เครื่องบินตกในทวีปแอนตาร์กติกาเพียงครั้งเดียวที่มีผู้รอดชีวิต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Primal Space

ความยากในการเรียน
1,834 คำ 176 คำ/นาที

ภาพรวม: ภารกิจลับของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในแอนตาร์กติกาจบลงด้วยอุบัติเหตุ ลูกเรือบาดเจ็บหกคนรอดชีวิตในความหนาวจัดสิบสามวันก่อนการช่วยเหลืออันยากลำบาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “little did they know” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างกลับคำเชิงปฏิเสธที่เปิดเผยอันตรายซึ่งตัวละครยังไม่รู้และสร้างจุดหักมุม แล้วใช้เล่าผลที่เพิ่งเข้าใจภายหลัง 2. “wait out” — กริยาวลี: เข้าใจว่าอยู่ในที่กำบังจนพายุจบ ไม่ใช่รอข้างนอก และใช้กับอากาศ ความล่าช้า หรือวิกฤตชั่วคราวได้ 3. “a thick bank of fog rolled in,” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองหมอกเป็นมวลหนาที่เคลื่อนเข้ามาจนบดบังทัศนวิสัย เพื่อตามความตึงเครียดจากอากาศและบรรยายสภาพที่เปลี่ยนฉับพลัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is a US Navy seaplane flying into a snowstorm

0:00

นี่คือเครื่องบินทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่กำลังบินฝ่าพายุหิมะ

just off the coast of Antarctica.

0:03

อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา

On board are nine men

0:05

บนเครื่องมีชายเก้าคน

taking part in a secret mission วลี

0:07

ที่เข้าร่วมในภารกิจลับ

วลี

taking part in: การเข้าร่วมกิจกรรม

Taking part in หมายถึง “การเข้าร่วม” วลีกริยาเต็มคือ take part in และ taking เป็นรูป -ing ที่ใช้ตรงนี้เพื่อบอกว่าสมาชิกลูกเรือกำลังทำอะไร คำบุพบท in นำหน้ากิจกรรม เหตุการณ์ หรือภารกิจที่เข้าร่วม เช่น take part in a competition, a project หรือ a mission ในสำนวนนี้ part ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เข้าร่วม” ให้สมบูรณ์: Nora wants to ____ the science competition.

ดูคำตอบ

take part in

to claim Antarctica for the USA.

0:09

เพื่ออ้างสิทธิ์ในทวีปแอนตาร์กติกาให้เป็นของสหรัฐอเมริกา

As they approach land,

0:12

เมื่อพวกเขาเข้าใกล้แผ่นดิน

the storm gets even worse and the crew lose all visibility until suddenly,

0:13

พายุก็รุนแรงขึ้น และลูกเรือสูญเสียทัศนวิสัยทั้งหมด จนกระทั่งทันใดนั้น

bang!

0:19

ปัง!

The plane hits a mountain and comes crashing down into the snow.

0:20

เครื่องบินชนเข้ากับภูเขาและพุ่งตกลงไปในกองหิมะ

It was the most remote plane crash ever

0:26

มันเป็นเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ห่างไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา

and it left the crew stranded and badly injured in the world's toughest environment. ไวยากรณ์

0:29

และทำให้ลูกเรือติดอยู่และได้รับบาดเจ็บสาหัสในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุดในโลก

ไวยากรณ์

left the crew stranded: leave + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน left the crew stranded คำว่า left หมายถึง “ทำให้ลูกเรือติดค้างและยังคงอยู่ในสภาพนั้น” ไม่ใช่ “จากลูกเรือไป” The crew เป็นกรรม ส่วน stranded เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจากกริยาช่องที่สามและอธิบายสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave + กรรม + คำคุณศัพท์หรือกริยาช่องที่สาม เช่น The delay left us exhausted และ The storm left the roads blocked รูปแบบนี้เน้นสภาพที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ leave เพื่อสร้างรูปแบบที่บอกสภาพผลลัพธ์: The flood ____ several families homeless.

ดูคำตอบ

left

But despite the incredibly harsh conditions, ไวยากรณ์

0:34

แต่ถึงแม้จะมีสภาพอากาศที่รุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ

six of the crew members managed to survive for 13 days until they were finally rescued. ไวยากรณ์

0:37

ลูกเรือหกคนสามารถเอาชีวิตรอดได้นานถึง 13 วัน จนกระทั่งพวกเขาได้รับการช่วยเหลือในที่สุด

ไวยากรณ์

Despite the incredibly harsh conditions: despite + นามวลี

Despite ใช้กล่าวถึงอุปสรรคที่ไม่ได้ขัดขวางผลในประโยคหลัก ในที่นี้สภาพแวดล้อมเลวร้ายอย่างยิ่ง แต่ลูกเรือหกคนก็ยังรอดชีวิต Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นในประโยคนี้จึงตามด้วยนามวลี the incredibly harsh conditions หากจะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ให้ใช้ although/even though หรือ despite the fact that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite หน้านามวลีได้ถูกต้อง

  1. Despite the heavy rain, the game continued.
  2. Despite it was raining heavily, the game continued.
  3. Although the heavy rain, the game continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the game continued.

ไวยากรณ์

Managed to survive: ความสำเร็จหลังผ่านความยากลำบาก

Managed to survive หมายความว่าลูกเรือรอดชีวิตได้จริง และการทำเช่นนั้นเป็นเรื่องยาก โครงสร้าง managed to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการกระทำว่าเป็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นแม้มีอุปสรรค ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาพยายามเอาชีวิตรอดหรือมีความสามารถทั่วไปที่จะทำได้ รูปอดีต managed to แสดงว่าผลลัพธ์นั้นสำเร็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายรูปอดีตที่แสดงความสำเร็จหลังผ่านความยากลำบากลงในประโยค: After several failed attempts, Lina ____ open the stuck window.

ดูคำตอบ

managed to

We modeled the entire thing

0:43

เราได้จำลองเหตุการณ์ทั้งหมด

to show you how this incredibly brave group of humans

0:45

เพื่อแสดงให้คุณเห็นว่ากลุ่มมนุษย์ที่กล้าหาญอย่างเหลือเชื่อนี้

managed to stay alive

0:48

สามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างไร

and the rescue mission that eventually saved them.

0:50

และภารกิจช่วยเหลือที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ได้ในที่สุด

In 1946,

0:53

ในปี 1946

a year after World War II,

0:55

หนึ่งปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง

the US turned its attention to Antarctica.

0:57

สหรัฐฯ ได้หันมาให้ความสนใจทวีปแอนตาร์กติกา

This unclaimed vast stretch of land

1:00

ดินแดนอันกว้างใหญ่ที่ยังไม่มีใครครอบครองนี้

had untapped potential

1:03

มีศักยภาพที่ยังไม่ถูกนำมาใช้

and it seemed that the next war

1:04

และดูเหมือนว่าสงครามครั้งต่อไป

would be fought over who owned it. วลี

1:06

จะเป็นการต่อสู้แย่งชิงว่าใครจะเป็นเจ้าของมัน

วลี

would be fought over: รูปถูกกระทำที่ระบุประเด็นขัดแย้ง

ใน fight over something คำว่า over นำสิ่ง ประเด็น หรืออำนาจควบคุมที่แต่ละฝ่ายกำลังแย่งชิงกันเข้ามา ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้านบน” หรือ “จบแล้ว” ในที่นี้ who owned it คือประเด็นที่ขัดแย้งกัน Would be fought เป็นรูปถูกกระทำที่กล่าวถึงอนาคตจากมุมมองในอดีต โดย would ชี้ไปยังเวลาหลังจากจุดหนึ่งในอดีต ส่วน be fought นำเสนอสงครามผ่านประเด็นของสงครามโดยไม่ระบุฝ่ายที่ต่อสู้ ดังนั้น would be fought over จึงหมายความว่าในตอนนั้นมีการคาดว่าสงครามในอนาคตจะมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์เป็นศูนย์กลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ fight over: Because both firms claim the design, the legal battle will ____ who owns it.

ดูคำตอบ

be fought over

And so in December 1946,

1:08

และดังนั้นในเดือนธันวาคม 1946

the US sent a huge expedition of 13 ships,

1:10

สหรัฐฯ ได้ส่งคณะสำรวจขนาดใหญ่ซึ่งประกอบด้วยเรือ 13 ลำ

33 planes and 5,000 men to Antarctica

1:14

เครื่องบิน 33 ลำ และทหาร 5,000 นายไปยังแอนตาร์กติกา

with the secret mission

1:18

พร้อมกับภารกิจลับ

of scouting out the continent,

1:19

ในการสำรวจทวีป

setting up bases and claiming Antarctica as their own.

1:21

ตั้งฐานทัพและอ้างสิทธิ์ในทวีปแอนตาร์กติกาให้เป็นของตน

One of the first flights to head out was the crew of George 1,

1:25

หนึ่งในเที่ยวบินแรกที่ออกเดินทางคือลูกเรือของเครื่องจอร์จวัน

made up of nine young men, กริยาวลี

1:29

ประกอบด้วยชายหนุ่มเก้าคน

กริยาวลี

made up of: การบอกองค์ประกอบและโครงสร้างขยายแบบย่อ

Be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” โดยสิ่งที่เป็นองค์รวมจะอยู่หน้าวลีนี้ ส่วนสมาชิกหรือส่วนประกอบจะอยู่หลัง of: a crew is made up of nine young men ในที่นี้วลีนี้บอกองค์ประกอบ ไม่ได้หมายถึง “แต่งขึ้น” ใน made up of nine young men วลี made up of เป็นวลีคุณศัพท์กริยาช่องสามที่ย่อมาจาก which was made up of ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของคำนามจากบริบทก่อนหน้า เมื่อวลีนี้ตามหลังคำนามโดยตรงเพื่อขยายคำนามแบบย่อ ไม่ต้องเติม be: a crew made up of nine men

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The safety committee is ____ local volunteers.

ดูคำตอบ

made up of

two pilots,

1:31

นักบินสองคน

radiomen,

1:32

เจ้าหน้าที่วิทยุ

machinists,

1:33

ช่างเครื่อง

a navigator,

1:34

ผู้นำทาง

a photographer,

1:34

ช่างภาพ

and the ship's captain.

1:35

และกัปตันเรือ

The journey was rough

1:37

การเดินทางนั้นยากลำบาก

and the extremely cold weather

1:38

และสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด

stopped the plane from getting above 300 m. ไวยากรณ์

1:40

ทำให้เครื่องบินไม่สามารถบินสูงกว่า 300 เมตรได้

ไวยากรณ์

stop + กรรม + from + รูป -ing

โครงสร้าง stop + กรรม + from + รูป -ing ระบุสิ่งที่เป็นอุปสรรคและการกระทำที่ถูกขัดขวาง ในประโยคนี้ อากาศที่หนาวจัดคืออุปสรรค the plane คือกรรมที่ได้รับผล และ getting above 300 m คือการกระทำที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หลัง from ต้องใช้รูป -ing: stopped the plane from getting ไม่ใช่ stopped the plane from get โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับคนและสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างอดีตแบบง่าย stop + us + from ให้สมบูรณ์: The locked gate ____ entering the park.

ดูคำตอบ

stopped us from

After 3 hours,

1:43

หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง

they finally reached the coast,

1:44

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชายฝั่ง

but the conditions were now worse than ever

1:46

แต่สภาพอากาศตอนนี้เลวร้ายกว่าที่เคย

and the crew couldn't see anything.

1:48

และลูกเรือมองไม่เห็นอะไรเลย

The plane's altimeter was getting confused

1:50

เครื่องวัดความสูงของเครื่องบินเกิดความสับสน

by the thick layer of ice beneath them

1:53

เนื่องจากชั้นน้ำแข็งหนาที่อยู่ข้างใต้

and showed that the crew were still 300 m above the ground.

1:55

และแสดงให้เห็นว่าลูกเรือยังคงอยู่เหนือพื้นดิน 300 เมตร

But little did they know ไวยากรณ์

1:59

แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า

that the land was actually right beneath them

2:00

ที่จริงแล้วแผ่นดินอยู่ตรงข้างใต้พวกเขา

ไวยากรณ์

Little did they know: การกลับคำแบบปฏิเสธ

little ในที่นี้หมายถึง “แทบไม่เลย” เมื่อย้ายมาไว้ต้นประโยค ส่วนของประโยคจะมีความหมายเชิงปฏิเสธ ภาษาอังกฤษจึงต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วยตามโครงสร้าง little + did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ did they know ไม่ใช่ they did know และ know ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง did ในการเล่าเรื่อง Little did they know บอกว่าตัวละครแทบไม่รู้ข้อเท็จจริงสำคัญที่กำลังจะเปิดเผยให้ผู้ชมทราบ มักใช้สร้างความระทึกใจ ความย้อนแย้ง หรือจุดหักมุมอย่างฉับพลัน

แบบฝึกหัด

เขียนแนวคิด We knew very little ใหม่โดยเริ่มด้วย Little เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ that the map was upside down.

ดูคำตอบ

Little did we know

and rising quickly.

2:03

และกำลังสูงชันขึ้นอย่างรวดเร็ว

Frenchy, the pilot,

2:05

เฟรนชี่ นักบิน

made the call to abandon the mission and turn back. สำนวน

2:06

ตัดสินใจยกเลิกภารกิจและหันเครื่องกลับ

สำนวน

made the call: การตัดสินใจครั้งสำคัญ

ในที่นี้ made the call หมายถึง “ตัดสินใจเรื่องสำคัญ” Frenchy มีอำนาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจยกเลิกภารกิจ ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ รูปแบบ make the call มักนำเสนอการตัดสินใจว่าเป็นตัวเลือกสุดท้ายในสถานการณ์ที่ยากหรือไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อคนคนหนึ่งต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ตัดสินใจขั้นสุดท้าย” ลงในประโยค: After checking the storm warning, the captain had to ____ and return to port.

ดูคำตอบ

make the call

But just as he was about to do this, ไวยากรณ์

2:09

แต่ทันทีที่เขากำลังจะทำเช่นนั้น

ไวยากรณ์

was about to do this: การกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น

Was about to แสดงว่าจากมุมมอง ณ เวลาในอดีต การกระทำหนึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นแทบจะทันที ส่วน do this อ้างกลับไปถึงการกระทำที่กล่าวไว้แล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ เมื่อมี just as อยู่ข้างหน้า ประโยคจะสร้างรูปแบบการเล่าเรื่องที่พบบ่อย นั่นคือการกระทำหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น แต่มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาขัดจังหวะหรือเกิดขึ้นก่อน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงว่าการกระทำกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ: Lena had picked up her keys and ____ leave when the fire alarm rang.

ดูคำตอบ

was about to

the plane slammed into a mountain

2:11

เครื่องบินก็ชนเข้ากับภูเขา

and tore a giant hole in the hull.

2:13

และฉีกให้เกิดรูขนาดใหญ่ที่ลำตัวเครื่อง

5,000 L of fuel ignited immediately,

2:15

เชื้อเพลิง 5,000 ลิตรลุกไหม้ทันที

causing a huge mid-air explosion.

2:19

ทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่กลางอากาศ

The plane came crashing down,

2:22

เครื่องบินตกลงมา

scattering debris and its crew all over the ice.

2:24

กระจัดกระจายเศษซากและลูกเรือไปทั่วผืนน้ำแข็ง

It was a complete disaster.

2:28

มันเป็นความหายนะโดยสมบูรณ์

Sadly,

2:30

น่าเศร้าที่

both Hendersin and Lopez died immediately

2:31

ทั้งเฮนเดอร์ซินและโลเปซเสียชีวิตทันที

after being thrown through the plane's propellers.

2:33

หลังจากถูกเหวี่ยงทะลุใบพัดของเครื่องบิน

The rest of the crew were alive,

2:36

ลูกเรือที่เหลือรอดชีวิตมาได้

but Frenchy was badly burned and could barely move.

2:38

แต่เฟรนชี่ถูกไฟลวกอย่างรุนแรงและแทบขยับตัวไม่ได้

Fred Williams was even worse

2:41

เฟรด วิลเลียมส์ อาการแย่กว่านั้น

with a broken back and several injuries to his face.

2:43

กระดูกสันหลังหักและมีบาดแผลหลายแห่งที่ใบหน้า

It seemed almost certain that he would die.

2:47

ดูเหมือนว่าจะแน่นอนว่าเขาจะต้องตาย

Instincts kicked in กริยาวลี

2:50

สัญชาตญาณเริ่มทำงาน

กริยาวลี

Instincts kicked in: kick in หมายถึง “เริ่มทำงาน”

ในประโยคนี้ kicked in หมายถึง “เริ่มทำงานหรือเริ่มมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม” Instincts เป็นสิ่งนามธรรม จึงไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ แต่หมายความว่าลูกเรือเริ่มลงมือทำตามสัญชาตญาณโดยไม่หยุดวางแผน ใช้ kick in เมื่อผล ระบบ กฎ หรือปฏิกิริยาตามธรรมชาติเริ่มทำงาน โดยมักเกิดหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือเมื่อจำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มทำงาน”: As soon as smoke reached the sensor, the alarm system ____.

ดูคำตอบ

kicked in

and the crew immediately set up shelter

2:51

และลูกเรือได้ตั้งที่พักพิงขึ้นทันที

in the plane's tunnel section,

2:53

ในส่วนที่เป็นอุโมงค์ของเครื่องบิน

which had been ripped apart from the rest of the aircraft.

2:55

ซึ่งถูกฉีกขาดออกจากส่วนที่เหลือของเครื่อง

They found a parachute and attached it to the end of the tunnel

2:57

พวกเขาพบร่มชูชีพและนำไปติดไว้ที่ปลายอุโมงค์

to stop the wind and snow from blowing in.

3:00

เพื่อป้องกันไม่ให้ลมและหิมะพัดเข้ามา

After searching through the debris,

3:03

หลังจากค้นหาในซากปรักหักพัง

they found sleeping bags,

3:04

พวกเขาพบถุงนอน

tents,

3:06

เต็นท์

and some food rations,

3:06

และเสบียงอาหารบางส่วน

mainly consisting of canned meat and soup.

3:08

ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยเนื้อกระป๋องและซุป

Not knowing when or if ไวยากรณ์

3:11

เมื่อไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หรือจะ

someone would ever find them,

3:12

มีใครมาพบพวกเขาหรือไม่

the crew retreated into their shelter

3:14

ลูกเรือจึงถอยกลับเข้าไปในที่พักพิง

ไวยากรณ์

Not knowing when or if...: อนุประโยค -ing ที่ต้นประโยค

Not knowing ... เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่วางไว้ต้นประโยค ประธานที่ละไว้คือประธานของประโยคหลัก the crew ดังนั้นในที่นี้จึงมีความหมายเท่ากับ because the crew did not know และบอกเหตุผลที่ลูกเรือถอยกลับ when or if รวมความไม่แน่นอนสองอย่างเข้าด้วยกัน คือพวกเขาไม่รู้ว่าจะมีใครพบพวกเขาเมื่อไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีใครพบพวกเขาหรือไม่ โครงสร้างนี้วางเหตุผลไว้ข้างหน้าอย่างกระชับกว่าการใช้อนุประโยค because แบบเต็ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค Not knowing... ที่ต้นประโยคได้ถูกต้อง โดยประธานที่ละไว้ตรงกับประธานของประโยคหลัก?

  1. Not knowing the address, the map was useless.
  2. Not knowing the address, a phone call was made to Maya.
  3. Not knowing the address, Maya called her friend.
ดูคำตอบ

Not knowing the address, Maya called her friend.

to wait out the storm. กริยาวลี

3:16

เพื่อรอให้พายุสงบลง

กริยาวลี

wait out: รอจนกว่าความยากลำบากจะสิ้นสุด

ในที่นี้ wait out the storm หมายถึงอยู่ในที่หลบภัยและรอจนกว่าพายุจะสิ้นสุด คำว่า out เพิ่มความหมายว่าเฝ้ารอต่อไปจนจบ ไม่ได้หมายถึง “ข้างนอก” Wait out เป็นกริยาวลีที่ต้องมีกรรม โดยกรรมจะบอกเหตุการณ์ยากลำบากหรือช่วงเวลาชั่วคราว เช่น wait out a storm, wait out a delay หรือ wait out the night

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาวลีที่เน้นไว้: The rain should stop soon, so let's stay here and ____.

ดูคำตอบ

wait it out

Williams was too injured to be moved ไวยากรณ์

3:18

วิลเลียมส์บาดเจ็บเกินกว่าจะถูกเคลื่อนย้าย

ไวยากรณ์

too injured to be moved: too ... to กับ infinitive รูปถูกกระทำ

ใน too injured to be moved โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to-infinitive บอกว่าระดับของอาการบาดเจ็บเกินจุดที่การกระทำนั้นจะทำได้หรือปลอดภัย too ไม่ได้แปลเพียงว่า “มาก” แต่ยังนำไปสู่ผลที่มีข้อจำกัด To be moved เป็น infinitive รูปถูกกระทำ Williams เป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้นความหมายคือคนอื่นไม่สามารถเคลื่อนย้ายเขาได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ว่าเขาเคลื่อนไหวด้วยตัวเองไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ too + heavy + infinitive รูปถูกกระทำของ lift: The box was ____ safely.

ดูคำตอบ

too heavy to be lifted

and so the crew built a shelter around him

3:20

ดังนั้นลูกเรือจึงสร้างที่พักพิงล้อมรอบตัวเขา

using a sleeping bag and large pieces of debris.

3:22

โดยใช้ถุงนอนและชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของเศษซากเครื่อง

A few hours later,

3:25

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

Robbins went out to check on Williams,

3:26

ร็อบบินส์ออกไปดูอาการวิลเลียมส์

but he had already drifted off to sleep, กริยาวลี

3:28

แต่เขาได้หลับไปอย่างไม่มีวันตื่นเสียแล้ว

กริยาวลี

“drifted off to sleep”: ค่อย ๆ หลับไปและการปูความตายอย่างอ้อม ๆ

“Drifted off to sleep” หมายถึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากตื่นอยู่ไปเป็นหลับ โดยมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว “Drift off” ให้ภาพของกระบวนการที่นุ่มนวล ไม่ใช่การกระทำที่ฉับพลันหรือตั้งใจ ข้อมูลในตอนต่อมาว่าความหนาวคร่าชีวิตวิลเลียมส์ทำให้ประโยคนี้มีนัยต่างออกไป ผู้เล่าใช้ถ้อยคำธรรมดาเกี่ยวกับการนอนก่อน เพื่อพูดถึงและปูทางไปสู่ความตายของเขาอย่างนุ่มนวล ตัววลีนี้ไม่ได้แปลว่า “ตาย” ด้วยตัวมันเอง ความหมายนั้นมาจากบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ “drifted off to sleep” ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. ประโยคบอกว่าวิลเลียมส์ค่อย ๆ หลับไป ขณะที่บริบทค่อย ๆ เตรียมให้เราเข้าใจอย่างนุ่มนวลว่าเขาเสียชีวิตแล้ว
  2. ประโยคบอกว่าวิลเลียมส์ตั้งใจออกจากค่ายเพื่อไปนอนที่อื่น
  3. ประโยคบอกว่าวิลเลียมส์แกล้งหลับอยู่ครู่หนึ่งแล้วตื่นขึ้นมา
ดูคำตอบ

ประโยคบอกว่าวิลเลียมส์ค่อย ๆ หลับไป ขณะที่บริบทค่อย ๆ เตรียมให้เราเข้าใจอย่างนุ่มนวลว่าเขาเสียชีวิตแล้ว

taken by the cold Antarctic conditions.

3:30

ถูกพรากไปโดยสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของแอนตาร์กติกา

Now, just six of the crew members remained

3:33

ตอนนี้ มีลูกเรือเหลืออยู่เพียงหกคน

and their hopes of survival

3:36

และความหวังในการรอดชีวิตของพวกเขา

relied completely upon being found. ไวยากรณ์

3:38

พึ่งพาการถูกค้นพบอย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

“relied completely upon being found”: rely upon + gerund รูปถูกกระทำ

“Rely upon” หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “ขึ้นอยู่กับ” หลังบุพบท upon ภาษาอังกฤษใช้คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น being found จึงเป็นส่วนเติมเต็มทางไวยากรณ์ของ upon “Being found” เป็น gerund รูปถูกกระทำ ลูกเรือคือผู้ที่หน่วยกู้ภัยต้องค้นพบ ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าการรอดชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่ทั้งหมดกับการที่คนอื่นพบพวกเขา ไม่ใช่การที่พวกเขาไปพบคนอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับการที่คนอื่นสังเกตเห็นศิลปิน?

  1. The artist's chance of success relies upon being noticed.
  2. The artist's chance of success relies upon noticing other people.
  3. The artist's chance of success relies upon having noticed the audience.
ดูคำตอบ

The artist's chance of success relies upon being noticed.

But their supply ship Pine Island

3:40

แต่เรือเสบียงไพน์ไอส์แลนด์ของพวกเขา

was 500 km away

3:42

อยู่ห่างออกไป 500 กม.

and finding their wreckage would be extremely difficult.

3:44

และการค้นหาซากเครื่องบินจะยากลำบากอย่างยิ่ง

Back at the ship,

3:48

กลับมาที่เรือ

the crew of Pine Island began planning a rescue mission.

3:49

ลูกเรือของไพน์ไอส์แลนด์เริ่มวางแผนภารกิจช่วยเหลือ

The last bit of data they had placed the crew around here,

3:53

ข้อมูลชิ้นสุดท้ายที่พวกเขามีระบุตำแหน่งของลูกเรือว่าอยู่แถวๆ นี้

but without

3:56

แต่หากปราศจาก

knowing when the plane went down, กริยาวลี

3:57

การรู้ว่าเครื่องบินตกเมื่อใด

the crew could have been anywhere. ไวยากรณ์

3:59

ลูกเรือก็อาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้

กริยาวลี

went down:表示飞机坠毁或船只沉没

ในประโยคนี้ went down เป็นความหมายของวลี go down ในบริบทอุบัติเหตุ คือเครื่องบินตก สำหรับเรือ วลีเดียวกันหมายถึงเรือจม ไม่ได้หมายถึงการลดระดับลงตามปกติ วลีนี้บอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นการไม่รู้ว่าเกิดเหตุเมื่อไรจึงส่งผลต่อการคาดเดาว่าลูกเรืออาจอยู่ที่ไหนหลังจากนั้น ใจความสำคัญคือการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่แค่การเคลื่อนลงด้านล่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The ferry went down during the storm.” went down หมายถึงอะไร

  1. เรือเฟอร์รีไปถึงท่าเรืออย่างปลอดภัย
  2. เรือเฟอร์รีจมลงในอุบัติเหตุ
  3. เรือเฟอร์รีเคลื่อนไปยังดาดฟ้าที่ต่ำกว่าในสภาวะปกติ
ดูคำตอบ

เรือเฟอร์รีจมลงในอุบัติเหตุ

ไวยากรณ์

could have been anywhere:ความเป็นไปได้เกี่ยวกับตำแหน่งในอดีต

ในที่นี้ could have been anywhere แสดงความเป็นไปได้เกี่ยวกับตำแหน่งในอดีต ไม่ได้แสดงถึงความสามารถที่ไม่ได้ใช้ could ใช้ร่วมกับรูป perfect have been เพื่อพิจารณาตำแหน่งที่อาจเป็นไปได้ในช่วงเวลาก่อนหน้า anywhere ขยายขอบเขตไปยังสถานที่ใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายความว่าหลักฐานที่มีอยู่อ่อนเกินกว่าจะระบุได้ว่าหลังจากเครื่องบินตก ลูกเรืออาจอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “By the time we arrived, the hikers could have been anywhere along the trail.” could have been แสดงอะไร

  1. ทักษะที่นักเดินป่าไม่ได้ใช้
  2. ข้อเท็จจริงที่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งปัจจุบันของนักเดินป่า
  3. หนึ่งในสถานที่ในอดีตที่เป็นไปได้หลายแห่ง
ดูคำตอบ

หนึ่งในสถานที่ในอดีตที่เป็นไปได้หลายแห่ง

Luckily, they had the data

4:01

โชคดีที่พวกเขามีข้อมูล

and it hadn't fallen into the wrong hands.

4:02

และมันไม่ได้ตกไปอยู่ในมือคนผิด

But did you know that your own personal data

4:05

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเอง

can easily fall into the wrong hands? สำนวน

4:08

ก็สามารถตกไปอยู่ในมือคนผิดได้อย่างง่ายดาย?

สำนวน

สำนวน “fall into the wrong hands”

To fall into the wrong hands เป็นสำนวนที่หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งตกอยู่ในการควบคุมของคนที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองหรืออาจนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย ภาพในสำนวนไม่ได้หมายถึงการตกจริง ๆ หรือมือของใครมีปัญหา คำว่า “hands” แทนการครอบครองหรือการควบคุม ส่วน “can easily” ทำให้การสูญเสียการควบคุมดูเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่ขึ้นต้นด้วย fall และหมายถึง “ตกอยู่ในการควบคุมของคนที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือเป็นอันตราย”: Encrypt the file so it doesn't ____.

ดูคำตอบ

fall into the wrong hands

Data brokers buy and sell your information

4:10

นายหน้าข้อมูลซื้อและขายข้อมูลของคุณ

to marketing agencies

4:13

ให้กับเอเจนซี่การตลาด

who then fill your inbox with spam.

4:14

ซึ่งจากนั้นจะเติมเต็มกล่องจดหมายของคุณด้วยสแปม

The good news is

4:17

ข่าวดีก็คือ

that you have the right to protect your own data

4:18

คุณมีสิทธิ์ที่จะปกป้องข้อมูลของคุณเอง

and that's where Incogni,

4:20

และนั่นคือจุดที่ Incogni

today's sponsor,

4:22

ผู้สนับสนุนในวันนี้

comes in.

4:23

เข้ามามีบทบาท

They reach out to these data brokers กริยาวลี

4:23

พวกเขาติดต่อกับนายหน้าข้อมูลเหล่านี้

on your behalf วลี

4:25

ในนามของคุณ

กริยาวลี

ใช้ “reach out to” เพื่อบอกว่าเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อ

Reach out to หมายถึงเป็นฝ่ายเริ่มติดต่อบุคคลหรือองค์กรก่อน โดยมักมีจุดประสงค์ เช่น ขอความช่วยเหลือ แบ่งปันข้อมูล หรือเริ่มความร่วมมือ บุพบท to ใช้นำหน้าบุคคลหรือองค์กรที่ถูกติดต่อ โดยมีโครงสร้าง reach out to someone ในที่นี้บริการเป็นฝ่ายติดต่อโบรกเกอร์ข้อมูลแทนผู้ใช้ ไม่ได้หมายถึงการเอื้อมมือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “เป็นฝ่ายเริ่มติดต่อ” ลงในประโยค: If the refund does not arrive, I will ____ the support team.

ดูคำตอบ

reach out to

วลี

on your behalf: การทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้อื่น

on your behalf หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของคุณ” หรือ “ดำเนินการแทนคุณโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของคุณ” ในประโยคนี้ อีกฝ่ายเป็นผู้ติดต่อโบรกเกอร์ข้อมูล คุณจึงไม่ต้องติดต่อเอง วลีบุพบทนี้บอกว่าการกระทำนั้นทำแทนใครหรือเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของใคร เปลี่ยน your เป็น my, his, her, our หรือ their ให้ตรงกับผู้ที่ได้รับการเป็นตัวแทนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ในฐานะตัวแทนของคุณ”: If you cannot attend, I can speak ____ at the meeting.

ดูคำตอบ

on your behalf

and ask them to remove all data

4:26

และขอให้พวกเขาลบข้อมูลทั้งหมด

they have about you.

4:28

ที่พวกเขามีเกี่ยวกับคุณ

All you need to do is create an account,

4:29

สิ่งที่คุณต้องทำคือสร้างบัญชี

sit back,

4:31

นั่งเอนหลัง

relax,

4:32

ผ่อนคลาย

and watch Incogni do their thing.

4:33

และคอยดู Incogni ทำงานของพวกเขา

They contact each company individually,

4:35

พวกเขาติดต่อแต่ละบริษัทเป็นการส่วนตัว

so you don't have to.

4:38

คุณจึงไม่ต้องทำเอง

I've been using Incogni for months now

4:40

ฉันใช้ Incogni มาหลายเดือนแล้ว

and my spam emails have almost completely dropped off. กริยาวลี

4:42

และอีเมลสแปมของฉันก็หายไปเกือบทั้งหมด

กริยาวลี

dropped off: ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

dropped off ในที่นี้เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในด้านจำนวนหรือความถี่” ผู้พูดกำลังบอกว่าจำนวนอีเมลสแปมลดลงไปมาก สิ่งที่ลดลงจะเป็นประธานของประโยค: my spam emails have dropped off บริบทช่วยแยกความหมายนี้ออกจาก drop someone or something off ซึ่งหมายถึงไปส่งคนหรือส่งสิ่งของไว้ที่สถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Website traffic has dropped off since May,” dropped off หมายถึงอะไร?

  1. ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  2. ถูกส่งไปยังสถานที่อื่น
  3. หลับไป
ดูคำตอบ

ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Incogni now has a family plan

4:45

ตอนนี้ Incogni มีแผนสำหรับครอบครัว

that allows you to also protect your loved ones

4:47

ที่ช่วยให้คุณปกป้องคนที่คุณรัก

from scams and spam.

4:50

จากการหลอกลวงและสแปมได้ด้วย

To protect your data

4:52

เพื่อปกป้องข้อมูลของคุณ

and remove spam from your life,

4:53

และขจัดสแปมออกจากชีวิตคุณ

visit incogni.com/primalspace

4:55

ให้ไปที่ incogni.com/primalspace

and use code primalspace

4:59

และใช้โค้ด primalspace

to get an exclusive 60% off the annual plan.

5:00

เพื่อรับส่วนลดพิเศษ 60% สำหรับแผนรายปี

In order to rescue the crew of George 1,

5:05

เพื่อช่วยเหลือลูกเรือของจอร์จวัน

the men on Pine Island had to find them

5:08

เจ้าหน้าที่บนเรือไพน์ไอส์แลนด์ต้องค้นหาพวกเขาให้พบ

and somehow rescue them with a plane

5:11

และช่วยเหลือพวกเขาด้วยเครื่องบิน

that could only land on water.

5:13

ที่สามารถลงจอดบนผิวน้ำได้เท่านั้น

The weather around the ship remained terrible

5:15

สภาพอากาศรอบๆ เรือยังคงเลวร้าย

for another 3 days

5:18

ไปอีก 3 วัน

and so no rescue missions could be launched.

5:19

จึงไม่สามารถปล่อยภารกิจช่วยเหลือใดๆ ได้

Back on the crash site,

5:22

กลับไปที่จุดตก

the six survivors were slowly freezing to death

5:24

ผู้รอดชีวิตทั้งหกคนกำลังค่อยๆ หนาวตาย

in a negative 20° blizzard.

5:27

ในพายุหิมะที่อุณหภูมิลบ 20 องศา

Frenchy was in a really bad way สำนวน

5:29

เฟรนชี่อยู่ในสภาพที่แย่มาก

สำนวน

in a really bad way: อยู่ในสภาพที่รุนแรงมาก

ในประโยคนี้ in a really bad way หมายความว่าสภาพร่างกายของ Frenchy รุนแรงมาก เป็นการประเมินภาพรวมแทนที่จะระบุอาการหรือบาดแผลแต่ละอย่าง รูปแบบคือ be + in a bad way คำว่า really ช่วยเน้นระดับของ bad ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึง «ถนน» หรือ «วิธีการ» แต่ทั้งวลีเป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างมาก

แบบฝึกหัด

in a really bad way ในประโยคเดิมสื่อความหมายว่าอย่างไร?

  1. กำลังใช้วิธีที่ไม่ได้ผล
  2. มีสภาพร่างกายที่รุนแรงมาก
  3. รู้สึกรำคาญเล็กน้อย
  4. กำลังเดินทางไปตามถนนที่อันตราย
ดูคำตอบ

มีสภาพร่างกายที่รุนแรงมาก

and his burns meant that he could barely open his mouth.

5:32

และรอยแผลไฟไหม้ทำให้เขาแทบจะอ้าปากไม่ได้

He was slowly dying of frostbite and dehydration.

5:35

เขากำลังค่อยๆ ตายจากอาการเนื้อเยื่อตายเพราะความเย็นจัดและภาวะขาดน้ำ

Yet, thanks to the cold and dry conditions,

5:38

ทว่า ต้องขอบคุณสภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง

infections, which would have killed him by now, ไวยากรณ์

5:41

การติดเชื้อซึ่งน่าจะคร่าชีวิตเขาไปแล้วในตอนนี้

hadn't spread due to the lack of bacteria.

5:43

ยังไม่ได้แพร่กระจายเนื่องจากขาดแบคทีเรีย

ไวยากรณ์

would have killed him by now: ผลในอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง

would have killed ประกอบด้วย would + have + กริยาช่องสาม killed ในบริบทนี้ใช้บอกผลของเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ หากการติดเชื้อแพร่กระจายตามปกติ เขาคงเสียชีวิตไปแล้วในตอนนี้ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น by now หมายถึง «ภายในตอนนี้» หรือ «จนถึงเวลาปัจจุบัน» ประโยคไม่ได้กล่าวอนุประโยค if ออกมาตรง ๆ เพราะสภาพที่หนาวและแห้ง รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าการติดเชื้อไม่แพร่กระจาย ทำให้ความขัดแย้งกับความจริงชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอความตายว่าเป็นผลของเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งสื่อว่าความตายนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง?

  1. The infection should have killed him by now.
  2. The infection would have killed him by now.
  3. The infection killed him yesterday.
  4. The infection could have killed him by now.
ดูคำตอบ

The infection would have killed him by now.

Despite all of this,

5:46

ถึงแม้จะมีเรื่องทั้งหมดนี้

Frenchy never complained once

5:47

เฟรนชี่ก็ไม่เคยบ่นเลยสักครั้ง

and he always tried to crack a joke วลี

5:49

และเขามักจะพยายามปล่อยมุกตลก

whenever he could.

5:51

ทุกครั้งที่ทำได้

วลี

crack a joke: พูดมุกหรือพูดอะไรตลก ๆ

ในที่นี้ crack a joke หมายถึงพูดอะไรตลก ๆ หรือพูดมุก คำว่า crack ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งของแตกหรือเสียหาย วลีนี้มักแสดงว่าคนคนหนึ่งใช้อารมณ์ขันเพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น joke อาจเป็นเรื่องตลกเต็มเรื่อง แต่ในกลุ่มคำนี้ก็อาจเป็นเพียงคำพูดขำ ๆ สั้น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีคนใช้อารมณ์ขันผ่านคำพูดเพื่อช่วยผ่อนคลายช่วงเวลาที่ตึงเครียด

  1. Rosa cracked a cup while washing it.
  2. Rosa cracked a joke before the meeting began.
  3. Rosa played a practical joke on her brother.
ดูคำตอบ

Rosa cracked a joke before the meeting began.

After some more searching around the debris,

5:52

หลังจากการค้นหาในเศษซากปรักหักพังเพิ่มเติม

Robbins found a gas stove

5:55

ร็อบบินส์พบเตาแก๊ส

and managed to power it

5:56

และจัดการจุดไฟได้

by siphoning fuel from one of the plane's spare tanks.

5:57

โดยการสูบเชื้อเพลิงจากถังสำรองของเครื่องบินถังหนึ่ง

He then became the de facto chef การใช้คำ

6:01

จากนั้นเขาก็กลายเป็นพ่อครัวจำเป็น

of the whole crew,

6:02

ของลูกเรือทั้งหมด

การใช้คำ

de facto chef: thực sự làm công việc đó dù không có chức danh

De facto หมายถึงตามข้อเท็จจริงหรือในทางปฏิบัติ การเรียกใครว่า de facto chef หมายความว่าคนนั้นทำหน้าที่พ่อครัวจริง แม้จะไม่มีใครแต่งตั้งอย่างเป็นทางการหรือมอบตำแหน่งนั้นให้ เมื่ออยู่หน้าคำนาม de facto ใช้อธิบายบทบาทหรือสถานะที่มีอยู่จริง มักเน้นช่องว่างระหว่างวิธีที่สิ่งต่าง ๆ ดำเนินอยู่กับสิ่งที่กฎหรือตำแหน่งทางการระบุไว้

แบบฝึกหัด

ชมรมหนึ่งไม่มีเหรัญญิกที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ Leo ดูแลบัญชีและจัดการการจ่ายเงินทั้งหมด ประโยคใดถูกต้องที่สุด

  1. Leo is the officially appointed treasurer.
  2. Leo is the de facto treasurer.
  3. Leo occasionally helps an appointed treasurer.
ดูคำตอบ

Leo is the de facto treasurer.

cooking them two meals a day,

6:03

ทำอาหารให้พวกเขาวันละสองมื้อ

spinach soup followed by peanut butter on bread.

6:05

ซุปผักโขมตามด้วยขนมปังทาเนยถั่ว

On day 4,

6:09

ในวันที่ 4

the weather finally cleared

6:10

ในที่สุดสภาพอากาศก็แจ่มใส

and the sun was now showering them in light.

6:12

และดวงอาทิตย์ก็สาดแสงลงมาที่พวกเขา

Despite the situation,

6:15

แม้จะมีสถานการณ์ที่เลวร้าย

they were completely overwhelmed

6:16

พวกเขาตื่นตาตื่นใจไปกับ

by the sheer beauty of the location.

6:18

ความงามอันบริสุทธิ์ของสถานที่นั้น

They used this break in the weather สำนวน

6:20

พวกเขาใช้ช่วงเวลาที่สภาพอากาศเปิดนี้

สำนวน

a break in the weather: ช่วงที่อากาศเลวร้ายสงบลงชั่วคราว

ในประโยคนี้ a break in the weather หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่สภาพอากาศเลวร้ายหรือแปรปรวนหยุดลงหรือเบาบางลงชั่วคราว คำว่า break หมายถึงการหยุดชะงัก ไม่ได้หมายถึงการทำให้สภาพอากาศเสียหาย รูปแบบที่ใช้โดยทั่วไปคือ a break in the weather ใช้พูดถึงโอกาสชั่วคราวที่ทำให้สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ พร้อมสื่อว่าสภาพอากาศเลวร้ายอาจกลับมาอีก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงช่วงพักชั่วคราวของสภาพอากาศเลวร้าย: We waited for ____ before crossing the ridge.

ดูคำตอบ

a break in the weather

to properly bury their dead crew members

6:22

เพื่อฝังศพลูกเรือที่เสียชีวิตอย่างเหมาะสม

under the snow.

6:24

ไว้ใต้หิมะ

In order to make it easier

6:25

เพื่อทำให้ง่ายขึ้น

for recovery crews to find them,

6:27

สำหรับทีมกู้ภัยที่จะค้นหาพวกเขา

they placed metal objects inside the graves

6:28

พวกเขาได้วางวัตถุโลหะไว้ภายในหลุมศพ

that could be picked up by magnetometers.

6:31

ซึ่งสามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องวัดสนามแม่เหล็ก

On day 5,

6:34

ในวันที่ 5

the crew of the crash site were running out of fresh food

6:35

ลูกเรือที่จุดตกกำลังขาดแคลนอาหารสด

and would soon be down to just cans of dry meat. วลี

6:38

และในไม่ช้าก็จะเหลือเพียงเนื้อแห้งกระป๋องเท่านั้น

วลี

be down to: ลดลงจนเหลือเพียงจำนวนหนึ่ง

ในที่นี้ be down to หมายถึงเสบียง จำนวน หรือกลุ่มที่ลดลงจนเหลือเพียงปริมาณหรือชนิดที่ระบุ ในประโยคนี้อาหารสดใกล้หมดแล้ว และจะเหลือเพียงเนื้อแห้งกระป๋อง ใช้โครงสร้าง be + down to + ปริมาณ จำนวน สิ่งของ หรือตัวเลือกที่เหลืออยู่ สำนวนนี้บอกเป็นนัยว่าเดิมมีมากกว่านี้ และเน้นสภาพที่ลดลงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหลังจากใช้เสบียงไปแล้ว เหลือน้ำเพียงหนึ่งขวด?

  1. We've put one bottle of water down.
  2. We're down to one bottle of water.
  3. Our water supply is down by one bottle.
ดูคำตอบ

We're down to one bottle of water.

That day,

6:42

วันนั้น

Robbins went out to look for more equipment

6:42

ร็อบบินส์ออกไปค้นหาอุปกรณ์เพิ่มเติม

and found a camera that belonged to Lopez,

6:44

และพบกล้องที่รับผิดชอบโดยโลเปซ

the photographer who died in the crash.

6:46

ช่างภาพที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินตก

He took some pictures of the crash site

6:48

เขาถ่ายภาพจุดตกไว้สองสามภาพ

and stored the film in his sleeping bag

6:50

และเก็บฟิล์มไว้ในถุงนอน

so he wouldn't forget it.

6:52

เพื่อที่เขาจะได้ไม่ลืมมัน

On day 7,

6:54

ในวันที่ 7

the weather around the ship finally cleared

6:55

สภาพอากาศรอบเรือเปิดขึ้นในที่สุด

and a rescue plane left Pine Island in search of the crew.

6:57

และเครื่องบินกู้ภัยก็ออกจากไพน์ไอส์แลนด์เพื่อค้นหาลูกเรือ

Using the last confirmed location of the plane,

7:01

โดยใช้ตำแหน่งที่ได้รับการยืนยันล่าสุดของเครื่องบิน

the rescue team started scanning the ground

7:04

ทีมกู้ภัยเริ่มสแกนพื้นที่

back and forth in a ladder search pattern. วัฒนธรรม

7:06

ไปมาในรูปแบบการค้นหาแบบขั้นบันได

วัฒนธรรม

ladder search pattern: เส้นทางค้นหาไปกลับอย่างเป็นระบบ

ในที่นี้ ladder search pattern คือชื่อเส้นทางที่ใช้ค้นหาครอบคลุมพื้นที่อย่างเป็นระบบ อากาศยานค้นหาจะเคลื่อนตามแนวเส้นที่เกือบขนานกันหลายเส้น แล้วเลี้ยวเชื่อมจากเส้นหนึ่งไปอีกเส้นเพื่อกวาดตรวจพื้นดินไปกลับ เมื่อดูบนแผนที่ แนวเส้นทางที่เชื่อมกันจะมีรูปร่างคล้ายบันได วลีนี้อธิบายการวางเส้นทางค้นหา ไม่ได้หมายถึงการค้นหาบันไดจริง ๆ ตำแหน่งสุดท้ายที่ได้รับการยืนยันช่วยให้ทีมกำหนดได้ว่าจะเริ่มการค้นหาอย่างเป็นระบบจากจุดใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ladder search pattern อธิบายถึงอะไร?

  1. การบินเป็นเส้นตรงเพียงครั้งเดียวออกจากตำแหน่งสุดท้ายที่ทราบ
  2. การค้นหาบันไดจริง ๆ บนพื้นดิน
  3. เส้นทางไปกลับที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ดูคำตอบ

เส้นทางไปกลับที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างเป็นระบบ

As they reached land,

7:09

เมื่อพวกเขาไปถึงแผ่นดิน

the weather became overcast

7:11

สภาพอากาศก็มืดครึ้ม

and any hopes of seeing the crew

7:12

และความหวังใดๆ ที่จะได้เห็นลูกเรือ

had disappeared behind a sea of fog. สำนวน

7:14

ได้หายไปหลังทะเลหมอก

สำนวน

a sea of fog: อุปลักษณ์ของสิ่งที่แผ่กว้างสุดสายตา

ในประโยคนี้ a sea of fog เป็นอุปลักษณ์ โดยเปรียบหมอกกับทะเล เพราะหมอกก่อตัวเป็นผืนกว้างต่อเนื่องที่ดูเหมือนจะเต็มทัศนวิสัยทั้งหมด ไม่ได้มีทะเลจริง ๆ อยู่ตรงนั้น โครงสร้าง a sea of + คำนาม สามารถนำไปใช้เพื่อบรรยายสิ่งที่มีจำนวนมากให้ดูเป็นผืนกว้างที่น่าตื่นตาหรือต่อเนื่องไม่ขาดตอน เช่น a sea of faces หรือ a sea of lights ในที่นี้ ภาพดังกล่าวยังช่วยให้เข้าใจว่าทำไมจึงมองไม่เห็นลูกเรืออีกต่อไป

แบบฝึกหัด

a sea of fog ในคำบรรยายสื่อถึงภาพแบบใด?

  1. มหาสมุทรจริง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้หมอก
  2. มวลหมอกกว้างใหญ่ที่ต่อเนื่องและเต็มทัศนวิสัย
  3. หมอกบางก้อนเล็กที่อยู่แยกออกมา
ดูคำตอบ

มวลหมอกกว้างใหญ่ที่ต่อเนื่องและเต็มทัศนวิสัย

At this exact moment,

7:17

ในจังหวะนี้เอง

Frenchy woke up in a daze

7:19

เฟรนชี่ตื่นขึ้นมาในสภาพงุนงง

and said he heard the sound of a plane

7:21

และพูดว่าเขาได้ยินเสียงเครื่องบิน

in the distance.

7:23

อยู่ไกลๆ

He hadn't heard anything.

7:24

เขาไม่ได้ยินอะไรเลย

He was simply dreaming about being rescued.

7:25

เขาแค่ฝันว่ากำลังได้รับการช่วยเหลือ

But as it turned out, ลำดับความ

7:28

แต่ปรากฎว่า

ลำดับความ

as it turned out: เกริ่นข้อเท็จจริงที่รู้ในภายหลัง

as it turned out ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งชัดเจนในภายหลัง โดยบอกผู้ฟังว่าผลลัพธ์ต่างจากความเข้าใจก่อนหน้า หรือเหนือความคาดหมายมากกว่าเดิม turned out ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏว่าเป็นเช่นนั้น” ไม่ได้หมายถึงการหันตัวจริง ๆ วลีทั้งหมดช่วยดำเนินเรื่องจากสิ่งที่เคยคาดไว้ไปสู่ความจริงที่เปิดเผยในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ใน But as it turned out วลี as it turned out ทำหน้าที่อะไร?

  1. ขอให้ใครบางคนปิดไฟ
  2. บอกให้ใครบางคนหันตัวจริง ๆ
  3. ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ค้นพบในภายหลังและอาจแก้ความคาดหมายก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ค้นพบในภายหลังและอาจแก้ความคาดหมายก่อนหน้า

the plane had actually passed

7:29

เครื่องบินลำนั้นได้บินผ่านไปจริงๆ

within 20 km of the crew.

7:32

ภายในระยะ 20 กม. จากลูกเรือ

Over the next few days,

7:34

ในช่วงสองสามวันต่อมา

the stormy weather returned once again

7:35

พายุก็กลับมาอีกครั้ง

and spirits were at an all-time low. สำนวน

7:37

และขวัญกำลังใจก็ตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

สำนวน

spirits were at an all-time low: ขวัญกำลังใจตกถึงจุดต่ำสุด

spirits ในที่นี้หมายถึงอารมณ์ ความมั่นใจ หรือขวัญกำลังใจของกลุ่ม คำนี้อยู่ในรูปพหูพจน์และไม่ได้หมายถึงผีหรือสุราที่มีแอลกอฮอล์สูง at an all-time low หมายถึงต่ำกว่าทุกช่วงเวลาก่อนหน้านั้นในระยะเวลาที่กำลังพูดถึง เมื่อนำมารวมกัน spirits were at an all-time low จึงหมายถึงขวัญกำลังใจตกถึงจุดที่ต่ำมาก โดย all-time อาจใช้เพื่อเน้น ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสรุปจากสถิติที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงความหมายว่าขวัญกำลังใจของทีมตกถึงจุดต่ำสุด: After six straight losses, the team's ____.

ดูคำตอบ

spirits were at an all-time low

The crew were desperate,

7:40

ลูกเรือรู้สึกสิ้นหวัง

so they created a large pile of debris

7:41

พวกเขาจึงสร้างกองเศษซากขนาดใหญ่

that could be set on fire

7:44

ที่สามารถจุดไฟได้

to catch the attention of any nearby plane.

7:45

เพื่อดึงดูดความสนใจของเครื่องบินที่บินผ่านไปมา

Robbins also found some yellow paint

7:48

ร็อบบินส์ยังพบสีเหลืองบ้าง

and left a note on the wing

7:50

และทิ้งข้อความไว้บนปีก

for their rescuers to see.

7:51

เพื่อให้ผู้ช่วยชีวิตได้เห็น

The crew were running out of time, กริยาวลี

7:53

เวลาของลูกเรือใกล้จะหมดลง

กริยาวลี

be running out of time: เวลาใกล้หมด

ในประโยคนี้ were running out of time หมายถึงทีมมีเวลาให้ใช้น้อยลงเรื่อย ๆ และใกล้ถึงจุดที่จะไม่เหลือเวลาที่ใช้การได้แล้ว วลีนี้แสดงถึงความเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเวลาหมดไปแล้วโดยสิ้นเชิง โครงสร้างคือ be + running out of + คำนาม โดย run out of หมายถึงใช้หรือสูญเสียสิ่งที่มีอยู่จนไม่เหลือ ส่วนรูปกำลังกระทำเน้นว่ากระบวนการนั้นยังคงดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายความว่าแทบไม่เหลือเวลาแล้ว: We need to submit the form now because we're ____.

ดูคำตอบ

running out of time

but their luck was about to change.

7:55

แต่โชคของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไป

On the morning of day 13,

7:58

ในเช้าวันที่ 13

the good weather finally returned

8:00

ในที่สุดสภาพอากาศที่ดีก็กลับมา

and the crew were having breakfast,

8:02

และลูกเรือกำลังทานอาหารเช้า

which at this point was just a few slices of apricots.

8:04

ซึ่งในตอนนั้นเหลือเพียงแอปริคอตไม่กี่ชิ้น

All of a sudden, ลำดับความ

8:07

ทันใดนั้นเอง

ลำดับความ

All of a sudden: บอกจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิด

All of a sudden หมายถึงอย่างกะทันหันและไม่มีสัญญาณเตือน เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเพื่อบอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์ถัดไปเข้ามาขัดจังหวะเรื่องราวเดิมอย่างไม่คาดคิด วลีตายตัวนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องโดยเร่งจังหวะการเล่าและดึงความสนใจไปยังเหตุการณ์ใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่ใช้เกริ่นเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้สมบูรณ์: ____, the lights went out.

ดูคำตอบ

All of a sudden

a low rumble started shaking the ground,

8:08

เสียงดังก้องเบาๆ เริ่มทำให้พื้นสั่นสะเทือน

getting stronger and stronger until

8:11

ดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง

the Pine Island crew had finally found

8:15

ในที่สุดลูกเรือเรือไพน์ไอส์แลนด์ก็พบ

their lost crewmates.

8:17

เพื่อนร่วมทีมที่สูญหายของพวกเขา

The survivors ran out waving their arms in the air.

8:19

ผู้รอดชีวิตวิ่งออกไปพร้อมโบกมือขึ้นในอากาศ

Their suffering seemed to be finally over.

8:22

ความทุกข์ทรมานของพวกเขาดูเหมือนจะจบลงในที่สุด

But without landing gear or a safe place to touch down, กริยาวลี

8:24

แต่เมื่อไม่มีเกียร์ลงจอดหรือสถานที่ที่ปลอดภัยให้สัมผัสพื้น

there was no way for the plane to rescue them.

8:28

ก็ไม่มีทางที่เครื่องบินจะช่วยเหลือพวกเขาได้เลย

กริยาวลี

touch down: อากาศยานลงจอด

ในที่นี้ touch down หมายถึง “ลงจอด” คือเครื่องบินไปถึงและสัมผัสพื้นผิวเมื่อสิ้นสุดการบิน ใน a safe place to touch down คำว่า to touch down เป็นรูป infinitive ที่บอกว่าสถานที่นั้นต้องปลอดภัยสำหรับการทำอะไร กริยาวลีนี้ให้ความรู้สึกถึงบริบทการบิน และมักเน้นช่วงเวลาที่อากาศยานสัมผัสพื้นผิว ไม่ได้หมายถึงการใช้มือแตะพื้น ส่วนคำนาม touchdown ในกีฬาก็เป็นอีกความหมายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมรายงานการบินด้วยรูปที่ถูกต้องของ touch down: After circling the airport, the plane finally ____ safely.

ดูคำตอบ

touched down

They dropped a note down to the crew that said,

8:31

พวกเขาทิ้งข้อความลงไปให้ลูกเรือโดยมีใจความว่า

"If you can walk to the lake 10 mi north, ไวยากรณ์

8:33

"หากคุณสามารถเดินไปยังทะเลสาบที่อยู่ห่างออกไปทางเหนือ 10 ไมล์ได้

join hands and form a circle.

8:37

ให้จับมือกันและสร้างเป็นวงกลม

If you cannot,

8:39

หากคุณไม่สามารถทำได้

form a straight line."

8:40

ให้เข้าแถวเป็นเส้นตรง"

ไวยากรณ์

If you can ... If you cannot: คำสั่งแบบมีเงื่อนไขเป็นคู่

อนุประโยค if สองส่วนแบ่งผู้ฟังตามความสามารถเฉพาะอย่างหนึ่ง และให้คำสั่งที่ต่างกันแก่แต่ละกลุ่ม If you can ในที่นี้หมายถึง “ถ้าคุณเดินไปยังทะเลสาบที่อยู่ทางเหนือ 10 ไมล์ได้” ส่วน If you cannot หมายถึง “ถ้าคุณเดินไปที่นั่นไม่ได้” อนุประโยคที่สองละคำซ้ำ walk to the lake 10 mi north ไว้ นี่คือการละคำ โดยเข้าใจการกระทำที่หายไปจากเงื่อนไขแรก โครงสร้างคู่ If you can ... If you cannot ... ทำให้คำสั่งทางเลือกสองแบบทำตามได้ง่าย และการกระทำของแต่ละคนจะแสดงว่าเงื่อนไขใดตรงกับตน

แบบฝึกหัด

ในคำสั่ง “If you can use the stairs, take Exit A. If you cannot, wait for help,” คำว่า “If you cannot” หมายถึงอะไร

  1. ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
  2. ไม่สามารถรอความช่วยเหลือได้
  3. ไม่สามารถใช้บันไดได้
ดูคำตอบ

ไม่สามารถใช้บันไดได้

They immediately formed a circle

8:41

พวกเขาสร้างวงกลมทันที

and began strapping Frenchy to a sled

8:43

และเริ่มมัดเฟรนชี่เข้ากับเลื่อน

before setting out on their toughest journey yet. กริยาวลี

8:45

ก่อนที่จะออกเดินทางที่ยากลำบากที่สุด

กริยาวลี

setting out on: การเริ่มต้นการเดินทางหรือภารกิจ

ในที่นี้ setting out on หมายถึงการเริ่มต้นการเดินทางหรือเริ่มลงมือทำสิ่งสำคัญ เมื่อเทียบกับกริยาทั่วไป starting วลีนี้เน้นช่วงที่ออกเดินทางและสิ่งที่จะต้องเผชิญต่อจากนั้นมากกว่า โครงสร้างคือ set out on + นามวลีที่บอกชื่อการเดินทางหรือภารกิจ ไม่ใช่การใช้แบบสกรรมกริยาใน set out the equipment ซึ่งหมายถึงจัดวางหรือนำอุปกรณ์ออกมาเรียง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สื่อว่านักปีนเขาเริ่มต้นตัวการเดินทาง ไม่ใช่เดินทางไปยังจุดหมาย: At dawn, the climbers set out ____ their journey to the summit.

ดูคำตอบ

on

Looking back, ลำดับความ

8:49

เมื่อมองกลับไป

their plane was now just a tiny speck

8:49

เครื่องบินของพวกเขาตอนนี้เป็นเพียงจุดเล็กๆ

on the landscape

8:52

บนภูมิประเทศ

and they realized just how lucky they were ไวยากรณ์

8:53

และพวกเขาก็ตระหนักว่าพวกเขาโชคดีแค่ไหน

to have been found at all.

8:55

ที่ถูกค้นพบในท้ายที่สุด

ลำดับความ

Looking back: เชื่อมการมองกลับไปกับการย้อนคิด

Looking back เริ่มจากวางภาพเหตุการณ์ผ่านมุมมองของคนในกลุ่ม พวกเขาหันไปยังสถานที่ที่จากมา ทำให้เครื่องบินดูเหมือนจุดเล็ก ๆ อยู่ไกลออกไป ขณะเดียวกัน วลีนี้พาเรื่องราวจากการมองเห็นไปสู่การเข้าใจ ภาพที่เห็นจากระยะไกลทำให้พวกเขาย้อนคิดถึงอันตรายและตระหนักว่าตนโชคดีเพียงใด ในประโยคนี้ ความหมายตามตัวอักษรของการหันกลับไปมองและความหมายของการย้อนคิดทำงานร่วมกัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยค: Looking back at the village from the boat, Amir understood why leaving felt so difficult. Looking back ทำหน้าที่อย่างไรในที่นี้

  1. วลีนี้รวมการหันกลับไปมองจริง ๆ กับการย้อนคิดถึงสิ่งที่เขากำลังจากมา
  2. วลีนี้บอกเพียงว่า Amir ลืมหมู่บ้านนั้นแล้ว
  3. วลีนี้หมายความว่า Amir กำลังบังคับเรือให้แล่นถอยหลัง
ดูคำตอบ

วลีนี้รวมการหันกลับไปมองจริง ๆ กับการย้อนคิดถึงสิ่งที่เขากำลังจากมา

ไวยากรณ์

การเน้นและรูป perfect passive ใน just how lucky ... to have been found at all

just how + คำคุณศัพท์ ใช้เน้นว่าระดับนั้นมากหรือน่าประหลาดใจเพียงใด โดย just how lucky หมายถึงโชคดีอย่างยิ่ง เมื่ออยู่หลัง realized โครงสร้างนี้นำเข้าสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเข้าใจอย่างเต็มที่เมื่อมองย้อนกลับไป to have been found เป็น infinitive แบบ perfect passive คำว่า have been บอกว่าการถูกพบเกิดขึ้นเสร็จแล้วก่อนการตระหนักรู้ และรูป passive แสดงว่า they เป็นฝ่ายที่ถูกพบ ส่วน at all เสริมว่าผลลัพธ์นี้ไม่ได้แน่นอนเลย ทั้งวลีจึงสื่อถึงความโล่งใจต่อการช่วยเหลือในอดีตที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าในภายหลังเอวาเข้าใจว่าตนโชคดีมากที่มีคนเลือกเธอไปแล้ว

  1. Months later, Ava realized just how lucky she was to be selected next year.
  2. Months later, Ava realized just how lucky she was to have been selected at all.
  3. Months later, Ava realized just how lucky she was to have selected the judges at all.
ดูคำตอบ

Months later, Ava realized just how lucky she was to have been selected at all.

The route to the lake was tough.

8:58

เส้นทางไปทะเลสาบนั้นยากลำบาก

Pulling Frenchy through the chest-high snow took them almost 12 hours. การใช้คำ

8:59

การลากเฟรนชี่ผ่านหิมะที่สูงระดับหน้าอกใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง

การใช้คำ

คำคุณศัพท์ประสมส่วนของร่างกาย + high ใน chest-high snow

ใน chest-high snow คำว่า chest-high เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงสูงถึงระดับอกของคน ใช้อธิบายความลึกหรือระดับของหิมะ ไม่ได้หมายความว่าหน้าอกของใครอยู่สูง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ส่วนของร่างกาย + high เช่น knee-high, waist-high และ shoulder-high เมื่อวางไว้หน้าคำนาม ปกติจะเชื่อมแต่ละส่วนด้วยยัติภังค์ เช่น waist-high water

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมรูปแบบส่วนของร่างกาย + high ซึ่งหมายความว่าน้ำสูงถึงเอวของนักเดินป่า: The hikers crossed ____ water.

ดูคำตอบ

waist-high

The rescue plane followed them

9:04

เครื่องบินกู้ภัยบินตามพวกเขาไป

most of the way,

9:05

ในเกือบตลอดเส้นทาง

dropping occasional supplies to mark the route

9:07

พร้อมทั้งทิ้งเสบียงลงมาเป็นระยะเพื่อทำเครื่องหมายเส้นทาง

and snapping this picture along the way.

9:09

และถ่ายภาพนี้ไว้ระหว่างทาง

The plane went on to make a perfect landing

9:12

เครื่องบินบินไปทำการลงจอดอย่างสมบูรณ์แบบ

on the lake

9:14

บนทะเลสาบ

and two men went out to look for the survivors.

9:14

และชายสองคนออกไปค้นหาผู้รอดชีวิต

But suddenly,

9:17

แต่ทันใดนั้น

a thick bank of fog rolled in, สำนวน

9:19

กลุ่มหมอกหนาทึบก็ม้วนตัวเข้ามา

leaving both groups completely blind.

9:21

ทำให้ทั้งสองกลุ่มมองไม่เห็นอะไรเลย

สำนวน

a thick bank of fog rolled in: หมอกหนาทึบเคลื่อนเข้ามาในบริเวณหนึ่ง

ใน a bank of fog คำว่า bank หมายถึงมวลขนาดใหญ่ที่หนาแน่น วลีนี้ทำให้หมอกดูเหมือนวัตถุหนาทึบที่บดบังการมองเห็นได้ ไม่ได้หมายถึงธนาคารหรือตลิ่งแม่น้ำ Rolled in หมายถึงหมอกเคลื่อนเข้ามาในบริเวณนั้น โดยปกติจะแผ่ขยายไปพร้อมกัน ในที่นี้ suddenly บอกว่าผู้คนสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วน rolled in เป็นการบรรยายการเคลื่อนไหวอย่างเห็นภาพ ไม่ได้หมายถึงการกลิ้งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a thick bank of fog rolled in หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตลิ่งแม่น้ำเริ่มเคลื่อนผ่านหมอก
  2. มีคนนำหมอกเข้าไปในธนาคาร
  3. มวลหมอกหนาทึบเคลื่อนเข้ามาในบริเวณนั้น
ดูคำตอบ

มวลหมอกหนาทึบเคลื่อนเข้ามาในบริเวณนั้น

The survivors knew they were getting closer

9:24

ผู้รอดชีวิตรู้ว่าพวกเขาเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

as they could hear the distant sound of a plane.

9:26

เนื่องจากพวกเขาได้ยินเสียงเครื่องบินจากระยะไกล

But just as they thought they had made it, สำนวน

9:29

แต่เมื่อพวกเขาคิดว่าทำสำเร็จแล้ว

สำนวน

made it: ไปถึงเป้าหมายหรือผ่านพ้นความยากลำบากอย่างปลอดภัย

Made it เป็นสำนวนที่หมายถึง “ไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ” หรือ “ผ่านพ้นความยากลำบากมาได้” ในประโยคนี้ พวกเขาคิดว่าตนเองไปถึงที่ปลอดภัยแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสร้างสิ่งของขึ้นมา เป้าหมายที่แน่ชัดดูได้จากบริบท สำนวนเดียวกันนี้อาจหมายถึงการมาถึงทันเวลา การประสบความสำเร็จ หรือการรอดจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก: I made it.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เน้นไว้: The doors were about to close, but I ____!

ดูคำตอบ

made it

they came across a 20-m high cliff, กริยาวลี

9:31

พวกเขาก็พบกับหน้าผาสูง 20 เมตร

กริยาวลี

came across: พบเจอบางสิ่งโดยไม่คาดคิด

ในประโยคนี้ came across หมายถึง “พบเจอ” หรือ “ค้นพบโดยบังเอิญ” กลุ่มคนมาถึงหน้าผาระหว่างการเดินทาง วลีนี้จึงสื่อว่าหน้าผาเป็นสิ่งที่พบระหว่างทาง ไม่ใช่จุดหมายที่วางแผนไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ come across + คน สิ่งของ หรือข้อมูล มักใช้กับการค้นพบหรือการพบเจอที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ came across ในความหมายว่า “พบโดยไม่คาดคิด”

  1. While hiking, we crossed an old stone bridge.
  2. While hiking, we came across an old stone bridge.
  3. While hiking, we came across as experienced guides.
ดูคำตอบ

While hiking, we came across an old stone bridge.

the final barrier between them and the lake.

9:33

อุปสรรคสุดท้ายระหว่างพวกเขากับทะเลสาบ

Amazingly,

9:37

น่าอัศจรรย์ใจที่

an almost perfect path just to the left led the way,

9:37

เส้นทางที่เกือบจะสมบูรณ์แบบทางด้านซ้ายนำทางไป

almost as if it had been placed there ไวยากรณ์

9:41

ราวกับว่ามันถูกวางไว้ที่นั่น

to save the crew.

9:43

เพื่อช่วยเหลือลูกเรือ

ไวยากรณ์

almost as if it had been placed there: คำอธิบายเชิงสมมติที่ไม่ฟันธง

Almost as if ใช้นำการเปรียบเทียบอย่างไม่ฟันธง ทางเดินอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะมากจนดูเหมือนมีใครนำมาวางไว้ตรงนั้น แต่ผู้บรรยายไม่ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง almost ทำให้การเปรียบเทียบนั้นยิ่งไม่แน่นอน ใน as if it had been placed there ส่วน had been placed เป็น past perfect รูปถูกกระทำ โครงสร้างนี้จินตนาการถึงการกระทำก่อนหน้านี้ที่ส่งผลต่อทางเดินก่อนฉากที่กำลังบรรยาย ขณะที่รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่ทางเดิน ไม่ใช่บุคคลที่ไม่ทราบว่าเป็นใครซึ่งอาจนำมันมาวางไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการจัดวางว่าเป็นเพียงภาพที่ชวนให้คิดเช่นนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  1. The chairs looked almost as if they had been placed there for a ceremony.
  2. The chairs were there because they had been placed there for a ceremony.
  3. The chairs had definitely been placed there for a ceremony.
ดูคำตอบ

The chairs looked almost as if they had been placed there for a ceremony.

After carefully making it down onto the ice shelf,

9:45

หลังจากเดินลงไปยังหิ้งน้ำแข็งอย่างระมัดระวัง

out of the mist came two men. ไวยากรณ์

9:48

จากกลุ่มหมอก ชายสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น

ไวยากรณ์

การสลับลำดับแบบบอกสถานที่ใน out of the mist came two men

ในประโยคนี้ out of the mist ถูกวางไว้ข้างหน้า และกริยา came อยู่ก่อนประธาน two men ลำดับคำปกติคือ Two men came out of the mist. นี่คือการสลับลำดับแบบบอกสถานที่ ไม่ใช่ประโยคคำถาม โครงสร้างนี้แสดงฉากที่มีหมอกก่อน แล้วจึงเผยให้เห็นชายสองคน ทำให้การปรากฏตัวดูน่าตื่นเต้นเหมือนในเรื่องเล่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การสลับลำดับแบบบอกสถานที่เพื่อแสดงฉากก่อน แล้วจึงเผยให้เห็นบุคคล?

  1. Did a police officer step out of the doorway?
  2. Out of the doorway stepped a police officer.
  3. A police officer stepped out of the doorway.
ดูคำตอบ

Out of the doorway stepped a police officer.

After 2 weeks of sheer terror and misery,

9:50

หลังจาก 2 สัปดาห์แห่งความหวาดกลัวและความทุกข์ยากแสนสาหัส

they were finally reunited with their crew.

9:53

ในที่สุดพวกเขาก็ได้กลับมารวมตัวกับลูกเรืออีกครั้ง

They climbed aboard the rescue plane

9:56

พวกเขาปีนขึ้นเครื่องบินกู้ภัย

and all six men safely made it back to the ship.

9:58

และชายทั้งหกคนก็กลับมาที่เรืออย่างปลอดภัย

It was one of the most unbelievable tales

10:01

มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อที่สุด

of survival and bravery

10:04

ของการเอาชีวิตรอดและความกล้าหาญ

and all six men went on to tell the tale. กริยาวลี

10:06

และชายทั้งหกคนก็มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเล่าเรื่องราวนี้

กริยาวลี

went on to + กริยา เพื่อบอกการกระทำในภายหลัง

ใน went on to tell โครงสร้าง went on to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงสิ่งที่ชายทั้งหกคนทำในภายหลัง หลังจากเหตุการณ์การเอาชีวิตรอดสิ้นสุดลงแล้ว โครงสร้างนี้พาเรื่องไปสู่การกระทำหรือช่วงใหม่ รูปแบบคือ go หรือ went on to do something ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำการกระทำเดิมต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on to เพื่อแสดงการกระทำที่แตกต่างและเกิดขึ้นภายหลัง: After winning the local competition, Nina ____ compete nationally.

ดูคำตอบ

went on to

As for the three lost men, ลำดับความ

10:09

สำหรับชายสามคนที่สูญเสียไป

ลำดับความ

As for: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ As for the three lost men พาการเล่าเรื่องจากกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึงไปยังอีกกลุ่มหนึ่งที่แตกต่างแต่เกี่ยวข้องกัน วลีนี้บอกว่าผู้เล่ากำลังจะพูดถึงหัวข้อนี้ต่อไป ใช้รูปแบบ As for + นามวลี แล้วตามด้วยข้อความเกี่ยวกับหัวข้อนั้น การวางหัวข้อไว้ข้างหน้าช่วยจัดส่วนต่าง ๆ ของเรื่องหรือการสนทนาให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง As for ทำหน้าที่อะไร

  1. เปลี่ยนการเล่าเรื่องไปยังอีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
  2. แสดงว่ากลุ่มนั้นเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ถัดไป
  3. บอกว่ากลุ่มนั้นหายตัวไปเมื่อใด
ดูคำตอบ

เปลี่ยนการเล่าเรื่องไปยังอีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้อง

they remain buried,

10:11

พวกเขายังคงถูกฝังอยู่

perfectly preserved under 80 years วลี

10:13

และได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ภายใต้ 80 ปี

worth of ice and snow,

10:15

ของน้ำแข็งและหิมะ

วลี

80 years worth of: ปริมาณที่สะสมตามกาลเวลา

ในที่นี้ 80 years worth of ice and snow หมายถึงปริมาณน้ำแข็งและหิมะที่สะสมตลอดแปดสิบปี วลีบอกเวลานี้ใช้วัดปริมาณที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้เพียงบอกอายุของน้ำแข็งและหิมะ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำบอกปริมาณ + worth of + คำนาม เช่น £20 worth of fuel, a day's worth of food หรือ two weeks' worth of work ในงานเขียนมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้ รูปพหูพจน์เขียนเป็น 80 years' worth of โดยวางเครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง years

แบบฝึกหัด

ใช้ ten years และโครงสร้างมาตรฐานที่มี worth of เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The archive contains ____ records.

ดูคำตอบ

ten years' worth of

which will now be over 100 m deep.

10:17

ซึ่งตอนนี้จะมีความลึกกว่า 100 เมตร

The camera that Robbins found never made it out of the crash site.

10:20

กล้องที่ร็อบบินส์พบไม่ได้ถูกนำออกมาจากจุดตก

Its pictures,

10:24

รูปภาพของมัน

which would no doubt be worth สำนวน

10:24

ซึ่งคงมีค่าเท่ากับ

a thousand words,

10:26

คำพูดนับพันคำอย่างแน่นอน

are just waiting to be discovered one day.

10:27

เพียงแค่รอการถูกค้นพบในวันหนึ่ง

สำนวน

worth a thousand words: มีค่าเท่ากับคำพูดนับพัน

worth a thousand words ในที่นี้เชื่อมโยงกับสุภาษิต “A picture is worth a thousand words.” หมายความว่าภาพหนึ่งภาพสามารถสื่อสารเรื่องราวได้มากมาย และมักทำได้รวดเร็วหรือทรงพลังกว่าคำอธิบายยาว ๆ จำนวนหนึ่งพันเป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้ภาพถ่ายที่ยังไม่ถูกค้นพบมีคุณค่าพิเศษทั้งทางอารมณ์และข้อมูล ไม่ได้กล่าวถึงราคาของภาพถ่าย

แบบฝึกหัด

worth a thousand words ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ภาพถ่ายสามารถสื่อสารข้อมูลได้มากมาย
  2. ภาพถ่ายสามารถขายได้ในราคาตายตัว
  3. ภาพถ่ายมีคำเขียนอยู่หนึ่งพันคำพอดี
ดูคำตอบ

ภาพถ่ายสามารถสื่อสารข้อมูลได้มากมาย

Sadly, no one has ever returned

10:30

น่าเศร้าที่ ไม่เคยมีใครกลับไป

to this fabled location

10:32

ยังสถานที่ในตำนานแห่งนี้

to recover the three men.

10:34

เพื่อนำร่างของชายทั้งสามกลับมา

To learn more about what the six survivors

10:36

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมว่าผู้รอดชีวิตทั้งหกคน

went on to do with their lives,

10:39

ใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปหลังจากนั้น

check out the page on our website Primal Nebula.

10:41

เข้าไปดูหน้าเว็บบนเว็บไซต์ Primal Nebula ของเรา

And now, for the Primal Space giveaway.

10:44

และตอนนี้ สำหรับกิจกรรมแจกของรางวัลของ Primal Space

The winner of the previous giveaway is Alexander.

10:46

ผู้ชนะจากกิจกรรมแจกของรางวัลครั้งก่อนคือ Alexander

Congrats.

10:49

ยินดีด้วยครับ

In the next video,

10:50

ในวิดีโอถัดไป

we'll be giving away this Primal Space designed

10:51

เราจะแจกโปสเตอร์แอนตาร์กติกา

Antarctic poster.

10:54

ที่ออกแบบโดย Primal Space นี้

All you need to do is sign up at the link below, ไวยากรณ์

10:55

สิ่งที่คุณต้องทำคือลงทะเบียนที่ลิงก์ด้านล่าง

ไวยากรณ์

All you need to do is + กริยารูปพื้นฐาน

All you need to do is เน้นไปที่การกระทำเพียงอย่างเดียวที่จำเป็นหรือเพียงพอ ในที่นี้ all หมายถึง “สิ่งเดียวที่จำเป็น” ไม่ใช่ “ทุกคน” โครงสร้างนี้จึงทำให้ขั้นตอนต่อไปฟังดูมีขอบเขตจำกัดและจัดการได้ง่าย เนื่องจากส่วนแรกมี do คำกริยาที่แสดงการกระทำหลังจากนั้นจึงมักใช้รูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to เช่น All you need to do is sign up. โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับการให้คำแนะนำสั้น ๆ หรือเสนอวิธีแก้ปัญหาง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างหลักจากบทเรียน: ____ enter your email address.

ดูคำตอบ

All you need to do is

like the video,

10:57

กดถูกใจวิดีโอ

and leave a comment

10:58

และแสดงความคิดเห็น

saying what you think

10:59

บอกเราว่าคุณคิดอย่างไร

about this incredible story.

11:01

เกี่ยวกับเรื่องราวที่เหลือเชื่อนี้

Thank you very much for watching

11:03

ขอบคุณมากที่รับชม

and I'll see you in the next video.

11:04

แล้วพบกันใหม่ในวิดีโอหน้า