การระเบิดที่ใหญ่ที่สุด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
คำอธิบาย: วิดีโอเปรียบเทียบดินปืนไร้ควัน ดอกไม้ไฟ ทีเอ็นที การทดลองนิวเคลียร์ ซาร์บอมบา และซูเปอร์โนวาบนสเกลพลังงานเดียวกัน โดยใช้คลื่นกระแทกแยกการลุกไหม้รวดเร็วออกจากดีโทเนชัน ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. “deflagrates.” — ความหมายและระดับภาษา: แยกการลามของเปลวไฟที่ช้ากว่าเสียงจาก “detonates” และเข้าใจว่าการเผาไหม้เร็วไม่ได้สร้างคลื่นกระแทกเสมอไป 2. “To give you a sense of scale,” — การเรียบเรียงเรื่องและวาทศิลป์: สังเกตการเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์เปรียบเทียบที่จับต้องได้ และใช้เพื่อทำให้ปริมาณมหาศาลเข้าใจง่าย 3. “at the end of the day,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสื่อถึงข้อสรุปสุดท้าย ไม่ใช่เวลาสิ้นวัน และปิดการเปรียบเทียบจากวัตถุระเบิดของมนุษย์ไปถึงซูเปอร์โนวา
คำอธิบายในบทเรียนนี้
my dad lit off what is known as a quarter stick. วลี
0:05พ่อของผมจุดประทัดชนิดที่เรียกว่า quarter stick
what is known as: การเกริ่นชื่อที่ใช้เรียกกันทั่วไป
ในที่นี้ what is known as ใช้เกริ่นชื่อที่คนทั่วไปเรียกสิ่งที่พ่อของผู้พูดจุดขึ้นมา นั่นคือ quarter stick รูปแบบคือ what is known as + ชื่อหรือคำเรียก ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “สิ่งที่คนเรียกว่า...” โดย known ไม่ได้เพียงหมายความว่าสิ่งนั้นเป็นที่รู้จักเท่านั้น นามวลีทั้งหมดสามารถอยู่ในตำแหน่งเดียวกับคำนามทั่วไปในประโยคได้: lit off [what is known as a quarter stick] ในรูปแบบนี้ as เชื่อมสิ่งของเข้ากับชื่อที่ใช้เรียกกัน ไม่ได้บอกบทบาทหรือฐานะของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่ใช้เกริ่นชื่อเรียกทั่วไป: The museum displays ____ a chronometer.
ดูคำตอบ
what is known as
The point is that today we're going to talk about explosives. ลำดับความ
0:19ประเด็นคือ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องวัตถุระเบิด
The point is that: การกลับเข้าสู่สาระหลัก
The point is that ใช้เกริ่นแนวคิดหลักที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจ ในที่นี้สำนวนดังกล่าวปิดเรื่องเล่าช่วงต้นแล้วเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อจริง คือวัตถุระเบิด โดย point หมายถึงสาระหรือข้อความหลัก ไม่ใช่สถานที่ คะแนน หรือปลายแหลม รูปแบบ The point is that + อนุประโยค สามารถใช้สรุปข้อโต้แย้ง ดึงการสนทนากลับเข้าประเด็น หรือบอกการเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่ข้อสรุปสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสี่คำที่ดึงความสนใจกลับมาสู่สาระหลัก: ____ we need a safer plan.
ดูคำตอบ
The point is that
way down the scale: ตำแหน่งที่ต่ำมากบนมาตรวัดเปรียบเทียบ
ในที่นี้ scale คือช่วงสมมติที่ใช้เปรียบเทียบอานุภาพการระเบิด way down the scale จัดให้ดินปืนดำและดินปืนไร้ควันอยู่ใกล้ปลายด้านต่ำของช่วงนั้น เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่ทรงพลังกว่ามากซึ่งจะกล่าวถึงภายหลัง down เป็นการเปรียบเปรย ไม่ใช่การเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ ส่วน way ทำหน้าที่เน้น down ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงอยู่ต่ำกว่ามากบนมาตรวัด ไม่ใช่เพียงต่ำกว่าเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
way down the scale หมายถึงอะไรในประโยคนี้: 'Among these investment options, insured savings accounts are way down the scale when it comes to risk'?
- สิ่งเหล่านี้กำลังเคลื่อนลงด้านล่างจริง ๆ
- สิ่งเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำมากบนมาตรวัดความเสี่ยง
- สิ่งเหล่านี้อยู่ในระดับความเสี่ยงสูงที่สุด
ดูคำตอบ
สิ่งเหล่านี้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำมากบนมาตรวัดความเสี่ยง
Now, usually smokeless powder doesn't even detonate.
0:29โดยปกติแล้ว ดินปืนไร้ควันไม่ได้ระเบิดแบบดีโทเนชันด้วยซ้ำ
deflagrates: การแพร่ของแนวการเผาไหม้ด้วยความเร็วต่ำกว่าเสียง
Deflagrates เป็นรูปกริยาสำหรับประธานเอกพจน์บุรุษที่สามของ deflagrate ซึ่งเป็นกริยาเชิงเทคนิคสำหรับการเผาไหม้ที่แนวเปลวไฟหรือแนวปฏิกิริยาเคลื่อนผ่านวัสดุด้วยความเร็วต่ำกว่าความเร็วเสียงเฉพาะที่ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายสิ่งที่โดยปกติเกิดกับดินปืนไร้ควันแทนการเกิดดีโทเนชัน ดีแฟลเกรชันยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้อนจัด และเป็นอันตรายได้ คำนี้อธิบายว่าการเผาไหม้แพร่ไปอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเผาไหม้ที่อ่อนโยนหรือไม่เป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
ใน 'The fuel-air mixture deflagrates rather than detonates' ข้อใดอธิบายได้ถูกต้อง?
- แนวการเผาไหม้เคลื่อนที่ต่ำกว่าความเร็วเสียงเฉพาะที่
- วัสดุสร้างแนวดีโทเนชันความเร็วเหนือเสียง
- ปฏิกิริยานี้ต้องช้าและไม่เป็นอันตรายเสมอ
ดูคำตอบ
แนวการเผาไหม้เคลื่อนที่ต่ำกว่าความเร็วเสียงเฉพาะที่
an explosion is only a detonation when the material or the gases expelled travel faster than the speed of sound.
0:34การระเบิดจะนับเป็นดีโทเนชันก็ต่อเมื่อสสารหรือก๊าซที่พุ่งออกมาเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วเสียง
we want a bullet's propellant to deflagrate,
0:46เราต้องการให้สารขับดันของกระสุนลุกไหม้แบบดีแฟลเกรชัน
because we want it to have enough power to move the bullet quickly,
0:50เพราะเราต้องการให้มันมีแรงมากพอที่จะส่งกระสุนออกไปอย่างรวดเร็ว
but not release its energy so fast as to damage the gun or ourselves. ไวยากรณ์
0:53แต่ไม่ปล่อยพลังงานเร็วเกินไปจนทำให้ปืนเสียหายหรือตัวเราได้รับบาดเจ็บ
so fast as to + กริยา: การบอกผลลัพธ์ที่เกิดจากระดับความมาก
ใน so fast as to damage โครงสร้าง so + คำกริยาวิเศษณ์ + as to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงระดับที่มากพอจะก่อให้เกิดผลที่กล่าวไว้ ในที่นี้ fast บอกความเร็วของการปล่อยพลังงาน ส่วน damage ระบุผลที่อาจเกิดขึ้น not ที่อยู่ข้างหน้าครอบคลุม release its energy so fast as to damage กล่าวคือ ต้องไม่ปล่อยพลังงานเร็วถึงระดับที่จะทำให้ปืนหรือคนที่อยู่ใกล้เสียหายหรือบาดเจ็บ ในโครงสร้างนี้ as to เป็นส่วนหนึ่งของ so ... as to ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับ”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผลลัพธ์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “ด้วยความเร็วมากพอที่จะทำให้ร้อนเกินไป” ลงในประโยค: The motor should run quickly, but not ____ overheat.
ดูคำตอบ
so quickly as to
Take a look at some smokeless powder lit in the open and slow motion.
0:57ลองดูภาพสโลว์โมชันของดินปืนไร้ควันที่ถูกจุดในที่โล่ง
the gases it expels never exceed the speed of sound and no shock wave is produced.
1:04ก๊าซที่ปล่อยออกมาไม่เคยเร็วเกินความเร็วเสียง และไม่เกิดคลื่นกระแทก
We’re looking at X here, not Y: การแก้ไขการจัดประเภท
We’re looking at deflagration here, not detonation จัดปรากฏการณ์ที่กำลังกล่าวถึงว่าเป็น deflagration และปฏิเสธการจัดประเภทอีกแบบคือ detonation อย่างชัดเจน ข้อมูลถูกเรียงในรูป X here, not Y คือระบุประเภทที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงปิดกั้นความเข้าใจผิดที่น่าจะเกิดขึ้น ในกรอบนี้ look at หมายถึง “กำลังสังเกตหรือกำลังรับมือกับกรณีหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงเพียง “หันสายตาไปยัง” กรอบนี้นำไปใช้กับคำอธิบายอื่นได้: We’re looking at X here, not Y.
แบบฝึกหัด
ในรายงานฉบับหนึ่ง ข้อมูลแสดงการลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การตกฮวบเพียงวันเดียว ประโยคใดใช้กรอบการแก้ไขเพื่อจัดประเภทแนวโน้มนี้
- We’re looking at a long-term trend here and a one-day drop.
- We’re looking at a long-term trend here, not a one-day drop.
- We’re looking for a long-term trend here, not a one-day drop.
ดูคำตอบ
We’re looking at a long-term trend here, not a one-day drop.
they don't have enough power to really ever be set to detonate.
1:29มันจึงมีพลังไม่พอจะทำให้ระเบิดแบบดีโทเนชันได้เลย
as such ที่เชื่อมเหตุและผล
ในประโยคนี้ as such ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวไปว่า ดอกไม้ไฟสำหรับผู้บริโภคใช้ดินปืนดำหรือดินปืน แล้วนำเสนออนุประโยคถัดไปเป็นผลลัพธ์ กล่าวคือ เพราะเหตุนี้ ดอกไม้ไฟจึงมีกำลังไม่มากพอที่จะถูกตั้งให้เกิดการระเบิดแบบ detonation ได้ นี่เป็นการใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล โดย such รวบยอดข้อเท็จจริงก่อนหน้า ส่วน as such พาคำอธิบายจากเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้หมายถึง “ดังนั้น” หรือ “จากข้อเท็จจริงนั้น” ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรว่า “ในฐานะสิ่งประเภทนี้”
แบบฝึกหัด
as such ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- ระบุว่าดอกไม้ไฟเป็นสมาชิกของประเภทที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ
- นำเสนอข้อยกเว้นของข้อความเกี่ยวกับดินปืนดำ
- ย้อนอ้างถึงข้อมูลที่กล่าวไว้แล้วและนำเข้าสู่ผลลัพธ์
ดูคำตอบ
ย้อนอ้างถึงข้อมูลที่กล่าวไว้แล้วและนำเข้าสู่ผลลัพธ์
The same goes for that quarter stick you saw my dad light off. วลี
1:32quarter stick ที่คุณเห็นพ่อผมจุดก็เหมือนกัน
The same goes for + นามวลี
The same goes for ใช้แนะนำบุคคลหรือสิ่งของใหม่ และบอกว่าข้อความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไปใช้กับสิ่งนั้นด้วย ในที่นี้ ข้อสรุปก่อนหน้าเกี่ยวกับดอกไม้ไฟสำหรับผู้บริโภคถูกขยายไปใช้กับ quarter stick โดยไม่ต้องกล่าวซ้ำ ในโครงสร้างนี้ goes หมายถึง “ใช้ได้กับ” หรือ “เป็นจริง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง รูปแบบคือ The same goes for + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่าคำสั่งแรกใช้กับอีกกลุ่มหนึ่งด้วย: Staff must show identification at the entrance. ____ all visitors.
ดูคำตอบ
The same goes for
cherry bombs are louder and often illegal,
1:37รวมถึงประทัด cherry bomb ต่างก็เสียงดังกว่าและมักผิดกฎหมาย
But that doesn't mean fireworks can't be amazing. ไวยากรณ์
1:44แต่นั่นไม่ได้แปลว่าดอกไม้ไฟจะน่าตื่นตาตื่นใจไม่ได้
that doesn't mean ... can't be: การปฏิเสธข้อสรุปที่ผิด
โครงสร้าง that doesn't mean + อนุประโยคที่มี can't ใช้ปฏิเสธข้อสรุปที่เกินจากข้อมูลที่มี ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงที่กล่าวมาก่อนไม่ได้ทำให้สรุปได้ว่า “ดอกไม้ไฟไม่มีทางน่าทึ่ง” คำปฏิเสธสองจุดมีขอบเขตต่างกัน: doesn't ปฏิเสธการอนุมาน ส่วน can't อยู่ภายในข้อสรุปที่กำลังถูกปฏิเสธ ประโยคนี้เปิดโอกาสไว้—และในบริบทนี้สื่ออย่างชัดเจน—ว่าดอกไม้ไฟยังอาจน่าทึ่งได้ แต่ในทางตรรกะไม่ได้เท่ากับการยืนยันตรง ๆ ว่าดอกไม้ไฟน่าทึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนปฏิเสธแบบย่อสองส่วนจากโครงสร้างเป้าหมาย: A smaller budget ____ the show ____ impressive.
ดูคำตอบ
doesn't mean · can't be
some of the largest shells in use are 48 in across.
1:47ลูกพลุขนาดใหญ่ที่สุดบางลูกที่ใช้งานอยู่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 48 นิ้ว
When they fail to launch and burst on the ground instead,
2:11แต่ถ้ามันยิงไม่ขึ้นและระเบิดบนพื้นแทน
move on to: เปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป
move on to หมายถึงการหยุดมุ่งเน้นหัวข้อหรือขั้นตอนปัจจุบันแล้วเริ่มหัวข้อหรือขั้นตอนถัดไป ในที่นี้วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยจบการพูดถึงดอกไม้ไฟและเริ่มแนะนำการระเบิดแบบดีโทเนชัน กรรมหลัง to ระบุหัวข้อที่จะพูดต่อไป โดยมีโครงสร้าง move on to + คำนามหรือวลีคำนาม ในที่นี้เป็นการเปลี่ยนหัวข้อในการพูด ไม่ใช่การบรรยายการเคลื่อนที่ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดสื่อถึงการเริ่มหัวข้อถัดไปที่ยังไม่ได้พูดถึงได้ดีที่สุด? We've finished the budget review, and the hiring plan has not been discussed yet. Let's ___ the hiring plan.
- return to
- put off
- move on to
- skip
ดูคำตอบ
move on to
whether it's a conventional explosive or a nuclear bomb or an asteroid impact or an earthquake,
2:25ไม่ว่าจะเป็นวัตถุระเบิดทั่วไป ระเบิดนิวเคลียร์ อุกกาบาตพุ่งชน หรือแผ่นดินไหว
you would have to detonate to get an equivalently strong explosion.
2:34ที่ต้องจุดระเบิดเพื่อให้ได้แรงระเบิดเทียบเท่ากัน
No matter what: ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยน ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน
No matter what ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข โดยผลลัพธ์ในประโยคหลักยังเป็นจริงไม่ว่าคำตอบที่เป็นไปได้ของ what จะเป็นอะไร ในที่นี้ what material releases the energy มองแหล่งพลังงานเป็นตัวแปรที่เปิดกว้าง ไม่ใช่คำถามโดยตรง รายการหลัง whether แสดงค่าที่เป็นไปได้หลายค่าของตัวแปรนั้น ส่วนประโยคหลักบอกข้อสรุปร่วม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter + คำหรือวลีคำถาม + อนุประโยค แล้วเชื่อมกับประโยคหลักที่ยังคงเป็นจริงแม้ตัวแปรจะเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน no matter สามคำที่หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”: ____ happens during the trip, remain calm.
ดูคำตอบ
No matter what
how much TNT ... an equivalently strong explosion: ค่าเทียบเท่า TNT
ตามธรรมเนียมการวัดนี้ how much TNT หมายถึงปริมาณ TNT ที่จะปลดปล่อยพลังงานเท่ากัน ส่วน an equivalently strong explosion ระบุเกณฑ์ที่ใช้เทียบกัน นี่คือการเปรียบเทียบพลังงานที่มักเรียกว่าค่าเทียบเท่า TNT ไม่ใช่การบอกว่ามี TNT อยู่จริง การแปลงเหตุการณ์ที่แตกต่างกันมากให้อยู่บนมาตราส่วน TNT เดียวกันทำให้เปรียบเทียบพลังงานที่ปลดปล่อยได้ ดังนั้น ตัวเลขที่ระบุเป็นตันหรือกิโลตันของ TNT จึงใช้อธิบายการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยหรือแผ่นดินไหวได้ โดยไม่ได้หมายความว่า TNT เป็นสาเหตุของเหตุการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า: An asteroid impact released energy equivalent to 20 kilotons of TNT. ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร
- การพุ่งชนปลดปล่อยพลังงานใกล้เคียงกับการจุดระเบิด TNT 20 กิโลตัน
- พบ TNT 20 กิโลตันอยู่ภายในดาวเคราะห์น้อย
- การพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยเกิดจากการระเบิดของ TNT
ดูคำตอบ
การพุ่งชนปลดปล่อยพลังงานใกล้เคียงกับการจุดระเบิด TNT 20 กิโลตัน
by a defense contractor disposing of explosives. กริยาวลี
2:45โดยผู้รับเหมาด้านกลาโหมที่กำลังกำจัดวัตถุระเบิด
To give you a sense of scale: เกริ่นเพื่อให้จุดอ้างอิง
To give you a sense of scale เป็นอนุประโยคบอกจุดประสงค์ที่บอกผู้ฟังว่าเหตุใดจึงยกตัวอย่างถัดไป โดยส่งสัญญาณว่าสิ่งที่จะตามมาเป็นจุดอ้างอิงเพื่อช่วยให้เข้าใจขนาด ไม่ใช่ข้อเสนอใหม่ที่แยกออกมา sense ในที่นี้หมายถึงความเข้าใจโดยสัญชาตญาณ หลังจากคำเกริ่นนี้ ผู้ฟังคาดได้ว่าจะมีการเปรียบเทียบ ภาพ หรือปริมาณที่คุ้นเคย เพื่อช่วยให้นึกภาพขนาดหรือตัวเลขเชิงนามธรรมได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดส่งสัญญาณอะไรด้วย “To give you a sense of scale” ก่อนแสดงภาพการระเบิด?
- ตัวอย่างถัดไปจะให้จุดอ้างอิงเพื่อช่วยให้เข้าใจขนาด
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงข้อเสนอที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้ฟังควรจดจ่อกับประสาทสัมผัสทางกายหนึ่งในห้าอย่าง
ดูคำตอบ
ตัวอย่างถัดไปจะให้จุดอ้างอิงเพื่อช่วยให้เข้าใจขนาด
Dispose of: กำจัดบางสิ่งด้วยการจัดการ
Dispose of เป็นกริยาหลายคำที่หมายถึงการกำจัด เอาออก หรือจัดการบางสิ่งเพื่อให้สิ่งนั้นไม่อยู่หรือไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายงานของผู้รับเหมา คือการกำจัดวัตถุระเบิดด้วยกระบวนการที่มีการควบคุม ต้องมีคำบุพบท of และสิ่งที่ถูกกำจัดจะตามหลังคำนี้: dispose of explosives รูป disposing of ถูกใช้เพราะวลีนี้อยู่ในอนุประโยคที่ใช้รูป participle เพื่ออธิบายว่าผู้รับเหมากำลังทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “กำจัดด้วยการจัดการที่เหมาะสม”: The lab follows strict procedures to ____ chemical waste safely.
ดูคำตอบ
dispose of
a wave made of areas of high pressure and low pressure.
2:59มันคือคลื่นที่ประกอบด้วยบริเวณความดันสูงและความดันต่ำ
shock wave ในฐานะปรากฏการณ์ความดัน
shock wave คือแนวหน้าความดันที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งความดันและสภาวะทางกายภาพที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ในประโยคนี้หมายถึงคลื่นทางกายภาพที่เกิดจากการระเบิดแบบดีโทเนชัน ไม่ใช่ความรู้สึกตกใจของบุคคล อนุประโยค which ที่ตามมานิยามคำนี้ด้วยการอธิบายบริเวณความดันสูงและความดันต่ำ ในทางไวยากรณ์ shock ขยาย wave เพื่อบอกชนิดของคลื่น ดังนั้นคำนี้จึงหมายถึงการรบกวนของความดันเอง ไม่ใช่กลุ่มเมฆหรือเศษวัสดุที่มองเห็นได้รอบการระเบิด
แบบฝึกหัด
ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ shock wave ใน “The blast produced a shock wave” หมายถึงอะไร
- การรบกวนความดันแบบฉับพลันที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลาง
- ความรู้สึกประหลาดใจอย่างฉับพลันของบุคคล
- กลุ่มเมฆที่มองเห็นได้ซึ่งเหลืออยู่หลังการระเบิด
ดูคำตอบ
การรบกวนความดันแบบฉับพลันที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลาง
such + คำคุณศัพท์ + คำนาม + that เพื่อแสดงผลลัพธ์
ใน such low pressure that ... คำว่า such เน้นระดับของนามวลี low pressure ส่วนอนุประโยค that บอกผลลัพธ์ ความหมายคือความดันต่ำมากพอที่จะทำให้ไอน้ำรอบ ๆ ควบแน่น โครงสร้างคือ such + คำคุณศัพท์ + คำนามนับไม่ได้หรือคำนามพหูพจน์ + that + อนุประโยค หากเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ ให้ใช้ such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนาม + that ในที่นี้ such แสดงระดับ ไม่ได้ชี้กลับไปยังชนิดของความดันที่ระบุไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่สร้างโครงสร้างผลลัพธ์ such ... that ให้สมบูรณ์: The chamber was under ____ low pressure ____ water began to boil at room temperature.
ดูคำตอบ
such · that
where the shock wave is particularly visible as it approaches and hits the cameraman.
3:14ที่มองเห็นคลื่นกระแทกได้ชัดเป็นพิเศษขณะมันเคลื่อนเข้ามาและปะทะช่างกล้อง
คำนามประสม shock condensation clouds
shock condensation clouds เป็นกลุ่มคำนามประสมทางวิทยาศาสตร์ คำสุดท้ายคือ clouds ซึ่งเป็นคำนามหลัก ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงเมฆชนิดหนึ่ง condensation บอกว่าเมฆก่อตัวอย่างไร ส่วน shock เชื่อมการควบแน่นนั้นกับการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็วรอบคลื่นกระแทก วลีนี้หมายถึงเมฆที่มองเห็นได้ชั่วครู่และประกอบด้วยหยดน้ำที่ควบแน่น เมื่อต้องแยกความหมายของกลุ่มคำนามทางเทคนิคที่คล้ายกัน ให้หาคำนามตัวสุดท้ายก่อน แล้วอ่านคำนามที่อยู่ข้างหน้าเป็นคำขยายที่ทำให้ความหมายเฉพาะเจาะจงขึ้น
แบบฝึกหัด
ในวลี shock condensation clouds ตัวเลือกใดระบุคำนามหลักและหมวดความหมายพื้นฐานของทั้งวลีได้ถูกต้อง
- shock — แรงกระแทกชนิดหนึ่ง
- clouds — เมฆชนิดหนึ่ง
- condensation — การควบแน่นชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ
clouds — เมฆชนิดหนึ่ง
set off ในความหมายว่า “ทำให้เกิดการระเบิด”
ในที่นี้ set off หมายถึง “ทำให้ระเบิด” หรือ “จุดชนวน” เป็นกริยาวลีแบบมีกรรม กล่าวคือมีใครบางคน set off the explosions และ by the United States ระบุผู้กระทำว่าเป็นสหรัฐอเมริกา วลี set off by the United States เป็นวลีคุณศัพท์รูปอดีตกริยาที่ขยาย explosions และเป็นรูปย่อของ explosions that were set off by the United States คำนาม explosions ที่อยู่รอบวลีช่วยเลือกความหมายนี้จากความหมายอื่น ๆ ของ set off
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “กระตุ้นให้ทำงาน”: The sudden vibration ____ the security alarm.
ดูคำตอบ
set off
The US wanted to know how nuclear attacks would affect naval ships,
3:35สหรัฐฯ ต้องการรู้ว่าการโจมตีด้วยนิวเคลียร์จะส่งผลต่อเรือรบอย่างไร
on an island with US ships anchored nearby.
3:42บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยมีเรือของสหรัฐฯ จอดทอดสมออยู่ใกล้ ๆ
When it does: does ที่ใช้แทน explode
ใน When it does คำว่า does ใช้แทนการกระทำ explode ที่กล่าวถึงก่อนหน้า อนุประโยคนี้หมายถึง “เมื่อมันระเบิด” ไม่ใช่ “เมื่อมันทำอะไรบางอย่าง” โดยต้องดูจากประโยคก่อนหน้าว่าการกระทำนั้นคืออะไร การใช้ do, does หรือ did แบบนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดวลีกริยาที่ชัดเจนอยู่แล้วซ้ำอีก แต่รูปคำยังต้องสอดคล้องกับประธานและเวลา เช่น it does, they do และ it did
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยอนุประโยคบอกเวลาสามคำที่ขึ้นต้นด้วย When และใช้ do แทนกริยาที่กล่าวแล้ว: The alarm will ring at noon. ____, leave the room calmly.
ดูคำตอบ
When it does
the US tested actual nuclear weapons to see how underwater detonations
3:59สหรัฐฯ เคยทดสอบอาวุธนิวเคลียร์จริง เพื่อดูว่าการระเบิดแบบดีโทเนชันใต้น้ำ
not 100 tons ... not 500 tons, but 8,000 tons: การเปิดเผยที่เลื่อนไว้ท้ายสุด
หลัง the equivalent of ผู้พูดเสนอปริมาณที่เป็นไปได้สามค่าในโครงสร้างขนานกัน not ตัวแรกปฏิเสธ 100 ตัน not ตัวที่สองปฏิเสธ 500 ตัน และ but นำเสนอ 8,000 ตันว่าเป็นค่าที่แท้จริง ปริมาณเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่แทนกัน ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องนำมาบวกหรือลบ รูปแบบ not A, not B, but C เลื่อนข้อมูลสำคัญไปไว้ท้ายสุด ทุกค่าที่ถูกปฏิเสธจะเพิ่มความคาดหวังของผู้ฟัง ทำให้ C กลายเป็นจุดสูงสุดที่น่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การแก้ข้อมูลแบบโครงสร้างขนานเพื่อปฏิเสธค่าประมาณที่ต่ำกว่าสองค่าและเน้นความจุจริง?
- The stadium holds not five thousand people, not ten thousand, but fifty thousand.
- The stadium holds either ten thousand or fifty thousand people.
- The stadium holds between five thousand and fifty thousand people.
ดูคำตอบ
The stadium holds not five thousand people, not ten thousand, but fifty thousand.
ระเบิดปรมาณูที่ทิ้งลงที่ฮิโรชิมาในปี 1945
วลีนี้หมายถึงระเบิดปรมาณูที่สหรัฐอเมริกาใช้กับฮิโรชิมาในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ใน the atomic bomb dropped on Hiroshima in 1945 ส่วน dropped on Hiroshima in 1945 เป็นอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก that was dropped on Hiroshima in 1945 การอ้างถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นี้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบสำหรับตัวเลขที่ตามมา ในที่นี้มีการระบุอานุภาพการระเบิดไว้ที่ทีเอ็นที 15,000 ตัน ทำให้เปรียบเทียบขนาดของการระเบิดอื่นกับเหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักนี้ได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the atomic bomb dropped on Hiroshima in 1945 หมายถึงอะไร
- ระเบิดที่ตกโดยอุบัติเหตุโดยไม่ได้ใช้เป็นอาวุธ
- ระเบิดปรมาณูทุกลูกที่สร้างในปี 1945
- ระเบิดที่ใช้กับฮิโรชิมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ดูคำตอบ
ระเบิดที่ใช้กับฮิโรชิมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
The single most physically powerful device ever used by humanity was the Tsar Bomb. โน้ต
4:29อุปกรณ์ที่ทรงพลังทางกายภาพที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยใช้คือซาร์บอมบา
อุปกรณ์ที่มีพลังทางกายภาพสูงสุดเท่าที่มนุษยชาติเคยใช้
โครงสร้าง the single most + adjective + singular noun ระบุสมาชิกเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในอันดับสูงสุดของกลุ่ม Single ทำให้คำขั้นสูงสุดมีน้ำหนักมากขึ้น กล่าวคือ ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งในอุปกรณ์ที่ทรงพลังที่สุด” แต่หมายถึง “อุปกรณ์หนึ่งเดียวที่อยู่เหนืออุปกรณ์อื่นทั้งหมด” ในที่นี้ physically จำกัดความหมายของ powerful ให้หมายถึงแรงทางกายภาพหรือพลังงานที่วัดได้ ไม่ใช่อิทธิพลทางการเมือง Ever used by humanity เป็นอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อไว้และขยาย device โดยมีรูปเต็มว่า that humanity has ever used คำว่า ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมดของมนุษย์จนถึงช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างที่ตรงตามแบบ the single most + คำคุณศัพท์ เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This was ____ device ever built by the team.
ดูคำตอบ
the single most powerful
Tsar Bomb: อุปกรณ์นิวเคลียร์โซเวียตที่ทดลองในปี 1961
Tsar Bomb เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปของระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ของสหภาพโซเวียตซึ่งทดลองในปี 1961 การจุดระเบิดในการทดลองทำให้เกิดการระเบิดที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งรุนแรงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ประโยคนี้จึงระบุว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่มีพลังทางกายภาพสูงสุดที่มนุษย์เคยใช้งานจริง ในที่นี้ Tsar Bomb เป็นชื่อเฉพาะชื่อเดียว และ Bomb ก็เป็นส่วนหนึ่งของชื่อนั้น Tsar เคยเป็นพระอิสริยยศของกษัตริย์รัสเซีย แต่ชื่อดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าอาวุธนี้เป็นของซาร์องค์ใดองค์หนึ่ง การรู้ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจขนาดของตัวเลขที่กล่าวถึงภายหลัง เช่น แรงระเบิดประมาณ 50 เมกะตันและเมฆรูปเห็ดขนาดมหึมา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Tsar Bomb หมายถึงอะไร
- คำทั่วไปสำหรับระเบิดทุกชนิดที่มีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ
- ระเบิดที่เป็นของซาร์รัสเซียองค์หนึ่ง
- ชื่อที่ใช้กันทั่วไปของระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์โซเวียตที่ทดลองในปี 1961
ดูคำตอบ
ชื่อที่ใช้กันทั่วไปของระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์โซเวียตที่ทดลองในปี 1961
It was detonated 2.5 mi above the surface of the Earth
4:41มันถูกจุดระเบิดที่ความสูง 2.5 ไมล์เหนือพื้นผิวโลก
The mushroom cloud from the Tsar Bomb extended beyond our normal atmosphere
5:05เมฆรูปเห็ดจากซาร์บอมบาแผ่สูงพ้นชั้นบรรยากาศปกติของเรา
and dwarfed the largest clouds from US detonations. การใช้คำ
5:10และทำให้เมฆก้อนใหญ่ที่สุดจากการระเบิดของสหรัฐฯ ดูเล็กจิ๋ว
Dwarfed: ทำให้สิ่งอื่นดูเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบ
ในที่นี้ dwarfed เป็นรูปอดีตของคำกริยาสกรรม dwarf เมฆรูปเห็ดของ Tsar Bomb เป็นประธาน ส่วนเมฆขนาดใหญ่ที่สุดจากการระเบิดของสหรัฐฯ เป็นกรรม คำกริยานี้บอกว่าสิ่งแรกมีขนาดใหญ่กว่ามากจนสิ่งอื่นดูเล็กเมื่อเปรียบเทียบกัน Dwarf ไม่ได้หมายความว่ากรรมมีขนาดหดลงจริง ๆ แต่เป็นการสรุปความแตกต่างอย่างมากในด้านขนาด ปริมาณ พลัง หรือความสำคัญด้วยการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดย X dwarfs Y หมายถึง X เหนือกว่า Y อย่างมาก
แบบฝึกหัด
หอคอยแห่งใหม่สูงกว่าอาคารทุกหลังที่อยู่ใกล้เคียงมาก ประโยคใดใช้ dwarf ได้ถูกต้อง
- After it was completed, the new tower dwarfed than every nearby building.
- After it was completed, every nearby building dwarfed the new tower.
- After it was completed, the new tower dwarfed every nearby building.
ดูคำตอบ
After it was completed, the new tower dwarfed every nearby building.
way down there: way ที่ใช้เน้นระดับ
ใน way down there คำว่า way หมายถึง “ไกลมาก” หรือ “อย่างมาก” คำนี้เน้น down และแสดงว่าระเบิดอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างมากบนกราฟ ในที่นี้ there ชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งบนกราฟ Way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือวิธีการ และวลีนี้อธิบายตำแหน่ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ way เป็นคำเน้นระดับที่หมายถึง “ไกลมาก” หรือ “อย่างมาก” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The final score was way below our prediction.
- We stopped for lunch on the way down the mountain.
- The station is a long way down this road.
ดูคำตอบ
The final score was way below our prediction.
at the end of the day ที่ใช้เป็นสัญญาณสรุป
ในที่นี้ at the end of the day เป็นสำนวนที่ทำหน้าที่เชื่อมและจัดระเบียบความคิด หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว” หรือ “ท้ายที่สุด” ไม่ได้หมายถึงตอนเย็นหรือจุดสิ้นสุดของวันตามตัวอักษร เมื่อวางไว้หน้าข้อสรุปหลัก วลีนี้จะปิดการเปรียบเทียบและบอกถึงข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูดว่า ไม่มีการระเบิดใดที่กล่าวถึงสามารถเหนือกว่าซูเปอร์โนวาได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at the end of the day เพื่อนำเสนอข้อสรุปโดยรวม
- At the end of the day, trust matters more than speed.
- We will send the report by the end of the day.
- We sat by the fire at the end of the day.
ดูคำตอบ
At the end of the day, trust matters more than speed.
While ... may sound like a lot: ยอมรับก่อนแล้วจึงเปรียบต่าง
While ในที่นี้ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยคแรกยอมรับว่าในมุมของผู้ฟัง 50 ล้านตันอาจฟังดูเป็นปริมาณมหาศาล จากนั้นประโยคหลักเปลี่ยนไปมองในระดับที่ใหญ่กว่ามาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ While X may sound/seem Y, Z ซึ่งจะยอมรับความรู้สึกหรือภาพที่เห็นก่อน แล้วจึงให้ข้อเท็จจริงที่ช่วยจำกัดหรือปรับมุมมองนั้น may ทำให้คำกล่าวเรื่องความรู้สึกที่มีต่อ X นุ่มนวลลง ไม่ได้แสดงความสงสัยว่าตัวเลขนั้นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
While ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? While the first estimate may sound high, the later measurement is ten times larger.
- ยอมรับความรู้สึกแรกก่อนนำเสนอสิ่งที่เปรียบต่างกันชัดเจนกว่า
- บอกว่าการวัดครั้งหลังเป็นสาเหตุให้เกิดค่าประมาณแรก
- บอกว่าการวัดทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
ยอมรับความรู้สึกแรกก่อนนำเสนอสิ่งที่เปรียบต่างกันชัดเจนกว่า
give off: ปล่อยพลังงานหรือสารอื่นออกมา
Give off เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ปล่อยหรือแผ่บางสิ่งออกสู่บริเวณรอบ ๆ” ในประโยคนี้ ซูเปอร์โนวาปล่อยพลังงาน ไม่ได้มอบพลังงานให้ผู้รับ สิ่งที่ตามหลังวลีนี้มักเป็นสิ่งที่ปล่อยออกมาได้ เช่น ความร้อน แสง ก๊าซ รังสี กลิ่น หรือพลังงาน ให้จำ give off เป็นหน่วยเดียว เพราะ off เปลี่ยนความหมายปกติของ give ที่หมายถึงการมอบบางสิ่งให้ผู้อื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ give off: This small heater ____ enough heat to warm the room.
ดูคำตอบ
gives off
“I leave you with”: เกริ่นประเด็นสุดท้ายที่น่าจดจำ
ในที่นี้ “I leave you with” เป็นกรอบคำพูดสำหรับปิดท้าย ผู้พูดกำลังจะจบด้วยภาพ ข้อเท็จจริง คำถาม หรือแนวคิดสุดท้ายที่ต้องการให้ผู้ฟังจดจำ “Leave” ไม่ได้หมายถึงการเดินจากผู้ฟังไปจริง ๆ หรือการลืมสิ่งของไว้ โครงสร้างคือ I leave you with + เนื้อหาสุดท้าย โดยช่วยจัดระเบียบสารด้วยการทำเครื่องหมายว่าสิ่งที่ตามมาคือองค์ประกอบสุดท้ายของบทสรุปที่ต้องการให้ผู้ฟังจดจำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปิดท้ายด้วยกรอบคำพูดเชิงวาทศิลป์จากบทเรียนนี้: “____ one question: what would we attempt if failure were impossible?”
ดูคำตอบ
I leave you with
I'm pretty sure you can pick these up at Bass Pro Shop, น้ำเสียง/เจตนา
5:49ผมค่อนข้างแน่ใจว่าคุณหาซื้อของพวกนี้ได้ที่ Bass Pro Shop
“I'm pretty sure ... pick these up”: การประชดแบบหน้าตาย
หากดูเพียงผิวเผิน “I’m pretty sure” แสดงความมั่นใจสูงแต่ลดความหนักแน่นลงเล็กน้อย ส่วน “pick these up” เป็นคำพูดสบาย ๆ ที่หมายถึงซื้อหรือหาสิ่งนั้นมา ในที่นี้ “these” หมายถึงปืนใหญ่ที่สามารถยิงหัวรบนิวเคลียร์ได้ คำกล่าวนี้จงใจพูดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะ Bass Pro Shop เป็นร้านค้าปลีกด้านกิจกรรมกลางแจ้งและการล่าสัตว์ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ขายปืนใหญ่นิวเคลียร์ ภาษาซื้อของที่ธรรมดาและน้ำเสียงสงบนิ่งสร้างการประชดแบบหน้าตาย ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นมุก ไม่ใช่ข้อมูลการซื้อจริง
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ ข้อมูลใดทำให้ผู้ฟังรู้ว่าคำกล่าวเรื่องการซื้อของเป็นการประชด?
- ร้านมีลูกปืนใหญ่หมดชั่วคราว
- ร้านค้าทั่วไปไม่สามารถขายปืนใหญ่นิวเคลียร์ได้จริง
- ผู้พูดไม่รู้ว่า Bass Pro Shop อยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ
ร้านค้าทั่วไปไม่สามารถขายปืนใหญ่นิวเคลียร์ได้จริง
be sure you're subscribed to Vsauce so you don't miss anything coming up.
5:52อย่าลืมกดติดตาม Vsauce จะได้ไม่พลาดสิ่งที่จะตามมา