บลูอี้ มินิเอพิโสดฉบับเต็ม - ตอนที่ 2 💙 | มัฟฟินแกะกล่อง, หมาเบอร์เกอร์, จดหมาย | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
562 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เรื่องตลกในครอบครัวสามช่วงเริ่มจากเด็กที่ฝืนใจแกะรถดัมพ์ของเล่นซึ่งตนไม่อยากได้ ต่อด้วยพ่อที่แกล้งบอกว่าโทรศัพท์แบตหมดเพื่อเลี่ยงการเปิดเพลง และจบด้วยจดหมายการบ้านเก่าที่สะกดผิดมากมาย ซึ่งคำวิจารณ์ลาซานญาของคุณย่าทำให้ตอนจบชวนกระอักกระอ่วน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. unboxing video. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่านี่คือชื่อรูปแบบวิดีโอออนไลน์ที่เน้นการแกะและนำเสนอสินค้า ไม่ได้หมายถึงการเปิดกล่องทั่วไปเท่านั้น คุณจะจำคำนี้ได้ในคอนเทนต์ซื้อของหรือรีวิว และเข้าใจว่าเหตุใดเด็กจึงเลียนแบบคำเกริ่นของครีเอเตอร์วิดีโอ 2. Just 'cause / doesn't mean — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้สองส่วนนี้ร่วมกันเพื่อโต้แย้งข้อสรุปที่ไม่มีเหตุผลรองรับ โดยชี้ว่าข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างยังไม่พอพิสูจน์อีกข้อกล่าวอ้างหนึ่ง คุณนำรูปแบบนี้ไปใช้ในความเห็นต่างประจำวันเพื่อทักท้วงข้อสันนิษฐานให้ชัดเจนได้โดยไม่ต้องอธิบายยืดยาว 3. Oh, great. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าคำตอบที่ดูเป็นบวกอาจสื่อความอึดอัดหรือประชด เมื่อเพิ่งเปิดเผยว่าตอนเด็กพ่อเคยเขียนว่าลาซานญาของคุณย่าน่าขยะแขยง คุณจึงตีความคำตอบสั้น ๆ จากบริบท น้ำเสียง และท่าทีของผู้พูดได้ แทนที่จะยึดเพียงความหมายตรงตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Okay, go.

0:00

โอเค เริ่มได้

Hi, everybody. I'm Muffin.

0:09

สวัสดีทุกคน ฉันชื่อมัฟฟิน

Welcome to my unboxing video. วัฒนธรรม

0:11

ยินดีต้อนรับสู่วิดีโอแกะกล่องของฉัน

วัฒนธรรม

unboxing video: รูปแบบวิดีโอแกะกล่องและโชว์สินค้า

unboxing video คือวิดีโอออนไลน์รูปแบบหนึ่งที่มีคนเปิดบรรจุภัณฑ์ของสินค้าและแสดงของข้างใน โดยมักบอกความรู้สึกแรกสั้น ๆ ด้วย ในประโยคนี้ unboxing บอกประเภทของวิดีโอ ไม่ได้เพียงเล่าการเปิดกล่องครั้งหนึ่ง การพูดว่า my unboxing video ทำให้ผู้พูดอยู่ในบทบาทผู้ดำเนินวิดีโอรูปแบบที่คุ้นเคยนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ unboxing video หมายถึงวิดีโอแบบใด

  1. วิดีโอที่ติดตามพัสดุระหว่างการจัดส่งเท่านั้น
  2. วิดีโอที่สอนผู้ชมทำกล่องกระดาษแข็ง
  3. วิดีโอที่แสดงคนเปิดบรรจุภัณฑ์ของสินค้าและนำเสนอของข้างใน
ดูคำตอบ

วิดีโอที่แสดงคนเปิดบรรจุภัณฑ์ของสินค้าและนำเสนอของข้างใน

Oh, Dad, I have to go to the toilet.

0:13

โอ๊ะ พ่อคะ หนูต้องไปเข้าห้องน้ำ

Muffin.

0:15

มัฟฟิน

Hi.

0:16

หวัดดี

Welcome to my unboxing video.

0:16

ยินดีต้อนรับสู่วิดีโอแกะกล่องของฉัน

Today, we're going to open this dump truck. ลำดับความ

0:18

วันนี้เราจะมาแกะรถดัมพ์คันนี้กัน

ลำดับความ

Today, we're going to ...: คำเปิดเพื่อเกริ่นเนื้อหาของวิดีโอ

ในช่วงต้นของวิดีโอหรือการนำเสนอ Today กำหนดขอบเขตของเนื้อหาในครั้งนี้ ส่วน we're going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เกริ่นการกระทำหรือหัวข้อหลัก เมื่อนำมารวมกัน รูปแบบนี้จะบอกผู้ชมล่วงหน้าว่าต่อไปจะได้เห็นอะไร ก่อนเข้าสู่รายละเอียด หน้าที่หลักในที่นี้คือช่วยจัดลำดับบทเปิด ไม่ใช่เพียงบอกอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดวิดีโอสอนโดยใช้รูปแบบ Today + we're going to: ____ make a paper airplane.

ดูคำตอบ

Today we're going to

Dad, I don't want a dump truck.

0:23

พ่อคะ หนูไม่อยากได้รถดัมพ์

I want Cat Squad Kitty Island.

0:25

หนูอยากได้เกาะคิตตี้ของแคทสควอด

Muffin, this is the one they sent us, okay? ไวยากรณ์

0:27

มัฟฟิน นี่คืออันที่เขาส่งมาให้เรานะ โอเคไหม?

ไวยากรณ์

the one they sent us: one + อนุประโยคขยายคำนามแบบชี้เฉพาะ

ในประโยคนี้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบทสนทนา เช่น toy หรือ dump truck จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ และ one ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเลข 1 the ชี้ถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วน they sent us เป็นอนุประโยคขยายที่บอกว่าหมายถึงชิ้นไหน รูปเต็มอาจเป็น the one that they sent us โดยละ that ได้เพราะ that เป็นกรรมของ sent

แบบฝึกหัด

เมื่อวานคุณสั่งโทรศัพท์หนึ่งเครื่องจากสองเครื่อง จงใช้โครงสร้าง the one + ประธาน + กริยา เติมประโยคให้สมบูรณ์: Of these two phones, this is ____.

ดูคำตอบ

the one you ordered

Just say the line. การใช้คำ

0:29

แค่พูดตามบทไปเถอะ

การใช้คำ

the line: คำพูดตามบทในการถ่ายทำหรือการแสดง

ในที่นี้ the line หมายถึงคำพูดที่คนคนหนึ่งต้องพูดตามบทระหว่างการถ่ายทำหรือการแสดง คำนำหน้านาม the แสดงว่าผู้พูดทั้งสองฝ่ายรู้ว่าหมายถึงบทพูดส่วนไหน เมื่อใช้กับคำกริยา say วลีนี้หมายถึงการพูดคำตามบทนั้น บริบทการถ่ายทำหรือการแสดงทำให้ไม่ใช่ความหมายอย่างเส้นที่วาดไว้หรือคนที่กำลังต่อแถว

แบบฝึกหัด

ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้กำกับพูดว่า "Just say the line." ในที่นี้ the line หมายถึงอะไร

  1. คนที่กำลังรอต่อแถว
  2. รอยยาวและแคบ
  3. คำพูดในบทที่คนนั้นต้องพูด
ดูคำตอบ

คำพูดในบทที่คนนั้นต้องพูด

But I want Cat Squad Kitty Island.

0:30

แต่หนูอยากได้เกาะคิตตี้ของแคทสควอดนี่นา

Okay, so I'll open this bit. การใช้คำ

0:33

โอเค งั้นฉันจะแกะตรงนี้นะ

การใช้คำ

this bit: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ส่วนเล็ก ๆ นี้”

ในประโยคนี้ this bit หมายถึง “ส่วนเล็ก ๆ นี้ของสิ่งของ” ผู้พูดกำลังชี้ถึงชิ้นส่วนเฉพาะที่จะเปิด โดย bit ใช้เรียกส่วนที่มองเห็นหรือทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้ว ไม่ได้บอกปริมาณ การใช้ bit แบบนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ เป็นคำเรียกกว้าง ๆ เมื่อชื่อที่แน่นอนของชิ้นส่วนนั้นไม่สำคัญหรือไม่เป็นที่รู้จัก และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเลขฐานสองหนึ่งหลัก

แบบฝึกหัด

ใน “I'll open this bit” คำว่า this bit หมายถึงอะไร

  1. เลขฐานสองหนึ่งหลัก
  2. ส่วนเล็ก ๆ นี้ของสิ่งของ
  3. ช่วงเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ

ส่วนเล็ก ๆ นี้ของสิ่งของ

It's stuck.

0:38

มันติดน่ะ

Don't break it, Muffin.

0:41

อย่าทำพังนะ มัฟฟิน

Come on. น้ำเสียง/เจตนา

0:43

โธ่เอ๊ย

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: การเร่งอย่างไม่อดทน ไม่ใช่การสั่งให้เข้ามาใกล้

ในที่นี้ Come on. ใช้เร่งให้การกระทำที่ติดขัดดำเนินต่อไป คล้ายกับ “เร็วเข้า” หรือ “ทำงานสิ” วลีสั้น ๆ นี้แสดงความไม่อดทนหรือความหงุดหงิด ไม่ใช่คำสั่งให้ใครเดินเข้าหาผู้พูด หน้าที่ของ Come on เปลี่ยนไปตามบริบทและน้ำเสียง อาจใช้ให้กำลังใจ เร่งให้ลงมือทำ โต้แย้งสิ่งที่อีกฝ่ายพูด หรือแสดงว่าไม่อยากเชื่อ เมื่อบางสิ่งไม่ขยับหรือไม่ทำงาน ความหมายที่เป็นธรรมชาติคือการเร่งอย่างไม่อดทน

แบบฝึกหัด

เครื่องจักรหยุดทำงานกลางคัน มีคนพูดว่า “Come on.” เขาน่าจะกำลังทำอะไร

  1. ขออนุญาตอย่างเป็นทางการ
  2. ชวนให้คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้
  3. เร่งให้เครื่องจักรกลับมาทำงานอีกครั้ง
ดูคำตอบ

เร่งให้เครื่องจักรกลับมาทำงานอีกครั้ง

I told you. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

พ่อบอกแล้วไง

น้ำเสียง/เจตนา

I told you. — คำเตือนก่อนหน้าได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง

ในที่นี้ I told you. มีความหมายมากกว่าการบอกข้อเท็จจริงแบบเป็นกลางว่าผู้พูดเคยให้ข้อมูลมาก่อน ประโยคนี้ย้อนถึงคำเตือนหรือการคาดการณ์ก่อนหน้า ซึ่งเหตุการณ์ต่อมาได้พิสูจน์ว่าถูกต้อง ใกล้เคียงกับ “ฉันเตือนแล้ว และตอนนี้ก็เห็นแล้วว่าฉันพูดถูก” เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ หลังเกิดปัญหา ประโยคนี้อาจสื่อถึงการตำหนิ ความไม่อดทน หรือความพอใจที่ตนเองพูดถูกด้วย ท่าทีนี้เกิดจากการย้ำคำเตือนเดิมในตอนที่ผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: เพื่อนกำลังเสียใจหลังจากไม่ฟังคำเตือนของคุณ การพูด I told you. ด้วยน้ำเสียงเหมือนเป็นฝ่ายชนะอาจฟังเหมือนตำหนิหรืออวดว่าตนเองถูก ข้อนี้จริงหรือไม่?

  1. จริง — อาจฟังเหมือนตำหนิหรืออวดว่าตนเองถูก
  2. ไม่จริง — ประโยคนี้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

จริง — อาจฟังเหมือนตำหนิหรืออวดว่าตนเองถูก

You've really done a number on this thing. สำนวน

0:48

ลูกทำมันพังเละเทะเลยนะเนี่ย

สำนวน

do a number on something: ทำให้เสียหายหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

do a number on + คนหรือสิ่งของ เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงทำให้เป้าหมายนั้นเสียหาย บาดเจ็บ หรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ this thing อยู่ในสภาพแย่มากเพราะสิ่งที่ผู้ฟังทำ ส่วน number ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรเกี่ยวกับการนับ You've done เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับความเสียหายที่มองเห็นได้ในตอนนี้ และ really เน้นความตกใจหรือการตำหนิของผู้พูด โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ do a number on + เป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้เสียหายอย่างรุนแรง”: The hailstorm has ____ our car.

ดูคำตอบ

done a number on

This is a dump truck.

0:51

นี่คือรถดัมพ์

Push the button.

0:54

กดปุ่มสิ

You push this button and it does this.

0:55

พอกดปุ่มนี้ มันก็จะทำแบบนี้

Push it harder.

1:00

กดให้แรงกว่านี้สิ

It's not working.

1:02

มันไม่ทำงานเลย

Push it properly.

1:04

กดให้มันถูกสิ

I am.

1:05

ก็กดอยู่นี่ไง

You have to remember to put batteries in it first. โน้ต

1:06

ลูกต้องจำไว้ว่าต้องใส่ถ่านก่อนนะ

ไวยากรณ์

have to remember to: การกระทำที่จำเป็นและห้ามลืม

have to บอกว่าการกระทำนั้นจำเป็น ส่วน remember to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงอย่าลืมทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เมื่อรวมกัน have to remember to จึงเป็นการย้ำอย่างชัดเจนให้ทำสิ่งที่จำเป็น โครงสร้างคือ have to + remember + to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ใช้เกริ่นขั้นตอนแรกที่ต้องทำให้เสร็จก่อนของเล่นจะใช้งานได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วย have to remember to: Before the trip, you ____ bring your passport.

ดูคำตอบ

have to remember to

วลี

put batteries in it: ใส่ถ่านในอุปกรณ์

put batteries in it หมายถึงใส่ถ่านลงในช่องใส่ถ่านของของเล่นหรืออุปกรณ์ เป็นวิธีพูดในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการบอกว่าใส่ถ่านที่อุปกรณ์ต้องใช้ โครงสร้างคือ put + batteries + in + อุปกรณ์ ในประโยคนี้ it ใช้แทนอุปกรณ์ที่พูดถึงอยู่แล้ว และ in บอกว่าถ่านต้องเข้าไปอยู่ข้างใน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้ใครสักคนใส่ถ่านสองก้อนในรีโมตได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Put two batteries in the remote.
  2. Install two batteries to the remote.
  3. Put two batteries on the remote.
ดูคำตอบ

Put two batteries in the remote.

Oh, thanks.

1:10

อ๋อ ขอบคุณค่ะ

Oh, that's pretty cool.

1:14

โอ้ เจ๋งดีแฮะ

Maybe I should put some rocks in the back. น้ำเสียง/เจตนา

1:16

บางทีฉันน่าจะเอาก้อนหินใส่ไว้ข้างหลังนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe I should ... สำหรับการเสนอแนะตัวเองอย่างไม่ฟันธง

Maybe I should + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอการกระทำว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้พูดกำลังพิจารณา Maybe ทำให้ระดับความแน่ใจลดลงและทำให้ความคิดฟังดูไม่ฟันธงมากขึ้น ในที่นี้ should แสดงความคิดของผู้พูดเองว่าสิ่งใดอาจเป็นขั้นตอนต่อไปที่ดี ไม่ใช่กฎหรือหน้าที่ที่คนอื่นกำหนด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการขอความช่วยเหลือว่าเป็นความคิดแบบไม่ฟันธงที่ผู้พูดเพิ่งนึกขึ้นได้?

  1. I have to ask Leo for help.
  2. I will definitely ask Leo for help.
  3. Maybe I should ask Leo for help.
ดูคำตอบ

Maybe I should ask Leo for help.

This is a dump truck.

1:23

นี่คือรถดัมพ์

It is the worst toy ever. ไวยากรณ์

1:27

มันเป็นของเล่นที่ห่วยที่สุดเลย

ไวยากรณ์

the worst ... ever สำหรับขั้นสุดแบบเน้นย้ำ

โครงสร้าง the worst + คำนาม + ever เป็นการประเมินเชิงลบอย่างรุนแรง Ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบโดยนัยให้ครอบคลุมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนั้น the worst toy ever จึงมีความหมายประมาณว่า “ของเล่นที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยพบ” หรือถ้าพูดให้แรงขึ้นคือ “ของเล่นที่แย่ที่สุดตลอดกาล” ในภาษาพูดแบบกันเอง โครงสร้างนี้มักแสดงอารมณ์และการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่การจัดอันดับตามข้อเท็จจริงที่วัดมาอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการบ่นเกี่ยวกับเกมที่รุนแรงและเกินจริงที่สุด?

  1. This game is worse than the last one.
  2. This is the worst game ever.
  3. This game is quite bad.
ดูคำตอบ

This is the worst game ever.

I hate it.

1:29

ฉันเกลียดมัน

Can I have it? น้ำเสียง/เจตนา

1:32

หนูขอได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I have it?:ขอให้อีกฝ่ายส่งของให้

Can I have it? เป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการขอให้อีกฝ่ายให้หรือส่งของชิ้นหนึ่งมาให้ หรืออนุญาตให้เราหยิบของนั้น ในที่นี้ have หมายถึงได้รับหรือเอามาใช้ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเจ้าของถาวรเสมอไป Can I...? ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ใช่แค่คำถามเรื่องความสามารถ รูปคำถามเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ จึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่ง Give it to me.

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้เพื่อนส่งดินสอสีน้ำเงินให้ คำขอใดเป็นธรรมชาติและสุภาพ

  1. Give me the blue pencil now.
  2. Can I have the blue pencil, please?
  3. Can I own the blue pencil, please?
ดูคำตอบ

Can I have the blue pencil, please?

No, it's mine.

1:33

ไม่ได้ นี่ของพี่

Chilling on the couch, การใช้คำ

1:42

นั่งชิลบนโซฟา

reading about the prime minister.

1:43

อ่านข่าวเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี

การใช้คำ

Chilling on the couch:พักผ่อนสบาย ๆ บนโซฟา

Chilling on the couch หมายถึงการพักผ่อนหรือนั่งใช้เวลาแบบสบาย ๆ บนโซฟา ในการใช้แบบไม่เป็นทางการนี้ chill หมายถึงผ่อนคลาย ไม่ใช่เย็นลง Chilling เป็นวลีรูป -ing ที่บอกกิจกรรม ในบทสนทนาแบบสบาย ๆ หรือคำบรรยายภาพ วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำตอบหรือคำบรรยายแบบย่อได้ โดยละประธานและรูปของกริยา be ที่เข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ chilling ในความหมายว่าพักผ่อนและใช้เวลาแบบสบาย ๆ

  1. The lemonade is chilling in the fridge.
  2. I'm just chilling at home after work.
  3. The movie ended with a chilling warning.
ดูคำตอบ

I'm just chilling at home after work.

Oh, what's he done now? น้ำเสียง/เจตนา

1:45

โอ้ ตอนนี้เขาทำอะไรอีกล่ะเนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

What's he done now?: คาดว่าเขาก่อเรื่องอีกแล้ว

ในคำถามนี้ now ที่อยู่ท้ายประโยคไม่ได้หมายถึงเพียง “ตอนนี้” เท่านั้น เมื่อใช้กับ What has he done? มักเพิ่มความหมายว่า “คราวนี้” หรือ “อีกแล้ว” ดังนั้นความหมายตามธรรมชาติจึงใกล้กับ “คราวนี้เขาทำอะไรอีกล่ะ?” ผู้พูดคาดไว้แล้วว่าคนนั้นอาจก่อปัญหาอีกหรือทำบางอย่างที่เป็นข่าว น้ำเสียงอาจฟังดูหยอกล้อ ระแวง หรือรำคาญ มากกว่าจะเป็นคำถามที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

“What's he done now?” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดต้องการให้เขาทำบางอย่างทันที
  2. ผู้พูดสงสัยว่าเขาอาจก่อปัญหาอีกแล้ว
  3. ผู้พูดถามอย่างเป็นกลางว่าเขาทำงานอะไรอยู่ในปัจจุบัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยว่าเขาอาจก่อปัญหาอีกแล้ว

Dad, can you play a song on your phone for us? น้ำเสียง/เจตนา

1:47

พ่อคะ พ่อเปิดเพลงในมือถือให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you ... for us?: การขอร้องในชีวิตประจำวัน

Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน...? มักใช้เพื่อขอร้อง ไม่ใช่ถามตรง ๆ ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้พ่อเปิดเพลง On your phone ระบุอุปกรณ์ที่ใช้ทำสิ่งนั้น ส่วน for us ระบุผู้ที่ได้รับประโยชน์ คือผู้พูดและกลุ่ม จึงหมายถึง “เพื่อพวกเรา” ไม่ใช่สถานที่

แบบฝึกหัด

เติมคำขอร้องให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน + for us: ____ take a photo ____, please?

ดูคำตอบ

Can you · for us

Uh yeah.

1:50

เอ่อ ได้สิ

Okay.

1:50

เย้

As long as it's not too annoying. ไวยากรณ์

1:51

ตราบใดที่มันไม่น่ารำคาญเกินไปนะ

ไวยากรณ์

การใช้ As long as เพื่อตั้งเงื่อนไข

As long as ใช้เกริ่นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้พูดยอมรับบางอย่าง ในประโยคนี้ การยอมรับถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท กล่าวคือ เพลงนี้เปิดได้ถ้ามันไม่น่ารำคาญเกินไป รูปแบบคือ ประโยคหลัก + as long as + ประโยคเงื่อนไข หรือจะวางเงื่อนไขไว้ต้นประโยคก็ได้ โดยมักมีความหมายใกล้กับ provided that และเน้นข้อกำหนดที่ต้องทำให้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as long as เพื่อตั้งเงื่อนไข

  1. The hallway is as long as the garden.
  2. You can join us as long as you arrive on time.
  3. We waited for as long as the rain lasted.
ดูคำตอบ

You can join us as long as you arrive on time.

No, it's not annoying.

1:53

ไม่หรอกค่ะ ไม่น่ารำคาญหรอก

What's it called? วลี

1:54

เพลงชื่ออะไรล่ะ?

วลี

การใช้ What's it called? เพื่อถามชื่อ

What's it called? ใช้ถามชื่อ ชื่อเรื่อง หรือคำเรียกของสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท called ในที่นี้หมายถึง named หรือ “มีชื่อว่า” ไม่ได้หมายถึงการติดต่อทางโทรศัพท์ รูปแบบคือ What + be + ประธาน + called? สามารถเปลี่ยนประธานได้ เช่น What's that song called? หรือ What are these tools called?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามมาตรฐานที่ใช้ถามชื่อด้วยรูปที่ถูกต้องของ call: What's this game ____?

ดูคำตอบ

called

Burger Dog.

1:55

เบอร์เกอร์ด็อก

Burger Dog.

1:57

เบอร์เกอร์ด็อก

Okay. There you go. น้ำเสียง/เจตนา

1:59

โอเค เอาล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

There you go. เมื่อยื่นของให้หรือทำงานเสร็จ

ในที่นี้ There you go. เป็นคำพูดปิดท้ายอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อผู้พูดช่วยเสร็จแล้วหรือเตรียมบางอย่างให้พร้อม เป็นการบอกอีกฝ่ายว่า “เสร็จแล้ว ตอนนี้รับไปหรือใช้ได้เลย” เมื่อใช้ในหน้าที่การโต้ตอบแบบนี้ there ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ และ go ก็ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ตอนยื่นสิ่งของให้ มักมีความหมายว่า “นี่ครับ/ค่ะ” ส่วนหลังจากตั้งค่าหรือทำบางอย่างเสร็จ มักหมายถึง “เรียบร้อยแล้ว”

แบบฝึกหัด

คุณยื่นใบเสร็จที่ลูกค้าขอให้ ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. There it goes.
  2. Go over there.
  3. There you go.
ดูคำตอบ

There you go.

Hey.

2:24

เฮ้ย

Sorry, kids.

2:25

โทษทีนะเด็ก ๆ

My phone's run out of battery. กริยาวลี

2:26

มือถือพ่อแบตหมดแล้วล่ะ

กริยาวลี

run out of battery: ไม่มีพลังงานแบตเตอรี่เหลือ

ใน My phone's run out of battery คำว่า phone's หมายถึง phone has ส่วน Has run out เป็นโครงสร้าง present perfect: พลังงานแบตเตอรี่ไม่เหลือแล้ว และผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสิ่งสำคัญ—โทรศัพท์จึงทำงานตามปกติไม่ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + run out of + ทรัพยากรที่มีจำกัด: We've run out of time/milk. ประธานคือคนหรือสิ่งที่ไม่มีทรัพยากรนั้นเหลือแล้ว และวางชื่อทรัพยากรไว้หลัง of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง run out of: We need to stop now because we've ____ time.

ดูคำตอบ

run out of

No, it hasn't.

2:27

ไม่หมดสักหน่อย

Hey.

2:30

เฮ้ย

You're tricking us!

2:30

พ่อกำลังหลอกพวกเรา!

Just 'cause the screen is black, doesn't mean it's out of battery. ไวยากรณ์

2:32

แค่หน้าจอมันดำ ไม่ได้แปลว่าแบตหมดซะหน่อย

ไวยากรณ์

Just 'cause X doesn't mean Y: ใช้โต้แย้งข้อสรุปที่ด่วนเกินไป

รูปแบบ Just 'cause X doesn't mean Y ใช้โต้แย้งแนวคิดว่า X เป็นหลักฐานที่เพียงพอสำหรับ Y ในประโยคนี้ การที่หน้าจอเป็นสีดำเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าแบตเตอรี่หมด ผู้พูดไม่ได้บอกว่า Y เป็นไปไม่ได้ แต่บอกเพียงว่า X ยังพิสูจน์ Y ไม่ได้ ในที่นี้ 'cause เป็นรูปย่อแบบภาษาพูดของ because และ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” รูปแบบเต็ม Just because X doesn't mean Y สามารถนำไปใช้โต้แย้งข้อสรุปที่มีหลักฐานน้อยเกินไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดโต้แย้งข้อสรุปที่ว่า “การเงียบพิสูจน์ว่าไม่มีความสุข” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Because Mia is quiet, she must be unhappy.
  2. Just 'cause Mia is quiet doesn't mean she is unhappy.
  3. Just 'cause Mia is quiet, she is unhappy.
ดูคำตอบ

Just 'cause Mia is quiet doesn't mean she is unhappy.

Bluey.

2:36

บลูอี้

I know.

2:36

หนูรู้

Look, I really want to listen to Hamburger Dog too.

2:37

นี่ฟังนะ พ่อก็อยากฟังแฮมเบอร์เกอร์ด็อกเหมือนกันนั่นแหละ

It's a hauntingly beautiful song, วลี

2:40

มันเป็นเพลงที่ไพเราะจับใจมากเลยนะ

วลี

hauntingly beautiful song: เพลงที่ไพเราะจนตราตรึงใจ

ใน hauntingly beautiful คำวิเศษณ์ hauntingly เพิ่มน้ำหนักให้ beautiful พร้อมเติมความหมายว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นคงอยู่นาน เพลงนี้ซาบซึ้งหรือน่าประทับใจมากจนความงามยังติดอยู่ในใจของผู้ฟัง คำนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีผีจริง ๆ เป็นคำชมเชิงบวกอย่างมาก แม้ว่าความงามนั้นอาจให้ความรู้สึกเศร้า ลึกลับ หรือชวนขนลุกเล็กน้อยด้วยก็ตาม

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The violin melody was hauntingly beautiful,' hauntingly beautiful มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?

  1. น่าฟังเพียงเล็กน้อยแต่ลืมได้ง่าย
  2. งดงามในแบบที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ
  3. งดงามเพราะมีผีเป็นผู้บรรเลง
ดูคำตอบ

งดงามในแบบที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

but you know these new phones when they update the software, น้ำเสียง/เจตนา

2:43

แต่ลูกก็รู้ว่ามือถือรุ่นใหม่พวกนี้ เวลาอัปเดตซอฟต์แวร์

น้ำเสียง/เจตนา

you know ในฐานะคำเกริ่นคำอธิบายในบทสนทนา

you know ในที่นี้เป็นคำบอกหน้าที่ในบทสนทนา ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อะไร ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อนำเสนอเรื่องโทรศัพท์รุ่นใหม่ว่าเป็นเรื่องที่คุ้นเคยหรือยอมรับได้ง่าย และปูทางไปสู่คำอธิบายต่อไป เพราะคำนี้ทำหน้าที่จัดลำดับบทสนทนา ไม่ได้เป็นข้อมูลหลัก จึงมักไม่จำเป็นต้องแปลแยกต่างหาก ตามน้ำเสียงอาจเข้าใจได้ว่า “อย่างที่รู้กัน” “คือว่า” หรือเป็นเพียงคำเชื่อมสั้น ๆ ในบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ใน “You know, old devices can be unpredictable,” คำว่า you know ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุว่าผู้ฟังเป็นเจ้าของอุปกรณ์เก่าชิ้นใด
  2. เกริ่นความคิดเห็นให้เป็นแนวคิดที่คุ้นเคยโดยไม่ได้ถามจริง ๆ
  3. ถามตรง ๆ ว่าผู้ฟังรู้วิธีทำงานของอุปกรณ์เก่าหรือไม่
ดูคำตอบ

เกริ่นความคิดเห็นให้เป็นแนวคิดที่คุ้นเคยโดยไม่ได้ถามจริง ๆ

it stuffs your battery. การใช้คำ

2:45

มันทำให้แบตเสื่อม

การใช้คำ

it stuffs your battery: stuff แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้พัง”

ใน it stuffs your battery คำว่า stuffs เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทำให้เสียหาย” “ทำให้พัง” หรือ “ทำให้ทำงานได้ไม่ดี” ผู้พูดกำลังบอกว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์ส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่หรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ นี่ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรตามปกติของ stuff ที่หมายถึง “ยัดสิ่งของเข้าไปในบางอย่าง” ถ้อยคำนี้จงใจไม่ระบุรายละเอียด เพียงบอกว่ามีผลเสีย แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นความเสียหายถาวร การสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว หรือปัญหาด้านประสิทธิภาพชนิดอื่น

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาสบาย ๆ “The update stuffs your battery” น่าจะหมายความว่าอะไร?

  1. การอัปเดตใส่วัตถุเพิ่มเติมเข้าไปในแบตเตอรี่
  2. การอัปเดตทำให้แบตเตอรี่เสียหายหรือทำงานได้ไม่ดี
  3. การอัปเดตชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม
ดูคำตอบ

การอัปเดตทำให้แบตเตอรี่เสียหายหรือทำงานได้ไม่ดี

You know, they're trying to make you get the flash new one, โน้ต

2:47

รู้ไหม พวกเขาพยายามทำให้ลูกอยากได้เครื่องใหม่ที่หรูหรากว่า

ไวยากรณ์

make you get: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

ใน make you get คำว่า make แสดงว่าคนหนึ่งทำให้หรือมีอิทธิพลอย่างมากให้อีกคนลงมือทำบางอย่าง ในที่นี้คือพวกเขาพยายามกดดันหรือชักจูงให้คุณซื้อของบางอย่าง you เป็นกรรมของ make และยังเป็นผู้ทำกริยา get ที่เข้าใจกันจากโครงสร้างด้วย โดย get ในบริบทนี้หมายถึงซื้อหรือได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มา โครงสร้างประโยคกรรตุวาจกคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นจึงไม่มี to หน้า get โครงสร้างนี้อาจสื่อถึงแรงกดดัน อิทธิพล หรือเพียงผลที่เกิดจากบางสิ่งก็ได้ ระดับความหนักแน่นขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ buy หลัง made: The advert made me ____ a phone I did not need.

ดูคำตอบ

buy

การใช้คำ

the flash new one: flash แบบไม่เป็นทางการในอังกฤษและออสเตรเลีย กับ one ที่ใช้แทนคำนาม

ในที่นี้ flash เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงมีสไตล์ ดูแพง หรือโดดเด่น คำนี้ทำให้โทรศัพท์เครื่องใหม่ดูเป็นรุ่นที่น่าประทับใจและทันสมัย แต่ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง อาจแฝงการวิจารณ์เล็กน้อยว่าดูโอ้อวดหรือหรูหราเกินความจำเป็นด้วย คำคุณศัพท์ flash ขยาย new one โดย one ใช้แทนคำนามนับได้ phone ซึ่งเข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท ดังนั้น the flash new one จึงหมายถึง the flash new phone ในที่นี้ flash ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงแฟลชกล้อง และไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงปรากฏหรือส่องแสงชั่วครู่

แบบฝึกหัด

the flash new one ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
  2. โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีแฟลชกล้อง
  3. โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีสไตล์และดูแพง
ดูคำตอบ

โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มีสไตล์และดูแพง

but I'm not having it. สำนวน

2:49

แต่พ่อไม่หลงกลหรอก

สำนวน

I'm not having it: ปฏิเสธที่จะยอมรับเรื่องนั้น

ในประโยคนี้ I'm not having it หมายถึง “ฉันไม่ยอมรับหรือทนกับเรื่องนั้น” ใช้ปฏิเสธข้อแก้ตัว คำกล่าว แผนการ หรือพฤติกรรมได้ ในที่นี้ have ไม่ได้หมายถึงการมีไว้ในครอบครอง คำว่า it ชี้กลับไปยังสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง จึงต้องดูบริบทว่าผู้พูดกำลังปฏิเสธอะไร

แบบฝึกหัด

มีคนยกข้อแก้ตัวที่ไม่น่าเชื่อถือขึ้นมาอีก และคุณต้องการบอกอย่างหนักแน่นว่าไม่ยอมรับ ควรพูดว่าอะไร?

  1. I'm not getting it.
  2. I'm not having it.
  3. I don't have it.
ดูคำตอบ

I'm not having it.

It's out of battery, kid.

2:52

แบตมันหมดแล้วล่ะลูก

Trust me. น้ำเสียง/เจตนา

2:54

เชื่อพ่อสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Trust me: ขอให้อีกฝ่ายเชื่อคุณ

Trust me เป็นการขอโดยตรงให้ผู้ฟังเชื่อในการตัดสินใจ คำสัญญา หรือคำรับรองของผู้พูด ใช้ช่วยลดความกังวลหรือเพิ่มน้ำหนักให้คำแนะนำได้ สำนวนนี้แสดงความพยายามที่จะโน้มน้าว ไม่ใช่หลักฐาน ความน่าเชื่อถือของผู้พูดและบริบทอาจทำให้ฟังดูจริงใจ มั่นใจเกินไป น่าสงสัย หรือประชดประชันได้

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: เมื่อใครคนหนึ่งพูดว่า Trust me สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวก็พิสูจน์ได้ว่าคำกล่าวของคนนั้นเป็นความจริง

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

I would never lie to you. น้ำเสียง/เจตนา

2:54

พ่อไม่มีวันโกหกลูกหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

would never lie to: คำรับรองที่หนักแน่นตามหลักการ

ใน “I would never lie to you,” โครงสร้าง would never + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการไม่โกหกว่าเป็นหลักการที่หนักแน่น แม้จะลองจินตนาการถึงสถานการณ์อื่น ผู้พูดก็ยืนยันว่าการเลือกโกหกเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึง ประโยคนี้จึงฟังเหมือนคำรับรองที่จริงจังมาก would ในที่นี้ไม่ได้บอกอนาคตที่มองจากช่วงเวลาในอดีต โครงสร้าง would never + กริยารูปพื้นฐานสามารถนำไปใช้เพื่อย้ำว่าการกระทำหนึ่งเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึงหรือขัดกับนิสัยและหลักการของใครบางคน

แบบฝึกหัด

ใน “I would never lie to you,” would ช่วยสื่อความหมายใด?

  1. การอนุญาตให้โกหกในสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
  2. การกระทำในอนาคตที่มองจากช่วงเวลาในอดีต
  3. คำรับรองที่หนักแน่นบนพื้นฐานของหลักการของผู้พูด
ดูคำตอบ

คำรับรองที่หนักแน่นบนพื้นฐานของหลักการของผู้พูด

Hello.

3:04

สวัสดี

Are you lying to your children again?

3:05

นี่ลูกโกหกเด็ก ๆ อีกแล้วเหรอ?

Yes.

3:07

ครับ

Look at this, girls.

3:14

ดูนี่สิสาว ๆ

What is it?

3:16

อะไรคะย่า?

It's a letter.

3:17

จดหมายน่ะ

It was written by your daddy for school when he was just a little boy. ไวยากรณ์

3:18

พ่อของหลานเขียนส่งโรงเรียนตอนที่เขายังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ

ไวยากรณ์

was written by: รูปถูกกระทำในอดีตที่ระบุผู้เขียน

Was written เป็นโครงสร้างถูกกระทำในอดีตแบบ simple past: was + กริยาช่องที่สาม written ประธาน it คือสิ่งที่ได้รับการกระทำ ประโยคจึงเริ่มด้วยงานเขียนแทนที่จะเริ่มด้วยคนที่เขียน By your daddy ระบุผู้กระทำ หรือคนที่เป็นผู้เขียน ใช้ be + กริยาช่องที่สาม + by + ผู้กระทำ เมื่อผลลัพธ์หรือสิ่งของเป็นหัวข้ออยู่แล้ว และต้องการระบุว่าใครเป็นผู้ทำการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน simple past ของ write และคำบุพบทที่นำหน้าผู้เขียน: This book ____ Maya in 2012.

ดูคำตอบ

was written by

Ooh.

3:22

อู้หู

I've saved it all these years. ไวยากรณ์

3:23

ย่าเก็บมันไว้ตั้งหลายปีเลยนะ

ไวยากรณ์

I've saved it all these years: ผลจากอดีตที่ยังต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

I've saved เป็นรูปย่อของ I have saved การใช้ present perfect เชื่อมการเก็บสิ่งของในอดีตเข้ากับผลในปัจจุบัน คือผู้พูดยังมีสิ่งนั้นอยู่ในตอนนี้ all these years หมายถึงตลอดช่วงเวลายาวนานตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ โดยเน้นช่วงเวลาที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การไล่รายชื่อปีต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

คุณพบรูปถ่ายเก่าและตอนนี้ก็ยังมีรูปนั้นอยู่ ประโยคใดเน้นว่าคุณเก็บรูปนั้นไว้มาตลอดหลายปี?

  1. I kept this photo for ten years, but I no longer have it.
  2. I've kept this photo all these years.
  3. I found this photo last Tuesday.
ดูคำตอบ

I've kept this photo all these years.

Would you like me to read it? น้ำเสียง/เจตนา

3:25

อยากให้ย่าอ่านให้ฟังไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like me to read it?: การเสนอตัวทำบางอย่างอย่างสุภาพ

Would you like me to + กริยารูปพื้นฐาน? เป็นรูปแบบสุภาพที่ใช้ถามว่าผู้ฟังต้องการให้ผู้พูดทำบางอย่างหรือไม่ ในประโยคนี้ me คือผู้ที่จะทำกริยา read ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังเสนอว่าจะอ่านให้ผู้ฟัง คำถามนี้ถามถึงการกระทำที่เสนอ ไม่ได้ถามว่าผู้ฟังชอบตัวผู้พูดหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบการเสนออย่างสุภาพเพื่อเสนอตัวเปิดหน้าต่าง: ____ the window?

ดูคำตอบ

Would you like me to open

Yes, please.

3:27

อยากค่ะ ได้โปรด

Okay.

3:28

โอเค

Here we go. น้ำเสียง/เจตนา

3:29

เริ่มเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Here we go. ในฐานะสัญญาณเริ่มต้น

Here we go. เป็นสัญญาณแบบภาษาพูดว่าการกระทำ เรื่องเล่า หรือขั้นตอนกำลังจะเริ่ม ในประโยคนี้ ผู้พูดดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งที่จะทำต่อไป here ในที่นี้ไม่ได้ชี้สถานที่ ให้จำทั้งวลีในความหมายว่า “เราเริ่มกันตอนนี้” ส่วนคำแปลที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจะเริ่มอ่านเรื่องราว ประโยคใดเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Here we go.
  2. There you go.
  3. Here you go.
ดูคำตอบ

Here we go.

My name is Bandit Heller.

3:31

ผมชื่อแบนดิต เฮลเลอร์

Oh, he spelled Heeler wrong. วลี

3:33

อ้อ เขาสะกดคำว่า ฮีลเลอร์ ผิดน่ะ

วลี

spelled Heeler wrong: โครงสร้าง spell X wrong

ในโครงสร้าง spell X wrong นั้น X คือคำหรือชื่อที่เรียงตัวอักษรผิด wrong ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ในที่นี้ โดยบอกว่าผลของการสะกดไม่ถูกต้อง ในประโยคนี้ he spelled Heeler wrong หมายความว่าเขาเขียนชื่อนั้นด้วยตัวอักษรที่ผิด Spelled เป็นรูปอดีตรูปหนึ่งของ spell โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกรรมอื่นได้ เช่น spell a word wrong และ spell my name wrong

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง spell X wrong ให้สมบูรณ์ โดยใช้รูปอดีต spelled: The correct spelling is Patel, but I ____ the surname ____ in the email.

ดูคำตอบ

spelled · wrong

I am fiv years old.

3:35

ผมอายุ ฮ่า ขวบ

I think he means five years old. น้ำเสียง/เจตนา

3:38

ย่าว่าเขาหมายถึง ห้า ขวบนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think he means ... เพื่ออธิบายความหมายอย่างนุ่มนวล

“I think he means ...” ใช้บอกการตีความของคุณว่าอีกคนตั้งใจจะพูดอะไร ในประโยคนี้ ผู้พูดช่วยถอดความคำที่เขียนผิดหรือเขียนไม่ครบให้เป็น “five years” ไม่ได้สุ่มเดาเกี่ยวกับตัวเลข “I think” ทำให้การแก้ไขฟังดูไม่ห้วนเกินไป ส่วน “he means” ใช้นำเข้าสิ่งที่อีกคนตั้งใจจะสื่อ เมื่อต้องอธิบายคำพูดของคนอื่น ให้เปลี่ยน he เป็นคำสรรพนามที่เหมาะสม เช่น “I think she means ...” หรือ “I think they mean ...”

แบบฝึกหัด

Nora พูด “Thursday” ผิดโดยตั้งใจจะพูดว่า “Tuesday” ประโยคใดอธิบายความหมายที่เธอตั้งใจจะสื่ออย่างนุ่มนวล

  1. She will move the meeting from Tuesday to Thursday.
  2. I think she means Tuesday, not Thursday.
  3. I think Tuesday is better than Thursday.
ดูคำตอบ

I think she means Tuesday, not Thursday.

Your daddy wasn't a very good speller, was he? ไวยากรณ์

3:41

พ่อของหลานสะกดคำไม่ค่อยเก่งใช่ไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

wasn't ..., was he? ใน tag question หลังข้อความปฏิเสธ

“wasn't ..., was he?” เป็นโครงสร้างข้อความปฏิเสธตามด้วย tag question แบบบอกเล่า ส่วน tag จะใช้กริยาช่วยรูปบอกเล่าและคำสรรพนามที่ตรงกับประธาน โดย “wasn't” เปลี่ยนเป็น “was he” และ “your daddy” เปลี่ยนเป็น “he” ในที่นี้ ผู้พูดได้ให้ความเห็นไว้แล้วว่าเขาสะกดคำไม่ค่อยเก่ง tag question ใช้ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยและทำให้ความเห็นเชิงขำขันมีลักษณะโต้ตอบกัน จุดประสงค์หลักไม่ใช่การถามข้อมูลใหม่อย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติม tag question มาตรฐานให้สมบูรณ์: Mia wasn't at school yesterday, ____?

ดูคำตอบ

was she

For my bathday,

3:44

สำหรับวันเกีดของผม

my mum bo-gort me a skat-board.

3:47

แม่ ซื่อ สะเก็ดบอด ให้ผม

The clower of my skat-board is gren.

3:51

สี๋ ของ สะเก็ดบอด ของผมคือสี เคียว

I think he means the color of his skateboard was green.

3:56

ย่าว่าเขาหมายถึง สีของสเก็ตบอร์ดของเขาคือสีเขียว

I ride my skat-board on the driveway after skol.

4:00

ผมเล่น สะเก็ดบอด บนถนนหน้าบ้านหลังเลิก โลงเรียน

Oh,

4:06

โอ้

Bandit.

4:06

แบนดิต

That's not even close to how you spell school. วลี

4:07

สะกดคำว่าโรงเรียนไม่ใกล้เคียงเลยนะเนี่ย

วลี

That's not even close to ...: ห่างไกลจากเป้าหมายมาก

not even close to หมายถึงบางสิ่งอยู่ห่างจากเป้าหมาย คำตอบ หรือมาตรฐานอย่างมาก คำว่า even ช่วยเน้นการปฏิเสธว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้ใกล้เคียงเป้าหมายเลย ในประโยคเดิม that หมายถึงการลองสะกดเมื่อครู่ และ to นำสิ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ คือวิธีสะกดคำนั้นอย่างถูกต้อง ตรงนี้ close หมายถึง “ใกล้หรือคล้ายกันในระดับหนึ่ง” ไม่ใช่ “ปิด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ห่างจากจำนวนเงินจริงมาก”: Your estimate is ____ the actual cost.

ดูคำตอบ

not even close to

I have a brid.

4:11

ผมมี นค ตัวนึง

A brid?

4:12

นค เหรอ?

What's he on about? สำนวน

4:13

เขาพูดถึงอะไรเนี่ย?

สำนวน

What's he on about?: คำถามไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

What's he on about? เป็นคำถามแบบไม่เป็นทางการที่ใช้โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย หมายถึง “What is he talking about?” และมักแสดงว่าผู้พูดรู้สึกสับสน สงสัย หรือรำคาญเล็กน้อยกับสิ่งที่คนนั้นพูด ให้เข้าใจ be on about เป็นสำนวนเดียวที่หมายถึง “กำลังพูดถึง” โครงสร้างคำถามคือ What + be + subject + on about? โดย on ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ What's he on about? หมายถึงอะไร

  1. What is he talking about?
  2. What is he standing on?
  3. What has he turned on?
ดูคำตอบ

What is he talking about?

My brid's name is Conan.

4:15

นค ของผมชื่อโคนัน

Oh, he's talking about his bird.

4:18

อ้อ เขาพูดถึง นก ของเขาน่ะ

I fed Conan every day.

4:21

ผมให้อาหารโคนันทุกวัน

His winks are green and blue and his beak is yellow.

4:25

ปิก ของมันมีสีเขียวและสีฟ้า และจงอยปากของมันมีสีเหลือง

What?

4:32

อะไรนะ?

I think his wings are green and blue and his beak is yellow. การใช้คำ

4:33

ย่าว่าเขาหมายถึง ปีก ของมันมีสีเขียวและสีฟ้า และจงอยปากของมันมีสีเหลือง

การใช้คำ

wings และ beak: การบรรยายส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนก

wings หมายถึงอวัยวะสองข้างที่นกใช้เป็นหลักในการบิน เนื่องจากปกตินกมีปีกสองข้าง จึงมักใช้รูปพหูพจน์ wings ในประโยคนี้ wings เป็นพหูพจน์ จึงใช้คู่กับ are beak หมายถึงส่วนปากที่แข็งและยื่นออกมาของนก ในประโยคนี้ beak เป็นเอกพจน์ จึงใช้คู่กับ is เมื่อต้องการระบุอวัยวะส่วนนี้ของนกโดยเฉพาะ beak จะแม่นยำกว่าคำทั่วไปอย่าง mouth

แบบฝึกหัด

เติมส่วนของร่างกายนกที่เรียนในบทนี้ลงในประโยค: A bird flies with its ____ and picks up food with its ____.

ดูคำตอบ

wings · beak

Or his back.

4:37

หรือไม่ก็หลังของมันนั่นแหละ

My brother is called Rad. วลี

4:39

พี่ชายของผมชื่อแรด

วลี

is called Rad: การใช้ be called เพื่อบอกชื่อ

be called + ชื่อ หมายความว่าประธานมีชื่อนั้นหรือเป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น ใน My brother is called Rad คำว่า is สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ my brother และ Rad คือชื่อของเขา called ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์หา โครงสร้างเดียวกันใช้แนะนำชื่อของคน สัตว์ สถานที่ และสิ่งของได้: ประธาน + be + called + ชื่อ

แบบฝึกหัด

ใช้ be called เพื่อบอกชื่อสถานที่: This village ____ Green Hill.

ดูคำตอบ

is called

My other brother is called Strip.

4:43

พี่ชายอีกคนของผมชื่อ สตริป

Strip is good and so is Rad, ไวยากรณ์

4:47

สตริปเป็นคนดี แรดก็ด้วย

but Rad is good too.

4:50

แต่แรดก็เป็นคนดีด้วยเหมือนกัน

ไวยากรณ์

and so is Rad: โครงสร้าง so + be + ประธาน

ในประโยคนี้ and so is Rad หมายความว่าคำบรรยายก่อนหน้า Strip is good ใช้กับ Rad ได้เช่นกัน so ย้อนกลับไปแทนคำบรรยายนั้น จึงไม่ต้องพูด good ซ้ำ เมื่อต้องการเพิ่มอีกคนที่มีลักษณะเชิงบวกเหมือนกัน ให้ใช้ so + รูปของ be หรือกริยาช่วยที่สอดคล้องกับส่วนแรก + ประธาน เนื่องจากส่วนแรกใช้ is จึงต้องพูด so is Rad ไม่ใช่ so Rad is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง so + be + ประธาน เพื่อบอกว่า Leo ก็พร้อมเช่นกัน: Maya is ready, and ____.

ดูคำตอบ

so is Leo

What's he on there?

4:52

เขาเขียนอะไรไว้ตรงนั้นน่ะ?

My dad is good, but he shorts at Rad when Rad plays footy.

4:54

พ่อผมใจดี แต่เขา ตะโกล ใส่แรดเวลาแรดเล่นฟุตบอล

Oh, he shouts at Rad when Rad plays footy. โน้ต

5:00

อ้อ เขา ตะโกน ใส่แรดเวลาแรดเล่นฟุตบอล

วลี

shouts at Rad: การใช้ shout at someone

Shout at someone หมายถึงการส่งเสียงดังใส่ใครคนหนึ่ง โดยปกติมีอารมณ์โกรธ ตำหนิ หรือหงุดหงิด ใน shouts at Rad คำว่า at แสดงว่า Rad เป็นเป้าหมายของการตะโกน จึงมีความหมายมากกว่าเพียงเรียกเสียงดังเพื่อให้เขาได้ยิน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่แสดงการตำหนิด้วยความโกรธ: The coach shouted ____ the referee after the disputed call.

ดูคำตอบ

at

การใช้คำ

play footy: คำเรียกกีฬาแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย

ใน when Rad plays footy คำว่า footy เป็นชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียสำหรับกีฬาชนิดหนึ่งในตระกูลฟุตบอล ส่วน play footy หมายถึงเล่นกีฬานั้น และเช่นเดียวกับ play football ปกติจะไม่ใส่คำนำหน้านามไว้หน้า footy กีฬาที่หมายถึงจริง ๆ ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและบริบท อาจเป็นออสเตรเลียนฟุตบอล รักบี้ลีก หรือกีฬาตระกูลฟุตบอลชนิดอื่นในท้องถิ่น อย่าคิดว่า footy หมายถึงฟุตบอลแบบ soccer เสมอไป

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาของครอบครัวออสเตรเลีย Rad plays footy น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. Rad แข่งขันกีฬานานาชาติที่มีชื่อทางการว่า Footy
  2. Rad เล่นกีฬาชนิดหนึ่งในตระกูลฟุตบอล โดยบริบทเป็นตัวกำหนดว่าคือชนิดใด
  3. Rad เล่นเกมอะไรก็ได้ที่ใช้ลูกบอล
ดูคำตอบ

Rad เล่นกีฬาชนิดหนึ่งในตระกูลฟุตบอล โดยบริบทเป็นตัวกำหนดว่าคือชนิดใด

Oh, yeah, he did.

5:04

อ้อ ใช่ ปู่ก็ทำแบบนั้นแหละ

I love my mum.

5:06

ผมรักแม่

Aw.

5:09

โธ่

She is the best mum in the whole world. วลี

5:10

เธอเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลก

วลี

the best mum in the whole world: คำชมจากใจแบบกล่าวเกินจริง

โครงสร้าง the best + noun + in the whole world ใช้ยกย่องคนหรือสิ่งของในระดับสูงสุด คำว่า whole เน้นขอบเขตที่กว้างของ in the world ทำให้คำชมฟังดูอบอุ่นและหนักแน่นขึ้น ในการพูดคุยในครอบครัวทั่วไป สำนวนนี้มักเป็นการกล่าวเกินจริงด้วยความรัก ผู้พูดต้องการสื่อว่า ‘ดีที่สุดสำหรับฉัน’ หรือ ‘ฉันคิดว่าคุณยอดเยี่ยมมาก’ ไม่ได้หมายถึงการจัดอันดับระดับโลกอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมคำชมที่กระตือรือร้นนี้ด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: Mia is the ____ coach in the ____ world.

ดูคำตอบ

best · whole

But I don't like the food she cooks. ไวยากรณ์

5:15

แต่ผมไม่ชอบอาหารที่แม่ทำเลย

ไวยากรณ์

food she cooks: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

she cooks วางต่อจาก food โดยตรงเพื่อระบุว่าผู้พูดหมายถึงอาหารชนิดใด food she cooks รวมกันจึงหมายถึง the food that she cooks หรือ “อาหารที่เธอทำ” ในรูปเต็ม that เป็นกรรมของ cooks จึงละได้ ลองเปรียบเทียบ she cooks the food กับ the food (that) she cooks แม้ไม่มี that ส่วน she cooks ก็ยังคงขยาย food และไม่ได้เป็นประโยคอิสระประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ และหมายความว่าฉันชอบหนังสือที่เธอแนะนำ

  1. I enjoyed the book she recommended.
  2. I enjoyed the book that recommended her.
  3. I enjoyed the book she recommended it.
ดูคำตอบ

I enjoyed the book she recommended.

It tastes disgusting. วลี

5:19

รสชาติมันน่าขยะแขยงมาก

วลี

tastes disgusting: taste + คำคุณศัพท์

ใน tastes disgusting คำว่า taste เป็นกริยาเชื่อม ส่วนคำคุณศัพท์ disgusting อธิบายว่าอาหารให้ความรู้สึกอย่างไรเมื่อลองชิม ซึ่งหมายถึงมีรสชาติที่ไม่น่าพอใจอย่างมาก ใช้โครงสร้าง ประธาน + taste + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกลักษณะของรสชาติ เช่น The soup tastes salty. เนื่องจากส่วนเติมเต็มอธิบายประธาน ตรงนี้จึงใช้คำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำกริยาวิเศษณ์อย่าง disgustingly

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านมมีรสเปรี้ยวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The milk tastes sourly.
  2. The milk tastes sour.
  3. The milk tastes like sour.
ดูคำตอบ

The milk tastes sour.

Especially her lasagna.

5:22

โดยเฉพาะลาซานญ่าของแม่

It is like eating food vomit. สำนวน

5:26

มันเหมือนกินอ้วกเลย

สำนวน

It is like eating ...: การเปรียบเทียบแบบเกินจริง

ในรูปแบบ “It is like + -ing” คำว่า like หมายถึง “คล้ายกับ” และรูป -ing ใช้ระบุการกระทำสมมติที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ ภาพชวนขยะแขยงของการกินสิ่งที่เรียกว่า “food vomit” ใช้พูดเกินจริงว่าอาหารดูแย่เพียงใด ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง “Food vomit” ไม่ใช่ชื่อเรียกมาตรฐานของสิ่งใด แต่เป็นการนำคำมารวมกันแบบหยาบ ๆ และเหมือนภาษาเด็กโดยตั้งใจ เพื่อสร้างแรงกระทบทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้?

  1. บอกตามตัวอักษรว่ามีคนกำลังกินอาเจียนอยู่จริง ๆ
  2. ใช้การเปรียบเทียบที่ชวนขยะแขยงและเกินจริงเพื่อแสดงความไม่ชอบอย่างมาก
  3. บอกส่วนประกอบของอาหารอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบที่ชวนขยะแขยงและเกินจริงเพื่อแสดงความไม่ชอบอย่างมาก

ลำดับความ

The end.: สัญญาณว่าเรื่องจบแล้ว

เมื่อ “The end.” ปรากฏเป็นประโยคเดี่ยวหลังเรื่องเล่าหรืองานเขียน จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณปิดท้าย เพื่อบอกผู้อ่านหรือผู้ฟังว่าเรื่องเล่าจบสมบูรณ์แล้ว ในที่นี้ end ใช้จัดโครงสร้างข้อความ ไม่ได้หมายถึงปลายทางจริงของถนน วัตถุ หรือสถานที่

แบบฝึกหัด

“The end.” ทำหน้าที่อะไรเมื่อปรากฏเดี่ยว ๆ หลังเรื่องเล่า?

  1. บอกว่าตัวละครเดินมาถึงปลายถนน
  2. ขอให้ผู้ฟังพูดส่วนสุดท้ายซ้ำ
  3. เป็นสัญญาณว่าเรื่องจบแล้ว
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าเรื่องจบแล้ว

Oh, Bandit.

5:34

โอ้ แบนดิต

I'm back.

5:36

กลับมาแล้วครับ

You staying for dinner, Bandy? ไวยากรณ์

5:39

จะอยู่กินมื้อเย็นด้วยกันไหม แบนดี้?

ไวยากรณ์

You staying for dinner?: คำถามภาษาพูดที่ละ Are

ใน “You staying for dinner?” ผู้พูดละ Are ที่ควรอยู่ต้นประโยค รูปคำถามเต็มคือ “Are you staying for dinner?” รูป -ing ใช้ถามแผนปัจจุบันของผู้ฟังว่าเขาตั้งใจจะอยู่กินมื้อเย็นหรือไม่ ประโยคนี้ยังคงเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า ในบทสนทนาแบบสบาย ๆ บริบทและน้ำเสียงคำถามสามารถแสดงว่าเป็นการถามได้ แม้จะละกริยา be ตอนต้นประโยค

แบบฝึกหัด

เติมคำถามแบบสบาย ๆ นี้ให้เป็นรูปมาตรฐาน: ____ you joining us for lunch?

ดูคำตอบ

Are

I'm making my lasagna.

5:40

แม่กำลังทำลาซานญ่าอยู่พอดีเลย

Oh, great. น้ำเสียง/เจตนา

5:43

โอ้ เยี่ยมเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, great. ในฐานะคำตอบเชิงประชด

ในที่นี้ “Oh, great.” เป็นคำพูดเชิงประชด ไม่ใช่ความยินดีจริง ในบริบทนี้ข่าวเรื่องลาซานญาไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดอยากได้ยิน ดังนั้นคำเชิงบวก great จึงสื่อถึงความผิดหวัง ความกระอักกระอ่วน หรือการจำใจยอมรับ คล้ายกับว่า “นี่แหละสิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิด” คำตอบเชิงบวกสั้น ๆ อาจมีความหมายตรงข้ามกับความหมายตามตัวอักษรเมื่อขัดกับสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์อย่างชัดเจน ให้ดูเหตุการณ์ น้ำเสียง และสีหน้าเพื่อ判断ว่า great เป็นคำชมจริงหรือคำประชด

แบบฝึกหัด

รถไฟของคุณล่าช้าสองชั่วโมง และคุณพูดว่า “Oh, great.” คำตอบนี้น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด

  1. ฉันดีใจกับความล่าช้าจริง ๆ
  2. ฉันไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความล่าช้า
  3. ฉันรู้สึกหงุดหงิดหรือผิดหวัง และ great เป็นคำประชด
ดูคำตอบ

ฉันรู้สึกหงุดหงิดหรือผิดหวัง และ great เป็นคำประชด