คุณควรมีรักเดียวใจเดียวหรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
602 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเปรียบเทียบงานวิจัยเรื่องความสัมพันธ์แบบคู่เดียวและแบบไม่จำกัดคู่โดยยินยอม ตั้งแต่สุขภาพทางเพศจนถึงอคติทางสังคม และสรุปว่าความผูกพันที่มีความรักมีได้หลายรูปแบบ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. consensual non-monogamous relationships — ความหมายและระดับภาษา: แยกโครงสร้างที่ทุกฝ่ายยินยอมจากการนอกใจลับ ๆ และรู้จักศัพท์วิจัยที่เป็นกลาง 2. had participants read — ไวยากรณ์: เข้าใจ have + บุคคล + กริยารูปพื้นฐานว่าเป็นการจัดให้ทำงาน ไม่ใช่การครอบครอง และรู้ว่าใครเป็นผู้อ่าน 3. gold standard. — ภาษาภาพพจน์: เข้าใจเกณฑ์ที่ยอมรับกันและข้อสรุปที่ไม่ถือความสัมพันธ์แบบคู่เดียวเป็นอุดมคติเพียงแบบเดียว ไม่ใช่ทองจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Monogamy or being in a relationship with one person การใช้คำ

0:00

การมีคู่ครองคนเดียว หรือการคบหากับคนเพียงคนเดียว

is actually very uncommon among mammals

0:03

จริง ๆ แล้วพบได้น้อยมากในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

การใช้คำ

Monogamy: รูปแบบความสัมพันธ์ที่มีคู่เพียงหนึ่งคน

Monogamy เป็นศัพท์ทางการที่หมายถึงรูปแบบความสัมพันธ์หรือการจับคู่ซึ่งสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวมีคู่เพียงหนึ่งตัว แทนที่จะมีหลายคู่พร้อมกัน ในช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง ในประโยคนี้ “being in a relationship with one person” เป็นการอธิบายศัพท์ดังกล่าวใหม่ด้วยภาษาทั่วไป คำนี้อธิบายวิธีจัดรูปแบบความสัมพันธ์ของคู่ และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสมรสตามกฎหมาย ป้ายกำกับนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าบุคคลหนึ่งซื่อสัตย์ทางเพศหรือทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ทางการจากบทเรียน: In this study, ____ refers to a relationship pattern involving one partner rather than multiple concurrent partners.

ดูคำตอบ

monogamy

with only around 3% displaying monogamous bonding.

0:05

โดยมีเพียงประมาณ 3% เท่านั้นที่สร้างสายสัมพันธ์แบบมีคู่เดียว

So, what's the deal with humans? สำนวน

0:08

แล้วมนุษย์ล่ะ เป็นอย่างไรกันแน่?

สำนวน

What's the deal with ...?: การถามหาคำอธิบาย

What's the deal with X? เป็นวิธีถามอย่างไม่เป็นทางการว่าเกิดอะไรขึ้นกับ X ทำไม X จึงเป็นเช่นนั้น หรืออะไรอธิบายเรื่องที่น่าประหลาดใจหรือชวนสับสนได้ โครงสร้างคือ What's the deal with + คำนามหรือคำสรรพนาม? ในที่นี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนประเด็นจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยทั่วไปมาสู่คำถามเกี่ยวกับมนุษย์ ในสำนวนนี้ deal ไม่ได้หมายถึงธุรกรรมทางธุรกิจ วลีนี้อาจสื่อถึงความอยากรู้ ความงุนงง หรือความหงุดหงิดเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: Everyone has suddenly gone quiet. ____ that?

ดูคำตอบ

What's the deal with

Is it really better to be with one person

0:10

การอยู่กับคนเพียงคนเดียวจะดีกว่าจริง ๆ หรือ

for your entire life?

0:12

ตลอดทั้งชีวิตของคุณ?

Historically, humans did not practice monogamy.

0:14

ในอดีต มนุษย์ไม่ได้ยึดถือการมีคู่ครองเพียงคนเดียว

The anthropological record indicates that

0:16

หลักฐานทางมานุษยวิทยาบ่งชี้ว่า

tens of thousands of years ago,

0:18

เมื่อหลายหมื่นปีก่อน

approximately 85% of human societies

0:20

สังคมมนุษย์ประมาณ 85%

were composed of men with more than one partner. วลี

0:22

เป็นสังคมที่ผู้ชายมีคู่มากกว่าหนึ่งคน

วลี

be composed of: ระบุส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นองค์รวม

Be composed of ใช้แนะนำบุคคล ส่วนประกอบ หรือวัสดุที่รวมกันเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งหมด ในทางไวยากรณ์ สิ่งที่เป็นองค์รวมทำหน้าที่เป็นประธาน และส่วนประกอบจะตามหลัง of ในประโยคนี้ societies ถูกนำเสนอเป็นองค์รวม ส่วน men with more than one partner คือกลุ่มที่กล่าวว่าเป็นองค์ประกอบของสังคมเหล่านั้น แม้โครงสร้างจะดูเป็นรูป passive แต่หน้าที่ในที่นี้คือบรรยายองค์ประกอบ ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นกับสังคม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be composed of: The review panel ____ three scientists and two community representatives.

ดูคำตอบ

is composed of

The reason why most of the world has shifted

0:25

เหตุผลที่สังคมส่วนใหญ่ทั่วโลกหันมาใช้

to socially imposed monogamy

0:27

รูปแบบการมีคู่คนเดียวที่สังคมกำหนดให้ปฏิบัติ

is debated among scientists,

0:28

ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์

but a leading hypothesis is to minimize the risk วลี

0:30

แต่สมมติฐานหลักข้อหนึ่งบอกว่า นั่นก็เพื่อลดความเสี่ยง

of sexually transmitted infection. การใช้คำ

0:33

ต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วลี

a leading hypothesis: คำอธิบายที่โดดเด่นแต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

A leading hypothesis หมายถึงหนึ่งในคำอธิบายที่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังหรือความสนใจมากที่สุดในขณะนั้น leading ขยาย hypothesis ไม่ได้หมายความว่าสมมติฐานนั้นเป็นผู้นำผู้คน เนื่องจาก hypothesis ยังคงเป็นคำอธิบายที่เสนอขึ้นและต้องผ่านการทดสอบ วลีนี้จึงนำเสนอความเป็นไปได้ที่โดดเด่น ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยุติแล้ว คำนำหน้านาม a ยังเปิดโอกาสให้มีสมมติฐานอื่นที่แข่งขันกันได้

แบบฝึกหัด

นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งกล่าวว่า "A leading hypothesis is that the drug changes sleep patterns." ข้อความนี้สื่อความหมายใด?

  1. คำอธิบายสำคัญข้อหนึ่งในปัจจุบันคือยาดังกล่าวเปลี่ยนรูปแบบการนอน แต่ข้อกล่าวอ้างนี้ยังไม่มีข้อสรุป
  2. ผลของยาต่อรูปแบบการนอนได้รับการพิสูจน์แล้วโดยปราศจากข้อสงสัย
  3. สมมติฐานนี้ให้คำสั่งที่นักวิจัยต้องปฏิบัติตาม
ดูคำตอบ

คำอธิบายสำคัญข้อหนึ่งในปัจจุบันคือยาดังกล่าวเปลี่ยนรูปแบบการนอน แต่ข้อกล่าวอ้างนี้ยังไม่มีข้อสรุป

วลี

ลดความเสี่ยงของ…ให้เหลือน้อยที่สุด

ในประโยคนี้ minimize the risk of หมายถึงการลดโอกาสหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดสิ่งที่เป็นอันตรายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นการรับรองว่าความเสี่ยงจะหายไปทั้งหมด รูปแบบคือ minimize + the risk of + คำนามหรือรูป -ing เป็นวิธีที่เป็นทางการและกระชับในการระบุเป้าหมายของมาตรการด้านสุขภาพ ความปลอดภัย หรือนโยบาย

แบบฝึกหัด

เติมกลุ่มคำทางการที่หมายถึงลดให้มากที่สุดโดยไม่รับรองว่าความเสี่ยงจะเป็นศูนย์: The new protocol aims to ____ contamination.

ดูคำตอบ

minimize the risk of

การใช้คำ

การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STI)

Sexually transmitted infection เป็นศัพท์สุขภาพที่เป็นทางการ หมายถึงการติดเชื้อที่ติดต่อโดยหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ คำวิเศษณ์ sexually จำกัดบริบทของการแพร่เชื้อ ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการติดเชื้อที่ติดต่อได้ทุกชนิด คำย่อภาษาอังกฤษรูปเอกพจน์คือ STI ส่วนรูปพหูพจน์คือ sexually transmitted infections และย่อว่า STIs การจำศัพท์เต็มได้ช่วยให้เข้าใจทั้งสองรูปเมื่อปรากฏในภายหลังได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์สุขภาพมาตรฐานที่หมายถึงการติดเชื้อซึ่งติดต่อโดยหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์: The doctor explained that a ____ may be present without obvious symptoms.

ดูคำตอบ

sexually transmitted infection

As human societies transitioned ไวยากรณ์

0:35

เมื่อสังคมมนุษย์เปลี่ยนผ่าน

from small hunter-gatherer societies

0:36

จากสังคมนักล่าและเก็บของป่าขนาดเล็ก

to larger densely populated agricultural societies,

0:38

ไปสู่สังคมเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น

ไวยากรณ์

transitioned from ... to ...: ระบุจุดปลายทั้งสองของการเปลี่ยนแปลง

ในโครงสร้าง transitioned from A to B คำว่า from นำเข้าสู่สภาพเริ่มต้น ส่วน to นำเข้าสู่สภาพหลังการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ จุดปลายทั้งสองคือสังคมนักล่า-เก็บของป่าขนาดเล็ก และสังคมเกษตรกรรมที่ใหญ่กว่าและมีประชากรหนาแน่น ให้มอง from ... to ... เป็นกรอบข้อมูลชุดเดียว โดยระบุว่าสภาพเดิมคืออะไรและหลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นอะไร to ตัวที่สองทำหน้าที่บอกจุดปลายของการเปลี่ยนผ่าน ไม่ได้บอกวัตถุประสงค์หรือทำหน้าที่นำหน้าคำกริยารูป infinitive

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทสองคำที่บอกสภาพเริ่มต้นและสภาพสุดท้ายให้สมบูรณ์: The school transitioned ____ printed notices ____ a mobile app.

ดูคำตอบ

from · to

models show the shift in lifestyle

0:42

แบบจำลองต่าง ๆ ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตนี้

would allow STIs to proliferate, ไวยากรณ์

0:43

จะทำให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แพร่ระบาด

ไวยากรณ์

allow STIs to proliferate: โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive หมายถึงบุคคล สิ่งของ หรือเงื่อนไขบางอย่างทำให้การกระทำหนึ่งเป็นไปได้ กรรมยังเป็นประธานโดยนัยของ infinitive ด้วย กล่าวคือ STIs คือสิ่งที่ proliferate ในประโยคนี้ allow ไม่ได้หมายถึงมีใครอนุญาต การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสร้างเงื่อนไขที่ทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายได้ ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงบอกสาเหตุที่เอื้อให้เกิดผล ไม่ใช่การตัดสินใจโดยเจตนา

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ allow และเครื่องหมาย infinitive ให้ประโยคสมบูรณ์: Warm, wet conditions ____ the bacteria ____ multiply rapidly.

ดูคำตอบ

allow · to

causing death and infertility.

0:45

จนนำไปสู่การเสียชีวิตและภาวะมีบุตรยาก

But while monogamy may have evolved to prevent STIs, ไวยากรณ์

0:47

แต่แม้การมีคู่คนเดียวอาจวิวัฒนาการขึ้นเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

what about now?

0:50

แล้วในปัจจุบันล่ะ?

ไวยากรณ์

may have evolved: การอนุมานที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับอดีต

may have + คำกริยาช่องที่สาม ใช้แสดงการอนุมานที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือพัฒนาการในอดีต ในที่นี้ may have evolved หมายความว่าการมีคู่ครองคนเดียวอาจพัฒนาขึ้นในอดีตเพื่อจุดประสงค์นี้ ผู้พูดไม่ได้เสนอคำอธิบายดังกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อหลักฐานยังไม่สมบูรณ์: ประธาน + may have + คำกริยาช่องที่สาม แม้ may จะไม่มีรูปอดีตของตัวเอง แต่ทั้งโครงสร้างอ้างถึงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ของพัฒนาการในอดีตอย่างระมัดระวัง?

  1. Remote work must have evolved from earlier telecommuting practices.
  2. Remote work may evolve over the next decade.
  3. Remote work may have evolved from earlier telecommuting practices.
ดูคำตอบ

Remote work may have evolved from earlier telecommuting practices.

Many maintain they are in a monogamous relationship, การใช้คำ

0:51

หลายคนยืนยันว่าตนอยู่ในความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว

but are actually committing infidelity. วลี

0:53

แต่จริง ๆ แล้วกลับนอกใจ

การใช้คำ

maintain: ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าบางสิ่งเป็นความจริง

ในประโยคนี้ maintain หมายถึงการยืนยันต่อไปว่าบางสิ่งเป็นความจริง โดยเฉพาะเมื่อคำกล่าวนั้นถูกตั้งคำถามหรือขัดกับหลักฐาน อนุประโยคที่ตามมา คือ they are in a monogamous relationship เป็นเนื้อหาของคำกล่าว โดยละ that ไว้ คำกริยานี้ทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากคำกล่าวนั้น กล่าวคือผู้พูดเพียงรายงานสิ่งที่คนเหล่านี้ยืนกรานว่าเป็นจริงโดยไม่ได้รับรอง ความขัดแย้งกับ but are actually committing infidelity ชี้ให้เห็นว่าคำกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ maintain ในความหมายว่า ยืนยันว่าบางสิ่งเป็นความจริง?

  1. The company maintains that the data were collected legally.
  2. Regular exercise maintains muscle strength.
  3. The technician maintains the equipment every month.
ดูคำตอบ

The company maintains that the data were collected legally.

วลี

committing infidelity: วลีที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ committing infidelity หมายถึงการไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่รักในทางเพศหรือความรัก โดยละเมิดข้อตกลงเรื่องการมีคู่เพียงคนเดียวในความสัมพันธ์แบบผัวเดียวเมียเดียว คำว่า commit มักใช้ร่วมกับ infidelity เมื่อต้องการกล่าวถึงการกระทำนี้อย่างเป็นทางการ infidelity ต้องมีการละเมิดขอบเขตความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ จึงไม่ควรใช้เรียกความสัมพันธ์ที่ไม่จำกัดคู่แต่ทุกฝ่ายยินยอมโดยอัตโนมัติ เพราะคู่รักอาจตกลงกันแล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์แบบผูกขาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่รัก”: By secretly seeing another partner, he was ____.

ดูคำตอบ

committing infidelity

Estimates of cheating among married Americans

0:55

มีการประเมินว่าอัตราการนอกใจในหมู่ชาวอเมริกันที่แต่งงานแล้ว

range from 21% to 57% among men ไวยากรณ์

0:57

อยู่ระหว่าง 21% ถึง 57% ในกลุ่มผู้ชาย

and 11% to 35% among women.

1:01

และ 11% ถึง 35% ในกลุ่มผู้หญิง

ไวยากรณ์

range from A to B: การบอกจุดปลายของช่วง

range from A to B แสดงจุดปลายสองด้านของช่วง โดย A คือค่าที่ต่ำกว่าหรือค่าเริ่มต้น และ B คือค่าที่สูงกว่าหรือค่าสุดท้าย ในที่นี้ range from 21% to 57% หมายถึงค่าประมาณหลายค่าตกอยู่ภายในขอบเขตดังกล่าว ไม่ใช่การให้เปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนเพียงค่าเดียว โครงสร้างนี้ใช้บรรยายตัวเลข ปริมาณ อายุ อุณหภูมิ ระดับ หรือจุดปลายอื่น ๆ ที่มีลำดับได้: ประธาน + range หรือ ranges + from A to B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้าง range from A to B: Ticket prices ____ $30 ____ $80.

ดูคำตอบ

range from · to

In fact, a study of college students

1:03

ที่จริง งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัย

in exclusive relationships found that

1:05

ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์แบบไม่คบซ้อนพบว่า

one in five admit to using Tinder on the side. โน้ต

1:07

หนึ่งในห้าคนยอมรับว่าแอบใช้ Tinder อยู่

ไวยากรณ์

one in five: การบอกสัดส่วน

one in five เป็นสำนวนบอกสัดส่วน หมายถึงหนึ่งคนหรือหนึ่งกรณีต่อทุกห้าคนหรือห้ากรณีในกลุ่มที่กล่าวถึง หรือประมาณ 20% ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกสัดส่วนของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ถูกสำรวจซึ่งยอมรับพฤติกรรมนั้น โดย in ไม่ได้บอกสถานที่ รูปแบบ one in + number ใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อรู้ชัดว่ากล่าวถึงกลุ่มใด หรือวางหน้าคำนามนับได้พหูพจน์ได้ เช่น one in five students รูปแบบนี้บอกอัตราในประชากรทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าทุกกลุ่มจริง ๆ ที่มีห้าคนจะต้องมีหนึ่งคนตรงตามเงื่อนไขเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมรายงานให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ one in + number เพื่อแสดง 20%: The survey found that ____ employees had this habit.

ดูคำตอบ

one in five

ไวยากรณ์

admit to using: to + คำกริยาเติม -ing

ใน admit to using คำว่า admit หมายถึงยอมรับการกระทำหนึ่ง ซึ่งมักเป็นสิ่งที่เคยปกปิดหรือปฏิเสธมาก่อน บุพบท to นำเข้าสิ่งที่ยอมรับ และ using เป็นคำนามกริยาที่ใช้เรียกการกระทำนั้น เนื่องจาก to ในที่นี้เป็นบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing: admit to doing something นอกจากนี้ยังตามด้วยนามวลีได้ เช่น admit to the mistake อย่ามอง to นี้ว่าเป็นเครื่องหมาย infinitive แบบใน to use

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ admit to: After first denying the charge, Maya ____ copying the file.

ดูคำตอบ

admitted to

สำนวน

on the side: กิจกรรมเพิ่มเติมหรือกิจกรรมลับ

on the side หมายถึง “เพิ่มเติมจากกิจกรรม งาน ข้อตกลง หรือความสัมพันธ์หลัก” เป็นวลีวิเศษณ์เชิงสำนวน ดังนั้น side ในที่นี้จึงไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ นักศึกษาใช้ Tinder นอกเหนือจากความสัมพันธ์แบบผูกมัดกับคนเดียว บริบทนี้ทำให้ on the side สื่อถึงพฤติกรรมรองที่ถูกปิดบัง แต่สำนวนนี้อาจมีความหมายเป็นกลางได้เมื่อกล่าวถึงเรื่องอย่างงานเสริมหรือรายได้พิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “เป็นกิจกรรมเพิ่มเติม”: Leo teaches during the week and repairs bicycles ____ for extra money.

ดูคำตอบ

on the side

And those who identify as monogamous วลี

1:10

ส่วนผู้ที่ระบุว่าตนคบหาแบบมีคู่คนเดียว

are less likely to practice safer sex, โน้ต

1:12

มีแนวโน้มมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยน้อยกว่า

วลี

identify as: การรายงานการระบุตนเอง

identify as + ป้ายระบุหรือหมวดหมู่ หมายถึงการอธิบายหรือจัดประเภทตนเองในลักษณะนั้น ประธานเป็นผู้ระบุอัตลักษณ์ ส่วน as ใช้นำหน้าหมวดหมู่ ในที่นี้ ผู้ที่ identify as monogamous อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ของตนเองว่าเป็นแบบรักเดียวใจเดียว ถ้อยคำนี้รายงานการจัดประเภทตนเองของพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจำพวกเขาได้หรือพิสูจน์ด้วยตนเองว่าพวกเขาประพฤติตนแบบรักเดียวใจเดียวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

identify as ในประโยคเดิมแสดงถึงอะไร?

  1. นักศึกษารู้สึกเชื่อมโยงกับอีกกลุ่มหนึ่ง
  2. นักศึกษาอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ของตนเอง
  3. นักวิจัยจำแนกนักศึกษาได้จากรูปลักษณ์
ดูคำตอบ

นักศึกษาอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ของตนเอง

ไวยากรณ์

Be less likely to + กริยารูปพื้นฐาน: มีความเป็นไปได้ต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบ

ในโครงสร้าง be less likely to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า less ขยาย likely และ to นำหน้าการกระทำ ในประโยคนี้ are less likely to practice หมายความว่ากลุ่มที่นิยามตนเองว่ามีคู่ครองคนเดียวมีความน่าจะเป็นเชิงเปรียบเทียบที่จะทำพฤติกรรมนั้นต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบที่ระบุไว้ในบริบท วลีนี้บอกแนวโน้ม ไม่ใช่กฎที่ใช้กับทุกคน และไม่ได้หมายถึง never แม้พฤติกรรมหนึ่งจะยังพบได้ทั่วไป กลุ่มหนึ่งก็อาจมีแนวโน้มทำพฤติกรรมนั้นน้อยกว่าอีกกลุ่มได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบจากบทเรียน: After the software update, users are ____ encounter this error than before.

ดูคำตอบ

less likely to

วลี

Practice safer sex: practice หมายถึงนำไปปฏิบัติ

ใน practice safer sex คำว่า practice เป็นกริยาที่หมายถึงนำไปปฏิบัติหรือทำตามเป็นประจำ ไม่ได้หมายถึงฝึกซ้อม วลีนี้หมายถึงการทำพฤติกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้วิธีกั้นและการตรวจ STI การใช้ safer ในรูปเปรียบเทียบเป็นความตั้งใจ เพราะมาตรการเหล่านี้ลดความเสี่ยงแต่ไม่ได้รับประกันว่าความเสี่ยงจะเป็นศูนย์ ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการลดอันตราย ไม่ใช่คำมั่นว่าจะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคคำแนะนำด้านสุขภาพด้วยสำนวนจากบทเรียน: The clinic encourages patients to ____ by using barriers and arranging regular STI tests.

ดูคำตอบ

practice safer sex

including condom use and STI testing,

1:14

เช่น การใช้ถุงยางอนามัยและการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

as they fear introducing these practices วลี

1:16

เพราะกลัวว่าการนำวิธีเหล่านี้

into a relationship

1:18

มาใช้ในความสัมพันธ์

may create suspicion.

1:20

อาจก่อให้เกิดความระแวงสงสัย

วลี

introducing these practices into a relationship: โครงสร้าง introduce A into B

ในประโยคนี้ introducing these practices into a relationship หมายถึงการเริ่มใช้แนวปฏิบัติเหล่านี้ภายในความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว introduce ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแนะนำคนหนึ่งให้รู้จักกับอีกคนหนึ่ง โครงสร้าง introduce A into B แสดงว่า A เป็นแนวปฏิบัติ องค์ประกอบ หรือระบบใหม่ที่ถูกนำเข้าไปในสภาพแวดล้อม B ที่มีอยู่แล้ว บุพบท into ระบุปลายทางหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเพราะการเพิ่มสิ่งใหม่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยบุพบทเป้าหมาย: The clinic introduced a reminder system ____ its appointment process.

ดูคำตอบ

into

However, those in consensual non-monogamous relationships การใช้คำ

1:21

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบไม่ผูกขาดโดยทุกฝ่ายยินยอม

are more likely to use condoms

1:24

มีแนวโน้มใช้ถุงยางอนามัยมากกว่า

การใช้คำ

consensual non-monogamous relationships: ความสัมพันธ์แบบไม่เป็นคู่เดียวโดยทุกฝ่ายยินยอม

consensual non-monogamous relationships หมายถึงความสัมพันธ์ที่ผู้เกี่ยวข้องรับรู้และยอมรับว่าสามารถมีความผูกพันเชิงรักใคร่หรือทางเพศกับคู่มากกว่าหนึ่งคนได้ consensual เป็นคำขยายที่จำเป็น เพราะแสดงว่ามีการเปิดเผยและตกลงยินยอมต่อรูปแบบดังกล่าว วลีนี้ใช้เรียกโครงสร้างของความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้ระบุรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ รูปแบบจริงอาจแตกต่างกันได้ แต่ความยินยอมโดยรับรู้อย่างครบถ้วนคือสิ่งที่แยกคำนี้ออกจากการนอกใจแบบปิดบัง

แบบฝึกหัด

พิจารณาความถูกต้องของคำเรียกนี้: ฝ่ายหนึ่งแอบคบกับคนอื่นทั้งที่ตกลงกันว่าจะมีความสัมพันธ์แบบเฉพาะคู่ การเรียกกรณีนี้ว่า consensual non-monogamous relationship ถือว่าถูกต้อง

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

for both vaginal and anal intercourse,

1:26

ทั้งตอนมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดและทางทวารหนัก

be screened regularly for STIs, วลี

1:28

เข้ารับการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ

วลี

be screened regularly for STIs: เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ

ในที่นี้ be screened for หมายถึงการเข้ารับการตรวจคัดกรองทางการแพทย์เพื่อหาเชื้อหรือความเสี่ยงด้านสุขภาพชนิดหนึ่ง รูปถูกกระทำ be screened แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้รับการตรวจ ส่วน for STIs ระบุว่าการตรวจนั้นมองหาอะไร Regularly บอกความถี่ของการตรวจ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ be screened + คำวิเศษณ์บอกความถี่ + for + ภาวะหรือความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์โดยใช้ screened และโครงสร้างทางการแพทย์รูปถูกกระทำที่ถูกต้อง: People at higher risk should ____ STIs.

ดูคำตอบ

be screened regularly for

and discuss external sexual encounters with their primary partner.

1:30

และพูดคุยกับคู่หลักเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น

So, now it seems ลำดับความ

1:33

ดังนั้น ตอนนี้จึงดูเหมือนว่า

those in consensually non-monogamous relationships

1:34

ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบไม่ผูกขาดโดยทุกฝ่ายยินยอม

may be at a lower risk for STIs than monogamous. วลี

1:36

อาจเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์น้อยกว่าผู้ที่มีความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว

ลำดับความ

So, now it seems: นำไปสู่ข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

So เชื่อมประโยคนี้เข้ากับหลักฐานที่เพิ่งนำเสนอและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อสรุปจากหลักฐานนั้น ส่วน Now บอกจุดที่การให้เหตุผลมาถึงหลังจากพิจารณาหลักฐานแล้ว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเพียง “ในเวลานี้” It seems ทำให้ข้อสรุปเป็นเพียงข้อสรุปชั่วคราวแทนที่จะเป็นสิ่งที่แน่นอน เมื่อใช้ร่วมกัน So, now it seems จึงจัดลำดับการเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงสนับสนุนไปสู่ข้อสรุปที่ระมัดระวังตามข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

หลังจากนำเสนอผลเบื้องต้นหลายอย่าง ผู้พูดกล่าวว่า “So, now it seems the plan may work.” วลีเปิดประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้เปลี่ยนหลักฐานก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปชั่วคราวที่ระมัดระวัง
  2. วลีนี้บอกเพียงเวลาตามตัวอักษรที่แผนเริ่มต้น
  3. วลีนี้ประกาศข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วและไม่ต้องการหลักฐานอีก
ดูคำตอบ

วลีนี้เปลี่ยนหลักฐานก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปชั่วคราวที่ระมัดระวัง

วลี

at a lower risk for STIs: มีความเสี่ยงต่อ STI ต่ำกว่า

ในประโยคนี้ be at a lower risk for STIs หมายถึงมีโอกาสสัมพัทธ์ที่จะติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์น้อยกว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ lower เป็นขั้นกว่า จึงไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำหรือไม่มีความเสี่ยงเลย may ทำให้ข้อสรุปเป็นไปอย่างระมัดระวังแทนที่จะยืนยันแน่นอน การเปรียบเทียบเต็มรูปคือ those in consensually non-monogamous relationships ... than those in monogamous relationships โดยละ relationships หลัง monogamous เพราะเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปรียบเทียบสองกลุ่มอย่างระมัดระวัง โดยบอกว่ากลุ่มแรกมีความเสี่ยงสัมพัทธ์ต่ำกว่า แต่ไม่ได้กล่าวว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์

  1. Drivers who complete the safety course may be at a lower risk for crashes than drivers who do not.
  2. Drivers who complete the safety course have no risk of crashes.
  3. Drivers who take the course and drivers who do not face exactly the same crash risk.
ดูคำตอบ

Drivers who complete the safety course may be at a lower risk for crashes than drivers who do not.

A study using 1,500 individuals

1:39

งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคน 1,500 คน

in monogamous partnerships

1:41

ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว

and 617 individuals

1:43

และอีก 617 คน

in consensual non-monogamous relationships

1:45

ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์แบบไม่ผูกขาดโดยทุกฝ่ายยินยอม

found no significant differences การใช้คำ

1:47

ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

on relationship function,

1:49

ในด้านการดำเนินไปของความสัมพันธ์

overall satisfaction, commitment,

1:50

ทั้งความพึงพอใจโดยรวม ความมุ่งมั่นต่อความสัมพันธ์

and passionate love.

1:52

และความรักอันเร่าร้อน

การใช้คำ

found no significant differences: ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

ในการรายงานงานวิจัย found no significant differences หมายถึงการวิเคราะห์ตรวจไม่พบความแตกต่างที่ผ่านเกณฑ์นัยสำคัญของงานวิจัย significant ในที่นี้มักมีความหมายทางสถิติแบบเฉพาะทาง ไม่ใช่เพียงความหมายในภาษาทั่วไปว่าใหญ่หรือสำคัญ ข้อสรุปนี้จำกัดอยู่ที่ผลลัพธ์ที่วัดและระบุไว้ในประโยค ไม่ได้พิสูจน์ว่าทั้งสองกลุ่มเหมือนกันทุกด้าน หรือว่าจะไม่มีวันพบความแตกต่างเมื่อใช้ข้อมูลหรือตัววัดอื่น

แบบฝึกหัด

บทความหนึ่งระบุว่า “The study found no significant differences in sleep quality between the two groups.” ข้อใดตีความได้ถูกต้องที่สุด

  1. งานวิจัยพิสูจน์ว่าผู้เข้าร่วมทุกคนมีคุณภาพการนอนหลับเหมือนกันทุกประการ
  2. การวิเคราะห์ตรวจไม่พบความแตกต่างด้านคุณภาพการนอนหลับที่ผ่านเกณฑ์นัยสำคัญ
  3. งานวิจัยแสดงว่าทั้งสองกลุ่มเหมือนกันในทุกด้าน ทั้งด้านที่วัดและไม่ได้วัด
ดูคำตอบ

การวิเคราะห์ตรวจไม่พบความแตกต่างด้านคุณภาพการนอนหลับที่ผ่านเกณฑ์นัยสำคัญ

In fact, jealousy was lower and trust was higher

1:53

ที่จริง พบความหึงหวงน้อยกว่าและความไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่า

in individuals who were not monogamous.

1:56

ในกลุ่มคนที่ไม่ได้มีคู่เพียงคนเดียว

Skeptical of these results? วลี

1:58

ยังไม่ปักใจเชื่อผลลัพธ์เหล่านี้หรือ?

วลี

Skeptical of + นามวลี

ใน Skeptical of these results? คำว่า skeptical หมายถึงรู้สึกสงสัยและยังไม่เชื่ออย่างเต็มที่ โครงสร้างคือ skeptical of + นามวลี โดยนามวลีจะระบุบุคคล คำกล่าว หลักฐาน หรือผลลัพธ์ที่กำลังถูกตั้งข้อสงสัย นี่เป็นคำถามแบบย่อที่ละ Are you ไว้ รูปเต็มคือ Are you skeptical of these results? ในบทสนทนาหรือการนำเสนอ ผู้พูดใช้คำถามสั้นแบบนี้เพื่อคาดการณ์ปฏิกิริยาของผู้ฟังและชวนให้ฟังต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: “The editor is ____ the claim because the article gives no source.”

ดูคำตอบ

skeptical of

You're not alone. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

คุณไม่ได้คิดแบบนี้อยู่คนเดียวหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

You're not alone เพื่อใช้ปลอบใจ

ในบริบทนี้ You're not alone หมายถึงคนอื่นก็มีความสงสัยหรือความรู้สึกแบบเดียวกัน ไม่ได้เน้นความหมายว่ามีใครอยู่ใกล้ ๆ ทางกายภาพ วลีนี้ช่วยปลอบใจด้วยการทำให้ผู้ฟังรู้ว่าปฏิกิริยาของตนเป็นสิ่งที่เข้าใจได้และไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเพียงคนเดียว มักใช้หลังจากอีกฝ่ายพูดถึงความกังวล ความกลัว ความยากลำบาก หรือความคิดเห็นที่ดูเหมือนไม่เป็นที่นิยม

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I feel embarrassed because I don't understand this topic.” ในคำตอบที่ให้กำลังใจ “You're not alone” สื่อความหมายอะไร

  1. คนอื่นอีกหลายคนก็มีปัญหาแบบเดียวกัน
  2. ปัญหาของเพื่อนเป็นเรื่องแปลก
  3. มีใครบางคนยืนอยู่ข้างเพื่อน
ดูคำตอบ

คนอื่นอีกหลายคนก็มีปัญหาแบบเดียวกัน

A study had participants read a brief description ไวยากรณ์

2:01

งานวิจัยหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมอ่านคำอธิบายสั้น ๆ

of hypothetical research results, which read,

2:03

เกี่ยวกับผลวิจัยสมมติ โดยมีข้อความว่า

ไวยากรณ์

had participants read: โครงสร้างบอกให้ทำด้วย have

ใน had participants read คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ในโครงสร้างบอกให้ผู้อื่นทำบางอย่าง รูปแบบ have + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีคนจัดการ สั่ง หรือทำให้อีกคนหนึ่งลงมือทำ participants เป็นผู้ทำกริยา read และ a brief description เป็นกรรมของ read มีเพียง have ที่เปลี่ยนตามกาล ดังนั้น read ตรงนี้เป็นรูปพื้นฐาน ไม่ใช่รูปอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างบอกให้ทำในอดีต have + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน: The lab director ____ the assistants ____ each sample twice.

ดูคำตอบ

had · test

"In general, polyamorous couples

2:05

“โดยทั่วไปแล้ว คู่รักแบบพหุรัก

had more positive outcomes

2:07

มีผลลัพธ์ในทางบวกมากกว่า

than monogamous couples."

2:09

คู่รักแบบมีคู่คนเดียว”

Participants would rate this statement วลี

2:10

ผู้เข้าร่วมจะประเมินว่าข้อความนี้

as unfairly biased,

2:12

มีอคติอย่างไม่เป็นธรรม

วลี

rate this statement as unfairly biased: โครงสร้าง rate A as B

Rate A as B หมายถึงการตัดสินหรือจัดประเภทว่า A มีคุณสมบัติหรืออยู่ในประเภทที่ B ระบุ ในที่นี้ผู้เข้าร่วมจะตัดสินว่า this statement นั้น unfairly biased คำว่า rate ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการให้คะแนนเป็นตัวเลขเสมอไป โครงสร้างคือ rate + กรรม + as + ผลการประเมิน โดย this statement เป็นกรรมที่ถูกประเมิน และ unfairly biased เป็นผลการประเมิน ซึ่ง unfairly ขยาย biased

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีต rate A as B: After the trial, the reviewers ____ the interface ____ easy to navigate.

ดูคำตอบ

rated · as

whereas if the exact same statement was switched ลำดับความ

2:13

แต่หากสลับข้อความเดียวกันทุกประการให้ตรงกันข้าม

to favor monogamous relationships, การใช้คำ

2:16

เพื่อให้เข้าข้างความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว

it would be rated as less biased.

2:18

พวกเขาจะมองว่าข้อความมีอคติน้อยกว่า

ลำดับความ

whereas: การแสดงความเปรียบต่างโดยตรง

whereas นำอนุประโยค if เข้ามาเพื่อเปรียบต่างโดยตรงกับกรณีก่อนหน้า คำนี้บอกผู้อ่านให้เปรียบเทียบข้อความเดียวกันสองรูปแบบ โดยเพิ่งกล่าวถึงผลหนึ่งไป ส่วนรูปแบบที่แก้ไขแล้วได้รับการประเมินต่างออกไป ในที่นี้ whereas ใช้จัดระเบียบข้อโต้แย้ง ไม่ได้กล่าวถึงเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A ทำให้เกิดผลอย่างหนึ่ง whereas B ทำให้เกิดผลที่ตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: “The first policy reduced costs, ___.” อนุประโยคใดสร้างความสัมพันธ์แบบเปรียบต่างโดยตรง?

  1. therefore the second increased satisfaction
  2. because the second increased satisfaction
  3. whereas the second increased satisfaction
ดูคำตอบ

whereas the second increased satisfaction

การใช้คำ

favor monogamous relationships: การใช้ favor เป็นคำกริยา

ใน favor monogamous relationships คำว่า favor เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม และ monogamous relationships เป็นกรรมตรง หมายความว่าข้อความที่แก้ไขถูกวางกรอบให้สนับสนุนความสัมพันธ์ประเภทนั้น หรือทำให้ความสัมพันธ์ประเภทนั้นได้รับผลที่ได้เปรียบกว่า ประธานคือ statement ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าผู้เข้าร่วมคนใดชอบการมีคู่ครองคนเดียวเป็นการส่วนตัว ในงานเขียนเชิงวิเคราะห์ ข้อความ กฎ วิธีการ หรือผลลัพธ์สามารถ favor กลุ่มหรือตัวเลือกหนึ่งได้ด้วยการปฏิบัติต่อสิ่งนั้นในทางบวกมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้……ได้เปรียบ”: “The scoring system was designed to ____ applicants with prior experience.”

ดูคำตอบ

favor

These results help show how we're primed to think วลี

2:20

ผลลัพธ์เหล่านี้ช่วยชี้ให้เห็นว่า เราถูกปลูกฝังให้คิด

that monogamous relationships are more loving,

2:22

ว่าความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียวเปี่ยมด้วยความรักมากกว่า

committed, and satisfying,

2:24

จริงจังมั่นคงกว่า และน่าพึงพอใจกว่า

วลี

be primed to think: ถูกชี้นำล่วงหน้าให้มีแนวโน้มคิด

ใน be primed to think that... คำว่า primed หมายถึงการมีแนวโน้มทางความคิดจากข้อมูลที่เคยได้รับ สมมติฐานเดิม หรือสิ่งชี้นำรอบตัว ไม่ได้หมายความว่าความเชื่อนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง โครงสร้าง be primed to + คำกริยา บอกว่าบุคคลถูกทำให้อยู่ในสภาพที่มีแนวโน้มจะตอบสนองหรือตีความแบบหนึ่งมากขึ้น ในที่นี้ ความคาดหวังของสังคมทำให้ผู้คนมีแนวโน้มประเมินความสัมพันธ์แบบคู่เดียวในแง่บวกมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้เรามีแนวโน้มทางความคิดมากขึ้น”: Years of advertising have ____ associate the brand with success.

ดูคำตอบ

primed us to

while consensual non-monogamous relationships

2:25

ขณะที่ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกขาดโดยทุกฝ่ายยินยอม

like swinging, polyamory, วัฒนธรรม

2:27

เช่น การแลกคู่นอน ความสัมพันธ์แบบพหุรัก

and open relationships are often viewed negatively.

2:29

และความสัมพันธ์แบบเปิด มักถูกมองในแง่ลบ

วัฒนธรรม

ความแตกต่างระหว่าง swinging, polyamory และ open relationships

คำทั้งสามเกี่ยวข้องกันแต่ใช้แทนกันไม่ได้ภายใต้แนวคิดความสัมพันธ์แบบไม่ผูกขาดกับคนเดียวโดยความยินยอม ทุกคนที่เกี่ยวข้องควรรู้และยอมรับข้อตกลงที่ไม่ผูกขาดนี้ ความยินยอมดังกล่าวคือสิ่งที่แยกหมวดหมู่กว้างนี้ออกจากการนอกใจอย่างลับ ๆ Swinging มักเน้นคู่รักที่มีกิจกรรมทางเพศกับผู้อื่น โดยอาจเข้าร่วมด้วยกันหรืออยู่ในบริบททางสังคม Polyamory เปิดให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือโรแมนติกหลายความสัมพันธ์โดยทุกฝ่ายยินยอม ส่วน open relationship เป็นข้อตกลงที่กว้างกว่า ซึ่งคู่รักอนุญาตให้มีความเกี่ยวข้องทางเพศและ/หรือโรแมนติกนอกความสัมพันธ์ได้ระดับหนึ่ง กฎที่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้ที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

บุคคลหนึ่งเปิดเผยว่ารักษาความสัมพันธ์โรแมนติกที่มีความรักสองความสัมพันธ์ในเวลาเดียวกัน และทุกคนที่เกี่ยวข้องรับรู้และยินยอม คำใดในสามคำตรงกับคำอธิบายนี้อย่างเฉพาะเจาะจงที่สุด

  1. swinging
  2. open relationship
  3. polyamory
ดูคำตอบ

polyamory

This doesn't mean that you and your boo โน้ต

2:31

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณกับแฟน

should just open things up, though. กริยาวลี

2:33

ควรเปิดความสัมพันธ์ให้คบคนอื่นได้เลยหรอกนะ

ลำดับความ

This doesn't mean that: การป้องกันการเหมารวมเกินไป

“This doesn't mean that” ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการปฏิเสธ ในที่นี้ ผลการวิจัยก่อนหน้ายังคงอาจถูกต้อง แต่ไม่ได้สนับสนุนคำแนะนำในอนุประโยค that อย่างมีเหตุผลว่าคู่รักควรเปิดความสัมพันธ์ของตน รูปแบบคือกล่าวหลักฐานหรือข้อสรุปที่มีขอบเขตก่อน แล้วใช้ “This doesn't mean that + อนุประโยค” เพื่อกำหนดขอบเขตว่าสิ่งใดที่ผู้ฟังไม่ควรอนุมานต่อ ช่วยไม่ให้ขยายความประเด็นก่อนหน้ามากเกินไป แต่ไม่ได้หักล้างประเด็นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบภาษาที่ใช้กำหนดขอบเขตตามที่เรียนมา: “The course is beginner-friendly. ____ it requires no effort.”

ดูคำตอบ

This doesn't mean that

การใช้คำ

your boo: คำเรียกคนรักแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ “your boo” หมายถึง “คนรักของคุณ” คำแสดงความเป็นเจ้าของ your และบริบทที่พูดถึงความสัมพันธ์ทำให้ชัดเจนว่าคำนี้หมายถึงบุคคล Boo ยังอาจหมายถึงเสียงโห่หรือเสียงที่ใช้ทำให้ใครตกใจได้ แต่ความหมายเหล่านั้นไม่เข้ากับไวยากรณ์และบริบทนี้ เมื่อใช้กับคำแสดงความเป็นเจ้าของอย่าง my หรือ your คำว่า boo อาจเป็นคำสแลงแบบเอ็นดูที่ใช้เรียกคนรัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I'm meeting my boo after class,” คำว่า my boo มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. คนรักของฉัน
  2. คนที่กำลังโห่ใส่ฉัน
  3. เสียงที่ใช้ทำให้ฉันตกใจ
ดูคำตอบ

คนรักของฉัน

กริยาวลี

open things up ในความสัมพันธ์

ในที่นี้ open things up เป็นวิธีพูดอ้อม ๆ ว่าเปลี่ยนความสัมพันธ์รักแบบผูกขาดให้สามารถอนุญาตคู่คนอื่นหรือการพบปะเชิงเพศหรือเชิงรักได้ things หมายถึงข้อตกลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่แบบกว้าง ๆ ไม่ใช่สิ่งของ ประโยคนี้ไม่ได้เสนอให้ทำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยอัตโนมัติ ในบริบทอื่น open things up อาจหมายถึงการขยายการเข้าถึงหรือความเป็นไปได้ ดังนั้นความหมายเฉพาะนี้จึงมาจากบริบทเรื่องความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องขอบเขตความสัมพันธ์ open things up น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เปิดสิ่งของบางอย่าง
  2. เปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นแต่ยังคงความสัมพันธ์แบบผูกขาด
  3. เปลี่ยนความสัมพันธ์แบบผูกขาดให้สามารถอนุญาตคู่คนอื่นหรือการพบปะแบบอื่นได้
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความสัมพันธ์แบบผูกขาดให้สามารถอนุญาตคู่คนอื่นหรือการพบปะแบบอื่นได้

Monogamy may work great for some,

2:35

การมีคู่คนเดียวอาจเหมาะมากสำหรับบางคน

but not others.

2:36

แต่ก็ไม่เหมาะกับบางคน

One study found that men and women

2:37

งานวิจัยหนึ่งพบว่า ผู้ชายและผู้หญิง

who wanted to engage in casual sex วลี

2:39

ที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด

were more likely to have

2:41

มีแนวโน้มที่จะมี

higher levels of testosterone.

2:42

ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่า

วลี

Engage in casual sex: โครงสร้าง engage in + กิจกรรม

Engage in หมายถึงเข้าร่วมหรือมีส่วนในกิจกรรมบางอย่าง ส่วนเติมเต็มจะตามหลัง in ในที่นี้ casual sex คือกิจกรรมนั้น ดังนั้นโครงสร้างคือ engage in + กิจกรรม ถ้อยคำนี้ค่อนข้างเป็นทางการและวางตัวเป็นกลาง จึงเหมาะกับการรายงานงานวิจัย Casual sex หมายถึงกิจกรรมทางเพศที่ไม่ได้คาดหวังความสัมพันธ์ระยะยาวแบบมีพันธะผูกพัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสองคำที่หมายถึง “เข้าร่วม”: The survey measured how often employees ____ professional development activities.

ดูคำตอบ

engage in

But this group may still be in the minority. วลี

2:43

แต่คนกลุ่มนี้ก็อาจยังเป็นคนส่วนน้อย

วลี

Be in the minority: อยู่ฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่า

ในประโยคนี้ be in the minority หมายถึงการอยู่ในฝ่ายหรือกลุ่มที่มีจำนวนน้อยกว่าหรือมีสัดส่วนน้อยกว่า การใช้ may still be ทำให้ข้อกล่าวนี้ระมัดระวังขึ้น กล่าวคือ กลุ่มนี้อาจไม่ได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ โครงสร้าง X is/are in the minority เปรียบเทียบ X กับประชากรที่เกี่ยวข้องซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า หรือกับอีกฝ่ายหนึ่ง โครงสร้างนี้กล่าวถึงจำนวนเชิงสัมพัทธ์ ไม่ได้หมายถึงอัตลักษณ์ของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ทางกฎหมาย หรือกลุ่มที่ได้รับการคุ้มครองเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “อยู่ฝ่ายที่มีจำนวนน้อยกว่า”: In this survey, people who never use social media are ____.

ดูคำตอบ

in the minority

In a self-reported study of ideal mating arrangements, การใช้คำ

2:46

ในงานวิจัยแบบรายงานตนเองเรื่องรูปแบบการครองคู่ในอุดมคติ

it was found that both men and women ไวยากรณ์

2:48

พบว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิง

overwhelmingly prefer strictly monogamous

2:50

ต่างเทใจให้การมีคู่เพียงคนเดียวอย่างเคร่งครัด

mating arrangements

2:52

เป็นรูปแบบการครองคู่

when asked to choose. ไวยากรณ์

2:53

เมื่อต้องเลือก

การใช้คำ

Self-reported study: ข้อมูลมาจากที่ใด

Self-reported หมายถึงผู้เข้าร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ในที่นี้ self-reported study เป็นคำเรียกแบบย่อของการศึกษาที่อาศัยการเลือกหรือคำบอกเล่าของผู้เข้าร่วมเองเกี่ยวกับรูปแบบความสัมพันธ์ในอุดมคติ แทนการสังเกตพฤติกรรมจริงโดยตรง คำนี้ระบุแหล่งที่มาของหลักฐาน ไม่ได้บอกว่าคำตอบจริงหรือเท็จ การรายงานตนเองอาจจริงใจและเป็นประโยชน์ แต่ความจำ การตีความ หรือความต้องการให้คำตอบที่ดูเป็นที่ยอมรับ อาจทำให้ความชอบที่รายงานกับพฤติกรรมจริงแตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ self-reported study มากที่สุด

  1. อุปกรณ์วัดเก็บข้อมูลทั้งหมดโดยอัตโนมัติโดยไม่มีข้อมูลจากผู้เข้าร่วม
  2. นักวิจัยสังเกตทุกพฤติกรรมโดยตรงโดยไม่ถามผู้เข้าร่วม
  3. ผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความชอบ ประสบการณ์ หรือพฤติกรรมของตนเอง
ดูคำตอบ

ผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความชอบ ประสบการณ์ หรือพฤติกรรมของตนเอง

ไวยากรณ์

it was found that: การรายงานข้อค้นพบโดยไม่ระบุผู้กระทำ

ในประโยคนี้ it was found that ใช้นำเสนอผลการศึกษา คำสรรพนาม it เป็นประธานสมมติและไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของใด เนื้อหาที่ค้นพบจริงอยู่ในอนุประโยค that รูปถูกกระทำทำให้ไม่ต้องระบุผู้วิจัยและเน้นไปที่หลักฐานหรือผลลัพธ์ โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่อต้องการรายงานข้อสรุปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นกลางและเป็นเหตุเป็นผล

แบบฝึกหัด

เติมรายงานแบบเป็นทางการด้วยโครงสร้างรูปถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคล: “After the survey data were analyzed, ____ most commuters preferred a later start time.”

ดูคำตอบ

it was found that

ไวยากรณ์

when asked to choose: อนุประโยคถูกกระทำแบบย่อ

when asked to choose เป็นอนุประโยควิเศษณ์รูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็มคือ when they were asked to choose โดย they หมายถึงทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในรูปย่อจะละประธานและ were เนื่องจาก asked เป็นกริยาช่องสามในที่นี้ คนเหล่านั้นจึงเป็นฝ่ายรับการกระทำ กล่าวคือ มีคนขอให้พวกเขาเลือก การย่อนี้ทำให้งานเขียนวิจัยและงานเขียนทางการอื่น ๆ กระชับขึ้น แต่ประธานที่ละไว้ต้องเป็นบุคคลเดียวกับประธานของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ย่อคำในวงเล็บเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: “Customers often compare prices carefully ____ between similar plans.” (when they are asked to choose)

ดูคำตอบ

when asked to choose

So, whether you prefer to keep your relationship ไวยากรณ์

2:54

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะอยากคบหา

to one person or to multiple,

2:56

กับคนเพียงคนเดียวหรือหลายคน

ไวยากรณ์

whether A or B: สองทางเลือกภายใต้ผลลัพธ์เดียวกัน

whether ... or ... ใช้ตั้งทางเลือกสองแบบที่ขนานกัน ได้แก่ การมีความสัมพันธ์กับคนคนเดียวและการมีกับหลายคน คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเป็นกรอบเดียว แม้จะอยู่ห่างกันในประโยค ในประโยคนี้ ข้อความที่จะตามมาใช้ได้ไม่ว่าบุคคลนั้นจะชอบทางเลือกใด การใช้แบบนี้ช่วยจัดวางความเป็นไปได้สองแบบก่อนนำไปสู่ข้อสรุปร่วม ไม่ได้เป็นคำถามที่ขอให้ผู้ฟังเลือก

แบบฝึกหัด

เติมกรอบสองส่วนเพื่อให้คำแนะนำใช้ได้กับทั้งสองกรณี: ____ you travel by train ____ by bus, check the schedule before leaving.

ดูคำตอบ

Whether · or

research is finding there are many ways ไวยากรณ์

2:58

งานวิจัยกำลังชี้ให้เห็นว่า มีหลายวิธี

to have a committed, satisfying, วลี

3:00

ที่จะมีความสัมพันธ์ที่จริงจังมั่นคงและน่าพึงพอใจ

and loving relationship,

3:01

รวมทั้งเปี่ยมด้วยความรัก

ไวยากรณ์

there are many ways to + กริยารูปพื้นฐาน

There are many ways to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ประโยคแสดงการมีอยู่ด้วย there are เพื่อนำเสนอหลายวิธีในการบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ในที่นี้ to have ระบุเป้าหมายที่วิธีต่าง ๆ สามารถทำให้สำเร็จได้ กรอบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการสรุปทางเลือกโดยไม่อ้างว่ามีเพียงเส้นทางเดียวที่ถูกต้อง หลัง ways to ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น ways to have, ways to learn, ways to solve

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเป้าหมาย there are + many ways + infinitive to: ____ improve your listening skills.

ดูคำตอบ

There are many ways to

วลี

committed, satisfying, and loving relationship: ความสัมพันธ์ที่จริงจัง มอบความพึงพอใจ และเต็มไปด้วยความรัก

ในชุดคำคุณศัพท์นี้ committed, satisfying และ loving บอกจุดแข็งของความสัมพันธ์สามด้านที่ต่างกัน committed หมายถึงคนในความสัมพันธ์ตั้งใจทุ่มเทต่อไปและจริงจังกับความสัมพันธ์ satisfying หมายถึงความสัมพันธ์นั้นตอบสนองความต้องการที่สำคัญ และ loving หมายถึงมีความรักและความเอาใจใส่ การวางคำคุณศัพท์เหล่านี้ไว้หน้า relationship ทำให้เกิดคำอธิบายสามส่วนที่ชัดเจน จึงให้ข้อมูลมากกว่า good relationship เพราะคำคุณศัพท์แต่ละคำเพิ่มมุมมองที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์สามคำจากบทเรียนตามลำดับของคำใบ้ต่อไปนี้: ความทุ่มเท ความพึงพอใจ และความรัก They have built a ____, ____, and ____ relationship.

ดูคำตอบ

committed · satisfying · loving

and monogamy is not the sole gold standard. สำนวน

3:03

และการมีคู่คนเดียวก็ไม่ใช่มาตรฐานสูงสุดเพียงแบบเดียว

สำนวน

gold standard: เกณฑ์อ้างอิงที่น่าเชื่อถือที่สุด

Gold standard เป็นสำนวนที่หมายถึงเกณฑ์ดีที่สุดหรือน่าเชื่อถือที่สุดซึ่งใช้ตัดสินตัวเลือกอื่น ในประโยคนี้ การบอกว่าการมีคู่เพียงคนเดียวไม่ใช่ sole gold standard หมายความว่าไม่ควรใช้รูปแบบนี้เป็นเพียงแบบเดียวในการประเมินความสัมพันธ์ทุกแบบ คำว่า sole สำคัญ เพราะประโยคปฏิเสธการเป็นทางเลือกเดียว ไม่ได้จำเป็นต้องปฏิเสธคุณค่าของการมีคู่เพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

gold standard ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? This screening method is still the gold standard for early detection.

  1. เป็นวิธีที่ทำตามกฎสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ดี
  2. เป็นเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการเปรียบเทียบ
  3. เป็นวิธีที่แพงที่สุดในบรรดาวิธีที่มี
ดูคำตอบ

เป็นเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการเปรียบเทียบ

Thank you so much for watching.

3:05

ขอบคุณมาก ๆ ที่รับชม

If you haven't seen it yet,

3:07

ถ้าคุณยังไม่ได้ดู

we just released another brand new video

3:07

เราเพิ่งปล่อยวิดีโอใหม่เอี่ยมอีกคลิป

about what happens when millennials

3:09

เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนรุ่นมิลเลนเนียล

try to be environmentalists.

3:11

ลองเป็นคนรักษ์โลก

It's a new style of video.

3:12

นี่เป็นวิดีโอสไตล์ใหม่

We were trying to make science fun and cool,

3:13

เราพยายามทำให้วิทยาศาสตร์สนุกและดูเจ๋ง

so make sure you watch it and share it.

3:15

เพราะฉะนั้น อย่าลืมไปดูและแชร์กันนะ

We would really appreciate it.

3:17

เราจะซาบซึ้งใจมาก ๆ เลย

So, you can click the fancy link over there,

3:18

คุณจะคลิกลิงก์เก๋ ๆ ตรงนั้นก็ได้

or we'll put a link in the description.

3:20

หรือเราจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบาย

So, make sure you subscribe.

3:21

ดังนั้น อย่าลืมกดติดตามนะ

There'll be a new animated video next Thursday.

3:22

วันพฤหัสบดีหน้าจะมีวิดีโอแอนิเมชันใหม่

And, yeah.

3:24

ก็... นั่นแหละ

Peace out. การใช้คำ

3:25

ไปก่อนนะ

การใช้คำ

Peace out: คำบอกลาแบบกันเองมาก

Peace out เป็นคำสแลงใช้ปิดท้ายเพื่อบอกลาแบบกันเองมาก หมายถึง ลาก่อน หรือ ฉันไปก่อนนะ ในที่นี้ไม่ควรแปลแต่ละคำตามตัวอักษร แต่ต้องเข้าใจทั้งวลีว่าเป็นคำบอกลาแบบตายตัว วลีนี้ทำให้การจากไปมีน้ำเสียงสบาย ๆ และขี้เล่น พบได้บ่อยในการคุยกันระหว่างเพื่อนหรือในสื่อที่ไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสแลงบอกลาสองคำจากบทเรียนนี้: The stream is over, everyone. ____!

ดูคำตอบ

Peace out

See you.

3:26

แล้วเจอกัน