วิธีเลิกนิสัยเสียของคุณ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: แอนิเมชันใช้ตัวอย่างเขาวงกต ป๊อปคอร์น คุกกี้ และการกัดเล็บ เพื่ออธิบายว่าทำไมการกระทำซ้ำจึงเป็นอัตโนมัติ วิดีโอสรุปวงจรสิ่งกระตุ้น-กิจวัตร-รางวัล และวิธีที่พฤติกรรมทดแทนช่วยเปลี่ยนนิสัย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. is made up of — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่า “ประกอบด้วย” และแยกจาก make up ที่หมายถึงแต่งเรื่อง 2. overrule — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตการใช้เชิงเปรียบเทียบเมื่อนิสัยเอาชนะการตัดสินใจอย่างมีสติ ไม่ใช่เพียงการลบล้างคำตัดสินอย่างเป็นทางการ 3. By using / he was able to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมวิธีที่เลือกกับผลที่ทำสำเร็จ เพื่ออธิบายว่าการเปลี่ยนกิจวัตรช่วยเปลี่ยนนิสัยได้อย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is supported by ในฐานะคำแจ้งการสนับสนุน
ในข้อความเปิดตอนนี้ is supported by หมายถึง Blue Apron ให้เงินทุนหรือการสนับสนุนเชิงพาณิชย์แก่ตอนนี้ เป็นการแจ้งความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุน ไม่ได้หมายถึงความช่วยเหลือด้านเทคนิคหรือการให้กำลังใจ สื่อมักใช้ถ้อยคำที่เป็นกลางนี้แทน is sponsored by ซึ่งตรงกว่า เมื่อ supported by ตามด้วยชื่อแบรนด์ในช่วงต้นหรือท้ายวิดีโอหรือพอดแคสต์ โดยทั่วไปให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ทางการค้า
แบบฝึกหัด
เมื่อเริ่มตอน ผู้พูดกล่าวว่า This episode is supported by Blue Apron. คำว่า is supported by น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- แบรนด์ซ่อมปัญหาทางเทคนิคในตอนนี้
- แบรนด์ให้การสนับสนุนหรือเงินทุนแก่ตอนนี้
- แบรนด์ให้กำลังใจแก่ผู้พูด
ดูคำตอบ
แบรนด์ให้การสนับสนุนหรือเงินทุนแก่ตอนนี้
habits we'd like to break: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม
habits we'd like to break เป็นโครงสร้างที่มีคำนามตามด้วยอนุประโยคสัมพันธ์ รูปเต็มคือ habits that we'd like to break โดย habits ทำหน้าที่เป็นกรรมของ break จึงสามารถละสรรพนามสัมพันธ์ that ที่เป็นกรรมได้ ในที่นี้ we'd หมายถึง we would ดังนั้น we'd like to break จึงเท่ากับ we would like to break รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + ประธาน + กริยา โดยคำนามข้างหน้าทำหน้าที่เติมตำแหน่งกรรมที่หายไปในอนุประโยคสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ that we'd like to break: These are habits ____.
ดูคำตอบ
we'd like to break
whether it's biting your fingernails, smoking, or eating late at night. ไวยากรณ์
0:04ไม่ว่าจะเป็นการกัดเล็บ สูบบุหรี่ หรือกินอาหารดึก ๆ
การใช้ whether it's A, B, or C เพื่อแจกแจงหลายกรณีที่เป็นไปได้
ในประโยคนี้ whether it's ใช้นำเสนอตัวอย่างหลายนิสัยที่คนเราอาจอยากเลิก การกัดเล็บ การสูบบุหรี่ และการกินอาหารดึกเป็นสามกรณีที่อยู่ภายใต้ข้อความทั่วไปเดียวกัน ผู้พูดไม่ได้กำลังถามคำถามที่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ whether it's A, B, or C ซึ่งหมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดในกลุ่มนี้” และโดยปกติจะใช้ or นำหน้ารายการสุดท้าย โดย A, B และ C ควรมีรูปแบบไวยากรณ์ที่ขนานกัน
แบบฝึกหัด
เลือกข้อความเติมเต็มที่สื่อว่าสโมสรต้อนรับเด็กในทุกกรณีที่แจกแจงไว้: “The club welcomes every child, ____.”
- whether it's their first visit, their tenth visit, or their return after a long break
- only if it's their first visit, their tenth visit, or their return after a long break
- because it's their first visit, their tenth visit, or their return after a long break
ดูคำตอบ
whether it's their first visit, their tenth visit, or their return after a long break
Perhaps you think your day is made up of deliberate conscious decisions, กริยาวลี
0:11คุณอาจคิดว่าชีวิตในแต่ละวันประกอบขึ้นจากการตัดสินใจอย่างตั้งใจและมีสติ
Is made up of: การบอกส่วนประกอบของสิ่งทั้งหมด
Is made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “มีสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ” ในที่นี้ your day เป็นสิ่งทั้งหมด ส่วน deliberate conscious decisions เป็นส่วนที่ประกอบกันขึ้นมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “สิ่งทั้งหมด + be + made up of + ส่วนประกอบ” ต้องเปลี่ยน be ตามกาลและประธาน เช่น is made up of, was made up of หรือ are made up of นี่เป็นสำนวนตายตัวที่ดูคล้ายรูปถูกกระทำ แต่ไม่ได้หมายถึง “ถูกแต่งเรื่องขึ้น”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: “The science club ____ students from three different grades.”
ดูคำตอบ
is made up of
but in reality,:แก้ไขข้อสันนิษฐานเดิม
But in reality เป็นคำหรือวลีที่ใช้แสดงความขัดแย้ง โดยบอกว่าข้อความถัดไปจะแก้ไขหรือท้าทายข้อสันนิษฐานหรือสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจริงก่อนหน้านี้ ในช่วงนี้ วลีดังกล่าวนำไปสู่หลักฐานจากงานวิจัยที่ขัดกับความคิดว่าการกระทำในชีวิตประจำวันเกิดจากการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้วลีนี้เมื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่ดูเหมือนจริงหรือสิ่งที่ผู้คนเชื่อ ไปสู่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง In reality ชี้ไปที่ข้อเท็จจริง ส่วน but ทำให้เห็นการเปลี่ยนประเด็นอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เลือกวลีจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นนำสถานการณ์จริงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The recipe looks easy, but ____ it takes careful timing.
- in reality
- at least
- in advance
- for example
ดูคำตอบ
in reality
a University of Duke study found that 45% of your everyday behaviors
0:15งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยดุ๊กพบว่า 45% ของพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคุณ
are actions that you repeat every day and tend to do in the same location. ไวยากรณ์
0:20เป็นการกระทำที่คุณทำซ้ำทุกวัน และมักทำในสถานที่เดิม
tend to do:การบอกแนวโน้มทั่วไป
Tend to do ใช้บอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น นั่นคือสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ในประโยคนี้หมายความว่า ผู้คนมักทำการกระทำเหล่านี้ในสถานที่เดิม โครงสร้างคือ ประธาน + tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I tend to walk และ she tends to walk โครงสร้างนี้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้น ไม่ได้บอกแผนหรือความตั้งใจของใคร จึงไม่หนักแน่นเท่ากับ always
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่แผนการ: When I feel nervous, I ____ speak too quickly.
- am intending to
- want to
- intend to
- tend to
ดูคำตอบ
tend to
Habits are attributed to one of the most primitive structures in your brain, วลี
0:25นิสัยเชื่อมโยงกับหนึ่งในโครงสร้างที่ดั้งเดิมที่สุดในสมองของคุณ
are attributed to: การบอกสาเหตุด้วยรูปประโยคแบบถูกกระทำ
ในประโยคนี้ are attributed to หมายถึง “ถูกมองว่าเป็นผลมาจาก” หรือ “ถูกมองว่ามีที่มาจาก” รูปประโยคแบบถูกกระทำทำให้จุดเน้นยังอยู่ที่ habits แล้วจึงนำเสนอแหล่งที่มาที่คาดว่าเป็นสาเหตุ ซึ่งก็คือโครงสร้างดั้งเดิมส่วนหนึ่งของสมอง โครงสร้างพื้นฐานคือ attribute A to B โดย A คือผลที่ต้องการอธิบาย และ B คือสาเหตุหรือแหล่งที่มาที่เสนอขึ้นมา เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ A + be + attributed to + B ทิศทางของการระบุสาเหตุยังคงเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบเป็นทางการในกาลปัจจุบันของ attribute to: According to the report, these improvements ____ better training rather than new equipment.
ดูคำตอบ
are attributed to
the same region that helps control processes such as breathing and swallowing.
0:30ซึ่งเป็นสมองบริเวณเดียวกับที่ช่วยควบคุมกระบวนการต่าง ๆ เช่น การหายใจและการกลืน
basal ganglia: ชื่อพหูพจน์ของโครงสร้างที่อยู่ลึกในสมอง
Basal ganglia เป็นชื่อทางกายวิภาคของกลุ่มโครงสร้างที่อยู่ลึกภายในสมอง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุบริเวณสมองที่ถูกเชื่อมโยงกับกระบวนการอัตโนมัติ เช่น นิสัย การหายใจ และการกลืน การเข้าใจเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะติดตามคำอธิบายได้ วลีนี้ถูกคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคและทำหน้าที่เป็นคำซ้อนอธิบาย โดยระบุชื่อให้ชัดเจนว่า one of the most primitive structures in your brain คืออะไร Ganglia เป็นรูปพหูพจน์ของ ganglion ดังนั้น basal ganglia จึงเป็นพหูพจน์ในด้านรูปคำ และในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์ที่เคร่งครัดมักใช้ร่วมกับกริยาพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ basal ganglia หมายถึงอะไร?
- ชื่อขององค์กรวิจัย
- กลุ่มโครงสร้างที่อยู่ลึกภายในสมอง
- เทคนิคการหายใจ
ดูคำตอบ
กลุ่มโครงสร้างที่อยู่ลึกภายในสมอง
a mouse sits behind a gate of a T-shaped maze where to the left is a piece of chocolate. ไวยากรณ์
0:35หนูตัวหนึ่งอยู่หลังประตูทางเข้าเขาวงกตรูปตัว T โดยมีช็อกโกแลตชิ้นหนึ่งอยู่ทางซ้าย
การกลับลำดับแบบบอกสถานที่ใน to the left is ...
ประโยค To the left is a piece of chocolate ใช้การกลับลำดับแบบบอกสถานที่ วลีบอกสถานที่ที่ขึ้นต้นประโยคคือ to the left บอกก่อนว่าควรมองไปที่ใด และ is อยู่หน้าประธานที่แท้จริงคือ a piece of chocolate รูปแบบในที่นี้คือ คำบอกสถานที่ + be + ประธาน โครงสร้างนี้ช่วยบรรยายฉากทีละตำแหน่ง โดยบอกสถานที่ก่อน แล้วจึงบอกว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำว่า to the right และรูปที่ถูกต้องของ be โดยใช้การกลับลำดับแบบบอกสถานที่: ____ two empty chairs.
ดูคำตอบ
To the right are
the mouse explores the maze, sniffing and scratching at the walls. ไวยากรณ์
0:40หนูก็ออกสำรวจเขาวงกต พลางดมกลิ่นและตะกุยผนัง
การเพิ่มการกระทำพร้อมกันด้วย sniffing and scratching at the walls
คำว่า sniffing and scratching at the walls ประกอบกันเป็นวลี participle รูป -ing วลีนี้เพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นขณะที่หนูสำรวจเขาวงกต โดยเหตุการณ์หลักยังคงเป็น explores ผู้กระทำของกริยา -ing ทั้งสองคำที่ไม่ได้กล่าวซ้ำคือประธานของประโยคหลัก นั่นคือ the mouse ใช้รูปแบบนี้เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกิดพร้อมกันหรือประกอบกับการกระทำหลัก โดยไม่ต้องเริ่มประโยคเต็มอีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูป -ing ของ check และ tighten เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน: The mechanic inspected the bicycle, ____ each bolt.
ดูคำตอบ
checking and tightening
ใช้ First, ... and then ... eventually เพื่อสร้างลำดับเวลาที่ชัดเจน
First ระบุขั้นตอนแรก and then นำเข้าสู่การกระทำถัดไป และ eventually ชี้ไปยังผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการระหว่างนั้น เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้จะจัดการกระทำที่แยกกันให้เป็นลำดับเวลาที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงรายการของการกระทำ Eventually ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นแค่มีโอกาสเกิดขึ้น แต่บอกว่าหนูพบช็อกโกแลตจริง ๆ หลังจากกระบวนการสำรวจดำเนินไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมกระบวนการให้สมบูรณ์ด้วยคำบอกลำดับ First, and then และ eventually: ____, Leo opens the map; ____ he follows the river; ____ he reaches the campsite.
ดูคำตอบ
First · and then · eventually
A scan of the basal ganglia shows it's working furiously throughout the whole process.
0:48ภาพสแกนปมประสาทฐานแสดงให้เห็นว่าสมองส่วนนี้ทำงานอย่างหนักตลอดกระบวนการ
the mouse runs immediately towards the chocolate once the gate clicks.
0:54ทันทีที่ประตูส่งเสียงคลิก หนูก็วิ่งตรงไปหาช็อกโกแลต
there's very little brain activity once the gate clicks,
0:59หลังจากประตูส่งเสียงคลิก สมองแทบไม่มีกิจกรรมเกิดขึ้นเลย
and the brain doesn't fire back up again until it reaches the chocolate. โน้ต
1:01และสมองจะไม่กลับมาทำงานคึกคักอีกจนกว่าหนูจะไปถึงช็อกโกแลต
ใช้ At this point, เพื่อระบุขั้นตอนของกระบวนการ
At this point เชื่อมข้อความเข้ากับขั้นตอนเฉพาะของกระบวนการที่การเล่าเรื่องดำเนินมาถึงแล้ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่ากิจกรรมของสมองที่อยู่ในระดับต่ำคือสภาวะที่สังเกตได้ในขั้นตอนนี้ของการฝึก Point หมายถึงตำแหน่งในลำดับเวลาหรือกระบวนการ ไม่ใช่ความคิดเห็นหรือคะแนน วลีนี้ช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมโยงข้อสังเกตใหม่กับขั้นตอนที่ข้อสังเกตนั้นเริ่มเป็นจริง
แบบฝึกหัด
The team has finished the first round of testing. The results are still too limited for a final decision. สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับขึ้นต้นประโยคที่สองเพื่อระบุขั้นตอนเฉพาะที่ได้มาถึงแล้ว?
- From this point on
- At this point
- At some point
ดูคำตอบ
At this point
doesn't fire back up again until: ไม่เกิดขึ้นก่อนถึงจุดเวลาหนึ่ง
โครงสร้าง doesn't ... until หมายความว่า การกระทำหรือสภาวะหนึ่งยังไม่เกิดขึ้นก่อนถึงจุดเวลาที่ระบุ ในประโยคนี้ สมองยังไม่กลับมาทำงานในช่วงก่อนที่สัตว์จะไปถึงช็อกโกแลต โครงสร้างนี้เน้นจุดที่การกระทำเริ่มหรือกลับมาเกิดขึ้นหลังจากล่าช้า โดย not X until Y หมายถึง X จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ Y เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับการบอกลำดับเวลาธรรมดา โครงสร้างนี้เน้นช่วงเวลาก่อนหน้าที่ไม่มีการกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปปฏิเสธแบบย่อของ start และ until: The movie ____ everyone was seated.
ดูคำตอบ
didn't start until
fire back up: กลับมาทำงานอีกครั้ง
fire back up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงกลับมาทำงานหรือเริ่มทำงานอีกครั้งหลังจากหยุดหรือมีระดับกิจกรรมลดลงมาก ในประโยคนี้ใช้บอกว่ากิจกรรมของสมองกลับมาอีกครั้ง โดย fire ไม่ได้หมายถึงการยิงหรือเปลวไฟ back สื่อถึงการกลับไปสู่สภาวะที่เคยทำงานอยู่ ส่วน up ช่วยเสริมแนวคิดเรื่องการเริ่มหรือการเพิ่มกิจกรรม วลีนี้ใช้ได้เป็นธรรมชาติโดยเฉพาะกับเครื่องจักร ระบบ เครื่องยนต์ และกิจกรรมที่ถูกอธิบายเหมือนเป็นระบบ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The heater fired back up after we reset it,' วลี fired back up หมายถึงอะไร?
- มันเริ่มทำงานอีกครั้ง
- มันตอบกลับอย่างโกรธเคือง
- มันติดไฟ
ดูคำตอบ
มันเริ่มทำงานอีกครั้ง
Our brains seek to minimize effort and space, วลี
1:05สมองของเราพยายามใช้แรงและพื้นที่ให้น้อยที่สุด
seek to minimize: เป้าหมายอย่างเป็นทางการในการลด
seek to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอเป้าหมายหรือความพยายาม ส่วน minimize หมายถึงลดบางสิ่งให้เหลือระดับต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ในทางปฏิบัติ ดังนั้น seek to minimize จึงหมายถึง “มุ่งหรือพยายามลดให้มากที่สุด” และไม่ได้ยืนยันว่าลดได้สำเร็จ ในประโยคนี้ สมองถูกทำให้เสมือนเป็นบุคคลที่กำลังวางแผน ถ้อยคำนี้บรรยายแนวโน้มทั่วไปที่จะใช้แรงและพื้นที่ให้น้อยลง ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างมีสติของสมอง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มุ่งลดให้มากที่สุด” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new routing system ____ delivery delays without raising costs.
ดูคำตอบ
seeks to minimize
and this kind of automatic brain behavior is referred to as chunking. วลี
1:07และพฤติกรรมอัตโนมัติของสมองแบบนี้เรียกว่าการจัดกลุ่ม หรือ chunking
is referred to as: โครงสร้างตั้งชื่อแบบเป็นทางการ
โครงสร้างกรรมวาจก X is referred to as Y ใช้แนะนำ Y ว่าเป็นชื่อหรือป้ายกำกับของ X ในที่นี้ this kind of automatic brain behavior คือ X และ chunking คือ Y to ต้องคงอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของ refer to และต้องใช้ as หน้าชื่อ โครงสร้างนี้ใช้ระบุศัพท์เฉพาะ ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการกล่าวถึง X
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างตั้งชื่อแบบกรรมวาจกที่เป็นทางการจากบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยค: In music, a repeated pattern of notes ____ an ostinato.
ดูคำตอบ
is referred to as
Chunking aids in creating a new habit pattern in cells of the brain. วลี
1:12การจัดกลุ่มนี้ช่วยสร้างรูปแบบนิสัยใหม่ในเซลล์สมอง
aids in creating: รูปแบบ aid in + -ing
ในที่นี้ aids in creating หมายถึง “ช่วยสร้าง” หรือ “มีส่วนช่วยให้เกิดการสร้าง” โดยบอกว่าการแบ่งข้อมูลเป็นก้อนช่วยสนับสนุนกระบวนการนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นสาเหตุเดียวหรือรับประกันว่าจะเกิดผลลัพธ์ รูปแบบคือ aid in + คำนามหรือรูป -ing เมื่อ create อยู่หลัง in จึงเปลี่ยนเป็น creating: aids in creating a new habit pattern
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบทางการ aid in + -ing และรูปกริยาที่ถูกต้อง: A clear schedule ____ a consistent study routine.
ดูคำตอบ
aids in creating
It's like a task you do every day that you no longer really have to think about, โน้ต
1:15เหมือนกิจกรรมที่คุณทำทุกวันจนแทบไม่ต้องคิดอีกต่อไป
It's like: การเกริ่นอุปมา
ในที่นี้ It's like เป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยเชื่อมแนวคิดนามธรรมที่เพิ่งกล่าวถึงเข้ากับงานในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย ทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่ายขึ้น It แทนแนวคิดหรือสถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” หลัง It's like สามารถตามด้วยนามวลีหรืออนุประโยค -ing ได้: It's like a daily routine; It's like learning a route.
แบบฝึกหัด
เติมการอุปมาโดยใช้รูปย่อของ it is แล้วตามด้วย like: ____ having a map in your head.
ดูคำตอบ
It's like
no longer really have to think about: ไม่ต้องตั้งใจคิดอีกแล้ว
ในที่นี้ no longer แสดงว่าสถานการณ์ที่เคยเป็นจริงในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว งานนี้เคยต้องใช้ความใส่ใจอย่างมีสติ แต่ตอนนี้คนทำแทบไม่ต้องคิดทีละขั้นอีกแล้ว วลี no longer really have to think about ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่เคยคิดเกี่ยวกับงานนี้เลย แต่หมายถึงความจำเป็นในการตั้งใจคิดได้ลดลงแล้ว โดย really ทำให้ข้อความฟังไม่เด็ดขาดเกินไปและเป็นภาษาสนทนามากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย no longer, really และ have to เพื่อแสดงว่าความจำเป็นในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว: The app remembers my password, so I ____ type it every time.
ดูคำตอบ
no longer really have to
brushing your teeth, or backing out of your driveway, กริยาวลี
1:19อย่างการแปรงฟันหรือถอยรถออกจากทางเข้าบ้าน
backing out of your driveway: ถอยรถออกจากทางเข้าบ้าน
ในที่นี้ backing out of อธิบายการเคลื่อนที่จริงของยานพาหนะ backing หมายถึงการขับรถถอยหลัง ส่วน out of แสดงการเคลื่อนจากทางเข้าบ้านออกไปด้านนอก โดยปกติคือมุ่งไปยังถนน รูปแบบ back out of + สถานที่ ใช้บอกการถอยรถออกจากสถานที่นั้นได้ แม้ back out of จะหมายถึงถอนตัวจากคำสัญญาหรือข้อตกลงได้เช่นกัน แต่คำว่า driveway ทำให้ชัดเจนว่าที่นี่หมายถึงการขับรถจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค Nina is backing out of her driveway นีนากำลังทำอะไรอยู่?
- เธอกำลังเดินถอยหลังไปตามทางเข้าบ้าน
- เธอกำลังถอนตัวจากข้อตกลงเกี่ยวกับทางเข้าบ้าน
- เธอกำลังถอยรถออกจากทางเข้าบ้าน
ดูคำตอบ
เธอกำลังถอยรถออกจากทางเข้าบ้าน
were once ... but now become automatic: เคยยาก แต่ตอนนี้ทำได้โดยอัตโนมัติ
โครงสร้าง were once ... but now become ... จัดข้อมูลในประโยคให้เป็นการเปรียบต่างระหว่างสภาพในอดีตกับผลลัพธ์ในปัจจุบัน were once วางความยากไว้ในอดีต ส่วน but now ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว once ในที่นี้หมายถึง “ครั้งหนึ่งในอดีต” หรือ “เคย” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” การเปรียบต่างนี้เน้นว่าการฝึกซ้ำสามารถเปลี่ยนทักษะที่ต้องใช้ความพยายามให้กลายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย once และ but now เพื่อสร้างการเปรียบต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน: Public speaking was ____ terrifying for Maya, ____ it feels natural.
ดูคำตอบ
once · but now
Step one ... Step two ... step three: ขั้นตอนที่หนึ่ง ขั้นตอนที่สอง และขั้นตอนที่สาม
Step one, Step two และ step three เป็นคำบอกลำดับที่แบ่งคำอธิบายออกเป็นสามขั้นตอนที่มีหมายเลขกำกับ คำเหล่านี้นำผู้ฟังไปตามวงจรนิสัยในลำดับตายตัว ได้แก่ สิ่งกระตุ้น กิจวัตร และรางวัล ตัวเลขบอกตำแหน่งของแต่ละขั้นตอนในกระบวนการ ไม่ได้บอกว่าแต่ละขั้นตอนใช้เวลานานเท่าใด การใช้ step + ตัวเลขซ้ำช่วยให้ติดตามและจดจำโครงสร้างได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ Step one, Step two และ Step three ตามลำดับที่ถูกต้อง: ____, back up your files. ____, install the update. ____, restart the computer.
ดูคำตอบ
Step one · Step two · Step three
Intertwine: เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น
ในประโยคนี้ intertwine หมายถึงสิ่งกระตุ้นและรางวัลเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นในจิตใจ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนี้พันกันจริง ๆ ทางกายภาพ คำกริยานี้นำเสนอกระบวนการหรือแนวคิดสองอย่างที่พัฒนาไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดจนแต่ละอย่างช่วยกระตุ้นอีกอย่างหนึ่ง อุปมานี้ใช้บรรยายความสัมพันธ์เชิงนามธรรมที่เกี่ยวกับความทรงจำ อารมณ์ เป้าหมาย หรือสาเหตุได้
แบบฝึกหัด
intertwine ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?
- สิ่งกระตุ้นและรางวัลเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นทางจิตใจ
- สิ่งกระตุ้นและรางวัลพันกันจริง ๆ ทางกายภาพ
- สิ่งกระตุ้นหายไปก่อนที่รางวัลจะปรากฏ
ดูคำตอบ
สิ่งกระตุ้นและรางวัลเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นทางจิตใจ
Creating ...: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์
Creating anticipation and cravings เป็นอนุประโยค present participle ที่บอกผลของกระบวนการก่อนหน้า กล่าวคือ เมื่อสิ่งกระตุ้นและรางวัลเชื่อมโยงกัน ความคาดหวังและความอยากก็เกิดขึ้น creating ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยารูปกำลังกระทำที่แยกเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง อนุประโยคนี้ใช้สถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดเป็นสาเหตุ ทำให้ภาษาอังกฤษเชื่อมเหตุการณ์กับผลตามธรรมชาติของมันได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลตามธรรมชาติของเหตุการณ์ก่อนหน้า?
- Workers salted the roads because the temperature was falling.
- The temperature was falling while workers salted the roads.
- The temperature fell below freezing, making the roads icy.
ดูคำตอบ
The temperature fell below freezing, making the roads icy.
our brain stops fully participating in decision making. วลี
1:46สมองจึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเต็มที่
ความหมายของ go into automatic mode
“Go into automatic mode” เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการเริ่มทำสิ่งที่คุ้นเคยโดยใช้ความใส่ใจอย่างมีสติเพียงเล็กน้อย ราวกับเครื่องจักรเปลี่ยนไปทำงานแบบอัตโนมัติ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายว่าทำไมกิจวัตรจึงลดการตัดสินใจอย่างตั้งใจ กล่าวคือ การกระทำซ้ำ ๆ อาจดำเนินไปตามความเคยชินแทนที่จะมาจากการเลือกอย่างรอบคอบ ไม่ได้หมายความว่าสมองเปลี่ยนโหมดจริง ๆ หรือหยุดทำงาน
แบบฝึกหัด
go into automatic mode ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- หมายถึงคนเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามความเคยชินโดยใช้ความคิดอย่างมีสติน้อยลง
- หมายถึงกิจวัตรถูกควบคุมโดยเครื่องจักร
- หมายถึงสมองหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
หมายถึงคนเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามความเคยชินโดยใช้ความคิดอย่างมีสติน้อยลง
Participate in decision making: มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
“Participate in decision making” หมายถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกว่าควรทำอะไร ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมีอำนาจตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวหรือมีอำนาจขั้นสุดท้าย คำกริยา participate โดยปกติใช้ in ก่อนกิจกรรม ในที่นี้ participating ตามหลัง stops เพราะ stop + -ing หมายถึงหยุดทำกิจกรรมหนึ่ง ส่วน decision making เรียกกระบวนการนั้นในความหมายทั่วไปและเป็นสำนวนที่นับไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไป: Staff members can participate ____ decision making without having final authority.
ดูคำตอบ
in
Our habits will automatically unfold every time there is a cue. ไวยากรณ์
1:49เราจะทำตามนิสัยโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีสัญญาณกระตุ้น
Every time there is a cue: สิ่งกระตุ้นที่เกิดซ้ำ
Every time นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาที่ใช้กับทุกครั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้ every time there is a cue หมายความว่า ทุกครั้งที่มีสิ่งกระตุ้น นิสัยก็จะเริ่มทำงาน โครงสร้าง every time + ประธาน + กริยา ใช้บอกความสัมพันธ์ที่คงที่หรือเกิดซ้ำ เมื่อเทียบกับอนุประโยคทั่วไปที่ใช้ when โครงสร้างนี้เน้นอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีบอกเวลาสองคำที่เป็นเป้าหมาย: The app sends an alert ____ the door opens.
ดูคำตอบ
every time
These habits can be so entrenched that the reward doesn't even have to be good. โน้ต
1:53นิสัยเหล่านี้อาจฝังแน่นเสียจนรางวัลไม่จำเป็นต้องดีด้วยซ้ำ
So entrenched that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ใน so entrenched that คำว่า so เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยายคำคุณศัพท์ entrenched ส่วนอนุประโยคที่ตามหลัง that แสดงผลจากระดับที่มากนั้น กล่าวคือ นิสัยฝังแน่นมากจนแม้แต่รางวัลที่ดีก็ไม่จำเป็น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคบอกผล ในที่นี้ so ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” แต่ใช้คู่กับ entrenched เพื่อปูไปสู่ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกผลในภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The password rule was ____ strict ____ several users were locked out.
ดูคำตอบ
so · that
entrenched habits: นิสัยที่ฝังแน่นและเปลี่ยนได้ยาก
ในประโยคนี้ entrenched ใช้บรรยายพฤติกรรมที่ฝังแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป พฤติกรรมแบบนี้เปลี่ยนได้ยาก ดังนั้นจึงยังทำต่อได้แม้รางวัลจะไม่ดีก็ตาม โครงสร้าง habits can be entrenched ใช้คำคุณศัพท์ไว้หลัง be คำนี้เน้นว่ารูปแบบพฤติกรรมฝังแน่นเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความลึกทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The old approval process was so entrenched that the company needed months to replace it' คำว่า entrenched หมายถึงอะไร
- ถูกขุดอยู่ในพื้นดินจริง ๆ
- ทรงพลังหรือเข้มข้นมาก
- เพิ่งสร้างขึ้นและยังไม่ผ่านการทดสอบ
- ฝังแน่นและเปลี่ยนได้ยาก
ดูคำตอบ
ฝังแน่นและเปลี่ยนได้ยาก
A study of habitual popcorn eaters at the movies
1:57งานวิจัยเกี่ยวกับคนที่ติดนิสัยกินป๊อปคอร์นในโรงภาพยนตร์
and they ate the same amount of popcorn regardless of whether it was stale or fresh. ไวยากรณ์
2:04และพวกเขาก็กินป๊อปคอร์นในปริมาณเท่ากัน ไม่ว่ามันจะค้างหรือสดใหม่
minimally impacted by: แสดงผลกระทบเพียงเล็กน้อย
ในประโยคนี้ minimally impacted by หมายถึงได้รับผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งเพียงเล็กน้อย ความหิวและระดับความชอบอาหารของคนที่กินป๊อปคอร์นแทบไม่ได้เปลี่ยนปริมาณที่พวกเขากิน โครงสร้างคือ be + minimally impacted by + ปัจจัย โดย minimally ช่วยลดระดับของผลกระทบในโครงสร้าง被动 impacted คำนี้หมายถึงผลกระทบมีน้อย ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลเลยเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าไฟดับทำให้กิจกรรมเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยมาก
- The event was minimally impacted by the power cut.
- The event was unaffected by the power cut.
- The event was strongly impacted by the power cut.
- The event was minimally impacting by the power cut.
ดูคำตอบ
The event was minimally impacted by the power cut.
regardless of whether A or B: ไม่ว่ากรณีใดผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
ในโครงสร้าง regardless of whether A or B คำว่า whether ใช้เสนอทางเลือกสองกรณี ส่วน regardless of แสดงว่าผลลัพธ์หลักไม่ได้รับผลกระทบจากการที่กรณีใดเป็นจริง ในประโยคนี้ ปริมาณที่กินไม่เปลี่ยนไปไม่ว่าป๊อปคอร์นจะเก่าชื้นหรือสดใหม่ รูปแบบคือ ผลลัพธ์หลัก + regardless of whether + A or B โดยอนุประโยค whether เป็นส่วนเติมเต็มของคำบุพบท of และทำหน้าที่โดยรวมคล้ายคำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ขึ้นต้นด้วย regardless เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนในทั้งสองกรณี: The match will continue ____ it rains or stays dry.
ดูคำตอบ
regardless of whether
Our habits often overrule what we know is good for us. การใช้คำ
2:09นิสัยของเรามักเอาชนะสิ่งที่เรารู้ว่าดีต่อตัวเอง
overrule: เมื่อแรงหนึ่งเอาชนะวิจารณญาณที่ดีกว่า
ความหมายตรงตัวของ overrule คือผู้ที่มีอำนาจสูงกว่าปฏิเสธคำตัดสินหรือการตัดสินใจ ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้นิสัยดูเหมือนผู้มีอำนาจที่เอาชนะสิ่งที่คนเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นประโยชน์ คำกริยานี้สื่อว่ามีความขัดแย้งและมีฝ่ายหนึ่งชนะ ความรู้นั้นยังคงมีอยู่ แต่นิสัยควบคุมพฤติกรรมได้มากกว่า ความหมายนี้จึงหนักแน่นและเฉพาะเจาะจงกว่าการไม่สนใจเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
คำกริยาใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าแรงหนึ่งเอาชนะวิจารณญาณที่มีเหตุผลของคนคนหนึ่ง? Even though Leo knew he should save the money, his impulse to buy the game ___ his better judgment.
- ignored
- overruled
- forgot
ดูคำตอบ
overruled
a study of America's Take 5 campaign to encourage citizens to eat five fruits and vegetables a day ไวยากรณ์
2:13งานวิจัยเกี่ยวกับแคมเปญ Take 5 ของสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมให้ประชาชนกินผักและผลไม้วันละห้าส่วน
encourage citizens to eat: encourage + คน + to-infinitive
ใน encourage citizens to eat คำว่า encourage รับ citizens เป็นกรรมที่ระบุผู้ได้รับการสนับสนุนหรือชักจูง ส่วน to eat ระบุการกระทำที่ต้องการให้พวกเขาทำ โครงสร้างคือ encourage + คน + to-infinitive ใช้โครงสร้างนี้เมื่อบุคคลหรือสิ่งใดกระตุ้นให้คนหรือกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงลงมือทำ โดยกรรมจะบอกว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ encourage และตัวบ่งชี้ infinitive: The coach ____ Leo ____ try again.
ดูคำตอบ
encourages · to
found the program was effective in educating the public, ไวยากรณ์
2:18พบว่าโครงการนี้ให้ความรู้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
effective in educating: effective in + รูป -ing
ใน effective in educating คำว่า effective อธิบายโครงการ ส่วน in educating ระบุกิจกรรมเฉพาะที่โครงการทำแล้วเกิดผล เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท educating จึงต้องอยู่ในรูป -ing วลีนี้กล่าวถึงผลสำเร็จอย่างจำกัด กล่าวคือ โครงการประสบความสำเร็จในการให้ความรู้แก่ประชาชน แต่ไม่ได้หมายความด้วยตัวเองว่าผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง effective in + -ing และคำกริยา help: The short video was effective ____ students recognize online scams.
ดูคำตอบ
in helping
Intake ในรายงานด้านโภชนาการ
ในประโยคนี้ intake หมายถึงปริมาณอาหารหรือเครื่องดื่มที่ผู้คนบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยคนี้กล่าวถึงการบริโภคผักและผลไม้ของชาวอเมริกัน ดังนั้น American intake จึงหมายถึงสิ่งที่ชาวอเมริกันบริโภคและปริมาณที่บริโภค ไม่ใช่จำนวนคนที่ได้รับเข้าไปอยู่ในสถานที่ใดแห่งหนึ่ง ความหมายเฉพาะทางนี้พบได้ทั่วไปในรายงานด้านโภชนาการ สุขภาพ และการแพทย์ วลีอย่าง daily intake และ calorie intake มักระบุปริมาณที่บริโภคหรือสิ่งที่บริโภค
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ในรายงานด้านโภชนาการจากบทเรียนลงในประโยค: The clinic asked patients to monitor their daily salt ____.
ดูคำตอบ
intake
Changed ... but Not ...: การละกริยาที่ซ้ำกัน
ส่วนหลังละกริยา changed ที่ซ้ำกันออกไป โดย but not their habits มีความหมายเต็มว่า but it did not change their habits และยังเข้าใจว่ากริยาที่ละไว้นั้นสัมพันธ์กับ habits การละคำแบบขนานนี้ทำให้ intentions และ habits ถูกนำมาเปรียบต่างกันโดยตรง เมื่อกล่าวถึงการกระทำร่วมกันเพียงครั้งเดียว ประโยคจึงเปลี่ยนจากผลเชิงบวกไปสู่ข้อจำกัดได้อย่างรวดเร็ว และเน้นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ผู้คนตั้งใจจะทำกับสิ่งที่พวกเขาทำจริงได้หนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมลำดับคำสองคำจากบทเรียนเพื่อทำให้การเปรียบต่างแบบขนานสมบูรณ์: The new schedule changed our start time, ____ our workload.
ดูคำตอบ
but not
What are you to do? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์
ในประโยคนี้ what are you to do? หมายถึง “คุณยังมีทางเลือกให้ทำอะไรได้บ้าง” โดยในบริบทนี้กล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ได้ถามถึงงานที่ได้รับมอบหมายหรือหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามตาราง คำถามนี้มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ กล่าวคือผู้พูดอาจไม่ได้คาดหวังคำตอบตามตัวอักษร สามารถสื่อถึงการยอมจำนนหรือความรู้สึกจนปัญญา และยังใช้เปลี่ยนประเด็นจากการอธิบายปัญหาไปสู่การพิจารณาทางแก้ได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง what are you to do? น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- มีงานใดกำหนดให้คุณอย่างเป็นทางการ?
- ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ยังมีทางเลือกให้ทำอะไรได้บ้าง?
- ก่อนหน้านี้คุณได้ทำอะไรไป?
ดูคำตอบ
ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ยังมีทางเลือกให้ทำอะไรได้บ้าง?
gives an example of buying a cookie every day around 3:15 p.m. at work.
2:34ยกตัวอย่างการซื้อคุกกี้ทุกวันที่ทำงานในเวลาประมาณ 15:15 น.
a bit more complicated ในฐานะการเปรียบเทียบที่ลดความแรง
ในที่นี้ a bit ขยายวลีขั้นกว่า more complicated หมายความว่าสถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่คำอธิบายแบบง่ายบอกไว้เล็กน้อย โดย bit ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่แยกต่างหาก คำขยายระดับเล็กน้อยนี้ยังช่วยลดความแข็งของการแก้ไขด้วย แทนที่จะปฏิเสธคำอธิบายแบบง่ายอย่างหนักแน่น ผู้พูดบอกอย่างนุ่มนวลว่าจำเป็นต้องคำนึงถึงความซับซ้อนเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างนุ่มนวลว่าสิ่งหนึ่งซับซ้อนกว่าที่คาดไว้เพียงเล็กน้อย?
- The process is a bit more complicated than it looks.
- The process is a bit complicated.
- The process is much more complicated than it looks.
ดูคำตอบ
The process is a bit more complicated than it looks.
a bundle of many rewards: รางวัลหลายอย่างที่รวมเป็นชุดเดียว
ในที่นี้ a bundle of many rewards เป็นคำเปรียบเทียบถึงประโยชน์หลายอย่างที่รวมอยู่ในประสบการณ์เดียว คุกกี้อาจช่วยคลายหิว ให้พลังงาน สร้างช่วงพัก หรือช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ได้หมายถึงชุดของขวัญที่เป็นสิ่งของจริง โครงสร้าง a bundle of + คำนามพหูพจน์นำเสนอสิ่งที่แยกกันให้เป็นชุดรวมเดียวกัน จึงใช้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมตัวเลือก ผลิตภัณฑ์ หรือพฤติกรรมหนึ่งจึงน่าสนใจด้วยเหตุผลหลายอย่างพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงประโยชน์หลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในแพ็กเกจเดียว: The family pass gives visitors ____ useful benefits.
ดูคำตอบ
a bundle of
It could be a relief from hunger or an energy boost,
2:45รางวัลนั้นอาจช่วยคลายความหิวหรือเพิ่มพลังงาน
satiating a craving for something sweet: ตอบสนองความอยากของหวานอย่างเต็มที่
ใน satiating a craving for something sweet คำว่า satiating หมายถึงการตอบสนองหรือบรรเทาความต้องการที่รุนแรงอย่างเต็มที่ a craving คือสิ่งที่ถูกตอบสนอง ส่วน for something sweet ระบุว่าความต้องการนั้นมุ่งไปที่อะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ satiate + a craving + for + สิ่งที่ต้องการ Satiate เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม จึงใช้ satiate a craving ไม่ใช่เพียง satiate for something
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการจากบทเรียน: The small dessert was enough to ____ for something sweet.
ดูคำตอบ
satiate a craving
a nice break from work: ช่วงพักดี ๆ จากงาน
ในประโยคนี้ a nice break from work หมายถึงการหยุดพักหรือเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานชั่วคราวอย่างน่าพอใจ break หมายถึงช่วงเวลาพัก ไม่ใช่สิ่งที่แตกหรือเสียหาย ส่วน from ระบุว่ากิจกรรมที่หยุดไว้คืองาน รูปแบบ a break from + กิจกรรมหรือสิ่งที่สร้างความกดดัน ยังใช้ได้ใน a break from studying, a break from caregiving หรือ a break from the news คำว่า nice เพิ่มการประเมินในทางบวกว่าช่วงพักนั้นจะช่วยให้สดชื่นหรือเป็นสิ่งที่น่ายินดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงการพักจากงานชั่วคราวอย่างน่าพอใจ: After answering emails all morning, Lina took ____ and walked outside.
ดูคำตอบ
a nice break from work
trial and error: การลองผิดลองถูก
Trial and error เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการหาวิธีแก้โดยลองทำ สังเกตว่าสิ่งใดไม่สำเร็จ แล้วปรับแก้จนกว่าจะได้ผล ในที่นี้ trial หมายถึงการลองหรือการทดสอบ ไม่ใช่การพิจารณาคดีในศาล After some trial and error เป็นวลีนำที่บอกกระบวนการ โดยสื่อว่าผลลัพธ์ต่อไปเกิดขึ้นหลังจากการลองที่ยังไม่สมบูรณ์หลายครั้ง และ some ทำให้ trial and error ถูกมองเป็นกระบวนการรวมที่นับไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงการแก้ปัญหาด้วยการลองและแก้ไขซ้ำ ๆ: We found the correct settings after some ____.
ดูคำตอบ
trial and error
discovered that what he really craved was socialization that came from buying the cookie. ไวยากรณ์
2:58เขาก็ค้นพบว่าสิ่งที่ตัวเองโหยหาจริง ๆ คือการได้เข้าสังคมจากการออกไปซื้อคุกกี้
สิ่งที่เขาโหยหาจริง ๆ คือการเข้าสังคม
ในประโยค what he really craved was socialization อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่เขาโหยหาจริง ๆ” ไม่ใช่คำถาม ส่วน was socialization เป็นคำตอบและเน้นความต้องการที่ลึกกว่าของเขา นั่นคือการเชื่อมโยงกับคนอื่น ไม่ใช่แค่การซื้อคุกกี้ที่เห็นภายนอก โครงสร้างนี้เรียกว่า pseudo-cleft และใช้เพื่ออธิบายว่าสิ่งนั้นเกี่ยวกับอะไรกันแน่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นความต้องการที่แท้จริงเบื้องหลังคำขอให้ลดจำนวนการประชุมได้ดีที่สุด
- What did the team really need was a clear plan?
- What the team really needed was a clear plan.
- The team what really needed was a clear plan.
ดูคำตอบ
What the team really needed was a clear plan.
he would get up and find someone to gossip with for 10 minutes instead. วลี
3:04เขาจะลุกไปหาใครสักคนแล้วคุยเล่นด้วยเป็นเวลา 10 นาทีแทน
คุยซุบซิบกับใครบางคน
ในวลี gossip with someone คำว่า gossip เป็นคำกริยา ส่วน with ใช้นำหน้าคนที่เราพูดคุยด้วย ในวลีต้นฉบับ someone to gossip with หมายถึง “ใครสักคนที่จะคุยเรื่องแบบนี้ด้วย” และ with ที่อยู่ท้ายสุดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง infinitive Gossiping โดยทั่วไปหมายถึงการพูดถึงคนอื่นอย่างไม่เป็นทางการ มักเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวหรือข่าวลือ ความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าและมักฟังดูตัดสินคนอื่นมากกว่าการคุยเล่นทั่วไป
แบบฝึกหัด
นี่เป็นการใช้ gossip with ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะกับบริบทไม่เป็นทางการหรือไม่ We gossiped with our cousins about the cast after the show
- ไม่ใช่
- ใช่
ดูคำตอบ
ใช่
By using ... he was able to: เชื่อมวิธีเข้ากับผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จ
By + รูป -ing ใช้นำเสนอวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ By using the same cue and the same reward of socialization อธิบายว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร He was able to break the cookie habit บอกถึงผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จในสถานการณ์นี้ ไม่ใช่เพียงความสามารถที่เขามี เมื่อนำมารวมกัน โครงสร้าง By + -ing ..., subject + was/were able to ... หมายถึง “ด้วยวิธีนี้ ประธานจึงทำบางสิ่งได้สำเร็จ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เชื่อมวิธีกับผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จ: ____ a checklist, Maya ____ finish the setup without missing a step.
ดูคำตอบ
By using · was able to
But what about ...? สำหรับเปลี่ยนทิศทางการสนทนา
But แสดงการเปลี่ยนจากประเด็นก่อนหน้า และ what about + นามวลี ใช้ขอให้ผู้ฟังพิจารณาอีกกรณีหนึ่ง นามวลีในที่นี้คือ habits that you don't always notice ผู้พูดไม่ได้ถามถึงสภาพหรือตำแหน่งของนิสัยเหล่านั้น คำถามนี้เปิดแขนงใหม่ของการสนทนา โดยยกประเภทที่อาจถูกมองข้ามขึ้นมา
แบบฝึกหัด
“But what about habits that you don't always notice?” ทำหน้าที่อะไรในการสนทนา?
- เป็นการยกนิสัยประเภทที่อาจถูกมองข้ามขึ้นมาให้พิจารณา
- เป็นการสรุปว่านิสัยที่ไม่มีใครสังเกตนั้นไม่สำคัญ
- เป็นการถามว่านิสัยหนึ่งอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ
เป็นการยกนิสัยประเภทที่อาจถูกมองข้ามขึ้นมาให้พิจารณา
In the case of ...: ระบุสถานการณ์เฉพาะ
In the case of ใช้เพื่อแนะนำสถานการณ์หรือประเภทที่เฉพาะเจาะจงให้เป็นจุดสนใจของประโยคถัดไป ในที่นี้ ผู้พูดจำกัดการพูดถึงไว้ที่ boredom แทนที่จะพูดถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมด โครงสร้างคือ in the case of + คำนามหรือวลีคำนาม สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและบอกว่ากำลังวิเคราะห์สถานการณ์ใด โดย case ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคดีความ
แบบฝึกหัด
สำนวนใดใช้ boredom เป็นหัวข้อเฉพาะที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่เป็นเงื่อนไขสำหรับการป้องกัน
- In the case of boredom
- In case of boredom
ดูคำตอบ
In the case of boredom
you need to mark down every time in your day you feel bored and have the compulsion to bite your nails. โน้ต
3:28คุณต้องจดบันทึกทุกครั้งระหว่างวันที่รู้สึกเบื่อและอยากกัดเล็บจนห้ามใจไม่อยู่
mark down: บันทึกเหตุการณ์หรือรายละเอียด
ในที่นี้ mark down เป็น phrasal verb ที่หมายถึง “บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร” กรรมของคำนี้คือทุกช่วงเวลาที่ความรู้สึกและแรงกระตุ้นเกิดขึ้น ดังนั้นผู้พูดกำลังขอให้จดบันทึกช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ Mark down ยังหมายถึงลดราคาได้ด้วย แต่ความหมายนี้มักใช้ในบริบทการซื้อของที่มีสินค้า หรือราคาเป็นกรรม ในประโยคนี้บริบทคือการติดตามพฤติกรรม จึงเลือกความหมายว่า “บันทึก”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Please mark down each time the alarm rings” mark down หมายถึงอะไร
- Reduce the price of each item
- Make a visible mark on each item
- Record each occurrence
ดูคำตอบ
Record each occurrence
have the compulsion to bite: แรงผลักดันที่ยากจะต้านทาน
โครงสร้าง have the compulsion to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายการรู้สึกถึงแรงผลักดันภายในที่รุนแรงให้ทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ bite ระบุการกระทำที่ชัดเจน คือการกัดเล็บ compulsion มีน้ำหนักมากกว่าความต้องการธรรมดา คำนี้สื่อว่าแรงผลักดันนั้นต้านทานได้ยากและอาจเกิดซ้ำ จึงใช้อธิบายพฤติกรรมที่เกิดซ้ำมากกว่าการเลือกตามปกติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง have + the + compulsion + to: When I feel anxious, I sometimes ____ check the lock again and again.
ดูคำตอบ
have the compulsion to
But then you want to implement a competing response. การใช้คำ
3:36จากนั้นให้ใช้พฤติกรรมตอบสนองที่ขัดกับนิสัยเดิม
competing response: พฤติกรรมทดแทนที่ทำพร้อมกับนิสัยเดิมไม่ได้
ในบริบทของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม competing response คือการกระทำทดแทนที่ตั้งใจเลือกและไม่สามารถทำพร้อมกับนิสัยที่ไม่ต้องการได้อย่างสะดวก ตัวอย่างเช่น การเอามือใส่กระเป๋าช่วยป้องกันการกัดเล็บได้ เพราะทำให้มืออยู่ห่างจากปาก ในที่นี้ competing อธิบายว่าพฤติกรรมสองอย่างเข้ากันไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงคนสองคนพยายามเอาชนะกัน ควรใช้การกระทำทดแทนเมื่อสิ่งกระตุ้นเดิมปรากฏ เพื่อให้บุคคลนั้นมีการกระทำอื่นให้ทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์สองคำที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: Keeping both hands flat on the desk so that you cannot pick at your skin is a ____.
ดูคำตอบ
competing response
find a substitute that provides a quick physical stimulation,
3:44หาสิ่งทดแทนที่ช่วยกระตุ้นร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
This allows for one habit to be replaced by another with a similar reward, ไวยากรณ์
3:50วิธีนี้ช่วยให้เราแทนที่นิสัยหนึ่งด้วยอีกนิสัยที่ให้รางวัลคล้ายกัน
allows for one habit to be replaced by another: โครงสร้างที่ทำให้การแทนที่เป็นไปได้
allows for นำเสนอผลลัพธ์ที่สถานการณ์หรือการจัดวางบางอย่างทำให้เป็นไปได้ ในที่นี้ ส่วนเติมเต็มคืออนุประโยคไม่ผันรูป one habit to be replaced by another ดังนั้นประโยคจึงบอกว่าการแทนที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ว่ามีใครอนุญาต ภายในอนุประโยคนี้ one habit คือสิ่งที่ได้รับผล to be replaced เป็นรูปถูกกระทำ และ by another ระบุสิ่งที่นำมาแทน คู่ one ... another แสดงสมาชิกสองสิ่งที่ต่างกันในประเภทเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ allows for และรูปแบบถูกกระทำ one ... by another: The modular design ____ without rebuilding the whole system.
ดูคำตอบ
allows for one component to be replaced by another
take on a bad habit: รับมือกับนิสัยที่ไม่ดีในฐานะความท้าทาย
ในบริบทนี้ take on หมายถึงเผชิญหน้ากับบางสิ่งอย่างจริงจังหรือยอมรับความท้าทายในการจัดการกับมัน ready to take on a bad habit นำเสนอการเปลี่ยนนิสัยว่าเป็นงานที่ผู้ฟังพร้อมจะเผชิญ ความหมายของกริยาวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบท โดย take on ไม่ได้แปลว่ากำจัดในตัวมันเอง แผนในบริบทที่กล่าวถึงการระบุและเปลี่ยนนิสัยเป็นสิ่งที่บอกเป้าหมายนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take on ในความหมายว่าเผชิญหน้ากับบางสิ่งหรือยอมรับความท้าทาย
- The store plans to take on two assistants.
- The medicine began to take on a bitter taste.
- The small team agreed to take on the defending champions.
ดูคำตอบ
The small team agreed to take on the defending champions.
just remember, figure out what your body is actually craving, โน้ต
3:59จำไว้ว่า ต้องหาคำตอบว่าจริง ๆ แล้วร่างกายของคุณกำลังโหยหาอะไร
figure out: หาคำตอบด้วยการคิด
ในที่นี้ figure out หมายถึง “ค้นพบหรือเข้าใจด้วยการคิด สังเกต หรือลองทำ” ผู้ฟังได้รับคำแนะนำให้ระบุความต้องการที่แท้จริงของร่างกาย แทนที่จะตอบสนองเฉพาะต่อนิสัยที่เห็นได้ชัด สำนวนนี้มักกล่าวถึงการหาคำตอบที่ยังไม่ชัดเจนในทันที ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการคำนวณตัวเลขหรือการดูรูปร่างภายนอกของใครบางคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้าใจด้วยการคิดหรือสืบค้น”: We have tried three fixes, but we still need to ____ why the app keeps crashing.
ดูคำตอบ
figure out
คำถามแบบฝัง: what your body is actually craving
What your body is actually craving เป็นอนุประโยคคำถาม wh แบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ figure out โดยระบุข้อมูลที่ยังไม่รู้และต้องค้นหา เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าหรือคำสั่งที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน (your body) + กลุ่มคำกริยา (is actually craving) อย่าสลับเป็น what is your body actually craving เพราะเป็นลำดับคำของคำถามโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแบบฝังหลัง figure out ได้ถูกต้อง?
- Try to figure out what actually is craving your body.
- Try to figure out what your body is actually craving.
- Try to figure out what is your body actually craving.
ดูคำตอบ
Try to figure out what your body is actually craving.
use the same cue and a reward that serves the correct purpose, วลี
4:02ใช้สัญญาณกระตุ้นเดิมและรางวัลที่ตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างถูกจุด
serve the correct purpose: ทำหน้าที่ที่จำเป็นจริง ๆ
ในประโยคนี้ serves the correct purpose หมายถึงทำหน้าที่ที่จำเป็นจริง ๆ ประธานคือ reward และ serve + purpose ใช้ประเมินว่ารางวัลนั้นตอบสนองความต้องการที่แท้จริงเบื้องหลังนิสัยหรือไม่ ในที่นี้ serve ไม่ได้หมายถึงเสิร์ฟอาหารหรือรับใช้ใคร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something serves a purpose โดยสามารถระบุ purpose ให้ชัดขึ้นด้วยสำนวนอย่าง the right purpose, the intended purpose หรือ the correct purpose จุดสำคัญคือหน้าที่และผลลัพธ์ ไม่ใช่รูปลักษณ์หรือความตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงทำหน้าที่ที่จำเป็นจริง ๆ: A replacement reward should ____, not merely be attractive.
ดูคำตอบ
serve the correct purpose
$40 off their first two weeks with their food service. การใช้คำ
4:20เป็นส่วนลด 40 ดอลลาร์สำหรับบริการอาหารในช่วงสองสัปดาห์แรก
the first 100 people to sign up: 100 คนแรกที่สมัคร
ใน the first 100 people to sign up วลี infinitive to sign up อยู่หลัง people และระบุกลุ่มคนผ่านการกระทำที่ใช้ตัดสินลำดับ The first 100 กำหนดจำนวนสูงสุด โดยข้อเสนอนี้มอบให้ 100 คนที่สมัครเสร็จก่อนคนอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the first + number + plural noun + to + base verb หากไม่มีตัวเลขสามารถใช้ the first person/thing to + verb รูปแบบนี้บอกลำดับหรือคุณสมบัติตามว่าใครทำสิ่งหนึ่งเสร็จก่อนผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นทำสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก
แบบฝึกหัด
เติมข้อความข้อเสนอด้วย first 20 และรูป infinitive ของ register: The ____ students ____ will receive a free ticket.
ดูคำตอบ
first 20 · to register
Sign up: การสมัครใช้บริการ
ในที่นี้ sign up หมายถึง “ลงทะเบียน” หรือ “สมัคร” เพื่อเริ่มใช้บริการอาหาร the first 100 people to sign up หมายถึง 100 คนแรกที่ลงทะเบียนผ่านลิงก์นั้นสำเร็จ สามารถใช้ sign up โดยไม่ต้องมีกรรมได้เมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าสมัครอะไร ใช้ sign up for หน้าบริการ กิจกรรม หรือแผนที่สมัคร และใช้ sign someone up เมื่อคนหนึ่งลงทะเบียนให้อีกคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ลงทะเบียน”: To attend the free webinar, please ____ before Friday.
ดูคำตอบ
sign up
$40 off: ลด 40 ดอลลาร์
ในข้อเสนอนี้ $40 off หมายถึงหักเงิน 40 ดอลลาร์ออกจากราคาปกติ โดยบอกจำนวนส่วนลด ไม่ใช่ราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายในท้ายที่สุด โครงสร้างสั้น ๆ จำนวนเงิน + off พบได้ทั่วไปในข้อเสนอ เช่น $10 off an order และ €5 off a ticket ราคาสุดท้ายคือราคาเดิมลบด้วยจำนวนเงินนั้น
แบบฝึกหัด
บริการหนึ่งมีราคาปกติ $75 โปรโมชันระบุว่า $40 off ราคาหลังหักส่วนลดคือเท่าไร?
- $35
- $45
- $40
ดูคำตอบ
$35
โครงสร้าง Not only is ... but it helps ... ที่ขึ้นต้นประโยค
Not only ที่ต้นประโยคเน้นประโยชน์ข้อแรกเป็นพิเศษและส่งสัญญาณว่าจะมีประโยชน์ข้อที่สองตามมา เนื่องจากวลีเชิงจำกัดที่มีลักษณะคล้ายการปฏิเสธนี้ถูกย้ายมาข้างหน้า กริยาช่วยหรือรูปหนึ่งของ be จึงต้องอยู่หน้าประธาน กล่าวคือใช้ Not only is Blue Apron ... ไม่ใช่ Not only Blue Apron is ... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but เพิ่มประโยชน์ข้อที่สองและกลับไปใช้ลำดับคำปกติของประโยคบอกเล่า เช่น but it helps ... ทั้งสองส่วนควรเสนอข้อมูลเพิ่มเติมที่ขนานกันทางความหมาย มักพบ also หลัง but แต่ไม่จำเป็น ดังที่เห็นในตัวอย่างนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันให้สมบูรณ์โดยใช้ Not only ... but ที่ต้นประโยค: ____ the plan affordable, ____ it also saves time.
ดูคำตอบ
Not only is · but
They actually deliver farm-fresh ingredients right to your door in a little refrigerated pack โน้ต
4:32ที่จริงแล้ว พวกเขาส่งวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มตรงถึงหน้าประตูคุณในกล่องเก็บความเย็นใบเล็ก
farm-fresh ในฐานะคำคุณศัพท์ประสมเชิงโฆษณา
Farm-fresh เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และขยาย ingredients คำนี้ย่อแนวคิด fresh from the farm หรือสดเหมือนเพิ่งมาจากฟาร์ม ให้เป็นคำสั้น ๆ ที่วางไว้หน้าคำนาม ในที่นี้ คำนี้ชวนให้นึกถึงอาหารที่เพิ่งจัดส่ง มีภาพลักษณ์ดีต่อสุขภาพ และอยู่ใกล้แหล่งผลิต ในโฆษณา คำนี้เป็นถ้อยคำเชิงส่งเสริมการขาย โดยตัวมันเองไม่ได้พิสูจน์ว่าอาหารมาจากฟาร์มแห่งใดแห่งหนึ่งหรือเก็บเกี่ยวเมื่อใดอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
โฆษณาต้องการคำคุณศัพท์สั้น ๆ ที่สื่อว่าไข่สดมากและมาจากฟาร์มโดยตรง ตัวเลือกใดเหมาะที่สุดกับ “We deliver ___ eggs to your door”?
- fresh
- frozen
- farm-fresh
ดูคำตอบ
farm-fresh
right to your door เพื่อเน้นจุดหมายที่แน่นอน
ใน right to your door คำว่า right เน้นความแม่นยำของจุดหมาย กล่าวคือ วัตถุดิบถูกส่งไปจนถึงหน้าประตูของลูกค้า ไม่ใช่เพียงร้านค้าใกล้ ๆ จุดรับสินค้า หรือบริเวณโดยรวม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ right to + จุดหมาย ในที่นี้ right หมายถึง “ตรงถึงจุดนั้น” หรือ “ไปจนสุดทางถึงจุดนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือสิ่งที่ตรงข้ามกับ “ซ้าย”
แบบฝึกหัด
บริการจัดส่งแห่งหนึ่งกล่าวว่า “We bring the ingredients right to your door.” วลีที่เน้นไว้สื่อถึงอะไร?
- คนขับต้องเลี้ยวขวาก่อนส่งสินค้า
- วัตถุดิบมาถึงตรงทางเข้าบ้านพอดี
- วัตถุดิบมีให้รับได้ที่ใดที่หนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง
ดูคำตอบ
วัตถุดิบมาถึงตรงทางเข้าบ้านพอดี
pretty cool สำหรับคำชมเชิงบวกแบบผ่อนคลาย
ใน pretty cool คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน cool เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ดี น่าสนใจ หรือน่าดึงดูด” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เป็นการประเมินเชิงบวก ไม่ได้กล่าวถึงรูปลักษณ์หรืออุณหภูมิ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ pretty + คำคุณศัพท์ ในการใช้แบบนี้ pretty ปรับระดับของคำคุณศัพท์ ไม่ได้ขยายคำนามเพื่อบรรยายรูปลักษณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The new feature is pretty cool,” คำว่า pretty cool มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?
- มันดูสวยเพราะมีอุณหภูมิต่ำ
- มันค่อนข้างดีและน่าสนใจ
- มันสมบูรณ์แบบและไม่สามารถปรับปรุงได้อีก
ดูคำตอบ
มันค่อนข้างดีและน่าสนใจ
Not only are you going to be getting a yummy and healthy meals,
4:42นอกจากคุณจะได้อาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพแล้ว
step-by-step: จัดเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน
ในที่นี้ step-by-step เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง they're (= they are) โดยสื่อว่าสูตรอาหารนำเสนอสิ่งที่ต้องทำตามลำดับที่ชัดเจนและเป็นระเบียบ จึงทำตามได้ง่าย จุดเน้นอยู่ที่การจัดลำดับ ไม่ใช่ความเชื่องช้า คำประสมนี้ยังนำไปใช้กับ instructions, guides, explanations และ plans ที่แบ่งเป็นขั้นตอนชัดเจนได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่มียัติภังค์และหมายถึง 'จัดเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน' ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: The setup guide gives ____ instructions.
ดูคำตอบ
step-by-step
There are also different types of plans to choose from ไวยากรณ์
4:51นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจหลายแบบให้เลือก
plans to choose from: กลุ่มตัวเลือกที่มีให้เลือก
ใน plans to choose from วลี infinitive to choose from ขยาย plans โดย plans คือกลุ่มตัวเลือกที่มีให้คนเลือก ไม่ใช่ plans ที่เป็นผู้ทำกริยาเลือก ภาษาอังกฤษมักวางบุพบทไว้ท้ายโครงสร้างคำนาม + infinitive แบบนี้ เช่น options to pick from, people to learn from, places to travel to ในที่นี้ต้องมี from เพราะ choose from ระบุกลุ่มที่มีตัวเลือกต่าง ๆ อยู่
แบบฝึกหัด
เติมวลี infinitive ที่แสดงว่า plans เป็นตัวเลือกที่มีให้เลือกลงในประโยคภาษาอังกฤษ: Our website has several plans ____.
ดูคำตอบ
to choose from
Depending on how many people you're cooking for: ขึ้นอยู่กับว่าทำอาหารให้กี่คน
Depending on ใช้บอกปัจจัยที่ทำให้ตัวเลือกหรือผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ จำนวนคนเป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าตัวเลือกใดเหมาะสม How many people you're cooking for เป็นอนุประโยคคำถามเรื่องจำนวนที่ฝังอยู่ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า you're cooking ไม่ใช่แบบคำถาม are you cooking ส่วน for เป็นส่วนหนึ่งของ cook for someone และวางไว้ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้คำถามเรื่องจำนวนแบบฝังได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- We can prepare one or two trays, depending on how many guests are you cooking for.
- We can prepare one or two trays, depending on how many guests you are cook for.
- We can prepare one or two trays, depending on how many guests you're cooking for.
ดูคำตอบ
We can prepare one or two trays, depending on how many guests you're cooking for.
Take under 40 minutes: ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที
Take + ช่วงเวลา ใช้บอกว่ากิจกรรมหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใด แม้ meals จะเป็นประธานตามไวยากรณ์ แต่ความหมายในที่นี้คือขั้นตอนการเตรียมอาหารแต่ละมื้อ Under 40 minutes กำหนดขีดจำกัดสูงสุด หมายถึงเวลาเตรียมน้อยกว่า 40 นาที ในที่นี้ take ไม่ได้แปลว่าเอาหรือถือไป และ under ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการอัปเดตให้เสร็จต้องใช้เวลาน้อยกว่า 40 นาที
- The update takes exactly 40 minutes.
- The update starts in 40 minutes.
- The update takes under 40 minutes.
ดูคำตอบ
The update takes under 40 minutes.
Thank you so much to Blue Apron for sponsoring this video.
5:02ขอบคุณ Blue Apron มาก ๆ ที่สนับสนุนวิดีโอนี้