คณะผู้เลือกตั้งก็มีสิทธิ์คะแนนเสมอกันได้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
622 คำ 195 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เมื่อไม่มีผู้สมัครสหรัฐฯ ได้เสียงข้างมากใน Electoral College สภาผู้แทนราษฎรจะลงคะแนนเป็นรายรัฐ วุฒิสภาเลือกรองประธานาธิบดี และกฎสืบตำแหน่งจัดการทางตันต่อไป ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. the Electoral College, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: คือระบบจัดสรรคะแนนประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ไม่ใช่มหาวิทยาลัย จึงช่วยให้เข้าใจขั้นตอนแก้คะแนนเสมอ 2. The more people in a state, the more representatives it has. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้าง the more..., the more... เชื่อมการเพิ่มขึ้นสองอย่าง 3. make up its mind. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบ: หมายถึง “ตัดสินใจ” และทำให้สภาผู้แทนราษฎรดูเป็นองค์กรเดียวที่ยังไม่ตกลงกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The United States picks its president with the Electoral College, วัฒนธรรม

0:01

สหรัฐอเมริกาเลือกประธานาธิบดีด้วยระบบคณะผู้เลือกตั้ง

วัฒนธรรม

the Electoral College ในฐานะระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ในที่นี้ the Electoral College หมายถึงกระบวนการตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ที่ใช้เลือกประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ผลการเลือกตั้งในแต่ละรัฐเป็นตัวกำหนดว่าจะมีการแต่งตั้งผู้เลือกตั้งคนใด แล้วผู้เลือกตั้งเหล่านั้นจึงลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง โดยปกติผู้สมัครต้องได้คะแนนส่วนใหญ่จึงจะชนะ College เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะของระบบนี้ ไม่ได้หมายถึงมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาอื่น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ "the Electoral College" หมายถึงอะไร

  1. ผลรวมทั่วประเทศของบัตรลงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคน
  2. มหาวิทยาลัยที่ฝึกคนให้ทำงานในหน่วยงานรัฐบาล
  3. ระบบของสหรัฐฯ ที่ใช้คะแนนของคณะผู้เลือกตั้งซึ่งจัดสรรผ่านแต่ละรัฐเพื่อเลือกประธานาธิบดี
ดูคำตอบ

ระบบของสหรัฐฯ ที่ใช้คะแนนของคณะผู้เลือกตั้งซึ่งจัดสรรผ่านแต่ละรัฐเพื่อเลือกประธานาธิบดี

538 votes distributed by population,

0:03

538 เสียงแบ่งตามจำนวนประชากร

mostly to the 50 states and D.C.

0:06

โดยหลักแล้วจะแบ่งให้กับ 50 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี.

To become president, ไวยากรณ์

0:09

ในการจะเป็นประธานาธิบดี

you need to win a majority of those votes.

0:10

คุณจะต้องชนะเสียงส่วนใหญ่ของคะแนนเหล่านี้

ไวยากรณ์

To become president ในฐานะวลีบอกเป้าหมายต้นประโยค

To become president เป็นวลี infinitive ที่อยู่ต้นประโยค โดยมีโครงสร้าง to + คำกริยารูปพื้นฐาน วลีนี้บอกเป้าหมายก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น นั่นคือต้องได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ ประธานโดยนัยของ become คือ you ที่ใช้กล่าวถึงคนทั่วไปในประโยคหลัก จึงมีความหมายว่า “เพื่อที่จะเป็นประธานาธิบดี” ไม่ใช่ “หลังจากได้เป็นประธานาธิบดีแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ To และคำว่า get a driving licence: "____, you need to pass both tests."

ดูคำตอบ

To get a driving licence

But 538 is an even number.

0:12

แต่ 538 เป็นเลขคู่

So,

0:14

ดังนั้น

what happens when the race for president is tied? การใช้คำ

0:15

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีมีคะแนนเท่ากัน?

การใช้คำ

ความหมายทางการเมืองของ race for president

ในที่นี้ race หมายถึงการแข่งขันทางการเมือง ไม่ใช่การแข่งขันวิ่ง Race for president คือการแข่งขันระหว่างผู้สมัครเพื่อให้ได้เป็นประธานาธิบดี รูปแบบ race for + ตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งยังใช้ในวลีอย่าง race for mayor หรือ race for governor ได้ด้วย race เน้นการแข่งขันนั้นเอง รวมถึงความสูสีหรือความดุเดือดของการแข่งขัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya entered the race for mayor,” คำว่า “race for mayor” หมายถึงอะไร?

  1. การแข่งขันทางการเมืองเพื่อให้ได้เป็นนายกเทศมนตรี
  2. การแข่งขันวิ่งที่นายกเทศมนตรีจัดขึ้น
  3. การเดินทางของนายกเทศมนตรีไปยังเมืองอื่น
ดูคำตอบ

การแข่งขันทางการเมืองเพื่อให้ได้เป็นนายกเทศมนตรี

Don't worry,

0:18

ไม่ต้องกังวลไป

there's an 18th century solution to the problem.

0:18

มีทางแก้ปัญหาจากศตวรรษที่ 18 สำหรับเรื่องนี้

If the Electoral College is tied,

0:21

หากคณะผู้เลือกตั้งมีคะแนนเท่ากัน

the House of Representatives breaks that tie. โน้ต

0:23

สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ชี้ขาด

วัฒนธรรม

the House of Representatives ในรัฐสภาสหรัฐฯ

the House of Representatives เป็นหนึ่งในสองสภาของรัฐสภาสหรัฐฯ อีกสภาหนึ่งคือ the Senate ชื่อนี้มักย่อเป็น the House โดยเขียน House ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะเป็นชื่อสถาบัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงองค์กรของรัฐที่มีบทบาทพิเศษในการเลือกประธานาธิบดีเมื่อคณะผู้เลือกตั้งไม่สามารถให้ผู้ชนะได้ ไม่ได้หมายถึงอาคารหรือรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใน “The House of Representatives debated the budget,” คำว่า “the House of Representatives” หมายถึงอะไร?

  1. ทั้งสองสภาของรัฐสภาสหรัฐฯ รวมกัน
  2. อาคารของรัฐบาล ไม่ใช่องค์กรนิติบัญญัติ
  3. สภาล่างของรัฐสภาสหรัฐฯ
ดูคำตอบ

สภาล่างของรัฐสภาสหรัฐฯ

วลี

breaks that tie: ยุติผลเสมอ

ใน break a tie คำว่า tie หมายถึงผลที่เท่ากัน ส่วน break หมายถึงทำให้ภาวะเสมอนั้นจบลงด้วยการตัดสินผู้ชนะหรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ตัดสินเมื่อคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเท่ากัน คำกริยาเปลี่ยนตามกาลและประธาน เช่น break, breaks หรือ broke ส่วนคำกำหนดนามเปลี่ยนตามการอ้างถึง: a tie ใช้แนะนำผลเสมอ ส่วน the tie หรือ that tie ชี้ถึงผลเสมอที่ระบุไว้แล้ว ในคำบรรยาย breaks สอดคล้องกับชื่อสถาบันเอกพจน์ the House และ that tie ย้อนถึงผลเสมอที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยรูปที่ถูกต้องของ break และใช้ that เพื่อย้อนถึงผล 4–4: The vote is 4–4. Under the committee rules, the chair ____.

ดูคำตอบ

breaks that tie

As the name implies, ลำดับความ

0:25

ตามชื่อเลย

the House is filled with representatives from each of the states.

0:26

สภาเต็มไปด้วยผู้แทนจากแต่ละรัฐ

ลำดับความ

As the name implies: ใช้ชื่อเป็นเบาะแส

As the name implies ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยบอกผู้ฟังว่าแนวคิดต่อไปสามารถอนุมานได้จากถ้อยคำในชื่อ ในที่นี้ คำว่า Representatives ชี้ไปที่บทบาทของสมาชิก คือเป็นตัวแทนของรัฐต่าง ๆ implies หมายถึงบอกเป็นนัยหรือทำให้อนุมานได้ ไม่ได้หมายถึงพิสูจน์ วลีนี้เตรียมผู้ฟังให้รับคำอธิบายที่อาศัยชื่อเป็นเบาะแส ไม่ใช่ถือว่าชื่อนั้นเป็นหลักฐานอย่างเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปิดสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: ____, the Silent Car is intended for passengers who want a quiet journey.

ดูคำตอบ

As the name implies

The more people in a state, ไวยากรณ์

0:29

ยิ่งรัฐไหนมีประชากรมาก

the more representatives it has.

0:30

ก็ยิ่งมีผู้แทนมากเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more ..., the more ... สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

the more ..., the more ... ใช้เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ในประโยคนี้ เมื่อประชากรของรัฐมากขึ้น จำนวนผู้แทนก็จะมากขึ้นด้วย the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะทั่วไป แต่ละส่วนเริ่มด้วย the ตามด้วยสำนวนเปรียบเทียบ ส่วนแรกบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลง และส่วนที่สองบอกผลลัพธ์ที่เปลี่ยนตามกัน The more people in a state เป็นรูปย่อของ the more people there are in a state

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ให้สมบูรณ์: ____ carefully you plan, ____ smoothly the event runs.

ดูคำตอบ

The more · the more

And there are 435 in total.

0:32

และมีทั้งหมด 435 คน

Thankfully,

0:34

โชคดี

an odd number and a guaranteed tie breaker.

0:35

ที่เป็นเลขคี่จึงการันตีการชี้ขาดได้

Except, there's a catch. สำนวน

0:37

เว้นแต่ว่ามันมีจุดพลิกผัน

สำนวน

There's a catch: ข้อเสียที่ซ่อนอยู่

There's a catch หมายความว่าสถานการณ์ที่ดูดี เรียบง่าย หรือเหมือนจะเรียบร้อยแล้ว มีเงื่อนไข ความยุ่งยาก หรือข้อเสียที่ซ่อนอยู่ catch ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของจริง ๆ ในลำดับการพูด สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากส่วนที่น่าสนใจไปยังข้อจำกัดที่ผู้ฟังต้องนำมาพิจารณา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้บอกข้อเสียที่ซ่อนอยู่: The apartment is very cheap, but ____: it has no heating.

ดูคำตอบ

there's a catch

Each representative doesn't get one vote.

0:39

ผู้แทนแต่ละคนไม่ได้มีคนละหนึ่งเสียง

It's each state that gets one vote. ไวยากรณ์

0:41

แต่ละรัฐต่างหากที่จะได้รัฐละหนึ่งเสียง

ไวยากรณ์

It's each state that gets one vote: โครงสร้างเน้นแบบ it-cleft

รูปแบบ It is/It's + จุดเน้น + that + อนุประโยค คือประโยคเน้นแบบ it-cleft ในที่นี้ each state เป็นจุดเน้น โดยกฎกำหนดให้แต่ละรัฐมีหนึ่งเสียง ไม่ใช่ผู้แทนแต่ละคน ส่วน It ไม่ได้ใช้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ ใช้รูปแบบนี้เพื่อแก้ความเข้าใจหรือความคาดหมาย หรือเพื่อเน้นคน สิ่งของ เวลา หรือสถานที่ที่สำคัญจริง ๆ: It's X that....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจให้สมบูรณ์ด้วยรูปย่อของโครงสร้าง It's ... that ...: The assistants don't make the final decision. ____ the manager ____ makes the final decision.

ดูคำตอบ

It's · that

So, Florida's 27 representatives have to decide amongst themselves

0:43

ดังนั้น ผู้แทนทั้ง 27 คนของฟลอริดาจะต้องปรึกษากันเอง

who to support before casting Florida's one vote วลี

0:47

ว่าจะสนับสนุนใครก่อนจะลงหนึ่งคะแนนเสียงของฟลอริดา

to help break the tie.

0:50

เพื่อช่วยชี้ขาด

วลี

casting Florida's one vote: กลุ่มคำ cast a vote

Cast a vote เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างแพร่หลายในบริบทเป็นทางการ หมายถึงการยื่นหรือบันทึกตัวเลือกในการลงคะแนน ส่วน cast ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขว้างหรือการคัดเลือกนักแสดง ใน casting Florida's one vote คำว่า casting อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง before และ Florida's one vote เป็นกรรมของคำนี้ ถ้อยคำนี้แสดงว่า Florida ทำหน้าที่เป็นหน่วยลงคะแนนหนึ่งหน่วย

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำแบบเป็นทางการ cast a vote เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the debate, every committee member will ____.

ดูคำตอบ

cast a vote

Meanwhile, thinly populated Alaska's sole representative วลี

0:51

ในขณะเดียวกัน ผู้แทนเพียงคนเดียวของรัฐที่มีประชากรเบาบางอย่างอะแลสกา

has only to consult himself ไวยากรณ์

0:54

แค่ปรึกษากับตัวเอง

before casting Alaska's vote.

0:56

ก่อนจะลงคะแนนในนามรัฐอะแลสกา

วลี

thinly populated: มีประชากรเบาบางและความหนาแน่นต่ำ

ใน thinly populated คำว่า thinly หมายถึง “อย่างมีความหนาแน่นต่ำ หรือกระจายตัวห่าง ๆ” และขยาย populated วลีทั้งหมดใช้บรรยายสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ค่อนข้างน้อยและมักกระจายอยู่ในพื้นที่กว้าง วลีนี้พูดถึงรูปแบบการกระจายตัวของประชากร ไม่ใช่รูปร่างของผู้อยู่อาศัย สามารถวางไว้หน้าคำนามที่เป็นสถานที่ เช่น a thinly populated region หรือวางหลัง be เช่น the region is thinly populated

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กลุ่มคำมาตรฐานทางภูมิศาสตร์ได้ถูกต้อง

  1. The island is thinly populated.
  2. The island is thinly population.
  3. The island is thin populated.
ดูคำตอบ

The island is thinly populated.

ไวยากรณ์

has only to consult: เพียงทำสิ่งเดียวก็เพียงพอ

has only to consult ใช้โครงสร้าง have only to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้หมายความว่า การปรึกษาตัวเองเป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่ผู้แทนต้องทำก่อนลงคะแนน ใช้ has เพราะ representative เป็นเอกพจน์ และ consult คงเป็นรูปพื้นฐานหลัง to only จำกัดว่า “ต้องทำอะไร” ไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งที่ปรึกษา โครงสร้างที่ค่อนข้างเป็นทางการนี้แสดงว่าการกระทำเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ: ประธาน + have/has only to + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ have only to + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้รูปของ have ให้ตรงกับประธาน: To open the gate, Mia ____ enter the four-digit code.

ดูคำตอบ

has only to

This is an incredibly disproportionate system

0:58

นี่เป็นระบบที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ

because just 10 states,

1:00

เพราะแค่ 10 รัฐเท่านั้น

California, Texas, New York,

1:02

แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส นิวยอร์ก

Florida, Illinois, Pennsylvania,

1:03

ฟลอริดา อิลลินอยส์ เพนซิลเวเนีย

Ohio, Michigan, Georgia, and North Carolina,

1:04

โอไฮโอ มิชิแกน จอร์เจีย และนอร์ทแคโรไลนา

contain more than half the population

1:06

มีประชากรรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่ง

of the United States,

1:07

ของสหรัฐอเมริกา

but get only 20% of the votes

1:08

แต่กลับได้เพียง 20% ของคะแนนเสียง

if the race for president is tied.

1:10

หากการเลือกตั้งประธานาธิบดีมีคะแนนเท่ากัน

And the other 40 states

1:12

และอีก 40 รัฐที่เหลือ

with less than half the population

1:14

ที่มีประชากรไม่ถึงครึ่ง

get 80% of the votes.

1:15

กลับได้คะแนนเสียงถึง 80%

While an exact tie is unlikely, ไวยากรณ์

1:17

แม้ว่าคะแนนจะเท่ากันเป๊ะๆ ได้ยาก

this system is also used

1:19

แต่ระบบนี้ก็ยังถูกนำมาใช้ด้วย

if there are more than two candidates

1:20

หากมีผู้สมัครมากกว่าสองคน

for president and none of them ไวยากรณ์

1:22

ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและไม่มีใคร

gets a majority in the Electoral College,

1:23

ได้คะแนนเสียงข้างมากในคณะผู้เลือกตั้ง

ไวยากรณ์

ความสอดคล้องแบบเอกพจน์ใน none of them gets a majority

ใน none of them gets a majority คำว่า none หมายถึง “ไม่มีผู้สมัครแม้แต่คนเดียว” ประโยคนี้มองผู้สมัครแต่ละคนแยกกัน ดังนั้นกริยาเอกพจน์บุรุษที่สาม gets จึงสอดคล้องกับ none การใช้กริยาเอกพจน์หลัง none of + คำสรรพนามหรือคำนามพหูพจน์พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษทางการที่ผ่านการตรวจแก้ เมื่อความหมายที่ต้องการคือ “ไม่มีแม้แต่หนึ่งคน” การใช้กริยาพหูพจน์ก็พบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษทั่วไป ดังนั้น none of them get จึงไม่ได้ผิดเสมอไป

แบบฝึกหัด

สำหรับรายงานทางการ ให้เติมประโยคด้วยรูปเอกพจน์ของ have: Six applicants were interviewed, but none of them ____ the required licence.

ดูคำตอบ

has

which is exactly what happened

1:25

ซึ่งนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป๊ะๆ

when four candidates ran for president in 1824.

1:27

เมื่อมีผู้สมัครสี่คนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1824

ไวยากรณ์

while แบบแสดงการยอมรับใน While an exact tie is unlikely

while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคเปิดยอมรับก่อนว่าการเสมอกันพอดีไม่น่าจะเกิดขึ้น แล้วประโยคหลักจึงอธิบายว่าเหตุใดระบบนี้จึงยังสำคัญ รูปแบบนี้ช่วยให้ยอมรับข้อจำกัด ข้อโต้แย้ง หรือข้อเท็จจริงที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำก่อน แล้วจึงเสนอประเด็นหลัก เครื่องหมายจุลภาคบอกจุดสิ้นสุดของอนุประโยค while ที่ขึ้นต้นประโยค

แบบฝึกหัด

ในประโยค “While the route is longer, it is much safer at night,” While หมายถึงอะไร?

  1. เพราะว่า
  2. แม้ว่า
  3. ในช่วงเวลาที่
ดูคำตอบ

แม้ว่า

Andrew Jackson got the most votes การใช้คำ

1:30

แอนดรูว์ แจ็กสัน ได้รับคะแนนเสียง

from Americans and the most votes

1:32

จากชาวอเมริกันมากที่สุดและได้คะแนน

in the Electoral College,

1:33

ในคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุด

but not a majority.

1:34

แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง the most votes กับ not a majority

the most votes เป็นการบอกอันดับแบบเปรียบเทียบ หมายถึงผู้สมัครคนหนึ่งได้คะแนนมากกว่าผู้สมัครคนอื่นทุกคน ในการเลือกตั้งที่มีตัวเลือกตั้งแต่สามตัวเลือกขึ้นไป คะแนนที่มากที่สุดก็ยังอาจน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนทั้งหมดได้ คำศัพท์เฉพาะสำหรับคะแนนสูงสุดที่ไม่ถึงเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งคือ a plurality หรือเสียงข้างมากสัมพัทธ์ a majority เป็นเกณฑ์แบบตายตัว คือมากกว่า 50% ของจำนวนทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ประโยคนี้จึงบอกว่าแจ็กสันนำในการนับคะแนนทั้งสองแบบ แต่ยังไม่ถึงเสียงข้างมากที่จำเป็นต่อการตัดสินผล

แบบฝึกหัด

ในการเลือกตั้งที่มีผู้สมัครสี่คน Lee ได้รับคะแนน 40% และผู้สมัครคนอื่นแต่ละคนได้คะแนนน้อยกว่า ข้อความใดถูกต้อง

  1. Lee received neither the most votes nor a majority.
  2. Lee received the most votes but not a majority.
  3. Lee received a majority but not the most votes.
ดูคำตอบ

Lee received the most votes but not a majority.

So, the race was turned over กริยาวลี

1:36

การเลือกตั้งจึงถูกส่งต่อ

to the House of Representatives

1:37

ให้สภาผู้แทนราษฎร

voting as states, วัฒนธรรม

1:38

เพื่อลงคะแนนในนามรัฐ

who picked John Quincy Adams instead.

1:39

ซึ่งกลับเลือก จอห์น ควินซี แอดัมส์ แทน

กริยาวลี

การใช้ was turned over to เพื่อส่งต่อความรับผิดชอบ

Turn something over to someone หมายถึงมอบความรับผิดชอบ การควบคุม หรืออำนาจเหนือสิ่งหนึ่งให้บุคคลหรือกลุ่มนั้น โครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำคือ A turns X over to B ส่วนโครงสร้างกรรมวาจกคือ X is turned over to B ใน was turned over to the House of Representatives การใช้กรรมวาจกนำ the race หรือการตัดสินผลการแข่งขันขึ้นมาเป็นหัวข้อก่อน จากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการตัดสินใจ turned over ในที่นี้เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการพลิกการแข่งขันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ turn over: After the initial review, the case ____ the legal team.

ดูคำตอบ

was turned over to

วัฒนธรรม

ลงคะแนนเป็นรายมลรัฐ

ในประโยคนี้ voting as states หมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเป็นกลุ่มตามมลรัฐ ไม่ใช่นับคะแนนของผู้แทนแต่ละคนรวมกันในระดับประเทศ คณะผู้แทนของแต่ละมลรัฐจะร่วมกันตัดสินใจว่าจะใช้หนึ่งเสียงของมลรัฐนั้นอย่างไร ในที่นี้ as บอกสถานะหรือหน่วยที่ใช้ลงคะแนน กล่าวคือ พวกเขาลงคะแนนในฐานะคณะผู้แทนของมลรัฐ ไม่ได้หมายถึง “ลงคะแนนในแบบที่มลรัฐทำ” เนื่องจากขั้นตอนนี้ให้แต่ละมลรัฐหนึ่งเสียง มลรัฐขนาดเล็กจึงมีน้ำหนักในการลงคะแนนอย่างเป็นทางการเท่ากับมลรัฐขนาดใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ voting as states หมายถึงอะไร

  1. ผู้แทนลงคะแนนให้มลรัฐที่ตนชื่นชอบ
  2. คณะผู้แทนของแต่ละมลรัฐร่วมกันลงคะแนนหนึ่งเสียง
  3. ผู้แทนทุกคนลงคะแนนแยกกันคนละหนึ่งเสียงที่มีน้ำหนักเท่ากัน
ดูคำตอบ

คณะผู้แทนของแต่ละมลรัฐร่วมกันลงคะแนนหนึ่งเสียง

In a modern America with more states,

1:42

ในอเมริกายุคใหม่ที่มีรัฐมากขึ้น

a three-way race can have

1:44

การแข่งขันที่มีผู้สมัครสามคนอาจมี

horrifically disproportionate results.

1:45

ผลลัพธ์ที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างน่ากลัว

Consider a third-party candidate การใช้คำ

1:47

ลองนึกภาพผู้สมัครพรรคที่สาม

who loves the small states

1:49

ที่รักรัฐเล็กๆ

and who the small states love in return. วลี

1:50

และรัฐเล็กๆ ก็รักเขาตอบ

การใช้คำ

ผู้สมัครจากพรรคที่สาม

ในการเมืองสหรัฐฯ third-party candidate หมายถึงผู้สมัครที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองอื่นนอกเหนือจากสองพรรคหลัก คือพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน Third-party อธิบายสังกัดทางการเมือง ไม่ใช่อันดับของผู้สมัคร ในประโยคสมมตินี้ ผู้สมัครดังกล่าวถูกนำเสนอเป็นทางเลือกที่อาจได้รับการสนับสนุนจากมลรัฐขนาดเล็ก ตัวคำศัพท์ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครเป็นบุคคลที่สามในการแข่งขันอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด: Maya is running for a smaller political party, not either of the country's two dominant parties. She is ____.

  1. an independent candidate
  2. the third candidate
  3. a third-party candidate
ดูคำตอบ

a third-party candidate

วลี

in return: การตอบสนองซึ่งกันและกัน

in return หมายถึง “เป็นการตอบกลับหรือตอบแทนสิ่งที่อีกฝ่ายทำ” ในประโยคนี้ ความรู้สึกมีให้กันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ ผู้สมัครชื่นชอบรัฐขนาดเล็ก และรัฐเหล่านั้นก็ชื่นชอบเขาเช่นกัน วลีนี้เชื่อมสองด้านของการแลกเปลี่ยนเข้าด้วยกัน สิ่งที่ตอบแทนไม่จำเป็นต้องเหมือนกับสิ่งแรก อาจเป็นการกระทำ ผลประโยชน์ หรือความรู้สึกอีกแบบที่ให้เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เป็นการตอบสนองซึ่งกันและกัน”: Nora covered Sam's shift, and Sam helped her with a project ____.

ดูคำตอบ

in return

He gets the fewest Electoral College votes,

1:52

เขาได้คะแนนเสียงในคณะผู้เลือกตั้งน้อยที่สุด

but enough to ensure that ไวยากรณ์

1:54

แต่ก็มากพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า

neither of the two more popular candidates

1:55

ไม่มีผู้สมัครยอดนิยมสองคนแรกคนใด

gets a majority.

1:57

ได้คะแนนเสียงข้างมาก

ไวยากรณ์

enough to ensure that: เกณฑ์ที่รับรองผลลัพธ์

Enough ต้องพิจารณาเทียบกับผลลัพธ์เฉพาะอย่างหนึ่ง ผู้สมัครคนนี้มีคะแนนรวมน้อยที่สุด แต่คะแนนของเขายังถึงเกณฑ์ที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลตามที่กล่าวไว้ นั่นคือผู้สมัครนำทั้งสองคนไม่มีใครได้เสียงข้างมาก รูปแบบ enough to + คำกริยา หมายถึง “เพียงพอที่จะทำบางสิ่ง” เมื่อเติม ensure that + อนุประโยค จะสื่อว่าปริมาณที่เพียงพอนั้นทำให้ผลลัพธ์ต่อไปเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพียงอาจเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เพียงพอที่จะทำให้ผลลัพธ์ต่อไปเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”: A one-vote lead is ____ the proposal passes.

ดูคำตอบ

enough to ensure that

So, now the House decides the winner.

1:57

ดังนั้น ตอนนี้สภาจะเป็นผู้ตัดสินผู้ชนะ

And those 26 smallest states,

1:59

และ 26 รัฐที่เล็กที่สุดเหล่านั้น

representing just 17% of the population,

2:01

ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรเพียง 17%

can pick their man as president

2:03

สามารถเลือกคนของตัวเองเป็นประธานาธิบดีได้

even though 83% of Americans ไวยากรณ์

2:05

แม้ว่าชาวอเมริกัน 83%

didn't vote for him.

2:07

จะไม่ได้โหวตให้เขาก็ตาม

ไวยากรณ์

even though เพื่อเน้นความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริง

even though ใช้นำอนุประโยคยอมความ ซึ่งกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้ผลในประโยคหลักดูน่าประหลาดใจหรือไม่น่าเกิดขึ้น ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าชาวอเมริกัน 83% ไม่ได้ลงคะแนนให้เขาขัดแย้งอย่างชัดเจนกับความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ในประโยคหลัก even ทำให้ความหมายเชิงยอมความหนักแน่นขึ้น even though หมายถึง “แม้ว่าความจริงคือ...” ไม่ใช่ “ในเวลาที่...” และเนื้อหาในอนุประโยคหลังคำนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

Leo รู้ว่าถนนมีน้ำแข็ง แต่เขายังขับรถอยู่ ประโยคใดนำเสนอเรื่องถนนมีน้ำแข็งว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งอย่างชัดเจนกับการตัดสินใจของเขา

  1. He is driving even though the roads are icy.
  2. He is driving even if the roads are icy.
  3. He is driving despite the roads are icy.
ดูคำตอบ

He is driving even though the roads are icy.

It's unlikely,

2:08

มันเป็นไปได้ยาก

but it really shouldn't even be possible.

2:09

แต่มันก็ไม่ควรจะมีความเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ

Anyway, all this talk of presidents

2:12

อย่างไรก็ตาม การพูดถึงประธานาธิบดีมาทั้งหมดนี้

has left the vice president unmentioned. ไวยากรณ์

2:13

ทำให้ละเว้นการพูดถึงรองประธานาธิบดี

ไวยากรณ์

has left the vice president unmentioned: leave + กรรม + สภาพผลลัพธ์

ใน has left the vice president unmentioned คำว่า leave ใช้ตามโครงสร้าง leave + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม โดย the vice president เป็นกรรม และ unmentioned เป็นส่วนเติมเต็มรูปกริยาช่องสามที่บอกสภาพผลลัพธ์จากการพูดถึงประธานาธิบดีทั้งหมดนี้ leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จากไป” แต่หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้บางสิ่งคงอยู่ในสภาพหนึ่ง Present perfect ใน has left เชื่อมการพูดก่อนหน้านี้กับผลในปัจจุบัน คือรองประธานาธิบดียังคงไม่ได้รับการกล่าวถึงจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave และคำบอกผลลัพธ์ unanswered: The short meeting ____ several important questions ____.

ดูคำตอบ

left · unanswered

A reasonable person might assume that

2:16

คนมีเหตุผลทั่วไปอาจจะคิดว่า

he just comes along with the president, กริยาวลี

2:17

เขาแค่จะมาพร้อมกับประธานาธิบดี

but no.

2:19

แต่ไม่เลย

กริยาวลี

comes along with: ติดตามใครไปด้วยหรือถูกรวมมาด้วย

ในประโยคนี้ comes along with หมายถึง “ติดตามไปด้วย” หรือ “มาพร้อมกับ” ข้อสันนิษฐานที่ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ผู้พูดปฏิเสธในภายหลังคือ เขาติดตามประธานาธิบดีไปโดยอัตโนมัติแทนที่จะได้รับการเลือกแยกต่างหาก โครงสร้าง come along with + คนหรือสิ่งของ ใช้บอกว่าคนหนึ่งไปกับอีกคนหนึ่ง หรือสิ่งของหนึ่งถูกรวมมากับอีกสิ่งหนึ่งได้ ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำสั่ง Come along! ที่หมายถึง “เร็วเข้า” หรือ “ตามมา” และไม่ได้หมายถึง “คืบหน้า”

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The charger comes along with the laptop. comes along with ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. ประโยคนี้กำลังบอกให้ใครบางคนรีบ
  2. หมายความว่าที่ชาร์จกำลังคืบหน้าไปทีละน้อย
  3. ที่ชาร์จถูกรวมหรือจัดให้มาพร้อมกับแล็ปท็อป
ดูคำตอบ

ที่ชาร์จถูกรวมหรือจัดให้มาพร้อมกับแล็ปท็อป

When there's a tie,

2:20

เมื่อคะแนนเท่ากัน

the Senate independently picks the vice president.

2:21

วุฒิสภาจะแยกรองประธานาธิบดีเป็นเอกเทศ

So, the United States could end up กริยาวลี

2:24

ดังนั้น ในท้ายที่สุดสหรัฐอเมริกาอาจมี

with a president from one party

2:26

ประธานาธิบดีจากพรรคหนึ่ง

and a vice president from the other,

2:27

และรองประธานาธิบดีจากอีกพรรคหนึ่ง

which might make for some very uncomfortable meetings. กริยาวลี

2:29

ซึ่งอาจนำไปสู่การประชุมที่น่าอึดอัดใจเป็นอย่างมาก

กริยาวลี

could end up with: ผลลัพธ์สุดท้ายที่อาจเกิดขึ้น

could end up with แสดงผลลัพธ์สุดท้ายที่อาจเกิดขึ้น กล่าวคือ หลังจากเหตุการณ์หรือการตัดสินใจดำเนินไป สหรัฐฯ อาจพบว่าตนเองมีองค์ประกอบแบบนี้ could แสดงความเป็นไปได้ ส่วน with นำเข้าสิ่งที่อยู่ในสถานการณ์สุดท้าย end up มักสื่อว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง และอาจไม่ได้วางแผนไว้หรือน่าประหลาดใจ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังจุดสิ้นสุดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี could end up with ที่เรียนมา: If we keep adding features, we ____ an app that is too difficult to use.

ดูคำตอบ

could end up with

กริยาวลี

make for: นำไปสู่ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ make for หมายถึง “นำไปสู่” หรือ “สร้างเงื่อนไขให้เกิด” ผลบางอย่าง การที่ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากคนละพรรคอาจทำให้บรรยากาศการประชุมอึดอัดมาก ใช้โครงสร้าง make for + นามวลี เพื่อระบุสถานการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ เช่น make for an awkward meeting หรือ make for a long day

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make for ในความหมายว่า “นำไปสู่ผลลัพธ์หรือประสบการณ์บางอย่าง”

  1. When the rain started, we made for the station.
  2. I'll make a sandwich for you.
  3. Clear rules can make for a calmer discussion.
ดูคำตอบ

Clear rules can make for a calmer discussion.

But even this crazy system for resolving

2:32

แต่ถึงแม้จะเป็นระบบสุดเพี้ยนในการชี้ขาด

a tie isn't guaranteed to work ไวยากรณ์

2:34

ก็ไม่รับประกันว่าจะได้ผล

ไวยากรณ์

isn't guaranteed to work: ไม่แน่นอนว่าจะสำเร็จ

โครงสร้าง be guaranteed to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีการรับประกันว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้น Guaranteed เป็นกริยาช่องสามในโครงสร้างกรรมวาจก ส่วน to work หมายถึง “ประสบความสำเร็จ” หรือ “ทำงานได้ตามที่ตั้งใจ” เมื่อเติม not ประโยคนี้เพียงตัดความแน่นอนออก ระบบอาจใช้ได้ผล แต่ไม่มีการรับประกันความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าจะล้มเหลวอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ตัดสินความหมาย: “The backup plan isn't guaranteed to work” หมายความว่าผู้พูดมั่นใจว่าแผนนั้นจะล้มเหลว

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

because there are 100 members of the Senate,

2:36

เพราะวุฒิสภามีสมาชิก 100 คน

and in the House of Representatives,

2:38

และในสภาผู้แทนราษฎร

they're forced to vote as 50 states,

2:39

พวกเขาถูกบังคับให้ลงคะแนนในนาม 50 รัฐ

and many of those states have

2:41

และหลายรัฐในนั้นมีผู้แทน

10 or eight representatives,

2:43

10 คน หรือ 8 คน

making the whole system tie-tacular การใช้คำ

2:44

ทำให้ระบบทั้งหมดกลายเป็นมหกรรมคะแนนเท่ากัน

with all those even numbers.

2:47

จากเลขคู่เหล่านั้นทั้งหมด

การใช้คำ

คำสร้างเชิงขบขัน tie-tacular

Tie-tacular เป็นคำเล่นที่สร้างขึ้นเฉพาะกิจโดยผสม tie กับ -tacular ซึ่งเป็นส่วนท้ายที่ให้ความรู้สึกโอเวอร์แบบในคำว่า spectacular คำนี้หมายถึงมีโอกาสเสมอกันมากจนน่าขัน ในที่นี้ ส่วนท้ายที่ฟังเหมือนคำชมนั้นถูกใช้เชิงประชด ผู้พูดกำลังวิจารณ์ระบบตัดสินผลเสมอ เพราะกลุ่มที่มีจำนวนเป็นเลขคู่อาจก่อให้เกิดผลเสมอเพิ่มขึ้น ไม่ได้กำลังชื่นชมระบบนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ tie-tacular สื่อความหมายอะไร?

  1. ระบบนี้มีกระบวนการทางการชื่อ tie-tacular
  2. ระบบนี้ยอดเยี่ยมเพราะป้องกันผลเสมอได้ทุกครั้ง
  3. ระบบนี้มีแนวโน้มอย่างน่าขันที่จะทำให้เกิดผลเสมอมากขึ้น
ดูคำตอบ

ระบบนี้มีแนวโน้มอย่างน่าขันที่จะทำให้เกิดผลเสมอมากขึ้น

So, if the House can't pick the president,

2:49

ดังนั้น หากสภาไม่สามารถเลือกประธานาธิบดีได้

but the Senate has picked the vice president,

2:50

แต่วุฒิสภาเลือกรองประธานาธิบดีได้แล้ว

then the vice president becomes acting president

2:52

รองประธานาธิบดีก็จะกลายเป็นรักษาการประธานาธิบดี

until the House can make up its mind. สำนวน

2:54

จนกว่าสภาจะตัดสินใจได้

สำนวน

make up its mind: ตัดสินใจ

Make up one's mind หมายถึงตัดสินใจหลังจากพิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ แล้ว ในประโยคนี้ make up its mind หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานาธิบดีได้ในที่สุด คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น I make up my mind, she makes up her mind และ they make up their minds การใช้ its ในรูปเอกพจน์แสดงว่ามอง the House เป็นสถาบันเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ตัดสินใจแล้ว”: After comparing both laptops, Maya finally ____ and chose the lighter one.

ดูคำตอบ

made up her mind

But if neither the House can pick the president ไวยากรณ์

2:56

แต่ถ้าทั้งสภาไม่สามารถเลือกประธานาธิบดีได้

nor the Senate can pick the vice president,

2:58

และวุฒิสภาก็ไม่สามารถเลือกรองประธานาธิบดีได้

then the Speaker of the House วัฒนธรรม

3:00

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

becomes acting president until

3:01

จะกลายเป็นรักษาการประธานาธิบดีจนกว่า

either branch of Congress picks someone.

3:03

สาขาใดสาขาหนึ่งของสภาคองเกรสจะเลือกใครสักคนได้

ไวยากรณ์

neither ... nor สำหรับสองเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ

โครงสร้างคู่ neither ... nor เชื่อมสองทางเลือกและบอกว่าทั้งสองอย่างไม่เป็นจริงหรือใช้ไม่ได้ ในประโยคนี้ อนุประโยคแรกบอกว่าสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานาธิบดีไม่ได้ และอนุประโยคที่สองบอกว่าวุฒิสภาเลือกรองประธานาธิบดีไม่ได้ ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน คือ neither + ประธาน + วลีกริยา และ nor + ประธาน + วลีกริยา เนื่องจาก neither มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม not ในอนุประโยคอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำคู่ที่แสดงว่าทางเลือกในการเดินทางทั้งสองใช้ไม่ได้: ____ the morning train ____ the evening bus has any seats left.

ดูคำตอบ

Neither · nor

วัฒนธรรม

the Speaker of the House และ acting president

the Speaker of the House คือตำแหน่งที่ทำหน้าที่ประธานและผู้นำเชิงสถาบันของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในชื่อตำแหน่งนี้ Speaker หมายถึงตำแหน่งทางรัฐบาล ไม่ใช่เพียงบุคคลที่กำลังกล่าวสุนทรพจน์ acting president คือผู้ที่ใช้อำนาจประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราวตามกฎการสืบทอดตำแหน่งที่ใช้บังคับ ในประโยคนี้ Speaker รับหน้าที่ของประธานาธิบดีจนกว่ารัฐสภาจะเลือกใครสักคน คำว่า acting หมายถึงการดำรงตำแหน่งชั่วคราว ไม่ใช่การแสดงละคร

แบบฝึกหัด

ในรายงานข่าว ประโยคภาษาอังกฤษ “The Speaker of the House became acting president” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้ทำหน้าที่ประธานสภารับหน้าที่ของประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว
  2. บุคคลที่กำลังกล่าวสุนทรพจน์แสดงเป็นประธานาธิบดีในละคร
  3. ประธานาธิบดีกลายเป็นผู้นำสภาเป็นการชั่วคราว
ดูคำตอบ

ผู้ทำหน้าที่ประธานสภารับหน้าที่ของประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว

And that's how the United States

3:05

และนั่นคือวิธีที่สหรัฐอเมริกา

would resolve a tied race for president.

3:07

จะใช้แก้ไขการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่มีคะแนนเท่ากัน

Though it might be faster and more fair

3:09

แม้ว่ามันอาจจะเร็วกว่าและยุติธรรมกว่า

to just flip a coin. วลี

3:12

ถ้าแค่โยนเหรียญเอาก็ตาม

วลี

flip a coin: ตัดสินด้วยการสุ่ม

ในประโยคนี้ flip a coin หมายถึงโยนเหรียญแล้วให้ผลหัวหรือก้อยเป็นตัวตัดสินระหว่างสองตัวเลือก เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ flip ไม่ใช่ turn และคง a coin ไว้เป็นกรรม ข้อความนี้ไม่ได้เสนอขั้นตอนอย่างเป็นทางการอย่างจริงจัง แต่เป็นการพูดเกินจริงเชิงประชดว่า ระบบซับซ้อนมากจนการสุ่มอาจดูเร็วและยุติธรรมกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนสองคนต่างก็อยากนั่งริมหน้าต่างและตกลงว่าจะให้ความบังเอิญตัดสิน พวกเขาควรพูดว่าอย่างไร

  1. Let's fold a coin.
  2. Let's flip a coin.
  3. Let's turn a coin.
ดูคำตอบ

Let's flip a coin.

Of course,

3:23

แน่นอน

you could get rid of the Electoral College กริยาวลี

3:23

คุณสามารถกำจัดระบบคณะผู้เลือกตั้ง

and thus this whole crazy system

3:25

และกำจัดระบบสุดเพี้ยนทั้งหมดนี้ไป

and instead have a national popular vote, วัฒนธรรม

3:26

แล้วเปลี่ยนไปใช้การเลือกตั้งระบบคะแนนความนิยมระดับประเทศ

perhaps with something fancy like preferential voting. วัฒนธรรม

3:28

อาจจะเป็นอะไรที่ดูดีอย่างระบบเลือกตั้งแบบจัดลำดับความชอบ

กริยาวลี

get rid of: กำจัดหรือทำให้สิ่งที่ไม่ต้องการสิ้นสุด

Get rid of หมายถึงเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออก กำจัด หรือทำให้สิ้นสุด โครงสร้างคือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม โดยต้องมี of และ rid เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ใช่คำกริยาที่ปกติใช้เดี่ยว ๆ ในความหมายนี้ ในประโยคนี้ กรรมคือ the Electoral College ดังนั้น get rid of จึงหมายถึงยกเลิกสถาบันดังกล่าว การใช้คำนี้นำเสนอว่าการยกเลิกสถาบันเป็นวิธีกำจัดระบบที่ใหญ่กว่าซึ่งสร้างขึ้นโดยรอบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “กำจัด”: We need to ____ these duplicate files before the update.

ดูคำตอบ

get rid of

วัฒนธรรม

คะแนนเสียงประชาชนทั่วประเทศ

ในประโยคนี้ a national popular vote หมายถึงการรวมคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนลงไว้จากทั่วประเทศ ผู้สมัครที่ได้คะแนนรวมทั่วประเทศมากที่สุดจะชนะ คำนี้จึงเน้นคะแนนที่ประชาชนลงโดยตรง ไม่ใช่คะแนนคณะผู้เลือกตั้งที่จัดสรรผ่านระบบ Electoral College popular ในที่นี้หมายถึง “ของประชาชน” หรือ “ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปเป็นผู้ลง” ไม่ได้หมายถึง “เป็นที่นิยม” วลีนี้เป็นชื่อของระบบเลือกตั้ง ไม่ใช่การลงคะแนนว่าใครได้รับความนิยมมากที่สุด

แบบฝึกหัด

a national popular vote ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. จัดการสำรวจความคิดเห็นว่าผู้สมัครคนใดเป็นที่ชื่นชอบที่สุด
  2. ให้คณะผู้เลือกตั้งเลือกผู้สมัครที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  3. นับคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนลงจากทั่วประเทศ
ดูคำตอบ

นับคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนลงจากทั่วประเทศ

วัฒนธรรม

การลงคะแนนแบบจัดลำดับความชอบ

Preferential voting คือระบบที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงลำดับผู้สมัครที่ตนชอบ โดยทั่วไปจะจัดอันดับผู้สมัครแทนการเลือกเพียงคนเดียว จากนั้นสามารถใช้ลำดับเหล่านี้ในการนับคะแนนเพื่อตัดสินผู้ชนะ คำนี้เป็นชื่อเรียกกว้าง ๆ เพราะระบบลงคะแนนตามความชอบแต่ละแบบมีวิธีนับและโอนลำดับความชอบต่างกัน ในประโยคนี้มีเพียงการยกขึ้นมาเป็นทางเลือก จึงไม่ได้ระบุวิธีนับคะแนนแบบใดโดยเฉพาะ preferential หมายถึง “อิงตามลำดับความชอบ” ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษอย่างไม่เป็นธรรมแก่ผู้สมัครคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษสองคำตามที่เรียน ซึ่งหมายถึงระบบที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจัดอันดับผู้สมัคร: The council is considering ____ for its next election.

ดูคำตอบ

preferential voting

But maybe that's just a crazy idea. น้ำเสียง/เจตนา

3:31

แต่นั่นอาจจะเป็นแค่ไอเดียบ้าๆ ก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

การลดค่าข้อเสนอของตนเองแบบประชดใน maybe that's just a crazy idea

หากตีความตามตัวอักษร maybe จะลดความมั่นใจลง just ทำให้แนวคิดดูสำคัญน้อยลง และ crazy idea ปัดแนวคิดนั้นว่าไม่สมเหตุสมผล เมื่อใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงดูเหมือนถอยห่างจากข้อเสนอของตนเอง แต่ในที่นี้ บริบทที่วิจารณ์สิ่งเดิมทำให้การลดค่าข้อเสนอของตนเองเป็นการประชด ไม่ใช่การปฏิเสธอย่างจริงใจ ผู้พูดแสร้งทำเป็นว่าทางเลือกที่สมเหตุสมผลอาจ “crazy” เพื่อชวนให้ผู้ฟังเห็นว่าระบบปัจจุบันต่างหากที่ไม่สมเหตุสมผล เมื่อถ้อยคำกับบริบทชี้ไปคนละทาง ให้ใช้บริบทจับจุดยืนที่แท้จริงของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ตัดสินท่าทีของประโยคนี้ในบริบทต่อไปนี้: ผู้พูดแสดงให้เห็นแล้วว่าระบบปัจจุบันไร้เหตุผล และเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่า “But maybe that's just a crazy idea.” น่าจะแสดงท่าทีใดมากที่สุด

  1. ผู้พูดยอมรับอย่างจริงใจว่าทางเลือกนั้นน่าจะไม่สมเหตุสมผล
  2. ผู้พูดแสร้งปัดทางเลือกนั้นด้วยการประชด เพื่อเน้นคำวิจารณ์ต่อระบบปัจจุบันให้แรงขึ้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดแสร้งปัดทางเลือกนั้นด้วยการประชด เพื่อเน้นคำวิจารณ์ต่อระบบปัจจุบันให้แรงขึ้น