คุณอยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
663 คำ 204 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ตัวชี้วัดทั่วไปถูกเทียบกับค่าเฉลี่ย แล้วใช้ความรู้สึกเหนือกว่าแบบลวงตาอธิบายว่าเหตุใดหลายคนจึงมองตนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. stack up to — กริยาวลี: บอกระดับของคนเมื่อเทียบกับผู้อื่น ไม่ได้หมายถึงการวางของซ้อนกัน และใช้พูดถึงความสามารถหรือผลลัพธ์ 2. a cognitive bias where — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ where นิยามพฤติกรรมของปรากฏการณ์นามธรรมได้ ส่วน in which เป็นทางการกว่า จึงช่วยให้อ่านและเขียนนิยามงานวิจัยได้ 3. “In the words of Charles Bukowski,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวลีที่ระบุแหล่งที่ถูกอ้างแล้วพาเข้าสู่คำพูด โดยวลีนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าแหล่งนั้นผ่านการตรวจสอบแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This episode is supported by Skillshare.

0:00

วิดีโอตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Skillshare

Do you ever wonder how you stack up to others? โน้ต

0:02

คุณเคยสงสัยไหมว่าตัวเองอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับคนอื่น?

ไวยากรณ์

Do you ever wonder how + ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

Do you ever wonder how ... ใช้ถามว่าผู้ฟังเคยคิดถึงคำถามบางอย่างหรือไม่ ever หมายถึง “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือเคย” และช่วยเปิดประเด็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how เป็นกรรมของ wonder จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยา เช่น how you stack up ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรงอย่าง how do you stack up

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลัง wonder how ได้ถูกต้อง

  1. Do you ever wonder how do birds find their way home?
  2. Do you ever wonder how birds find their way home?
ดูคำตอบ

Do you ever wonder how birds find their way home?

กริยาวลี

stack up to: เปรียบเทียบผลงานเชิงสัมพัทธ์

ในประโยคนี้ stack up to หมายถึง “เปรียบเทียบกับ” หรือ “อยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับ” คนอื่น ใช้พูดถึงความสามารถหรือผลงานในเชิงสัมพัทธ์ ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของมาวางซ้อนกันจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ how + ประธาน + stack หรือ stacks up to + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ใช้เปรียบเทียบคน ทีม ผลิตภัณฑ์ หรือผลลัพธ์ได้ และตัววลีเองไม่ได้บอกว่าฝ่ายใดดีกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stack up to เพื่อเปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. How does our school team stack up to the regional champions?
  2. How does our school team stack up the regional champions?
ดูคำตอบ

How does our school team stack up to the regional champions?

For example, in North America,

0:04

ตัวอย่างเช่น ในอเมริกาเหนือ

if you're a male who is taller than 5 ft 9

0:06

ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่สูงกว่า 5 ฟุต 9 นิ้ว

or a woman taller than 5 ft 3,

0:08

หรือเป็นผู้หญิงที่สูงกว่า 5 ฟุต 3 นิ้ว

then you're above average.

0:10

คุณก็สูงกว่าค่าเฉลี่ย

And if you weigh less than 88.3 kg

0:12

และถ้าคุณเป็นผู้ชายที่หนักน้อยกว่า 88.3 กก.

and 74.7 kg,

0:14

หรือเป็นผู้หญิงที่หนักน้อยกว่า 74.7 กก.

then you're below average.

0:16

น้ำหนักของคุณก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

Worldwide, however, ลำดับความ

0:18

แต่ถ้ามองในระดับโลก

humans actually weigh 62 kg on average. วลี

0:19

จริง ๆ แล้วมนุษย์เรามีน้ำหนักเฉลี่ย 62 กก.

ลำดับความ

ใช้ “Worldwide, however,” เพื่อเปลี่ยนขอบเขตและแสดงความต่าง

Worldwide เปลี่ยนกรอบอ้างอิง กล่าวคือ ตอนนี้ข้อความพูดถึงผู้คนทั่วโลก ไม่ใช่กลุ่มคนในอเมริกาเหนือที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ however แสดงว่าตัวเลขใหม่แตกต่างในเชิงเปรียบเทียบกับตัวเลขก่อนหน้า เมื่อใช้สองส่วนนี้ขึ้นต้นประโยค ส่วนแรกจะกำหนดขอบเขตใหม่ แล้วส่วนถัดมาจะเตือนผู้อ่านว่าผลลัพธ์ต่างออกไป เป็นการแก้ขอบเขตที่ข้อสรุปก่อนหน้าใช้ได้ ไม่ได้บอกว่าข้อเท็จจริงทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Worldwide, however, ทำหน้าที่อะไร?

  1. หมายความว่าทุกคนในโลกหนักเท่ากับ 62 กิโลกรัมพอดี
  2. เปลี่ยนขอบเขตเป็นทั่วโลกและเปรียบต่างตัวเลขใหม่กับตัวเลขก่อนหน้า
  3. บอกว่าตัวเลขทั่วโลกไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลก่อนหน้าทั้งหมด
ดูคำตอบ

เปลี่ยนขอบเขตเป็นทั่วโลกและเปรียบต่างตัวเลขใหม่กับตัวเลขก่อนหน้า

วลี

on average: การแสดงค่าเฉลี่ยทางสถิติ

On average เป็นวลีทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ หมายถึง “เมื่อนำค่าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมารวมกัน แล้วหารด้วยจำนวนกรณี” ในที่นี้วลีนี้อธิบายว่าตัวเลข 62 กิโลกรัมคำนวณมาอย่างไร กล่าวคือ เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ใช่น้ำหนักของทุกคน วลีนี้ใช้ขยายข้อความเกี่ยวกับกลุ่ม เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ หรืออัตราโดยทั่วไปได้ โดยสรุปแนวโน้มเชิงตัวเลขโดยรวม ขณะเดียวกันก็เปิดให้ค่าของแต่ละคนแตกต่างกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “ในฐานะค่าเฉลี่ยทางสถิติ”: The clinic sees 40 patients a day, ____.

ดูคำตอบ

on average

If you read less than 12 books a year,

0:22

ถ้าคุณอ่านหนังสือน้อยกว่าปีละ 12 เล่ม

you're below average.

0:24

คุณก็อ่านน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

But avid readers likely inflate this number โน้ต

0:25

แต่นักอ่านตัวยงน่าจะดันตัวเลขนี้ให้สูงขึ้น

with four books per year being the most common number reported. ไวยากรณ์

0:27

เพราะจำนวนที่มีผู้รายงานมากที่สุดคือปีละ 4 เล่ม

วลี

avid readers: คนที่มีความสนใจในการอ่านอย่างมากและต่อเนื่อง

ในประโยคนี้ avid readers หมายถึงคนที่อ่านหนังสือมาก เพราะมีความสนใจในการอ่านอย่างมากและต่อเนื่อง avid สื่อถึงความกระตือรือร้น ไม่ใช่ความเร็วในการอ่าน avid มักวางหน้าคำนามที่หมายถึงคนซึ่งมีความสนใจอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง เช่น an avid reader, an avid fan หรือ an avid gardener

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแสดงอย่างชัดเจนว่า Leo มีความสนใจในการอ่านอย่างมากและต่อเนื่อง

  1. Leo is reading one page.
  2. Leo is an avid reader.
  3. Leo is a fast reader.
ดูคำตอบ

Leo is an avid reader.

สำนวน

inflate this number: ทำให้ตัวเลขดูสูงกว่าความเป็นจริง

ในที่นี้ inflate this number หมายถึงการทำให้ตัวเลขที่รายงานสูงกว่าที่ควรจะเป็น คนกลุ่มเล็กที่อ่านหนังสือจำนวนมากเป็นพิเศษอาจดันค่าเฉลี่ยหรือสถิติโดยรวมให้สูงขึ้น inflate ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอธิบายผลของค่าที่สูงผิดปกติ คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ามีคนโกหกหรือจงใจแก้ไขข้อมูล

แบบฝึกหัด

ถ้าคำสั่งซื้อจำนวนมากเพียงไม่กี่รายการทำให้ค่าเฉลี่ยดูสูงเกินจริง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการทุจริตเสมอไป คำกริยาใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคนี้ A few unusually large orders can ___ the weekly average.

  1. inflate
  2. increase
  3. falsify
ดูคำตอบ

inflate

ไวยากรณ์

โครงสร้างเสริม with four books per year being the most common number reported

รูปแบบ with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม ใช้เพิ่มสถานการณ์ประกอบให้ประโยคหลัก ในที่นี้ four books per year เป็นนามวลี และ being the most common number reported บอกสถานะของนามวลีนั้น ส่วนเสริมนี้ให้หลักฐานสนับสนุนข้อความที่ว่านักอ่านตัวยงทำให้ตัวเลขสูงขึ้น เพราะปริมาณที่มีผู้รายงานบ่อยที่สุดมีเพียงสี่เล่มต่อปี being ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค และวลีที่ขึ้นต้นด้วย with ไม่สามารถเป็นประโยคสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง โครงสร้างนี้เป็นวิธีกระชับในการเพิ่มภูมิหลัง หลักฐาน หรือสภาวะที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อทำโครงสร้างเสริม with ให้สมบูรณ์: The survey showed a wide range of answers, with four books per year ____ the most common response.

ดูคำตอบ

being

And if you can read faster than 300 words per minute,

0:31

และถ้าคุณอ่านได้เร็วกว่า 300 คำต่อนาที

you're above average.

0:33

คุณก็อ่านได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ย

Type more than 40 words per minute ไวยากรณ์

0:35

ถ้าคุณพิมพ์ได้มากกว่า 40 คำต่อนาที

and you're also faster than the majority.

0:36

คุณก็พิมพ์ได้เร็วกว่าคนส่วนใหญ่เช่นกัน

ไวยากรณ์

รูปแบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ Type more than 40 words per minute and you're also faster than the majority

ประโยคนี้ใช้รูปแบบ อนุประโยคที่มีรูปเหมือนคำสั่ง + and + อนุประโยคผลลัพธ์ Type more than 40 words per minute กำหนดเงื่อนไข และ you're also faster than the majority บอกผลที่จะตามมาเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง Type มีรูปไวยากรณ์เป็นคำสั่ง แต่เจตนาหลักของผู้พูดไม่ใช่การสั่งให้ผู้ฟังพิมพ์ ในภาษาที่ใช้อธิบาย รูปแบบกระชับนี้ใช้แทนอนุประโยค if ได้: If you type more than 40 words per minute, you're faster than the majority.

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมที่แสดงว่าอนุประโยคที่สองจะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขแรกเป็นจริง: Save the file now, ____ you'll have a backup.

ดูคำตอบ

and

If you finish a bachelor's degree or higher, วัฒนธรรม

0:38

ถ้าคุณจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

you're above average.

0:40

ระดับการศึกษาของคุณก็สูงกว่าค่าเฉลี่ย

วัฒนธรรม

bachelor's degree or higher: เกณฑ์การศึกษาที่รวมระดับสูงกว่าด้วย

ในประโยคนี้ a bachelor's degree หมายถึงปริญญามหาวิทยาลัยระดับแรกที่โดยทั่วไปได้รับหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี วลีนี้กล่าวถึงระดับการศึกษา ไม่ใช่สถานภาพสมรสของบุคคล คำว่า or higher ทำให้เกณฑ์นี้รวมระดับที่สูงกว่าด้วย กล่าวคือ ปริญญาตรีผ่านเกณฑ์ และปริญญาระดับสูงกว่า เช่น ปริญญาโทหรือปริญญาเอก ก็ผ่านเช่นกัน higher ใช้แทนระดับปริญญาที่สูงกว่า ไม่ได้หมายถึงคะแนนสอบที่สูงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมข้อกำหนดของงานด้วยวลีภาษาอังกฤษที่ตรงความหมายว่าปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกล้วนผ่านเกณฑ์: Applicants must have ____.

ดูคำตอบ

a bachelor's degree or higher

But if you don't finish high school

0:41

แต่ถ้าคุณเรียนไม่จบมัธยมปลาย

and you're from an industrialized nation,

0:43

และมาจากประเทศอุตสาหกรรม

you're far below average

0:44

ระดับการศึกษาของคุณก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก

with only about 10% not finishing.

0:45

เพราะมีเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่เรียนไม่จบ

If you're a man who can bench press more than 135 lb,

0:47

ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่ยกน้ำหนักท่าเบนช์เพรสได้เกิน 135 ปอนด์

you're stronger than many.

0:51

คุณก็แข็งแรงกว่าคนจำนวนมาก

And if you're a woman who can run a mile in less than 7 to 10 minutes,

0:52

และถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่วิ่งระยะ 1 ไมล์ได้ในเวลาไม่ถึง 7–10 นาที

you're faster than the others.

0:55

คุณก็วิ่งเร็วกว่าคนอื่น ๆ

If that tires you out กริยาวลี

0:57

ถ้าทำแบบนั้นแล้วคุณหมดแรง

and you sleep more than 6.8 hours,

0:58

และคุณนอนมากกว่า 6.8 ชั่วโมง

you're getting more than the majority.

1:00

คุณก็นอนมากกว่าคนส่วนใหญ่

กริยาวลี

tires you out: ทำให้ใครบางคนเหนื่อยมาก

tire someone out หมายถึงทำให้ใครบางคนเหนื่อยมากหรือหมดแรง ในประโยคนี้ that คือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า you คือคนที่ได้รับผล และ out เพิ่มความหมายว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงหรือเต็มที่ นี่เป็นกริยาวลีที่แยกได้ในรูป tire someone out เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง tire กับ out เช่น tire me out หรือ tire them out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ tire someone out: After hiking all day, the steep final climb really ____.

ดูคำตอบ

tired us out

And if you wake up,

1:01

และถ้าหลังจากตื่นนอนแล้ว

you're drinking less than three cups of coffee per day,

1:02

คุณดื่มกาแฟน้อยกว่าวันละสามแก้ว

you're below average.

1:05

คุณก็ดื่มน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

Still thirsty?

1:06

ยังหิวน้ำอยู่ไหม?

Most people drink three to four cups of water a day.

1:07

คนส่วนใหญ่ดื่มน้ำวันละสามถึงสี่แก้ว

Too much fluid make you pee. โน้ต

1:09

ดื่มของเหลวมากไปก็ทำให้คุณต้องปัสสาวะ

ไวยากรณ์

make you pee: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน make you pee คำว่า make เป็นคำกริยาที่แสดงความเป็นเหตุเป็นผล หมายความว่าบางสิ่งทำให้คุณปัสสาวะ คนที่ทำกริยาคือ you ส่วนประธานคือสาเหตุ โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หรือ make + you + pee หลังกรรมไม่ต้องใส่ to ก่อนคำกริยา โครงสร้างนี้ยังใช้กับปฏิกิริยาทางร่างกายและการกระทำอื่น ๆ ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมที่เป็นธรรมชาติ: A scary movie can ...

  1. make you to jump
  2. make you jumping
  3. make you jump
ดูคำตอบ

make you jump

If you're urinating less than six times a day,

1:11

ถ้าคุณปัสสาวะน้อยกว่าวันละหกครั้ง

การใช้คำ

pee. ... urinating: การกระทำเดียวกัน ระดับภาษาต่างกัน

ในประโยคเหล่านี้ pee และ urinating หมายถึงการกระทำพื้นฐานอย่างเดียวกัน pee เป็นคำกริยาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วน urinating เป็นรูปที่เป็นทางการและใช้ในทางการแพทย์มากกว่า มักพบในข้อมูลสุขภาพหรือการสนทนาทางการแพทย์ การเปลี่ยนคำในประโยคที่อยู่ติดกันเปลี่ยนระดับภาษา ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำทางร่างกาย คำแรกฟังเป็นภาษาพูด ส่วนคำที่สองเหมาะกับการบอกจำนวนหรือคำแนะนำด้านสุขภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะกว่าสำหรับแผ่นพับข้อมูลสุขภาพที่เป็นทางการ

  1. You should tell a doctor if you are urinating less often than usual.
  2. You should tell a doctor if you are peeing less often than usual.
ดูคำตอบ

You should tell a doctor if you are urinating less often than usual.

you're below average.

1:13

คุณก็ปัสสาวะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

And if you have more than one bowel movement today, การใช้คำ

1:14

และถ้าวันนี้คุณถ่ายอุจจาระมากกว่าหนึ่งครั้ง

you're probably above average based on surveys. วลี

1:17

จากผลสำรวจ คุณก็น่าจะถ่ายบ่อยกว่าค่าเฉลี่ย

การใช้คำ

Bowel movement: ศัพท์สุขภาพที่เป็นทางการและสุภาพ

“Bowel movement” เป็นคำศัพท์ตายตัวที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการถ่ายอุจจาระ ในประโยคนี้ “more than one bowel movement” หมายถึงการถ่ายอุจจาระในคนละครั้งมากกว่าหนึ่งครั้งภายในวันนั้น ในที่นี้ “movement” เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์สุขภาพ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายทั่วไปหรือขบวนการทางสังคม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์สุขภาพแบบเป็นทางการที่หมายถึงการถ่ายอุจจาระ: At the clinic, the nurse asked when I last had a ____.

ดูคำตอบ

bowel movement

วลี

Based on surveys: ระบุแหล่งที่มาของหลักฐาน

“Based on surveys” บอกว่าหลักฐานของข้อสรุปก่อนหน้านี้มาจากไหน กล่าวคือผลสำรวจสนับสนุนการประมาณว่าคนคนหนึ่งน่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย โครงสร้าง ข้อกล่าวอ้าง + based on + แหล่งข้อมูล แสดงว่าข้อกล่าวอ้างเป็นข้อสรุปที่อนุมานจากแหล่งข้อมูลนั้น ไม่ใช่ความแน่นอนเกี่ยวกับบุคคลหนึ่งคน เมื่อใช้ร่วมกับ probably จึงทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

based on surveys ในประโยค “The estimate is based on surveys” หมายความว่าอะไร?

  1. การประมาณนั้นถูกต้องแน่นอนสำหรับทุกคน
  2. ผลสำรวจถูกใช้เป็นหลักฐานสำหรับการประมาณนั้น
  3. ผลสำรวจอยู่ใต้การประมาณนั้นจริง ๆ ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ผลสำรวจถูกใช้เป็นหลักฐานสำหรับการประมาณนั้น

But these are not necessarily reasons for concern. น้ำเสียง/เจตนา

1:19

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องน่ากังวล

น้ำเสียง/เจตนา

not necessarily reasons for concern: ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุให้กังวลเสมอไป

ในวลี not necessarily reasons for concern คำว่า not necessarily ใช้จำกัดข้อสรุป ไม่ได้ปฏิเสธตรง ๆ ว่าไม่มีเหตุให้กังวล ความแตกต่างเหล่านี้จึงไม่ได้ทำให้ต้องกังวลโดยอัตโนมัติหรือในทุกกรณี นี่เป็นการให้ความมั่นใจอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การรับรองแบบเด็ดขาด จึงยังเปิดโอกาสว่าบางกรณีอาจควรได้รับความสนใจเมื่อมีข้อมูลอื่นประกอบ

แบบฝึกหัด

ประโยค "These delays are not necessarily reasons for concern." หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาร้ายแรงเสมอ
  2. สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ต้องกังวลโดยอัตโนมัติ แต่บางกรณีก็อาจยังน่ากังวล
  3. สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเป็นเหตุให้กังวลได้เลย
ดูคำตอบ

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ต้องกังวลโดยอัตโนมัติ แต่บางกรณีก็อาจยังน่ากังวล

The average person farts around 14 times a day,

1:22

โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราผายลมประมาณวันละ 14 ครั้ง

which is around 500 to 1,500 mL.

1:25

คิดเป็นปริมาตรราว 500 ถึง 1,500 มล.

Have a family?

1:28

มีครอบครัวแล้วหรือยัง?

If you end up having more than two kids in your lifetime กริยาวลี

1:28

ถ้าตลอดชีวิตคุณมีลูกมากกว่าสองคน

in most of Europe and North America,

1:31

เมื่อเทียบกับคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปและอเมริกาเหนือ

you're above average.

1:33

คุณก็มีลูกมากกว่าค่าเฉลี่ย

กริยาวลี

end up having: ผลลัพธ์สุดท้าย

End up + -ing นำเสนอการกระทำหรือสภาพหนึ่งว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายหลังผ่านกระบวนการบางอย่าง มักสื่อว่าผลลัพธ์นั้นไม่ใช่แผนเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าเกิดขึ้นโดยบังเอิญเสมอไป ในประโยคนี้ end up having มองตลอดช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งว่าท้ายที่สุดมีลูกกี่คน having เป็นรูป -ing ที่ต้องใช้หลัง end up ส่วน up ไม่ได้หมายความว่าจำนวนกำลังเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ end up + -ing: We only planned to stop for coffee, but we ____ dinner there too.

ดูคำตอบ

ended up having

But if you have less than six children in Niger, ไวยากรณ์

1:34

แต่ถ้าคุณมีลูกน้อยกว่าหกคนในประเทศไนเจอร์

you're below average.

1:37

คุณก็มีลูกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง less than six children กับ fewer than six children

ใน “less than six children” คำว่า less than ระบุเกณฑ์ของตัวเลข หมายความว่าจำนวนลูกต่ำกว่าหกคน เนื่องจาก children เป็นคำนามนับได้รูปพหูพจน์ การใช้ภาษาแบบเป็นทางการตามหลักดั้งเดิมจึงนิยม “fewer than six children” อย่างไรก็ตาม “less than + ตัวเลข + คำนามพหูพจน์” พบได้ทั่วไปในภาษาพูด โดยเฉพาะเมื่อมองตัวเลขนั้นเป็นปริมาณรวมหนึ่งจำนวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการที่ผ่านการตรวจแก้แล้ว

  1. The daycare has fewer than six children enrolled.
  2. The daycare has little than six children enrolled.
  3. The daycare has less than six children enrolled.
ดูคำตอบ

The daycare has fewer than six children enrolled.

And if you're watching more than 5 hours and 4 minutes of TV each day,

1:38

และถ้าคุณดูทีวีมากกว่าวันละ 5 ชั่วโมง 4 นาที

that's more than most. ไวยากรณ์

1:42

ก็ถือว่าคุณดูมากกว่าคนส่วนใหญ่

ไวยากรณ์

More than most: most ในความหมายว่า most people

ใน “that’s more than most” คำว่า most ใช้โดยลำพัง ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้หมายถึง “most people” หรือคนส่วนใหญ่ และ more เปรียบเทียบเวลาที่คุณดูทีวีในแต่ละวันกับเวลาที่คนเหล่านั้นดู ภาษาอังกฤษสามารถละคำนามหลัง most ได้เมื่อเห็นได้ชัดว่าหมายถึงกลุ่มใด การเปรียบเทียบแบบสั้นนี้ยังละแนวคิดของคำกริยาที่ซ้ำกันไว้ด้วย จึงเข้าใจได้ว่าเป็น “more than most people do” ไม่ได้หมายถึง “มากกว่าค่าสูงสุด” หรือ “มากกว่าในเวลาส่วนใหญ่”

แบบฝึกหัด

ใน “Omar runs farther than most” คำว่า most หมายถึงอะไร

  1. ปริมาณสูงสุดที่เป็นไปได้
  2. คนส่วนใหญ่
  3. เวลาส่วนใหญ่
ดูคำตอบ

คนส่วนใหญ่

That's about the same amount of time the average person spends on their mobile device. โน้ต

1:43

นั่นพอ ๆ กับเวลาที่คนทั่วไปใช้ไปกับอุปกรณ์มือถือ

วลี

about the same amount of time: ระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ในประโยคนี้ about the same amount of time หมายถึง “ระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน” คำว่า about ทำให้การเปรียบเทียบเป็นเพียงค่าประมาณ ไม่ได้เท่ากันทุกประการ ส่วน amount of time มอง time เป็นปริมาณที่วัดได้ เมื่อปริมาณสองอย่างใกล้เคียงกัน สามารถใช้โครงสร้าง about the same amount of + คำนามนับไม่ได้ เช่น about the same amount of money, work, or energy

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยวลีเป้าหมาย: “The train ride takes 30 minutes, and the bus ride takes 28 minutes. The bus ride takes ____ as the train ride.”

ดูคำตอบ

about the same amount of time

ไวยากรณ์

the same amount of time (that) ...: การละคำเชื่อมสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม

ในนามวลี the same amount of time the average person spends on their mobile device มีการละคำสรรพนามเชื่อมอนุประโยคสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม สามารถเติม that หลัง time ได้เป็น the same amount of time that the average person spends on their mobile device ภายในอนุประโยคสัมพันธ์ the average person เป็นประธาน spends เป็นคำกริยา และ time เป็นกรรมของ spends ที่ถูกละไว้ ส่วน on their mobile device บอกว่าเวลาใช้ไปกับอะไร ไม่ใช่กรรมตรง

แบบฝึกหัด

ในวลีที่เน้นไว้ time เชื่อมโยงกับ the average person spends on their mobile device อย่างไร

  1. time เป็นกรรมของ spends ที่ถูกละไว้ และสามารถเติม that หลัง time ได้
  2. time บอกว่าคนทั่วไปเริ่มใช้อุปกรณ์เมื่อใด
  3. time เป็นส่วนหนึ่งของประธาน the average person
ดูคำตอบ

time เป็นกรรมของ spends ที่ถูกละไว้ และสามารถเติม that หลัง time ได้

But if you're a teen and spending less than 9 hours a day on media,

1:47

แต่ถ้าคุณเป็นวัยรุ่นและใช้เวลากับสื่อน้อยกว่าวันละ 9 ชั่วโมง

you're actually under the average. การใช้คำ

1:50

จริง ๆ แล้วคุณใช้เวลาน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

การใช้คำ

under the average. เทียบกับ below average

ในประโยคนี้ under the average หมายความว่าปริมาณการใช้สื่อต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ แม้จะเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่วลีตายตัวที่ใช้กันทั่วไปในการเปรียบเทียบทางสถิติแบบนี้ เมื่อระดับหรือผลลัพธ์ต่ำกว่ามาตรฐาน ภาษาอังกฤษมักใช้ below average หรือบางครั้งใช้ below the average เมื่อกำลังระบุค่าเฉลี่ยที่เฉพาะเจาะจง สำนวนที่นำไปใช้ต่อได้ดีที่สุดในที่นี้คือ below average

แบบฝึกหัด

วลีใดเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับผลลัพธ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

  1. ใช้ under the average กับผลลัพธ์นั้น
  2. ใช้ below average กับผลลัพธ์นั้น
  3. ใช้ above average กับผลลัพธ์นั้น
ดูคำตอบ

ใช้ below average กับผลลัพธ์นั้น

The average person also simply touches their phone over 2,000 times a day.

1:52

คนทั่วไปยังแตะโทรศัพท์มากกว่า 2,000 ครั้งต่อวัน

Think you're smarter than the average person? น้ำเสียง/เจตนา

1:57

คุณคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนทั่วไปไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Think you're smarter than the average person? กับ Do you think ...?

Think you're smarter than the average person? เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้กันเอง โดยละ Do you ที่ต้นประโยค แต่ผู้ฟังจะเติมความหมายเป็น Do you think you're smarter than the average person? Think ในที่นี้ไม่ใช่คำสั่งให้คิด คำถามนี้ท้าทายหรือชวนให้ผู้ฟังประเมินความสามารถของตัวเอง และมักมีน้ำเสียงหยอกล้อหรือยั่วยุเล็กน้อย รูปแบบย่อแบบเดียวกันนี้พบได้บ่อยในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการและคำบรรยายสื่อแบบเป็นกันเอง

แบบฝึกหัด

คำถามแบบกันเอง Think you're ready for the test? หมายความว่าอย่างไร

  1. หมายถึง Do you think you're ready for the test?
  2. บอกให้ผู้ฟังคิดเกี่ยวกับข้อสอบ
  3. บอกว่าผู้ฟังพร้อมสำหรับการสอบแล้ว
ดูคำตอบ

หมายถึง Do you think you're ready for the test?

or better at driving?

1:59

หรือขับรถเก่งกว่า?

How about having better health, memory, น้ำเสียง/เจตนา

2:00

แล้วถ้าสุขภาพดีกว่า ความจำดีกว่า

or being a better friend than the average person?

2:02

หรือเป็นเพื่อนที่ดีกว่าคนทั่วไปล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ How about having ... เพื่อเพิ่มอีกด้านหนึ่งให้พิจารณา

How about + -ing ไม่ได้ใช้แค่เพื่อเสนอให้ทำกิจกรรมเท่านั้น ในที่นี้ How about having ... เพิ่มอีกด้านหนึ่งให้ผู้ฟังพิจารณาต่อจากการเปรียบเทียบก่อนหน้า นั่นคือผู้คนมองว่าตนเองสูงกว่าค่าเฉลี่ยด้านสุขภาพ ความจำ หรือการเป็นเพื่อนด้วยหรือไม่ หลังรายการคำถามหรือเกณฑ์ How about + คำนาม/-ing มักหมายถึงให้พิจารณากรณีที่เกี่ยวข้องนี้ต่อ แต่ในการคุยวางแผน โครงสร้างเดียวกันอาจใช้เสนอแนะได้ จึงต้องดูหน้าที่จากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย How about + -ing เพื่อเพิ่มเกณฑ์อีกหนึ่งข้อ: “We have checked the price and location. ____ enough storage space?”

ดูคำตอบ

How about having

Turns out the vast majority of people โน้ต

2:04

ปรากฏว่าคนแทบทุกคน

also think they're better than average

2:06

ต่างก็คิดว่าตัวเองเหนือกว่าค่าเฉลี่ยเช่นกัน

กริยาวลี

Turns out ... เพื่อบอกข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบหรือคาดไม่ถึง

Turns out ใช้เกริ่นข้อมูลที่เพิ่งค้นพบหรือชัดเจนขึ้น โดยมักให้ความรู้สึกคาดไม่ถึงหรือแก้ไขความเข้าใจเดิม ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ข้อความถัดไปเป็นผลที่เปิดเผยหลังจากขอให้ผู้ชมเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เมื่อนำหน้าอนุประโยคแบบไม่เป็นทางการ Turns out ... เป็นรูปย่อของ It turns out that ... โดยเข้าใจได้ว่าละคำว่า it และ that ไว้ turn out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหันตัวแล้วออกไปข้างนอกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ใช้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึง: “____ the museum is free on Fridays.”

ดูคำตอบ

Turns out

วลี

the vast majority of: เน้นสัดส่วนที่สูงอย่างท่วมท้น

the vast majority of + นามวลี หมายถึงสัดส่วนที่มากอย่างท่วมท้นของกลุ่มหรือปริมาณหนึ่ง ในประโยคนี้หมายความว่า คนที่คิดว่าตนเองดีกว่าค่าเฉลี่ยมีจำนวนมากกว่าครึ่งอย่างมาก แต่ไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน vast เพิ่มน้ำหนักให้ majority โครงสร้างนี้วางหน้ากลุ่มพหูพจน์หรือปริมาณได้ เช่น the vast majority of people และ the vast majority of the work

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่เน้นสัดส่วนสูงอย่างท่วมท้น: A survey found that ____ respondents support the change—nearly nine out of ten.

ดูคำตอบ

the vast majority of

in a phenomenon called illusory superiority. วัฒนธรรม

2:08

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ภาพลวงตาว่าตนเหนือกว่า”

It's a cognitive bias where people overestimate their own abilities and qualities ไวยากรณ์

2:11

นี่เป็นอคติทางความคิดที่ทำให้คนเราประเมินความสามารถและคุณสมบัติของตัวเองสูงเกินจริง

วัฒนธรรม

illusory superiority ในฐานะ cognitive bias

illusory superiority คือแนวโน้มที่จะประเมินความสามารถหรือคุณลักษณะของตนในทางบวกมากกว่าที่หลักฐานสนับสนุน หรือดีกว่าของผู้อื่น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกรูปแบบที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อของคนจำนวนมากว่าตนเองสูงกว่าค่าเฉลี่ย cognitive bias คือแนวโน้มอย่างเป็นระบบที่อาจบิดเบือนการตัดสินใจ เป็นหมวดที่กว้างกว่า ส่วน illusory superiority เป็นตัวอย่างหนึ่ง bias ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไม่ซื่อสัตย์โดยเจตนาหรืออคติที่ตั้งใจยึดถือ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ illusory superiority ในบทเรียนนี้มากที่สุด

  1. ความพยายามโดยเจตนาที่จะโน้มน้าวผู้อื่นว่าตนมีความสามารถ
  2. อคติทางการรู้คิดที่คนประเมินความสามารถหรือคุณลักษณะของตนว่าดีกว่าความเป็นจริงหรือดีกว่าของผู้อื่น
  3. การทดสอบที่แม่นยำซึ่งพิสูจน์ว่าบุคคลหนึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย
ดูคำตอบ

อคติทางการรู้คิดที่คนประเมินความสามารถหรือคุณลักษณะของตนว่าดีกว่าความเป็นจริงหรือดีกว่าของผู้อื่น

ไวยากรณ์

a cognitive bias where: where ที่มีความหมายว่า in which

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where อธิบายสถานการณ์ที่เป็นลักษณะของอคตินี้ กล่าวคือ เมื่อมีอคตินี้ ผู้คนจะประเมินตนเองสูงเกินจริง ตรงนี้ where ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง หลังคำนามนามธรรม เช่น bias, situation, case หรือ stage คำว่า where อาจหมายถึง in which หรือ “ซึ่งในนั้น” โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในสภาวะหรือปรากฏการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where หลังคำนามนามธรรมได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น

  1. This is a situation where small mistakes can quickly grow.
  2. This is a situation where can small mistakes quickly grow.
  3. This is a situation which small mistakes can quickly grow.
  4. This is a situation who small mistakes can quickly grow.
ดูคำตอบ

This is a situation where small mistakes can quickly grow.

with one study revealing 87% of students at a university surveyed ไวยากรณ์

2:15

โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า 87% ของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ตอบแบบสำรวจ

rated their academic performance above the median.

2:19

ประเมินผลการเรียนของตัวเองว่าสูงกว่าค่ามัธยฐาน

ไวยากรณ์

with one study revealing: with + คำนาม + -ing สำหรับเพิ่มหลักฐาน

วลีที่ขึ้นต้นด้วย with เพิ่มหลักฐานให้ข้อความหลัก one study เป็นผู้ทำกริยาภายในวลี และ revealing นำเข้าสิ่งที่งานวิจัยค้นพบ โดยเนื้อหาของผลการค้นพบต่อเนื่องไปจนถึง above the median โครงสร้าง with + คำนาม + -ing เป็นวิธีกระชับในการเพิ่มข้อเท็จจริงที่เกิดร่วมกัน ผลลัพธ์ หรือหลักฐานหลังอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้ revealing เป็นกริยาที่ไม่ผันตามกาล จึงไม่ใช่กริยาหลัก

แบบฝึกหัด

ส่วนจบใดใช้ with + คำนาม + -ing ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มหลักฐานสนับสนุน? The new reading program improved comprehension, ...

  1. with several teachers reporting better class discussions.
  2. with several teachers report better class discussions.
  3. and several teachers reporting better class discussions.
  4. with several teachers reported better class discussions.
ดูคำตอบ

with several teachers reporting better class discussions.

Interestingly, people with lower IQs tend to overestimate their IQ, โน้ต

2:21

น่าสนใจที่คนซึ่งมีไอคิวต่ำมักประเมินไอคิวของตัวเองสูงเกินจริง

วลี

tend to: บรรยายแนวโน้มที่มักเกิดขึ้นแต่ไม่แน่นอน

ในโครงสร้าง tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน tend to overestimate บรรยายสิ่งที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มหนึ่ง ประธาน people เป็นพหูพจน์จึงใช้ tend แต่ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ให้ใช้ tends to วลีนี้ทำให้คำกล่าวระมัดระวังขึ้น โดยสื่อถึงแนวโน้ม ไม่ใช่กฎที่เกิดขึ้นทุกครั้งหรือใช้ได้กับทุกคน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “วางแผนจะทำ” หรือ “ตั้งใจจะทำ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสรุปอย่างระมัดระวังด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “โดยปกติ แต่ไม่เสมอไป”: Young children ____ learn new words quickly when they hear them often.

ดูคำตอบ

tend to

while people who actually have above average IQs ลำดับความ

2:25

ขณะที่คนที่มีไอคิวสูงกว่าค่าเฉลี่ยจริง ๆ

tend to underestimate them.

2:27

กลับมักประเมินไอคิวของตัวเองต่ำเกินจริง

การใช้คำ

overestimate กับ underestimate: ทิศทางของข้อผิดพลาดในการประเมิน

คำนำหน้าบอกทิศทางของความคลาดเคลื่อน Overestimate หมายถึงการตัดสินว่าปริมาณ ความสามารถ ค่าใช้จ่าย เวลา หรือความเสี่ยงสูงหรือมากกว่าความเป็นจริง ส่วน underestimate หมายถึงการตัดสินว่าต่ำหรือน้อยกว่าความเป็นจริง ในประโยคนี้ คนกลุ่มหนึ่งประเมินไอคิวของตนสูงเกินไป ส่วนอีกกลุ่มประเมินต่ำเกินไป Them หมายถึง IQs ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกประเมิน ไม่ได้หมายถึง people

แบบฝึกหัด

เติมสองประโยคด้วยคำกริยารูปอดีตที่ถูกต้อง: The hike was much harder than Ana expected, so she ____ its difficulty. Ben expected the short walk to be exhausting, but it was easy, so he ____ its difficulty.

ดูคำตอบ

underestimated · overestimated

ลำดับความ

while ที่ใช้เปรียบต่างอนุประโยคสองส่วน

ในที่นี้ while เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและแสดงความแตกต่าง: กลุ่มหนึ่งมีแนวโน้มประเมินไอคิวของตนสูงเกินจริง ขณะที่อีกกลุ่มมีแนวโน้มประเมินต่ำเกินจริง คำนี้จัดวางแนวโน้มทั้งสองให้เป็นการเปรียบเทียบที่สมดุล นี่คือ while ที่ใช้แสดงความเปรียบต่าง มีความหมายใกล้กับ whereas หรือ by contrast ไม่ใช่ while ที่บอกเวลาในความหมาย during the time that และไม่ได้หมายความว่าแนวโน้มทั้งสองต้องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง while แสดงความสัมพันธ์แบบใดระหว่างอนุประโยคทั้งสอง?

  1. คำนี้บอกว่าแนวโน้มทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  2. คำนี้เปรียบต่างแนวโน้มสองอย่างที่แตกต่างกัน
  3. คำนี้บอกสาเหตุของแนวโน้มทั้งสอง
ดูคำตอบ

คำนี้เปรียบต่างแนวโน้มสองอย่างที่แตกต่างกัน

Men are also more likely to overestimate their IQ by 5 points,

2:29

ผู้ชายยังมีแนวโน้มประเมินไอคิวตัวเองสูงเกินจริงถึง 5 คะแนน

while women underestimate theirs.

2:33

ส่วนผู้หญิงกลับประเมินไอคิวตัวเองต่ำเกินจริง

Perhaps the most shocking is that in cognitive test, ลำดับความ

2:34

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดอาจเป็นว่าในการทดสอบความสามารถทางความคิด

even the lowest scoring groups predict that they're above average,

2:37

แม้แต่กลุ่มที่ได้คะแนนต่ำสุดก็ยังคาดว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย

ลำดับความ

การเน้นอย่างระมัดระวังด้วย Perhaps the most shocking is that

Perhaps ช่วยลดความเด็ดขาดของการประเมินขั้นสูงสุด most shocking ผู้พูดไม่ได้จำเป็นต้องสงสัยผลการทดสอบ แต่หลีกเลี่ยงการนำเสนอว่าการจัดอันดับผลนั้นว่าเป็นสิ่งที่น่าตกใจที่สุดเป็นข้อสรุปที่เป็นกลางอย่างสมบูรณ์ คำว่า is that ชี้ไปยังอนุประโยค that ที่ตามมาและบรรจุหลักฐานซึ่งถูกเน้น โครงสร้างนี้เคลื่อนจากการประเมินอย่างระมัดระวังไปสู่ใจความหลัก และบอกผู้ฟังว่าผู้พูดมองข้อเท็จจริงใดว่าน่าประหลาดใจที่สุด

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง Perhaps the most shocking is that ... ทำหน้าที่อะไร?

  1. โครงสร้างนี้แสดงว่าผู้พูดมั่นใจอย่างสมบูรณ์ว่าการประเมินนั้นเป็นกลาง
  2. โครงสร้างนี้นำเสนออนุประโยค that ที่ตามมาอย่างระมัดระวังว่าเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด
  3. โครงสร้างนี้วางอนุประโยค that ที่ตามมาไว้ลำดับแรกของเส้นเวลา
ดูคำตอบ

โครงสร้างนี้นำเสนออนุประโยค that ที่ตามมาอย่างระมัดระวังว่าเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด

showing a strong illusion,

2:41

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพลวงตานี้รุนแรงมาก

and researchers believe it's because those worst at the test ไวยากรณ์

2:42

และนักวิจัยเชื่อว่าเป็นเพราะคนที่ทำแบบทดสอบได้แย่ที่สุด

are also worst at understanding the skills required to do it well. ไวยากรณ์

2:45

ก็เป็นคนที่เข้าใจน้อยที่สุดว่าต้องใช้ทักษะอะไรจึงจะทำแบบทดสอบได้ดี

ไวยากรณ์

those worst at the test: คนที่ทำแบบทดสอบได้แย่ที่สุด

ในที่นี้ those หมายถึง “คนเหล่านั้น” ไม่ใช่สิ่งของที่อยู่ไกล worst at the test ตามหลัง those และบอกว่าหมายถึงคนกลุ่มไหน นั่นคือคนที่ทำแบบทดสอบได้แย่ที่สุด รูปเต็มคือ those who are worst at the test ภาษาอังกฤษมักใช้ those + วลีบรรยายเพื่อเรียกคนหลายคนโดยไม่ต้องพูด people ซ้ำ ส่วน at the test จำกัดความหมายของ worst ไว้ที่ผลการทำแบบทดสอบ ไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนเหล่านั้นโดยรวม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "those worst at the test" หมายถึงใคร

  1. คนที่ใจร้ายที่สุดในห้อง
  2. แบบทดสอบที่อยู่ไกล
  3. คนที่ทำแบบทดสอบได้แย่ที่สุด
ดูคำตอบ

คนที่ทำแบบทดสอบได้แย่ที่สุด

ไวยากรณ์

the skills required to do it well: ทักษะที่จำเป็นต่อการทำให้ดี

required to do it well อยู่หลัง skills และบอกว่าหมายถึงทักษะใด วลีนี้เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำที่ย่อให้สั้นลง: the skills that are required to do it well คำนาม skills คือสิ่งที่จำเป็น ในที่นี้ it หมายถึงแบบทดสอบหรืองาน รูปแบบกระชับ “คำนาม + วลี past participle” พบบ่อยในงานเขียนที่ให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย past participle ของ require: The class teaches the skills ____ to swim safely.

ดูคำตอบ

required

This paper actually won a Nobel Prize in 2000. วัฒนธรรม

2:49

บทความวิจัยชิ้นนี้ถึงกับได้รับรางวัลโนเบลในปี 2000

วัฒนธรรม

Nobel Prize และ Ig Nobel Prize

“Nobel Prize” เป็นชื่อเฉพาะอย่างเป็นทางการที่ใช้เรียกรางวัลโนเบล ส่วนคำว่า “Ig” ใน “Ig Nobel Prize” ห้ามละ เพราะชื่อเต็มนี้หมายถึงรางวัลเชิงขบขันอีกประเภทหนึ่งที่มอบให้แก่งานวิจัยแปลกใหม่ ในประโยคนี้ “Nobel Prize” เป็นการเรียกย่อที่ไม่ถูกต้อง รางวัลในปี 2000 ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของ Dunning-Kruger คือ Ig Nobel Prize in Psychology ไม่ใช่รางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการ เมื่ออ่านสื่อ ควรตรวจสอบชื่อรางวัลแบบเต็มเพื่อให้รู้ว่าหมายถึงรางวัลประเภทใด

แบบฝึกหัด

ชื่อเต็มใดตรงกับรางวัลในปี 2000 ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของ Dunning-Kruger

  1. 2000 Ig Nobel Prize in Psychology
  2. 2000 Nobel Prize in Psychology
ดูคำตอบ

2000 Ig Nobel Prize in Psychology

In the words of Charles Bukowski, ลำดับความ

2:52

ดังคำกล่าวของ Charles Bukowski

ลำดับความ

In the words of + person สำหรับเกริ่นคำพูดที่ยกมา

“In the words of + person” เป็นกรอบภาษาที่ใช้ระบุที่มาของถ้อยคำ โดยเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับคำพูดที่ยกมาโดยตรงหรือการถ่ายทอดที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่บุคคลนั้นพูดหรือเขียน และช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนจากเสียงของผู้พูดปัจจุบันไปเป็นเสียงของแหล่งที่มาได้ง่าย ในที่นี้ “In the words of Charles Bukowski,” ชี้ไปยังบรรทัดถัดไปและระบุว่าเป็นคำพูดของบูคาวสกี กรอบนี้แสดงการอ้างที่มาของผู้พูดเท่านั้น และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าคำพูดดังกล่าวผ่านการตรวจสอบอย่างอิสระแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมกรอบระบุที่มาซึ่งหมายถึง “ใช้ถ้อยคำของ Dr. Lee” ให้สมบูรณ์: ____ Dr. Lee, 'Curiosity begins with a good question.'

ดูคำตอบ

In the words of

the problem with the world is that the intelligent people โน้ต

2:53

ปัญหาของโลกนี้คือคนฉลาด

are full of doubts, วลี

2:56

เต็มไปด้วยความสงสัย

while the stupid ones are full of confidence.

2:57

ส่วนคนโง่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

ไวยากรณ์

the problem with X is that ...: ระบุปัญหาหลักของ X

โครงสร้าง the problem with X is that + อนุประโยค นำเสนอ X เป็นหัวข้อที่ถูกวิจารณ์ และใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เพื่อบอกสิ่งที่ผู้พูดเห็นว่าเป็นปัญหาหลัก ในประโยคนี้ X คือ the world และส่วนที่เหลือบอกเนื้อหาของปัญหานั้น with ในที่นี้หมายถึงปัญหาที่เกี่ยวกับหรืออยู่ใน X ไม่ได้หมายถึงการอยู่ร่วมกับ X ส่วน that ใช้นำเนื้อหาของ problem โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำวิจารณ์โดยบอกหัวข้อก่อนแล้วจึงบอกข้อวินิจฉัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมาย: ____ this app ____ it collects too much personal data.

ดูคำตอบ

The problem with · is that

ลำดับความ

the intelligent people ... while the stupid ones ...: การเปรียบต่างแบบขนาน

ประโยคนี้สร้างจากอนุประโยคสองส่วนที่มีรูปแบบสอดคล้องกัน ได้แก่ the intelligent people are full of doubts และ the stupid ones are full of confidence คำว่า while เชื่อมทั้งสองส่วนด้วยความหมายแสดงความแตกต่าง ไม่ได้บอกเวลา ส่วน ones ใช้แทน people เพื่อให้ส่วนหลังสะท้อนส่วนแรกโดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ การวาง intelligent คู่กับ stupid และ doubts คู่กับ confidence ทำให้เกิดการเปรียบต่าง คำที่สมมาตรกันทำให้ข้อคิดจำง่ายและมีความย้อนแย้ง เพราะ confidence ปรากฏอยู่ในฝั่งที่ผู้ฟังอาจคาดไม่ถึง นี่คือการกล่าวสรุปเพื่อผลทางวาทศิลป์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคนฉลาดหรือคนโง่ทุกคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while สร้างการเปรียบต่างที่สมดุลและเน้นความแตกต่างได้ดีที่สุด

  1. The experienced speakers checked every detail, and the newcomers trusted their first guess.
  2. The experienced speakers checked every detail, while the newcomers trusted their first guess.
  3. The experienced speakers checked every detail because the newcomers trusted their first guess.
ดูคำตอบ

The experienced speakers checked every detail, while the newcomers trusted their first guess.

วลี

are full of doubts ... are full of confidence: เต็มไปด้วยความสงสัยและความมั่นใจ

be full of + คำนาม ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งใดมีความรู้สึก ความคิด หรือคุณลักษณะบางอย่างอยู่มาก ในที่นี้ are full of doubts หมายถึงคนฉลาดมีข้อสงสัยมาก ส่วน are full of confidence หมายถึงอีกกลุ่มหนึ่งมีความมั่นใจอย่างมาก ความหมายนี้เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงภาชนะจริงที่ถูกเติมจนเต็ม การใช้รูป are full of ซ้ำกันทำให้เปรียบเทียบคนสองกลุ่มได้ง่าย การคงโครงสร้างเดิมไว้แล้วเปลี่ยนเฉพาะคำนามทำให้เกิดความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง doubts กับ confidence

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายในคำบรรยายคู่ขนานทั้งสองส่วน: Maya is ____ doubts, while Ben is ____ confidence.

ดูคำตอบ

full of · full of

If you'd like to be above average, น้ำเสียง/เจตนา

2:59

ถ้าคุณอยากเหนือกว่าค่าเฉลี่ย

check out Skillshare, กริยาวลี

3:01

ลองเข้าไปดู Skillshare

who has supported this video and is giving away a 2-month free trial กริยาวลี

3:02

ซึ่งสนับสนุนวิดีโอนี้และกำลังแจกสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 2 เดือน

to the first 500 of our followers that sign up.

3:05

ให้แก่ผู้ติดตามของเรา 500 คนแรกที่สมัคร

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ If you'd like to เพื่อเชิญอย่างสุภาพ

ใน If you'd like to ตัว 'd หมายถึง would หรือรูปเต็มว่า if you would like to วลีนี้นำเสนอการกระทำให้เป็นตัวเลือกของผู้ฟัง จึงทำให้คำเชิญหรือคำแนะนำฟังดูสุภาพและไม่กดดัน ในประโยคนี้ใช้เพื่อนำเข้าสู่การแนะนำอย่างนุ่มนวล โครงสร้างคือ If you'd like to + คำกริยารูปพื้นฐาน อนุประโยค if มักตามด้วยประโยคหลักที่อธิบายสิ่งที่ทำได้หรือผลลัพธ์ เช่น If you'd like to learn more, follow this link.

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายเพื่อทำให้คำเชิญที่สุภาพและไม่กดดันสมบูรณ์: If ____ hear the rest of the story, you can stay.

ดูคำตอบ

you'd like to

กริยาวลี

การใช้ check out เพื่อแนะนำสิ่งที่น่าไปสำรวจ

ในที่นี้ check out Skillshare หมายถึงการเข้าไปดู ทำความรู้จักเพิ่มเติม หรือลองใช้ Skillshare ผู้พูดกำลังชี้นำผู้ชมไปยังบริการที่พวกเขาอาจสนใจ ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินหรือเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม check out ในที่นี้เป็นกริยาวลีสกรรมที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง check out Skillshare และ check Skillshare out เมื่อแนะนำบริการที่มีชื่อเฉพาะ การวาง out ไว้หน้าคำนามจะฟังเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ check out เพื่อแนะนำให้ไปสำรวจหรือทำความรู้จักบางสิ่ง

  1. Check out the new science exhibit this weekend.
  2. We checked out of the hotel before breakfast.
  3. I checked out three library books yesterday.
ดูคำตอบ

Check out the new science exhibit this weekend.

กริยาวลี

giving away ในความหมายว่าแจกฟรี

ในที่นี้ is giving away a 2-month free trial หมายความว่า Skillshare กำลังมอบสิทธิ์ทดลองใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย giving เป็นรูป -ing ที่ต้องใช้หลัง is และ away ทำให้กริยาวลี give away สมบูรณ์ เมื่อรวมกัน is giving away จึงนำเสนอโปรโมชันว่าเป็นสิ่งที่กำลังมีให้หรือกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ give away ยังอาจหมายถึงการเปิดเผยความลับหรือแสดงบางสิ่งออกมาโดยไม่ตั้งใจได้ด้วย กรรม a 2-month free trial และบริบทการส่งเสริมการขายทำให้ที่นี่มีความหมายว่าแจกฟรี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ giving away ในความหมายว่ามอบบางสิ่งให้ฟรี

  1. His smile is giving away the surprise.
  2. The museum is giving away posters to the first hundred visitors.
  3. She is giving away too much information about the ending.
ดูคำตอบ

The museum is giving away posters to the first hundred visitors.

Skillshare is an online learning community for creators

3:07

Skillshare คือชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับครีเอเตอร์

with more than 15,000 classes in design, photo, and more.

3:10

ที่มีคลาสด้านการออกแบบ การถ่ายภาพ และอื่น ๆ มากกว่า 15,000 คลาส

Everyone can take a class, try a project,

3:14

ทุกคนสามารถเข้าเรียน ลองทำโปรเจกต์

and even teach a class themselves

3:16

และแม้แต่เปิดสอนคลาสของตัวเองได้

with premium membership as low as $10 a month for unlimited access. วลี

3:18

โดยค่าสมาชิกพรีเมียมสำหรับการเข้าถึงแบบไม่จำกัดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 10 ดอลลาร์

วลี

as low as $10 a month: ราคาต่อเดือนต่ำสุด

ในข้อความบอกราคานี้ as low as + ราคา ใช้ระบุจำนวนเงินต่ำสุดที่โฆษณาไว้ ส่วน a month ระบุรอบการเรียกเก็บเงิน ดังนั้นค่าสมาชิกอาจเริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์สำหรับการเข้าถึงหนึ่งเดือน วลีนี้นำเสนอขีดล่างของราคาที่น่าสนใจ ไม่ได้หมายถึงราคาคงที่ที่ทุกคนต้องจ่ายหรือราคาโดยประมาณ

แบบฝึกหัด

as low as $10 a month หมายถึงอะไรในข้อเสนอนี้?

  1. แพ็กเกจที่ถูกที่สุดอาจมีราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่แพ็กเกจอื่นอาจแพงกว่า
  2. ราคาอยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อเดือน
  3. ทุกแพ็กเกจมีราคาเดือนละ 10 ดอลลาร์พอดี
ดูคำตอบ

แพ็กเกจที่ถูกที่สุดอาจมีราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่แพ็กเกจอื่นอาจแพงกว่า

Just head to the link skl.sh/asapscience

3:22

เพียงไปที่ลิงก์ skl.sh/asapscience

and use the promo code asapscience to sign up กริยาวลี

3:25

แล้วใช้โค้ดโปรโมชัน asapscience เพื่อสมัคร

and learn even on their mobile app or while you're offline.

3:28

จากนั้นก็เรียนผ่านแอปมือถือหรือแม้แต่ตอนออฟไลน์ได้

กริยาวลี

sign up: สร้างบัญชีใหม่หรือลงทะเบียน

ในที่นี้ sign up หมายถึงการลงทะเบียนหรือสร้างบัญชีใหม่เพื่อเริ่มใช้บริการ เป็นการเข้าร่วมใหม่ ไม่ใช่การเข้าใช้บัญชีที่มีอยู่แล้ว คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี รูปแบบที่พบบ่อยคือ sign up, sign up for + หลักสูตรหรือบริการ และ sign someone up for something

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “สร้างบัญชีใหม่”: Enter your email and click Continue to ____.

ดูคำตอบ

sign up

And subscribe for more weekly science videos every Thursday.

3:31

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกวันพฤหัสบดี