เริมเกิดจากอะไร และจะรักษาได้อย่างไร? - Christine Johnston: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่า HSV-1 และ HSV-2 เข้าสู่ร่างกาย แฝงตัวในเซลล์ประสาท กลับมาทำงานและแพร่เชื้อได้อย่างไร พร้อมชี้ให้เห็นว่าเหตุใดการวินิจฉัยและการรักษาให้หายขาดจึงยังยาก แม้จะมียาต้านไวรัสและงานวิจัยเทคโนโลยีใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hijack the cellular machinery — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาทางชีววิทยาที่มองว่าไวรัส “ยึด” ระบบของเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวน และนำภาพเปรียบเทียบลักษณะนี้ไปใช้อธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนให้เห็นภาพง่ายขึ้น 2. as they're often inaccurate and can't reliably distinguish — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่า as ใช้นำเหตุผลที่ไม่แนะนำการตรวจเลือดเป็นปกติ และใช้โครงสร้างแบบเป็นทางการนี้เพื่อสนับสนุนคำแนะนำหรือข้อประเมินด้วยหลักฐาน 3. show promise in the fight against this stealthy virus. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความ show promise ว่าบ่งชี้ศักยภาพที่น่าหวัง และมองออกถึงอุปมาเรื่องการต่อสู้กับศัตรูที่ซ่อนตัวในการกล่าวถึงการตัดต่อยีนและวัคซีน เพื่อนำไปใช้พูดถึงงานวิจัยการแพทย์ที่กำลังพัฒนาโดยไม่รับรองว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นแน่นอน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Roman emperor Tiberius made an unprecedented decision, วลี
0:08จักรพรรดิติเบริอุสแห่งโรมันได้ทรงตัดสินพระทัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
made an unprecedented decision: คำที่ใช้คู่กันและการเน้นความหมาย
Make a decision เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อว่าเลือกว่าจะทำอะไร ใน made an unprecedented decision คำว่า made หมายถึง “ตัดสินใจ” ไม่ใช่ “ผลิตสิ่งของ” Unprecedented หมายถึงไม่เคยมีตัวอย่างแบบเดียวกันมาก่อนเท่าที่ทราบ จึงเน้นว่าการตัดสินใจนี้ใหม่และสำคัญอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคณะกรรมการตัดสินใจในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน?
- The committee did an unprecedented decision after reviewing the evidence.
- The committee made an unprecedented decision after reviewing the evidence.
- The committee built an unprecedented decision after reviewing the evidence.
ดูคำตอบ
The committee made an unprecedented decision after reviewing the evidence.
banning kissing at all public events: อนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเสริม
อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค banning kissing at all public events เป็นส่วนเสริมของประโยคหลักที่สมบูรณ์ ประธานที่เข้าใจได้คือทิเบริอุส และส่วนนี้บอกเนื้อหาหรือผลของการตัดสินใจ กล่าวคือเขาตัดสินใจและด้วยการตัดสินใจนั้นก็ห้ามพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ใช่ประโยคอิสระประโยคที่สอง ใน banning kissing คำว่า kissing คือกิจกรรมที่ถูกห้าม ส่วน at all public events ระบุสถานการณ์ที่คำสั่งห้ามมีผล
แบบฝึกหัด
เติมรูป -ing ของ ban เพื่อให้วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคบอกมาตรการของกฎ: The city adopted a new rule, ____ cars from the historic center.
ดูคำตอบ
banning
This move was aimed at thwarting a puzzling outbreak, which many historians believe was an epidemic of oral herpes. โน้ต
0:16ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการระบาดที่น่าพิศวง ซึ่งนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคเริมที่ปาก
was aimed at thwarting: บอกจุดประสงค์ด้วย be aimed at + -ing
Be aimed at doing หมายถึง “ถูกออกแบบหรือตั้งใจให้ทำบางสิ่ง” ในประโยคนี้ รูปถูกกระทำ was aimed at ใช้บอกจุดประสงค์ของมาตรการอย่างเป็นทางการ ส่วน thwarting หมายถึงการป้องกันไม่ให้ภัยคุกคาม เหตุการณ์ที่เป็นอันตราย หรือแผนการประสบความสำเร็จ ในที่นี้ at เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น aimed at thwarting จึงถูกต้อง ไม่ใช่ aimed at thwart
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ thwart: The new firewall is aimed at ____ unauthorized access.
ดูคำตอบ
thwarting
puzzling outbreak: เหตุการณ์ฉับพลันที่อธิบายได้ยาก
Outbreak หมายถึงการเกิดโรคอย่างฉับพลันหรือจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักเกิดในสถานที่หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วน puzzling หมายถึงอธิบายได้ยาก ดังนั้น a puzzling outbreak คือกลุ่มผู้ป่วยหรือจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันโดยยังไม่ทราบสาเหตุหรือลักษณะที่ชัดเจน วลีที่ตามมาคือ an epidemic of oral herpes แสดงข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ว่าเหตุการณ์นี้คืออะไร outbreak เน้นการเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่วน epidemic อธิบายการแพร่ของโรคในระดับที่สูงกว่าปกติที่คาดไว้ในประชากรหรือพื้นที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
คนหลายคนในเมืองเดียวกันป่วยเป็นโรคชนิดเดียวกันอย่างฉับพลันโดยยังไม่ทราบสาเหตุ วลีใดอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ดีที่สุด?
- a gradual recovery
- a puzzling outbreak
- a routine checkup
ดูคำตอบ
a puzzling outbreak
and more than half the population is infected with herpes simplex virus. วลี
0:27และประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งติดเชื้อไวรัสเริม
Fast forward to today ในฐานะคำเปลี่ยนช่วงเวลา
Fast forward to today บอกผู้ฟังให้ข้ามช่วงเวลาหลายปีที่อยู่ระหว่างกลาง แล้วพาเรื่องเล่ามาสู่ปัจจุบันโดยตรง เป็นการจัดลำดับเวลา ไม่ใช่คำสั่งให้เปลี่ยนความเร็วในการเล่นวิดีโอ เมื่อวางไว้ต้นประโยค สำนวนนี้จะกำหนดช่วงเวลาใหม่ให้ข้อมูลที่ตามมา โครงสร้าง Fast forward to + จุดเวลา สามารถพาเรื่องไปยังช่วงเวลาที่เกิดขึ้นภายหลังได้
แบบฝึกหัด
Fast forward to today ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการข้ามช่วงเวลาและพาเรื่องเล่ามาสู่ปัจจุบัน
- เป็นการขอให้ผู้ชมเพิ่มความเร็วในการเล่นวิดีโอ
- เป็นการแนะนำสถานที่อีกแห่งในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
เป็นการข้ามช่วงเวลาและพาเรื่องเล่ามาสู่ปัจจุบัน
more than half the population สำหรับสัดส่วนที่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
more than half the population หมายความว่าจำนวนนั้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด more than ขยาย half ส่วน half the population ระบุกลุ่มที่นำมาวัด ไม่ได้หมายถึงครึ่งหนึ่งของคนเพียงคนเดียว โครงสร้างแบบกระชับคือ more than half + คำกำหนด + คำนาม เช่น more than half the students และ more than half our budget ส่วน More than half of the population ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน แต่รูปที่ไม่มี of จะสั้นกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบกระชับได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าผู้อยู่อาศัยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ใช้ขนส่งสาธารณะ?
- More half than the residents use public transportation.
- More than the half residents use public transportation.
- More than half the residents use public transportation.
ดูคำตอบ
More than half the residents use public transportation.
Though as many as 90% of those infected don't actually know they have it. วลี
0:32แม้ว่าผู้ติดเชื้อมากถึง 90% จะไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีเชื้อนี้
as many as 90%: เน้นว่าสัดส่วนสูงถึง 90%
ในประโยคนี้ as many as 90% หมายถึงจำนวนหรือสัดส่วนที่สูงถึง 90% โดยเน้นว่า 90% เป็นสัดส่วนที่สูงและน่าจับตา หากพูดเพียง 90% จะเป็นการรายงานตัวเลขที่เป็นกลางกว่า คำว่า many ในที่นี้สัมพันธ์กับกลุ่มคนที่นับได้ซึ่ง those infected กล่าวถึง จึงไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบว่ามีจำนวนเท่ากันแบบ as many ... as ใน as many books as I have
แบบฝึกหัด
ผลสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 70% รายงานปัญหานี้ และผู้เขียนต้องการเน้นว่านี่เป็นสัดส่วนที่สูง ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- As many as 70% of respondents reported the problem.
- About 70% of respondents reported the problem.
- Up to 70% of respondents reported the problem.
ดูคำตอบ
As many as 70% of respondents reported the problem.
The term herpes virus refers to a whole family of viruses, วลี
0:39คำว่าไวรัสเริมหมายถึงไวรัสทั้งตระกูล
The term X refers to Y: นิยามว่าคำศัพท์หมายถึงอะไร
The term X refers to Y เป็นโครงสร้างมาตรฐานสำหรับให้คำจำกัดความ โดย X คือคำหรือชื่อที่กำลังอธิบาย และ Y คือสิ่ง กลุ่ม หรือแนวคิดที่คำนั้นหมายถึง ในตัวอย่าง herpes virus คือคำศัพท์ ส่วน a whole family of viruses คือขอบเขตที่คำนี้ครอบคลุม ในที่นี้ refers to หมายถึง “หมายถึง” หรือ “ใช้เรียก” ไม่ได้หมายถึง “ค้นดูข้อมูล”
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ refer to: The term "carbon footprint" ____ the greenhouse gases linked to an activity.
ดูคำตอบ
refers to
but what we typically call the condition of herpes is caused by two viruses in particular. ไวยากรณ์
0:44แต่สิ่งที่เรามักเรียกว่าโรคเริมนั้นเกิดจากไวรัสสองชนิดเป็นหลัก
what we typically call ... is caused by ...: อนุประโยคนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
อนุประโยค what we typically call the condition of herpes ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งหรือภาวะที่...” จึงใช้อนุประโยคนี้ระบุสิ่งที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่คำถามและไม่ใช้ลำดับคำแบบประโยคคำถาม วลีกริยาหลักคือ is caused by โครงสร้าง what + ประธาน + call + นามวลี + is caused by + สาเหตุ ใช้เชื่อมชื่อที่เรียกกันทั่วไปกับสาเหตุที่แท้จริง อนุประโยค what ทั้งหมดถือเป็นประธานหนึ่งหน่วย จึงใช้กริยาเอกพจน์ is ในที่นี้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยค what เป็นประธานอย่างถูกต้อง แล้วตามด้วยคำอธิบายสาเหตุในรูปถูกกระทำ
- What we call screen glare is caused by light reflecting off the display.
- What do we call screen glare is caused by light reflecting off the display.
- What we call screen glare caused by light reflecting off the display.
ดูคำตอบ
What we call screen glare is caused by light reflecting off the display.
they tend to infect different parts of the body. วลี
0:58แต่พวกมันมีแนวโน้มที่จะแพร่เชื้อไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
While similar: ยอมรับความคล้ายกันก่อนนำเสนอความแตกต่าง
While similar เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงแบบย่อ หมายถึง “แม้ว่าทั้งสองจะคล้ายกัน” while ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” ประธานและกริยา be ที่ละไว้คือ they are ซึ่งเข้าใจได้จากประโยคหลัก การวางข้อความนี้ไว้ต้นประโยคช่วยยอมรับลักษณะที่เหมือนกันก่อน แล้วจึงให้ประโยคหลักนำเสนอความแตกต่างที่สำคัญกว่า ใช้รูปย่อนี้เฉพาะเมื่อประธานที่ละไว้ตรงกับประธานของประโยคหลัก และคำคุณศัพท์สามารถตามหลัง be ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ใช้คำขึ้นต้นสองคำที่เน้นไว้เพื่อยอมรับความคล้ายกันก่อนนำเสนอความแตกต่าง: ____, the two designs serve different purposes.
ดูคำตอบ
While similar
tend to infect: บอกแนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัว
ในประโยคนี้ tend to infect หมายถึง “มักจะติดเชื้อ” หรือ “มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อ” เป็นการบอกแนวโน้มทั่วไปและยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการติดเชื้ออย่างแน่นอนในทุกกรณี โครงสร้างคือ tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น infect จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นโดยไม่กล่าวแบบเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย tend to + infect เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ความแน่นอน: Some respiratory viruses ____ the nose and throat more often than the lungs.
ดูคำตอบ
tend to infect
is typically associated with: บอกความสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วไป
ในประโยคนี้ is typically associated with หมายถึง “โดยทั่วไปมีความเกี่ยวข้องกับ…” คำว่า typically ทำให้ข้อความนี้เป็นการบอกแบบแผนที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น โครงสร้างคือ X + be + typically associated with + Y ใช้บอกความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่ง แต่ความสัมพันธ์นั้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่า X ทำให้เกิด Y หรือ Y ทำให้เกิด X
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งพบความเชื่อมโยงที่พบได้ทั่วไประหว่างการทำงานเป็นเวลานานกับการนอนหลับที่ไม่ดี แต่ไม่ได้ยืนยันเหตุและผล ประโยคใดแม่นยำที่สุด?
- Long working hours are typically caused by poor sleep.
- Long working hours are typically associated with poor sleep.
- Long working hours must lead to poor sleep.
ดูคำตอบ
Long working hours are typically associated with poor sleep.
cold sores: ชื่อเรียกตายตัวของแผลเริมที่ริมฝีปาก
cold sores เป็นชื่อเรียกทั่วไปในรูปพหูพจน์ของตุ่มน้ำขนาดเล็กที่ติดต่อได้ ซึ่งมักเกิดบนริมฝีปากหรือรอบริมฝีปาก และมักเป็นอาการของเริมในช่องปาก ในประโยคนี้ คำนี้เรียกอาการที่ไวรัสก่อให้เกิด นี่เป็นวลีคำนามตายตัว โดย cold ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ ถ้ามีหนึ่งแผลใช้ a cold sore และถ้ามีมากกว่าหนึ่งใช้ cold sores
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษทั่วไปที่หมายถึงตุ่มน้ำจาก HSV บริเวณริมฝีปาก: After the outbreak, Mia developed two ____ near her lips.
ดูคำตอบ
cold sores
Genital herpes can be caused by either virus, ไวยากรณ์
1:09เริมที่อวัยวะเพศอาจเกิดจากไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่ง
can be caused by either virus: สาเหตุที่เป็นไปได้อย่างใดอย่างหนึ่งจากสองอย่าง
can be caused by เป็นการรวมกริยาช่วย can กับรูปกรรมวาจก be caused by หมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจเป็นสาเหตุได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุนั้นได้รับการยืนยันแล้วในกรณีนี้ either virus หมายถึงไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งจากสองชนิดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ชนิดแรกอาจเป็นสาเหตุได้ และชนิดที่สองก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน เมื่อ either ขยายคำนามนับได้โดยตรงในโครงสร้างนี้ ให้ใช้คำนามรูปเอกพจน์ virus ไม่ได้หมายความว่าไวรัสทั้งสองชนิดต้องทำงานร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการตั้งค่าอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองอย่างอาจเป็นสาเหตุได้
- The error must be caused by both settings together.
- The error cannot be caused by either setting.
- The error can be caused by either setting.
ดูคำตอบ
The error can be caused by either setting.
though it's more often caused by HSV-2: เพิ่มข้อมูลเพื่อจำกัดข้อสรุปเดิม
ในที่นี้ though ใช้เพิ่มข้อมูลที่ทำให้ข้อความก่อนหน้าแม่นยำขึ้น: โรคเริมที่อวัยวะเพศอาจเกิดจากไวรัสได้ทั้งสองชนิด แต่ HSV-2 เป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่า อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย though ทำให้ข้อสรุปทั่วไปแคบลงโดยไม่ได้ลบล้างข้อสรุปเดิม more often เป็นการเปรียบเทียบความถี่ หมายความว่า HSV-2 เป็นสาเหตุในสัดส่วนผู้ป่วยที่มากกว่า ไม่ได้หมายความว่า HSV-2 เป็นสาเหตุเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
อ่านตัวอย่างใหม่แล้วเลือกหน้าที่ของอนุประโยคที่มี though: Both methods can work, though the first one succeeds more often.
- บอกว่ามีเพียงวิธีแรกเท่านั้นที่ใช้ได้
- ยังคงไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ และระบุว่าผลลัพธ์ใดเกิดขึ้นบ่อยกว่า
- เปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงวิธีที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
ยังคงไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ และระบุว่าผลลัพธ์ใดเกิดขึ้นบ่อยกว่า
Regardless of location or type: ตัดความแตกต่างออกจากข้อสรุป
Regardless of location or type ใช้ตัดความแตกต่างที่กล่าวถึงออกจากการพิจารณา กล่าวคือ ทั้งตำแหน่งที่ติดเชื้อและชนิดของไวรัสไม่ทำให้ข้อสรุปที่ตามมาเปลี่ยนไป วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปใช้ได้กับทุกกรณีที่กำลังกล่าวถึง ใช้ regardless of หน้าคำนามหรือกลุ่มคำนาม หากจะตามด้วยตัวเลือกหรืออนุประโยคที่สมบูรณ์ ให้ใช้ regardless of whether + อนุประโยค เช่น regardless of whether symptoms appear
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย regardless of: ____ the weather, the event will continue as planned.
ดูคำตอบ
Regardless of
HSV enters the body through microscopic breaks in the skin or mucous membranes like the mouth and genitals. โน้ต
1:25HSV จะเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยแตกขนาดเล็กบนผิวหนังหรือเยื่อเมือก เช่น ปากและอวัยวะเพศ
enter the body through microscopic breaks in...: การบอกเส้นทางเข้าสู่ร่างกาย
ในที่นี้ enters the body through... ระบุทั้งจุดหมายและเส้นทางที่ใช้เข้าสู่จุดหมายนั้น enter ตามด้วยจุดหมายโดยตรงโดยไม่ใช้ into เช่น enter the body จากนั้น through จะนำหน้าช่องเปิดหรือทางผ่าน เช่น through microscopic breaks in the skin or mucous membranes Microscopic breaks หมายถึงรอยแผลหรือบริเวณที่เสียหายซึ่งเล็กจนมองไม่เห็นได้ ในที่นี้ breaks หมายถึงรอยแยกหรือความเสียหาย ไม่ใช่ช่วงพัก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ enter + สถานที่ + through + ช่องเปิดหรือทางผ่าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ enter + สถานที่ + through + ช่องเปิด: Bacteria can ____ tiny cuts in the skin.
ดูคำตอบ
enter the body through
mucous membranes: คำคุณศัพท์ mucous และคำนาม mucus
Mucous membranes เป็นรูปพหูพจน์ของ mucous membrane ซึ่งเป็นศัพท์ทางการแพทย์หมายถึงเนื้อเยื่อชุ่มชื้นที่บุช่องทางต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปากและอวัยวะเพศ ในวลีนี้ membranes เป็นคำนามหลัก ส่วน mucous เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนามนั้น ในประโยคนี้ ปากและอวัยวะเพศเป็นตัวอย่างของบริเวณที่มี mucous membranes วลีนี้หมายถึงพื้นผิวเนื้อเยื่อที่ไวรัสสามารถใช้เป็นทางเข้าสู่ร่างกายได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ mucous และ mucus ได้ถูกต้อง
- Mucous membranes produce mucus.
- Mucus membranes produce mucous.
- Mucous membranes produce mucous.
ดูคำตอบ
Mucous membranes produce mucus.
viral proteins hijack the cellular machinery to replicate and spread. โน้ต
1:37โปรตีนของไวรัสจะแย่งชิงกลไกการทำงานของเซลล์เพื่อจำลองแบบและแพร่กระจาย
hijack the cellular machinery: เข้าควบคุมระบบของเซลล์
ในประโยคนี้ hijack ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โปรตีนของไวรัสเข้าควบคุมระบบที่ปกติทำงานให้เซลล์ แล้วเปลี่ยนให้ระบบนั้นทำงานเพื่อเป้าหมายของไวรัส ไม่ได้หมายถึงการจี้พาหนะจริง ๆ Cellular machinery ก็เป็นสำนวนเปรียบเทียบเช่นกัน โดยหมายถึงโมเลกุลและกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ที่ทำงานร่วมกัน เช่น การสร้างโปรตีนและการคัดลอกสารพันธุกรรม วลีนี้จึงเปรียบเซลล์เป็นระบบที่กำลังทำงานแต่ทรัพยากรถูกยึดไปใช้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย hijack the cellular machinery ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- โปรตีนของไวรัสขโมยเครื่องจักรจริง ๆ จากภายในเซลล์
- โปรตีนของไวรัสซ่อมแซมระบบของเซลล์เพื่อประโยชน์ของเซลล์
- โปรตีนของไวรัสเข้าควบคุมระบบของเซลล์และเปลี่ยนไปใช้เพื่อการเพิ่มจำนวนของไวรัส
ดูคำตอบ
โปรตีนของไวรัสเข้าควบคุมระบบของเซลล์และเปลี่ยนไปใช้เพื่อการเพิ่มจำนวนของไวรัส
to replicate and spread: คำกริยาคู่ขนานสองคำที่บอกจุดประสงค์
Replicate และ spread เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ในบริบททางชีววิทยานี้ replicate หมายถึงการสร้างสำเนาหรือสารของไวรัสเพิ่มขึ้น ส่วน spread หมายถึงการเคลื่อนไปยังเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือโฮสต์ใหม่ To ที่อยู่ข้างหน้าครอบคลุมคำกริยาทั้งสองคำ เป็นโครงสร้าง to replicate and (to) spread วลี infinitive นี้บอกจุดประสงค์ของการเข้าควบคุมกลไกของเซลล์ จึงไม่จำเป็นต้องใส่ to ซ้ำหน้าคำกริยาคำที่สอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคู่คำกริยาเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “สร้างสำเนาและเคลื่อนไปยังเซลล์ใหม่”: Viruses use host cells to ____.
ดูคำตอบ
replicate and spread
For many people, this initial infection won't result in any symptoms, วลี
1:43สำหรับหลายๆ คน การติดเชื้อครั้งแรกนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดอาการใดๆ
won't result in any symptoms: เหตุและผลที่แสดงด้วย result in
result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่ผลลัพธ์หนึ่ง” ในประโยคนี้ initial infection เป็นสาเหตุ ส่วน any symptoms เป็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น และ won't ปฏิเสธผลลัพธ์นั้น จึงหมายความว่าหลายคนไม่เกิดอาการจากการติดเชื้อ ใช้รูปแบบ สาเหตุหรือสถานการณ์ + result in + ผลลัพธ์ คำหรือวลีหลัง in ระบุสิ่งที่เกิดตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย result in หรือ result from: Skipping regular backups can ____ permanent data loss.
ดูคำตอบ
result in
but for others, the virus causes enough damage that fluid-filled blisters develop and rupture, โน้ต
1:48แต่สำหรับบางคน ไวรัสจะสร้างความเสียหายอย่างมากจนเกิดเป็นตุ่มน้ำใสและแตกออก
causes enough damage that ...: enough + คำนาม + อนุประโยคผลลัพธ์
โครงสร้าง enough + คำนาม + อนุประโยค that แสดงว่าปริมาณหรือระดับถึงเกณฑ์ที่ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งเกิดขึ้น ในที่นี้ enough ขยาย damage และอนุประโยคที่สมบูรณ์หลัง that บอกผลลัพธ์ว่า fluid-filled blisters develop and rupture รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + enough + คำนาม + that + อนุประโยคผลลัพธ์ เนื่องจากข้อความหลัง that เป็นประโยคที่สมบูรณ์อยู่แล้ว that จึงนำหน้าผลลัพธ์ ไม่ได้เป็นสรรพนามสัมพันธ์ที่ขยาย damage
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่หายไปเพื่อให้โครงสร้างผลลัพธ์สมบูรณ์: The leak caused enough damage ____ the office had to close for repairs.
ดูคำตอบ
that
fluid-filled blisters develop and rupture: กระบวนการเกิดอาการ
fluid-filled เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย blisters หมายความว่าตุ่มพองมีของเหลวอยู่ภายใน เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อขยายคำนามที่ตามมา develop and rupture บรรยายกระบวนการที่เกิดตามลำดับ ในที่นี้ develop เป็นอกรรมกริยา หมายถึงก่อตัวหรือปรากฏขึ้น ไม่ใช่พัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วน rupture หมายถึงแตกออก วลีทั้งหมดจึงบรรยายตั้งแต่ตุ่มพองก่อตัวจนแตกออก
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายกระบวนการใน fluid-filled blisters develop and rupture ได้ถูกต้อง
- มีคนออกแบบตุ่มพอง และตุ่มพองยังคงปิดอยู่
- ตุ่มพองที่มีของเหลวอยู่ภายในก่อตัวขึ้นแล้วแตกออก
- ผิวหนังหายดีและไม่มีตุ่มพองเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
ตุ่มพองที่มีของเหลวอยู่ภายในก่อตัวขึ้นแล้วแตกออก
causing painful lesions: วลีบอกผลทางการแพทย์
Lesions เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงบริเวณเนื้อเยื่อซึ่งผิดปกติหรือเสียหายจากโรคหรือการบาดเจ็บ ในบริบทเกี่ยวกับผิวหนังนี้ painful lesions หมายถึงบริเวณที่ผิดปกติหรือเสียหายและมีอาการเจ็บ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรอยกรีดหรือแผลเปิด อนุประโยค -ing คือ causing painful lesions ย้อนอ้างถึงกระบวนการก่อนหน้าและแสดงผลที่ตามมา โดยเข้าใจได้ว่า “และสิ่งนี้ทำให้เกิดรอยโรคที่เจ็บปวด”
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางการแพทย์ causing painful lesions น่าจะหมายถึงอะไร
- แสดงว่าเนื้อเยื่อกลับสู่สภาพปกติอย่างสมบูรณ์แล้ว
- ทำให้เกิดเฉพาะรอยกรีดจากของมีคม
- ทำให้เกิดบริเวณเนื้อเยื่อที่ผิดปกติหรือเสียหายและมีอาการเจ็บ
ดูคำตอบ
ทำให้เกิดบริเวณเนื้อเยื่อที่ผิดปกติหรือเสียหายและมีอาการเจ็บ
With more severe initial infections: ใช้วลีต้นประโยคเพื่อกำหนดสถานการณ์
เมื่ออยู่ต้นประโยค โครงสร้าง with + นามวลี สามารถกำหนดสถานการณ์ที่ทำให้ใจความในประโยคหลักเป็นจริงได้ ที่นี่ With more severe initial infections หมายถึง “เมื่อการติดเชื้อครั้งแรกมีความรุนแรงมากขึ้น” คำขึ้นต้นแบบกระชับนี้วางข้อมูลพื้นหลังก่อนผลลัพธ์ ในการใช้นี้ with ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกับใครเหมือนใน with a friend
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่วลี with ตอนต้นกำหนดสถานการณ์ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ตามมา
- Leah went to the clinic with her brother.
- The nurse cut the bandage with scissors.
- With colder weather, the roads can become icy.
ดูคำตอบ
With colder weather, the roads can become icy.
the virus can enter the bloodstream and lead to fevers, muscle aches, and headaches. วลี
2:00ไวรัสสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะได้
enter the bloodstream: กลุ่มคำทางการแพทย์ที่ตามด้วยกรรมโดยตรง
Enter the bloodstream เป็นกลุ่มคำที่ใช้กันทั่วไปในบริบททางการแพทย์ หมายถึง “เข้าสู่เลือดที่กำลังไหลเวียน” โดย the bloodstream หมายถึงเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย ไม่ใช่ลำธาร Enter เป็นสกรรมกริยาในการใช้นี้ จึงตามด้วยกรรม the bloodstream โดยตรงเป็น enter the bloodstream ไม่ต้องเติม to เพราะ enter to the bloodstream ผิดไวยากรณ์ ส่วน Enter into the bloodstream สามารถใช้ได้ แต่ไม่กระชับเท่าและไม่จำเป็นในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย enter the bloodstream: After being absorbed, the medicine can ____ within minutes.
ดูคำตอบ
enter the bloodstream
lead to fevers, muscle aches, and headaches: การแสดงเหตุและผล
ในประโยคนี้ lead to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ส่งผลให้เกิด” ไวรัสถูกนำเสนอเป็นสาเหตุ ส่วนกลุ่มคำนาม fevers, muscle aches และ headaches เป็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการนำทางใครไปยังสถานที่หนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ cause + lead to + result คำหลัง to บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ทำให้เกิด”: Too little sleep can ____ problems with concentration.
ดูคำตอบ
lead to
This viral onslaught alerts the immune system, สำนวน
2:06การโจมตีของไวรัสนี้จะแจ้งเตือนระบบภูมิคุ้มกัน
viral onslaught: อุปลักษณ์การต่อสู้ที่รุนแรง
ตามความหมายตรงตัว onslaught หมายถึงการโจมตีที่รุนแรงและยากจะต้านทาน ใน viral onslaught ผู้เขียนเปรียบกิจกรรมของไวรัสเป็นการโจมตีร่างกาย ทำให้กระบวนการนี้ดูทรงพลัง อันตราย และเร่งด่วน ให้เข้าใจวลีนี้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีเหตุการณ์ทางทหารเกิดขึ้นจริง และ onslaught ก็ไม่ใช่ชื่อของกระบวนการทางชีววิทยาอย่างใดอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
viral onslaught สร้างผลทางการสื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้?
- วลีนี้ให้ค่าการวัดปริมาณไวรัสทางการแพทย์อย่างแม่นยำ
- วลีนี้ใช้อุปลักษณ์การต่อสู้เพื่อทำให้กิจกรรมของไวรัสดูรุนแรงและเป็นภัยคุกคาม
- วลีนี้กล่าวว่าไวรัสกำลังเข้าร่วมการโจมตีทางทหารจริง ๆ
ดูคำตอบ
วลีนี้ใช้อุปลักษณ์การต่อสู้เพื่อทำให้กิจกรรมของไวรัสดูรุนแรงและเป็นภัยคุกคาม
which gets to work attempting to eliminate the HSV virus just as it would when faced with other common viral pathogens. โน้ต
2:09ซึ่งจะเริ่มทำงานโดยพยายามกำจัดไวรัส HSV เช่นเดียวกับที่มันจะทำเมื่อเผชิญกับเชื้อโรคไวรัสทั่วไปอื่นๆ
gets to work attempting to eliminate: การทำให้กระบวนการดูเหมือนบุคคล
Get to work หมายถึง “เริ่มทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” ส่วนวลี -ing ที่ตามมาอย่าง attempting to eliminate the HSV virus ระบุว่ากิจกรรมที่เริ่มขึ้นคืออะไร ข้อความนี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีลักษณะเหมือนคนทำงานที่เริ่มลงมือทำภารกิจ ความหมายจริงคือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเริ่มพยายามกำจัดไวรัส โดย attempting สื่อถึงความพยายาม ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ระบบภูมิคุ้มกันเดินทางไปยังสถานที่ทำงานและกำจัดไวรัส
- ระบบภูมิคุ้มกันกำจัดไวรัสได้สำเร็จอย่างแน่นอนแล้ว
- ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มพยายามกำจัดไวรัส
ดูคำตอบ
ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มพยายามกำจัดไวรัส
when faced with: อนุประโยค when แบบถูกกระทำที่ย่อรูป
When faced with ... เป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ขึ้นต้นด้วย when ซึ่งย่อรูปแล้ว ในที่นี้สามารถเขียนเต็มได้ว่า when it is faced with other common viral pathogens โดย it หมายถึงระบบภูมิคุ้มกัน และมีการละทั้งประธาน it กับ is การย่อแบบนี้ใช้ได้เมื่อเข้าใจว่าประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประธานในอนุประโยคที่เกี่ยวข้อง Be faced with หมายถึง “พบเจอหรือต้องรับมือกับ” และมักใช้กับสถานการณ์เชิงนามธรรม ไม่ใช่เพียงการหันหน้าเข้าหาสิ่งใดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ย่อ “when the researcher is faced with conflicting evidence” ให้เป็นอนุประโยคย่อ: When ____ with conflicting evidence, a careful researcher checks the data again.
ดูคำตอบ
faced
But what makes HSV particularly difficult to clear is that some virus hides itself away, โน้ต
2:17แต่สิ่งที่ทำให้กำจัด HSV ได้ยากเป็นพิเศษก็คือ ไวรัสบางตัวจะซ่อนตัวอยู่
What makes HSV particularly difficult to clear is that...: ระบุสาเหตุของความยาก
What makes X difficult to do is that... ใช้ระบุข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิดความยาก โดยอนุประโยค what ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธาน และ is that... ใช้นำเข้าสาเหตุเพื่อทำให้ใจความสมบูรณ์ ภายในโครงสร้างนี้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้กรรมอยู่ในสภาพนั้น” ตรงนี้ clear เป็นคำกริยาที่หมายถึง “กำจัดไวรัสออกจากร่างกาย” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “เข้าใจง่าย”
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่หายไปของโครงสร้างเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: ____ this report difficult to verify ____ several sources are missing.
ดูคำตอบ
What makes · is that
hides itself away: ซ่อนตัวให้มองเห็นหรือเข้าถึงได้ยาก
Hide oneself away หมายถึงซ่อนตัวอยู่ในที่ที่มองเห็น ค้นพบ หรือเข้าถึงได้ยาก คำสรรพนามสะท้อนกลับชี้กลับไปยังประธาน ดังนั้น itself จึงหมายความว่าไวรัสซ่อนตัวมันเอง Away เพิ่มความหมายของการแยกออกจากสายตาหรือการเข้าถึง ไม่ใช่เพียงการหลบซ่อนตามปกติ ในประโยคนี้ การใช้ถ้อยคำดังกล่าวทำให้ไวรัสดูเหมือนมีพฤติกรรมแบบมนุษย์ เพื่อให้เห็นภาพสภาวะที่ซ่อนอยู่ได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ hide oneself away เติมประโยคให้สมบูรณ์: When the hikers approach, the fox ____ in its den.
ดูคำตอบ
hides itself away
evading detection: หลบเลี่ยงการตรวจจับ
ใน evading detection คำว่า evade เป็นสกรรมกริยาและตามด้วย detection โดยตรง ไม่ใช้ from วลีนี้หมายถึงการหลบไม่ให้ถูกสังเกต ระบุ หรือค้นพบได้สำเร็จ ในประโยคนี้ สิ่งที่ถูกหลบเลี่ยงคือการถูกระบบภูมิคุ้มกันจดจำได้ เมื่อเทียบกับการบอกอย่างเป็นกลางว่าไม่ถูกพบ evade สื่อถึงการหลุดรอดจากการค้นหาหรือกลไกตรวจจับที่กำลังทำงานอยู่ จึงเหมาะเป็นพิเศษเมื่อการปรับตัว กลยุทธ์ หรือลักษณะบางอย่างช่วยให้ประธานไม่ถูกสังเกตเห็น
แบบฝึกหัด
สำนวนแบบเป็นทางการข้อใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดและเน้นการหลุดรอดจากระบบตรวจจับที่กำลังทำงาน? The malware changes its code to _____ by security software.
- remain undetected
- evade from detection
- evade detection
ดูคำตอบ
evade detection
You see: ใช้เกริ่นคำอธิบาย
เมื่อวาง You see ไว้ก่อนคำอธิบาย ผู้ฟังจะรู้ว่าข้อมูลถัดไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนอย่างไร โดยใช้เพื่อบอกเหตุผล ชี้แจง หรือให้ข้อมูลพื้นหลังที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังมองสิ่งใดจริง ๆ ในฐานะเครื่องหมายเชื่อมโยงบทสนทนา วลีนี้ทำให้คำอธิบายแบบพูดฟังเป็นกันเองขึ้น และส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเตรียมรับข้อมูลสนับสนุนที่จะตามมา
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ "You see, the schedule changed after we booked," คำว่า You see ทำหน้าที่อะไร?
- เกริ่นข้อมูลพื้นหลังที่อธิบายสถานการณ์
- ขอให้ผู้ฟังมองตารางเวลา
- แสดงว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ
เกริ่นข้อมูลพื้นหลังที่อธิบายสถานการณ์
in addition to penetrating skin and mucosal cells, วลี
2:29นอกเหนือจากการเจาะเข้าไปในผิวหนังและเซลล์เยื่อเมือกแล้ว
in addition to penetrating: เพิ่มอีกการกระทำด้วยรูปกริยา -ing
in addition to หมายถึง ‘นอกจาก...แล้วยัง...’ หรือ ‘นอกเหนือจาก’ และใช้เพิ่มข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ in addition to penetrating skin and mucosal cells กล่าวถึงการกระทำหนึ่งก่อน แล้วอนุประโยคถัดไปจึงเพิ่มอีกการกระทำหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive เมื่อมีการกระทำตามหลัง ต้องใช้กริยารูป -ing คือ in addition to penetrating ไม่ใช่ in addition to penetrate
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ in addition to หน้าการกระทำได้ถูกต้อง
- In addition studying biology, Maya takes a chemistry course.
- In addition to studying biology, Maya takes a chemistry course.
- In addition to study biology, Maya takes a chemistry course.
ดูคำตอบ
In addition to studying biology, Maya takes a chemistry course.
HSV also infiltrates nearby nerve cells in the skin. การใช้คำ
2:33HSV ยังแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ประสาทที่อยู่ใกล้เคียงในผิวหนังด้วย
also infiltrates nearby nerve cells: เข้าไปในลักษณะรุกราน
Infiltrate หมายถึงเข้าไปหรือแทรกซึมเข้าไปในสถานที่ เนื้อเยื่อ หรือระบบ โดยมักมีนัยว่าค่อย ๆ เข้าไป เข้าไปอย่างลับ ๆ หรือเข้าไปในลักษณะรุกราน ในประโยคทางการแพทย์นี้ คำดังกล่าวนำเสนอการที่ HSV เข้าไปในเซลล์ประสาทใกล้เคียงว่าเป็นกระบวนการที่รุกรานและเป็นอันตราย ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตำแหน่งอย่างเป็นกลาง Also แสดงว่านี่เป็นการกระทำเพิ่มเติม และเชื่อมโยงกับการกระทำก่อนหน้าที่นำด้วย in addition to
แบบฝึกหัด
คำกริยาใดเหมาะที่สุดในการเติมประโยค เมื่อผู้เขียนต้องการเน้นการลักลอบเข้าไปที่เป็นอันตราย? The spyware tried to ___ the secure network without being detected.
- infiltrate
- visit
- enter
ดูคำตอบ
infiltrate
until they reach nerve clusters called ganglia. การใช้คำ
2:41จนกระทั่งไปถึงกลุ่มเส้นประสาทที่เรียกว่าปมประสาท
travel along ... until they reach: เส้นทางและจุดสิ้นสุด
travel along the stretch of axons บรรยายการเคลื่อนที่ที่ไปตามเส้นทางหนึ่ง ในที่นี้ along ใช้บอกว่าแอกซอนเป็นเส้นทางของการเคลื่อนที่ until they reach นำเสนอเหตุการณ์ที่เป็นจุดสิ้นสุด กล่าวคือ การเคลื่อนที่ดำเนินต่อไปจนถึงตอนที่พวกมันไปถึงกลุ่มเส้นประสาท รูปแบบ “เส้นทาง + อนุประโยค until” ใช้อธิบายเส้นทางและกระบวนการได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเส้นทางและจุดสิ้นสุดโดยใช้ travel along และ until: Electrical impulses ____ nerve fibers ____ they reach the brain.
ดูคำตอบ
travel along · until
nerve clusters called ganglia: การใช้ called เพื่อบอกชื่อ
nerve clusters เป็นคำอธิบายทั่วไป ส่วน called ganglia เพิ่มชื่อทางวิชาการ ในที่นี้ called หมายถึง “มีชื่อเรียกว่า” ไม่ได้หมายถึง “โทรหา” called ganglia เป็นวลี past participle ที่ขยาย nerve clusters และเป็นรูปย่อของ nerve clusters that are called ganglia โครงสร้างกระชับแบบนี้มักใช้เพื่อแนะนำศัพท์ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ใช้ called เพื่อแนะนำศัพท์ทางวิชาการ: The lungs contain tiny air sacs ____ alveoli.
ดูคำตอบ
called
HSV-1 thrives in the trigeminal ganglia located in the skull, การใช้คำ
2:46HSV-1 เติบโตได้ดีในปมประสาทไทรเจมินัลที่อยู่ในกะโหลกศีรษะ
thrives in: เจริญได้ดีมากในสภาพแวดล้อมหนึ่ง ไม่ใช่เพียงอาศัยอยู่
Thrive in หมายถึงการมีชีวิต เติบโต หรือทำงานได้ดีเป็นพิเศษในสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขหนึ่ง ความหมายมากกว่า live in เพราะสื่อว่าสภาพแวดล้อมนั้นเหมาะกับสิ่งที่กล่าวถึงและช่วยให้มันดำเนินไปได้ดี ในประโยคนี้ thrives in แสดงว่าปมประสาทไตรเจมินัลเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับ HSV-1 มาก นี่เป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นกลาง ไม่ใช่การชื่นชมไวรัส
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าพืชเจริญได้ดีเป็นพิเศษในสภาพเช่นนี้ ไม่ใช่แค่ยังมีชีวิตอยู่?
- These plants survive in warm, humid conditions.
- These plants live in warm, humid conditions.
- These plants thrive in warm, humid conditions.
ดูคำตอบ
These plants thrive in warm, humid conditions.
and HSV-2 prefers the sacral ganglia near the base of the spinal cord.
2:52และ HSV-2 จะชอบปมประสาทศักดิ์สิทธิ์ใกล้กับฐานของไขสันหลัง
goes dormant: เข้าสู่ภาวะที่ไม่ทำงานชั่วคราว
Go dormant หมายถึงการเปลี่ยนจากสภาวะที่ทำงานอยู่ไปเป็นสภาวะที่ไม่ทำงานชั่วคราว ในโครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ คำว่า go แสดงการเปลี่ยนสภาวะ ดังนั้น goes dormant จึงหมายถึง “เข้าสู่ภาวะพักตัว” ไม่ใช่เพียง “อยู่ในภาวะพักตัว” สำหรับไวรัส dormant ไม่ได้หมายความว่าไวรัสตายหรือถูกกำจัดแล้ว ไวรัสยังคงอยู่และอาจกลับมาทำงานอีกในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยค “The volcano went dormant” มีความหมายตรงที่สุดว่าอย่างไร?
- ภูเขาไฟเริ่มปะทุรุนแรงขึ้น
- ภูเขาไฟหยุดมีกิจกรรม แต่อาจกลับมามีกิจกรรมอีกได้
- ภูเขาไฟหายไปอย่างถาวร
ดูคำตอบ
ภูเขาไฟหยุดมีกิจกรรม แต่อาจกลับมามีกิจกรรมอีกได้
which helps it avoid attacks from the immune system.
3:02ซึ่งช่วยให้มันหลีกเลี่ยงการโจมตีจากระบบภูมิคุ้มกันได้
turning off its replication machinery: ทำให้กระบวนการนามธรรมหยุดทำงาน
ในที่นี้ turning off หมายถึงการทำให้บางสิ่งหยุดทำงาน ไม่ใช่การปิดสวิตช์เครื่องจักรจริง ๆ replication machinery เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงกระบวนการทางชีววิทยาที่ไวรัสใช้จำลองตัวเอง วลีรูป -ing นำเสนอสิ่งนี้เป็นการกระทำของไวรัส ให้เข้าใจทั้งวลีว่าหมายถึงการทำให้กระบวนการจำลองตัวเหล่านั้นหยุดทำงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn off ในความหมายเชิงนามธรรมแบบเดียวกับตัวอย่าง
- Please turn off the kitchen light before you leave.
- Take the next road that turns off toward the lake.
- The medication turns off a signal that drives inflammation.
ดูคำตอบ
The medication turns off a signal that drives inflammation.
doesn't ... either: เพิ่มข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธอีกอย่าง
ในอนุประโยคปฏิเสธ either ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” โดยเพิ่มข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธอีกอย่างหนึ่ง คือ นอกจากไวรัสจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรืออาการแล้ว มันก็ไม่หายไปด้วย either ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหนึ่งในสองตัวเลือก เมื่ออนุประโยคมีรูปปฏิเสธ เช่น doesn't, isn't หรือ can't และลงท้ายด้วย either ให้เชื่อมโยงกับข้อความปฏิเสธที่กล่าวมาก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเป้าหมายที่เพิ่มข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธข้อที่สอง: The printer isn't connected, and it isn't responding ____.
ดูคำตอบ
either
While living ...: อนุประโยคเวลารูปย่อ while + -ing
While living in the ganglia เป็นรูปย่อของ while the virus is living in the ganglia โดยละประธานและรูป is ของกริยา be เพราะประธานที่เข้าใจโดยนัยคือ the virus ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลักด้วย ในที่นี้ while หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคนี้ให้สภาวะพื้นหลังที่เกิดซ้อนกับเหตุการณ์ในประโยคหลัก ไม่ได้หมายถึง “แม้ว่า”
แบบฝึกหัด
ใช้อนุประโยค while รูปย่อและกริยา live เติมประโยคให้สมบูรณ์: While ____ in Seoul, Jin learned to cook several local dishes.
ดูคำตอบ
living
can reawaken periodically: อาจกลับมาทำงานอีกเป็นครั้งคราว
ในบริบททางการแพทย์นี้ reawaken เป็นคำเปรียบเปรยที่หมายถึงไวรัสที่อยู่ในภาวะแฝงกลับมาทำงานอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าไวรัสหลับและตื่นจริง ๆ Can แสดงความเป็นไปได้ ส่วน periodically บอกว่าการกลับมาทำงานอาจเกิดซ้ำเป็นช่วง ๆ หรือเป็นครั้งคราว คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเกิดตามตารางที่สม่ำเสมออย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ในบริบททางการแพทย์นี้ can reawaken periodically หมายความว่าอย่างไร?
- ไวรัสหายไปอย่างถาวรตามช่วงเวลาที่สม่ำเสมอ
- ไวรัสปลุกผู้ป่วยตามเวลาที่กำหนดไว้
- ไวรัสทำงานเต็มที่ตลอดเวลาโดยไม่หยุด
- ไวรัสอาจกลับมาทำงานอีกเป็นครั้งคราว
ดูคำตอบ
ไวรัสอาจกลับมาทำงานอีกเป็นครั้งคราว
often triggered by sickness or stress: โครงสร้างกรรมวาจก be triggered by
ในวลีนี้ โครงสร้างกรรมวาจก be triggered by หมายถึง “ถูกทำให้เริ่มขึ้นหรือรุนแรงขึ้นเพราะบางสิ่ง” โดยความเจ็บป่วยหรือความเครียดถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยของกระบวนการที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน trigger ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเหนี่ยวไกปืนตามตัวอักษร Triggered เป็นคำกริยาช่องที่สามที่มีความหมายแบบกรรมวาจก และ by ใช้นำหน้าปัจจัยกระตุ้น ในข้อความส่วนขยายเช่นนี้ often triggered by sickness or stress สามารถเข้าใจได้ในรูปเต็มว่า which is often triggered by sickness or stress
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำจากตัวอย่างให้ตรงทุกคำ: Her migraines are often ____ lack of sleep.
ดูคำตอบ
triggered by
No matter the reason: เปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน
No matter the reason หมายถึง “ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร” วลีนี้รวมคำอธิบายที่เป็นไปได้ทั้งหมดไว้ในกรอบเดียว และบอกว่าข้อความที่ตามมาเป็นจริงในทุกกรณี ในฐานะวลีที่ใช้จัดระเบียบข้อมูล วลีนี้พาผู้ฟังออกจากคำถามที่ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเกิดขึ้น แล้วหันไปหาผลลัพธ์ กระบวนการ หรือการตอบสนองที่เหมือนกัน เป็นรูปย่อของ no matter what the reason is และโดยปกติจะนำหน้าประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ใน “No matter the reason, every incident must be reported,” วลีเปิดบอกอะไรแก่ผู้อ่าน?
- ต้องรายงานเฉพาะเหตุการณ์ที่ทราบเหตุผลแล้วเท่านั้น
- กฎการรายงานใช้กับเหตุผลที่เป็นไปได้ทุกข้อ
- ต้องหาเหตุผลให้พบก่อนจึงจะรายงานเหตุการณ์ได้
- เหตุผลที่ต่างกันนำไปสู่กฎการรายงานที่ต่างกัน
ดูคำตอบ
กฎการรายงานใช้กับเหตุผลที่เป็นไปได้ทุกข้อ
travels back down along the nerve: ย้อนกลับไปตามเส้นทาง
ใน travels back down along the nerve คำว่า back บอกการย้อนกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า down บอกทิศทางตามเส้นทาง และ along the nerve ระบุว่าเส้นทางนั้นคือแนวเส้นประสาท เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้แสดงว่าไวรัสเคลื่อนกลับไปทางผิวหนังโดยยังคงอยู่ตามแนวเส้นประสาท คำว่า down ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเคลื่อนลงในแนวดิ่ง ในคำอธิบายเส้นทางหรือกระบวนการ โครงสร้าง back + ทิศทาง + along + เส้นทาง สามารถเน้นการเคลื่อนย้อนกลับตามเส้นทางเดิมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปอดีตของ travel แล้วตามด้วย back, down และ along: After reaching the far end, the signal ____ the cable to the control box.
ดูคำตอบ
traveled back down along
itching or tingling: ความรู้สึกทางผิวหนังสองแบบที่ต่างกัน
itching คือความรู้สึกระคายเคืองบนผิวหนังที่ทำให้อยากเกา ส่วน tingling คือความรู้สึกเหมือนเข็มเล็ก ๆ ทิ่ม รู้สึกยิบ ๆ หรือเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ ในประโยคนี้ ทั้งสองอย่างเป็นอาการระยะแรกที่อาจเกิดขึ้นได้ tingling ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความเจ็บปวด วลี itching or tingling ระบุความรู้สึกที่ต่างกันสองอย่าง แทนที่จะใช้คำกว้าง ๆ เพียงคำเดียวเพื่อบอกความไม่สบาย
แบบฝึกหัด
คนหนึ่งพูดว่า “My fingertips feel as if tiny pins are touching them, but they do not hurt.” คำใดเหมาะกับอาการนี้มากที่สุด
- itching
- tingling
- numbness
- pain
ดูคำตอบ
tingling
a new bout of symptoms: อาการรอบใหม่
ในบริบททางการแพทย์นี้ a bout of symptoms หมายถึงช่วงเวลาจำกัดช่วงหนึ่งที่อาการปรากฏขึ้นหรือกลับมากำเริบอีกครั้ง คำว่า bout มองอาการเหล่านั้นเป็นการเกิดอาการหนึ่งรอบที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด a new bout หมายถึงอาการรอบใหม่เริ่มขึ้นหลังจากรอบก่อนบรรเทาลงหรือสิ้นสุดแล้ว ไม่ได้หมายถึงอาการเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย bout: After two symptom-free weeks, he had a new ____ of symptoms.
ดูคำตอบ
bout
and happen as often as monthly or as infrequently as every few years. ไวยากรณ์
3:43และเกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นรายเดือน หรือเกิดขึ้นนานๆ ครั้งในทุกๆ สองสามปี
as often as ... or as infrequently as ...: สองขั้วของช่วงความถี่
as often as monthly แสดงปลายด้านที่มีความถี่สูง หมายความว่าในบางกรณีอาจกลับมาเป็นซ้ำทุกเดือน ในที่นี้ as often as หมายถึง “ความถี่อาจสูงถึงระดับนั้น” ไม่ได้หมายถึง “บ่อยเท่ากัน” as infrequently as every few years แสดงปลายด้านที่มีความถี่ต่ำ การนำวลีคู่ขนานสองวลีมาเชื่อมด้วย or ใช้บอกช่วงระหว่างสองขั้ว ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีต้องเป็นไปตามกำหนดใดกำหนดหนึ่งเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเป้าหมายโดยใช้ often และ infrequently: The clinic may call as ____ once a week or as ____ once every six months.
ดูคำตอบ
often as · infrequently as
And when the infection is active and shedding from the skin or mucosa, การใช้คำ
3:49และเมื่อการติดเชื้อกำลังดำเนินอยู่และมีการหลุดลอกออกจากผิวหนังหรือเยื่อเมือก
active and shedding from the skin or mucosa: การปล่อยไวรัสจากผิวหนังหรือเยื่อเมือก
ในบริบททางการแพทย์นี้ active หมายถึงการติดเชื้อกำลังอยู่ในระยะทำงาน และ shedding หมายถึงไวรัสกำลังถูกปล่อยออกจากผิวหนังที่ติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อเยื่อเมือก การปล่อยไวรัสนี้อาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสได้ แม้ประธานทางไวยากรณ์จะเป็น the infection แต่ shedding อธิบายกระบวนการทางชีวภาพ ไม่ใช่การกระทำโดยเจตนาของบุคคล และไม่ได้หมายความว่าผิวหนังกำลังลอกให้เห็นอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางการแพทย์ “the infection is active and shedding from the skin or mucosa” หมายความว่าอย่างไร?
- ไวรัสกำลังถูกปล่อยออกจากผิวหนังที่ติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อเยื่อเมือก
- ผิวหนังต้องลอกให้เห็นชัดเพราะการติดเชื้อกำลังทำงาน
- บุคคลนั้นกำลังจงใจดันไวรัสออกมาทางผิวหนัง
- การติดเชื้อนี้ไม่สามารถแพร่ต่อได้อีก
ดูคำตอบ
ไวรัสกำลังถูกปล่อยออกจากผิวหนังที่ติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อเยื่อเมือก
it's possible to spread to others via direct contact.
3:53ก็สามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้จากการสัมผัสโดยตรง
Yet since most infections are asymptomatic or only cause mild flare-ups, การใช้คำ
3:58แต่เนื่องจากการติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ หรือเพียงแต่ทำให้เกิดการกำเริบเล็กน้อย
asymptomatic: ไม่มีอาการที่สังเกตได้
asymptomatic หมายถึงไม่มีอาการที่สังเกตได้ แม้ว่าจะมีการติดเชื้อหรือภาวะทางการแพทย์อยู่ก็ตาม คำนำหน้า a- หมายถึงไม่มี ส่วน symptomatic หมายถึงมีอาการ คำนี้ไม่ได้หมายความว่าอาการเพียงแค่ไม่รุนแรง ประโยคนี้แยกการติดเชื้อที่ไม่มีอาการออกจากการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการกำเริบเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
พิจารณาว่าการใช้ asymptomatic ถูกต้องหรือไม่: A patient who has a mild cough from the infection is asymptomatic.
- ถูกต้อง
- ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
cause mild flare-ups: ทำให้เกิดอาการกำเริบเล็กน้อยชั่วคราว
ในบริบทด้านสุขภาพ flare-up หมายถึงช่วงที่โรคหรืออาการกลับมากำเริบหรือแย่ลงอย่างฉับพลัน โดยมักเกิดหลังจากอาการสงบลงช่วงหนึ่ง คำนี้ไม่ได้หมายถึงเปลวไฟจริง ๆ ใน cause mild flare-ups คำว่า cause ตามด้วยนามวลี mild flare-ups โดย mild บอกว่าอาการกำเริบเหล่านี้ไม่รุนแรง ส่วนรูปพหูพจน์อาจหมายถึงการกำเริบหลายครั้งหรืออาการกำเริบประเภทนี้โดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปพหูพจน์ของ flare-up: Cold weather can cause mild ____ of eczema.
ดูคำตอบ
flare-ups
as they're often inaccurate and can't reliably distinguish between a genital or oral HSV-1 infection. โน้ต
4:13เนื่องจากมักจะไม่แม่นยำ และไม่สามารถแยกแยะระหว่างการติดเชื้อ HSV-1 ที่อวัยวะเพศหรือที่ช่องปากได้อย่างน่าเชื่อถือ
aren't normally recommended: คำแนะนำทั่วไป ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด
Aren't normally recommended หมายความว่าโดยทั่วไปแล้วไม่แนะนำ เป็นการบอกแนวทางวิชาชีพที่มักใช้ แต่ยังเปิดโอกาสให้กรณีพิเศษได้รับการพิจารณาแตกต่างออกไป Normally จำกัดขอบเขตของคำแนะนำเชิงปฏิเสธ ส่วนรูปถูกกระทำ are not recommended ทำให้จุดสนใจอยู่ที่การตรวจหรือการกระทำที่กำลังประเมิน ไม่ใช่คนที่ให้คำแนะนำ
แบบฝึกหัด
ความหมายที่แม่นยำที่สุดของ Tests aren't normally recommended in this situation คือข้อใด?
- ห้ามตรวจในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้
- โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ตรวจ แต่อาจมีกรณียกเว้นที่เหมาะสม
- ประโยคนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจ
- โดยปกติการตรวจเป็นตัวเลือกที่ควรเลือกมากที่สุด
ดูคำตอบ
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ตรวจ แต่อาจมีกรณียกเว้นที่เหมาะสม
as they're often inaccurate: ใช้ as เพื่อบอกเหตุผล
ในที่นี้ as หมายถึง because หรือ “เพราะว่า” โดยใช้บอกเหตุผลของคำแนะนำก่อนหน้า กล่าวคือ การตรวจเลือดมักไม่แม่นยำและไม่สามารถระบุได้อย่างน่าเชื่อถือว่าเป็นการติดเชื้อ HSV-1 ชนิดใด ส่วน they หมายถึง blood tests ประโยคนี้ให้คำแนะนำก่อน แล้วจึงเติมหลักฐานสนับสนุนด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as โครงสร้างนี้นำเสนอเหตุผลเป็นข้อมูลพื้นหลังที่ใช้อธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ที่เป็นใจความหลัก ในที่นี้ as ไม่ได้แปลว่า “เมื่อ” หรือ “ขณะที่”
แบบฝึกหัด
as ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- ใช้บอกเหตุผลที่โดยปกติไม่แนะนำให้ตรวจเลือด
- บอกว่าการตรวจเลือดเริ่มไม่แม่นยำเมื่อใด
- แสดงว่ายังคงแนะนำให้ตรวจเลือดแม้จะมีปัญหา
- เปรียบเทียบการตรวจเลือดกับการตรวจอีกประเภทหนึ่ง
ดูคำตอบ
ใช้บอกเหตุผลที่โดยปกติไม่แนะนำให้ตรวจเลือด
distinguish between A and B: แยก A กับ B
distinguish between หมายถึงการระบุความแตกต่างระหว่างความเป็นไปได้ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป หรือตัดสินว่าอย่างใดตรงกับกรณีนั้น ในที่นี้ความเป็นไปได้สองอย่างคือการติดเชื้อ HSV-1 ที่อวัยวะเพศและการติดเชื้อ HSV-1 ที่ช่องปาก ส่วน reliably บอกว่าการตรวจไม่สามารถแยกความแตกต่างนี้ได้อย่างน่าเชื่อถือ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ distinguish between A and B ในตัวอย่าง คำคุณศัพท์สองคำใช้ HSV-1 infection ร่วมกัน และใช้ or เพื่อนำเสนอตำแหน่งที่เป็นไปได้สองแห่ง ในงานเขียนที่รอบคอบ distinguish between a genital and an oral HSV-1 infection หรือ determine whether the infection is genital or oral จะทำให้สองตัวเลือกชัดเจนกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำ distinguish between A and B: The sensor can ____ smoke and steam.
ดูคำตอบ
distinguish between
If you do have ...: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ในอนุประโยคเงื่อนไขแบบบอกเล่านี้ do ใช้เน้น have ทำให้มีความหมายว่า “หากคุณมีอาการจริง ๆ” กริยาหลักหลัง do ต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน จึงใช้ do + have ไม่ใช่ do + having สำนวนนี้เปรียบต่างผู้ที่มีอาการจริงกับผู้ที่ไม่มีอาการ do ในที่นี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม แต่ใช้เน้นว่าเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย do have เพื่อเพิ่มการเน้น: If you ____ symptoms, contact a healthcare provider.
ดูคำตอบ
do have
the best way to get a clear diagnosis is to see a healthcare provider when a lesion is present. โน้ต
4:23วิธีที่ดีที่สุดในการได้รับการวินิจฉัยที่ชัดเจนคือการไปพบแพทย์เมื่อมีรอยโรคปรากฏขึ้น
the best way to ... is to ...: การแนะนำวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
โครงสร้าง the best way to + เป้าหมาย + is to + การกระทำ ใช้นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย to-infinitive ชุดแรกระบุเป้าหมาย ส่วนชุดที่สองระบุการกระทำ ในประโยคนี้ get a clear diagnosis คือเป้าหมาย และ see a healthcare provider คือการกระทำที่แนะนำ ในบริบทนี้ healthcare provider หมายถึงแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือบริการสุขภาพ ไม่ใช่ผู้จัดหาสินค้าทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย the best way to ... is to ...: ____ protect your files ____ back them up regularly.
ดูคำตอบ
The best way to · is to
when a lesion is present: present หมายถึง ‘มีอยู่หรือสังเกตเห็นได้’
ในคำอธิบายทางการแพทย์ when a lesion is present หมายถึง “เมื่อมีรอยโรคอยู่หรือสามารถสังเกตเห็นได้” ในที่นี้ present เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง is และอธิบายสภาพของรอยโรค ไม่ได้หมายถึงของขวัญหรือการนำเสนอบางสิ่ง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุช่วงเวลาที่เหมาะกับการตรวจ เพราะบุคลากรทางการแพทย์สามารถตรวจดูหรือเก็บตัวอย่างจากรอยโรคขณะที่ยังมีอยู่ โดยทั่วไป X is present เป็นวิธีแบบเป็นทางการในการรายงานว่ามีอาการแสดง อาการ หรือภาวะใดภาวะหนึ่งอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ present เพื่อหมายความว่ามีอาการแสดงทางการแพทย์อยู่หรือสามารถสังเกตเห็นได้?
- Swelling is present around the joint.
- Please present your ID at reception.
- She received a present after the appointment.
ดูคำตอบ
Swelling is present around the joint.
Aside from the pain caused by sores during a flare-up, ลำดับความ
4:31นอกเหนือจากอาการปวดที่เกิดจากแผลในช่วงที่โรคกำเริบ
Aside from ...: แยกข้อยกเว้นออกก่อนให้การประเมินภาพรวม
ในบริบทนี้ Aside from the pain caused by sores during a flare-up หมายถึง “ยกเว้นความเจ็บปวดนั้น” วลีเปิดประโยคนี้ยอมรับผลกระทบด้านลบอย่างหนึ่งก่อน แล้วแยกผลกระทบนั้นออกชั่วคราวเพื่อให้ประโยคนำไปสู่การประเมินภาพรวมที่กว้างขึ้น เมื่ออยู่ต้นประโยค Aside from + นามวลี สามารถจัดลำดับข้อมูลได้ดังนี้ คือระบุข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดก่อน แล้วจึงกล่าวข้อสรุปทั่วไปหลัก วิธีนี้ช่วยให้ข้อสรุปไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนเพื่อแยกข้อยกเว้นหนึ่งอย่างออกก่อนให้การประเมินภาพรวม: ____ a few formatting errors, the report was easy to follow.
ดูคำตอบ
Aside from
Antiviral medications work by mimicking a component of viral DNA and inhibiting viral replication. โน้ต
4:41ยาต้านไวรัสออกฤทธิ์โดยการเลียนแบบส่วนประกอบของ DNA ของไวรัส และยับยั้งการจำลองตัวของไวรัส
work by mimicking…: การอธิบายกลไก
ในที่นี้ work หมายถึงทำงานได้หรือให้ผลตามที่ตั้งใจ ไม่ได้หมายถึงการทำงานในอาชีพ โครงสร้าง X works by doing Y ใช้อธิบายกลไกหรือวิธีที่ทำให้ X ทำงานได้ หลัง by ใช้คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในประโยคนี้ mimicking a component of viral DNA คือการกระทำที่อธิบายว่ายาต้านไวรัสออกฤทธิ์อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ work by เพื่ออธิบายกลไก: The noise-canceling feature ____ analyzing background sound.
ดูคำตอบ
works by
inhibiting viral replication: การจำกัดกระบวนการทางชีวภาพ
Inhibiting viral replication หมายถึงการทำให้กระบวนการที่ไวรัสสร้างสำเนาของตัวเองเพิ่มขึ้นช้าลง ถูกจำกัด หรือถูกรบกวน inhibit สื่อว่ากิจกรรมหรือความคืบหน้าลดลง แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้บอกว่าการจำลองตัวหยุดลงอย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้ inhibiting viral replication ระบุส่วนหนึ่งของกลไกการออกฤทธิ์ของยาต้านไวรัส ไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อจะหายขาดหรือไวรัสจะถูกกำจัดเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ inhibit viral replication โดยไม่กล่าวเกินจริงถึงผลที่เกิดขึ้น?
- The treatment inhibits viral replication, so it guarantees an immediate cure.
- The treatment may inhibit viral replication without completely eliminating the virus.
- Viral replication means the body is producing antibodies.
ดูคำตอบ
The treatment may inhibit viral replication without completely eliminating the virus.
These medications can also reduce the risk of transmission, วลี
4:49ยาเหล่านี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อได้ด้วย
reduce the risk of transmission: ลดความเสี่ยง ไม่ใช่กำจัดความเสี่ยง
reduce the risk of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงทำให้ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์มีโอกาสเกิดน้อยลง ในที่นี้ transmission หมายถึงการที่ไวรัสแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง reduce สื่อว่าความเสี่ยงลดลง ไม่ใช่ป้องกันได้ทั้งหมด การแพร่เชื้อยังคงเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
พิจารณาว่าข้อความนี้ถูกหรือผิด: If a medicine reduces the risk of transmission, transmission becomes impossible.
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
in the case of HSV-2: จำกัดข้อความไว้ที่หัวข้อเดียว
in the case of + คำนาม บอกว่าข้อความหนึ่งใช้กับหัวข้อหรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ ในที่นี้ วลีดังกล่าวจำกัดตัวเลขการลดความเสี่ยงก่อนหน้าไว้ที่ HSV-2 กล่าวคือตัวเลขนี้เป็นของ HSV-2 โดยเฉพาะ case ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือหัวข้อที่กำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงผู้ป่วยรายหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in the case of เพื่อจำกัดข้อความให้อยู่ที่หัวข้อเดียว
- In the case of electric vehicles, battery range matters to many buyers.
- In case of a battery fire, leave the vehicle and call emergency services.
- Keep a charging card with you in case the station does not accept cash.
ดูคำตอบ
In the case of electric vehicles, battery range matters to many buyers.
symptoms and shedding usually decline as the body produces immunity against the virus, วลี
4:58อาการและการแพร่กระจายของเชื้อจะลดลง เนื่องจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส
produces immunity against the virus: สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส
ในวลี produces immunity against the virus คำว่า produce หมายถึง “ทำให้ร่างกายสร้างขึ้น” ส่วน immunity คือการป้องกันที่ระบบภูมิคุ้มกันสร้างขึ้น Against the virus ระบุว่าการป้องกันนั้นมุ่งไปที่อะไร ในที่นี้ against บอกเป้าหมายของการป้องกัน ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันทั่วไป รูปแบบ produce immunity against + โรคหรือเชื้อก่อโรค ใช้อธิบายได้ว่าการติดเชื้อ การฉีดวัคซีน หรือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันสร้างการป้องกันอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าวัคซีนช่วยให้ร่างกายสร้างการป้องกันที่มุ่งเฉพาะต่อไวรัสชนิดหนึ่ง?
- The vaccine helps the virus produce immunity against the body.
- The vaccine helps the body reduce immunity against the virus.
- The vaccine helps the body produce immunity against the virus.
ดูคำตอบ
The vaccine helps the body produce immunity against the virus.
though there is always some risk of flare-ups and transmission. ลำดับความ
5:04แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่จะเกิดการกำเริบและการแพร่เชื้อ
though there is always some risk of...: เตือนว่ายังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
though เพิ่มข้อสงวนให้กับข้อมูลเชิงบวกก่อนหน้า โดยเตือนผู้ฟังว่าอย่าตีความ “อาการและการปล่อยเชื้อมักลดลง” เป็น “ปัญหาหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว” There is always some risk of flare-ups and transmission หมายความว่ายังมีความเป็นไปได้ที่อาการจะกำเริบและเกิดการแพร่เชื้อ Some risk หมายถึงความเสี่ยงไม่เป็นศูนย์ ไม่ได้บอกว่าความเสี่ยงสูง และการมีความเสี่ยงก็ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: ประโยค “The treatment helps, though there is still some risk of side effects.” บอกว่าผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
scientists have searched for treatments that can prevent or cure herpes.
5:11นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นหาวิธีการรักษาที่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคเริมให้หายขาดได้
That's why ... scientists have searched for: เชื่อมเหตุเข้ากับการกระทำระยะยาว
That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือปัญหาที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือการกระทำที่เกิดจากสิ่งนั้น ในที่นี้ why ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่อนุประโยคนี้บอกว่าปัญหาก่อนหน้าทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหาวิธีรักษา ในส่วนที่เน้นไว้ for decades บอกระยะเวลา ส่วน have searched ใช้ present perfect เพื่อเชื่อมความพยายามอันยาวนานในอดีตเข้ากับปัจจุบัน ถ้อยคำทั้งหมดจึงพาคำอธิบายจากปัญหาที่ดำเนินอยู่ไปสู่การรับมือระยะยาว
แบบฝึกหัด
บริษัทแห่งหนึ่งเพิ่งอธิบายปัญหา ข้อใดใช้ That's why ได้ถูกต้องเพื่อนำเข้าสู่การกระทำที่เกิดจากปัญหานั้น
- Our servers fail during power cuts. That's why we installed backup batteries.
- Our servers fail during power cuts. That's why did we install backup batteries?
- Our servers fail during power cuts. That's because we installed backup batteries.
ดูคำตอบ
Our servers fail during power cuts. That's why we installed backup batteries.
But the virus's unique ability to establish silent infections and evade the immune system has made progress difficult. โน้ต
5:16แต่ความสามารถเฉพาะตัวของไวรัสในการก่อให้เกิดการติดเชื้อแบบแอบแฝงและหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ความก้าวหน้าเป็นไปอย่างยากลำบาก
establish silent infections: การติดเชื้อที่เกิดขึ้นโดยไม่มีอาการชัดเจน
ใน establish silent infections คำว่า establish หมายถึงไวรัสสามารถเข้าไปตั้งหลักและก่อให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายของโฮสต์ได้สำเร็จ ไม่ได้หมายถึงการก่อตั้งองค์กรหรือสถาบัน Silent อธิบายลักษณะที่การติดเชื้อปรากฏในทางคลินิก คือไม่มีอาการชัดเจนหรือสังเกตได้ยาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเสียง และวลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อไม่เป็นอันตราย หายไปแล้ว หรือไม่สามารถแพร่ได้
แบบฝึกหัด
ในบทความทางการแพทย์ establish silent infections น่าจะหมายถึงอะไร
- พิสูจน์ว่าการติดเชื้อหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
- ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ตั้งหลักได้โดยไม่มีอาการชัดเจน
- สร้างการติดเชื้อที่แทบไม่ก่อให้เกิดเสียง
ดูคำตอบ
ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ตั้งหลักได้โดยไม่มีอาการชัดเจน
evade the immune system: หลบเลี่ยงการตรวจจับหรือการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกัน
evade the immune system หมายถึง หลบพ้นการตรวจจับหรือการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกัน คำว่า evade สื่อว่าบางสิ่งสามารถผ่านกลไกที่พยายามระบุ ติดตาม หรือหยุดมันได้ ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าไวรัสวางแผนอย่างมีสติ แต่บอกผลลัพธ์ว่าการป้องกันของภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจพบหรือทำลายไวรัส แบคทีเรีย หรือเซลล์มะเร็งได้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามนี้ evade the immune system: Some cancer cells can ____ and continue growing.
ดูคำตอบ
evade the immune system
has made progress difficult: make + กรรม + คำคุณศัพท์
has made progress difficult ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย progress เป็นกรรม และ difficult อธิบายสภาพที่เกิดจากความสามารถของไวรัส ในที่นี้ made ไม่ได้รวมกับ progress เป็นสำนวนแยก make progress ที่แปลว่ามีความก้าวหน้า เพราะมี difficult ตามหลัง progress โครงสร้างทั้งหมดจึงหมายถึงความก้าวหน้าเกิดขึ้นได้ยาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลลัพธ์ที่เกิดจากสาเหตุหนึ่ง?
- The delay made the journey was stressful.
- The delay made the journey stressful.
- The delay made the journey stressfully.
ดูคำตอบ
The delay made the journey stressful.
Still, there's hope: เปลี่ยนจากอุปสรรคไปสู่การมองในแง่ดี
เมื่ออยู่ต้นประโยค Still หมายถึง “แม้จะมีสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป” หรือ “ถึงอย่างนั้น” คำนี้ยอมรับความยากลำบากที่กล่าวมาก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้น There's hope เป็นการสรุปเชิงบวกนั้นอย่างสั้น ๆ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากอุปสรรคหรือข้อจำกัดไปสู่เหตุผลที่ทำให้มองโลกในแง่ดี โดย Still ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่นิ่ง”
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ Still ที่ต้นประโยคเพื่อยอมรับอุปสรรค แล้วเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลเชิงบวก?
- The first prototype succeeded. Still, that success caused the team to celebrate.
- The machine stayed still, so the test could begin.
- The first prototype failed. Still, the team has two promising alternatives.
ดูคำตอบ
The first prototype failed. Still, the team has two promising alternatives.
Breakthroughs in emerging technologies like gene editing and novel vaccines show promise in the fight against this stealthy virus. สำนวน
5:26ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น การตัดต่อยีนและวัคซีนรูปแบบใหม่ แสดงให้เห็นถึงความหวังในการต่อสู้กับไวรัสที่ซ่อนเร้นนี้
show promise in the fight against this stealthy virus: การมองในแง่ดีอย่างระมัดระวังและอุปลักษณ์การต่อสู้
show promise หมายถึง “แสดงสัญญาณเบื้องต้นว่าอาจประสบความสำเร็จ” เป็นการประเมินเชิงบวกอย่างระมัดระวัง กล่าวคือ เทคโนโลยีเหล่านี้ดูมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าจะสำเร็จ in the fight against เปรียบการวิจัยทางการแพทย์เป็นการต่อสู้ ส่วน stealthy บรรยายไวรัสว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ตรวจจับได้ยาก นี่เป็นภาษาเชิงอุปมา หมายความว่าไวรัสระบุหรือกำจัดได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าไวรัสวางแผนหรือซ่อนตัวโดยเจตนา
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ show promise in the fight against this stealthy virus มากที่สุด?
- สัญญาณเบื้องต้นน่าพอใจ และไวรัสถูกเปรียบเป็นคู่ต่อสู้ที่ตรวจจับได้ยาก
- เทคโนโลยีเหล่านี้รับประกันความสำเร็จแล้ว และไวรัสกำลังวางแผนโดยเจตนา
- เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังต่อสู้ทางกายภาพกับไวรัสที่อยู่นิ่งสนิท
ดูคำตอบ
สัญญาณเบื้องต้นน่าพอใจ และไวรัสถูกเปรียบเป็นคู่ต่อสู้ที่ตรวจจับได้ยาก
Do you ever feel like you don't know enough about your own body? น้ำเสียง/เจตนา
5:37คุณเคยรู้สึกไหมว่า คุณไม่รู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเองมากพอ?
Do you ever feel like ...?: คำถามที่ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกร่วม
Do you ever feel like + อนุประโยค ใช้ถามว่าผู้ฟังเคยมีความรู้สึกหรือความคิดบางอย่างในเวลาใดเวลาหนึ่งหรือไม่ ในที่นี้ ever หมายถึง “เคย” หรือ “บางครั้ง” ไม่ใช่ “ตลอดเวลา” และหลัง feel like ตามด้วยอนุประโยค you don't know enough about your own body เมื่อพูดกับผู้ชม คำถามนี้อาจเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ คือชวนให้ผู้ชมมองเห็นประสบการณ์แบบเดียวกันในตัวเองและเชื่อมไปยังหัวข้อถัดไป แม้ไม่ได้คาดหวังให้ตอบออกเสียงก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมคำถามให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบการชวนผู้ชมมีส่วนร่วมจากบทเรียนนี้: ____ you need a break from social media?
ดูคำตอบ
Do you ever feel like
everything from A to B to why ...: การใช้รายการแสดงขอบเขตหัวข้อที่กว้าง
Everything from A to B นำเสนอตัวอย่างเป็นช่วง และมักใช้สื่อถึงความหลากหลาย ไม่ใช่จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดตามตัวอักษร ในประโยคนี้ baldness, muscle growth และ why we have hair in such random places เป็นหัวข้อตัวอย่างที่แสดงว่าเนื้อหาครอบคลุมกว้าง คำว่า to ที่เพิ่มเข้ามาช่วยต่อรายการให้มีจังหวะเป็น from A to B to C ในภาษาสนทนาและภาษาประชาสัมพันธ์ โครงสร้างนี้สามารถรวมวลีนามกับอนุประโยค why ได้ โดยอนุประโยคสุดท้ายทำให้ตัวอย่างสุดท้ายกลายเป็นคำถามที่เจาะจงขึ้น Everything เป็นคำกล่าวกว้าง ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์ ไม่ได้สัญญาว่าจะครอบคลุมทุกเรื่องอย่างครบถ้วนเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกช่วงรายการในรูปแบบ everything from A to B to C: The podcast explores everything ____ sleep ____ memory ____ why we dream.
ดูคำตอบ
from · to · to
Stay tuned and stay curious: คำชวนปิดท้ายที่ใช้โครงสร้างขนาน
Stay tuned เป็นสำนวนที่หมายถึง “ติดตามชม ฟัง หรือรอดูสิ่งที่จะตามมา” ในประโยคปิดท้ายวิดีโอนี้ สำนวนดังกล่าวบอกเป็นนัยว่าจะมีเนื้อหาเพิ่มเติม ไม่ได้เป็นคำสั่งตามตัวอักษรให้ปรับคลื่นวิทยุ Stay curious หมายถึง “รักษาความอยากเรียนรู้และตั้งคำถามไว้” ประโยคคำสั่งทั้งสองส่วนใช้รูป stay + ส่วนเติมเต็ม ซ้ำกัน โดย tuned เป็นรูปกริยาช่อง 3 ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม ส่วน curious เป็นคำคุณศัพท์ โครงสร้างขนานนี้ทำให้ประโยคปิดท้ายสั้น มีจังหวะ และให้กำลังใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคปิดท้ายข้อใดชวนให้ผู้ชมติดตามข้อมูลต่อไป พร้อมกับเปิดใจและตั้งคำถามอยู่เสมอได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Stay tuning and stay curious.
- Stay tuned and stay curiosity.
- Stay tuned and stay curious.
ดูคำตอบ
Stay tuned and stay curious.