ศิลปะแห่งการทำคำบรรยาย ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
838 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้ดำเนินรายการของ BBC อธิบายว่านักทำคำบรรยายเปลี่ยนบทสนทนา ดนตรี เสียงประกอบ และแม้แต่ความเงียบให้เป็นข้อความที่เข้าถึงได้อย่างไร รวมทั้งบทบาทของประเภทผลงานในการเลือกคำ และเหตุที่คำบรรยายสดอาจเกิดข้อผิดพลาดชวนขำ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. If you're deaf or hard of hearing, watching television would be impossible without subtitles. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้อนุประโยค if ร่วมกับ would be impossible เพื่อแสดงผลลัพธ์สมมุติ และนำรูปแบบนี้ไปอธิบายว่าสิ่งใดจะเป็นไปไม่ได้หากขาดเงื่อนไข เครื่องมือ หรือความช่วยเหลือบางอย่าง 2. become something of an art. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่า something of เป็นวิธีพูดอย่างมีน้ำหนักพอดีว่ากิจกรรมหนึ่งเริ่มมีคุณลักษณะคล้ายศิลปะ โดยไม่ยืนยันอย่างเด็ดขาด และใช้บรรยายพัฒนาการทีละน้อยของทักษะหรือแนวปฏิบัติได้ 3. Which was the wrong answer, I'm afraid. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เห็นบทบาทของ I'm afraid ในการทำให้คำแก้ไขหรือข่าวที่ไม่น่ายินดีฟังนุ่มนวลขึ้น และใช้เมื่อไม่เห็นด้วย ชี้ข้อผิดพลาด หรือบอกข้อมูลที่น่าผิดหวังอย่างสุภาพโดยไม่ฟังดูห้วน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English

from BBC Learning English.

0:09

จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม Neil

And I'm Beth.

0:12

และฉัน Beth ค่ะ

If you're deaf or hard of hearing, โน้ต

0:13

หากคุณเป็นคนหูหนวกหรือมีปัญหาทางการได้ยิน

การใช้คำ

deaf or hard of hearing: การบรรยายภาวะสูญเสียการได้ยิน

hard of hearing เป็นวลีคำคุณศัพท์แบบตายตัว หมายถึงบุคคลที่สูญเสียการได้ยินในระดับหนึ่ง ไม่ได้หมายถึง “พยายามฟังอย่างหนัก” ใน deaf or hard of hearing คำว่า or เชื่อมคำบรรยายสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน deaf อาจหมายถึงการได้ยินน้อยมากหรือไม่ได้ยินเลย ส่วน hard of hearing มักใช้บรรยายการสูญเสียการได้ยินบางส่วน

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการสูญเสียการได้ยินบางส่วนให้สมบูรณ์: My grandfather is ____, so he uses captions.

ดูคำตอบ

hard of hearing

watching television would be impossible

0:16

การดูโทรทัศน์จะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

without subtitles.

0:18

หากไม่มีคำบรรยายใต้ภาพ

ไวยากรณ์

If ..., ... would be impossible without ...: ผลที่เป็นไปไม่ได้ภายใต้เงื่อนไข

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย If กำหนดเงื่อนไขว่า ข้อความนี้ใช้เมื่อผู้ชมเป็นคนหูหนวกหรือมีปัญหาทางการได้ยิน ส่วน would be impossible บอกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสถานการณ์นั้น ตรงนี้ would ไม่ได้บอกเวลาในอดีต without subtitles เพิ่มความหมายว่า “ถ้าไม่มีคำบรรยาย” คุณสามารถนำโครงสร้าง If + เงื่อนไข, something would be impossible without + สิ่งที่จำเป็น ไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

would be impossible ในตัวอย่างสื่อความหมายอะไร?

  1. คำสั่งให้เปิดคำบรรยาย
  2. ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ
  3. ข้อความที่บอกว่าในอดีตไม่สามารถดูโทรทัศน์ได้
ดูคำตอบ

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ

The words of dialogue

0:20

ถ้อยคำของบทสนทนา

added at the bottom of the screen ไวยากรณ์

0:21

ที่เพิ่มเข้ามาด้านล่างของหน้าจอ

explaining what the characters are saying.

0:23

เพื่ออธิบายว่าตัวละครกำลังพูดอะไร

ไวยากรณ์

added ... explaining ...: ใช้วลี participle ขยายคำนาม

added at the bottom of the screen เป็นวลี past participle ที่ขยาย the words of dialogue วลีนี้มีความหมายแบบถูกกระทำ คือข้อความถูกเพิ่มไว้ตรงนั้น และสามารถขยายเป็น that are added at the bottom of the screen ได้ explaining what the characters are saying เป็นวลี present participle ที่บอกว่าข้อความเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร และสามารถขยายเป็น that explain what the characters are saying ได้ ทั้งสองวลีช่วยใส่ข้อมูลเพิ่มลงในนามวลี โดย added และ explaining ไม่ใช่กริยาหลักสองตัวที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

added ... และ explaining ... ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. ทั้งสองวลีบอกการกระทำสองอย่างที่ตัวละครทำ
  2. ทั้งสองคำเป็นกริยาหลักสองตัวที่แยกกัน
  3. ทั้งสองวลีให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับข้อความบทสนทนา
ดูคำตอบ

ทั้งสองวลีให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับข้อความบทสนทนา

Subtitled captions aren't only for dialogue. ไวยากรณ์

0:26

คำบรรยายใต้ภาพไม่ได้มีไว้สำหรับบทสนทนาเพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

aren't only for ...: บอกว่ามี用途มากกว่าหนึ่งอย่าง

ใน aren't only for dialogue คำปฏิเสธใช้ลบข้อจำกัดที่มาจาก only ไม่ได้ลบ dialogue ออกจากการเป็นหนึ่งใน用途ของคำบรรยาย ประโยคนี้ยังบอกว่าคำบรรยายใช้กับบทสนทนาได้ และยังมี用途อื่นด้วย รูปแบบ X isn't/aren't only for Y ใช้แก้ความเข้าใจที่แคบเกินไป และมักใช้ก่อนบอก用途หรือกลุ่มอื่นเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย aren't only for: These rooms ____ meetings; people also use them for quiet study.

ดูคำตอบ

aren't only for

In the most dramatic action-packed scenes การใช้คำ

0:30

ในฉากที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นดราม่าสุดระทึก

of a movie,

0:33

ของภาพยนตร์

การใช้คำ

dramatic action-packed scenes: การใช้ action-packed

ในวลีนี้ dramatic และ action-packed ต่างก็ช่วยขยาย scenes คำว่า action-packed หมายถึง “เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวหรือเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น” ส่วน packed ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือฉากมีแอ็กชันอยู่มาก ไม่ได้หมายถึงฉากถูกบรรจุลงในภาชนะจริง ๆ action-packed เป็นคำคุณศัพท์ประสม เมื่อวางไว้หน้าคำนาม โดยทั่วไปจะคงขีดกลางไว้ เช่น an action-packed film ส่วน dramatic ใช้บอกความตื่นเต้นหรืออารมณ์ที่เข้มข้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีแอ็กชันมากเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เต็มไปด้วยแอ็กชันน่าตื่นเต้น” ลงในประโยค: The game had an ____ final round.

ดูคำตอบ

action-packed

there might be no one speaking, ไวยากรณ์

0:35

อาจจะไม่มีใครกำลังพูดอยู่เลย

but there are plenty of sounds.

0:37

แต่มีเสียงต่างๆ มากมาย

ไวยากรณ์

there might be no ... but there are plenty of ...: เปรียบต่างสิ่งที่มีอยู่

ทั้งสองส่วนใช้โครงสร้าง there + be เพื่อบอกว่ามีอะไรอยู่ในสถานที่หรือฉากหนึ่ง There might be no one speaking หมายถึงอาจไม่มีใครกำลังพูด โดย might แสดงความไม่แน่นอน ส่วน There are plenty of sounds หมายถึงมีเสียงอยู่มากมาย But เชื่อมข้อมูลที่ขัดกัน แม้ไม่มีคำพูด ก็ยังมีเสียงมากมายได้ ในที่นี้ plenty of หมายถึงจำนวนมาก ไม่ใช่จำนวนน้อยที่แค่พอใช้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใหม่โดยใช้รูปแบบ There might be no ..., but there are plenty of ...: There ____ no buses today, but there ____ plenty of taxis.

ดูคำตอบ

might be · are

A scream, a thrilling car chase,

0:39

เสียงกรีดร้อง ฉากขับรถไล่ล่าที่ตื่นเต้นเร้าใจ

and all these sounds

0:43

และเสียงเหล่านี้ทั้งหมด

need to be described as well. ไวยากรณ์

0:44

ก็จำเป็นต้องได้รับการบรรยายด้วยเช่นกัน

ไวยากรณ์

need to be described as well: ความจำเป็นในรูปถูกกระทำและความหมาย “ด้วย”

รูปแบบ need to be + past participle บอกว่าสิ่งหนึ่งจำเป็นต้องเป็นฝ่ายรับการกระทำ ในที่นี้ sounds เป็นสิ่งที่รับการกระทำ describe ดังนั้น described จึงเป็นรูปถูกกระทำ และประโยคไม่ได้บอกว่าใครจะเป็นผู้บรรยาย as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” เมื่ออยู่ท้ายประโยคนี้ มันเพิ่มเสียงเหล่านี้เข้าไปในกลุ่มสิ่งอื่นที่ต้องบรรยาย ไม่ได้หมายถึง “อย่างดี”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าเอฟเฟกต์เสียงก็จำเป็นต้องมีคนทำรายการไว้ด้วย

  1. The sound effects need to list as well.
  2. The sound effects need to be listing as well.
  3. The sound effects need to be listed as well.
ดูคำตอบ

The sound effects need to be listed as well.

In this program,

0:46

ในรายการนี้

we'll be meeting Karli Witkowska, ไวยากรณ์

0:47

เราจะได้พบกับ Karli Witkowska

ไวยากรณ์

we'll be meeting: การบอกล่วงหน้าถึงกิจกรรมที่กำหนดไว้

We'll เป็นรูปย่อของ we will ส่วน we'll be meeting ใช้โครงสร้าง will be + คำกริยา-ing ซึ่งเป็น future continuous ในที่นี้ใช้บอกล่วงหน้าถึงการพบกันที่วางแผนไว้ในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่ากำลังพบกันอยู่ตอนนี้ ในการแนะนำรายการ รูปนี้ทำให้การพบกันดูเป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการที่วางไว้แล้ว We'll meet ก็กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตเดียวกันได้ แต่ we'll be meeting เน้นกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในภายหลังมากกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ we will และรูป future continuous ของ meet เพื่อเติมคำแนะนำรายการนี้ให้สมบูรณ์: Next, ____ the school band.

ดูคำตอบ

we'll be meeting

a subtitler

0:49

นักทำคำบรรยายใต้ภาพ

who works on the Stranger Things show

0:50

ผู้ทำงานในซีรีส์เรื่อง Stranger Things

to find out more. กริยาวลี

0:52

เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

กริยาวลี

to find out more: การบอกจุดประสงค์ว่าต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม

Find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เรียนรู้หรือค้นพบข้อมูล” ซึ่งมักทำโดยการถาม ตรวจสอบ หรือสืบค้น ใน to find out more คำว่า to แสดงจุดประสงค์ หมายความว่าทำสิ่งที่กล่าวถึงเพื่อให้ได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติม Find out ทำหน้าที่เป็นคำเดียวกันในที่นี้ โดย out ไม่ได้หมายถึง “ข้างนอก” หลังรูปแบบนี้สามารถตามด้วย more นามวลี เช่น the truth หรืออนุประโยค เช่น why it happened

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “ทราบเวลาออกเดินทางโดยการถามหรือตรวจสอบ”: I called the station to ___ when the last train leaves.

  1. find out
  2. find
  3. look for
ดูคำตอบ

find out

And of course,

0:54

และแน่นอน

we'll be learning some useful new vocabulary

0:55

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์

as well.

0:57

ด้วยเช่นกัน

But first, I have a question for you, Neil. ลำดับความ

0:58

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถามให้คุณนะ Neil

ลำดับความ

But first, ...: นำเข้าสิ่งที่ต้องทำก่อน

But first หยุดเรื่องหลักที่กำลังพูดไว้ชั่วคราว แล้วนำเข้าสิ่งที่ต้องทำก่อน ในประโยคนี้ ผู้พูดถามคำถามหนึ่งก่อนจะกลับไปพูดหัวข้อที่กำลังจะดำเนินต่อ ตรงนี้ but ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อแสดงความขัดแย้ง วลีเปลี่ยนเรื่องทั้งชุดช่วยจัดลำดับว่า “เราจะไปถึงเรื่องนั้น แต่เรื่องนี้ต้องมาก่อน”

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะเริ่มเล่นเกม แต่ต้องตรวจดูกติกาก่อนเริ่ม ประโยคใดจัดลำดับนี้ได้ดีที่สุด

  1. But first, let's check the rules.
  2. First, the game was exciting.
  3. However, we checked the rules yesterday.
ดูคำตอบ

But first, let's check the rules.

Movie subtitles are written ahead of time, วลี

1:01

คำบรรยายภาพยนตร์นั้นถูกเขียนเตรียมไว้ล่วงหน้า

วลี

written ahead of time: เขียนเสร็จก่อนถึงเวลาที่ต้องใช้

ใน written ahead of time วลี ahead of time หมายถึง “ก่อนเวลาที่ต้องใช้หรือเวลาที่กำหนดไว้” คำว่า are written ในประโยคแสดงว่าคำบรรยายเขียนเสร็จไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ทำขึ้นระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังฉาย ใช้ ahead of time เมื่อต้องการสื่อถึงการเตรียมการล่วงหน้า วลีนี้หมายถึงเร็วกว่าที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงตรงตามเวลาที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

ครูต้องการรายชื่อชั้นเรียนก่อนเดินทางสองวัน ประโยคใดขอให้เตรียมล่วงหน้าอย่างชัดเจน?

  1. Please send the class list ahead of time.
  2. Please send the class list in time.
  3. Please send the class list on time.
ดูคำตอบ

Please send the class list ahead of time.

but subtitling for live TV การใช้คำ

1:04

แต่การทำคำบรรยายสำหรับรายการทีวีถ่ายทอดสด

การใช้คำ

live TV: โทรทัศน์ที่ออกอากาศพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ใน live TV คำว่า live เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ออกอากาศในเวลาเดียวกับที่เหตุการณ์เกิดขึ้น” วลีนี้หมายถึงโทรทัศน์ที่ส่งออกอากาศแบบทันที ไม่ใช่รายการที่บันทึกไว้ก่อน live ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “มีชีวิตอยู่” และไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “อาศัยอยู่” ตำแหน่งที่อยู่หน้า TV แสดงว่าคำนี้บอกประเภทของการออกอากาศ

แบบฝึกหัด

ใน live TV ความหมายและการออกเสียงของ live ข้อใดถูกต้อง?

  1. หมายถึง “อาศัยอยู่” และออกเสียงว่า /lɪv/
  2. หมายถึง “ออกอากาศขณะที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น” และออกเสียงว่า /laɪv/
  3. หมายถึง “มีชีวิตอยู่” และออกเสียงว่า /lɪv/
ดูคำตอบ

หมายถึง “ออกอากาศขณะที่เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น” และออกเสียงว่า /laɪv/

has to be done in the moment ไวยากรณ์

1:07

จะต้องทำในวินาทีนั้นเลย

ไวยากรณ์

has to be done in the moment: ความจำเป็นในรูปถูกกระทำ

Has to be done ใช้โครงสร้าง has to + be + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้บอกว่างานจำเป็นต้องได้รับการทำให้เสร็จ โดยงานเป็นฝ่ายรับการกระทำ จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้ทำ โครงสร้างนี้แสดงข้อกำหนด ไม่ได้บอกว่างานเสร็จแล้ว ส่วน in the moment เสริมว่าต้องทำงานในขณะที่สถานการณ์กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่เก็บไว้ทำทีหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายความว่าต้องทำงานในขณะที่เหตุการณ์กำลังดำเนินไป: For this live task, the work ____, not saved for later.

ดูคำตอบ

has to be done in the moment

as the person is speaking. ไวยากรณ์

1:10

ในขณะที่คนๆ นั้นกำลังพูดอยู่

ไวยากรณ์

as the person is speaking: as ที่แสดงการเกิดขึ้นพร้อมกัน

as ในที่นี้เป็นคำสันธานบอกเวลา มีความหมายเหมือน while หรือ “ในขณะที่” โดยนำหน้าการกระทำพื้นหลังที่กำลังดำเนินอยู่ คือ the person is speaking และมีอีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน is speaking เป็น present continuous ซึ่งแสดงว่าการพูดกำลังดำเนินอยู่ ความสัมพันธ์ในที่นี้เป็นเรื่องเวลา ไม่ใช่เหตุผล และหลัง as เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ใช่วลีนาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as ในความหมายเดียวกับ while เพื่อแสดงว่าสองการกระทำเกิดขึ้นพร้อมกัน

  1. The children wave as the parade is passing.
  2. She works as a guide at the museum.
  3. As the shop is closed on Sundays, we will go on Monday.
ดูคำตอบ

The children wave as the parade is passing.

This can lead to mistakes, วลี

1:11

สิ่งนี้อาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดได้

sometimes very funny ones,

1:13

บางครั้งก็เป็นความผิดพลาดที่ตลกขบขันมาก

วลี

can lead to mistakes: อาจนำไปสู่ข้อผิดพลาด

ใน can lead to mistakes คำว่า lead to เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น กล่าวคือ สถานการณ์นั้นอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด can แสดงว่าผลลัพธ์นี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท หลัง lead to ให้ใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น lead to confusion หรือ lead to losing data ไม่ใช้คำกริยารูปพื้นฐานต่อท้ายโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์: Poor planning can ____ delays.

ดูคำตอบ

lead to

including a subtitle which appeared

1:15

รวมถึงคำบรรยายที่ปรากฏขึ้น

in an interview for the BBC 6 O'Clock News

1:17

ในการสัมภาษณ์ในรายการข่าว BBC 6 O'Clock News

in 2019.

1:21

ในปี 2019

But what did the subtitle say?

1:22

แต่คำบรรยายนั้นเขียนว่าอะไร?

Was it

1:24

มันคือ

A, we can't allow Spider-Man

1:25

A, เราไม่สามารถปล่อยให้สไปเดอร์แมน

to become Prime Minister?

1:28

มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้?

B, we can't allow Superman

1:30

B, เราไม่สามารถปล่อยให้ซูเปอร์แมน

to become Prime Minister?

1:33

มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้?

Or C, we can't allow Batman

1:34

หรือ C, เราไม่สามารถปล่อยให้แบทแมน

to become Prime Minister?

1:37

มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้?

Hmm, I guess the subtitling mistake

1:39

อืม ผมเดาว่าความผิดพลาดของคำบรรยาย

involved Spider-Man.

1:41

น่าจะเกี่ยวข้องกับสไปเดอร์แมนนะ

I'll reveal the answer later ลำดับความ

1:44

ผมจะเฉลยคำตอบในภายหลัง

in the program.

1:45

ในรายการ

ลำดับความ

reveal the answer later: เฉลยคำตอบในภายหลัง

Reveal the answer หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครรู้หรือถูกตั้งใจเก็บไว้ later เลื่อนช่วงเวลานั้นออกไป ผู้พูดจึงยังไม่บอกคำตอบตอนนี้ วลีนี้จัดลำดับรายการให้มีคำถามตอนนี้และมีคำตอบในช่วงหลัง อีกทั้งยังสร้างความสงสัยและทำให้ผู้ชมหรือผู้ฟังอยากติดตามต่อ

แบบฝึกหัด

พิธีกรกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า 'I'll reveal the answer later'?

  1. บอกคำตอบทั้งหมดทันที
  2. บอกว่าจะไม่มีการตอบคำถามนี้เลย
  3. เก็บคำตอบไว้ตอนนี้และสัญญาว่าจะเปิดเผยในช่วงหลัง
ดูคำตอบ

เก็บคำตอบไว้ตอนนี้และสัญญาว่าจะเปิดเผยในช่วงหลัง

Of course, it's not just deaf audiences ไวยากรณ์

1:46

แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่ผู้ชมที่หูหนวกเท่านั้น

that subtitles help.

1:49

ที่คำบรรยายช่วยได้

ไวยากรณ์

It's not just ... that ...: ขยายกลุ่มที่กล่าวถึง

โครงสร้างนี้ใช้ It's not just + คนหรือสิ่งที่ต้องการเน้น + that + ข้อความส่วนที่เหลือ เพื่อเน้นคนหรือสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ เรียกว่าโครงสร้าง it-cleft ในที่นี้ deaf audiences เป็นกรรมที่ถูกเน้น ส่วน subtitles help มีประธานและกริยา ความหมายหลักคือคำบรรยายช่วยผู้ชมกลุ่มอื่นด้วย ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โครงสร้างนี้ใช้แก้ความเข้าใจที่แคบเกินไป โดยกล่าวถึงกลุ่มที่คาดไว้ก่อน แล้วบอกว่าข้อความนั้นใช้กับคนอื่นด้วย อนุประโยค that ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเน้น ไม่ใช่อนุประโยคขยาย audiences ธรรมดา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ It's not just ... that ... ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าคู่มือนี้ช่วยทั้งผู้เริ่มต้นและคนอื่น ๆ ด้วย

  1. It's not just beginners that this guide helps.
  2. It's beginners not just that this guide helps.
  3. It doesn't just beginners that this guide helps.
ดูคำตอบ

It's not just beginners that this guide helps.

The translated subtitles of foreign films

1:51

คำบรรยายที่แปลแล้วในภาพยนตร์ต่างประเทศ

are great for learning languages, วลี

1:54

มีประโยชน์มากในการเรียนภาษา

วลี

be great for + -ing: บอกว่าสิ่งหนึ่งเหมาะกับจุดประสงค์ใด

Be great for + คำนามหรือรูป -ing หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์มากหรือเหมาะกับจุดประสงค์หนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดแนะนำคำบรรยายแปลว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยในการเรียนภาษา for ในที่นี้เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีการกระทำตามหลัง ต้องใช้รูป -ing เช่น great for learning ไม่ใช่ great for learn

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าพอดแคสต์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับฝึกการฟัง

  1. Podcasts are great to practising listening.
  2. Podcasts are great for practise listening.
  3. Podcasts are great for practising listening.
ดูคำตอบ

Podcasts are great for practising listening.

letting you read a word ไวยากรณ์

1:56

ช่วยให้คุณอ่านคำศัพท์

and hear how it's pronounced

1:58

และได้ยินว่ามันออกเสียงอย่างไร

ไวยากรณ์

letting you read a word and hear how it's pronounced: การเพิ่มผลที่เกิดขึ้นจริง

ในที่นี้ letting you ... เป็นอนุประโยค -ing ที่เชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้า โดยเพิ่มผลที่เกิดขึ้นจริงว่า คุณสมบัติที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ทำให้คุณทำสิ่งต่อไปได้ นี่ไม่ใช่คำสั่ง และ letting ก็ไม่ได้กล่าวถึงการอนุญาตโดยลำพัง หลัง let ใช้กรรมตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: letting you read ... and hear .... read และ hear เป็นกริยารูปพื้นฐานสองคำที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ส่วน how it's pronounced บอกสิ่งที่ได้ยิน นั่นคือวิธีออกเสียงคำนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ และใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. The app displays each word, letting you read it and hear how it's pronounced.
  2. The app displays each word, letting you to read it and hear how it's pronounced.
  3. The app displays each word, let you reading it and hearing how it's pronounced.
ดูคำตอบ

The app displays each word, letting you read it and hear how it's pronounced.

at the same time. วลี

2:00

ไปพร้อมๆ กัน

วลี

at the same time: การกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

At the same time เป็นวลีวิเศษณ์บอกเวลาที่แสดงว่าการกระทำตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเกิดขึ้นพร้อมกัน ในที่นี้ วลีนี้บอกว่าการอ่านคำและการฟังเสียงอ่านของคำนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่กัน วลีนี้หมายถึงช่วงเวลาของการกระทำที่ทับซ้อนกัน การกระทำไม่จำเป็นต้องเริ่มในเวลาเดียวกันทุกวินาที และไม่ได้หมายถึงเวลาเดียวกันของคนละวัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “พร้อมกัน”: Leo listened to the lesson and took notes ____.

ดูคำตอบ

at the same time

And because subtitles describe everything ไวยากรณ์

2:01

และเนื่องจากคำบรรยายอธิบายทุกสิ่งทุกอย่าง

from monster squelches to bombs exploding,

2:04

ตั้งแต่เสียงสัตว์ประหลาดถูกบดขยี้ไปจนถึงเสียงระเบิด

ไวยากรณ์

because ... everything from X to Y: บอกเหตุผลและขอบเขตที่กว้าง

Because ใช้นำเสนอเหตุผลของข้อสรุปที่ตามมา กล่าวคือ คำบรรยายมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้เพราะบรรยายเสียงหลายชนิด อนุประโยค because วางสาเหตุไว้ก่อน แล้วประโยคหลักที่ตามมาจึงบอกผลหรือการประเมิน Everything from X to Y ยกจุดปลายสองด้านที่แตกต่างกันมากเพื่อแสดงขอบเขตกว้าง ๆ ซึ่งรวมสิ่งต่าง ๆ ระหว่างนั้นด้วย from monster squelches to bombs exploding บอกขอบเขตของสิ่งที่คำบรรยายกล่าวถึง ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ because เพื่อบอกเหตุผล และใช้ everything from X to Y เพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง?

  1. Because the museum is open on Sundays, many families visit it.
  2. Because the museum displays everything from ancient coins to digital art, every visitor can find something interesting.
  3. Because Lena walked from the library to the café, she got some exercise.
ดูคำตอบ

Because the museum displays everything from ancient coins to digital art, every visitor can find something interesting.

it's a great way to learn new adjectives. วลี

2:07

มันจึงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้คำคุณศัพท์ใหม่ๆ

วลี

it's a great way to + คำกริยา: แนะนำวิธีหนึ่ง

It's a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้แนะนำวิธีหนึ่งโดยประเมินว่าวิธีนั้นดีมาก ในประโยคนี้ to learn new adjectives บอกจุดประสงค์ว่า การใช้คำบรรยายช่วยให้ทำอะไรได้ หลัง way ใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกเป้าหมาย เช่น a great way to learn, practise, or relax ตรงนี้ to ไม่ได้บอกทิศทาง แต่เชื่อมวิธีกับจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย It's a great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ให้สมบูรณ์: Reading aloud is a great ____ practise pronunciation.

ดูคำตอบ

way to

Here's subtitler Karli Witowska explaining

2:10

ต่อไปนี้คือนักทำคำบรรยาย Karli Witowska ที่จะมาอธิบาย

to BBC Radio 4 program Word of Mouth

2:14

ในรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC Radio 4

how her choice of adjective วลี

2:17

ว่าการเลือกใช้คำคุณศัพท์ของเธอ

creates emotion for the viewer.

2:19

สร้างอารมณ์ให้กับผู้ชมได้อย่างไร

วลี

choice of adjective creates emotion: เชื่อมการเลือกคำกับความรู้สึกของผู้ชม

Her choice of adjective หมายถึงคำบรรยายเฉพาะคำที่เธอเลือก รูปแบบ choice of + คำนามใช้บอกสิ่งหรือประเภทที่ถูกเลือก Creates emotion หมายถึงทำให้ผู้ชมรู้สึกบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงสร้างอารมณ์ขึ้นมาเหมือนสร้างวัตถุ รูปแบบทั้งหมดเชื่อมการเลือกใช้ภาษาเข้ากับผลที่เกิดขึ้นกับผู้ชม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมการเลือกคำเข้ากับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The poet's choice of adjective creates a feeling of unease in the reader.
  2. The poet's adjective chooses a feeling for the reader.
  3. The poet creates the reader from a choice of adjective.
ดูคำตอบ

The poet's choice of adjective creates a feeling of unease in the reader.

It depends on the genre วลี

2:21

มันขึ้นอยู่กับประเภท

and depends on the shows.

2:22

และขึ้นอยู่กับรายการนั้นๆ

วลี

depends on the genre: depend on + ปัจจัยที่เป็นตัวตัดสิน

Depend on + กลุ่มคำนามหมายความว่าผลลัพธ์ ตัวเลือก หรือคำตอบได้รับอิทธิพลจากปัจจัยนั้น ในที่นี้ genre คือปัจจัยที่เปลี่ยนว่าสิ่งใดเหมาะสม เมื่อประธานบุรุษที่สามเอกพจน์คือ it ให้ใช้ depends คำบุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ จึงต้องพูดว่า depends on the genre ไม่ใช่ depends the genre

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ depend on: The school trip ____ the weather.

ดูคำตอบ

depends on

And so if you have a very upbeat การใช้คำ

2:24

ดังนั้นถ้าคุณมีผลงานย้อนยุค

sort of period piece การใช้คำ

2:27

ที่ค่อนข้างมีชีวิตชีวา

การใช้คำ

very upbeat: บรรยากาศที่สดใสและมีชีวิตชีวามาก

ในประโยคนี้ very upbeat บอกว่าผลงานย้อนยุคมีบรรยากาศที่เป็นบวก สดใส และมีชีวิตชีวามาก upbeat เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย period piece ส่วน very ช่วยเน้นระดับให้มากขึ้น ความหมายนี้เกี่ยวกับความรู้สึก ไม่ใช่ทิศทาง ผลงานให้ความรู้สึกมีพลังและมีความหวัง

แบบฝึกหัด

very upbeat ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ผลงานมีบรรยากาศหม่นหมองและหนักอึ้งมาก
  2. ผลงานมีบรรยากาศที่เป็นบวก สดใส และมีชีวิตชีวามาก
  3. ผลงานเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน
ดูคำตอบ

ผลงานมีบรรยากาศที่เป็นบวก สดใส และมีชีวิตชีวามาก

การใช้คำ

period piece: ผลงานที่มีฉากอยู่ในยุคหนึ่งของอดีต

period piece เป็นสำนวนตายตัวสำหรับภาพยนตร์ ละคร หนังสือ หรือเรื่องราวอื่นที่มีฉากอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งของอดีตที่ระบุได้ชัด โดยมักแสดงยุคนั้นผ่านรายละเอียด เช่น เสื้อผ้า อาคาร และขนบธรรมเนียมทางสังคม ในที่นี้ piece หมายถึงผลงานสร้างสรรค์หนึ่งเรื่อง ไม่ใช่ชิ้นหรือส่วนหนึ่ง สำนวนนี้บอกถึงฉากหลังทางประวัติศาสตร์ของเรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นสร้างจากเหตุการณ์จริง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดเป็น period piece

  1. เรื่องผจญภัยแนววิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอนาคตอันไกล
  2. ละครที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นในลอนดอนยุควิกตอเรีย
  3. รายงานสดเกี่ยวกับสภาพอากาศวันนี้
ดูคำตอบ

ละครที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นในลอนดอนยุควิกตอเรีย

where the music is very jaunty, การใช้คำ

2:29

ซึ่งดนตรีมีความร่าเริงมาก

like you would use the word jaunty วลี

2:31

คุณก็จะใช้คำว่า ร่าเริง (jaunty)

to describe the music.

2:33

เพื่อบรรยายถึงดนตรี

การใช้คำ

very jaunty: ร่าเริง เบาสบาย และมั่นใจ

ในที่นี้ jaunty บรรยายดนตรีที่ฟังดูมีชีวิตชีวา เบาสบาย ร่าเริง และมั่นใจ คำนี้ให้ภาพของจังหวะที่สดใสและเด้งดึ๋ง ไม่ได้หมายถึงแค่ความสุขโดยทั่วไป very ทำให้คำคุณศัพท์หนักแน่นขึ้น จึงหมายความว่าลักษณะแบบ jaunty นั้นสังเกตได้ชัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ jaunty ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. The jaunty tune made the parade feel lively and confident.
  2. The jaunty funeral speech was slow and full of grief.
  3. The jaunty silence was completely soundless.
ดูคำตอบ

The jaunty tune made the parade feel lively and confident.

วลี

would use the word X to describe Y: อธิบายการเลือกคำ

โครงสร้าง would use the word X to describe Y ใช้อธิบายการเลือกคำ โดย X คือคำที่เลือก และ Y คือคน สิ่งของ หรือลักษณะที่ถูกบรรยาย ส่วน to describe แสดงจุดประสงค์ของการใช้คำนั้น would ในที่นี้หมายถึง “นี่คือคำที่คนทั่วไปจะเลือกใช้ในสถานการณ์นี้” ไม่ได้กล่าวถึงนิสัยในอดีต Describe รับ Y ต่อท้ายโดยตรง เช่น describe the music ไม่ใช่ describe about the music

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง would use the word X to describe Y แบบครบถ้วนและใช้คำว่า gentle: I ____ her soft voice.

ดูคำตอบ

would use the word gentle to describe

It just it's it's creating an idea ไวยากรณ์

2:34

มันแค่เป็นการสร้างจินตภาพ

of what a sound is like

2:38

ว่าเสียงนั้นเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

creating an idea of what a sound is like: ทำให้เห็นภาพว่าเสียงมีลักษณะอย่างไร

Creating an idea of what a sound is like หมายถึงการช่วยให้ใครสักคนเกิดภาพหรือความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะและผลโดยรวมของเสียง คำถามที่อยู่ในประโยค what a sound is like อธิบายว่าเสียงนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ใช่ว่าเสียงนั้นคืออะไร ตรงนี้ like เป็นส่วนหนึ่งของรูป be like และไม่ได้แปลว่า “ชอบ” หลัง of อนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what a sound is like ไม่ใช่ what is a sound like รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what + ประธาน + be + like ซึ่งใช้ถามหรืออธิบายลักษณะ รูปลักษณ์ บุคลิก หรือประสบการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามถึงลักษณะหรือบุคลิกของครูคนใหม่

  1. Can you tell me what the new teacher likes?
  2. Can you tell me what the new teacher is like?
  3. Can you tell me what the new teacher is?
ดูคำตอบ

Can you tell me what the new teacher is like?

and using a very very descriptive word

2:41

และใช้คำที่มีการพรรณนาสูงมากๆ

in order to do so. วลี

2:44

เพื่อที่จะทำเช่นนั้น

วลี

in order to do so: บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำว่าเหตุใดคนหนึ่งจึงทำสิ่งนั้น ในวลีเต็ม in order to do so นั้น do so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้ว ตรงนี้ย้อนกลับไปถึง creating an idea of what a sound is like จึงไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด in order to บอกจุดประสงค์ได้ชัดเจนกว่าและเป็นทางการกว่า to ที่ใช้บอกจุดประสงค์เล็กน้อย โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น do ในประโยคนี้จึงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ in order to do so เติมประโยคให้สมบูรณ์: The team wanted to keep the floor dry and placed a mat by the door ____.

ดูคำตอบ

in order to do so

Karli bases her descriptions วลี

2:45

Karli อ้างอิงคำบรรยายของเธอ

on the film's genre, การใช้คำ

2:47

จากประเภท (genre) ของภาพยนตร์

วลี

base descriptions on the film's genre: ใช้ประเภทภาพยนตร์เป็นพื้นฐานในการบรรยาย

base X on Y หมายถึง ใช้ Y เป็นเหตุผล หลักฐาน หรือแนวทางในการสร้าง X ในประโยคนี้ X คือ her descriptions และ Y คือ the film's genre ดังนั้นประเภทของภาพยนตร์จึงเป็นตัวกำหนดว่าคาร์ลีจะบรรยายภาพยนตร์อย่างไร base เป็นคำกริยาในที่นี้ เมื่อประธาน Karli เป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม จึงเปลี่ยนเป็น bases และต้องมี on: someone bases X on Y ความสัมพันธ์เดียวกันนี้มักพบในรูปประโยคถูกกระทำ X is based on Y ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง base X on Y ให้สมบูรณ์: Maya ____ her decision ____ the latest information.

ดูคำตอบ

bases · on

a style of film, music, or book

2:49

ซึ่งก็คือสไตล์ของภาพยนตร์ ดนตรี หรือหนังสือ

with its own particular set of features. วลี

2:51

ที่มีลักษณะเฉพาะชุดหนึ่งเป็นของตัวเอง

การใช้คำ

film's genre: ประเภทที่ภาพยนตร์จัดอยู่

ในประโยคนี้ the film's genre หมายถึงหมวดหมู่ที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นจัดอยู่ genre ใช้จัดกลุ่มผลงานที่มีลักษณะร่วมซึ่งสังเกตได้ โดย comedy, thriller และ period drama เป็น genre ของภาพยนตร์ genre ยังใช้กับดนตรี หนังสือ และผลงานสร้างสรรค์อื่น ๆ ได้ คำนี้หมายถึงหมวดหมู่ ไม่ใช่ลักษณะเพียงอย่างเดียวหรือเนื้อเรื่องทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ genre เพื่อเรียกหมวดหมู่ของผลงานสร้างสรรค์?

  1. This pencil has a bright genre.
  2. Fantasy is my favourite book genre.
  3. The film's genre is ninety minutes long.
ดูคำตอบ

Fantasy is my favourite book genre.

วลี

with its own particular set of features: พร้อมด้วยชุดคุณลักษณะเฉพาะของตัวเอง

a set of features หมายถึงกลุ่มคุณลักษณะที่มองรวมกันเป็นหนึ่งชุด ในที่นี้ set เป็นคำนามนับได้ ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ตั้งค่า” ส่วน particular เน้นว่าคุณลักษณะเหล่านั้นเป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งที่กำลังกล่าวถึง คำบุพบท with ใช้เกริ่นถึงลักษณะที่สิ่งหนึ่งมีอยู่ กล่าวคือ สิ่งนั้นมาพร้อมกับชุดคุณลักษณะของตัวเอง โครงสร้างนี้ใช้เมื่อต้องการนิยามหรือเปรียบเทียบประเภทต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีนามภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “กลุ่มคุณลักษณะ” ลงในประโยค: Each model offers a different ____.

ดูคำตอบ

set of features

The sound effects needed for a thriller การใช้คำ

2:54

เอฟเฟกต์เสียงที่จำเป็นสำหรับหนังระทึกขวัญ

การใช้คำ

sound effects: เสียงที่ออกแบบขึ้นสำหรับสื่อ

sound effects คือเสียงที่สร้าง บันทึก หรือเพิ่มเข้าไปในภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เกม หรือการแสดง เพื่อช่วยสื่อถึงการกระทำ สถานที่ หรือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เช่น เสียงฝีเท้า เสียงประตูเอี๊ยด หรือเสียงระเบิด ในศัพท์สื่อที่ใช้เป็นคำเฉพาะนี้ effects ไม่ได้หมายถึง “ผลลัพธ์” หรือ “อิทธิพล” แบบทั่วไป โดยปกติ sound effects จะแยกออกจากบทพูดและดนตรี

แบบฝึกหัด

เสียงประเภทใดเหมาะที่จะเรียกว่า sound effect มากที่สุด

  1. ทำนองที่เล่นเป็นพื้นหลังของฉาก
  2. ประโยคที่นักแสดงพูด
  3. เสียงประตูเอี๊ยดที่เพิ่มเข้าไปในภาพยนตร์
ดูคำตอบ

เสียงประตูเอี๊ยดที่เพิ่มเข้าไปในภาพยนตร์

like Stranger Things,

2:56

อย่างเช่น Stranger Things

การใช้คำ

a thriller: เรื่องประเภทที่เน้นความลุ้นระทึก

ในประโยคนี้ a thriller หมายถึงผลงานแนวระทึกขวัญหนึ่งเรื่อง เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์โทรทัศน์ หรือนวนิยาย ผลงานประเภทนี้มักทำให้ผู้ชมหรือผู้อ่านรู้สึกตึงเครียดด้วยอันตราย ปริศนา หรือความไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในที่นี้ thriller เป็นคำนามบอกประเภทที่นับได้ ดังนั้น a จึงบอกว่าเป็นผลงานหนึ่งเรื่อง ไม่ได้หมายถึงเพียงคนหรือสิ่งที่น่าตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ thriller มากที่สุด?

  1. เรื่องที่สร้างความลุ้นระทึกรอบอันตราย
  2. รายการให้ข้อมูลที่อธิบายว่าพืชเติบโตอย่างไร
  3. ชุดเพลงร่าเริงสำหรับเด็กเล็ก
ดูคำตอบ

เรื่องที่สร้างความลุ้นระทึกรอบอันตราย

creaking stairs, and sudden screams วลี

2:58

เสียงบันไดลั่นเอี๊ยดอ๊าด และเสียงกรีดร้องกะทันหัน

วลี

creaking stairs ... sudden screams: การบรรยายเสียงอย่างเห็นภาพ

Creaking stairs หมายถึงบันไดที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดยาวและสากเมื่อขยับหรือรับน้ำหนัก ส่วน sudden screams หมายถึงเสียงกรีดร้องที่เริ่มขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน นามวลีทั้งสองวางคำขยายที่เฉพาะเจาะจงไว้หน้าคำนาม โดย creaking บอกว่าบันไดมีเสียงอย่างไร ส่วน sudden บอกว่าเสียงกรีดร้องเริ่มขึ้นเมื่อใด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เรานึกได้ชัดว่าฉากตึงเครียดนั้นมีเสียงอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำบรรยายเสียงที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างฉากตึงเครียด?

  1. We heard creaking shadows and sudden colours in the dark.
  2. We heard old floorboards and screams suddenly in the dark.
  3. We heard creaking floorboards and sudden screams in the dark.
ดูคำตอบ

We heard creaking floorboards and sudden screams in the dark.

are very different from the sounds วลี

3:00

จะแตกต่างไปจากเสียงอย่างมาก

used in historical period dramas,

3:02

ที่ใช้ในละครย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์

วลี

are very different from: การเปรียบเทียบสองสิ่งโดยตรง

ในโครงสร้าง A is/are different from B คำว่า from ใช้นำ B ซึ่งเป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ the sounds used in historical period dramas เป็นวลีเปรียบเทียบที่ตามหลัง from very เน้นระดับของ different ดังนั้น are very different from จึงหมายความว่าสองประเภทแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ต่างกันเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย different และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The school play is very ____ the film version.

ดูคำตอบ

different from

which are more upbeat, light-hearted, การใช้คำ

3:05

ซึ่งจะมีจังหวะสนุกสนาน เบาสมอง

and cheerful.

3:07

และร่าเริงมากกว่า

การใช้คำ

upbeat, light-hearted และ cheerful: น้ำหนักความหมายที่ต่างกันของบรรยากาศเชิงบวก

คำคุณศัพท์สามคำนี้ช่วยสร้างคำบรรยายเชิงบวกที่ครบถ้วนขึ้น upbeat เน้นการมองโลกในแง่ดีและพลัง light-hearted หมายถึงผ่อนคลาย ไม่จริงจัง และไม่หนักอึ้งทางอารมณ์ ส่วน cheerful เน้นความรู้สึกมีความสุขอย่างชัดเจน เมื่อนำมาเรียงต่อกัน ทั้งสามคำไม่ได้มีความหมายซ้ำกันทั้งหมด แต่ละคำเพิ่มมุมที่ต่างกันให้กับบรรยากาศโดยรวม light-hearted เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกถึงน้ำหนักจริงของหัวใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ตรงที่สุดว่าเรื่องราวไม่จริงจังหรือไม่หนักอึ้งทางอารมณ์

  1. The story is light-hearted.
  2. The story is cheerful.
  3. The story is upbeat.
ดูคำตอบ

The story is light-hearted.

This influences the adjective

3:08

สิ่งนี้มีอิทธิพลต่อคำคุณศัพท์

Karli chooses to describe a sound.

3:10

ที่ Karli เลือกใช้บรรยายเสียงใดเสียงหนึ่ง

For example, upbeat music

3:13

ตัวอย่างเช่น เพลงที่สนุกสนาน (upbeat)

might be described as jaunty, วลี

3:15

อาจถูกบรรยายว่า ร่าเริง (jaunty)

วลี

might be described as jaunty: การเสนอคำบรรยายอย่างระมัดระวัง

รูปแบบ “might be described as + คำคุณศัพท์หรือคำนามที่ใช้เป็นคำบอกลักษณะ” หมายความว่าคำนั้นเป็นวิธีหนึ่งที่สมเหตุสมผลในการอธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รูปประโยคแบบถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่สิ่งที่ถูกบรรยายและคำบรรยาย ไม่ใช่ผู้บรรยาย คำว่า “might” ทำให้น้ำเสียงไม่ฟันธง โดยเสนอว่า “jaunty” อาจเป็นคำบรรยายที่เหมาะสม ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเพียงคำเดียว ในที่นี้ “as” ใช้นำคำบรรยาย ไม่ได้แปลว่า “เพราะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ครบถ้วน: This story ____ a modern fairy tale.

ดูคำตอบ

might be described as

full of energy and confidence. วลี

3:17

เต็มไปด้วยพลังงานและความมั่นใจ

วลี

full of energy and confidence: คุณสมบัตินามธรรมที่เด่นชัด

“Full of + คำนามนามธรรม” หมายความว่าคน การแสดง หรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแสดงคุณสมบัติบางอย่างออกมาอย่างชัดเจน ในที่นี้ “energy and confidence” คือคุณสมบัติเด่นสองอย่างที่กำลังบรรยาย “Full” ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเติมสิ่งของลงในภาชนะจริง ๆ วลีนี้ใช้บรรยายคุณสมบัติที่เห็นได้ชัดในคน ดนตรี สุนทรพจน์ หรือผลงานอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้ครบถ้วน: Her speech was ____.

ดูคำตอบ

full of energy and confidence

Subtitles started out กริยาวลี

3:20

คำบรรยายเริ่มต้นขึ้น

as an accessibility feature การใช้คำ

3:21

ในฐานะคุณสมบัติการเข้าถึง

กริยาวลี

started out as: รูปแบบแรกก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง

Started out as หมายถึง “ในตอนแรกมีรูปแบบ บทบาท หรือสถานะอย่างหนึ่ง” ในที่นี้ Subtitles started out as ใช้เกริ่นถึงบทบาทดั้งเดิมของคำบรรยาย โดยหลัง as ต้องตามด้วยนามวลีที่บอกบทบาทแรกนั้น Start out เป็นกริยาวลี จึงไม่ควรแปล out แยกเป็น “ข้างนอก” โครงสร้าง ประธาน + started out as + นามวลี มักใช้บอกจุดเริ่มต้นและปูไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในตอนแรกมีรูปแบบนี้”: The website ____ a class project, but it later became a public resource.

ดูคำตอบ

started out as

การใช้คำ

an accessibility feature: ฟังก์ชันที่ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึง

an accessibility feature คือฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พิการหรือผู้ที่มีความต้องการด้านการเข้าถึงแบบอื่นสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเนื้อหาได้ ในบริบทนี้ คำบรรยายถูกกล่าวถึงว่าเป็นฟังก์ชันประเภทนี้ ในภาษาที่ใช้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี accessibility หมายถึงการลดอุปสรรคในการเข้าถึง ส่วน feature หมายถึงฟังก์ชันที่ผลิตภัณฑ์มีให้ ไม่ใช่ลักษณะทางกายภาพของบุคคล

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ an accessibility feature หมายถึงอะไร?

  1. สิทธิพิเศษที่ได้รับหลังจากชำระเงินเท่านั้น
  2. ฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคสำหรับผู้พิการหรือผู้ที่มีความต้องการด้านการเข้าถึงแบบอื่น
  3. รายละเอียดที่บอกว่าใบหน้าของบุคคลมีลักษณะอย่างไร
ดูคำตอบ

ฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคสำหรับผู้พิการหรือผู้ที่มีความต้องการด้านการเข้าถึงแบบอื่น

for deaf audiences

3:23

สำหรับผู้ชมที่หูหนวก

and to translate foreign language films

3:25

และเพื่อแปลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ

into English.

3:27

เป็นภาษาอังกฤษ

But since the growth ไวยากรณ์

3:28

แต่ตั้งแต่การเติบโต

of online streaming services like Netflix,

3:29

ของบริการสตรีมมิ่งออนไลน์อย่าง Netflix

ไวยากรณ์

since the growth of...: เริ่มเส้นเวลาจากอดีตถึงปัจจุบัน

since ในที่นี้หมายถึง “นับตั้งแต่...” ไม่ใช่ “เพราะว่า” โดยตามด้วยนามวลี the growth of online streaming services และใช้การเติบโตนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในอดีต กริยารูป present perfect ที่ตามมา คือ has become บอกการเปลี่ยนแปลงจากจุดเริ่มต้นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน โครงสร้างนี้คือ since + เวลาหรือเหตุการณ์ในอดีต แล้วตามด้วยสภาพที่ดำเนินต่อหรือเปลี่ยนแปลงมาถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

since ทำหน้าที่อะไรใน “Since the growth of online streaming services, subtitling has become more important”?

  1. บอกเพียงเหตุผลที่การทำคำบรรยายเปลี่ยนไป
  2. ใช้การเติบโตเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยังคงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
  3. เปรียบเทียบบริการสตรีมมิงออนไลน์กับการทำคำบรรยาย
ดูคำตอบ

ใช้การเติบโตเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยังคงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

subtitling has become something of an art. สำนวน

3:33

การทำคำบรรยายก็กลายเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่ง

สำนวน

become something of an art: กลายเป็นศิลปะในระดับหนึ่ง

ในโครงสร้าง something of a/an + คำนาม คำว่า something of หมายถึง “ในระดับหนึ่ง” หรือ “สิ่งที่เรียกเช่นนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล” ดังนั้น become something of an art จึงหมายความว่าการทำคำบรรยายได้พัฒนาเป็นกิจกรรมที่มองว่าเป็นศิลปะได้ ไม่ใช่กลายเป็นวัตถุที่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร วลีนี้ทำให้การจัดว่าเป็นศิลปะไม่เด็ดขาดเท่า become an art แต่ยังคงเป็นการชื่นชมทักษะและวิจารณญาณที่ต้องใช้

แบบฝึกหัด

something of an art หมายถึงอะไรใน “Making the perfect paper airplane has become something of an art”?

  1. มันเป็นภาพวาดประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัด
  2. ตอนนี้เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะและเรียกว่าเป็นศิลปะได้อย่างสมเหตุสมผล
  3. มันได้กลายเป็นงานศิลปะที่เป็นวัตถุแต่ไม่ทราบว่าเป็นชิ้นใด
ดูคำตอบ

ตอนนี้เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะและเรียกว่าเป็นศิลปะได้อย่างสมเหตุสมผล

Karli belongs to a team of subtitlers

3:36

Karli เป็นหนึ่งในทีมทำคำบรรยาย

who try to make their descriptions ไวยากรณ์

3:38

ที่พยายามทำให้คำบรรยายของพวกเขา

as close as possible

3:40

ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้

to the sounds they hear.

3:42

กับเสียงที่พวกเขาได้ยิน

ไวยากรณ์

make + กรรม + as close as possible to + สิ่งอ้างอิง

ใน make their descriptions as close as possible to the sounds they hear คำว่า make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย their descriptions เป็นกรรม และ as close as possible บอกสภาพที่ทีมต้องการให้คำบรรยายเป็น คือให้คล้ายหรือซื่อตรงที่สุดเท่าที่ทำได้ close ตามด้วย to เพื่อบอกสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ คือ the sounds they hear โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + บางสิ่ง + as close as possible to + สิ่งอ้างอิงหรือมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้ close และมีความหมายว่า “คล้ายกับ…มากที่สุดเท่าที่ทำได้”: We adjusted the model to make it ____ the original design.

ดูคำตอบ

as close as possible to

Here, she tells BBC Radio 4's Word of Mouth

3:43

ที่นี่ เธอเล่าให้รายการ Word of Mouth ของ BBC Radio 4 ฟัง

about a time her team found exactly วลี

3:47

ถึงตอนที่ทีมของเธอเจอคำ

the right word.

3:50

ที่ถูกต้องเป๊ะพอดี

วลี

exactly the right word: คำที่เหมาะเจาะพอดี

ใน exactly the right word คำว่า right หมายถึงเหมาะสมและแม่นยำกับจุดประสงค์ ไม่ใช่ทิศทางตรงข้ามกับ left คำว่า exactly ช่วยเน้นว่าคำที่เลือกเข้ากับเสียง ความรู้สึก หรือความหมายที่ต้องการอย่างแม่นยำ โครงสร้าง exactly the right + คำนาม สามารถนำไปใช้เพื่อชื่นชมว่าตัวเลือกหนึ่งเหมาะเจาะมาก เช่น exactly the right time หรือ exactly the right tool

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าบรรณาธิการเลือกคำที่เข้ากับน้ำเสียงที่ต้องการอย่างสมบูรณ์แบบ

  1. The editor wrote the word on the right side of the page.
  2. The editor chose exactly the right word for the friendly tone.
  3. The editor chose a word that was almost right for the friendly tone.
ดูคำตอบ

The editor chose exactly the right word for the friendly tone.

I loved gobsmacked silence การใช้คำ

3:51

ฉันชอบคำว่า ความเงียบงันจนพูดไม่ออก (gobsmacked silence)

การใช้คำ

gobsmacked silence: ความเงียบที่เกิดจากความประหลาดใจอย่างมาก

gobsmacked silence หมายถึงความเงียบที่เกิดจากความประหลาดใจอย่างมาก โดยปกติ gobsmacked ใช้บรรยายคนที่ตกใจหรือทึ่งจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เมื่อนำมาวางหน้า silence จึงแสดงว่าอารมณ์นั้นเป็นสาเหตุของความเงียบ นี่เป็นคำบรรยายที่มีสีสัน ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะหรือวลีตายตัว ให้เข้าใจว่าเป็น “ความเงียบที่แสดงว่าทุกคน gobsmacked” ไม่ใช่เพียงบรรยากาศเงียบตามปกติ

แบบฝึกหัด

เหตุการณ์ใดเหมาะที่จะบรรยายด้วย gobsmacked silence มากที่สุด

  1. ไม่มีใครพูดเพราะทุกคนหลับไปแล้ว
  2. ไม่มีใครพูดเพราะห้องสมุดขอให้ผู้มาใช้บริการเงียบ
  3. ไม่มีใครพูดเพราะผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดทำให้ทุกคนตกใจ
ดูคำตอบ

ไม่มีใครพูดเพราะผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดทำให้ทุกคนตกใจ

because you were able to tell วลี

3:54

เพราะคุณสามารถบอกได้

วลี

you were able to tell: ดูบางอย่างออกจากเบาะแส

ใน you were able to tell คำว่า tell หมายถึงสังเกต รู้ได้ หรือสรุปบางอย่างจากสัญญาณต่าง ๆ ผู้ฟังสามารถอนุมานบางอย่างได้ ไม่ได้หมายถึงมีใครบอกข้อมูลให้อีกคนหนึ่ง โครงสร้างคือ be able to + tell และในที่นี้ใช้รูปอดีต were able to ถ้าชัดเจนอยู่แล้วว่าดูอะไรออก tell สามารถอยู่เดี่ยว ๆ ได้ หรืออาจตามด้วยอนุประโยคที่ใช้ that หรือคำแสดงคำถาม เช่น tell that..., tell whether..., tell who...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tell ในความหมายว่า “สังเกตหรือสรุปได้จากเบาะแส”

  1. I was able to tell Noah the good news.
  2. I was able to tell from her smile that the plan had worked.
  3. I was able to tell a funny story at dinner.
ดูคำตอบ

I was able to tell from her smile that the plan had worked.

that people were like น้ำเสียง/เจตนา

3:56

ว่าผู้คนรู้สึกเหมือน

น้ำเสียง/เจตนา

people were like: เล่าปฏิกิริยาแบบภาษาพูด

ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ people were like ใช้เกริ่นเพื่อถ่ายทอดคร่าว ๆ ว่าผู้คนมีปฏิกิริยาอย่างไร สิ่งที่ตามมาอาจเป็นคำพูด เสียง สีหน้า หรือคำบรรยายสภาพของพวกเขา like ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” ผู้พูดกำลังทำให้เห็นปฏิกิริยาอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ได้ยกคำพูดแบบตรงทุกคำเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องเล่าแบบไม่เป็นทางการด้วยรูปอดีตของ be like: When the lights went out, everyone ____, 'Again?'

ดูคำตอบ

was like

almost on the verge of a gasp วลี

3:57

เกือบจะอ้าปากค้าง

วลี

almost on the verge of a gasp: เกือบจะสูดหายใจเฮือก

on the verge of หมายถึงอยู่ในจุดที่บางสิ่งใกล้จะเกิดขึ้นมาก ด้านหลังตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ส่วน a gasp คือการสูดหายใจอย่างฉับพลัน ซึ่งมักเกิดจากความประหลาดใจ ดังนั้น on the verge of a gasp จึงหมายถึงใกล้จะสูดหายใจเฮือกเต็มที almost เพิ่มระยะห่างขึ้นอีกเล็กน้อย คือปฏิกิริยาเข้าใกล้จุดนั้นมาก แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่ามีการสูดหายใจเฮือกเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ on the verge of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The hikers were ____ turning back when they saw the cabin.

ดูคำตอบ

on the verge of

or on the verge of like a a shock

3:59

หรือเกือบจะเหมือนตกอยู่ในอาการช็อก

and that was the atmosphere,

4:02

และนั่นคือบรรยากาศที่เกิดขึ้น

but there wasn't actually a sound.

4:03

แต่จริงๆ แล้วไม่มีเสียงอะไรเลย

So when when my colleague came กริยาวลี

4:05

ดังนั้นตอนที่เพื่อนร่วมงานของฉันคิด

up with that one,

4:07

คำนั้นขึ้นมาได้

กริยาวลี

came up with that: คิดไอเดียหรือคำพูดนั้นขึ้นมา

came up with เป็นรูปอดีตของ come up with ในประโยคนี้หมายถึง “คิดขึ้นมาได้” หรือ “สร้างสรรค์ขึ้นมา” สำหรับไอเดียหรือถ้อยคำที่ that one กล่าวถึง ให้เข้าใจ come up with เป็นกริยาวลีเดียว: someone comes up with an idea, answer, name, or solution ไม่ได้หมายถึงการเดินขึ้นมาพร้อมกับสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “คิดขึ้นมาได้” ให้ประโยคสมบูรณ์: Maya ____ a clever name for the app.

ดูคำตอบ

came up with

I I definitely wanted to give him สำนวน

4:08

ฉันรู้สึกอยากจะไฮไฟว์

a virtual high-five.

4:09

แบบเสมือนจริงกับเขาเลยทีเดียว

สำนวน

give him a virtual high-five: ชื่นชมแบบเป็นกันเองจากระยะไกล

give him a virtual high-five หมายถึงการชื่นชมหรือร่วมยินดีกับเขาโดยไม่ต้องแตะมือกันจริง ๆ high-five คือท่ามือที่ใช้ฉลอง ส่วน virtual ทำให้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งมักใช้ในข้อความหรือการสนทนาออนไลน์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give someone a high-five โดยวางคนไว้หลัง give เช่น give her a high-five, give them a high-five เมื่อเติม virtual ความหมายของการชื่นชมยังอยู่ แต่ไม่มีการทำท่าทางจริง

แบบฝึกหัด

give him a virtual high-five ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ชื่นชมเขาหรือร่วมฉลองกับเขาจากระยะไกล
  2. ท้าเขาเล่นเกมออนไลน์
  3. ขอให้เขาเปิดกล้อง
ดูคำตอบ

ชื่นชมเขาหรือร่วมฉลองกับเขาจากระยะไกล

In this scene,

4:11

ในฉากนี้

the surprised characters were about to gasp, ไวยากรณ์

4:12

ตัวละครที่ตกใจกำลังจะอ้าปากค้าง (gasp)

ไวยากรณ์

were about to gasp: การกระทำที่ใกล้จะเกิดขึ้น

be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานมาก ในที่นี้ were about to gasp วางเหตุการณ์ไว้ตรงชั่วขณะก่อนที่ตัวละครจะสูดหายใจเฮือกเพราะตกใจ ในโครงสร้างนี้ about to ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียว โดย about ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ” และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน gasp ไม่ใช่ gasping

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงบางสิ่งจะเริ่มในอีกไม่นาน: The show is ____ begin, so please take your seat.

ดูคำตอบ

about to

take in a short, quick breath of air. กริยาวลี

4:15

สูดลมหายใจสั้นๆ และรวดเร็ว

กริยาวลี

take in a short, quick breath of air: สูดหายใจเข้าอย่างฉับพลัน

ในที่นี้ take in หมายถึง “ดึงเข้าไปในร่างกาย” กรรมของมันคือ a short, quick breath of air ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการสูดอากาศปริมาณเล็กน้อยเข้าไปอย่างฉับพลันและรวดเร็ว วลีนี้อธิบายว่าการ gasp เป็นอย่างไร take in มีหลายความหมาย และกรรมจะช่วยบอกความหมายที่ถูกต้อง เมื่อใช้กับ air หรือ a breath จะหมายถึงการหายใจเข้า ไม่ใช่การเข้าใจข้อมูลหรือหลอกใคร

แบบฝึกหัด

take in ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร? Take in a short, quick breath of air.

  1. สูดอากาศเข้าไปในร่างกาย
  2. หลอกใครคนหนึ่ง
  3. เข้าใจความคิดที่ยาก
ดูคำตอบ

สูดอากาศเข้าไปในร่างกาย

There was no speech or sound in the scene,

4:18

ไม่มีคำพูดหรือเสียงใดๆ ในฉาก

but Carly's team found the perfect adjective วลี

4:21

แต่ทีมของ Carly พบคำคุณศัพท์ที่สมบูรณ์แบบ

to describe the silence, gobsmacked,

4:24

เพื่อบรรยายถึงความเงียบนั้น นั่นคือ ตะลึงจนพูดไม่ออก (gobsmacked)

วลี

find the perfect adjective to describe the silence: หาคำคุณศัพท์ที่เหมาะที่สุดเพื่อบรรยายความเงียบ

Find the perfect adjective to describe ... หมายถึงการเลือกคำคุณศัพท์ที่เข้ากับผลหรืออารมณ์ที่ต้องการสื่อได้เป็นพิเศษ ในที่นี้ to describe the silence บอกว่าใช้คำคุณศัพท์นั้นเพื่ออะไร โดยโครงสร้าง to + คำกริยาใช้บอกจุดประสงค์ เรายังบรรยายความเงียบได้ เพราะความเงียบสามารถสร้างบรรยากาศหรือแสดงปฏิกิริยาได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ find the right/perfect adjective to describe + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยคำที่ตรงกับบทเรียน: The writer found the perfect ____ the spooky mood.

ดูคำตอบ

adjective to describe

which is slang for being so surprised การใช้คำ

4:27

ซึ่งเป็นคำสแลงหมายถึงการตกใจมาก

you can't speak.

4:29

จนคุณพูดไม่ออก

การใช้คำ

is slang for being so surprised you can't speak: คำสแลงที่หมายถึงตกใจมากจนพูดไม่ออก

X is slang for Y เป็นรูปแบบง่าย ๆ สำหรับอธิบายคำสแลง โดย X คือคำหรือสำนวนที่ไม่เป็นทางการ และ Y บอกความหมายของมัน ในที่นี้ X คือ gobsmacked จากอนุประโยคก่อนหน้า ส่วน being so surprised you can't speak ใช้อธิบายความหมาย ใน so surprised (that) you can't speak คำว่า so แสดงว่าความตกใจรุนแรงพอที่จะทำให้เกิดผลตามมา คือพูดไม่ออก ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการ มักละ that ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามด้วยโครงสร้างที่ตรงกับบทเรียน: 'Hangry' ____ feeling angry because you are hungry.

ดูคำตอบ

is slang for

This was definitely one description

4:31

นี่เป็นคำอธิบายหนึ่งอย่างแน่นอน

that deserved a high-five, การใช้คำ

4:33

ที่สมควรได้รับการไฮไฟว์

การใช้คำ

that deserved a high-five: บอกว่าสิ่งหนึ่งสมควรได้รับคำชม

Deserved a high-five หมายถึง ดีมากจนสมควรได้รับการไฮไฟฟ์เพื่อแสดงความยินดีหรือคำชม รูปแบบ deserve + คำนาม ใช้บอกถึงรางวัล ผลลัพธ์ หรือการตอบสนองที่บุคคลหรือสิ่งหนึ่งสมควรได้รับ แต่ไม่ได้หมายความว่าได้รับสิ่งนั้นจริงแล้ว ในประโยคนี้ that deserved a high-five เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย one description และบอกเหตุผลว่าทำไมผู้พูดจึงคิดว่าคำอธิบายนั้นดีเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ deserve ในรูปอดีตตามด้วย a high-five: Her clever solution ____.

ดูคำตอบ

deserved a high-five

lifting up your hands to clap hands

4:35

การชูมือขึ้นเพื่อแปะมือ

with someone else as a greeting วลี

4:37

กับคนอื่นเพื่อเป็นการทักทาย

or to say well done.

4:39

หรือเพื่อบอกว่าทำได้ดีมาก

วลี

as a greeting or to say well done: หน้าที่และจุดประสงค์

As a greeting ใช้ as + นามวลี เพื่อบอกหน้าที่ของการกระทำ กล่าวคือ การกระทำนั้นทำหน้าที่เป็นการทักทาย ส่วน to say well done ใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำ กล่าวคือ ทำเพื่อชมอีกคนหนึ่ง Or เชื่อมการใช้งานที่เป็นไปได้สองแบบเข้าด้วยกัน ในที่นี้ well done เป็นสำนวนชมเชยที่หมายถึง “คุณทำได้ดี” ไม่ใช่คำบอกว่าอาหารสุกมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคตามรูปแบบที่บอกหน้าที่ก่อนและจุดประสงค์ทีหลัง: They use the signal ____ a greeting or ____ warn others.

ดูคำตอบ

as · to

In fact, the phrase gobsmacked silence

4:41

อันที่จริง วลีที่ว่า ความเงียบงันจนพูดไม่ออก

was so good, it went viral สำนวน

4:44

มันดีมากจนกลายเป็นไวรัล

สำนวน

went viral: แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปสู่ผู้คนจำนวนมาก

Go viral หมายถึงบางสิ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากผ่านอินเทอร์เน็ตหรือสื่อมวลชน เพราะมีผู้คนจำนวนมากแชร์ พูดซ้ำ หรือทำตาม ในประโยคนี้ went viral หมายความว่าวลีดังกล่าวกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเวลาอันสั้น Went เป็นรูปอดีตของ go ส่วน viral ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยเปรียบการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของข้อมูลกับไวรัส แต่ไม่ได้หมายถึงการเจ็บป่วย สำนวนนี้เน้นการแพร่กระจายที่ทั้งเร็วและกว้าง ไม่ใช่แค่มีคนชอบ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ went viral มากที่สุด

  1. วิดีโอสั้นถูกแชร์หลายล้านครั้งภายในคืนเดียว
  2. เด็กคนหนึ่งนำภาพวาดหนึ่งภาพให้เพื่อนคนหนึ่งดู
  3. หนังสือเล่มหนึ่งมีผู้อ่านกลุ่มเล็ก ๆ ที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอมาหลายปี
ดูคำตอบ

วิดีโอสั้นถูกแชร์หลายล้านครั้งภายในคืนเดียว

and started being used

4:47

และเริ่มถูกนำไปใช้

in all kinds of situations. วลี

4:48

ในสถานการณ์ทุกประเภท

วลี

in all kinds of situations: แสดงขอบเขตที่หลากหลาย

All kinds of หมายถึงหลายชนิดที่แตกต่างกันหรือความหลากหลายมาก ส่วน in all kinds of situations หมายความว่าสำนวนนั้นถูกใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ได้ใช้เพียงสถานการณ์เดียว โครงสร้างคือ all kinds of + คำนาม หากเป็นสิ่งที่นับได้ คำนามมักเป็นพหูพจน์ เช่น all kinds of situations หรือ all kinds of games หากเป็นสิ่งที่ปกติไม่นับ สามารถใช้คำนามนับไม่ได้ เช่น all kinds of music ในที่นี้ in ใช้นำหน้าสถานการณ์ที่มีการใช้บางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง ‘หลายประเภทที่แตกต่างกัน’ ในประโยคนี้: The workshop welcomes ____ people.

  1. all kinds of
  2. a kind of
  3. kind of
ดูคำตอบ

all kinds of

Maybe gobsmacked was how the viewers ไวยากรณ์

4:50

บางทีอาการตะลึงจนพูดไม่ออกอาจเป็นสิ่งที่ผู้ชม

of that TV news program felt, you know,

4:53

ของรายการข่าวทีวีนั้นรู้สึกนะ คุณก็รู้

ไวยากรณ์

gobsmacked was how ... felt: ใช้อนุประโยค how เพื่อบอกความรู้สึก

ในที่นี้ gobsmacked ซึ่งหมายถึงประหลาดใจหรือตกใจอย่างมาก ถูกใช้เป็นคำที่อธิบายความรู้สึกของผู้ชมได้ตรงที่สุด รูปแบบ X was how someone felt หมายความว่า X คือคำหรือคำบรรยายที่ตรงกับสภาวะอารมณ์ของคนนั้น อนุประโยค how the viewers of that TV news program felt หมายถึง “ลักษณะที่ผู้ชมเหล่านั้นรู้สึก” โดยอยู่หลัง was ในฐานะส่วนเติมเต็ม ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how the viewers felt ไม่ใช่ how did the viewers feel

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ X was how someone felt ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อบอกว่า shocked เป็นคำที่อธิบายความรู้สึกได้ดีที่สุด

  1. How shocked was Maya when the doors suddenly opened?
  2. Shocked was how Maya felt when the doors suddenly opened.
  3. Maya asked what shocked meant after the doors suddenly opened.
ดูคำตอบ

Shocked was how Maya felt when the doors suddenly opened.

the mistaken subtitle you asked me about กริยาวลี

4:55

คำบรรยายที่ผิดพลาดที่คุณถามผม

in your question.

4:58

ในคำถามของคุณ

กริยาวลี

you asked me about: รูปแบบ ask someone about something

รูปแบบพื้นฐานคือ ask someone about something โดยคนที่ถูกถามจะอยู่ต่อจาก ask โดยตรง และ about ใช้นำหัวข้อ ในที่นี้ me คือคนที่ถูกถาม ส่วน the mistaken subtitle คือหัวข้อ ในนามวลี the mistaken subtitle you asked me about หัวข้อปรากฏก่อนอนุประโยคสัมพันธ์ เพราะเป็นคำนามที่อนุประโยคนั้นขยาย ส่วนบุพบท about ยังคงอยู่ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ: you asked me about the subtitle → the subtitle you asked me about

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปในรูปแบบ ask someone about something ให้ประโยคสมบูรณ์: I asked the librarian ____ the new borrowing rules.

ดูคำตอบ

about

I guessed the incorrect subtitle was

4:59

ผมเดาว่าคำบรรยายที่ผิดพลาดก็คือ

we can't allow Spider-Man ไวยากรณ์

5:02

เราไม่สามารถปล่อยให้สไปเดอร์แมน

to become Prime Minister.

5:04

มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ไวยากรณ์

can't allow someone to become ...: allow + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive หมายถึงการอนุญาตให้ใครทำบางอย่างหรือการยอมรับการกระทำหนึ่ง เมื่อใช้ can't ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่ควรอนุญาตให้การกระทำหรือผลนั้นเกิดขึ้น ในประโยคนี้ Spider-Man เป็นกรรม และ to become ระบุผลที่ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ หลัง become ให้ใช้บทบาทหรือตำแหน่งเป็นส่วนเติมเต็มโดยไม่เติม as ตำแหน่งทางการที่เฉพาะเจาะจงสามารถไม่ใช้ article ได้ในที่นี้: become Prime Minister ส่วนอาชีพทั่วไปมักต้องใช้ article เช่น become a doctor

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ allow + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง

  1. The rules don't allow visitors to enter after six.
  2. The rules don't allow visitors enter after six.
  3. The rules don't allow to visitors enter after six.
ดูคำตอบ

The rules don't allow visitors to enter after six.

Which was the wrong answer, I'm afraid. น้ำเสียง/เจตนา

5:06

ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิดนะผมเกรงว่า

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid ในฐานะวลีสุภาพที่ช่วยลดความตรง

I'm afraid ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าผู้พูดกลัว แต่เป็นคำพูดสุภาพที่ช่วยให้การแก้คำตอบซึ่งผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยินฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดกำลังบอกว่าคำตอบก่อนหน้านั้นผิดโดยไม่ให้การแก้ไขฟังตรงหรือแข็งเกินไป เมื่อวาง I'm afraid ไว้ท้ายประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะช่วยลดความตรงของข้อความทั้งประโยค ส่วน Which ย้อนกลับไปหมายถึงคำตอบหรือตัวเลือกที่เพิ่งกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

พนักงานต้อนรับพูดว่า There are no rooms left, I'm afraid. การใช้ I'm afraid ในสถานการณ์นี้เป็นธรรมชาติหรือไม่

  1. เป็นธรรมชาติ เพราะช่วยให้ข้อมูลที่ไม่น่ายินดีฟังนุ่มนวลขึ้น
  2. ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะใช้บอกความกลัวจริง ๆ ได้เท่านั้น
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติ เพราะช่วยให้ข้อมูลที่ไม่น่ายินดีฟังนุ่มนวลขึ้น

In fact, the interviewee said ลำดับความ

5:09

ความจริงแล้ว ผู้ถูกสัมภาษณ์พูดว่า

ลำดับความ

In fact: แก้ไขความเข้าใจก่อนหน้า

In fact เป็นคำที่ช่วยจัดลำดับข้อมูลในที่นี้ โดยบอกว่าข้อมูลถัดไปจะมาแก้ไขหรือปรับความเข้าใจ การคาดเดา หรือความประทับใจก่อนหน้า ในประโยคนี้ คำนี้นำเข้าสู่สิ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์พูดจริง ๆ ดังนั้น คำนี้จึงช่วยแสดงความต่างระหว่างความเข้าใจก่อนหน้ากับข้อเท็จจริงที่นำมาแก้ไข ไม่ใช่เพียงคำเติมที่ตัดทิ้งได้โดยไม่เปลี่ยนหน้าที่ของประโยค

แบบฝึกหัด

มีคนคิดว่าร้านยังเปิดอยู่ ประโยคใดแก้ไขความเข้าใจนั้นได้เหมาะสมที่สุด

  1. At the same time, the shop closed last year.
  2. In fact, the shop closed last year.
  3. For example, the shop closed last year.
ดูคำตอบ

In fact, the shop closed last year.

we can't allow that man

5:11

เราไม่สามารถปล่อยให้ผู้ชายคนนั้น (that man)

to become Prime Minister,

5:14

มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้

speaking about Boris Johnson. ไวยากรณ์

5:16

ซึ่งกำลังพูดถึง บอริส จอห์นสัน

ไวยากรณ์

speaking about Boris Johnson: แยกผู้พูดออกจากหัวข้อ

อนุประโยคปัจจุบันกาลแบบ -ing speaking about Boris Johnson เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับผู้ให้สัมภาษณ์ ประธานที่เข้าใจได้หรือประธานเชิงตรรกะของส่วนนี้คือ the interviewee จากอนุประโยครอบข้าง ดังนั้น ผู้ให้สัมภาษณ์คือคนที่กำลังพูด Boris Johnson อยู่หลัง about และเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึง ไม่ใช่ผู้พูด โครงสร้างแบบย่อนี้มักเข้าใจแบบเต็มได้ว่า while the interviewee was speaking about Boris Johnson

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The witness answered calmly, speaking about the accident. ใครกำลังพูดถึงอุบัติเหตุ

  1. The sentence does not identify who is speaking about the accident.
  2. Someone other than the witness is speaking about the accident.
  3. The witness is speaking about the accident.
ดูคำตอบ

The witness is speaking about the accident.

But the misheard subtitle การใช้คำ

5:18

แต่คำบรรยายที่ฟังผิดเพี้ยนไป

appeared as Batman.

5:20

กลับปรากฏเป็น แบทแมน (Batman)

การใช้คำ

misheard subtitle appeared as Batman: การบอกข้อผิดพลาดในการถอดคำพูด

ใน misheard subtitle คำว่า misheard เป็นรูป past participle ของ mishear ที่ใช้เหมือนคำคุณศัพท์ ประโยคนี้พูดแบบย่อ คือฟังคำพูดผิด จึงทำให้คำบรรยายมีคำที่ไม่ถูกต้อง appeared as Batman หมายถึงข้อความในคำบรรยายแสดงเป็น Batman ในที่นี้ appeared as บอกว่าผลลัพธ์ปรากฏบนหน้าจอในรูปใด ไม่ได้หมายความว่านักแสดงรับบทเป็น Batman

แบบฝึกหัด

misheard subtitle appeared as Batman ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. คำบรรยายหายไปเมื่อมีการกล่าวถึง Batman
  2. นักแสดงคนหนึ่งปรากฏตัวในบท Batman
  3. ฟังคำพูดผิด และคำบรรยายแสดงเป็น Batman
ดูคำตอบ

ฟังคำพูดผิด และคำบรรยายแสดงเป็น Batman

Okay, let's recap the vocabulary ลำดับความ

5:22

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์กัน

we've learned from this program

5:24

ที่เราได้เรียนรู้จากรายการนี้

on subtitles, starting with genre,

5:25

เกี่ยวกับคำบรรยาย โดยเริ่มจาก ประเภท (genre)

ลำดับความ

Okay, let's recap: การเข้าสู่ช่วงทบทวน

Okay บอกว่ากิจกรรมกำลังจะเปลี่ยน ส่วน let's recap ชวนผู้ฟังให้ทบทวนประเด็นสำคัญร่วมกัน วลีนี้ช่วยจัดลำดับรายการโดยปิดช่วงอธิบายและเปิดช่วงสรุป recap เป็นคำกริยาในที่นี้ หมายถึงการทบทวนแนวคิดสำคัญอย่างสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เปลี่ยนบทเรียนไปสู่การทบทวนสั้น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Okay, let's start a completely unrelated topic.
  2. Okay, let's replay the whole lesson from the beginning.
  3. Okay, let's recap what we learned today.
ดูคำตอบ

Okay, let's recap what we learned today.

a style of film, music, or book

5:28

สไตล์ของภาพยนตร์ ดนตรี หรือหนังสือ

with its own particular set

5:31

ที่มีชุดลักษณะเฉพาะ

of characteristics.

5:33

ของตัวมันเอง

Something which is upbeat ไวยากรณ์

5:34

บางสิ่งที่มีจังหวะสนุกสนาน (upbeat)

is cheerful, hopeful, and light-hearted.

5:36

คือความร่าเริง เปี่ยมด้วยความหวัง และเบาสมอง

ไวยากรณ์

Something which is upbeat: การนิยามคำด้วยอนุประโยคสัมพันธ์

ใน Something which is upbeat ส่วน which is upbeat เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำว่า something วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึง “สิ่งหนึ่งที่มีลักษณะ upbeat” รูปแบบ Something which is X is Y ใช้นิยามคำคุณศัพท์หรือแนวคิดได้ โดยเริ่มจากระบุสิ่งที่มีคุณสมบัติ X แล้วอธิบายคุณสมบัตินั้นด้วย Y ในที่นี้ Y คือ cheerful, hopeful, and light-hearted

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ Something which is X is Y เพื่อเติมคำนิยามให้สมบูรณ์: Something ____ fragile is easy to break.

ดูคำตอบ

which is

The adjective jaunty means

5:39

คำคุณศัพท์ ร่าเริง (jaunty) หมายถึง

full of energy and confidence.

5:41

เต็มไปด้วยพลังงานและความมั่นใจ

If you gasp,

5:43

ถ้าคุณ อ้าปากค้าง (gasp)

you take in a short, quick breath

5:44

คุณสูดลมหายใจสั้นๆ และรวดเร็ว

of air in surprise or in pain.

5:46

ด้วยความตกใจหรือความเจ็บปวด

You can use the slang expression

5:48

คุณสามารถใช้สำนวนสแลง

gobsmacked when someone is so surprised

5:50

gobsmacked (ตะลึง) เมื่อมีคนตกใจมาก

they can't speak.

5:53

จนพวกเขาพูดไม่ออก

And finally, if you give someone วลี

5:55

และสุดท้าย หากคุณให้ใครสักคน

a high-five, you hold up your hand กริยาวลี

5:57

ด้วยการไฮไฟว์ (high-five) คุณจะชูมือขึ้น

วลี

if you give someone a high-five: กลุ่มคำตายตัว give someone a high-five

Give someone a high-five เป็นกลุ่มคำตายตัวที่เป็นธรรมชาติ ใช้บอกการนำฝ่ามือของเราไปแตะกับฝ่ามือที่อีกคนยกขึ้นเพื่อทักทาย ชื่นชม หรือเฉลิมฉลอง someone หมายถึงอีกฝ่าย และ a high-five คือชื่อของการกระทำนั้น ใน if you give someone a high-five รูปแบบการกระทำที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ give + person + a high-five เมื่อเป็นอดีต give จะเปลี่ยนเป็น gave

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนตายตัว give someone a high-five: Our team scored, so Mia ____ me a high-five.

ดูคำตอบ

gave

above your head,

5:59

เหนือศีรษะของคุณ

กริยาวลี

hold up your hand: ยกมือขึ้นและค้างไว้

กริยาวลี hold up ในที่นี้หมายถึง “ยกขึ้นและค้างไว้ในตำแหน่งที่สูง” โดย your hand บอกว่าสิ่งที่ยกคือมือ และ above your head บอกตำแหน่งของมือ สามารถพูดว่า hold your hand up ได้เช่นกัน หากใช้คำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น hold it up ไม่ใช่ hold up it ในบริบทอื่น hold up อาจหมายถึง “ทำให้ล่าช้า” แต่ your hand และ above your head แสดงว่าในที่นี้หมายถึงการยกขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ยกขึ้นและค้างไว้ให้มองเห็นได้”: Please ____ your card so everyone can see it.

ดูคำตอบ

hold up

clapping hands with somebody else

6:00

แปะมือกับคนอื่น

as a greeting or to say well done. วลี

6:02

เพื่อเป็นการทักทายหรือเพื่อบอกว่าทำได้ดีมาก

วลี

as a greeting or to say well done: การบอกหน้าที่และจุดประสงค์

ส่วนนี้บอกถึงการใช้ทางสังคมสองแบบของการกระทำเดียวกัน as + นามวลี ใช้บอกบทบาทหรือหน้าที่ของการกระทำ โดย as a greeting หมายถึง “ใช้เป็นการทักทาย” ส่วน to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ โดย to say well done หมายถึง “เพื่อชมใครบางคน” ในที่นี้ say หมายถึง “สื่อความหมาย” ไม่จำเป็นต้องพูดออกเสียง และ well done เป็นสำนวนชมเชยตายตัวที่หมายถึง “คุณทำสำเร็จแล้ว” ไม่ใช่โครงสร้าง perfect tense ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติม as และ to เพื่อให้ประโยคแสดงหน้าที่และจุดประสงค์: People may wave ____ a greeting or ____ get someone's attention.

ดูคำตอบ

as · to

Once again, our 6 minutes are up. สำนวน

6:04

หมดเวลา 6 นาทีของเราอีกครั้งแล้ว

สำนวน

our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดหมดแล้ว

ในประโยคนี้ our 6 minutes are up หมายถึงเวลา 6 นาทีที่กำหนดไว้สำหรับรายการได้หมดลงแล้ว จึงถึงเวลาหยุด เมื่อใช้ be up กับช่วงเวลา จะหมายความว่าช่วงเวลานั้นสิ้นสุดแล้ว โดย up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างบน” คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธานตามหลักไวยากรณ์ โดยใช้ Time is up. กับประธานเอกพจน์ แต่ใช้ Six minutes are up. กับประธานพหูพจน์ โครงสร้างนี้ใช้ประกาศว่าเวลาของการสอบ เกม กิจกรรม หรือรายการสิ้นสุดลงแล้วได้

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจะยุติกิจกรรมจับเวลา ประโยคใดใช้ประกาศอย่างเป็นธรรมชาติว่าเวลา 10 นาทีที่กำหนดไว้หมดแล้ว

  1. Your ten minutes are above.
  2. Your ten minutes are up.
  3. Your ten minutes is up.
ดูคำตอบ

Your ten minutes are up.

Bye for now. น้ำเสียง/เจตนา

6:06

ลาไปก่อนสำหรับตอนนี้

น้ำเสียง/เจตนา

Bye for now: การบอกลาชั่วคราว

Bye for now ใช้ปิดบทสนทนาปัจจุบันด้วยความรู้สึกเป็นมิตรว่า “ตอนนี้คุยกันแค่นี้ก่อน” คำว่า for now ทำให้การบอกลานี้เป็นเพียงชั่วคราว จึงยังมีโอกาสติดต่อกันอีก แต่ไม่ได้รับปากว่าจะเป็นเมื่อไร เมื่อเทียบกับ Bye เพียงอย่างเดียว วลีนี้สื่อความหมายว่า “ครั้งนี้พอแค่นี้ก่อน” ได้ชัดกว่า และไม่ใช่การจากลาอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะวางสายและคาดว่าจะได้คุยกันอีกในภายหลัง คำลงท้ายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Bye for now. I'll talk to you soon.
  2. Goodbye forever. I'll talk to you soon.
  3. Welcome back. I'll talk to you soon.
ดูคำตอบ

Bye for now. I'll talk to you soon.

Bye.

6:07

ลาก่อน

6 Minute English

6:08

6 Minute English

from bbclearningenglish.com.

6:10

จาก bbclearningenglish.com