalism: โครงสร้าง shift ... towards ...

Shift something towards something หมายถึงทำให้บางสิ่งเคลื่อนหรือปรับไปในทิศทางหนึ่ง ในประโยคนี้ shifted เป็นกริยาสกรรม โดย its economy คือสิ่งที่จีนปรับ และ towards capitalism ระบุทิศทางของการเปลี่ยนแปลง Towards นำเสนอทุนนิยมในฐานะทิศทางหรือแนวโน้ม ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่ามีการแทนที่ทั้งหมดและเสร็จสิ้นในครั้งเดียว โครงสร้างนี้ยังใช้กับนโยบาย ความสนใจ การใช้จ่าย หรือกลยุทธ์ได้ด้วย: shift something towards a new priority

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางหนึ่ง โดยไม่ได้ระบุว่าแนวทางเดิมถูกแทนที่ทั้งหมด?

  1. The school switched its entire curriculum to project-based learning.
  2. The school shifted its curriculum toward project-based learning.
  3. The school canceled every project-based course.
ดูคำตอบ

The school shifted its curriculum toward project-based learning.

What about capitalist countries?

3:14

แล้วประเทศทุนนิยมล่ะ?

Can they choose to reduce economic inequality?

3:16

พวกเขาสามารถเลือกที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้หรือไม่?

It's tempting to think,

3:18

มันน่าคิดว่า

"No,

3:20

"ไม่

because the whole point of capitalism ลำดับความ

3:21

เพราะจุดประสงค์ทั้งหมดของทุนนิยม

is to hoard enough gold coins สำนวน

3:22

คือการกักตุนเหรียญทองให้มากพอ

to be able to dive into them

3:24

เพื่อให้สามารถกระโดดลงไปดำน้ำในนั้นได้

like Scrooge McDuck." วัฒนธรรม

3:26

เหมือนสครูจ แม็กดัก"

ลำดับความ

because the whole point of capitalism is to...: การวางกรอบจุดมุ่งหมายหลักอย่างหนักแน่น

ใน because the whole point of capitalism is to... คำว่า because ใช้นำเหตุผลของ “No” ที่ยกมา โครงสร้าง the whole point of X is to Y นำเสนอว่า Y คือจุดมุ่งหมายหลักของ X และ whole ทำให้ข้อกล่าวอ้างฟังครอบคลุมและหนักแน่น ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวย่อระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้เหลือเป้าหมายที่ถูกสมมติขึ้นเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้ร่วมกับ It's tempting to think และภาพไร้สาระที่ตามมา จึงบอกว่านี่คือการหยิบภาพเหมารวมที่เกินจริงขึ้นมาให้พิจารณา ไม่ใช่คำนิยามที่เป็นกลางหรือข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the whole point of X is to Y: The ____ this fire drill ____ help everyone leave the building safely.

ดูคำตอบ

whole point of · is to

สำนวน

hoard enough gold coins to be able to dive into them: การพูดเกินจริงแบบขบขันเกี่ยวกับความมั่งคั่ง

hoard หมายถึงการรวบรวมและเก็บบางสิ่งไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมากเกินความจำเป็น และมีนัยเชิงลบถึงความโลภหรือการไม่ยอมแบ่งปัน ใน enough gold coins to be able to dive into them โครงสร้าง enough + คำนาม + to do หมายถึง “จำนวนที่มากพอจะทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้” การกระทำนี้เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขันที่จงใจให้ไม่สมจริง สครูจ แมคดั๊กเป็นเป็ดมหาเศรษฐีในการ์ตูนที่มีชื่อเสียงจากการกระโดดลงไปในคลังเงิน ภาพนี้ทำให้แนวคิดเหมารวมที่ว่าระบบทุนนิยมมีไว้เพื่อกองสะสมความมั่งคั่งส่วนตัวเท่านั้นกลายเป็นภาพล้อเลียน ไม่ใช่คำนิยามทางเศรษฐกิจตามตัวอักษรหรือการกระทำที่ทำได้จริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hoard enough gold coins to be able to dive into them ทำหน้าที่อะไร

  1. ใช้การพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อเยาะเย้ยมุมมองที่ทำให้เรื่องความมั่งคั่งและระบบทุนนิยมง่ายเกินไป
  2. ให้คำนิยามระบบทุนนิยมอย่างเป็นกลางและเป็นทางการ
  3. ให้คำแนะนำตามตัวอักษรเกี่ยวกับวิธีเก็บเหรียญและว่ายน้ำอยู่ในกองเหรียญ
ดูคำตอบ

ใช้การพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อเยาะเย้ยมุมมองที่ทำให้เรื่องความมั่งคั่งและระบบทุนนิยมง่ายเกินไป

วัฒนธรรม

like Scrooge McDuck: ภาพขบขันของความร่ำรวยมหาศาล

Scrooge McDuck เป็นตัวละครสมมติของดิสนีย์ที่มีชื่อเสียงจากความร่ำรวยมหาศาลและคลังเงินที่เต็มไปด้วยเหรียญ เขาไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์จริงหรือผู้ประกอบการในประวัติศาสตร์ ในที่นี้ like Scrooge McDuck เปลี่ยนภาพของการสะสมความมั่งคั่งให้เป็นภาพเกินจริงของการกระโดดลงไปในกองเหรียญทองขนาดใหญ่ การอ้างถึงตัวละครนี้เชื่อม gold coins เข้ากับ dive into them และทำให้ข้อความมีอารมณ์ขันแทนที่จะเป็นความหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

การอ้างถึง Scrooge McDuck เพิ่มความหมายอะไรให้กับประโยคนี้

  1. อธิบายว่าโดยปกติเหรียญทองใช้เป็นอุปกรณ์ว่ายน้ำ
  2. สร้างภาพเกินจริงและตลกขบขันของคนที่กระโดดลงไปในกองเหรียญขนาดใหญ่
  3. ระบุตัวนักเศรษฐศาสตร์จริงที่พัฒนาทฤษฎีทุนนิยม
ดูคำตอบ

สร้างภาพเกินจริงและตลกขบขันของคนที่กระโดดลงไปในกองเหรียญขนาดใหญ่

China seems to provide the textbook example of this. วลี

3:28

จีนดูเหมือนจะเป็นตัวอย่างตามตำราของเรื่องนี้

วลี

provide the textbook example of: นำเสนอกรณีที่เป็นแบบฉบับอย่างยิ่ง

ใน provide the textbook example of this คำว่า textbook หมายถึง “เป็นแบบฉบับอย่างยิ่งหรือชัดเจนมาก” ไม่ได้หมายความว่าตัวอย่างนั้นมาจากหนังสือเรียนจริง ๆ ทั้งวลีหมายถึง “แสดงหรือนำเสนอกรณีที่เป็นตัวแทนของเรื่องนี้ได้อย่างเด่นชัดเป็นพิเศษ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ provide a textbook example of + ปรากฏการณ์หรือแนวคิด การใช้ the แทน a สามารถนำเสนอสิ่งหนึ่งในฐานะตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดในการสนทนาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี textbook และหมายถึง “กรณีที่เป็นแบบฉบับอย่างยิ่ง”: The data breach is a ____ of weak password security.

ดูคำตอบ

textbook example

After it became more capitalist,

3:31

หลังจากมีความเป็นทุนนิยมมากขึ้น

its Gini index shot up กริยาวลี

3:32

ดัชนีจีนีก็พุ่งสูงขึ้น

from under .4 to over .55. ไวยากรณ์

3:34

จากต่ำกว่า 0.4 ไปเป็นมากกว่า 0.55

กริยาวลี

shot up สำหรับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ใน its Gini index shot up คำว่า shot up เป็นรูปอดีตของกริยาวลี shoot up เมื่อประธานเป็นตัวเลขหรือค่าที่วัดได้ วลีนี้หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก” และมักสื่อว่าการเพิ่มขึ้นนั้นมากหรือโดดเด่นด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยิงอาวุธ เมื่อเทียบกับ rose หรือ increased ที่เป็นกลาง shot up ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูฉับพลันหรือรุนแรงกว่า มักใช้กับราคา ต้นทุน อัตรา อุณหภูมิ และแนวโน้มอื่น ๆ ที่วัดได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายในรูปอดีตเพื่อแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง: After the factory announced a shortage, battery prices ____ in one week.

ดูคำตอบ

shot up

ไวยากรณ์

from under .4 to over .55: การข้ามเกณฑ์ตัวเลข

From under .4 to over .55 แสดงช่วงเริ่มต้นและช่วงสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ from + ช่วงเริ่มต้น + to + ช่วงสิ้นสุด กล่าวคือ ดัชนีเริ่มจากค่าต่ำกว่า 0.4 และจบที่ค่าสูงกว่า 0.55 Under และ over ในที่นี้ขยายเกณฑ์ตัวเลข ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ ถ้อยคำนี้ให้ขอบเขต ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน ค่าเริ่มต้นจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 0.4 พอดี และค่าสุดท้ายก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 0.55 พอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเกณฑ์ตัวเลขเป้าหมาย: In two years, membership grew ____ 1,000 people ____ 1,500.

ดูคำตอบ

from under · to over

Meanwhile, its per capita yearly income การใช้คำ

3:38

ในขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี

jumped from the rough equivalent of $1,500 วลี

3:39

ก็พุ่งขึ้นจากประมาณ 1,500 ดอลลาร์

to over $13,000.

3:42

ไปเป็นกว่า 13,000 ดอลลาร์

การใช้คำ

its per capita yearly income: รายได้ต่อหัวต่อปีของประเทศนั้น

นามวลี its per capita yearly income หมายถึงรายได้เฉลี่ยต่อคนในช่วงหนึ่งปี per capita แสดงว่าตัวเลขนี้คำนวณเป็นค่าเฉลี่ยต่อคน yearly ขยายคำว่า income และ its อ้างกลับไปถึงประเทศหรือหน่วยงานที่กล่าวถึงก่อนหน้า นี่เป็นค่าเฉลี่ยในระดับประชากร โดยนำยอดรวมที่เกี่ยวข้องมาหารด้วยจำนวนคน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีรายได้จริงเท่ากับตัวเลขนั้น

แบบฝึกหัด

ในรายงานเศรษฐกิจ its per capita yearly income หมายถึงอะไร

  1. ผลรวมรายได้ต่อปีของทุกครัวเรือน
  2. รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีในประชากรกลุ่มนั้น
  3. รายได้ต่อปีของบุคคลที่ระบุชื่อคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีในประชากรกลุ่มนั้น

วลี

jumped from the rough equivalent of ... to over ...: พุ่งขึ้นจากมูลค่าเทียบเท่าคร่าว ๆ ที่ ... เป็นมากกว่า ...

Jumped from A to B ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของตัวเลข โดย from ระบุจุดเริ่มต้นและ to ระบุจุดปลาย jumped บอกว่าการเพิ่มขึ้นมีขนาดมากหรือเด่นชัด จึงมีน้ำหนักมากกว่า rose หรือ went up ที่เป็นกลางกว่า the rough equivalent of $1,500 หมายถึงมูลค่าที่หลังการแปลงหรือเปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับ 1,500 ดอลลาร์ ไม่ใช่จำนวนที่เท่ากันอย่างแม่นยำ ส่วน over $13,000 หมายถึงตัวเลขสุดท้ายสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The membership fee jumped from the rough equivalent of $40 to over $100,” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร

  1. ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างมากจากมูลค่าที่เทียบเท่าประมาณ 40 ดอลลาร์เป็นมากกว่า 100 ดอลลาร์
  2. ค่าธรรมเนียมค่อย ๆ เพิ่มจาก 40 ดอลลาร์พอดีและจบที่ 100 ดอลลาร์พอดี
  3. ค่าธรรมเนียมลดลงจากมากกว่า 100 ดอลลาร์เหลือประมาณ 40 ดอลลาร์
ดูคำตอบ

ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างมากจากมูลค่าที่เทียบเท่าประมาณ 40 ดอลลาร์เป็นมากกว่า 100 ดอลลาร์

But there are many counterexamples, ลำดับความ

3:45

แต่ก็มีตัวอย่างแย้งอยู่มากมาย

capitalist countries in which inequality ไวยากรณ์

3:47

ประเทศทุนนิยมที่ความเหลื่อมล้ำ

is actually holding steady or decreasing.

3:49

ยังคงทรงตัวหรือลดลงจริง ๆ

ลำดับความ

But there are many counterexamples: เปลี่ยนไปสู่กรณีที่หักล้างข้อสรุปทั่วไป

But บอกว่าทิศทางของการให้เหตุผลกำลังเปลี่ยนไป หลังจากยกกรณีที่ดูเหมือนสนับสนุนข้อสรุปกว้าง ๆ การกล่าวว่า there are many counterexamples เป็นการบอกผู้ฟังว่ายังมีกรณีอื่นที่ไม่เข้ากับข้อสรุปนั้น counterexample ไม่ใช่แค่ example อีกตัวหนึ่ง แต่คือกรณีที่โต้แย้งหรือจำกัดกฎหรือข้อสรุปทั่วไป การเปลี่ยนเช่นนี้จึงช่วยไม่ให้มองว่ารูปแบบเดียวเป็นจริงในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

But there are many counterexamples ทำหน้าที่หลักอะไรในการให้เหตุผลนี้?

  1. ออกจากการให้เหตุผลแล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
  2. เพิ่มกรณีอีกเพื่อพิสูจน์ว่าข้อสรุปทั่วไปถูกต้องเสมอ
  3. เปลี่ยนจากกรณีที่สนับสนุนไปสู่กรณีที่จำกัดข้อสรุปทั่วไป
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากกรณีที่สนับสนุนไปสู่กรณีที่จำกัดข้อสรุปทั่วไป

ไวยากรณ์

countries in which ...: อนุประโยคขยายสถานที่แบบเป็นทางการ

ในที่นี้ in which inequality is actually holding steady or decreasing เป็นอนุประโยคขยาย capitalist countries ความสัมพันธ์พื้นฐานคือ inequality is holding steady or decreasing in those countries จึงนำคำบุพบท in มาวางหน้าคำสรรพนามเชื่อม which เมื่อขยายคำนามบอกสถานที่อย่าง countries มักใช้ where แทน in which ได้ แต่ in which เป็นทางการกว่าและแสดงความสัมพันธ์ของ in อย่างชัดเจน หลัง in which ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ คือ ประธาน+กริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการสองคำที่มีความหมายเท่ากับ where: The report names two cities ____ public buses are free.

ดูคำตอบ

in which

France has kept its Gini index below .32 since 1979. ไวยากรณ์

3:52

ฝรั่งเศสสามารถรักษาดัชนีจีนีให้ต่ำกว่า 0.32 มาตั้งแต่ปี 1979

ไวยากรณ์

has kept ... below ... since ...: คงให้อยู่ต่ำกว่าขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง

Has kept เป็นรูป present perfect ของ keep ใน has kept its Gini index below .32 โครงสร้าง keep + กรรม + below + ค่าขีดจำกัด หมายถึงทำให้กรรมนั้นคงอยู่ต่ำกว่าค่าขีดจำกัดดังกล่าว Since 1979 ระบุจุดเริ่มต้น เมื่อใช้ has kept ... since ... ร่วมกัน จึงหมายความว่าสภาวะนี้เริ่มในตอนนั้นและดำเนินต่อเนื่องถึงช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง ซึ่งโดยปกติคือปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นเฉพาะในปี 1979 เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง has kept ... below ... since ...: The factory ____ accident rates ____ two percent ____ 2021.

ดูคำตอบ

has kept · below · since

Ireland's Gini has been trending mostly downwards since 1995. ไวยากรณ์

3:56

ดัชนีจีนีของไอร์แลนด์มีแนวโน้มลดลงเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 1995

ไวยากรณ์

has been trending mostly downwards since ...: แนวโน้มโดยรวมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

Has been trending เป็นรูป present perfect continuous ในที่นี้ trend หมายถึงการเคลื่อนไปในทิศทางโดยรวมเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายถึงการเป็นกระแสบนอินเทอร์เน็ต Since 1995 ระบุจุดเริ่มต้นของแนวโน้มที่ยังดำเนินต่อเนื่อง Mostly downwards บอกทิศทางโดยรวม ไม่ใช่การลดลงโดยไม่เคยสะดุด ดัชนีอาจเพิ่มขึ้นหรือทรงตัวในบางช่วง แต่เมื่อดูตลอดทั้งช่วงก็ยังลดลงโดยรวม

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร? The defect rate has been trending mostly downwards since January.

  1. ตั้งแต่เดือนมกราคม อัตราของเสียโดยรวมลดลง แม้ว่าอาจมีความผันผวนบ้าง
  2. อัตราของเสียลดลงเพียงครั้งเดียวในเดือนมกราคมและไม่เปลี่ยนแปลงอีกเลย
  3. อัตราของเสียลดลงทุกครั้งที่วัดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

ตั้งแต่เดือนมกราคม อัตราของเสียโดยรวมลดลง แม้ว่าอาจมีความผันผวนบ้าง

The Netherlands and Denmark

4:00

เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก

have kept theirs below .28

4:02

รักษาดัชนีไว้ได้ต่ำกว่า 0.28

since the 1980s.

4:04

มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980

How do they do it? ลำดับความ

4:06

พวกเขาทำได้อย่างไร?

One way is with taxes.

4:07

วิธีหนึ่งก็คือเรื่องภาษี

ลำดับความ

How do they do it?: คำถามเชื่อมจากผลลัพธ์ไปสู่วิธีการ

ในที่นี้ they หมายถึงประเทศที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน do it หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เพิ่งอธิบายไป” ไม่ได้หมายถึงการทำกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ คำถามนี้เปลี่ยนจุดเน้นของคำอธิบายจากผลลัพธ์ไปสู่วิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น One way is... เริ่มต้นคำตอบและบอกว่าจะมีการอธิบายวิธีอย่างน้อยหนึ่งวิธีต่อไป รูปแบบถามแล้วตอบเช่นนี้เป็นวิธีเกริ่นที่พบบ่อยในการอธิบายเรื่องต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

How do they do it? มีหน้าที่หลักอย่างไรในข้อความนี้

  1. เปลี่ยนจากผลลัพธ์ไปสู่วิธีที่ใช้ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น
  2. ถามว่าประเทศเหล่านั้นกำลังทำกิริยาทางร่างกายอะไร
  3. ตั้งข้อสงสัยว่าผลลัพธ์ก่อนหน้านี้เป็นจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากผลลัพธ์ไปสู่วิธีที่ใช้ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น

Personal income taxes in most countries are progressive. การใช้คำ

4:09

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบอัตราก้าวหน้า

การใช้คำ

Personal income taxes ... are progressive: ความหมายของ progressive ในระบบภาษี

ในภาษีอากร progressive ใช้อธิบายโครงสร้างอัตราภาษี กล่าวคือ เมื่อรายได้ที่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น รายได้ในส่วนที่สูงขึ้นจะถูกเก็บภาษีด้วยอัตราที่สูงขึ้น Personal income taxes คือภาษีที่เรียกเก็บจากรายได้ของบุคคล ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าประเทศส่วนใหญ่ใช้โครงสร้างอัตราภาษีแบบเป็นขั้นดังกล่าว progressive ในที่นี้เป็นคำจำแนกทางเทคนิค ไม่ใช่คำชมว่าระบบนั้น “ทันสมัย” หรือ “ก้าวหน้าทางการเมือง” ในระบบที่แบ่งฐานรายได้เป็นขั้น การเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นโดยทั่วไปไม่ได้ทำให้รายได้ทั้งหมดเสียภาษีด้วยอัตราสูงสุด อัตราที่สูงขึ้นจะใช้เฉพาะกับส่วนที่อยู่ในขั้นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้ในบทเรียนนี้: A tax whose rate rises as taxable income rises is called a ____.

ดูคำตอบ

progressive tax

The more money you make, ไวยากรณ์

4:12

ยิ่งคุณหาเงินได้มากเท่าไหร่

the higher your tax rate.

4:13

อัตราภาษีของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more money you make, the higher your tax rate: ยิ่ง... ก็ยิ่ง...

The more money you make, the higher your tax rate ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ the + อนุประโยคขั้นกว่า, the + อนุประโยคขั้นกว่า โครงสร้างนี้เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนไปด้วยกัน กล่าวคือ เมื่อจำนวนเงินที่หาได้เพิ่มขึ้น อัตราภาษีก็เพิ่มขึ้นด้วย ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายทางไวยากรณ์ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ ส่วนแรกใช้ more + คำนาม + ประธาน + กริยา ส่วนที่สองเป็นอนุประโยคย่อที่ละกริยา is ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท รูปเต็มคือ the higher your tax rate is

แบบฝึกหัด

ใช้ more และ high เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ให้สมบูรณ์: ____ hours you work, ____ your total pay.

ดูคำตอบ

The more · the higher

And the more progressive your tax system, ไวยากรณ์

4:14

และยิ่งระบบภาษีของคุณเป็นแบบก้าวหน้ามากเท่าไหร่

the more it reduces inequality.

4:16

ก็จะยิ่งลดความเหลื่อมล้ำได้มากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the more progressive your tax system ... the more it reduces inequality: ยิ่งระดับสูง ผลก็ยิ่งมาก

The more progressive your tax system, the more it reduces inequality เชื่อมระดับของคุณสมบัติหนึ่งเข้ากับขนาดของผลลัพธ์ กล่าวคือ ระบบภาษีที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นถูกนำเสนอว่าช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้มากขึ้น ส่วนแรกเป็นอนุประโยคย่อ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ the more progressive your tax system is ในส่วนที่สอง เครื่องหมายเปรียบเทียบตามด้วยลำดับประธานและกริยาที่สมบูรณ์: the more + it + reduces inequality จึงแสดงว่า more ไม่จำเป็นต้องมีคำคุณศัพท์ตามหลังทันที ส่วน And ที่ต้นประโยคมีหน้าที่เพียงเชื่อมกับข้อความก่อนหน้า ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันได้ถูกต้อง โดยส่วนแรกใช้คำคุณศัพท์ขั้นกว่า และส่วนที่สองใช้ the more + ประธาน + กริยา?

  1. The more efficient the filter, it more removes harmful particles.
  2. The more efficient the filter, the more it removes harmful particles.
  3. More efficient the filter, the more it removes harmful particles.
ดูคำตอบ

The more efficient the filter, the more it removes harmful particles.

So, for example,

4:18

ตัวอย่างเช่น

while pre-tax income inequality in France ไวยากรณ์

4:19

ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำของรายได้ก่อนหักภาษีในฝรั่งเศส

is roughly the same as it is in the US,

4:22

จะใกล้เคียงกับในสหรัฐอเมริกา

post-tax inequality in France

4:25

แต่ความเหลื่อมล้ำหลังหักภาษีในฝรั่งเศส

is roughly 20% lower.

4:27

กลับต่ำกว่าราว 20%

ไวยากรณ์

while pre-tax ... post-tax ...: การเปรียบเทียบตัวชี้วัดสองแบบ

while ในที่นี้ใช้แสดงความขัดแย้ง ไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยคแรกบอกว่าฝรั่งเศสกับสหรัฐฯ มีระดับความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ก่อนหักภาษีใกล้เคียงกัน ส่วนประโยคหลักบอกว่าความเหลื่อมล้ำหลังหักภาษีในฝรั่งเศสต่ำกว่าในสหรัฐฯ ประมาณ 20% โครงสร้าง while A, B วางข้อเท็จจริงสองอย่างเทียบกันเพื่อให้ B เด่นขึ้นจากความแตกต่างกับ A ในงานเขียนเกี่ยวกับข้อมูล โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบประเทศ ช่วงเวลา หรือวิธีวัดได้ ส่วน pre-tax และ post-tax บอกว่ากำลังใช้วิธีวัดแบบใด

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: While both plans cost the same, the second includes more support. while ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปรียบต่างแผนทั้งสองโดยนำราคาที่เท่ากันมาเทียบกับระดับการสนับสนุนที่ต่างกัน
  2. แสดงว่าแผนที่สองมีอยู่ก่อน
  3. บอกว่ากำลังชำระเงินสำหรับแผนทั้งสองพร้อมกัน
ดูคำตอบ

เปรียบต่างแผนทั้งสองโดยนำราคาที่เท่ากันมาเทียบกับระดับการสนับสนุนที่ต่างกัน

Meanwhile,

4:29

ในขณะเดียวกัน

inheritance taxes can reduce the amount of wealth การใช้คำ

4:30

ภาษีมรดกสามารถลดปริมาณความมั่งคั่ง

that a single family can amass over generations. การใช้คำ

4:33

ที่ครอบครัวเดียวสามารถสะสมมาหลายชั่วอายุคนได้

การใช้คำ

inheritance taxes: ภาษีจากความมั่งคั่งที่ได้รับเป็นมรดก

inheritance taxes คือภาษีที่เรียกเก็บจากเงินหรือทรัพย์สินซึ่งถ่ายโอนไปยังผู้อื่นผ่านการรับมรดกหลังจากมีผู้เสียชีวิต ในที่นี้ inheritance หมายถึงทรัพย์สินที่ได้รับเป็นมรดก ไม่ใช่ขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรม ประโยคนี้บอกว่าภาษีดังกล่าวสามารถจำกัดปริมาณความมั่งคั่งที่ครอบครัวหนึ่งสะสมได้ตลอดหลายรุ่น ในการอภิปรายเชิงนโยบายทั่วไป รูปพหูพจน์ taxes ใช้เรียกประเภทของภาษี ไม่ได้หมายความว่าในการรับมรดกหนึ่งครั้งต้องมีภาษีหลายรายการเสมอไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Inheritance taxes vary from one country to another. วลี inheritance taxes หมายถึงอะไร?

  1. ภาษีที่หักจากค่าจ้างประจำของคนทำงาน
  2. ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรม
  3. ภาษีจากความมั่งคั่งหรือทรัพย์สินที่ได้รับผ่านการรับมรดก
ดูคำตอบ

ภาษีจากความมั่งคั่งหรือทรัพย์สินที่ได้รับผ่านการรับมรดก

การใช้คำ

amass wealth over generations: สะสมความมั่งคั่งข้ามรุ่น

อนุประโยคขยาย that a single family can amass over generations อธิบาย wealth ที่กำลังกล่าวถึง โดย that เป็นกรรมของ amass ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายถึงความมั่งคั่งที่ครอบครัวหนึ่งค่อย ๆ สะสมขึ้นได้ amass เป็นคำกริยาค่อนข้างเป็นทางการ ใช้กล่าวถึงการสะสมสิ่งที่มีค่าหรือให้อำนาจเป็นจำนวนมาก ส่วน over generations หมายถึงกระบวนการที่ดำเนินผ่านคนหลายรุ่นต่อเนื่องกันและยอดรวมเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ใช่เกิดขึ้นภายในคนเพียงรุ่นเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการสะสมความมั่งคั่งจำนวนมากตลอดหลายรุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The family inherited one painting last Tuesday.
  2. The family picked up a few coins during lunch.
  3. The family amassed considerable wealth over three generations.
ดูคำตอบ

The family amassed considerable wealth over three generations.

Germany and many other European countries

4:36

เยอรมนีและประเทศในยุโรปอีกหลายประเทศ

have inheritance or estate taxes การใช้คำ

4:38

มีภาษีมรดกหรือภาษีทรัพย์สิน

that kick in at a few thousand กริยาวลี

4:40

ที่จะเริ่มเก็บตั้งแต่ไม่กี่พัน

to a few hundred thousand Euros,

4:41

ไปจนถึงไม่กี่แสนยูโร

depending on who's inheriting. ไวยากรณ์

4:43

ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้รับมรดก

การใช้คำ

have inheritance or estate taxes: มีภาษีการรับมรดกหรือภาษีกองมรดก

ใน have inheritance or estate taxes คำว่า have หมายความว่าระบบภาษีของประเทศเหล่านี้มีภาษีประเภทดังกล่าว ส่วน or เชื่อมชื่อเชิงนโยบายสองชื่อที่เกี่ยวข้องกันและใช้ในระบบกฎหมายที่ต่างกัน ไม่ได้แปลว่าทุกประเทศต้องมีภาษีทั้งสองประเภท ในที่นี้ inheritance หมายถึงทรัพย์สินที่ได้รับจากผู้เสียชีวิต ส่วน estate หมายถึงทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้เสียชีวิตทิ้งไว้ ไม่ได้หมายถึงคฤหาสน์ชนบทขนาดใหญ่ ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวโดยรวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับการโอนทรัพย์สินหลังเสียชีวิต

แบบฝึกหัด

ข้อความใดเกี่ยวกับ inheritance tax และ estate tax ถูกต้องที่สุด

  1. ทั้งสองคำมีนิยามทางกฎหมายเหมือนกันทุกประการในทุกประเทศเสมอ
  2. Estate tax หมายถึงภาษีที่เก็บจากการเข้าชมคฤหาสน์ชนบทขนาดใหญ่
  3. ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่โอนหลังเสียชีวิต แต่ฐานภาษีตามกฎหมายอาจแตกต่างกัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่โอนหลังเสียชีวิต แต่ฐานภาษีตามกฎหมายอาจแตกต่างกัน

กริยาวลี

that kick in at: เริ่มมีผลเมื่อถึงเกณฑ์

ในช่วงคำว่า that kick in at คำว่า that นำอนุประโยคขยายที่อธิบายภาษี ส่วน kick in หมายถึง “เริ่มมีผลหรือเริ่มทำงาน” และ at นำหน้าเกณฑ์ตัวเลขที่เป็นจุดเริ่มต้นนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายความว่าภาษีเริ่มใช้เมื่อมูลค่ามรดกถึงจำนวนที่กำหนด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงค่าธรรมเนียม ความคุ้มครองประกัน อัตรา หรือกฎอื่นที่เริ่มใช้ในเวลาหรือระดับที่ระบุได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่มีคำว่า kick และหมายถึง “เริ่มมีผลที่เกณฑ์ที่กำหนด”: The higher rate will ____ a balance of $10,000.

ดูคำตอบ

kick in at

ไวยากรณ์

depending on who's inheriting: ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยน

depending on who's inheriting เพิ่มเงื่อนไขที่ทำให้เกณฑ์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป depending on หมายความว่าผลลัพธ์อาจเปลี่ยนตามปัจจัยที่ตามหลังมา ดังนั้นจำนวนเงินจึงไม่เท่ากันในทุกกรณี who's เป็นรูปย่อของ who is ส่วน who's inheriting เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังหลัง on ซึ่งใช้ระบุว่าบุคคลที่รับมรดกคือใคร ไม่ได้ถามผู้ฟังโดยตรง เนื่องจาก who เป็นประธาน ลำดับคำจึงบังเอิญเหมือนกับคำถามตรง Who is inheriting?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าราคาสุดท้ายเปลี่ยนไปตามที่อยู่ของผู้ซื้อ?

  1. The final price changes depending on where does the buyer live.
  2. The final price changes depending on where the buyer lives.
  3. The final price changes depending where the buyer lives.
ดูคำตอบ

The final price changes depending on where the buyer lives.

The US, on the other hand, ลำดับความ

4:45

ในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกา

lets you inherit $12 million ไวยากรณ์

4:47

ให้คุณรับมรดกได้ถึง 12 ล้านดอลลาร์

without paying any federal tax.

4:49

โดยไม่ต้องเสียภาษีของรัฐบาลกลางเลย

ลำดับความ

The US, on the other hand: การเสนอกรณีที่แตกต่างกัน

On the other hand เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้ส่งสัญญาณถึงความแตกต่าง หลังจากกล่าวถึงสถานที่หรือนโยบายอื่นแล้ว The US จะระบุสิ่งใหม่ที่นำมาเปรียบเทียบ และคำเชื่อมนี้บอกผู้ฟังว่าสถานการณ์ของสหรัฐฯ แตกต่างออกไป สามารถใช้เพื่อเสนออีกด้านหนึ่งได้ แม้ก่อนหน้านั้นจะไม่ได้พูดว่า on the one hand ในที่นี้หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” ไม่ได้หมายถึงมือซึ่งเป็นอวัยวะตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกล่าวก่อนว่าการเช่าที่พักในใจกลางเมืองนั้นสะดวก ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเสนอข้อเสียที่ตรงข้ามกัน

  1. In other words, it is much more expensive.
  2. On the other hand, it is much more expensive.
  3. For example, it is much more expensive.
ดูคำตอบ

On the other hand, it is much more expensive.

ไวยากรณ์

lets you inherit ... without paying: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน และ without + -ing

lets you inherit ใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย you เป็นกรรม และ inherit คงอยู่ในรูปพื้นฐานโดยไม่มี to เนื่องจาก The US เป็นประธานเอกพจน์ let ในรูปปัจจุบันจึงเปลี่ยนเป็น lets ในที่นี้ประเทศใช้แทนกฎหมายหรือระบบของประเทศ จึงหมายความว่ากฎอนุญาตให้ทำสิ่งนี้ได้ without paying ใช้โครงสร้าง without + -ing เพื่อแสดงว่าการกระทำแรกเกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการกระทำที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let someone do something without doing something

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ enter และ pay: This pass lets visitors ____ the gallery without ____ an extra fee.

ดูคำตอบ

enter · paying

Another way is with transfers, ลำดับความ

4:52

อีกวิธีหนึ่งก็คือการโอนเงิน

when the government takes tax revenues ไวยากรณ์

4:54

เมื่อรัฐบาลนำรายได้จากภาษี

from one group of people

4:55

จากคนกลุ่มหนึ่ง

and gives it to another.

4:56

ไปมอบให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง

ลำดับความ

Another way is with ...: การแนะนำอีกวิธีหนึ่ง

Another way บอกว่าผู้พูดได้กล่าวถึงวิธีหนึ่งไปแล้ว และกำลังเพิ่มอีกวิธีที่แตกต่างออกไป จึงช่วยจัดคำอธิบายให้เป็นลำดับ แทนการวางข้อเท็จจริงที่ไม่เชื่อมโยงกัน ในโครงสร้าง Another way is with + คำนาม คำนามหลัง with ระบุเครื่องมือหรือวิธีการ ที่นี่ transfers หมายถึงเงินโอนจากรัฐบาล ไม่ใช่การขนย้ายสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้แนะนำวิธีเพิ่มเติมและใช้ with หน้าคำนามลงในประโยคที่สอง: We have discussed tax credits. ____ direct grants.

ดูคำตอบ

Another way is with

ไวยากรณ์

take ... from ... and give it to ...: การแสดงเส้นทางการถ่ายโอน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when นี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในนโยบายเงินโอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take something from A and give it to B โดย from ระบุแหล่งที่มา และ to ระบุผู้รับ ส่วน the government เป็นประธานของทั้งสองการกระทำ คำสรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึงเงินที่กล่าวถึงด้วย tax revenues ส่วน another แทน another group of people ในงานเขียนที่รอบคอบ ความสอดคล้องของเอกพจน์และพหูพจน์จะชัดกว่าหากใช้ tax revenue ... it หรือ tax revenues ... them

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำที่แสดงแหล่งที่มาและผู้รับ: The coordinator takes equipment ____ the warehouse and gives it ____ each team.

ดูคำตอบ

from · to

For example,

4:58

ตัวอย่างเช่น

Social Security programs tax people who work วัฒนธรรม

4:59

โครงการประกันสังคมจะเก็บภาษีจากคนทำงาน

and use the revenue to support retirees.

5:02

และนำรายได้ไปสนับสนุนผู้เกษียณอายุ

วัฒนธรรม

Social Security programs ในฐานะระบบสาธารณะเพื่อสนับสนุนการเกษียณ

Social Security programs หมายถึงระบบที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อเก็บภาษีหรือเงินสมทบภาคบังคับ แล้วจ่ายสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะเงินเกษียณ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงระบบสาธารณะที่โอนรายได้ส่วนหนึ่งของคนทำงานไปสนับสนุนผู้เกษียณอายุ ในที่นี้ Social Security เป็นชื่อสถาบัน คำว่า Social ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับการพูดคุยหรือสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อรวมเป็น social security จะหมายถึงการคุ้มครองโดยภาครัฐจากการสูญเสียรายได้ในสถานการณ์อย่างการเกษียณอายุ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Social Security programs หมายถึงอะไร

  1. การตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์
  2. โครงการสาธารณะที่เก็บภาษีหรือเงินสมทบและให้สิทธิประโยชน์ เช่น รายได้หลังเกษียณ
  3. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชนที่จ้างมาปกป้องสถานที่ทำงาน
ดูคำตอบ

โครงการสาธารณะที่เก็บภาษีหรือเงินสมทบและให้สิทธิประโยชน์ เช่น รายได้หลังเกษียณ

In Italy,

5:04

ในอิตาลี

about a quarter of Italians' การใช้คำ

5:05

ประมาณหนึ่งในสี่ของ

disposable household income

5:07

รายได้ที่ครัวเรือนอิตาลีนำไปใช้จ่ายได้จริง

comes from government transfers. วลี

5:08

มาจากการโอนเงินของรัฐบาล

การใช้คำ

ประมาณหนึ่งในสี่ของรายได้ครัวเรือนที่ใช้จ่ายได้ของชาวอิตาลี

About a quarter of หมายถึงประมาณหนึ่งในสี่ หรือประมาณ 25% ของยอดรวมที่ระบุหลัง of ส่วน Italians' เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ จึงบอกว่ากำลังวัดรายได้ที่เป็นของครัวเรือนชาวอิตาลี ในสถิติทางเศรษฐกิจ disposable household income คือรายได้ที่ครัวเรือนใช้เพื่อบริโภคหรือออมได้หลังหักภาษีทางตรงและเงินสมทบทางสังคม โดยรวมสวัสดิการเงินสดและเงินโอนอื่น ๆ แล้ว ในที่นี้ disposable หมายถึงใช้จ่ายได้ ไม่ได้หมายถึงใช้แล้วทิ้ง

แบบฝึกหัด

about a quarter of Italians' disposable household income ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เท่ากับ 25% พอดีของรายได้ทั้งหมดในอิตาลีก่อนหักภาษี
  2. ประมาณ 25% ของเงินที่ครัวเรือนชาวอิตาลีใช้ซื้อผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง
  3. ประมาณ 25% ของรายได้ที่ครัวเรือนชาวอิตาลีใช้จ่ายหรือออมได้
ดูคำตอบ

ประมาณ 25% ของรายได้ที่ครัวเรือนชาวอิตาลีใช้จ่ายหรือออมได้

วลี

comes from government transfers: การบอกแหล่งที่มา

come from + แหล่งที่มา หมายถึงมีต้นทางหรือมีที่มาจากแหล่งนั้น ในประโยคนี้ รายได้ครัวเรือนส่วนดังกล่าวได้รับมาจากเงินโอนของรัฐบาล ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ government transfers หมายถึงเงินหรือสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้ครัวเรือน ประธานกล่าวถึงสัดส่วนหนึ่งของ income ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้กริยาปัจจุบันรูป comes โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกที่มาของเงิน ข้อมูล แนวคิด หรือผลกระทบได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come from: Most of the scholarship money ____ alumni donations.

ดูคำตอบ

comes from

That's a lot,

5:10

ซึ่งถือว่าเยอะมาก

especially relative to the US, วลี

5:11

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา

where the figure is just over 5%. ไวยากรณ์

5:13

ที่ตัวเลขนี้สูงกว่า 5% เพียงเล็กน้อย

วลี

especially relative to the US: การกำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบ

relative to the US ในที่นี้หมายถึงเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ วลีนี้กำหนดให้สหรัฐฯ เป็นเกณฑ์สำหรับตัดสินว่าสัดส่วนดังกล่าวสูง เนื่องจากตัวเลขของสหรัฐฯ มากกว่า 5% เพียงเล็กน้อย สัดส่วนของอิตาลีจึงดูสูงเป็นพิเศษ โครงสร้าง relative to + นามวลี ใช้กำหนดจุดเปรียบเทียบ ส่วน especially เน้นว่าการเปรียบเทียบเฉพาะนี้ทำให้การประเมินชัดเจนยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย relative to: The fee is low ____ similar programs.

ดูคำตอบ

relative to

ไวยากรณ์

where the figure is just over 5%: เชื่อมสถานที่กับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ where นำหน้าคุณานุประโยคแบบไม่จำกัดความที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสหรัฐฯ มีความหมายใกล้เคียงกับ and in the US และเชื่อมสถานที่เข้ากับข้อมูลของสถานที่นั้น The figure หมายถึงตัวเลขหรือร้อยละที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงบุคคลหรือรูปทรง ส่วน just over 5% หมายถึงมากกว่า 5% เล็กน้อย ไม่ใช่เท่ากับ 5% พอดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลที่สอดคล้องกับสถานที่หนึ่ง?

  1. The rate is lower in Canada, which the figure is 8%.
  2. The rate is lower in Canada, where the shape is 8%.
  3. The rate is lower in Canada, where the figure is 8%.
ดูคำตอบ

The rate is lower in Canada, where the figure is 8%.

A third way is to ensure วลี

5:16

วิธีที่สามคือการสร้างหลักประกัน

that everyone has access

5:17

ว่าทุกคนสามารถเข้าถึง

to things like education and healthcare.

5:18

สิ่งต่าง ๆ เช่น การศึกษาและการดูแลสุขภาพได้

วลี

ensure that everyone has access to: ระบุเป้าหมายเชิงนโยบาย

Ensure that + clause หมายถึงทำให้แน่ใจว่าสถานการณ์หนึ่งเป็นจริง ในที่นี้ everyone has access to ... คืออนุประโยคที่บอกผลลัพธ์ซึ่งนโยบายควรรับประกัน Have access to + noun หมายถึงสามารถได้รับหรือใช้ทรัพยากรหรือบริการหนึ่ง ๆ ได้ ความหมายอาจครอบคลุมค่าใช้จ่าย การอนุญาต ความพร้อมให้บริการ หรือความสามารถในการใช้งานจริง จึงกว้างกว่าการมีทางเข้าทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าโครงการหนึ่งรับประกันการเข้าถึงทรัพยากร?

  1. The program ensures every student to have access to a laptop.
  2. The program ensures that every student has access to a laptop.
  3. The program ensures that every student has access a laptop.
ดูคำตอบ

The program ensures that every student has access to a laptop.

A highly educated, healthy workforce การใช้คำ

5:21

แรงงานที่มีการศึกษาสูงและมีสุขภาพดี

can command a higher salary on the market, การใช้คำ

5:23

สามารถเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นในตลาดได้

thus reducing inequality.

5:25

ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

การใช้คำ

A highly educated, healthy workforce: กำลังแรงงานที่มีการศึกษาสูงและมีสุขภาพดี

คำนามหลัก workforce เป็นคำนามรวม โดยมองคนทำงานในบริษัท อุตสาหกรรม ภูมิภาค หรือระบบเศรษฐกิจเป็นกลุ่มเดียว ในบริบทนโยบายนี้ คำนี้หมายถึงประชากรแรงงานโดยรวมในขอบเขตที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทีมเล็ก ๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อทำงานชิ้นหนึ่ง Highly educated และ healthy ต่างก็ขยาย workforce คำนำหน้านาม A และรูปเอกพจน์ workforce นำเสนอกลุ่มนี้เป็นทรัพยากรด้านแรงงานโดยรวมที่อาจมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดแรงงาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ workforce หมายถึงอะไร

  1. อาคารและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน
  2. ทีมเล็ก ๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อโครงการเดียว
  3. คนทำงานที่มองรวมกันเป็นกลุ่มเดียว
ดูคำตอบ

คนทำงานที่มองรวมกันเป็นกลุ่มเดียว

การใช้คำ

command a higher salary on the market: ได้รับเงินเดือนสูงขึ้นด้วยมูลค่าในตลาด

ใน can command a higher salary คำว่า command หมายถึง “สามารถได้รับหรือมีคุณค่ามากพอที่จะทำให้ระดับเงินเดือนนั้นสมเหตุสมผลเพราะคุณค่าหรือความต้องการในตลาด” ไม่ได้หมายถึงการออกคำสั่ง can นำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นความสามารถ และการศึกษาและสุขภาพของกำลังแรงงานทำให้นายจ้างเต็มใจจ่ายมากขึ้น On the market วางความสามารถนี้ไว้ภายใต้เงื่อนไขของตลาดแรงงาน วลีนี้บอกถึงศักยภาพในการหารายได้หรืออำนาจต่อรอง ไม่ได้หมายความว่าคนทำงานทุกคนได้รับเงินเดือนระดับนั้นอยู่แล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “มีมูลค่าในตลาดมากพอที่จะได้รับ”: Specialists with rare skills can ____ a higher salary.

ดูคำตอบ

command

A fourth way is addressing the digital divide, การใช้คำ

5:28

วิธีที่สี่คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล

the gap between those who have access to the internet ไวยากรณ์

5:30

ช่องว่างระหว่างผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต

and those who do not.

5:32

กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

การใช้คำ

addressing the digital divide: การลงมือแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ในที่นี้ addressing หมายถึงการลงมือจัดการกับปัญหา เป็นรูป -ing ของ address และใช้บอกแนวทางที่สี่ the digital divide คือช่องว่างทางสังคมระหว่างผู้ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้กับผู้ที่เข้าไม่ถึง โดย divide ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึงช่องว่าง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงแบ่งแยก addressing the digital divide ไม่ได้บอกว่าช่องว่างนั้นหายไปแล้ว แต่เป็นการนำเสนอความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงดิจิทัลว่าเป็นปัญหาที่ต้องลงมือแก้ไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงนโยบายจากบทเรียนนี้: By lending Wi-Fi hotspots, the library is ____.

ดูคำตอบ

addressing the digital divide

ไวยากรณ์

the gap between those who ... and those who do not: การเปรียบเทียบช่องว่างระหว่างคนสองกลุ่ม

รูปแบบ the gap between A and B ใช้ระบุสองฝ่ายที่มีความแตกต่างกัน ในที่นี้ทั้งสองฝ่ายเป็นกลุ่มคน ได้แก่ those who have access to the internet และ those who do not ในโครงสร้าง those who ... คำว่า those หมายถึงคนเหล่านั้น ส่วน who ใช้นำข้อมูลที่บอกว่าเป็นคนกลุ่มใด ในกลุ่มที่สอง those who do not เข้าใจได้เต็ม ๆ ว่า those who do not have access to the internet มีการละวลีกริยาที่ซ้ำออกเพื่อไม่ให้พูดซ้ำ ขณะที่โครงสร้างแบบขนานยังช่วยให้เห็นสองกลุ่มได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคให้เป็นโครงสร้างเปรียบต่าง between ... and ... ที่สมดุล? The new policy widened the gap between those who could work from home and ...

  1. those could not who
  2. those who could not
  3. who those could not
ดูคำตอบ

those who could not

A fifth way is dealing with extreme wealth. วลี

5:34

วิธีที่ห้าคือการจัดการกับความมั่งคั่งสุดโต่ง

วลี

dealing with extreme wealth: การรับมือกับความมั่งคั่งมหาศาล

ในที่นี้ dealing with หมายถึงการลงมือจัดการหรือรับมือกับประเด็นที่ยาก extreme wealth หมายถึงทรัพย์สินส่วนบุคคลที่มีมูลค่ามหาศาลเป็นพิเศษ ในบริบทการพูดถึงความไม่เท่าเทียม วลีนี้มองการกระจุกตัวและผลกระทบของความมั่งคั่งดังกล่าวว่าเป็นประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องจัดการ วลีรูป -ing อย่าง dealing with extreme wealth อยู่หลัง A fifth way is และบอกว่าวิธีที่ห้ามุ่งจัดการเรื่องใด แต่ไม่ได้ระบุว่าจะใช้มาตรการใด เช่น การเก็บภาษีหรือการกำกับดูแล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ลงมือจัดการหรือรับมือ”: Local governments need to ____ rising housing costs.

ดูคำตอบ

deal with

Multi-billionaires can buy social media platforms,

5:37

มหาเศรษฐีพันล้านสามารถซื้อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

news outlets, policy think-tanks, การใช้คำ

5:41

สำนักข่าว สถาบันคลังสมองด้านนโยบาย

perhaps even politicians,

5:43

หรืออาจจะถึงขั้นซื้อนักการเมือง

and bend them to their will, สำนวน

5:44

และโน้มน้าวให้พวกเขาทำตามความต้องการของตนเองได้

threatening the very fabric of democracy. สำนวน

5:46

ซึ่งคุกคามโครงสร้างพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

การใช้คำ

policy think-tanks: สถาบันคลังสมองด้านนโยบาย

Policy think-tanks คือองค์กรที่ศึกษาประเด็นสาธารณะ ประเมินทางเลือกเชิงนโยบาย และเผยแพร่งานวิจัยหรือข้อเสนอแนะที่อาจมีอิทธิพลต่อการถกเถียงและการตัดสินใจ Think tank เป็นคำนามประสมที่มีความหมายเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงรถถังตามตัวอักษร ส่วน policy ระบุขอบเขตของงานวิจัย ในประโยคนี้ สถาบันคลังสมองด้านนโยบายถูกนับรวมในกลุ่มสถาบันที่ผู้มั่งคั่งอย่างมากอาจใช้เพื่อกำหนดทิศทางชีวิตสาธารณะ แต่คำนี้ไม่ได้หมายถึงหน่วยงานรัฐบาลโดยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ในบทความข่าว a policy think tank น่าจะหมายถึงอะไร

  1. บริษัทที่ผลิตยานพาหนะทางทหาร
  2. องค์กรที่วิจัยประเด็นสาธารณะและพัฒนาแนวคิดเชิงนโยบาย
  3. หน่วยงานรัฐบาลที่จัดเก็บภาษี
ดูคำตอบ

องค์กรที่วิจัยประเด็นสาธารณะและพัฒนาแนวคิดเชิงนโยบาย

สำนวน

bend them to their will: บังคับให้ทำตามเจตจำนงของตน

Bend someone or something to one's will เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการใช้อำนาจ แรงกดดัน หรือการควบคุมเพื่อบังคับให้บุคคลหรือสถาบันทำตามความต้องการของตน มีความหมายรุนแรงกว่าการโน้มน้าวธรรมดา ในประโยคนี้ them หมายถึงแพลตฟอร์ม สำนักข่าว สถาบันคลังสมอง และอาจรวมถึงนักการเมือง ส่วน their หมายถึงกลุ่มมหาเศรษฐี วลีนี้นำเสนอว่าความมั่งคั่งและความเป็นเจ้าของเป็นเครื่องมือในการควบคุมสิ่งเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ bend ... to someone's will: The ruler tried to ____.

ดูคำตอบ

bend the courts to his will

สำนวน

the very fabric of democracy: โครงสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตย

The fabric of democracy เป็นอุปมาถึงสถาบัน บรรทัดฐาน ความสัมพันธ์ และความไว้วางใจของสาธารณะที่เชื่อมโยงกันและทำให้ประชาธิปไตยดำเนินไปได้ Threatening that fabric จึงหมายถึงการทำให้รากฐานของระบบตกอยู่ในอันตราย ไม่ใช่การทำลายผืนผ้า ใน the very fabric คำว่า very หมายถึงแก่นแท้โดยตรงและช่วยเน้นความหมาย ส่วน threatening เป็นรูปกริยาที่นำเสนอภัยต่อประชาธิปไตยว่าเป็นผลจากการควบคุมที่กล่าวมาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the very fabric of democracy หมายถึงอะไร

  1. ปัญหาเล็กน้อยและชั่วคราวในระบบประชาธิปไตย
  2. สถาบัน บรรทัดฐาน ความสัมพันธ์ และความไว้วางใจที่ยึดประชาธิปไตยไว้ด้วยกัน
  3. ผ้าที่ใช้ทำธงและป้ายหาเสียงเลือกตั้ง
ดูคำตอบ

สถาบัน บรรทัดฐาน ความสัมพันธ์ และความไว้วางใจที่ยึดประชาธิปไตยไว้ด้วยกัน

Now, we are just barely scratching the surface สำนวน

5:49

ตอนนี้ เราเพิ่งจะแค่แตะเพียงผิวเผินเท่านั้น

of inequality here.

5:52

เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในที่นี้

สำนวน

just barely scratching the surface of ...: เพิ่งแตะเพียงผิวเผินเท่านั้น

เมื่อใช้ scratch the surface of กับหัวข้อหนึ่ง สำนวนนี้หมายถึงการกล่าวถึงเพียงส่วนเล็ก ๆ ในระดับเบื้องต้น โดยยังมีอีกมากที่ไม่ได้สำรวจ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการขีดข่วนพื้นผิวจริง ๆ ในประโยคนี้ just barely ยิ่งเน้นว่าขอบเขตที่กล่าวถึงมีน้อยมาก กล่าวคือ การอภิปรายเรื่องความเหลื่อมล้ำครอบคลุมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “กล่าวถึงเพียงส่วนเล็กมาก” ให้สมบูรณ์: After one short lesson, we've barely scratched the ____ of this subject.

ดูคำตอบ

surface

We haven't touched on the drastic divides โน้ต

5:53

เรายังไม่ได้พูดถึงความแตกแยกอันรุนแรง

in who has wealth and who doesn't,

5:55

ระหว่างใครมีความมั่งคั่งและใครไม่มี

the power structures that prevent การใช้คำ

5:57

โครงสร้างอำนาจที่ขัดขวาง

social and economic mobility,

5:59

การเคลื่อนที่ทางสังคมและเศรษฐกิจ

การใช้คำ

power structures that prevent social and economic mobility: โครงสร้างอำนาจที่ขัดขวางการเลื่อนสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจ

Power structures หมายถึงสถาบัน กฎ และความสัมพันธ์ที่กำหนดว่าใครควบคุมทรัพยากร การตัดสินใจ และอิทธิพล ส่วนอนุประโยคสัมพันธ์ that prevent... ระบุโครงสร้างเหล่านี้ผ่านผลที่โครงสร้างก่อให้เกิด ในบริบททางสังคมศาสตร์นี้ social and economic mobility หมายถึงความสามารถของบุคคลหรือกลุ่มในการเปลี่ยนสถานะทางสังคมหรือฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งมักรวมถึงการเลื่อนสูงขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเดินทางหรือการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ทั้งวลีจึงสื่อว่าระบบที่ฝังรากลึกขัดขวางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. อุปกรณ์สำนักงานที่ทำให้การเคลื่อนไหวทางกายภาพลำบาก
  2. สถาบันและความสัมพันธ์ที่ขัดขวางไม่ให้ผู้คนเปลี่ยนสถานะทางสังคมหรือฐานะทางเศรษฐกิจ
  3. เครือข่ายการขนส่งที่ทำให้ผู้คนเดินทางระหว่างเมืองไม่ได้
ดูคำตอบ

สถาบันและความสัมพันธ์ที่ขัดขวางไม่ให้ผู้คนเปลี่ยนสถานะทางสังคมหรือฐานะทางเศรษฐกิจ

and the drastic inequality between countries.

6:01

และความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงระหว่างประเทศ

กริยาวลี

We haven't touched on ...: เรายังไม่ได้กล่าวถึง...

touch on a topic หมายถึงกล่าวถึงหรือแตะหัวข้อหนึ่งเพียงสั้น ๆ โดยไม่ได้ขยายความอย่างละเอียด เป็นการบอกขอบเขตของเนื้อหา ไม่ใช่การสัมผัสทางกายภาพ We haven't touched on ใช้ present perfect รูปปฏิเสธเพื่อกำหนดขอบเขตของการอภิปรายจนถึงตอนนี้ กล่าวคือ หัวข้อเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงแม้เพียงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ปฏิเสธแบบย่อของ touch on: So far, we ____ the long-term costs.

ดูคำตอบ

haven't touched on

การใช้คำ

drastic divides in who has wealth and who doesn't: ความแบ่งแยกอย่างรุนแรงระหว่างผู้มีความมั่งคั่งกับผู้ที่ไม่มี

ในที่นี้ divide เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการแบ่งแยกอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่ม โดยเฉพาะในด้านสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง ส่วน drastic เน้นว่าการแบ่งแยกนี้รุนแรงมาก ไม่ใช่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย อนุประโยค who has wealth และ who doesn't ระบุคนที่อยู่คนละฝั่งของความแบ่งแยก ทั้งสองเป็นคำบรรยายที่ฝังอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง โดย doesn't ใน who doesn't ใช้แทน doesn't have wealth โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบกลุ่มที่มีบางสิ่งกับกลุ่มที่ไม่มีสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ divide เพื่อบรรยายการแบ่งแยกทางสังคมหรือเศรษฐกิจอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่ม

  1. The two schedules show a small difference in starting time.
  2. The emergency created a deep divide between families who had savings and those who didn't.
  3. The ruler leaves a five-millimeter gap between the marks.
ดูคำตอบ

The emergency created a deep divide between families who had savings and those who didn't.

The fact that, for example,

6:04

ความจริงที่ว่า ตัวอย่างเช่น

just three Americans have $90 billion more dollars ไวยากรณ์

6:05

คนอเมริกันเพียงแค่สามคนกลับมีเงินมากกว่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์

than Egypt, a country of 100 million people.

6:09

เมื่อเทียบกับอียิปต์ ประเทศที่มีประชากร 100 ล้านคน

ไวยากรณ์

มากกว่าอียิปต์ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากร 100 ล้านคนอยู่ 9 หมื่นล้านดอลลาร์

รูปแบบ จำนวน + more + คำนาม + than + เกณฑ์เปรียบเทียบ ใช้บอกขนาดของผลต่าง ในที่นี้ทรัพย์สินรวมของชาวอเมริกันสามคนถูกนำเสนอว่ามากกว่าจำนวนเงินที่นำมาเทียบกับอียิปต์อยู่ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ สิ่งที่เปรียบเทียบคือความมั่งคั่ง ไม่ใช่จำนวนคน A country of 100 million people เป็นวลีที่กล่าวอธิบาย Egypt ซ้ำและเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของประเทศ การวางคำอธิบายนี้หลังเกณฑ์เปรียบเทียบช่วยเน้นความแตกต่างระหว่างคนเพียงสามคนกับประเทศที่มีประชากรจำนวนมากทั้งประเทศ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายส่วนที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?

  1. ประโยคนี้เปรียบเทียบชาวอเมริกันสามคนกับชาวอียิปต์ 100 ล้านคนด้วยจำนวนประชากรเท่านั้น
  2. การเปรียบเทียบนี้บอกว่าทรัพย์สินของชาวอเมริกันสามคนมากกว่าจำนวนเงินที่นำมาเทียบกับอียิปต์ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และวลีอธิบายก็เพิ่มข้อมูลเรื่องขนาดประชากรของอียิปต์
  3. ประโยคนี้บอกว่าชาวอเมริกันสามคนมีทรัพย์สินรวมมากกว่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอียิปต์มีเงิน 100 ล้านดอลลาร์
ดูคำตอบ

การเปรียบเทียบนี้บอกว่าทรัพย์สินของชาวอเมริกันสามคนมากกว่าจำนวนเงินที่นำมาเทียบกับอียิปต์ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และวลีอธิบายก็เพิ่มข้อมูลเรื่องขนาดประชากรของอียิปต์

And here's one final thing to think about. ลำดับความ

6:13

และนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ควรนำไปคิด

ลำดับความ

อีกเรื่องสุดท้ายที่อยากให้ลองคิดดู

Here's ดึงความสนใจไปยังเนื้อหาที่กำลังจะตามมา ส่วน one final thing ระบุว่านี่คือประเด็นหลักสุดท้ายก่อนจบ ทั้งสองส่วนจึงทำหน้าที่เป็นประโยคบอกทางที่แจ้งผู้ฟังว่าการพูดกำลังจะสรุปลง To think about นำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นสิ่งที่ควรนำไปคิดต่อ ไม่ใช่เพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่เติมเข้ามา สามารถใช้ทั้งสำนวนเพื่อพาผู้ฟังไปสู่ข้อคิดสำคัญสุดท้ายได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังจะเกริ่นแนวคิดหลักข้อสุดท้าย เติมประโยคบอกทางด้วยสำนวนจากบทเรียน: And here's ____.

ดูคำตอบ

one final thing to think about

Power and wealth are self-reinforcing, การใช้คำ

6:15

อำนาจและความมั่งคั่งจะเสริมสร้างตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ

which means that equality is not. ลำดับความ

6:18

ซึ่งหมายความว่าความเท่าเทียมนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น

การใช้คำ

self-reinforcing: กระบวนการที่ทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น

Self-reinforcing อธิบายกระบวนการป้อนกลับที่ผลลัพธ์ย้อนกลับไปทำให้กระบวนการที่สร้างผลนั้นแข็งแรงขึ้น ในประโยคนี้ อำนาจและความมั่งคั่งที่มีอยู่ช่วยสร้างเงื่อนไขให้ได้อำนาจและความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอีก self ในที่นี้หมายถึงตัวกระบวนการ ไม่ใช่คนที่ให้กำลังใจตัวเอง คำคุณศัพท์ประสมนี้อยู่หลัง are และอธิบาย power and wealth

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมจากบทเรียนนี้: More users attract more developers, and more developers attract more users, so the cycle is ____.

ดูคำตอบ

self-reinforcing

ลำดับความ

which means that equality is not: เชื่อมข้อสรุปและละคำที่ซ้ำ

Which means that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง wealth และนำเสนออนุประโยคถัดไปเป็นข้อสรุปที่ได้จากข้อความนั้น ใน equality is not มีการละส่วนเติมเต็ม self-reinforcing เพราะเพิ่งปรากฏและผู้ฟังสามารถเติมกลับได้ รูปเต็มคือ equality is not self-reinforcing การละคำเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการซ้ำและทำให้การเปรียบต่างกระชับและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

หลัง 'equality is not' ในตัวอย่าง สามารถเติมความหมายเต็มข้อใดกลับเข้าไปได้?

  1. Equality does not exist.
  2. Equality is not self-reinforcing.
  3. Equality is not related to power or wealth.
ดูคำตอบ

Equality is not self-reinforcing.

Left to their own devices, สำนวน

6:20

หากปล่อยไปตามยถากรรม

societies tend toward inequality, วลี

6:22

สังคมมีแนวโน้มที่จะมุ่งไปสู่ความเหลื่อมล้ำ

unless we weaken the feedback loops ไวยากรณ์

6:25

เว้นแต่ว่าเราจะทำให้วงจรการตอบสนอง

สำนวน

Left to their own devices: ถูกปล่อยให้ลงมือทำหรือพัฒนาเองโดยไม่มีการแทรกแซง

สำนวน left to one's own devices หมายถึงการปล่อยให้บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงมือทำหรือพัฒนาไปเองโดยไม่มีคำแนะนำ การควบคุม หรือการแทรกแซงจากภายนอก ในที่นี้ left to their own devices หมายถึงการปล่อยให้สังคมพัฒนาไปโดยไม่มีการแทรกแซง ส่วน devices ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Left... เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่องสาม โดยมี societies เป็นประธานที่เข้าใจได้จากความหมาย ใช้ตั้งเงื่อนไขและสามารถเขียนเต็มได้เป็น If societies are left to their own devices.

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน left to one's own devices เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the coach stepped away, the players were left ____.

ดูคำตอบ

to their own devices

วลี

societies tend toward inequality: สังคมมีแนวโน้มไปสู่ความเหลื่อมล้ำ

โครงสร้าง tend toward + คำนาม ใช้อธิบายทิศทางที่การเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนามักดำเนินไป ใน societies tend toward inequality คำว่า inequality คือสภาวะที่สังคมมีแนวโน้มจะเคลื่อนไปหา ไม่ใช่จุดหมายทางกายภาพ Tend บอกเพียงแนวโน้ม ไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ที่แน่นอนหรือเกิดขึ้นทุกกรณี ประโยคนี้เป็นการกล่าวโดยทั่วไปว่าสิ่งใดมีโอกาสเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย tend toward ในรูปที่ถูกต้อง: Without regular maintenance, complex systems ____ instability.

ดูคำตอบ

tend toward

of wealth and power concentration.

6:27

ของการกระจุกตัวของความมั่งคั่งและอำนาจนั้นอ่อนแอลง

ไวยากรณ์

unless we weaken ...: เงื่อนไขยกเว้น

Unless ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่จะป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์หลักเกิดขึ้น ในประโยคนี้ หากวงจรป้อนกลับไม่ได้รับการลดทอน สังคมก็มีแนวโน้มไปสู่ความไม่เท่าเทียม ส่วนการลดทอนวงจรเหล่านั้นคือเงื่อนไขยกเว้นที่อาจหยุดแนวโน้มดังกล่าวได้ ในโครงสร้างนี้ unless + อนุประโยคบอกเล่า โดยทั่วไปมีความหมายเหมือน if ... not: unless we weaken ... = if we do not weaken .... เนื่องจาก unless มีความหมายเป็นเงื่อนไขเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว การเติม not จะทำให้ตรรกะที่ต้องการสื่อกลับด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “เว้นแต่”: The reservoir will keep shrinking ____ the town reduces water use.

ดูคำตอบ

unless

But will capitalism allow วลี

6:30

แต่ระบบทุนนิยมจะยอมให้เกิด

for these kinds of adjustments,

6:32

การปรับเปลี่ยนแบบนี้หรือไม่

or is it fundamentally broken? การใช้คำ

6:33

หรือแท้จริงแล้วมันพังทลายลงตั้งแต่ระดับรากฐาน?

วลี

allow for these kinds of adjustments: เผื่อพื้นที่สำหรับการเปลี่ยนแปลง

allow for + คำนาม หมายถึงคำนึงถึงสิ่งหนึ่งหรือเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับสิ่งนั้น ในที่นี้ประธานคือระบบเศรษฐกิจ จึงเป็นคำถามว่าโครงสร้างของระบบสามารถรองรับการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ได้หรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าระบบทุนนิยมให้อนุญาตเหมือนเป็นบุคคล วลีนี้อธิบายว่าแผน ระบบ การออกแบบ หรือตารางเวลามีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับปัจจัยหรือการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด เมื่อตารางเวลาต้องเผื่อสำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น? A realistic schedule must ___ unexpected delays.

  1. allow
  2. allow to
  3. allow for
ดูคำตอบ

allow for

การใช้คำ

fundamentally broken: ระบบที่มีปัญหาถึงระดับรากฐาน

ในที่นี้ fundamentally broken ใช้บรรยายระบบที่ปัญหาอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานหรือหลักการทำงาน ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่เสียหายทางกายภาพ สื่อนัยว่าการแก้ไขเพียงเล็กน้อยอาจไม่เพียงพอ คำถามนี้วางความเป็นไปได้สองทางไว้ตรงข้ามกัน คือระบบทุนนิยมสามารถรองรับการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ได้ หรือระบบล้มเหลวในระดับพื้นฐาน ความเป็นไปได้อย่างหลังเป็นการตัดสินที่รุนแรงและมีน้ำเสียงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

เมื่อ fundamentally broken ใช้บรรยายระบบ โดยมากหมายความว่าอย่างไร?

  1. พื้นผิวด้านนอกของระบบได้รับความเสียหายทางกายภาพ
  2. การออกแบบพื้นฐานหรือหลักการทำงานของระบบมีข้อบกพร่องร้ายแรง
  3. ระบบมีปัญหาเล็กน้อยชั่วคราวที่แก้ไขได้ง่าย
ดูคำตอบ

การออกแบบพื้นฐานหรือหลักการทำงานของระบบมีข้อบกพร่องร้ายแรง

Explore the answer to this question วลี

6:35

ค้นหาคำตอบของคำถามนี้

with this video,

6:37

ได้จากวิดีโอนี้

วลี

Explore the answer to this question: คำเชิญชวนให้ค้นคว้าต่อ

ในที่นี้ explore หมายถึงการตรวจสอบหรือเรียนรู้บางสิ่งอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การเดินทางไปสำรวจสถานที่ กรรมของคำนี้คือ the answer to this question โดยเป็นการเชิญชวนให้ผู้ชมใช้วิดีโอเพื่อพิจารณาว่าคำถามนี้ตอบได้อย่างไร รูปคำสั่ง Explore... ทำหน้าที่เป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำอย่างเป็นมิตรในเนื้อหาด้านการศึกษาหรือการประชาสัมพันธ์ โดยเน้นกระบวนการค้นหาคำตอบ จึงไม่ได้รับประกันว่าจะมีคำตอบที่รวดเร็วหรือเรียบง่ายเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญชวนในเนื้อหาการศึกษานี้ด้วยสำนวนเป้าหมาย: Watch the next lesson to ____.

ดูคำตอบ

explore the answer to this question

or continue to expand your understanding วลี

6:38

หรือขยายความเข้าใจของคุณต่อไป

of economics on the World Economic Forum's

6:40

เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ได้ที่ช่อง YouTube

YouTube channel.

6:42

ของ World Economic Forum

วลี

or continue to expand your understanding: คำเชิญชวนให้เรียนรู้ต่อไป

continue to expand your understanding หมายถึงการเพิ่มพูนความรู้เดิมให้กว้างและลึกยิ่งขึ้นต่อไป โครงสร้าง continue to + คำกริยารูปพื้นฐานแสดงว่าการกระทำยังดำเนินต่อ ส่วน expand your understanding of + หัวข้อ หมายถึงการเพิ่มทั้งความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ในประโยคนี้ or เชื่อมคำแนะนำนี้กับอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับสิ่งที่จะทำต่อไป วลีทั้งหมดเป็นคำเชิญชวนอย่างเป็นมิตรให้เรียนรู้ต่อ ไม่ใช่คำสั่งที่แข็งกร้าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเป้าหมาย: Use the research guide to ____ of urban planning.

ดูคำตอบ

continue to expand your understanding