Bluey ตอนเต็ม | มัฟฟินต้องใส่ปลอกคอกันเลีย! 🥺 | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Disney Jr.

ความยากในการเรียน
674 คำ 151 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: มัฟฟินต้องใส่ปลอกคอกันเลียเพื่อช่วยให้เลิกดูดนิ้วโป้ง แต่เธอรู้สึกอายและเล่นร้านแซนด์วิชได้ไม่ถนัด บลูอีและบิงโกจึงหยุดตำหนินิสัยที่เธอยังควบคุมไม่ได้ แล้วเปลี่ยนปลอกคอให้เป็นส่วนหนึ่งของเกมสมมติหลายแบบ เรื่องราวแสดงให้เห็นว่าการคอยสนับสนุนอย่างอดทนช่วยได้มากกว่าการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอาย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. needs to break the habit. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ว่า break a habit เป็นคำที่จับคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการพูดถึงการเลิกพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ ส่วน stop a habit ฟังไม่เป็นธรรมชาติ สามารถนำไปใช้พูดถึงการเปลี่ยนนิสัยการกิน การนอน การสูบบุหรี่ การใช้หน้าจอ และกิจวัตรอื่น ๆ ได้ 2. don't give up on her, — กริยาวลี: เข้าใจว่า give up on someone หมายถึงเลิกสนับสนุนหรือเลิกเชื่อว่าคนนั้นจะดีขึ้นได้ ไม่ใช่เพียงหยุดทำกิจกรรมหนึ่ง ๆ ความหมายนี้ช่วยให้คุณขอให้ผู้อื่นอดทนกับคนที่กำลังลำบากหรือต้องการเวลาเพิ่มได้ 3. Cone of shame! — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: รู้จักชื่อเรียกเชิงขำขันในภาษาอังกฤษของปลอกคอป้องกันที่สัตว์เลี้ยงมักสวม บริบทจากสื่อและการดูแลสัตว์ช่วยอธิบายว่าเหตุใด cone จึงเชื่อมโยงกับ shame และเหตุใดคำนี้จึงอาจฟังเหมือนการล้อหรือทำให้อับอายได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:08

แม่

Dad.

0:14

พ่อ

Bingo.

0:20

บิงโก

Bluey.

0:25

บลูอี้

Almost at Bluey and Bingo's Muffles.

0:30

ใกล้จะถึงบ้านบลูอี้กับบิงโกแล้ว มัฟเฟิลส์

Hooray.

0:32

ไชโย

Uh-uh, Muffin.

0:38

อะ-อา มัฟฟิน

Don't suck your thumb. วลี

0:39

อย่าดูดนิ้วโป้งสิ

วลี

suck your thumb: สำนวนธรรมชาติที่หมายถึง “ดูดนิ้วโป้ง”

suck your thumb หมายถึงเอานิ้วโป้งของตัวเองเข้าปากแล้วดูด ในที่นี้ suck บอกการดูดนิ้ว ไม่ได้หมายถึงการดูดเครื่องดื่มผ่านหลอด คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น suck my thumb, suck his thumb หรือ suck her thumb ใน Don't suck your thumb ประโยคคำสั่งปฏิเสธบอกผู้ฟังว่าอย่าทำพฤติกรรมนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนธรรมชาติที่หมายถึงการดูดนิ้วโป้ง: The little girl is trying to ____ again.

ดูคำตอบ

suck her thumb

Why?

0:41

ทำไมล่ะคะ?

'Cause it's not good for your teeth, โน้ต

0:42

เพราะมันไม่ดีต่อฟันของลูกไงจ๊ะ

การใช้คำ

'Cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because

'Cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because ในที่นี้ใช้ขึ้นต้น it's not good for your teeth เพื่อบอกเหตุผลของคำสั่งก่อนหน้า เครื่องหมายอะพอสทรอฟีบอกว่าส่วนต้น be- ถูกตัดออก ตรงนี้ 'Cause ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม ไม่ใช่คำนาม cause ที่แปลว่าเหตุผล หรือคำกริยา cause ที่แปลว่าทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาแบบสบาย ๆ 'Cause ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: 'Cause the store is closed, we'll come back tomorrow.

  1. เป็นคำนามที่หมายถึงเหตุผล
  2. หมายถึง because และใช้บอกเหตุผล
  3. เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

หมายถึง because และใช้บอกเหตุผล

วลี

not good for your teeth: บอกผลเสียต่อฟัน

ในโครงสร้าง be good for + คนหรือสิ่งของ คำว่า for ชี้ว่าคนหรือสิ่งใดได้รับผลดี เมื่อเติม not การประเมินจะกลายเป็นด้านลบ: it's not good for your teeth หมายความว่าบางสิ่งอาจทำร้ายฟันหรือส่งผลเสียต่อฟัน รูปแบบนี้ใช้บ่อยในคำแนะนำเรื่องสุขภาพและชีวิตประจำวัน: X is good for Y หรือ X is not good for Y ในที่นี้ for your teeth ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ “มอบให้ฟันของคุณ” แต่ระบุส่วนของร่างกายที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการกินน้ำตาลมากเกินไปส่งผลเสียต่อฟัน

  1. Too much sugar doesn't good for your teeth.
  2. Too much sugar isn't good to your teeth.
  3. Too much sugar isn't good for your teeth.
ดูคำตอบ

Too much sugar isn't good for your teeth.

hon.

0:43

ที่รัก

I want to do what I want. ไวยากรณ์

0:44

หนูอยากทำในสิ่งที่หนูอยากทำ

ไวยากรณ์

want to do what I want: what ที่หมายถึง “สิ่งที่…”

ใน want to do what I want ส่วนแรก want to do หมายถึง “อยากลงมือทำหรือทำบางอย่าง” ส่วน what I want หมายถึง “สิ่งที่ฉันต้องการ” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมหลัง do ดังนั้น what ตรงนี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม ภายในอนุประโยคนี้ ภาษาอังกฤษใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยา เช่น what I want การใช้ want ซ้ำเน้นว่าผู้พูดตั้งใจจะทำตามความต้องการของตัวเอง น้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูดื้อหรือเป็นเด็กได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “ฉันเลือกเสื้อผ้าที่ฉันอยากใส่” โดยมี what I want to wear เป็นกรรมของ choose

  1. I wonder what I want to wear.
  2. What do I want to wear?
  3. I choose what I want to wear.
ดูคำตอบ

I choose what I want to wear.

It's my thumb. น้ำเสียง/เจตนา

0:46

นี่มันนิ้วโป้งของหนู

น้ำเสียง/เจตนา

It's my thumb. เพื่อยืนยันว่าตนมีสิทธิ์ตัดสินใจ

เมื่อดูตามความหมายตรงตัว It's my thumb. บอกว่านิ้วโป้งเป็นของใคร แต่ในคำตอบนี้ my มีหน้าที่มากกว่านั้น ผู้พูดใช้ความเป็นเจ้าของมาแก้ต่างให้พฤติกรรมของตน ความหมายโดยนัยคือ “มันเป็นของฉัน ฉันจึงควรเป็นคนตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับมัน” ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการต่อต้านคำสั่ง ไม่ใช่แค่การบอกชื่ออวัยวะอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งถูกบอกให้หยุดทำบางอย่าง แต่ตอบว่า It's my thumb. เด็กน่าจะกำลังสื่ออะไร?

  1. ฉันควรได้ตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรกับมัน
  2. ฉันอยากรู้ว่านิ้วโป้งนี้เป็นของใคร
  3. ฉันต้องการความช่วยเหลือเพื่อระบุว่าอวัยวะส่วนนี้คืออะไร
ดูคำตอบ

ฉันควรได้ตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรกับมัน

Okay.

0:48

ตกลง

Well, you know what I have to do. น้ำเสียง/เจตนา

0:48

งั้นลูกก็รู้สินะว่าแม่ต้องทำยังไง

น้ำเสียง/เจตนา

know what I have to do เพื่อเตือนถึงผลที่จะตามมาแบบอ้อม ๆ

ใน You know what I have to do ส่วน what I have to do หมายถึง “สิ่งที่ฉันจำเป็นต้องทำ” ตรงนี้ You know ... ไม่ได้ใช้ถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้หรือไม่ ผู้พูดพูดเหมือนทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าขั้นตอนต่อไปคืออะไร จึงเป็นการบอกเป็นนัยว่าผลที่ไม่น่าพอใจกำลังจะตามมา have to ทำให้การกระทำนั้นฟังดูเป็นสิ่งที่สถานการณ์หรือกฎบังคับให้ต้องทำ ไม่ใช่การเลือกตามใจ

แบบฝึกหัด

มีการอธิบายกฎและผลที่จะตามมาแล้ว ตอนนี้ You know what I have to do น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. ฉันลืมกฎและต้องการให้เธออธิบาย
  2. ฉันกำลังจะทำตามผลที่เราทั้งคู่รู้อยู่แล้ว
  3. ฉันกำลังขอให้เธอเลือกงานต่อไปให้ฉัน
ดูคำตอบ

ฉันกำลังจะทำตามผลที่เราทั้งคู่รู้อยู่แล้ว

Muffin's here.

0:52

มัฟฟินมาแล้ว

Now we can play sandwich shop.

0:53

ตอนนี้เราก็เล่นร้านแซนด์วิชกันได้แล้ว

Hey Muffin.

0:55

เฮ้ มัฟฟิน

Whoa.

0:56

ว้าว

What is that?

0:59

นั่นอะไรน่ะ?

It's a cone.

1:00

มันคือปลอกคอกันเลีย

This episode of Bluey is called Muffin Cone.

1:02

บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ปลอกคอของมัฟฟิน

Aw,

1:06

โธ่

poor Muffin.

1:07

น่าสงสารมัฟฟินจัง

Why is Muffin wearing a cone? การใช้คำ

1:09

ทำไมมัฟฟินถึงใส่ปลอกคอล่ะ?

การใช้คำ

wearing a cone: wear ในความหมายว่าสวมอุปกรณ์ไว้กับร่างกาย

ในประโยคนี้ wearing หมายถึงมีบางสิ่งสวมอยู่บนร่างกาย wear ไม่ได้ใช้กับเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังใช้กับแว่นตา เครื่องประดับ อุปกรณ์นิรภัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ป้องกันได้ด้วย cone ในที่นี้คืออุปกรณ์ป้องกันทรงกรวยที่สวมรอบคอ wearing a cone บอกสภาพว่ากำลังสวมอุปกรณ์นี้อยู่ ไม่ได้หมายถึงถือโคนไอศกรีม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ wear: After surgery, the dog is ____ a protective cone.

ดูคำตอบ

wearing

It's to make her stop sucking her thumb. ไวยากรณ์

1:11

เพื่อให้เขาหยุดดูดนิ้วโป้งไง

ไวยากรณ์

make her stop sucking: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

Make ใช้เป็นกริยาแสดงการทำให้เกิดการกระทำได้ โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้ใครบางคนทำบางอย่าง” ใน make her stop คำว่า her เป็นกรรม และ stop เป็นกริยารูปพื้นฐาน จึงไม่ใช้ to หลัง make เมื่อ stop หมายถึง “ยุติการกระทำ” จะตามด้วยรูป -ing ดังนั้น stop sucking หมายถึงหยุดการดูด และ make her stop sucking ทั้งหมดหมายถึงทำให้เธอยุติการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ stop ในรูปที่ถูกต้อง: The teacher made him ____ talking during the lesson.

ดูคำตอบ

stop

Trix,

1:19

ทริกซ์

are you sure about this? น้ำเสียง/เจตนา

1:20

คุณแน่ใจเรื่องนี้เหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure about this?:การทักท้วงการตัดสินใจอย่างสุภาพ

ในคำถามนี้ are you sure about this? ไม่ได้มีไว้เพียงถามว่า Trix มั่นใจหรือไม่ แต่ยังส่งสัญญาณอย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดกังวลกับการตัดสินใจนั้นและอยากให้เธอลองคิดใหม่ การใช้รูปคำถามเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบายหรือเปลี่ยนใจ จึงฟังดูตรงน้อยกว่าการบอกว่าการตัดสินใจนั้นผิด

แบบฝึกหัด

เพื่อนอยากลองทำสิ่งที่ดูไม่ปลอดภัย คำตอบใดขอให้เพื่อนคิดใหม่อย่างสุภาพ?

  1. Are you sure about this? It may not be safe.
  2. Do you know when it starts?
  3. That is a terrible decision.
ดูคำตอบ

Are you sure about this? It may not be safe.

Well, she needs to break the habit. วลี

1:22

ก็เขาจำเป็นต้องเลิกนิสัยนี้นี่นา

วลี

needs to break the habit:จำเป็นต้องเลิกนิสัยนั้น

break the habit หมายถึงเลิกพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำหรือทำไปโดยอัตโนมัติ break ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของให้แตกจริง ๆ ใน needs to break the habit คำว่า needs to แสดงความจำเป็น และ the habit หมายถึงนิสัยเฉพาะที่รู้อยู่แล้วจากบริบท หากต้องการระบุพฤติกรรม ให้ใช้ break the habit of + -ing เช่น break the habit of biting your nails

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ need ตามด้วย break the habit เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo bites his nails every day. He ____.

ดูคำตอบ

needs to break the habit

I guess.

1:24

ผมก็ว่าอย่างนั้น

Look,

1:26

ดูนะ

if she promises to stop sucking her thumb, ไวยากรณ์

1:26

ถ้าลูกสัญญาว่าจะเลิกดูดนิ้วโป้ง

I can take it off. กริยาวลี

1:28

แม่จะถอดให้

ไวยากรณ์

if she promises ... I can สำหรับการตั้งเงื่อนไข

If she promises ... ใช้บอกเงื่อนไขว่าเธอต้องให้สัญญาก่อน ส่วน I can ... บอกการกระทำที่จะทำได้หรือยอมให้ทำเมื่อเงื่อนไขนั้นสำเร็จ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเธอสัญญาแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ if + present simple, ... can + base verb ใช้ตั้งกฎหรือยอมผ่อนให้โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในอนาคต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if ... I can ... เพื่อเสนอว่าจะทำบางอย่างให้หลังจากอีกฝ่ายให้สัญญาแล้วเท่านั้น?

  1. If Leo promises to carry it carefully, I can lend him my telescope.
  2. Even if Leo promises to carry it carefully, I cannot lend him my telescope.
  3. Leo promised to carry it carefully, so I lent him my telescope yesterday.
ดูคำตอบ

If Leo promises to carry it carefully, I can lend him my telescope.

กริยาวลี

take it off: ถอดสิ่งของด้วยกริยาวลีแบบแยกคำได้

ในที่นี้ take it off หมายถึงถอดปลอกทรงกรวยที่สวมอยู่ คำสรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึงสิ่งของนั้น ผู้ฟังจึงใช้บริบทเพื่อดูว่ากำลังถอดอะไร ในความหมายนี้ take off เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ คำสรรพนามจะอยู่ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค จึงต้องพูดว่า take it off

แบบฝึกหัด

ใช้ take off และวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: This helmet is uncomfortable, so I'll ____.

ดูคำตอบ

take it off

What do you think, Muffin?

1:30

ลูกว่าไง มัฟฟิน?

I want to suck my thumb.

1:33

หนูอยากดูดนิ้วโป้งค่ะ

This is gonna make it hard to play sandwich shop. ไวยากรณ์

1:38

แบบนี้ทำให้เล่นร้านแซนด์วิชยากแน่เลย

ไวยากรณ์

make it hard to: ทำให้การกระทำบางอย่างยากขึ้น

make it hard to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งทำให้การกระทำหนึ่งยากขึ้น ในที่นี้ hard หมายถึง “ยาก” ไม่ใช่ “แข็ง” ในโครงสร้างนี้ it อยู่ในตำแหน่งกรรมหลัง make ส่วนกริยา infinitive ที่มี to ระบุการกระทำที่ยาก: to play sandwich shop โครงสร้างนี้ใช้บอกอุปสรรคหรือผลที่ตามมาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make it hard to: The broken elevator ____ carry the boxes upstairs.

ดูคำตอบ

makes it hard to

Oh.

1:43

โอ้

Up you get, Muffin. วลี

1:44

ลุกขึ้นเลย มัฟฟิน

วลี

Up you get: บอกให้ใครสักคนลุกขึ้น

Up you get เป็นสำนวนภาษาพูดแบบตายตัวที่หมายถึง “ลุกขึ้น” หรือ “ยืนขึ้น” ลำดับคำที่ไม่เหมือนปกติเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน จึงควรเข้าใจทั้งวลี ไม่ใช่แปลทีละคำ ผู้พูดใช้สำนวนนี้ได้เมื่อต้องการให้กำลังใจ ช่วยเหลือ หรือกระตุ้นให้อีกฝ่ายลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน

แบบฝึกหัด

ผู้ใหญ่กำลังพูดอย่างอ่อนโยนให้เด็กยืนขึ้นหลังจากหกล้ม ประโยคใดใช้สำนวนเป้าหมายได้เป็นธรรมชาติ

  1. Off you go—have fun at the playground.
  2. Stay where you are—don't move yet.
  3. Up you get—let's see if you're okay.
ดูคำตอบ

Up you get—let's see if you're okay.

Can I be the sandwich shop lady?

1:45

หนูขอเป็นคุณนายร้านแซนด์วิชได้ไหมคะ?

Um,

1:48

อืม

sure.

1:49

ได้สิ

Let's give that a go. วลี

1:50

ลองดูกันเถอะ

วลี

Let's give that a go — ชวนให้ลองทำดู

Give something a go เป็นสำนวนภาษาพูดที่หมายถึง “ลองทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ that ย้อนถึงไอเดียที่เพิ่งกล่าวถึง และ Let's เป็นการชวนทุกคนให้ลองทำด้วยกัน ตรงนี้ a go หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่อื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + สิ่งที่ลอง + a go

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ give ... a go กับคำสรรพนาม it: The puzzle looks hard, but let's ____.

ดูคำตอบ

give it a go

Hi.

1:54

สวัสดี

Hello.

1:55

สวัสดีค่ะ

What would you like on your sandwich? น้ำเสียง/เจตนา

1:56

รับแซนด์วิชใส่อะไรดีคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What would you like on your sandwich? — ถามเรื่องส่วนผสมอย่างสุภาพ

What would you like ...? เป็นวิธีถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายต้องการเลือกอะไร Would like ทำให้คำถามฟังดูนุ่มนวลกว่า want ที่ตรงกว่า On your sandwich ถามว่าต้องการเพิ่มไส้หรือเครื่องอะไร รูปประโยคที่นำไปใช้ในงานบริการได้คือ What would you like + วลีที่ระบุอาหารหรือสิ่งที่รับประทานคู่กัน เช่น on your pizza, in your coffee หรือ with your meal

แบบฝึกหัด

พนักงานต้องการถามลูกค้าอย่างสุภาพว่าอยากใส่เครื่องอะไรบนพิซซ่า ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. What do you like about this pizza?
  2. Would you like a pizza?
  3. What would you like on your pizza?
ดูคำตอบ

What would you like on your pizza?

Um,

1:58

เอ่อ

ham and tomato, please.

1:59

ขอแฮมกับมะเขือเทศค่ะ

Okay.

2:01

ตกลงค่ะ

Coming right up. วลี

2:01

รอสักครู่นะคะ

วลี

Coming right up: คำตอบในงานบริการที่หมายถึงจะนำมาให้ทันที

Coming right up เป็นคำตอบแบบตายตัวที่ใช้หลังจากรับคำสั่งซื้อหรือคำขอแล้ว หมายความว่าสิ่งของหรือบริการที่ขอจะถูกเตรียมหรือนำมาให้ในเร็ว ๆ นี้ ประธานถูกละไว้เพราะรู้อยู่แล้วว่าขออะไร ในที่นี้ right เน้นความหมายว่าเกิดขึ้นทันที ส่วนทั้งวลีไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมคำให้เป็นคำตอบแบบตายตัวในงานบริการ ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ขอจะถูกเตรียมหรือนำมาให้ในเร็ว ๆ นี้: Coming ____.

ดูคำตอบ

right up

Here's the bread.

2:03

นี่ค่ะขนมปัง

No, that's cheese.

2:04

ไม่ใช่ นั่นมันชีส

And that's lettuce.

2:06

แล้วนั่นก็ผักกาดหอม

It's bread.

2:08

มันคือขนมปังต่างหาก

I can feel it.

2:09

หนูรู้สึกได้

Muffin,

2:11

มัฟฟิน

you can't see anything with your cone on. ไวยากรณ์

2:12

น้องมองไม่เห็นอะไรเลยนะถ้าใส่ปลอกคอไว้น่ะ

ไวยากรณ์

with your cone on: ใช้ with + คำนาม + on เพื่อบอกสภาพการสวมใส่

With your cone on ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + on โดย on ตรงนี้บอกว่ากำลังสวมหรือติดกรวยไว้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงขณะที่ยังสวมกรวยอยู่ วลีที่ขึ้นต้นด้วย with เติมเงื่อนไขให้ประโยคหลัก ในประโยคนี้ เงื่อนไขดังกล่าวอธิบายว่าทำไมมัฟฟินจึงมองไม่เห็น on บอกสภาพ ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่เหนือสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมคำที่บอกว่ากำลังสวมแว่นกันแดดอยู่ให้ประโยคสมบูรณ์: I can't see the screen clearly with my sunglasses ____.

ดูคำตอบ

on

Please, can you promise not to suck your thumb? ไวยากรณ์

2:14

ขอร้องล่ะ น้องสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ดูดนิ้วโป้ง?

ไวยากรณ์

promise not to suck: สัญญาว่าจะไม่ทำสิ่งหนึ่ง

promise not to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการให้คำมั่นว่าจะไม่ทำสิ่งใด ใน promise not to suck คำว่า not อยู่หน้า to และ suck ใช้รูปพื้นฐาน ลำดับคำที่เป็นกลางและใช้ทั่วไปคือ promise not to do something ส่วน promise to not do something ก็ใช้ได้เมื่อผู้พูดจงใจเน้นการปฏิเสธ แต่ promise not to เป็นรูปหลักที่ชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ promise not to + คำกริยารูปพื้นฐาน เติมประโยคให้สมบูรณ์: Please ____ open the gift before Friday.

ดูคำตอบ

promise not to

No.

2:17

ไม่

I can see.

2:18

หนูมองเห็นน่า

Here.

2:19

มานี่

I'll help you.

2:19

พี่ช่วยเอง

Here's the bread.

2:21

นี่ขนมปัง

Thank you.

2:22

ขอบคุณค่ะ

Here's the ham.

2:23

นี่แฮม

Holly!

2:25

ฮอลลี่!

Now I'll cut it into triangles. วลี

2:26

ทีนี้ฉันจะหั่นมันเป็นรูปสามเหลี่ยมล่ะนะ

วลี

cut it into triangles: บอกผลลัพธ์ของการตัด

cut + สิ่งของ + into + รูปร่างหรือจำนวนชิ้น ใช้บอกผลลัพธ์หลังจากตัด ใน cut it into triangles คำว่า it คือสิ่งที่ถูกตัด และ triangles คือรูปร่างที่ได้จากการตัด into ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างใน แต่ใช้บอกว่าสิ่งนั้นกลายเป็นรูปหรือชิ้นแบบใดหลังจากตัด

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกผลลัพธ์ของการตัด: Cut the dough ____ eight equal pieces.

ดูคำตอบ

into

Oh.

2:29

โอ๊ะ

Where's the knife?

2:29

มีดอยู่ไหนล่ะ?

Muffin,

2:31

มัฟฟิน

you're making a baby sandwich.

2:31

น้องกำลังทำแซนด์วิชสำหรับเด็กทารกอยู่นะ

Here's the knife.

2:34

มีดอยู่นี่ค่ะ

That's not a knife.

2:36

นั่นไม่ใช่มีดนะ

This knife doesn't cut. การใช้คำ

2:38

มีดอันนี้มันหั่นไม่เข้าหรอก

การใช้คำ

This knife doesn't cut: การบอกหน้าที่ของเครื่องมือ

ตรงนี้ สิ่งของคือ this knife ทำหน้าที่เป็นประธานของ cut ประโยคไม่ได้บอกว่ามีดเลือกที่จะไม่ลงมือ แต่เป็นการประเมินการทำงานของมีดว่า มันตัดสิ่งของได้ไม่ดี ภาษาอังกฤษมักใช้คำกริยาในรูป simple present โดยให้สิ่งของเป็นประธาน เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นทำงานได้ตามที่คาดหรือไม่ รูปปฏิเสธสามารถแสดงว่าคุณสมบัติบางอย่างใช้งานไม่ได้

แบบฝึกหัด

“This knife doesn't cut.” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีดเล่มนี้ไม่ยอมให้ใครใช้มัน
  2. มีดเล่มนี้ไม่ได้กำลังตัดอะไรอยู่ในขณะนี้
  3. มีดเล่มนี้ตัดสิ่งของได้ไม่ดี
ดูคำตอบ

มีดเล่มนี้ตัดสิ่งของได้ไม่ดี

Oh, this isn't a knife.

2:43

อ้อ นี่ไม่ใช่มีดนี่นา

Let's go and see Aunt Trixie.

2:46

เราไปหาป้าทริกซี่กันเถอะ

It's a bit of tough love, สำนวน

2:49

มันเป็นความรักที่เข้มงวดนิดหน่อยน่ะ

that's all. น้ำเสียง/เจตนา

2:50

ก็แค่นั้นแหละ

สำนวน

a bit of tough love: การกระทำที่เข้มงวดเพราะความห่วงใย

Tough love คือการปฏิบัติอย่างหนักแน่นหรือเข้มงวดเพื่อช่วยใครบางคนในระยะยาว แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะรู้สึกไม่สบายใจก็ตาม ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์รักที่ยากลำบาก a bit of ช่วยลดความหนักของสำนวน ผู้พูดนำเสนอการกระทำที่เข้มงวดว่าเป็นมาตรการเล็กน้อยแต่จำเป็น และอาจกำลังอธิบายให้การกระทำนั้นดูสมเหตุสมผลด้วย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายว่าเป็น tough love มากที่สุด?

  1. เพื่อนบ้านไม่สนใจคนที่บาดเจ็บเพราะเธอไม่ได้ห่วงใย
  2. โค้ชให้ผู้เล่นที่ขาดซ้อมอยู่เรื่อย ๆ นั่งข้างสนาม เพื่อให้ผู้เล่นเรียนรู้ความรับผิดชอบ
  3. เพื่อนซื้อของขวัญให้ใครบางคนเพื่อฉลองวันเกิด
ดูคำตอบ

โค้ชให้ผู้เล่นที่ขาดซ้อมอยู่เรื่อย ๆ นั่งข้างสนาม เพื่อให้ผู้เล่นเรียนรู้ความรับผิดชอบ

น้ำเสียง/เจตนา

that's all: ทำให้คำอธิบายเบาลงและจบคำอธิบาย

that's all ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง “สิ่งที่เพิ่งพูดไปไม่มีเหตุผลหรือความหมายอื่นแฝงอยู่” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อจบคำแก้ตัวและทำให้ความเข้มงวดที่พูดถึงดูมีขอบเขตและไม่ร้ายแรงนัก สำนวนนี้ยังสื่อได้ว่า “อย่าคิดเกินกว่านั้น” หรือ “ไม่มีอะไรต้องพูดต่อแล้ว” นี่เป็นเพียงวิธีที่ผู้พูดนำเสนอสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังต้องเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that's all ท้ายประโยคเพื่อทำให้คำอธิบายเบาลงและบอกว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

  1. She listed all the reasons in her report.
  2. That's all the paint we have left.
  3. I was only checking that the door was locked, that's all.
ดูคำตอบ

I was only checking that the door was locked, that's all.

All she needs to do is not put her thumb in her mouth. ไวยากรณ์

2:51

ที่แกต้องทำก็แค่ไม่เอานิ้วโป้งเข้าปาก

ไวยากรณ์

All she needs to do is not ...: บอกเงื่อนไขปฏิเสธเพียงข้อเดียว

All she needs to do is ... เป็นโครงสร้างที่เน้นสิ่งเดียว โดย all หมายถึง “สิ่งเดียว” และส่วนที่เหลือบอกว่าเงื่อนไขเพียงข้อเดียวก็เพียงพอแล้ว ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือ not put her thumb in her mouth ดังนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำคือหลีกเลี่ยงการกระทำนั้น หลัง is ภาษาอังกฤษแบบสนทนามักใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น is press, is wait หรือ is not put โครงสร้างนี้มักทำให้งานฟังดูง่าย แต่นั่นเป็นมุมมองของผู้พูด ไม่ใช่การรับรองว่างานนั้นง่ายจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้าง All + you + need to do + is not: To avoid waking the baby, ____ slam the door.

ดูคำตอบ

all you need to do is not

It's easy.

2:53

มันง่ายนิดเดียวเอง

Chips?

2:55

มันฝรั่งทอดไหม?

Nah,

2:55

ไม่ล่ะ

I'm off the chips. การใช้คำ

2:56

ฉันเลิกกินมันฝรั่งทอดแล้ว

การใช้คำ

I'm off the chips: ความหมายของ be off something

ใน "I'm off the chips" โครงสร้าง be off + บางสิ่ง หมายถึงผู้พูดหยุดบริโภคสิ่งนั้นหรือเลือกที่จะหลีกเลี่ยง ในที่นี้ผู้พูดไม่กินมันฝรั่งทอดกรอบ โดย off ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ สำนวนนี้บอกพฤติกรรมของผู้พูดในตอนนี้ อาจหมายถึงการหยุดชั่วคราวหรือการเปลี่ยนแปลงระยะยาวก็ได้ ดังนั้นระยะเวลาต้องดูจากบริบทหรือวลีบอกเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดเลือกที่จะไม่ดื่มกาแฟเป็นเวลาหนึ่งเดือน

  1. I'm off to get coffee now.
  2. I'm out of coffee, so I need to buy some.
  3. I'm off coffee for a month.
ดูคำตอบ

I'm off coffee for a month.

Trying to eat healthy. ไวยากรณ์

2:57

พยายามจะกินอาหารเพื่อสุขภาพอยู่น่ะ

ไวยากรณ์

Trying to eat healthy: การละ I'm

"Trying to eat healthy." เป็นส่วนของประโยคที่ใช้ในการสนทนา ในบริบทนี้มีความหมายเท่ากับ "I'm trying to eat healthy" โดยละประธาน I ที่เข้าใจได้จากบริบทและกริยา be รูป am ไว้ ผู้พูดใช้ส่วนของประโยคแบบนี้เพื่อเสริมเหตุผลหรือความคิดเห็นสั้น ๆ เมื่อรู้อยู่แล้วว่าประธานคือใคร คำที่ละไว้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างไวยากรณ์ของประโยคเต็ม

แบบฝึกหัด

ประโยคเต็มข้อใดเติมคำที่ละไว้กลับมาและยังคงความหมายในปัจจุบันของประโยคเดิม

  1. I'll try to eat healthy next year.
  2. I'm trying to eat healthy.
  3. I tried to eat healthy yesterday.
ดูคำตอบ

I'm trying to eat healthy.

Good on you. น้ำเสียง/เจตนา

2:58

ดีแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Good on you: คำชมแบบไม่เป็นทางการ

Good on you เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวชม ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อแสดงความเห็นชอบที่อีกฝ่ายเลือกทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ มีความหมายใกล้กับ "Well done" หรือ "That was a good decision." ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว เพราะ on ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ สำนวนนี้นำไปใช้เพื่อชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อใครสักคนเลือกหรือทำสิ่งที่น่าชมเชย

แบบฝึกหัด

Good on you ใช้เป็นคำชมอย่างจริงใจได้เป็นธรรมชาติในสถานการณ์ใด

  1. เพื่อนถามว่าร้านปิดกี่โมง แล้วคุณพูดว่า "Good on you."
  2. เพื่อนสมัครหลักสูตรปฐมพยาบาล แล้วคุณพูดว่า "Good on you."
  3. เพื่อนบอกว่ากุญแจของคุณอยู่ที่ไหน แล้วคุณพูดว่า "Good on you."
ดูคำตอบ

เพื่อนสมัครหลักสูตรปฐมพยาบาล แล้วคุณพูดว่า "Good on you."

Well, one won't hurt. น้ำเสียง/เจตนา

3:01

แหม ชิ้นเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

one won't hurt: ทำให้การยกเว้นเล็กน้อยดูไม่สำคัญ

ใน one won't hurt คำว่า one แทนสิ่งของที่นับได้หนึ่งชิ้นซึ่งเข้าใจอยู่แล้วจากบริบท เช่น มันฝรั่งทอดหนึ่งแผ่น ส่วน hurt หมายถึง “ทำให้เกิดผลเสียหรือผลลัพธ์ที่ไม่ดี” ไม่ใช่ “รู้สึกเจ็บทางร่างกาย” สำนวนนี้ทำให้การยกเว้นเพียงครั้งเดียวดูไม่เป็นอันตราย ผู้คนมักใช้เพื่อโน้มน้าวตัวเองหรือผู้อื่นให้ยอมต่อสิ่งล่อใจเล็ก ๆ จึงอาจฟังเหมือนการปลอบใจแบบสบาย ๆ หรือการหาเหตุผลให้ตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ใช้หาเหตุผลให้การยกเว้นเล็กน้อยหนึ่งครั้ง: "I'm trying not to eat cookies, but one ____."

ดูคำตอบ

won't hurt

Aunt Trixie,

3:03

คุณป้าทริกซี่คะ

can you please take Muffin's cone off?

3:05

ช่วยถอดปลอกคอของมัฟฟินให้หน่อยได้ไหมคะ?

Well,

3:07

อืม

if I take it off,

3:08

ถ้าป้าถอดให้

the first thing she'll do is suck her thumb. ไวยากรณ์

3:09

สิ่งแรกที่น้องจะทำก็คือดูดนิ้วโป้งน่ะสิ

ไวยากรณ์

the first thing she'll do is ...: ใช้คาดการณ์สิ่งแรกที่จะทำ

ในกลุ่มคำนาม the first thing she'll do คำว่า she'll do หมายถึง she will do และระบุการกระทำแรกของเธอ กลุ่มคำทั้งหมดนี้เป็นประธานของ is ใช้โครงสร้าง the first thing + ประธาน + will do + is + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อคาดการณ์หรือบอกว่าใครจะทำอะไรก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด ในประโยคนี้ is ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน suck

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the first thing + he will do + is: When Leo gets home, ____ feed the dog.

ดูคำตอบ

the first thing he'll do is

She won't.

3:11

น้องจะไม่ทำค่ะ

She promises.

3:12

น้องสัญญา

Don't you, Muffin? น้ำเสียง/เจตนา

3:13

ใช่ไหม มัฟฟิน?

น้ำเสียง/เจตนา

Don't you, Muffin?: ใช้ให้อีกฝ่ายยืนยัน

ในที่นี้ Don't you, Muffin? เป็นคำถามยืนยันแบบละข้อความก่อนหน้าไว้ ความหมายเต็มคือ You promise, don't you, Muffin? ผู้พูดเปลี่ยนจากการกล่าวถึง Muffin ด้วย she มาเป็นการพูดกับเธอโดยตรงด้วย you ดังนั้น don't you จึงขอให้ Muffin ยืนยันด้วยตัวเอง นี่ไม่ใช่โครงสร้างคำสั่งปฏิเสธ Don't + กริยารูปพื้นฐาน คำถามพ่วงปฏิเสธสั้น ๆ อย่าง don't you จะใช้เดี่ยว ๆ ได้ก็ต่อเมื่อข้อความที่ละไว้ชัดเจนจากบริบทก่อนหน้าทันที

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงปฏิเสธที่ใช้ขอให้ Mia ยืนยัน: You remember our plan, ____, Mia?

ดูคำตอบ

don't you

See?

3:15

เห็นไหมคะ?

Please, Aunt Trixie.

3:16

ได้โปรดเถอะค่ะ ป้าทริกซี่

Yeah,

3:17

ใช่ค่ะ

please, Aunt Trixie.

3:18

ได้โปรดเถอะค่ะ ป้าทริกซี่

Okay.

3:20

ตกลงจ้ะ

Hooray.

3:21

ไชโย

Thank you, Aunt Trixie.

3:22

ขอบคุณค่ะ ป้าทริกซี่

We promise Muffin won't suck her thumb,

3:24

เราสัญญาว่ามัฟฟินจะไม่ดูดนิ้วโป้ง

even once. ลำดับความ

3:26

แม้แต่ครั้งเดียวเลย

ลำดับความ

even once: ทำให้คำสัญญาเชิงปฏิเสธเด็ดขาด

เมื่ออยู่หลังข้อความปฏิเสธ even once หมายถึง “ไม่แม้แต่ครั้งเดียว” ในที่นี้ วลีนี้รวมจำนวนที่น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้คือหนึ่งครั้งไว้ในสิ่งที่สัญญาว่าจะไม่เกิดขึ้นด้วย จึงทำให้ won't suck her thumb เป็นคำสัญญาที่หนักแน่นขึ้น กล่าวคือ จำนวนครั้งที่สัญญาว่าจะเกิดขึ้นคือศูนย์ ไม่ใช่แค่ “นาน ๆ ครั้ง”

แบบฝึกหัด

ใช้ even once เพื่อทำให้คำสัญญานี้เด็ดขาด: I won't skip practice, ____.

ดูคำตอบ

even once

Muffin!

3:29

มัฟฟิน!

Why can't you just not suck your thumb? น้ำเสียง/เจตนา

3:33

ทำไมน้องถึงแค่เลิกดูดนิ้วไม่ได้ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why can't you just not ...?: ทำให้การหยุดดูเป็นเรื่องง่าย

Why can't you just not + verb? ดูเหมือนเป็นการถามหาเหตุผล แต่โดยมากทำหน้าที่เป็นการบ่นหรือการท้าทาย ในที่นี้ just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียงแค่” และทำให้การไม่ทำสิ่งนั้นดูเป็นทางเลือกที่ง่าย การพูดแบบนี้อาจสื่อถึงความหงุดหงิดหรือการตำหนิ ผู้พูดฟังเหมือนคิดว่าอีกฝ่ายควรหยุดได้ แม้นิสัยนั้นอาจควบคุมได้ยากจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าความวิตกกังวลทำให้ผ่อนคลายได้ยาก การตอบว่า “Why can't you just relax?” เป็นการตอบที่ให้กำลังใจหรือไม่

  1. ไม่ใช่ เพราะอาจทำให้ความยากนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อย
  2. ใช่ เพราะฟังดูห่วงใยและช่วยเหลือเสมอ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เพราะอาจทำให้ความยากนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อย

I don't know.

3:36

หนูไม่รู้

I just can't. น้ำเสียง/เจตนา

3:38

หนูทำไม่ได้จริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

I just can't: รู้สึกว่าทำไม่ได้ ไม่ใช่แค่ไม่ยอมทำ

ในคำตอบนี้ I just can't หมายถึง “ฉันรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้” ไม่ใช่แค่ “ฉันปฏิเสธที่จะทำ” การกระทำที่ปกติจะตามหลัง can't เข้าใจได้จากบทสนทนาก่อนหน้า ดังนั้นประโยคนี้จึงสมบูรณ์ในบริบทนี้ just ช่วยเน้นว่าผู้พูดรู้สึกว่าการกระทำนั้นเกินความสามารถหรือการควบคุมของตน ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันนี้อาจสื่อว่าขาดทักษะ ความกล้า ความเข้มแข็งทางอารมณ์ หรือการควบคุมตนเองในการทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

คนหนึ่งต้องการเลิกนิสัยบางอย่าง แต่รู้สึกว่าตนเองควบคุมไม่ได้ “I just can't” สื่อความหมายใด?

  1. คนนั้นกำลังสั่งให้อีกคนหยุด
  2. คนนั้นปฏิเสธที่จะหยุดเพราะไม่อยากลอง
  3. คนนั้นรู้สึกว่าตนเองหยุดไม่ได้ แม้ว่าอาจต้องการหยุดก็ตาม
ดูคำตอบ

คนนั้นรู้สึกว่าตนเองหยุดไม่ได้ แม้ว่าอาจต้องการหยุดก็ตาม

Well,

3:40

อืม

we can't play sandwich shop, then.

3:40

งั้นเราก็เล่นร้านแซนด์วิชไม่ได้สิ

I'm sorry.

3:43

หนูขอโทษ

I mean, ลำดับความ

3:48

ผมหมายถึง

she is only three.

3:49

ลูกเพิ่งจะสามขวบเองนะ

ลำดับความ

I mean, ใช้เปลี่ยนไปสู่คำอธิบายในภาษาพูด

ในที่นี้ I mean เป็นคำเชื่อมทางบทสนทนาที่ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มเหตุผลหรือกล่าวประเด็นเดิมใหม่ให้ชัดเจนขึ้น ข้อความที่เพิ่มว่า she is only three ทำให้การสนทนาเปลี่ยนไปมองพฤติกรรมของเธอด้วยความเข้าใจมากขึ้น I mean ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อนำเข้าสู่คำจำกัดความอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

“I mean,” ใน “I mean, she is only three” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เพิ่มเหตุผลและเปลี่ยนจุดยืนของผู้พูดไปสู่มุมมองที่เข้าใจมากขึ้น
  2. ถามความหมายของคำว่า three
  3. บอกว่าข้อความถัดไปไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พูดก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เพิ่มเหตุผลและเปลี่ยนจุดยืนของผู้พูดไปสู่มุมมองที่เข้าใจมากขึ้น

There's nothing wrong with a three-year-old sucking their thumb, ไวยากรณ์

3:51

เด็กสามขวบดูดนิ้วโป้งก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหน

I guess.

3:54

ผมว่านะ

ไวยากรณ์

There's nothing wrong with + คำนามหรือกริยารูป -ing

There's nothing wrong with ... หมายความว่าผู้พูดมองว่าสิ่งหรือการกระทำที่ตามมาไม่มีปัญหาและไม่ได้ผิดอะไร ในประโยคนี้ใช้เพื่อลดน้ำหนักของการตำหนิ และมองว่าการดูดนิ้วโป้งของเด็กสามขวบเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ไม่ใช่การทำผิด หลัง with ใช้นามวลีหรือกริยารูป -ing: There's nothing wrong with this plan; There's nothing wrong with asking ในโครงสร้างนี้ wrong เป็นการประเมินว่าสิ่งนั้นยอมรับได้หรือไม่ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชำรุดเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายความว่าการกระทำนั้นยอมรับได้ให้สมบูรณ์: ____ asking for clarification.

ดูคำตอบ

There's nothing wrong with

Oh,

3:55

โอ้

get these things away from me.

3:56

เอาของพวกนี้ไปไกลๆ ฉันที

Sorry,

3:58

ขอโทษ

I shouldn't have put them out. โน้ต

3:58

ผมไม่น่าหยิบมันออกมาเลย

ไวยากรณ์

I shouldn't have + กริยาช่องสาม: การเสียใจกับการกระทำในอดีต

I shouldn't have + กริยาช่องสาม ใช้มองย้อนกลับไปยังการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วและบอกว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดพลาด มักใช้แสดงความเสียใจ ยอมรับความผิด หรือรับผิดชอบ ในประโยคนี้ผู้พูดเสียใจที่เอาสิ่งของเหล่านั้นออกมา กริยาหลัง have ต้องเป็นกริยาช่องสาม put เป็นกริยาไม่ปกติ โดยรูปพื้นฐาน รูปอดีต และกริยาช่องสามล้วนเป็น put โครงสร้างนี้พูดถึงการกระทำในอดีต ไม่ใช่คำแนะนำว่าตอนนี้ควรทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมข้อความสะท้อนความคิดด้วยโครงสร้างที่ใช้เสียใจกับการกระทำในอดีต: I sent the email too quickly. I ____ sent it before checking.

ดูคำตอบ

shouldn't have

กริยาวลี

put them out: นำอาหารออกมาวางให้คนอื่นหยิบได้

ในประโยคนี้ put them out หมายถึงนำมันฝรั่งทอดออกจากที่เก็บ แล้ววางไว้ตรงที่คนอื่นมองเห็นหรือหยิบได้ โดย them หมายถึงมันฝรั่งทอด put out ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง put กับ out จึงพูดว่า put them out ไม่ใช่ put out them กรรมและสถานการณ์จะช่วยให้รู้ว่า put out ใช้ในความหมายใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put out ในความหมายว่า “วางอาหารไว้ตรงที่คนอื่นมองเห็นหรือหยิบได้”

  1. Could you put the snacks out before the guests arrive?
  2. Please put the fire out before you leave.
  3. The long delay really put me out.
ดูคำตอบ

Could you put the snacks out before the guests arrive?

You're trying to be healthy.

3:59

คุณกำลังพยายามดูแลสุขภาพอยู่นี่นะ

Nah,

4:01

ไม่ล่ะ

it's fine.

4:01

ไม่เป็นไร

Are you sure?

4:02

แน่ใจนะ?

Yeah.

4:03

ใช่

I can resist.

4:04

ฉันทนได้

Oh.

4:08

โอ้

I'm gonna have a chat with Bluey and Bingo. วลี

4:09

ป้าขอไปคุยกับบลูอี้และบิงโกหน่อยนะจ๊ะ

วลี

have a chat with: คุยกับใครสักคนแบบไม่เป็นทางการ

have a chat with someone หมายถึงคุยกับคนนั้น โดยทั่วไปเป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการและเป็นกันเอง ในที่นี้ chat เป็นคำนามนับได้ จึงใช้รูป have a chat และใช้ with เพื่อบอกว่าเราคุยกับใคร ในประโยคนี้ ผู้พูดวางแผนจะคุยเป็นการส่วนตัวกับ Bluey และ Bingo วลีนี้ทำให้แผนการพูดคุยฟังดูนุ่มนวลและเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน แม้ว่าหัวข้ออาจสำคัญก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี have a chat with: I need to ____ my manager about tomorrow's schedule.

ดูคำตอบ

have a chat with

I'll be right back. วลี

4:11

เดี๋ยวป้ามานะ

วลี

I'll be right back: บอกว่าจะกลับมาอย่างรวดเร็ว

I'll be right back เป็นประโยคตายตัวที่ใช้ก่อนออกไปชั่วครู่ เพื่อบอกผู้ฟังว่าผู้พูดคาดว่าจะกลับมาในเร็ว ๆ นี้ ในที่นี้ right เน้นความหมายด้านเวลาของ back ให้หมายถึง “เร็วมาก” หรือ “ทันที” ไม่ได้หมายถึง “ทางขวา”

แบบฝึกหัด

คุณต้องออกจากเคาน์เตอร์ต้อนรับหนึ่งนาที ก่อนออกไปควรพูดประโยคใด

  1. I'll be on the right.
  2. I'll be back later.
  3. I'll be right back.
ดูคำตอบ

I'll be right back.

Egg and lettuce,

4:15

ขอไข่กับผักกาดหอม

please.

4:16

นะคะ

Okay.

4:16

ตกลงค่ะ

Hey Bluey,

4:18

เฮ้ บลูอี้

is Muffin okay?

4:19

มัฟฟินโอเคไหมจ๊ะ?

No,

4:20

ไม่ค่ะ

she's upset because she has to wear her cone,

4:20

น้องอารมณ์เสียที่ต้องใส่ปลอกคอ

which means she can't play sandwich shop properly. ลำดับความ

4:23

ซึ่งแปลว่าน้องจะเล่นร้านแซนด์วิชดีๆ ไม่ได้

ลำดับความ

which means: เชื่อมสถานการณ์กับผลที่ตามมา

which means ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า แล้วเพิ่มความหมายหรือผลที่ตามมา ในประโยคนี้ which หมายถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าเธอต้องใส่ปลอกคอรูปกรวย และผลคือเธอเล่นร้านแซนด์วิชได้ไม่ถนัด ไม่ได้หมายถึงเพียงคำนาม cone รูปแบบการจัดข้อมูลคือ สถานการณ์, which means + ผลลัพธ์หรือคำอธิบาย ผู้พูดจึงสามารถบอกข้อเท็จจริงก่อน แล้วค่อยอธิบายสิ่งที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใน “The road is closed, which means we'll need another route,” which หมายถึงอะไร

  1. เส้นทางที่เราจะเลือก
  2. เฉพาะคำนาม road
  3. สถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนปิด
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนปิด

Well,

4:26

อืม

is there a game she can play with her cone?

4:27

มีเกมอะไรที่น้องสามารถเล่นตอนใส่ปลอกคอได้ไหมจ๊ะ?

Maybe,

4:29

อาจจะนะคะ

but we want to play sandwich shop.

4:30

แต่เราอยากเล่นร้านแซนด์วิช

All right.

4:32

โอเคจ้ะ

It's just, I think she's feeling a little embarrassed about her cone. โน้ต

4:34

ป้าแค่คิดว่าน้องกำลังรู้สึกอายๆ นิดหน่อยกับปลอกคอของแกน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

It's just, I think...: คำเกริ่นเพื่อทำให้ความเห็นนุ่มนวลลง

ในประโยคนี้ It's just เป็นคำเกริ่นในบทสนทนา ไม่ได้บรรยายสิ่งของตามตัวอักษร คำนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเสนอคำอธิบายหรือเสริมรายละเอียด I think ทำให้ข้อความถัดไปเป็นมุมมองส่วนตัวของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน เมื่อใช้รวมกัน It's just, I think... จะทำให้การคาดเดาเรื่องที่ละเอียดอ่อนฟังดูไม่ตรงหรือแข็งเกินไป

แบบฝึกหัด

It's just, I think... มีผลอย่างไรก่อนคำอธิบาย?

  1. ทำให้คำอธิบายเป็นการตัดสินส่วนตัวที่นุ่มนวลลง
  2. ประกาศว่าคำอธิบายนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
  3. หมายความว่า it อ้างถึงสิ่งของชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ

ทำให้คำอธิบายเป็นการตัดสินส่วนตัวที่นุ่มนวลลง

วลี

feeling a little embarrassed about her...: ระดับความรู้สึกเล็กน้อยและสาเหตุของความอาย

feel embarrassed about something หมายถึงรู้สึกอายหรือไม่สบายใจเพราะบางสิ่ง ในประโยคนี้ about นำสาเหตุของความรู้สึกมา และกรรมที่ครบถ้วนคือ her cone คำว่า her ขยาย cone ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่อยู่เดี่ยว ๆ หลัง about a little ลดระดับความรู้สึกของ embarrassed ผู้พูดจึงสื่อว่าอายเล็กน้อย ไม่ใช่รู้สึกอายอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

feeling a little embarrassed about her mistake หมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเพราะความผิดพลาดของตนเอง
  2. เธอรู้สึกอายแทนบุคคลอื่น
  3. เธอโกรธมากเพราะคนอื่นทำผิดพลาด
ดูคำตอบ

เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเพราะความผิดพลาดของตนเอง

Well,

4:38

ก็

why can't she just not suck her thumb?

4:38

ทำไมน้องถึงแค่เลิกดูดนิ้วโป้งไม่ได้ล่ะคะ?

She will one day. น้ำเสียง/เจตนา

4:40

สักวันน้องจะทำได้จ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

She will one day: การละการกระทำและเวลาในอนาคตที่ไม่ระบุแน่นอน

ใน She will one day คำว่า will รับช่วงการกระทำที่ผู้ฟังเข้าใจจากบทสนทนาอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษสามารถละกลุ่มคำกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยได้ โดย She will ในที่นี้หมายถึง She will do it เมื่อใช้กับ will คำว่า one day หมายถึงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ไม่ได้ระบุแน่นอน ประโยคนี้แสดงความเชื่อมั่นอย่างอ่อนโยนและอดทนว่าในที่สุดเธอจะทำได้ โดยไม่ได้เรียกร้องให้เธอเปลี่ยนทันที

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: He can't swim yet, but he will ____.

ดูคำตอบ

one day

Just don't give up on her, okay? กริยาวลี

4:42

อย่าเพิ่งยอมแพ้ในตัวน้องนะ ตกลงไหม?

กริยาวลี

don't give up on her: ยังคงเชื่อมั่นและสนับสนุนใครสักคน

Give up on someone หมายถึงเลิกเชื่อว่าคนนั้นจะพัฒนาได้ หรือเลิกพยายามสนับสนุนและช่วยเหลือเขา don't give up on her เป็นการขอให้ผู้ฟังยังคงอดทนและเชื่อมั่นในตัวเธอ คำบุพบท on จำเป็นต่อความหมายนี้ ประโยคไม่ได้พูดถึงการหยุดทำกิจกรรม แต่มีคนเป็นกรรม ซึ่งคนอื่นอาจตัดสินว่าไม่คุ้มที่จะพยายามช่วยต่อไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้เพื่อขอให้คนอื่นยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา: Don't ____; he's still learning.

ดูคำตอบ

give up on him

Hi Muffin.

4:52

หวัดดีมัฟฟิน

I'm sorry I can't stop sucking my thumb. น้ำเสียง/เจตนา

4:53

หนูขอโทษที่เลิกดูดนิ้วโป้งไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sorry I can't stop: ขอโทษเมื่อทำบางอย่างไม่ได้

I'm sorry I can't... ใช้บอกทั้งคำขอโทษและข้อเท็จจริงว่าผู้พูดทำบางอย่างไม่ได้ ในประโยคนี้ can't หมายถึงผู้พูดควบคุมหรือหยุดพฤติกรรมนั้นไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงไม่ยอมพยายาม ใน can't stop sucking คำว่า stop ตามด้วยรูป -ing เพราะ sucking เป็นพฤติกรรมที่ทำต่อเนื่องหรือทำซ้ำและหยุดไม่ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm sorry I can't + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความเสียใจที่ไม่สามารถทำสิ่งที่อีกฝ่ายหวังหรือคาดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอโทษอย่างเป็นธรรมชาติที่ไม่สามารถอยู่ต่อได้

  1. I'm sorry I can't stay any longer.
  2. I'm sorry I don't can stay any longer.
  3. I'm sorry I can't to stay any longer.
ดูคำตอบ

I'm sorry I can't stay any longer.

It's okay,

4:56

ไม่เป็นไรหรอก

Muffin.

4:57

มัฟฟิน

I think I have to wear my cone forever.

4:58

หนูคิดว่าหนูคงต้องใส่ปลอกคอนี้ไปตลอดกาลแน่เลย

Well then,

5:02

ถ้างั้น

we're going to think of a game where your cone is okay. ไวยากรณ์

5:02

เราจะมาคิดเกมที่การใส่ปลอกคอของน้องไม่เป็นปัญหากัน

ไวยากรณ์

a game where your cone is okay: where ที่บอกสถานการณ์เชิงนามธรรม

ในที่นี้ where นำอนุประโยคขยายคำนาม game ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง แต่หมายถึง “ในเกมนั้น” หรือ “ภายใต้กติกาของเกมนั้น” your cone is okay หมายถึงปลอกคอทรงกรวยนั้นเป็นที่ยอมรับและไม่ก่อปัญหา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนามที่บอกสถานการณ์หรือระบบ + where + สิ่งที่เป็นจริงภายในนั้น เช่น a game where everyone can join

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where ในความหมายว่า “ภายในสถานการณ์หรือกติกาของเกมนั้น”

  1. Let's choose a game who every child can play.
  2. Let's choose a game when every child can play.
  3. Let's choose a game where every child can play.
ดูคำตอบ

Let's choose a game where every child can play.

Really?

5:05

จริงเหรอคะ?

Yeah.

5:06

ใช่แล้ว

Thanks, Bluey.

5:07

ขอบคุณนะ บลูอี้

Hmm.

5:09

หืม

What if we pop it down? โน้ต

5:09

ถ้าเราพับมันลงมาล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What if ...? สำหรับเสนอความคิดแบบไม่บังคับ

ในประโยคนี้ What if ใช้เสนอการกระทำที่เป็นไปได้แบบไม่บังคับ ผู้พูดกำลังชวนให้คนอื่นพิจารณาลองทำ ไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นไปแล้ว โครงสร้างคือ What if + ประธาน + กริยา การเสนอความคิดในรูปของความเป็นไปได้เปิดโอกาสให้คนอื่นเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และมักฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ

แบบฝึกหัด

กลุ่มของคุณกำลังจัดห้อง ใช้คำขึ้นต้นเพื่อเสนอความคิดแบบไม่บังคับจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ we move the chairs closer?

ดูคำตอบ

What if

กริยาวลี

pop it down: ขยับลงอย่างรวดเร็วและไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ pop เป็นคำกริยาแสดงการกระทำแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเคลื่อนหรือวางบางสิ่งอย่างรวดเร็วและง่าย ๆ ส่วน pop it down หมายถึงปรับวัตถุลงเล็กน้อย เช่น ลดระดับ พับลง หรือวางลง การเคลื่อนไหวที่แน่นอนขึ้นอยู่กับวัตถุและสถานการณ์ โดย pop ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระเบิด ในโครงสร้างกริยาและคำบอกทิศทางที่แยกกันได้แบบนี้ คำสรรพนามกรรมต้องอยู่ระหว่าง pop กับ down จึงใช้ pop it down ไม่ใช่ pop down it

แบบฝึกหัด

คุณกำลังปรับมู่ลี่ ใช้ pop ... down และวางคำสรรพนามกรรมในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมคำขอให้สมบูรณ์: Could you ____ a little?

ดูคำตอบ

pop it down

Oh, yeah.

5:11

โอ้ ใช่

Aunt Trixie didn't say anything about that. วลี

5:12

ป้าทริกซี่ไม่ได้ห้ามเรื่องนี้นี่นา

วลี

didn't say anything about that: กฎที่ไม่ได้กล่าวถึง

didn't say anything about that หมายถึง “ไม่ได้พูดถึงประเด็นนั้น” ในประโยคปฏิเสธ anything ใช้ร่วมกับ didn't ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีโครงสร้าง didn't say anything about + หัวข้อ เมื่อพูดถึงกฎ ผู้พูดอาจใช้สำนวนนี้เพื่อชี้ให้เห็นช่องว่างว่า มีการจำกัดการกระทำอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้กล่าวถึงการกระทำนี้ ข้อนี้อาจใช้สนับสนุนเหตุผลได้ แต่การไม่กล่าวถึงไม่เท่ากับการอนุญาตอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

The manual didn't say anything about extension cords. ประโยคนี้พิสูจน์ได้ไหมว่าสายต่อพ่วงได้รับอนุญาต?

  1. ไม่ได้ พิสูจน์ได้เพียงว่าคู่มือไม่ได้กล่าวถึงสายต่อพ่วง
  2. ได้ พิสูจน์ว่าสายต่อพ่วงได้รับอนุญาต
ดูคำตอบ

ไม่ได้ พิสูจน์ได้เพียงว่าคู่มือไม่ได้กล่าวถึงสายต่อพ่วง

Ooh, okay.

5:15

โอ้ โอเคเลย

Yeah.

5:17

ใช่

You look like a wedding wife.

5:19

น้องดูเหมือนเจ้าสาวเลย

Or a traffic cone.

5:21

หรือกรวยจราจร

Or a ballerina.

5:22

หรือนักบัลเลต์

I know.

5:25

ฉันรู้แล้ว

Let's play wedding wife,

5:26

เรามาเล่นเป็นเจ้าสาว

traffic cone, and ballerina.

5:27

กรวยจราจร แล้วก็นักบัลเลต์กันเถอะ

Yay.

5:30

เย้

Sorry, Trix.

5:31

ขอโทษนะ ทริกซ์

I

5:32

ฉัน——

What happened to the chips? วลี

5:33

เกิดอะไรขึ้นกับมันฝรั่งทอดเนี่ย?

วลี

What happened to...?: ถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

What happened to + คนหรือสิ่งของ ใช้ถามว่าทำไมคนหรือสิ่งนั้นจึงหายไป เสียหาย หรือเปลี่ยนไปจากเดิม มักแสดงว่าผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด ในที่นี้ คำถามต้องการรู้ว่าทำไมมันฝรั่งแผ่นจึงหายไป ไม่จำเป็นต้องขอให้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ความหมายตามบริบทอาจเป็น “มันหายไปไหน?” หรือ “ทำไมตอนนี้ถึงเป็นแบบนี้?”

แบบฝึกหัด

คุณเห็นว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนแตก คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Where is your phone?
  2. What happened to your phone?
  3. What did your phone happen to?
ดูคำตอบ

What happened to your phone?

Oh, Trix.

5:37

โอ้ ทริกซ์

It might be time to take off Muffin's cone. น้ำเสียง/เจตนา

5:38

อาจจะถึงเวลาต้องถอดปลอกคอของมัฟฟินแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

It might be time to ... สำหรับเสนออย่างนุ่มนวล

It might be time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “บางทีตอนนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะจะทำสิ่งนี้” ในประโยคนี้ใช้เสนอให้ถอดปลอกคอของมัฟฟิน ไม่ได้กำลังบอกเวลาบนนาฬิกาอย่างเจาะจง might ทำให้ข้อเสนอฟังตรงน้อยกว่าโครงสร้าง It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ผู้พูดเสนอการกระทำนั้นเป็นความเป็นไปได้และเปิดโอกาสให้พูดคุยกันต่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนออย่างนุ่มนวลว่าตอนนี้อาจถึงเวลาขอความช่วยเหลือแล้ว

  1. It might be time to ask for help.
  2. It might time to ask for help.
  3. It might be time asking for help.
ดูคำตอบ

It might be time to ask for help.

We're getting married.

5:42

เรากำลังจะแต่งงานกัน

We're getting married.

5:44

เรากำลังจะแต่งงานกัน

We're getting married.

5:46

เรากำลังจะแต่งงานกัน

Please go around the traffic cone!

5:52

กรุณาขับอ้อมกรวยจราจรไปนะคะ!

I said please go around the traffic cone!

5:56

ฉันบอกว่ากรุณาขับอ้อมกรวยจราจรไปไงคะ!

Oh, husband, thank you so much for taking me to the ballet show. วลี

6:00

คุณสามีคะ ขอบคุณมากนะคะที่พาฉันมาดูการแสดงบัลเลต์

วลี

thank you so much for taking me to ...: ขอบคุณที่พาไป

Thank you so much for + -ing ใช้ระบุการกระทำที่ทำให้รู้สึกขอบคุณ และ so much ทำให้คำขอบคุณหนักแน่นและอบอุ่นขึ้น เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท จึงต้องเปลี่ยน take เป็น taking ไม่ใช่ take Take someone to + สถานที่หรือกิจกรรม หมายถึงพา ขับรถไปส่ง หรือไปเป็นเพื่อนบุคคลนั้นที่นั่น ตัววลีนี้ไม่ได้ระบุเองว่าเดินทางด้วยวิธีใด

แบบฝึกหัด

เติมคำขอบคุณด้วยรูปที่ถูกต้องของ take me to: Thank you so much for ____ the airport.

ดูคำตอบ

taking me to

No worries, babe. น้ำเสียง/เจตนา

6:04

ไม่เป็นไรจ้ะที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

No worries: คำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณหรือคำขอโทษ

No worries เป็นคำตอบแบบสบาย ๆ ที่ใช้ในภาษาพูด เมื่อใช้ตอบคำขอบคุณจะหมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ได้ลำบากอะไร” และเมื่อใช้ตอบคำขอโทษเรื่องเล็กน้อยจะหมายถึง “ไม่เป็นไร” เช่นกัน โดยทั่วไปไม่ได้เป็นการบอกตามตัวอักษรว่าคนคนหนึ่งไม่มีความกังวล แต่เป็นการบอกอีกฝ่ายว่าความช่วยเหลือหรือปัญหาเล็กน้อยนั้นไม่ได้สร้างความลำบาก และอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “Thanks for carrying that box.” คำตอบแบบสบาย ๆ ข้อใดใช้สำนวนเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. No worries!
  2. Don't worry!
  3. I have no worries!
ดูคำตอบ

No worries!

The seed is hatching.

6:19

เมล็ดกำลังฟักตัว

Muffin Honey, you can take off your cone now.

6:22

มัฟฟินลูกรัก ลูกถอดปลอกคอออกได้แล้วล่ะจ้ะ

Hooray!

6:28

ไชโย!

Thank you for hatching, beautiful sunflower.

6:30

ขอบคุณที่ฟักตัวออกมานะ ดอกทานตะวันแสนสวย

We love you.

6:34

พวกเรารักลูกนะ

Bye, Bingo.

6:38

ลาก่อน บิงโก

Bye, Bluey.

6:39

ลาก่อน บลูอี้

Bye, Muffins.

6:40

ลาก่อน มัฟฟิน

See you next Thursday! วลี

6:41

เจอกันวันพฤหัสหน้านะ!

วลี

See you next Thursday: รูปแบบ See you + เวลาในอนาคต

See you + เวลาในอนาคต เป็นรูปแบบการบอกลาที่ใช้กันทั่วไป หมายความว่าคุณคาดว่าจะได้พบอีกฝ่ายอีกครั้งหรือได้นัดหมายกันไว้ในเวลานั้น โดย see you ในที่นี้ไม่ได้บรรยายสิ่งที่คุณมองเห็นอยู่ตอนนี้ ใน See you next Thursday คำว่า next Thursday จะตามหลัง see you โดยตรง อย่าเติม on หน้าวลีวันซึ่งขึ้นต้นด้วย next ให้พูดว่า See you next Thursday ไม่ใช่ See you on next Thursday

แบบฝึกหัด

คุณนัดกับเพื่อนบ้านไว้ว่าจะพบกันอีกครั้งในวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ถัดไป เติมคำบอกลาให้สมบูรณ์: See you ____!

ดูคำตอบ

next Thursday

Almost at Bluey and Bingo's, Muffy.

6:47

ใกล้จะถึงบ้านบลูอี้กับบิงโกแล้ว มัฟเฟิลส์

Hooray.

6:49

ไชโย

Hey Dad, look at me.

6:52

เฮ้ พ่อ ดูหนูสิ

Muffin's here!

6:58

มัฟฟินมาแล้ว!

Cone of shame! วัฒนธรรม

7:02

กรวยแห่งความอับอาย!

วัฒนธรรม

Cone of shame: ชื่อเล่นขำ ๆ ของกรวยป้องกันสำหรับสัตว์เลี้ยง

“Cone of shame” เป็นชื่อเล่นแบบขำ ๆ ของปลอกคอทรงกรวยที่สัตว์เลี้ยงอาจต้องใส่เพื่อป้องกันไม่ให้เลียหรือกัดแผล คำเรียกแบบเป็นกลาง ได้แก่ “protective cone”, “Elizabethan collar” และ “E-collar” คำว่า “shame” ใช้ล้อว่าปลอกคอที่ดูสะดุดตาและเกะกะทำให้สัตว์เลี้ยงดูเหมือนกำลังถูกลงโทษ ไม่ได้หมายความว่าสัตว์เลี้ยงทำเรื่องน่าอับอายจริง ๆ และสำนวนนี้ไม่ใช่ชื่อทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง cone of shame มักหมายถึงอะไร?

  1. ชื่อเล่นขำ ๆ ของกรวยป้องกันสำหรับสัตว์เลี้ยง
  2. ชื่อทางการแพทย์อย่างเป็นทางการของอุปกรณ์พยุงคอทุกชนิด
  3. การลงโทษสัตว์เลี้ยงที่ประพฤติตัวไม่ดี
ดูคำตอบ

ชื่อเล่นขำ ๆ ของกรวยป้องกันสำหรับสัตว์เลี้ยง