จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่เคยพบรักแท้เลย...: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
1,032 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความเผชิญความเป็นไปได้ว่าความรักที่รอมานานอาจไม่มาถึงเลย เนื้อหาเดินจากความสิ้นหวังสู่การปรับตัว และชี้ให้เห็นการปลอบโยนจากศิลปะ มิตรภาพ และการยอมรับชีวิตไร้รักอย่างซื่อตรง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “bound up with” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: บอกว่าอารมณ์ อัตลักษณ์ หรือปัญหาสองอย่างเชื่อมกันอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้อง 2. “smash through the crash barriers of ordinary hope.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจราวกั้นถนนเป็นภาพของความสิ้นหวังที่ทะลุแนวป้องกันของความหวัง 3. “all the more redemptive” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ “all the more + คำคุณศัพท์” เมื่อเหตุผลหนึ่งทำให้คุณสมบัติเข้มขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Since the start of adulthood,

0:04

นับตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

we have been waiting. ไวยากรณ์

0:06

เราเฝ้ารอคอยมาตลอด

ไวยากรณ์

have been waiting: การรอที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

Have been waiting เป็นรูป present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing รูปนี้บอกว่าการรอเริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รูปนี้เน้นระยะเวลาและความต่อเนื่องของการรอ ไม่ได้เน้นการกระทำในอดีตที่จบไปแล้ว นอกจากนี้ยังใช้ได้เมื่อกิจกรรมเพิ่งหยุดแต่ผลในปัจจุบันยังเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ในประโยคนี้การรอยังคงดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ wait: We ____ for the bus since 8:00.

ดูคำตอบ

have been waiting

We understood love intuitively

0:08

เราเข้าใจความรักโดยสัญชาตญาณ

long before it was ever a practical possibility.

0:11

นานก่อนที่มันจะกลายเป็นความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

We knew that it was bound up with a sense of being profoundly understood วลี

0:14

เรารู้ว่ามันผูกพันกับความรู้สึกที่ถูกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

วลี

bound up with: ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งและแยกจากกันไม่ได้

Bound up with เป็นสำนวนที่หมายถึงเชื่อมโยงกับบางสิ่งอย่างลึกซึ้งและแยกออกจากกันได้ยาก คำว่า bound ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถูกมัดด้วยเชือก และสำนวนนี้ก็ไม่ได้หมายถึง “ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” โครงสร้างคือ be + bound up with + คำนามหรือนามวลี มักใช้กับแนวคิดหรือตประสบการณ์เชิงนามธรรมที่เกี่ยวพันกัน ในประโยคนี้ ความรักถูกนำเสนอว่าแยกออกจากความรู้สึกที่ได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งและแยกออกจากกันไม่ได้”: Her sense of identity is ____ the language she grew up speaking.

ดูคำตอบ

bound up with

and finally able to say everything

0:18

และในที่สุดก็สามารถพูดทุกสิ่งทุกอย่างได้

without fear of judgment or censure. วลี

0:21

โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินหรือตำหนิ

วลี

ความหมายของ without fear of judgment or censure

without fear of X หมายถึงรู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดหรือทำบางสิ่ง เพราะไม่คาดว่า X จะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดสามารถเล่าทุกอย่างได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับปฏิกิริยาเชิงลบ judgment หมายถึงการถูกประเมินหรือวิจารณ์ ส่วน censure หมายถึงการแสดงความไม่เห็นชอบอย่างรุนแรง ซึ่งมักเป็นทางการหรือเปิดเผยต่อสาธารณะ การวางสองคำนี้คู่กันทำให้ความหมายไล่จากการประเมินเชิงลบทั่วไปไปสู่การประณามที่ร้ายแรงกว่า

แบบฝึกหัด

"without fear of judgment or censure" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอไม่กังวลทั้งคำวิจารณ์ทั่วไปและการประณามที่รุนแรงกว่า ซึ่งอาจเป็นทางการ
  2. เธอไม่กังวลว่าคำพูดของเธอจะถูกลบออกจากสิ่งพิมพ์
  3. เธอมั่นใจว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับเธอ
ดูคำตอบ

เธอไม่กังวลทั้งคำวิจารณ์ทั่วไปและการประณามที่รุนแรงกว่า ซึ่งอาจเป็นทางการ

Love was a two-person conspiracy สำนวน

0:24

ความรักคือการสมรู้ร่วมคิดของคนสองคน

against everyone else

0:26

เพื่อต่อต้านคนอื่นๆ

สำนวน

อุปมาใน a two-person conspiracy against

วลี a two-person conspiracy against everyone else เป็นอุปมา โดยจินตนาการว่าคู่รักเป็นทีมลับที่มีสมาชิกสองคน ซึ่งสายสัมพันธ์และความเข้าใจร่วมกันทำให้พวกเขาแยกจากโลกภายนอก โดยทั่วไป conspiracy หมายถึงแผนลับเพื่อทำสิ่งที่ไม่ดี แต่ในที่นี้จงใจใช้คำเชิงลบนี้แบบเกินจริง เพื่อสื่อถึงความใกล้ชิด ความเป็นส่วนตัว และความรู้สึกว่าทั้งสองคนร่วมกันเผชิญโลก ไม่ใช่อาชญากรรมหรือแผนสมคบคิดจริง

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ "a two-person conspiracy against everyone else" ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. คำบรรยายคนสองคนที่ไม่ยอมพูดคุยกัน
  2. อุปมาเกี่ยวกับคนสองคนที่รู้สึกว่าตนเป็นทีมส่วนตัวซึ่งแยกจากคนภายนอก
  3. การกล่าวหาตามตัวอักษรว่าคนสองคนกำลังวางแผนก่ออาชญากรรม
ดูคำตอบ

อุปมาเกี่ยวกับคนสองคนที่รู้สึกว่าตนเป็นทีมส่วนตัวซึ่งแยกจากคนภายนอก

too dumb or leaden

0:27

ที่โง่เขลาหรือเชื่องช้าเกินกว่า

to get it. การใช้คำ

0:29

ที่จะเข้าใจมัน

การใช้คำ

to get it: เข้าใจประเด็น

ในที่นี้ to get it หมายถึง “เข้าใจแนวคิดหรือความจริงที่กำลังถูกสื่อเป็นนัย” it แทนความหมายที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจร่วมกันและไม่ได้กล่าวซ้ำ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ใครบางคนได้รับ หลัง too dumb or leaden รูป infinitive คือ to get it บอกการกระทำที่ผู้พูดมองว่าบุคคลนั้นทำไม่ได้ โดยทั่วไป get it เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในบทสนทนาแทน understand the point

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ของ get it ซึ่งหมายถึง “เข้าใจประเด็น”: After a second explanation, Leo finally began ____.

ดูคำตอบ

to get it

The true nature of being alive.

0:31

นั่นคือแก่นแท้ของการมีชีวิตอยู่

It had to do with fancying someone totally โน้ต

0:33

มันเกี่ยวข้องกับการหลงใหลใครสักคนอย่างหมดหัวใจ

วลี

had to do with: เกี่ยวข้องกับ

Had to do with เป็นรูปอดีตของ have to do with หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “เป็นเรื่องของ” ในที่นี้ วลีนี้เชื่อมแนวคิดที่กล่าวก่อนหน้าเข้ากับหัวข้อที่ตามมา ให้มอง had to do with เป็นวลีเดียวกันทั้งหมด คำว่า had to do ในที่นี้ไม่ได้แสดงความจำเป็นว่า “ต้องทำ” เพราะ with เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความหมายเรื่องความเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have to do with: The cancellation ____ the storm.

ดูคำตอบ

had to do with

and the amazingness that they might fancy you back

0:36

และความน่าอัศจรรย์ที่พวกเขาอาจหลงใหลคุณตอบ

การใช้คำ

fancying someone ... fancy you back: ชอบใครสักคนและอีกฝ่ายก็ชอบตอบ

ในที่นี้ fancying someone หมายถึงการรู้สึกดึงดูดใจในเชิงรักใคร่หรือทางเพศต่อคนนั้น Totally ทำให้ความรู้สึกนี้เข้มข้นขึ้น ส่วน fancy ในประโยคนี้ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “หรูหรา” หรือ “ราคาแพง” ใน fancy you back คำว่า back หมายถึง “ตอบกลับด้วยความรู้สึกเดียวกัน” ความรู้สึกที่หวังคือความรู้สึกร่วมกันทั้งสองฝ่าย คุณรู้สึกดึงดูดใจเขา และเขาก็รู้สึกดึงดูดใจคุณ สิ่งนี้กล่าวถึงแรงดึงดูดใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นการประกาศความรักอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบอังกฤษที่หมายถึง “รู้สึกดึงดูดใจเชิงรักใคร่ต่อฉันเช่นเดียวกัน”: I fancy Alex, but I do not know whether Alex ____.

ดูคำตอบ

fancies me back

to the extent that you could do anything with them ไวยากรณ์

0:39

ในระดับที่คุณสามารถทำอะไรกับพวกเขาก็ได้

ไวยากรณ์

to the extent that: ถึงระดับที่…จนกระทั่ง

To the extent that ใช้บอกระดับที่บางสิ่งเป็นจริงหรือเกิดขึ้น อนุประโยคหลัง that แสดงให้เห็นว่าสิ่งใดเป็นไปได้ หรือมีผลอะไรตามมาเมื่อถึงระดับนั้น ในที่นี้ แรงดึงดูดใจและความไว้วางใจถูกบรรยายว่าแรงกล้าพอที่จะทำให้รู้สึกว่าสามารถทำอะไรก็ได้กับคนนั้น Extent ในที่นี้หมายถึง “ระดับ” หรือ “ขีดจำกัด” ไม่ใช่ระยะทางจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสี่คำจากบทเรียนที่แสดงระดับผ่านผลลัพธ์: The power cut affected the city ____ several hospitals switched to backup generators.

ดูคำตอบ

to the extent that

like rest a finger inside their mouth

0:41

เช่น การวางนิ้วเข้าไปในปากของพวกเขา

and ask them to bite it hard.

0:43

และขอให้พวกเขากัดมันอย่างแรง

We imagined from the first

0:46

เราจินตนาการตั้งแต่แรกเริ่ม

that love might be the best part of life

0:47

ว่าความรักอาจเป็นส่วนที่ดีที่สุดของชีวิต

and we weren't wrong.

0:50

และเราก็ไม่ได้คิดผิด

In the name of love, สำนวน

0:52

ในนามของความรัก

we put ourselves in extraordinary situations.

0:53

เราพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง

สำนวน

In the name of love: ในนามของความรัก

in the name of + คำนาม หมายถึงการที่ใครบางคนนำสิ่งที่คำนามนั้นแทนอยู่มาเป็นเหตุผล หลักการ หรืออำนาจที่รองรับการกระทำ ในประโยคนี้ love คือเหตุผลที่กล่าวอ้างในการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่ชื่อของบุคคล วลีนี้อาจใช้แบบเป็นกลางได้ แต่ก็มักชวนให้เราพิจารณาว่าเหตุผลที่กล่าวอ้างนั้นเพียงพอที่จะทำให้การกระทำนั้นสมควรจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the name of เพื่อนำเสนออุดมคติว่าเป็นเหตุผลที่กล่าวอ้างสำหรับการกระทำหนึ่ง?

  1. She wrote her name on the safety form.
  2. They fell in love at the concert.
  3. They canceled the concert in the name of public safety.
ดูคำตอบ

They canceled the concert in the name of public safety.

We went out far more than we would have wanted. ไวยากรณ์

0:56

เราออกไปข้างนอกบ่อยกว่าที่เราต้องการเสียอีก

ไวยากรณ์

far more than we would have wanted: มากกว่าที่เราคงอยากให้เป็นอย่างมาก

Far more than ทำให้การเปรียบเทียบหนักแน่นขึ้น โดย far ในที่นี้เป็นคำเน้นระดับ หมายถึง “มากกว่ากันอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ประโยคนี้บอกว่าปริมาณหรือความถี่ที่ออกไปข้างนอกจริง ๆ สูงกว่าระดับที่ต้องการมาก Would have wanted ชี้ถึงทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงการสมมติ หากเลือกได้อย่างอิสระ พวกเขาคงอยากออกไปข้างนอกน้อยกว่านี้ โครงสร้างนี้เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับความต้องการในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบการเปรียบเทียบตามบทเรียนให้ตรงทั้งหมด: The repairs cost ____.

ดูคำตอบ

far more than we would have wanted

We bought fancy clothes.

0:59

เราซื้อเสื้อผ้าหรูหรา

We thought about our hair

1:00

เราใส่ใจกับทรงผม

and worried about our spots.

1:02

และกังวลเกี่ยวกับรอยสิวบนใบหน้า

We drank intensely colored cocktails.

1:04

เราดื่มค็อกเทลสีสันจัดจ้าน

We ended up at small hours โน้ต

1:06

เรามักจะไปจบลงในช่วงรุ่งสาง

กริยาวลี

ended up: ผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่คาดคิด

ended up ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายอย่าง โดยผลนั้นมักไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่คาดคิด ในประโยคนี้ สถานการณ์สุดท้ายเกิดขึ้นตอนดึกมาก up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นข้างบน และ end up ก็ไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดทางกายภาพเพียงอย่างเดียว หลัง end up มักตามด้วยสถานที่หรือวลีที่ขึ้นต้นด้วยบุพบท คำคุณศัพท์ หรือรูป -ing เช่น We ended up at home, We ended up tired และ We ended up talking ประโยคนี้เป็นอดีตกาล จึงเปลี่ยน end เป็น ended

แบบฝึกหัด

ใช้ end เป็นกริยาวลีที่ถูกต้องในรูปอดีตกาล: After taking the wrong bus, we ____ on the other side of town.

ดูคำตอบ

ended up

การใช้คำ

at small hours และรูปที่ใช้ทั่วไป in the small hours

ในประโยคนี้ at small hours ตั้งใจหมายถึงช่วงดึกมากหลังเที่ยงคืนและก่อนเช้า small ขยายชั่วโมงที่มีตัวเลขน้อยหลังเที่ยงคืน เช่น ตีหนึ่งหรือตีสอง ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ รูปคำนี้ไม่ค่อยใช้ สำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นมาตรฐานคือ in the small hours ดังนั้นให้เข้าใจ at small hours จากบริบทในที่นี้ แต่เมื่อต้องการใช้สำนวนเอง ปกติควรเลือก in the small hours

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงงานดำเนินต่อไปจนถึงช่วงดึกมากหลังเที่ยงคืนได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. We were still working in the small hours.
  2. We were still working for small hours.
  3. We were still working at small hours.
ดูคำตอบ

We were still working in the small hours.

in alien parts of town การใช้คำ

1:07

ในย่านที่ไม่คุ้นเคยของเมือง

การใช้คำ

alien parts of town: alien หมายถึง “ไม่คุ้นเคย”

ในที่นี้ alien หมายถึงไม่คุ้นเคย แปลก หรืออยู่นอกเหนือประสบการณ์ปกติของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงมาจากนอกโลก คำว่า alien ขยาย parts of town ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงย่านต่าง ๆ ที่ผู้พูดไม่ค่อยรู้จัก การใช้แบบนี้ทำให้สภาพแวดล้อมดูแปลกแยกจากประสบการณ์ของผู้พูด เป็นการบอกความรู้สึกว่าไม่คุ้นกับสถานที่หรือไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นั่น ไม่ได้กล่าวถึงสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมายของใคร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new office felt alien to me,” คำว่า alien หมายถึงอะไร?

  1. ตั้งอยู่บนดาวดวงอื่น
  2. ไม่คุ้นเคยและแปลก
  3. เข้าไปแล้วผิดกฎหมาย
  4. เป็นของรัฐบาลต่างประเทศ
ดูคำตอบ

ไม่คุ้นเคยและแปลก

in the bedrooms of people

1:09

ในห้องนอนของผู้คน

we knew weren't quite right

1:10

ที่เรารู้ว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก

but that seemed at least

1:12

แต่นั่นดูเหมือนจะช่วย

in some way to be an advance สำนวน

1:13

ทำให้เป้าหมายของเรา

on the cause.

1:15

คืบหน้าไปได้บ้าง

สำนวน

an advance on the cause: หนึ่งก้าวไปสู่เป้าหมาย

ในที่นี้ the cause หมายถึงภารกิจหรือเป้าหมายส่วนตัวที่ใหญ่กว่าของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงสาเหตุที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น การเรียกภารกิจนี้ว่า cause ทำให้ฟังเหมือนเป็นการรณรงค์ที่มีระบบ และเพิ่มน้ำเสียงที่มองตัวเองอย่างรู้ทันพร้อมอารมณ์ขันเล็กน้อย an advance คือการก้าวไปข้างหน้าหรือความคืบหน้า ดังนั้น an advance on the cause จึงหมายถึงสิ่งที่ดูเหมือนช่วยให้ภารกิจคืบหน้า แม้ผลที่ได้จะมีเพียงเล็กน้อยหรือไม่ดีอย่างที่หวัง

แบบฝึกหัด

“It was an advance on the cause” หมายถึงอะไรในการเล่าเรื่องเชิงครุ่นคิดแบบนี้?

  1. อย่างน้อยก็เป็นก้าวเล็ก ๆ ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า
  2. มันอธิบายว่าเหตุใดปัญหาจึงเกิดขึ้น
  3. มันคือเงินที่จ่ายก่อนเริ่มงาน
  4. มันคือการโจมตีการรณรงค์สาธารณะ
ดูคำตอบ

อย่างน้อยก็เป็นก้าวเล็ก ๆ ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า

We accepted dates with people

1:16

เรายอมไปออกเดทกับผู้คน

we knew were problematic

1:17

ที่เรารู้ว่ามีปัญหา

because we wanted not to ossify สำนวน

1:19

เพราะเราไม่อยากกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก

สำนวน

not to ossify: แข็งทื่อและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ตามความหมายตรงตัว ossify หมายถึงกลายเป็นกระดูกหรือเนื้อเยื่อคล้ายกระดูก แต่ใน not to ossify คำนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงผู้พูดไม่อยากยึดติด แข็งทื่อ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โครงสร้าง not to + คำกริยา ระบุผลลัพธ์ที่คนคนหนึ่งต้องการหลีกเลี่ยง คำเปรียบเทียบนี้ยังใช้กับนิสัย ความคิด องค์กร หรือวิถีชีวิตที่ค่อย ๆ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "Without new voices, the organization may ossify," คำว่า ossify หมายถึงอะไร

  1. แข็งทื่อและต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  2. หยุดชั่วครู่ก่อนตัดสินใจ
  3. เติบโตและประสบความสำเร็จมากขึ้น
ดูคำตอบ

แข็งทื่อและต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

or grow alone and peculiar.

1:20

หรือเติบโตไปอย่างโดดเดี่ยวและแปลกประหลาด

It wasn't always right.

1:23

มันไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

In fact, it was mostly always wrong,

1:24

ความจริงแล้ว มันมักจะผิดพลาดอยู่เสมอ

but we kept our spirits up สำนวน

1:26

แต่เราก็ยังคงรักษากำลังใจไว้

สำนวน

kept our spirits up: รักษาความหวังไว้ท่ามกลางความยากลำบาก

Keep one's spirits up หมายถึงยังคงมีความหวัง ร่าเริง หรือกล้าหาญในขณะที่เผชิญความยากลำบาก ในที่นี้ kept our spirits up บอกว่าประสบการณ์แย่ ๆ ที่เกิดซ้ำไม่ได้ทำลายการมองโลกในแง่ดีของกลุ่ม คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล: keep my/your/his/her/our/their spirits up ในสำนวนนี้ spirits หมายถึงอารมณ์หรือกำลังใจ ไม่ได้หมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ "keep one's spirits up": Even after two rejections, Maya ____ and applied again.

ดูคำตอบ

kept her spirits up

and told ourselves it would eventually be okay

1:27

และบอกตัวเองว่าในที่สุดมันจะโอเค

as they kindly assured us it would be.

1:30

เหมือนที่ผู้คนคอยปลอบโยนเราอย่างใจดีว่ามันจะเป็นแบบนั้น

But time passed,

1:33

แต่เวลาผ่านไป

decades went by,

1:35

หลายทศวรรษล่วงเลย

we got enmeshed in some very troubling situations สำนวน

1:36

เราเข้าไปพัวพันกับสถานการณ์ที่วุ่นวายมากมาย

that looked like love from the outside ลำดับความ

1:39

ที่ดูเหมือนความรักจากภายนอก

but were anything but.

1:41

แต่ความจริงกลับไม่ใช่เลย

สำนวน

enmeshed in: พัวพันในสถานการณ์ซับซ้อนจนถอนตัวได้ยาก

ในประโยคนี้ got enmeshed in หมายถึงเข้าไปพัวพันอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์ที่ยุ่งยากและถอนตัวได้ยาก ภาพเปรียบเทียบคือการถูกตาข่ายพันไว้ จึงมีความหมายแรงและเป็นลบกว่าการบอกเพียงว่าเข้าไปมีส่วนร่วม โครงสร้างคือ get/be enmeshed in + ความสัมพันธ์ ความขัดแย้ง ระบบ หรือสถานการณ์ get เน้นการเข้าไปอยู่ในสภาพที่พัวพัน ส่วน be เน้นว่ากำลังอยู่ในสภาพนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

enmeshed in สื่อความหมายอะไรในบริบทแบบนี้?

  1. การเข้าร่วมกิจกรรมง่าย ๆ แบบสบาย ๆ
  2. การพัวพันอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์ซับซ้อนที่หลุดออกมาได้ยาก
  3. การมองดูสถานการณ์ที่ยากลำบากจากระยะที่ปลอดภัย
ดูคำตอบ

การพัวพันอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์ซับซ้อนที่หลุดออกมาได้ยาก

ลำดับความ

from the outside ... anything but: ภาพที่เห็นกับความจริง

ในประโยคนี้ from the outside กำหนดมุมมองจากภายนอกก่อน กล่าวคือสถานการณ์เหล่านั้นดูเหมือนความรักในสายตาคนอื่น จากนั้น anything but ปฏิเสธป้ายนั้นอย่างหนักแน่น คำว่า love หลัง anything but ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ they were anything but love เมื่อใช้ร่วมกัน สองสำนวนนี้จัดข้อมูลเป็นความขัดแย้งระหว่างภาพที่เห็นกับความจริง โดยเริ่มจากความประทับใจภายนอกแล้วตามด้วยการแก้ความเข้าใจอย่างชัดเจน รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อการตัดสินจากภายนอกบดบังสภาพที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมความขัดแย้งด้วยสองสำนวนจากบทเรียน: "____, the apartment looked quiet, but inside it was ____ peaceful."

ดูคำตอบ

From the outside · anything but

We spent far too long extricating ourselves การใช้คำ

1:42

เราใช้เวลาเนิ่นนานเกินไปในการดึงตัวเองออกมา

การใช้คำ

extricating ourselves: พาตัวเองออกมาอย่างยากลำบาก

ในที่นี้ extricating ourselves หมายถึงการพาตัวเองออกจากความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากและพันกันซับซ้อน คำว่า extricate เน้นว่าการหลุดออกมาต้องใช้ความพยายาม ไม่ใช่แค่ตัดสินใจเดินจากไปง่าย ๆ Extricate เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม เมื่อผู้ที่ช่วยให้หลุดพ้นกับผู้ที่หลุดพ้นเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ต้องใช้สรรพนามสะท้อนกลับ เช่น we extricated ourselves from the situation รูปแบบคือ extricate oneself from something

แบบฝึกหัด

ใช้ extricate ในรูป -ing และใช้สรรพนามสะท้อนกลับให้ถูกต้อง: After months of negotiations, we finally succeeded in ____ from the contract.

ดูคำตอบ

extricating ourselves

and finding our voice. สำนวน

1:45

และค้นหาเสียงของตัวเอง

สำนวน

finding our voice: พัฒนาความมั่นใจในการแสดงออก

finding our voice ในที่นี้เป็นคำเปรียบ หมายถึงการค่อย ๆ มีความสามารถและความมั่นใจมากพอที่จะบอกความต้องการ มุมมอง หรือตัวตนของเรา ไม่ได้หมายถึงการหาต้นทางของเสียงหรือการได้เสียงพูดกลับคืนมาจริง ๆ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามประธาน: find my, your, her, his, our หรือ their voice สำนวนนี้มักมองว่าความสามารถในการแสดงออกเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้ find one's voice ในรูปอดีตพร้อมคำแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้อง: After months in the debate club, Lena finally ____ and spoke with confidence.

ดูคำตอบ

found her voice

And at a certain point,

1:47

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง

we started to apprehend something การใช้คำ

1:48

เราเริ่มตระหนักถึงบางสิ่ง

การใช้คำ

started to apprehend: เริ่มเข้าใจ

ในประโยคนี้ started to apprehend หมายถึง “เริ่มเข้าใจหรือตระหนักถึงบางอย่าง” โดย something หมายถึงความเป็นไปได้หรือความจริงที่เป็นนามธรรม ดังนั้น apprehend จึงบรรยายการรับรู้ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ไม่ได้หมายถึงการจับกุม apprehend ในความหมายนี้เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการและมีลักษณะเชิงวรรณกรรมเล็กน้อย โครงสร้าง start to + คำกริยาแสดงว่ากระบวนการทางความคิดเพิ่งเริ่มต้น ผู้พูดจึงเพิ่งเริ่มเข้าใจแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ใน “we started to apprehend something” คำว่า apprehend หมายถึงอะไรในที่นี้?

  1. พวกเขาเริ่มจับกุมใครบางคน
  2. พวกเขาเริ่มเข้าใจหรือตระหนักถึงบางอย่าง
  3. พวกเขาเริ่มกลัวโดยไม่เข้าใจอะไรเลย
ดูคำตอบ

พวกเขาเริ่มเข้าใจหรือตระหนักถึงบางอย่าง

whose terror we're still grappling with สำนวน

1:50

ซึ่งความน่ากลัวของมันทำให้เรายังคงต้องรับมืออยู่

สำนวน

still grappling with: ยังคงต่อสู้กับเรื่องที่ยาก

To grapple with something หมายถึงการพยายามอย่างหนักในด้านความคิด อารมณ์ หรือการลงมือทำ เพื่อรับมือกับปัญหา แนวคิด การตัดสินใจ หรือความรู้สึกที่ยาก ภาพเดิมมาจากการต่อสู้แบบประชิดตัว แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา still แสดงว่าการต่อสู้นี้เริ่มมาก่อนแล้วและขณะนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เมื่อรวมกัน still grappling with จึงนำเสนอเรื่องนั้นว่าเป็นปัญหาที่ยากและยังดำเนินต่อไป ไม่ใช่ปัญหาที่จัดการเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ grapple with จากคำอธิบายนี้ และใส่คำที่แสดงว่าความยากลำบากยังดำเนินต่อไป: Months later, Maya is ____ whether to change schools.

ดูคำตอบ

still grappling with

probably late at night

1:52

อาจจะในตอนดึกๆ

because such things aren't easy to look at in daylight. สำนวน

1:53

เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเผชิญหน้าในตอนกลางวัน

สำนวน

easy to look at in daylight: เผชิญบางสิ่งอย่างชัดเจน

ในประโยคนี้ look at หมายถึงการเผชิญหน้าและพิจารณาความเป็นไปได้ที่น่าหนักใจ ไม่ใช่เพียงมองไปยังสิ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วน in daylight เป็นคำเปรียบเทียบ โดยกลางวันแทนการพิจารณาอย่างชัดเจน มีสติ และเปิดเผย หลังจากพ้นจากความกลัวในยามค่ำคืน ดังนั้น aren't easy to look at in daylight จึงหมายความว่า ความคิดเหล่านี้ยากที่จะเผชิญเมื่อมองความจริงอย่างสงบและชัดเจน ไม่ใช่เพราะแสงทำให้มองเห็นได้ยาก

แบบฝึกหัด

such things aren't easy to look at in daylight ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. แสงกลางวันทำให้ผู้พูดเจ็บตา
  2. วัตถุเหล่านั้นมองเห็นชัดได้เฉพาะตอนกลางคืน
  3. ความกลัวเหล่านั้นยากที่จะเผชิญเมื่อพิจารณาอย่างสงบและตามความเป็นจริง
ดูคำตอบ

ความกลัวเหล่านั้นยากที่จะเผชิญเมื่อพิจารณาอย่างสงบและตามความเป็นจริง

The probability

1:56

ความน่าจะเป็น

that love isn't

1:57

ที่ว่าความรักนั้น

after all,

1:59

ท้ายที่สุดแล้ว

despite our efforts and insights,

2:00

แม้เราจะพยายามและทำความเข้าใจมากเพียงใด

ever gonna come right for us. การใช้คำ

2:02

มันก็จะไม่มีวันลงเอยด้วยดีสำหรับเรา

การใช้คำ

come right for us: ลงเอยด้วยดีสำหรับเรา

ในที่นี้ come right หมายถึงกลายเป็นที่น่าพอใจหรือคลี่คลายไปด้วยดีในที่สุด ส่วน for us ระบุผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากผลนั้น ดังนั้น love ... come right for us จึงสื่อถึงความกลัวว่าความรักอาจไม่มีวันลงเอยด้วยดีในชีวิตของพวกเขา right บรรยายผลลัพธ์ที่ดีหรือสถานการณ์ที่ลงตัวแล้ว ไม่ได้หมายถึงทิศขวา และ for us ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ came right ในความหมายว่า “ลงเอยด้วยดี”?

  1. The angry dog came right for Maya.
  2. That quiet apartment was right for Maya.
  3. After a difficult year, things finally came right for Maya.
ดูคำตอบ

After a difficult year, things finally came right for Maya.

We are going to die

2:05

เราจะต้องตาย

without ever having known the love ไวยากรณ์

2:07

โดยที่ไม่เคยรู้จักความรัก

ไวยากรณ์

without ever having known: ประสบการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นก่อนถึงจุดสิ้นสุด

ใน without ever having known คำว่า without ตามด้วย perfect gerund ซึ่งมีโครงสร้าง having + past participle ส่วน having known ไม่ใช่กริยาหลักใน present perfect แต่กลุ่มคำ -ing ทั้งหมดเป็นส่วนเติมเต็มของ without รูปนี้มองย้อนกลับจากจุดสิ้นสุด die และบอกว่าประสบการณ์การรู้จักหรือได้สัมผัสความรักนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลยก่อนหน้านั้น ever เน้นความหมายว่าไม่ว่าเวลาใด ดังนั้นการขาดประสบการณ์นี้จึงดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย ever และรูป perfect gerund ของ know: She retired without ____ how much her work had helped us.

ดูคำตอบ

ever having known

we so long for. วลี

2:10

อย่างที่เราโหยหา

วลี

so long for: ความปรารถนาที่แรงกล้าและยาวนาน

ใน we so long for คำว่า long เป็นกริยาที่หมายถึงปรารถนาอย่างแรงกล้าและมักมีความเจ็บปวดทางใจ ส่วน for ใช้ระบุสิ่งที่ปรารถนา so เพิ่มระดับความหมายของ long ว่าแรงกล้าถึงเพียงนั้น ไม่ได้หมายถึงเป็นเวลานาน รูปเต็มคือ the love (that) we so long for โดยละสรรพนามเชื่อม that ไว้ กรรมจึงปรากฏอยู่ก่อนอนุประโยคขยาย และ for ยังคงอยู่ท้ายอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความปรารถนาอย่างลึกซึ้งและยาวนานต่อสิ่งที่ผู้พูดยังไม่มีได้ชัดเจนที่สุด

  1. We look forward to moving on Saturday.
  2. We long for a home of our own.
  3. We want another chair for the meeting.
ดูคำตอบ

We long for a home of our own.

The reasons are multiple

2:12

เหตุผลนั้นมีมากมาย

and in their ways entirely banal.

2:14

และในแบบของมันก็ช่างเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

Because our past is too complicated,

2:16

เพราะอดีตของเราซับซ้อนเกินไป

our lack of trust too deep,

2:18

เราขาดความไว้วางใจมากเกินไป

we're too ugly,

2:20

เราน่าเกลียดเกินไป

we're too unconfident,

2:21

เราขาดความมั่นใจเกินไป

we don't meet the right people,

2:23

เราไม่เจอคนที่ใช่

our luck is too slim,

2:24

โชคของเรามีน้อยเกินไป

hope feels too risky.

2:26

ความหวังรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไป

Though we try harder than we try at anything else, ไวยากรณ์

2:28

ถึงแม้เราจะพยายามมากกว่าสิ่งอื่นใด

we can't do this thing.

2:31

เราก็ทำสิ่งนี้ไม่สำเร็จ

ไวยากรณ์

Though ...: ความพยายามอย่างมากที่ตรงข้ามกับผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ

Though ใช้นำอนุประโยคยอมรับข้อเท็จจริง โดยเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ประโยคหลักให้ผลลัพธ์ที่สวนทางกับสิ่งที่ปกติเราคาดจากข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ harder than we try at anything else เน้นว่าความพยายามนั้นสูงเป็นพิเศษ ประโยคเปรียบความพยายามนี้กับ we can't do this thing; อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย though ไม่ได้บอกสาเหตุที่พวกเขาทำไม่สำเร็จ

แบบฝึกหัด

คำใดทำให้ข้อเท็จจริงแรกเป็นข้อมูลเชิงยอมรับที่ตัดกับผลลัพธ์? ___ he trained every day, he did not win the race.

  1. Because
  2. So
  3. Though
ดูคำตอบ

Though

It won't work out for us. กริยาวลี

2:32

มันจะไม่เป็นผลสำหรับเรา

กริยาวลี

work out for us: ลงเอยด้วยดีสำหรับผู้ที่ได้รับผล

ในโครงสร้าง work out for someone คำว่า work out หมายถึงลงเอยด้วยความสำเร็จหรือให้ผลลัพธ์ที่ดี ส่วน for someone ระบุคนที่ได้รับผลจากผลลัพธ์นั้น It won't work out for us คาดว่าสถานการณ์หรือความสัมพันธ์นี้จะไม่ลงเอยด้วยดีสำหรับคนสองคน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ work out for someone ใน It won't work out for us?

  1. แผนของ Maya ลงเอยด้วยความสำเร็จสำหรับเธอ
  2. Maya คำนวณหาคำตอบ
  3. Maya ออกกำลังกายที่ยิม
ดูคำตอบ

แผนของ Maya ลงเอยด้วยความสำเร็จสำหรับเธอ

The ambassador for this somber grand truth สำนวน

2:36

ทูตที่นำมาซึ่งความจริงอันแสนเศร้านี้

might be an objectively rather innocuous disappointment,

2:39

อาจเป็นเพียงความผิดหวังเล็กน้อยตามความเป็นจริง

สำนวน

อุปมา “ทูตของความจริงอันยิ่งใหญ่และหม่นเศร้านี้”

วลีนี้ทำให้ความผิดหวังธรรมดากลายเป็น ambassador หรือ “ทูต” ซึ่งไม่ได้หมายถึงนักการทูตจริง ๆ แต่หมายถึงผู้ส่งสารหรือตัวแทน เหตุการณ์เล็ก ๆ นี้ดูราวกับนำข้อสรุปที่ใหญ่และมืดมนกว่ามาด้วย นั่นคือความกลัวว่าความรักอาจไม่มีวันมาถึง การเรียกข้อสรุปนั้นว่า somber grand truth แสดงมุมมองที่คิดไปถึงผลลัพธ์เลวร้ายที่สุดของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว โดยทั่วไป อุปมานี้ทำให้เหตุการณ์เล็ก ๆ เป็นตัวแทนหรือนำพาความกลัวที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

The ambassador for this somber grand truth ในที่นี้สื่อถึงอะไร?

  1. หมายถึงความผิดหวังเล็ก ๆ อาจนำพาข้อความที่ใหญ่และมืดมนกว่ามากมาได้
  2. หมายถึงความผิดหวังนั้นไม่มีพิษมีภัยและไม่มีความหมายอื่นที่กว้างกว่านั้น
  3. หมายถึงนักการทูตอย่างเป็นทางการประกาศข้อเท็จจริงร้ายแรงต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ

หมายถึงความผิดหวังเล็ก ๆ อาจนำพาข้อความที่ใหญ่และมืดมนกว่ามากมาได้

perhaps one more date

2:42

อาจจะเป็นการออกเดทอีกครั้ง

that didn't in the end,

2:44

ที่สุดท้ายแล้ว

despite a very hopeful stage around dessert,

2:45

แม้ว่าช่วงเวลาของหวานจะเต็มไปด้วยความหวัง

go as it should,

2:48

มันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

or one more person

2:49

หรืออาจจะเป็นใครอีกคน

who didn't call back.

2:50

ที่ไม่ยอมโทรกลับมา

They, the angel of romantic death, สำนวน

2:52

พวกเขา ซึ่งเป็นทูตสวรรค์แห่งความตายของความโรแมนติก

couldn't have known what they were doing to us ไวยากรณ์

2:54

คงไม่มีทางรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกับเรา

สำนวน

“เทพแห่งความตายของความรัก” ในฐานะอุปมาอันน่าตื่นตะลึง

วลี the angel of romantic death ที่วางคั่นเพื่อขยายประธาน They เรียกบุคคลนั้นใหม่ด้วยอุปมาอันน่าตื่นตะลึง โดยจินตนาการว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ส่งสารเหนือธรรมชาติ ซึ่งการมาถึงของเขาหรือเธอประกาศว่าความหวังด้านความรักได้ตายลงแล้ว ภาพนี้สื่อว่าการถูกปฏิเสธสร้างความรู้สึกพังทลายแก่ผู้พูดเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายเป็นเทพจริง ๆ ตั้งใจทำร้าย หรือแม้แต่เข้าใจผลที่การกระทำของตนมีต่อผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลีขยาย the angel of romantic death สื่อถึงอะไร?

  1. บุคคลนั้นเป็นบุคคลทางศาสนาที่จงใจยุติความสัมพันธ์ด้านความรักทุกคู่
  2. บุคคลนั้นกำลังได้รับคำชมที่ช่วยให้ผู้พูดได้พบกับความรัก
  3. การถูกปฏิเสธให้ความรู้สึกราวกับเป็นคำประกาศอันน่าตื่นตะลึงว่าความหวังด้านความรักของผู้พูดได้ตายลงแล้ว
ดูคำตอบ

การถูกปฏิเสธให้ความรู้สึกราวกับเป็นคำประกาศอันน่าตื่นตะลึงว่าความหวังด้านความรักของผู้พูดได้ตายลงแล้ว

and certainly didn't mean to.

2:56

และแน่นอนว่าไม่ได้ตั้งใจ

ไวยากรณ์

couldn't have known what they were doing to us: ไม่มีทางรู้ว่ากำลังทำอะไรกับพวกเรา

Couldn't have known เป็นโครงสร้าง modal perfect: couldn't + have + กริยาช่องที่สาม ใช้สรุปเชิงลบอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับความรู้ในอดีต กล่าวคือ จากสิ่งที่ผู้พูดเข้าใจในตอนนี้ อีกฝ่ายไม่มีทางรู้หรือไม่สมเหตุสมผลที่จะคาดว่าอีกฝ่ายจะรู้ในตอนนั้น อนุประโยค what they were doing to us ระบุสิ่งที่อีกฝ่ายไม่อาจรู้ นั่นคือผลที่การกระทำของตนมีต่อผู้พูด ความหมายนี้พูดถึงการไม่รับรู้ในอดีต ไม่ใช่การขาดความสามารถในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสรุปเชิงลบอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับสิ่งที่เลนารู้ก่อนการประชุม

  1. Lena couldn't have known the meeting was canceled.
  2. Lena didn't know the meeting was canceled.
  3. Lena can't know the meeting was canceled.
ดูคำตอบ

Lena couldn't have known the meeting was canceled.

We can't hate them for a moment,

2:58

เราไม่สามารถเกลียดพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย

unfortunately.

3:00

ช่างน่าเศร้าจริงๆ

But through their lack of desire,

3:01

แต่ด้วยการขาดความปรารถนาของพวกเขา

they initiated us into an idea วลี

3:03

พวกเขาได้สอนให้เราเข้าใจความคิดหนึ่ง

วลี

initiated us into an idea: พาเราเข้าสู่แนวคิดหนึ่ง

Initiated us into ใช้รูป initiate + คน + into + คำนาม หมายถึงพาใครบางคนเข้าสู่ประสบการณ์หรือความเข้าใจอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก และมักให้ความรู้สึกเหมือนก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่สิ่งนั้น ในประโยคนี้ an idea เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม แต่ถ้อยคำยืมบรรยากาศแบบพิธีรับคนเข้าสู่กลุ่มหรือกิจกรรมลับมาใช้ คนเหล่านั้นไม่ได้เพียง “เริ่มแนวคิด” แต่การที่พวกเขาไม่มีความปรารถนาทำให้ผู้พูดได้เผชิญแนวคิดที่ยากเป็นครั้งแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ initiate และคำบุพบทที่โครงสร้าง initiate someone into ต้องใช้: The mentor ____ the new researchers ____ the lab's unwritten routines.

ดูคำตอบ

initiated · into

which now threatens to blow our sanity. สำนวน

3:05

ซึ่งบัดนี้กำลังคุกคามสติสัมปชัญญะของเรา

สำนวน

blow our sanity ในฐานะอุปลักษณ์ที่สร้างขึ้น

blow our sanity ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ที่ผู้เขียนจงใจสร้างขึ้น โดยมองสติสัมปชัญญะเป็นเหมือนโครงสร้างที่แรงกดดันมหาศาลสามารถระเบิดให้พังได้ แนวคิดนั้น ซึ่งก็คือความเป็นไปได้ที่จะไม่มีวันได้รับความรัก กำลังคุกคามว่าจะครอบงำผู้พูดจนรู้สึกว่าความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลใกล้พังทลาย นี่ไม่ใช่วลีตายตัวและไม่ได้หมายถึงการระเบิดจริง ๆ เทคนิคที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือการใช้คำกริยาที่สื่อการกระทำทางกายภาพอย่างรุนแรง เพื่อทำให้ความเสียหายทางจิตใจหรืออารมณ์มีพลังเหมือนแรงกระแทก

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความ blow our sanity ในตัวอย่างได้ตรงที่สุด

  1. แนวคิดนั้นทำให้เราประหลาดใจและประทับใจอย่างน่าตื่นเต้น
  2. แนวคิดนั้นคุกคามว่าจะครอบงำเราจนความคิดอย่างมีเหตุผลเกือบพังทลาย
  3. แนวคิดนั้นสอนวิธีรักษาสุขภาพจิตให้เรา
ดูคำตอบ

แนวคิดนั้นคุกคามว่าจะครอบงำเราจนความคิดอย่างมีเหตุผลเกือบพังทลาย

Behind closed doors,

3:08

เมื่ออยู่เบื้องหลังประตูปิดตาย

the scenes aren't pretty.

3:10

ภาพนั้นไม่ได้สวยงามเลย

Thank goodness for privacy to shield a moralistic world

3:11

ขอบคุณที่ยังมีความเป็นส่วนตัวมาช่วยปกป้องโลกแห่งศีลธรรม

from wails that need to be forgotten.

3:14

จากเสียงคร่ำครวญที่สมควรถูกลืม

There will be hours of the most unedifying desperation, การใช้คำ

3:17

มันจะมีช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังอันแสนน่าเวทนา

การใช้คำ

unedifying ใน the most unedifying desperation

Unedifying เป็นคำคุณศัพท์แบบเป็นทางการที่แสดงการตำหนิ ใช้กับสิ่งที่ไม่ได้ช่วยยกระดับด้านศีลธรรมหรือสติปัญญา และอาจน่าอับอายหรือเสื่อมเสียเมื่อมองดู ไม่ได้หมายเพียงว่า “ไม่ให้การศึกษา” ในความหมายเกี่ยวกับห้องเรียน ใน the most unedifying desperation คำนี้ประเมินสภาพสิ้นหวังและพฤติกรรมที่อาจตามมาว่าไร้ศักดิ์ศรีอย่างยิ่งเมื่อมีผู้เห็น the most ช่วยเพิ่มน้ำหนักของการตัดสิน จึงหมายถึงความสิ้นหวังที่ unedifying อย่างมาก

แบบฝึกหัด

นักวิจารณ์ต้องการบรรยายการโต้เถียงในที่สาธารณะว่าน่าอับอายเมื่อมองดูและไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่า คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุด

  1. unpleasant
  2. unedifying
  3. uninformative
ดูคำตอบ

unedifying

tears, bitter denunciations of everyone and everything,

3:21

คราบน้ำตา การประณามทุกคนและทุกสิ่งอย่างขมขื่น

self-pitying and vengeful rants.

3:24

การพร่ำเพ้อด้วยความสมเพชตัวเองและการแก้แค้น

This is too much.

3:27

นี่มันมากเกินไปแล้ว

I can't take it anymore.

3:28

ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป

This is unfair beyond measure. สำนวน

3:30

มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

สำนวน

Beyond measure: ระดับที่มากจนไม่อาจวัดได้

Beyond measure หมายถึง “ในระดับที่มากจนไม่อาจวัดได้” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นระดับของ unfair ว่าผู้พูดรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายความเพียงว่าคำนวณได้ยาก วลีนี้มักวางหลังคำคุณศัพท์หรือคำกริยาที่เกี่ยวกับอารมณ์ และเป็นทางเลือกที่เป็นทางการและเน้นความหมายมากกว่า extremely หรือ very much

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการสองคำที่หมายถึง “ในระดับที่มากจนไม่อาจวัดได้”: After weeks of uncertainty, the family was relieved ____.

ดูคำตอบ

beyond measure

In the night,

3:32

ในยามค่ำคืน

we smash through the crash barriers of ordinary hope. สำนวน

3:33

เราพังทลายแผงกั้นของความหวังธรรมดาทั่วไป

สำนวน

Smash through the crash barriers of ordinary hope: อุปลักษณ์ของการสูญเสียการยับยั้ง

ประโยคนี้สร้างอุปลักษณ์แบบต่อเนื่อง โดยเปรียบความหวังแบบธรรมดาเป็นแนวกั้นนิรภัยบนถนน ซึ่งตามปกติทำหน้าที่เป็นขอบเขตคุ้มครองไม่ให้คนมุ่งไปสู่อันตรายทางอารมณ์ Smash through สื่อถึงการใช้แรงทะลุขอบเขตนั้นออกไป ไม่ได้มีอุบัติเหตุบนถนนเกิดขึ้นจริง ภาพนี้ทำให้ความสิ้นหวังดูรวดเร็ว รุนแรง และควบคุมไม่ได้ แสดงว่าผู้พูดได้ก้าวพ้นการยับยั้งที่ความหวังในชีวิตประจำวันมักมอบให้

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “In the night, we smash through the crash barriers of ordinary hope.”

  1. ประโยคนี้บอกว่าความหวังแบบธรรมดาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากพบอุปสรรคเล็กน้อย
  2. ประโยคนี้รายงานว่าผู้พูดขับรถทะลุแนวกั้นจริงในเวลากลางคืน
  3. ประโยคนี้แสดงให้เห็นว่าผู้พูดใช้แรงทะลุขอบเขตคุ้มครองที่ความหวังแบบธรรมดามอบให้
ดูคำตอบ

ประโยคนี้แสดงให้เห็นว่าผู้พูดใช้แรงทะลุขอบเขตคุ้มครองที่ความหวังแบบธรรมดามอบให้

We're gonna do away with ourselves. กริยาวลี

3:36

เราจะจบชีวิตตัวเองซะ

กริยาวลี

do away with ourselves: การกล่าวถึงการฆ่าตัวตายแบบอ้อม ๆ

ในที่นี้ do away with ourselves เป็นการพูดอ้อม ๆ ว่า kill ourselves หรือ “ฆ่าตัวตาย” กรรมที่เป็นสรรพนามสะท้อน ourselves ทำให้การกระทำย้อนกลับมาที่ผู้พูดเอง ดังนั้นประโยคนี้จึงสื่อถึงความคิดฆ่าตัวตาย ไม่ใช่แค่ความต้องการหนีหรือเปลี่ยนชีวิต โดยทั่วไป do away with หมายถึง “กำจัด” หรือ “ขจัดทิ้ง” แต่เมื่อกรรมเป็นคนหรือคำสรรพนามสะท้อน อาจหมายถึง “ฆ่า” ได้ ดังนั้นแม้จะเป็นถ้อยคำเลี่ยง ๆ เนื้อหาก็ยังร้ายแรง

แบบฝึกหัด

do away with ourselves ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ผู้พูดกำลังวางแผนย้ายไปอยู่ห่างจากกัน
  2. ผู้พูดต้องการหยุดทำงานตามปกติ
  3. ผู้พูดกำลังกล่าวอ้อม ๆ ว่าจะฆ่าตัวตาย
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังกล่าวอ้อม ๆ ว่าจะฆ่าตัวตาย

They'll regret us.

3:38

พวกเขาจะต้องเสียใจที่เสียเราไป

They'll miss us now.

3:40

ตอนนี้พวกเขาจะต้องคิดถึงเรา

But we won't, of course,

3:41

แต่แน่นอนว่า เราจะไม่

do anything silly.

3:43

ทำอะไรโง่ๆ แบบนั้น

It's just the mind doing its normal work,

3:44

มันเป็นแค่การทำงานตามปกติของจิตใจ

adjusting to yet another yawning gap สำนวน

3:47

ที่กำลังปรับตัวให้เข้ากับช่องโหว่ขนาดใหญ่อีกครั้ง

between the way we would want things to be

3:49

ระหว่างสิ่งที่เราอยากให้มันเป็น

and the horrid way they are.

3:51

กับความเป็นจริงอันเลวร้ายที่เป็นอยู่

สำนวน

yet another yawning gap: ความแตกต่างมหาศาลที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ใน yawning gap คำว่า yawning ใช้เป็นอุปมา โดยทำให้นึกถึงช่องว่างที่อ้ากว้างมาก ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงความแตกต่างมหาศาล ในที่นี้วลีนี้เน้นระยะห่างระหว่างสิ่งที่คนอยากให้เป็นกับสิ่งที่เป็นจริง และไม่เกี่ยวกับความง่วงเลย Yet another เพิ่มความหมายของการเกิดซ้ำและความหงุดหงิดเล็กน้อย กล่าวคือ นี่เป็นความไม่ตรงกันครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในชุดเหตุการณ์ รูปแบบ yet another ตามด้วยคำนามมักบอกเป็นนัยว่าเรื่องไม่พึงประสงค์ชนิดเดิมเกิดขึ้นอีกแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ สำนวนเริ่มด้วย yet และใช้ yawning ในความหมายว่า “ใหญ่มาก”: The latest survey revealed ____ between rural and urban internet access.

ดูคำตอบ

yet another yawning gap

We settle. การใช้คำ

3:54

เรายอมรับมัน

การใช้คำ

We settle: ค่อย ๆ ยอมรับความจริง

ในที่นี้ We settle. หมายถึง ในที่สุดเราเลิกต่อต้านความจริงที่เจ็บปวดและค่อย ๆ ปรับสภาพอารมณ์ให้เข้ากับมัน settle เป็นคำกริยาอกรรมในที่นี้ คือไม่มีกรรมตรงและไม่ได้ตามด้วย for เมื่อใช้ settle แบบนี้ คำนี้จะสื่อว่าการยอมรับเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป หลังผ่านความไม่แน่นอนหรือความทุกข์ คนเราจะเข้าสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ We settle. ในตัวอย่าง?

  1. เราค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่เจ็บปวดและกลับมามีสมดุลทางอารมณ์
  2. เราเลือกคนที่ไม่น่าพอใจเท่าไรเพราะไม่มีคนที่ดีกว่า
  3. เราแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างสองกลุ่ม
ดูคำตอบ

เราค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่เจ็บปวดและกลับมามีสมดุลทางอารมณ์

We are, after all,

3:55

ท้ายที่สุดแล้ว เราก็คือ

creatures who know how to die.

3:56

สิ่งมีชีวิตที่รู้วิธีที่จะตาย

We think we don't know how to,

3:59

เราคิดว่าเราไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

but we invariably do,

4:00

แต่เราก็มักจะทำได้เสมอ

whatever the fierce rage.

4:02

ไม่ว่าจะมีความโกรธเกรี้ยวรุนแรงเพียงใด

We can digest pretty much any verdict. สำนวน

4:03

เราสามารถยอมรับบทสรุปได้เกือบทุกอย่าง

สำนวน

digest pretty much any verdict: ค่อย ๆ ย่อยและยอมรับข้อสรุปที่ยาก

ในที่นี้ digest ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่นเดียวกับที่ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยอาหาร คนเราก็อาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและยอมรับ verdict ที่ยากลำบากทั้งทางความคิดและความรู้สึก ในที่นี้ verdict หมายถึงคำตัดสินหรือข้อสรุปว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตัดสินของศาล pretty much หมายถึง “แทบจะ” หรือ “เกือบจะ” ดังนั้น pretty much any verdict จึงเป็นการกล่าวอย่างครอบคลุมกว้าง ๆ แต่ยังเปิดช่องไว้เล็กน้อยสำหรับข้อยกเว้น ทั้งวลีหมายความว่า คนเราสามารถค่อย ๆ ประมวลผลและอยู่กับข้อสรุปที่ยากลำบากแทบทุกแบบได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความ We can digest pretty much any verdict. ได้ตรงที่สุด?

  1. เราสามารถเปลี่ยนคำตัดสินของศาลที่เราไม่ชอบได้ทันที
  2. เราสามารถค่อย ๆ ประมวลผลและอยู่กับข้อสรุปที่ยากลำบากแทบทุกแบบได้
  3. เราสามารถย่อยเอกสารทุกฉบับที่มีคำตัดสินทางกฎหมายได้ทางร่างกาย
ดูคำตอบ

เราสามารถค่อย ๆ ประมวลผลและอยู่กับข้อสรุปที่ยากลำบากแทบทุกแบบได้

We tell ourselves we'd never endure

4:06

เราบอกตัวเองว่าเราจะไม่มีวันทนได้

not being able to speak or losing our bowels,

4:08

กับการไม่สามารถพูดได้หรือการสูญเสียการขับถ่าย

but then the doctors tell us what has to be

4:11

แต่แล้วเมื่อหมอบอกเราว่าอะไรจะเกิดขึ้น

and we put up with a feeding tube กริยาวลี

4:13

เราก็ยอมทนอยู่กับสายให้อาหาร

กริยาวลี

put up with: ทนอย่างไม่เต็มใจ

ในประโยคนี้ put up with หมายถึงทนหรืออดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ผู้ป่วยยอมรับสายให้อาหารแม้จะทำให้รู้สึกไม่สบาย เพราะสถานการณ์แทบไม่เปิดโอกาสให้เลือกอย่างอื่น โครงสร้างตายตัวคือ put up with + คำนาม/คำสรรพนาม โดย with ใช้นำสิ่งที่ต้องทนและห้ามละ คำนี้มักสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจ ไม่ใช่การเห็นชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “ทนอย่างไม่เต็มใจ”: The neighbors are renovating again, but we can ____ the noise until Friday.

ดูคำตอบ

put up with

and a bag

4:15

และถุงขับถ่าย

and being able to communicate only through a quivering eyelid.

4:15

และยอมทนกับการสื่อสารผ่านการกระพริบตาเท่านั้น

It's always better than the alternative. น้ำเสียง/เจตนา

4:19

นั่นเป็นสิ่งที่ดีกว่าอีกทางเลือกหนึ่งเสมอ

น้ำเสียง/เจตนา

better than the alternative: ยอมรับผลลัพธ์ที่แย่น้อยกว่า

ในประโยคนี้ better than the alternative หมายถึงสถานการณ์ปัจจุบันยังน่าเลือกมากกว่าผลลัพธ์อีกทางที่เป็นไปได้จริง แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะยังยากหรือไม่น่าพอใจก็ตาม สำนวนนี้ใช้เหตุผลเชิงปฏิบัติเพื่อสนับสนุนทางเลือกที่ไม่ได้ดีเลิศ ไม่ได้ระบุชัดว่า alternative คืออะไรเพราะบริบทบอกอยู่แล้ว ในที่นี้หมายถึงผลลัพธ์ที่แย่กว่ามากอย่างการเสียชีวิต ผู้พูดไม่ได้บอกว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องดี

แบบฝึกหัด

ผู้ป่วยยอมรับการรักษาที่ทำให้ไม่สบายและพูดว่า “It's always better than the alternative.” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่เป็นไปได้
  2. สถานการณ์ปัจจุบันยากลำบาก แต่ผลลัพธ์อีกทางที่เป็นไปได้จริงแย่กว่า
  3. สถานการณ์ปัจจุบันดีเลิศ
ดูคำตอบ

สถานการณ์ปัจจุบันยากลำบาก แต่ผลลัพธ์อีกทางที่เป็นไปได้จริงแย่กว่า

So, of course,

4:21

ดังนั้น แน่นอนว่า

we deal with the cataclysmic lack of love.

4:22

เราย่อมรับมือกับการขาดหายไปของความรักอันแสนสาหัสได้

Dawn comes chilly and severe

4:26

รุ่งอรุณมาเยือนอย่างเหน็บหนาวและรุนแรง

and yet reassuring in its sober bleakness. สำนวน

4:28

แต่กลับให้ความรู้สึกอุ่นใจในความอ้างว้างอันมีสติ

สำนวน

ความย้อนแย้งใน “reassuring in its sober bleakness”

ในที่นี้ sober หมายถึง “มองความจริงอย่างมีสติ สุขุม และปราศจากภาพลวงตาที่ช่วยปลอบใจ” ไม่ได้หมายถึงแค่ “ไม่เมา” ส่วน bleakness คือความหนาวเย็น โล่งว่าง และโหดร้ายของรุ่งเช้า วลีนี้จงใจสร้างความย้อนแย้ง หลังผ่านความสิ้นหวังอย่างรุนแรง ความจริงที่โหดร้ายกลับทำให้สบายใจเพราะมั่นคงและตรงไปตรงมา ในโครงสร้าง reassuring in its X คุณสมบัติที่แทนด้วย X นั่นเองคือเหตุผลที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The empty winter landscape was reassuring in its sober bleakness.” อะไรทำให้ภูมิทัศน์นั้นให้ความรู้สึกอุ่นใจ

  1. ภูมิทัศน์นั้นสัญญาว่าทุกอย่างจะสดใสในไม่ช้า
  2. ภูมิทัศน์นั้นพิสูจน์ว่าไม่มีใครที่นั่นดื่มแอลกอฮอล์
  3. ภูมิทัศน์นั้นซ่อนความโหดร้ายไว้หลังภาพลวงตาอันงดงาม
  4. ความโหดร้ายที่มองตามจริงและไม่ปรุงแต่งด้วยอารมณ์ให้ความรู้สึกมั่นคงและตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ

ความโหดร้ายที่มองตามจริงและไม่ปรุงแต่งด้วยอารมณ์ให้ความรู้สึกมั่นคงและตรงไปตรงมา

We make the bed,

4:31

เราเก็บที่นอน

clear away the despair, สำนวน

4:32

ปัดเป่าความสิ้นหวังทิ้งไป

สำนวน

อุปมาใน “clear away the despair”

โดยทั่วไป clear away หมายถึงการนำสิ่งของออกเพื่อให้สถานที่สะอาดหรือโล่งขึ้น ในที่นี้ despair ถูกนำมาใช้เชิงอุปมาราวกับเป็นของรกที่หลงเหลืออยู่และสามารถเก็บออกจากห้องได้ เมื่อวางต่อจาก make the bed วลีนี้จึงขยายกิจวัตรการเก็บกวาดที่เป็นรูปธรรมไปสู่การฟื้นตัวทางอารมณ์ การกระทำยามเช้าสื่อถึงการนำระเบียบกลับคืนมาและก้าวพ้นความสิ้นหวังในยามค่ำคืน ทำให้อารมณ์นามธรรมดูเหมือนรับมือได้

แบบฝึกหัด

clear away the despair ใน “By morning, she opened the curtains and tried to clear away the despair of the night” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอทำให้ห้องมืดลงเพื่อให้ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่
  2. เธอตัดสินใจอธิบายว่าเหตุใดค่ำคืนจึงยาวนานมาก
  3. เธอพยายามนำระเบียบทางอารมณ์กลับคืนมาและก้าวพ้นความสิ้นหวัง
  4. เธอนำวัตถุจริงที่เรียกว่า “ความสิ้นหวัง” ไปเก็บ
ดูคำตอบ

เธอพยายามนำระเบียบทางอารมณ์กลับคืนมาและก้าวพ้นความสิ้นหวัง

and get on. กริยาวลี

4:34

และดำเนินชีวิตต่อไป

กริยาวลี

get on. ... เดินหน้าต่อกับชีวิตหรือสิ่งถัดไป

ในที่นี้ get on หมายถึงใช้ชีวิตต่อไป หรือทำสิ่งถัดไปต่อหลังจากหยุดชะงักหรือผ่านเรื่องยาก ไม่ได้หมายถึงการขึ้นรถบัส รถไฟ หรือยานพาหนะอื่น ๆ ถ้าเป็นความหมายนั้นมักมีกรรม เช่น get on the bus เมื่อบริบททำให้รู้ว่าขั้นต่อไปคืออะไร get on ที่ใช้เดี่ยว ๆ อาจมีความหมายใกล้กับ get on with it หรือ get on with your life ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้เดินหน้าต่อ ไม่ได้บอกว่ามีการเปลี่ยนสถานที่

แบบฝึกหัด

ในประโยค The room is ready, so let's get on คำว่า get on หมายถึงอะไร

  1. ออกจากห้องทันที
  2. ทำสิ่งที่ต้องทำต่อไป
  3. ขึ้นยานพาหนะ
  4. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครบางคน
ดูคำตอบ

ทำสิ่งที่ต้องทำต่อไป

There are a few consolations.

4:36

มันก็ยังมีความปลอบโยนอยู่บ้าง

First and foremost, ลำดับความ

4:38

อันดับแรกและสำคัญที่สุด

ลำดับความ

First and foremost, ... ประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด

First and foremost เป็นวลีตายตัวที่ใช้ในวาทกรรม หมายถึงสิ่งแรกตามลำดับความสำคัญและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ใช้เปิดประเด็นที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังมองว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง คำเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงสองขั้นตอนที่แยกกัน และไม่ได้ใช้เปรียบเทียบคนสองคน first บอกตำแหน่งที่เริ่มต้น ส่วน foremost เพิ่มความหมายว่าสำคัญที่สุด ดังนั้นวลีนี้จึงช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งหรือรายการตามความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงทั้งสิ่งแรกตามลำดับและสิ่งที่สำคัญที่สุดลงในประโยค: ____ เราต้องบันทึกสำเนาของรายงานก่อนแก้ไข

ดูคำตอบ

First and foremost

a ravaged incensed defiance,

4:39

คือความพังทลาย ความโกรธแค้น และการดื้อรั้น

a fuck you to the universe

4:42

การแจกฟักแฟงให้กับจักรวาล

and all those who peddle sentimental nonsense การใช้คำ

4:43

และมอบมันให้กับทุกคนที่พร่ำเพ้อเรื่องไร้สาระทางอารมณ์

การใช้คำ

peddle sentimental nonsense: ผลักดันแนวคิดด้วยน้ำเสียงดูแคลน

ในที่นี้ peddle ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการยื่นเสนอหรือผลักดันแนวคิดซ้ำ ๆ ราวกับเป็นสินค้าราคาถูก โดยแฝงว่าแนวคิดนั้นน่าสงสัย ไม่ซื่อสัตย์ หรือไร้ค่า sentimental nonsense คือป้ายที่ผู้พูดใช้เรียกคำปลอบใจที่หวานเกินจริงและไม่สนใจความจริงอันเจ็บปวด เมื่อรวมกันแล้ว peddle sentimental nonsense ไม่ได้หมายถึงการแบ่งปันความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง แต่เป็นการกล่าวหาว่าคนอื่นเผยแพร่แนวคิดที่ผู้พูดไม่ยอมรับซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ peddle เพื่อวิจารณ์การเผยแพร่แนวคิดที่น่าสงสัยซ้ำ ๆ

  1. The website peddles the myth that one trick can make anyone rich.
  2. The museum displays paintings from the 1800s.
  3. The shop sells notebooks near the entrance.
ดูคำตอบ

The website peddles the myth that one trick can make anyone rich.

that doesn't fit our reality.

4:46

ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของเรา

A certain kind of art works too.

4:49

ศิลปะบางประเภทก็ช่วยได้เช่นกัน

The sort created by unflinching genius realists การใช้คำ

4:52

ประเภทที่สร้างขึ้นโดยเหล่าอัจฉริยะด้านสัจนิยมที่ไม่ย่อท้อ

การใช้คำ

unflinching genius realists: ศิลปินผู้มีพรสวรรค์ที่กล้าเผชิญความจริง

ในนามวลีแบบย่อแน่นนี้ realists เป็นคำนามหลัก หมายถึงศิลปินที่แสดงชีวิตตามความเป็นจริง genius ชื่นชมว่าพวกเขามีพรสวรรค์อย่างยิ่ง ส่วน unflinching บอกว่าพวกเขาไม่หลบสายตาจากความจริงที่เจ็บปวดหรือน่าอึดอัด unflinching บรรยายความมั่นคงเมื่อเผชิญความกลัว ความเจ็บปวด หรือคำวิจารณ์ โดยทั่วไปเป็นคำชื่นชม คนคนนั้นอาจรู้สึกอย่างรุนแรงแต่ยังคงเผชิญกับความยากลำบาก

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคได้ดีที่สุดและชื่นชมผู้สื่อข่าวที่เผชิญข้อเท็จจริงอันน่ากังวลโดยไม่หลบสายตา? The reporter's ___ account exposed the abuse.

  1. emotionless
  2. unflinching
  3. sentimental
ดูคำตอบ

unflinching

who went through as much loneliness as we have, กริยาวลี

4:55

ผู้ซึ่งผ่านความโดดเดี่ยวมามากพอๆ กับเรา

กริยาวลี

ผู้ที่ผ่านความโดดเดี่ยวมาไม่น้อยไปกว่าพวกเรา

ในที่นี้ went through หมายถึงการประสบและอดทนผ่านสถานการณ์หรือความรู้สึกที่ยากลำบากด้วยตนเอง วลีนี้พูดถึงการใช้ชีวิตผ่านความโดดเดี่ยว ไม่ใช่การเดินผ่านสถานที่จริง As much loneliness as we have เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบปริมาณที่เท่ากัน หมายถึงคนคนนี้ประสบความโดดเดี่ยวมากพอ ๆ กับที่พวกเราประสบ หลัง we have ละ gone through ไว้ เพราะเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "went through as much loneliness as we have" หมายความว่าอย่างไร

  1. ประสบความโดดเดี่ยวในปริมาณเท่ากับพวกเรา
  2. เดินผ่านสถานที่เปลี่ยวแห่งเดียวกับพวกเรา
  3. เลิกรู้สึกโดดเดี่ยวก่อนพวกเรา
ดูคำตอบ

ประสบความโดดเดี่ยวในปริมาณเท่ากับพวกเรา

who understood our sadness ahead of time. สำนวน

4:58

ผู้ซึ่งเข้าใจความเศร้าของเราล่วงหน้า

สำนวน

ผู้ที่เข้าใจความเศร้าของเราล่วงหน้า

ในที่นี้ ahead of time เป็นวลีกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึงก่อนเวลาที่คาดไว้หรือก่อนเวลาที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ขยาย understood จึงหมายความว่าคนคนนั้นเข้าใจความเศร้าก่อนที่คนอื่นจะคาดคิดหรือประสบกับความเศร้านั้น สำนวนนี้พูดถึงเวลา ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้สื่อถึงการมองการณ์ไกลเป็นพิเศษ เพราะความเข้าใจเกิดขึ้นก่อนที่ผู้อ่านจะได้ประสบความเศร้านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Please send the form ahead of time" ahead of time หมายความว่าอย่างไร

  1. ก่อนเวลาที่คาดไว้หรือวางแผนไว้
  2. ตรงตามเวลาที่คาดไว้
  3. หลังเส้นตาย
ดูคำตอบ

ก่อนเวลาที่คาดไว้หรือวางแผนไว้

Grief-stricken masters like Baudelaire and Leopardi,

5:01

ปรมาจารย์ผู้โศกเศร้าอย่างโบดแลร์และเลโอพาร์ดี

Pessoa and Pascal,

5:04

เปสซัวและปาสกาล

who can express our petty domestic sorrow วลี

5:05

ผู้สามารถถ่ายทอดความเศร้าสร้อยในชีวิตประจำวันอันเล็กน้อยของเรา

in mighty transcendental terms

5:08

ให้ออกมาในภาษาที่ยิ่งใหญ่และเหนือธรรมชาติ

วลี

express X in Y terms: การเลือกกรอบในการถ่ายทอด

ในโครงสร้าง express X in Y terms นั้น X คือแนวคิดหรือความรู้สึกที่ต้องการสื่อ ส่วน Y ระบุภาษา กรอบคิด หรือระดับที่ใช้ถ่ายทอดสิ่งนั้น ในที่นี้ terms หมายถึงวิธีอธิบาย ไม่ใช่เงื่อนไขในข้อตกลง ประโยคนี้สื่อว่าศิลปะสามารถนำความเศร้าส่วนตัวเล็ก ๆ มาถ่ายทอดใหม่ให้เป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ เป็นนามธรรม และแทบจะเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ ความแตกต่างระหว่าง petty/domestic กับ mighty/transcendental ทำให้ถ้อยคำฟังดูสูงส่งอย่างจงใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The scientist expressed the problem in economic terms," คำว่า "in economic terms" หมายถึงอะไร

  1. โดยใช้แนวคิดและภาษาของเศรษฐศาสตร์
  2. ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต
  3. ภายใต้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน
ดูคำตอบ

โดยใช้แนวคิดและภาษาของเศรษฐศาสตร์

and induct us to the most dignified kind of regret.

5:10

และนำพาเราไปสู่ความเสียใจที่มีเกียรติที่สุด

They were there too สำนวน

5:14

พวกเขาเองก็เคยอยู่จุดนั้นเช่นกัน

and in the most abstract accomplished ways

5:15

และในรูปแบบที่ลึกซึ้งและเป็นนามธรรมที่สุด

tell us, "I know."

5:18

คอยบอกเราว่า "ฉันรู้"

สำนวน

They were there too: there ที่สื่อถึงประสบการณ์ร่วม

ในที่นี้ there ชี้ถึงประสบการณ์ทางอารมณ์ ไม่ใช่สถานที่จริง ส่วน They หมายถึงนักเขียนและนักคิดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ พวกเขาเองก็เคยรู้จักความเหงาหรือความเศร้า เมื่อบริบททำให้รู้ชัดอยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงสถานการณ์ใด be there สามารถสื่อว่าคนหนึ่งเคยผ่านสถานการณ์นั้นมา ส่วน too เพิ่มความหมายว่ามีประสบการณ์ร่วมกัน ดังนั้นข้อความนี้จึงมอบความเข้าใจและการปลอบโยนว่า คนอื่นก็เคยรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาเรื่องการสอบสำคัญไม่ผ่าน Maya พูดว่า "My older brothers were there too." เธอน่าจะหมายความว่าอะไร

  1. พวกเขาเคยผ่านความล้มเหลวแบบเดียวกัน
  2. พวกเขาสัญญาว่าจะแก้ปัญหาให้เธอ
  3. พวกเขากำลังยืนอยู่ที่สถานที่สอบ
ดูคำตอบ

พวกเขาเคยผ่านความล้มเหลวแบบเดียวกัน

And we have friendship,

5:20

และเรายังมีมิตรภาพ

not the kind that obliterates the loneliness,

5:21

ไม่ใช่แบบที่ลบความโดดเดี่ยวออกไป

but that allows us to commune around it. การใช้คำ

5:24

แต่เป็นแบบที่ให้เราได้สื่อสารความโดดเดี่ยวร่วมกัน

การใช้คำ

commune around it: เชื่อมโยงกันผ่านความเหงาโดยไม่ลบมันออกไป

ในที่นี้ commune เป็นคำกริยาที่หมายถึงการแบ่งปันความคิดและความรู้สึกอย่างลึกซึ้งและใกล้ชิด สื่อถึงความผูกพันทางอารมณ์หรือจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่การพูดคุยกัน คำสรรพนาม it หมายถึง loneliness การ commune around loneliness คือการทำให้ความเจ็บปวดที่มีร่วมกันเป็นศูนย์กลางของความผูกพัน มิตรภาพไม่ได้ลบความเหงา แต่ช่วยให้ผู้คนเผชิญและเข้าใจมันไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ commune around it บอกว่ามิตรภาพทำอย่างไรกับความเหงา

  1. สร้างความผูกพันร่วมกันอย่างลึกซึ้งแม้ความเหงายังคงอยู่
  2. เปลี่ยนความเหงาให้เป็นชุมชนท้องถิ่น
  3. กำจัดความเหงาออกจากชีวิตของพวกเขาโดยสิ้นเชิง
  4. หลีกเลี่ยงการพูดถึงความเหงา
ดูคำตอบ

สร้างความผูกพันร่วมกันอย่างลึกซึ้งแม้ความเหงายังคงอยู่

We can't help each other directly.

5:26

เราไม่สามารถช่วยเหลือกันได้โดยตรง

We're more like a group of the dying ไวยากรณ์

5:28

เราเป็นเหมือนกลุ่มคนใกล้ตาย

in a hospice talking circle

5:30

ที่นั่งพูดคุยกันในสถานพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

who won't be able to eradicate the end

5:32

ผู้ซึ่งไม่สามารถขจัดจุดจบนั้นไปได้

but know they are, at least, ลำดับความ

5:34

แต่ก็รู้ว่า อย่างน้อยที่สุด

not alone with it.

5:36

พวกเขาไม่ได้เผชิญมันเพียงลำพัง

ไวยากรณ์

more like a group of the dying: ปรับกรอบด้วยการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง

More like ใช้เปิดการเปรียบเทียบที่แก้ไขหรือทำให้มุมมองเดิมเกี่ยวกับบางสิ่งชัดเจนขึ้น หมายถึงสิ่งนี้ใกล้เคียงกับคำอธิบายนี้มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกประการ ในที่นี้ผู้พูดปรับภาพของกลุ่มเพื่อนใหม่ว่าเหมือนกลุ่มสนทนาในสถานดูแลผู้ป่วยระยะท้ายมากกว่า พวกเขาหยุดผลลัพธ์สุดท้ายไม่ได้ แต่ช่วยให้กันและกันไม่ต้องเผชิญมันตามลำพังได้ the dying หมายถึงผู้คนที่กำลังจะเสียชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบที่จงใจให้หนักหน่วง ไม่ใช่การกล่าวตามตัวอักษรว่ากลุ่มเพื่อนทุกคนกำลังใกล้ตาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ more like เพื่อแทนคำอธิบายเดิมด้วยการเปรียบเทียบที่ใกล้เคียงกว่าแต่ยังเป็นเพียงการประมาณ

  1. The first draft became a finished plan yesterday.
  2. The first draft is exactly the same as the finished plan.
  3. The first draft is more like a map than a finished plan.
  4. The first draft is less useful than any map.
ดูคำตอบ

The first draft is more like a map than a finished plan.

ลำดับความ

at least เพื่อบอกสิ่งปลอบใจขั้นต่ำ

at least ในที่นี้ไม่ได้กำหนดจำนวนขั้นต่ำ แต่ใช้จำกัดขอบเขตของคำกล่าวหลังจากยอมรับผลลัพธ์ที่ไม่ดีแล้วว่า ผลลัพธ์นั้นเปลี่ยนไม่ได้ แต่ยังเหลือสิ่งปลอบใจเล็ก ๆ อยู่หนึ่งอย่าง ข้อความที่ตามมาจะบอกว่าสิ่งปลอบใจขั้นต่ำคืออะไร รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับข้อจำกัดพร้อมกับเก็บประเด็นเชิงบวกไว้หนึ่งอย่าง: Bad result, but at least + remaining benefit.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้บอกสิ่งปลอบใจขั้นต่ำหลังเกิดเหตุไม่เป็นไปตามหวัง: "The event was canceled, but ____ everyone got home safely."

ดูคำตอบ

at least

We get better too

5:38

เรายังทำได้ดีขึ้น

at understanding statistics,

5:39

ในการทำความเข้าใจสถิติ

that this is normal

5:41

ว่านี่คือเรื่องปกติ

for a benighted group of us. การใช้คำ

5:42

สำหรับคนกลุ่มเล็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งอย่างเรา

การใช้คำ

ความหมายเชิงวรรณกรรมของ a benighted group of us

Benighted เป็นคำคุณศัพท์เชิงวรรณกรรมและค่อนข้างโบราณ หมายถึงการตกอยู่ในความไม่รู้ ความมืดมน หรือสภาพที่น่าเวทนา ในที่นี้คำนี้ขยาย group ส่วน of us แสดงว่าผู้พูดรวมตัวเองอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ในบริบทนี้ a benighted group of us เป็นการล้อตัวเองอย่างขบขัน ผู้พูดมองว่ากลุ่มนี้อับโชคเรื่องความรักหรือยังไม่รู้แจ้ง ไม่ได้หมายเพียงว่ากลางคืนมาถึงแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ "a benighted group of us" ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. คำบรรยายเชิงวรรณกรรมแบบล้อตัวเองเกี่ยวกับกลุ่มที่อับโชคหรือไม่รู้แจ้งซึ่งผู้พูดเป็นสมาชิกอยู่
  2. วิธีพูดในชีวิตประจำวันว่ากลุ่มนี้โชคดี
  3. คำบรรยายแบบเป็นกลางเกี่ยวกับกลุ่มที่พบกันเฉพาะเวลากลางคืน
ดูคำตอบ

คำบรรยายเชิงวรรณกรรมแบบล้อตัวเองเกี่ยวกับกลุ่มที่อับโชคหรือไม่รู้แจ้งซึ่งผู้พูดเป็นสมาชิกอยู่

We belong to an important minority party สำนวน

5:44

เราอยู่ในพรรคการเมืองชนกลุ่มน้อยที่สำคัญ

in the parliament of human suffering.

5:47

ในรัฐสภาแห่งความทุกข์ทรมานของมนุษยชาติ

สำนวน

minority party in the parliament of human suffering: อุปลักษณ์ทางการเมือง

วลีนี้สร้างอุปลักษณ์ทางการเมือง โดยเปรียบความทุกข์ของมนุษย์เป็นรัฐสภา และเปรียบผู้ที่ขาดความรักเป็นพรรคเสียงข้างน้อยที่สำคัญในรัฐสภานั้น minority สื่อว่าพวกเขาไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ส่วน important สื่อว่าประสบการณ์ของพวกเขายังมีน้ำหนักและสมควรได้รับการยอมรับ ภาพเปรียบนี้เปลี่ยนความเจ็บปวดส่วนตัวให้เป็นสถานะทางสังคมที่มีผู้คนร่วมกันเผชิญ ไม่ได้หมายถึงสถาบันหรือพรรคการเมืองที่มีอยู่จริง คำว่า parliament และ party ช่วยจัดวางแนวคิดว่ากลุ่มต่าง ๆ ต่างก็มีที่ทางซึ่งควรได้รับการยอมรับในโลกอันกว้างใหญ่ของความทุกข์

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์นี้สื่ออะไรเกี่ยวกับผู้ที่ทุกข์จากการขาดความรัก?

  1. พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่าแต่มีความสำคัญ และความทุกข์ของพวกเขาสมควรได้รับการยอมรับ
  2. พวกเขาเป็นคนส่วนใหญ่และสามารถออกกฎหมายเกี่ยวกับความทุกข์ของมนุษย์ได้
  3. พวกเขาสังกัดพรรคการเมืองจริงที่ควบคุมรัฐสภา
ดูคำตอบ

พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่าแต่มีความสำคัญ และความทุกข์ของพวกเขาสมควรได้รับการยอมรับ

Lovelessness will have been our major burden, ไวยากรณ์

5:50

การไร้ความรักคือภาระอันยิ่งใหญ่ของเรา

ไวยากรณ์

will have been: future perfect ของ be

ใน will have been โครงสร้าง will + have + กริยาช่องที่สามจะสร้าง future perfect โดย been เป็นกริยาช่องที่สามของ be โครงสร้างนี้วางมุมมองไว้ที่จุดอ้างอิงในอนาคต แล้วมองย้อนกลับมายังสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงเวลานั้น ในประโยคนี้ เมื่อมองย้อนกลับจากปลายช่วงชีวิตที่กำลังกล่าวถึง การไร้ความรักจะนับว่าเป็นภาระสำคัญมาตลอดช่วงนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการทำนายว่าจะมีภาระใหม่เริ่มขึ้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป future perfect ของ be: By next June, this project ____ our main focus for a full year.

ดูคำตอบ

will have been

a grief that endured from adolescence to the end,

5:54

ความเศร้าโศกที่ทนมาตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวาระสุดท้าย

a problem that was meant to go away ลำดับความ

5:58

ปัญหาที่ควรจะจางหายไป

and never did.

6:00

แต่กลับไม่เคยหายไปไหน

ลำดับความ

was meant to go away ... and never did: ความคาดหมายกับความเป็นจริง

วลี was meant to go away นำเสนอ go away ว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ กล่าวคือ ปัญหานั้นควรจะหายไป ในที่นี้ meant to แสดงความคาดหมาย ไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจจัดการให้เป็นเช่นนั้น and never did นำผลลัพธ์จริงมาเทียบกับความคาดหมายนั้น did ใช้แทนวลีกริยา go away ดังนั้นความหมายเต็มคือ and it never went away โครงสร้างสั้น ๆ นี้เน้นช่องว่างระหว่างสิ่งที่คาดไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ was meant to ... and never did โดยใช้ go away: The problem ____.

ดูคำตอบ

was meant to go away and never did

On our secret gravestone, สำนวน

6:01

บนป้ายหลุมศพลับๆ ของเรา

it should say,

6:03

ควรจะเขียนไว้ว่า

"Love didn't work out for them

6:04

"ความรักไม่เป็นผลสำหรับพวกเขา

and how they longed that it might." ไวยากรณ์

6:06

และพวกเขาปรารถนาให้มันเป็นจริงมากเพียงใด"

สำนวน

On our secret gravestone ในฐานะคำจารึกบนหลุมศพที่สมมติขึ้น

วลี On our secret gravestone นำเข้าสู่คำจารึกบนหลุมศพที่สมมติขึ้น ไม่ใช่ป้ายหลุมศพจริงที่ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง ผู้พูดลองจินตนาการว่าป้ายหลุมศพจะเขียนว่าอะไร หากมันเปิดเผยความจริงส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตของคนทั้งสอง secret หมายความว่าเรื่องราวซึ่งดูเหมือนจะกำหนดชีวิตของพวกเขานั้นอยู่ภายในใจและไม่เคยถูกพูดออกมา ภาพเปรียบนี้เปลี่ยนความผิดหวังในความรักที่ยาวนานให้เป็นบทสรุปลับ ๆ ของชีวิตพวกเขา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ On our secret gravestone นำเข้าสู่อะไร?

  1. แผนลับในการเลือกสุสาน
  2. คำจารึกบนหลุมศพที่สมมติขึ้นและเปิดเผยความจริงส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา
  3. ป้ายหลุมศพจริงที่ซ่อนอยู่ในสถานที่ซึ่งมีเพียงคนสองคนที่รู้
ดูคำตอบ

คำจารึกบนหลุมศพที่สมมติขึ้นและเปิดเผยความจริงส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา

ไวยากรณ์

how แบบอุทานใน how they longed that it might

ในที่นี้ how ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทาน โดยเน้นคำว่า longed และหมายถึง “มากเพียงใด” อนุประโยคนี้สื่อถึงความแรงกล้าของความปรารถนา ไม่ได้ถามว่าพวกเขาปรารถนาด้วยวิธีใด คำสรรพนาม it อ้างถึง love ส่วน might ใช้แทนข้อความต่อเนื่องที่เข้าใจได้จากบริบทว่า “have worked out for them” การละกริยาหลังคำกริยาช่วยเช่นนี้ช่วยเลี่ยงการกล่าวแนวคิดเดิมซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “how they longed that it might” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาสงสัยว่าความรักลงเอยด้วยดีสำหรับพวกเขาด้วยวิธีใด
  2. พวกเขาอธิบายว่าเหตุใดความรักจึงล้มเหลวสำหรับพวกเขา
  3. พวกเขาปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าความรักน่าจะลงเอยด้วยดีสำหรับพวกเขา
ดูคำตอบ

พวกเขาปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าความรักน่าจะลงเอยด้วยดีสำหรับพวกเขา

An epitaph to frighten children

6:08

คำจารึกที่ทำให้เด็กๆ หวาดกลัว

and reassure our emotional successors.

6:11

และทำให้ผู้สืบทอดทางอารมณ์ของเราเบาใจ

What was meant to be just a phase ลำดับความ

6:14

สิ่งที่คิดว่าจะเป็นเพียงแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต

turned into the truest thing about us,

6:16

กลับกลายเป็นสิ่งที่จริงแท้ที่สุดเกี่ยวกับตัวเรา

ลำดับความ

โครงสร้าง What was meant to be X turned into Y

What was meant to be just a phase หมายถึง “สถานการณ์ที่เดิมคาดว่าจะเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวมและทำหน้าที่เป็นประธานทั้งชุด ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ภาคแสดง turned into the truest thing about us นำเสนอผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม โครงสร้าง What was meant to be X turned into Y จัดระเบียบเรื่องราวด้วยการเปรียบต่างอย่างชัดเจนระหว่างความคาดหวังแรกเริ่มกับสิ่งที่มันกลายเป็นในที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอนุประโยคประธานจากบทเรียน: ____ just a short trial turned into a permanent role.

ดูคำตอบ

What was meant to be

that we longed for love

6:19

ว่าเราปรารถนาความรัก

and that it never came.

6:21

และมันไม่เคยมาถึงเลย

A truth all the more redemptive ไวยากรณ์

6:22

ความจริงที่จะช่วยไถ่บาปให้เราได้มากขึ้น

for being expressed at last

6:25

เมื่อมันได้ถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด

ไวยากรณ์

“all the more redemptive”: คุณสมบัติที่เข้มข้นขึ้นเพราะเหตุผลหนึ่ง

ในที่นี้ all the more redemptive หมายถึง “ยิ่งมีพลังในการเยียวยาหรือไถ่บาปมากขึ้น” โดยบอกว่าข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งทำให้คุณสมบัตินั้นของความจริงเด่นชัดขึ้น โครงสร้างคือ all the more + คำคุณศัพท์ + for + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ for being expressed at last บอกเหตุผลว่า การนำความจริงมาเอ่ยเป็นคำพูดในที่สุดทำให้มันช่วยเยียวยาหรือปลดปล่อยได้มากขึ้น คำว่า all ใช้เน้นระดับการเปรียบเทียบ ไม่ได้ขยาย truth

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ all the more + คำคุณศัพท์: The small victory felt ____ for coming after months of setbacks.

ดูคำตอบ

all the more satisfying

with a rare calm, unflinching honesty. วลี

6:27

ด้วยความสงบที่หาได้ยากและความซื่อสัตย์ที่ไม่หวั่นเกรง

วลี

“calm, unflinching honesty”: ความซื่อสัตย์ที่ไม่หลบเลี่ยงความจริง

วลีที่ขึ้นต้นด้วย with บอกว่าความจริงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไร โดย honesty เป็นคำนามหลัก ส่วน calm และ unflinching เป็นคำบรรยายสองลักษณะที่วางขนานกัน เครื่องหมายจุลภาคช่วยแยกคุณลักษณะทั้งสอง และ rare บอกว่าความซื่อสัตย์แบบนี้พบได้ยาก unflinching ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ flinch หมายถึงถอยหนีเพราะความกลัวหรือความเจ็บปวด ดังนั้น unflinching honesty คือความซื่อสัตย์ที่เผชิญและพูดความจริงอันยากลำบากโดยไม่ถอยหนี ไม่ได้หมายถึงความเย็นชาหรือไม่ใส่ใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ unflinching ในความหมายว่าเผชิญความจริงที่ยากลำบากอย่างสงบ แทนที่จะหมายถึงการพูดอย่างรุนแรง

  1. She mocked her teammates and called the insults unflinching honesty.
  2. With unflinching honesty, she calmly named every mistake in the failed project.
  3. She changed the subject whenever the failed project was mentioned.
ดูคำตอบ

With unflinching honesty, she calmly named every mistake in the failed project.

Our online shop has a range of books

6:34

ร้านค้าออนไลน์ของเรามีหนังสือหลากหลาย

and gifts that address the most important

6:36

และของขวัญที่เข้าถึงประเด็นที่สำคัญที่สุด

and often neglected areas of life.

6:39

และมักถูกละเลยในชีวิตของทุกคน