ชุดฮาโลวีนน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า? 🎃👻👹🧟‍♀️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
927 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: แซมและนีลสำรวจว่าฮาโลวีนพัฒนาจากเทศกาลโบราณมาเป็นงานฉลองทั่วโลกได้อย่างไร และตั้งคำถามว่าเครื่องแต่งกายที่รุนแรงและมุ่งขายของมากขึ้นทำให้เทศกาลนี้ไม่ใช่ความสนุกที่ไร้พิษภัยอีกต่อไปหรือไม่ ทั้งคู่เปรียบเทียบความกังวลว่าเด็กเล็กจะหวาดกลัวกับมุมมองที่ว่าฮาโลวีนควรน่ากลัวอยู่แล้ว ก่อนอธิบายเหตุผลที่คนสมัยก่อนสวมหน้ากาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. trick or treat. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือคำพูดตายตัวในธรรมเนียมฮาโลวีนที่เด็กแต่งชุดแฟนซีไปตามบ้านเพื่อขอขนม ไม่ใช่คำถามทั่วไปที่ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างสองทาง 2. over the top, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: รู้จักและใช้สำนวนไม่เป็นทางการนี้เพื่อบอกว่าเครื่องแต่งกาย ปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมนั้นสุดโต่งเกินไปจนไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อต้องพูดถึงเส้นแบ่งระหว่างความสนุกที่ยอมรับได้กับการทำเกินขอบเขต 3. would mistake them for other spirits. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้าง mistake A for B และเข้าใจว่า would แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดตามความเชื่อในอดีต กล่าวคือผู้คนหวังว่าผีจะเข้าใจผิดว่ามนุษย์ที่สวมหน้ากากเป็นวิญญาณตนอื่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดีครับ นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Sam.

0:11

ผมแซมครับ

And I'm Neil.

0:11

และผมโอนีลครับ

Ooh, trick or treat. วัฒนธรรม

0:13

อู้ว ทริคออร์ทรีท

วัฒนธรรม

trick or treat: คำพูดหน้าประตูในวันฮาโลวีน

“Trick or treat!” เป็นคำพูดตายตัวที่เด็ก ๆ ใช้เมื่อไปตามบ้านเพื่อขอขนมในวันฮาโลวีน คำพูดนี้สื่อประมาณว่า “ให้ขนมเรา ไม่อย่างนั้นเราอาจแกล้งนะ” แต่ในธรรมเนียมนี้เป็นคำพูดสนุก ๆ ที่ทุกคนคาดไว้ ไม่ใช่คำขู่จริง ๆ ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสำนวนหนึ่งของวันฮาโลวีน ไม่ใช่คำถามทั่วไปที่ขอให้อีกฝ่ายเลือกระหว่างการแกล้งกับขนม

แบบฝึกหัด

โดยทั่วไป “Trick or treat!” มีหน้าที่อะไร?

  1. เป็นคำพูดวันฮาโลวีนที่ใช้ขอขนม
  2. เป็นคำเตือนที่ผู้มาเยือนใช้ทุกครั้งเมื่อต้องการบางอย่าง
  3. เป็นคำถามทั่วไปที่ให้อีกฝ่ายเลือกระหว่างการแกล้งกับของว่าง
ดูคำตอบ

เป็นคำพูดวันฮาโลวีนที่ใช้ขอขนม

For listeners at home, Neil is dressed up as a ghost. กริยาวลี

0:16

สำหรับคุณผู้ฟังที่บ้าน ตอนนี้นีลกำลังแต่งตัวเป็นผีครับ

กริยาวลี

dressed up as a ghost: บอกบทบาทที่แต่งเป็น

Be dressed up as + บุคคล ตัวละคร สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิต หมายถึง “สวมชุดเพื่อให้ดูเหมือนบทบาทนั้น” ในที่นี้ as a ghost บอกภาพที่ Neil กำลังเลียนแบบ ไม่ได้บอกชื่อเสื้อผ้าชิ้นหนึ่ง รูป “is dressed up” บอกสภาพตอนนี้ว่าเขาแต่งชุดเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะพูดถึงการแต่งตัวเป็นการกระทำ ให้ใช้ dress up as เช่น He dressed up as a ghost.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้ dress up ในรูปอดีตและใช้คำบุพบทที่นำหน้าบทบาท: For World Book Day, Sam ____ Sherlock Holmes.

ดูคำตอบ

dressed up as

He's wearing a white bedsheet over his head

0:20

เขาเอาผ้าปูที่นอนสีขาวมาคลุมหัว

with two holes cut out for his eyes, ไวยากรณ์

0:22

โดยเจาะรูสองรูไว้ตรงตา

which must mean It's Halloween. ไวยากรณ์

0:25

ซึ่งต้องหมายความว่านี่คือเทศกาลฮาโลวีนแน่ๆ

ไวยากรณ์

with two holes cut out: with + คำนาม + กริยาช่อง 3

ในที่นี้ with นำคำบรรยายเพิ่มเติมเกี่ยวกับผ้าปูที่นอนสีขาวเข้ามา ใน with two holes cut out กลุ่มคำนามคือ two holes และ cut out เป็นกริยาช่อง 3 ที่บอกผลลัพธ์ว่าได้ตัดช่องไว้เรียบร้อยแล้ว ใช้โครงสร้าง with + คำนาม + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกอย่างกระชับว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในสภาพที่ถูกกระทำหรือเป็นผลจากการกระทำที่เสร็จแล้ว for his eyes บอกจุดประสงค์ของช่อง ในที่นี้ cut out for ไม่ได้แปลว่า “เหมาะกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ with + คำนาม + กริยาช่อง 3: The package arrived ____. คำที่ต้องใช้คือ one corner และ crush

ดูคำตอบ

with one corner crushed

ไวยากรณ์

which must mean: การอนุมานอย่างมั่นใจจากเบาะแส

which ย้อนกลับไปอ้างถึงเบาะแสหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน must mean ใช้นำข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากเบาะแสนั้น โดยมีความหมายว่า “สิ่งนี้บ่งชี้อย่างมากว่า...” ในที่นี้ must แสดงการอนุมานที่ผู้พูดมั่นใจมาก ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ ข้อสรุปไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดสังเกตเห็นโดยตรง แต่ผู้พูดคิดว่าหลักฐานทำให้ข้อสรุปนั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นการอนุมานที่มั่นใจมากจากเบาะแสที่มองเห็นได้

  1. The lights are off and the door is locked, which may mean the shop is closed.
  2. The lights are off and the door is locked, which must mean the shop is closed.
  3. The lights are off and the door is locked, which means the shop is closed.
ดูคำตอบ

The lights are off and the door is locked, which must mean the shop is closed.

The start of autumn when the days get shorter

0:27

การเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงเมื่อกลางวันสั้นลง

and leaves fall from the trees marks Halloween, การใช้คำ

0:30

และใบไม้ร่วงหล่นจากต้นไม้เป็นสัญญาณของวันฮาโลวีน

การใช้คำ

marks Halloween: mark ในความหมายว่า “บ่งบอกถึงโอกาสสำคัญ”

marks ในที่นี้หมายถึง “ส่งสัญญาณหรือชี้ถึงช่วงเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญ” การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลถูกนำเสนอว่าเป็นสัญญาณของช่วงฮาโลวีน โดย marks ไม่ได้หมายถึง “ทำเครื่องหมายเป็นลายลักษณ์อักษร” หรือ “ตรวจให้คะแนนงาน” โครงสร้างหลักของประโยคคือ The start of autumn marks Halloween คำนามหลักของประธานคือ start ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา marks โดยทั่วไป X marks Y ใช้เชื่อมวันที่ เหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงเข้ากับโอกาส ช่วง ขั้นเริ่มต้น หรือจุดสิ้นสุดที่สำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ marks ในความหมายเดียวกับ marks Halloween?

  1. Nina marks the date with a red pen.
  2. The teacher marks the homework after class.
  3. The final bell marks the end of the school day.
ดูคำตอบ

The final bell marks the end of the school day.

a festival which is celebrated all over the world

0:33

เทศกาลที่เฉลิมฉลองกันทั่วโลก

at this time of year.

0:36

ในช่วงเวลานี้ของปี

In Britain, people carve scary faces into pumpkins วลี

0:38

ในอังกฤษ ผู้คนจะแกะสลักฟักทองเป็นหน้าตาน่ากลัว

วลี

carve scary faces into pumpkins: แกะลวดลายลงในวัสดุ

ใน people carve scary faces into pumpkins คำว่า carve หมายถึงการสร้างลวดลายด้วยการตัดลงไปในพื้นผิว scary faces คือลวดลายที่แกะ ส่วน pumpkins คือวัสดุหรือสิ่งของที่ถูกตัด รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ carve + design/words + into + material/object คำว่า into แสดงว่ารอยตัดลึกเข้าไปในพื้นผิว อย่าละ into ในรูปแบบนี้ แต่ควรจำว่า carve ใช้ในโครงสร้างอื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ carve คำว่า a star และคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday, the artist ____ the wooden sign.

ดูคำตอบ

carved a star into

and children go trick-or-treating, วัฒนธรรม

0:41

และเด็กๆ ก็จะออกไปเล่นทริคออร์ทรีท (หลอกหรือเลี้ยง)

dressing up in fancy dress costumes การใช้คำ

0:43

แต่งกายด้วยชุดแฟนซีต่างๆ

and visiting people's homes

0:45

และไปตามบ้านเรือนของผู้คน

shouting trick or treat for sweets and candy.

0:47

ตะโกนว่าทริคออร์ทรีทเพื่อขอขนมและลูกอม

วัฒนธรรม

children go trick-or-treating: go กับชื่อกิจกรรม

Go trick-or-treating หมายถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในวันฮาโลวีนที่ไปตามบ้านต่าง ๆ เพื่อขอขนม ในประโยคนี้ go ตามด้วยชื่อกิจกรรมรูป -ing จึงสื่อถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ไม่ได้เน้นแค่การเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง การแต่งตัว การไปเยี่ยมบ้าน และการตะโกนว่า “trick or treat” ที่กล่าวต่อมา ล้วนเป็นการอธิบายว่ากิจกรรมนี้มีอะไรบ้าง และช่วยให้เข้าใจคำว่า trick-or-treaters ที่จะกล่าวถึงภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go trick-or-treating ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อหมายถึงกิจกรรมวันฮาโลวีนที่ไปตามบ้านเพื่อขอขนม

  1. The children make trick-or-treating around their neighbourhood every Halloween.
  2. The children go to trick or treat around their neighbourhood every Halloween.
  3. The children go trick-or-treating around their neighbourhood every Halloween.
ดูคำตอบ

The children go trick-or-treating around their neighbourhood every Halloween.

การใช้คำ

dressing up in fancy dress costumes: คำเรียกชุดแฟนซีในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช fancy dress หมายถึงเสื้อผ้าที่ใส่เพื่อให้ดูเหมือนตัวละครหรือเพื่อเข้าร่วมงานที่มีธีม ในวลี fancy dress costumes คำว่า fancy dress ทำหน้าที่ขยายคำนาม costumes จึงหมายถึงชุดสำหรับแต่งตัวเป็นตัวละคร ไม่ใช่ชุดเดรสที่แพงหรือหรูหรา Dressing up in + คำนามที่เป็นชื่อเสื้อผ้า ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งสวมอะไร ในประโยคนี้ costumes หมายถึงเสื้อผ้าที่เด็ก ๆ ใส่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช fancy dress ในบริบทนี้หมายถึงอะไร

  1. ชุดที่ใส่เพื่อให้ดูเหมือนตัวละครบางตัว
  2. เสื้อผ้าธรรมดาสีสด
  3. เดรสหรูที่ใส่ไปงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ชุดที่ใส่เพื่อให้ดูเหมือนตัวละครบางตัว

Halloween comes from an ancient festival called Samhain, วัฒนธรรม

0:50

ฮาโลวีนมีที่มาจากเทศกาลโบราณที่เรียกว่า Samhain

วัฒนธรรม

Samhain: เทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของฮาโลวีน

Samhain เป็นชื่อเฉพาะของเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ของฮาโลวีน ประโยคนี้ใช้ความเชื่อมโยงดังกล่าวเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อช่วยให้เข้าใจเทศกาลนี้ ในวลี an ancient festival called Samhain ส่วน called Samhain หมายความว่าเทศกาลนั้นมีชื่อว่า Samhain คำว่า Samhain เป็นชื่อ ไม่ใช่คำศัพท์ภาษาอังกฤษทั่วไปที่ต้องแปลความหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Samhain คืออะไร?

  1. เป็นชื่อของเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของฮาโลวีน
  2. เป็นชื่อชุดฮาโลวีนสมัยใหม่
  3. เป็นคำภาษาอังกฤษอีกคำหนึ่งที่แปลว่าฟักทอง
ดูคำตอบ

เป็นชื่อของเทศกาลโบราณที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของฮาโลวีน

which celebrated the changing of the seasons,

0:54

ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล

a time when it was believed the dead could make contact with the living, โน้ต

0:57

เป็นช่วงเวลาที่เชื่อกันว่าคนตายสามารถติดต่อกับคนเป็นได้

ไวยากรณ์

it was believed: รูปถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคลสำหรับความเชื่อในอดีต

ในโครงสร้าง it was believed + อนุประโยค คำว่า it เป็นประธานเชิงรูปแบบและไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ อนุประโยคที่ตามมาระบุเนื้อหาของความเชื่อ ซึ่งในประโยคนี้คือคนตายสามารถติดต่อกับคนเป็นได้ รูปถูกกระทำนี้ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ ดังนั้นจึงมีความหมายโดยประมาณว่า ผู้คนในเวลานั้นเชื่อว่า... ผู้เล่าจึงสามารถนำเสนอความเชื่อทางประวัติศาสตร์หรือความเชื่อตามประเพณีโดยไม่ยืนยันว่าความเชื่อนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบไม่ระบุบุคคลในอดีตสามคำของ believe: Long ago, ____ that comets were warnings.

ดูคำตอบ

it was believed

การใช้คำ

the dead ... the living: the + คำคุณศัพท์เพื่อกล่าวถึงคนเป็นกลุ่ม

ในประโยคนี้ the dead หมายถึง “คนตาย” และ the living หมายถึง “คนที่ยังมีชีวิตอยู่” โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ ทำให้คำคุณศัพท์ใช้แทนคนทั้งกลุ่มได้ สองสำนวนนี้มีความหมายเป็นพหูพจน์: The dead could make contact with the living. ไม่จำเป็นต้องเติมคำนามอย่าง people หลัง dead หรือ living

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ เพื่อเรียกกลุ่มคนได้ถูกต้อง?

  1. The memorial honours a dead and comforts a living.
  2. The memorial honours the deads and comforts the livings.
  3. The memorial honours the dead and comforts the living.
ดูคำตอบ

The memorial honours the dead and comforts the living.

which is why children dress up as ghosts, witches, and other scary monsters. ลำดับความ

1:01

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กๆ ถึงแต่งตัวเป็นผี แม่มด และสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอื่นๆ

ลำดับความ

which is why: เชื่อมสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์

which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้ขยายคำนามเพียงคำเดียว โดยมองใจความนั้นเป็นสาเหตุแล้วนำเข้าสู่ผลที่ตามมา มีความหมายว่า “และนั่นคือเหตุผลที่...” โครงสร้างนี้จัดข้อมูลตามลำดับ สาเหตุ + which is why + ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ความเชื่อที่กล่าวไว้ก่อนหน้าถูกใช้เป็นคำอธิบายธรรมเนียมของเด็ก ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสามคำที่มีความหมายว่า “และนั่นคือเหตุผล” ลงในประโยค: The road was flooded, ____ the bus was late.

ดูคำตอบ

which is why

But recently, online shops have removed several Halloween costumes, การใช้คำ

1:06

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ร้านค้าออนไลน์ได้ถอดชุดฮาโลวีนหลายชุดออก

including creepy clown masks and real-life serial killer costumes, การใช้คำ

1:11

รวมถึงหน้ากากตัวตลกที่น่าขนลุกและชุดฆาตกรต่อเนื่องที่มีอยู่จริง

การใช้คำ

real-life serial killer costumes: real-life เน้นว่าเป็นบุคคลจริง

Real-life หมายถึงสิ่งที่มีอยู่จริงหรือเคยมีอยู่จริงในโลก ไม่ใช่สิ่งที่แต่งขึ้นสำหรับเรื่องราว ใน real-life serial killer costumes คำนี้ขยายความ serial killer จึงหมายถึงชุดที่มีต้นแบบเป็นบุคคลจริง ไม่ใช่ฆาตกรที่เป็นตัวละครสมมติ คำนี้ไม่ได้เน้นว่าชุดดูเหมือนจริงแค่ไหน ชุดหนึ่งอาจดู realistic ได้แม้ไม่ได้มีต้นแบบจากบุคคลจริง และเมื่อ real-life อยู่หน้าคำนาม มักเขียนด้วยเครื่องหมายยัติภังค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าบุคคลนั้นมีอยู่จริงในโลก ไม่ได้ถูกแต่งขึ้น

  1. The film features a realistic detective costume.
  2. The film is based on a real-life doctor who treated patients during the flood.
  3. The film invents a fictional doctor for the story.
ดูคำตอบ

The film is based on a real-life doctor who treated patients during the flood.

after parents complained they were too frightening.

1:16

หลังจากที่พ่อแม่บ่นว่ามันน่ากลัวเกินไป

การใช้คำ

have removed several Halloween costumes: remove หมายถึงนำสินค้าออกจากการขาย

ในประโยคนี้ have removed หมายความว่าร้านค้าออนไลน์นำชุดเหล่านี้ออกจากรายการสินค้า หรือหยุดนำมาขาย ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าเป็นคนหยิบชุดเหล่านี้ออกไป รูป have removed ซึ่งเป็น present perfect เชื่อมการนำสินค้าออกที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน นั่นคือ ตอนนี้ร้านค้าเหล่านั้นไม่มีชุดดังกล่าวให้ซื้อแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ remove ในความหมายว่าเอาบางสิ่งออกจากการขายหรือการแสดงต่อสาธารณะ

  1. The product sold out after many customers bought it.
  2. The platform removed the misleading listing after users complained.
  3. The shop moved the costumes to a back room.
ดูคำตอบ

The platform removed the misleading listing after users complained.

In this programme, we'll be discussing whether Halloween is no longer harmless fun, โน้ต

1:18

ในรายการนี้ เราจะมาพูดคุยกันว่าฮาโลวีนไม่ใช่ความสนุกที่ไร้พิษภัยอีกต่อไปหรือไม่

ลำดับความ

whether Halloween is no longer harmless fun: ตั้งประเด็นที่ยังไม่มีข้อสรุป

ในที่นี้ whether ใช้นำเสนอประเด็นแบบใช่หรือไม่ที่ยังไม่มีข้อสรุปและรายการกำลังจะนำมาพูดคุย อนุประโยค whether Halloween is no longer harmless fun ทั้งหมดเป็นเนื้อหาของ discussing จึงเป็นการตั้งหัวข้อ ไม่ใช่การถามผู้ชมโดยตรง เนื่องจากเป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Halloween is ไม่ใช่ is Halloween ส่วน no longer เพิ่มความเปรียบต่างด้านเวลา คือในอดีตฮาโลวีนอาจเคยถูกมองว่าเป็นความสนุกที่ไม่มีพิษภัย แต่ตอนนี้มุมมองนั้นกำลังถูกตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whether ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอประเด็นที่กำลังพูดคุยกัน?

  1. The class discussed whether the rule was still necessary.
  2. The class discussed was whether the rule still necessary.
  3. The class discussed whether was the rule still necessary.
ดูคำตอบ

The class discussed whether the rule was still necessary.

วลี

no longer harmless fun: แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

วลี no longer harmless fun แสดงการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นความบันเทิงเบา ๆ และไม่มีพิษภัย มาเป็นสิ่งที่ตอนนี้อาจถูกมองว่าเป็นอันตรายหรือก่อปัญหา ส่วน no longer คือองค์ประกอบที่บอกความเปรียบต่างด้านเวลา harmless fun เป็นวลีที่ใช้ทั่วไปกับการเล่นหรือความบันเทิงที่ผู้คนคิดว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ไม่ได้รับประกันอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีผลตามมาเลย อย่างไรก็ตาม ในประโยคเต็ม whether นำการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้นี้มาเป็นประเด็นสนทนา ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้เพื่อแสดงการเปลี่ยนจากสิ่งที่ไม่มีพิษภัยในอดีตมาเป็นสิ่งที่ไม่เป็นเช่นนั้นแล้วในปัจจุบัน: After someone got hurt, the prank was ____.

ดูคำตอบ

no longer harmless fun

and as usual, we'll be learning some new vocabulary as well.

1:23

และตามปกติ เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ กันด้วยครับ

But before that, and since you're all dressed up as a ghost, ลำดับความ

1:27

แต่ก่อนหน้านั้น และเนื่องจากคุณแต่งตัวเป็นผีเต็มยศ

Neil, my question is this:

1:30

นีล คำถามของผมมีอยู่ว่า:

ลำดับความ

But before that ที่ใช้เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนช่วง

“But before that” ใช้พักกิจกรรมหรือหัวข้อที่เพิ่งประกาศไว้ชั่วคราว แล้วนำเข้าสู่ขั้นตอนที่สั้นกว่าซึ่งจะทำก่อน ในที่นี้ “that” ย้อนกลับไปหมายถึงการสนทนาที่กำลังจะเริ่ม วลีนี้ไม่ได้บอกเพียงลำดับเวลา แต่ยังจัดความสนใจของผู้ฟังและส่งสัญญาณว่า “เราจะไปถึงเรื่องนั้น แต่ทำเรื่องนี้ก่อน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดพักขั้นตอนที่ประกาศไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วแทรกอีกขั้นตอนหนึ่งให้ทำก่อน

  1. We'll announce the winner soon. But before that, let's hear the final song.
  2. We'll announce the winner soon. Because of that, let's hear the final song.
  3. We'll announce the winner soon. But after that, let's hear the final song.
ดูคำตอบ

We'll announce the winner soon. But before that, let's hear the final song.

Why did people traditionally dress up in costumes on Halloween?

1:32

ทำไมคนสมัยก่อนถึงต้องแต่งตัวด้วยชุดต่างๆ ในวันฮาโลวีน?

Was it A, to scare their neighbours as a joke?

1:36

ข้อ A เพื่อหลอกให้เพื่อนบ้านตกใจเล่นๆ หรือเปล่า?

B, to use up their old clothes? กริยาวลี

1:40

ข้อ B เพื่อเอาเสื้อผ้าเก่าๆ มาใช้ให้คุ้ม?

กริยาวลี

to use up their old clothes: ใช้ของที่มีอยู่จนหมด

“Use up” เป็นกริยาวลีที่หมายถึงใช้ปริมาณหรือของที่มีอยู่จนหมด จึงไม่เหลือหรือแทบไม่เหลือเลย ในตัวเลือกของคำถามนี้ “to use up their old clothes” เสนอจุดประสงค์ที่เป็นไปได้ คือใช้เสื้อผ้าเก่าที่มีอยู่ทั้งหมดโดยไม่ปล่อยให้มีชิ้นใดไม่ได้ใช้ คำว่า “up” เพิ่มความหมายของผลลัพธ์ว่าเสร็จสิ้นหรือหมดลง ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “use up”: We ____ all the paper, so we need to buy more.

ดูคำตอบ

used up

Or C, to hide from ghosts?

1:42

หรือข้อ C เพื่อซ่อนตัวจากผี?

Hmm, I think it was to hide from ghosts.

1:45

อืม ผมคิดว่ามันคือการซ่อนตัวจากผีนะครับ

OK, Neil, we'll find out the answer later in the programme. กริยาวลี

1:47

โอเค นีล เราจะมาหาคำตอบกันในช่วงท้ายของรายการครับ

กริยาวลี

find out the answer later: รู้คำตอบในภายหลัง

find out the answer หมายถึงรู้หรือค้นพบคำตอบจากการได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ในประโยคนี้ยังไม่มีการบอกคำตอบตอนนี้ โดย later in the programme ระบุว่าจะเฉลยคำตอบเมื่อใด find out เน้นการเปลี่ยนจากไม่รู้เป็นรู้ กรรมของวลีนี้อาจเป็นข้อมูล เช่น คำตอบ เหตุผล หรือสิ่งที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่สร้างจาก find และหมายถึง “รู้จากการตรวจสอบ” ให้สมบูรณ์: I'll look online to ____ what time the pool opens.

ดูคำตอบ

find out

In recent years, Halloween has become more influenced by American horror movies โน้ต

1:51

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮาโลวีนได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์สยองขวัญของอเมริกามากขึ้น

วลี

In recent years: กำหนดกรอบแนวโน้มในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

In recent years หมายถึงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันหรือใกล้ปัจจุบัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้ข้อความทั้งหมดเป็นแนวโน้มในช่วงไม่นานมานี้ แทนที่จะระบุวันที่อย่างเจาะจง ในที่นี้วลีนี้ใช้กับ present perfect รูป has become ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาดังกล่าวและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเวลาสามคำที่ขึ้นต้นด้วย In และหมายถึง “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน”: ____, many schools have added more outdoor classes.

ดูคำตอบ

In recent years

like Friday the 13th or Scream. วัฒนธรรม

1:55

อย่างเช่น ศุกร์ 13 หรือ Scream

ไวยากรณ์

has become more influenced by: การเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบัน

Has become คือรูป present perfect ของ become ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มพัฒนาขึ้นก่อนหน้านี้และเห็นผลได้ในสภาพปัจจุบัน ในที่นี้ ฮาโลวีนได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันในปัจจุบันมากกว่าในอดีต More influenced by บอกทั้งระดับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นและแหล่งที่มาของอิทธิพล ประโยคนี้กล่าวถึงแนวโน้ม ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวที่ฮาโลวีนได้รับอิทธิพล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าอิทธิพลจากภายนอกเพิ่มขึ้นจากอดีตมาถึงปัจจุบัน

  1. Local fashion has been influenced by global music trends.
  2. Local fashion is influenced by global music trends.
  3. Local fashion has become more influenced by global music trends.
ดูคำตอบ

Local fashion has become more influenced by global music trends.

วัฒนธรรม

Friday the 13th หรือ Scream: ตัวอย่างอ้างอิงถึงภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกัน

Friday the 13th และ Scream เป็นชื่อภาพยนตร์และชุดภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประเภท slasher คำว่า like ใช้ยกทั้งสองเรื่องเป็นตัวอย่างของ American horror movies ไม่จำเป็นต้องรู้เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เพื่อเข้าใจประโยคนี้ ชื่อทั้งสองเพียงสื่อถึงรูปแบบภาพยนตร์สยองขวัญที่น่ากลัว และช่วยให้เข้าใจว่ากำลังกล่าวถึงอิทธิพลแบบใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Friday the 13th และ Scream หมายถึงอะไร

  1. เป็นวันที่มีการฉลองฮาโลวีน
  2. เป็นอาหารฮาโลวีนแบบดั้งเดิมสองชนิด
  3. เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกัน
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างของภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกัน

Some parents now think Halloween costumes are too scary and over the top, สำนวน

1:58

ตอนนี้พ่อแม่บางคนคิดว่าชุดฮาโลวีนนั้นน่ากลัวและโอเวอร์ (over the top) เกินไป

a phrase meaning too extreme and unsuitable.

2:03

ซึ่งเป็นวลีที่หมายถึงสุดโต่งและไม่เหมาะสมเกินไป

สำนวน

over the top: สุดโต่งหรือไม่เหมาะสมเกินไป

ในที่นี้ over the top หมายถึงบางสิ่งที่รุนแรงหรือเกินจริงมากจนดูไม่เหมาะสม ผู้ปกครองกำลังวิจารณ์ชุดเหล่านั้น ไม่ได้เพียงบอกว่าชุดสะดุดตา นี่เป็นสำนวนที่ใช้ประเมินระดับ พฤติกรรม หรือรูปแบบ ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับการตกแต่ง ปฏิกิริยา การแสดง หรือการใช้จ่ายที่เกินขอบเขตอันสมเหตุสมผลได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สุดโต่งเกินไป”: The fireworks lasted an hour and felt ____.

ดูคำตอบ

over the top

Mother of two, Joanne O'Connell, was shocked วลี

2:06

คุณแม่ลูกสองอย่าง โจแอนน์ โอคอนเนลล์ รู้สึกตกใจ

when she took her 10-year-old daughters shopping for Halloween costumes. วลี

2:09

เมื่อเธอพาลูกสาวฝาแฝดวัย 10 ขวบไปซื้อชุดฮาโลวีน

วลี

Mother of two: การแนะนำบุคคลแบบข่าวอย่างกระชับ

Mother of two เป็นกลุ่มคำนามที่หมายถึง “ผู้หญิงที่มีลูกสองคน” เมื่อวางไว้หน้าชื่อ Joanne O'Connell วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายที่กล่าวถึงคนคนเดียวกัน กล่าวคือ ทั้งสองกลุ่มคำระบุถึงบุคคลเดียวกัน ข่าว คำบรรยายภาพ และคำเกริ่นนำการสัมภาษณ์มักใช้รูปแบบย่อ parent of + number หรือ mother/father of + number แทนอนุประโยคเต็มอย่าง who has two children รูปแบบนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังสั้น ๆ และไม่ใช่ตำแหน่งหรือคำนำหน้าอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "Mother of two, Priya volunteers at the library." วลีเปิดประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. แนะนำสั้น ๆ ว่า Priya เป็นผู้หญิงที่มีลูกสองคน
  2. มอบตำแหน่งทางอาชีพอย่างเป็นทางการให้ Priya
  3. บอกว่าแม่ของ Priya มีลูกสองคน
ดูคำตอบ

แนะนำสั้น ๆ ว่า Priya เป็นผู้หญิงที่มีลูกสองคน

วลี

take someone shopping for something: พาใครไปซื้ออะไร

โครงสร้าง take + someone + shopping หมายถึงพาหรือไปเป็นเพื่อนคนนั้นในการซื้อของ ในประโยคนี้ took เป็นรูปอดีต และ her 10-year-old daughters คือคนที่เธอพาไป shopping for + สิ่งของ ระบุสิ่งที่ตั้งใจไปหาหรือซื้อ ซึ่งในที่นี้คือ Halloween costumes ส่วนสถานที่ซื้อของมักใช้ at หรือ in แยกต่างหาก ไม่ใช้ for

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง take someone shopping for something ในรูปอดีต Nina พาลูกชายไปซื้อรองเท้าบูตกันหนาว เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Before the camping trip, Nina ____ warm boots.

ดูคำตอบ

took her son shopping for

Here she explains what she saw to BBC Radio 4 programme You and Yours. ลำดับความ

2:12

และนี่คือสิ่งที่เธออธิบายถึงสิ่งที่พบเห็นในรายการ You and Yours ทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4

ลำดับความ

Here she explains...: ใช้แนะนำคลิปถัดไป

ในคำบรรยายของรายการ Here ชี้ไปยังส่วนที่ผู้ฟังกำลังจะได้ฟัง ไม่ได้เน้นสถานที่จริง Here she explains... บอกผู้ฟังว่าส่วนถัดไปจะเป็นคำอธิบายจากเธอเองเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเห็น what she saw บอกว่าเธอจะอธิบายเรื่องอะไร ส่วน to BBC Radio 4 programme You and Yours ระบุชื่อรายการที่เธอพูดด้วย ทั้งประโยคพาผู้ฟังเปลี่ยนจากคำเกริ่นของผู้บรรยายไปสู่เสียงของผู้ให้สัมภาษณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Here she explains what she saw..." คำว่า Here มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ใช้แนะนำคำอธิบายที่จะตามมา
  2. ใช้บอกว่าผู้พูดยืนอยู่ที่ไหน
  3. หมายความว่ารายการจบแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำคำอธิบายที่จะตามมา

They've seen decorations of small children holding a teddy bear covered in blood.

2:17

พวกเขาเห็นของตกแต่งที่เป็นเด็กเล็กๆ ถือตุ๊กตาหมีเปื้อนเลือด

They've seen what's described as a standing animated decoration, วลี

2:23

พวกเขาเห็นสิ่งที่ถูกอธิบายว่าเป็นของตกแต่งที่เคลื่อนไหวได้แบบยืน

วลี

what's described as...: ถ่ายทอดป้ายจากแหล่งข้อมูลอื่น

ในที่นี้ what's เป็นรูปย่อของ what is โดย what สามารถหมายถึง “สิ่งที่...” ได้ ดังนั้น what's described as a standing animated decoration จึงหมายถึง “สิ่งที่ถูกบรรยายว่าเป็นของตกแต่งแบบเคลื่อนไหวที่ตั้งอยู่” วลี described as แสดงว่า “a standing animated decoration” มาจากคำบรรยายสินค้า ป้าย หรือแหล่งข้อมูลอื่น ผู้พูดกำลังถ่ายทอดถ้อยคำนั้น และไม่ได้เสนอว่าเป็นการตัดสินของตนเองเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อที่หมายถึง “สิ่งที่ถูกบรรยายว่าเป็น”: The shop is selling ____ a waterproof backpack.

ดูคำตอบ

what's described as

which looks like a dead girl carrying a knife, วลี

2:27

ซึ่งดูเหมือนเด็กผู้หญิงที่ตายแล้วกำลังถือมีด

วลี

which looks like...: เพิ่มการเปรียบเทียบรูปลักษณ์

which ย้อนกลับไปหมายถึงของตกแต่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ และเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของของตกแต่งนั้น ไม่ได้แนะนำวัตถุชิ้นใหม่ โครงสร้าง look like + นามวลี หมายถึง “มีรูปลักษณ์คล้าย” ในที่นี้ looks like a dead girl เปรียบเทียบรูปลักษณ์ของของตกแต่งกับเด็กผู้หญิง ส่วน like เป็นคำบุพบทที่แสดงความคล้าย ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปบุรุษที่สามที่ถูกต้องของ look like: In the fog, the boat ____ a dark castle.

ดูคำตอบ

looks like

and various Grim Reapers, creepy clowns, and stuff วัฒนธรรม

2:31

และยมทูตต่างๆ ตัวตลกที่น่าขนลุก และสิ่งอื่นๆ

วัฒนธรรม

Grim Reapers: ตัวละครที่เป็นสัญลักษณ์ของความตาย

The Grim Reaper เป็นตัวละครดั้งเดิมในวัฒนธรรมตะวันตกที่ทำให้ความตายมีรูปร่างเหมือนบุคคล โดยมักถูกวาดเป็นโครงกระดูกสวมเสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดและถือเคียวด้ามยาว ในที่นี้ Grim Reapers ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ หมายถึงชุดแต่งกาย หุ่นจำลอง หรือของตกแต่งหลายชิ้นที่สร้างตามตัวละครนี้ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความตาย จึงเข้ากับฉากตกแต่งน่ากลัวที่มีตัวตลกน่าขนลุกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

Grim Reapers ในตัวอย่างน่าจะหมายถึงอะไร

  1. คนงานในไร่ที่กำลังฉลองการเก็บเกี่ยว
  2. ตัวตลกที่เป็นมิตรในงานเลี้ยงเด็ก
  3. รูปจำลองหรือของตกแต่งที่เป็นภาพแทนความตายแบบดั้งเดิม
ดูคำตอบ

รูปจำลองหรือของตกแต่งที่เป็นภาพแทนความตายแบบดั้งเดิม

that kids are now finding frightening

2:35

ที่ตอนนี้เด็กๆ มองว่ามันน่ากลัว

and even to an adult they look pretty vile, actually. การใช้คำ

2:38

และแม้แต่สำหรับผู้ใหญ่ มันก็ดูน่ารังเกียจมากจริงๆ

การใช้คำ

look pretty vile, actually: ความเห็นเชิงลบที่แรงและไม่เป็นทางการ

ใน look pretty vile คำว่า look เป็นกริยาเชื่อม และ pretty ขยายคำคุณศัพท์ vile ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง ค่อนข้าง หรือ ทีเดียว ไม่ได้แปลว่า สวย ส่วน vile เป็นคำคุณศัพท์เชิงลบที่แรง หมายถึง ไม่น่าพอใจอย่างมาก หรือน่าขยะแขยง actually ที่ท้ายประโยคทำให้ความคิดเห็นนี้เป็นการเสริมอย่างตรงไปตรงมา หรือเป็นการแก้ความคาดหมายเล็กน้อย ผู้พูดกำลังบอกว่าของตกแต่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แค่เด็กกลัวเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่ก็อาจรู้สึกว่ามันน่าขยะแขยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่หมายถึง ค่อนข้าง และใช้ vile เป็นการประเมินเชิงลบที่แรง

  1. The morning sky looks pretty from here.
  2. The spoiled food smells pretty vile, actually.
  3. She chose a pretty costume for the parade.
ดูคำตอบ

The spoiled food smells pretty vile, actually.

And I think it feels like retailers, น้ำเสียง/เจตนา

2:42

และฉันคิดว่ามันรู้สึกเหมือนกับว่าพวกผู้ค้าปลีก

are in some kind of race to the bottom สำนวน

2:44

กำลังอยู่ในการแข่งขันแบบลดระดับ (race to the bottom)

for the grimmest, most vile, sickening outfit

2:46

เพื่อชุดที่น่าสยดสยองที่สุด น่ารังเกียจที่สุด และชวนสะอิดสะเอียนที่สุด

so that they can just make money out of. ไวยากรณ์

2:50

เพียงเพื่อให้พวกเขาสามารถทำเงินจากมันได้

น้ำเสียง/เจตนา

it feels like + อนุประโยค: ใช้ทำให้การตัดสินฟังนุ่มลง

ในที่นี้ it feels like ใช้นำเสนอการตัดสินจากความรู้สึกของผู้พูดว่าเหล่าผู้ค้าปลีกดูเหมือนกำลังแข่งขันกันในทางที่ก่อให้เกิดผลเสีย คำว่า feel ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกจากการสัมผัส เมื่อมีอนุประโยคตามหลัง it feels like จะนำเสนอข้อความนั้นว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน เมื่อใช้ร่วมกับ I think จึงทำให้การวิจารณ์ฟังตรงน้อยลง แม้ว่าตัวคำวิจารณ์จะยังคงรุนแรงอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it feels like ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการตัดสินแบบเป็นความคิดเห็นส่วนตัว

  1. It feels the discussion is becoming less friendly.
  2. It feels like to end the discussion early.
  3. It feels like the discussion is becoming less friendly.
ดูคำตอบ

It feels like the discussion is becoming less friendly.

สำนวน

in some kind of race to the bottom: การแข่งขันที่ทำให้มาตรฐานลดลง

in some kind of race to the bottom เป็นคำเปรียบเทียบ a race to the bottom หมายถึงสถานการณ์ที่ผู้แข่งขันลดคุณภาพ ความปลอดภัย ค่าจ้าง มาตรฐานทางจริยธรรม หรือการคุ้มครองอื่น ๆ ลงเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้เปรียบ จนทำให้สถานการณ์โดยรวมแย่ลง ในประโยคนี้ ผู้ค้าปลีกถูกวิจารณ์ว่าพยายามเอาชนะกันด้วยการออกชุดที่น่ารังเกียจยิ่งขึ้น in แสดงว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์การแข่งขันนี้ ส่วน some kind of แสดงว่าผู้พูดกำลังอธิบายอย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นการแข่งขันประเภทนี้ ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันที่จัดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเต็มที่เรียนในข้อนี้ ซึ่งใช้บอกการแข่งขันที่ก่อให้เกิดผลเสีย: The firms seemed to be ____ as each cut wages and safety checks.

ดูคำตอบ

in some kind of race to the bottom

ไวยากรณ์

so that ... can ... / make money out of: บอกจุดประสงค์และการสร้างรายได้

ในประโยคนี้ โครงสร้าง so that + ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ การกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ทำไปเพื่อให้ “พวกเขา” หาเงินได้ ในที่นี้ so that ไม่ใช่ so ที่ใช้เชื่อมผลลัพธ์เพียงลำพัง ส่วน just ทำให้การหาเงินดูเป็นแรงจูงใจที่ตรงไปตรงมาหรืออาจเป็นเพียงแรงจูงใจเดียว make money out of something หมายถึง “หาเงินจากบางสิ่ง” โดยมักเป็นการใช้กิจกรรม โอกาส หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ ในที่นี้ไม่ได้ระบุกรรมหลัง out of แต่เข้าใจจากบทสนทนาได้ว่าหมายถึงเครื่องแต่งกายหรือกระแสนั้น ในประโยคสมบูรณ์ที่ใช้ได้โดยลำพัง ควรพูดว่า make money out of it, the costumes หรือ the trend

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้บอกจุดประสงค์: Lena posts craft tutorials ____ she can make money out of her hobby.

ดูคำตอบ

so that

Joanne was horrified by Halloween costumes of the Grim Reaper, วลี

2:52

โจแอนน์รู้สึกสยดสยองกับชุดฮาโลวีนยมทูต (Grim Reaper)

วลี

was horrified by: ผู้ที่รู้สึกและสาเหตุ

be horrified by + นามวลี หมายถึง บุคคลรู้สึกตกใจ กลัว หรือรังเกียจอย่างรุนแรงเพราะบางสิ่ง Joanne คือผู้ที่รู้สึกเช่นนั้น ส่วนชุดฮาโลวีนหลัง by คือสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ horrified มีความหมายรุนแรงกว่า surprised มาก และมักสื่อถึงความกลัวหรือความรังเกียจมากกว่า shocked ความรู้สึกที่ผสมกันอย่างแน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท แต่คำนี้บอกถึงปฏิกิริยาเชิงลบที่รุนแรงมากเสมอ

แบบฝึกหัด

ใช้ horrified และคำบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: The children were ____ the frightening image.

ดูคำตอบ

horrified by

an imaginary skeleton who wears a long black cloak,

2:56

โครงกระดูกในจินตนาการที่สวมเสื้อคลุมสีดำยาว

carries a sharp cutting tool, and represents death.

3:00

ถือเครื่องมือตัดที่แหลมคม และเป็นตัวแทนของความตาย

She's worried that costumes like this are too frightening for little children.

3:03

เธอกังวลว่าชุดแบบนี้จะน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กเล็ก

Nowadays, Halloween is big business, สำนวน

3:07

ปัจจุบันนี้ ฮาโลวีนถือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่

สำนวน

Nowadays, Halloween is big business: ปัจจุบันฮาโลวีนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่

ในประโยคนี้ big business หมายถึงวงการพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่และทำกำไรสูง ฮาโลวีนทำให้เกิดยอดขายจำนวนมากและกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าฮาโลวีนเป็นบริษัทขนาดใหญ่เพียงบริษัทเดียว โครงสร้าง X is big business ใช้ business เป็นแนวคิดนับไม่ได้ที่หมายถึงกิจกรรมทางธุรกิจ จึงไม่ใส่ a ส่วน Nowadays บอกว่าคำอธิบายนี้เป็นสถานการณ์ปัจจุบันและสื่อว่าสถานการณ์ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และทำกำไรสูง: Online education is ____ around the world.

ดูคำตอบ

big business

and Joanne thinks that the focus on money encourages shops in a race to the bottom, วลี

3:09

และโจแอนน์คิดว่าการมุ่งเน้นไปที่เงินสนับสนุนให้ร้านค้าแข่งขันกันแบบลดระดับ

วลี

the focus on money: โครงสร้างคำนาม focus on + หัวข้อ

the focus on money หมายถึงการมองว่าเงินหรือกำไรเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจ ในที่นี้วลีดังกล่าวชี้ให้เห็นสิ่งที่โจแอนน์วิจารณ์ นั่นคือร้านค้ากำลังได้รับอิทธิพลจากการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางการค้า focus เป็นคำนามในวลีนี้ และ on ใช้นำสิ่งที่ได้รับความสนใจ โครงสร้างคือ the focus on + คำนามหรือรูป -ing โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ใน the focus on safety และ the focus on reducing waste ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างคำนามที่เรียนในบทนี้: The campaign's focus ____ road safety helped reduce accidents.

ดูคำตอบ

on

a phrase which describes a situation where companies compete with each other

3:15

วลีที่อธิบายถึงสถานการณ์ที่บริษัทต่างๆ แข่งขันกัน

to sell as many products as cheaply as possible. ไวยากรณ์

3:19

เพื่อขายสินค้าให้ได้มากที่สุดในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไวยากรณ์

as many products as cheaply as possible: เพิ่มจำนวนให้มากที่สุดพร้อมลดราคาหรือต้นทุน

ถ้อยคำแบบกระชับนี้รวมเป้าหมายสองอย่างเข้าด้วยกัน as many products ... as possible ทำให้จำนวนสินค้าอยู่ในระดับสูงสุดที่ทำได้ ส่วน as cheaply as possible ทำให้ราคาขายหรือต้นทุนการขายต่ำที่สุดที่ทำได้ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงขายสินค้าให้ได้มากที่สุด พร้อมกับรักษาราคาหรือต้นทุนให้ต่ำที่สุด Cheaply ขยายการกระทำ sell จึงไม่ได้หมายความว่าสินค้าเหล่านั้นผลิตไม่ดีหรือมีคุณภาพต่ำโดยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรวมเป้าหมาย “ช่วยผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด” และ “ช่วยให้เร็วที่สุด” ได้อย่างถูกต้อง

  1. The clinic wants to help as many patients as quick as possible.
  2. The clinic wants to help as much patients as quickly as possible.
  3. The clinic wants to help as many patients as quickly as possible.
ดูคำตอบ

The clinic wants to help as many patients as quickly as possible.

The phrase is connected to the idea of standards getting worse and worse. วลี

3:22

วลีนี้เชื่อมโยงกับแนวคิดที่ว่ามาตรฐานกำลังแย่ลงเรื่อยๆ

วลี

getting worse and worse: แนวโน้มที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง

Getting worse and worse หมายถึงค่อย ๆ แย่ลงอย่างต่อเนื่อง get แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ และรูป “คำขั้นกว่า + and + คำขั้นกว่า” แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม ในที่นี้ มาตรฐานลดลงเรื่อย ๆ ไม่ได้แย่เพียงครั้งเดียว Worse เป็นรูปขั้นกว่าแบบไม่ปกติของ bad รูปแบบนี้ใช้กับคำขั้นกว่าอื่นได้ด้วย เช่น getting colder and colder หรือ becoming more and more difficult

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ bad แบบซ้ำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The weather is getting ____.

ดูคำตอบ

worse and worse

But come on, Sam, isn't this going too far? โน้ต

3:26

แต่เถอะน่าแซม แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

But come on, Sam, ...: การโต้แย้งแบบไม่เป็นทางการ

ใน “But come on, Sam” come on ไม่ได้หมายถึงการขอให้แซมเดินเข้ามาใกล้ ๆ แต่ในที่นี้เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้โต้แย้งหรือแสดงความไม่เห็นด้วย มีความหมายใกล้เคียงกับ “โธ่เอ๊ย” หรือ “เอาจริงเหรอ” ส่วน But ที่อยู่ต้นประโยคแสดงว่าผู้พูดไม่เห็นด้วยกับความคิดของแซม และการเรียกชื่อทำให้คำโต้แย้งพุ่งตรงไปที่อีกฝ่าย น้ำเสียงและความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับแซมอาจทำให้คำพูดนี้ฟังดูเป็นการล้อเล่น แสดงความหงุดหงิด หรือท้าทายก็ได้ ในประโยคนี้ใช้เพื่อปูทางไปสู่การไม่เห็นด้วยกับความกังวลของแซม

แบบฝึกหัด

ใน “But come on, Sam” ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. ต้อนรับแซมเข้าร่วมการประชุมอย่างสุภาพ
  2. ขอให้แซมเดินเข้ามาใกล้
  3. โต้แย้งความคิดเห็นของแซมอย่างไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

โต้แย้งความคิดเห็นของแซมอย่างไม่เป็นทางการ

สำนวน

isn't this going too far?: การถามว่าสิ่งนั้นเกินขอบเขตหรือไม่

“Go too far” เป็นสำนวนที่หมายถึงการเกินขอบเขตที่สมเหตุสมผลหรือยอมรับได้ ใน “isn't this going too far?” คำว่า going อธิบายว่าการกระทำ การตอบสนอง หรือแผนที่กำลังดำเนินอยู่เริ่มมากเกินไป ส่วน far หมายถึงขอบเขต ไม่ใช่ระยะทางจริง คำถามปฏิเสธนี้ไม่ได้ถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง ผู้พูดสงสัยว่าสถานการณ์อาจเกินไปแล้ว และชวนให้แซมลองพิจารณาหรือเห็นด้วยกับการตัดสินนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “go too far” เพื่อถามว่าการตอบสนองนั้นเกินไปหรือไม่?

  1. Isn't banning all phones at school going too far?
  2. How far is the museum from here?
  3. The hikers are going too far off the trail.
ดูคำตอบ

Isn't banning all phones at school going too far?

I mean, Halloween is supposed to be scary. โน้ต

3:29

ผมหมายความว่า ฮาโลวีนมันก็ต้องน่ากลัวสิ

น้ำเสียง/เจตนา

I mean, ในฐานะคำเชื่อมอธิบายในภาษาพูด

ในประโยคนี้ I mean เป็นคำเชื่อมในภาษาพูด ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนมุมมองของผู้พูด นั่นคือโดยทั่วไปคนเราคาดว่าวันฮาโลวีนควรน่ากลัว ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังให้นิยามหรือแก้คำพูดเดิมเสมอไป ตามบริบท คำนี้ใช้เกริ่นคำอธิบาย การชี้แจง หรือการปรับสิ่งที่เพิ่งพูดเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนา “I don't mind waiting. I mean, the bus comes every ten minutes.” คำว่า I mean ทำหน้าที่อะไร?

  1. ถอนประโยคแรกทั้งหมด
  2. ถามความหมายของคำว่า bus
  3. เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนมุมมองของผู้พูด
ดูคำตอบ

เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนมุมมองของผู้พูด

ไวยากรณ์

is supposed to be scary: ลักษณะที่คาดหมาย

ใน is supposed to be scary โครงสร้าง be supposed to บอกสิ่งที่โดยทั่วไปคาดหมายจากวันฮาโลวีน กล่าวคือความน่ากลัวถูกมองว่าเป็นหน้าที่หรือลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้ ไม่ได้หมายถึงคำสั่งที่มีคนสั่งวันฮาโลวีน โครงสร้างคือ ประธาน + be + supposed to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ is สอดคล้องกับ Halloween กริยารูปพื้นฐานคือ be และ scary เป็นคำคุณศัพท์หลัง be ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกหน้าที่ที่คาดหมาย กฎ หรือกำหนดการได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be supposed to: According to the schedule, the science show ____ start at two.

ดูคำตอบ

is supposed to

Hmm, yeah.

3:32

อืม ก็ใช่นะ

Parents don't want to stop people having fun, ไวยากรณ์

3:32

พ่อแม่ไม่ได้อยากจะห้ามไม่ให้ผู้คนสนุกกันหรอก

ไวยากรณ์

stop people having fun: stop + กรรม + -ing

ใน stop people having fun คำว่า people เป็นกรรมของ stop และเป็นประธานโดยนัยของ having fun ด้วย โครงสร้าง stop + คน + -ing หมายถึงขัดขวางไม่ให้คนนั้นทำกิจกรรมนั้น ในภาษาอังกฤษแบบบริติช สามารถละคำบุพบท from ในโครงสร้างนี้ได้ ส่วน stop people from having fun มีความหมายพื้นฐานเหมือนกันในที่นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าฝนไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เราเล่นข้างนอก และใช้ stop + กรรม + -ing โดยไม่มี from?

  1. We didn't stop playing outside when it rained.
  2. The rain didn't stop us playing outside.
  3. The rain didn't stop us from playing outside.
ดูคำตอบ

The rain didn't stop us playing outside.

but over-the-top costumes are too scary for younger children,

3:35

แต่ชุดที่โอเวอร์เกินไปมันก็น่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กเล็ก

and some mums say they will no longer open the door to trick-or-treaters ไวยากรณ์

3:39

และคุณแม่บางคนก็บอกว่าพวกเธอจะไม่เปิดประตูให้เด็กๆ ที่มาทริคออร์ทรีทอีกต่อไป

because the costumes are giving children nightmares. วลี

3:43

เพราะชุดเหล่านั้นทำให้เด็กๆ ฝันร้าย

ไวยากรณ์

will no longer open: การเปลี่ยนแปลงนับจากนี้

will no longer + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหรือสถานการณ์หนึ่งจะหยุดเกิดขึ้นหรือไม่เป็นจริงอีกต่อไปนับจากจุดหนึ่งในอนาคต ในที่นี้ คุณแม่บางคนกำลังเปลี่ยนสิ่งที่ตนทำ โดยในอนาคตจะไม่เปิดประตูให้ผู้ที่มาเล่นทริกออร์ทรีต no longer อยู่หลัง will และอยู่หน้ากริยารูปพื้นฐาน open โดยขยายการกระทำทั้งหมดใน open the door to trick-or-treaters ไม่ได้ขยายเฉพาะ will

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย will no longer และกริยารูปพื้นฐาน open: From next month, the museum ____ on Mondays.

ดูคำตอบ

will no longer open

วลี

are giving children nightmares: ทำให้เด็ก ๆ ฝันร้าย

ในที่นี้ give ไม่ได้หมายถึง “ยื่นสิ่งของให้ใครบางคน” Give someone nightmares หมายถึง “ทำให้คนนั้นฝันน่ากลัว” สิ่งที่เป็นสาเหตุทำหน้าที่เป็นประธาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่หน้า nightmares รูป present progressive อย่าง are giving แสดงว่าชุดแต่งกายกำลังก่อให้เกิดผลนี้ในตอนนี้หรือในช่วงเวลาปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give me nightmares: For a week after the film, the monster ____.

ดูคำตอบ

gave me nightmares

Siobhan Freegard, founder of the parenting website Channel Mum,

3:46

ชิวอน ฟรีการ์ด ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์สำหรับพ่อแม่ Channel Mum

thinks a compromise is needed.

3:50

คิดว่าจำเป็นต้องมีการประนีประนอม

Here she is talking to BBC Radio 4's You and Yours.

3:52

นี่คือตอนที่เธอพูดคุยกับรายการ You and Yours ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4

There's a sort of a halfway house, isn't there? โน้ต

3:56

มันมีจุดที่เป็นทางออกที่พบกันครึ่งทาง (halfway house) อยู่ไม่ใช่เหรอคะ?

สำนวน

There's a sort of a halfway house: ทางประนีประนอมที่อาจเป็นไปได้

ในที่นี้ There's ใช้เสนอทางเลือกที่ผู้พูดเชื่อว่ามีอยู่ ในการสนทนานี้ a halfway house เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทางออกตรงกลางระหว่างการคงความสนุกแบบน่ากลัวไว้กับการไม่ทำให้เด็กกลัวมากเกินไป ไม่ได้หมายถึงอาคาร A sort of a ทำให้ข้อเสนอดูไม่เจาะจงและไม่หนักแน่นเกินไป ผู้พูดกำลังบอกโดยประมาณว่า “อาจมีทางประนีประนอมบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

a halfway house ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. อาคารที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของการเดินทาง
  2. ที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ที่กำลังกลับเข้าสู่ชุมชน
  3. ทางประนีประนอมระหว่างสองขั้ว
ดูคำตอบ

ทางประนีประนอมระหว่างสองขั้ว

น้ำเสียง/เจตนา

isn't there? ในฐานะคำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน

isn't there? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่เติมหลังข้อความบอกเล่าแบบยืนยัน There's... (There is...) กริยาช่วยและประธานของคำถามท้ายประโยคต้องสอดคล้องกับข้อความข้างหน้า จึงเปลี่ยน is เป็น isn't และคง there ที่ใช้บอกการมีอยู่ไว้ ในประโยคนี้ ผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายอาจเห็นด้วยว่ามีทางเลือกที่อยู่ตรงกลาง คำถามท้ายประโยคจึงเป็นการชวนให้อีกฝ่ายยืนยันอย่างนุ่มนวล แทนที่จะประกาศความเห็นอย่างแข็งกร้าว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่สอดคล้องกับ There is ให้สมบูรณ์: There's a quieter table by the window, ____?

ดูคำตอบ

isn't there

I mean, I know everyone refers to the... you know, the new generation as the snowflake generation, โน้ต

3:57

ฉันหมายถึง ฉันรู้ว่าทุกคนเรียก... คุณก็รู้ว่า คนรุ่นใหม่คือรุ่นเกล็ดหิมะ (snowflake generation)

วลี

refer to A as B: เรียกหรือติดป้าย A ว่า B

refer to A as B หมายถึงเรียกหรืออธิบาย A ด้วยชื่อหรือป้ายกำกับ B โดย A อยู่หลัง to ส่วน B อยู่หลัง as และ as ใช้เพื่อนำชื่อหรือป้ายกำกับที่เลือกมา ไม่ได้บอกเหตุผล ในประโยคนี้ A คือ the new generation และ B คือ the snowflake generation ช่วงหยุดและคำว่า you know ทำให้ประโยคพูดขาดตอน แต่โครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็น everyone refers to A as B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง refer to A as B: In our office, we ____ the small meeting room ____ the library.

ดูคำตอบ

refer to · as

การใช้คำ

the snowflake generation: คำเรียกรุ่นที่มีข้อถกเถียงและอาจมีนัยดูถูก

the snowflake generation เป็นคำเรียกทางสังคมที่มีข้อถกเถียง บางคนใช้เรียกคนรุ่นใหม่ที่พวกเขามองว่าอ่อนไหวมาก เปราะบาง หรือรู้สึกว่าถูกล่วงเกินได้ง่าย ในที่นี้ snowflake ไม่ได้หมายถึงเกล็ดหิมะตามตัวอักษร ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังนำเสนอคำที่คนอื่นใช้เรียกรุ่นใหม่ จึงเป็นคำที่มีการประเมิน ไม่ใช่ชื่อรุ่นที่เป็นกลาง ควรสังเกตว่าผู้พูดกำลังยกคำนี้มาอ้าง เห็นด้วย หรือวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the snowflake generation สื่อความหมายอย่างไร

  1. เป็นชื่อรุ่นที่เป็นทางการและเป็นกลาง
  2. หมายถึงคนรุ่นหนึ่งที่เกิดในสภาพอากาศที่มีหิมะตก
  3. เป็นคำเรียกที่มีข้อถกเถียง ซึ่งสื่อว่าคนรุ่นหนึ่งอ่อนไหวเกินไปหรือรู้สึกถูกล่วงเกินได้ง่าย
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียกที่มีข้อถกเถียง ซึ่งสื่อว่าคนรุ่นหนึ่งอ่อนไหวเกินไปหรือรู้สึกถูกล่วงเกินได้ง่าย

and we shouldn't be so worried about our little darlings. การใช้คำ

4:03

และเราไม่ควรจะกังวลเรื่องลูกรักของเราให้มากเกินไป

การใช้คำ

our little darlings: ถ้อยคำเอ็นดูที่อาจมีนัยประชดเล็กน้อย

so worried about หมายถึงการกังวลใครบางคนมาก และใน shouldn't be so worried ก็สื่อว่าความกังวลนั้นมากเกินไป our little darlings เป็นคำเรียกลูกๆ หรือเด็กๆ ที่รักอย่างเอ็นดู แต่ในประโยคนี้ ถ้อยคำที่อ่อนหวานเกินจริงอาจเลียนน้ำเสียงของผู้ใหญ่ที่ปกป้องเด็กมากเกินไป จึงฟังดูประชดเล็กน้อย นัยประชดนี้ไม่ได้ติดอยู่ในคำว่า darling เสมอไป แต่เกิดจากการวิจารณ์การกังวลมากเกินไปและน้ำเสียงโดยรวมของประโยค ดังนั้น ในบริบทครอบครัวที่อบอุ่น คำเดียวกันนี้ก็อาจใช้ด้วยความจริงใจได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ our little darlings อาจสื่อท่าทีอย่างไร

  1. เป็นเพียงคำชมอย่างเป็นทางการสำหรับเด็กทุกคน
  2. เป็นการกล่าวถึงเด็กที่ถูกปฏิบัติราวกับมีค่ามากเป็นพิเศษ โดยมีนัยประชดเล็กน้อย
  3. เป็นการบอกว่าเด็กๆ ตัวเล็กมากตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

เป็นการกล่าวถึงเด็กที่ถูกปฏิบัติราวกับมีค่ามากเป็นพิเศษ โดยมีนัยประชดเล็กน้อย

But there's... there's a point beyond which it becomes tasteful or appropriate. ไวยากรณ์

4:06

แต่ว่ามี... มีจุดที่เกินกว่านั้นแล้วมันก็กลายเป็นเรื่องของรสนิยมหรือความเหมาะสม

ไวยากรณ์

there's a point beyond which ...: ระบุจุดแบ่งหรือขีดจำกัด

There's a point beyond which ... ใช้บอกว่ามีขีดจำกัดหรือจุดแบ่ง โดย which ย้อนกลับไปหมายถึง point และ beyond which หมายถึง “หลังจากผ่านขีดจำกัดนั้นไปแล้ว” โครงสร้างนี้ใช้กับระดับ ปริมาณ เวลา หรือขอบเขตอื่น ๆ ได้ ไม่ได้หมายถึงสถานที่เท่านั้น อนุประโยคหลัง beyond which บอกว่าสิ่งใดเป็นจริงเมื่ออยู่เลยขอบเขตนั้นไปแล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคดังกล่าวคือ it becomes tasteful or appropriate ส่วนตัวโครงสร้างไวยากรณ์ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นดีหรือไม่ดี

แบบฝึกหัด

ใช้ beyond which เพื่อแสดงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังผ่านขีดจำกัด: There is a noise level ____ clear conversation becomes difficult.

ดูคำตอบ

beyond which

Siobhan thinks that scary costumes are okay for teenagers,

4:11

ชิวอนคิดว่าชุดที่น่ากลัวนั้นโอเคสำหรับวัยรุ่น

but she also wants to protect younger

4:15

แต่เธอก็ต้องการปกป้องเด็กๆ ที่

children. She thinks we need to find a halfway house, วลี

4:16

อายุน้อยกว่าด้วย เธอคิดว่าเราต้องหาทางออกที่พบกันครึ่งทาง (halfway house)

วลี

need to find a halfway house: หาทางประนีประนอม

Need to find a halfway house หมายถึง “ต้องหาทางประนีประนอมหรือทางออกที่อยู่ตรงกลาง” ในที่นี้ find หมายถึงการไปถึงหรือคิดหาทางออก ส่วน halfway house ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการตามหาอาคาร รูปแบบที่พบบ่อย a halfway house between A and B หมายถึงตัวเลือกที่อยู่ระหว่างสองขั้ว อาจเป็นทางออกที่ใช้ได้จริง ชั่วคราว หรือไม่สมบูรณ์ ซึ่งนำบางส่วนจากทั้งสองฝ่ายมาใช้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่กำหนดให้ ซึ่งหมายถึงทางออกตรงกลาง: Our group wants neither a total ban nor complete freedom. We need to ____ between the two.

ดูคำตอบ

find a halfway house

a compromise or arrangement which includes features of two opposing ideas.

4:20

การประนีประนอมหรือข้อตกลงที่รวมเอาลักษณะของแนวคิดสองอย่างที่ตรงข้ามกันเข้าไว้ด้วยกัน

She also uses the expression the snowflake generation,

4:25

เธอยังใช้สำนวน รุ่นเกล็ดหิมะ (the snowflake generation)

a phrase which is sometimes used to describe the generation of young people ไวยากรณ์

4:29

ซึ่งเป็นวลีที่บางครั้งใช้เพื่ออธิบายถึงคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่

who became adults in or after the 2010s

4:33

ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในช่วงทศวรรษ 2010 หรือหลังจากนั้น

and who are considered by some to be easily upset and offended. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

และถูกบางคนมองว่าเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายและรู้สึกขุ่นเคืองได้ง่าย

ไวยากรณ์

is sometimes used to describe: โครงสร้างกรรมวาจกที่บอกการใช้งาน

ในที่นี้ is sometimes used to describe หมายความว่าบางครั้งผู้คนใช้วลีนี้เพื่อระบุหรือบอกลักษณะของคนกลุ่มหนึ่ง วลีเป็นสิ่งที่รับการกระทำ ผู้พูดจึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้ใช้วลีนี้ คำว่า sometimes จำกัดขอบเขตของข้อความ โดยบอกว่านี่เป็นการใช้แบบหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการใช้เพียงแบบเดียว โครงสร้างคือ be + used + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในโครงสร้างนี้ used เป็นกริยาช่อง past participle ของ use และ to describe บอกจุดประสงค์ ไม่ได้หมายถึง “เคยทำบางสิ่งเป็นประจำในอดีต”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกในปัจจุบันกาลของ be และ use: The term ____ sometimes ____ to describe a sudden drop in prices.

ดูคำตอบ

is · used

น้ำเสียง/เจตนา

are considered by some to: ระบุว่าความคิดเห็นที่มีข้อโต้แย้งเป็นของคนบางส่วน

ในโครงสร้าง are considered by some to be ... ประธานคือบุคคลหรือกลุ่มที่ถูกประเมิน และ to be นำเข้าสู่เนื้อหาของการประเมิน ในที่นี้ การประเมินคือ easily upset and offended By some ระบุว่ามุมมองนี้เป็นของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้บอกไว้อย่างเจาะจง แสดงให้เห็นว่านี่เป็นความคิดเห็นที่มีขอบเขตจำกัดหรือยังมีข้อโต้แย้ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทุกคนยอมรับ ผู้พูดจึงสามารถรายงานคำเรียกนี้ได้โดยไม่ต้องเห็นด้วยอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานอย่างชัดเจนว่ามุมมองที่มีข้อโต้แย้งเป็นความคิดเห็นของคนเพียงบางส่วน?

  1. The new rule is considered by some to be unfair.
  2. The new rule is unfair.
  3. The new rule is considered to be unfair.
ดูคำตอบ

The new rule is considered by some to be unfair.

Now, I can see how some costumes are over-the-top, น้ำเสียง/เจตนา

4:40

เอาล่ะ ผมเข้าใจได้แล้วว่าบางชุดมันโอเวอร์เกินไปยังไง

น้ำเสียง/เจตนา

Now, I can see how ...: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเสริมข้อจำกัดหรือมุมมองของตน

ในที่นี้ I can see how ... หมายถึง “ฉันเข้าใจว่าทำไมหรือเป็นอย่างไร...” ไม่ได้หมายถึงว่าผู้พูดมองเห็นบางอย่างด้วยตาจริง ๆ สำนวนนี้ยอมรับว่ามุมมองของอีกฝ่ายมีเหตุผล แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทั้งหมด Now ใช้บอกว่าการสนทนากำลังเปลี่ยนไปสู่อีกจุดหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเวลา “ตอนนี้” เท่านั้น เมื่อใช้รวมเป็น Now, I can see how ... จะช่วยให้การเปลี่ยนไปเสนอทางประนีประนอมหรือมุมมองที่ต่างออกไปฟังนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับความกังวลของอีกฝ่ายโดยไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด

  1. I can see how the new rule could feel unfair.
  2. I agree that the new rule is completely unfair.
  3. I can see the new rule on the noticeboard.
ดูคำตอบ

I can see how the new rule could feel unfair.

and I don't want to spoil Halloween for anyone, วลี

4:43

และผมก็ไม่ได้อยากจะทำให้ฮาโลวีนของใครต้องหมดสนุก

วลี

spoil Halloween for anyone: ทำให้ใครบางคนหมดสนุกกับโอกาสพิเศษ

ในที่นี้ spoil หมายถึง “ทำให้โอกาสหรือกิจกรรมหนึ่งสนุกน้อยลง หรือทำลายประสบการณ์ของใครบางคน” ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าวันฮาโลวีนได้รับความเสียหายทางกายภาพ หรืออาหารเน่าเสีย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ spoil + กิจกรรม ประสบการณ์ หรือเรื่องเซอร์ไพรส์ + for + คน เช่น spoil the game for us และ spoil the surprise for Mia ในประโยคปฏิเสธ anyone หมายถึง “ใครก็ตาม”

แบบฝึกหัด

ใช้ spoil + the surprise + for เติมประโยคให้สมบูรณ์: Don't ____ your brother.

ดูคำตอบ

spoil the surprise for

so I'll stick with my bedsheet ghost. กริยาวลี

4:46

ดังนั้นผมจะใส่ชุดผีผ้าปูที่นอนของผมต่อไปก็แล้วกัน

กริยาวลี

I'll stick with ...: เลือกสิ่งเดิมต่อไป

ในตัวอย่างนี้ stick with หมายถึงการเลือกสิ่งเดิมต่อไปแทนที่จะเปลี่ยนไปเลือกอย่างอื่น หลังจากพิจารณาทางเลือกอื่นแล้ว ผู้พูดตัดสินใจว่าจะใช้ชุดผีคลุมผ้าปูที่นอนเหมือนเดิม โครงสร้าง stick with + คำนามหรือคำสรรพนาม ใช้กล่าวถึงตัวเลือก แผน วิธีการ หรือบุคคลที่ยังคงเลือก ใช้ หรือสนับสนุนต่อไปได้ ในที่นี้ stick ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่าใช้กาวติดสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stick with ในความหมายว่าเลือกสิ่งเดิมต่อไป

  1. We compared several suppliers, but we'll stick with our current one.
  2. The wet label will stick to the bottle.
  3. Please stick to the two-minute limit.
ดูคำตอบ

We compared several suppliers, but we'll stick with our current one.

Anyway, isn't it time for you to reveal the answer to your question, Sam? น้ำเสียง/เจตนา

4:49

ยังไงก็เถอะ ถึงเวลาที่คุณจะต้องเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้วหรือยังแซม?

น้ำเสียง/เจตนา

Isn't it time for you to ...?: การกระตุ้นให้ลงมือทำอย่างอ้อม ๆ

ในประโยคนี้ Isn't it time ...? ไม่ใช่คำถามที่ถามเรื่องกำหนดเวลาอย่างเป็นกลาง คำถามปฏิเสธที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่นี้แสดงว่าผู้พูดเชื่อว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว และกำลังกระตุ้นให้ Sam ลงมือทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ Isn't it time for + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน? โครงสร้างนี้อาจทำหน้าที่เป็นคำแนะนำ คำเตือน หรือคำตำหนิเล็กน้อยได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนยังคุยไม่หยุด และคุณต้องการเตือนอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจนว่าตอนนี้เขาควรกลับแล้ว ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Did you leave on time?
  2. Isn't it time for you to leave?
  3. Is it your usual time to leave?
ดูคำตอบ

Isn't it time for you to leave?

Yes.

4:52

ครับ

I asked why people started dressing up at Halloween in the first place, วลี

4:53

ผมถามว่า ทำไมคนถึงเริ่มแต่งตัวในวันฮาโลวีนมาตั้งแต่แรก

วลี

in the first place: การถามเหตุผลตั้งแต่แรก

ในคำถามที่ใช้ why วลี in the first place หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “แต่แรกเริ่ม” วลีนี้พาผู้ฟังย้อนกลับไปหาเหตุผลที่การกระทำหรือสถานการณ์หนึ่งเริ่มต้นขึ้น แทนที่จะถามว่าเหตุใดสิ่งนั้นจึงยังดำเนินต่อไปในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าเหตุใดธรรมเนียมแต่งชุดในวันฮาโลวีนจึงเริ่มขึ้น คำว่า place ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงอันดับในการแข่งขัน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีที่ใช้ถามเหตุผลตั้งแต่แรก: Why did your family move to this town ____?

ดูคำตอบ

in the first place

and you said it was to hide from ghosts,

4:57

และคุณก็ตอบว่า เพื่อซ่อนตัวจากผี

which was the correct answer.

4:59

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้องครับ

Hundreds of years ago, people thought that ghosts would try to return to their old homes at Halloween. ไวยากรณ์

5:02

เมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้คนคิดว่าผีจะพยายามกลับมาที่บ้านเก่าของตนในวันฮาโลวีน

ไวยากรณ์

thought that ... would try: อนาคตที่มองจากอดีต

Thought กำหนดมุมมองให้อยู่ในอดีต จากจุดเวลาในอดีตนั้น การกลับมาของผียังเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลัง ดังนั้น would try จึงแสดง “อนาคตที่มองจากอดีต” หากเป็นความคิดจากมุมมองปัจจุบัน อาจพูดว่า Ghosts will try to return เมื่อนำความคิดนั้นมาเล่าหลัง people thought that คำว่า will มักเปลี่ยนเป็น would ในที่นี้ would ไม่ใช่คำขอแบบสุภาพและไม่ได้หมายถึงนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ will เพื่อแสดงเหตุการณ์ในอนาคตเมื่อมองจากปี 1900: In 1900, people believed that the comet ____ return in 1910.

ดูคำตอบ

would

People wore masks so that the ghosts would mistake them for other spirits. โน้ต

5:07

ผู้คนจึงสวมหน้ากากเพื่อให้ผีเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาเป็นวิญญาณดวงอื่น

ไวยากรณ์

so that ... would สำหรับบอกจุดประสงค์ในอดีต

ในที่นี้ so that นำเสนอจุดประสงค์ของการสวมหน้ากาก คือผู้คนต้องการให้ผีคิดว่าพวกเขาเป็นวิญญาณตนอื่น โครงสร้างนี้สื่อถึงผลที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่เพียงผลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อการกระทำหลักเกิดขึ้นในอดีต สามารถใช้รูปแบบ การกระทำในอดีต + so that + ประธาน + would/could + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกสิ่งที่คนหนึ่งคาดหวังหรือต้องการให้เกิดขึ้นในตอนนั้น ในประโยคนี้ would mistake แสดงปฏิกิริยาของผีที่คาดไว้จากมุมมองในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ so that, his sister และ would see it เติมอนุประโยคบอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: Leo left a note on the fridge ____.

ดูคำตอบ

so that his sister would see it

วลี

mistake A for B: เข้าใจผิดว่า A คือ B

mistake A for B หมายถึงคิดผิดว่า A คือ B ในประโยคนี้ A คือ them ซึ่งหมายถึงผู้คนที่สวมหน้ากาก และ B คือ other spirits ให้วางคนหรือสิ่งของที่เห็นจริงเป็น A ก่อน แล้ววางตัวตนที่เข้าใจผิดเป็น B หลัง for หลัง would ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน mistake หากบอกการเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเสร็จแล้วในอดีตโดยไม่มี would ให้ใช้รูปอดีตแบบไม่ปกติ mistook

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ mistake A for B และวลี a hanging coat กับ a person เติมประโยคให้สมบูรณ์: In the dark, I ____.

ดูคำตอบ

mistook a hanging coat for a person

OK,

5:12

โอเคครับ

Let's recap the vocabulary we've learned, ลำดับความ

5:12

เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปกันดีกว่า

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary we've learned: ส่งสัญญาณเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap ... บอกผู้ฟังว่าช่วงอธิบายหลักกำลังพักลง และกำลังจะเริ่มการทบทวนสั้น ๆ วลีนี้ช่วยจัดลำดับการพูดโดยเปลี่ยนจากการอธิบายไปสู่การสรุป ในที่นี้ recap หมายถึงการทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ ไม่ใช่การสอนทุกอย่างใหม่ทั้งหมด ส่วน Let's ทำให้น้ำเสียงเป็นการชวนทำร่วมกัน และ the vocabulary we've learned ระบุขอบเขตของสิ่งที่จะทบทวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าจะมีการทบทวนสั้น ๆ ก่อนจบบทเรียน

  1. Let's introduce a completely new topic before we finish.
  2. Let's repeat every word from the lesson before we finish.
  3. Let's recap the three main ideas before we finish.
ดูคำตอบ

Let's recap the three main ideas before we finish.

starting with trick-or-treating,

5:15

เริ่มจาก trick-or-treating

the Halloween tradition of dressing up in creepy costumes

5:16

ประเพณีวันฮาโลวีนในการแต่งตัวด้วยชุดที่น่าขนลุก

and knocking on neighbours' doors shouting trick or treat for sweets and candy.

5:20

และไปเคาะประตูบ้านเพื่อนบ้านแล้วตะโกนว่า ทริคออร์ทรีท เพื่อขอขนมและลูกอม

Over-the-top describes something which is too extreme unsuitable or unacceptable.

5:25

Over-the-top ใช้เพื่ออธิบายบางสิ่งที่รุนแรงเกินไป ไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถยอมรับได้

The Grim Reaper is an imagined representation of death

5:30

The Grim Reaper (ยมทูต) คือภาพตัวแทนของความตายในจินตนาการ

and looks like a skeleton in a long black cloak.

5:34

และมีลักษณะเป็นโครงกระดูกสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ

A race to the bottom happens when companies compete with each other

5:37

การแข่งขันแบบลดระดับ (A race to the bottom) เกิดขึ้นเมื่อบริษัทต่างๆ แข่งขันกันเอง

in order to sell as many products as cheaply as possible.

5:41

เพื่อที่จะขายสินค้าให้ได้มากที่สุดในราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้

A halfway house is a compromise which includes features of two contrasting ideas.

5:44

ทางออกที่พบกันครึ่งทาง (A halfway house) คือการประนีประนอมที่รวมเอาลักษณะของแนวคิดที่แตกต่างกันสองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน

And finally, the snowflake generation is used by some people to refer to the present generation of young people

5:50

และสุดท้าย รุ่นเกล็ดหิมะ (the snowflake generation) เป็นคำที่บางคนใช้เพื่ออ้างถึงหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน

who they think lack resilience and are easily upset. วลี

5:56

ที่พวกเขาคิดว่าขาดความอดทนและอ่อนไหวง่าย

วลี

lack resilience: บอกว่ามีความสามารถในการฟื้นตัวจำกัด

ใน lack resilience คำว่า lack เป็นคำกริยาที่ตามด้วยคำนาม resilience โดยตรง วลีนี้หมายถึงการมีความสามารถไม่เพียงพอที่จะรับมือกับแรงกดดัน ปรับตัวหลังเจอความยากลำบาก และฟื้นตัวจากความล้มเหลว ในประโยคนี้ resilience หมายถึงความเข้มแข็งทางจิตใจหรืออารมณ์ ไม่ใช่ความยืดหยุ่นทางกายภาพของวัสดุ วลีนี้เป็นการประเมินในแง่ลบ ถ้อยคำ some people ... they think ทำให้เห็นว่าการประเมินนี้เป็นมุมมองของคนบางกลุ่ม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีกริยา lack resilience หลัง may ได้ถูกต้อง

  1. The team may lacks resilience after several setbacks.
  2. The team may lack resilience after several setbacks.
  3. The team may a lack of resilience after several setbacks.
ดูคำตอบ

The team may lack resilience after several setbacks.

Enjoy Halloween, and don't get too scared.

6:00

ขอให้สนุกกับฮาโลวีนนะครับ และอย่ากลัวกันจนเกินไปล่ะ

Bye for now.

6:03

ลาไปก่อนนะครับ

Bye.

6:04

ลาก่อนครับ

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com