ปาร์ตี้ฟักทองฮาโลวีนของเปปป้าพิก | Peppa Pig การ์ตูนสำหรับครอบครัวและเด็กอย่างเป็นทางการ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
428 คำ 133 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เปปป้าและเพื่อน ๆ เตรียมงานปาร์ตี้ฟักทองในฤดูใบไม้ร่วงด้วยการทำโคมฟักทอง อบพาย และแต่งตัวเป็นตัวละครน่ากลัว การพูดคุยอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับชุดต่าง ๆ นำไปสู่มุกตอนจบที่บอกเป็นนัยว่ามาดามกาเซลล์อาจมีลักษณะบางอย่างตามตำนานแวมไพร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. use the insides to / the outside to make — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าวลีคู่ขนานสองส่วนอธิบายการนำด้านในและด้านนอกของฟักทองไปใช้ต่างกัน โดยส่วนหลังละคำที่ซ้ำอย่าง “We use” ไว้ ผู้เรียนจึงมองออกว่าการละคำแบบนี้ทำงานอย่างไร และใช้โครงสร้างที่สมดุลเพื่ออธิบายหน้าที่ของชิ้นส่วนหรือวัสดุหลายชนิดได้อย่างกระชับ 2. clever clogs — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือสำนวนภาษาพูดแบบอังกฤษที่ใช้แซวคนชอบอวดฉลาดหรือแสดงว่าตนรู้มาก ไม่ได้หมายถึงรองเท้าไม้ที่ฉลาดตามตัวอักษร ความเข้าใจนี้ช่วยให้แยกน้ำเสียงหยอกล้ออย่างเป็นกันเอง คำตำหนิเบา ๆ และท่าทีของผู้พูดในบทสนทนาได้ 3. have a reflection in the mirror. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เชื่อมโยงการที่มาดามกาเซลล์ไม่มีเงาสะท้อนกับความเชื่อดั้งเดิมว่าแวมไพร์จะไม่ปรากฏในกระจก เมื่อรู้ข้อตกลงทางวัฒนธรรมนี้ ผู้เรียนจะจับเบาะแสที่เรื่องไม่ได้พูดตรง ๆ และเข้าใจนัยขบขันเกี่ยวกับตัวละครในตอนจบได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Peppa Pig.

0:00

เปปป้าพิก

Pumpkin Party.

0:02

ปาร์ตี้ฟักทอง

It is a lovely autumn day.

0:04

วันนี้เป็นวันในฤดูใบไม้ร่วงที่แสนสดใส

Daddy Pig has brought a pumpkin home. ไวยากรณ์

0:06

คุณพ่อหมูนำฟักทองกลับมาที่บ้าน

ไวยากรณ์

has brought ... home: ผลที่สำคัญในปัจจุบัน

Has brought เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + brought ซึ่งเป็นรูป past participle แบบไม่ปกติของ bring เนื่องจาก Daddy Pig เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ จึงต้องใช้ has ในประโยคนี้ การนำฟักทองกลับบ้านเสร็จสิ้นแล้ว และผลของการกระทำนั้นสำคัญในตอนนี้ คือฟักทองอยู่ที่บ้านและพร้อมนำไปใช้ ใช้ have/has + past participle เมื่อการกระทำในอดีตที่เสร็จแล้วมีผลสำคัญต่อปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ present perfect ของ bring เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mum ____ the cake home, so we can eat it now.

ดูคำตอบ

has brought

We're going to have a pumpkin party, ไวยากรณ์

0:09

เราจะจัดงานปาร์ตี้ฟักทองกัน

ไวยากรณ์

We're going to have: แผนที่มีอยู่แล้ว

We're เป็นรูปย่อของ we are ส่วน We're going to have ใช้โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน และแสดงว่าการจัดปาร์ตี้เป็นความตั้งใจหรือแผนที่มีอยู่แล้ว Going to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด เพราะตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน have ส่วน have a party หมายถึงจัดงานปาร์ตี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อที่แสดงแผนที่มีอยู่แล้ว: ____ a picnic on Saturday. ใช้ We are going to have

ดูคำตอบ

We're going to have

and all your friends are invited. น้ำเสียง/เจตนา

0:12

และเพื่อนๆ ของลูกทุกคนก็ได้รับเชิญ

น้ำเสียง/เจตนา

all your friends are invited: ระบุทุกคนที่รวมอยู่ในคำเชิญ

ใน are invited คำว่า are + กริยาช่องสาม invited ประกอบเป็นรูปถูกกระทำในปัจจุบัน เพื่อน ๆ เป็นฝ่ายได้รับคำเชิญ ไม่ใช่ฝ่ายที่เชิญผู้อื่น All your friends กำหนดขอบเขตของคำเชิญว่าเพื่อนทุกคนรวมอยู่ด้วย โครงสร้าง be invited ใช้บอกว่าใครได้รับเชิญให้มาร่วมงาน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำในปัจจุบันของ invite เติมประโยคให้สมบูรณ์: All parents ____ to the school concert.

ดูคำตอบ

are invited

Hooray!

0:14

ไชโย!

We'll start by making a pumpkin lantern. โน้ต

0:15

เราจะเริ่มจากการทำโคมไฟฟักทอง

วลี

start by making: บอกขั้นตอนแรก

Start by + รูปกริยา -ing ใช้บอกการกระทำแรกในกระบวนการ ในที่นี้ by making a pumpkin lantern หมายความว่าการทำโคมไฟฟักทองคือสิ่งที่กลุ่มจะทำเป็นอย่างแรก ในโครงสร้างนี้ หลัง by ต้องใช้รูปกริยา -ing จึงต้องพูดว่า start by making ไม่ใช่ start by make คุณสามารถเปลี่ยน making เป็นรูป -ing ของกริยาอื่นเพื่อบอกขั้นตอนแรกที่ต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย start by + รูป -ing ของ read: We'll ____ the instructions before beginning the task.

ดูคำตอบ

start by reading

วัฒนธรรม

pumpkin lantern: ฟักทองแกะสลักที่มีไฟอยู่ข้างใน

ในที่นี้ pumpkin lantern คือของตกแต่งเทศกาลที่ทำโดยคว้านเนื้อฟักทองออก แกะสลักใบหน้าหรือลวดลายอื่นบนเปลือก แล้วใส่ไฟไว้ข้างใน สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับวันฮาโลวีนเป็นพิเศษ และมักเรียกว่า jack-o'-lantern ด้วย ไม่ใช่โคมไฟธรรมดาที่เพียงแค่มีรูปร่างเหมือนฟักทอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ pumpkin lantern ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. โคมกระดาษที่ทาสีส้ม
  2. หลอดไฟดวงเล็กที่ใช้ปลูกฟักทอง
  3. ฟักทองที่คว้านด้านในและแกะสลัก โดยมีไฟอยู่ข้างใน
ดูคำตอบ

ฟักทองที่คว้านด้านในและแกะสลัก โดยมีไฟอยู่ข้างใน

Oh, goodie.

0:18

โอ้ เยี่ยมไปเลย

How do we do that?

0:19

เราจะทำมันยังไงคะ?

We draw a funny face.

0:21

เราวาดใบหน้าตลกๆ ลงไป

I'll draw the eyes.

0:23

หนูจะวาดตาเอง

George can draw the nose,

0:25

จอร์จวาดจมูกได้นะ

and I'll draw the mouth.

0:27

แล้วหนูจะวาดปาก

That is a funny face.

0:30

นั่นเป็นหน้าตาที่ตลกมาก

Next, we cut it out.

0:32

ต่อมา เราก็ตัดมันออกมา

I'll do the cutting because I'm a grown-up. โน้ต

0:34

พ่อจะเป็นคนตัดเองเพราะพ่อเป็นผู้ใหญ่

วลี

do the cutting: รับผิดชอบงานที่เฉพาะเจาะจง

ใน do the cutting คำว่า do หมายถึง “รับผิดชอบทำ” ส่วน cutting เป็นคำนามบอกกิจกรรมที่ใช้เรียกงานส่วนหนึ่ง วลีนี้หมายความว่าผู้พูดจะรับผิดชอบงานตัด the ทำให้ cutting หมายถึงงานเฉพาะที่ทุกคนเข้าใจอยู่แล้วในสถานการณ์นั้น โครงสร้าง do the + คำนามบอกงาน ใช้แบ่งงานระหว่างคนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย do the + คำนามบอกกิจกรรม เพื่อรับหน้าที่ตัดที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว: You hold the cardboard steady, and I'll ____.

ดูคำตอบ

do the cutting

การใช้คำ

a grown-up: คำนามที่ใช้กับเด็กในความหมายว่า “ผู้ใหญ่”

ในประโยคนี้ a grown-up เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึง “ผู้ใหญ่หนึ่งคน” คำนำหน้านาม a แสดงว่า grown-up ใช้เรียกคนในที่นี้ ไม่ใช่กริยาวลี grow up Grown-up มักสะท้อนมุมมองของเด็กหรือภาษาที่ใช้พูดกับเด็ก ในที่นี้ ผู้พูดยกการเป็นผู้ใหญ่เป็นเหตุผลที่ตนจะรับหน้าที่ตัด

แบบฝึกหัด

คุณกำลังให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเป็นกันเองแก่เด็กเล็ก ประโยคใดใช้ grown-up เป็นคำนามได้ถูกต้อง

  1. Ask a grown-up to help you with the oven.
  2. Ask an grown-up to help you with the oven.
  3. Ask a grown to help you with the oven.
ดูคำตอบ

Ask a grown-up to help you with the oven.

Peppa and George can scoop out the inside. กริยาวลี

0:37

เปปป้ากับจอร์จช่วยกันตักไส้ข้างในออกมาได้นะ

กริยาวลี

can scoop ... out: ใช้ช้อนตักสิ่งที่อยู่ข้างในออก

ใน can scoop out คำว่า can ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน scoop และ out ทำให้เป็นกริยาวลี scoop out อย่างสมบูรณ์ วลีนี้หมายถึงเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออก โดยปกติใช้ช้อนหรืออุปกรณ์คล้ายที่ตัก กรรมอาจหมายถึงสิ่งที่ถูกเอาออก เช่น scoop out the seeds หรือสิ่งที่ถูกคว้านจนด้านในว่าง เช่น scoop out the pumpkin ในคำบรรยาย the inside หมายถึงส่วนเนื้อนิ่มที่อยู่ข้างในฟักทอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทนี้ที่หมายถึง “ใช้ช้อนเอาออกจากข้างใน”: Use a spoon to ____ the seeds from the melon.

ดูคำตอบ

scoop out

We use the insides to make my special pumpkin pie. ไวยากรณ์

0:42

เราจะใช้ไส้ข้างในทำพายฟักทองสูตรพิเศษของพ่อ

And the outside to make our pumpkin lantern.

0:47

และใช้เปลือกข้างนอกทำโคมไฟฟักทองของเรา

ไวยากรณ์

use the insides to ... และ the outside to make ...: การละคำในโครงสร้างขนาน

ในประโยคนี้ use the insides to make ... และ the outside to make ... เป็นสองส่วนที่วางขนานกัน โดยใช้เนื้อข้างในทำพายและใช้เปลือกข้างนอกทำโคม ประโยคที่สองละ We use ไว้ เพราะเข้าใจได้จากประโยคแรก หากเขียนเต็มจะเป็น And we use the outside to make our pumpkin lantern. นี่คือการละคำในโครงสร้างขนาน ภาษาอังกฤษสามารถละคำที่ซ้ำได้เมื่อโครงสร้างที่สอดคล้องกันทำให้ความหมายชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละคำที่ซ้ำในส่วนขนานส่วนที่สองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We use the red paper to make flowers, and using the blue paper to make stars.
  2. We use the red paper to make flowers, and the blue paper to make stars.
  3. We use the red paper to make flowers, and the blue paper makes to stars.
ดูคำตอบ

We use the red paper to make flowers, and the blue paper to make stars.

Lovely.

0:51

น่ารักมาก

Now, you little piggies need to dress up for the pumpkin party. กริยาวลี

0:53

เอาล่ะ เจ้าหมูน้อยทั้งหลายต้องแต่งตัวเพื่อไปงานปาร์ตี้ฟักทอง

กริยาวลี

dress up for the pumpkin party: แต่งตัวสำหรับงาน

ในที่นี้ dress up หมายถึงการสวมเสื้อผ้าที่พิเศษ สุภาพ หรือเป็นชุดแต่งกาย ส่วน for the pumpkin party บอกว่าสวมเสื้อผ้านั้นเพื่อไปร่วมงานอะไร ใช้ dress up for + งาน เมื่อต้องการบอกโอกาสหรืองานที่เข้าร่วม หากต้องการบอกตัวละครหรือบทบาทที่แต่งเลียนแบบ ให้ใช้ dress up as + ตัวละคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย dress up และคำบุพบทที่ใช้หน้างาน: Maya needs to ____ the awards ceremony.

ดูคำตอบ

dress up for

Peppa is dressing up as a witch. กริยาวลี

0:57

เปปป้ากำลังแต่งตัวเป็นแม่มด

กริยาวลี

dressing up as a ...: บอกบทบาทที่แต่งตัวเป็น

รูปแบบ dress up as + a/an + role หมายถึงการสวมเสื้อผ้าพิเศษเพื่อแสดงหรือสมมติตัวเป็นบทบาทนั้น ในประโยคนี้ as a witch บอกว่าตัวละครที่เป๊ปป้าแต่งเป็นคือแม่มด วลี is dressing up แสดงว่าการแต่งตัวยังกำลังเกิดขึ้น ในรูปแบบนี้ as ใช้นำหน้าบทบาทหรือตัวตนที่แสดง ไม่ได้ใช้บอกงานหรือเหตุผลที่แต่งตัว

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ dress up as + role ให้สมบูรณ์: At the school fair, Ben dressed up ____ a pirate.

ดูคำตอบ

as

Do I look witchy? ไวยากรณ์

0:59

หนูดูเหมือนแม่มดไหมคะ?

ไวยากรณ์

look witchy?: ใช้ look + คำคุณศัพท์บอกลักษณะภายนอก

ในที่นี้ look เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ดูเหมือน” จากลักษณะภายนอก ไม่ใช่การใช้ตามอง กริยา look ในความหมายนี้ตามด้วยคำคุณศัพท์ได้โดยตรง ดังนั้น look witchy จึงหมายถึงดูมีลักษณะเหมือนแม่มด witchy เกิดจาก witch + -y และในบริบทนี้หมายถึงมีรูปลักษณ์หรือความรู้สึกแบบแม่มด Do I look + adjective? ใช้ถามว่าผู้พูดให้ความรู้สึกทางสายตาแบบนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ look + adjective เพื่อถามเกี่ยวกับรูปลักษณ์ได้ถูกต้อง

  1. Do I look like scary in this mask?
  2. Do I look scary in this mask?
  3. Do I look a scary in this mask?
ดูคำตอบ

Do I look scary in this mask?

Very witchy.

1:01

เหมือนแม่มดมากๆ

You need to do some cackling. วลี

1:03

ลูกต้องหัวเราะเสียงแหลมๆ ด้วยนะ

วลี

do some cackling: แสดงเสียงหัวเราะแหลมแบบแม่มด

ในประโยคนี้ do some cackling มอง cackling เป็นกิจกรรมสั้น ๆ ที่ต้องแสดงหรือฝึก โครงสร้าง do some + คำนามรูป -ing มักหมายถึงใช้เวลาทำกิจกรรมนั้นเล็กน้อย เช่น do some reading Cackling ไม่ใช่แค่ laughing แบบทั่วไป cackle คือเสียงหัวเราะดัง แหลม และเป็นช่วง ๆ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับแม่มด ดังนั้นคำสั่งนี้จึงให้ทำเสียงหัวเราะแบบเฉพาะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งในการซ้อมด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้บอกให้หัวเราะแบบแม่มด: You need to ____.

ดูคำตอบ

do some cackling

What's cackling?

1:05

หัวเราะเสียงแหลมๆ คืออะไรคะ?

It's how witches laugh, like this.

1:06

มันคือวิธีที่แม่มดหัวเราะ แบบนี้ไง

Very good cackling.

1:14

หัวเราะได้เหมือนมาก

George is dressing up as a dinosaur.

1:17

จอร์จกำลังแต่งตัวเป็นไดโนเสาร์

Dinosaur!

1:20

ไดโนเสาร์!

A scary dinosaur.

1:23

ไดโนเสาร์ที่น่ากลัว

Rebecca and Richard Rabbit are here with Mr. Rabbit.

1:28

รีเบคก้าและริชาร์ด แรบบิท มาถึงแล้วพร้อมกับคุณพ่อกระต่าย

Oh, what a sight. สำนวน

1:32

โอ้ เป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ

สำนวน

what a sight: แสดงปฏิกิริยาต่อภาพที่สะดุดตา

What a + คำนามนับได้เอกพจน์ เป็นโครงสร้างอุทาน ในที่นี้ sight หมายถึงภาพหรือฉากตรงหน้าผู้พูด ดังนั้น What a sight! จึงบอกว่าภาพนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าปฏิกิริยาเป็นบวกหรือลบ น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้เป็นการชื่นชม ประหลาดใจ ขบขัน หรือวิจารณ์ได้

แบบฝึกหัด

การใช้ What a sight! ข้อใดแสดงความคิดเห็นต่อภาพที่สะดุดตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I forgot the meaning of this word. What a sight!
  2. The street is full of giant festival puppets. What a sight!
  3. I can hear music through the wall. What a sight!
ดูคำตอบ

The street is full of giant festival puppets. What a sight!

Has the party started yet? ไวยากรณ์

1:34

งานปาร์ตี้เริ่มหรือยังคะ?

ไวยากรณ์

Has ... started yet?: ถามว่าสิ่งหนึ่งเริ่มขึ้นแล้วหรือยัง

Has the party started? เป็นคำถามรูป present perfect ตามโครงสร้าง Has + ประธาน + past participle ใช้ถามว่าการเริ่มต้นเกิดขึ้นแล้วหรือยังในช่วงเวลาจนถึงตอนนี้ ดังนั้นคำตอบจึงเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน yet ที่ท้ายประโยคเพิ่มความหมายว่า “จนถึงตอนนี้...หรือยัง” มักสื่อว่าผู้พูดกำลังรอให้งานเริ่มหรือตรวจดูความคืบหน้าปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามรูป present perfect ที่ถามว่าการประชุมเริ่มขึ้นแล้วหรือยังจนถึงตอนนี้: ____ the meeting started yet?

ดูคำตอบ

Has

No, you're very early.

1:36

ยังจ้ะ พวกเธอมาเช้ามาก

Hello.

1:38

สวัสดี

I'm a witch.

1:39

ฉันเป็นแม่มด

George is a dinosaur.

1:42

จอร์จเป็นไดโนเสาร์

What are you?

1:46

เธอเป็นตัวอะไร?

I'm a carrot gone bad. สำนวน

1:47

ฉันเป็นแครอทเน่า

สำนวน

gone bad: อาหารเน่าเสียและตัวละครที่กลายเป็นคนชั่ว

gone bad ในที่นี้มาจาก go bad เมื่อใช้กับอาหารจะหมายถึง “เสีย” หรือ “เน่า” ใน a carrot gone bad วลีนี้วางไว้หลังคำนามและเป็นรูปย่อของ a carrot that has gone bad ประโยคเกี่ยวกับชุดแต่งกายนี้เล่นคำด้วยสองความหมาย แคร์รอตสามารถเน่าได้จริง ส่วนคนหรือตัวละครที่ has gone bad คือคนที่กลายเป็นคนชั่ว ทั้งสองความหมายทำให้ชุดนี้ดูเป็นทั้งผักเน่าและตัวร้ายในเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในการประกวดชุดแต่งกาย Mia พูดว่า "I'm an apple gone bad." เธอสวมชุดตัวร้ายที่ดูเหมือนเน่าเสีย gone bad ในที่นี้ตลกเพราะอะไร

  1. หมายความว่าแอปเปิลสดเป็นพิเศษ
  2. หมายความเพียงว่าชุดมีขนาดไม่พอดี
  3. อาจสื่อถึงทั้งผลไม้ที่เน่าเสียและตัวละครที่กลายเป็นคนชั่ว
ดูคำตอบ

อาจสื่อถึงทั้งผลไม้ที่เน่าเสียและตัวละครที่กลายเป็นคนชั่ว

Ooh.

1:50

โอ้

And Richard is a monster carrot.

1:51

และริชาร์ดเป็นแครอทปีศาจ

Is that what a monster carrot looks like? ไวยากรณ์

1:56

แครอทปีศาจหน้าตาเป็นแบบนั้นเหรอ?

ไวยากรณ์

Is that what ... looks like?: ใช้ยืนยันลักษณะภายนอก

ใน Is that what a monster carrot looks like? วลี what a monster carrot looks like หมายถึง “ลักษณะของแครอตสัตว์ประหลาด” โดย what นำส่วนที่ระบุลักษณะ ส่วน looks like อยู่ท้ายอนุประโยคซ้อน โครงสร้าง Is that what ... looks like? ใช้ถามว่าสิ่งที่กำลังมองเห็นตรงกับภาพที่คาดไว้หรือไม่ เนื่องจาก what ... looks like เป็นอนุประโยคซ้อนหลัง Is that จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ a monster carrot looks ไม่ใช่ does a monster carrot look

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ยืนยันได้ถูกต้องว่าแบบจำลองที่เสร็จแล้วมีลักษณะแบบนี้หรือไม่

  1. Does this what the finished model looks like?
  2. Is this what does the finished model look like?
  3. Is this what the finished model looks like?
ดูคำตอบ

Is this what the finished model looks like?

Yes.

1:59

ใช่

Let's go and get the others for the party. น้ำเสียง/เจตนา

2:01

เราไปตามคนอื่นๆ มางานปาร์ตี้กันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's go and get: ชวนกันไปรับใครสักคน

Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดและโดยทั่วไปผู้ฟังทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน ดังนั้น Let's go and get จึงเป็นการเสนอการกระทำร่วมกัน คือไปที่ใดที่หนึ่งแล้วรับหรือพาใครกลับมา ในประโยคนี้ get the others หมายถึงไปหาหรือไปรับคนอื่น ๆ แล้วพาพวกเขามางานปาร์ตี้ get ในบริบทนี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา”

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้ไปรับใครสักคนร่วมกันด้วยวลีเป้าหมาย: The train arrives in ten minutes. ____ Nina from the station.

ดูคำตอบ

Let's go and get

This is Suzy Sheep's house.

2:05

นี่คือบ้านของซูซี่ ชีพ

Oh, that is scary.

2:12

โอ้ น่ากลัวจัง

We've come to get Suzy for the pumpkin party. วลี

2:14

พวกเรามารับซูซี่ไปงานปาร์ตี้ฟักทอง

วลี

We've come to get: บอกว่ามาถึงแล้วและอธิบายจุดประสงค์

We've เป็นรูปย่อของ We have โครงสร้าง We've come to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าผู้พูดมาถึงสถานที่นั้นแล้วและอธิบายจุดประสงค์ที่มา ในที่นี้ to get เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ หมายถึงพวกเขามาเพื่อรับซูซี่ ไม่ได้ใช้ to เพื่อบอกจุดหมายปลายทาง ในบริบทของการมารับคน get Suzy หมายถึง “มารับซูซี่” หรือ “พาซูซี่ไป” ไม่ได้หมายถึง “ได้ซูซี่มา” เมื่อต้องการบอกธุระหลังจากมาถึง สามารถใช้ have come to + คำกริยาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: Hello. ____ Maya after her dance class.

ดูคำตอบ

We've come to get

Hello, Suzy.

2:20

สวัสดี ซูซี่

What are you?

2:21

เธอเป็นตัวอะไร?

I'm a beautiful vampire.

2:22

ฉันเป็นแวมไพร์ผู้งดงาม

What's a vampire?

2:26

แวมไพร์คืออะไร?

I don't know.

2:28

ฉันไม่รู้

Oh, um, it's someone who sleeps all day and stays awake all night. โน้ต

2:30

โอ้ เอิ่ม มันคือคนที่นอนทั้งวันและตื่นทั้งคืน

ไวยากรณ์

someone who ...: ให้นิยามคนด้วยลักษณะของคนนั้น

ใน someone who sleeps all day and stays awake all night คำว่า who นำหน้าประโยคย่อย relative clause ที่ระบุว่า someone หมายถึงคนแบบใด ประโยคย่อยนี้เป็นส่วนสำคัญของคำอธิบาย ไม่ใช่ความคิดเห็นที่แทรกเพิ่มเข้ามา who เป็นประธานร่วมของ sleeps และ stays ซึ่งเชื่อมด้วย and ส่วน simple present ใช้บอกนิสัยโดยทั่วไป โครงสร้าง someone who + คำกริยา present tense ใช้อธิบายคนผ่านการกระทำ นิสัย หรือบทบาทได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้นิยาม firefighter อย่างเป็นธรรมชาติจากสิ่งที่คนนั้นทำ?

  1. A firefighter is someone who helps put out fires.
  2. A firefighter is someone which helps put out fires.
  3. A firefighter is someone who helping put out fires.
ดูคำตอบ

A firefighter is someone who helps put out fires.

วลี

stays awake all night: ตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน

stay + คำคุณศัพท์ หมายถึง “คงอยู่ในสภาพนั้นต่อไป” ในที่นี้ stays awake หมายถึงคนนั้นไม่หลับ โดย awake เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามหลัง stays -s ใน stays ใช้ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ someone ส่วน all night ระบุช่วงเวลาทั้งหมด จึงหมายความว่าคนนั้นตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเธอไม่ได้หลับเลยตลอดทั้งเรื่อง?

  1. She woke up after the film.
  2. She was awake when the film started.
  3. She stayed awake during the whole film.
ดูคำตอบ

She stayed awake during the whole film.

Ooh.

2:37

โอ้

Let's get the others.

2:37

ไปรับคนอื่นๆ กันเถอะ

This is Pedro Pony's house.

2:40

นี่คือบ้านของเปโดร โพนี่

Very scary.

2:45

น่ากลัวมาก

Hello, Mr. Pony.

2:47

สวัสดีครับ คุณพ่อม้า

Is Pedro ready?

2:48

เปโดรพร้อมหรือยังครับ?

Boo!

2:50

แฮ่!

Ah!

2:51

ว้าย!

What scary thing are you dressed as, Pedro?

2:52

เธอแต่งตัวเป็นตัวน่ากลัวอะไรเนี่ย เปโดร?

I'm a superhero.

2:55

ฉันเป็นซูเปอร์ฮีโร่

Superheroes aren't scary.

2:57

ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้น่ากลัวสักหน่อย

I'm a scary superhero.

2:59

ฉันเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่น่ากลัว

Oh.

3:02

โอ้

Ooh.

3:03

โอ้

What was that?

3:04

นั่นเสียงอะไรน่ะ?

Hello, everyone.

3:06

สวัสดีทุกคน

It's Daddy Dog.

3:07

แดดดี้ด็อกนั่นเอง

I'm a werewolf.

3:09

ฉันเป็นมนุษย์หมาป่า

Ooh.

3:10

โอ้

Emily and Edmund Elephant are here, too.

3:14

เอมิลี่และเอ็ดมันด์ เอเลเฟนต์ ก็อยู่ที่นี่ด้วย

What are you, Emily?

3:17

เธอเป็นตัวอะไรจ๊ะ เอมิลี่?

I'm an alien.

3:19

ฉันเป็นเอเลี่ยน

Edmund is a ghost.

3:22

เอ็ดมันด์เป็นผี

No, I'm a paranormal apparition. การใช้คำ

3:24

ไม่ ผมเป็นวิญญาณเหนือธรรมชาติ

การใช้คำ

a paranormal apparition: วิธีพูด ghost แบบซับซ้อนและเป็นทางการ

apparition หมายถึงร่างคล้ายผีที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด ส่วน paranormal หมายถึงสิ่งที่อยู่นอกเหนือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ตามปกติ เมื่อรวมกัน a paranormal apparition จึงหมายถึงร่างคล้ายผีที่เหนือธรรมชาติ ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ใช้คำง่าย ๆ อย่าง ghost แต่เปลี่ยนเป็นวลีที่ยาวและฟังเป็นทางการกว่า ความไม่เข้ากันระหว่างสถานการณ์ธรรมดากับถ้อยคำที่ซับซ้อนทำให้การแก้คำพูดนี้ฟังดูยิ่งใหญ่และตลก

แบบฝึกหัด

ทำไม “I'm a paranormal apparition” จึงฟังดูซับซ้อนผิดปกติในการสนทนาง่าย ๆ?

  1. ใช้วลีที่เป็นทางการและดูเป็นละคร ทั้งที่ปกติใช้คำธรรมดาอย่าง ghost ก็เพียงพอ
  2. ใช้ชื่อเล่นแบบกันเองเรียกสัตว์ที่เป็นมิตร
  3. บอกว่าผู้พูดเป็นคนธรรมดาที่ทำงานตอนกลางคืน
ดูคำตอบ

ใช้วลีที่เป็นทางการและดูเป็นละคร ทั้งที่ปกติใช้คำธรรมดาอย่าง ghost ก็เพียงพอ

What's that?

3:27

นั่นคืออะไร?

It's a clever clogs ghost. สำนวน

3:28

มันคือผีจอมอวดฉลาดไง

สำนวน

clever clogs: คำเรียกแบบอังกฤษที่มีนัยหยอกล้อ

clever clogs เป็นสำนวนไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช ใช้เรียกคนที่ฉลาดและอาจชอบแสดงความฉลาดของตัวเองมากไปหน่อย ตรงนี้ clogs ไม่ได้หมายถึง “รองเท้าไม้” แต่สองคำนี้รวมกันเป็นคำเรียกตายตัว ในประโยคนี้ clever clogs บอกว่าผีตนนี้ชอบใช้ภาษายาก ๆ หรือคำหรู ๆ เพื่ออวดภูมิ น้ำเสียงเป็นการหยอกเบา ๆ ไม่ใช่คำชมตรง ๆ

แบบฝึกหัด

clever clogs ในประโยคนี้สื่อว่าคนนั้นเป็นคนแบบใด?

  1. คนที่สวมรองเท้าไม้
  2. คนที่ไม่เข้าใจคำยาก ๆ
  3. คนที่ชอบแสดงว่าตัวเองฉลาดแค่ไหน
ดูคำตอบ

คนที่ชอบแสดงว่าตัวเองฉลาดแค่ไหน

Here is Candy Cat.

3:33

นี่คือแคนดี้ แคท

I'm a witch.

3:34

ฉันเป็นแม่มด

You can't be the witch. น้ำเสียง/เจตนา

3:36

เธอจะเป็นแม่มดไม่ได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

You can't be the witch: can't ที่สื่อถึงการอนุญาตหรือการแบ่งบทบาท

can't ในที่นี้สื่อถึงการอนุญาตหรือข้อตกลงที่กำลังจัดกันอยู่ ไม่ใช่ความสามารถทางร่างกายหรือความคิด เมื่อกำลังแบ่งบทบาท You can't be the witch หมายความว่าผู้ฟังไม่ได้รับอนุญาตให้รับบทแม่มด หรือบทนั้นไม่ว่างสำหรับผู้ฟัง Can และ can't ใช้บอกความสามารถได้ แต่ก็ใช้บอกว่าสิ่งใดทำได้ตามกฎ การอนุญาต หรือสถานการณ์เช่นกัน จึงต้องดูสถานการณ์รอบ ๆ เพื่อระบุความหมายที่ตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't ในความหมายว่ากฎหรือข้อตกลงไม่อนุญาตให้ทำบางอย่าง?

  1. The role has already been taken, so you can't be the dragon.
  2. He can't lift the heavy box.
  3. She can't swim across the lake.
ดูคำตอบ

The role has already been taken, so you can't be the dragon.

I'm the witch.

3:38

ฉันต่างหากที่เป็นแม่มด

I'll turn you into a frog. วลี

3:40

ฉันจะเสกให้เธอเป็นกบ

วลี

turn you into a frog: รูปแบบ turn X into Y

รูปแบบ turn + X + into + Y หมายถึง “ทำให้ X กลายเป็น Y” X คือคนหรือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน ส่วน Y คือรูปร่าง สภาพ หรือการใช้งานใหม่หลังเปลี่ยน ในประโยคนี้ you คือ X และ a frog คือ Y ในรูปแบบนี้ into ใช้นำผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ รูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งกับการแปลงร่างด้วยเวทมนตร์และการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในรูปแบบ turn X into Y ให้ประโยคสมบูรณ์: They turned the spare room ____ a playroom.

ดูคำตอบ

into

I'll turn you into a frog.

3:43

ฉันจะเสกให้เธอเป็นกบ

If you turn each other into frogs, ไวยากรณ์

3:45

ถ้าพวกเธอเสกกันเองให้เป็นกบ

you won't be able to go to the party.

3:47

พวกเธอจะไปงานปาร์ตี้ไม่ได้นะ

ไวยากรณ์

If ..., you won't be able to ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์ในอนาคต

ประโยคนี้ใช้ if เพื่อเชื่อมเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นกับผลลัพธ์ในอนาคต อนุประโยค if บอกเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น ในที่นี้ การบอกผลที่ตามมาทำหน้าที่เป็นคำเตือนเพื่อให้หยุดการกระทำ สำหรับเงื่อนไขในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นแบบนี้ ให้ใช้ present simple ในอนุประโยค if และใช้ will หรือ won't + กริยารูปพื้นฐานในส่วนผลลัพธ์: If + present simple, ... will/won't .... Won't be able to go หมายถึงการไปจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเพียงแค่ไม่อยากไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมเงื่อนไขในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นกับผลลัพธ์ได้ถูกต้อง?

  1. If the path is icy, we won't be able to cycle there.
  2. If the path is icy, we won't be able cycling there.
  3. If the path will be icy, we won't be able to cycle there.
ดูคำตอบ

If the path is icy, we won't be able to cycle there.

Everyone back to our house for the party. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

ทุกคนกลับไปที่บ้านของเราเพื่อเริ่มงานปาร์ตี้กันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Everyone back to...: คำสั่งกลุ่มแบบไม่มีกริยา

Everyone back to our house for the party เป็นคำสั่งพูดแบบย่อ เข้าใจได้ว่าเป็น Everyone, go or head back to our house for the party โดยละคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่ ส่วน back to our house บอกจุดหมาย และ for the party บอกจุดประสงค์ รูปแบบสั้นกระชับนี้เน้นกลุ่มคนและจุดหมายเพื่อให้ทุกคนลงมือได้อย่างรวดเร็ว ใช้เป็นคำสั่งเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าทั่วไปว่าทุกคนกำลังทำอะไรอยู่

แบบฝึกหัด

ไกด์ต้องการให้กลุ่มกลับไปที่รถบัสทันที คำสั่งสั้น ๆ ข้อใดเป็นธรรมชาติ

  1. Does everyone go back to the bus?
  2. Everyone is back at the bus.
  3. Everyone back to the bus!
ดูคำตอบ

Everyone back to the bus!

Welcome to the pumpkin party, everyone. น้ำเสียง/เจตนา

3:56

ยินดีต้อนรับสู่ปาร์ตี้ฟักทองครับทุกคน

น้ำเสียง/เจตนา

Welcome to the pumpkin party: การต้อนรับแขกในงาน

Welcome to + สถานที่ งาน ชั้นเรียน หรือรายการ เป็นคำกล่าวต้อนรับมาตรฐานที่ใช้เมื่อแขกมาถึงหรือเมื่อบางสิ่งเริ่มขึ้น ในประโยคนี้ เจ้าภาพต้อนรับทุกคนสู่งานปาร์ตี้ฟักทอง ในรูปแบบนี้ welcome เป็นคำกล่าวต้อนรับเอง ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่บอกว่าใครบางคนเป็นที่ต้องการหรือได้รับการต้อนรับด้วยความยินดี ส่วน to นำหน้าสถานที่หรืองานที่เข้าไปหรือเข้าร่วม

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในคำกล่าวต้อนรับ: Welcome ____ our school science fair.

ดูคำตอบ

to

Come and have some pumpkin pie. น้ำเสียง/เจตนา

3:59

มาทานพายฟักทองกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Come and have some... สำหรับชวนอย่างเป็นมิตร

Come and have some + อาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นคำชวนอย่างอบอุ่นให้อีกฝ่ายเข้ามาร่วมและรับประทานหรือดื่มสิ่งที่เสนอให้ ในบริบทเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม have หมายถึง “กิน” หรือ “ดื่ม” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของ” some ในที่นี้ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอน แต่เปิดไว้ว่าอีกฝ่ายจะรับเท่าใดก็ได้ จึงทำให้คำเชิญฟังดูสบาย ๆ และเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญที่เป็นมิตรของเจ้าบ้านด้วยวลีจากบทเรียน: ____ soup; it's ready now.

ดูคำตอบ

Come and have some

Hello, Madame Gazelle.

4:04

สวัสดีค่ะ มาดามกาเซลล์

I'm a vampire.

4:06

ฉันเป็นแวมไพร์

Ah, a vampire.

4:07

อ้อ แวมไพร์

That brings back memories of the old country. โน้ต

4:10

นั่นทำให้คิดถึงความทรงจำที่บ้านเกิดเมืองนอนเลย

สำนวน

brings back memories: ทำให้นึกถึงความทรงจำในอดีต

Brings back memories หมายถึง “ทำให้ใครบางคนนึกถึงประสบการณ์ในอดีต” สิ่งที่กระตุ้นความทรงจำ เช่น กลิ่น เพลง รูปถ่าย สถานที่ หรือเหตุการณ์ มักทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค bring back ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีสิ่งของถูกนำกลับมาจริง ๆ ใช้ memories of + บุคคล สถานที่ ช่วงเวลา หรือหัวข้อ เพื่อบอกว่านึกถึงอะไร เช่น memories of childhood

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำให้ประสบการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในความคิด”: This old photograph ____ of our first holiday together.

ดูคำตอบ

brings back memories

วัฒนธรรม

the old country: บ้านเกิดเดิมที่กล่าวถึงด้วยความคิดถึง

the old country เป็นสำนวนที่ให้ความรู้สึกคิดถึงอดีต ใช้หมายถึงประเทศที่คนคนหนึ่งหรือครอบครัวของเขาเคยอาศัยอยู่ก่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น ในที่นี้ old หมายถึง “เดิม” หรือ “ที่ผูกพันกับบ้านเกิดในอดีต” ไม่ได้หมายถึง “เก่าแก่” ในฉากที่มีธีมแวมไพร์ สำนวนนี้ยังชวนให้นึกถึงบ้านเกิดในยุโรปที่มักเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าแวมไพร์แบบดั้งเดิม จึงเป็นเบาะแสขำ ๆ เกี่ยวกับมาดามกาเซลโดยไม่ได้ระบุประเทศใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “That brings back memories of the old country.” คำว่า the old country น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. ประเทศที่มีมานานหลายพันปี
  2. ประเทศใดก็ตามที่กล่าวถึงในเรื่องเล่าเก่า ๆ
  3. ประเทศที่คนคนนั้นหรือครอบครัวเคยอาศัยอยู่ก่อนย้ายไปที่อื่น
ดูคำตอบ

ประเทศที่คนคนนั้นหรือครอบครัวเคยอาศัยอยู่ก่อนย้ายไปที่อื่น

That's odd.

4:13

แปลกจัง

Madame Gazelle doesn't have a reflection in the mirror. วัฒนธรรม

4:14

มาดามกาเซลล์ไม่มีเงาสะท้อนในกระจก

วัฒนธรรม

doesn't have a reflection in the mirror: เบาะแสว่าอาจเป็นแวมไพร์

วลี have a reflection in the mirror หมายถึงภาพของคนคนหนึ่งปรากฏอยู่ในกระจก รูปปฏิเสธ doesn't have a reflection บอกว่ามองไม่เห็นภาพของมาดามกาเซลในกระจก เรื่องเล่าแวมไพร์แบบดั้งเดิมมักบอกว่าแวมไพร์ไม่ปรากฏในกระจก ดังนั้น ในฉากนี้ การไม่มีเงาสะท้อนจึงเป็นเบาะแสขำ ๆ ว่ามาดามกาเซลอาจเป็นแวมไพร์ ไม่ใช่สัญญาณว่ากระจกเสีย

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่าแวมไพร์แบบดั้งเดิม หากตัวละคร doesn't have a reflection in the mirror โดยทั่วไปแล้วบอกใบ้อะไร?

  1. เป็นการบอกใบ้ว่าตัวละครนั้นอาจเป็นแวมไพร์
  2. หมายความว่ากระจกนั้นเป็นหน้าต่างจริง ๆ
  3. แสดงว่าตัวละครยืนอยู่หลังกระจก
ดูคำตอบ

เป็นการบอกใบ้ว่าตัวละครนั้นอาจเป็นแวมไพร์

I love pumpkin parties.

4:17

ฉันรักปาร์ตี้ฟักทอง

There's dressing up. ไวยากรณ์

4:20

มีการแต่งตัวแฟนซี

There are lanterns.

4:22

มีโคมไฟ

ไวยากรณ์

There's ... / There are ... สำหรับการบอกว่ามีสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง

ใช้ there is หรือ there are เพื่อบอกว่ามีบางสิ่งอยู่ กริยาต้องสอดคล้องกับคำนามที่ตามมา โดยใช้ there is/there's หน้าคำนามเอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ และใช้ there are หน้าคำนามพหูพจน์ ในที่นี้ dressing up หมายถึงกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้ There's ส่วน Lanterns เป็นพหูพจน์ จึงใช้ There are ในประโยคถัดไป อย่าใช้ There's ขึ้นต้นประโยคบอกการมีอยู่ทุกประโยคโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมแต่ละประโยคด้วย There's หรือ There are: ____ music in the hall. ____ three lanterns by the door.

ดูคำตอบ

There's · There are

But best of all, ลำดับความ

4:24

แต่ที่ดีที่สุดคือ

there's pumpkin pie.

4:25

มีพายฟักทอง

ลำดับความ

But best of all: เน้นข้อสุดท้ายว่าเด่นที่สุด

Best of all ใช้จัดลำดับข้อมูลในรายการ โดยนำเสนอข้อสุดท้ายว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดชอบที่สุด เป็นข้อดีที่สุด หรือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ในประโยคนี้ วลีนี้ยกพายฟักทองให้เด่นกว่ากิจกรรมและของตกแต่งที่กล่าวมาก่อน But ในที่นี้ไม่ได้แสดงความขัดแย้งเชิงลบ แต่ช่วยยกระดับความสำคัญขึ้นอีกขั้น คือสิ่งที่พูดมาก่อนก็ดีอยู่แล้ว แต่ในมุมของผู้พูด สิ่งถัดไปดียิ่งกว่า

แบบฝึกหัด

ผู้พูดบอกข้อดีของโรงแรมมาแล้วสองข้อ และต้องการนำเสนอข้อดีที่เด่นที่สุดก่อนคำว่า breakfast is included ควรใช้สำนวนใด?

  1. on the other hand
  2. for example
  3. but best of all
ดูคำตอบ

but best of all