ญี่ปุ่นกอบกู้เมืองที่ใหญ่ที่สุดจากการล่มสลายได้อย่างไร - Roman Krznaric: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
698 คำ 130 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าว่าเอโดะในยุคโทกูงาวะรับมือกับการตัดไม้ทำลายป่าและการขาดแคลนทรัพยากรอย่างไร ผ่านการปลูกป่า การซ่อมแซม การใช้ซ้ำ และการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านการปกครองแบบอำนาจนิยมและความเหลื่อมล้ำ โดยนำแนวปฏิบัติแบบหมุนเวียนของเอโดะมาเป็นบทเรียนสำหรับเศรษฐกิจปัจจุบัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. come about? — กริยาวลี: เข้าใจว่าวลีนี้ใช้ถามถึงต้นกำเนิดหรือกระบวนการก่อตัวของเมือง ระบบ นโยบาย หรือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้เรียนจะใช้ถามได้ว่าสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยไม่แปลคำแต่ละคำตรงตัว 2. known as boro — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เรียนรู้ว่า boro คือธรรมเนียมญี่ปุ่นที่นำเศษผ้าเก่ามาเย็บต่อกันเป็นเสื้อผ้าปะชุน ซึ่งเชื่อมโยงกับความขาดแคลน ความประหยัด การใช้ซ้ำ และการส่งต่อระหว่างรุ่น บริบทนี้ช่วยให้เข้าใจว่าคำดังกล่าวมีความหมายมากกว่าชื่อรูปแบบเสื้อผ้า 3. driven not by consumption and waste, but rather by making the most of limited resources. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างเปรียบต่างที่ปฏิเสธฐานทางเศรษฐกิจแบบหนึ่ง แล้วเน้นเสนออีกแบบหนึ่งแทน ผู้เรียนสามารถใช้ not by ..., but rather by ... เพื่อเปรียบเทียบหลักการที่ต่างกันและระบุอย่างชัดเจนว่าอะไรควรเป็นแรงขับเคลื่อนของระบบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

400 years ago,

0:07

เมื่อ 400 ปีก่อน

modern-day Tokyo was known as Edo, วลี

0:09

โตเกียวในปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อเอโดะ

วลี

was known as: การบอกชื่อในอดีต

ในโครงสร้าง A was known as B นั้น B คือชื่อที่ผู้คนใช้เรียก A ในประโยคนี้ was แสดงว่าการเรียกชื่อนี้เกิดขึ้นในอดีต กล่าวคือโตเกียวในปัจจุบันเคยมีชื่อว่า Edo นี่เป็นโครงสร้างกรรมวาจกสำหรับบอกชื่อ ไม่ใช่ความหมายแบบกริยาเชิงรุกของ know ที่แปลว่า “รู้” ใช้ได้ทั้งกับชื่อทางการในอดีตและชื่อเล่นที่ใช้กันแพร่หลาย โดยดูจากบริบทว่าเป็นแบบใด

แบบฝึกหัด

ใช้ was known as เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before 1950, the hotel ____ the Royal Inn.

ดูคำตอบ

was known as

and it was already one of the biggest cities in the world

0:12

และเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว

with a population approaching 1 million. การใช้คำ

0:15

โดยมีประชากรใกล้ถึง 1 ล้านคน

การใช้คำ

population approaching 1 million: การเข้าใกล้ตัวเลขหนึ่ง

ใน population approaching 1 million คำว่า approaching หมายถึงจำนวนที่ใกล้จะถึง 1 ล้าน คำนี้ใช้อธิบายปริมาณ ไม่ใช่การเคลื่อนที่เข้าใกล้ทางกายภาพ ถ้อยคำนี้เน้นการเข้าใกล้เกณฑ์ตัวเลข และโดยทั่วไปสื่อว่าค่ายังต่ำกว่าเกณฑ์นั้น ใช้ได้บ่อยกับจำนวนประชากร ค่าใช้จ่าย อุณหภูมิ ความเร็ว และปริมาณอื่นที่วัดได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าอุณหภูมิกำลังเข้าใกล้ 40 องศาเซลเซียส โดยไม่ได้บอกว่าถึงหรือเกิน 40 องศาแล้ว

  1. The temperature is over 40 degrees Celsius.
  2. The temperature is approaching 40 degrees Celsius.
  3. The temperature is about 40 degrees Celsius.
ดูคำตอบ

The temperature is approaching 40 degrees Celsius.

However,

0:19

อย่างไรก็ตาม

it was on the verge of ecological collapse. วลี

0:20

เมืองนี้เคยอยู่บนขอบของการล่มสลายทางระบบนิเวศ

วลี

on the verge of ecological collapse: ใกล้ล่มสลายทางนิเวศ

Be on the verge of + คำนามหรือรูป -ing หมายความว่าบางสิ่งใกล้จะเกิดขึ้นหรือใกล้จะเข้าสู่สภาวะใหม่อย่างมาก ในที่นี้ การล่มสลายทางนิเวศยังไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแล้ว แต่ระบบกำลังอยู่ที่จุดวิกฤตอันตราย สำนวนนี้สร้างความรู้สึกเร่งด่วนอย่างมาก โดยบอกถึงความใกล้จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ความแน่นอน ดังนั้นการล่มสลายอาจยังป้องกันได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายลงในประโยค: After losing its last major client, the company was ____ closing.

ดูคำตอบ

on the verge of

Years of intense logging had led to massive deforestation. ไวยากรณ์

0:24

การตัดไม้ที่รุนแรงหลายปีนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าครั้งใหญ่

ไวยากรณ์

had led to: สาเหตุที่เกิดก่อนและผลลัพธ์ในอดีต

Lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์ และตามด้วยกลุ่มคำนามหรือรูป -ing ส่วน had led to เป็นรูป past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle led ในประโยคนี้ ผู้พูดมองย้อนกลับจากจุดหนึ่งที่เกิดทีหลังในอดีต การตัดไม้หลายปีเกิดก่อนและได้ก่อให้เกิดการทำลายป่าครั้งใหญ่แล้ว รูปนี้จึงแสดงทั้งความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลและลำดับเวลาอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ lead to: By the time inspectors arrived, years of leaks ____ serious damage.

ดูคำตอบ

had led to

The city now faced timber shortages วลี

0:28

ตอนนี้เมืองเผชิญกับภาวะขาดแคลนไม้

วลี

face timber shortages: เผชิญภาวะขาดแคลนไม้

ใน now faced timber shortages คำว่า face เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ต้องรับมือกับปัญหาร้ายแรงหรือได้รับผลกระทบจากปัญหานั้น” เมืองคือฝ่ายที่ประสบปัญหา และ timber shortages คือปัญหาที่เมืองต้องเผชิญ ในที่นี้ face ไม่ได้หมายถึง “ใบหน้า” โครงสร้างคือ ประธาน + face + ปัญหา รูปพหูพจน์ shortages ใช้บอกการขาดแคลนอุปทานที่เกิดซ้ำหรือเกิดขึ้นหลายด้านได้ ในการเล่าเรื่องด้วยอดีตกาล now หมายถึง “เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงปัจจุบันจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ face ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าโรงพยาบาลขาดแคลนบุคลากร

  1. The hospital meets a shortage of nurses.
  2. The hospital faces short of nurses.
  3. The hospital faces a shortage of nurses.
ดูคำตอบ

The hospital faces a shortage of nurses.

and the impacts of severe erosion

0:31

และผลกระทบจากการกัดเซาะที่รุนแรง

and frequent flooding that threatened food supplies. วลี

0:34

รวมถึงน้ำท่วมบ่อยครั้งที่คุกคามเสบียงอาหาร

วลี

that threatened food supplies: ที่คุกคามแหล่งอาหาร

that threatened food supplies เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย frequent flooding โดย that ย้อนกลับไปหมายถึง flooding กล่าวคือ น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตราย ส่วน food supplies เป็นสิ่งที่อาจได้รับความเสียหาย ในที่นี้ threaten หมายถึง “ทำให้บางสิ่งตกอยู่ในความเสี่ยง” ไม่ใช่ “ข่มขู่ด้วยคำพูด” คำนี้สื่อถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงหรือการหยุดชะงัก แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าแหล่งอาหารสูญเสียไปแล้วจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ระหว่างภัยแล้ง อ่างเก็บน้ำเสี่ยงที่จะแห้ง แต่ยังมีน้ำอยู่ ประโยคใดเน้นความเสี่ยงร้ายแรงได้ดีที่สุด

  1. The drought threatened the town's water supply.
  2. The drought affected the town's water supply.
ดูคำตอบ

The drought threatened the town's water supply.

But over just a few decades, ลำดับความ

0:38

แต่ในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ

Edo will transform ไวยากรณ์

0:40

เอโดะได้เปลี่ยนแปลงไป

and become one of the most sustainable and efficient cities in history.

0:42

และกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์

ลำดับความ

But over just a few decades: ส่งสัญญาณการพลิกเรื่องภายในช่วงเวลาสั้น ๆ

But เป็นสัญญาณว่าการเล่าเรื่องกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่บริบทก่อนหน้าทำให้คาดไว้ ไปสู่พัฒนาการที่ตรงกันข้าม เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้บอกผู้ฟังว่าเรื่องราวกำลังไปในทิศทางใหม่ Over just a few decades กำหนดกรอบเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ส่วน just ทำให้ช่วงเวลาหลายทศวรรษดูสั้นอย่างน่าประหลาดใจสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ ดังนั้นส่วนเปิดจึงทำให้การเปลี่ยนแปลงดูทั้งรวดเร็วและเหนือความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายหน้าที่ของ But over just a few decades ในประโยคได้ดีที่สุด

  1. ระบุวันที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงและแสดงว่าผลลัพธ์เป็นไปตามคาด
  2. พลิกความคาดหวังก่อนหน้าและกำหนดกรอบว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ
  3. อธิบายสาเหตุของปัญหาก่อนหน้าและนำเสนอว่าหลายทศวรรษเป็นเวลาที่ยาวนานมาก
ดูคำตอบ

พลิกความคาดหวังก่อนหน้าและกำหนดกรอบว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ

ไวยากรณ์

Edo will transform: will ที่ใช้บอกล่วงหน้าถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์

ในที่นี้ will transform ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคตที่อยู่ถัดจากปัจจุบันของผู้บรรยาย การเล่าเรื่องได้พาผู้ฟังไปยังช่วงเวลาก่อนหน้าในประวัติศาสตร์เอโดะ และ will มองไปข้างหน้าจาก “ปัจจุบันทางประวัติศาสตร์” ที่สร้างขึ้นใหม่นั้น การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในสารคดี ลำดับเหตุการณ์ และชีวประวัติ โดยเป็นการบอกล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ภายหลังที่เรารู้อยู่แล้วว่าเกิดขึ้นจริง ทำให้ประวัติศาสตร์ดูเหมือนกำลังคลี่คลายต่อหน้าผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

สารคดีพาผู้ชมไปอยู่ในปี 1850 ประโยคใดใช้ will เพื่อบอกล่วงหน้าถึงพัฒนาการภายหลังจากมุมมองทางประวัติศาสตร์นั้น

  1. From today's viewpoint, the town may become a major port next year.
  2. Now it is 1850. The town is still small, but it will become a major port.
  3. By 1850, the town had already become a major port.
ดูคำตอบ

Now it is 1850. The town is still small, but it will become a major port.

So,

0:46

แล้ว

how did this city that wasted nothing

0:47

เมืองที่ไม่ทิ้งสิ่งใดให้เปล่าประโยชน์นี้

come about? กริยาวลี

0:50

เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

กริยาวลี

come about: สิ่งหนึ่งพัฒนาหรือเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร

come about ในประโยคนี้หมายถึง “เกิดขึ้น พัฒนาขึ้น หรือเริ่มมีอยู่” คำถาม How did ... come about? ถามถึงสาเหตุหรือกระบวนการที่ทำให้เกิดสถานการณ์นั้น ไม่ได้ถามถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ เมื่อสถานการณ์หนึ่ง comes about หมายความว่าสถานการณ์นั้นพัฒนาหรือเกิดขึ้นผ่านกระบวนการบางอย่าง แม้ come ในการใช้อื่นจะสื่อถึงการเคลื่อนที่ได้ แต่สำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “พัฒนาขึ้นหรือเริ่มมีอยู่” ให้สมบูรณ์: How did this unusual custom ____?

ดูคำตอบ

come about

In 1467,

0:51

ในปี ค.ศ. 1467

Japan entered a series of continuous วลี

0:53

ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ช่วงที่ต่อเนื่อง

bloody civil wars

0:56

ของสงครามกลางเมืองนองเลือด

that would last over a century. ไวยากรณ์

0:58

ที่จะกินเวลานานกว่าหนึ่งศตวรรษ

วลี

a series of continuous bloody civil wars: การจัดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันเป็นลำดับ

โครงสร้าง a series of + คำนามพหูพจน์ นำเสนอสิ่งของหรือเหตุการณ์หลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันเป็นกลุ่มเดียว โดยมักมีลำดับหรือความเชื่อมโยงกัน ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวรวมสงครามกลางเมืองหลายครั้งให้เป็นลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แทนที่จะเพียงบอกว่ามีสงครามจำนวนมาก Continuous บอกว่าการสู้รบดำเนินต่อไปหรือสงครามหลายครั้งเกิดติดกันแทบไม่มีช่วงหยุด ส่วน bloody บอกว่าสงครามเหล่านั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คำคุณศัพท์เหล่านี้เน้นว่าสงครามยืดเยื้อและรุนแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a series of ได้ถูกต้องเพื่อรวมการบรรยายหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกันเป็นชุดเดียว

  1. The museum planned series of linked talks.
  2. The museum planned a series of linked talk.
  3. The museum planned a series of linked talks.
ดูคำตอบ

The museum planned a series of linked talks.

ไวยากรณ์

would last over a century: อนาคตเมื่อมองจากอดีต

ในประโยคนี้ would last มองไปข้างหน้าจากจุดหนึ่งในอดีต กล่าวคือ ณ จุดเวลาก่อนหน้านั้น ระยะเวลาที่เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปยังอยู่ในอนาคต ในการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ would คือรูปของ will เมื่อมองจากอดีต และ last หมายถึงดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ตามเงื่อนไขหรือนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต ผู้บรรยายรู้ผลที่เกิดขึ้นภายหลังแล้ว และใช้ would last เพื่อบอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would last เพื่อแสดงระยะเวลาที่เกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต

  1. The expedition began in 1920 and would last three years.
  2. During his childhood, the summer visits would last a week.
  3. If the weather worsened, the expedition would last longer.
ดูคำตอบ

The expedition began in 1920 and would last three years.

But in 1600,

1:01

แต่ในปี ค.ศ. 1600

Tokugawa Ieyasu defeated his warlord rivals

1:03

โตกุกาวะ อิเอยาสึ ได้เอาชนะขุนศึกคู่แข่งของเขา

and unified Japan under his rule. วลี

1:07

และรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของเขา

วลี

unified Japan under his rule: รวมให้อยู่ภายใต้อำนาจเดียว

Unified Japan under his rule หมายถึงเขานำดินแดนและศูนย์กลางอำนาจที่เคยแบ่งแยกมารวมเป็นระเบียบการเมืองเดียวที่เขาควบคุม โครงสร้างคือ unify + กรรม + under + ผู้ปกครอง รัฐบาล หรือระบบ ในที่นี้ under แสดงความสัมพันธ์ด้านอำนาจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ และ rule หมายถึงการปกครอง ไม่ใช่กฎข้อหนึ่ง วลีนี้เน้นทั้งการทำให้ส่วนต่าง ๆ รวมเป็นหนึ่งและผู้มีอำนาจควบคุมหลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ unify ... under เติมประโยคให้สมบูรณ์: After years of division, the queen ____ the provinces ____ one crown.

ดูคำตอบ

unified · under

This marked the beginning of the Tokugawa shogunate's reign, โน้ต

1:10

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของรัชสมัยรัฐบาลโชกุนโตกุกาวะ

วลี

marked the beginning of: นำเสนอเหตุการณ์ในฐานะหมุดหมายสำคัญ

ใน marked the beginning of คำว่า marked หมายถึง “บ่งบอก” หรือ “เป็นเครื่องหมายของ” ไม่ได้หมายถึง “ทำเครื่องหมาย” เหตุการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าถูกมองว่าเป็นจุดชัดเจนที่ช่วงเวลาหรือพัฒนาการใหม่เริ่มขึ้น โครงสร้างคือ เหตุการณ์ + marked the beginning of + ช่วงเวลา กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เพียงบอกว่าบางสิ่งเริ่มต้น แต่ยังเน้นความสำคัญของเหตุการณ์ในฐานะจุดแบ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย marked the beginning of: The peace agreement ____ a new period of cooperation.

ดูคำตอบ

marked the beginning of

which lasted from 1603 through 1867. วลี

1:14

ซึ่งกินเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1603 ถึง 1867

วัฒนธรรม

the Tokugawa shogunate's reign: ช่วงที่รัฐบาลนั้นมีอำนาจ

รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะเป็นรัฐบาลทหารของญี่ปุ่นภายใต้การนำของโชกุนตระกูลโทกูงาวะ คำว่า shogun หมายถึงตัวผู้ปกครองหรือตำแหน่งนั้น ส่วน shogunate หมายถึงรัฐบาลและระบบการเมืองที่มีโชกุนเป็นศูนย์กลาง ใน the Tokugawa shogunate's reign คำว่า reign หมายถึงช่วงเวลาที่รัฐบาลนั้นมีอำนาจ ส่วน which lasted from 1603 through 1867 ขยายช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ใช่ช่วงชีวิตของโชกุนคนใดคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ Tokugawa shogunate หมายถึงอะไร?

  1. ตำแหน่งของโชกุนเพียงคนเดียว
  2. รัชสมัยของจักรพรรดิญี่ปุ่น
  3. รัฐบาลทหารที่นำโดยโชกุนตระกูลโทกูงาวะ
ดูคำตอบ

รัฐบาลทหารที่นำโดยโชกุนตระกูลโทกูงาวะ

วลี

lasted from 1603 through 1867: ช่วงเวลาที่รวมปีสุดท้าย

Lasted บอกว่าสภาวะหรือช่วงเวลาหนึ่งดำเนินต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง ในโครงสร้าง lasted from A through B คำว่า from ระบุจุดเริ่มต้น และ through ระบุจุดสิ้นสุด Through ทำให้จุดสิ้นสุดเป็นส่วนหนึ่งของช่วง ดังนั้นในประโยคนี้จึงนับรวมปี 1867 หมายความว่าช่วงเวลาดำเนินมาถึงปีนั้น แต่ไม่ได้บอกว่าดำเนินต่อไปถึงปี 1868

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าวันที่ 30 มิถุนายนรวมอยู่ในช่วงเวลาที่บัตรใช้ได้?

  1. The pass is valid from June 1 through June 30.
  2. The pass expires before June 30.
  3. The pass becomes valid after June 30.
ดูคำตอบ

The pass is valid from June 1 through June 30.

During this time,

1:19

ในช่วงเวลานี้

Ieyasu and the shoguns who succeeded him การใช้คำ

1:20

อิเอยาสึและโชกุนที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

การใช้คำ

the shoguns who succeeded him: succeed ในความหมายว่ารับตำแหน่งต่อ

ใน the shoguns who succeeded him คำว่า succeeded หมายถึงเข้ารับตำแหน่งเดียวกันต่อจากเขาหรือรับบทบาทต่อจากเขา ในบริบทของตำแหน่งหรือยศ succeed สามารถตามด้วยบุคคลเป็นกรรมโดยตรงเพื่อแสดงความหมายเรื่องการสืบตำแหน่งได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประสบความสำเร็จ Who succeeded him เป็นอนุประโยคขยายที่ระบุว่าหมายถึงโชกุนกลุ่มใด นั่นคือผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่อจากอิเอยาสึ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ succeed และสรรพนามกรรม เพื่อให้หมายถึง 'รับตำแหน่งต่อจาก Mr. Lee': After Mr. Lee retired, Ana ____ as principal.

ดูคำตอบ

succeeded him

enacted a series of sweeping reforms วลี

1:23

ได้ตรากฎหมายการปฏิรูปครั้งใหญ่หลายชุด

วลี

enacted a series of sweeping reforms: ประกาศใช้การปฏิรูปที่ครอบคลุมอย่างเป็นทางการ

ในวลีนี้ enacted หมายถึงการทำให้การปฏิรูปมีผลอย่างเป็นทางการโดยอาศัยอำนาจของรัฐบาลหรือสถาบัน ส่วน a series of แสดงว่ามีการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกันหลายมาตรการ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงเรื่องเดียว sweeping ในที่นี้หมายถึง “ครอบคลุมกว้างและส่งผลมาก” วลีทั้งหมดจึงกล่าวถึงมาตรการปฏิรูปอย่างเป็นทางการที่กระทบหลายด้านหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ได้หมายถึงการกวาดตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้การปฏิรูปที่ครอบคลุมหลายมาตรการมีผลอย่างเป็นทางการ” ลงในประโยค: The new government ____.

ดูคำตอบ

enacted a series of sweeping reforms

that reshaped the country's economy, การใช้คำ

1:26

ซึ่งพลิกโฉมเศรษฐกิจ

landscape and culture.

1:29

ภูมิทัศน์ และวัฒนธรรมของประเทศ

การใช้คำ

reshaped the country's economy, landscape and culture: พลิกโฉมอย่างลึกซึ้ง

reshaped ขยายแนวคิดทางกายภาพเรื่องการทำให้สิ่งหนึ่งมีรูปทรงใหม่มาใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อใช้กับ economy และ culture จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ส่วน landscape อาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่มองเห็นได้ด้วย โดยรวมแล้วคำนี้หมายถึงการปฏิรูปได้เปลี่ยนโครงสร้างหรือลักษณะโดยรวมอย่างลึกซึ้งและยาวนาน อนุประโยคสัมพันธ์ที่เริ่มด้วย that อธิบายผลของการปฏิรูปที่กล่าวมาก่อนหน้า การเรียงรายการสามด้านเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุมส่วนสำคัญหลายด้านของชีวิตในประเทศ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ reshaped ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของวิธีที่ระบบทำงาน?

  1. The designer reshaped the soft clay into a bowl.
  2. The update changed one icon from blue to green.
  3. Online banking reshaped the way customers manage their money.
ดูคำตอบ

Online banking reshaped the way customers manage their money.

Concerned over the growing influence of outside powers, ไวยากรณ์

1:31

ด้วยความกังวลต่ออิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของอำนาจภายนอก

the shoguns imposed severe limitations วลี

1:35

เหล่าโชกุนได้กำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวด

on foreign relations.

1:38

ในความสัมพันธ์ต่างประเทศ

ไวยากรณ์

Concerned over ... ในฐานะอนุประโยคบอกเหตุผลแบบย่อ

Concerned over ... ที่ต้นประโยคบอกเหตุผลของการกระทำในอนุประโยคหลัก ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ Because they were concerned over the growing influence of outside powers .... ความกังวลของเหล่าโชกุนเป็นแรงจูงใจให้พวกเขากำหนดข้อจำกัด โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคกริยาช่องสามแบบย่อ โดยละ they were ไว้ ประธานที่เข้าใจได้ต้องตรงกับประธานของอนุประโยคหลัก คือ the shoguns รูปแบบนี้ช่วยบอกเหตุผลอย่างกระชับในงานเขียนทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Concerned over ... อย่างถูกต้องเพื่อบอกเหตุผลที่ประธานทำสิ่งหนึ่ง?

  1. Concerning over rising costs, the manager delayed the project.
  2. Concerned over rising costs, the manager delayed the project.
  3. Concerned over rising costs, the project was delayed by the manager.
ดูคำตอบ

Concerned over rising costs, the manager delayed the project.

วลี

impose severe limitations on: การกำหนดข้อจำกัดเข้มงวดโดยฝ่ายที่มีอำนาจ

Impose severe limitations on + คำนาม หมายถึงการใช้อำนาจกำหนดขอบเขตที่เข้มงวดมากต่อกิจกรรม ขอบเขตงาน หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในประโยคนี้ เหล่าโชกุนเป็นฝ่ายที่มีอำนาจกำหนดข้อจำกัด และ foreign relations คือขอบเขตที่ถูกจำกัด รูปแบบคือ impose limitations on something คำว่า severe แสดงว่าข้อจำกัดนั้นเข้มงวดและส่งผลรุนแรง ส่วน on ใช้นำหน้าสิ่งที่ถูกจำกัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคนโยบายโดยใช้รูปอดีตของรูปแบบทางการ impose severe limitations on: The city ____ water use during the drought.

ดูคำตอบ

imposed severe limitations on

They banned foreign traders from entering the country ไวยากรณ์

1:40

พวกเขาห้ามพ่อค้าชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศ

and heavily restricted citizens from leaving.

1:43

และจำกัดประชาชนไม่ให้ออกนอกประเทศอย่างหนัก

ไวยากรณ์

ban/restrict someone from doing something: ห้ามหรือจำกัดการกระทำของคนหนึ่ง

ทั้ง ban someone from doing something และ restrict someone from doing something ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งถูกห้ามหรือถูกจำกัด ในประโยคนี้ banned แสดงว่าพ่อค้าต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ส่วน heavily restricted แสดงว่าความสามารถของพลเมืองในการออกนอกประเทศถูกจำกัดอย่างมาก ในโครงสร้างทั้งสอง from เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing เช่น from entering และ from leaving ในโครงสร้างนี้ห้ามใช้ to enter หรือใช้กริยารูปพื้นฐานหลัง from

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ทั้ง ban someone from doing something และ restrict someone from doing something ได้ถูกต้อง

  1. The rules ban visitors from enter the laboratory and restrict students from use it after school.
  2. The rules ban visitors to enter the laboratory and restrict students to use it after school.
  3. The rules ban visitors from entering the laboratory and restrict students from using it after school.
ดูคำตอบ

The rules ban visitors from entering the laboratory and restrict students from using it after school.

To make up for the sudden decrease in imported goods, กริยาวลี

1:48

เพื่อชดเชยสินค้าที่นำเข้าซึ่งลดลงอย่างกะทันหัน

กริยาวลี

make up for something: ชดเชยความสูญเสียหรือส่วนที่ขาด

make up for หมายถึงชดเชยความสูญเสีย การขาดแคลน ความผิดพลาด หรือปัญหา ในที่นี้หมายถึงการชดเชยส่วนที่ขาดไปจากการลดลงอย่างกะทันหันของสินค้านำเข้า เมื่ออยู่ต้นประโยค To make up for... เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงทำการกระทำที่ตามมา ให้มอง make up for เป็นหน่วยเดียว และวางสิ่งที่ต้องการชดเชยไว้หลัง for

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ชดเชย” ลงในประโยค: Extra practice can help ____ lost time.

ดูคำตอบ

make up for

the Tokugawa shoguns invested heavily in increasing internal production โน้ต

1:51

โชกุนโตกุกาวะได้ลงทุนอย่างหนักในการเพิ่มผลผลิตภายใน

วลี

invest heavily in + คำนามหรือรูป -ing

วลี invest heavily in หมายถึงการทุ่มเงิน เวลา แรงงาน หรือทรัพยากรอื่นจำนวนมากให้กับด้านหรือกิจกรรมหนึ่ง heavily บอกว่ามีการลงทุนในระดับมาก ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักทางกายภาพ เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท คำที่ตามหลังจึงเป็นคำนามหรือรูป -ing ได้ ในประโยคนี้ increasing internal production คือกิจกรรมที่ได้รับการลงทุนทรัพยากร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ invest heavily in: To improve rural internet access, the government ____ expanding the fiber network.

ดูคำตอบ

invested heavily in

while decreasing consumption and waste.

1:57

ในขณะที่ลดการบริโภคและขยะ

ไวยากรณ์

increasing ... while decreasing ... เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงคนละทิศทาง

วลี -ing สองวลีเป็นโครงสร้างคู่ขนานกัน ได้แก่ increasing internal production และ decreasing consumption and waste คำว่า while เชื่อมการเปลี่ยนแปลงทั้งสองให้เป็นส่วนของนโยบายเดียวกัน และคำกริยาที่มีทิศทางตรงข้ามกันทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน รูปแบบนี้เหมาะสำหรับนำเสนอกลยุทธ์ที่สมดุล โดย increasing A while decreasing B หมายถึงเพิ่มสิ่งหนึ่งพร้อมกับลดอีกสิ่งหนึ่ง รูปคำกริยาทั้งสองด้านควรขนานกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูป -ing ที่ขนานกันทั้งสองด้านของ while เพื่อแสดงการเพิ่มสิ่งหนึ่งและลดอีกสิ่งหนึ่ง

  1. The managers are interested in increasing output while decreases energy use.
  2. The managers are interested in increasing output while decreasing energy use.
  3. The managers are interested in increase output while decreasing energy use.
ดูคำตอบ

The managers are interested in increasing output while decreasing energy use.

These practices were not entirely new.

2:00

แนวทางปฏิบัติเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว

They drew upon the Buddhist concept of mottainai, โน้ต

2:03

พวกเขาอาศัยแนวคิด 'มตไตไน' ของศาสนาพุทธ

กริยาวลี

drew upon: ใช้แหล่งข้อมูลหรือแนวคิดที่มีอยู่

drew upon เป็นรูปอดีตของ draw upon ในที่นี้หมายถึงการใช้แหล่งข้อมูลที่มีอยู่แล้วหรือรับแนวคิดมาจากแหล่งนั้น วลีนี้แสดงว่าแนวคิด mottainai เป็นที่มาของความคิดที่มีอิทธิพลต่อสิ่งที่พวกเขาทำ draw upon + แหล่งที่มา มักใช้เพื่อเน้นว่าความคิด ความรู้ ประสบการณ์ หรือทรัพยากรมาจากไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ารายงานฉบับหนึ่งใช้ผลการวิจัยก่อนหน้าเป็นแหล่งข้อมูล?

  1. This report drew at earlier research.
  2. This report drew up earlier research.
  3. This report drew upon earlier research.
ดูคำตอบ

This report drew upon earlier research.

which emphasized not wasting resources

2:06

ซึ่งเน้นย้ำถึงการไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร

and being satisfied with just enough. วลี

2:09

และพอใจกับสิ่งที่มีอยู่พอเพียง

วัฒนธรรม

แนวคิด mottainai ในพุทธศาสนา: เห็นคุณค่าของทรัพยากรและหลีกเลี่ยงความสูญเปล่า

ในประโยคนี้ mottainai เป็นชื่อแนวคิดทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่กล่าวถึงในบริบทของพุทธศาสนา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which ให้ความหมายที่จำเป็นในที่นี้ คือไม่ทำให้ทรัพยากรสูญเปล่า และพอใจกับสิ่งที่เพียงพอแทนที่จะต้องการมากขึ้นเสมอ กลุ่มคำนี้ระบุถึงคุณค่าที่ช่วยชี้นำการเลือกเก็บรักษา ซ่อมแซม และนำสิ่งของกลับมาใช้ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของสิ่งของหรือบุคคล

แบบฝึกหัด

ข้อความใดตรงกับความหมายของ mottainai ตามคำอธิบายในประโยคมากที่สุด?

  1. แนวคิดนี้กำหนดให้ผู้คนหยุดผลิตสิ่งของใหม่ทั้งหมด
  2. แนวคิดนี้หมายความว่าต้องเก็บสิ่งของทุกชิ้นไว้ตลอดไป
  3. แนวคิดนี้ส่งเสริมให้ผู้คนเห็นคุณค่าของทรัพยากรและหลีกเลี่ยงความสูญเปล่าที่ไม่จำเป็น
ดูคำตอบ

แนวคิดนี้ส่งเสริมให้ผู้คนเห็นคุณค่าของทรัพยากรและหลีกเลี่ยงความสูญเปล่าที่ไม่จำเป็น

วลี

being satisfied with just enough: พอใจกับสิ่งที่มีเท่าที่จำเป็น

be satisfied with หมายถึงรู้สึกว่าสิ่งของ ผลลัพธ์ หรือปริมาณหนึ่งยอมรับได้และเพียงพอ ในที่นี้ just enough หมายถึงปริมาณที่ต้องการพอดีโดยไม่มีส่วนเกิน being อยู่ในรูป -ing เพื่อให้ขนานกับ not wasting ที่ตามหลัง emphasized วลีนี้สื่อถึงค่านิยมที่ยอมรับสิ่งที่เพียงพอต่อความต้องการ แทนที่จะอยากได้มากขึ้นเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงพอใจกับปริมาณที่จำเป็นเท่านั้น: Ava did not want extra supplies; she was ____ paper to finish the poster.

ดูคำตอบ

satisfied with just enough

Realizing the extent of ecological destruction ไวยากรณ์

2:13

เมื่อตระหนักถึงระดับของการทำลายระบบนิเวศ

impacting the capital city,

2:16

ที่ส่งผลกระทบต่อเมืองหลวง

Edo,

2:18

อย่างเอโดะ

the Tokugawa shoguns introduced limitations on logging วลี

2:19

โชกุนโตกุกาวะได้ออกข้อจำกัดในการตัดไม้

ไวยากรณ์

Realizing the extent of ecological destruction: ใช้วลี -ing ต้นประโยคเพื่อบอกเหตุผลของการกระทำ

วลี -ing ที่ต้นประโยค Realizing the extent of ecological destruction บอกเหตุผลของการกระทำหลัก หมายความว่าเหล่าโชกุนออกข้อจำกัดเพราะตระหนักว่าความเสียหายนั้นร้ายแรงเพียงใด Realizing ไม่มีประธานที่เขียนกำกับไว้ ดังนั้นประธานโดยนัยต้องตรงกับประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ the Tokugawa shoguns เป็นทั้งผู้ที่ตระหนักถึงปัญหาและผู้ที่ออกข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี Realizing ... ที่ต้นประโยคโดยมีประธานโดยนัยที่ถูกต้อง

  1. Realizing the road was icy, the speed limit was lowered.
  2. Realizing the road was icy, Maya drove more slowly.
  3. Realizing the road was icy, there was a sudden change in Maya's plan.
ดูคำตอบ

Realizing the road was icy, Maya drove more slowly.

and launched sprawling reforestation programs. วลี

2:23

และเริ่มโครงการปลูกป่าขนาดใหญ่

วลี

introduce limitations on + กิจกรรม: ออกข้อจำกัดต่อกิจกรรม

โครงสร้าง introduce limitations on + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการออกข้อจำกัดใหม่อย่างเป็นทางการต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ logging คือกิจกรรมที่ถูกจำกัด คำกริยา introduce แสดงว่าข้อจำกัดเป็นนโยบายหรือมาตรการใหม่ และเริ่มนำมาใช้แล้ว ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่มีการพูดคุยกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเมืองได้ออกข้อจำกัดใหม่อย่างเป็นทางการต่อการก่อสร้างในเวลากลางคืน

  1. The city introduced limitations on nighttime construction.
  2. The city removed limitations on nighttime construction.
  3. The city described nighttime construction.
ดูคำตอบ

The city introduced limitations on nighttime construction.

วลี

launch sprawling reforestation programs: เริ่มโครงการปลูกป่าทดแทนในวงกว้าง

launch a program หมายถึงการเริ่มแผนงานหรือชุดการดำเนินงานที่มีการจัดระบบอย่างเป็นทางการ ในวลีนี้ launched คือการกระทำ ส่วน sprawling reforestation programs คือกรรมที่ระบุว่าสิ่งใดถูกเริ่มขึ้น reforestation หมายถึงการฟื้นฟูพื้นที่ที่สูญเสียป่าให้มีต้นไม้ปกคลุมอีกครั้ง โดยมักใช้การปลูกต้นไม้ ส่วน sprawling แสดงว่าโครงการแผ่ครอบคลุมพื้นที่กว้างหรือมีหลายส่วนที่กระจายออกไปไกล และอาจแฝงความหมายเล็กน้อยว่าการแผ่ขยายนั้นไม่เป็นระเบียบหรือควบคุมยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงองค์กรหนึ่งเริ่มความพยายามฟื้นฟูป่าที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างอย่างเป็นทางการ

  1. The foundation studied one forest without starting a program.
  2. The foundation canceled a sprawling reforestation program across the region.
  3. The foundation launched a sprawling reforestation program across the region.
ดูคำตอบ

The foundation launched a sprawling reforestation program across the region.

Local villagers were required ไวยากรณ์

2:27

ชาวบ้านในท้องถิ่นถูกเกณฑ์

and later paid to plant millions of trees.

2:29

และในเวลาต่อมาได้รับค่าจ้างในการปลูกต้นไม้หลายล้านต้น

ไวยากรณ์

were required and later paid to plant: จากหน้าที่บังคับสู่งานที่มีค่าตอบแทน

วลีรูปถูกกระทำนี้เชื่อมสองช่วงเข้าด้วยกัน: ชาวบ้านถูกกำหนดให้ปลูกต้นไม้ และต่อมาก็ได้รับค่าจ้างให้ปลูก ประธานเป็นผู้รับการกระทำทั้งสอง จึงเน้นว่ามาตรการมีผลต่อชาวบ้านอย่างไร มากกว่าเน้นว่าใครเป็นผู้กำหนดหน้าที่หรือผู้จ่ายเงิน โครงสร้างนี้ใช้ were และ to plant ร่วมกันโดยไม่ต้องพูดซ้ำ later แสดงการเปลี่ยนจากหน้าที่บังคับไปเป็นงานที่มีค่าตอบแทน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้บอกลำดับเหตุการณ์แบบใด? The workers were required and later paid to repair the trail.

  1. คนงานเลือกทำงานนี้โดยสมัครใจและไม่เคยได้รับเงินเลย
  2. ในตอนแรกคนงานได้รับเงิน ต่อมาพวกเขาถูกสั่งให้หยุดซ่อมทางเดิน
  3. ในตอนแรก การซ่อมทางเดินเป็นงานที่ต้องทำ ต่อมาคนงานได้รับเงินจากการทำงานนั้น
ดูคำตอบ

ในตอนแรก การซ่อมทางเดินเป็นงานที่ต้องทำ ต่อมาคนงานได้รับเงินจากการทำงานนั้น

To curb demands for timber, วลี

2:33

เพื่อควบคุมความต้องการใช้ไม้

วลี

To curb demands for timber: การบอกจุดประสงค์

To curb... ที่ต้นประโยคเป็น infinitive บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงทำการกระทำในอนุประโยคถัดไป curb หมายถึงควบคุมหรือลดการเติบโตของสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์ และโดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงกำจัดให้หมดไป Demand for + คำนาม หมายถึงความต้องการสิ่งนั้น ในที่นี้ demands เป็นรูปพหูพจน์ จึงนำเสนอว่าความต้องการใช้ไม้มาจากการใช้งานหรือแหล่งที่มาหลายอย่าง ส่วนในภาษาทั่วไปเกี่ยวกับตลาด รูปเอกพจน์ demand for timber ก็ใช้กันบ่อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ curb demand for เพื่อบอกจุดประสงค์ของนโยบายได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. To demand a curb for disposable cups, the café began charging for them.
  2. To curb disposable cups for demand, the café began charging for them.
  3. To curb demand for disposable cups, the café began charging for them.
ดูคำตอบ

To curb demand for disposable cups, the café began charging for them.

strict rationing rules were introduced การใช้คำ

2:35

ได้มีการนำกฎการปันส่วนที่เข้มงวดมาใช้

การใช้คำ

strict rationing rules: กฎการปันส่วนที่เข้มงวด

rationing rules คือข้อกำหนดอย่างเป็นทางการที่จำกัดว่าบุคคลหรือครัวเรือนหนึ่งจะรับ ซื้อ หรือใช้ทรัพยากรที่ขาดแคลนได้มากเพียงใด ในประโยคนี้หมายถึงระบบแจกจ่ายที่มีการควบคุม ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไปให้ประหยัดทรัพยากร strict แสดงว่าข้อจำกัดเหล่านี้แทบไม่มีข้อยกเว้นและถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดอธิบายได้ดีที่สุดด้วย strict rationing rules?

  1. ผู้คนได้รับคำแนะนำให้เปรียบเทียบราคาเชื้อเพลิงก่อนซื้อ
  2. แต่ละครอบครัวนำเชื้อเพลิงไปได้มากเท่าที่ต้องการ
  3. ในช่วงที่เชื้อเพลิงขาดแคลน แต่ละครัวเรือนได้รับเชื้อเพลิงในปริมาณตายตัวต่อสัปดาห์
ดูคำตอบ

ในช่วงที่เชื้อเพลิงขาดแคลน แต่ละครัวเรือนได้รับเชื้อเพลิงในปริมาณตายตัวต่อสัปดาห์

and houses were built with standardized wooden components วลี

2:38

และบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นด้วยชิ้นส่วนไม้ที่ได้มาตรฐาน

that could be disassembled and reused. การใช้คำ

2:41

ที่สามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

วลี

were built with standardized wooden components: สร้างด้วยชิ้นส่วนไม้มาตรฐาน

โครงสร้าง be built with + วัสดุหรือชิ้นส่วน ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งสร้างขึ้นโดยใช้อะไร รูปถูกกระทำ were built ทำให้จุดเน้นอยู่ที่บ้านและวิธีการก่อสร้าง ไม่ใช่ผู้สร้าง standardized หมายถึงชิ้นส่วนที่ผลิตตามขนาดหรือแบบเดียวกันที่กำหนดไว้ ส่วน wooden ระบุว่าทำจากไม้ การใช้ชิ้นส่วนที่เข้ากันได้ช่วยให้ประกอบและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ be built with: The temporary classrooms ____ standardized metal panels.

ดูคำตอบ

were built with

การใช้คำ

could be disassembled and reused: สามารถถอดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ในที่นี้ disassemble หมายถึงการแยกสิ่งของที่ประกอบแล้วออกเป็นชิ้นส่วน ส่วน reuse หมายถึงการนำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาใช้อีกแทนที่จะทิ้งไป could be disassembled and reused ใช้โครงสร้าง could be + คำกริยารูป past participle สองคำ ทั้งสองการกระทำใช้รูปประโยคถูกกระทำร่วมกัน เพื่อบอกว่าการออกแบบชิ้นส่วนไม้ทำให้สามารถถอดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เวทีแบบโมดูลาร์ได้รับการออกแบบให้ถอดหลังการแสดงและนำมาใช้ใหม่ จงเติม can be และ past participle เป้าหมายสองคำ: After the show, the modular stage ____.

ดูคำตอบ

can be disassembled and reused

Soon,

2:45

ไม่นาน

entire industries grew around eliminating the city's waste. วลี

2:45

อุตสาหกรรมทั้งหมดก็เติบโตขึ้นรอบๆ การกำจัดขยะของเมือง

วลี

entire industries grew around + -ing: อุตสาหกรรมทั้งระบบพัฒนาขึ้นโดยมีกิจกรรมหนึ่งเป็นศูนย์กลาง

โครงสร้าง an industry grows around an activity หมายถึงกิจกรรมหรือความต้องการอย่างหนึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ งาน และบริการที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ การกำจัดขยะของเมืองสร้างงานมากพอจนเกิดอุตสาหกรรมทั้งระบบขึ้นมา ส่วน around ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เนื่องจาก around เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing คือ eliminating ส่วน entire เน้นว่าสิ่งที่พัฒนาขึ้นคือภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงงานย่อยไม่กี่งาน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “พัฒนาขึ้นโดยมีกิจกรรมหนึ่งเป็นศูนย์กลาง” เพื่อเติมประโยค: As electric bicycles became popular, new businesses ____ maintaining and repairing them.

ดูคำตอบ

grew around

Residents used agricultural byproducts การใช้คำ

2:50

ชาวบ้านใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตร

like rice straw to make rope and packaging material.

2:53

เช่น ฟางข้าว มาทำเป็นเชือกและวัสดุบรรจุภัณฑ์

การใช้คำ

ผลพลอยได้ทางการเกษตร: วัสดุรองที่มีประโยชน์จากการเกษตร

ผลพลอยได้ทางการเกษตรคือวัสดุรองที่เกิดขึ้นระหว่างที่ฟาร์มปลูกหรือแปรรูปผลิตผลหลัก ในประโยคนี้ ฟางข้าวเกิดขึ้นควบคู่กับการผลิตข้าวและยังนำไปใช้เป็นวัสดุได้ ผลพลอยได้ไม่ได้หมายถึงของเสียที่ไร้ประโยชน์เสมอไป คำนี้บอกว่าวัสดุนั้นเกิดขึ้นอย่างไร และวัสดุนั้นอาจยังมีคุณค่าหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ agricultural byproduct มากที่สุด

  1. วัสดุทุกชนิดที่ไม่มีทางใช้ประโยชน์ได้และต้องทิ้งเท่านั้น
  2. พืชผลหลักที่ฟาร์มตั้งใจผลิต
  3. วัสดุรองที่เกิดระหว่างการเกษตรหรือการแปรรูปและยังอาจมีประโยชน์
ดูคำตอบ

วัสดุรองที่เกิดระหว่างการเกษตรหรือการแปรรูปและยังอาจมีประโยชน์

Candlewax drippings were saved and remolded.

2:57

น้ำตาเทียนถูกเก็บรวบรวมและนำมาหล่อใหม่

Craftsmen repaired old umbrellas and worn-out sandals การใช้คำ

3:01

ช่างฝีมือซ่อมแซมร่มเก่าและรองเท้าแตะที่ขาด

rather than tossing them. วลี

3:05

แทนที่จะทิ้งมันไป

การใช้คำ

worn-out sandals: รองเท้าแตะที่สึกหรอจากการใช้งานนาน

worn-out หมายถึงสิ่งของที่เสียหาย อ่อนแอลง หรือไม่อยู่ในสภาพดีแล้ว เพราะถูกใช้งานมามาก ในที่นี้คำนี้ขยาย sandals ไม่ได้อธิบายคนที่สวมรองเท้าแตะ คำนี้มาจาก wear out ซึ่งหมายถึงใช้บางสิ่งจนการใช้งานซ้ำ ๆ ทำให้มันเสียหาย ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้สภาพแย่ลงจึงเป็นส่วนหนึ่งของความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงเสียหายจากการใช้งานเป็นเวลานานให้สมบูรณ์: After ten years of daily use, these are ____ work boots.

ดูคำตอบ

worn-out

วลี

rather than tossing them: เลือกทำอย่างหนึ่งแทนอีกอย่างหนึ่ง

rather than tossing them หมายถึง “แทนที่จะทิ้งสิ่งของเหล่านั้น” โดยเปรียบเทียบการกระทำที่ช่างฝีมือเลือก คือการซ่อม กับการกระทำที่พวกเขาไม่ได้เลือก คือการทิ้ง เมื่อคนคนเดียวกันสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง rather than สามารถตามด้วยรูป -ing เพื่อบอกการกระทำที่ไม่ได้เลือกได้: repaired ... rather than tossing .... คำสรรพนาม them หมายถึง old umbrellas and worn-out sandals ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ rather than และรูป -ing ของ replace เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya fixed her backpack ____ it.

ดูคำตอบ

rather than replacing

Even human waste was collected and turned into fertilizer. กริยาวลี

3:07

แม้แต่ของเสียจากมนุษย์ก็ยังถูกรวบรวมและนำไปทำเป็นปุ๋ย

กริยาวลี

turned into fertilizer: โครงสร้างกรรมวาจก be turned into

turn A into B หมายถึง “เปลี่ยน A ให้กลายเป็น B” ในส่วนที่เน้น fertilizer คือผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ประโยคนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก A + be + turned into + B: human waste was ... turned into fertilizer โดย was ใช้ร่วมกับทั้ง collected และ turned จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำหน้า turned

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกรรมวาจกของ turn into เติมประโยคให้สมบูรณ์: At the recycling center, old bottles are ____ new glass.

ดูคำตอบ

turned into

Within households,

3:12

ภายในครัวเรือน

families developed techniques to reuse or repurpose items การใช้คำ

3:13

ครอบครัวต่างๆ ได้พัฒนาเทคนิคในการใช้ซ้ำหรือดัดแปลงสิ่งของ

rather than discarding them.

3:17

แทนที่จะทิ้งมันไป

การใช้คำ

to reuse or repurpose items: นำสิ่งของมาใช้ซ้ำหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในจุดประสงค์ใหม่

Reuse หมายถึงการนำสิ่งของชิ้นเดิมมาใช้อีกครั้งโดยยังคงหน้าที่หลักเดิมไว้ ส่วน repurpose หมายถึงการให้สิ่งของนั้นมีหน้าที่ใหม่หรือนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ในประโยคนี้ วลี infinitive to reuse or repurpose items บอกจุดประสงค์ของวิธีเหล่านั้น และ or เชื่อมสองวิธีที่ช่วยให้สิ่งของยังถูกใช้งานต่อแทนที่จะถูกทิ้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่าสิ่งของถูกดัดแปลงไปใช้เพื่อจุดประสงค์ใหม่ ไม่ใช่เพียงนำกลับมาใช้ซ้ำ?

  1. She reused the old ladder to reach a high shelf.
  2. She repurposed an old ladder as a bookshelf.
  3. She discarded the old ladder after it broke.
ดูคำตอบ

She repurposed an old ladder as a bookshelf.

Kimonos were continuously mended.

3:19

กิโมโนถูกซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง

When the fabric was too frayed for repair, ไวยากรณ์

3:22

เมื่อผ้าขาดลุ่ยเกินกว่าจะซ่อมได้

ไวยากรณ์

was too frayed for repair: ขาดลุ่ยเกินกว่าจะซ่อมได้

โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + for + คำนาม หมายถึงคุณสมบัติหรือสภาพบางอย่างมีระดับเกินกว่าที่จุดประสงค์ กิจกรรม หรือสถานการณ์หนึ่งจะยอมรับได้ ในที่นี้ too frayed for repair หมายถึงเส้นใยของผ้าสึกและขาดลุ่ยมากจนการซ่อมไม่สามารถทำได้จริงหรือไม่สามารถทำได้อีกต่อไป Too ไม่ได้หมายถึงแค่ “มาก” แต่ยังเพิ่มผลที่เป็นข้อจำกัดด้วย กล่าวคือ เพราะผ้าขาดลุ่ยมากเกินไป จึงไม่สามารถซ่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่าความสึกของเชือกทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย: The rope was ____ worn ____ safe use.

ดูคำตอบ

too · for

it was used to cover futons,

3:25

ก็ถูกนำไปใช้คลุมฟูก

then cut into diapers or cleaning cloths ลำดับความ

3:27

จากนั้นก็ตัดเป็นผ้าอ้อมหรือผ้าขี้ริ้ว

before finally being burned as fuel.

3:30

ก่อนจะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงในที่สุด

ลำดับความ

then ... before finally ... เพื่อเรียงลำดับขั้นตอน

โครงสร้าง then ... before finally ... จัดวางการกระทำตามลำดับเวลา then นำเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป ส่วน before finally นำเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ในประโยคนี้ วัสดุชิ้นเดิมถูกตัดเป็นของใช้อื่น ๆ แล้วภายหลังจึงถูกเผาเป็นเชื้อเพลิง การเรียบเรียงแบบนี้แสดงวงจรชีวิตของสิ่งของ ไม่ใช่เพียงรายการการกระทำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หลัง then มีการละประธานและกริยาช่วยที่ซ้ำกัน: then [it was] cut ส่วน being burned ยังคงเป็นรูปถูกกระทำ เพราะวัสดุเป็นสิ่งที่รับการกระทำสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงลำดับการตรวจสอบ การติดฉลาก และการจัดส่งได้ชัดเจนที่สุด โดยให้การจัดส่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย

  1. The package was inspected and shipped while the label was blue.
  2. The package was shipped, then inspected before finally being labeled.
  3. The package was inspected, then labeled before finally being shipped to the customer.
ดูคำตอบ

The package was inspected, then labeled before finally being shipped to the customer.

Artisans deftly repaired ceramics using kintsugi, วัฒนธรรม

3:34

ช่างฝีมือซ่อมแซมเซรามิกอย่างชำนาญโดยใช้ 'คินสึงิ'

where broken pieces are plastered together

3:38

ซึ่งเป็นการนำชิ้นส่วนที่แตกหักมาติดเข้าด้วยกัน

and the fracture lines brushed with gold lacquer. การใช้คำ

3:40

และทาเคลือบรอยร้าวด้วยแลคเกอร์สีทอง

วัฒนธรรม

using kintsugi: การซ่อมที่มองเห็นได้ในเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น

คินสึงิเป็นประเพณีการซ่อมเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่น ชิ้นส่วนที่แตกจะถูกนำมาต่อกัน และแนวซ่อมจะถูกทำให้เด่นขึ้น โดยมักใช้รักและผงโลหะมีค่า ใน using kintsugi คำว่า using บอกวิธีที่ช่างฝีมือใช้ ภูมิหลังสำคัญคือไม่ได้ตั้งใจทำให้รอยซ่อมหายไปทั้งหมด รอยต่อที่มองเห็นได้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปลักษณ์ของสิ่งของ ดังนั้นการซ่อมจึงเพิ่มคุณค่าทางความงามด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย kintsugi ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. Kintsugi เป็นวิธีผลิตเครื่องปั้นดินเผาใหม่ที่ไม่มีรอยต่อหรือรอยแตก
  2. Kintsugi เป็นรูปแบบการวาดสีทองที่ใช้กับสิ่งของได้ทุกชนิด
  3. Kintsugi เป็นเทคนิคซ่อมเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นที่คงรอยแตกซึ่งซ่อมแล้วให้มองเห็นเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ
ดูคำตอบ

Kintsugi เป็นเทคนิคซ่อมเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นที่คงรอยแตกซึ่งซ่อมแล้วให้มองเห็นเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ

การใช้คำ

the fracture lines brushed with gold lacquer: ทารักสีทองบนแนวรอยแตก

Fracture lines หมายถึงรอยแตกหรือแนวรอยต่อที่มองเห็นได้ตรงจุดที่วัตถุแตก ส่วน gold lacquer คือสารเคลือบที่ให้ผิวสีทอง ดังนั้น brushed with gold lacquer จึงหมายถึงการใช้แปรงทาสารเคลือบนี้ลงบนแนวเหล่านั้น วลีนี้ใช้โครงสร้างถูกกระทำต่อจากส่วนก่อนหน้า รูปเต็มคือ where broken pieces are plastered together and the fracture lines are brushed with gold lacquer โดยละ are ตัวที่ซ้ำออกไป แต่ the fracture lines ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกกระทำ ไม่ใช่สิ่งที่ทำการทา

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายการซ่อมนี้ the fracture lines brushed with gold lacquer หมายถึงอะไร

  1. ซ่อนรอยแตกก่อนนำชิ้นส่วนที่แตกมาประกอบกัน
  2. แกะรอยแตกที่มองเห็นได้ลงในชั้นสารเคลือบสีทอง
  3. ทาสารเคลือบสีทองลงบนรอยแตกที่มองเห็นได้
ดูคำตอบ

ทาสารเคลือบสีทองลงบนรอยแตกที่มองเห็นได้

A tradition known as boro developed, วัฒนธรรม

3:44

ประเพณีที่เรียกว่า 'โบโระ' ได้รับการพัฒนาขึ้น

in which fragments of old cloth were sewn together วลี

3:47

ซึ่งเศษผ้าเก่าๆ ถูกเย็บติดกัน

to create beautifully patchworked garments

3:50

เพื่อสร้างเสื้อผ้าปะติดปะต่อที่สวยงาม

วลี

were sewn together to create ...: เย็บวัสดุเข้าด้วยกันเพื่อสร้างชิ้นงาน

were sewn together เป็นรูปถูกกระทำของ sew together โดยวางให้เศษผ้าเก่าเป็นวัสดุที่รับการกระทำ กล่าวคือ มีคนใช้ฝีเข็มเย็บชิ้นผ้าเหล่านั้นเข้าด้วยกัน to create บอกจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของการกระทำนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ วัสดุ + be sewn together + to create + ของที่ทำเสร็จแล้ว ซึ่งเชื่อมขั้นตอนการทำเข้ากับผลงานได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยชุดคำเป้าหมายที่หมายถึงชิ้นผ้าถูกเย็บต่อกันเพื่อทำเป็นผ้าห่ม: The fabric squares were ____ a quilt.

ดูคำตอบ

sewn together to create

that were then passed down for generations. กริยาวลี

3:52

ซึ่งสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

วัฒนธรรม

known as boro: ชื่อของขนบการซ่อมผ้าแบบญี่ปุ่น

known as boro หมายถึง “ที่รู้จักกันในชื่อ boro” หรือ “ที่เรียกว่า boro” โดย known as ใช้บอกชื่อของขนบนี้ boro เป็นขนบงานสิ่งทอของญี่ปุ่นที่นำผ้าสึกหรอมาปะ เย็บ และใช้ซ้ำหลายครั้งเพื่อยืดอายุของผ้าและเสื้อผ้า ขนบนี้พัฒนาขึ้นในชุมชนที่ผ้ามีค่าและทรัพยากรมีจำกัด จึงช่วยอธิบายเศษผ้าเก่า รอยปะซ้อนหลายชั้น และเสื้อผ้าที่ส่งต่อกันหลายชั่วอายุคนในประโยค

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ boro ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. เทคนิคการทอผ้าใหม่โดยไม่ใช้ผ้าเก่าเลย
  2. คำเรียกรวมสำหรับงานปะผ้าตกแต่งทุกชนิด
  3. ขนบของญี่ปุ่นที่ซ่อมและนำผ้าเก่ากลับมาใช้ซ้ำด้วยการเย็บและปะหลายครั้ง
ดูคำตอบ

ขนบของญี่ปุ่นที่ซ่อมและนำผ้าเก่ากลับมาใช้ซ้ำด้วยการเย็บและปะหลายครั้ง

กริยาวลี

passed down for generations: สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

were passed down เป็นรูปถูกกระทำของ pass something down ในที่นี้หมายถึงเสื้อผ้าเหล่านั้นได้รับการเก็บรักษาและส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนรุ่นถัดไป ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนสิ่งของลงด้านล่าง then บอกว่าการสืบทอดนี้เกิดขึ้นหลังจากทำเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ส่วน for generations บอกว่ากระบวนการนี้ดำเนินต่อเนื่องหลายรุ่น สำนวนเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของ สูตรอาหาร เรื่องเล่า ทักษะ ความรู้ และประเพณีได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึงการส่งต่อจากคนรุ่นเก่าไปยังคนรุ่นใหม่: This recipe has been ____ for generations.

ดูคำตอบ

passed down

Meanwhile,

3:56

ในขณะเดียวกัน

poetry, theater, and literature flourished, การใช้คำ

3:57

กวีนิพนธ์ ละคร และวรรณกรรมก็เจริญรุ่งเรือง

as did the study of Chinese Confucianism ไวยากรณ์

4:00

เช่นเดียวกับการศึกษาลัทธิขงจื๊อของจีน

and European scientific texts,

4:03

และตำราวิทยาศาสตร์ของยุโรป

การใช้คำ

poetry, theater, and literature flourished: วงการวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรือง

ในที่นี้ flourished หมายถึงเติบโตอย่างเข้มแข็ง มีชีวิตชีวา และประสบความสำเร็จ คำนี้อธิบายวงการวัฒนธรรม ไม่ใช่พืช กล่าวคือ บทกวี ละคร และวรรณกรรมกำลังพัฒนาและสร้างผลงานสำคัญ flourish มีความหมายชัดเจนกว่าเพียง exist หรือ continue โดยสื่อถึงช่วงเวลาที่ศิลปะ แนวคิด ธุรกิจ หรือสาขาการศึกษาเจริญรุ่งเรือง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรมมีชีวิตชีวาและประสบความสำเร็จ

  1. Local theater stayed limited to one small annual show.
  2. Local theater flourished during the decade.
  3. Local theater was canceled throughout the decade.
ดูคำตอบ

Local theater flourished during the decade.

ไวยากรณ์

as did the ...: เพิ่มประธานอีกตัวที่มีสถานการณ์เดียวกัน

ใน as did the study... คำว่า as หมายถึงสิ่งเดียวกันเกิดขึ้นกับอีกประธานหนึ่งด้วย ประธานที่ตามมาอย่าง the study... ใช้ภาคแสดงเดิมคือ flourished ดังนั้นความหมายเต็มจึงเป็น the study... flourished too did ใช้แทนภาคแสดงรูปอดีตธรรมดาที่กล่าวไปแล้ว และวางไว้หน้าประธานใหม่ โครงสร้างคือ clause, as + auxiliary + subject การกลับลำดับแบบนี้ช่วยให้ภาษาเขียนแบบเป็นทางการกระชับขึ้น ส่วน the หลัง did เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนามวลีใหม่ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว as did the

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกลับลำดับแบบเป็นทางการ เพื่อบอกว่าทีมโต้วาทีก็เติบโตเช่นกัน: The science club grew, ____ the debate team.

ดูคำตอบ

as did

which were welcomed in the country

4:05

ซึ่งได้รับการต้อนรับในประเทศ

even as their authors were not. ลำดับความ

4:07

แม้ว่าผู้เขียนเหล่านั้นจะไม่เป็นที่ต้อนรับก็ตาม

ลำดับความ

even as ... were not: ความขัดแย้งที่เกิดพร้อมกันและการละคำ

ในที่นี้ even as เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่เกิดขึ้นจริงในเวลาเดียวกันแต่ไปในทิศทางตรงข้ามกัน คือ ผลงานได้รับการต้อนรับในประเทศนั้น แต่ผู้เขียนกลับไม่ได้รับการต้อนรับ คำว่า even ทำให้ความขัดแย้งนี้ดูน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ หลัง were not มีการละวลี welcomed in the country ที่ซ้ำกับส่วนก่อนหน้า การละคำนี้ช่วยไม่ให้พูดซ้ำและเน้นความขัดแย้ง รูปเต็มคือ their authors were not welcomed in the country

แบบฝึกหัด

even as ในที่นี้แสดงความสัมพันธ์แบบใด The restaurant stayed busy even as the storm grew worse.

  1. ร้านอาหารเริ่มมีลูกค้ามากหลังจากพายุสิ้นสุดแล้วเท่านั้น
  2. พายุที่รุนแรงขึ้นทำให้ร้านอาหารยังคงมีลูกค้ามาก
  3. ทั้งสองสถานการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันและสร้างความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ

ทั้งสองสถานการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันและสร้างความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ

Yet,

4:10

อย่างไรก็ตาม

while the Tokugawa period was marked by achievements ลำดับความ

4:10

แม้ช่วงเวลาของโตกุกาวะจะโดดเด่นด้วยความสำเร็จ

in sustainability and art,

4:13

ด้านความยั่งยืนและศิลปะ

it wasn't without its flaws. สำนวน

4:15

แต่มันก็ไม่ได้ปราศจากข้อบกพร่อง

ลำดับความ

while ... it wasn't without ...: การประเมินอย่างสมดุล

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่มี while ยอมรับข้อเท็จจริงเชิงบวกก่อนว่า ยุคนั้นโดดเด่นด้วยความสำเร็จต่าง ๆ จากนั้นประโยคหลักจึงเพิ่มข้อจำกัดว่า ยุคนั้นยังคงมีข้อบกพร่อง โครงสร้าง while + จุดเชิงบวก ตามด้วยประโยคหลัก + ข้อจำกัด ใช้จัดระเบียบการประเมินอย่างสมดุล ผู้เขียนสามารถยอมรับข้อดีก่อนเพิ่มคำวิจารณ์ แทนที่จะนำเสนอเรื่องนั้นว่าดีทั้งหมดหรือแย่ทั้งหมด was marked by หมายถึง “มีลักษณะเด่นคือ” หรือ “โดดเด่นด้วย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประเมินอย่างสมดุลโดยยอมรับจุดแข็งก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด

  1. While the course offered clear explanations, it wasn't without a few confusing sections.
  2. Because the course had confusing sections, its clear explanations did not matter.
  3. The course offered clear explanations, so it had no confusing sections.
ดูคำตอบ

While the course offered clear explanations, it wasn't without a few confusing sections.

สำนวน

wasn't without its flaws:การยอมรับข้อบกพร่องอย่างระมัดระวัง

โครงสร้าง wasn't without its flaws ใช้รูปปฏิเสธเพื่อบอกว่า มีข้อบกพร่องอยู่จริง ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีปัญหาเลย เมื่อเทียบกับ it had some flaws สำนวนนี้ฟังดูระมัดระวังและเหมาะกับการประเมินอย่างสมดุลมากกว่า เป็นการยอมรับปัญหาโดยยังเปิดพื้นที่ให้พูดถึงข้อดีได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างระมัดระวังและเป็นทางการว่าแผนหนึ่งมีปัญหาอยู่บ้าง

  1. The plan had no flaws at all.
  2. The plan wasn't without its flaws.
  3. The plan was completely unusable.
ดูคำตอบ

The plan wasn't without its flaws.

Strict laws and regulations were enforced วลี

4:18

กฎหมายและข้อบังคับที่เข้มงวดถูกบังคับใช้

by harsh authoritarian rule. การใช้คำ

4:20

โดยการปกครองแบบเผด็จการที่รุนแรง

วลี

Strict laws and regulations were enforced:การอธิบายว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎ

Enforce laws and regulations หมายถึงการทำให้แน่ใจว่าผู้คนปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอย่างเป็นทางการ โดยมักใช้อำนาจ การตรวจสอบ หรือบทลงโทษ ในประโยคนี้ were enforced เป็นรูปประโยคถูกกระทำ จึงเน้นที่ laws and regulations ส่วนผู้บังคับใช้จะอยู่ในวลีที่ขึ้นต้นด้วย by หากมีการระบุ Enforce ใช้พูดถึงการทำให้กฎที่มีอยู่แล้วมีผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการเขียนหรือประกาศกฎ ดังนั้นวลีนี้จึงแสดงว่ากฎถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจังภายในระบบที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติและหมายความว่าหน่วยงานทำให้ผู้คนปฏิบัติตามข้อบังคับด้านความปลอดภัยฉบับใหม่

  1. The new safety regulations are strictly enforced.
  2. The new safety regulations are strictly announced.
  3. The new safety regulations are strictly created.
ดูคำตอบ

The new safety regulations are strictly enforced.

It was a feudal society การใช้คำ

4:23

มันเป็นสังคมศักดินา

rife with social and economic inequality.

4:24

ที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจ

การใช้คำ

การปกครองแบบอำนาจนิยมที่โหดร้าย

harsh authoritarian rule หมายถึงระบบการปกครองที่เข้มงวดและกดขี่ โดยอำนาจรวมอยู่ที่ผู้นำคนเดียวหรือคนกลุ่มเล็ก ๆ ขณะที่เสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองถูกจำกัด ในที่นี้ rule หมายถึง “การปกครอง” ไม่ใช่กฎข้อใดข้อหนึ่ง ส่วน harsh เน้นว่าการควบคุมนั้นรุนแรงและกดขี่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอระบบการเมืองว่าเป็นพลังด้านลบที่หล่อหลอมสังคม เหมาะสำหรับคำอธิบายทางประวัติศาสตร์หรือการเมือง ไม่ใช่เพียงคำพูดทั่วไปว่าคนคนหนึ่ง “เข้มงวด”

แบบฝึกหัด

harsh authoritarian rule ในประโยคนี้อธิบายอะไร

  1. นโยบายท้องถิ่นที่เข้มงวดแต่ผ่านการเลือกตั้งอย่างเสรี
  2. ระบบควบคุมทางการเมืองแบบรวมศูนย์ที่รุนแรง
  3. กฎยาก ๆ เพียงข้อเดียวในตำราเรียน
ดูคำตอบ

ระบบควบคุมทางการเมืองแบบรวมศูนย์ที่รุนแรง

การใช้คำ

สังคมศักดินาที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมทางสังคมและเศรษฐกิจ

rife with หมายถึงเต็มไปด้วยปัญหาหรือสิ่งไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่แพร่หลายและยากจะมองข้าม ในประโยคนี้ a feudal society rife with social and economic inequality หมายความว่าความไม่เท่าเทียมมีอยู่ทั่วไปทั่วทั้งสังคม ไม่ใช่มีอยู่เพียงไม่กี่กรณี โครงสร้างคือ noun + rife with + noun ส่วนที่ตามหลัง rife with จะบอกว่าสถานที่ ระบบ หรือสถานการณ์นั้นมีสิ่งใดอยู่แพร่หลาย มักใช้กับคำนามด้านลบ เช่น corruption, violence, errors, rumors หรือ problems

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rife with ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อเน้นว่าปัญหาแพร่หลาย

  1. The report was rife with helpful tips.
  2. The report was rife errors.
  3. The report was rife with errors.
ดูคำตอบ

The report was rife with errors.

The majority peasant population,

4:27

ชาวนาส่วนใหญ่

for example,

4:29

ตัวอย่างเช่น

was forced to pay an often crippling rice tax, การใช้คำ

4:30

ถูกบังคับให้จ่ายภาษีข้าวที่มักจะสร้างความยากลำบากอย่างหนัก

การใช้คำ

crippling ใน often crippling rice tax

ใน often crippling rice tax คำว่า crippling ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าภาษีนี้อาจสร้างภาระที่หนักมากจนบั่นทอนความสามารถของผู้คนในการหาเลี้ยงชีพหรือใช้ชีวิตตามปกติอย่างรุนแรง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความพิการทางร่างกาย คำคุณศัพท์ที่มีน้ำหนักรุนแรงนี้มักขยายภาระทางการเงินหรือภาระในทางปฏิบัติ เช่น debt, costs, taxes หรือ shortages ส่วน often หมายความว่าผลกระทบที่เสียหายเกิดขึ้นบ่อย ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นทุกครั้งเสมอไป

แบบฝึกหัด

crippling ในวลี a crippling tax หมายความว่าอย่างไร?

  1. ภาษีนี้มีจำนวนเล็กน้อยและรับมือได้ง่าย
  2. ภาษีนี้จ่ายโดยผู้ที่มีความพิการทางร่างกายเท่านั้น
  3. ภาษีหนักหนามากจนอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการทำมาหากินของผู้คน
ดูคำตอบ

ภาษีหนักหนามากจนอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการทำมาหากินของผู้คน

called nengu, วัฒนธรรม

4:34

ที่เรียกว่า 'เน็งงุ'

to regional lords known as daimyo.

4:35

ให้แก่ขุนนางระดับภูมิภาคที่รู้จักกันในนาม 'ไดเมียว'

วัฒนธรรม

called nengu ... ผู้ปกครองท้องถิ่น known as daimyo

ในบริบทประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นนี้ nengu คือเครื่องบรรณาการหรือภาษีรายปีที่มักประเมินหรือชำระเป็นข้าว ส่วน daimyo คือผู้ปกครองท้องถิ่นผู้ทรงอำนาจที่ควบคุมดินแดน ประโยคนี้บอกว่าชาวนาต้องจ่าย nengu ให้แก่ daimyo called nengu เป็นส่วนที่บอกชื่อของภาษีข้าว ส่วน known as daimyo เป็นส่วนที่บอกชื่อของผู้ปกครองท้องถิ่น ทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ โดยรูปเต็มคือ a rice tax that was called nengu และ regional lords who were known as daimyo รูปแบบนี้ช่วยให้ข้อความอธิบายชื่อที่ผู้อ่านอาจไม่รู้จักได้อย่างสั้นกระชับ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง nengu และ daimyo ในประโยคได้ถูกต้อง?

  1. nengu และ daimyo เป็นสองชื่อของผู้ปกครองกลุ่มเดียวกัน
  2. daimyo จ่าย nengu ให้ชาวนาเป็นค่าจ้าง
  3. ชาวนาจ่าย nengu ให้แก่ผู้ปกครองท้องถิ่นที่เรียกว่า daimyo
ดูคำตอบ

ชาวนาจ่าย nengu ให้แก่ผู้ปกครองท้องถิ่นที่เรียกว่า daimyo

And by the second half of the 19th century, วลี

4:38

และในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19

วลี

by the second half of the 19th century: เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19

By the second half of the 19th century หมายถึง “เมื่อศตวรรษที่ 19 เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง หรือไม่เกินจุดนั้น” ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ by ใช้กำหนดจุดอ้างอิงด้านเวลา และมักสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงหรือสภาพบางอย่างเกิดขึ้นแล้วเมื่อถึงตอนนั้น ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 หมายถึงประมาณปี 1851–1900 สำนวนนี้วางข้อมูลที่ตามมาไว้ในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้าง ไม่ใช่ปีใดปีหนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษหนึ่ง?

  1. During the second half of the 20th century, the festival lasted three weeks.
  2. In the second half of the 20th century, the museum opened for one day.
  3. By the second half of the 20th century, computers had become widely used.
ดูคำตอบ

By the second half of the 20th century, computers had become widely used.

the country faced rising inflation, ไวยากรณ์

4:41

ประเทศเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

destabilizing its economy,

4:43

ซึ่งบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ไวยากรณ์

faced rising inflation, destabilizing its economy: เผชิญเงินเฟ้อที่สูงขึ้นซึ่งทำให้เศรษฐกิจขาดเสถียรภาพ

อนุประโยคหลักบอกว่าประเทศกำลังเผชิญกับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วน destabilizing its economy หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่แสดงผลจากสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ เงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพน้อยลง โดย its หมายถึงประเทศนั้น โครงสร้าง “อนุประโยคสมบูรณ์ + จุลภาค + อนุประโยค -ing” สามารถเชื่อมเหตุการณ์หรือแนวโน้มเข้ากับผลที่ตามมาโดยไม่ต้องเพิ่มประโยคสมบูรณ์อีกประโยคหนึ่ง ผลนั้นต้องเชื่อมโยงกับสถานการณ์ก่อนหน้าอย่างสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้จุลภาค + อนุประโยค -ing อย่างถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์?

  1. Food prices rising sharply, household budgets were under pressure.
  2. Food prices rose sharply, put pressure on household budgets.
  3. Food prices rose sharply, putting pressure on household budgets.
ดูคำตอบ

Food prices rose sharply, putting pressure on household budgets.

and increasing external pressure, วัฒนธรรม

4:45

รวมถึงแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้น

including the United States' use of military power.

4:48

ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังทหารของสหรัฐอเมริกา

วัฒนธรรม

external pressure: แรงกดดันภายนอกที่รวมถึงการใช้กำลังทหาร

ในประโยคนี้ external pressure หมายถึงแรงกดดันที่ญี่ปุ่นได้รับจากอำนาจภายนอกประเทศ โดยเฉพาะรัฐบาลของประเทศอื่น เป็นแรงกดดันทางการเมืองหรือการทหาร ไม่ใช่ความเครียดทางอารมณ์ของบุคคล ส่วนที่เริ่มด้วย including ยกตัวอย่างแรงกดดันดังกล่าวหนึ่งกรณี คือการใช้กำลังทหารของสหรัฐอเมริกา รายละเอียดนี้ทำให้รู้ว่าวลีดังกล่าวอยู่ในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และแรงกดดันนั้นอาจบีบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติได้

แบบฝึกหัด

external pressure ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความเครียดส่วนตัวที่คนทำงานในญี่ปุ่นรู้สึก
  2. แรงกดดันทางการเมืองหรือการทหารจากอำนาจภายนอกญี่ปุ่น
  3. ความดันอากาศทางกายภาพภายนอกอาคาร
ดูคำตอบ

แรงกดดันทางการเมืองหรือการทหารจากอำนาจภายนอกญี่ปุ่น

All of this forced Japan

4:51

ทั้งหมดนี้บีบให้ญี่ปุ่น

to reopen its doors to foreign trade and influence, สำนวน

4:53

ต้องเปิดประตูสู่การค้าและอิทธิพลของต่างชาติอีกครั้ง

สำนวน

reopen its doors to ...: กลับมาเปิดให้เข้าถึงอีกครั้ง

Reopen its doors to เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการอนุญาตให้ผู้คน การค้า แนวคิด หรืออิทธิพลเข้ามาหรือมีส่วนร่วมอีกครั้ง ในประโยคนี้ ญี่ปุ่นไม่ได้เปิดประตูจริง ๆ แต่กลับมาอนุญาตการค้าและอิทธิพลจากต่างชาติอีกครั้ง โครงสร้างคือ reopen + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + doors to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า reopen ยังบอกด้วยว่าเคยเปิดให้เข้าถึงมาก่อน จากนั้นถูกปิดหรือจำกัด และตอนนี้กลับมาเปิดอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย reopen its doors to: After a five-year ban, the country decided to ____ international researchers.

ดูคำตอบ

reopen its doors to

and ultimately led to the end of the Tokugawa shogunate's reign. ลำดับความ

4:57

และในที่สุดก็นำไปสู่จุดสิ้นสุดของรัชสมัยรัฐบาลโชกุนโตกุกาวะ

ลำดับความ

ultimately led to the end of ...: การสรุปห่วงโซ่ของเหตุ

Ultimately led to the end of ... รวบรวมแรงกดดัน การเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นผลลัพธ์สุดท้ายหนึ่งอย่าง ultimately ชี้ความสนใจข้ามขั้นตอนระหว่างทางไปยังผลลัพธ์สุดท้าย ส่วน led to แสดงว่าปัจจัยก่อนหน้าเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดผลนั้น ในการเล่าเรื่องเชิงประวัติศาสตร์หรือการวิเคราะห์ สำนวนนี้ใช้ปิดลำดับเหตุและผล ไม่ได้หมายความว่าจุดจบเกิดขึ้นทันที หรือเกิดจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: Several reforms ultimately led to the end of the old system. ultimately led to the end of ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุผลลัพธ์สุดท้ายของลำดับเหตุหลายประการ
  2. บอกว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นก่อนการปฏิรูป
  3. ยกตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ระบุผลลัพธ์สุดท้ายของลำดับเหตุหลายประการ

Despite these challenges, ไวยากรณ์

5:02

แม้จะมีความท้าทายเหล่านี้

ไวยากรณ์

Despite these challenges: การใช้วลีนามเพื่อแสดงความหมายว่าแม้จะ

Despite these challenges เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งที่อยู่ต้นประโยค โดยยอมรับก่อนว่าความยากลำบากนั้นมีอยู่จริง แล้วส่งสัญญาณว่าใจความหลักจะบอกสิ่งที่ยังคงเป็นจริงแม้มีความยากลำบากนั้น ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์หรือการประเมินในทางบวก Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในที่นี้จึงตามด้วยนามวลี these challenges หากต้องการตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยาครบ ให้ใช้ although หรือ even though

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: ____ these difficulties, the team finished on time.

  1. Despite
  2. Although
  3. Because
ดูคำตอบ

Despite

this period can serve as a powerful lesson. วลี

5:03

ช่วงเวลานี้ยังสามารถเป็นบทเรียนที่ทรงพลัง

วลี

can serve as a powerful lesson: ทำหน้าที่เป็นบทเรียนสำคัญ

ในที่นี้ serve as หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” หรือ “มีบทบาทเป็น” ช่วงเวลานี้ can serve as a powerful lesson ได้ เพราะผู้คนสามารถเรียนรู้สิ่งสำคัญจากช่วงเวลานั้น ในโครงสร้าง serve as + นามวลี นามวลีจะบอกบทบาทหรือหน้าที่ ในที่นี้ lesson หมายถึงข้อคิดหรือคำเตือนที่ได้จากประสบการณ์ ไม่ใช่คาบเรียนในโรงเรียน

แบบฝึกหัด

ใช้ serve as a powerful lesson เติมประโยคให้สมบูรณ์: The failed experiment can ____ for the research team.

ดูคำตอบ

serve as a powerful lesson

Edo's transformation ไวยากรณ์

5:06

การเปลี่ยนแปลงของเอโดะ

from a city teetering on ecological collapse สำนวน

5:07

จากเมืองที่กำลังโอนเอนบนขอบของการล่มสลายทางระบบนิเวศ

สำนวน

เมืองที่ใกล้จะล่มสลายทางระบบนิเวศ

“Teetering” มาจาก teeter ซึ่งหมายถึงการโยกหรือยืนอย่างไม่มั่นคง ในที่นี้ teetering on ecological collapse ใช้เป็นอุปมา หมายถึงเมืองนี้ใกล้จะเกิดการล่มสลายทางระบบนิเวศอย่างมาก และสถานการณ์ก็ไม่มั่นคง ราวกับอาจพลิกเข้าสู่ภาวะล่มสลายได้ทุกเมื่อ วลี -ing นี้ขยายความ city และทำให้เห็นว่าเมืองอยู่ในสภาวะอันตรายนั้นแล้ว สำนวนนี้มีภาพชัดเจนกว่าการพูดแบบเป็นกลางว่าเมืองใกล้จะล่มสลาย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บรรยายโรงพยาบาลซึ่งอยู่ในสภาวะไม่มั่นคงและใกล้จะปิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The hospital was teetering on the brink of closure.
  2. The hospital was safely resting on the brink of closure.
  3. The hospital was teetering closure into recovery.
ดูคำตอบ

The hospital was teetering on the brink of closure.

to a thriving cultural epicenter การใช้คำ

5:10

ไปสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง

การใช้คำ

ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง

“Epicenter” ตามความหมายตรงตัวคือจุดบนพื้นผิวโลกที่อยู่เหนือจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวโดยตรง แต่ในที่นี้ใช้เป็นคำอุปมา หมายถึงสถานที่ที่กิจกรรมและอิทธิพลทางวัฒนธรรมรวมตัวกันมากที่สุด ส่วน thriving บอกว่ากิจกรรมนั้นคึกคักและกำลังเติบโต เมื่อใช้รวมกัน thriving cultural epicenter หมายถึงศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาและมีอิทธิพล ไม่ใช่เพียงสถานที่ใด ๆ ที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ epicenter ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงศูนย์กลางกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญและคึกคักที่สุด

  1. The waterfront became a thriving cultural epicenter for street artists.
  2. The waterfront became a quiet place with no cultural activity.
  3. The waterfront became a thriving earthquake for street artists.
ดูคำตอบ

The waterfront became a thriving cultural epicenter for street artists.

shows us that what's broken can be repaired. ไวยากรณ์

5:13

แสดงให้เราเห็นว่าสิ่งที่พังทลายสามารถซ่อมแซมได้

ไวยากรณ์

transformation from ... to ...: ระบุสภาพเริ่มต้นและสภาพสุดท้าย

นามวลี transformation from A to B นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดชัดเจน from นำเข้าสภาพเดิม คือเมืองที่เกือบล่มสลายทางนิเวศ ส่วน to นำเข้าสภาพใหม่ คือศูนย์กลางวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง หากทำได้ ควรให้ A และ B มีโครงสร้างไวยากรณ์ที่สอดคล้องกัน เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ง่าย กรอบเดียวกันนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนแปลงของผู้คน สถานที่ ระบบ หรือแนวคิดได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วย from ... to ...: The neighborhood's transformation ____ an industrial area ____ a green community took ten years.

ดูคำตอบ

from · to

ไวยากรณ์

that what's broken can be repaired: อนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

ใน shows us that ... คำว่า that ใช้นำเนื้อหาที่ถูกแสดงให้เราเห็น ภายในเนื้อหานั้น what's เป็นรูปย่อของ what is ในที่นี้ what's broken หมายถึง “สิ่งที่เสียหาย” ไม่ใช่คำถาม อนุประโยค what ทั้งชุดคือ what's broken ทำหน้าที่เป็นประธานของ can be repaired โครงสร้างนี้รวมสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งที่ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงให้เป็นแนวคิดเดียว จึงเหมาะกับการกล่าวหลักทั่วไปที่นำไปใช้ได้กว้างกว่าตัวอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The teacher showed us that what's unclear can be explained. what's unclear ทำหน้าที่อะไรในประโยค?

  1. หมายถึง “สิ่งที่ไม่ชัดเจน” และทำหน้าที่เป็นประธานของ can be explained
  2. อธิบายว่าครูใช้วิธีใดในการอธิบาย
  3. เป็นคำถามตรง ๆ ว่าสิ่งใดไม่ชัดเจน
ดูคำตอบ

หมายถึง “สิ่งที่ไม่ชัดเจน” และทำหน้าที่เป็นประธานของ can be explained

And by doing so, ลำดับความ

5:16

และด้วยการทำเช่นนั้น

we can create something even more beautiful.

5:17

เราสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามยิ่งกว่าเดิมได้

ลำดับความ

And by doing so: เชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับผลลัพธ์

Doing so ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ทำให้ผู้พูดไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำ คำบุพบท by แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นวิธีที่ใช้ไปสู่ผลลัพธ์ถัดไป And ที่ต้นประโยคเชื่อมผลลัพธ์ใหม่เข้ากับแนวคิดก่อนหน้า เมื่อต้องการเข้าใจ doing so ให้ย้อนกลับไปหาการกระทำที่มันใช้แทน แล้วอ่านอนุประโยคถัดไปว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยนำ by มารวมกับ doing so: Save a copy before editing the file. ____, you can restore the original later.

ดูคำตอบ

By doing so

Today,

5:20

ในวันนี้

at a time when only 7% of the global economy is circular, โน้ต

5:21

ในช่วงเวลาที่มีเพียง 7% ของเศรษฐกิจโลกหมุนเวียน

วลี

at a time when: วางแนวคิดไว้ในบริบทช่วงเวลาที่กว้างขึ้น

at a time when + อนุประโยค หมายถึง “ในช่วงเวลาที่...” อนุประโยคหลัง when อธิบายสถานการณ์ที่เป็นลักษณะของช่วงเวลานั้น ในที่นี้ ตัวเลข 7% ทำหน้าที่เป็นบริบทที่กว้างขึ้น ผู้เขียนหรือผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อวางข้อคิดเห็นไว้ในบริบททางสังคมหรือประวัติศาสตร์ที่กว้างขึ้น โครงสร้างนี้มักช่วยแสดงว่าเหตุใดประเด็นถัดไปจึงสำคัญเป็นพิเศษภายใต้สถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีบอกบริบทจากบทเรียน: The new shelter opened ____ many families needed help.

ดูคำตอบ

at a time when

การใช้คำ

the global economy is circular: ความหมายของ circular ในเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ในที่นี้ circular เป็นคำคุณศัพท์ที่มีความหมายเฉพาะทางในเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม หมายถึงเศรษฐกิจที่ทำให้ผลิตภัณฑ์และวัสดุยังคงถูกใช้งานผ่านการซ่อมแซม การใช้ซ้ำ การผลิตใหม่ และการรีไซเคิล แทนที่จะใช้รูปแบบนำทรัพยากรมา ผลิต แล้วทิ้ง วลีคำนามที่ใช้กันทั่วไปคือ circular economy ในตัวอย่าง circular อยู่หลัง is ในฐานะคำคุณศัพท์ภาคแสดง หมายความว่าเศรษฐกิจโลกเพียง 7% เท่านั้นที่ใช้วงจรทรัพยากรแบบนี้

แบบฝึกหัด

ในเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม “a circular economy” มีเป้าหมายทำอะไร?

  1. ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นและลงเป็นวัฏจักรสม่ำเสมอ
  2. ทำให้ผลิตภัณฑ์และวัสดุยังคงถูกใช้งานผ่านการซ่อมแซม การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล
  3. จัดวางโรงงานและร้านค้าเป็นรูปวงกลม
ดูคำตอบ

ทำให้ผลิตภัณฑ์และวัสดุยังคงถูกใช้งานผ่านการซ่อมแซม การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล

Edo's history also reminds us

5:25

ประวัติศาสตร์ของเอโดะยังเตือนเรา

that we can create economies

5:28

ว่าเราสามารถสร้างเศรษฐกิจ

driven not by consumption and waste, ไวยากรณ์

5:30

ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคและขยะ

but rather by making the most of limited resources. สำนวน

5:32

แต่ขับเคลื่อนด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ไวยากรณ์

driven not by ..., but rather by ...: ปฏิเสธ A และเน้น B

โครงสร้าง not by A, but rather by B ปฏิเสธว่า A เป็นแหล่งที่มา วิธีการ หรือหลักการ แล้วเสนอ B ว่าเป็นทางเลือกที่แท้จริงหรือเหมาะสมกว่า ในประโยคนี้ การบริโภคและการสิ้นเปลืองถูกปฏิเสธว่าเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์ถูกเน้นขึ้นมา วลีที่ขึ้นต้นด้วย by ทั้งสองส่วนเชื่อมกับ driven และตามด้วยเนื้อหาที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ด้านหนึ่งคือ consumption and waste และอีกด้านคือวลี gerund making ... คำว่า rather ทำให้น้ำเสียงแก้ความเข้าใจเดิมชัดขึ้นและเน้น B มากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not by ... but rather by ...: The team's success is driven ____ luck, ____ careful preparation.

ดูคำตอบ

not by · but rather by

สำนวน

making the most of limited resources: ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้คุ้มค่าที่สุด

make the most of + คำนาม หมายถึงใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เต็มที่และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในที่นี้ making the most of limited resources หมายถึงดึงคุณค่าจากทรัพยากรที่มีอยู่น้อยให้ได้มากที่สุด ใช้รูป making เพราะอยู่หลังคำบุพบท by ในสำนวนตายตัวนี้ make ไม่ได้หมายถึงผลิต ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงผลิตทรัพยากรให้ได้จำนวนมากที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make the most of กับโอกาสที่ดีได้เหมาะสมที่สุด

  1. This internship is a great opportunity, so I want to make up for it.
  2. This internship is a great opportunity, so I want to make the most of it.
  3. This internship is a great opportunity, so I want to make the best of it.
ดูคำตอบ

This internship is a great opportunity, so I want to make the most of it.

So,

5:36

ดังนั้น

what could the future look like ไวยากรณ์

5:37

อนาคตอาจดูเป็นอย่างไร

if we harness our technology การใช้คำ

5:39

หากเราใช้เทคโนโลยีของเรา

การใช้คำ

harness our ...: ควบคุมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ใน harness our technology คำว่า harness เป็นคำกริยา หมายถึงการควบคุม ชี้นำ และใช้พลังหรือศักยภาพของสิ่งหนึ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ เดิมคำนี้หมายถึงการใส่เครื่องเทียมให้สัตว์เพื่อให้สามารถชี้นำพละกำลังของมันได้ our เป็นคำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ จึงต้องมีคำนามตามหลัง โดยวลีที่สมบูรณ์ในที่นี้คือ harness our technology

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ harness ได้อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า ชี้นำพลังของทรัพยากรไปสู่เป้าหมาย?

  1. We can harness a sandwich for lunch.
  2. We can harness the door at eight.
  3. We can harness solar energy to power the school.
ดูคำตอบ

We can harness solar energy to power the school.

to create a more sustainable world?

5:40

เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น?

ไวยากรณ์

What could the future look like if ...?: จินตนาการถึงอนาคตที่เป็นไปได้

โครงสร้าง What could X look like if Y? ใช้ชวนผู้ฟังจินตนาการว่า X อาจมีลักษณะหรือสภาพอย่างไร หากเงื่อนไขสมมุติ Y เป็นจริง could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน และ look like ในที่นี้ถามถึงภาพรวมหรือสภาพ ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เพราะเป็นคำถามปลายเปิด จึงใช้พาผู้ฟังไปคิดถึงวิสัยทัศน์หรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องมีคำตอบข้อเท็จจริงเพียงคำตอบเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสมมุติแบบปลายเปิดให้สมบูรณ์ด้วย could และ if: What ____ our town look like ____ every street had more trees?

ดูคำตอบ

could · if

Take a look at the possibilities with this video

5:42

ลองดูความเป็นไปได้ในวิดีโอนี้

or learn about how consumers

5:45

หรือเรียนรู้ว่าผู้บริโภค

are pushing for the right to repair products โน้ต

5:47

กำลังผลักดันสิทธิในการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์

กริยาวลี

pushing for: พยายามอย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

Push for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม หมายถึงพยายามอย่างจริงจังเพื่อให้การเปลี่ยนแปลง การตัดสินใจ หรือเป้าหมายเกิดขึ้น จึงสื่อถึงความพยายามมากกว่าการเห็นด้วยกับแนวคิดเพียงอย่างเดียว ในตัวอย่าง are pushing for แสดงว่าความพยายามกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และเป้าหมายคือ the right to repair products กรรมที่ตามหลัง for บอกผลลัพธ์ที่ผู้คนต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย pushing for: Local parents are ____ safer crossings near the school.

ดูคำตอบ

pushing for

วัฒนธรรม

the right to repair: สิทธิของผู้บริโภคในการเลือกวิธีซ่อมผลิตภัณฑ์

The right to repair เป็นขบวนการด้านสิทธิผู้บริโภคและนโยบายสาธารณะ โดยเสนอว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์ควรซ่อมผลิตภัณฑ์เองหรือเลือกผู้ให้บริการซ่อมอิสระได้ แทนที่จะถูกจำกัดให้ใช้บริการจากผู้ผลิตเท่านั้น ประเด็นนี้มักรวมถึงการเข้าถึงอะไหล่ คู่มือซ่อม เครื่องมือวินิจฉัย และซอฟต์แวร์ที่จำเป็น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นชื่อของข้อเรียกร้องที่กำลังถูกผลักดัน ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่รับรองสิทธิทางกฎหมายแบบเดียวกันแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายแนวคิดหลักของ the right to repair ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เจ้าของผลิตภัณฑ์ควรเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และข้อมูลที่จำเป็นในการซ่อม หรือเลือกบริการซ่อมอิสระได้
  2. ผลิตภัณฑ์ที่เสียหายทุกชิ้นควรถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่โดยอัตโนมัติ
  3. ควรให้ผู้ผลิตเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถซ่อมได้หรือไม่
ดูคำตอบ

เจ้าของผลิตภัณฑ์ควรเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และข้อมูลที่จำเป็นในการซ่อม หรือเลือกบริการซ่อมอิสระได้

they buy on their own with this video.

5:49

ที่พวกเขาซื้อด้วยตนเองได้อย่างไรจากวิดีโอนี้