เราหลอกตัวเองอย่างไร: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
840 คำ 174 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิเคราะห์การเบี่ยงเบนความสนใจ ความร่าเริงฝืนใจ การระบายโกรธ ความเฉยเมย และความขุ่นเคืองที่ซ่อนการรู้จักตนเองอันเจ็บปวด รวมถึงผลเสียของความจริงที่ถูกกดไว้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “So successful is the lie,” เป็นไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกต so ต้นประโยคและการสลับประธานกับกริยา คืนลำดับปกติ และอ่านระดับก่อนผลลัพธ์ 2. “taking offense.” เป็นกลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: แยกการรู้สึกถูกล่วงเกินจากการล่วงเกินผู้อื่น และเข้าใจกลยุทธ์หนีคำวิจารณ์ 3. “the truth will out.” เป็นสำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าความจริงที่ซ่อนจะปรากฏ สังเกต out ที่ใช้เป็นกริยา และไม่แปลเป็นทิศทางตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A major obstacle to self-knowledge and in turn to a flourishing life วลี

0:01

อุปสรรคสำคัญในการรู้จักตัวเองและเป็นอุปสรรคต่อชีวิตที่รุ่งเรือง

วลี

in turn: ผลถัดไปในสายโซ่เหตุและผล

ในประโยคนี้ in turn หมายถึง “เป็นผลที่ตามมาต่อไป” หรือ “ซึ่งทำให้เกิดผลถัดไป” เหตุผลเป็นลำดับดังนี้: อุปสรรคทำลายการรู้จักตนเอง และการรู้จักตนเองที่ลดลงก็ทำให้การมีชีวิตที่งอกงามยากขึ้น การใช้นี้จัดความสัมพันธ์เป็นสายโซ่ที่ A ทำให้เกิด B แล้ว B ส่งผลต่อ C แนวคิดตรงกลางจึงเป็นผลลัพธ์ก่อน แล้วจึงกลายเป็นสาเหตุ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง in turn แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. ชีวิตที่งอกงามทำให้อุปสรรคหายไป
  2. การรู้จักตนเองที่ลดลงทำให้การมีชีวิตที่งอกงามยากขึ้นต่อไป
  3. การรู้จักตนเองและการมีชีวิตที่งอกงามเกิดขึ้นสลับกัน
ดูคำตอบ

การรู้จักตนเองที่ลดลงทำให้การมีชีวิตที่งอกงามยากขึ้นต่อไป

is the tendency of one part of our minds to lie to the other. ไวยากรณ์

0:05

คือแนวโน้มที่จิตใจส่วนหนึ่งของเราจะโกหกอีกส่วนหนึ่ง

ไวยากรณ์

the tendency of X to do: การระบุแบบแผนที่เกิดซ้ำ

รูปแบบ the tendency of X to do บอกว่า X ทำบางสิ่งเป็นประจำหรือโดยทั่วไป ในที่นี้ X คือ one part of our minds และ to lie to the other ระบุพฤติกรรมของส่วนนั้น กริยา infinitive ที่มี to บอกว่า “มีแนวโน้มทำอะไร” ไม่ได้บอกจุดประสงค์ โครงสร้างที่ใช้คำนามนี้เหมาะกับการวิเคราะห์พฤติกรรมว่าเป็นแบบแผนทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the tendency of X to do เพื่ออธิบายแบบแผนที่เกิดซ้ำ

  1. The tendency of some teams to avoid risk can slow progress.
  2. The team met to avoid unnecessary risk.
  3. The manager called the team to discuss the risk.
ดูคำตอบ

The tendency of some teams to avoid risk can slow progress.

We lie for what might initially seem like a very understandable reason, ไวยากรณ์

0:10

เราโกหกด้วยเหตุผลที่ในตอนแรกดูเหมือนจะเข้าใจได้ง่ายมาก

ไวยากรณ์

what might initially seem like: ความประทับใจแรกที่ยังไม่แน่นอน

ในที่นี้ what นำอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม ซึ่งมีความหมายเท่ากับ “the thing that” และในบริบทนี้เข้าใจได้ว่าเป็น “เหตุผลที่...” ส่วน what might initially seem like a very understandable reason ทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนกลุ่มคำนามหลัง for ไม่ใช่คำถาม might และ initially ทำให้การประเมินนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานชั่วคราวจากความประทับใจแรก ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเมื่อพิจารณาให้ละเอียดแล้ว เหตุผลนั้นจะยังดูเข้าใจได้ จึงเปิดทางให้มีการแก้ความเข้าใจหรือเสนอข้อขัดแย้งในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ what might initially seem like a very understandable reason หมายถึงอะไร

  1. สิ่งหรือสถานการณ์ที่ในตอนแรกอาจดูเหมือนเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้มาก
  2. คำถามที่ถามว่าเหตุผลใดเข้าใจได้
  3. เหตุผลที่เข้าใจได้อย่างแน่นอนตั้งแต่ต้น
ดูคำตอบ

สิ่งหรือสถานการณ์ที่ในตอนแรกอาจดูเหมือนเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้มาก

because we want to avoid pain.

0:15

เพราะเราต้องการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด

But in so doing, วลี

0:17

แต่ในการทำเช่นนั้น

วลี

in so doing: เชื่อมการกระทำกับผลที่ตามมา

In so doing อ้างกลับไปยังการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง และหมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น” หรือ “ผ่านการกระทำนั้น” ในที่นี้วลีดังกล่าวเชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับผลที่ตามมาโดยไม่ต้องกล่าวการกระทำทั้งหมดซ้ำ วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมความในระดับบทสนทนาหรือข้อความ โดย so แทนการกระทำก่อนหน้า ส่วน in so doing ทำให้เนื้อหาถัดไปถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการทำการกระทำนั้น ไม่ควรแปลทีละคำเป็น “อยู่ข้างในการทำเช่นนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมแบบเป็นทางการสามคำจากบทเรียน ซึ่งขึ้นต้นด้วย in และหมายถึง “ด้วยการทำเช่นนั้น”: The company cut prices and, ____, attracted new customers.

ดูคำตอบ

in so doing

we hugely damage our chances of happiness. วลี

0:18

เราได้ทำลายโอกาสแห่งความสุขของเราไปอย่างมาก

วลี

damage someone's chances of + คำนามหรือรูป -ing

Damage someone's chances of ผลลัพธ์หนึ่ง หมายถึงทำให้บุคคลนั้นมีความเป็นไปได้น้อยลงที่จะได้ผลลัพธ์ดังกล่าว ในที่นี้ chances หมายถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่โอกาสหลายครั้งที่แยกจากกัน ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าการกระทำของเราเองลดความเป็นไปได้ที่จะมีความสุขลงอย่างมาก โครงสร้างคือ damage + คำแสดงความเป็นเจ้าของหรือบุคคล + chances of + คำนามหรือรูป -ing เช่น damage her chances of promotion และ damage their chances of winning ประธานบอกสิ่งที่ก่อผลเสีย ส่วนคำแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าโอกาสของใครได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย damage และโครงสร้าง chances ที่ถูกต้อง: Posting that rude comment could ____ getting the job.

ดูคำตอบ

damage your chances of

There are four things we particularly like to lie to ourselves about.

0:22

มีอยู่สี่สิ่งที่เรามักชอบโกหกตัวเองเป็นพิเศษ

We lie about all the problematic aspects

0:26

เราโกหกเกี่ยวกับแง่มุมที่เป็นปัญหาทั้งหมด

it would take so much effort to alter ไวยากรณ์

0:29

ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเปลี่ยนแปลง

our jobs,

0:31

การงานของเรา

our relationships,

0:32

ความสัมพันธ์ของเรา

our friendships,

0:33

มิตรภาพของเรา

our health,

0:34

สุขภาพของเรา

our habits and ideas.

0:34

นิสัยและความคิดของเรา

ไวยากรณ์

it would take ... effort to + กริยา

โครงสร้าง it + would take + ปริมาณ effort + to-infinitive ใช้ประเมินว่าการกระทำที่อาจเกิดขึ้นต้องใช้ความพยายามเท่าใด it เป็นประธานแทนและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า งานที่แท้จริงจะอยู่ภายหลังใน to-infinitive ซึ่งในที่นี้คือ to alter Would ทำให้การประเมินนี้เป็นการสมมติแทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงในปัจจุบัน So much เน้นปริมาณของคำนามนับไม่ได้ effort และรายการหลัง alter บอกทุกสิ่งที่จะต้องเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมการประเมินแบบสมมติโดยใช้ it, would และ take: ____ a lot of effort to reorganize the entire library.

ดูคำตอบ

It would take

We lie because we need to think well of ourselves วลี

0:37

เราโกหกเพราะเราจำเป็นต้องมองตัวเองในแง่ดี

วลี

think well of ourselves: มองตัวเราเองในแง่ดี

think well of someone หมายถึง “มีความเห็นที่ดีต่อคนนั้น” ตรงนี้ ourselves เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับ ประธาน we กับคนที่ถูกประเมินเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น think well of ourselves จึงหมายถึง “มองตัวเราเองในแง่ดี” well บอกว่าการประเมินใน think of เป็นไปในทางบวก วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “คิดเรื่องตัวเองอย่างรอบคอบ” หรือ “หวังว่าตัวเองจะมีสุขภาพดี”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย think well of และคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: Even after one small mistake, we still ____.

ดูคำตอบ

think well of ourselves

and are devoted to imagining that we are essentially normal, วลี

0:40

และหมกมุ่นอยู่กับการจินตนาการว่าโดยพื้นฐานแล้วเราเป็นคนปกติ

วลี

be devoted to + -ing: โครงสร้าง devoted to imagining

be devoted to something หมายถึงทุ่มเทความสนใจ ความภักดี หรือความพยายามอย่างมากและต่อเนื่องให้กับคนหรือสิ่งหนึ่ง ที่นี่ devoted to imagining แสดงถึงการทุ่มเทอย่างต่อเนื่องเพื่อคงภาพบางอย่างไว้ในใจ และในบริบทนี้ การทุ่มเทดังกล่าวถูกนำเสนอเชิงประชด ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing: be devoted to doing something ไม่ใช่ be devoted to do something

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน keep ให้อยู่ในรูปที่ต้องใช้หลัง devoted to: Amir is devoted to ____ his neighborhood clean.

ดูคำตอบ

keeping

without peculiar loves, hates and deviant thoughts.

0:43

ที่ไม่มีความรัก ความเกลียดชัง หรือความคิดที่เบี่ยงเบนและแปลกประหลาด

We lie because we don't want to feel so inadequate

0:47

เราโกหกเพราะเราไม่ต้องการรู้สึกว่าตัวเองบกพร่อง

and yet because we lack so many good things.

0:50

แต่เพราะเราขาดสิ่งดีๆ มากมายไป

We lie because we're furious with certain people we're supposed to love, ไวยากรณ์

0:54

เราโกหกเพราะเรากำลังโกรธจัดกับคนบางคนที่เราควรจะรัก

ไวยากรณ์

be supposed to: ความคาดหวังจากภายนอกกับความจริง

Be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังที่เกิดจากกฎ บทบาท แผน หรือแนวคิดร่วมกันว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ we're supposed to love หมายถึงความสัมพันธ์ทำให้เกิดความคาดหวังว่าควรรัก ไม่ได้บอกว่าผู้พูดรู้สึกรักจริง ๆ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อความคาดหวังกับความจริงอาจไม่ตรงกัน คนคนหนึ่งอาจถูกคาดหวังให้ทำหรือรู้สึกบางอย่าง แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ทำหรือไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ครอบครัวของ Maya คาดหวังให้เธอชอบอาชีพใหม่ แต่เธอไม่ได้ชอบ ประโยคใดแสดงช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความจริงได้ดีที่สุด

  1. She has to start her new job on Monday, and she will.
  2. She is supposed to love her new job, but she does not.
  3. She must love her new job because she smiles at work.
ดูคำตอบ

She is supposed to love her new job, but she does not.

and we lie because what we're furious about feels so minor

0:58

และเราโกหกเพราะสิ่งที่ทำให้เราโกรธนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

and pathetically petty for a grown-up to care about.

1:02

และดูงี่เง่าเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะเก็บมาใส่ใจ

Given how risky the truth about us can feel, ไวยากรณ์

1:07

เมื่อพิจารณาว่าความจริงเกี่ยวกับตัวเรานั้นดูเสี่ยงแค่ไหน

we've had to learn to be masters of deception. สำนวน

1:10

เราก็เลยต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหลอกลวง

ไวยากรณ์

Given how + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค: ใช้ระดับเป็นเหตุผล

Given how + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + อนุประโยค นำระดับของลักษณะหนึ่งมาเป็นข้อมูลพื้นหลังสำหรับข้อสรุปในประโยคหลัก ในที่นี้ Given how risky the truth about us can feel หมายถึง “เมื่อคำนึงว่าความจริงนั้นอาจทำให้รู้สึกเสี่ยงเพียงใด” และความเสี่ยงที่รับรู้นี้อธิบายว่าทำไมจึงต้องเรียนรู้การหลอกลวง คำว่า can feel บรรยายประสบการณ์ส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ ความจริงอาจทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายจริงเสมอไป รูปแบบนี้ย่อเหตุผลให้อยู่ในกรอบเปิดประโยคที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

โค้ชต้องการใช้ความเหนื่อยที่มองเห็นได้ของผู้เล่นเป็นเหตุผลในการเลิกซ้อมเร็วขึ้น ประโยคใดนำระดับนั้นมาเป็นเหตุผลได้ถูกต้อง

  1. The players look tired because we ended practice early.
  2. Even though the players look tired, let's make practice longer.
  3. Given how tired the players look, let's end practice early.
ดูคำตอบ

Given how tired the players look, let's end practice early.

สำนวน

“masters of deception”: master of + ด้านทักษะ

ในที่นี้ masters หมายถึงคนที่มีทักษะสูงมาก ไม่ได้หมายถึงเจ้าของหรือผู้มีอำนาจ โครงสร้าง a master of + คำนาม ใช้คำนามนั้นระบุด้านที่เชี่ยวชาญ ดังนั้น masters of deception จึงหมายถึงคนที่เก่งมากในการหลอกลวง ในบริบทนี้ deception หมายถึงการหลอกตัวเองเป็นหลัก การเรียกผู้พูดว่า masters ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงประชดและวิจารณ์ คือพวกเขาเก่งอย่างน่าทึ่งในการหลอกตัวเอง แต่ทักษะนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “master of” เพื่อบอกว่าคนหนึ่งมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในด้านใดด้านหนึ่ง?

  1. Ravi gave the master a letter.
  2. Ravi is the master of this house.
  3. Ravi is a master of comic timing.
ดูคำตอบ

Ravi is a master of comic timing.

Our techniques are wide-ranging,

1:12

เทคนิคของเรานั้นกว้างขวาง

devilish, and often hugely imaginative.

1:14

ร้ายกาจ และมักจะเต็มไปด้วยจินตนาการอย่างยิ่ง

Here are some of the leading maneuvers

1:18

นี่คือกลวิธีหลักบางส่วน

we employ to pull the wool over our own eyes. สำนวน

1:20

ที่เรานำมาใช้เพื่อปิดหูปิดตาตัวเอง

สำนวน

“pull the wool over our own eyes”: หลอกตัวเอง

Pull the wool over someone's eyes เป็นสำนวนที่หมายถึงหลอกหรือทำให้คนนั้นเข้าใจผิดจนมองไม่เห็นความจริง ไม่ได้เกี่ยวกับขนแกะหรือการปิดตาจริง ๆ ในวลี our own eyes คำว่า own ทำให้ความหมายย้อนกลับมาที่ผู้กระทำเอง กล่าวคือ กลุ่มคนที่หลอกกับกลุ่มคนที่ถูกหลอกเป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นประโยคนี้จึงพูดถึงวิธีที่คนเราหลอกตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “หลอกตัวเราเอง” ให้สมบูรณ์: We sometimes ____ when we ignore clear evidence.

ดูคำตอบ

pull the wool over our own eyes

We identify something that can powerfully keep our thoughts away from troubling inner confrontations.

1:26

เราระบุสิ่งที่สามารถดึงความคิดของเราให้ห่างจากการเผชิญหน้าภายในใจที่น่าหนักใจได้อย่างทรงพลัง

Online pornography is a favorite, ลำดับความ

1:33

สื่อลามกออนไลน์คือสิ่งที่เราโปรดปราน

the news another,

1:34

ข่าวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

alcohol a third,

1:36

แอลกอฮอล์เป็นอย่างที่สาม

work a fourth.

1:37

งานเป็นอย่างที่สี่

ลำดับความ

a favorite ... another ... a third ... a fourth: การละ is ที่ซ้ำกัน

อนุประโยคแรกแสดงโครงสร้างเต็มว่า Online pornography is a favorite ในอนุประโยคคู่ขนานสามส่วนถัดมา is และคำนาม favorite ที่เข้าใจได้จากบริบทถูกละไว้ ได้แก่ the news [is] another [favorite], alcohol [is] a third [favorite] และ work [is] a fourth [favorite] คำว่า another, a third และ a fourth ต่างเพิ่มรายการใหม่ในรายชื่อเดียวกัน ไม่ได้ใช้เรียกคำนามก่อนหน้าด้วยชื่ออื่น การละคำแบบนี้เรียกว่า ellipsis ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำแบบเป็นกลไก ทำให้รายการสี่ส่วนกระชับและมีจังหวะที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกรายการใช้โครงสร้างเดียวกัน ผู้อ่านจึงเติมคำที่หายไปได้จากอนุประโยคแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การละคำแบบคู่ขนานชนิดเดียวกัน โดยให้เข้าใจ is จากบริบทหลังรายการแรก

  1. For the show, comedy is one option, music another, dance a third, and magic a fourth.
  2. For the show, comedy, music, dance, and magic are the four options.
  3. For the show, comedy is one option, music is another, dance is a third, and magic is a fourth.
ดูคำตอบ

For the show, comedy is one option, music another, dance a third, and magic a fourth.

We don't so much like these elements in and of themselves. วลี

1:38

เราไม่ได้ชอบสิ่งเหล่านี้ในตัวของมันเองสักเท่าไหร่

วลี

in and of themselves: พิจารณาสิ่งนั้นโดยแยกจากปัจจัยภายนอก

In and of themselves หมายถึง “เมื่อพิจารณาสิ่งนั้นเฉพาะในฐานะที่เป็นตัวมันเอง” โดยแยกออกจากการใช้งาน ผลกระทบ หรือบริบทรอบข้าง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าตัวองค์ประกอบเองไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนชอบเป็นหลัก แต่คุณค่าของมันมาจากสิ่งที่มันทำให้ผู้คน คำสรรพนามสะท้อนต้องสอดคล้องกับคำนามที่อ้างถึง ใช้ in and of itself สำหรับสิ่งเดียว และ in and of themselves สำหรับหลายสิ่ง ให้เข้าใจทั้งกลุ่มคำเป็นสำนวนตายตัว ไม่ใช่แยกตีความ in และ of ตามความหมายด้านตำแหน่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “พิจารณาแยกจากผลกระทบหรือการใช้งานภายนอก”: These rules are not confusing ____; the problem is the way they were explained.

ดูคำตอบ

in and of themselves

We like them for their ability

1:41

เราชอบมันก็เพราะความสามารถของมัน

to keep us away from what we fear.

1:43

ที่จะดึงเราให้ห่างไกลจากสิ่งที่เราหวาดกลัว

A sadness we haven't been able to admit to

1:49

ความเศร้าที่เราไม่สามารถยอมรับได้

is often covered up with exaggerated doses of manic cheeriness. กริยาวลี

1:51

มักจะถูกปกปิดด้วยความร่าเริงแบบบ้าคลั่งที่มากเกินพอดี

กริยาวลี

covered up: ปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง

ในที่นี้ covered up หมายถึง “ถูกซ่อนไว้เพื่อไม่ให้มองเห็นหรือยอมรับ” ความเศร้านั้นมีอยู่จริง แต่ความร่าเริงที่แสดงออกมาอย่างเกินจริงทำให้คนมองไม่เห็นมัน is covered up เป็นรูปถูกกระทำ จึงเน้นว่าความเศร้าถูกปกปิด ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ปกปิด ส่วน with ใช้บอกพฤติกรรมภายนอกที่นำมาใช้ซ่อนความเศร้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ปกปิด”: The company ____ the safety problem for years.

ดูคำตอบ

covered up

We aren't happy so much as incapable of allowing ourselves to feel ไวยากรณ์

1:55

เราไม่ได้มีความสุข แต่เราไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองรู้สึก

even the slightest sadness in case we were to be overwhelmed by our buried grief. ไวยากรณ์

1:59

ถึงความเศร้าแม้เพียงน้อยนิด เผื่อว่าเราจะถูกครอบงำด้วยความโศกเศร้าที่ถูกฝังไว้

ไวยากรณ์

aren't happy so much as incapable of: แก้คำอธิบายแรก

โครงสร้าง not so much A as B ใช้แก้คำอธิบายแรก หมายถึง “ไม่ใช่ A อย่างแท้จริงหรือไม่ใช่ A เป็นหลัก แต่ B เป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า” ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้มีความสุขจริง ๆ แต่ไม่สามารถยอมให้ตัวเองรู้สึกเศร้าได้ ในประโยค aren't happy เป็นส่วน A และ incapable of allowing ourselves to feel ... เป็นส่วน B ทั้งสองส่วนอธิบาย we จึงละ we are ในส่วนที่สองไว้ ส่วน so much as ในโครงสร้างนี้เป็นคำเชื่อม ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่า frightened เหมาะจะใช้อธิบายลูกสุนัขมากกว่า angry?

  1. The puppy was as angry as it was frightened by the thunder.
  2. The puppy wasn't angry so much as frightened by the thunder.
  3. The puppy was not only angry but also frightened by the thunder.
ดูคำตอบ

The puppy wasn't angry so much as frightened by the thunder.

ไวยากรณ์

in case we were to be overwhelmed: การป้องกันความเสี่ยงแบบสมมติ

In case นำเสนอผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่ผู้พูดต้องการป้องกัน ไม่ได้บอกเหตุผลที่เกิดขึ้นจริงแบบ because เพราะผลลัพธ์นั้นอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ Were to be overwhelmed ทำให้ผลลัพธ์นั้นเป็นสถานการณ์สมมติอย่างชัดเจน ส่วน be overwhelmed เป็นโครงสร้างถูกกระทำ และในที่นี้หมายถึงไม่สามารถรับมือกับอารมณ์ที่รุนแรงได้ เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการหลีกเลี่ยงความเศร้าเพราะกลัวว่าความโศกเศร้าที่ฝังไว้จะหนักเกินรับไหว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya wrote down the address in case her phone were to lose power,” ส่วน in case ... were to ... แสดงอะไร

  1. เธอต้องการให้โทรศัพท์หมดพลังงาน
  2. โทรศัพท์ของเธอหมดพลังงานไปแล้วอย่างแน่นอน
  3. เธอเตรียมป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ดูคำตอบ

เธอเตรียมป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

We develop a brittle,

2:05

เราพัฒนาแนวโน้มที่เปราะบาง

insistent tendency to say that all is very well.

2:06

และดึงดันที่จะพูดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

This is lovely, isn't it? น้ำเสียง/เจตนา

2:09

"มันเยี่ยมไปเลยใช่มั้ย?"

We might press,

2:10

เราอาจจะคาดคั้น

leaving no room for any ideas to the contrary. วลี

2:11

โดยไม่เปิดโอกาสให้มีความคิดเห็นใดๆ ในทางตรงกันข้าม

น้ำเสียง/เจตนา

This is lovely, isn't it?: การกดดันให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Isn't it? เป็น tag question รูปปฏิเสธที่ต่อท้ายข้อความบอกเล่ารูปบวก This is lovely โดย tag question ใช้ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยกับข้อความนั้นหรือไม่ ในที่นี้ คำบรรยายรอบข้างบอกว่าผู้พูดคาดคั้นและไม่เปิดพื้นที่ให้ความคิดตรงกันข้าม ดังนั้น tag นี้จึงไม่ได้เปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง แต่ผลักให้อีกฝ่ายตอบว่าเห็นด้วย ไวยากรณ์แบบเดียวกันอาจฟังเป็นกลางหรือกดดันก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

หัวหน้าทีมพูดว่า “This plan is perfect, isn't it?” แล้วพูดต่อทันทีโดยไม่เชิญให้แสดงความคิดเห็น tag question นี้น่าจะทำหน้าที่เป็นคำถามแบบเปิดและเป็นกลางเพื่อขอความคิดเห็นทุกแบบหรือไม่

  1. ใช่
  2. ไม่ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

วลี

leaving no room for: ไม่เปิดโอกาสให้ทางเลือกอื่นเลย

Leave no room for + คำนาม หมายถึงไม่เปิดโอกาส ไม่เหลือพื้นที่ หรือไม่ให้อิสระแก่สิ่งนั้นเลย ในที่นี้ room เป็นความหมายเชิงนามธรรมว่า “ช่องว่างหรือโอกาส” ไม่ใช่ห้องจริง ๆ อนุประโยค -ing คือ leaving no room for... แสดงผลที่เกิดจาก press การกดดันมากเกินไปทำให้แนวคิดอื่นดูเหมือนเป็นไปไม่ได้หรือไม่ได้รับการยอมรับ รูปแบบนี้ยังใช้พูดถึงหลักฐาน กฎ ตารางเวลา และท่าทีที่ตัดบางสิ่งออกโดยสิ้นเชิงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตัวซึ่งหมายถึงไม่เปิดโอกาสให้เลย: The evidence is conclusive, ____ doubt.

ดูคำตอบ

leaving no room for

Denied anger with a particular personal situation

2:18

ความโกรธที่ถูกปฏิเสธกับสถานการณ์ส่วนตัวบางอย่าง

often seeps out into a generalized irritability. สำนวน

2:21

มักจะซึมซาบกลายเป็นความหงุดหงิดโดยทั่วไป

สำนวน

seeps out into: อารมณ์ที่ค่อย ๆ แสดงออกและแพร่ไป

Seep ตามความหมายตรงตัวใช้บรรยายของเหลวที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านช่องเล็ก ๆ เมื่อใช้เป็นคำเปรียบเทียบ seeps out into แสดงใหัเห็นว่าอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ค่อย ๆ หลุดออกมาและปรากฏในรูปที่กว้างขึ้น ในประโยคนี้ ความโกรธที่ไม่ได้รับการยอมรับค่อย ๆ แสดงออกมาเป็นความหงุดหงิดโดยทั่วไป Out สื่อถึงการโผล่ออกมาจากจุดที่อารมณ์ถูกเก็บไว้ ส่วน into ชี้ไปยังรูปแบบหรือบริเวณที่อารมณ์นั้นแพร่ไป ภาพนี้สื่อถึงกระบวนการที่ช้าและอ้อม ไม่ใช่การระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่และค่อย ๆ ปรากฏอย่างอ้อม ๆ ได้ดีที่สุด

  1. Her unspoken worry vanished without affecting anything.
  2. Her unspoken worry burst out in one sudden shout.
  3. Her unspoken worry seeped out into every conversation.
ดูคำตอบ

Her unspoken worry seeped out into every conversation.

So successful is the lie, ไวยากรณ์

2:24

การโกหกนั้นประสบความสำเร็จมาก

we don't really know what's up.

2:26

จนเราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ไวยากรณ์

การกลับลำดับด้วย so + คำคุณศัพท์ ใน So successful is the lie

ส่วนเปิดหมายความว่าคำโกหกนั้นประสบความสำเร็จถึงระดับนี้ เมื่อย้าย so + คำคุณศัพท์ มาไว้ต้นประโยค กริยาเชื่อมจะมาก่อนประธาน: So successful is the lie. การกลับลำดับแบบนี้เน้นระดับอย่างมาก อนุประโยคถัดไปบอกผลลัพธ์ รูปที่เป็นกลางและชัดเจนกว่าคือ The lie is so successful that we don't really know what's up. ในที่นี้ so หมายถึง “ถึงระดับนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบทางการ so + คำคุณศัพท์ + การกลับลำดับ เพื่อเน้นระดับได้ถูกต้อง

  1. So persuasive was her speech that the audience fell silent.
  2. So her speech was persuasive that the audience fell silent.
  3. Her speech so persuasive was that the audience fell silent.
ดูคำตอบ

So persuasive was her speech that the audience fell silent.

We just keep losing our temper. วลี

2:27

เราเอาแต่ระเบิดอารมณ์อยู่เรื่อย

วลี

Lose one's temper: โกรธจนควบคุมตนเองไม่ได้

Lose one's temper หมายถึงหยุดควบคุมความโกรธของตนและแสดงออกมา มักด้วยการตะโกนหรือตอบสนองอย่างรุนแรง ใน losing our temper คำว่า our สอดคล้องกับ we ส่วน keep แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ สำนวนนี้แรงกว่าการพูดเพียงว่า get angry เพราะเน้นการสูญเสียการควบคุมตนเอง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกโกรธ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ lose one's temper: After the referee reversed the decision, Leo ____ and shouted at everyone.

ดูคำตอบ

lost his temper

Someone's moved the TV remote,

2:29

มีคนขยับรีโมตทีวี

there aren't any eggs in the fridge,

2:31

ในตู้เย็นไม่มีไข่เหลืออยู่เลย

the electricity bill is slightly higher than we expected.

2:32

ค่าไฟสูงกว่าที่เราคาดไว้นิดหน่อย

Anything can set us off. กริยาวลี

2:36

อะไรๆ ก็สามารถทำให้เราฉุนเฉียวได้

กริยาวลี

set someone off: กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง

ในที่นี้ set someone off หมายถึงทำให้ใครบางคนเกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรงและฉับพลัน โดยเฉพาะความโกรธหรือความไม่พอใจ ใน set us off คำว่า us หมายถึงคนที่เกิดปฏิกิริยา เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง set กับ off อารมณ์ที่เกิดขึ้นต้องดูจากบริบท ในที่นี้คำบ่นรอบ ๆ ประโยคแสดงว่าเป็นความโกรธ ดังนั้น Anything can set us off จึงหมายความว่าแม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็อาจทำให้เราโกรธขึ้นมาทันทีได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ set someone off ที่เข้ากับ her: One careless joke can ____ when she is stressed.

ดูคำตอบ

set her off

Our brains are so filled with how frustrating and annoying things are,

2:37

สมองของเราเต็มไปด้วยความคับข้องใจและความน่ารำคาญของสิ่งต่างๆ

we've cleverly left no space at all

2:41

จนเราอย่างชาญฉลาดไม่เหลือพื้นที่ว่างเลย

for focusing on the true and very sad issue.

2:43

สำหรับมุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่แท้จริงและน่าเศร้ามาก

We tell ourselves that we simply don't care about something,

2:50

เราบอกตัวเองว่าเราแค่ไม่ได้ใส่ใจในบางสิ่งบางอย่าง

love or politics,

2:53

ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือการเมือง

career success or intellectual life,

2:54

ความสำเร็จในอาชีพการงานหรือชีวิตทางสติปัญญา

that beautiful student or the house we can't afford.

2:57

นักเรียนคนสวยคนนั้นหรือบ้านที่เราไม่มีปัญญาซื้อ

And we are very emphatic about our lack of interest and complete disdain. การใช้คำ

2:59

และเราก็เน้นย้ำอย่างมากเกี่ยวกับการขาดความสนใจและความเหยียดหยามอย่างสิ้นเชิง

การใช้คำ

lack of interest กับ complete disdain: ความไม่สนใจและความดูหมิ่น

Lack of interest หมายถึงเพียงแค่ไม่ใส่ใจหรือไม่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับบางสิ่ง เป็นท่าทีที่เป็นกลางได้ และไม่ได้สื่อถึงความเป็นศัตรูในตัวเอง Disdain รุนแรงกว่ามาก หมายถึงความดูหมิ่น มักมีความคิดว่าคนหรือสิ่งนั้นไม่คู่ควรแก่การเคารพ Complete ทำให้ disdain รุนแรงขึ้น ดังนั้นประโยคนี้จึงเปลี่ยนจากความไม่สนใจไปเป็นท่าทีดูหมิ่นอย่างเปิดเผย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ disdain ได้ถูกต้อง

  1. She felt disdain because she had no preference between the two colors.
  2. She showed disdain by not opening a magazine that did not interest her.
  3. She spoke with disdain about the scam because she saw it as dishonest and unworthy of respect.
ดูคำตอบ

She spoke with disdain about the scam because she saw it as dishonest and unworthy of respect.

We go to great lengths to make it very clear สำนวน

3:04

เราพยายามอย่างมากที่จะทำให้ชัดเจน

to others and ourselves how absolutely unconcerned we are.

3:06

ต่อผู้อื่นและตัวเราเองว่าเราไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย

สำนวน

go to great lengths to: พยายามอย่างมากเป็นพิเศษ

สำนวน go to great lengths to do something หมายถึงการพยายามอย่างมากผิดปกติ หรือใช้วิธีที่ยาก ซับซ้อน หรือแม้แต่สุดโต่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คำว่า lengths ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริง ในประโยคนี้ ความพยายามดังกล่าวมีนัยวิจารณ์ ผู้คนพยายามอย่างหนักเพื่อให้ดูเหมือนไม่สนใจเลย ซึ่งกลับชวนให้คิดว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาอาจสนใจอยู่ อย่างไรก็ตาม สำนวนนี้ใช้ชื่นชมความทุ่มเทที่น่ายกย่องได้เช่นกัน โดยบริบทจะบอกว่าเป็นการชมหรือการวิจารณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่หมายถึง “พยายามอย่างมากเป็นพิเศษ”: To protect the tiny sea turtles, volunteers ____ keep people away from the nests.

ดูคำตอบ

went to great lengths to

We grow censorious and deeply disapproving of certain kinds of behavior and people.

3:13

เรากลายเป็นคนชอบจับผิดและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับพฤติกรรมและคนบางประเภท

What we don't admit is that we're so full of condemnation

3:18

สิ่งที่เราไม่ยอมรับก็คือ ที่เราเต็มไปด้วยการประณามนั้น

only because we need to ward off awareness กริยาวลี

3:21

เป็นเพียงเพราะเราต้องการปัดเป่าความตระหนักรู้

that a part of us, in fact,

3:23

ที่ว่าจริงๆ แล้วส่วนหนึ่งของเรา

really likes the condemned element.

3:25

ชอบสิ่งที่ถูกประณามนั้นจริงๆ

กริยาวลี

ward off: กันสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปอย่างแข็งขัน

Ward off หมายถึงการลงมือป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ต้องการเข้ามาใกล้ ส่งผลกระทบ หรือเกิดขึ้น โดยมักสื่อถึงการตั้งรับอย่างแข็งขัน ไม่ใช่เพียงเลือกไม่พบหรือไม่คิดถึงสิ่งนั้น ในที่นี้ การประณามทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันการตระหนักรู้ คนคนนั้นใช้การไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้ตนยอมรับว่าส่วนหนึ่งในตัวเองชอบสิ่งที่ตนประณาม Awareness เป็นแนวคิดนามธรรม แต่ก็เป็นกรรมของ ward off ได้

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึง “กันผลกระทบที่ไม่ต้องการออกไปอย่างแข็งขัน”: Regular breaks can help ____ mental fatigue.

ดูคำตอบ

ward off

We attack certain sexual tastes as utterly deviant and beyond the pale, สำนวน

3:28

เราโจมตีรสนิยมทางเพศบางอย่างว่าเบี่ยงเบนและยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง

precisely because we have known

3:32

นั่นก็เพราะเรารู้อยู่แก่ใจ

that we share them somewhere inside ourselves.

3:34

ว่าเรามีส่วนแบ่งปันรสนิยมเหล่านั้นอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในตัวเรา

สำนวน

beyond the pale: นอกขอบเขตที่ยอมรับได้

ในประโยคนี้ beyond the pale หมายถึงอยู่นอกขอบเขตทางศีลธรรมหรือสังคมที่ยอมรับกันไปไกลมาก จนถือว่ายอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง คำเหล่านี้รวมกันเป็นสำนวน และ pale ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ซีด” เมื่อใช้ในโครงสร้างที่มี as สำนวนนี้แสดงการประณามรสนิยมบางอย่างอย่างรุนแรง ประโยคโดยรวมกำลังวิเคราะห์ว่าเหตุใดผู้คนจึงประณามเช่นนั้น จึงเป็นการรายงานคำตัดสินดังกล่าวโดยไม่ได้หมายความว่าผู้พูดต้องเห็นด้วยเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงอยู่นอกขอบเขตของพฤติกรรมที่ยอมรับได้โดยสิ้นเชิงลงในประโยค: Threatening a witness is ____.

ดูคำตอบ

beyond the pale

So we're delighted when particular people are arrested or shamed in the press.

3:37

ดังนั้นเราจึงดีใจเมื่อมีคนถูกจับหรือถูกประจานในสื่อ

What they did was utterly awful,

3:41

"สิ่งที่พวกเขาทำนั้นมันแย่มากๆ"

we insist

3:43

เรายืนกราน

our outrage shielding us from any risks spotting the connection between them and us.

3:44

ความโกรธเคืองเป็นเกราะกำบังเราจากความเสี่ยงใดๆ ที่จะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขากับเรา

When there's unwelcomed news,

3:52

เมื่อมีข่าวที่ไม่พึงประสงค์

we may resort to a highly successful diversionary tactic, วลี

3:54

เราอาจหันไปใช้กลวิธีเบี่ยงเบนความสนใจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

วลี

resort to: dùng một phương án khi cách tốt hơn thất bại

Resort to หมายถึงหันไปใช้วิธีหนึ่งเพราะทางเลือกที่ดีกว่าหรือยอมรับได้มากกว่าไม่มีให้ใช้หรือไม่ได้ผล มักสื่อว่าวิธีนั้นไม่น่าพึงประสงค์ รุนแรง หรือเป็นตัวเลือกสุดท้าย โครงสร้างคือ resort to + คำนามหรือ gerund ในที่นี้วลีนาม a highly successful diversionary tactic คือวิธีที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับข่าวที่ไม่อยากรับโดยตรง จึงมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและแสดงว่าบริษัทใช้มาตรการนี้หลังจากทางเลือกที่ดีกว่าล้มเหลวแล้วเท่านั้น? After months of trying to cut other costs, the company had to ___ layoffs.

  1. turn to
  2. look forward to
  3. resort to
ดูคำตอบ

resort to

taking offense. วลี

3:57

นั่นคือการทำเป็นขุ่นเคือง

วลี

Taking offense: รู้สึกว่าถูกดูหมิ่น

Take offense หมายถึงรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นหรือไม่พอใจจากสิ่งที่ใครบางคนพูดหรือทำ ผู้ที่ take offense คือฝ่ายที่รู้สึกว่าถูกดูหมิ่น ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำให้เกิดการดูหมิ่น ในประโยคนี้ taking offense ถูกนำเสนอเป็นกลวิธี การตอบสนองเหมือนถูกดูหมิ่นสามารถเบี่ยงเบนความสนใจออกจากคำติชมหรือปัญหาได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “รู้สึกว่าถูกดูหมิ่น”: When Leo laughed at her name, Mina ____.

ดูคำตอบ

took offense

A colleague tries to give us a bit of feedback. วลี

3:59

เพื่อนร่วมงานพยายามให้คำติชมแก่เราเล็กน้อย

วลี

Give us a bit of feedback: ทำให้ข้อคิดเห็นฟังดูนุ่มนวล

Give someone feedback หมายถึงบอกคนนั้นว่าส่วนใดทำได้ดีและส่วนใดควรปรับปรุง โครงสร้างคือ give + person + feedback ดังนั้น us ในที่นี้คือผู้รับข้อเสนอแนะ A bit of ทำให้ปริมาณฟังดูน้อยและมักทำให้การเริ่มพูดเรื่องนี้ดูนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าเนื้อหาของข้อเสนอแนะจะเป็นเชิงบวก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้ ซึ่งทำให้ปริมาณฟังดูน้อยและนุ่มนวล: The coach wants to give us ____ after practice.

ดูคำตอบ

a bit of feedback

Instantly,

4:01

ในทันที

we accuse them of rudeness, วลี

4:01

เรากล่าวหาว่าพวกเขาหยาบคาย

arrogance, and a sense of entitlement.

4:02

หยิ่งยโส และคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์

วลี

accuse them of + คำนามหรือรูป -ing

โครงสร้าง accuse someone of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการกล่าวว่าบุคคลนั้นมีข้อเสียหรือทำสิ่งผิด ในประโยคนี้ them หมายถึงคนที่ถูกตำหนิ ส่วน rudeness, arrogance, and a sense of entitlement หลัง of คือข้อเสียที่ถูกยกขึ้นมา การกล่าวหาเป็นการเสนอข้ออ้างว่ามีการทำผิด แต่ตัวข้อกล่าวหาเองไม่ได้พิสูจน์ว่าข้ออ้างนั้นเป็นจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ accuse + คน + of + ข้อเสีย/การกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ต้องใช้หลัง accused ให้สมบูรณ์: The report accused the manager ____ hiding safety records.

ดูคำตอบ

of

A partner points something out, กริยาวลี

4:04

คู่รักชี้ให้เห็นบางสิ่งบางอย่าง

กริยาวลี

points something out: ตำแหน่งกรรมของ point out

Point something out หมายถึงการดึงความสนใจไปยังข้อเท็จจริง รายละเอียด หรือปัญหา เพื่อให้อีกคนสังเกตเห็น เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ ดังนั้นกรรมที่เป็นคำนามจึงวางหลัง out หรือระหว่าง point กับ out ก็ได้ เมื่อกรรมเป็นสรรพนามสั้น ๆ เช่น it ต้องวางสรรพนามระหว่างกริยากับคำอนุภาค โดยใช้ point it out ไม่ใช่ point out it ประโยคต้นฉบับใช้ลำดับแบบแยกเช่นเดียวกันกับ something คือ points something out

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ point out และสรรพนาม it เติมประโยคให้สมบูรณ์: I missed the date on the email, so Lena ____.

ดูคำตอบ

pointed it out

we get furious that they're piling pressure on us at a difficult point. วลี

4:06

เราโกรธจัดที่พวกเขามากดดันเราในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

วลี

piling pressure on us: เพิ่มแรงกดดันต่อเราอย่างต่อเนื่อง

ในประโยคนี้ piling pressure on us หมายถึงการทำให้เราต้องรับแรงกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอยู่แล้ว คำว่า pile ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือมองว่าแรงกดดันกำลังสะสม ไม่ใช่การกองสิ่งของจริง ๆ โครงสร้างคือ pile pressure on + บุคคลหรือกลุ่ม เน้นว่าแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการกระทำซ้ำ ๆ หรือปัญหาที่เพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The injuries are piling pressure on the coach," คำว่า "piling pressure on" หมายถึงอะไร

  1. ทำให้โค้ชต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
  2. ขอให้โค้ชกองสิ่งของจริง ๆ
  3. ลดแรงกดดันบางส่วนที่โค้ชกำลังเผชิญ
ดูคำตอบ

ทำให้โค้ชต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ

Feeling offended takes up all our attention. กริยาวลี

4:10

ความรู้สึกขุ่นเคืองได้แย่งความสนใจทั้งหมดของเราไป

กริยาวลี

takes up all our attention: กินความสนใจทั้งหมดของเรา

takes up ในที่นี้หมายถึงการครอบครองหรือใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด ความรู้สึกว่าถูกล่วงเกินใช้ความสนใจทั้งหมดของเรา จึงไม่เหลือความสนใจสำหรับเรื่องอื่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + take up + เวลา พื้นที่ หรือความสนใจ คำว่า all เน้นว่าถูกใช้ไปทั้งหมด ในที่นี้ take up ไม่ได้หมายถึงการเริ่มทำกิจกรรมอย่างใน take up swimming

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take up: This huge desk ____ most of the room.

ดูคำตอบ

takes up

It muddies the waters. สำนวน

4:13

มันทำให้น้ำขุ่นมัว

สำนวน

muddies the waters: ทำให้ประเด็นไม่ชัดเจนขึ้น

ในประโยคนี้ muddies the waters ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ทำให้ประเด็นสับสนขึ้นหรือตัดสินได้ยากขึ้น” สรรพนาม It ชี้ไปที่การกระทำหนึ่ง และประโยคนี้บอกว่าการกระทำนั้นขัดขวางการคิดอย่างชัดเจน ภาพเปรียบเทียบมาจากการกวนโคลนลงในน้ำใสจนมองทะลุไม่ได้ โดยทั่วไป muddy the waters ใช้บอกถึงการใส่ข้ออ้างที่ไม่เกี่ยวข้อง สัญญาณที่ขัดแย้งกัน หรือรายละเอียดที่ทำให้เสียสมาธิลงในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้การสนทนาไม่ชัดเจนขึ้น” ลงในประโยค: Adding an unrelated rumor will only ____.

ดูคำตอบ

muddy the waters

We no longer have to pay attention to information

4:14

เราไม่จำเป็นต้องสนใจข้อมูลอีกต่อไป

that is at heart correct, สำนวน

4:17

ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วถูกต้อง

but challenging.

4:19

แต่เป็นเรื่องท้าทาย

สำนวน

at heart: โดยพื้นฐานหรือโดยแก่นแท้

ในที่นี้ at heart หมายถึง “เมื่อมองที่ลักษณะพื้นฐานหรือแก่นแท้ที่สุด” ข้อมูลนั้นอาจยอมรับได้ยาก แต่เนื้อหาหลักยังคงถูกต้อง at heart ช่วยแยกรายละเอียดหรือปฏิกิริยาที่อยู่บนผิวหน้าออกจากสิ่งที่บางอย่างเป็นโดยพื้นฐาน ใช้บอกแก่นของความคิด แผน เรื่องราว ปัญหา หรือบุคคลได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “โดยพื้นฐาน” ลงในประโยค: The book is, ____, a family story.

ดูคำตอบ

at heart

We're sad about particular things,

4:24

เราเศร้าใจกับบางเรื่องโดยเฉพาะ

but confronting them would be so arduous,

4:26

แต่การเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านั้นจะยากลำบากมาก

we generalize and universalize the sadness.

4:28

เราจึงเหมารวมและทำให้ความเศร้านั้นเป็นเรื่องสากล

We don't say that X or Y has made us sad,

4:31

เราไม่พูดว่า X หรือ Y ทำให้เราเศร้า

we say that everything is rather terrible

4:34

แต่เราบอกว่าทุกอย่างค่อนข้างแย่

and everyone is rather awful.

4:36

และทุกคนก็ค่อนข้างจะห่วยแตก

We spread the pain

4:38

เรากระจายความเจ็บปวด

in order that its particular specific causes can no longer be the focus of attention. ไวยากรณ์

4:40

เพื่อที่สาเหตุเฉพาะเจาะจงของมันจะได้ไม่เป็นจุดสนใจอีกต่อไป

ไวยากรณ์

in order that + อนุประโยคบอกจุดประสงค์

in order that ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกจุดประสงค์ โดยอธิบายผลที่ต้องการจากการกระจายความเจ็บปวด ในประโยคนี้ its particular specific causes เป็นประธานของอนุประโยคบอกจุดประสงค์ และ can no longer be แสดงผลที่ผู้พูดต้องการ ใช้ in order that เมื่อจุดประสงค์ต้องเขียนเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง โครงสร้างคือ การกระทำ + in order that + ประธาน + กริยา และมักใช้ร่วมกับ can, could, may, might, will หรือ would

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำแบบเป็นทางการที่ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกจุดประสงค์ซึ่งมีประธานของตัวเอง: We moved the sign closer ____ everyone could read it.

ดูคำตอบ

in order that

Our sadness gets,

4:45

ความเศร้าของเรา

to put it metaphorically, ลำดับความ

4:46

หากพูดเปรียบเทียบก็คือ

lost in the crowd. สำนวน

4:47

หลอมรวมหายไปในฝูงชน

ลำดับความ

to put it metaphorically ในฐานะคำแทรกที่บอกวิธีใช้ถ้อยคำ

to put it metaphorically เป็นคำแทรกที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีที่ผู้พูดกำลังถ่ายทอดความคิด โดยบอกผู้ฟังว่า lost in the crowd เป็นภาพเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรว่าความเศร้าหลงทางจริง ๆ คำสรรพนาม it หมายถึงความคิดที่กำลังสื่อโดยรวม วลีนี้ไม่ได้บรรยายเหตุการณ์ แต่ช่วยจัดกรอบว่าควรเข้าใจข้อความอย่างไร จึงใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

วลีใดส่งสัญญาณได้ดีที่สุดว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความคิดผ่านภาพเปรียบเทียบ แทนที่จะพูดตามตัวอักษร?

  1. in other words
  2. to put it simply
  3. to put it metaphorically
ดูคำตอบ

to put it metaphorically

สำนวน

lost in the crowd ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงการไม่เป็นที่สังเกต

ในประโยคนี้ lost in the crowd ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ความเศร้าถูกวาดภาพให้เหมือนคนหนึ่งคนในฝูงชนขนาดใหญ่ เมื่อมันปะปนกับความรู้สึกในแง่ร้ายแบบกว้าง ๆ หลายอย่าง ความเศร้าเฉพาะเรื่องนั้นก็แยกออกได้ยาก สำนวนนี้ใช้บรรยายคน ความรู้สึก ข้อความ หรือสิ่งของเฉพาะอย่างที่สังเกตเห็นหรือแยกออกได้ยาก เพราะมีสิ่งอื่นมากมายอยู่รอบ ๆ ไม่ได้หมายความว่ามีคนหลงทางอยู่ในฝูงชนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Our small poster got lost in the crowd of colorful designs,' คำว่า got lost in the crowd หมายความว่าอะไร

  1. มันพิมพ์ไม่ได้เพราะมีสีมากเกินไป
  2. มันสังเกตเห็นได้ยากท่ามกลางงานออกแบบอื่นจำนวนมาก
  3. มันถูกคนกลุ่มหนึ่งนำออกไป
ดูคำตอบ

มันสังเกตเห็นได้ยากท่ามกลางงานออกแบบอื่นจำนวนมาก

Why is lying to ourselves a problem? ลำดับความ

4:50

ทำไมการโกหกตัวเองจึงเป็นปัญหา?

ลำดับความ

Why is X a problem? ในฐานะคำถามสำหรับเปลี่ยนประเด็น

คำถามนี้เปลี่ยนประเด็นจากการหลอกตัวเองเกิดขึ้นอย่างไร ไปสู่เหตุผลว่าทำไมมันจึงก่อให้เกิดผลเสีย คำถามระบุประเด็นที่จะอธิบายในส่วนถัดไป ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อโต้แย้งกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงเหตุผลและผลที่ตามมา ในที่นี้ ผู้พูดกำลังจัดลำดับการนำเสนอ ไม่ได้รอคำตอบจากผู้ฟัง รูปแบบ Why is X a problem? สามารถนำกลับมาใช้เพื่อดึงความสนใจอีกครั้ง และเปิดการอธิบายว่าเหตุใด X จึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

คุณอธิบายแล้วว่ารหัสผ่านที่ไม่รัดกุมคืออะไร คำถามใดเหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนไปอธิบายเหตุผลว่าทำไมมันจึงเป็นอันตราย

  1. Why is a weak password a problem?
  2. What does a weak password look like?
  3. Here is another type of password.
ดูคำตอบ

Why is a weak password a problem?

We need to tell ourselves the truth when we can

4:53

เราจำเป็นต้องบอกความจริงกับตัวเองเมื่อทำได้

for the simple reason วลี

4:55

ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า

that we often pay a very high price สำนวน

4:56

เรามักจะต้องจ่ายในราคาที่แพงมาก

for the short-term calm of our lies.

4:59

เพื่อแลกกับความสงบสุขชั่วคราวจากการโกหกของเรา

วลี

for the simple reason that + อนุประโยค

for the simple reason that ใช้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกเหตุผลที่ผู้พูดมองว่าตรงและเพียงพอ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเชื่อมความจำเป็นที่จะต้องซื่อสัตย์กับตัวเองเข้ากับผลร้ายแรงของการโกหก โครงสร้างคือ ข้อความ + for the simple reason that + ประธาน + กริยา คำว่า simple ไม่ได้หมายความว่าเหตุผลนั้นไม่สำคัญ แต่ทำให้เหตุผลดูชัดเจนและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมบอกเหตุผลแบบเป็นทางการด้วยวลีที่เรียนมาให้ครบถ้วน: We postponed the outdoor lesson ____ the storm had made the field unsafe.

ดูคำตอบ

for the simple reason that

สำนวน

pay a very high price for: ต้องรับผลร้ายแรง

pay a very high price for เป็นสำนวนที่หมายถึงการได้รับผลเสียร้ายแรงจากการกระทำ ทางเลือก หรือประโยชน์ระยะสั้น price อาจหมายถึงการสูญเสียความไว้วางใจ การพลาดโอกาส ความเจ็บปวด หรือต้นทุนอย่างอื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน โครงสร้างทั่วไปคือ คน + pay a high price for + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ ความสงบชั่วคราวที่เกิดจากคำโกหกคือสิ่งที่ทำให้คนต้องทุกข์ในภายหลัง และ very เน้นว่าผลที่ตามมาร้ายแรงเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับความหมายว่าได้รับผลร้ายแรงเพราะบางสิ่ง: Teams that skip safety checks may ____ that decision later.

ดูคำตอบ

pay a very high price for

We miss key opportunities for growth and learning.

5:02

เราพลาดโอกาสสำคัญในการเติบโตและการเรียนรู้

We're not very nice to be around. การใช้คำ

5:05

เราไม่ได้เป็นคนที่น่าอยู่ใกล้ๆ ด้วยนัก

การใช้คำ

nice to be around: อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

ในประโยคนี้ nice to be around หมายถึง คนอื่นรู้สึกสบายใจหรือเพลิดเพลินเมื่อใช้เวลาอยู่กับพวกเรา ประธานคือ we แต่ผู้ที่สัมผัสความรู้สึกนี้คือคนที่อยู่กับพวกเรา around ในที่นี้หมายถึงการอยู่ร่วมกับใครสักคน ไม่ใช่เพียงอยู่ใกล้กันทางสถานที่ โครงสร้าง be + adjective + to be around ใช้ประเมินว่าการใช้เวลากับคนหนึ่ง ๆ ให้ความรู้สึกอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการใช้เวลาอยู่กับ Nora ให้ความรู้สึกน่าพอใจ

  1. Nora lives somewhere nice nearby.
  2. Nora likes having people around.
  3. Nora is nice to be around.
ดูคำตอบ

Nora is nice to be around.

We develop harmful systems.

5:06

เราพัฒนาระบบที่เป็นอันตรายขึ้นมา

And not least, ลำดับความ

5:08

และที่สำคัญไม่แพ้กัน

ลำดับความ

And not least: เน้นประเด็นสำคัญข้อสุดท้าย

And เชื่อมประเด็นนี้เข้ากับรายการที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน not least บอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปไม่ควรถูกมองว่าสำคัญน้อยกว่าประเด็นอื่น การวางไว้ใกล้ตอนจบจึงช่วยเน้นประเด็นนั้นมากขึ้น คำนี้ไม่ได้หมายถึง “สำคัญน้อยที่สุด” แต่เป็นคำเชื่อมสำหรับจัดลำดับรายการ และโดยปกติต้องมีนามวลีหรืออนุประโยคตามมาเพื่อระบุว่าประเด็นสำคัญนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นในรายการและเน้นว่าประเด็นนั้นสำคัญ

  1. And not least, the change will make the app safer.
  2. Least importantly, the change will make the app safer.
  3. At least the change will make the app safer.
ดูคำตอบ

And not least, the change will make the app safer.

the truth will out. สำนวน

5:09

ความจริงจะปรากฏออกมา

สำนวน

The truth will out. หมายถึงความจริงจะปรากฏในที่สุด

“The truth will out” เป็นสำนวนตายตัวแบบค่อนข้างโบราณ หมายความว่าข้อเท็จจริงที่ถูกซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยในที่สุด ในที่นี้ out เป็นอกรรมกริยา แปลว่า “ปรากฏออกมา” หรือ “ถูกเปิดเผย” และ will บอกว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น หลัง will ไม่ได้มีคำใดหายไป รูปนี้ไม่ใช่การย่อ will come out แบบผิด ๆ ความกระชับทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเหมือนสุภาษิต เป็นวรรณกรรม หรือมีพลังแบบละคร

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวแบบโบราณที่หมายความว่าข้อเท็จจริงที่ถูกซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยในที่สุด: The truth ____.

ดูคำตอบ

will out

When we don't let it emerge,

5:11

เมื่อเราไม่ปล่อยให้มันปรากฏ

it has a tendency to reveal itself through involuntary,

5:12

มันมีแนวโน้มที่จะเปิดเผยตัวเองผ่านอาการโดยไม่รู้ตัว

often physical symptoms.

5:15

ซึ่งมักจะเป็นอาการทางร่างกาย

We become insomniac or impotent,

5:17

เรากลายเป็นโรคนอนไม่หลับหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

an eyelid starts twitching,

5:19

เปลือกตาเริ่มกระตุก

we acquire a stutter,

5:20

เราเริ่มพูดติดอ่าง

we scream in our sleep,

5:21

เราร้องตะโกนขณะหลับ

we lose energy,

5:23

เราสูญเสียพลังงาน

we fall into depression.

5:24

เราตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า

We owe it to ourselves to dare to start วลี

5:26

เราเป็นหนี้ตัวเองที่จะกล้าเริ่มต้น

to confront our real nature.

5:29

เพื่อเผชิญหน้ากับธรรมชาติที่แท้จริงของเรา

วลี

owe it to ourselves to: หน้าที่ที่มีต่อตัวเอง

ในโครงสร้าง owe it to ourselves to do something คำว่า it เป็นกรรมล่วงหน้า หรือกรรมรูปแบบ ซึ่งชี้ไปยังการกระทำใน to-infinitive ตอนท้าย โครงสร้างนี้หมายความว่าการทำสิ่งนั้นเป็นความรับผิดชอบที่เรามีต่อตัวเอง โดยปกติเพราะสิ่งนั้นช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี การเติบโต หรือความเคารพตัวเอง สำนวนนี้เป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่างหนักแน่นโดยไม่ได้สั่งใครโดยตรง ในตัวอย่าง การกระทำที่ถูกมองว่าจำเป็นคือการกล้าเริ่มเผชิญกับตัวตนที่แท้จริงของเรา ไม่ได้หมายถึงการติดหนี้เงินหรือสิ่งของกับตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง owe it to + คำสรรพนามสะท้อน + to เพื่อแสดงหน้าที่ต่อตัวเอง: After months of hard work, I ____ take a real break.

ดูคำตอบ

owe it to myself to