ชื่อสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่เจ็บปวดได้อย่างไร ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
806 คำ 143 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ชายสองคนสำรวจว่าชื่อสามารถแบกรับประวัติครอบครัว อัตลักษณ์ทางศาสนา ความอยุติธรรมจากลัทธิล่าอาณานิคม และมรดกของระบบทาสได้อย่างไร เรื่องราวของทั้งคู่ชวนให้คิดว่าการเปลี่ยนชื่อที่สืบทอดมาจะช่วยรับมือกับความเชื่อมโยงอันเจ็บปวดได้หรือไม่ หรือความหมายของชื่อขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้ใช้ชื่อนั้นมากกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. strong baggage that goes with it. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า baggage ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสัมภาระจริง แต่เป็นความเชื่อ ความทรงจำ และความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ที่เป็นปัญหาซึ่งติดมากับชื่อ และนำอุปมานี้ไปใช้พูดถึงภาระทางสังคมหรืออารมณ์ที่รับมาจากอดีตได้ 2. passed down — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่าสิ่งหนึ่งถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับชื่อ ประเพณี เรื่องเล่า ทรัพย์สิน หรือผลกระทบที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษ 3. not so much your name as what you do with it that counts. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า not so much A as B ลดน้ำหนักความสำคัญของ A แล้วเน้น B ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า และใช้รูปแบบนี้แสดงการประเมินอย่างมีมิติเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ทางเลือก และความรับผิดชอบส่วนบุคคลได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:00

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello,

0:07

สวัสดี

this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม นีล

And I'm Beth.

0:12

และฉัน เบธ

In every language,

0:13

ในทุกภาษา

there's one word which has special power over us. สำนวน

0:14

จะมีคำคำหนึ่งที่มีพลังพิเศษเหนือพวกเรา

สำนวน

has special power over: อิทธิพลที่แรง ไม่ใช่เวทมนตร์

ใน has special power over us คำว่า power ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำนั้นส่งผลอย่างมากต่อความรู้สึก การเลือก หรือความรู้สึกเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของเรา ไม่ได้หมายความว่าคำนั้นมีพลังเหนือธรรมชาติ โครงสร้าง have power over + คนหรือสิ่งของ หมายถึง “สามารถมีอิทธิพลหรือควบคุมได้” ส่วน special เน้นว่าอิทธิพลนั้นไม่ธรรมดาหรือสำคัญเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have power over เพื่อสื่อถึงอิทธิพลที่รุนแรงและไม่ใช่พลังทางกายภาพ

  1. Learning new skills gives her the power to choose.
  2. That battery provides power for her lamp.
  3. That old fear still has power over her choices.
ดูคำตอบ

That old fear still has power over her choices.

Our name.

0:17

นั่นคือชื่อของเรา

Our senses,

0:19

ประสาทสัมผัส

feelings, and whole identity are closely linked to our name. วลี

0:20

ความรู้สึก และตัวตนทั้งหมดของเราเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับชื่อของเรา

วลี

closely linked to: แสดงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

ใน are closely linked to our name วลี closely linked to หมายถึง “เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกันอย่างมาก” closely ขยาย linked และเน้นว่าความสัมพันธ์นั้นแน่นแฟ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + be + closely linked to + คำนามหรือวลีคำนาม รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธาน ส่วน to ใช้นำอีกฝ่ายหนึ่งของความเชื่อมโยง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ closely + รูป past participle ของ link + คำบุพบทที่ถูกต้อง: Sleep quality is ____ mental health.

ดูคำตอบ

closely linked to

Yet, strangely, ลำดับความ

0:24

แต่เป็นเรื่องแปลกที่

a name isn't usually something we choose.

0:25

ชื่อมักไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกเอง

ลำดับความ

Yet, strangely, ใช้บอกความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมายอย่างไร

Yet เชื่อมประโยคนี้กับแนวคิดก่อนหน้า และบอกว่าสิ่งที่จะตามมาขัดกับความคาดหมายที่เกิดขึ้นจากบริบทนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้ทำหน้าที่คล้าย however และช่วยให้ผู้ฟังสังเกตว่าการอธิบายกำลังเปลี่ยนทิศทาง strangely เป็นความเห็นของผู้พูดต่อข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ตามมา โดยนำเสนอว่าข้อเท็จจริงนั้นน่าประหลาดใจหรือแปลก ดังนั้น Yet, strangely, จึงไม่ได้เพียงแสดงความขัดแย้ง แต่ยังเตรียมผู้ฟังให้รับรู้ความขัดแย้งที่ผู้พูดมองว่าเหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอผลลัพธ์ที่ทั้งขัดกับความคาดหมายและถูกมองว่าน่าประหลาดใจ

  1. The route looked easy. However, we got lost twice.
  2. The route looked easy. Yet, strangely, we got lost twice.
  3. The route looked easy. For example, we got lost twice.
ดูคำตอบ

The route looked easy. Yet, strangely, we got lost twice.

It's given to us by our parents. ไวยากรณ์

0:28

มันถูกตั้งให้โดยพ่อแม่ของเรา

ไวยากรณ์

It's given to us by: ผู้รับและผู้กระทำในรูปถูกกระทำ

It's given เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยมีโครงสร้าง it is + past participle given สิ่งที่รับการกระทำคือ it หรือชื่อ ถูกวางไว้เป็นประธาน ประโยคจึงเน้นว่าชื่อนั้นถูกมอบให้ แทนที่จะเน้นการกระทำของพ่อแม่ ในโครงสร้าง give something to someone คำว่า to us ระบุผู้รับ ส่วน By our parents ระบุผู้กระทำ คือบุคคลที่ทำกริยานั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ thing + be + given + to + recipient + by + agent

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ give และคำบอกหน้าที่ที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: At yesterday's ceremony, the prize ____ Lena ____ the head teacher.

ดูคำตอบ

was given to · by

But, what if the name you were given at birth doesn't fit? โน้ต

0:30

แต่จะเป็นอย่างไรถ้าชื่อที่คุณได้รับตอนเกิดไม่เข้ากับคุณ

ไวยากรณ์

what if: การยกความเป็นไปได้ในสถานการณ์สมมติ

“What if + อนุประโยค?” ใช้ยกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและขอให้ผู้ฟังคิดถึงผลลัพธ์หรือวิธีรับมือ ในที่นี้เป็นการยกความเป็นไปได้ว่าชื่อที่ได้รับตอนเกิดอาจทำให้รู้สึกว่าไม่เหมาะกับตนเอง วลีนี้อาจแสดงความกังวล ความสงสัย หรือข้อเสนอแนะได้ตามบริบท โดยเปลี่ยนความเป็นไปได้ให้เป็นคำถามเพื่อพิจารณาร่วมกัน แทนที่จะเพียงบอกเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปิดคำถามสองคำที่เรียนในบทนี้: ____ the power goes out during the presentation?

ดูคำตอบ

What if

สำนวน

doesn't fit: ไม่เข้ากับบุคคลหรือสถานการณ์

ในที่นี้ doesn't fit หมายถึง “ไม่เหมาะสม” หรือ “รู้สึกว่าไม่เข้ากัน” ชื่อที่ได้รับตอนเกิดอาจไม่ตรงกับอัตลักษณ์หรือความรู้สึกที่คนคนหนึ่งมีต่อตนเอง ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวถึงขนาดทางกายภาพ การใช้ fit ในความหมายเชิงนามธรรมนี้ขยายแนวคิดเรื่องเสื้อผ้าพอดีตัวไปสู่การที่ชื่อ บทบาท รูปแบบ ตัวเลือก และสถานการณ์เข้ากับบุคคลหรือบริบทหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ doesn't fit ในความหมายว่า “ไม่เหมาะสมหรือไม่เข้ากัน” แทนที่จะกล่าวถึงขนาดทางกายภาพหรือพื้นที่?

  1. The key doesn't fit the lock.
  2. The bright poster doesn't fit the calm mood of the room.
  3. The suitcase doesn't fit in the overhead bin.
ดูคำตอบ

The bright poster doesn't fit the calm mood of the room.

Maybe you simply don't like it.

0:34

บางทีคุณอาจจะแค่ไม่ชอบมัน

Or maybe there are bigger reasons for wanting to change your name. ไวยากรณ์

0:37

หรือบางทีอาจมีเหตุผลที่ใหญ่กว่านั้นในการอยากเปลี่ยนชื่อของคุณ

ไวยากรณ์

reasons for wanting to change: โครงสร้าง reason(s) for + รูป -ing

ใน reasons for wanting to change คำนามพหูพจน์ reasons ตามด้วย for + วลีรูป -ing เนื่องจาก for ตรงนี้เป็นคำบุพบท want จึงเปลี่ยนเป็น wanting วลีนี้บอกเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความต้องการเปลี่ยนชื่อ ภายในวลี -ing นี้ wanting ตามด้วยรูป infinitive คือ to change โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ reason(s) for + คำนามหรือรูป -ing เช่น reasons for leaving และ a reason for choosing this option

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ want หลัง for: Maya explained her reasons for ____ to study abroad.

ดูคำตอบ

wanting

Reasons connected with historical injustices or unfair events in the past. การใช้คำ

0:41

เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์หรือเหตุการณ์ที่ไม่ยุติธรรมในอดีต

การใช้คำ

historical injustices: ความอยุติธรรมในอดีต

historical injustices เป็นสำนวนค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิ หรือความผิดอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งมักกระทบต่อชุมชนหรือกลุ่มคน รูปพหูพจน์อาจหมายถึงหลายเหตุการณ์หรือความไม่เป็นธรรมหลายรูปแบบ historical กำหนดกรอบเวลา ส่วน injustices เพิ่มการตัดสินอย่างชัดเจนว่าผู้คนถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงเหตุการณ์เก่า ๆ หรือประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าพอใจโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

เลือกคำอธิบายที่ถูกต้องของ historical injustices

  1. historical injustices: สิ่งของที่ออกแบบด้วยรูปแบบเก่า
  2. historical injustices: เหตุการณ์ทุกอย่างที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
  3. historical injustices: การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือการละเมิดสิทธิในอดีต
ดูคำตอบ

historical injustices: การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือการละเมิดสิทธิในอดีต

In this program,

0:47

ในรายการนี้

we'll be meeting two people whose family history has caused them to consider changing their name. ไวยากรณ์

0:49

เราจะไปพบกับสองคนที่มีประวัติครอบครัวซึ่งทำให้พวกเขาพิจารณาเปลี่ยนชื่อ

ไวยากรณ์

has caused them to consider: cause + กรรม + to-infinitive

ใน has caused them to consider คำว่า cause ใช้โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive โดย them เป็นกรรมที่ระบุผู้ได้รับผล และ to consider บอกปฏิกิริยาที่เกิดตามมา ในประโยคนี้ ประวัติครอบครัวทำให้คนทั้งสองคิดเรื่องการเปลี่ยนชื่ออย่างจริงจัง โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุและผลอย่างชัดเจน has caused แสดงว่าการพิจารณาที่เกิดขึ้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน เมื่อ consider ตามด้วยการกระทำ มักใช้รูป -ing เช่น consider changing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ cause และเครื่องหมาย infinitive: The icy roads ____ the bus driver ____ slow down.

ดูคำตอบ

caused · to

And as usual,

0:55

และเช่นเคย

we'll be learning some useful new vocabulary as well.

0:57

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์ด้วย

Sounds good, Beth.

1:00

ฟังดูดีเลย เบธ

But first, I have a question for you. ลำดับความ

1:01

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถามให้คุณ

ลำดับความ

But first: แทรกขั้นตอนที่ต้องทำก่อน

But first เป็นสัญญาณว่าผู้พูดเลื่อนหัวข้อหลักถัดไปออกไปชั่วครู่ เพื่อทำหรือพูดสิ่งอื่นก่อน but แสดงการเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยจากลำดับที่คาดไว้ ส่วน first บอกผู้ฟังว่าขั้นตอนที่แทรกเข้ามาอยู่ตรงไหนของลำดับ ในประโยคนี้ ผู้พูดแทรกคำถามก่อนพูดต่อ วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่จำเป็นต้องแสดงความไม่เห็นด้วยหรือความขัดแย้งเชิงเหตุผลระหว่างแนวคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But first อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแทรกขั้นตอนที่ต้องทำก่อนกิจกรรมหลัก

  1. We're ready to begin the hike. But first, let's check the map.
  2. We're ready to begin the hike. For example, let's check the map.
  3. We're ready to begin the hike. As a result, let's check the map.
ดูคำตอบ

We're ready to begin the hike. But first, let's check the map.

My name, Neil,

1:03

ชื่อของผม นีล

is a British name and was given to me at birth.

1:05

เป็นชื่อของชาวอังกฤษและถูกตั้งให้ผมตั้งแต่เกิด

But names change a lot between cultures and religions.

1:08

แต่ชื่อจะเปลี่ยนไปมากระหว่างวัฒนธรรมและศาสนา

Many Muslim boys are named Mohammed.

1:12

เด็กผู้ชายมุสลิมหลายคนมีชื่อว่า โมฮัมเหม็ด (Mohammed)

Indian boys are often called Ram or Krishna.

1:15

เด็กผู้ชายชาวอินเดียมักถูกเรียกว่า ราม (Ram) หรือ กฤษณะ (Krishna)

And in Mexico, some boys are named Jesus.

1:18

และในเม็กซิโก เด็กผู้ชายบางคนมีชื่อว่า พระเยซู (Jesus)

So, according to a recent global survey, วลี

1:21

ดังนั้น ตามการสำรวจระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้

วลี

ดังนั้น จากผลสำรวจทั่วโลกล่าสุด

according to + แหล่งข้อมูล ใช้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่ตามมามาจากไหน ในที่นี้ a recent global survey คือหลักฐานที่ถูกอ้างถึง โดย recent บอกช่วงเวลา และ global บอกขอบเขตของการสำรวจ So ที่ต้นประโยคเชื่อมคำถามนี้เข้ากับการสนทนาก่อนหน้า วลีที่ระบุแหล่งข้อมูลทำให้เห็นว่าคำถามอ้างอิงผลสำรวจที่มีการรายงานไว้ ไม่ใช่เพียงการคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้ระบุแหล่งข้อมูลให้สมบูรณ์: ____ the latest report, the new timetable has reduced delays.

ดูคำตอบ

According to

what is currently the world's most popular boy's name? ไวยากรณ์

1:24

ชื่อเด็กผู้ชายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกตอนนี้คือชื่ออะไร

ไวยากรณ์

ชื่อเด็กผู้ชายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

most popular เป็นรูปขั้นสูงสุดของ popular ใช้ระบุสิ่งที่มีระดับความนิยมสูงที่สุด ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก ใน the world's most popular boy's name คำว่า the world's กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบเป็นทั่วโลก ส่วน currently จำกัดข้อความให้หมายถึงช่วงเวลาปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นสูงสุดของ popular เติมประโยคให้สมบูรณ์: This is the city's ____ museum.

ดูคำตอบ

most popular

Is it A, Jesus,

1:28

ข้อ A. Jesus

B, Mohammed

1:29

B. Mohammed

or C, Noah?

1:31

หรือ C. Noah?

Hmm, I guess it's Mohammed. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

อืม ฉันเดาว่าเป็น Mohammed

น้ำเสียง/เจตนา

Hmm, I guess: คำตอบแบบไม่แน่ใจหลังจากคิด

Hmm แสดงว่าผู้พูดหยุดคิดสั้น ๆ ก่อนตอบ ส่วน I guess บอกว่าคำตอบนี้เป็นการคาดเดาที่ยังไม่แน่นอน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว เมื่อใช้ Hmm, I guess ร่วมกัน คำตอบจะฟังนุ่มนวลขึ้นและเปิดโอกาสว่าผู้พูดอาจเดาผิดได้ สามารถวางรูปแบบนี้ไว้หน้าประโยคย่อยเมื่อให้คำตอบแบบยังไม่มั่นใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเหมือนเป็นการคาดเดาหลังจากหยุดคิดสักครู่?

  1. The timetable confirms that the last train leaves at eleven.
  2. Hmm, I guess the last train leaves at eleven.
  3. I know for certain that the last train leaves at eleven.
ดูคำตอบ

Hmm, I guess the last train leaves at eleven.

Okay, Beth.

1:35

โอเค เบธ

I'll reveal the answer at the end of the program. วลี

1:36

ผมจะเฉลยคำตอบในตอนท้ายของรายการ

วลี

I'll reveal the...: ประกาศข้อมูลที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้

ใน I'll reveal the answer คำว่า I'll ย่อมาจาก I will และบอกถึงการกระทำที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ส่วน Reveal the + คำนาม หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ถูกซ่อน ยังไม่มีใครรู้ หรือถูกเก็บไว้โดยตั้งใจ ในประโยคนี้ reveal เหมาะเพราะผู้ชมต้องรอจนถึงช่วงท้ายจึงจะรู้คำตอบ โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคำตอบ ผลลัพธ์ ตัวตน และข้อมูลอื่น ๆ ที่ยังไม่เปิดเผยเพื่อสร้างความลุ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าตัวตนของผู้ชนะจะถูกเก็บเป็นความลับจนกว่าจะประกาศภายหลัง?

  1. The host will interview the winner after the break.
  2. The host will congratulate the winner after the break.
  3. The host will reveal the winner after the break.
ดูคำตอบ

The host will reveal the winner after the break.

In Britain, a person's first name is also called their Christian name. วัฒนธรรม

1:40

ในอังกฤษ ชื่อจริง (first name) ของบุคคลยังถูกเรียกว่า ชื่อคริสเตียน (Christian name) ด้วย

วัฒนธรรม

Christian name ในฐานะคำอังกฤษดั้งเดิมที่หมายถึง first name

ในประโยคนี้ Christian name หมายถึง first name ของบุคคล หรือชื่อส่วนบุคคลที่ใช้แยกจากนามสกุล คำนี้มาจากธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์ของคริสต์ศาสนาที่ตั้งชื่อให้บุคคลในพิธีล้างบาป ดังนั้น แม้จะใช้เป็นเพียงคำเรียก first name ของใครบางคน วลีนี้ก็ยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ Christian name ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. เป็นคำอังกฤษแบบดั้งเดิมที่อาจหมายถึง first name ของบุคคล
  2. ยืนยันได้เสมอว่าบุคคลนั้นเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่ปฏิบัติศาสนกิจ
  3. เป็นอีกคำหนึ่งที่หมายถึง family name ของบุคคล
ดูคำตอบ

เป็นคำอังกฤษแบบดั้งเดิมที่อาจหมายถึง first name ของบุคคล

And in Christianity,

1:44

และในศาสนาคริสต์

many names have a religious meaning. วลี

1:45

หลายชื่อมีความหมายทางศาสนา

วลี

have a religious meaning: การใช้ have เพื่อบอกว่ามีความหมาย

ใน have a religious meaning คำว่า have หมายถึงสิ่งหนึ่งมีหรือสื่อความหมายบางอย่าง ไม่ได้กล่าวถึงการเป็นเจ้าของสิ่งของ ชื่อ คำ สัญลักษณ์ เรื่องราว และขนบธรรมเนียมล้วนเป็นประธานของโครงสร้างนี้ได้ Religious อธิบายประเภทของความหมายว่ามีความเกี่ยวข้องกับศาสนา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have + a/an + คำคุณศัพท์ + meaning เช่น have a symbolic meaning หรือ have a different meaning การอธิบายชื่อในลักษณะนี้ไม่ได้บอกว่าผู้ที่ใช้ชื่อนั้นนับถือศาสนาดังกล่าวหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายในรูปที่ถูกต้อง: In this tradition, the white flower ____.

ดูคำตอบ

has a religious meaning

The name John, for example,

1:48

ยกตัวอย่างเช่น ชื่อ จอห์น (John)

means "God is good."

1:50

หมายถึง "พระเจ้าผู้ประเสริฐ"

Anderson Jeremiah is the Bishop of Edmonton. วัฒนธรรม

1:52

แอนเดอร์สัน เจเรไมอาห์ (Anderson Jeremiah) เป็นบิชอปแห่งเอดมันตัน

วัฒนธรรม

the Bishop of Edmonton: ตำแหน่งที่เชื่อมโยงกับเขตศาสนปกครอง

“the Bishop of Edmonton” เป็นชื่อตำแหน่งทางศาสนาคริสต์ bishop คือผู้นำระดับสูงของคริสตจักร และ “of Edmonton” เชื่อมโยงตำแหน่งนี้กับเขตศาสนปกครองหรือพื้นที่ของคริสตจักรที่เกี่ยวข้องกับเอดมันตัน ในโครงสร้าง “the + ตำแหน่ง + of + สถานที่” ชื่อสถานที่มักบอกที่ตั้งหรือเขตความรับผิดชอบของตำแหน่งนั้น ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าบุคคลนั้นเกิดที่ไหน

แบบฝึกหัด

“the Bishop of Edmonton” บอกข้อมูลใดได้ถูกต้องที่สุด?

  1. ระบุตำแหน่งทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับเขตคริสตจักรของเอดมันตัน
  2. พิสูจน์ว่าเขาเกิดที่เอดมันตัน
  3. บอกว่าเขาเป็นเจ้าของเอดมันตัน
ดูคำตอบ

ระบุตำแหน่งทางศาสนาที่เชื่อมโยงกับเขตคริสตจักรของเอดมันตัน

He was born in South India, but he doesn't have a traditional Indian-sounding name. การใช้คำ

1:55

เขาเกิดในอินเดียใต้ แต่เขาไม่มีชื่อที่ฟังดูเป็นอินเดียแบบดั้งเดิม

การใช้คำ

traditional Indian-sounding name: รูปแบบ X-sounding

“Indian-sounding” ใช้รูปแบบ X-sounding เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “ดูเหมือนมีเสียงหรือลักษณะที่เชื่อมโยงกับ X” ในที่นี้คำนี้ขยาย “name” ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงชื่อที่ฟังดูเหมือนชื่ออินเดียแบบดั้งเดิม รูปแบบนี้บรรยายความรู้สึกจากเสียงหรือลักษณะ ไม่ได้ยืนยันที่มาที่แท้จริงของชื่อหรืออัตลักษณ์ของบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่มียัติภังค์และหมายถึง “ฟังดูเป็นมืออาชีพ”: She chose a ____ email address.

ดูคำตอบ

professional-sounding

Here, Bishop Jeremiah explains the roots of his name สำนวน

2:00

ในที่นี้ บิชอปเจเรไมอาห์ได้อธิบายที่มาชื่อของเขา

สำนวน

the roots of his name: ที่มาและประวัติของชื่อ

ใน the roots of his name คำว่า roots เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงชื่อดังกล่าวมาจากไหน รวมถึงประวัติหรือประเพณีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงรากของพืช โครงสร้าง the roots of + คำนาม ชวนให้ผู้ฟังย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดและพัฒนาการของสิ่งนั้น เช่น the roots of a custom หรือ the roots of a family name

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ roots ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม

  1. The storm pulled the tree up by its roots.
  2. The museum exhibition explores the roots of jazz in the city.
  3. The gardener watered the roots of the tree.
ดูคำตอบ

The museum exhibition explores the roots of jazz in the city.

to BBC World Service program Heart and Soul.

2:03

ในรายการ Heart and Soul ของ BBC World Service

It was I was a name of one John Anderson.

2:07

มันเป็นชื่อของคนหนึ่งที่ชื่อ จอห์น แอนเดอร์สัน

He was a first educational missionary who came and worked and set up several schools in South India, กริยาวลี

2:10

เขาเป็นมิชชันนารีด้านการศึกษาคนแรกที่เข้ามาทำงานและตั้งโรงเรียนหลายแห่งในอินเดียใต้

กริยาวลี

set up: ก่อตั้งและทำให้เริ่มดำเนินงาน

ในที่นี้ set up หมายถึงก่อตั้งโรงเรียนหลายแห่งและทำให้โรงเรียนเหล่านั้นเริ่มดำเนินงาน ในฐานะกริยาวลี คำนี้ใช้บอกการสร้างองค์กร บริการ ระบบ หรือการจัดการบางอย่างขึ้นมาและทำให้เริ่มทำงาน Set เป็นกริยาไม่ปกติ โดยรูปอดีตยังคงเป็น set เนื่องจากกริยารอบข้างกล่าวถึงการกระทำในอดีต set up ในประโยคนี้จึงเป็นรูปอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ก่อตั้งและทำให้เริ่มดำเนินงาน”: Last year, the volunteers ____ a free homework club.

ดูคำตอบ

set up

who had very noble ambitions, การใช้คำ

2:17

ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่สูงส่งมาก

การใช้คำ

noble ambitions: เป้าหมายอันสูงส่งทางศีลธรรม

ในประโยคนี้ noble ใช้บอกคุณค่าทางศีลธรรมของ ambitions หมายถึงเป้าหมายที่ดูน่ายกย่อง มีความเอื้อเฟื้อ หรือมุ่งทำสิ่งที่ดี ไม่ได้หมายความว่าความมุ่งมั่นนั้นเป็นของชนชั้นสูง วลีนี้ชื่นชมเป้าหมายหรือเจตนาในช่วงเริ่มต้นของบุคคล แต่ไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำหรือผลลัพธ์ของบุคคลนั้นดีด้วยเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ noble เพื่อบรรยายเป้าหมายที่น่ายกย่องทางศีลธรรม

  1. The actor played a noble in a historical drama.
  2. They toured the noble family's ancient castle.
  3. Her noble ambition was to provide free meals for every child in the town.
ดูคำตอบ

Her noble ambition was to provide free meals for every child in the town.

but also as with any missionaries, วลี

2:20

แต่ในขณะเดียวกันเหมือนกับมิชชันนารีคนอื่นๆ

วลี

as with any missionaries: การนำเข้าสู่ลักษณะที่มีร่วมกัน

As with any missionaries เป็นกรอบการเปรียบเทียบที่วางไว้ตอนต้น โดยจัดคนที่กำลังกล่าวถึงให้อยู่ในกลุ่ม missionaries และส่งสัญญาณว่าข้อความต่อไปจะนำเสนอสิ่งที่พวกเขามีร่วมกับสมาชิกคนอื่นในกลุ่มนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ As with + นามวลี, + ประโยคหลัก ในที่นี้ as with ตามด้วยนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ As with any ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, this one may have unexpected problems.

ดูคำตอบ

As with any new system

he was a big collaborator of the colonial establishment at that point in time. โน้ต

2:23

เขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดรายใหญ่ของระบบอาณานิคมในตอนนั้น

การใช้คำ

collaborator of the colonial establishment: ป้ายกำกับทางการเมืองเชิงวิพากษ์

ในที่นี้ collaborator ไม่ได้หมายถึงเพียงเพื่อนร่วมงานหรือคู่ร่วมโครงการ ในบริบทอาณานิคมหรือการเมือง คำนี้ใช้ติดป้ายบุคคลที่ร่วมมืออย่างแข็งขันกับโครงสร้างอำนาจหรือสนับสนุนโครงสร้างนั้น ส่วน The colonial establishment หมายถึงสถาบัน เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่ค้ำจุนการปกครองแบบอาณานิคม เมื่อรวมกัน collaborator of the colonial establishment จึงเป็นการตัดสินทางประวัติศาสตร์ที่มีนัยทางการเมือง ผู้พูดมองว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับอำนาจอาณานิคมอย่างใกล้ชิด คำว่า big เน้นว่าเป็นผู้ร่วมมือรายสำคัญ ไม่ได้หมายถึงรูปร่างใหญ่

แบบฝึกหัด

collaborator of the colonial establishment ในประโยคนี้สื่อความหมายอย่างไร?

  1. เขาเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ช่วยคนสำคัญของโครงสร้างอำนาจอาณานิคม และคำเรียกนี้มีนัยวิจารณ์
  2. เขาเป็นเพียงพนักงานทั่วไปอีกคนหนึ่งในทีมที่เป็นกลาง
  3. เขาศึกษาอาคารที่สร้างขึ้นในยุคอาณานิคม
ดูคำตอบ

เขาเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ช่วยคนสำคัญของโครงสร้างอำนาจอาณานิคม และคำเรียกนี้มีนัยวิจารณ์

วลี

at that point in time: จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่ช่วงหนึ่งในอดีต

at that point in time หมายถึง ณ เวลาหรือช่วงเฉพาะที่กล่าวถึงอยู่แล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดคำอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับอำนาจอาณานิคมให้อยู่ในช่วงประวัติศาสตร์นั้น ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นจริงตลอดชีวิตของเขา วลีนี้เป็นทางเลือกที่เป็นทางการและยาวกว่า then หรือ at that time คำว่า point อาจหมายถึงทั้งช่วงที่กว้างกว่าและช่วงเวลาที่แน่นอน จึงมีประโยชน์ในการวางข้อกล่าวอ้างไว้ในลำดับเวลาทางประวัติศาสตร์หรือการวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าระบบยังไม่เสร็จ ณ เวลาเฉพาะที่กำลังกล่าวถึง โดยไม่ได้บอกว่าระบบเสร็จแล้วภายในเวลานั้น?

  1. By that time, the system had been finished.
  2. At that point in time, the system was still unfinished.
  3. At some point, the system may have been unfinished.
ดูคำตอบ

At that point in time, the system was still unfinished.

So, he has a very strong baggage that goes with it. สำนวน

2:29

ดังนั้น เขาจึงมีภาระทางประวัติศาสตร์ที่หนักหน่วงติดตัวมาด้วย

สำนวน

strong baggage that goes with it: ภาพเชื่อมโยงเชิงลบทางประวัติศาสตร์ที่ติดมาด้วย

ในที่นี้ baggage เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงประวัติ ความรู้สึก หรือภาพเชื่อมโยงเชิงลบที่ติดอยู่กับบุคคล ชื่อ หรืออัตลักษณ์ที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่กระเป๋าเดินทางจริง ๆ ในวลี that goes with it คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึงบุคคล ชื่อ หรืออัตลักษณ์นั้น อนุประโยคนี้บอกว่าภาระดังกล่าวติดมากับสิ่งที่กำลังพูดถึงและแยกออกได้ยาก ประเด็นของผู้พูดคือสิ่งนั้นไม่ได้เป็นกลางในทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

baggage that goes with it ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งที่กำลังพูดถึงได้รับกระเป๋าเดินทางที่แข็งแรงหนึ่งใบ
  2. สิ่งที่กำลังพูดถึงต้องเดินทางพร้อมกระเป๋าเดินทางหนักหลายใบ
  3. สิ่งที่กำลังพูดถึงมีภาพเชื่อมโยงเชิงลบจากประวัติของมัน
ดูคำตอบ

สิ่งที่กำลังพูดถึงมีภาพเชื่อมโยงเชิงลบจากประวัติของมัน

So, Anderson is my Christian name,

2:34

ดังนั้น แอนเดอร์สันคือชื่อคริสเตียนของผม

and Jeremiah is my dad's name.

2:36

และเจเรไมอาห์คือชื่อของพ่อผม

Bishop Anderson Jeremiah's name comes from another man,

2:39

ชื่อของบิชอป แอนเดอร์สัน เจเรไมอาห์ มาจากผู้ชายอีกคนหนึ่ง

John Anderson,

2:44

จอห์น แอนเดอร์สัน

a Christian missionary during the British Empire. วัฒนธรรม

2:45

มิชชันนารีชาวคริสต์ในช่วงจักรวรรดิอังกฤษ

วัฒนธรรม

the British Empire: บริบททางประวัติศาสตร์แบบอาณานิคม

the British Empire หมายถึงเครือข่ายดินแดนที่อังกฤษเคยปกครองหรือควบคุมในหลายส่วนของโลก ในที่นี้ชื่อเฉพาะดังกล่าวให้ฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของการปกครองแบบอาณานิคมแก่เรื่องของมิชชันนารี การวางมิชชันนารีคริสเตียนไว้ในฉากหลังนี้ทำให้โครงสร้างอำนาจแบบอาณานิคมมีความสำคัญต่อการตีความบทบาทและมรดกของเขา อย่างไรก็ตาม วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือว่ามิชชันนารีทุกคนปฏิบัติเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เหตุใด the British Empire จึงสำคัญต่อความหมายของประโยคนี้

  1. วลีนี้พิสูจน์ว่ามิชชันนารีเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษ
  2. วลีนี้วางมิชชันนารีไว้ในฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของการปกครองแบบอาณานิคมของอังกฤษ
  3. วลีนี้บอกว่ามิชชันนารีทำงานอยู่ภายในอังกฤษเท่านั้น
ดูคำตอบ

วลีนี้วางมิชชันนารีไว้ในฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของการปกครองแบบอาณานิคมของอังกฤษ

The history of the British Empire in India is controversial, การใช้คำ

2:49

ประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิอังกฤษในอินเดียเป็นที่ถกเถียงกัน

with many views on all sides. ลำดับความ

2:53

โดยมีมุมมองที่หลากหลายจากทุกฝ่าย

การใช้คำ

is controversial: มีความเห็นต่างอย่างมาก ไม่ใช่การตัดสินชี้ขาด

ในประโยคนี้ is controversial หมายความว่าประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนเห็นต่างกันอย่างมาก โดยไม่เห็นพ้องกันว่าควรตีความและประเมินอย่างไร ไม่ได้หมายความเพียงว่าประวัติศาสตร์นั้นแย่ controversial ใช้อธิบายประเด็น การตัดสินใจ บุคคล หรือแนวคิดที่ก่อให้เกิดการถกเถียงในสังคมอย่างมากหรือมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน คำคุณศัพท์นี้บอกว่ามีข้อโต้แย้งอยู่ ไม่ได้บอกว่าฝ่ายใดถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้คนเห็นต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับแผนหนึ่ง โดยไม่ได้บอกโดยตรงว่าแผนนั้นแย่

  1. The plan is controversial.
  2. The plan is unpopular with everyone.
  3. The plan is clearly harmful.
ดูคำตอบ

The plan is controversial.

ลำดับความ

with many views on all sides: วางกรอบว่าการถกเถียงมีหลายฝ่าย

วลี with หลังเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มข้อมูลให้ข้อความหลัก โดยอธิบายว่าความขัดแย้งนั้นมีลักษณะอย่างไร นั่นคือมีมุมมองที่แตกต่างกันมากมายตลอดการถกเถียง ในฐานะวิธีจัดโครงสร้างวาทกรรม with many views on all sides วางกรอบว่าหัวข้อนี้ซับซ้อนก่อนเข้าสู่การวิเคราะห์เพิ่มเติม ในที่นี้ all sides มีความหมายกว้าง ไม่ใช่การนับอย่างแม่นยำ จึงอาจหมายถึงหลายกลุ่มหรือหลายจุดยืน ไม่จำเป็นต้องมีเพียงสองฝ่ายพอดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วิธีจัดวาทกรรมแบบเดียวกัน เพื่อวางกรอบว่าการถกเถียงมีมุมมองจากหลายจุดยืน

  1. The issue remains controversial, although nobody has expressed an opinion.
  2. The issue remains controversial, so everyone agrees.
  3. The issue remains controversial, with strong views on all sides.
ดูคำตอบ

The issue remains controversial, with strong views on all sides.

Bishop Jeremiah thinks that some of the Empire's missionaries were noble,

2:55

บิชอปเจเรไมอาห์คิดว่ามิชชันนารีของจักรวรรดิบางคนเป็นคนสูงส่ง (noble)

meaning admirable or morally good.

3:00

ซึ่งหมายถึงน่ายกย่องหรือเป็นคนดีมีศีลธรรม

But nevertheless, John Anderson was part of a violent and exploitative Empire. โน้ต

3:02

แต่ถึงกระนั้น จอห์น แอนเดอร์สันก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิที่ใช้ความรุนแรงและเอารัดเอาเปรียบ

ลำดับความ

But nevertheless: กลับไปยังประเด็นตรงข้ามที่ยังคงเป็นจริง

But nevertheless เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อยอมรับหรือความซับซ้อนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไปยังประเด็นที่ยังคงเป็นจริงอยู่ ในประโยคนี้ สิ่งที่พิจารณาไปก่อนหน้าไม่ได้ลบล้างคำวิจารณ์ที่ตามมา But และ nevertheless ต่างก็แสดงความขัดแย้ง การใช้ทั้งสองคำร่วมกันทำให้การหักมุมเด่นชัดขึ้น และดึงความสนใจของผู้ฟังกลับมายังข้อสรุปหลักของผู้พูด

แบบฝึกหัด

But nevertheless ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. ข้อยอมรับก่อนหน้าไม่ได้ลบล้างคำวิจารณ์ที่ตามมา
  3. ผู้พูดกำลังถอนคำวิจารณ์ที่ตามมา
ดูคำตอบ

ข้อยอมรับก่อนหน้าไม่ได้ลบล้างคำวิจารณ์ที่ตามมา

การใช้คำ

violent and exploitative Empire: คำวิจารณ์ที่รุนแรงและเฉพาะเจาะจง

violent and exploitative Empire ใช้คำคุณศัพท์เชิงประเมินในทางลบที่รุนแรงสองคำร่วมกัน violent บอกว่าจักรวรรดิใช้หรือพึ่งพากำลังและการทำร้ายทางกาย ส่วน exploitative บอกว่าจักรวรรดิใช้ผู้คน แรงงาน ที่ดิน หรือทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง exploitative มีความหมายเฉพาะกว่า harmful โดยชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งฝ่ายที่มีอำนาจมากกว่าได้ประโยชน์จากการเอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายว่า exploitative?

  1. บริษัทปิดสำนักงานในวันหยุดราชการ
  2. บริษัทให้ค่าจ้างเท่าเทียมและจัดสภาพการทำงานที่ปลอดภัยแก่พนักงานทุกคน
  3. บริษัทจ่ายค่าจ้างให้แรงงานที่เปราะบางแทบจะไม่มี แต่กลับทำกำไรมหาศาลจากแรงงานของพวกเขา
ดูคำตอบ

บริษัทจ่ายค่าจ้างให้แรงงานที่เปราะบางแทบจะไม่มี แต่กลับทำกำไรมหาศาลจากแรงงานของพวกเขา

Bishop Jeremiah uses the word baggage to describe the beliefs, วลี

3:08

บิชอปเจเรไมอาห์ใช้คำว่า ภาระ (baggage) เพื่ออธิบายถึงความเชื่อ

วลี

uses the word baggage to describe: การบอกว่าผู้พูดเลือกใช้คำใด

โครงสร้าง use the word X to describe Y ใช้บอกว่าคนอื่นเลือกใช้คำใด โดย X คือคำที่ใช้จริง และ Y คือบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่คำนั้นใช้เรียกหรือบรรยายลักษณะ ในประโยคนี้ บิชอปเจเรไมอาห์เลือก baggage เป็นคำเปรียบเปรยเรียกความเชื่อเหล่านั้น โครงสร้างนี้ทำให้เห็นว่าคำเรียกดังกล่าวเป็นของบิชอป ไม่ใช่คำนิยามที่เป็นกลางของผู้บรรยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง use the word X to describe Y และคำว่า fragile: The writer ____ the agreement.

ดูคำตอบ

uses the word fragile to describe

especially outdated or unhelpful beliefs, การใช้คำ

3:13

โดยเฉพาะความเชื่อที่ล้าสมัยหรือไม่เกิดประโยชน์

which influence how people think.

3:15

ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิดของผู้คน

การใช้คำ

especially outdated or unhelpful beliefs: การจำกัดจุดสนใจให้แคบลง

especially จำกัดจุดสนใจจาก beliefs โดยทั่วไปให้แคบลงเหลือกลุ่มที่สำคัญเป็นพิเศษ คือความเชื่อที่ outdated หรือ unhelpful คำนี้บอกว่าผู้พูดต้องการเน้นตัวอย่างเหล่านี้มากที่สุด outdated หมายถึงไม่เหมาะสมอีกต่อไปเพราะยุคสมัย ความรู้ หรือสถานการณ์เปลี่ยนไป ส่วน unhelpful หมายถึงไม่เป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจหรือการลงมือทำ และ or ครอบคลุมคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่ความเชื่อหนึ่งจะมีทั้งสองคุณสมบัติ

แบบฝึกหัด

especially outdated or unhelpful beliefs ในวลีนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เน้นเป็นพิเศษที่ความเชื่อซึ่งล้าสมัย ไม่เป็นประโยชน์ หรือมีทั้งสองคุณสมบัติ
  2. รวมเฉพาะความเชื่อที่ทั้งล้าสมัยและไม่เป็นประโยชน์เท่านั้น
  3. บอกว่าความเชื่อทั้งหมดทั้งล้าสมัยและไม่เป็นประโยชน์
ดูคำตอบ

เน้นเป็นพิเศษที่ความเชื่อซึ่งล้าสมัย ไม่เป็นประโยชน์ หรือมีทั้งสองคุณสมบัติ

Emotional baggage tends to influence the feelings of one individual, สำนวน

3:18

ภาระทางอารมณ์มักจะส่งผลต่อความรู้สึกของคนคนหนึ่ง

สำนวน

Emotional baggage: ความรู้สึกจากอดีตที่ติดมาถึงปัจจุบัน

“Emotional baggage” เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงความรู้สึก ความกลัว หรือรูปแบบพฤติกรรมที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายจากประสบการณ์ในอดีต และยังคงส่งผลต่อคนคนนั้นในปัจจุบัน ในที่นี้ baggage หมายถึงภาระที่แบกไว้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่สัมภาระจริง วลีนี้มักชี้ถึงผลกระทบต่อความรู้สึก พฤติกรรม หรือความสัมพันธ์ที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่อารมณ์เสียเพียงชั่วครู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึงความรู้สึกที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายจากประสบการณ์ในอดีตลงในประโยค: Past relationship pain still affects how Nina trusts new partners. She is carrying ____ from that relationship.

ดูคำตอบ

emotional baggage

while historical baggage can affect whole societies. สำนวน

3:22

ในขณะที่ภาระทางประวัติศาสตร์สามารถส่งผลกระทบต่อคนทั้งสังคม

สำนวน

Historical baggage: อดีตอันหนักหน่วงที่ยังส่งผลต่อสังคม

“Historical baggage” เป็นอุปลักษณ์ที่หมายถึงความเชื่อมโยงในแง่ลบ ความตึงเครียด ความไม่เท่าเทียม หรือปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขซึ่งสืบทอดมาจากเหตุการณ์ในอดีต ในประโยคนี้หมายความว่าประวัติศาสตร์ยังคงเป็นภาระของสังคมทั้งสังคมในปัจจุบันได้ ไม่ได้หมายความว่าสังคมกำลังขนสัมภาระเก่า วลีนี้เน้นผลที่ยังคงดำเนินต่อไป เช่น สงคราม การปกครองแบบอาณานิคม การเลือกปฏิบัติ หรือระบบการเมืองเก่า อาจยังคงกำหนดอัตลักษณ์ ความสัมพันธ์ และการถกเถียงสาธารณะ

แบบฝึกหัด

จักรวรรดิในอดีตยังคงส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ประโยคใดใช้ baggage ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. The two countries are dealing with historical baggage from the imperial era.
  2. The two countries are dealing with emotional baggage from the imperial era.
ดูคำตอบ

The two countries are dealing with historical baggage from the imperial era.

In India, names serve an important purpose, วลี

3:26

ในอินเดีย ชื่อมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ

วลี

names serve an important purpose: ชื่อมีหน้าที่สำคัญ

serve a purpose หมายถึง “ทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์” หรือ “ช่วยให้บรรลุผลลัพธ์บางอย่าง” ในที่นี้กำลังบอกว่าชื่อมีหน้าที่ทางสังคมที่สำคัญ โดย serve ไม่ได้หมายถึง “เสิร์ฟอาหาร” หรือ “ทำงานรับใช้ใคร” โครงสร้างคือ ประธาน + serve(s) + a purpose ส่วน to-infinitive ที่ตามมาจะบอกว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ serve: The safety rail ____ an important purpose by preventing falls.

ดูคำตอบ

serves

to signify social status. การใช้คำ

3:30

เพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคม

การใช้คำ

to signify social status: บ่งบอกสถานะทางสังคม

to signify social status หมายถึง “แสดงหรือเป็นตัวแทนของตำแหน่งของบุคคลในสังคม” signify เป็นคำกริยาที่ค่อนข้างเป็นทางการ ใช้เมื่อเครื่องหมาย ลักษณะ การกระทำ หรือสัญลักษณ์สื่อความหมายบางอย่าง to-infinitive บอกจุดประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งกล่าวถึงในประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ ชื่อมีหน้าที่อย่างหนึ่ง และหน้าที่นั้นคือการบ่งบอกสถานะทางสังคม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าลักษณะที่มองเห็นได้แสดงถึงยศหรือตำแหน่งทางสังคม?

  1. At the ceremony, different robes can signify social status.
  2. At the ceremony, different robes can assign social status.
  3. At the ceremony, different robes can simplify social status.
ดูคำตอบ

At the ceremony, different robes can signify social status.

Low-status Indians, including Bishop Anderson's grandparents,

3:32

ชาวอินเดียสถานะต่ำ ซึ่งรวมถึงปู่ย่าตายายของบิชอปแอนเดอร์สัน

escaped social discrimination by converting to Christianity and taking another Christian name. โน้ต

3:37

หลบหนีการเลือกปฏิบัติทางสังคมด้วยการเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์และใช้ชื่อคริสเตียนชื่ออื่น

ไวยากรณ์

escaped social discrimination by converting to Christianity: การบอกวิธีด้วย by + -ing

ในที่นี้ escaped social discrimination หมายถึงหลีกเลี่ยงหรือหลุดพ้นจากการปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ วลี by converting to Christianity อธิบายวิธีที่ใช้เพื่อให้เกิดผลนั้น โดย by + -ing ตอบคำถามว่า “อย่างไร” โครงสร้างคือ ผลลัพธ์ + by + -ing เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing ในประโยคเต็ม converting และ taking เป็นการกระทำที่วางขนานกันหลัง by ดังนั้นทั้งสองคำจึงบอกวิธี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าหลีกเลี่ยงปัญหาด้วยวิธีใด

  1. They avoided the delay by submit the form online.
  2. They avoided the delay to submitting the form online.
  3. They avoided the delay by submitting the form online.
ดูคำตอบ

They avoided the delay by submitting the form online.

วัฒนธรรม

taking another Christian name: การใช้ชื่อหลังเปลี่ยนศาสนา

ใน taking another Christian name นั้น take a name หมายถึง “เลือกใช้และเริ่มใช้ชื่อหนึ่ง” ไม่ใช่การหยิบหรือเอาสิ่งของจริง ๆ ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ another Christian name คือชื่อใหม่หรือชื่อเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ความเป็นคริสเตียนของบุคคลหลังเปลี่ยนศาสนา คำว่า another เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าชื่อเดิมถูกลบออกตามกฎหมายหรือเลิกใช้อย่างสิ้นเชิง ความหมายทางสังคมของการเปลี่ยนชื่อเช่นนี้ขึ้นอยู่กับยุคสมัย สถานที่ และสถานการณ์ของแต่ละคน

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่เน้นความครอบคลุม Christian name เป็นคำกลางที่ใช้เรียกชื่อตัวของทุกคนได้เสมอ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

But elsewhere in the British Empire, ลำดับความ

3:45

แต่ในที่อื่นของจักรวรรดิอังกฤษ

ลำดับความ

But elsewhere in the British Empire: การเปลี่ยนกรอบพื้นที่

เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค But จะบอกว่าสถานการณ์ถัดไปแตกต่างหรือขัดแย้งกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง Elsewhere ย้ายจุดสนใจไปยังสถานที่อื่น ส่วน in the British Empire ยังคงจำกัดสถานที่เหล่านั้นไว้ภายในกรอบพื้นที่ขนาดใหญ่เดียวกัน คำเหล่านี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามการเปลี่ยนขอบเขตของเรื่องก่อนที่จะได้รับข้อมูลใหม่ รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อเปรียบเทียบสถานที่หนึ่งกับพื้นที่อื่น ๆ ภายในภูมิภาคที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

รายงานเพิ่งอธิบายว่ากฎในเมืองหนึ่งค่อนข้างผ่อนปรน ประโยคใดเปลี่ยนไปกล่าวถึงพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศเดียวกันและแสดงความแตกต่าง?

  1. But elsewhere in the country, the rules were much stricter.
  2. But for that reason, the rules were much stricter.
  3. But at the same time, the same rules remained in place.
ดูคำตอบ

But elsewhere in the country, the rules were much stricter.

names were connected with something completely un-Christian, การใช้คำ

3:47

ชื่อกลับเชื่อมโยงกับบางสิ่งที่ไม่ใช่ศาสนาคริสต์อย่างสิ้นเชิง

slavery.

3:51

นั่นคือความเป็นทาส

การใช้คำ

completely un-Christian: ขัดต่อคุณค่าคริสต์ศาสนาอย่างสิ้นเชิง

ในที่นี้ un-Christian เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ประเมินว่าสิ่งใด “ขัดต่อคุณค่าหรือแนวทางการประพฤติแบบคริสต์” ไม่ได้เพียงบอกว่าระบบทาสอยู่นอกคริสต์ศาสนาในฐานะการจำแนกศาสนา คำเติมหน้า un- ทำให้คุณสมบัติที่ Christian สื่อมีความหมายตรงกันข้าม ส่วน completely เน้นความรุนแรงของการตัดสิน วลีนี้นำเสนอว่าระบบทาสไม่อาจสอดคล้องกับหลักศีลธรรมคริสต์ที่ถูกนำมาอ้างถึงได้เลย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดต้องการวิจารณ์ว่านโยบายหนึ่งขัดต่อคุณค่าทางศีลธรรมของคริสต์ศาสนา ไม่ใช่เพียงจำแนกประเภทหรือบอกว่านโยบายนั้นต่อต้านคริสต์ศาสนา ควรใช้คำคุณศัพท์ใด?

  1. non-Christian
  2. un-Christian
  3. anti-Christian
ดูคำตอบ

un-Christian

Black British writer Professor Robert Beckford is an activist theologian at the University of Winchester. โน้ต

3:52

นักเขียนชาวอังกฤษผิวดำ ศาสตราจารย์โรเบิร์ต เบ็คฟอร์ด เป็นนักเทววิทยาเชิงกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยวินเชสเตอร์

วัฒนธรรม

Black British ในฐานะคำบอกอัตลักษณ์

ในวลี Black British writer คำว่า Black British เป็นคำบอกอัตลักษณ์สองคำที่ขยาย writer โดย Black หมายถึงอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ของคนผิวดำ ส่วน British หมายถึงความเป็นอังกฤษในด้านสัญชาติหรือวัฒนธรรม เมื่อรวมกันแล้วจึงไม่ได้ใช้บอกสีผิวหรือสีเสื้อผ้าของนักเขียน ในการเขียนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอัตลักษณ์ British ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ และปัจจุบันมักเขียน Black ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เมื่อหมายถึงกลุ่มเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ แม้แนวทางของแต่ละสำนักอาจต่างกัน ในบริบทอังกฤษ ลำดับคำที่ใช้เป็นปกติคือ Black British

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย a Black British writer คำว่า Black British สื่อความหมายอะไร?

  1. บอกเพียงว่านักเขียนเกิดในแอฟริกา
  2. บอกสีเสื้อผ้าของนักเขียน
  3. บอกทั้งอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ของคนผิวดำ และอัตลักษณ์ความเป็นอังกฤษในด้านสัญชาติหรือวัฒนธรรม
ดูคำตอบ

บอกทั้งอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ของคนผิวดำ และอัตลักษณ์ความเป็นอังกฤษในด้านสัญชาติหรือวัฒนธรรม

การใช้คำ

activist theologian: การผสานเทววิทยากับการลงมือทำทางสังคม

ใน activist theologian คำนามหลักคือ theologian ซึ่งหมายถึงผู้ที่ศึกษาหรือเขียนเกี่ยวกับเทววิทยา ส่วน activist ทำหน้าที่ขยายและบอกว่านักเทววิทยาคนนี้ยังทำงานในพื้นที่สาธารณะเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือการเมืองด้วย วลีนี้นำเสนองานวิชาการและการลงมือทำเป็นบทบาทเดียวที่ผสานกัน activist ไม่ได้หมายเพียงว่ากระตือรือร้นหรือยุ่ง แต่มีความหมายถึงการรณรงค์หรือการลงมือทำอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ activist theologian มากที่สุด?

  1. นักเทววิทยาที่เพียงแค่กระตือรือร้นหรือยุ่ง
  2. นักกิจกรรมที่ต่อต้านการศึกษาศาสนา
  3. นักเทววิทยาที่รณรงค์หรือจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือการเมืองด้วย
ดูคำตอบ

นักเทววิทยาที่รณรงค์หรือจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือการเมืองด้วย

His surname, Beckford,

3:59

นามสกุลของเขา เบ็คฟอร์ด

is a slave name, วัฒนธรรม

4:00

เป็นชื่อของทาส

วัฒนธรรม

slave name: ชื่อที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเป็นทาส

ในประโยคนี้ slave name หมายถึงนามสกุลที่เข้ามาอยู่ในตระกูลเนื่องจากประวัติศาสตร์การเป็นทาส ข้อความถัดไปอธิบายว่า Beckford สืบทอดมาจากบรรพบุรุษชาวแอฟริกันของเขาที่ถูกทำให้เป็นทาสในจาเมกาเมื่อศตวรรษที่ 18 สำนวนนี้ชี้ให้เห็นการบังคับและประวัติครอบครัวในยุคอาณานิคมที่อยู่เบื้องหลังการที่นามสกุลนี้เข้ามาและคงอยู่ในตระกูล ไม่ได้หมายความว่าคำว่า Beckford มีความหมายตรงตัวว่า “ทาส”

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: เมื่อไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือคำกล่าวจากเจ้าตัว แต่มีคนเรียกนามสกุลอังกฤษของคนแปลกหน้าว่า “a slave name”

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

passed down from his enslaved African ancestors in 18th century Jamaica. โน้ต

4:01

ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษชาวแอฟริกันที่เป็นทาสในจาเมกาเมื่อศตวรรษที่ 18

กริยาวลี

passed down: ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

Pass something down หมายถึงการมอบหรือถ่ายทอดชื่อ เรื่องราว ประเพณี ทักษะ หรือทรัพย์สินจากคนรุ่นเก่าไปยังคนรุ่นใหม่ ในประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำ passed down เพื่อบอกว่านามสกุลนี้ส่งต่อผ่านคนรุ่นก่อน ๆ มาถึงเขา โครงสร้างที่พบบ่อยคือ pass something down to someone, be passed down from someone และ be passed down through generations

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำจากบทเรียนนี้: This family recipe has been ____ for four generations.

ดูคำตอบ

passed down

การใช้คำ

enslaved African ancestors: สภาพทาสที่ถูกบังคับให้เกิดขึ้นกับผู้คน

ใน enslaved African ancestors คำว่า enslaved เป็นกริยาช่องสามที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงบรรพบุรุษเหล่านั้นถูกบังคับให้ตกเป็นทาส คำนี้บอกถึงสภาพที่ผู้อื่นยัดเยียดให้พวกเขา ไม่ใช่การกระทำที่พวกเขาเป็นฝ่ายทำ African บอกภูมิหลังของพวกเขา ส่วน ancestors หมายถึงสมาชิกครอบครัวในรุ่นก่อน ๆ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงบรรพบุรุษชาวแอฟริกันที่เคยถูกกดเป็นทาส

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ enslaved African ancestors มากที่สุด

  1. บรรพบุรุษที่ถูกบังคับให้ตกเป็นทาส
  2. บรรพบุรุษที่ทำให้ผู้อื่นตกเป็นทาส
  3. บรรพบุรุษที่ย้ายถิ่นโดยสมัครใจเพื่อไปทำงาน
ดูคำตอบ

บรรพบุรุษที่ถูกบังคับให้ตกเป็นทาส

Here, Professor Beckford talks to BBC World Service program Heart and Soul

4:07

ในที่นี้ ศาสตราจารย์เบ็คฟอร์ดกำลังพูดคุยในรายการ Heart and Soul ของ BBC World Service

about his decision to name his son Micah. วลี

4:11

เกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาที่จะตั้งชื่อลูกชายว่า มีคาห์ (Micah)

วลี

decision to name his son Micah: decision to + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้าง decision to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุการกระทำที่เป็นเนื้อหาของการตัดสินใจ ใน decision to name คำกริยาไม่แท้ to name ขยาย decision และตอบคำถามว่าเป็นการตัดสินใจเรื่องอะไร การใช้ decision ทำให้ตัวเลือกนั้นกลายเป็นนามวลี จึงวางหลัง about ในคำบรรยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมักพบในรายงานหรือการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการ รูปที่ใช้คำกริยาโดยตรงคือ he decided to name his son Micah ใน name his son Micah คำว่า his son คือผู้ที่ได้รับชื่อ และ Micah คือชื่อที่เลือก โครงสร้างนี้ไม่ต้องเติม as

แบบฝึกหัด

ใช้รูปคำนามของ decide เติมประโยคให้สมบูรณ์: Her ____ leave early surprised everyone.

ดูคำตอบ

decision to

And before my son is named Micah, Micah Beckford,

4:15

และก่อนที่ลูกชายของผมจะชื่อ มีคาห์, มีคาห์ เบ็คฟอร์ด

after one of the prophets. การใช้คำ

4:18

ซึ่งตั้งตามชื่อของศาสดาคนหนึ่ง

การใช้คำ

after one of the prophets: ตั้งชื่อตามชื่อของอีกคนหนึ่ง

ในประโยคนี้ after one of the prophets เชื่อมโยงกับ named โดยบอกว่าชื่อ Micah มาจากไหน นั่นคือเด็กได้รับชื่อตามผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง ตรงนี้ after ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นภายหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ name A after B และรูปถูกกระทำ A is named after B โดย B คือบุคคล สถานที่ หรือสิ่งที่เป็นที่มาของชื่อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้: Ava was ____ her great-grandmother.

ดูคำตอบ

named after

I do like the idea of people in the biblical tradition who speak truth to power, โน้ต

4:20

ผมชอบแนวคิดของคนในธรรมเนียมของคัมภีร์ไบเบิลที่พูดความจริงต่ออำนาจ

ไวยากรณ์

do like: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ตรงนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า I do like ย้ำว่าผู้พูดชอบแนวคิดนี้จริง ๆ โดย do ไม่ได้ใช้สร้างคำถามในที่นี้ รูปแบบคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่อยืนยันท่าทีที่จริงใจ แก้ความเข้าใจของอีกฝ่าย หรือแสดงความขัดแย้ง เช่น I do like the idea, even if I disagree with part of it.

แบบฝึกหัด

เพื่อนคิดว่าคุณไม่ชอบแผนนี้ เติมประโยคด้วยกริยาช่วยที่ใช้เน้น: I ____ like the plan.

ดูคำตอบ

do

วัฒนธรรม

the biblical tradition: เรื่องราว บุคคล คำสอน และค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์

ในประโยคนี้ the biblical tradition หมายถึงชุดเรื่องราว บุคคล คำสอน และค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์ ในที่นี้วลีดังกล่าวชวนให้นึกถึงผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์อย่าง Micah เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นที่จดจำจากการประณามความอยุติธรรมและเผชิญหน้ากับผู้ปกครอง ภูมิหลังนี้ทำให้ชื่อ Micah สื่อได้มากกว่าเพียงการมีที่มาจากพระคัมภีร์ แต่ยังชวนให้นึกถึงอุดมคติของการยืนหยัดต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม วลีนี้หมายถึงมรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาในภาพกว้าง ไม่ใช่พิธีกรรมเฉพาะอย่างหรือขนบของคริสตจักรสมัยใหม่แห่งใดแห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the biblical tradition หมายถึงอะไร

  1. เรื่องราว บุคคล คำสอน และค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์
  2. ขนบที่ชุมชนศาสนาทุกแห่งปฏิบัติตาม
  3. วิธีดั้งเดิมในการพิมพ์คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ดูคำตอบ

เรื่องราว บุคคล คำสอน และค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์

สำนวน

speak truth to power: กล้าบอกความจริงที่ฟังแล้วไม่สบายใจแก่ผู้มีอำนาจ

Speak truth to power เป็นสำนวนที่หมายถึงการบอกข้อเท็จจริงที่ฟังแล้วไม่สบายใจเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือความอยุติธรรมแก่บุคคลหรือสถาบันที่มีอำนาจมากกว่า สำนวนนี้สื่อถึงความกล้าหาญทางศีลธรรม เพราะผู้พูดอาจได้รับผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวหรืออาชีพการงาน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวยกย่องอุดมคติแบบผู้เผยพระวจนะ คือไม่ยอมนิ่งเงียบต่อหน้าอำนาจที่ไม่เป็นธรรม power หมายถึงบุคคลหรือสถาบันที่ถืออำนาจ ไม่ใช่กำลังกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้: The whistleblower chose to ____, even though senior executives could end her career.

ดูคำตอบ

speak truth to power

who ruffle people's feathers, สำนวน

4:25

คนที่ทำให้คนอื่นขุ่นเคือง

สำนวน

ruffle people's feathers: ทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือขุ่นเคือง

Ruffle people's feathers เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำให้ผู้อื่นรำคาญ ไม่สบายใจ หรือรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยจากสิ่งที่พูดหรือทำ ไม่ได้หมายถึงขนนกจริง ๆ ในอนุประโยคขยายนี้ สำนวนดังกล่าวใช้บรรยายคนที่คำพูดหรือการกระทำทำให้ผู้อื่นไม่พอใจหรืออึดอัด โดยทั่วไปหมายถึงความขัดแย้งทางสังคม ไม่ใช่อันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน ruffle a few feathers ในรูปที่ถูกต้อง: His blunt comments may ____ at the office.

ดูคำตอบ

ruffle a few feathers

who challenge the injustice. การใช้คำ

4:26

คนที่ท้าทายความอยุติธรรม

การใช้คำ

challenge the injustice: ตั้งคำถามและต่อต้านความอยุติธรรม

ใน challenge the injustice คำว่า challenge หมายถึงตั้งคำถาม ต่อต้าน หรือลงมือคัดค้านสิ่งที่มองว่าไม่ยุติธรรม ไม่ได้หมายถึงการเชิญความอยุติธรรมมาแข่งขัน กรรมตรง the injustice หมายถึงสถานการณ์ที่ไม่ยุติธรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งระบุได้จากบริบท โดยทั่วไป challenge สามารถตามด้วยกรรมอย่าง a rule, decision, claim หรือ system ได้โดยตรง เมื่อมีผู้โต้แย้งความถูกต้องหรืออำนาจของสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ challenge ในความหมายว่าตั้งคำถามหรือต่อต้านสิ่งที่มองว่าไม่ถูกต้อง

  1. The group challenged the unfair rule in court.
  2. The steep climb challenged even experienced hikers.
  3. Maya challenged Leo to a race.
ดูคำตอบ

The group challenged the unfair rule in court.

I haven't thought of giving myself a biblical name. ไวยากรณ์

4:28

ผมไม่เคยคิดจะตั้งชื่อตามคัมภีร์ไบเบิลให้ตัวเองเลย

ไวยากรณ์

haven't thought of giving myself: โครงสร้าง think of + -ing

ใน haven't thought of giving myself... โครงสร้าง think of + คำกริยารูป -ing หมายถึง “พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะทำบางอย่าง” หลังคำบุพบท of ต้องใช้ giving ไม่ใช่ give หรือ to give ส่วน Giving myself a name หมายถึงการเลือกชื่อให้ตัวเอง รูปปฏิเสธ present perfect haven't thought of แสดงว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้พิจารณาความคิดนั้น คำปฏิเสธครอบคลุม thought ไม่ใช่ giving กล่าวคือ เรื่องการตั้งชื่อนั้นยังไม่เข้าสู่ขั้นที่ถูกนำมาพิจารณา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย haven't thought of และรูป -ing ของ move: We ____ the meeting online.

ดูคำตอบ

haven't thought of moving

I could never find a name that really resonated with me. สำนวน

4:32

ผมไม่เคยหาชื่อที่เข้ากับผมได้จริงๆ เลย

สำนวน

really resonated with me: ความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง

ในที่นี้ resonate with ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ชื่อที่ resonated with me คือชื่อที่สร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างมาก เพราะเข้ากับความรู้สึก ประสบการณ์ อัตลักษณ์ หรือค่านิยมของผู้พูด ส่วน Really ช่วยเน้นความรู้สึกเชื่อมโยงนี้ให้ชัดขึ้น รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ something resonates with someone โดยสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นประธาน และผู้ที่รู้สึกเช่นนั้นอยู่หลัง with ไม่ได้หมายความว่าชื่อนั้นทำให้เกิดเสียงสะท้อนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ really resonated with me หมายความว่าอะไร

  1. มันสร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างมากกับความรู้สึกหรือค่านิยมของฉัน
  2. มันทำให้เกิดเสียงสะท้อนจริง ๆ ที่ดังรอบตัวฉัน
  3. มันแค่ออกเสียงได้ง่ายสำหรับฉัน
ดูคำตอบ

มันสร้างความเชื่อมโยงส่วนตัวอย่างมากกับความรู้สึกหรือค่านิยมของฉัน

The phrase to speak truth to power

4:38

วลีพูดความจริงต่ออำนาจ (to speak truth to power)

describes times when people non-violently resist an oppressive force, การใช้คำ

4:40

บรรยายถึงเวลาที่ผู้คนต่อต้านอำนาจกดขี่โดยปราศจากความรุนแรง

การใช้คำ

non-violently resist an oppressive force: ต่อต้านอำนาจกดขี่โดยไม่ใช้ความรุนแรง

ในที่นี้ non-violently บอกว่าผู้คน resist อย่างไร พวกเขาต่อต้าน ประท้วง หรือปฏิเสธที่จะร่วมมือกับฝ่ายที่มีอำนาจกดขี่ แต่ไม่ใช้ความรุนแรงทางกาย ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอยู่นิ่งหรือไม่ต่อต้านเลย resist เป็นสกรรมกริยาในโครงสร้างนี้ ดังนั้น an oppressive force จึงเป็นกรรมตรง an oppressive force อาจหมายถึงรัฐบาล บริษัท สถาบัน หรือกลุ่มที่มีการจัดตั้งซึ่งใช้อำนาจควบคุมหรือทำร้ายผู้คนอย่างไม่เป็นธรรม ส่วน force ในที่นี้หมายถึงฝ่ายที่มีอำนาจ ไม่ใช่แรงทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดว่าผู้คนต่อต้านอำนาจกดขี่โดยไม่ใช้ความรุนแรง?

  1. They accepted the regime's rules without protest.
  2. They used armed attacks to overthrow the regime.
  3. They organised peaceful strikes against a regime that denied them basic rights.
ดูคำตอบ

They organised peaceful strikes against a regime that denied them basic rights.

such as a government or corporation, วลี

4:45

เช่น รัฐบาล หรือบริษัท

วลี

such as a government or corporation: เช่น รัฐบาลหรือบริษัท

such as ใช้ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างจากหมวดหมู่ที่ใหญ่กว่าซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้ a government or corporation เป็นสองตัวอย่างที่อาจอยู่ในหมวด an oppressive force รูปแบบคือ หมวดหมู่ + such as + ตัวอย่าง โดยทั่วไปเป็นการยกตัวอย่างเพียงบางส่วน ดังนั้นสิ่งที่ยกมาจึงเป็นสมาชิกที่เป็นไปได้ของหมวดหมู่นั้น ไม่ใช่ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้ยกสมาชิกของหมวดหมู่เป็นตัวอย่าง: Some nocturnal animals, ____ owls and bats, hunt at night.

ดูคำตอบ

such as

by telling the truth.

4:47

ด้วยการพูดความจริง

And if you ruffle someone's feathers,

4:49

และถ้าคุณทำให้ใครขุ่นเคือง (ruffle someone's feathers)

you upset or annoy them.

4:51

คุณทำให้พวกเขาอารมณ์เสียหรือหงุดหงิด

Maybe it's not so much your name as what you do with it that counts. ไวยากรณ์

4:53

บางทีอาจไม่ใช่ชื่อของคุณหรอก แต่เป็นสิ่งที่คุณทำกับมันต่างหากที่สำคัญ

ไวยากรณ์

not so much A as B that counts: ย้ายประเด็นสำคัญไปที่ B

not so much A as B หมายถึง B อธิบายสถานการณ์ได้ดีกว่าหรือสำคัญกว่า A โครงสร้างนี้ย้ายจุดเน้นไปที่ B แต่ไม่ได้หมายความว่า A ไม่มีความสำคัญเลย ในประโยคนี้ A คือ your name และ B คือ what you do with it ส่วน that counts หมายถึง “นั่นต่างหากที่สำคัญ” ดังนั้นประโยคจึงเน้นว่าสิ่งที่คุณทำกับชื่อของตนสำคัญกว่าตัวชื่อเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ย้ายจุดเน้นจากราคาไปที่คุณภาพ: It's ____ the price ____ the quality that matters.

ดูคำตอบ

not so much · as

Anyway, it's time to reveal the answer to your question, Neil. ลำดับความ

4:58

อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้ว นีล

ลำดับความ

Anyway, it's time to reveal: กลับเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

Anyway ในที่นี้ดึงการสนทนากลับเข้าสู่ประเด็นหลักหลังจากออกนอกเรื่องหรือสนทนาต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังปิดส่วนนั้นและกลับไปยังลำดับที่วางไว้ it's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ประกาศการกระทำถัดไป เมื่อรวมกัน Anyway, it's time to reveal... จึงปิดการสนทนาปัจจุบันและพาผู้ฟังไปสู่ช่วงเฉลยคำตอบ

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการจบการสนทนาแล้วและต้องการประกาศผล ประโยคใดใช้เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Anyway means the results happened earlier.
  2. Anyway, it's time announcing the results.
  3. Anyway, it's time to announce the results.
ดูคำตอบ

Anyway, it's time to announce the results.

Yes, I asked you which boy's name is currently the world's most popular,

5:02

ใช่ ผมถามคุณว่าชื่อเด็กผู้ชายชื่อใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกตอนนี้

and you guessed Muhammad,

5:06

และคุณเดาว่า โมฮัมเหม็ด

which was the correct answer.

5:08

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Right, let's recap the vocabulary we've learned, ลำดับความ

5:10

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้กัน

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary we've learned: ทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียน

“Let's recap the vocabulary we've learned” เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากเนื้อหาใหม่ไปสู่การทบทวนเนื้อหาก่อนหน้าแบบสั้น ๆ “Let's” ชวนผู้ฟังให้ทำร่วมกับผู้พูด ส่วน “recap” หมายถึงสรุปประเด็นสำคัญ ไม่ใช่พูดซ้ำทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ “The vocabulary we've learned” ระบุเนื้อหาที่จะทบทวน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “Let's recap + นามวลี” ซึ่งช่วยให้ผู้พูดประกาศและจัดลำดับช่วงทบทวนในบทเรียน การประชุม การนำเสนอ หรือวิดีโอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนคนในกลุ่มให้ทบทวนข้อมูลที่กล่าวถึงแล้วแบบสั้น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's recap about the main points before we finish.
  2. Let's cover the main points for the first time before we finish.
  3. Let's recap the main points before we finish.
ดูคำตอบ

Let's recap the main points before we finish.

starting with injustice,

5:13

เริ่มต้นด้วย ความอยุติธรรม (injustice)

a situation lacking fairness or justice. การใช้คำ

5:15

สถานการณ์ที่ขาดความแฟร์หรือความยุติธรรม

การใช้คำ

lacking fairness or justice: การระบุคุณลักษณะที่ขาดไป

ใน “a situation lacking fairness or justice” อนุประโยค -ing คือ “lacking fairness or justice” วางหลัง “a situation” และทำหน้าที่ขยายคำนั้น โครงสร้างนี้มีความหมายเท่ากับ “a situation that lacks fairness or justice” จึงให้คำจำกัดความได้อย่างกระชับ ในที่นี้ “lacking” เป็นรูป -ing ของคำกริยา “lack” และรับ “fairness or justice” เป็นกรรมโดยตรง โดยไม่ใช้ “of” ส่วนขยายหลังคำนามลักษณะนี้พบบ่อยในคำจำกัดความแบบกระชับและคำบรรยายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “lacking” เป็นส่วนขยายหลังคำนามได้ถูกต้อง

  1. The report describes a process lack transparency.
  2. The report describes a process lacking transparency.
  3. The report describes a process lacking of transparency.
ดูคำตอบ

The report describes a process lacking transparency.

In British English, your Christian name is your first name,

5:18

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช ชื่อคริสเตียน (Christian name) คือชื่อแรกของคุณ (first name)

the name you were given at birth.

5:22

ชื่อที่คุณได้รับตอนเกิด

The adjective noble means admirable or morally good.

5:25

คำคุณศัพท์ว่า สูงส่ง (noble) หมายถึงน่ายกย่องหรือเป็นคนดีมีศีลธรรม

Baggage refers to beliefs and feelings,

5:29

ภาระ (baggage) หมายถึงความเชื่อและความรู้สึก

especially outdated or unhelpful ones,

5:32

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ล้าสมัยหรือไม่เกิดประโยชน์

which influence how someone thinks.

5:35

ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิดของคน

The idiom speak truth to power describes when people non-violently resist an oppressive force,

5:37

สำนวน พูดความจริงต่ออำนาจ (speak truth to power) อธิบายถึงช่วงเวลาที่ผู้คนต่อต้านอำนาจที่กดขี่ด้วยสันติวิธี

such as a government or corporation,

5:43

เช่น รัฐบาล หรือบริษัท

by telling the truth.

5:46

โดยการพูดความจริง

And finally, to ruffle someone's feathers means to upset or annoy them.

5:47

และสุดท้าย การทำให้ใครบางคนขุ่นเคือง (to ruffle someone's feathers) หมายถึงการทำให้พวกเขาอารมณ์เสียหรือรำคาญใจ

Once again, our 6 minutes are up, สำนวน

5:53

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงแล้วอีกครั้ง

สำนวน

6 minutes are up: เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว

เมื่อพูดถึงเวลา our 6 minutes are up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว ตรงนี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน รูปแบบที่พบบ่อยคือ ช่วงเวลา + be + up หรือ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + time + be + up มักสื่อว่าต้องหยุดกิจกรรมหรือไปยังขั้นตอนถัดไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว

  1. Our time has started, so we need to stop.
  2. Our time is upward, so we need to stop.
  3. Our time is up, so we need to stop.
ดูคำตอบ

Our time is up, so we need to stop.

but remember to join us again next time วลี

5:55

แต่อย่าลืมกลับมาพบกับพวกเราใหม่ในครั้งหน้า

วลี

remember to join us: การเตือนให้ทำสิ่งหนึ่งในอนาคต

Remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอย่าลืมทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ในที่นี้ผู้พูดเตือนผู้ฟังให้กลับมาฟังรายการในครั้งหน้า เมื่อใช้ช่วงท้ายรายการ join us เป็นคำเชิญให้กลับมาฟัง ชม หรือมีส่วนร่วมอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ join หลัง remember เพื่อเตือนเกี่ยวกับการกระทำในอนาคต: Remember ____ us online tomorrow.

ดูคำตอบ

to join

for more trending topics and useful vocabulary การใช้คำ

5:58

สำหรับหัวข้อยอดฮิตและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม

การใช้คำ

topics and: รูปพหูพจน์ topics และการเชื่อมด้วย and

topics เป็นรูปพหูพจน์ วลี trending topics หมายถึงหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจหรือถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ ใน topics and useful vocabulary คำว่า and เชื่อมวลีนามสองส่วนที่มีสถานะเท่ากัน คือ trending topics และ useful vocabulary รูปพหูพจน์แสดงว่าอาจมีหัวข้อมากกว่าหนึ่งหัวข้อ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน ให้สังเกตว่า topic ก่อน and มีเสียงพหูพจน์ /s/ หรือไม่

  1. We cover a trending topic and useful vocabulary.
  2. We cover trending topics and useful vocabulary.
ดูคำตอบ

We cover trending topics and useful vocabulary.

here at 6 Minute English.

6:01

ที่นี่ที่ 6 Minute English

Goodbye for now.

6:03

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:04

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com