วัคซีนทำงานอย่างไร - Kelwalin Dhanasarnsombut: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเริ่มจากการทดลองฝีดาษวัวของ Edward Jenner ในปี 1796 แล้วอธิบายว่าความจำของระบบภูมิคุ้มกันทำให้การฉีดวัคซีนได้ผลอย่างไร เปรียบเทียบวัคซีนหลายชนิด และเสนอหลักการของวัคซีน DNA ที่เตรียมร่างกายด้วยคำสั่งทางพันธุกรรมเฉพาะ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Edward Jenner — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าการระบุชื่อนักวิทยาศาสตร์และความสำเร็จของการทดลองช่วยวางจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์ของการฉีดวัคซีนอย่างไร จึงติดตามการเปลี่ยนจากเรื่องวัคซีนชนิดแรกไปสู่คำอธิบายสมัยใหม่เรื่องการป้องกันด้วยภูมิคุ้มกันได้ 2. But what if we could — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตได้ว่าคำถามเชิงสมมุติเปลี่ยนข้อจำกัดของการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายให้เป็นการค้นหาทางแก้ คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้ในการนำเสนอเพื่อเสนอความเป็นไปได้ก่อนเปิดเผยวิธีที่จัดการปัญหา 3. instruct cells in the body to make the antigens. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ว่า instruct A to do B ใช้อธิบายอย่างเป็นทางการว่ายีน โปรแกรม หรือกฎสั่งให้ระบบทำบางสิ่งอย่างไร ในที่นี้ชี้ชัดว่าวัคซีน DNA ส่งคำสั่งให้เซลล์สร้างแอนติเจนเพื่อเตรียมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
the scientist Edward Jenner injected material from a cowpox virus into an 8-year-old boy วัฒนธรรม
0:08นักวิทยาศาสตร์ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ ได้ฉีดสารจากไวรัสฝีดาษวัวเข้าไปในเด็กชายวัย 8 ขวบ
Edward Jenner: นักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการทดลอง
Edward Jenner คือนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นประธานของคำกริยา injected เขาเป็นผู้ทำการทดลอง ส่วนเด็กชายอายุ 8 ปีเป็นผู้ได้รับสารนั้น การทดลองของเจนเนอร์มักถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การฉีดวัคซีนสมัยใหม่ ภูมิหลังสั้น ๆ นี้อธิบายว่าทำไมการพูดถึงวัคซีนจึงเริ่มจากชื่อและการทดลองของเขา
แบบฝึกหัด
Edward Jenner มีบทบาทอะไรในประโยคนี้
- เขาคือเด็กชายอายุแปดปีที่ได้รับสารนั้น
- เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการทดลอง
- เขาคือผู้ตั้งชื่อไวรัสไข้ทรพิษ
ดูคำตอบ
เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการทดลอง
with a hunch that this would provide the protection needed โน้ต
0:15ด้วยลางสังหรณ์ที่ว่ามันจะให้การปกป้องที่จำเป็น
with a hunch: ลงมือทำตามลางสังหรณ์ที่ยังไม่พิสูจน์
a hunch คือความเชื่อจากสัญชาตญาณที่รู้สึกว่าน่าจะจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ในประโยคนี้ with a hunch บอกพื้นฐานของการกระทำหรือการตัดสินใจ กล่าวคือ Jenner ลงมือจากความรู้สึกที่อาศัยสิ่งที่สังเกตเห็น ไม่ได้กำลังรายงานข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของลางสังหรณ์ รูปแบบเต็มที่พบบ่อยคือ have a hunch that... ส่วน with a hunch that... ใช้อธิบายความคิดที่ชี้นำการกระทำของใครบางคนได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ with a hunch แสดงอะไร?
- กฎข้อหนึ่งกำหนดให้ต้องทำเช่นนั้น
- ผลทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการทดสอบพิสูจน์แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- ความคิดจากสัญชาตญาณที่มีหลักฐานจำกัดชี้นำการกระทำ
ดูคำตอบ
ความคิดจากสัญชาตญาณที่มีหลักฐานจำกัดชี้นำการกระทำ
provide the protection: ให้การปกป้องแบบเฉพาะเจาะจง
Provide the protection เป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามที่เป็นธรรมชาติ โดย provide หมายถึง “จัดให้หรือมอบให้” และ protection หมายถึง “การป้องกันจากอันตราย” ในที่นี้ protection หมายถึงภูมิคุ้มกันต่อโรคโดยเฉพาะ ไม่ใช่การรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล the ชี้ถึงการปกป้องชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ และ needed ระบุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากพูดถึงการปกป้องโดยทั่วไป ภาษาอังกฤษมักใช้ provide protection และสามารถใส่ภัยคุกคามหลัง against ได้ เช่น provide protection against infection
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเติมประโยค: This vaccine may ___ against severe illness.
- provide protection
- give security
- ensure safety
ดูคำตอบ
provide protection
to save people from deadly outbreaks of the related smallpox virus. วลี
0:18ในการช่วยผู้คนจากการระบาดอันตรายถึงชีวิตของไวรัสไข้ทรพิษที่เกี่ยวข้อง
cowpox virus ... smallpox virus: เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน
โรคฝีดาษวัวคือโรคที่เกี่ยวข้องกับสารที่เจนเนอร์ใช้ ส่วนไข้ทรพิษคือโรคร้ายแรงที่เขาหวังจะป้องกัน โรคทั้งสองและไวรัสที่เกี่ยวข้องกันมีความใกล้เคียงกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ความสัมพันธ์นี้สำคัญ เพราะการสัมผัสสารจากฝีดาษวัวอาจทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ป้องกันไข้ทรพิษได้ด้วย ในที่นี้ related อธิบายแนวคิดเบื้องหลังการทดลอง ไม่ได้หมายความว่า cowpox virus เป็นอีกชื่อหนึ่งของ smallpox virus
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย cowpox virus และ smallpox virus ในบริบทนี้ได้ถูกต้อง
- ทั้งสองเป็นชื่อสองชื่อของไวรัสชนิดเดียวกันทุกประการ
- cowpox virus เป็นเพียงชื่อที่เป็นทางการกว่าของ smallpox virus
- ทั้งสองเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่ไวรัสชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ
ทั้งสองเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่ไวรัสชนิดเดียวกัน
save people from deadly outbreaks: โครงสร้าง save A from B
save people from deadly outbreaks ใช้โครงสร้าง save A from B โดย A คือบุคคลหรือกลุ่มที่ได้รับการปกป้อง ส่วน from ใช้นำหน้าภัยหรือผลเสียที่หลีกเลี่ยงได้ คำว่า outbreaks ในบริบทของโรคหมายถึงจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน วลีนี้หมายถึงการป้องกันไม่ให้การระบาดทำอันตรายผู้คน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการช่วยคนออกจากสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย save ... from: The new warning system can ____ nearby villages ____ deadly floods.
ดูคำตอบ
save · from
was inoculated against the disease: ได้รับการปลูกฝีเพื่อป้องกันโรค
was inoculated against the disease เป็นรูปถูกกระทำ รูปประโยคแบบกระทำคือ inoculate someone against a disease โดย someone คือผู้ที่ได้รับการปลูกฝีหรือวัคซีน ส่วนหลัง against คือโรคที่ต้องการป้องกัน ในประโยคนี้ the disease หมายถึงไข้ทรพิษที่กล่าวถึงก่อนหน้า against ในที่นี้หมายถึงการให้การป้องกันจากสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการต่อต้านสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำแบบเป็นทางการได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าเด็ก ๆ ได้รับการป้องกันโรคหัดจากการฉีดวัคซีน
- The children were inoculated to measles.
- The children were inoculated against measles.
- The children were inoculated against the clinic.
ดูคำตอบ
The children were inoculated against measles.
But why did it work? ในฐานะคำถามที่เปลี่ยนจากผลไปสู่สาเหตุ
But why did it work? เป็นคำถามที่ใช้เปลี่ยนช่วงของคำอธิบาย โดยรับต่อจากผลที่รู้อยู่แล้วว่าการฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้ได้ผล แล้วหันไปอธิบายเหตุผลหรือกลไกเบื้องหลังผลนั้น คำว่า it ในที่นี้หมายถึงวิธีที่ได้ผลหรือผลสำเร็จนั้น But ที่ขึ้นต้นประโยคไม่ได้แย้งข้อเท็จจริงก่อนหน้าอย่างรุนแรง แต่บอกว่ายังมีคำถามสำคัญที่ไม่ได้รับคำตอบ จึงช่วยสร้างความสนใจก่อนเข้าสู่คำอธิบายส่วนถัดไป
แบบฝึกหัด
But why did it work? ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้
- จบหัวข้อโดยไม่ขอคำอธิบาย
- เปลี่ยนจากการบอกผลที่สำเร็จไปสู่การอธิบายสาเหตุ
- เสนอหลักฐานว่าผลก่อนหน้านี้ไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากการบอกผลที่สำเร็จไปสู่การอธิบายสาเหตุ
we need to know how the immune system defends us against contagious diseases in the first place. วลี
0:34เราต้องรู้ก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกันปกป้องเราจากโรคติดต่อได้อย่างไรในตอนแรก
To understand..., we need to know...: บอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกพื้นฐานที่จำเป็น
โครงสร้าง To understand X, we need to know Y จัดคำอธิบายเป็นสองขั้น ส่วนบอกจุดประสงค์ที่ขึ้นต้นประโยคระบุเป้าหมายใหญ่คือ X แล้วประโยคหลักจึงนำเสนอ Y ซึ่งเป็นความรู้ที่ต้องรู้ก่อน ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการเข้าใจว่าวัคซีนทำงานอย่างไร ส่วนพื้นฐานที่จำเป็นคือการเข้าใจว่าระบบภูมิคุ้มกันปกป้องเราอย่างไร โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่าเหตุใดจึงต้องอธิบาย Y ก่อนกลับไปที่ X
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง To understand X, we need to know Y เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: To ____ why the bridge failed, we need to ____ how it was built.
ดูคำตอบ
understand · know
in the first place: ย้อนกลับไปที่คำถามพื้นฐาน
ในที่นี้ in the first place หมายถึง “ก่อนอื่น” หรือ “ตั้งแต่แรก” และพาผู้ฟังย้อนกลับไปยังคำถามพื้นฐานที่ต้องเข้าใจก่อนจะพูดต่อ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง วลีนี้มักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยค และสามารถชี้กลับไปยังเหตุผลเดิม สถานการณ์เริ่มต้น หรือหลักพื้นฐานของเรื่องที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “ก่อนอื่น”: Why did Lena join the club ____?
ดูคำตอบ
in the first place
in an attempt to identify and remove them from our bodies. วลี
0:46เพื่อพยายามระบุและกำจัดพวกมันออกจากร่างกายของเรา
When foreign microbes invade us: เงื่อนไขกระตุ้นทั่วไป
อนุประโยค When foreign microbes invade us กำหนดเงื่อนไขที่กระตุ้นเหตุการณ์ในประโยคหลัก นั่นคือระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ when หมายถึง “ทุกครั้งที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” ไม่ใช่เวลาหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง foreign ในที่นี้หมายถึงมาจากภายนอกร่างกาย ไม่ได้หมายถึงมาจากประเทศอื่น โครงสร้าง “when + present tense” มักใช้บรรยายกระบวนการที่เกิดซ้ำและข้อเท็จจริงทั่วไป
แบบฝึกหัด
อนุประโยค when ที่ขึ้นต้นประโยควิทยาศาสตร์นี้ทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าจุลชีพมาจากอีกประเทศหนึ่ง
- บอกเงื่อนไขทั่วไปที่กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
- ชี้ถึงช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่ทราบแน่ชัด
ดูคำตอบ
บอกเงื่อนไขทั่วไปที่กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
triggers a series of responses: กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองเป็นชุด
ในประโยคนี้ triggers a series of responses หมายถึงบางสิ่งเริ่มชุดปฏิกิริยาที่เชื่อมโยงกัน trigger เป็นคำกริยา โดยระบบภูมิคุ้มกันเป็นตัวเริ่มกระบวนการ และ a series of responses หมายถึงปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกันซึ่งเกิดตามมา trigger มักเน้นเหตุการณ์ที่ทำให้กระบวนการเริ่มทำงาน ส่วน cause มีความหมายกว้างกว่าและบอกเพียงว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง trigger จึงเหมาะเป็นพิเศษเมื่อเหตุการณ์เดียวเริ่มขั้นตอนที่เชื่อมโยงกันหลายขั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าสัญญาณหนึ่งเริ่มชุดปฏิกิริยาที่เชื่อมโยงกัน
- The signal triggers a series of responses in the cell.
- The signal accompanies a series of responses in the cell.
- The signal records a series of responses in the cell.
ดูคำตอบ
The signal triggers a series of responses in the cell.
in an attempt to identify: จุดประสงค์ที่เน้นความพยายาม
in an attempt to identify อธิบายจุดประสงค์ของการตอบสนองเหล่านี้ กล่าวคือ การตอบสนองเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะระบุบางสิ่ง โครงสร้างคือ in an attempt to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ identify เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ remove เชื่อมขนานกับคำนี้ในช่วงหลังของประโยค วลีนี้นำเสนอจุดประสงค์ในฐานะความพยายาม ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สำเร็จแล้ว วลีนี้บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังพยายามทำอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าการระบุนั้นสำเร็จหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in an attempt to ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวถึงเป้าหมายที่อาจสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้
- The engineers changed the design in an attempt reducing energy use.
- The engineers changed the design in an attempt to reduce energy use.
- The engineers changed the design in an attempt that reduce energy use.
ดูคำตอบ
The engineers changed the design in an attempt to reduce energy use.
are the coughing, sneezing, inflammation and fever we experience,
0:52คือ อาการไอ จาม การอักเสบ และไข้ที่เราประสบ
The signs that ... are ...: โครงสร้างสำหรับบอกหลักฐาน
โครงสร้างพื้นฐานคือ The signs ... are ... โดยคำนามพหูพจน์ signs เป็นแกนของประธาน และ are ใช้นำเข้าสู่รายการหลักฐาน ได้แก่ อาการไอ จาม การอักเสบ และไข้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าสัญญาณเหล่านั้นเป็นหลักฐานของอะไร อนุประโยคนี้ตามหลัง signs แต่ไม่ได้เป็นประโยคหลักที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง สามารถใช้ The signs that X is happening are A, B, and C เพื่ออธิบายหลักฐานว่ากระบวนการหนึ่งกำลังเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ The signs that ... are ... ได้ถูกต้องเพื่อบอกหลักฐานของกระบวนการหนึ่ง?
- That the engine is overheating the signs are smoke and a burning smell.
- The signs that the engine is overheating are smoke and a burning smell.
- The signs are that the engine is overheating are smoke and a burning smell.
ดูคำตอบ
The signs that the engine is overheating are smoke and a burning smell.
deter and rid the body of threatening things like bacteria. วลี
0:58สกัดกั้นและกำจัดสิ่งที่เป็นภัยคุกคามเช่นแบคทีเรียออกจากร่างกาย
rid the body of: โครงสร้าง rid A of B
Rid the body of threatening things ใช้โครงสร้างตายตัว rid A of B ซึ่งหมายถึงทำให้ A ปราศจาก B ในที่นี้ A คือ the body และ B คือ threatening things like bacteria ต้องคงลำดับ A ... of B โดยคน สถานที่ หรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบจะอยู่หลัง rid ทันที ส่วนสิ่งที่ไม่ต้องการจะอยู่หลัง of ในประโยคนี้ rid เป็นกริยารูปพื้นฐาน เพราะตามหลัง work to และเรียงคู่กับ trap และ deter
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง rid A of B: Regular weeding helps ____ the garden ____ invasive plants.
ดูคำตอบ
rid · of
These innate immune responses: innate ในฐานะคำจำแนกภูมิคุ้มกัน
วลี These innate immune responses หมายถึงปฏิกิริยาป้องกันที่ระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิดมีอยู่แล้ว ปฏิกิริยาเหล่านี้ตอบสนองต่อสัญญาณอันตรายได้หลายแบบอย่างรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องเคยสัมผัสเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งมาก่อนจึงจะเริ่มทำงาน ในที่นี้ innate เป็นคำจำแนกทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงข้ามกับ adaptive immunity ไม่ได้บรรยายลักษณะนิสัยที่ติดตัวมาแต่เกิด และไม่ได้หมายความว่าปฏิกิริยานี้ไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ innate บอกอะไรเกี่ยวกับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเหล่านี้
- เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันแบบกว้างที่ร่างกายมีอยู่แล้ว
- เป็นปฏิกิริยาที่ไม่สำคัญและเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
- บรรยายลักษณะนิสัยที่มีมาตั้งแต่เกิด
ดูคำตอบ
เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันแบบกว้างที่ร่างกายมีอยู่แล้ว
our second line of defense: อุปมาเรื่องการป้องกันหลายชั้น
วลี our second line of defense ใช้อุปมาเรื่องการป้องกัน โดยนำเสนอการคุ้มครองเป็นชั้น ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงระบบป้องกันเพิ่มเติม คือ adaptive immunity ซึ่งถูกกระตุ้นโดยการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด นอกบริบทชีววิทยา a line of defense อาจหมายถึงมาตรการหรือระบบใด ๆ ที่ช่วยหยุดยั้งอันตราย ส่วน second บอกตำแหน่งในแผนการป้องกันหลายชั้น ไม่ได้หมายถึงแถวหรือสนามรบจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยค Backups are a second line of defense against data loss. วลี a second line of defense หมายถึงอะไร
- แถวของคนที่ยืนอยู่หลังคอมพิวเตอร์
- ความพยายามครั้งที่สองที่จะทำลายไฟล์
- ชั้นป้องกันเพิ่มเติม
ดูคำตอบ
ชั้นป้องกันเพิ่มเติม
adaptive immunity: การป้องกันแบบเจาะจงที่มีความจำทางภูมิคุ้มกัน
ภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวคือระบบป้องกันแบบเจาะจงที่ร่างกายเรียนรู้เพื่อต่อสู้กับเชื้อก่อโรคแต่ละชนิด ระบบนี้สร้างความจำทางภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้นเมื่อพบภัยชนิดเดิมอีกครั้งจึงอาจตอบสนองได้เร็วและแรงขึ้น ในประโยคนี้ adaptive immunity เป็นชื่อของแนวป้องกันด่านที่สองซึ่งถูกกระตุ้นโดยการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด คำว่า adaptive ในที่นี้เป็นศัพท์จำแนกทางภูมิคุ้มกันวิทยา ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์ภูมิคุ้มกันวิทยาสองคำ: A targeted immune response that can remember a specific pathogen is part of ____.
ดูคำตอบ
adaptive immunity
B cells and T cells: เซลล์สองชนิดในภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว
เซลล์ B และเซลล์ T เป็นลิมโฟไซต์สองชนิดหลักที่ทำงานในภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว เซลล์ B สามารถเปลี่ยนเป็นเซลล์ที่สร้างแอนติบอดีและช่วยสร้างความจำทางภูมิคุ้มกัน ส่วนเซลล์ T มีทั้งชนิดที่ควบคุมการตอบสนองและชนิดที่ฆ่าเซลล์ติดเชื้อ ตัวอักษร B และ T เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงคะแนน ระดับ หรือหมายเลขทั่วไป
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย B cells and T cells ได้ถูกต้องที่สุด
- เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันสองชนิดที่มีหน้าที่ต่างกันในภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว
- เป็นระดับคะแนนที่แสดงความรุนแรงของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
- เป็นชื่อของแบคทีเรียหนึ่งชนิดและไวรัสหนึ่งชนิด
ดูคำตอบ
เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันสองชนิดที่มีหน้าที่ต่างกันในภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว
are recruited to fight microbes: เซลล์ถูกระดมเพื่อการป้องกัน
are recruited to fight microbes หมายความว่าเซลล์บีและเซลล์ทีถูกเรียกให้เข้ามาทำงานเพื่อช่วยป้องกันร่างกาย โครงสร้างกรรมวาจก be recruited to do something แสดงว่าเซลล์ถูกระดมมาเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง ในที่นี้ recruit นำแนวคิดทั่วไปเรื่องการนำคนเข้าร่วมทีมมาใช้กับกระบวนการทางชีววิทยา ไม่ได้หมายความว่าเซลล์สมัครงานหรือถูกจ้างจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจก present simple ของ recruit และ to: During an infection, immune cells ____ fight harmful microbes.
ดูคำตอบ
are recruited to
creating a memory of what the invaders look like: ความจำของระบบภูมิคุ้มกัน
creating a memory of what the invaders look like หมายถึงระบบภูมิคุ้มกันเก็บข้อมูลที่ช่วยให้จดจำเชื้อก่อโรคชนิดเดิมได้ในภายหลัง memory ในที่นี้เป็นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่ความทรงจำอย่างมีสติของมนุษย์ invaders หมายถึงเชื้อก่อโรค และ what they look like หมายถึงลักษณะที่ใช้จดจำได้ในความหมายกว้าง ๆ ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่มองเห็น อนุประโยค -ing creating a memory แสดงว่านี่เป็นผลจากการบันทึกข้อมูล
แบบฝึกหัด
creating a memory of what the invaders look like ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- เซลล์ภูมิคุ้มกันจดจำภาพของเชื้อก่อโรคอย่างมีสติ
- ระบบภูมิคุ้มกันเก็บข้อมูลที่ช่วยให้จดจำเชื้อก่อโรคได้ในภายหลัง
- เชื้อก่อโรคเก็บความทรงจำเกี่ยวกับร่างกายของคนนั้น
ดูคำตอบ
ระบบภูมิคุ้มกันเก็บข้อมูลที่ช่วยให้จดจำเชื้อก่อโรคได้ในภายหลัง
how best to fight them: การเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ใน “how best to fight them” คำว่า how นำเข้าสู่คำถามเกี่ยวกับวิธีการ ส่วน best หมายถึง “อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด” หรือ “ด้วยวิธีที่ดีที่สุด” โครงสร้าง how best to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกวิธีที่ดีที่สุดในการทำบางสิ่ง วลีนี้เป็นข้อมูลส่วนที่สองที่ถูกจดจำ ต่อจาก “what the invaders look like” คำว่า best ใช้ประเมินวิธีการต่อสู้ ไม่ได้ทำหน้าที่ขยาย fight ส่วน them หมายถึงผู้บุกรุก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ how best to และคำกริยา protect: The park team is discussing ____ the sea turtles.
ดูคำตอบ
how best to protect
This know-how becomes handy: ความรู้เชิงปฏิบัติเริ่มมีประโยชน์
Know-how หมายถึงความรู้หรือทักษะเชิงปฏิบัติที่ช่วยให้ทำบางสิ่งได้ ไม่ใช่เพียงชุดข้อมูลข้อเท็จจริง ในที่นี้ This know-how หมายถึงข้อมูลที่ระบบภูมิคุ้มกันบันทึกไว้เพื่อจดจำและต่อสู้กับผู้บุกรุก Becomes handy หมายถึง “มีประโยชน์ขึ้นมาเมื่อจำเป็น” หากเชื้อก่อโรคชนิดเดิมกลับมา ความรู้ที่บันทึกไว้นั้นก็จะช่วยให้ร่างกายตอบสนองได้
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด “know-how came in handy” หมายถึงความรู้เชิงปฏิบัติมีประโยชน์ในเวลาที่ต้องการ?
- ความรู้ด้านการซ่อมช่วยให้เธอซ่อมโซ่จักรยานที่ขาดได้
- เธอวางคู่มือซ่อมไว้ใกล้มือ
- เธอเรียนรู้ข้อเท็จจริงเรื่องจักรยาน แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้
ดูคำตอบ
ความรู้ด้านการซ่อมช่วยให้เธอซ่อมโซ่จักรยานที่ขาดได้
But despite this smart response: ยอมรับข้อดีก่อนนำเสนอข้อจำกัด
“But despite this smart response” ยอมรับก่อนว่าการตอบสนองที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้นชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ แล้วจึงพาประโยคไปสู่ปัญหาที่ยังเหลืออยู่ But ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนทิศทางของเนื้อหา ส่วน despite วางกรอบว่าแม้มีข้อดีนี้ ข้อจำกัดก็ยังไม่หายไป นี่เป็นวิธีจัดลำดับคำอธิบายที่พบได้บ่อย คือยอมรับด้านบวกก่อน แล้วจึงชี้ว่ายังมีข้อกังวลอยู่ ในทางไวยากรณ์ despite ตามด้วยนามวลี this smart response ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับข้อดีก่อนนำเสนอข้อจำกัด
- Despite the device is carefully designed, it can still fail.
- Although the careful design, the device can still fail.
- Despite the careful design, the device can still fail.
ดูคำตอบ
Despite the careful design, the device can still fail.
there's still a risk involved: บอกว่ายังคงมีความเสี่ยงอยู่
There’s still a risk involved หมายความว่าสถานการณ์นั้นยังคงมีอันตรายบางอย่างอยู่ still เน้นว่าข้อดีหรือมาตรการความปลอดภัยยังไม่ได้ขจัดอันตรายทั้งหมด involved อยู่หลัง risk และขยายว่าความเสี่ยงนั้นเกี่ยวข้องกับหรือมีอยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงเป็นบุคคลที่เข้าร่วมทำบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายความว่ายังมีอันตรายบางอย่างอยู่: The plan could work, but ____.
ดูคำตอบ
there's still a risk involved
takes time to learn how to respond to something: ต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้วิธีตอบสนองต่อบางสิ่ง
ในโครงสร้าง ประธาน + take(s) time to + คำกริยา คำว่า take time หมายถึง “ต้องใช้เวลา” ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือพาเวลาไปจริง ๆ ในที่นี้ takes สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the body และ to learn นำเข้าสู่กระบวนการที่ไม่เกิดขึ้นทันที Learn how to respond to หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาวิธีตอบสนองต่อบางสิ่งอย่างได้ผล หลัง respond to จะตามด้วยสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการตอบสนอง เนื่องจากประธานคือ the body คำว่า learn จึงใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือร่างกายพัฒนาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เรียนรู้อย่างมีสติเหมือนคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้อย่างถูกต้องว่าการปรับตัวของซอฟต์แวร์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที
- The software takes time to learn how responding to different voices.
- The software takes time to learn how to respond to different voices.
- The software takes time learn how to respond different voices.
ดูคำตอบ
The software takes time to learn how to respond to different voices.
build up these defenses: ค่อย ๆ สร้างกลไกป้องกันเหล่านี้
Build up หมายถึงการพัฒนาหรือเพิ่มบางสิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในประโยคนี้ these defenses หมายถึงกลไกป้องกันทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ากลไกเหล่านั้นแข็งแรงขึ้นตามเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในครั้งเดียว ในที่นี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี build up และไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม เช่น strength, confidence และ defenses คำว่า build up จะเน้นการสะสมหรือการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ build up ในความหมายว่า “พัฒนาขึ้นทีละน้อย”
- Regular practice can build your confidence upward before a performance.
- Regular practice can set up your confidence before a performance.
- Regular practice can build up your confidence before a performance.
ดูคำตอบ
Regular practice can build up your confidence before a performance.
even then: การยอมรับเงื่อนไขก่อนชี้ผลที่ยังสวนทาง
ในประโยคนี้ even then หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “แม้หลังจากที่เงื่อนไขก่อนหน้านี้เกิดขึ้นแล้ว” วลีนี้ย้อนกลับไปถึงการที่ร่างกายเริ่มเรียนรู้และสร้างการป้องกัน แล้วจึงเสริมว่าอันตรายบางอย่างยังคงมีอยู่ คำว่า then เชื่อมกับขั้นตอนที่กล่าวมาก่อน ส่วน even ทำให้วลีนี้มีความหมายเชิงยอมรับเงื่อนไขแต่ชี้ผลที่สวนทางกัน วิธีนี้จัดลำดับเหตุผลเป็นสองขั้น คือยอมรับความก้าวหน้าก่อน แล้วแสดงว่าความก้าวหน้านั้นไม่ได้ขจัดความเสี่ยงทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งติดตั้งระบบสำรองแล้ว แต่ระบบก็ยังอาจขัดข้องได้ ประโยคใดใช้ even then เพื่อเสริมความเสี่ยงที่ยังคงเหลืออยู่นี้
- Until then, the system could still fail.
- Then, the system could still fail.
- Even then, the system could still fail.
ดูคำตอบ
Even then, the system could still fail.
too weak or young to fight back: โครงสร้าง too ... to
too weak or young to fight back หมายถึง ร่างกายอ่อนแอเกินไปหรือยังอายุน้อยเกินไปจนไม่สามารถต่อต้านได้ โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าระดับของคุณสมบัตินั้นเป็นเหตุให้ทำกริยาไม่ได้ ในที่นี้ too ใช้ร่วมกับทั้ง weak และ young fight back อาจหมายตามตัวอักษรว่าต่อต้านผู้โจมตี แต่ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบเกี่ยวกับการป้องกัน หมายถึงร่างกายต่อต้านเชื้อก่อโรคที่บุกรุกเข้ามา ไม่ใช่คนกำลังต่อสู้กันจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง too ... to: The child is ____ short ____ reach the shelf.
ดูคำตอบ
too · to
might face very serious risk: การเผชิญอันตรายร้ายแรง
“Might face very serious risk” หมายความว่าประธานของประโยคอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรง ในที่นี้ face เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ต้องรับมือกับหรือเผชิญกับ” อันตราย ไม่ได้หมายถึงการหันหน้าไปหาสิ่งใดจริง ๆ Might แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + might face + (a) serious risk
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ผู้สูงอายุเป็นประธานและบอกว่าพวกเขาอาจได้รับอันตรายร้ายแรงจากความร้อน?
- During the heat wave, older adults may face a serious health risk.
- During the heat wave, older adults may take a serious risk by exercising outside.
- During the heat wave, older adults may pose a serious health risk to others.
ดูคำตอบ
During the heat wave, older adults may face a serious health risk.
But what if we could...: เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้
“But what if we could + คำกริยารูปพื้นฐาน...?” ใช้เสนอความเป็นไปได้ที่จินตนาการขึ้นและเปลี่ยนทิศทางคำอธิบายจากปัญหาไปสู่แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้ But แสดงการเปลี่ยนประเด็น what if เปิดสถานการณ์สมมติ และ could เสนอความสามารถหรือทางเลือกให้ลองพิจารณา ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริง ในการพูดหรืออธิบาย ประโยคนี้อาจเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดอาจใช้เพื่อนำเข้าสู่แนวคิดถัดไปแทนที่จะรอคำตอบ could ในที่นี้ไม่ได้แสดงเวลาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามด้วยโครงสร้าง What if... เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้: But ____ use the empty roof to grow vegetables?
ดูคำตอบ
what if we could
prepare the body's immune response: เตรียมปฏิกิริยาป้องกันให้พร้อมล่วงหน้า
ในที่นี้ the body's immune response เป็นกรรมของ prepare หมายถึงการทำให้ปฏิกิริยาป้องกันนั้นพร้อมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทำงานได้เมื่อมีภัยคุกคามเข้ามา วลีนี้กล่าวถึงการสร้างความพร้อมภายในระบบป้องกันของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการเตรียมสิ่งของที่จับต้องได้ให้แก่ร่างกาย
แบบฝึกหัด
prepare the body's immune response หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- รอจนหายป่วยแล้วจึงให้ร่างกายตอบสนอง
- ทำให้ระบบป้องกันของร่างกายพร้อมตอบสนองก่อนที่จะป่วย
- ใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าไปในร่างกาย
ดูคำตอบ
ทำให้ระบบป้องกันของร่างกายพร้อมตอบสนองก่อนที่จะป่วย
readying it before: เพิ่มผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing
Readying เป็นรูป -ing ของคำกริยา ready ซึ่งหมายถึงการทำให้บางสิ่งพร้อม คำสรรพนาม it อ้างถึง the body's immune response อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มผลของการกระทำในประโยคหลัก กล่าวคือ การเตรียมการตอบสนองทำให้มันพร้อมก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วย รูปที่เต็มกว่าคือ we could prepare the response and make it ready before someone got ill ในรูปที่สั้น ผู้ทำกริยา readying ที่ละไว้ยังคงเป็นประธานของประโยคหลักคือ we
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค “จุลภาค + -ing” ได้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำคนเดียวกัน?
- The technician checked the lights and readying them for the show.
- Checking the lights, the show was ready to begin.
- The technician checked the lights, readying them for the show.
ดูคำตอบ
The technician checked the lights, readying them for the show.
This is where vaccines come in: การเกริ่นถึงบทบาทของวัคซีน
ในที่นี้ This is where vaccines come in หมายถึง “นี่คือจุดที่วัคซีนเริ่มมีประโยชน์และช่วยแก้ปัญหา” คำว่า This ย้อนกลับไปถึงความเสี่ยงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือร่างกายอาจสร้างการป้องกันได้ไม่ทัน รูปแบบ This is where X comes in ช่วยเปลี่ยนคำอธิบายจากปัญหาไปสู่บทบาทของ X ในที่นี้ where ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง และ come in หมายถึง “เข้ามามีส่วนช่วยหรือเริ่มมีประโยชน์” ไม่ใช่ “เดินเข้าห้อง”
แบบฝึกหัด
ใน “The trail signs stop here. This is where the map comes in,” ประโยคที่สองหมายความว่าอย่างไร
- แผนที่เริ่มมีประโยชน์ ณ จุดนี้
- แผนที่เคลื่อนเข้าไปในสถานที่หนึ่งจริง ๆ
- แผนที่แสดงว่าใครบางคนมาจากที่ใด
ดูคำตอบ
แผนที่เริ่มมีประโยชน์ ณ จุดนี้
Using the same principles that the body uses to defend itself, ไวยากรณ์
1:57ด้วยการใช้หลักการเดียวกับที่ร่างกายใช้ในการปกป้องตัวเอง
Using the same principles: การใช้วลี -ing บอกวิธีการ
Using the same principles เป็นวลี -ing ที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกวิธีการหรือหลักที่ใช้ทำกริยาในประโยคหลักที่ตามมา กล่าวคือ การกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยนำหลักการเหล่านั้นมาใช้ ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นคนทำกริยา using ต้องเป็นประธานของประโยคหลักด้วย ในประโยคเต็ม scientists เป็นผู้ใช้หลักการเหล่านั้น วลีนี้จึงขยาย scientists ไม่ใช่ the body หรือ the principles
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีผู้ทำกริยาในวลี Using ตอนต้นที่ชัดเจนและตรงกับประธานของประโยคหลัก
- Using the same checklist, the pilot inspected the plane.
- Using the same checklist, the plane was inspected before takeoff.
- Using the same checklist, there was another inspection.
ดูคำตอบ
Using the same checklist, the pilot inspected the plane.
without exposing humans to the full strength disease. โน้ต
2:06โดยไม่ต้องให้มนุษย์สัมผัสกับโรคอย่างเต็มกำลัง
use vaccines to trigger...: โครงสร้าง use X to trigger Y
โครงสร้าง use X to trigger Y ใช้อธิบายกลไก โดย X คือเครื่องมือหรือวิธีการ ส่วน trigger Y คือกระบวนการหรือการตอบสนองที่ X ทำให้เริ่มขึ้น ในประโยคนี้ วัคซีนถูกใช้เพื่อเริ่มการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวของร่างกาย ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ trigger หมายถึง “ทำให้กระบวนการหรือการตอบสนองเริ่มขึ้น” ไม่ใช่ “เหนี่ยวไกปืน” ระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวเป็นระบบของเซลล์ภูมิคุ้มกันและกระบวนการหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่อวัยวะเพียงชิ้นเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ use X to trigger Y ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าสัญญาณเตือนเริ่มทำงานอย่างไร
- The security system triggers motion sensors to use an alarm.
- The security system uses motion sensors to trigger an alarm.
- The security system uses motion sensors for trigger an alarm.
ดูคำตอบ
The security system uses motion sensors to trigger an alarm.
without exposing humans to...: without + -ing และ expose A to B
without + -ing เพิ่มเงื่อนไขที่แสดงว่าเราหลีกเลี่ยงการกระทำหรือผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งขณะที่การกระทำหลักเกิดขึ้น ในที่นี้ ระบบกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโดยไม่ให้ผู้คนเผชิญกับโรคที่มีความรุนแรงเต็มที่ โครงสร้าง expose A to B หมายถึง “ทำให้ A สัมผัสหรือได้รับประสบการณ์จาก B” ใน expose humans to the disease นั้น humans คือ A และ the disease คือ B โดย expose ไม่ได้หมายถึงเพียง “แสดงให้ดู”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ without และรูป -ing ของ expose: Virtual labs let children explore chemical reactions ____ them to harmful substances.
ดูคำตอบ
without exposing
the full strength disease: ภัยที่ยังไม่ถูกทำให้อ่อนลง
ในประโยคนี้ the full strength disease หมายถึงภัยที่ก่อให้เกิดโรคในรูปแบบที่ยังสมบูรณ์และไม่ได้ถูกทำให้อ่อนลง full strength บอกถึงความรุนแรงหรือความสามารถในการออกฤทธิ์ของภัยนั้น ไม่ได้หมายถึงความแข็งแรงทางร่างกายของคน วลีนี้ใช้เปรียบต่างกับวัสดุวัคซีนที่ถูกทำให้อ่อนลงหรือหมดฤทธิ์ โดยทั่วไป full strength หมายความว่าสิ่งนั้นไม่ได้ถูกเจือจาง ลดความเข้มข้น หรือทำให้อ่อนลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ full strength ในความหมายว่า “ไม่ถูกเจือจางหรือทำให้อ่อนลง”
- The team arrived at full strength for the final game.
- The cleaner may damage paint when used at full strength.
- The medicine helped her regain her full strength.
ดูคำตอบ
The cleaner may damage paint when used at full strength.
This has resulted in: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
This has resulted in หมายถึง “สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดหรือสร้างขึ้น” result in ตามด้วยผลลัพธ์ ซึ่งในประโยคนี้คือ many vaccines ส่วน This ย้อนกลับไปถึงแนวทางก่อนหน้านี้ที่ใช้ระบบภูมิคุ้มกันในการออกแบบวัคซีน รูป present perfect ใน has resulted เชื่อมพัฒนาการก่อนหน้านี้กับผลลัพธ์ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน ใช้รูปแบบนี้เมื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลที่ผลลัพธ์ยังคงสำคัญอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการวางแผนอย่างรอบคอบทำให้เกิดความล่าช้าน้อยลง
- Careful planning has resulted in fewer delays.
- Careful planning has resulted from fewer delays.
- Fewer delays have resulted in careful planning.
ดูคำตอบ
Careful planning has resulted in fewer delays.
separated into many different types: วางกรอบการจำแนกประเภท
ในที่นี้ separated into many different types หมายถึงวัคซีนถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ต่าง ๆ คำว่า separated ไม่ได้หมายถึงการย้ายวัคซีนให้อยู่ห่างกันทางกายภาพ ส่วน into many different types แสดงว่ากำลังพูดถึงการจำแนกประเภท วลีนี้อยู่ท้ายประโยคเพื่อวางกรอบการจำแนกสำหรับเนื้อหาถัดไป และบอกผู้ฟังว่าต่อจากนี้จะอธิบายวัคซีนแต่ละประเภททีละชนิด
แบบฝึกหัด
separated into many different types ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วลีนี้บอกว่าวัคซีนถูกวางไว้ห่างกันมาก
- วลีนี้บอกว่าวัคซีนทุกชนิดทำงานเหมือนกันทุกประการ
- วลีนี้วางหมวดหมู่ที่คำอธิบายจะกล่าวถึงต่อไป
ดูคำตอบ
วลีนี้วางหมวดหมู่ที่คำอธิบายจะกล่าวถึงต่อไป
live attenuated vaccines: ความหมายของ live และ attenuated
ใน live attenuated vaccines คำว่า live หมายถึงเชื้อก่อโรคที่ใช้ในวัคซีนยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้หมายถึง “ถ่ายทอดสด” Attenuated หมายถึงถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ เมื่อนำสองคำนี้มารวมกัน จึงหมายถึงวัคซีนที่ใช้เชื้อก่อโรคมีชีวิตซึ่งถูกลดความสามารถในการก่อโรคลงอย่างมาก เชื้อนั้นไม่ได้ถูกฆ่าจนหมด
แบบฝึกหัด
live attenuated ในชื่อวัคซีนนี้หมายถึงอะไร?
- เชื้อก่อโรคถูกฆ่าจนหมดแล้ว
- เชื้อก่อโรคยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์แล้ว
- กำลังมีการนำเสนอวัคซีนในการถ่ายทอดสด
ดูคำตอบ
เชื้อก่อโรคยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์แล้ว
are made of the pathogen itself: บอกวัสดุ ไม่ใช่ผู้ผลิต
Are made of เป็นรูปถูกกระทำของ be made of และใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบด้วยวัสดุหรือส่วนประกอบอะไร ในที่นี้เชื้อก่อโรคเองคือวัสดุหรือส่วนประกอบที่กล่าวถึง เชื้อก่อโรคไม่ใช่ผู้ผลิตวัคซีน Itself ย้อนกลับไปอ้างถึง the pathogen และเพิ่มการเน้นย้ำว่า วัคซีนมีเชื้อก่อโรคจริง ๆ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เชื้อก่อโรคสร้างขึ้น จากแนวคิดก่อนหน้า เชื้อนั้นยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าแก้วคือวัสดุจริงของเครื่องประดับ?
- The ornament is made by glass itself.
- The ornament is made for glass itself.
- The ornament is made of glass itself.
ดูคำตอบ
The ornament is made of glass itself.
First, we have ...: แนะนำหัวข้อแรก
First ใช้ระบุหัวข้อแรกในการอธิบายที่มีลำดับ ส่วน we have ใช้นำเสนอหัวข้อนั้นแก่ผู้ฟัง ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายความว่าวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์คือประเภทแรกที่จะกล่าวถึง ในที่นี้ have ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามรายการตามลำดับ และทำให้คาดว่าจะมีคำบอกลำดับอื่นตามมา เช่น Next, Another type หรือ Finally
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเริ่มรายการหัวข้อในการอธิบายด้วยคำพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- At first, we have the basic safety rules. Next, we'll check the equipment.
- First, the basic safety rules have us. Next, we'll check the equipment.
- First, we have the basic safety rules. Next, we'll check the equipment.
ดูคำตอบ
First, we have the basic safety rules. Next, we'll check the equipment.
much weaker and tamer version: รูปแบบที่อ่อนแอกว่าและรุนแรงน้อยกว่ามาก
much เน้นระดับของคำขั้นกว่า weaker และ tamer โดยทั้งสองคำขยาย version วลีนี้จึงหมายถึงรูปแบบที่อ่อนแอลงอย่างมากและควบคุมได้ง่ายกว่า ในที่นี้ tamer เป็นรูปขั้นกว่าของคำคุณศัพท์ tame เมื่อนำไปใช้กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่สัตว์ tame อาจหมายถึงควบคุมได้ อ่อนโยน หรือรุนแรงน้อยลง ประโยคนี้เปรียบเปรยว่าเชื้อก่อโรคอันตรายน้อยลง โดย tamer ไม่ได้เป็นคำนามที่หมายถึงคนฝึกสัตว์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ tamer ในความหมายว่ารุนแรงน้อยลงหรือควบคุมได้มากขึ้น
- The lion tamer checked the gate before the show.
- The revised story is a wilder version for younger readers.
- The revised story is a tamer version for younger readers.
ดูคำตอบ
The revised story is a tamer version for younger readers.
inactive vaccines: วัคซีนชนิดเชื้อตาย
ในประโยคนี้ inactive vaccines หมายถึงวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อก่อโรคซึ่งถูกฆ่าหรือทำให้หมดฤทธิ์ด้วยวิธีอื่น จึงไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ inactive อธิบายสภาพของเชื้อก่อโรคที่ใช้ในวัคซีน ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนใช้ไม่ได้ผล คำศัพท์ทางเทคนิคมาตรฐานคือ inactivated vaccines วัสดุจากเชื้อที่ถูกทำให้หมดฤทธิ์ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อก่อโรคและเตรียมการตอบสนองได้
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย inactivated vaccine ได้ถูกต้อง
- ไม่มีผลใด ๆ เพราะตัววัคซีนเอง inactive
- ใช้เชื้อก่อโรคที่ยังมีชีวิตและเพียงถูกทำให้อ่อนกำลังลง
- ใช้เชื้อก่อโรคที่ถูกฆ่าหรือทำให้หมดฤทธิ์แล้ว แต่ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อได้
ดูคำตอบ
ใช้เชื้อก่อโรคที่ถูกฆ่าหรือทำให้หมดฤทธิ์แล้ว แต่ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อได้
in which ... have been killed: อนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบเป็นทางการ
คำว่า in which เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ โดย which ย้อนกลับไปหมายถึง inactive vaccines และ in แสดงความสัมพันธ์ว่า “อยู่ภายในวัคซีนเหล่านั้น” การวางบุพบทไว้หน้า which ทำให้อนุประโยคมีน้ำเสียงเป็นทางการและเป็นเชิงอธิบาย have been killed เป็น present perfect รูปถูกกระทำ: have been + กริยาช่องสาม เชื้อก่อโรคเป็นฝ่ายรับการกระทำ และรูปนี้นำเสนอว่าการจัดการเสร็จแล้ว โดยสภาพหมดฤทธิ์ที่เป็นผลลัพธ์ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์ด้วย in which และ present perfect รูปถูกกระทำของ kill: These are inactive vaccines ____ the pathogens ____.
ดูคำตอบ
in which · have been killed
ensures that pathogens don't develop into the full blown disease. โน้ต
2:32จะทำให้แน่ใจว่าเชื้อก่อโรคจะไม่พัฒนาไปเป็นโรคเต็มรูปแบบ
The weakening and inactivation: การใช้คำนามเรียกกระบวนการ
weakening และ inactivation เป็นชื่อของกระบวนการจัดการสองแบบ weakening มาจาก weaken และหมายถึงการทำให้เชื้อก่อโรคอ่อนลง ส่วน inactivation มาจาก inactivate และหมายถึงการทำให้เชื้อหมดฤทธิ์ สิ่งที่ถูกเปลี่ยนคือเชื้อก่อโรค ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับวัคซีน เมื่อเปลี่ยนการกระทำให้เป็นคำนาม ประโยคก็สามารถวางกระบวนการเหล่านี้ไว้ในตำแหน่งประธานและกล่าวถึงผลของมันได้ การทำให้เป็นคำนามแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะช่วยย่อชุดการกระทำให้เป็นหัวข้อที่กระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีที่มีคำนามเป็นหลักเพื่อเรียกกระบวนการสองอย่างและทำให้เป็นหัวข้อของประโยค?
- The metal is hot, and the room is cool.
- The heating and cooling of the metal can change its shape.
- We heat the metal, and then we let it cool.
ดูคำตอบ
The heating and cooling of the metal can change its shape.
ensures that: ทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาแน่นอน
คำกริยา ensure หมายถึงทำให้ผลลัพธ์หนึ่งแน่นอน ในที่นี้ตามด้วย that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ อนุประโยคปฏิเสธ pathogens don't develop into the full blown disease บอกผลลัพธ์ที่กระบวนการทำวัคซีนรับประกันไว้ ใช้ ensure that เมื่อมาตรการ กฎ หรือการออกแบบทำให้เกิดหรือป้องกันผลลัพธ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ อนุประโยคหลัง that เป็นได้ทั้งประโยคบอกเล่าและประโยคปฏิเสธ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ ensure that: The safety lock ____ the machine stops when the door opens.
ดูคำตอบ
ensures that
develop into ... full-blown: พัฒนาไปสู่สภาพที่สมบูรณ์เต็มที่
Develop into + นามวลี ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากสภาวะหรือเงื่อนไขหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวนำเสนอผลลัพธ์ที่น่ากังวลว่าเป็นการดำเนินไปสู่โรคในรูปแบบที่สมบูรณ์และออกฤทธิ์เต็มที่ Full-blown หมายถึงพัฒนาเต็มที่ และมักสื่อว่าบางอย่างรุนแรงหรือเข้มข้นขึ้น ไม่ได้หมายถึงถูกลมเป่าตามตัวอักษร เมื่ออยู่หน้าคำนาม ภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐานมักใช้ยัติภังค์: a full-blown disease
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า ปัญหาเล็ก ๆ ค่อย ๆ กลายเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงและพัฒนาเต็มที่?
- A small problem prevented a full-blown crisis.
- A small problem remained a minor issue.
- A small problem developed into a full-blown crisis.
ดูคำตอบ
A small problem developed into a full-blown crisis.
by making a profile of pathogens in preparation. สำนวน
2:42โดยการสร้างโปรไฟล์ของเชื้อก่อโรคไว้ล่วงหน้า
But just like a disease: การเปิดประเด็นเปรียบเทียบที่จำกัดขอบเขต
But เชื่อมประโยคนี้เข้ากับความขัดแย้งกับข้อมูลก่อนหน้า จากนั้น just like a disease เปิดการเปรียบเทียบ และอนุประโยคถัดไปบอกจุดร่วมที่เจาะจง คือการกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน like แสดงความคล้าย ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นสิ่งเดียวกัน การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่การตอบสนองนี้เท่านั้น ไม่ได้บอกว่าวัคซีนคือโรคหรือทั้งสองอย่างมีอันตรายเท่ากัน
แบบฝึกหัด
just like a disease ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าวัคซีนก็คือโรคชนิดหนึ่ง
- เปรียบเทียบผลอย่างหนึ่งโดยไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกอย่าง
- บอกว่าวัคซีนและโรคสร้างอันตรายในระดับเท่ากัน
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบผลอย่างหนึ่งโดยไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกอย่าง
teaching the body to recognize an attack: เพิ่มผลที่เกิดขึ้นด้วย -ing
อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค teaching the body to recognize an attack เพิ่มผลที่เกิดจากการกระทำในประโยคหลัก การกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายมีวิธีจดจำการโจมตีในภายหลัง อนุประโยค -ing นี้ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ภายในอนุประโยค โครงสร้าง teach + กรรม + to-infinitive หมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้กรรมเรียนรู้ที่จะทำบางอย่าง” ตรงนี้มีการทำให้ร่างกายเหมือนเป็นคน แต่ที่จริงระบบภูมิคุ้มกันเป็นส่วนที่พัฒนาความสามารถในการจดจำ ไม่ใช่ร่างกายที่กำลังเรียนบทเรียนอย่างมีสติ
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ help เพื่อแสดงผลที่เกิดขึ้น: The new sign uses large letters, ____ drivers read it from far away.
ดูคำตอบ
helping
making a profile of pathogens: คำเปรียบเทียบเรื่องลักษณะที่ใช้จดจำ
ในประโยคนี้ making a profile of pathogens เป็นคำเปรียบเทียบ โดย profile หมายถึงชุดลักษณะของเชื้อก่อโรคที่สามารถใช้จดจำได้ ไม่ใช่เอกสารจริงหรือหน้าโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดีย วลีนี้เปรียบการเตรียมพร้อมของภูมิคุ้มกันกับการรวบรวมเบาะแสสำหรับระบุตัวตน เพื่อให้ร่างกายจดจำการโจมตีครั้งต่อไปได้เร็วขึ้น โดยทั่วไป profile ยังหมายถึงคำอธิบายที่จัดเป็นระบบเกี่ยวกับลักษณะที่ใช้ระบุบุคคล กลุ่ม หรือสิ่งของได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ making a profile of pathogens หมายความว่าอย่างไร?
- เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการบันทึกลักษณะของเชื้อก่อโรคที่ใช้จดจำได้
- หมายถึงการสร้างหน้าโซเชียลมีเดียให้เชื้อก่อโรค
- หมายถึงการนำเชื้อก่อโรคใส่ไว้ในแฟ้มจริง
ดูคำตอบ
เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการบันทึกลักษณะของเชื้อก่อโรคที่ใช้จดจำได้
The downside is that live attenuated vaccines can be difficult to make, โน้ต
2:46ข้อเสียคือวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์อาจผลิตได้ยาก
The downside is that ...: ใช้เกริ่นถึงข้อเสีย
The downside is that ... บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีการอธิบายข้อเสีย คำนาม downside หมายถึงด้านที่ไม่เป็นผลดีของตัวเลือกหรือสถานการณ์ และ that ใช้นำอนุประโยคสมบูรณ์ที่ระบุปัญหาโดยเฉพาะ กรอบประโยคนี้ช่วยจัดลำดับการเปรียบเทียบ หลังจากกล่าวถึงประโยชน์หรือตัวเลือกแล้ว จะเปลี่ยนความสนใจไปยังต้นทุน ข้อจำกัด หรือความเสี่ยงที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้กรอบประโยคเต็มจากบทเรียนเพื่อยกข้อเสียขึ้นมา: ____ the cheaper laptop has less storage.
ดูคำตอบ
The downside is that
can be difficult to make: การบอกว่าการกระทำหนึ่งยากเพียงใด
ใน can be difficult to make คำว่า difficult ใช้ประเมินว่าการทำสิ่งหนึ่งกับประธานนั้นยากเพียงใด วัคซีนเป็นสิ่งที่ถูกผลิต ดังนั้นความหมายคือ “การผลิตวัคซีนเหล่านี้อาจทำได้ยาก” ส่วน can บอกว่าความยากนี้อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่ายากเสมอไป โครงสร้างคือ ประธาน + be + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา โดย to-infinitive ระบุการกระทำที่กำลังถูกประเมิน และไม่ได้บอกจุดประสงค์ในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย can be difficult to และรูปที่ถูกต้องของ repair: Older laptops ____ without the right tools.
ดูคำตอบ
can be difficult to repair
people with weaker immune systems can't have them. โน้ต
2:53ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าจึงไม่สามารถรับวัคซีนได้
they're live and quite powerful: ความหมายของ live และ powerful ในบริบทวัคซีน
They หมายถึงวัคซีนเชื้อเป็นชนิดอ่อนฤทธิ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในบริบททางการแพทย์นี้ live หมายถึงวัคซีนมีเชื้อก่อโรคที่ยังมีชีวิตแต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ ไม่ได้หมายถึง “ถ่ายทอดสด” ส่วน quite เพิ่มระดับความเข้ม ดังนั้น quite powerful จึงหมายถึง “ค่อนข้างแรง” หรือ “แรงในระดับที่เห็นได้ชัด” powerful เป็นคำอธิบายแบบกว้างและไม่เป็นทางการสำหรับผลทางชีวภาพที่มีนัยสำคัญ ในที่นี้คำนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงบอกว่าวัคซีนเหล่านี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่า ไม่ใช่เพียงคำชมว่ามัน “ดีกว่า”
แบบฝึกหัด
ในบริบทของวัคซีน they're live and quite powerful หมายถึงอะไร?
- วัคซีนมีเชื้อก่อโรคที่ยังมีชีวิตแต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ และอาจมีผลทางชีวภาพที่ค่อนข้างแรง ผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอบางรายจึงอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
- วัคซีนทำงานเฉพาะระหว่างการถ่ายทอดสดและได้รับความนิยมมากกว่าวัคซีนชนิดอื่น
- วัคซีนได้รับการรับรองว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าสำหรับทุกคน
ดูคำตอบ
วัคซีนมีเชื้อก่อโรคที่ยังมีชีวิตแต่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ และอาจมีผลทางชีวภาพที่ค่อนข้างแรง ผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอบางรายจึงอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
people with weaker immune systems: ใช้ with เพื่อระบุกลุ่มคน
People with weaker immune systems หมายถึง “ผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันมีความสามารถในการปกป้องร่างกายน้อยกว่า” บุพบทวลี with weaker immune systems ขยาย people และระบุว่ากำลังพูดถึงคนกลุ่มใด Weaker ขยาย immune systems ไม่ได้ขยาย people โครงสร้าง people with + condition or characteristic สามารถนำไปใช้เพื่อระบุกลุ่มคนตามภาวะหรือลักษณะได้ เช่น people with allergies
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีที่มี with อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุกลุ่มคนตามภาวะหนึ่ง
- The program offers extra support with children hearing difficult.
- The program offers extra support to children with hearing difficulties.
- The program offers extra support to children are hearing difficulties.
ดูคำตอบ
The program offers extra support to children with hearing difficulties.
can't have them: have ในความหมายว่ารับบริการทางการแพทย์
ใน can't have them คำว่า have หมายถึง “รับ” หรือ “เข้ารับ” ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ” ในที่นี้ them หมายถึงวัคซีนเชื้อเป็นชนิดลดความรุนแรงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าคนกลุ่มนี้ไม่สามารถรับวัคซีนเหล่านั้นได้ การใช้ have ในความหมายทางการแพทย์นี้พบร่วมกับหัตถการและบริการ เช่น have a vaccination, have a blood test และ have an operation สิ่งที่ตามหลัง have จะบอกชื่อการดูแลหรือหัตถการที่บุคคลนั้นได้รับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have ในความหมายว่ารับบริการทางการแพทย์หรือเข้ารับหัตถการ
- I had a new bicycle in the garage.
- I had a blood test at the clinic this morning.
- I had two cousins staying with me.
ดูคำตอบ
I had a blood test at the clinic this morning.
While inactive vaccines don't create long-lasting immunity. ลำดับความ
2:56ขณะที่วัคซีนเชื้อตายไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันที่คงอยู่ยาวนาน
While inactive vaccines don't create long-lasting immunity: while ที่ใช้แสดงความเปรียบต่าง
ในที่นี้ while มีความหมายเหมือน whereas หรือ on the other hand คือ “ในขณะที่” หรือ “ในทางกลับกัน” ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” คำนี้นำเสนอข้อจำกัดของวัคซีนเชื้อตายและนำข้อมูลนั้นไปเปรียบต่างกับประเด็นก่อนหน้าเกี่ยวกับวัคซีนอีกชนิดหนึ่ง while ที่แสดงความเปรียบต่างมักเชื่อมอนุประโยคสองส่วนในรูป A ..., while B .... คำบรรยายนี้เก็บไว้เฉพาะอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาษาพูด ดังนั้นจึงต้องดูจากคำพูดก่อนหน้าว่ากำลังเปรียบต่างกับอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างข้อมูลสองอย่าง
- We talked while we walked home.
- I read a book while I waited for the bus.
- The train is cheaper, while the flight is faster.
ดูคำตอบ
The train is cheaper, while the flight is faster.
the subunit vaccine: วัคซีนที่ผลิตจากส่วนหนึ่งของเชื้อก่อโรค
the subunit vaccine หมายถึง “วัคซีนซับยูนิต” ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตจากส่วนประกอบที่คัดเลือกมาของเชื้อก่อโรค ไม่ได้ใช้เชื้อก่อโรคทั้งตัว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่า Another type หมายถึงวัคซีนชนิดใด คำอุปสรรค sub- ในที่นี้สื่อถึง “ส่วนที่เล็กกว่า” ส่วน unit คือองค์ประกอบหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า โครงสร้างของคำนี้จึงตรงกับคำอธิบาย one part of the pathogen
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์เกี่ยวกับวัคซีนให้คำจำกัดความสมบูรณ์: A vaccine made from a selected part of a pathogen rather than the whole pathogen is called a ____.
ดูคำตอบ
subunit vaccine
is only made from one part of the pathogen: แหล่งที่มาและขอบเขตของวัสดุ
โครงสร้างกรรมวาจก be made from + วัสดุต้นทาง ใช้อธิบายว่าวัสดุของสิ่งหนึ่งมาจากไหน ในที่นี้ is made from เชื่อมโยงวัคซีนหน่วยย่อยกับวัสดุที่นำมาจากเชื้อก่อโรค Only จำกัดแหล่งที่มาไว้ที่ส่วนหนึ่งของเชื้อก่อโรค ไม่ใช่เชื้อก่อโรคทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าวัคซีนอ่อนหรือไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: This extract ____ one part of the plant.
ดูคำตอบ
is only made from
the ingredient that actually triggers the immune response. ไวยากรณ์
3:08ซึ่งเป็นส่วนผสมที่กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันจริงๆ
an antigen: เป้าหมายที่กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
แอนติเจนคือสารหรือลักษณะที่ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจดจำและตอบสนองได้ ในประโยคนี้ วลี the ingredient that actually triggers the immune response อธิบาย antigen ด้วยคำที่เข้าใจง่าย แอนติเจนไม่จำเป็นต้องเป็นเชื้อก่อโรคทั้งตัว แต่อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อก่อโรคชนิดอื่น เช่น โปรตีนบนพื้นผิว
แบบฝึกหัด
ข้อความใดใช้แนวคิดของ antigen ได้ถูกต้อง
- แอนติเจนอาจเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อก่อโรคที่สามารถจดจำได้
- แอนติเจนคือโปรตีนภูมิคุ้มกันที่จับกับเป้าหมาย
- แอนติเจนคือสิ่งมีชีวิตทั้งตัวที่ก่อโรคเสมอ
ดูคำตอบ
แอนติเจนอาจเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อก่อโรคที่สามารถจดจำได้
the ingredient that actually triggers the immune response ในฐานะคำนิยามแบบวลีซ้อน
นามวลี the ingredient that actually triggers the immune response กล่าวถึง antigen ซ้ำด้วยถ้อยคำอีกแบบและอธิบายความหมายของมัน หลังศัพท์เฉพาะ สามารถใช้เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยนามวลีที่เข้าใจง่ายกว่าเพื่อให้คำนิยามแบบวลีซ้อนทันที โดยไม่ได้กำลังกล่าวถึงสิ่งอื่นอีกชิ้นหนึ่ง ภายในนามวลีนี้ that actually triggers the immune response เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย ingredient ในที่นี้ ingredient หมายถึงส่วนประกอบที่ทำหน้าที่บางอย่าง ไม่ใช่วัตถุดิบอาหาร และ actually เน้นว่าส่วนประกอบนี้เองคือสิ่งที่ทำให้เกิดการตอบสนองอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้หลัง antigen ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไร?
- เพิ่มส่วนประกอบอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับ antigen
- บอกว่าการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเป็น ingredient
- กล่าวถึง antigen ซ้ำเพื่ออธิบาย แล้วใช้อนุประโยค that ขยาย ingredient
ดูคำตอบ
กล่าวถึง antigen ซ้ำเพื่ออธิบาย แล้วใช้อนุประโยค that ขยาย ingredient
these vaccines can prompt specific responses. วลี
3:17วัคซีนเหล่านี้สามารถกระตุ้นการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจงได้
By even further isolating specific components of antigens: การบอกวิธีด้วย By + -ing
By + รูป -ing ใช้นำเสนอวิธีที่ทำให้เกิดผลในประโยคหลัก โดยมีความหมายว่า “ด้วยการทำบางอย่าง” ในที่นี้ การแยกส่วนประกอบเฉพาะของแอนติเจนคือวิธี ส่วนการกระตุ้นการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจงคือผลลัพธ์ Even further ขยาย isolating หมายความว่าการแยกดำเนินไปไกลกว่าขั้นก่อนหน้าหรือขั้นที่ยังไม่ละเอียด ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ทำซ้ำอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ isolate: By ____ the target protein, the researchers produced a more focused test.
ดูคำตอบ
isolating
proteins or polysaccharides: โปรตีนหรือพอลิแซ็กคาไรด์
Proteins และ polysaccharides เป็นโมเลกุลชีวภาพสองชนิด โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโน ส่วนพอลิแซ็กคาไรด์ประกอบด้วยหน่วยน้ำตาลจำนวนมากที่เชื่อมต่อกัน ในประโยคนี้ ทั้งสองคำเป็นตัวอย่างขององค์ประกอบที่สามารถแยกออกมาจากแอนติเจนได้ Proteins ในที่นี้หมายถึงส่วนประกอบระดับโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับแอนติเจนหรือเชื้อก่อโรค ไม่ได้หมายถึงโปรตีนในฐานะสารอาหารเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ proteins or polysaccharides หมายถึงอะไร
- เซลล์ภูมิคุ้มกันสองชนิดที่โจมตีแอนติเจน
- ตัวอย่างองค์ประกอบทางชีวภาพที่สามารถแยกออกมาจากแอนติเจนได้
- อาหารที่ต้องกินก่อนรับวัคซีน
ดูคำตอบ
ตัวอย่างองค์ประกอบทางชีวภาพที่สามารถแยกออกมาจากแอนติเจนได้
can prompt specific responses: สามารถกระตุ้นการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจง
ใน can prompt specific responses คำว่า prompt เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “กระตุ้นให้เกิด” วัคซีนเป็นสาเหตุ ส่วน specific responses เป็นผลลัพธ์ ในบริบทนี้ responses หมายถึงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบมุ่งเป้า Can บอกถึงความสามารถหรือผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดการตอบสนองแบบเดิมทุกครั้ง การใช้ prompt เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลเช่นนี้พบได้บ่อยในการอธิบายกลไก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prompt ในความหมายเชิงเหตุและผลเหมือนกับตัวอย่าง
- The announcement prompted a strong public response.
- She asked the technician to respond.
- The teacher gave us a writing prompt.
ดูคำตอบ
The announcement prompted a strong public response.
Scientists are now building a whole new range of vaccines called DNA vaccines. โน้ต
3:22ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังสร้างวัคซีนกลุ่มใหม่ทั้งหมดเรียกว่า วัคซีนดีเอ็นเอ
a whole new range of vaccines: วัคซีนชุดใหม่ทั้งหมด
ในที่นี้ a range of หมายถึงกลุ่มที่มีหลายชนิดหรือตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ดังนั้น a whole new range of vaccines จึงหมายถึงวัคซีนชุดใหม่ทั้งหมดหรือวัคซีนหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมด คำว่า whole ช่วยเน้นว่าไม่ใช่แค่วัคซีนใหม่เพียงชนิดเดียว แต่เป็นทั้งชุดที่ใหม่ทั้งหมด รูปแบบ a whole new range of + คำนาม ใช้แนะนำกลุ่มสิ่งที่เกี่ยวข้องกันซึ่งเพิ่งได้รับการพัฒนาขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ชุดใหม่ทั้งหมด”: The company is introducing ____ safety tools for small factories.
ดูคำตอบ
a whole new range of
DNA vaccines: วัคซีนที่ใช้คำสั่งทางพันธุกรรม
วัคซีนดีเอ็นเอคือวัคซีนที่นำส่งดีเอ็นเอส่วนหนึ่งซึ่งมีคำสั่งสำหรับสร้างแอนติเจนเฉพาะ เซลล์บางส่วนของร่างกายใช้คำสั่งนั้นเพื่อสร้างแอนติเจน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเรียนรู้ที่จะจดจำแอนติเจนนั้น คำว่า DNA บอกถึงสารที่ใช้พาคำสั่ง ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนมีไว้รักษา DNA โดยตรง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายวัคซีนดีเอ็นเอได้ถูกต้องที่สุด
- วัคซีนซ่อมแซม DNA ทั้งหมดของคนคนหนึ่ง
- วัคซีนปกป้อง DNA จากความเสียหายทุกชนิด
- วัคซีนส่งคำสั่งจาก DNA ที่ช่วยให้เซลล์สร้างแอนติเจน
ดูคำตอบ
วัคซีนส่งคำสั่งจาก DNA ที่ช่วยให้เซลล์สร้างแอนติเจน
the body needs to trigger its immune response ไวยากรณ์
3:32ที่ร่างกายต้องการเพื่อกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
that make the specific antigens: make ในความหมายว่า “ผลิต”
that make the specific antigens เป็นอนุประโยคขยายคำนาม genes ในที่นี้ make หมายถึง “ผลิต” โดยอนุประโยคนี้ระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแอนติเจนจำเพาะเหล่านั้น นี่เป็นการอธิบายกลไกทางวิทยาศาสตร์แบบง่าย ยีนเก็บคำสั่งไว้ และเซลล์ใช้คำสั่งเหล่านั้นเพื่อผลิตแอนติเจน ยีนไม่ได้กระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยเจตนา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make ในความหมายทางชีววิทยาเหมือนกับตัวอย่าง
- Jordan makes the bed every morning.
- The loud noise made the baby cry.
- These cells make a protective protein.
ดูคำตอบ
These cells make a protective protein.
the very genes: very ในความหมายว่า “ยีนเหล่านั้นโดยเฉพาะ”
ใน the very genes คำว่า very ไม่ได้หมายถึง “อย่างมาก” ในโครงสร้าง the very + คำนาม คำนี้เน้นว่ากำลังกล่าวถึงสิ่งนั้นโดยเฉพาะ ในที่นี้หมายถึงยีนที่กำลังตามหาอยู่นั้นพอดี ไม่ใช่ยีนอะไรก็ได้ the very person หรือ the very place เป็นตัวอย่างของการใช้โครงสร้างนี้เพื่อเน้นว่าบุคคลหรือสิ่งของนั้นคือสิ่งที่สำคัญพอดี
แบบฝึกหัด
ในประโยค "We finally found the very document we needed" คำว่า the very document หมายถึงอะไร
- เอกสารที่เราต้องการพอดี
- เอกสารที่เกือบตรงกับความต้องการของเรา
- เอกสารที่ยาวมาก
ดูคำตอบ
เอกสารที่เราต้องการพอดี
the antigens (that) the body needs: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม
ในกลุ่มคำ the specific antigens the body needs ส่วน the body needs เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย antigens คำที่ละไว้คือ that โดยรูปเต็มคือ the specific antigens that the body needs that ทำหน้าที่เป็นกรรมของ needs ส่วน the body เป็นประธาน วลี to trigger its immune response บอกจุดประสงค์ที่ร่างกายต้องการแอนติเจนเหล่านั้น ไม่ได้เริ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่งของ genes
แบบฝึกหัด
ข้อใดเติมสรรพนามสัมพันธ์ที่ละไว้ได้ถูกต้องและยังคงความหมายเดิม?
- the specific antigens that the body needs to trigger its immune response
- the specific antigens that need the body to trigger its immune response
- the body that the specific antigens need to trigger its immune response
ดูคำตอบ
the specific antigens that the body needs to trigger its immune response
those genes instruct cells in the body to make the antigens. วลี
3:38ยีนเหล่านั้นจะสั่งการให้เซลล์ในร่างกายสร้างแอนติเจน
When injected into the human body: อนุประโยคบอกเวลาแบบกรรมวาจกที่ลดรูป
When injected into the human body เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบกรรมวาจกที่ลดรูป รูปเต็มคือ When those genes are injected into the human body เนื่องจากอนุประโยคบอกเวลาและประโยคหลักมีประธานร่วมกันคือ those genes รูปย่อจึงละ those genes และกริยา are injected เป็นกริยาช่องสามที่มีความหมายแบบกรรมวาจก สิ่งที่ถูกฉีดคือยีนหรือสารที่นำยีนเหล่านั้นเข้าไป ส่วน the human body คือจุดหมายของการฉีด ไม่ใช่ผู้ทำการฉีด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นรูปเต็มที่ถูกต้องของ When injected into the human body, those genes instruct cells to make antigens?
- When those genes are injected into the human body, they instruct cells to make antigens.
- When the human body is injected, those genes instruct cells to make antigens.
- Before those genes are injected into the human body, they instruct cells to make antigens.
ดูคำตอบ
When those genes are injected into the human body, they instruct cells to make antigens.
instruct cells ... to make: โครงสร้าง instruct A to do B
ในโครงสร้าง instruct A to do B นั้น A คือผู้รับคำสั่งและเป็นผู้ทำกริยา ส่วน to do B ระบุการกระทำนั้น ในประโยคนี้ those genes เป็นประธานทางไวยากรณ์ cells in the body คือ A และ make the antigens คือการกระทำ ข้อมูลทางพันธุกรรมจึงชี้นำให้เซลล์สร้างแอนติเจน ประธานของ instruct ไม่จำเป็นต้องเป็นคน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค ยีน โปรแกรม หรือกฎสามารถเป็นประธานของ instruct และกำหนดให้ระบบทำงานได้ ความหมายคือข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ควบคุมกระบวนการ ไม่ใช่ว่ามีคนออกคำสั่งด้วยคำพูด
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยา restart และโครงสร้าง instruct A to do B เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety program instructs the machine ____ when it overheats.
ดูคำตอบ
to restart
and prepares the body for any future threats. วลี
3:44และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับภัยคุกคามในอนาคต
This causes a stronger immune response: cause + คำนามที่เป็นผลลัพธ์
เมื่อ cause ตามด้วยคำนาม จะเป็นการระบุผลที่เกิดจากเหตุการณ์หรือกระบวนการ ในที่นี้ This อ้างถึงกระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป และ a stronger immune response คือผลของกระบวนการนั้น ประโยคนี้นำเสนอกระบวนการดังกล่าวว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการตอบสนอง stronger ขยาย immune response หมายถึงการตอบสนองมีความรุนแรงมากกว่าการตอบสนองก่อนหน้าหรือการตอบสนองอีกแบบที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นในทางกายภาพ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบสามารถเข้าใจได้จากบริบทโดยไม่ต้องระบุออกมาตรง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ cause: A larger dose ____ a stronger reaction.
ดูคำตอบ
causes
prepare A for B ใน “prepares the body for any future threats”
Prepare A for B หมายถึง “ทำให้ A พร้อมสำหรับ B” ในประโยคนี้ A คือ the body และ B คือ any future threats หลัง for จะตามด้วยคำนามหรือกลุ่มคำนาม ในบริบทด้านสุขภาพนี้ threats หมายถึงอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เชื้อก่อโรค ไม่ได้หมายความว่าร่างกายวางแผนอย่างมีสติ แต่หมายถึงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายรับมือได้ดีขึ้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The safety drill prepares the staff ____ emergencies.
ดูคำตอบ
for
And because the vaccine only includes specific genetic material, โน้ต
3:47และเนื่องจากวัคซีนรวมเฉพาะสารพันธุกรรมเฉพาะเท่านั้น
because the vaccine only includes...: เหตุผลและขอบเขตของ only
อนุประโยค because the vaccine only includes specific genetic material ให้เหตุผล โดย Because แสดงว่าอนุประโยคนี้เป็นสาเหตุหรือคำอธิบายของผลหลักที่ตามมา ส่วน And เชื่อมเหตุผลนี้กับประเด็นก่อนหน้า และเครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าความคิดยังไม่จบ Only จำกัดสิ่งที่วัคซีนมีอยู่ กล่าวคือ เนื้อหาของวัคซีนจำกัดอยู่ที่สารพันธุกรรมเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนมีผลอ่อนหรือมีประสิทธิภาพจำกัด
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความทั้งความสัมพันธ์เชิงเหตุผลและขอบเขตของ only ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง? Because the kit only includes basic tools, you need to bring a drill.
- มีชุดอุปกรณ์เพียงชุดเดียว และในชุดไม่มีสว่าน
- ชุดนี้มีประโยชน์เพียงเล็กน้อย จึงต้องนำสว่านมา
- ชุดนี้มีเครื่องมือพื้นฐาน แต่ไม่มีเครื่องมือที่จำเป็นครบทั้งหมด จึงต้องนำสว่านมา
ดูคำตอบ
ชุดนี้มีเครื่องมือพื้นฐาน แต่ไม่มีเครื่องมือที่จำเป็นครบทั้งหมด จึงต้องนำสว่านมา
specific genetic material: ข้อมูลพันธุกรรมที่คัดเลือกมา
ในประโยคนี้ specific หมายถึงสิ่งที่ถูกเลือกอย่างเจาะจงและมีขอบเขตจำกัด ไม่ใช่สิ่งทั่วไปหรือทั้งหมด ส่วน genetic material คือสารที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรม เช่น DNA เมื่อรวมกัน specific genetic material หมายถึงสารพันธุกรรมที่คัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อจุดประสงค์ของวัคซีน วลีนี้แยกสารที่มีขอบเขตจำกัดดังกล่าวออกจากเชื้อก่อโรคทั้งตัวและส่วนประกอบอื่น ๆ ของมัน
แบบฝึกหัด
specific genetic material ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- หมายถึงส่วนประกอบทุกอย่างของเชื้อก่อโรค
- หมายถึงสารที่ไม่มีข้อมูลทางพันธุกรรม
- หมายถึงสารที่คัดเลือกมาและเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม
ดูคำตอบ
หมายถึงสารที่คัดเลือกมาและเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม
doesn't contain any other ingredients: ไม่มีส่วนประกอบเพิ่มเติมใด ๆ
contain หมายถึงมีบางสิ่งเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นส่วนประกอบของสิ่งนั้น ingredients สามารถหมายถึงส่วนประกอบของยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ ไม่ได้หมายถึงวัตถุดิบอาหารเท่านั้น doesn't contain any other ingredients แสดงการตัดออกทั้งหมด คือไม่มีส่วนประกอบเพิ่มเติม ในประโยคปฏิเสธ any other + คำนามพหูพจน์ หมายความว่าไม่มีสิ่งเพิ่มเติมในหมวดนั้นแม้แต่ชิ้นเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ contain เติมประโยคให้สมบูรณ์: This medicine doesn't ____ any other ingredients.
ดูคำตอบ
contain
that could ... and harm the patient: อนุประโยคสัมพันธ์ที่บอกความเสี่ยงที่เป็นไปได้
อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขึ้นต้นด้วย that ขยาย any other ingredients from the rest of the pathogen โดยบอกว่าส่วนประกอบของเชื้อก่อโรคที่ถูกตัดออกเหล่านั้นอาจก่ออันตรายอะไรได้บ้าง ส่วน that ไม่ได้หมายถึง patient Could บอกถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มคำกริยา develop into the disease และ harm the patient ที่เชื่อมด้วย and ในบริบทนี้ develop into the disease หมายถึงนำไปสู่หรือก่อให้เกิดโรคในที่สุด
แบบฝึกหัด
อนุประโยคสัมพันธ์ที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้ป่วยอาจกลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเชื้อก่อโรค
- ส่วนประกอบอื่นของเชื้อก่อโรคได้ก่อให้เกิดโรคแล้วอย่างแน่นอน
- ส่วนประกอบอื่นของเชื้อก่อโรคอาจก่อให้เกิดโรคและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
ดูคำตอบ
ส่วนประกอบอื่นของเชื้อก่อโรคอาจก่อให้เกิดโรคและเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
If these vaccines become a success: เงื่อนไขอนาคตที่ผลยังไม่แน่นอน
If นำเสนอเงื่อนไขที่ผลยังไม่แน่นอน วัคซีนเหล่านี้อาจประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่าวัคซีนประสบความสำเร็จแล้ว ในอนุประโยค if ที่กล่าวถึงผลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การใช้รูปปัจจุบัน become ถือเป็นเรื่องปกติ Become a success หมายถึงประสบความสำเร็จหลังผ่านการพัฒนาหรือความพยายาม เมื่อเทียบกับ be successful สำนวนนี้เน้นการเปลี่ยนจากสิ่งที่กำลังทดลองไปเป็นผลลัพธ์ที่สำเร็จมากกว่า เครื่องหมายจุลภาคบอกว่ายังต้องมีประโยคหลักที่กล่าวถึงผลตามมา
แบบฝึกหัด
เติมเงื่อนไขอนาคตให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเป้าหมาย: If the new app ____, the company will release it worldwide.
ดูคำตอบ
becomes a success
we might be able to build more effective treatments for invasive pathogens โน้ต
4:01เราอาจสามารถสร้างการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับเชื้อก่อโรคที่รุกรานได้
might be able to build more effective treatments: การคาดการณ์อย่างระมัดระวัง
might be able to รวมความหมายเรื่องความไม่แน่นอนกับแนวคิดเรื่องความสามารถ might บอกว่าผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ส่วน be able to บอกว่าบุคคลหนึ่งมีความสามารถหรือโอกาสทำบางสิ่ง เมื่อใช้ร่วมกันจึงเป็นการคาดการณ์อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่คำสัญญา ในที่นี้ build more effective treatments หมายถึงพัฒนาวิธีรักษาที่ได้ผลดีกว่า ไม่ได้หมายถึงการสร้างวัตถุ การใช้ถ้อยคำแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อกล่าวถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ยังต้องพิสูจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคาดการณ์อย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความสามารถที่อาจมีในอนาคต
- Researchers will definitely reduce recovery time with the new method.
- Researchers might be able to reduce recovery time with the new method.
- Researchers can reduce recovery time with the new method right now.
ดูคำตอบ
Researchers might be able to reduce recovery time with the new method.
invasive pathogens: ความหมายทางการแพทย์
pathogens คือเชื้อหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตบางชนิด ในบริบททางการแพทย์นี้ invasive ใช้อธิบายเชื้อก่อโรคที่เข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายและแพร่ภายในเนื้อเยื่อนั้นหรือไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ ดังนั้น invasive pathogens จึงหมายถึงเชื้อก่อโรคที่มีพฤติกรรมรุกรานเนื้อเยื่อเช่นนี้ ในที่นี้ invasive อธิบายกระบวนการทางชีววิทยา ไม่ได้หมายถึงการล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นแบบที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
invasive pathogens หมายถึงอะไรในบริบททางการแพทย์นี้
- บุคลากรทางการแพทย์ที่ถามคำถามส่วนตัว
- อุปกรณ์การแพทย์ที่เก็บข้อมูลส่วนตัว
- เชื้อหรือปัจจัยก่อโรคที่สามารถรุกรานเนื้อเยื่อของร่างกาย
ดูคำตอบ
เชื้อหรือปัจจัยก่อโรคที่สามารถรุกรานเนื้อเยื่อของร่างกาย
in years to come: กรอบเวลาอนาคตแบบกว้าง
in years to come หมายถึง “ในช่วงหลายปีข้างหน้า” โดยมองจากเวลาปัจจุบัน ในวลีนี้ to come ขยาย years และหมายถึง “ที่ยังมาไม่ถึง” วลีทั้งชุดกำหนดกรอบเวลาอนาคตที่กว้างและค่อนข้างยาวสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น พัฒนาไป หรือชัดเจนขึ้น วลีนี้วางไว้ต้นหรือท้ายอนุประโยคได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ในช่วงหลายปีข้างหน้า”: People may remember this act of courage ____.
ดูคำตอบ
in years to come
spurred on: ให้แรงผลักดันแก่ความก้าวหน้าต่อไป
ในที่นี้ spurred on หมายถึง “ให้พลังหรือแรงผลักดันเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป” การค้นพบของเจนเนอร์เป็นแรงขับเคลื่อน ส่วน modern medicine คือสิ่งที่ได้รับการผลักดันให้พัฒนา วลีนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คำว่า spur อาจหมายถึงเดือยที่ใช้กระตุ้นม้าให้เคลื่อนที่ แต่ spur on มักใช้เมื่อพูดถึงการกระตุ้นคน งาน หรือการเปลี่ยนแปลงให้ดำเนินต่อหรือก้าวหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb รูปอดีตจากบทนี้ที่หมายถึง “ให้แรงผลักดันแก่”: The first successful trial ____ further research.
ดูคำตอบ
spurred on
all those decades ago: ย้อนมองอดีตอันไกลโพ้น
All those decades ago หมายถึง “เมื่อหลายสิบปีก่อนนับจากตอนนี้” Ago วางเหตุการณ์ไว้ ณ จุดหนึ่งในอดีตโดยนับย้อนจากปัจจุบัน ส่วน all those เน้นว่าเวลาผ่านไปนานมากแล้ว Those ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของที่มองเห็น แต่ทำให้ช่วงเวลาอันไกลโพ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ผู้พูดและผู้ฟังรับรู้ร่วมกันหรือเข้าใจอยู่แล้ว จึงทำให้ประโยคมีน้ำเสียงย้อนรำลึกและเชิงประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดย้อนมองเหตุการณ์ในอดีตอันไกลโพ้นและเน้นว่าเวลาผ่านไปนานมากแล้ว?
- The observatory has served the town for decades.
- The observatory opened all those decades ago, and its first telescope is still on display.
- The observatory will open in two decades.
ดูคำตอบ
The observatory opened all those decades ago, and its first telescope is still on display.
Just like ... spurred on modern medicine: ใช้ตัวอย่างในอดีตเป็นกรอบให้ข้อกล่าวอ้างใหม่
โครงสร้าง Just like + อนุประโยคที่อยู่ต้นประโยคนำตัวอย่างในอดีตที่คุ้นเคยมาวางไว้ก่อนข้อกล่าวอ้างหลัก ในที่นี้ การค้นพบของเจนเนอร์เป็นจุดอ้างอิง และแนวคิดต่อมาเรื่องการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่องจะถูกทำความเข้าใจผ่านตัวอย่างก่อนหน้านั้น การเปรียบเทียบนี้เน้นบทบาทร่วมกัน คือการช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางการแพทย์ Just like แสดงความคล้ายคลึงกันในด้านนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกรายละเอียดเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
อนุประโยค Just like ที่ต้นตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าพัฒนาการทั้งสองเหมือนกันในทุกรายละเอียด
- เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นชีวิตส่วนตัวของเจนเนอร์
- นำตัวอย่างในอดีตที่คุ้นเคยมาเป็นกรอบให้ข้อกล่าวอ้างใหม่
ดูคำตอบ
นำตัวอย่างในอดีตที่คุ้นเคยมาเป็นกรอบให้ข้อกล่าวอ้างใหม่
continuing ... might even allow us to treat: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
“Continuing the development of vaccines” เป็นวลีคำกริยาเติม -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นประธานของประโยค ประโยคนี้กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้กล่าวถึงตัววัคซีนเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “Doing X might allow someone to do Y” ซึ่งเชื่อมการกระทำเข้ากับผลที่การกระทำนั้นอาจทำให้เกิดขึ้นได้ “Might” แสดงความเป็นไปได้ ส่วน “even” เน้นว่าผลนั้นไปไกลกว่าหรือน่าประหลาดใจกว่าที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน “develop safer batteries” ให้เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ might allow electric cars to travel farther.
ดูคำตอบ
Developing safer batteries
diseases like HIV, malaria, or Ebola: ตัวอย่างจริงด้านสาธารณสุข
like ในที่นี้หมายถึง such as หรือ “เช่น/อย่าง” ใช้เพื่อยกตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ชื่อโรคเหล่านี้ช่วยทำให้ความเป็นไปได้ในอนาคตเห็นภาพชัดขึ้น แต่ไม่ได้เป็นรายการทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าทั้งสามมีสาเหตุหรือแพร่กระจายในแบบเดียวกัน ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นมีเพียงเล็กน้อย: HIV เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ HIV และอาจนำไปสู่โรคเอดส์ มาลาเรียเป็นโรคจากปรสิตที่มักแพร่โดยยุง และอีโบลาเป็นโรคจากไวรัส ในภาษาทั่วไป บางครั้งใช้ HIV เป็นคำสั้น ๆ แทนการติดเชื้อ HIV ส่วน one ที่ท้ายช่วงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของวลีแยก one day ซึ่งหมายถึง “สักวันหนึ่ง” และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรายชื่อโรค
แบบฝึกหัด
“like HIV, malaria, or Ebola” มีหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- ใช้ยกตัวอย่างโรคหรือการติดเชื้อจริงที่การวิจัยทางการแพทย์ในอนาคตอาจรับมือได้
- บอกว่านักวิจัยชอบ HIV มาลาเรีย และอีโบลา
- บอกว่าทั้งสามมีสาเหตุและรูปแบบการแพร่กระจายเหมือนกัน
ดูคำตอบ
ใช้ยกตัวอย่างโรคหรือการติดเชื้อจริงที่การวิจัยทางการแพทย์ในอนาคตอาจรับมือได้