ข้อผิดพลาดในการออกเสียงภาษาอังกฤษที่พบบ่อยที่สุด ❌: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายการออกเสียงคำภาษาอังกฤษสิบคำที่ผู้เรียนมักออกเสียงผิด โดยแยกให้เห็นพยางค์ การลงเสียงหนัก การเชื่อมเสียง อักษรที่ไม่ออกเสียง และความแตกต่างระหว่างการใช้แบบอังกฤษกับแบบอเมริกัน ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. a primary stress and a secondary stress. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เรียนรู้ศัพท์มาตรฐานด้านการออกเสียงที่หมายถึงเสียงเน้นหลักและเสียงเน้นรองภายในคำ ความรู้นี้ช่วยให้เข้าใจคำอธิบายในพจนานุกรมและบทเรียนการออกเสียงอย่างละเอียด รวมทั้งแยกระดับความหนักสองระดับเมื่อออกเสียงคำหลายพยางค์อย่าง entrepreneur 2. In the UK, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: สังเกตคำบอกขอบเขตทางภูมิภาคที่ชี้ว่าข้อความต่อไปนี้กล่าวถึงการใช้ภาษาในสหราชอาณาจักร ไม่ใช่กฎสากล สามารถใช้เมื่ออธิบายว่าการออกเสียง schedule ที่พบบ่อยสองแบบเป็นที่ยอมรับในอังกฤษ ขณะที่ผู้พูดอเมริกันมักเลือกใช้เพียงแบบหนึ่ง 3. to help us connect — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า to + คำกริยาใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ในที่นี้อธิบายว่ามีการเติมเสียง w แทรกระหว่างสระเพื่อให้เชื่อมเสียงได้ลื่นไหลขึ้น และยังนำรูปแบบนี้ไปใช้อธิบายว่าเทคนิค เครื่องมือ หรือขั้นตอนหนึ่งมีไว้เพื่ออะไรได้ด้วย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, and welcome back to pronunciation with Emma. วลี
0:00สวัสดีค่ะ และยินดีต้อนรับกลับสู่บทเรียนการออกเสียงกับ Emma
welcome back to: การต้อนรับผู้ฟังที่กลับมาอีกครั้ง
welcome back to + รายการ ชั้นเรียน ช่อง สถานที่ หรือกิจกรรม ใช้ต้อนรับผู้ที่กลับมาสู่สิ่งที่คุ้นเคย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้เปิดบทเรียนการออกเสียงอีกบทหนึ่งกับ Emma back หมายถึงการกลับมาสู่ซีรีส์หรือกิจกรรมนั้น ไม่ได้แปลว่าผู้ชมเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้
แบบฝึกหัด
เติมคำกล่าวเปิดสำหรับผู้ฟังที่กลับมาฟังรายการรายสัปดาห์ให้สมบูรณ์: ____ our weekly science show.
ดูคำตอบ
Welcome back to
Or welcome if you're brand new to my channel. วลี
0:02หรือยินดีต้อนรับหากคุณเพิ่งเคยเข้ามาที่ช่องของฉัน
brand new to: ไม่มีประสบการณ์มาก่อน
โครงสร้าง be brand new to + สถานที่ วิชา กิจกรรม หรือกลุ่ม หมายถึงเพิ่งได้รู้จักหรือเพิ่งเข้าร่วม และแทบไม่มีหรือไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย ในประโยคนี้ใช้กล่าวถึงคนที่มาเยี่ยมชมช่องเป็นครั้งแรก brand ในวลีนี้ทำให้ความหมายของ new เข้มขึ้น ไม่ได้หมายถึงฉลากสินค้าหรือชื่อบริษัท ส่วน new to ให้ความหมายพื้นฐานเหมือนกัน แต่ brand new to เน้นว่ายังไม่คุ้นเคยเลย
แบบฝึกหัด
Lina ไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อน เติมประโยคของเธอด้วยวลีสามคำที่หมายถึงเพิ่งเริ่มทำกิจกรรมและยังไม่เคยมีประสบการณ์: I'm ____ coding.
ดูคำตอบ
brand new to
we're going to look at 10 words that my students constantly mispronounce. ลำดับความ
0:06เราจะมาดู 10 คำที่นักเรียนของฉันมักจะออกเสียงผิดกันค่ะ
we're going to look at: การเกริ่นหัวข้อถัดไป
โครงสร้าง we're going to look at + หัวข้อ ใช้บอกผู้ฟังว่าจะตรวจดูหรือพูดคุยเรื่องใดต่อไป ในประโยคนี้ ผู้พูดจัดลำดับบทเรียนโดยแนะนำคำสิบคำให้เป็นหัวข้อถัดไป ในบริบทการสอนนี้ look at หมายถึงตรวจดูหรือพูดคุย ไม่ได้หมายถึงเพียงมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้แนะนำหัวข้อในบทเรียน การนำเสนอ และการประชุมได้
แบบฝึกหัด
เติมบทนำของบทเรียนด้วยสำนวนเกริ่นหัวข้อจากตัวอย่าง: Today, ____ three ways to save water.
ดูคำตอบ
we're going to look at
And I'm teaching you these because I don't want you to make the same mistakes. วลี
0:12และที่ฉันสอนคำเหล่านี้ก็เพราะไม่อยากให้พวกคุณทำผิดพลาดแบบเดียวกัน
make the same mistakes: ใช้ make กับ mistake
make a mistake เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติในภาษาอังกฤษเพื่อบอกว่าทำบางอย่างผิด ใน make the same mistakes รูปพหูพจน์หมายถึงการทำข้อผิดพลาดที่เคยทำหรือกล่าวถึงแล้วซ้ำอีก mistake หรือ mistakes ใช้กับ make โดยตรง เช่น make a mistake หรือ make mistakes ไม่ใช้ do วางหน้าคำว่า mistake หรือ mistakes โดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้คำที่จับคู่กันจากตัวอย่างเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: Read the feedback carefully so you don't ____ next time.
ดูคำตอบ
make the same mistakes
If you'd like to improve your English pronunciation,
0:16หากคุณต้องการพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษของคุณ
then why not download my free English pronunciation pack? น้ำเสียง/เจตนา
0:18ทำไมไม่ลองดาวน์โหลดแพ็กเกจการออกเสียงภาษาอังกฤษฟรีของฉันดูล่ะคะ
why not download: การเสนอแนะให้นุ่มนวลขึ้น
Why not download ...? หมายถึง “ขอเสนอให้ดาวน์โหลดดู” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนผู้ชมให้รับชุดฝึกฟรี ไม่ได้ถามเหตุผลว่าทำไมจึงดาวน์โหลดไม่ได้ โครงสร้างคือ Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ download ไม่ใช่ to download หรือ downloading
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอแนะที่เป็นมิตรโดยใช้โครงสร้าง Why not และคำกริยาในวงเล็บ: Why ____ the free sample before you buy it? (try)
ดูคำตอบ
not try
It gives you all the resources you need to help you improve your English pronunciation,
0:21มันมีแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเพื่อช่วยคุณพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษ
including how to find your current pronunciation mistakes and correct them. ไวยากรณ์
0:26รวมถึงวิธีค้นหาข้อผิดพลาดในการออกเสียงปัจจุบันของคุณและวิธีแก้ไขด้วย
including how to find ... and correct them: การเชื่อมสองขั้นตอน
including ใช้เกริ่นถึงตัวอย่างหนึ่งของเนื้อหาที่รวมอยู่ในแหล่งข้อมูลนั้น ภายในส่วนนี้ how to ใช้กับการกระทำสองอย่างที่เชื่อมด้วย and คือ find the mistakes และ correct them ไม่ต้องเติม to ซ้ำก่อน correct them หมายถึง current pronunciation mistakes ส่วน correct ในที่นี้เป็นคำกริยา แปลว่า “แก้ไข” โครงสร้างนี้ใช้บอกขั้นตอนที่รวมอยู่ในคู่มือ หลักสูตร หรือเครื่องมือได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาสองคำในวงเล็บ โดยใช้รูปที่ต้องการหลัง how to: The guide includes practical steps, including how to ____ common errors and ____ them. (find, correct)
ดูคำตอบ
find · correct
just click the link down below in the description. วัฒนธรรม
0:34เพียงคลิกลิงก์ด้านล่างในคำอธิบายได้เลยค่ะ
down below in the description บนหน้าวิดีโอ
บนแพลตฟอร์มวิดีโอ description หมายถึงส่วนข้อมูลที่แนบกับวิดีโอ ซึ่งผู้สร้างมักใส่ลิงก์และรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ ตรงนี้ in the description ระบุว่าลิงก์อยู่ในส่วนใด down below บอกว่าส่วนนั้นอยู่ต่ำลงไปบนหน้าเว็บ ทั้งวลีจึงชี้ให้ผู้ชมดูใต้ตัววิดีโอหรือบริเวณด้านล่างของหน้า ไม่ได้เป็นชื่อสถานที่แยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
บนหน้าวิดีโอ ลิงก์ที่บอกว่าอยู่ down below in the description อยู่ที่ไหน?
- ในคำบรรยายที่ผู้พูดจะพูดออกเสียงภายหลัง
- ในส่วนข้อมูลด้านล่างวิดีโอ
- ในสถานที่ชื่อ Down Below
ดูคำตอบ
ในส่วนข้อมูลด้านล่างวิดีโอ
let's start with + หัวข้อ: เปิดส่วนแรก
โครงสร้าง Let's start with + คำนามหรือนามวลี ใช้เปิดรายการ บทเรียน ขั้นตอน หรือการสนทนาด้วยหัวข้อแรก โครงสร้างนี้จัดลำดับสิ่งที่จะพูดต่อไปโดยบอกว่าสิ่งใดจะถูกจัดการก่อน Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการชวนให้เดินหน้าต่อด้วยกัน ส่วน with ใช้นำสิ่งที่จะเริ่มก่อน—ในที่นี้คือ word number one—ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่ใช้เริ่ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ let's + start + with: We have three topics. ____ the safety rules.
ดูคำตอบ
Let's start with
a southern city: ใช้ southern หน้าคำนาม
ใน a southern city คำว่า southern เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงตั้งอยู่ทางตอนใต้ คำนี้วางไว้หน้า city และบอกตำแหน่งของเมือง southern ไม่สามารถใช้เรียกภูมิภาคได้ด้วยตัวเอง คำนามหลักของวลีนี้คือ city ส่วน southern เพียงให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ city
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Mina อาศัยอยู่ในเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ที่ใหญ่กว่า?
- Mina lives in a southern city.
- Mina lives south of the city.
- Mina lives in the south.
ดูคำตอบ
Mina lives in a southern city.
confuse this with: โครงสร้าง confuse A with B
confuse A with B หมายถึงสับสนคน สิ่งของ หรือแนวคิดสองอย่าง เพราะมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างกัน A คือสิ่งแรก และ B คืออีกสิ่งที่ถูกนำมาสับสนกับ A ในประโยคนี้ this หมายถึง southern ส่วน south คือสิ่งที่สอง คำเตือนนี้บอกผู้ฟังว่าไม่ควรคิดว่าสองคำนี้ใช้แทนกันได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วย confuse A with B ให้มีความหมายว่าอย่าเข้าใจผิดว่า Maya คือ Mia: Don't ____.
ดูคำตอบ
confuse Maya with Mia
in the south ... in a southern city: ความต่างระหว่าง south กับ southern
ในวลี in the south คำว่า south เป็นคำนามที่ใช้เรียกภูมิภาค ดังนั้นเมื่อใช้ในความหมายนี้จึงมักมี the นำหน้าเป็น the south ซึ่งหมายถึงส่วนใต้ของสถานที่หนึ่ง แม้จะไม่ได้บอกชื่อสถานที่นั้นก็ตาม ในวลี in a southern city คำว่า southern เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย city ใช้ the south เมื่อพูดถึงภูมิภาคนั้นโดยตรง และใช้ southern หน้าคำนาม เช่น city, coast หรือ area
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ south: The village is in the ____ of the country, in a quiet ____ region.
ดูคำตอบ
south · southern
break this down into: แบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นหลายส่วน
Break A down into B หมายถึงการแบ่งหรืออธิบายสิ่งที่เป็นก้อนเดียว A ให้เป็นส่วนย่อย B เพื่อให้เข้าใจหรือจัดการ A ได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ this หมายถึงคำที่กำลังพูดถึง และ four syllables คือส่วนที่ได้จากการแบ่ง เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง this หรือ it ให้วางไว้ระหว่าง break กับ down จึงใช้ break this down into... ไม่ใช่ break down this into... ส่วน into ใช้นำหน้าส่วนย่อยที่ได้ ที่นี่ down into ไม่ได้หมายถึงทิศทางลงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้ break ... down into เติมประโยคให้สมบูรณ์: The plan feels complicated, so let's ____ three clear stages.
ดูคำตอบ
break it down into
as in: ชี้ความหมายด้วยตัวอย่างเฉพาะ
“As in” ใช้นำเสนอตัวอย่างเฉพาะเพื่อระบุเสียง การสะกด หรือความหมายที่เพิ่งกล่าวถึง ในโครงสร้าง X, as in Y ส่วน Y จะแสดงอย่างชัดเจนว่า X หมายถึงอะไร ในที่นี้ ประโยคหลัง “as in” เป็นตัวอย่างที่มีรูปคำเป้าหมายอยู่ ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบเหตุการณ์สองเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “as in” เพื่ออธิบายความหมายที่ต้องการของคำหนึ่งคำ?
- We packed light items, such as towels.
- I mean light, as in not heavy.
- The lamp is as bright as the sun.
ดูคำตอบ
I mean light, as in not heavy.
Notice that we're joining that P and R together. ลำดับความ
1:22สังเกตนะคะว่าเรากำลังเชื่อมตัว P และ R เข้าด้วยกัน
Notice that: ดึงความสนใจไปยังรายละเอียดสำคัญ
“Notice that + อนุประโยค” เป็นสัญญาณที่บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านให้สนใจข้อมูลที่ตามมา “Notice” ในที่นี้เป็นคำสั่งที่หมายถึง “ให้ความสนใจ” หรือ “สังเกต” ไม่ใช่การรายงานว่าผู้พูดเคยสังเกตเห็นบางสิ่งในอดีต การวางวลีนี้ไว้หน้ารายละเอียดหนึ่งจะบอกว่ารายละเอียดนั้นสำคัญ และพาคำอธิบายจากหัวข้อทั่วไปไปสู่ข้อสังเกตที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกผู้ฟังโดยตรงให้สนใจรายละเอียดหนึ่งระหว่างบทเรียน?
- Notice that the second sentence uses the past tense.
- Did you notice that the second sentence used the past tense?
- I noticed that the second sentence used the past tense.
ดูคำตอบ
Notice that the second sentence uses the past tense.
We're making that final vowel sound quite long and very relaxed here. วลี
1:32เราจะลากเสียงสระสุดท้ายให้ยาวและผ่อนคลายมากๆ ตรงนี้ค่ะ
quite long and very relaxed: การบอกระดับของลักษณะสองอย่าง
ในที่นี้ make ตามด้วยสิ่งที่ถูกทำให้เปลี่ยนและลักษณะที่ต้องการให้สิ่งนั้นมี คือ make + กรรม + วลีคำคุณศัพท์ ใน quite long and very relaxed คำว่า quite ขยาย long ส่วน very ขยาย relaxed long บอกระยะเวลาที่เสียงสระท้ายคงอยู่ ส่วน relaxed บอกวิธีออกเสียงแบบสบาย ๆ ไม่เกร็ง ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ของคน ในบริบทนี้ quite หมายถึงค่อนข้างหรือมากพอสมควร ส่วน very เน้นระดับที่มากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวาง quite และ very ไว้หน้าคำคุณศัพท์ที่ขยายได้ถูกต้อง
- The backpack quite felt light and very comfortable.
- The backpack felt quite light and very comfortable.
- The backpack felt quite lightly and very comfortably.
ดูคำตอบ
The backpack felt quite light and very comfortable.
Mind the stress: การเตือนโดยตรงด้วย Mind + คำนาม
Mind + คำนาม เป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ ที่หมายถึงให้ใส่ใจหรือระวังสิ่งนั้น ในที่นี้ mind เป็นคำกริยาและละประธาน you ไว้ ในบทเรียนการออกเสียง stress หมายถึงพยางค์หรือส่วนของคำที่ออกเสียงเด่นกว่า ดังนั้น Mind the stress จึงเป็นการบอกให้ผู้ฟังสังเกตการลงเสียงหนักของคำ ในที่นี้ mind ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงจิตใจ และ stress ไม่ได้หมายถึงความกดดันทางจิตใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Mind + คำนาม เพื่อเตือนอันตรายทางกายภาพโดยตรง
- Keep the low beam in mind when you enter the room.
- Do you mind lowering the beam when you enter the room?
- Mind the low beam when you enter the room.
ดูคำตอบ
Mind the low beam when you enter the room.
This actually has a primary stress and a secondary stress. การใช้คำ
1:43คำนี้มีความจริงแล้วมีการเน้นเสียงหลักและการเน้นเสียงรอง
primary stress และ secondary stress: การเน้นเสียงหลักและการเน้นเสียงรอง
ในการออกเสียง primary stress คือการเน้นเสียงในคำที่เด่นที่สุด ส่วน secondary stress เบากว่า แต่ยังเด่นกว่าพยางค์ที่ไม่เน้นเสียง คำยาวคำหนึ่งอาจมีได้ทั้งสองแบบ ในที่นี้ stress หมายถึงการทำให้พยางค์หนึ่งเด่นขึ้น ไม่ได้หมายถึงความกังวลหรือความกดดันทางอารมณ์
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย primary stress และ secondary stress ได้ถูกต้อง?
- secondary stress หมายถึงความกดดันทางอารมณ์ภายในคำ
- primary stress และ secondary stress แรงเท่ากันเสมอ
- primary stress เด่นที่สุด ส่วน secondary stress เบากว่าแต่ยังได้ยินชัด
ดูคำตอบ
primary stress เด่นที่สุด ส่วน secondary stress เบากว่าแต่ยังได้ยินชัด
The primary stress of the word goes at the end on neur. การใช้คำ
1:47การเน้นเสียงหลักของคำจะอยู่ที่พยางค์สุดท้ายคือ neur
goes at the end: ใช้ go บอกตำแหน่งที่ควรอยู่
ในที่นี้ goes หมายถึง “ควรอยู่” หรือ “ควรวางไว้” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง วลีนี้บอกว่าการเน้นเสียงหลักของคำควรอยู่ช่วงท้าย การใช้ go แบบนี้พบบ่อยเมื่ออธิบายว่าควรวางส่วนหนึ่งของแบบฟอร์ม หน้า รายการ หรือคำไว้ที่ใด โดยใช้โครงสร้าง X goes at/in/on Y
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นไว้ในประโยคเพื่อบอกตำแหน่งที่ควรใส่ลายเซ็น: On this form, your signature ____.
ดูคำตอบ
goes at the end
watch out for: ระวังสิ่งที่เฉพาะเจาะจง
ในโครงสร้าง watch out for + คำนามหรือคำสรรพนาม วลีนี้หมายถึง “ระวัง” หรือ “ใส่ใจเป็นพิเศษ” ต่อสิ่งที่ตามหลังมา ในประโยคนี้ that หมายถึงความแตกต่างของการลงน้ำหนักเสียงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ผู้พูดจึงเตือนไม่ให้ผู้ฟังมองข้ามจุดนั้น นี่เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “มองออกไปข้างนอก” ใช้ for เพื่อนำหน้าความเสี่ยง ข้อผิดพลาด หรือรายละเอียดเฉพาะที่ควรระวัง
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ระวัง”: When you cross the street, ____ cars.
ดูคำตอบ
watch out for
you can remove a syllable and just say literally.
2:24คุณสามารถตัดไปหนึ่งพยางค์และพูดแค่ literally ได้เลยค่ะ
To make this easier: บอกจุดประสงค์ของวิธีการ
To make this easier หมายถึง “เพื่อทำให้สิ่งนี้ง่ายขึ้น” เป็นวลี to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์และวางไว้ข้างหน้าเพื่ออธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงแนะนำการกระทำในประโยคหลัก ในที่นี้ การตัดหนึ่งพยางค์ออกมีจุดประสงค์เพื่อให้ออกเสียงง่ายขึ้น และ this หมายถึงการออกเสียงคำที่กำลังพูดถึง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ To make + กรรม + คำคุณศัพท์ แล้วตามด้วยประโยคหลักที่บอกวิธี ในการใช้นี้ to บอกจุดประสงค์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เพื่อทำให้สิ่งนี้ง่ายขึ้น”: Organizing the shelf may feel confusing. ____, put the books in alphabetical order.
ดูคำตอบ
To make this easier
so you will hear more native speakers saying literally compared to literally. วลี
2:38ดังนั้นคุณจะได้ยินเจ้าของภาษาพูด literally มากกว่า literally ค่ะ
It's more common to + คำกริยารูปพื้นฐาน
รูปแบบ "It's more common to + คำกริยารูปพื้นฐาน" หมายถึงการกระทำหรือนิสัยอย่างหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าทางเลือกอื่น ในประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดตัดพยางค์นั้นบ่อยกว่า after to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น "to cut" ในที่นี้ common หมายถึงพบบ่อยหรือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายถึงธรรมดาในแง่คุณภาพต่ำ
compared to: ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ
Compared to ใช้แนะนำบุคคลหรือสิ่งที่นำมาเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ การออกเสียง literally แบบหนึ่งถูกนำไปเทียบกับอีกแบบ เพื่อแสดงว่าผู้พูดใช้แบบใดบ่อยกว่า คำที่อยู่หลัง compared to เป็นเพียงจุดอ้างอิงในการเปรียบเทียบ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่สองแย่กว่า ผิด หรือถูกปฏิเสธ
keep that in mind: จำและนำไปพิจารณา
keep that in mind หมายถึงให้จำข้อมูลที่เพิ่งกล่าวถึงและนำไปพิจารณาในภายหลัง โดย that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลก่อนหน้า ในรูปประโยคคำสั่ง วลีนี้มักใช้ปิดท้ายคำอธิบาย คำแนะนำ หรือคำเตือน เพื่อบอกว่าข้อมูลนั้นควรมีผลต่อสิ่งที่ผู้ฟังจะคิดหรือทำต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: The path gets slippery after rain, so ____ when choosing your shoes.
ดูคำตอบ
keep that in mind
literally shaking with fear: การตัวสั่นเกิดขึ้นจริง
ในประโยคนี้ literally บอกว่าการตัวสั่นเกิดขึ้นจริง เขาตัวสั่นจริง ๆ เพราะกลัว ส่วน shaking with fear อธิบายว่าความกลัวเป็นสาเหตุของปฏิกิริยาทางร่างกายนี้ ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องอธิบาย literally ว่าเป็นแบบทีละคำ หน้าที่ของคำนี้คือยืนยันว่าข้อความเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การพูดเกินจริงเชิงเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
literally ในประโยค “He was literally shaking with fear.” แสดงความหมายใด?
- ความกลัวเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น
- การตัวสั่นเกิดขึ้นจริง
- ประโยคนี้กำลังให้คำจำกัดความจากพจนานุกรมของ shaking
ดูคำตอบ
การตัวสั่นเกิดขึ้นจริง
shaking with fear: ตัวสั่นเพราะความกลัว
ใน shaking with fear ส่วน with fear บอกว่าอารมณ์ใดเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวสั่น หมายความว่าเขากลัวมากจนร่างกายสั่น ไม่ได้หมายความว่าความกลัวแค่อยู่ข้าง ๆ เขา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ shake with + คำบอกอารมณ์ รูปแบบนี้เป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อใช้กับอารมณ์รุนแรงที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายอย่างเห็นได้ชัด เช่น shake with anger หรือ shake with excitement
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้ในรูปแบบ shake with + คำบอกอารมณ์ ให้ประโยคสมบูรณ์: Her hands were shaking ____ fear.
ดูคำตอบ
with
as well: เพิ่มอีกหนึ่งรายการ
ในที่นี้ as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” ผู้พูดได้กล่าวถึงประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการออกเสียงไปแล้ว และเพิ่มเสียงท้ายเป็นอีกประเด็นหนึ่ง as well มักอยู่ท้ายอนุประโยค: The final sound needs practice as well. นอกจากนี้ยังวางต่อจากกลุ่มคำนามที่เพิ่มเข้ามาได้ทันที เช่น the final sound as well เพื่อบอกว่าเสียงท้ายเป็นรายการที่เพิ่มเข้ามาด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้วลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ด้วย” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya brought pencils, and she brought paper ____.
ดูคำตอบ
as well
This sounds more like American English. การใช้คำ
3:10แบบนี้จะฟังดูเหมือนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่า
sounds more like + นามวลี: บรรยายความรู้สึกว่าใกล้เคียงกว่า
ในโครงสร้าง sound more like + นามวลี คำว่า sound เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “เมื่อได้ยินแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็น...” ในที่นี้ This sounds more like American English หมายถึง การออกเสียงนี้ฟังดูใกล้เคียงภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่ารูปแบบอื่น more แสดงการเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ยังใช้กับเสียง การเลือกคำ น้ำเสียง และความรู้สึกอื่น ๆ ได้ เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งฟังดูใกล้เคียงกับอีกสิ่งหนึ่งมากกว่าอีกแบบ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: After hearing the new version, Lena says, "It ____ a friendly reminder than a warning."
ดูคำตอบ
sounds more like
and by British I mean using more received pronunciation or modern received pronunciation, โน้ต
3:14และบริติชที่ฉันหมายถึงคือการใช้สำเนียงมาตรฐาน (RP) หรือสำเนียงมาตรฐานสมัยใหม่
If you want to sound more British: บอกเป้าหมายก่อนให้คำแนะนำ
ใช้ If you want to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงให้คำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมายนั้น if-clause กำหนดเงื่อนไข และ main clause ที่ตามมาจะบอกการกระทำที่แนะนำ ในส่วนที่เน้น sound เป็นกริยาเชื่อม ดังนั้น sound more British จึงหมายถึง “เมื่อได้ยินแล้วให้ความรู้สึกเป็นแบบอังกฤษมากขึ้น” ในประโยคนี้ ผู้พูดจำกัดความหมายของ British ทันทีว่าเป็น Received Pronunciation หรือ modern Received Pronunciation
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยกรอบเป้าหมาย: ____ sound more confident, speak a little more slowly.
ดูคำตอบ
If you want to
by British I mean: นิยามความหมายของ British ในบริบทนี้
รูปแบบ by X I mean Y ใช้บอกความหมายเฉพาะที่ผู้พูดตั้งใจให้ X หมายถึง ในที่นี้ British มีความหมายกว้าง แล้วผู้พูดก็จำกัดความทันทีว่าเป็นการใช้ Received Pronunciation หรือ modern Received Pronunciation รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้น เริ่มจากให้คำเรียกที่เข้าใจง่าย แล้วจึงนิยามว่าคำนั้นใช้ในความหมายใดในการสนทนานี้ ในรูปแบบนี้ by หมายถึง “เมื่อฉันพูดว่า” หรือ “เมื่อใช้คำว่า” ไม่ได้หมายถึง “โดยใช้วิธี”
แบบฝึกหัด
เติมคำเพื่อชี้แจงความหมายโดยใช้รูปแบบ By X, I mean Y: By flexible, ____ you may change the date if necessary.
ดูคำตอบ
I mean
received pronunciation ... modern received pronunciation: ชื่อเรียกสำเนียงบริติชแบบเฉพาะ
Received Pronunciation ซึ่งมักย่อว่า RP เป็นชื่อของแบบสำเนียงภาษาอังกฤษแบบบริติชที่มีลักษณะเฉพาะของภูมิภาคเด่นชัดไม่มาก ในอดีต สำเนียงนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่มีสถานะสูงและงานกระจายเสียง Modern Received Pronunciation เป็นคำเรียกรูปแบบที่ร่วมสมัยกว่าในสายสำเนียงเดียวกัน โดยมีลักษณะที่ผู้ฟังจำนวนมากในปัจจุบันมองว่าล้าสมัยน้อยลง ในประโยคนี้ คำสองคำนี้จำกัดความหมายกว้าง ๆ ของ British ให้หมายถึงแบบสำเนียงเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในบริเตนพูดแบบนี้ ในชื่อ Received Pronunciation คำว่า received ใช้ความหมายเก่าว่า “เป็นที่ยอมรับหรือได้รับการรับรอง” ไม่ใช่ “ถูกส่งมาถึงหรือได้รับมา”
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย Received Pronunciation และ modern Received Pronunciation ได้ถูกต้องที่สุด
- ทุกสำเนียงที่พูดในบริเตนปัจจุบันคือ modern Received Pronunciation
- Received Pronunciation เป็นสำเนียงเดียวที่ถูกต้องในสหราชอาณาจักร
- ทั้งสองเป็นสำเนียงอ้างอิงเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช ไม่ใช่ชื่อเรียกการพูดแบบบริติชทั้งหมด
ดูคำตอบ
ทั้งสองเป็นสำเนียงอ้างอิงเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช ไม่ใช่ชื่อเรียกการพูดแบบบริติชทั้งหมด
In the UK, /ˈskedʒuːl/ and /ˈʃedjuːl/ are both completely fine to use and are both very commonly used. โน้ต
3:34ในสหราชอาณาจักร การใช้ /ˈskedʒuːl/ และ /ˈʃedjuːl/ นั้นใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาทั้งคู่และใช้กันบ่อยมากด้วย
In the UK เพื่อกำหนดขอบเขตตามภูมิภาค
In the UK ที่อยู่ต้นประโยคกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ให้กับเนื้อหาทั้งหมดที่ตามมา ข้อความที่ว่าการออกเสียงทั้งสองแบบใช้ได้และพบได้ทั่วไปนั้นกล่าวถึงการใช้ในสหราชอาณาจักรโดยเฉพาะ คำที่บอกภูมิภาคมีความสำคัญเมื่อการออกเสียง การสะกด หรือคำศัพท์ภาษาอังกฤษแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ข้อความเกี่ยวกับสหราชอาณาจักรไม่ควรถูกขยายให้ใช้กับทุกภูมิภาคที่พูดภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
In the UK ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่ามีเพียงคนในสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่ใช้คำนี้
- ทำให้ข้อความนี้เป็นจริงในทุกภูมิภาคที่พูดภาษาอังกฤษ
- จำกัดข้อความไว้ที่การใช้ภาษาในสหราชอาณาจักร
ดูคำตอบ
จำกัดข้อความไว้ที่การใช้ภาษาในสหราชอาณาจักร
are both completely fine to use: บอกว่าตัวเลือกสองอย่างใช้ได้ทั้งคู่
are both completely fine to use หมายความว่าตัวเลือกสองอย่างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ใช้ได้ทั้งคู่ both ครอบคลุมของสองสิ่งพอดี fine ในที่นี้หมายถึงยอมรับได้หรือไม่มีปัญหา และ completely ช่วยเน้นคำตัดสินเชิงบวก วลีนี้ตัดสินเพียงว่าตัวเลือกทั้งสองใช้ได้หรือไม่ ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าทั้งสองแบบพบได้บ่อยเท่ากัน มีความหมายเหมือนกันทุกอย่าง หรือเหมาะสมในทุกภูมิภาค
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อบอกว่าการสะกดทั้งสองแบบยอมรับได้: These two spellings ____ in informal messages.
ดูคำตอบ
are both completely fine to use
speakers tend to just use: แนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎ
ใน speakers tend to just use... โครงสร้าง tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนในกลุ่มนั้นมักทำเช่นนั้น เป็นการบอกแนวโน้มหรือความเป็นไปได้ จึงยังมีข้อยกเว้นได้ คำว่า just ในที่นี้จำกัดตัวเลือกที่มักใช้ให้แคบลง กล่าวคือ ผู้พูดโดยทั่วไปใช้เพียงตัวเลือกที่กำลังกล่าวถึง วลีนี้บอกพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งเป็นกฎ
แบบฝึกหัด
speakers tend to just use... ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- โดยปกติพวกเขาใช้เพียงตัวเลือกนั้น แต่อาจมีข้อยกเว้นได้
- พวกเขาใช้ทุกตัวเลือกบ่อยเท่ากัน
- พวกเขาจำเป็นต้องใช้ตัวเลือกนั้นในทุกกรณี
ดูคำตอบ
โดยปกติพวกเขาใช้เพียงตัวเลือกนั้น แต่อาจมีข้อยกเว้นได้
you can be a bit more flexible and you can say schedule or schedule. การใช้คำ
3:47คุณสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่าและจะพูดว่า schedule หรือ schedule ก็ได้
be a bit more flexible: เพิ่มทางเลือกอย่างนุ่มนวล
Be more flexible หมายถึงยอมให้มีมากกว่าหนึ่งตัวเลือกหรือพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ในประโยคนี้กล่าวถึงความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีออกเสียง ไม่ใช่ความอ่อนตัวของร่างกาย A bit ทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลขึ้น ส่วน more เปรียบเทียบอิสระนี้กับวิธีที่เข้มงวดกว่า ดังนั้น be a bit more flexible จึงชวนให้ผ่อนกฎลงเล็กน้อย ไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายให้ตรงตามเดิมเพื่อเติมคำแนะนำนี้ให้สมบูรณ์: We can ____ about the meeting time.
ดูคำตอบ
be a bit more flexible
Let me know in the comments: ชวนผู้ชมตอบในช่องความคิดเห็น
“Let me know in the comments” หมายถึง “บอกฉันในช่องความคิดเห็น” ในที่นี้ let me know เป็นการขอให้อีกฝ่ายบอกข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตให้ใครรู้บางอย่าง ส่วน comments หมายถึงข้อความสาธารณะใต้คลิปหรือโพสต์ ผู้สร้างใช้สำนวนนี้เพื่อชวนผู้ชมตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็น หลังสำนวนนี้สามารถตามด้วยข้อมูลที่ต้องการ เช่น which one you prefer
แบบฝึกหัด
ในวิดีโอ “Let me know in the comments” มักขอให้ผู้ชมทำอะไร
- บอกคำตอบแก่ผู้สร้างระหว่างการคุยโทรศัพท์แบบส่วนตัว
- แบ่งปันคำตอบในช่องความคิดเห็นสาธารณะของวิดีโอ
- อนุญาตให้ผู้สร้างเข้าใจความคิดเห็น
ดูคำตอบ
แบ่งปันคำตอบในช่องความคิดเห็นสาธารณะของวิดีโอ
check my schedule: ดูแผนที่มีอยู่แล้ว
“Check my schedule” หมายถึงดูแผนที่มีอยู่แล้วของฉัน เพื่อดูว่าว่างเมื่อไรหรือมีอะไรนัดไว้แล้วบ้าง ในที่นี้ check หมายถึง “ดูและยืนยัน” ไม่ใช่ “ค้นหาข้อผิดพลาด” คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น check your schedule, check her schedule หรือ check our schedule
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการดูแผนที่มีอยู่แล้วของฉัน: Before I accept the invitation, I need to ____.
ดูคำตอบ
check my schedule
I personally find schedule a little bit more of a tongue twister, โน้ต
4:08ส่วนตัวฉันรู้สึกว่า schedule (/ˈʃedjuːl/) ออกเสียงยากนิดหน่อยเหมือนพูดยาก
I personally find: แสดงการตัดสินว่าเป็นมุมมองส่วนตัว
โครงสร้าง I personally find + กรรม + ส่วนเติมเต็ม หมายถึง “จากประสบการณ์ของฉันเอง ฉันมองว่าสิ่งนั้นมีลักษณะเช่นนี้” find ในที่นี้หมายถึง “มองว่า” หรือ “รู้สึกว่า” ไม่ใช่ “ค้นพบ” personally จำกัดการตัดสินให้เป็นมุมมองส่วนตัวของผู้พูด ทำให้คำกล่าวไม่ฟันธงเกินไป จึงเหมาะกับความชอบหรือการประเมินที่คนอื่นอาจเห็นต่างได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่านี่เป็นความเห็นของคุณเอง: ____ this keyboard easier to use.
ดูคำตอบ
I personally find
a tongue twister: สิ่งที่พูดให้ลื่นไหลได้ยาก
a tongue twister โดยทั่วไปคือวลีหรือประโยคที่พูดให้เร็วและชัดได้ยาก มักเป็นเพราะมีเสียงคล้ายกันซ้ำ ๆ ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ วลีนี้ยังใช้บรรยายคำหรือชื่อเพียงคำเดียวที่ออกเสียงให้ลื่นไหลได้ยาก ที่นี่ใช้ความหมายกว้างนี้กับการออกเสียง schedule ไม่ได้หมายความว่าลิ้นบิดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a tongue twister ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายชื่อที่พูดยาก?
- That long street name is a tongue twister for me.
- I made a slip of the tongue and called Sam “Tom.”
- My tongue hurts after I bit it.
ดูคำตอบ
That long street name is a tongue twister for me.
tend to opt for + ตัวเลือก: บอกแนวโน้มในการเลือกเป็นประจำ
“tend to opt for + คำนาม” หมายถึง “มักมีแนวโน้มที่จะเลือกตัวเลือกนั้น” tend to บอกความชอบที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกแบบนั้นทุกครั้ง ส่วน opt for ระบุสิ่งที่ถูกเลือก หลัง opt for ให้ใส่ตัวเลือกที่เลือก ในประโยคนี้ schedule หมายถึงรูปแบบการออกเสียงที่ผู้พูดมักเลือก ไม่ใช่เหตุผลที่เลือก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มักเลือก”: When both routes are safe, I ____ the shorter one.
ดูคำตอบ
tend to opt for
It's up to you: มอบการตัดสินใจให้อีกฝ่าย
“It's up to you” หมายถึง “คุณเป็นคนตัดสินใจได้” หรือ “คุณเป็นคนเลือก” ในประโยคนี้ But ใช้เปรียบต่างระหว่างความชอบของผู้พูดกับอิสระของผู้ฟังในการเลือก up to ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ทั้งวลีใช้มอบการตัดสินใจสุดท้ายให้อีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดใช้ “It's up to you” ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- เกมทั้งสองเกมดูน่าสนุก และคุณให้เพื่อนเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย
- เพื่อนของคุณไม่ได้รับอนุญาตให้เลือกเกม
- คุณเลือกเกมไว้แล้วและจะไม่ยอมรับตัวเลือกอื่น
ดูคำตอบ
เกมทั้งสองเกมดูน่าสนุก และคุณให้เพื่อนเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย
which one you tend to use: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแบบฝัง
which one you tend to use เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ Let me know โดย which one หมายถึงหนึ่งในสองตัวเลือก และ tend to หมายถึง “มักจะทำ” เมื่อคำถามฝังอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: which one + ประธาน + กริยา ในที่นี้ต้องใช้ which one you tend to use ไม่ใช่ which one do you tend to use
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำถามตรง “Which one do you tend to use?” ให้เป็นคำถามแบบฝัง แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Let me know ____.
ดูคำตอบ
which one you tend to use
Treat this as: รูปแบบ treat A as B
treat A as B หมายถึง “มองหรือจัดการ A ในฐานะ B” ในประโยคนี้ this คือสิ่งที่กำลังถูกจัดประเภท และ two different words บอกว่าควรเข้าใจหรือจัดการสิ่งนั้นอย่างไร ในที่นี้ treat ไม่ได้หมายถึงการรักษาพยาบาลหรือการเลี้ยงอาหารใคร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ treat + กรรม + as + คำอธิบายหรือประเภท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย treat ... as เพื่อสื่อว่า “ถือว่ารายการตรวจสอบเป็นแนวทาง”: ____ the checklist ____ a guide, not a strict rule.
ดูคำตอบ
Treat · as
And you're going to join these two together with a w sound. วลี
4:35แล้วคุณก็จะเชื่อมสองคำนี้เข้าด้วยกันด้วยเสียง w
join these two together with: ระบุตัวกลางที่ใช้เชื่อม
join these two together หมายถึง “เชื่อมสองส่วนนี้เข้าด้วยกัน” กรรม these two ระบุสองส่วนที่ถูกเชื่อม ส่วน together เน้นว่าสองส่วนนั้นเชื่อมถึงกัน with a w sound บอกว่าเชื่อมด้วยวิธีใด ตรงนี้ with นำหน้าตัวกลางที่ใช้เชื่อม คือเสียง w ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่สามที่จะนำมาเชื่อมด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากาวเป็นวัสดุที่ใช้เชื่อมชิ้นส่วนสองชิ้น?
- Join the two pieces together to glue.
- Join the glue together with the two pieces.
- Join the two pieces together with glue.
ดูคำตอบ
Join the two pieces together with glue.
Now, you're probably looking at the transcription and thinking, ลำดับความ
4:43ตอนนี้คุณอาจจะดูที่สัทอักษรและกำลังคิดว่า
you're probably looking at ... and thinking: คาดเดาคำถามของผู้ฟังล่วงหน้า
you're probably looking at ... and thinking ... คาดเดาปฏิกิริยาสองอย่างที่ต่อเนื่องกันของผู้ฟัง ได้แก่ สิ่งที่พวกเขากำลังมองและความคิดที่ตามมา โครงสร้างนี้ทำให้เนื้อหาถัดไปเป็นเหมือนคำตอบต่อคำถามที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว probably บอกว่านี่เป็นการคาดเดาที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริง looking และ thinking ใช้ประธานเดียวกันคือ you และรูป present progressive ทำให้ปฏิกิริยาที่คาดไว้นั้นดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคาดเดาคำถามที่ผู้ฟังอาจมีได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- You looked at this chart yesterday and wrote a report.
- Look at this chart because I am thinking about the line.
- You're probably looking at this chart and thinking, "Why did the line fall?"
ดูคำตอบ
You're probably looking at this chart and thinking, "Why did the line fall?"
there's no + คำนาม: บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่มีอยู่หรือไม่ปรากฏ
there's no + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่มีอยู่หรือไม่ปรากฏในสถานที่ ข้อความ รายการ หรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ ในประโยคนี้หมายความว่าในการถอดเสียงไม่มี w ในโครงสร้างนี้ no วางหน้าคำนามโดยตรงและทำให้มีความหมายปฏิเสธ: there is/there's + no + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างย่อ there's no: ____ sugar in this tea.
ดูคำตอบ
There's no
Well, what we're doing is we are intruding here. ไวยากรณ์
4:50คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตรงนี้เรียกว่าการแทรกเสียงค่ะ
what we're doing is: เน้นการกระทำที่กำลังทำอยู่
what we're doing is ... ยกการกระทำปัจจุบันขึ้นเป็นหัวข้อก่อน แล้วจึงระบุหลัง is ว่าการกระทำนั้นคืออะไร โครงสร้างเน้นข้อมูลนี้มักเรียกว่า wh-cleft หรือ pseudo-cleft และช่วยให้ผู้พูดชี้แจงแก่นของการกระทำ what we're doing เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ใช่คำถาม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + we + are doing หลัง is สามารถใช้วลี -ing หรือโดยเฉพาะในการอธิบายแบบสนทนา ใช้อนุประโยคเต็มอย่าง we are intruding here ได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเน้น What we're doing is เติมคำอธิบายให้สมบูรณ์: ____ moving the files to a safer folder.
ดูคำตอบ
What we're doing is
We are adding an intrusive w sound to help us connect the vowels together. ไวยากรณ์
4:52เรากำลังแทรกเสียง w เข้าไปเพื่อช่วยเชื่อมสระเข้าด้วยกัน
to help us connect: บอกจุดประสงค์ด้วย to help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน
วลี infinitive to help us connect อธิบายจุดประสงค์หรือประโยชน์ของการเพิ่มเสียง w ที่แทรกเข้ามา วลีนี้ตอบคำถามว่า “ทำไมเราจึงเพิ่มเสียงนี้” รูปแบบคือ to help + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน help us connect คำว่า us หมายถึงคนที่ได้รับความช่วยเหลือ ส่วน connect คือการกระทำของคนเหล่านั้น รูปแบบนี้ใช้บอกเหตุผลที่ใช้เครื่องมือ ขั้นตอน หรือวิธีการหนึ่งได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ to help + คน + คำกริยารูปพื้นฐานอย่างถูกต้องเพื่อบอกจุดประสงค์
- We use labels to help us organize the files.
- We use labels to help us organizing the files.
- We use labels for help us organize the files.
ดูคำตอบ
We use labels to help us organize the files.
we still pronounce it to help us connect these vowel sounds together.
5:03เราก็ยังคงออกเสียงเพื่อช่วยให้เราเชื่อมเสียงสระเหล่านี้เข้าด้วยกันค่ะ
even though ... we still pronounce it: มีข้อเท็จจริงแต่ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน
even though นำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คาดว่าจะเกิดผลอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ คำถอดเสียงของ throughout ไม่แสดง w แต่ยังคงมีการออกเสียง w อยู่ และ it หมายถึงเสียงนั้น even though + อนุประโยค, ... still + คำกริยา แสดงว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อเท็จจริงในอนุประโยคแรก still เน้นว่าผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน แต่ประโยคยังถูกไวยากรณ์ได้แม้ไม่มี still
แบบฝึกหัด
เรารู้ว่ารถบัสมาสายจริง แต่เรามาถึงตรงเวลา ประโยคใดแสดงความขัดแย้งระหว่างข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์นี้ได้แม่นยำที่สุด
- Even though the bus was late, we still arrived on time.
- Even though the bus was late, but we still arrived on time.
- Even if the bus was late, we still arrived on time.
ดูคำตอบ
Even though the bus was late, we still arrived on time.
throughout the country: ทั่วทั้งประเทศ
throughout the country หมายถึง “ในทุกส่วนของประเทศ” หรือ “ทั่วทั้งประเทศ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการเดินทางของพวกเขาครอบคลุมหลายพื้นที่ ไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่เพียงแห่งเดียว ในที่นี้ throughout เป็นคำบุพบทที่แสดงการครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง เมื่อใช้กับช่วงเวลา ก็อาจหมายถึง “ตลอดช่วงเวลานั้น” ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่าโครงการนี้มีให้ใช้ในหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ
- The programme is available throughout the country.
- The programme's bus travels through the country.
- The programme is available in one town in the country.
ดูคำตอบ
The programme is available throughout the country.
move to Asia: ย้ายไปอยู่สถานที่หนึ่ง
move to + สถานที่ หมายถึงการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือย้ายฐานหลักของชีวิตหรือการทำงานไปยังสถานที่นั้น ในที่นี้ move to Asia หมายถึงย้ายไปอยู่เอเชีย ไม่ใช่เพียงเดินทางไปเที่ยว สถานที่จะอยู่หลัง to เช่น move to Canada หรือ move to a new city วลีนี้ไม่ได้บอกว่าการย้ายเป็นแบบถาวร แต่โดยทั่วไปสื่อถึงบ้านใหม่หรือฐานที่อยู่ในระยะยาว
แบบฝึกหัด
Maya กำลังจะเปลี่ยนบ้านเพราะงานใหม่ ประโยคใดสื่อความหมายนี้
- Maya is moving to Bristol for a new job.
- Maya is travelling to Bristol for a conference.
- Maya is visiting Bristol for the weekend.
ดูคำตอบ
Maya is moving to Bristol for a new job.
I hear this pronounced as ... สำหรับบอกการออกเสียงที่ได้ยิน
I hear this pronounced as ... หมายถึง “ฉันได้ยินคนออกเสียงคำหรือชื่อนี้ตามรูปที่ตามมา” ในโครงสร้างนี้ this เป็นกรรมของ hear และ pronounced เป็น past participle ที่บอกว่า this ถูกออกเสียงอย่างไร ใช้ hear + object + pronounced as + reported form เมื่อต้องการพูดถึงการออกเสียงคำ ชื่อ ตัวอักษร หรือศัพท์เฉพาะ รูปที่ตามหลัง as อาจเป็นการออกเสียงมาตรฐานหรือไม่มาตรฐานก็ได้ โครงสร้างนี้เพียงรายงานสิ่งที่ได้ยิน ส่วนผู้พูดยอมรับหรือแก้การออกเสียงนั้นหรือไม่ต้องดูจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้คำกริยาเกี่ยวกับการออกเสียงในโครงสร้าง hear + object + past participle + as: I often hear the letter Z ____ "zee" in American English.
ดูคำตอบ
pronounced as
the ending ในความหมายว่าส่วนสุดท้ายของคำ
ในการอธิบายการสะกดหรือการออกเสียง the ending หมายถึงส่วนสุดท้ายของคำ เช่น ตัวอักษรท้าย เสียงท้าย หรือบางครั้งหมายถึงคำต่อท้าย ในประโยคนี้หมายถึงรูปเสียงท้ายคำที่เขียนแทนด้วย -in หัวข้อรอบข้างจะช่วยบอกว่าหมายถึงอะไร เมื่อกำลังพูดถึงคำ ตัวอักษร เสียง หรือการออกเสียง ending มักหมายถึงส่วนท้ายของคำ ไม่ใช่ตอนจบของเรื่อง
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียง the ending ใน “The ending is -in” หมายถึงอะไร?
- ส่วนสุดท้ายของคำ
- ตอนจบของเรื่อง
- เสียงแรกของคำ
ดูคำตอบ
ส่วนสุดท้ายของคำ
speak + จำนวน + (foreign) languages
ใช้ speak + a language หรือ speak + จำนวน + languages เพื่อบอกว่าคนหนึ่งพูดภาษาใดได้บ้าง ในประโยคนี้ she ใช้กับ speaks และหลัง five ต้องใช้รูปพหูพจน์ languages Foreign languages หมายถึงภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของคนนั้น ให้วางชื่อภาษาหรือจำนวนไว้หลัง speak โดยตรง และไม่เติม to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo พูดได้สามภาษา
- Leo speaks to three languages.
- Leo speaks three languages.
- Leo says three languages.
ดูคำตอบ
Leo speaks three languages.
the last one: ข้อสุดท้ายในรายการ
the last one ชี้ถึงข้อสุดท้ายในรายการ ในประโยคนี้ วลีนี้กล่าวถึงข้อ 10 อีกครั้งและส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะจบรายการ one ใช้แทนสิ่งที่เป็นเอกพจน์และรู้กันแล้วจากบริบท เช่น คำ คำถาม หรือตัวอย่าง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเลข 1
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าผู้พูดกำลังแนะนำข้อสุดท้ายในรายการ
- The last one on the list is the emergency phone number.
- One item on the list is an emergency phone number.
- I wrote the list last night.
ดูคำตอบ
The last one on the list is the emergency phone number.
it's because of + นามวลี: บอกสาเหตุ
รูปแบบ it's because of + นามวลี ใช้บอกเหตุผลของสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปยังผลที่กำลังอธิบาย และ that A U spelling คือสาเหตุ Because of ทำหน้าที่คล้ายคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ because of ได้ถูกต้อง?
- The bus was late because of heavy traffic.
- The bus was late because of it got stuck in traffic.
- The bus was late because of the traffic was heavy.
ดูคำตอบ
The bus was late because of heavy traffic.
the a u spelling: ตัวอักษรที่เขียน ไม่ใช่เสียง
วลี the a u spelling หมายถึงลำดับตัวอักษร a และ u ที่เขียนอยู่ ในที่นี้หมายถึงตัวอักษร au ในคำว่า autumn คำว่า spelling คือรูปที่มองเห็นในคำเขียน และไม่ได้บอกการออกเสียงด้วยตัวมันเอง ในบทเรียนการออกเสียง ครูอาจพูดชื่อตัวอักษรแยกกันเพื่อชี้ให้เห็นการสะกด ก่อนอธิบายว่าตัวอักษรเหล่านั้นแทนเสียงอะไรในคำเฉพาะนั้น
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียง the a u spelling หมายถึงอะไร?
- ความหมายของทั้งคำ
- ตัวอักษร A และ U ที่เขียนอยู่
- เสียงเดียวที่ A U ใช้แทนเสมอ
ดูคำตอบ
ตัวอักษร A และ U ที่เขียนอยู่
the same ... as in ... สำหรับเชื่อมลักษณะกับตัวอย่าง
รูปแบบ the same + ลักษณะ + as in + ตัวอย่าง ใช้บอกว่าลักษณะหนึ่งเหมือนกับลักษณะที่พบในตัวอย่าง ตรงนี้ลักษณะที่พูดถึงคือเสียง au และ door คือคำตัวอย่าง ในรูปแบบนี้ as in ใช้เกริ่นตัวอย่างที่มีลักษณะเดียวกัน ไม่ได้ใช้ in เพื่อบอกสถานที่เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายการออกเสียงให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ the same ... as in ...: The word 'blue' has ____ vowel sound ____ 'food'.
ดูคำตอบ
the same · as in
the n is silent: ตัวอักษรที่เขียนไว้แต่ไม่มีเสียง
ในการอธิบายการสะกดและการออกเสียง the n is silent หมายถึงมีตัว n เขียนอยู่ในคำ แต่ไม่ออกเสียง /n/ ตรงนี้หมายถึง n ตัวสุดท้ายใน autumn silent ในบริบทนี้ใช้อธิบายตัวอักษรที่ไม่มีเสียง ไม่ได้หมายความว่าคนกำลังเงียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายการสะกดและการออกเสียงของ know ได้ถูกต้อง
- The k is spoken quietly in know.
- The k is pronounced twice in know.
- The k is silent in know.
ดูคำตอบ
The k is silent in know.
don't try to pronounce it: คำสั่งเชิงปฏิเสธแบบตรงไปตรงมา
โครงสร้าง don't try to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นคำสั่งเชิงปฏิเสธ หมายถึงอย่าลองทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้หมายถึงอย่าออกเสียงตัว n ที่เขียนอยู่ท้ายคำว่า autumn หลัง don't ใช้กริยารูปพื้นฐาน try และหลัง try to ก็ใช้กริยารูปพื้นฐานอีกคำหนึ่ง เช่น don't try to pronounce ในการสอนหรือบอกกฎ โครงสร้างนี้ใช้หยุดการกระทำอย่างชัดเจน ไม่ได้ชวนให้ลองทำ
แบบฝึกหัด
เติมคำแก้ไขของครูให้สมบูรณ์โดยใช้ don't try to และกริยา pronounce: ____ the silent k.
ดูคำตอบ
Don't try to pronounce
end with: บอกว่าสิ่งใดอยู่ท้ายสุด
โครงสร้าง end with + คำนาม บอกว่าสิ่งใดอยู่เป็นลำดับสุดท้าย ในที่นี้เสียงของคำว่า autumn จบที่เสียง /m/ และไม่ออกเสียงตัว n ที่เขียนไว้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกส่วนสุดท้ายของคำ ประโยค เรื่องราว บทเรียน การประชุม หรือลำดับอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ end with เติมประโยคให้สมบูรณ์: Each lesson ____ a quick quiz.
ดูคำตอบ
ends with
that's it for: ใช้ปิดท้ายบทเรียนหรือกิจกรรม
That's it for + นามวลี ใช้บอกว่าบทเรียน การประชุม หรือช่วงที่กล่าวถึงได้จบลงแล้ว ในประโยคนี้ it หมายรวมถึงบทเรียนทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงคำใดคำหนึ่งที่กล่าวไปก่อนหน้า สำนวนนี้ยังช่วยจัดลำดับช่วงจบของการพูด โดยบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาหลักจบแล้ว และเตรียมเข้าสู่คำกล่าวลา or คำเตือนสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดชั้นเรียนด้วยสำนวนที่เรียนมา: ____ today's class.
ดูคำตอบ
That's it for
Let me know in the comments which word you find the most difficult to pronounce. ไวยากรณ์
6:37บอกฉันในคอมเมนต์นะคะว่าคำไหนที่คุณคิดว่าออกเสียงยากที่สุด
which word you find ...: ลำดับคำในคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยค
อนุประโยค which word you find the most difficult to pronounce เป็นคำถามที่ซ้อนอยู่หลัง Let me know และระบุข้อมูลที่ผู้พูดต้องการรู้ เนื่องจากอยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า which word + you find ไม่ใช่ which word + do you find ในอนุประโยคนี้ find หมายถึง “คิดว่าบางสิ่งเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง” โครงสร้างคือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ + to + กริยา โดย the most difficult อธิบาย which word และ to pronounce บอกว่าการกระทำใดที่ยาก
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่มีลำดับคำถูกต้องสำหรับคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคอื่น
- Which word do you find most difficult?
- Can you tell me which word do you find most difficult?
- Can you tell me which word you find most difficult?
ดูคำตอบ
Can you tell me which word you find most difficult?
which is why: เชื่อมสถานการณ์เข้ากับผลของมัน
ในประโยคนี้ which is why ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานการณ์ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค นั่นคือ schedule เป็นคำที่ยากที่สุดสำหรับผู้พูด จากนั้นจึงนำไปสู่ผล คือการเลือกของผู้พูดว่าจะออกเสียงคำนั้นอย่างไร ในที่นี้ which ไม่ได้หมายถึงเพียงคำนาม schedule เท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ สถานการณ์หรือเหตุผล, which is why + ผล ใช้เพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงหนึ่งอธิบายการเลือก การกระทำ หรือข้อสรุปได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำจากบทเรียนที่ใช้บอกผล: The road was closed, ____ we turned back.
ดูคำตอบ
which is why
Remember to download your free English pronunciation pack. น้ำเสียง/เจตนา
6:48อย่าลืมดาวน์โหลดแพ็กเกจการออกเสียงภาษาอังกฤษฟรีของคุณนะคะ
Remember to download: เตือนใครบางคนเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ
Remember to download เป็นคำเตือนในรูปประโยคคำสั่ง รูปแบบ remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอย่าลืมทำสิ่งที่ยังต้องทำอยู่ ในที่นี้ download คือการกระทำที่ขอให้ผู้ชมทำ เช่นเดียวกับประโยคคำสั่งส่วนใหญ่ ประธาน you ถูกละไว้ ในบริบทนี้ ประโยคดังกล่าวเป็นคำชวนให้ลงมือทำที่ตรงไปตรงมาแต่เป็นมิตร
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเตือนใครบางคนเกี่ยวกับสิ่งที่เขายังต้องทำ ประโยคใดถูกต้อง?
- Remember to lock the door before you leave.
- I remember locking the door before I left.
- Do you remember locking the door before you left?
ดูคำตอบ
Remember to lock the door before you leave.
The link to download it is below in the description. ไวยากรณ์
6:51ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดอยู่ด้านล่างในคำอธิบายค่ะ
The link to download it: to-infinitive ที่ขยายคำนาม
ใน The link to download it วลี to download it เป็นวลี infinitive ที่มี to ซึ่งวางหลังคำนาม link วลีนี้บอกว่าลิงก์มีไว้ทำอะไร คือสามารถใช้ลิงก์เพื่อดาวน์โหลดสิ่งนั้นได้ วลีนี้ขยาย link ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค รูปแบบ คำนาม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องกับคำนามได้ เช่น a place to sit หรือ a way to practise
แบบฝึกหัด
ใช้รูป to-infinitive ที่ถูกต้องของ download เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Here is the link ____ the guide.
ดูคำตอบ
to download
Remember to like and subscribe if you'd like more videos to help you improve your English pronunciation. โน้ต
6:54อย่าลืมกดถูกใจและติดตามถ้าคุณอยากดูวิดีโอเพิ่มเติมที่จะช่วยพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษของคุณ
like and subscribe: คำเชิญชวนให้ทำสิ่งต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม
บนแพลตฟอร์มวิดีโอ like and subscribe เป็นคำเชิญชวนให้ผู้ชมทำบางอย่างที่ใช้กันทั่วไป like หมายถึงการกดปุ่มถูกใจของวิดีโอ ไม่ได้หมายถึงเพียงรู้สึกชอบ ส่วน subscribe หมายถึงการเลือกติดตามช่องเพื่อให้พบวิดีโอใหม่ในอนาคต ใน Remember to like and subscribe คำว่า like และ subscribe เป็นกริยาสองคำที่เชื่อมกันหลัง remember to โดย to เพียงคำเดียวใช้กับทั้งสองการกระทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงการกระทำทั้งสองอย่างบนแพลตฟอร์มได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Please like to the video and subscribe to the channel.
- Please like the video and subscribe the channel.
- Please like the video and subscribe to the channel.
ดูคำตอบ
Please like the video and subscribe to the channel.
if you'd like: เงื่อนไขที่สุภาพ
ใน if you'd like คำว่า you'd เป็นรูปย่อของ you would ส่วน would like เป็นวิธีพูดถึงความต้องการของใครบางคนอย่างสุภาพ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความต้องการในอดีต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เปิดโอกาสให้ผู้ฟังเลือกเอง คือให้กดไลก์และติดตามเฉพาะเมื่ออยากดูวิดีโอเพิ่มเติม จึงฟังนุ่มนวลกว่าการสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอที่สุภาพด้วยรูปย่อของ if you would like: ____, I can show you another example.
ดูคำตอบ
If you'd like
I will see you in the next lesson: การปิดบทเรียน
I will see you in the next lesson ใช้เป็นคำกล่าวปิดท้าย โดยจบบทเรียนปัจจุบันและชี้ผู้ฟังไปยังบทเรียนถัดไป จึงเป็นสัญญาณว่าช่วงหนึ่งของชุดบทเรียนได้จบลงแล้ว see you ในที่นี้หมายถึงการกลับมาพบกันผ่านบทเรียนถัดไป ในวิดีโอหรือชั้นเรียนออนไลน์ไม่ได้เป็นการสัญญาว่าจะพบกันต่อหน้า
แบบฝึกหัด
เมื่อพูด I will see you in the next lesson ตอนจบชั้นเรียนออนไลน์ ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- ขอให้พบกันต่อหน้าในระหว่างชั้นเรียนปัจจุบัน
- จบชั้นเรียนปัจจุบันและชี้ไปยังบทเรียนในอนาคต
- อธิบายว่าบทเรียนถัดไปจบไปแล้ว
ดูคำตอบ
จบชั้นเรียนปัจจุบันและชี้ไปยังบทเรียนในอนาคต