ดูว่าธุรกิจขนาดเล็กแห่งนี้จ้างงานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย Indeed ได้อย่างไร | เส้นทางการจ้างงาน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
394 คำ 177 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ที่ WB Surf Camp ในนอร์ทแคโรไลนา Gabby Reece ติดตามการปรับตัวของ Bailey หลัง Indeed เชื่อมเธอกับบริษัทที่มีค่านิยมร่วมกันด้านการโต้คลื่น สิ่งแวดล้อม และชุมชน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. settling into — กริยาวลี: เข้าใจการค่อย ๆ คุ้นเคยและสบายใจในงานหรือสภาพแวดล้อมใหม่ แล้วใช้เมื่อพูดถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน 2. get kids stoked about — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่า stoked about เป็นภาษากันเองที่ตื่นเต้นและโยงกับวัฒนธรรมโต้คลื่น พร้อมเรียนรูป get + คน + คำคุณศัพท์ 3. brought these two together. — กริยาวลี: เข้าใจว่า bring together คือทำให้คนหรือองค์กรได้พบและเชื่อมสัมพันธ์กันในงานรับสมัคร ความร่วมมือ หรือเป้าหมายร่วมกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi, I'm Gabby Reece,

0:12

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ Gabby Reece

and we're back at Wrightsville Beach,

0:13

และเรากลับมาที่ Wrightsville Beach อีกครั้ง

North Carolina,

0:15

รัฐนอร์ทแคโรไลนา

home of WB Surf Camp. วลี

0:15

ซึ่งเป็นที่ตั้งของ WB Surf Camp

วลี

home of ในความหมายเชิงสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านตามตัวอักษร

ในที่นี้ home of หมายถึงสถานที่ที่องค์กรหนึ่งตั้งอยู่หรือใช้เป็นฐาน Wrightsville Beach ถูกแนะนำว่าเป็นสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับ WB Surf Camp โดย home ไม่ได้หมายถึงบ้านพักส่วนตัวของใคร เมื่อวางหลังชื่อสถานที่ รูปแบบ จุลภาค + home of + คำนาม จะทำหน้าที่เป็นคำอธิบายเสริมที่กระชับ โดยเพิ่มข้อเท็จจริงสำคัญหรือลักษณะเด่นของสถานที่นั้นโดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ home of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุสถาบันที่ตั้งอยู่ในสถานที่หนึ่ง

  1. Welcome to Fairview, home of the County History Museum.
  2. Welcome to Fairview, home from the County History Museum.
  3. Welcome to Fairview, home at the County History Museum.
ดูคำตอบ

Welcome to Fairview, home of the County History Museum.

Through the hiring process, การใช้คำ

0:18

ตลอดกระบวนการจ้างงาน

การใช้คำ

Through the hiring process ในฐานะกรอบเปิดประโยค

Through the hiring process เป็นวลีบุพบทที่ขึ้นต้นประโยคเพื่อกำหนดกรอบให้ข้อความที่ตามมา ในที่นี้ through ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงระหว่างการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ของการจ้างงานหรือโดยการผ่านขั้นตอนเหล่านั้น ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่จริง กรอบนี้เตรียมผู้ฟังให้รับรู้ว่าต่อไปจะกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ชัดเจนขึ้น หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้ขณะที่กระบวนการดำเนินไป ต้องมีอนุประโยคหลักตามมาเพื่อให้ความคิดสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงระหว่างหรือโดยการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ของการสรรหาให้สมบูรณ์: '____, the company learned what each candidate could offer.'

ดูคำตอบ

Through the hiring process

WB and their new instructor Bailey,

0:19

WB และ Bailey ผู้ฝึกสอนคนใหม่ของบริษัท

discovered a passion for the company's community-driven mission. โน้ต

0:21

ได้ค้นพบความหลงใหลร่วมกันในพันธกิจของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับชุมชน

วลี

discovered a passion for: ค้นพบว่าตนมีความหลงใหลใน...

ในประโยคนี้ discovered a passion for หมายถึง Bailey ตระหนักว่าพันธกิจของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับชุมชนได้จุดประกายความสนใจที่แรงกล้าและต่อเนื่องในตัวเขา discover ไม่ได้หมายถึงการพบสิ่งของ แต่หมายถึงการตระหนักถึงความสนใจที่อาจกำลังก่อตัวหรือเพิ่งเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ discover a passion for + คำนามหรือรูป -ing ซึ่งเฉพาะเจาะจงกว่า like เพราะ passion สื่อถึงแรงจูงใจที่แรงกล้าและความเป็นไปได้ที่จะทุ่มเทในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงเธอตระหนักว่าตนมีความสนใจอย่างแรงกล้าและยั่งยืนในบางสิ่ง: After volunteering at the clinic, Maya ____ public health.

ดูคำตอบ

discovered a passion for

การใช้คำ

community-driven: ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของชุมชน

Community-driven เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจาก community + driven ในที่นี้ใช้บรรยายพันธกิจที่ลำดับความสำคัญและการดำเนินงานได้รับการชี้นำจากความต้องการ ความสนใจ หรือประโยชน์ของชุมชน ในรูปแบบ X-driven ที่นำไปสร้างคำได้ X จะระบุแรงขับหรือหลักการสำคัญที่กำหนดสิ่งหนึ่ง เช่น data-driven decisions, customer-driven design และ mission-driven work คำว่า community-driven เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าชุมชนเป็นผู้บริหารบริษัทอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่มีขีดกลางซึ่งหมายถึงได้รับการชี้นำจากความต้องการของชุมชน: The nonprofit uses resident feedback to set every priority, so it follows a ____ strategy.

ดูคำตอบ

community-driven

In the final episode of the hiring journey,

0:25

ในตอนสุดท้ายของเส้นทางการจ้างงาน

we'll find out how Bailey's settling into her new role. กริยาวลี

0:28

เราจะไปดูกันว่า Bailey ปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้อย่างไร

กริยาวลี

find out how + อนุประโยค

ในประโยคนี้ find out how Bailey's settling into her new role หมายถึงการได้รับข้อมูลใหม่ว่า Bailey กำลังปรับตัวอย่างไร find out สื่อว่าข้อมูลนี้ยังไม่เป็นที่รู้และกำลังจะถูกค้นพบ ไม่ได้หมายถึงการหาตำแหน่งของสิ่งของ โครงสร้างคือ find out how + ประธาน + กริยา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how เป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น how Bailey is settling in ไม่ใช่ how is Bailey settling in

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ค้นหาวิธีการหรือกระบวนการ”: We watched the demonstration to ____ the safety lock works.

ดูคำตอบ

find out how

กริยาวลี

settling into + บทบาท สถานที่ หรือกิจวัตร

ในที่นี้ settling into her new role หมายถึงการค่อย ๆ รู้สึกคุ้นเคย สบายใจ และทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากเริ่มบทบาทนั้น เป็นการบรรยายกระบวนการปรับตัว ไม่ใช่การนั่งลงหรือการตั้งถิ่นฐานถาวรตามความหมายตรงตัว โครงสร้างคือ settle into + นามวลี เช่น บทบาท กิจวัตร โรงเรียน หรือบ้านใหม่ รูปกำลังกระทำ is settling into เน้นว่าช่วงเปลี่ยนผ่านยังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีที่หมายถึง “ค่อย ๆ รู้สึกสบายใจในสภาพแวดล้อมหนึ่ง” เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a few weeks, Maya began to ____ her new school.

ดูคำตอบ

settle into

This is the office.

0:39

นี่คือสำนักงาน

Welcome.

0:40

ยินดีต้อนรับ

It feels like you already feel at home here. สำนวน

0:41

ดูเหมือนคุณจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่นี่แล้วนะ

สำนวน

feel at home: รู้สึกสบายและเป็นส่วนหนึ่ง

ในประโยคนี้ feel at home หมายถึง “รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และได้รับการยอมรับในสถานที่หรือกลุ่มนี้” เป็นการบอกว่า Bailey รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่ทำงานใหม่ ไม่ได้หมายความว่า Bailey อยู่ในบ้านของตนเอง ใช้ feel at home เมื่อใครสักคนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมหรือกลุ่มสังคมได้อย่างสบาย ๆ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ feel at home here, feel at home in/at a place, feel at home with people และ feel at home doing something

แบบฝึกหัด

ใน "After a week with the new team, Maya began to feel at home," คำว่า feel at home หมายถึงอะไร

  1. รู้สึกเหนื่อยหลังจากทำงาน
  2. รู้สึกสบายและได้รับการยอมรับในกลุ่ม
  3. อยากกลับไปบ้านของตนเอง
ดูคำตอบ

รู้สึกสบายและได้รับการยอมรับในกลุ่ม

Absolutely.

0:43

แน่นอนค่ะ

I feel like I've fallen right into a family of work friends.

0:44

ฉันรู้สึกเหมือนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเพื่อนร่วมงานทันที

I absolutely love where I work.

0:49

ฉันรักที่ทำงานนี้มากจริง ๆ

I'm so comfortable here.

0:51

ฉันรู้สึกสบายใจมากเวลาอยู่ที่นี่

There's so much room and opportunity to grow here. วลี

0:53

ที่นี่เปิดกว้างและมีโอกาสให้เติบโตอีกมาก

วลี

room and opportunity to grow: พื้นที่และโอกาสจริงในการเติบโต

room ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือพื้นที่หรือศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไป ส่วน opportunity หมายถึงโอกาสจริงที่จะได้พัฒนา เมื่อนำคำนามทั้งสองมาเชื่อมด้วย and วลีนี้จึงบอกว่าที่ทำงานแห่งนี้มีทั้งศักยภาพและโอกาสที่เป็นรูปธรรมให้ก้าวหน้า วลี infinitive to grow เติมความหมายของคำนามทั้งสองโดยระบุว่ากำลังพูดถึงการพัฒนาด้านใด grow ในที่นี้หมายถึงการพัฒนาทักษะ ความรับผิดชอบ หรืออาชีพ ไม่ใช่การที่ร่างกายโตขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงทั้งศักยภาพและโอกาสจริงในการพัฒนา: "The fellowship gives early-career researchers ____."

ดูคำตอบ

room and opportunity to grow

Talk to me a little bit about the mission น้ำเสียง/เจตนา

0:56

ช่วยเล่าเรื่องพันธกิจ

and the vision with WB Surf Camp.

0:58

และวิสัยทัศน์ของ WB Surf Camp ให้ฟังหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

Talk to me a little bit about ... ในฐานะคำชวนสัมภาษณ์ที่นุ่มนวล

Talk to me ... about X เป็นการเชิญให้อีกฝ่ายอธิบายหรือพูดคุยเรื่อง X กับผู้พูด ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเปลี่ยนหัวข้อการสัมภาษณ์ไปสู่พันธกิจและวิสัยทัศน์ของ WB Surf Camp และเปิดโอกาสให้แขกรับเชิญขยายความได้ A little bit ช่วยลดความตรงของประโยคคำสั่ง ทำให้ฟังเป็นมิตรและเป็นกันเอง โดยปกติไม่ได้กำหนดอย่างเคร่งครัดว่าคำตอบต้องสั้น

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสัมภาษณ์ที่นุ่มนวลจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ how your organization got started.

ดูคำตอบ

Talk to me a little bit about

It feels like you're taking this on as your own mission. กริยาวลี

1:01

รู้สึกได้เลยว่าคุณยึดถือสิ่งนี้เป็นพันธกิจของตัวเอง

กริยาวลี

Take this on: การรับผิดชอบด้วยกริยาวลีที่แยกคำได้

ในประโยคนี้ taking this on หมายถึงการเต็มใจรับผิดชอบพันธกิจที่เพิ่งกล่าวถึงและมองว่าเป็นความมุ่งมั่นส่วนตัว ไม่ใช่การนำสิ่งของมาวางบนร่างกายตามความหมายตรงตัว Take on เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนามอย่าง this หรือ it ต้องวางสรรพนามไว้ระหว่าง take กับ on เช่น take this on หรือ take it on แต่ถ้ากรรมเป็นนามวลี สามารถใช้ได้ทั้ง take on the mission และ take the mission on

แบบฝึกหัด

แทน the assignment ด้วย it และใช้ take on ให้ถูกต้อง: The assignment is demanding, but I'm ready to ____.

ดูคำตอบ

take it on

Our main mission is to get kids stoked about the environment, การใช้คำ

1:05

พันธกิจหลักของเราคือทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม

การใช้คำ

get kids stoked about: ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกกระตือรือร้น

ใน get kids stoked about คำว่า get ตามด้วยกรรม kids และคำคุณศัพท์ stoked โครงสร้าง get + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้ใครบางคนเข้าสู่สภาวะหนึ่ง” stoked about หมายถึง “ตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นกับบางสิ่งมาก” ภารกิจในที่นี้จึงไม่ใช่แค่ให้ข้อมูลเรื่องสิ่งแวดล้อมแก่เด็ก ๆ แต่คือการสร้างความกระตือรือร้นที่แท้จริงต่อสิ่งแวดล้อม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get + person + stoked about: The guide wanted the group to feel very enthusiastic about protecting wildlife, so she used vivid photos to ____ protecting local habitats.

ดูคำตอบ

get the group stoked about

to get them stoked about surfing,

1:08

ทำให้พวกเขาหลงใหลในการโต้คลื่น

and protecting the area where they recreate. การใช้คำ

1:10

และอยากปกป้องพื้นที่ที่พวกเขาใช้ทำกิจกรรม

การใช้คำ

recreate ในความหมายว่า “ทำกิจกรรมยามว่าง”

recreate ในที่นี้เป็นคำกริยาอกรรมที่หมายถึง “ทำกิจกรรมยามว่างหรือกิจกรรมกลางแจ้ง” area คือสถานที่ที่เด็ก ๆ เล่นเซิร์ฟและทำกิจกรรมสันทนาการอื่น ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ อนุประโยคขยาย where they recreate ขยายคำว่า area การใช้แบบนี้มักพบในงานเขียนเกี่ยวกับสวนสาธารณะ ที่ดินสาธารณะ และการเข้าถึงกิจกรรมกลางแจ้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ recreate ในความหมายว่า “ทำกิจกรรมยามว่าง”

  1. The museum will re-create the old market inside the gallery.
  2. Residents recreate along the river on weekends.
  3. The software can recreate the image from the saved data.
ดูคำตอบ

Residents recreate along the river on weekends.

So, it must be kind of interesting you're using this third-party platform in Indeed, การใช้คำ

1:21

คงน่าสนใจไม่น้อยที่คุณใช้แพลตฟอร์มจากผู้ให้บริการภายนอกอย่าง Indeed

การใช้คำ

third-party platform: แพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม

ในที่นี้ third-party platform หมายถึงบริการออนไลน์ที่ดำเนินการโดยองค์กรซึ่งอยู่นอกคู่สัมพันธ์หลักสองฝ่าย ฝ่ายหลักคือผู้ว่าจ้างและผู้หางาน ส่วน Indeed เป็นพื้นที่หรือบริการที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายติดต่อกันได้ Third-party อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ไม่ใช่ลำดับตัวเลข คำนี้หมายถึงการอยู่นอกฝ่ายหลัก ดังนั้น third-party platform จึงไม่ได้หมายถึงแพลตฟอร์มลำดับที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่หมายถึงแพลตฟอร์มซึ่งดำเนินการโดยผู้ให้บริการที่อยู่นอกฝ่ายหลักทั้งสองฝ่าย: The clinic connects patients with interpreters through a ____.

ดูคำตอบ

third-party platform

and you're speaking to this person virtually, การใช้คำ

1:26

และพูดคุยกับคนคนนี้ทางออนไลน์

การใช้คำ

virtually ในความหมายว่า “ทางออนไลน์” หรือ “จากระยะไกล”

ในที่นี้ virtually อธิบายวิธีที่การสนทนาเกิดขึ้น นั่นคือผ่านการเชื่อมต่อเสียงหรือวิดีโอทางอินเทอร์เน็ตแทนการพูดคุยต่อหน้า เมื่อใช้กับคำกริยาเกี่ยวกับการสื่อสารหรือการเข้าร่วม เช่น speak, meet, interview หรือ attend คำว่า virtually มักมีความหมายว่าเข้าร่วมจากระยะไกล Virtually ยังมักหมายถึง “เกือบ” ด้วย แต่ความหมายดังกล่าวไม่เข้ากับบริบทนี้ กิจกรรมเกิดขึ้นจริง เพียงแต่ผู้เข้าร่วมอยู่กันคนละสถานที่

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Our doctor spoke with us virtually while we were traveling," คำว่า virtually หมายถึงอะไร

  1. เกือบ แต่ไม่ทั้งหมด
  2. ผ่านการเชื่อมต่อออนไลน์แทนการพบกันต่อหน้า
  3. ในแบบที่เป็นจินตนาการและไม่ใช่เรื่องจริง
ดูคำตอบ

ผ่านการเชื่อมต่อออนไลน์แทนการพบกันต่อหน้า

and now she's a member of your work family. สำนวน

1:28

แล้วตอนนี้เธอก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในที่ทำงานของคุณ

สำนวน

“Work family” ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับที่ทำงาน

“work family” เป็นคำเปรียบเทียบถึงเพื่อนร่วมงานที่สนิท ผูกพัน และคอยสนับสนุนกัน คำนี้บอกถึงความรู้สึกภายในกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือทางกฎหมาย ในประโยคนี้ การเรียกเธอว่าเป็นสมาชิกของ “your work family” สื่ออย่างอบอุ่นว่าเธอได้รับการยอมรับเข้ากลุ่ม เมื่อเห็น work กับ family อยู่ด้วยกัน ให้เข้าใจว่าผู้พูดกำลังนำเสนอกลุ่มในที่ทำงานว่าสนิทกันเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ใน “Maya has become part of our work family,” คำว่า “work family” หมายถึงอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ญาติทุกคนที่มีงานทำ
  2. เพื่อนร่วมงานที่เป็นญาติกันตามกฎหมาย
  3. กลุ่มเพื่อนร่วมงานที่สนิทและคอยสนับสนุนกัน
ดูคำตอบ

กลุ่มเพื่อนร่วมงานที่สนิทและคอยสนับสนุนกัน

Crazy.

1:31

เหลือเชื่อเลย

Crazy how technology evolves the process of hiring. ไวยากรณ์

1:32

เหลือเชื่อจริง ๆ ที่เทคโนโลยีช่วยพัฒนากระบวนการจ้างงาน

ไวยากรณ์

“Crazy how ...” ในฐานะคำอุทานแบบไม่เป็นทางการ

“Crazy how + อนุประโยค” เป็นรูปย่อของประโยคอุทานแบบไม่เป็นทางการ รูปเต็มคือ “It’s crazy how + อนุประโยค” แต่ในการสนทนามักละ “It’s” ไว้ อนุประโยคที่นำด้วย how จะบอกข้อเท็จจริงหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผู้พูดประหลาดใจ crazy ในที่นี้หมายถึง “น่าประหลาดใจ” หรือ “ไม่น่าเชื่อ” ไม่ได้หมายถึง “ป่วยทางจิต” โครงสร้างนี้ใช้แสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจน ไม่ได้ใช้ถามคำถามด้วย how

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานแบบไม่เป็นทางการด้วยรูปแบบสองคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึง “น่าประหลาดใจที่...ขนาดนี้”: ____ quickly this app became popular!

ดูคำตอบ

Crazy how

So for Indeed to be able to connect us as a company โน้ต

1:37

การที่ Indeed สามารถเชื่อมโยงบริษัทของเรา

to the best applicants in the world is truly priceless. การใช้คำ

1:40

เข้ากับผู้สมัครที่เก่งที่สุดจากทั่วโลกได้นั้นประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง For Indeed to be able to connect ... is truly priceless

ข้อความ for Indeed to be able to connect ... เป็นอนุประโยคที่สร้างด้วย for + คำนาม + to-infinitive โดย Indeed เป็นประธานในทางความหมายของ to be able และ to connect ส่วนอนุประโยคทั้งหมดใช้ระบุเหตุการณ์ที่กำลังถูกประเมิน เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นประธานทางไวยากรณ์ของ is truly priceless ในที่นี้ for ไม่ได้หมายถึงจุดประสงค์ว่า “เพื่อ” และ connect อยู่ภายในอนุประโยค infinitive ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามประธาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค for + คำนาม + to-infinitive เป็นประธานของการประเมินได้ถูกต้อง

  1. The school for opening the library on weekends would be a real benefit.
  2. For the school to open the library on weekends would be a real benefit.
  3. For the school opens the library on weekends would be a real benefit.
ดูคำตอบ

For the school to open the library on weekends would be a real benefit.

วลี

Connect A to B ใน connect us ... to the best applicants

Connect A to B หมายถึงการสร้างหรือทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสองฝ่าย ในประโยคนี้ us คือ A และ the best applicants คือ B ส่วน Indeed เป็นผู้ที่ทำให้การเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นได้ As a company ระบุบทบาทที่ใช้มอง us ว่าเป็นใคร แม้ข้อความนี้จะแทรกอยู่หลัง us แต่ก็ไม่ได้ตัดรูปแบบพื้นฐาน connect us to the best applicants

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย connect A to B ให้สมบูรณ์: The mentoring program ____ young founders ____ experienced advisers.

ดูคำตอบ

connects · to

การใช้คำ

truly priceless: คุณค่าที่เหนือกว่าราคาทั่วไป

ในประโยคนี้ truly priceless หมายถึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง มากจนราคาทั่วไปไม่อาจสะท้อนคุณค่านั้นได้ truly ช่วยเสริมการประเมินเชิงบวกและทำให้คำชมนั้นหนักแน่นขึ้น สามารถใช้ priceless กับประโยชน์ ประสบการณ์ ความช่วยเหลือ ความทรงจำ หรือโอกาสที่มีความสำคัญเหนือกว่าเรื่องเงินได้ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นให้ฟรีหรือไม่มีราคากำกับ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The mentor's guidance was truly priceless,” truly priceless หมายความว่าอะไร

  1. สิ่งนั้นมอบให้โดยไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ
  2. สิ่งนั้นแทบไม่มีคุณค่าในทางปฏิบัติ
  3. สิ่งนั้นมีคุณค่าอย่างยิ่ง เกินกว่าที่ราคาทั่วไปจะสะท้อนได้
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นมีคุณค่าอย่างยิ่ง เกินกว่าที่ราคาทั่วไปจะสะท้อนได้

You have a new member of your team, Bailey.

1:43

ตอนนี้ทีมของคุณมีสมาชิกใหม่คือ Bailey

Talk to me a little bit about what it feels like to have

1:45

ช่วยเล่าหน่อยว่าคุณรู้สึกอย่างไรที่ตอนนี้

her now working at WB Surf Camp.

1:48

เธอได้มาทำงานที่ WB Surf Camp

We were so lucky to find Bailey.

1:51

เราโชคดีมากที่ได้พบ Bailey

When I can see her execute our mission

1:53

เมื่อฉันเห็นเธอทำพันธกิจของเราให้เป็นจริง

that is congruent with who she is as a human being, การใช้คำ

1:56

ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของเธออย่างแท้จริง

การใช้คำ

congruent with: สอดคล้องกับค่านิยมหรืออัตลักษณ์

ในที่นี้ congruent with หมายถึงสอดคล้องหรือกลมกลืนกับ พันธกิจนั้นเข้ากับตัวตนและค่านิยมที่เธอยึดถือ ไม่ได้หมายความว่าพันธกิจกับบุคคลนั้นเป็นสิ่งเดียวกันทุกประการ รูปแบบคือ be congruent with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ใช้บรรยายความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดระหว่างการกระทำ เป้าหมาย นโยบาย อัตลักษณ์ และค่านิยม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สอดคล้องกับ”: The charity's spending must be ____ its stated mission.

ดูคำตอบ

congruent with

and now her getting through her first summer, กริยาวลี

1:59

และตอนนี้เธอก็ผ่านฤดูร้อนแรกมาได้แล้ว

กริยาวลี

getting through: ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ในที่นี้ getting through หมายถึงการไปถึงจุดสิ้นสุดของช่วงเวลาที่ยากลำบากได้สำเร็จ ช่วงฤดูร้อนแรกของเธอถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เธอรับมือจนผ่านพ้นมาได้ ไม่ใช่สถานที่ที่เธอเคลื่อนผ่าน โครงสร้างคือ get through + งาน เหตุการณ์ หรือช่วงเวลา โดยมักสื่อว่าประสบการณ์นั้นต้องอาศัยความพยายาม ความอดทน หรือความช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get through ในความหมายว่าผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปจนจบได้สำเร็จ

  1. We helped each other get through a stressful week.
  2. I tried to call, but I couldn't get through.
  3. The sofa is too wide to get through the door.
ดูคำตอบ

We helped each other get through a stressful week.

like I can't be any happier. ไวยากรณ์

2:02

ฉันมีความสุขไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

ไวยากรณ์

Can't be any happier: ความสุขในระดับสูงสุดที่เป็นไปได้

รูปปฏิเสธในที่นี้ไม่ได้สื่อความหมายในแง่ร้าย Can't be any happier หมายความว่าผู้พูดมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีความสุขอย่างยิ่ง ในโครงสร้าง can't be any + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า any ชี้ไปที่ระดับที่สูงขึ้นอีก ส่วน can't บอกว่าระดับที่สูงขึ้นนั้นเป็นไปไม่ได้ โครงสร้างนี้จึงใช้แสดงระดับสูงสุด เช่น can't be any clearer หรือ can't be any better

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดมีความสุขอย่างยิ่งและไม่สามารถมีความสุขมากกว่านี้ได้

  1. I can't be happy.
  2. I might be happier later.
  3. I can't be any happier.
ดูคำตอบ

I can't be any happier.

As somebody who is a small business owner myself, ลำดับความ

2:03

ในฐานะที่ฉันเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

I really admire how dedicated you are to your mission and vision,

2:06

ฉันชื่นชมจริง ๆ ที่คุณทุ่มเทให้กับพันธกิจและวิสัยทัศน์

ลำดับความ

As somebody who is ... myself เพื่อกำหนดมุมมองก่อนประเมิน

As somebody who is a small business owner myself วางสถานะที่เกี่ยวข้องของผู้พูดไว้ก่อนการประเมินหลัก ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าคำชื่นชมต่อจากนั้นมีประสบการณ์ใดรองรับ ความเห็นจึงฟังดูมีพื้นฐานจากประสบการณ์ ไม่ใช่มุมมองของคนนอก myself ในที่นี้เน้นว่าทั้งสองฝ่ายมีสถานะร่วมกัน กล่าวคือผู้พูดเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ได้เป็นกรรมของการกระทำที่ย้อนกลับมาหาตัวผู้พูด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ As somebody/someone who ..., I ... สำหรับบอกมุมมองที่เกี่ยวข้องก่อนประเมิน แนะนำ หรือตอบสนอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อกำหนดมุมมองที่เกี่ยวข้องก่อนการประเมิน?

  1. As somebody who teaches young readers myself, I admire how clearly this guide explains difficult ideas.
  2. As somebody who teaches young readers myself, the guide has colorful pictures.
  3. I admire this guide, as somebody who teaches young readers myself clearly.
ดูคำตอบ

As somebody who teaches young readers myself, I admire how clearly this guide explains difficult ideas.

not only for the environment, ไวยากรณ์

2:10

ไม่ใช่แค่เพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

but helping your community.

2:12

แต่ยังเพื่อช่วยเหลือชุมชนของคุณด้วย

ไวยากรณ์

not only ... but ... เพื่อเพิ่มประเด็นคู่ขนานสองประเด็น

ในประโยคนี้ not only ... but ... เสนอเหตุผลที่น่าชื่นชมสองประการ ได้แก่ ความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือชุมชน ส่วนที่สองเพิ่มประเด็นสำคัญอีกประเด็น จึงเป็นความสัมพันธ์แบบเพิ่มข้อมูลและเน้นย้ำ ไม่ใช่การให้เลือกระหว่างทางเลือก ในการเขียนอย่างรอบคอบ ทั้งสองฝั่งควรใช้โครงสร้างไวยากรณ์แบบขนาน และมักนิยมใช้ but also เช่น not only protecting the environment but also helping the community ถ้อยคำแบบฉับพลัน for the environment ... helping your community ในต้นฉบับยังเข้าใจได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้เป็นแบบอย่างของโครงสร้างขนานที่เรียบเรียงดีแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not only ... but also โดยใส่หนึ่งกลุ่มคำในแต่ละช่องว่าง: The new schedule ____ reduces waiting time ____ also gives staff longer breaks.

ดูคำตอบ

not only · but

It's really my team that makes it happen, โน้ต

2:13

จริง ๆ แล้วทีมของฉันนี่แหละที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้

ไวยากรณ์

It's really my team that ...: โครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้นจุดสำคัญ

นี่คือโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft: It is/was + ส่วนที่ต้องการเน้น + อนุประโยค that/who ในที่นี้ it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ใช้เปิดส่วนที่เป็นจุดเน้นคือ my team ขณะที่ that makes it happen ระบุว่าทีมทำอะไร โครงสร้างนี้ย้ายเครดิตจากผู้พูดไปให้ทีม ใช้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจเดิม หรือทำให้บุคคล สิ่งของ เหตุผล สถานที่ หรือเวลาเป็นประเด็นเปรียบต่างหลัก

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการคนหนึ่งต้องการแก้ความเข้าใจว่าเธอทำโครงการเสร็จเพียงคนเดียว ประโยคใดใช้โครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้นทีมของเธอ

  1. Her team completed the project.
  2. It's her team that completed the project.
  3. It's the project that her team completed.
ดูคำตอบ

It's her team that completed the project.

it makes the dream happen for our community.

2:16

พวกเขาทำให้ความฝันของเราเพื่อชุมชนเป็นจริง

วลี

make it happen: ทำให้เป้าหมายกลายเป็นจริง

ใน make it happen คำว่า make มีความหมายเชิงก่อให้เกิด คือประธานลงมือทำให้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้กลายเป็นจริง ส่วน it หมายถึงแผน เป้าหมาย หรือผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งเข้าใจได้จากบริบทอยู่แล้ว โดยปกติไม่ได้หมายถึงวัตถุ ดังนั้น วลีนี้จึงชื่นชมการลงมือทำ ไม่ใช่เพียงความหวังหรือความตั้งใจ และยังใช้เป็นคำสั่งหรือคำให้กำลังใจให้ทำขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ทำให้แผนที่ได้รับอนุมัติกลายเป็นจริง”: We have the budget and the deadline; now let's ____.

ดูคำตอบ

make it happen

Congratulations.

2:19

ยินดีด้วย

Cheers.

2:20

ชนแก้ว

Cheers.

2:20

ชนแก้ว

Thank you so much.

2:20

ขอบคุณมาก

I have had so much fun here in Wilmington, ไวยากรณ์

2:23

ฉันสนุกมากที่นี่ใน Wilmington

ไวยากรณ์

have had so much fun: รูป present perfect ของ have

ใน have had คำว่า have ตัวแรกเป็นกริยาช่วย ส่วน had เป็นรูป past participle ของกริยาหลัก have วลีกริยาทั้งหมดอยู่ในรูป present perfect คำสองคำที่ดูเหมือนซ้ำกันจึงทำหน้าที่ต่างกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังมองย้อนกลับไปยังประสบการณ์ที่สนุกตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงตอนนี้ ใช้ have/has + past participle เมื่อประสบการณ์ในอดีตเชื่อมโยงกับปัจจุบันและไม่ได้ระบุเวลาที่สิ้นสุดไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ have ในรูป present perfect เขียนเต็มสองคำโดยไม่ใช้รูปย่อ: I ____ a wonderful time on this trip so far.

ดูคำตอบ

have had

North Carolina,

2:25

รัฐนอร์ทแคโรไลนา

and getting to meet Bailey and Rick and Deaton of WB Surf Camp. วลี

2:27

และได้พบกับ Bailey, Rick และ Deaton จาก WB Surf Camp

วลี

getting to meet: โอกาสที่มีคุณค่า

ในโครงสร้าง get to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า get to หมายถึงการได้มีโอกาสทำบางอย่าง และมักสื่อว่าโอกาสนั้นน่ายินดีหรือพิเศษ ใน getting to meet คำว่า getting อยู่ในรูป -ing ส่วน meet ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการพบคนเหล่านั้นว่าเป็นส่วนที่มีคุณค่าของประสบการณ์ ในโครงสร้างนี้ get ไม่ได้หมายถึง “ไปถึง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The best part of the event was getting to meet the scientist,' คำว่า getting to meet สื่อถึงอะไร

  1. การไปถึงสถานที่ที่นักวิทยาศาสตร์คนนั้นอยู่
  2. การถูกกำหนดว่าต้องพบนักวิทยาศาสตร์คนนั้น
  3. การได้มีโอกาสพบนักวิทยาศาสตร์คนนั้น
ดูคำตอบ

การได้มีโอกาสพบนักวิทยาศาสตร์คนนั้น

What an inspiring story to see ไวยากรณ์

2:31

ช่างเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจจริง ๆ เมื่อได้เห็น

how Indeed brought these two together. กริยาวลี

2:33

ว่า Indeed พาทั้งสองฝ่ายมาเจอกันได้อย่างไร

ไวยากรณ์

What an inspiring story: ประโยคอุทานแบบ What + a/an

What an inspiring story เป็นประโยคอุทาน ไม่ใช่คำถาม ผู้พูดกำลังชื่นชมอย่างมากว่าเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจ โครงสร้างคือ What + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ต่างจากคำถามที่ใช้ what ตรงที่ไม่ใช้ลำดับคำแบบประโยคคำถาม รูปเต็มสามารถเป็น What an inspiring story it is!

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานด้วยโครงสร้าง What + a/an: After hearing about the rescue, Lena said, '____ amazing story!'

ดูคำตอบ

What an

กริยาวลี

brought these two together: การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน

ในประโยคนี้ brought these two together หมายถึง Indeed ทำให้ Bailey กับค่ายโต้คลื่นได้เชื่อมโยงกัน จุดสำคัญคือการเกิดความสัมพันธ์หรือการจับคู่ใหม่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพาทั้งสองฝ่ายไปยังสถานที่เดียวกันจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring + คน + together โดยวางกรรมที่เป็นคนไว้ระหว่าง bring กับ together เช่น bring them together, brought these two together

แบบฝึกหัด

กลุ่มชุมชนแห่งหนึ่งช่วยให้ครูคนใหม่ได้พบกับพี่เลี้ยงในท้องถิ่น ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่ากลุ่มนั้นเป็นผู้สร้างความเชื่อมโยงนี้

  1. The two got together.
  2. The group brought the two together.
  3. The group brought the two along.
ดูคำตอบ

The group brought the two together.

Bailey looking for that right company to work for โน้ต

2:35

Bailey มองหาบริษัทที่ใช่เพื่อเข้าไปทำงาน

with the same values and mission,

2:38

ซึ่งมีค่านิยมและพันธกิจแบบเดียวกับเธอ

ไวยากรณ์

that right company to work for: เหตุใด for จึงอยู่ท้ายวลี

ใน that right company to work for วลี infinitive คือ to work for อยู่หลัง company และทำหน้าที่ขยายคำนั้น โดยหมายถึงบริษัทที่ Bailey สามารถทำงานให้ได้ คำนาม company เป็นกรรมที่เข้าใจได้จากความหมายของบุพบท for ที่อยู่ท้ายวลี ปกติ work ใช้คู่กับ for เมื่อหมายถึง “ทำงานเป็นลูกจ้างขององค์กรหนึ่ง” ภาษาอังกฤษมักคงบุพบทไว้ท้ายส่วนขยายแบบ infinitive เช่น a person to talk to หากตัด for ออกจะได้ work a company ซึ่งไม่สื่อความสัมพันธ์การจ้างงานตามที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่จำเป็นให้ประโยคสมบูรณ์: She wants a company to work ____.

ดูคำตอบ

for

and WB looking for the right person

2:40

ส่วน WB ก็กำลังมองหาคนที่ใช่

to help continue their business to grow and be successful.

2:42

เพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จต่อไป

ลำดับความ

Bailey looking for ... and WB looking for ...: การสรุปด้วยโครงสร้างคู่ขนาน

ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนใช้กรอบเดียวกัน คือ Bailey looking for X, and WB looking for Y การวางสองฝ่ายไว้ในโครงสร้างคู่ขนานทำให้เปรียบเทียบความต้องการที่ต่างกันได้ง่าย และนำเสนอผลการจ้างงานว่าเป็นความลงตัวของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพียง WB เป็นผู้เลือก Bailey ในบทสรุปแบบภาษาพูดนี้ อนุประโยคที่มี looking ถูกนำเสนอแบบละคำบางส่วน โดยสามารถเขียนเต็มได้ว่า Bailey was looking ... and WB was looking ... การใช้ looking for ซ้ำทำให้ทั้งสองฝ่ายมีน้ำหนักเท่ากัน และปิดเรื่องอย่างกระชับด้วยประเด็นว่าทั้งคู่เหมาะสมกัน

แบบฝึกหัด

รูปแบบที่ซ้ำว่า “Bailey looking for ..., and WB looking for ...” ทำหน้าที่อะไรในบทสรุปนี้?

  1. บอกว่า Bailey และ WB กำลังมองหาคนคนเดียวกัน
  2. วางความต้องการของสองฝ่ายไว้ในโครงสร้างคู่ขนานและนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นความลงตัวร่วมกัน
  3. ตัดเป้าหมายของ Bailey ออกและอธิบายเฉพาะแผนธุรกิจของ WB
ดูคำตอบ

วางความต้องการของสองฝ่ายไว้ในโครงสร้างคู่ขนานและนำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นความลงตัวร่วมกัน

Thanks for joining me.

2:46

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

I'm Gabby Reece.

2:47

ฉันคือ Gabby Reece ค่ะ

Bye.

2:48

ลาก่อนค่ะ

Woo!

2:50

วู้!