อายุเท่าไรที่เราฉลาดที่สุด? - Shannon Odell: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
680 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้การแข่งขันทักษะทางความคิดเป็นกรอบในการอธิบายว่า พัฒนาการของสมองส่งเสริมความสามารถต่างกันในแต่ละช่วงชีวิตอย่างไร ข้อสรุปคือไม่มีวัยใดวัยหนึ่งที่ฉลาดที่สุด และทีมที่มีสมาชิกหลากหลายวัยสามารถรวมจุดแข็งที่เกื้อหนุนกันได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What is the smartest age? — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้ว่าคำถามตรง ๆ ทำหน้าที่เป็นประโยคเปิดที่กำหนดประเด็นหลัก และทำให้ผู้ชมรู้ว่าควรติดตามคำอธิบายเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องใด เทคนิคนี้ใช้เริ่มงานนำเสนอหรือเนื้อหาอธิบายให้เป็นการสำรวจที่มีจุดเน้น แทนการบอกเพียงหัวข้อกว้าง ๆ 2. break down the idea of smart into categories, — กริยาวลี เข้าใจว่า break down ... into categories คือการแบ่งแนวคิดซับซ้อนออกเป็นหลายมิติที่วิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น โครงสร้างนี้ช่วยจัดระบบคำอธิบาย รายงาน หรือการนำเสนอ ก่อนแยกพิจารณาความคิดสร้างสรรค์ ความจำ การเรียนรู้ และด้านอื่น ๆ 3. wired to seek out new experiences — สำนวนและภาษาภาพพจน์ ตีความ wired to ว่าเป็นอุปมาถึงแนวโน้มที่ฝังอยู่ภายในอย่างเด่นชัด ส่วน seek out หมายถึงการออกไปค้นหาบางสิ่งอย่างกระตือรือร้น สามารถใช้ร่วมกันเพื่อบรรยายว่าคน บุคลิก นิสัย หรือระบบมีแนวโน้มสำรวจประสบการณ์บางแบบ เช่นเดียวกับที่วิดีโอบรรยายการเรียนรู้ของวัยรุ่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What is the smartest age? ลำดับความ

0:07

อายุเท่าไหร่ที่ฉลาดที่สุด?

ลำดับความ

What is the smartest age? ในฐานะคำถามเปิดเรื่องที่กำหนดประเด็นหลัก

ที่ต้นวิดีโอ คำถามตรง ๆ นี้ทำหน้าที่เป็นคำถามเปิดเรื่องที่ดึงความสนใจ โดยบอกประเด็นหลักที่วิดีโอส่วนต่อไปจะสำรวจ และทำให้ผู้ชมมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะดูต่อเพื่อหาคำตอบ คำขั้นสูงสุด smartest แสดงว่ากำลังเปรียบเทียบช่วงอายุต่าง ๆ ดังนั้นข้อมูลหลังจากนี้จึงสามารถเรียบเรียงเพื่อตัดสินว่าช่วงอายุใดฉลาดที่สุด

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มีหน้าที่หลักอะไรที่ต้นวิดีโอ?

  1. ประกาศว่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วงอายุหนึ่งฉลาดที่สุด
  2. ตั้งคำถามหลักที่วิดีโอส่วนต่อไปจะสำรวจ
  3. ขอให้ผู้ชมแต่ละคนบอกอายุของตนเอง
ดูคำตอบ

ตั้งคำถามหลักที่วิดีโอส่วนต่อไปจะสำรวจ

Perhaps a day of friendly competition will lead us to the answer. ลำดับความ

0:09

บางทีวันแห่งการแข่งขันกระชับมิตรอาจนำเราไปสู่คำตอบได้

ลำดับความ

will lead us to the answer: การนำใครบางคนไปสู่ผลลัพธ์

ใน will lead us to the answer คำว่า lead หมายถึงนำทางเราไปจนค้นพบคำตอบ โครงสร้างคือ lead + บุคคล + to + จุดหมายหรือผลลัพธ์ ดังนั้น lead ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริหารหรือเป็นผู้นำของคนอื่น ประโยคนี้นำเสนอการแข่งขันอย่างเป็นมิตรว่าเป็นเส้นทางไปสู่การค้นหาคำตอบ กล่าวคือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันอาจช่วยเปิดเผยคำตอบได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง lead someone to + result โดยใช้ us และ the answer: Careful testing may ____.

ดูคำตอบ

lead us to the answer

Tomorrow's the annual Brain Clash.

0:14

พรุ่งนี้คืองาน Brain Clash ประจำปี

10 teams of two competing in a decathlon of mental challenges, วัฒนธรรม

0:17

10 ทีม ทีมละสองคน แข่งขันในทศกรีฑาแห่งความท้าทายทางจิตใจ

วัฒนธรรม

a decathlon of mental challenges: การเปรียบเปรยโดยยืมคำจากกีฬา

ตามความหมายตรงตัว decathlon คือการแข่งขันกรีฑาสิบประเภท ที่ประกอบด้วยรายการแข่งขันสิบชนิด ในที่นี้ a decathlon of mental challenges ยืมแนวคิดจากกีฬานี้มาอธิบายการแข่งขันหนึ่งรายการที่มีโจทย์ให้คิดหลายรูปแบบ ใจความสำคัญคือเป็นการทดสอบที่หลากหลายและรอบด้าน ไม่ใช่การแข่งขันกรีฑาจริง ๆ ถ้อยคำนี้อาจชวนให้นึกถึงรูปแบบสิบรายการ แต่ไม่ได้หมายความว่าการแข่งขันต้องทำตามกติกากรีฑาอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a decathlon of mental challenges หมายถึงอะไร?

  1. การแข่งขันที่มีโจทย์ทางความคิดหลากหลายประเภท
  2. การทำโจทย์ทางความคิดข้อเดิมซ้ำสิบครั้ง
  3. การแข่งขันกรีฑาสิบประเภทอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

การแข่งขันที่มีโจทย์ทางความคิดหลากหลายประเภท

trivia competitions, and puzzles.

0:21

การแข่งขันตอบคำถาม และปริศนาต่างๆ

I've been training all year. ไวยากรณ์

0:24

ฉันฝึกซ้อมมาตลอดทั้งปี

ไวยากรณ์

I've been training all year: กิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

I've been training เป็น present perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง have been + คำกริยา-ing รูปนี้นำเสนอการฝึกซ้อมว่าเป็นกระบวนการที่เริ่มในอดีตและดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน การฝึกอาจยังดำเนินอยู่ หรืออาจเพิ่งหยุดไปแต่ผลยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้ All year เน้นระยะเวลา ผู้พูดกำลังเน้นการเตรียมตัวที่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ได้เพียงบอกว่ามีการฝึกครั้งหนึ่งที่จบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect continuous ของ train เติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ for the marathon since January.

ดูคำตอบ

have been training

I'll need to pick the smartest, most capable teammate.

0:25

ฉันจะต้องเลือกเพื่อนร่วมทีมที่ฉลาดและเก่งที่สุด

I've narrowed down the roster. กริยาวลี

0:29

ฉันได้จำกัดรายชื่อให้แคบลงแล้ว

กริยาวลี

narrowed down: ลดรายการตัวเลือกให้แคบลง

narrow down หมายถึงการเปรียบเทียบและคัดบางส่วนออก เพื่อทำให้กลุ่มคน ตัวเลือก หรือความเป็นไปได้จำนวนมากเหลือขอบเขตที่เล็กลง ในประโยคนี้ roster กลายเป็นรายชื่อผู้ที่อาจเป็นสมาชิกทีมที่สั้นลง แต่ไม่ได้หมายความว่าได้เลือกคนสุดท้ายแล้วเสมอไป down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ narrow down + คำนาม และ narrow + คำนาม + down หากต้องการบอกผลลัพธ์ ให้ใช้ narrow ... down to + จำนวนหรือกลุ่มสุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป simple past ของ narrow down: After reviewing twenty applications, we ____ the list to three finalists.

ดูคำตอบ

narrowed down

First, we have Gabriela.

0:30

คนแรกคือ กาเบรียลา

Now, she may only be eight, ไวยากรณ์

0:33

เธออาจจะอายุแค่แปดขวบ

but don't underestimate her.

0:34

แต่อย่าประมาทเธอ

ไวยากรณ์

may only be ..., but don't underestimate ...: ยอมรับก่อนแล้วพลิกความคาดหวัง

โครงสร้าง may only be X, but Y เริ่มจากยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจทำให้เกิดความคาดหวังต่ำ แล้วใช้ but เพื่อปฏิเสธความคาดหวังนั้น ในที่นี้ การที่เธออายุแปดขวบดูเหมือนเป็นเหตุผลให้คาดว่าเธอมีความสามารถจำกัด แต่ใจความสำคัญของผู้พูดคืออย่าประเมินเธอต่ำไป ในโครงสร้างแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนโต้แย้งนี้ may ไม่ได้แสดงการอนุญาต และไม่จำเป็นต้องแสดงความไม่แน่ใจจริง ๆ โดยทำหน้าที่คล้าย admittedly หรือ although และปกติจะเน้นข้อความหลัง but

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง may only be ..., but don't underestimate ...: He ____ a rookie, ____ him.

ดูคำตอบ

may only be · but don't underestimate

She's fluent in two languages วลี

0:36

เธอพูดได้สองภาษาอย่างคล่องแคล่ว

วลี

fluent in two languages: บอกความสามารถทางภาษา

fluent เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าสามารถใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วและไม่ติดขัดมาก ในประโยคนี้ fluent in two languages หมายถึงเธอมีความสามารถเช่นนั้นในภาษาที่แตกต่างกันสองภาษา แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นภาษาใด โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be + fluent in + ชื่อภาษาหรือจำนวนภาษา คำบุพบท in เชื่อม fluent เข้ากับภาษา: She is fluent in English; They are fluent in three languages.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย fluent และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Maya is ____ Spanish and English.

ดูคำตอบ

fluent in

and is the ultimate outside the box thinker. สำนวน

0:37

และเป็นนักคิดนอกกรอบที่ยอดเยี่ยมที่สุด

สำนวน

outside the box thinker: คนที่แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

an outside-the-box thinker คือคนที่ก้าวข้ามข้อสมมติเดิม ๆ และหาวิธีสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา box ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงข้อจำกัดตามแบบแผน ไม่ใช่กล่องจริง ในประโยคนี้ thinker เรียกตัวบุคคล ส่วน outside the box อธิบายรูปแบบการคิดของคนนั้น คำว่า ultimate ที่อยู่ข้างหน้าทำให้คำชมหนักแน่นขึ้น และบอกว่าเธอเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของนักคิดแบบนี้

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งพบปัญหาที่ไม่มีวิธีแก้ชัดเจน ประโยคใดชมคนว่ามีความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We need someone who never follows any rules for this challenge.
  2. We need an outside-the-box thinker for this challenge.
  3. We need a thinker who is sitting outside for this challenge.
ดูคำตอบ

We need an outside-the-box thinker for this challenge.

Then there's Ama.

0:41

คนต่อไปคือ อามา

She can recite 100 digits of pi,

0:42

เธอท่องจำค่าพายได้ถึง 100 หลัก

designs satellites for a living, การใช้คำ

0:44

ทำงานเป็นนักออกแบบดาวเทียม

การใช้คำ

for a living: บอกว่ากิจกรรมหนึ่งเป็นอาชีพของใครบางคน

ใน for a living คำว่า living หมายถึงวิธีที่คนคนหนึ่งหารายได้สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน วลีนี้วางหลังคำบอกกิจกรรมเพื่อบอกว่ากิจกรรมนั้นเป็นงานของคนนั้น ดังนั้น designs satellites for a living จึงหมายความว่าการออกแบบดาวเทียมเป็นอาชีพของเธอ ไม่ใช่แค่งานอดิเรก คุณนำโครงสร้าง กิจกรรม + for a living ไปใช้บอกอาชีพของใครสักคน หรือถามว่า What do you do for a living? ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในฐานะงานที่ได้รับค่าตอบแทน” ให้สมบูรณ์: Jordan repairs clocks ____.

ดูคำตอบ

for a living

and bakes a perfect soufflé.

0:46

และอบซูเฟล่ได้สมบูรณ์แบบ

Or I could go with Mr. Taylor. กริยาวลี

0:49

หรือฉันอาจจะเลือกคุณเทย์เลอร์

กริยาวลี

go with: เลือกหนึ่งอย่างจากตัวเลือกที่มี

ในที่นี้ go with หมายถึง “เลือก” คุณเทย์เลอร์เป็นหนึ่งในคนที่เป็นตัวเลือก ผู้พูดจึงกำลังคิดว่าจะเลือกเขา ไม่ได้กำลังพูดถึงการเดินทางไปด้วยกันจริง ๆ ใช้ go with + ตัวเลือก เมื่อตัดสินใจเลือกระหว่างคน แผน สี แบบ หรือทางเลือกที่คล้ายกัน บริบทที่พูดถึงการตัดสินใจจะช่วยบอกว่า go with หมายถึง “เลือก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go with ในความหมายว่า “เลือก”?

  1. I'll go with Nina to the library.
  2. This scarf will go with your coat.
  3. After comparing the plans, we'll go with the cheaper one.
ดูคำตอบ

After comparing the plans, we'll go with the cheaper one.

He's the best chess player in the neighborhood,

0:51

เขาคือนักเล่นหมากรุกที่เก่งที่สุดในละแวกนี้

not to mention he's competed in over 20 Brain Clashes วลี

0:53

ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาลงแข่ง Brain Clash มาแล้วกว่า 20 ครั้ง

วลี

not to mention: เพิ่มประเด็นสำคัญอีกข้อ

not to mention ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ช่วยเน้นหรือขยายประเด็นที่พูดไปแล้ว ในที่นี้ สำนวนนี้เพิ่มเหตุผลอีกข้อที่ทำให้มองว่าคนผู้นี้เป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีประสบการณ์ สำนวนนี้ใช้เชื่อมข้อมูล ไม่ใช่คำสั่งให้เก็บเรื่องใดเป็นความลับ หลังสำนวนนี้สามารถตามด้วยนามวลี รูป -ing วลีคุณศัพท์ หรืออนุประโยคได้ และในภาษาพูดมักละ that หน้าอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ not to mention เพื่อเพิ่มข้อดีอีกข้อหนึ่ง

  1. I promised not to mention the surprise before Friday.
  2. The cabin is warm, not to mention easy to reach.
  3. She asked whether the cabin was warm and easy to reach.
ดูคำตอบ

The cabin is warm, not to mention easy to reach.

and is a five-time champion. การใช้คำ

0:56

และเป็นแชมป์ถึง 5 สมัย

การใช้คำ

five-time champion: โครงสร้าง number + -time หน้าคำนาม

A five-time champion หมายถึงคนที่ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ห้าครั้ง โดย five-time ทำหน้าที่เป็นคำขยายประสมหน้าคำนาม champion ในโครงสร้างนี้ time คงรูปเอกพจน์ และเชื่อมตัวเลขกับ time ด้วยขีดกลาง เช่น a two-time winner และ a three-time finalist

แบบฝึกหัด

เติมคำขยายประสมที่บอกจำนวนแชมป์ลงในประโยคภาษาอังกฤษ: After winning the title three times, she is a ____ national champion.

ดูคำตอบ

three-time

Uh I'm not sure who to pick.

0:59

เอ่อ ฉันไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครดี

Who's the smartest?

1:01

ใครฉลาดที่สุด?

Which of these teammates should Amir choose for tomorrow's contest and why? ลำดับความ

1:05

อามีร์ควรเลือกเพื่อนร่วมทีมคนไหนสำหรับการแข่งขันพรุ่งนี้ และเพราะเหตุใด?

ลำดับความ

Which ... should ... choose ... and why? — การตั้งโจทย์ให้ใช้เหตุผล

คำถามนี้รวมงานสองอย่างเข้าด้วยกัน คือ Which of these teammates ให้ผู้ชมเลือกจากกลุ่มตัวเลือกที่รู้จักแล้ว ส่วน and why ให้บอกเหตุผลสนับสนุนตัวเลือกนั้น Should ทำให้การเลือกนี้เป็นคำแนะนำ ไม่ใช่การคาดการณ์ ในฐานะคำถามท้าทาย คำถามนี้ช่วยจัดระเบียบเนื้อหาที่จะตามมา ผู้ชมต้องฟังข้อมูลที่ช่วยเปรียบเทียบตัวเลือกและตัดสินว่าเพื่อนร่วมทีมคนใดเหมาะกับการแข่งขันมากที่สุด รูปแบบคำถามนี้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่นำเสนอให้เป็นโจทย์การใช้เหตุผลสำหรับผู้ชมได้

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มอบโจทย์อะไรให้ผู้ชม?

  1. จำเพียงว่าการแข่งขันจะจัดขึ้นเมื่อใด
  2. เปรียบเทียบเพื่อนร่วมทีม เลือกหนึ่งคน และอธิบายเหตุผล
  3. รอให้ผู้พูดประกาศชื่อเพื่อนร่วมทีมโดยไม่ประเมินใครเลย
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบเพื่อนร่วมทีม เลือกหนึ่งคน และอธิบายเหตุผล

Of course, it depends. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

แน่นอนว่า มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

น้ำเสียง/เจตนา

Of course, it depends. — ยอมรับว่าคำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข

It depends หมายความว่าคำตอบเปลี่ยนไปตามสถานการณ์หรือเงื่อนไข จึงไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกต้องเสมอ Of course แสดงว่าความซับซ้อนนี้เป็นสิ่งที่คาดได้ และช่วยเปิดทางไปสู่การวิเคราะห์อย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะรีบให้คำตอบแบบตายตัว วลีนี้มักทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม โดยเริ่มจากยอมรับว่าคำตอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไข แล้วจึงอธิบายว่าขึ้นอยู่กับอะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายความว่า “คำตอบเปลี่ยนไปตามเงื่อนไข”: “Which route is best?” “____ on the weather and traffic.”

ดูคำตอบ

It depends

While intelligence is often associated with things like IQ tests, วลี

1:11

แม้ว่าความฉลาดมักจะถูกเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ เช่น การทดสอบไอคิว

วลี

is associated with: แสดงความเกี่ยวข้อง ไม่ใช่สาเหตุ

ในประโยคนี้ intelligence is often associated with IQ tests หมายถึงคนทั่วไปมักเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องความฉลาดเข้ากับแบบทดสอบไอคิว โครงสร้างกรรมวาจก be associated with ใช้เชื่อมโยงสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างนี้บอกเพียงความเกี่ยวข้องหรือการเชื่อมโยงที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าความฉลาดกับแบบทดสอบไอคิวเป็นสิ่งเดียวกัน และไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้หน้าจอมากขึ้นกับการเข้านอนดึกขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล ประโยคใดถูกต้องแม่นยำที่สุด?

  1. More screen time is associated with later bedtimes.
  2. More screen time causes later bedtimes.
ดูคำตอบ

More screen time is associated with later bedtimes.

these assessments fail to capture the scope and depth วลี

1:15

แต่การประเมินเหล่านี้ก็ไม่สามารถจับขอบเขตและความลึกซึ้ง

of a person's varied abilities.

1:18

ของความสามารถที่หลากหลายของบุคคลได้

วลี

fail to capture the scope and depth: ไม่สามารถสะท้อนขอบเขตและความลุ่มลึก

Fail to capture หมายถึงไม่สามารถนำเสนอหรือครอบคลุมบางสิ่งได้อย่างเพียงพอ ในที่นี้ capture ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ การประเมินให้ข้อมูลบางส่วน แต่ไม่ได้แสดงภาพทั้งหมด โครงสร้างคือ fail to + คำกริยารูปพื้นฐาน scope หมายถึงช่วงของความสามารถที่กว้างเพียงใด ส่วน depth หมายถึงความสามารถเหล่านั้นมีรายละเอียดหรือพัฒนาไปลึกเพียงใด เมื่อใช้ scope and depth ร่วมกัน จะเน้นทั้งความกว้างและความซับซ้อน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: A quick online quiz may ____ the scope and depth of a person's creativity.

ดูคำตอบ

fail to capture

So, instead, we'll break down the idea of smart into categories, กริยาวลี

1:20

ดังนั้น เราจะแบ่งแนวคิดเรื่องความฉลาดออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ แทน

กริยาวลี

break down ... into categories: แบ่งแนวคิดเป็นหมวดหมู่เพื่อวิเคราะห์

ในที่นี้ break down the idea of smart into categories หมายถึงการแบ่งแนวคิดกว้าง ๆ ออกเป็นประเภทย่อยเพื่อให้วิเคราะห์ได้ชัดเจนขึ้น ในประโยคนี้ break down ไม่ได้หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียหรือหยุดทำงาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ break down + กรรม + into + ส่วนต่าง ๆ และ break + กรรม + down + into + ส่วนต่าง ๆ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องใช้ break it down ไม่ใช่ break down it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “แบ่งเป็นส่วนย่อยเพื่อวิเคราะห์”: We need to ____ the survey results into age groups.

ดูคำตอบ

break down

like creativity, memory, and learning,

1:24

เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความจำ และการเรียนรู้

and explore when the brain's best at each of them. ลำดับความ

1:27

และสำรวจดูว่าสมองทำงานได้ดีที่สุดในแต่ละด้านเมื่อใด

ลำดับความ

explore when the brain's best at each of them: แผนที่บอกแนวทางของเนื้อหาถัดไป

อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นแผนที่บอกแนวทางของเนื้อหา โดยบอกผู้ชมว่าส่วนถัดไปจะพิจารณาความสามารถแต่ละหมวด และถามว่าสมองทำงานด้านนั้นได้ดีที่สุดเมื่อใด explore สื่อว่าจะมีการสำรวจ ไม่ใช่การให้คำตอบสุดท้ายทันที ส่วน each of them ย้อนกลับไปหมายถึงหมวดต่าง ๆ ที่เพิ่งกล่าวถึง จึงเชื่อมประโยคนี้กับโครงสร้างของเนื้อหาถัดไป

แบบฝึกหัด

อนุประโยคนี้บอกผู้ชมว่าส่วนถัดไปจะจัดเนื้อหาอย่างไร

  1. ส่วนถัดไปจะบอกรายชื่อส่วนต่าง ๆ ของสมองโดยไม่พูดถึงว่าส่วนเหล่านั้นทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใด
  2. ส่วนถัดไปจะให้คำตอบสุดท้ายเพียงคำตอบเดียวโดยไม่แยกพิจารณาแต่ละหมวด
  3. ส่วนถัดไปจะพิจารณาความสามารถแต่ละหมวด และถามว่าสมองทำงานด้านนั้นได้ดีที่สุดเมื่อใด
ดูคำตอบ

ส่วนถัดไปจะพิจารณาความสามารถแต่ละหมวด และถามว่าสมองทำงานด้านนั้นได้ดีที่สุดเมื่อใด

Let's start at the very beginning. ลำดับความ

1:30

มาเริ่มกันที่จุดเริ่มต้นเลย

ลำดับความ

Let's start at the very beginning: นำผู้ฟังเข้าสู่ประเด็นแรก

Let's start at the very beginning เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่ส่วนแรกของคำอธิบาย ส่วน at the very beginning หมายถึงจุดที่แรกที่สุดในลำดับหรือเส้นเวลา ในที่นี้ let's ใช้นำผู้ฟังให้ติดตามลำดับที่ผู้พูดวางไว้ ไม่ใช่คำขอตามตัวอักษรให้ผู้ฟังไปทำงานอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบ Let's start with/at ... สามารถนำไปใช้เพื่อเปิดหัวข้อ ขั้นตอน หรือจุดเริ่มต้นแรกได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Let's start at the very beginning”?

  1. พาคำอธิบายไปยังจุดแรกสุดของลำดับ
  2. ขอให้ผู้ชมเริ่มวิดีโอใหม่
  3. ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ

พาคำอธิบายไปยังจุดแรกสุดของลำดับ

In the first few years of life,

1:31

ในช่วงสองสามปีแรกของชีวิต

your brain undergoes incredible rapid growth, วลี

1:33

สมองของคุณเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

called synaptogenesis, วัฒนธรรม

1:36

ที่เรียกว่า ซินแนปโทเจเนซิส (synaptogenesis)

วลี

undergoes incredible rapid growth: ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลง

undergoes + นามวลี หมายถึงประสบหรือผ่านกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ สมองคือสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดย undergoes ไม่ได้สื่อว่าสมองตั้งใจลงมือทำการกระทำนั้น undergo รับกรรมตามหลังโดยตรง เช่น undergo rapid growth, undergo treatment หรือ undergo major changes คำว่า incredible เน้นว่าการเติบโตนั้นน่าทึ่งเพียงใด ส่วน rapid บอกความเร็วของการเติบโต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ undergo: Last spring, the young tree ____ rapid growth.

ดูคำตอบ

underwent

วัฒนธรรม

called synaptogenesis: การแนะนำศัพท์วิทยาศาสตร์

called synaptogenesis ใช้ตั้งชื่อให้กระบวนการที่เพิ่งอธิบายไป ตรงนี้ called หมายถึง “เรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรหา” ในทางไวยากรณ์ called เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ และรูปเต็มอาจเป็น which is called synaptogenesis Synaptogenesis (การสร้างไซแนปส์) คือกระบวนการพัฒนาที่มีการสร้างไซแนปส์จำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักอธิบายกระบวนการด้วยคำทั่วไปก่อน แล้วจึงใช้ called + คำศัพท์ เพื่อแนะนำชื่อเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติม called เพื่อแนะนำศัพท์วิทยาศาสตร์ในประโยค: The process by which plants use light to make food is ____ photosynthesis.

ดูคำตอบ

called

where more than 1 million new neural connections ไวยากรณ์

1:37

ซึ่งการเชื่อมต่อของระบบประสาทใหม่ๆ มากกว่า 1 ล้านจุด

are formed every second.

1:40

ถูกสร้างขึ้นในทุกๆ วินาที

ไวยากรณ์

new neural connections are formed: รูป passive ที่เน้นผลลัพธ์

new neural connections are formed ใช้รูป passive ใน present simple โดย new neural connections เป็นประธานพหูพจน์ are เป็นรูปหนึ่งของ be และ formed เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของ form วลีนี้บอกว่าการเชื่อมต่อใหม่เกิดขึ้น รูป passive ทำให้การเชื่อมต่อใหม่และผลของการก่อตัวเป็นจุดเน้นของข้อมูล ประโยคไม่ได้บอกผู้กระทำ เพราะกำลังอธิบายกระบวนการพัฒนาตามธรรมชาติ ไม่ใช่คนที่ตั้งใจสร้างการเชื่อมต่อ ลักษณะการเน้นแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกข้อเท็จจริงทั่วไปโดยใช้รูป present simple passive ของ form: During practice, new habits ____ over time.

ดูคำตอบ

are formed

As the brain develops, it goes through a pruning process. วลี

1:42

เมื่อสมองพัฒนาขึ้น มันก็จะผ่านกระบวนการตัดแต่ง

วลี

goes through a pruning process: ผ่านการตัดแต่งการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท

Go through a process หมายถึงประสบหรือผ่านชุดการเปลี่ยนแปลงหรือขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ goes ใช้ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ it ซึ่งหมายถึงสมอง โดยทั่วไป pruning หมายถึงการตัดแต่งส่วนต่าง ๆ ของพืช แต่เมื่อพูดถึงพัฒนาการของสมอง คำนี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการทำให้การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่ใช้น้อยอ่อนลงหรือถูกกำจัด ไม่ได้หมายถึงการตัดสมองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ go through เติมประโยคให้สมบูรณ์: Every application ____ a review process before approval.

ดูคำตอบ

goes through

Based on your experience and environment, ไวยากรณ์

1:45

โดยอิงจากประสบการณ์และสภาพแวดล้อมของคุณ

ไวยากรณ์

Based on your experience and environment: บอกพื้นฐานไว้ก่อน

Based on + นามวลี เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกข้อมูลหรือปัจจัยที่เป็นพื้นฐานของข้อความที่ตามมา ในที่นี้ your experience and environment คือพื้นฐานดังกล่าว หลังเครื่องหมายจุลภาค ประโยคหลักควรบอกข้อสรุป การตัดสินใจ การคาดการณ์ หรือผลลัพธ์ที่ได้จากพื้นฐานนั้น การเปิดประโยคแบบนี้กระชับกว่าอนุประโยคเต็มอย่าง When we use X as the basis.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Based on: ____ the survey results, we changed the schedule.

ดูคำตอบ

Based on

used connections are strengthened, ไวยากรณ์

1:47

จุดเชื่อมต่อที่ใช้งานจะถูกเสริมความแข็งแกร่ง

and unused connections are removed.

1:50

และจุดเชื่อมต่อที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกลบออกไป

ไวยากรณ์

used connections are strengthened ... unused connections are removed: อนุประโยคกรรมวาจกแบบขนาน

ประโยคนี้เชื่อมอนุประโยคสองส่วนด้วยรูปแบบกรรมวาจกเดียวกัน คือ used connections + are strengthened และ unused connections + are removed คำว่า used และ unused แบ่งการเชื่อมต่อเป็นสองกลุ่มที่ตรงข้ามกัน ส่วน strengthened และ removed บอกผลลัพธ์ที่ต่างกันของแต่ละกลุ่ม การใช้รูป “นามวลี + are + กริยาช่องที่ 3” ซ้ำทำให้ผลลัพธ์ทั้งสองเด่นเท่ากัน รูปแบบที่สมดุลนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะสรุปกระบวนการได้กระชับโดยไม่ต้องระบุผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปกรรมวาจกแบบขนานเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบสองกลุ่ม?

  1. Useful files are saved because unnecessary files take up space.
  2. Useful files are saved, and unnecessary files are deleted.
  3. The system saves useful files and deletes unnecessary files.
ดูคำตอบ

Useful files are saved, and unnecessary files are deleted.

Frequently used neuronal pathways are myelinated, วัฒนธรรม

1:53

เส้นทางของเส้นประสาทที่ใช้บ่อยจะถูกหุ้มด้วยปลอกไมอีลิน

วัฒนธรรม

neuronal pathways are myelinated: ไมอีลินรอบเส้นใยประสาท

ในประโยคนี้ neuronal pathways are myelinated หมายถึงไมอีลินก่อตัวเป็นปลอกรอบเส้นใยประสาทที่อยู่ในเส้นทางเหล่านั้น Are myelinated เป็นรูปกรรมวาจก จึงเน้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเส้นทางประสาท มากกว่าสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไมอีลินเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนรอบเส้นใยประสาท ปลอกนี้ช่วยให้สัญญาณประสาทเดินทางได้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงสำคัญต่อคำอธิบายเกี่ยวกับเส้นทางที่ถูกใช้งานบ่อย

แบบฝึกหัด

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ The neuronal pathways are myelinated หมายความว่าอย่างไร?

  1. เส้นใยประสาทในเส้นทางเหล่านั้นถูกหุ้มด้วยปลอกไมอีลิน
  2. เส้นทางเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ
  3. เส้นทางเหล่านั้นถูกนำออกจากระบบประสาท
ดูคำตอบ

เส้นใยประสาทในเส้นทางเหล่านั้นถูกหุ้มด้วยปลอกไมอีลิน

wrapped in a layer of insulation, สำนวน

1:56

ซึ่งห่อหุ้มด้วยชั้นฉนวน

สำนวน

wrapped in a layer of insulation ในฐานะการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์

วลีนี้อธิบายชั้นไมอีลินโดยเปรียบเส้นใยประสาทเหมือนสายไฟที่หุ้มด้วยฉนวน wrapped in หมายถึงถูกปกคลุมอยู่ด้านนอก ส่วน a layer of เน้นว่าสิ่งที่หุ้มนั้นเป็นชั้นภายนอกที่ชัดเจน insulation ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงวัสดุฉนวนในอาคารจริง ๆ การเปรียบเทียบนี้เน้นหน้าที่ที่คล้ายกัน คือชั้นหุ้มล้อมรอบเส้นใยประสาทเหมือนฉนวนล้อมรอบสายไฟ และช่วยให้สัญญาณไฟฟ้าเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ wrapped in a layer of insulation สื่อถึงอะไร

  1. เส้นใยประสาทถูกทำให้ร้อนเพื่อให้เคลื่อนที่เร็วขึ้น
  2. เส้นใยประสาทถูกวางไว้ภายในผนังอาคาร
  3. เส้นใยประสาทมีชั้นหุ้มที่ทำหน้าที่เหมือนฉนวนรอบสายไฟ
ดูคำตอบ

เส้นใยประสาทมีชั้นหุ้มที่ทำหน้าที่เหมือนฉนวนรอบสายไฟ

allowing information to travel faster. ไวยากรณ์

1:58

ช่วยให้ข้อมูลเดินทางได้เร็วขึ้น

ไวยากรณ์

allowing information to travel faster ในฐานะวลีบอกผล

ในที่นี้ allowing information to travel faster เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของกลไกซึ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า หมายความว่าข้อมูลจึงเดินทางได้เร็วขึ้น ไม่ได้หมายถึงว่ามีเหตุการณ์ใหม่ที่แยกออกมาเริ่มขึ้น โครงสร้างคือ allow + กรรม + to-infinitive ได้แก่ allowing + information + to travel เมื่อใช้เครื่องหมายจุลภาคแล้วตามด้วย allowing... หลังประโยคหลัก มักเป็นการเชื่อมสาเหตุหรือกลไกเข้ากับผลที่สิ่งนั้นทำให้เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกผลด้วยรูป -ing ของ allow: The update removes extra steps, ____ customers to complete their orders sooner.

ดูคำตอบ

allowing

This creates a more efficient, fine-tuned brain. การใช้คำ

2:01

สิ่งนี้สร้างสมองที่มีประสิทธิภาพและถูกปรับแต่งอย่างละเอียดมากขึ้น

การใช้คำ

fine-tuned brain: สมองที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างละเอียด

ในประโยคนี้ fine-tuned ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสมองได้รับการปรับและพัฒนาอย่างละเอียดเพื่อให้ทำงานได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้ง more efficient และ fine-tuned ใช้ขยาย brain คำคุณศัพท์นี้ยังใช้บรรยายระบบ แบบจำลอง แผน ทักษะ หรือกระบวนการที่ทำงานดีขึ้นหลังจากได้รับการปรับเล็กน้อยอย่างรอบคอบได้ด้วย จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตั้งเสียงดนตรี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fine-tuned ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน

  1. The violin was fine-tuned until every note was at the right pitch.
  2. The lights were turned off when the office closed.
  3. The model was fine-tuned to produce more accurate results.
ดูคำตอบ

The model was fine-tuned to produce more accurate results.

But this brain remodeling happens within and between brain regions วลี

2:04

แต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสมองนี้เกิดขึ้นภายในและระหว่างส่วนต่างๆ ของสมอง

at different times,

2:08

ในเวลาที่แตกต่างกัน

วลี

within and between brain regions: สองขอบเขตในวลีเดียว

within and between brain regions รวมขอบเขตสองแบบไว้ด้วยกัน within brain regions หมายถึงภายในแต่ละบริเวณ ส่วน between brain regions หมายถึงระหว่างบริเวณที่แตกต่างกัน วลีนามพหูพจน์ brain regions ใช้ร่วมกับคำบุพบททั้งสองจึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ โครงสร้างที่กระชับนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายหรือเชิงวิชาการระบุได้ว่ากระบวนการหนึ่งครอบคลุมทั้งกิจกรรมภายในบริเวณและความสัมพันธ์ข้ามบริเวณ การใช้คำบุพบทเพียงคำเดียวจะทำให้ขอบเขตแคบลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงเป้าหมายและครอบคลุมทั้งภายในแต่ละกลุ่มและระหว่างกลุ่มต่าง ๆ: The study measures cooperation ____ teams.

ดูคำตอบ

within and between

allowing different skills to flourish at different ages. ไวยากรณ์

2:09

ช่วยให้ทักษะที่แตกต่างกันเจริญงอกงามในวัยที่ต่างกัน

ไวยากรณ์

allowing different skills to flourish at different ages: การแสดงผลลัพธ์

อนุประโยค -ing ที่ขึ้นต้นประโยคเพิ่มผลลัพธ์ให้กับแนวคิดก่อนหน้า กล่าวคือ เงื่อนไขที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้นทำให้รูปแบบการพัฒนานี้เกิดขึ้นได้ ภายในอนุประโยค allow ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive ได้แก่ allowing + different skills + to flourish ในที่นี้ flourish หมายถึง “พัฒนาได้ดีเป็นพิเศษหรือประสบความสำเร็จ” ไม่ได้หมายถึงแค่ “เติบโตเหมือนพืช” ส่วน at different ages บอกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาไม่เหมือนกันในทุกทักษะ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความอนุประโยคที่เน้นไว้ได้ตรงที่สุด

  1. หมายความว่าเงื่อนไขก่อนหน้านี้ทำให้ทักษะต่าง ๆ พัฒนาได้ดีในช่วงอายุที่แตกต่างกัน
  2. หมายความว่ามีเพียงทักษะที่เกี่ยวกับพืชเท่านั้นที่เติบโตได้เมื่อคนมีอายุมากขึ้น
  3. หมายความว่าทุกทักษะต้องพัฒนาอย่างเต็มที่ในอายุเดียวกันพอดี
ดูคำตอบ

หมายความว่าเงื่อนไขก่อนหน้านี้ทำให้ทักษะต่าง ๆ พัฒนาได้ดีในช่วงอายุที่แตกต่างกัน

For example, in childhood,

2:13

ตัวอย่างเช่น ในวัยเด็ก

brain regions involved in language learning develop quickly, ไวยากรณ์

2:14

ส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ภาษาจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

brain regions involved in language learning: อนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ

involved in language learning เป็นอนุประโยครูป past participle ที่วางหลัง brain regions เพื่อระบุว่าหมายถึงบริเวณใด และสามารถขยายเป็น brain regions that are involved in language learning ได้ ในที่นี้ involved in หมายถึงการมีส่วนร่วมหรือมีบทบาทในกระบวนการนั้น รูปย่อนี้รวมข้อมูลไว้ในนามวลีอย่างกระชับ เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์และงานเขียนให้ข้อมูล ในประโยคเต็ม involved ไม่ใช่กริยาหลัก กริยาหลักคือ develop

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อของ "that were involved in": The teams ____ the rescue operation met this morning.

ดูคำตอบ

involved in

which is why many children can learn and master multiple languages. ไวยากรณ์

2:18

นั่นเป็นสาเหตุที่เด็กหลายคนสามารถเรียนรู้และเชี่ยวชาญได้หลายภาษา

ไวยากรณ์

which is why: เชื่อมเหตุเข้ากับผลลัพธ์

ใน which is why คำว่า which อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว วลีนี้หมายถึง “และนั่นคือเหตุผลที่...” และใช้เกริ่นถึงผลที่เกิดจากสถานการณ์นั้น โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ “เหตุหรือข้อเท็จจริง, which is why + ผลลัพธ์” ซึ่งช่วยให้ผู้พูดเชื่อมจากคำอธิบายไปสู่ผลที่ตามมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสามคำจากบทนี้เพื่อเชื่อมเหตุที่กำหนดกับผลของมัน: The alarm did not ring, ____ Maya woke up late.

ดูคำตอบ

which is why

Yet, the prefrontal cortex, วัฒนธรรม

2:22

ทว่าสมองส่วนพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์

a brain region responsible for cognitive control and inhibition,

2:23

ซึ่งเป็นส่วนของสมองที่รับผิดชอบการควบคุมและการยับยั้งชั่งใจ

วัฒนธรรม

the prefrontal cortex, a brain region...: อธิบายศัพท์ด้วยส่วนขยายแบบ appositive

นามวลี a brain region responsible for cognitive control and inhibition เป็นส่วนขยายแบบ appositive ที่เรียกและอธิบาย the prefrontal cortex ด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง ทั้งสองวลีหมายถึงบริเวณสมองเดียวกัน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นข้อมูลเสริม จึงสามารถดำเนินประโยคหลักต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดเพื่อให้คำนิยามแยกต่างหาก ในที่นี้ responsible for หมายถึง “มีหน้าที่” Cognitive control คือการควบคุมความสนใจและพฤติกรรมที่มีเป้าหมาย ส่วน inhibition คือความสามารถในการยับยั้งการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมหรือเกิดจากแรงกระตุ้น นี่คือข้อมูลพื้นฐานขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเข้าใจคำนิยาม

แบบฝึกหัด

a brain region responsible for cognitive control and inhibition ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกการกระทำหลักที่ the prefrontal cortex ทำ
  2. วลีนี้กล่าวถึงบริเวณสมองอีกส่วนหนึ่งที่ตรงข้ามกับ the prefrontal cortex
  3. วลีนี้เรียกและอธิบาย the prefrontal cortex อย่างสั้น ๆ ด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง
ดูคำตอบ

วลีนี้เรียกและอธิบาย the prefrontal cortex อย่างสั้น ๆ ด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง

is slower to develop. ไวยากรณ์

2:27

จะพัฒนาช้ากว่า

ไวยากรณ์

is slower to develop: เปรียบเทียบความเร็วในการพัฒนา

is slower to develop หมายความว่าสิ่งหนึ่งพัฒนาในอัตราที่ช้ากว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ หรือใช้เวลานานกว่าจะเติบโตเต็มที่ รูปแบบคือ be + รูปขั้นกว่าของ slow + to-infinitive: is + slower + to develop โดยอาจระบุสิ่งที่เปรียบเทียบด้วย than หรือให้เข้าใจจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be slower to develop ได้ถูกต้อง

  1. Some friendships are more slower to develop than others.
  2. Some friendships are slower to develop than others.
  3. Some friendships are slower develop than others.
ดูคำตอบ

Some friendships are slower to develop than others.

As a result, some young children may struggle with strategic games โน้ต

2:29

ส่งผลให้เด็กเล็กบางคนอาจมีปัญหากับเกมวางแผน

ลำดับความ

As a result: ใช้บอกผลลัพธ์

As a result บอกผู้อ่านว่าแนวคิดถัดไปเป็นผลที่เกิดจากข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป สำนวนนี้จัดลำดับเนื้อหาให้กล่าวถึงสาเหตุก่อนแล้วจึงกล่าวถึงผล ไม่ได้ใช้เพื่อนำเสนอตัวอย่างหรือความแตกต่าง เมื่ออยู่ต้นประโยค ตามปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลังเหมือนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ As a result ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเป็นผลจากเหตุการณ์แรก

  1. The road was flooded. In contrast, the bus arrived late.
  2. The road was flooded. For example, the bus arrived late.
  3. The road was flooded. As a result, the bus arrived late.
ดูคำตอบ

The road was flooded. As a result, the bus arrived late.

วลี

struggle with strategic games: บอกว่ารู้สึกว่างานหนึ่งยาก

ในประโยคนี้ struggle with strategic games หมายถึงรู้สึกว่าเกมวางแผนยากและต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการเล่น ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้จริง ๆ และไม่ได้แปลว่าเด็กเหล่านั้นเล่นเกมไม่ได้เลยเสมอไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ struggle with + คำนาม นามวลี หรือรูป -ing โดยส่วนที่ตามหลังจะบอกงาน วิชา ปัญหา หรือความรู้สึกที่ทำให้เกิดความยากลำบาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ struggle with: Maya understands the rules, but she still ____ long strategy games.

ดูคำตอบ

struggles with

such as chess or checkers,

2:32

เช่น หมากรุก หรือหมากฮอส

which require constant concentration, ไวยากรณ์

2:34

ซึ่งต้องใช้สมาธิอย่างต่อเนื่อง

planning, and abstract thought.

2:36

การวางแผน และความคิดเชิงนามธรรม

ไวยากรณ์

which require ...: อธิบายว่าเกมเหล่านี้ต้องใช้อะไร

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง strategic games อนุประโยคสัมพันธ์นี้เพิ่มข้อมูลว่าเกมเหล่านั้นต้องใช้อะไร จึงช่วยอธิบายว่าเหตุใดเด็กบางคนอาจรู้สึกว่าเกมยาก เนื่องจาก games เป็นพหูพจน์ กริยาจึงใช้ require ไม่ใช่ requires ส่วน Constant concentration, planning และ abstract thought เป็นนามวลีสามส่วนที่วางขนานกันและเป็นกรรมของ require ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ which และรูปที่ถูกต้องของ require: These tasks, ____ careful planning, can take hours.

ดูคำตอบ

which require

At the same time, ลำดับความ

2:38

ในขณะเดียวกัน

ลำดับความ

At the same time ในฐานะคำเชื่อมเพื่อถ่วงดุลข้อมูล

ในที่นี้ At the same time ทำหน้าที่จัดลำดับการอธิบาย ไม่ได้เพียงระบุว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่ใช้เปิดประเด็นอีกด้านของหัวข้อเดียวกันซึ่งเป็นจริงควบคู่กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนได้ คำเชื่อมนี้มักใช้สร้างความสมดุลระหว่างข้อจำกัดกับข้อดี หรือเพิ่มประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทั้งสองไม่จำเป็นต้องตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง แนวคิดที่สองเพียงเพิ่มมุมมองใหม่โดยไม่หักล้างแนวคิดแรก

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ At the same time เพื่อเพิ่มอีกด้านหนึ่งที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับสถานการณ์เดียวกัน

  1. The course is challenging. As a result, many learners need extra time.
  2. The course is challenging. For example, the final project has three parts.
  3. The course is challenging. At the same time, it gives beginners plenty of support.
ดูคำตอบ

The course is challenging. At the same time, it gives beginners plenty of support.

children tend to be more flexible, exploration-based learners. วลี

2:39

เด็กๆ มักจะเป็นผู้เรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและเน้นการสำรวจมากกว่า

วลี

tend to be more flexible ... เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไป

ใน tend to be โครงสร้าง tend to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือเป็นจริงโดยทั่วไป โครงสร้างนี้เปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ดังนั้นประโยคจึงเป็นการสังเกตแนวโน้มของกลุ่ม ไม่ได้ยืนยันว่าเด็กทุกคนเรียนรู้ด้วยวิธีนี้ กริยา be เชื่อม children เข้ากับคำอธิบาย more flexible, exploration-based learners โดย flexible หมายถึงสามารถปรับวิธีเรียนได้ ส่วน exploration-based หมายถึงการเรียนรู้ผ่านการลอง การค้นพบ และการปรับเปลี่ยน เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม exploration กับ based ให้เป็นคำขยายเดียวหน้า learners

แบบฝึกหัด

ใช้ tend to be เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว: Neighborhood parks ____ quieter early in the morning.

ดูคำตอบ

tend to be

They often use more creative approaches วลี

2:43

พวกเขามักจะใช้แนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่า

when finding solutions to riddles

2:45

ในการค้นหาคำตอบของปริศนา

วลี

use more creative approaches when finding solutions to riddles: ใช้แนวทางที่สร้างสรรค์มากขึ้นเมื่อหาวิธีแก้ปัญหา

Use approaches หมายถึงการเลือกและนำวิธีจัดการงานมาใช้ ส่วน more creative approaches หมายถึงวิธีที่ใช้จินตนาการมากกว่าวิธีที่นำมาเปรียบเทียบ When finding solutions to riddles บอกว่าวิธีเหล่านั้นถูกใช้เมื่อใด โดยประธานที่ละไว้ของ finding คือ they รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ use an approach และ find a solution to a problem

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The class used more creatively approaches when finding solutions for the puzzle.
  2. The class used more creative approaches when finding solutions to the puzzle.
  3. The class made more creative approaches when finding solutions to the puzzle.
ดูคำตอบ

The class used more creative approaches when finding solutions to the puzzle.

and are on average less afraid to make mistakes. วลี

2:47

และโดยเฉลี่ยแล้วจะไม่ค่อยกลัวความผิดพลาด

วลี

on average less afraid to make mistakes: โดยเฉลี่ยแล้วกลัวการทำผิดพลาดน้อยกว่า

On average จำกัดความหมายของประโยคให้เป็นแนวโน้มโดยรวมของกลุ่ม หมายความว่าโดยรวมแล้วกลุ่มนี้กลัวน้อยกว่า แต่สมาชิกแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ Less afraid เป็นการเปรียบเทียบกับอีกกลุ่มหนึ่งหรืออีกช่วงเวลาหนึ่งที่บริบทได้กล่าวถึงแล้ว ในที่นี้ afraid to make mistakes หมายถึงกังวลว่าจะทำผิด ไม่ได้บอกว่าทุกคนจะทำผิดหรือไม่มีใครทำผิดเลย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: The students are, on average, less afraid to make mistakes หมายความว่านักเรียนทุกคนกลัวน้อยลง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

But adults have their own unique set of abilities.

2:51

แต่ผู้ใหญ่ก็มีชุดความสามารถเฉพาะตัวของพวกเขาเอง

Adults benefit from a well-developed prefrontal cortex, วลี

2:54

ผู้ใหญ่ได้รับประโยชน์จากสมองส่วนพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์ที่พัฒนามาอย่างดี

วลี

benefit from a well-developed prefrontal cortex: ระบุแหล่งที่มาของข้อดี

Benefit from + คำนาม หมายถึง “ได้รับข้อดีหรือประโยชน์จากสิ่งนั้น” ในประโยคนี้ ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ ส่วนเปลือกสมองส่วนหน้าที่พัฒนาอย่างดีคือแหล่งที่มาของข้อดีนั้น Well-developed ใช้บรรยายสิ่งที่พัฒนาอย่างแข็งแรงหรือสมบูรณ์เพียงพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ บุคคลหรือกลุ่ม + benefit from + เงื่อนไข ทรัพยากร หรือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ได้รับข้อดีจาก” ลงในประโยค: Small businesses can ____ lower energy costs.

ดูคำตอบ

benefit from

allowing them to better execute skills ไวยากรณ์

2:57

ทำให้พวกเขาดำเนินการทักษะต่างๆ ได้ดีขึ้น

ไวยากรณ์

allowing them to better execute skills: เพิ่มผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing

Allowing them to better execute skills เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่เพิ่มผลลัพธ์จากข้อความก่อนหน้า มีความหมายว่า “และสิ่งนี้ทำให้พวกเขาใช้หรือปฏิบัติทักษะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” โดยส่วนนี้ไม่ใช่ประโยคอิสระประโยคใหม่ โครงสร้างภายในคือ allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน: allowing + them + to execute คำว่า better วางหน้า execute ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และบอกว่าทักษะเหล่านั้นถูกนำไปใช้ได้ดีเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ allowing + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อแสดงผลลัพธ์ได้ถูกต้อง?

  1. The clearer instructions reduce confusion, allowing users finish the task faster.
  2. The clearer instructions reduce confusion, allow users to finish the task faster.
  3. The clearer instructions reduce confusion, allowing users to finish the task faster.
ดูคำตอบ

The clearer instructions reduce confusion, allowing users to finish the task faster.

that require learning, focus, and memory,

2:59

ซึ่งต้องอาศัยการเรียนรู้ สมาธิ และความจำ

making them quick and efficient puzzle solvers ไวยากรณ์

3:02

ทำให้พวกเขาเป็นนักแก้ปริศนาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ไวยากรณ์

making them quick and efficient puzzle solvers: การบอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing making them quick and efficient puzzle solvers บอกผลที่เกิดจากความสามารถซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ หมายความว่าความสามารถเหล่านั้นทำให้คนที่ them อ้างถึงกลายเป็นผู้แก้ปริศนาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างคือ make + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม โดย them เป็นกรรม และ quick and efficient puzzle solvers เป็นนามวลีที่บอกว่าพวกเขากลายเป็นอะไร โครงสร้างนี้ไม่เติม to be หลัง making

แบบฝึกหัด

ใช้ making + her + ส่วนเติมเต็มที่เป็นนามเพื่อบอกว่า Maya กลายเป็นผู้พูดที่มั่นใจมากขึ้น: Maya practiced every day, ____.

ดูคำตอบ

making her a more confident speaker

or crossword masters.

3:04

หรือเป็นปรมาจารย์ปริศนาอักษรไขว้

Late in adulthood,

3:06

ในช่วงปลายของวัยผู้ใหญ่

these same skills may decline ไวยากรณ์

3:07

ทักษะแบบเดียวกันนี้อาจลดลง

as the brain's memory center,

3:09

เนื่องจากศูนย์ความจำของสมอง

known as the hippocampus, shrinks. วลี

3:10

หรือที่เรียกว่าฮิปโปแคมปัส ได้หดตัวลง

ไวยากรณ์

may decline as ... shrinks: การเชื่อมสถานการณ์สองอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ในประโยคนี้ as เชื่อมสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน คือศูนย์ความจำหดตัว และทักษะต่าง ๆ อาจลดลงไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนั้น การหดตัวถูกนำเสนอเป็นทั้งภูมิหลังและสาเหตุที่เป็นไปได้ของการลดลง ดังนั้น as จึงสื่อทั้งความสัมพันธ์ด้านเวลาที่ค่อย ๆ ดำเนินไปและความเชื่อมโยงเชิงเหตุผลที่เป็นไปได้ May ทำให้คำกล่าวนี้ไม่ฟันธง กล่าวคือทักษะอาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลดลงแน่นอน วลีแทรก known as the hippocampus เพียงบอกชื่อของศูนย์ความจำ เมื่อลองตัดวลีนี้ออกชั่วคราว จะเห็นส่วนที่ as เชื่อมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกันได้ดีที่สุด แทนที่จะบอกเพียงสาเหตุโดยตรงหรือช่วงเวลาหนึ่ง

  1. Sales rose as customer confidence grew.
  2. Sales rose because customer confidence grew.
  3. Sales rose when customer confidence grew.
ดูคำตอบ

Sales rose as customer confidence grew.

วลี

known as the hippocampus: ใช้ known as เพื่อบอกชื่อ

known as + ชื่อ ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีชื่อเรียกว่าอะไร ในที่นี้ known as the hippocampus บอกชื่อของโครงสร้างสมองที่กล่าวถึงก่อนข้อความส่วนนี้ โดย hippocampus หรือฮิปโปแคมปัสเป็นโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ คำกลุ่มนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ โดย known as the hippocampus มีความหมายเท่ากับ which is known as the hippocampus เครื่องหมายจุลภาคปิดข้อมูลเสริมนี้ก่อนกริยาหลัก shrinks

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้แนะนำชื่อ: This number pattern is ____ the Fibonacci sequence.

ดูคำตอบ

known as

But there's a reason for the phrase older and wiser. สำนวน

3:13

แต่ก็มีเหตุผลสำหรับคำกล่าวที่ว่า ยิ่งแก่ยิ่งฉลาด

สำนวน

older and wiser: อายุ ประสบการณ์ และวิจารณญาณ

older and wiser เชื่อมคำคุณศัพท์ขั้นกว่า 2 คำเข้าด้วยกัน สื่อว่าเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ประสบการณ์ที่สะสมไว้อาจช่วยให้มีวิจารณญาณและความเข้าใจดีขึ้น วลีนี้เป็นการกล่าวโดยรวมที่คุ้นเคยคล้ายสุภาษิต ไม่ได้อ้างว่าผู้สูงอายุทุกคนจะฉลาดขึ้นโดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวชี้ให้เห็นประโยชน์ที่อาจมาพร้อมอายุ และช่วยให้การกล่าวถึงความสามารถที่ลดลงตามวัยมีความสมดุล

แบบฝึกหัด

ในงานพบปะ Maya พูดว่า “We made mistakes back then, but we're older and wiser now.” เธอน่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. ตอนนี้ร่างกายของเราอ่อนเยาว์กว่าเมื่อก่อน
  2. ทุกคนจะฉลาดอย่างสมบูรณ์เมื่อถึงอายุหนึ่ง
  3. เราเรียนรู้จากประสบการณ์แล้ว และตอนนี้อาจตัดสินใจได้ดีขึ้น
ดูคำตอบ

เราเรียนรู้จากประสบการณ์แล้ว และตอนนี้อาจตัดสินใจได้ดีขึ้น

After a lifetime of learning, ไวยากรณ์

3:16

หลังจากเรียนรู้มาตลอดชีวิต

ไวยากรณ์

After a lifetime of learning: ใช้ประสบการณ์ยาวนานเป็นพื้นหลังของผลลัพธ์

After a lifetime of learning เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค after นำเสนอประสบการณ์อันยาวนานที่เกิดก่อนผลลัพธ์หลัก ส่วน a lifetime of learning เน้นว่าความรู้ค่อย ๆ สะสมมาตลอดหลายปี ใช้ after + ช่วงเวลาหรือประสบการณ์ที่ยาวนานเพื่อแสดงว่าความสามารถหรือผลลัพธ์ที่ตามมาเกิดจากการสั่งสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป วลีนี้ทำหน้าที่ให้ข้อมูลพื้นหลังและโดยปกติจะตามด้วยประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด: ____, she could perform the difficult piece with ease.

  1. Without any previous practice
  2. During her first lesson
  3. After years of practice
ดูคำตอบ

After years of practice

older adults have more knowledge to recall and utilize, วลี

3:18

ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่าจะมีองค์ความรู้ให้ระลึกและนำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น

making them excellent trivia partners.

3:21

ทำให้พวกเขาเป็นคู่หูแข่งขันตอบคำถามที่ยอดเยี่ยม

วลี

recall and utilize: ระลึกและนำความรู้ไปใช้

Recall and utilize เป็นคำกริยาสองคำที่เชื่อมกันและบอกสิ่งที่คนเราทำกับความรู้ได้สองอย่าง ได้แก่ นึกความรู้นั้นกลับขึ้นมาและนำไปใช้จริง and เชื่อมการกระทำทั้งสองเป็นคู่ ไม่ได้นำเสนอว่าเป็นตัวเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า to เพียงคำเดียวใช้กับคำกริยาที่เชื่อมกันทั้งสองคำ knowledge to recall and utilize จึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกับ knowledge to recall and to utilize การละ to ตัวที่สองทำให้วลีกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคนนึกความรู้ที่เก็บไว้ขึ้นมาแล้วนำไปใช้?

  1. Researchers must recall and utilize prior findings when designing the next study.
  2. Researchers must remind and utilize prior findings when designing the next study.
  3. Researchers must recall but ignore prior findings when designing the next study.
ดูคำตอบ

Researchers must recall and utilize prior findings when designing the next study.

Other factors that Amir should consider are his own strengths. ลำดับความ

3:24

ปัจจัยอื่นๆ ที่อามีร์ควรพิจารณาคือจุดแข็งของเขาเอง

ลำดับความ

Other factors that Amir should consider...: การเพิ่มเกณฑ์การประเมินอีกข้อ

Other factors เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเพิ่มเกณฑ์อีกข้อในการประเมิน ในประโยคนี้ จุดสนใจเปลี่ยนจากข้อมูลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ไปสู่ความสามารถส่วนตัวของ Amir ซึ่งก็คือ his own strengths รูปแบบ Other factors that X should consider are... ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยชี้ว่ายังมีประเด็นสำคัญอื่นที่ต้องพิจารณา แล้วจึงระบุปัจจัยใหม่ ส่วนอนุประโยคสัมพันธ์ that Amir should consider ใช้ระบุว่าปัจจัยใดเกี่ยวข้องกับการประเมินนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดลำดับคำอธิบาย?

  1. ปฏิเสธข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
  2. กล่าวซ้ำประเด็นเดิมโดยไม่เปลี่ยนจุดสนใจ
  3. เพิ่มสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกข้อและเปลี่ยนจุดสนใจไปที่จุดแข็งส่วนตัวของ Amir
ดูคำตอบ

เพิ่มสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกข้อและเปลี่ยนจุดสนใจไปที่จุดแข็งส่วนตัวของ Amir

As an adolescent,

3:28

ในวัยรุ่น

the prefrontal cortical regions of your brain

3:29

ส่วนพรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์ของสมองของคุณ

are more developed than in childhood. ไวยากรณ์

3:31

จะพัฒนามากกว่าในวัยเด็ก

ไวยากรณ์

are more developed than in childhood: การเปรียบเทียบช่วงของพัฒนาการ

Are more developed than in childhood ใช้โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์ + than เพื่อเปรียบเทียบระดับการพัฒนาในสองช่วงวัย หมายความว่าบริเวณเหล่านี้ของสมองพัฒนามากกว่าในช่วงวัยรุ่นเมื่อเทียบกับช่วงวัยเด็ก ใน than in childhood มีการละคำที่ซ้ำออกไป รูปเปรียบเทียบแบบเต็มสามารถเข้าใจได้ว่าเป็น than they were in childhood ประโยคนี้เปรียบเทียบบริเวณสมองเดียวกันในคนละช่วงเวลา ไม่ได้เปรียบเทียบบริเวณสมองกับ childhood โดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบเทียบความสามารถเดียวกันในช่วงวัยรุ่นและวัยเด็กได้ถูกต้อง?

  1. By adolescence, planning skills are most developed than in childhood.
  2. By adolescence, planning skills are more developed than childhood is.
  3. By adolescence, planning skills are more developed than in childhood.
ดูคำตอบ

By adolescence, planning skills are more developed than in childhood.

This allows you to better navigate logic and math puzzles. การใช้คำ

3:33

สิ่งนี้ช่วยให้คุณไขปริศนาตรรกะและคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น

การใช้คำ

better navigate logic and math puzzles: การใช้ navigate ในเชิงอุปมา

navigate ตามความหมายตรงตัวคือการหาเส้นทางและไปตามเส้นทางนั้น ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา โดยมองโจทย์ปริศนาตรรกะและคณิตศาสตร์เหมือนพื้นที่ซับซ้อนที่ต้องค่อย ๆ หาทางผ่าน ดังนั้น better navigate จึงหมายถึงการรับมือกับขั้นตอนและความยากได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ใช่การเดินทางตามแผนที่ การใช้แบบนี้นำไปใช้กับสิ่งซับซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น กระบวนการ ระบบ ปัญหา หรือสถานการณ์ที่ยาก จุดเน้นคือการหาวิธีที่ใช้ได้จริงเพื่อผ่านความซับซ้อนนั้นไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ navigate ในเชิงอุปมาเพื่อหมายถึงการรับมือกับสิ่งที่ซับซ้อน

  1. The pilot navigated the plane around the storm.
  2. The technician helped us navigate the new security rules.
  3. The scientist solved the equation.
ดูคำตอบ

The technician helped us navigate the new security rules.

Simultaneously, deep inside the brain, ลำดับความ

3:37

ในเวลาเดียวกัน ลึกลงไปในสมอง

regions that are important in motivation and reward

3:40

ส่วนที่มีความสำคัญต่อแรงจูงใจและรางวัล

are developing even faster,

3:42

กำลังพัฒนาเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ลำดับความ

Simultaneously ... are developing even faster: การเพิ่มกระบวนการที่ดำเนินไปพร้อมกัน

Simultaneously ที่ต้นประโยคบอกผู้อ่านว่า การพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับกระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึง โดยเป็นการเพิ่มแนวทางการพัฒนาที่ดำเนินไปพร้อมกัน ไม่ใช่การแสดงความขัดแย้งหรือขั้นตอนที่เกิดขึ้นภายหลัง ประธานหลักคือ regions และกริยาหลักคือ are developing ส่วน Deep inside the brain บอกตำแหน่งของบริเวณเหล่านั้น ขณะที่ that are important in motivation and reward ระบุว่าหมายถึงบริเวณใด Even faster เปรียบเทียบอัตราการพัฒนากับกระบวนการก่อนหน้าและเน้นการเปรียบเทียบให้ชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ Simultaneously และ even faster บอกอะไรแก่ผู้อ่าน

  1. ประโยคนี้เพิ่มกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกันและบอกว่ากระบวนการดังกล่าวพัฒนาด้วยความเร็วที่มากกว่า
  2. ประโยคนี้แสดงว่ากระบวนการก่อนหน้าจบลงก่อนที่กระบวนการนี้จะเริ่ม
  3. ประโยคนี้แทนที่กระบวนการก่อนหน้าด้วยหัวข้อที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เพิ่มกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกันและบอกว่ากระบวนการดังกล่าวพัฒนาด้วยความเร็วที่มากกว่า

driving teenagers like Amir ไวยากรณ์

3:44

ซึ่งช่วยผลักดันวัยรุ่นอย่างอามีร์

to be curious and adventurous learners.

3:46

ให้เป็นผู้เรียนรู้ที่อยากรู้อยากเห็นและชอบผจญภัย

ไวยากรณ์

driving teenagers ... to be ...: ใช้ drive + บุคคล + to + คำกริยาเพื่อบอกผลที่เกิดขึ้น

ใน driving teenagers like Amir to be curious and adventurous learners คำว่า driving หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ส่งอิทธิพลอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ รูปแบบคือ drive + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยแรงบางอย่างผลักดันให้บุคคลลงมือทำหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง อนุประโยค -ing แสดงผลที่เกิดจากกลไกซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า โดยตอบคำถามว่า “สิ่งนี้ส่งผลอย่างไร” และเชื่อมเหตุเข้ากับผลอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drive + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าสาเหตุหนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์

  1. Rising costs may drive families change their spending habits.
  2. Rising costs may drive families to changing their spending habits.
  3. Rising costs may drive families to change their spending habits.
ดูคำตอบ

Rising costs may drive families to change their spending habits.

In many ways, you can think of the teenager

3:49

ในหลายๆ ด้าน คุณสามารถคิดว่าวัยรุ่น

as a jack of all trades, สำนวน

3:51

เปรียบเสมือนเป็ดที่ทำได้ทุกอย่าง

สำนวน

a jack of all trades: คนที่มีทักษะหลากหลาย

A jack of all trades เป็นสำนวนที่หมายถึงคนซึ่งทำงานได้หลายประเภทหรือมีทักษะหลากหลาย ในที่นี้ Jack ไม่ได้หมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังนั้นสำนวนนี้จึงไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร เมื่อใช้สำนวนนี้เพียงส่วนเดียว อาจมีความหมายเป็นกลางหรือเป็นคำชม เพราะเน้นความสามารถรอบด้าน แต่ในคำกล่าวที่ยาวกว่าว่า a jack of all trades, master of none ส่วนที่เพิ่มเข้ามาอาจสื่อว่าบุคคลนั้นไม่มีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง

แบบฝึกหัด

Leo can repair a bike, cook a meal, and build a simple website. การเรียกเขาว่า a jack of all trades หมายความว่าอย่างไร

  1. เขามีทักษะที่ใช้ได้จริงหลากหลายด้าน
  2. เขาเชี่ยวชาญเฉพาะการซ่อมจักรยานเท่านั้น
  3. เขาชื่อ Jack และเป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่ง
ดูคำตอบ

เขามีทักษะที่ใช้ได้จริงหลากหลายด้าน

with brains wired to seek out new experiences สำนวน

3:53

ด้วยสมองที่ถูกกำหนดมาให้แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ

and learn quickly.

3:56

และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

สำนวน

wired to seek out new experiences: แนวโน้มที่มีมาแต่เดิม

ในโครงสร้าง be wired to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า wired เปรียบสมอง คน หรือระบบกับสิ่งที่เชื่อมต่อไว้ในลักษณะเฉพาะ วลีนี้หมายถึง “มีแนวโน้มโดยธรรมชาติหรืออย่างมากที่จะทำบางสิ่ง” ไม่ได้หมายถึงมีสายไฟจริง ๆ seek out หมายถึง “ออกไปค้นหาอย่างตั้งใจ” ดังนั้น wired to seek out new experiences จึงบรรยายแนวโน้มที่มีมาแต่เดิมหรือฝังลึกในการสำรวจสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบจากบทเรียนที่แสดงแนวโน้มตามธรรมชาติอย่างมาก: Rina is ____ spot patterns in number games.

ดูคำตอบ

wired to

You're at a dynamic stage,

3:57

คุณอยู่ในช่วงวัยที่เต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อน

where the choices you make ลำดับความ

3:59

ซึ่งทางเลือกที่คุณเลือกทำ

and the skills you focus on

4:01

และทักษะที่คุณให้ความสำคัญ

can actually guide the development of your brain.

4:02

สามารถนำทางพัฒนาการของสมองคุณได้จริงๆ

ลำดับความ

where the choices you make ... can guide the development of your brain: เชื่อมโยงข้อเท็จจริงกับการลงมือทำ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ย้อนกลับไปขยาย a dynamic stage ในที่นี้ where หมายถึง “ในช่วงนั้น” หรือ “ในสถานการณ์นั้น” ไม่ใช่สถานที่จริง อนุประโยคนี้จัดให้ทางเลือกและทักษะเป็นความเป็นไปได้ที่สำคัญภายในช่วงดังกล่าว ในระดับการเรียบเรียงเนื้อหา อนุประโยคนี้เปลี่ยนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมองที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้มีความหมายต่อตัวผู้ฟัง โดยสิ่งที่ผู้ฟังเลือกและฝึกฝนสามารถส่งผลต่อพัฒนาการได้ คำว่า actually เน้นว่าผลในทางปฏิบัตินี้มีอยู่จริง และอาจสำคัญหรือน่าประหลาดใจกว่าที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูล?

  1. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นตำแหน่งทางกายภาพของสมองในร่างกาย
  2. บอกว่าช่วงดังกล่าวสิ้นสุดลงก่อนที่ทักษะใด ๆ จะพัฒนาได้
  3. เชื่อมโยงช่วงพัฒนาการกับทางเลือกที่ผู้ฟังสามารถเลือกได้
ดูคำตอบ

เชื่อมโยงช่วงพัฒนาการกับทางเลือกที่ผู้ฟังสามารถเลือกได้

So, what's the smartest age?

4:06

แล้วอายุเท่าไหร่ที่ฉลาดที่สุดล่ะ?

There's no single answer. ลำดับความ

4:09

ไม่มีคำตอบเดียวหรอก

ลำดับความ

There's no single answer: ปฏิเสธข้อสรุปเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี

There's no single answer หมายความว่า คำตอบเดียวไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน ทุกเงื่อนไข หรือทุกเป้าหมาย วลีนี้เปิดโอกาสให้มีคำตอบที่สมเหตุสมผลได้หลายคำตอบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคำตอบอยู่เลย เมื่อใช้เป็นประโยคสรุป วลีนี้ปิดการอภิปรายที่ซับซ้อนโดยปฏิเสธข้อสรุปที่ง่ายเกินไปและใช้ได้กับทุกกรณี วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดวกกลับไปยังคำถามเดิม พร้อมบอกว่าข้อสรุปขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

หลังจากพูดถึงทางเลือกที่ตัดสินใจยาก ผู้พูดกล่าวว่า “There's no single answer” เขาหมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีคำตอบอยู่เลย
  2. คำตอบที่แตกต่างกันอาจสมเหตุสมผลในสถานการณ์ที่ต่างกัน
  3. ยอมรับได้เพียงคำตอบเดียว
ดูคำตอบ

คำตอบที่แตกต่างกันอาจสมเหตุสมผลในสถานการณ์ที่ต่างกัน

It's 8, 16, 25, 65,

4:11

มันคือตอนอายุ 8, 16, 25, 65

and everything in between. วลี

4:14

และช่วงอายุระหว่างนั้นทั้งหมด

วลี

and everything in between: ครอบคลุมช่วงตรงกลางทั้งหมด

And everything in between ใช้เพิ่มทุกกรณี ระดับ หรือตัวเลือกที่อยู่ระหว่างขั้วสองด้านที่กล่าวไว้ in between สามารถอธิบายช่วงที่เป็นนามธรรม เช่น ราคา ความยาก หรือรูปแบบได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับพื้นที่จริงเท่านั้น and ที่อยู่ข้างหน้าเชื่อมบทสรุปสุดท้ายนี้เข้ากับขั้วทั้งสองที่กล่าวไปแล้ว แทนที่จะไล่บอกความเป็นไปได้ตรงกลางทุกอย่าง ผู้พูดใช้วลีสั้น ๆ นี้เพื่อครอบคลุมทั้งช่วง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึงความยากทุกระดับระหว่างสองขั้ว: The park has easy walks, difficult climbs, ____.

ดูคำตอบ

and everything in between

Our brains have adapted to prioritize different skills วลี

4:16

สมองของเราได้ปรับตัวเพื่อจัดลำดับความสำคัญของทักษะที่แตกต่างกัน

at various ages

4:19

ในช่วงวัยต่างๆ

to meet that stage of life's challenges and demands. วลี

4:20

เพื่อตอบสนองความท้าทายและความต้องการของชีวิตในแต่ละช่วงวัย

วลี

brains have adapted to prioritize different skills: การปรับตัวและการให้ความสำคัญ

รูป present perfect ใน have adapted นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเกิดขึ้นต่อเนื่องมาในอดีตและผลยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน prioritize different skills หมายถึงให้ความสนใจหรือความสำคัญกับทักษะบางอย่างมากกว่าทักษะอื่น ไม่ได้หมายความว่าทักษะอื่นหายไป ในที่นี้ to prioritize เป็น infinitive ที่บอกว่าการปรับตัวทำให้สมองทำอะไรได้ สมองเปลี่ยนแปลงในแบบที่ทำให้ทักษะแต่ละอย่างได้รับความสำคัญต่างกันตามช่วงวัย โครงสร้าง adapt to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ต่อยอดได้เมื่อ adapt หมายถึงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การกระทำใหม่เกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดถ่ายทอดความหมายของ brains have adapted to prioritize different skills ได้ตรงที่สุด

  1. สมองหยุดพัฒนาทักษะทั้งหมดหลังพ้นวัยเด็ก
  2. สมองเปลี่ยนแปลงมา ทำให้ทักษะที่ต่างกันได้รับความสำคัญในช่วงวัยที่ต่างกัน
  3. สมองให้ความสำคัญกับทุกทักษะเท่ากันในทุกช่วงวัย
ดูคำตอบ

สมองเปลี่ยนแปลงมา ทำให้ทักษะที่ต่างกันได้รับความสำคัญในช่วงวัยที่ต่างกัน

วลี

to meet ... challenges and demands: จุดประสงค์และความหมายของ meet ที่ไม่ใช่ ‘พบ’

วลี infinitive to meet ... บอกจุดประสงค์ของการให้ความสำคัญกับทักษะต่างกัน นั่นคือเพื่อรับมือกับความท้าทายและตอบสนองข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับช่วงชีวิตนั้น meet ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการพบคน meet a challenge หมายถึงรับมือกับความท้าทายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน meet a demand หมายถึงตอบสนองหรือทำตามข้อเรียกร้อง that stage of life's challenges and demands สามารถเข้าใจได้ว่าเป็น the challenges and demands of that stage of life

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meet ในความหมายเดียวกับ to meet ... challenges and demands

  1. The two paths meet beside the lake.
  2. I will meet my coach after school.
  3. The new accessibility features help the website meet users' needs.
ดูคำตอบ

The new accessibility features help the website meet users' needs.

So, no matter who Amir picks, ไวยากรณ์

4:24

ดังนั้น ไม่ว่าอามีร์จะเลือกใคร

having an age-diverse team is a good strategy. การใช้คำ

4:26

การมีทีมที่ประกอบด้วยคนหลายช่วงวัยก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดี

ไวยากรณ์

No matter who Amir picks: ไม่ว่าเลือกใคร ข้อสรุปก็ไม่เปลี่ยน

ในประโยคนี้ no matter who Amir picks นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไข อาเมียร์อาจเลือกใครก็ได้ แต่ตัวเลือกนั้นไม่เปลี่ยนใจความหลัก นั่นคือการมีทีมที่ประกอบด้วยคนหลากหลายช่วงวัยยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ดี โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter + คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา who เป็นกรรมของ picks แต่อนุประโยคยังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Amir picks ไม่ใช่ does Amir pick

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ no matter กับคำแสดงคำถามที่หมายถึงบุคคล: ____ the coach chooses as captain, the whole team will train together.

ดูคำตอบ

No matter who

การใช้คำ

An age-diverse team: คำคุณศัพท์ประสม

An age-diverse team หมายถึงทีมที่มีสมาชิกจากหลายช่วงอายุ age-diverse ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมหนึ่งชุดหน้า team และเครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า age กับ diverse ทำงานร่วมกันเป็นคำขยายเดียว คำอธิบายนี้ใช้กับองค์ประกอบของสมาชิกทั้งทีม ไม่ได้หมายความว่าบุคคลคนเดียวมีหลายอายุ

แบบฝึกหัด

นำ age และ diverse มารวมเป็นคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์เพื่อเติมประโยค: The company formed an ____ team for the project.

ดูคำตอบ

age-diverse

That's right.

4:31

ถูกต้องแล้วล่ะ

No matter your age, ไวยากรณ์

4:32

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่

you have ideas that are worth sharing. วลี

4:33

คุณก็มีไอเดียที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน

ไวยากรณ์

No matter your age: no matter + นามวลี

“No matter your age” หมายความว่าอายุไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่กล่าวไว้ในประโยคหลัก เป็นรูปแสดงการยอมรับเงื่อนไขแบบสั้นที่เกี่ยวข้องกับ “no matter what your age is” หรือ “no matter how old you are” โครงสร้าง “no matter + นามวลี” ใช้ระบุปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนประโยคหลักบอกว่าสิ่งใดยังคงเป็นจริง ตัวอย่างนามวลีอื่น ได้แก่ “the cost,” “the time” และ “the weather”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ no matter ตามด้วยนามวลี your age: ____, you can learn something new.

ดูคำตอบ

No matter your age

วลี

ideas that are worth sharing: be worth + กริยา -ing

ใน “ideas that are worth sharing” อนุประโยคขยาย “that are worth sharing” อธิบายคำว่า “ideas” โครงสร้างคือ “something + be worth + กริยา -ing” หมายความว่าการทำสิ่งนั้นมีคุณค่ามากพอที่จะทำ แม้ “sharing” จะอยู่ในรูป -ing แบบผู้กระทำ แต่ “ideas” คือสิ่งที่ผู้คนนำไปแบ่งปัน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าไอเดียเหล่านั้นควรค่าแก่การแบ่งปัน ใช้ “worth sharing” ไม่ใช่ “worth to share”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ share เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This idea is worth ____ with the whole class.

ดูคำตอบ

sharing

That's why students around the world

4:35

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียนทั่วโลก

are honing their ideas into TED-style talks วลี

4:37

จึงกำลังขัดเกลาความคิดของพวกเขาให้กลายเป็นการพูดสไตล์ TED

วลี

honing their ideas into TED-style talks: การขัดเกลาให้เป็นผลงานด้วย hone A into B

ในประโยคนี้ honing หมายถึงการปรับแก้และจัดรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำ ๆ เพื่อให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักเรียนไม่ได้แค่มีแนวคิด แต่กำลังพัฒนาแนวคิดเหล่านั้นผ่านการแก้ไขและฝึกซ้อม โครงสร้าง hone A into B แสดงให้เห็นว่า A คือวัตถุดิบตั้งต้น ส่วน B คือผลงานที่ขัดเกลาแล้ว ในที่นี้ แนวคิดของพวกเขาถูกพัฒนาให้เป็นการบรรยายสไตล์ TED

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ hone และคำบุพบทที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์สุดท้าย: After weeks of editing, Leo ____ his first outline ____ a focused article.

ดูคำตอบ

honed · into

with the TED-Ed student talks program. วัฒนธรรม

4:40

ด้วยโปรแกรม TED-Ed student talks

วัฒนธรรม

การเข้าใจ TED-Ed student talks program ในฐานะชื่อเฉพาะ

TED-Ed Student Talks program เป็นชื่อของโครงการการศึกษาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ TED-Ed ในคำบรรยายนี้ควรอ่านทั้งวลีเป็นชื่อเฉพาะหนึ่งชื่อ โดย Student Talks หมายถึงการนำเสนอของนักเรียน ไม่ใช่การพูดคุยทั่วไประหว่างนักเรียน คำว่า with ที่อยู่ข้างหน้าหมายถึงผ่านโครงการนั้นหรือในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ ซึ่งช่วยอธิบายว่าโครงการเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของนักเรียนอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยายนี้ “TED-Ed student talks program” หมายถึงอะไร

  1. โครงการการศึกษาเฉพาะของ TED-Ed ที่เน้นการนำเสนอของนักเรียน
  2. ซอฟต์แวร์ที่เขียนสุนทรพจน์ให้นักเรียนโดยอัตโนมัติ
  3. การสนทนาทั่วไปใด ๆ ระหว่างนักเรียน
ดูคำตอบ

โครงการการศึกษาเฉพาะของ TED-Ed ที่เน้นการนำเสนอของนักเรียน

Teachers learn how to bring this free curriculum วลี

4:43

คุณครู เรียนรู้วิธีนำหลักสูตรฟรีนี้

to a classroom or after-school program near you

4:45

ไปใช้ในห้องเรียนหรือโปรแกรมหลังเลิกเรียนใกล้บ้านคุณ

วลี

bring ... to ...: นำหลักสูตรไปใช้ในพื้นที่การศึกษา

ในที่นี้ bring this free curriculum to a classroom or after-school program หมายถึงการนำหลักสูตรไปเริ่มใช้ในสถานที่นั้น เพื่อให้คนที่นั่นเข้าถึงและใช้งานได้ ไม่ได้เน้นการขนหนังสือหรือสื่อการเรียนไปไว้ที่นั่น โครงสร้าง bring something to a place or group สามารถนำไปใช้เพื่อสื่อว่าทำให้สถานที่หรือกลุ่มหนึ่งเข้าถึงหลักสูตร บริการ กิจกรรม หรือทรัพยากรได้ ในประโยคนี้ this free curriculum คือสิ่งที่นำเข้าไปใช้ และ a classroom or after-school program คือสถานที่ที่จะใช้หลักสูตรนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ bring ... to: The museum plans to ____ free art workshops ____ neighborhood schools.

ดูคำตอบ

bring · to

at ed.ted.com/studenttalks.

4:48

ที่ ed.ted.com/studenttalks