ช่องโหว่ที่อาจยุติระบบคณะผู้เลือกตั้ง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
1,131 คำ 188 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโออธิบายคณะผู้เลือกตั้ง และวิธีที่ National Popular Vote Interstate Compact อาจมอบเสียงข้างมากของคะแนนผู้เลือกตั้งให้ผู้ชนะคะแนนประชาชนทั่วประเทศโดยไม่แก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. proportional-ish — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจว่า -ish ลดความแม่นยำและเพิ่มน้ำเสียงสนทนาที่กังขา 2. signs on the dotted line, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: หมายถึงการผูกพันกับข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่เซ็นบนเส้น 3. does not go into effect until — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ not ... until เพื่อบอกว่ากฎหมาย กฎ หรือแผนยังไม่เริ่มมีผลก่อนเงื่อนไขสำเร็จ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The Electoral College, America's unique way of picking her president,

0:00

คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) วิธีการเลือกประธานาธิบดีที่เป็นเอกลักษณ์ของอเมริกา

for it or against it, วลี

0:03

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือต่อต้านมัน

วลี

for it or against it: สนับสนุนหรือคัดค้าน

for it หมายถึงสนับสนุนคณะผู้เลือกตั้ง ส่วน against it หมายถึงคัดค้านคณะผู้เลือกตั้ง คำว่า it ทั้งสองตำแหน่งอ้างถึงสิ่งเดียวกัน การวางสองจุดยืนไว้คู่กันช่วยให้ผู้พูดครอบคลุมผู้ฟังจากทั้งสองฝ่าย วลีนี้เป็นวิธีที่กระชับในการตั้งคำถามหรือกรอบการอภิปรายโดยใช้สองจุดยืนที่ตรงข้ามกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามที่สองด้วยวลีคู่ที่หมายถึง “สนับสนุนหรือคัดค้านแผนดังกล่าว”: The council proposed a new traffic plan. Are you ____?

ดูคำตอบ

for it or against it

you might want to know there's a plan to use the Electoral College to subvert the Electoral College.

0:05

คุณอาจอยากรู้ว่ามีแผนการที่จะใช้คณะผู้เลือกตั้งเพื่อล้มล้างคณะผู้เลือกตั้งเอง

It's a sneaky plan and to understand,

0:09

มันเป็นแผนการที่แยบยล และเพื่อให้เข้าใจ

remember that while it feels like citizens pick the president in one big election, they don't. ไวยากรณ์

0:11

โปรดจำไว้ว่าแม้จะดูเหมือนประชาชนเลือกประธานาธิบดีในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่

ไวยากรณ์

while it feels like ... they don't: ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่จริง ๆ ไม่ใช่

while ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” แต่ใช้เปิดประเด็นด้วยภาพที่ดูเหมือนจริงก่อนจะแก้ความเข้าใจนั้น กล่าวคือ ดูเหมือนว่าประชาชนเลือกประธานาธิบดีโดยตรงในการเลือกตั้งระดับประเทศเพียงครั้งเดียว แต่ประโยคหลักบอกว่าภาพดังกล่าวไม่ถูกต้อง they don't เป็นรูปปฏิเสธแบบสั้นของ citizens don't pick the president in one big election โดย don't ทำหน้าที่แสดงการปฏิเสธ และละวลีกริยาที่ซ้ำออกเพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธแบบสั้นที่ไม่ต้องกล่าว save time ซ้ำ: While it feels like this app saves time, ____.

ดูคำตอบ

it doesn't

The 50 states pick the president.

0:16

ทั้ง 50 รัฐต่างหากที่เลือกประธานาธิบดี

Oh, and District of Columbia. วัฒนธรรม

0:18

โอ้ และดิสตริกต์ออฟโคลัมเบียด้วย

But not you, Puerto Rico.

0:19

แต่ไม่ใช่คุณนะ เปอร์โตริโก

Come back when you're a state.

0:21

กลับมาใหม่เมื่อคุณกลายเป็นรัฐแล้วนะ

วัฒนธรรม

District of Columbia กับ Puerto Rico ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

District of Columbia หมายถึง Washington, D.C. ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ D.C. ไม่ใช่รัฐ แต่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ส่วน Puerto Rico เป็นดินแดนของสหรัฐฯ ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไป จึงไม่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ผู้บรรยายทำให้ทั้งสองพื้นที่เหมือนเป็นคน ประโยค But not you, Puerto Rico และ Come back when you're a state เป็นมุกเกี่ยวกับความแตกต่างทางกฎหมายนี้ ไม่ได้สั่งให้ Puerto Rico ออกไปแล้วค่อยกลับมาจริง ๆ แต่พูดถึงคุณสมบัติในการเข้าร่วมเหมือนเป็นเงื่อนไขสมัครเข้าสโมสร

แบบฝึกหัด

ในบริบทการเลือกตั้งนี้ เหตุใดผู้บรรยายจึงรวม District of Columbia แต่ไม่รวม Puerto Rico?

  1. Washington, D.C. มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง แต่ Puerto Rico ไม่ได้ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไป
  2. Washington, D.C. เป็นรัฐ ส่วน Puerto Rico เป็นประเทศเอกราช
  3. Puerto Rico มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งน้อยกว่าเพราะมีประชากรน้อยกว่า
ดูคำตอบ

Washington, D.C. มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง แต่ Puerto Rico ไม่ได้ลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไป

How the states come together and how they vote is what the Electoral College is.

0:22

การที่รัฐต่างๆ มารวมตัวกันและลงคะแนนเสียงอย่างไร นั่นแหละคือคณะผู้เลือกตั้ง

Each state gets votes proportional to her population plus two and is free to cast these votes however she wants. ไวยากรณ์

0:26

แต่ละรัฐจะได้คะแนนโหวตตามสัดส่วนประชากรบวกอีกสอง และมีอิสระที่จะลงคะแนนเหล่านี้อย่างไรก็ได้ตามใจชอบ

ไวยากรณ์

is free to cast ... however she wants เพื่อสื่อถึงอิสระในการตัดสินใจ

Is free to cast หมายถึง “ได้รับอนุญาตหรือมีสิทธิ์ตัดสินใจเองในการลงคะแนน” ในที่นี้ free ไม่ได้บอกความรู้สึกหรือหมายถึง “ไม่เสียเงิน” แต่หมายความว่ากฎเปิดให้แต่ละรัฐตัดสินใจได้ว่าจะใช้คะแนนของตนอย่างไร However she wants หมายถึง “ด้วยวิธีใดก็ตามที่เธอต้องการ” อนุประโยคนี้เพิ่มอิสระในการเลือกวิธีให้กับ be free to คำว่า she ทำให้แต่ละรัฐเหมือนเป็นบุคคล หากเป็นบุคคลหรือกลุ่มอื่น ต้องเปลี่ยนสรรพนามและใช้ want หรือ wants ให้ตรงกับประธาน ในที่นี้ however ไม่ใช่คำเชื่อมแสดงความขัดแย้งที่หมายถึง “อย่างไรก็ตาม”

แบบฝึกหัด

ใช้ be free to และ however ... wants เติมประโยคให้สมบูรณ์: The contest gives Maya full control over her poster, so she ____ design it ____.

ดูคำตอบ

is free to · however she wants

Most look at how their citizens voted and give all their Electoral College votes to the statewide winner. การใช้คำ

0:32

ส่วนใหญ่จะดูว่าประชาชนในรัฐของตนโหวตอย่างไร และยกคะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดให้กับผู้ชนะในรัฐนั้น

การใช้คำ

statewide winner: ผู้ชนะภายในรัฐเดียว

ในประโยคนี้ statewide winner หมายถึงผู้สมัครที่ได้รับคะแนนมากที่สุดเมื่อรวมทั้งรัฐหนึ่งรัฐ คำว่า statewide กำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ว่าเป็นทั้งรัฐ ไม่ใช่ทั้งสหรัฐอเมริกา วลีนี้ช่วยอธิบายกติกาแบบ “ผู้ชนะได้ทั้งหมด” เมื่อรู้ว่าใครชนะในรัฐนั้นแล้ว รัฐจะมอบคะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดให้ผู้สมัครคนนั้น ดังนั้นผู้สมัครอาจเป็น statewide winner ของรัฐหนึ่ง แต่ไม่ใช่ผู้ชนะคะแนนนิยมทั่วประเทศก็ได้

แบบฝึกหัด

statewide winner ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนมากที่สุดทั่วทั้งประเทศ
  2. ผู้สมัครที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนในรัฐเลือก
  3. ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนมากที่สุดทั่วทั้งรัฐนั้น
ดูคำตอบ

ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนมากที่สุดทั่วทั้งรัฐนั้น

But they don't have to.

0:37

แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น

A couple states cast their votes proportional-ish to their citizens' preferences. การใช้คำ

0:38

มีบางรัฐที่ลงคะแนนตามสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับความชอบของประชาชนในรัฐ

การใช้คำ

proportional-ish: การลดความชัดเจนแบบไม่เป็นทางการ

proportional-ish เป็นคำสร้างแบบไม่เป็นทางการและมีน้ำเสียงขำ ๆ โดยเติม -ish ต่อท้าย proportional ในที่นี้หมายถึง “ประมาณว่าหรือค่อนข้างเป็นสัดส่วน” ไม่ใช่เป็นสัดส่วนอย่างแม่นยำในความหมายทางคณิตศาสตร์ คำต่อท้ายนี้ยังแสดงท่าทีของผู้พูดด้วย กล่าวคือ วิธีจัดสรรดูคล้ายระบบตามสัดส่วน แต่ผู้พูดสงสัยว่ามันตรงกับความชอบของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างแม่นยำหรือไม่ จึงช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวพร้อมเพิ่มน้ำเสียงสงสัยหรือขบขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ proportional-ish ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อกล่าวแบบไม่เป็นทางการและจงใจไม่ระบุอย่างแม่นยำ?

  1. ความเห็นแบบไม่เป็นทางการ: The result is proportional-ish—larger groups get more seats, but the ratio is not exact.
  2. ถ้อยคำทางกฎหมายแบบเป็นทางการ: The distribution is proportional-ish under Section 4.
  3. ไม่มีความสัมพันธ์ตามสัดส่วน: The result is proportional-ish because group size has no effect.
ดูคำตอบ

ความเห็นแบบไม่เป็นทางการ: The result is proportional-ish—larger groups get more seats, but the ratio is not exact.

But states are free to vote however,

0:42

แต่รัฐต่างๆ ก็มีอิสระที่จะโหวตอย่างไรก็ได้

including against the preferences of their citizens.

0:44

รวมถึงการโหวตสวนทางกับความต้องการของประชาชนในรัฐด้วย

Let's make a note of that. ลำดับความ

0:47

มาจดโน้ตเรื่องนี้ไว้ก่อนนะ

ลำดับความ

Let's make a note of that: ทำเครื่องหมายประเด็นไว้ใช้ภายหลัง

ในที่นี้ Let's make a note of that หยุดคำอธิบายไว้ชั่วครู่และทำเครื่องหมายว่าข้อมูลก่อนหน้านี้ควรจดจำ เพราะจะมีความสำคัญในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเขียนข้อมูลนั้นลงไปจริง ๆ เสมอไป โครงสร้าง Let's + คำกริยา เป็นการชวนผู้ฟังให้ทำบางอย่างร่วมกัน ในการอธิบาย make a note of + คำนามหรือคำสรรพนาม สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายเชื่อมความคิดว่าให้จำประเด็นนี้ไว้ตอนนี้ เพื่อจะได้กลับมาพูดถึงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดกล่าวว่า Let's make a note of that ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก

  1. ขอให้ทุกคนเขียนรายงานอย่างเป็นทางการ
  2. ทำเครื่องหมายว่าข้อมูลนี้สำคัญสำหรับภายหลัง
  3. แก้ไขข้อมูลโดยบอกว่าข้อมูลนั้นผิด
ดูคำตอบ

ทำเครื่องหมายว่าข้อมูลนี้สำคัญสำหรับภายหลัง

But back to this plus two,

0:48

แต่กลับมาที่ไอ้การ 'บวกสอง' นี้นะ

which is why some citizens really don't like the Electoral College.

0:50

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมประชาชนบางคนถึงไม่ชอบคณะผู้เลือกตั้งเอามากๆ

The plus two means the states less populous produce preponderate presidential picking power per person.

0:53

บวกสองหมายความว่ารัฐที่มีประชากรน้อยกว่าจะมีอำนาจในการเลือกประธานาธิบดีต่อหัวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

At the extremes, ลำดับความ

0:58

ในกรณีสุดโต่ง

some states get one vote per low 100,000 people and some states one vote per high 100,000.

0:59

บางรัฐได้หนึ่งโหวตต่อประชากรราวหนึ่งแสนคนและบางรัฐได้หนึ่งโหวตต่อประชากรเกือบหนึ่งล้านคน

ลำดับความ

At the extremes: นำเสนอปลายทั้งสองด้านของช่วง

At the extremes บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากภาพรวมไปยังกรณีที่อยู่ปลายทั้งสองด้านของช่วง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำไปสู่การเปรียบเทียบระหว่างรัฐที่มีจำนวนประชากรต่อหนึ่งเสียงค่อนข้างน้อยกับรัฐที่มีจำนวนดังกล่าวค่อนข้างมาก สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับหลักฐาน ตัวอย่างจากจุดปลายทำให้เห็นขนาดของความแตกต่างได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ extremes หมายถึงปลายของมาตรวัด ไม่ได้หมายถึงแนวคิดสุดโต่งหรือสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับการนำเสนอตัวอย่างจากปลายทั้งสองด้านของช่วงราคา

  1. At the extremes,
  2. On average,
  3. In extreme cases,
ดูคำตอบ

At the extremes,

This is how the Electoral College sometimes picks a president that nationwide most citizens didn't.

1:03

นี่คือวิธีที่คณะผู้เลือกตั้งบางครั้งก็เลือกประธานาธิบดีที่คนส่วนใหญ่ทั่วประเทศไม่ได้เลือก

Because roughly 80% of the states' votes are given by population and 20% aren't.

1:09

เพราะคะแนนเสียงของรัฐราว 80% ถูกกำหนดโดยจำนวนประชากร และอีก 20% ไม่ใช่

This is on purpose.

1:14

นี่คือความตั้งใจ

Dividing power between the levels of citizen, state, and federal is and was a central point of the Constitution.

1:15

การแบ่งแยกอำนาจระหว่างระดับประชาชน ระดับรัฐ และระดับรัฐบาลกลางคือจุดศูนย์กลางของรัฐธรรมนูญทั้งในอดีตและปัจจุบัน

It's a Compromistitution. สำนวน

1:21

มันคือ 'รัฐธรรมนูญแห่งการประนีประนอม' (Compromistitution)

สำนวน

คำผสมที่สร้างขึ้น Compromistitution

Compromistitution เป็นคำผสมที่สร้างขึ้นเฉพาะครั้งจาก compromise และ Constitution ผู้พูดดัดแปลงรูปของ Constitution เพื่อให้ตัวคำเองสื่อว่าเอกสารนี้เกิดจากการประนีประนอม คำที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่นนี้เพิ่มอารมณ์ขันและแสดงความเห็นเล็กน้อย ไม่ใช่ชื่อทางการหรือคำที่ใช้เป็นมาตรฐานในพจนานุกรม เมื่อพบคำผสมที่สร้างขึ้นคล้ายกัน ให้หาคำต้นทางและพิจารณาว่ารูปใหม่เพิ่มท่าทีแบบใด

แบบฝึกหัด

Compromistitution ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นชื่อทางกฎหมายอย่างเป็นทางการของสถาบันรัฐบาลกลางแห่งใหม่
  2. หมายความว่ารัฐธรรมนูญถูกยกเลิกก่อนที่รัฐต่าง ๆ จะตกลงกัน
  3. ผสม compromise กับ Constitution อย่างขี้เล่น เพื่อเสนอว่ารัฐธรรมนูญเป็นผลจากการประนีประนอม
ดูคำตอบ

ผสม compromise กับ Constitution อย่างขี้เล่น เพื่อเสนอว่ารัฐธรรมนูญเป็นผลจากการประนีประนอม

So if you went back in time to when the states were about to finalize the deal, ไวยากรณ์

1:23

ดังนั้นหากคุณย้อนเวลากลับไปตอนที่รัฐต่างๆ กำลังจะบรรลุข้อตกลง

ไวยากรณ์

were about to + กริยารูปพื้นฐาน: การกระทำในอดีตที่ใกล้จะเกิดขึ้น

Be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคาดว่าการกระทำหนึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ใน were about to finalize คำว่า finalize เป็นกริยารูปพื้นฐาน และเหตุการณ์ถูกมองว่าใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว รูปอดีต were ย้ายมุมมองกลับไปยังช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์นั้น กล่าวคือ รัฐต่าง ๆ มาถึงขั้นก่อนจะทำข้อตกลงให้เสร็จสิ้นเพียงเล็กน้อย โครงสร้างนี้เปลี่ยนตามกาลได้เป็น am/is/are about to หรือ was/were about to แต่ about to ยังต้องตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตพหูพจน์สามคำของ be about to: The delegates ____ begin the final vote when the lights went out.

ดูคำตอบ

were about to

yelling, "Don't sign that document.

1:26

แล้วตะโกนว่า "อย่าเซ็นเอกสารนั้นนะ

I'm from the future.

1:28

ผมมาจากอนาคต

You're creating an Electoral College where votes for president are distributed proportionally-ish,

1:29

พวกคุณกำลังสร้างคณะผู้เลือกตั้งที่คะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีถูกกระจายแบบเกือบจะตามสัดส่วน

not perfectly-proportionally."

1:33

แต่ไม่ได้ตามสัดส่วนเป๊ะๆ"

The reply would be,

1:35

คำตอบที่จะได้รับก็คือ

"Yes, that's one of the many compromises we agreed upon."

1:36

"ใช่ นั่นคือหนึ่งในข้อตกลงประนีประนอมมากมายที่เราเห็นพ้องกัน"

But because of that, sometimes a president will be elected with a minority of the popular vote. วัฒนธรรม

1:39

แต่ด้วยเหตุนี้ บางครั้งประธานาธิบดีก็จะถูกเลือกด้วยคะแนนเสียงป๊อปปูลาร์โหวตที่เป็นชนกลุ่มน้อย

วัฒนธรรม

the popular vote ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ในบริบทการเลือกตั้งสหรัฐฯ นี้ the popular vote หมายถึงคะแนนเสียงทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศลงโดยตรง ส่วน a minority of the popular vote หมายถึงได้คะแนนประเภทนี้ไม่ถึงครึ่ง ผู้สมัครยังอาจได้เป็นประธานาธิบดีโดยไม่ได้เสียงข้างมากจากคะแนนเสียงประชาชน และอาจได้คะแนนเสียงประชาชนน้อยกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ เพราะคณะผู้เลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินผู้ชนะ คำว่า popular ในที่นี้หมายถึงการลงคะแนนโดยตรงของประชาชน ไม่ได้แปลว่า “เป็นที่นิยม”

แบบฝึกหัด

ในรายงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ a minority of the popular vote หมายความว่าอย่างไร

  1. น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง
  2. คะแนนที่ลงโดยเฉพาะคนที่ชอบผู้สมัครรายนั้น
  3. น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศลงโดยตรง
ดูคำตอบ

น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศลงโดยตรง

Yes.

1:43

ใช่แล้ว

But the people.

1:43

แต่ประชาชนล่ะ

The people.

1:44

ประชาชนไง

You can't trust the people.

1:45

คุณไว้ใจประชาชนไม่ได้หรอก

Do you think this Compromistitution is for a direct democracy, lawl? วัฒนธรรม

1:47

คุณคิดว่ารัฐธรรมนูญแห่งการประนีประนอมนี้มีไว้เพื่อประชาธิปไตยทางตรงหรือไง ตลกละ?

We're building a republic here.

1:51

เรากำลังสร้างสาธารณรัฐอยู่ที่นี่

วัฒนธรรม

a direct democracy ... a republic: ประชาธิปไตยทางตรงกับสาธารณรัฐ

ในระบอบประชาธิปไตยทางตรง ประชาชนลงคะแนนตัดสินเรื่องสาธารณะด้วยตนเอง ส่วนสาธารณรัฐตามความหมายที่ผู้พูดใช้ บริหารประเทศเป็นหลักผ่านผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งและสถาบันตามรัฐธรรมนูญ ประโยคนี้สนับสนุนรูปแบบหลังมากกว่าการให้เสียงข้างมากทั่วประเทศตัดสินทุกเรื่องโดยตรง นี่เป็นการเปรียบต่างเชิงวาทศิลป์ที่ทำให้ง่ายขึ้น ไม่ใช่การแบ่งแบบต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเด็ดขาด สาธารณรัฐยังสามารถใช้ประชามติหรือเครื่องมือประชาธิปไตยทางตรงอื่น ๆ ได้ คำว่า republic ในที่นี้เป็นรูปแบบการปกครอง ไม่ใช่ Republican Party ในสหรัฐฯ ยุคปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับการเปรียบต่างระหว่าง a direct democracy กับ a republic ในประโยคมากที่สุด

  1. พรรคการเมืองหนึ่งของสหรัฐฯ แข่งขันกับพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งของสหรัฐฯ
  2. ประชาชนตัดสินเรื่องสาธารณะด้วยตนเอง เทียบกับรัฐบาลที่ทำงานเป็นหลักผ่านผู้แทนและสถาบันตามรัฐธรรมนูญ
  3. ประชาชนสนับสนุนผู้นำที่เป็นที่นิยม เทียบกับประชาชนที่สนับสนุนผู้นำที่ไม่เป็นที่นิยม
ดูคำตอบ

ประชาชนตัดสินเรื่องสาธารณะด้วยตนเอง เทียบกับรัฐบาลที่ทำงานเป็นหลักผ่านผู้แทนและสถาบันตามรัฐธรรมนูญ

Yes, I know.

1:52

ใช่ ฉันรู้

But would you just look at this spreadsheet of improportion--?

1:53

แต่คุณช่วยดูตารางสเปรดชีตที่ไม่ได้สัดส่วนนี้หน่อยได้ไหม...?

How many states are there in the future?

1:55

ในอนาคตมีกี่รัฐล่ะ?

50, maybe 51 depending on how

1:56

50 หรืออาจจะ 51 ขึ้นอยู่กับว่า

Wow, what a tremendous

1:58

ว้าว ช่างเป็น

success!

1:59

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่!

Go Compromistitution!

1:59

จงเจริญ รัฐธรรมนูญแห่งการประนีประนอม!

No, can we focus

2:01

ไม่ใช่สิ เรากลับมาโฟกัสกันหน่อยได้ไหม

Do you even own land? วัฒนธรรม

2:01

นายมีที่ดินเป็นของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย?

No.

2:03

ไม่

Then why would we listen to you?

2:03

แล้วทำไมเราต้องฟังนายด้วย?

วัฒนธรรม

“own land?” ในฐานะด่านทางการเมืองที่อิงการถือครองทรัพย์สิน

“Own land?” ในที่นี้ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน แต่ชี้ไปยังความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ระหว่างการถือครองทรัพย์สินกับอำนาจทางการเมือง ในช่วงแรกของสหรัฐอเมริกา หลายรัฐเคยผูกสิทธิเลือกตั้งเข้ากับเงื่อนไขเรื่องการเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือการเสียภาษีในช่วงเวลาที่ต่างกัน ผู้พูดยืมตรรกะแบบกีดกันนี้มาใช้ในเชิงประชดเพื่อปัดความเห็นของผู้มาเยือนทิ้ง ราวกับว่าถ้าไม่มีที่ดิน เสียงของคนนั้นก็ไม่นับ กฎที่แท้จริงแตกต่างกันไปตามรัฐและยุคสมัย ดังนั้นนี่จึงเป็นการพาดพิงถึงแนวโน้มทางประวัติศาสตร์โดยรวม ไม่ใช่กฎสากลข้อเดียวที่ผู้ก่อตั้งประเทศทุกคนยึดถือ

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ คำถาม “Do you even own land?” สื่อเป็นหลักว่าอะไร?

  1. เป็นการตรวจสอบข้อมูลก่อนขายที่ดินจริง ๆ
  2. เป็นการถามว่าอีกฝ่ายทำการเกษตรเป็นหรือไม่
  3. เป็นการนำมาตรฐานเก่าที่อิงการถือครองทรัพย์สินมาใช้เชิงประชดเพื่อปัดความเห็นทางการเมืองของใครบางคน
ดูคำตอบ

เป็นการนำมาตรฐานเก่าที่อิงการถือครองทรัพย์สินมาใช้เชิงประชดเพื่อปัดความเห็นทางการเมืองของใครบางคน

Goodbye.

2:05

ลาก่อน

Thus, the Electoral College is doing what it was designed to do totally on purpose.

2:05

ดังนั้น คณะผู้เลือกตั้งกำลังทำในสิ่งที่มันถูกออกแบบมาให้ทำอย่างจงใจที่สุด

And the Supreme Court has reaffirmed this.

2:09

และศาลสูงสุดก็ยืนยันเรื่องนี้แล้ว

So if you don't like the Electoral

2:12

ดังนั้น หากคุณไม่ชอบคณะ

College, then tough noogies for you. สำนวน

2:13

ผู้เลือกตั้ง ก็ช่วยไม่ได้นะ

สำนวน

“tough noogies for you.” กับการปัดความเห็นแบบขำ ๆ

“Tough noogies for you” มีความหมายประมาณว่า “ก็โชคร้ายหน่อยนะ” หรือ “คุณก็ต้องยอมรับมัน” เป็นคำตอบที่ปัดคำบ่นทิ้ง ไม่ได้พูดถึง noogies ตามความหมายตรงตัว ผู้พูดแทบไม่แสดงความเห็นใจและบอกว่าการบ่นจะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ คำว่า “noogies” ทำให้ประโยคจงใจฟังดูไร้สาระและค่อนข้างเหมือนเด็ก ความขี้เล่นที่ผิวเผินนี้อาจทำให้การปัดทิ้งดูตลก แต่ไม่ได้หมายความว่าท่าทีที่แท้จริงเป็นการสนับสนุนอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนบ่นว่ากฎของเกมเปลี่ยนไม่ได้ คำตอบใดตรงกับน้ำเสียงและความหมายของ “tough noogies for you” มากที่สุด?

  1. ฉันขอโทษ ฉันจะเปลี่ยนกฎให้คุณ
  2. โชคร้ายหน่อยนะ คุณต้องยอมรับมัน
  3. ช่วยอธิบายกฎให้ละเอียดกว่านี้หน่อย
ดูคำตอบ

โชคร้ายหน่อยนะ คุณต้องยอมรับมัน

And if you do,

2:15

และถ้าคุณชอบ

then nothing to worry about.

2:16

ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

The Electoral College in a fortress of axiomatic constitutionality สำนวน

2:17

คณะผู้เลือกตั้งอยู่ในป้อมปราการแห่งความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญที่เป็นสัจพจน์

has survived for a thousand generations of this republic.

2:21

เอาชีวิตรอดมาได้เป็นพันๆ รุ่นของสาธารณรัฐนี้

The only way to break through the front gate would be with a constitutional amendment.

2:25

หนทางเดียวที่จะพังประตูหน้าเข้าไปได้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สำนวน

a fortress of axiomatic constitutionality: ป้อมปราการแห่งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่ดูไม่ต้องพิสูจน์

วลีนี้สร้างอุปลักษณ์ที่ต่อเนื่องกัน คณะผู้เลือกตั้งถูกวาดภาพว่าได้รับการคุ้มครองอยู่ในป้อมปราการ ส่วน “axiomatic constitutionality” ทำให้สถานะที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญดูเหมือนได้รับการยอมรับอย่างมั่นคงจนไม่ต้องพิสูจน์ เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้หมายความว่าการดำเนินการทางการเมืองตามปกติไม่อาจยกเลิกสถาบันนี้ได้โดยง่าย ภาพนี้ปูทางไปสู่คำว่า “front gate” ในประโยคถัดไป กล่าวคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางตรงแต่ยากที่จะเข้าไปในป้อมปราการ ส่วน “a thousand generations” เป็นการกล่าวเกินจริงโดยเจตนา ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์หรือกฎหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

“a fortress of axiomatic constitutionality” สื่อความหมายอย่างไรในข้อความนี้?

  1. คณะผู้เลือกตั้งดำเนินงานอยู่ในอาคารป้อมปราการจริง
  2. คณะผู้เลือกตั้งถูกนำเสนอว่าได้รับการคุ้มครองอย่างแน่นหนาจากสถานะทางรัฐธรรมนูญที่ดูไม่อาจโต้แย้งได้
  3. คณะผู้เลือกตั้งถูกยกเลิกไปแล้วด้วยกฎหมายทั่วไป
ดูคำตอบ

คณะผู้เลือกตั้งถูกนำเสนอว่าได้รับการคุ้มครองอย่างแน่นหนาจากสถานะทางรัฐธรรมนูญที่ดูไม่อาจโต้แย้งได้

But getting enough states to push on the same side of that gromulent tool,

2:29

แต่การจะรวบรวมรัฐจำนวนมากพอให้ผลักดันเครื่องมือที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไปในทิศทางเดียวกัน

while not theoretically impossible, ลำดับความ

2:33

แม้ในทางทฤษฎีจะไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

is legislatively improbable.

2:34

แต่ในทางนิติบัญญัติมันไม่น่าเป็นไปได้

ลำดับความ

while not theoretically impossible, is legislatively improbable: ในทางทฤษฎีไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ในทางนิติบัญญัติมีโอกาสน้อย

อนุประโยคที่ใช้ while เริ่มด้วยการยอมรับข้อหนึ่งก่อนว่า “not theoretically impossible” เป็นการปฏิเสธซ้อน ซึ่งหมายความว่าในทางทฤษฎีมีโอกาสสำเร็จ จากนั้นประโยคหลักจึงให้ข้อสรุปสำคัญว่าเรื่องนี้ “legislatively improbable” ดังนั้นกระบวนการนิติบัญญัติจึงทำให้โอกาสสำเร็จต่ำมาก คำกริยาวิเศษณ์ที่วางขนานกันจัดความแตกต่างตามขอบเขต คือสิ่งที่ตรรกะเปิดให้เป็นไปได้ เทียบกับสิ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติน่าจะทำสำเร็จ โครงสร้างนี้ยอมรับข้อโต้แย้งสั้น ๆ ก่อนชี้ความสนใจไปยังข้อสรุปในทางปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบเดียวกัน คือยอมรับข้อหนึ่งก่อนแล้วจึงให้ข้อสรุป?

  1. Because approval is impossible, no one needs to consider it.
  2. Approval is both easy and certain.
  3. While not technically impossible, approval is politically improbable.
ดูคำตอบ

While not technically impossible, approval is politically improbable.

This is where the sneaky plan comes in.

2:36

นี่คือจุดที่แผนการอันแยบยลเข้ามามีบทบาท

Did you forget about that?

2:38

คุณลืมเรื่องนี้ไปแล้วหรือยัง?

Don't worry,

2:39

ไม่ต้องห่วง

I got carried away. กริยาวลี

2:39

เมื่อกี้ฉันเพลินไปหน่อย

กริยาวลี

got carried away: เพลินหรือจดจ่อจนทำเกินไป

Got carried away เป็นรูปอดีตของ get carried away หมายถึงตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วม หรือจดจ่อกับบางสิ่งมากจนพูดหรือทำเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครอุ้มพาผู้พูดไปจริง ๆ ในที่นี้ ผู้พูดสังเกตว่าคำอธิบายของตนเลยประเด็นหลักไปแล้ว วลีนี้เป็นการยอมรับสั้น ๆ และส่งสัญญาณว่าจะกลับเข้าสู่หัวข้อเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get carried away: I planned to buy one book, but I ____ and bought six.

ดูคำตอบ

got carried away

There is a back door that, if breached, สำนวน

2:40

มันมีประตูหลังอยู่บานหนึ่ง ซึ่งถ้าหากเจาะเข้าไปได้

can turn the constitutional fortress protecting the Electoral College into a prison.

2:42

จะสามารถเปลี่ยนป้อมปราการทางรัฐธรรมนูญที่ปกป้องคณะผู้เลือกตั้งให้กลายเป็นคุกได้

สำนวน

a back door ... turn the constitutional fortress ... into a prison: อุปลักษณ์ต่อเนื่องจากป้อมปราการสู่คุก

ในอุปลักษณ์ต่อเนื่องนี้ a back door คือเส้นทางอ้อมสำหรับเข้าสู่หรือเลี่ยงระบบที่ได้รับการปกป้องอย่างเข้มแข็ง ภาพนี้สื่อถึงการหลีกเลี่ยงเส้นทางด้านหน้าที่ชัดเจน แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าวิธีดังกล่าวผิดกฎหมาย ในตอนแรก fortress แทนการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นโครงสร้าง turn A into B พลิกภาพนี้ โดยระบบเดียวกันที่ปกป้องคณะผู้เลือกตั้งอาจกลายเป็น prison ที่กักหรือจำกัดระบบนั้น การใช้ door, breached, fortress และ prison อยู่ในฉากทางกายภาพเดียวกันช่วยให้ติดตามข้อโต้แย้งเชิงสถาบันที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

อุปลักษณ์ต่อเนื่องนี้สื่อแนวคิดใด? A back door can turn a protective fortress into a prison.

  1. เส้นทางอ้อมอาจทำให้ระบบที่มีไว้ปกป้องกลายเป็นแหล่งของข้อจำกัด
  2. อาคารเก่าสามารถปรับปรุงเพื่อใช้เป็นเรือนจำได้
  3. ระบบป้องกันจะปลอดภัยตราบใดที่มีทางเข้ามากกว่าหนึ่งแห่ง
ดูคำตอบ

เส้นทางอ้อมอาจทำให้ระบบที่มีไว้ปกป้องกลายเป็นแหล่งของข้อจำกัด

The sneaky plan is named the National Popular Vote Interstate Compact. วัฒนธรรม

2:47

แผนการแยบยลนี้มีชื่อว่า ข้อตกลงระหว่างรัฐว่าด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนระดับชาติ (National Popular Vote Interstate Compact)

วัฒนธรรม

National Popular Vote Interstate Compact: ข้อตกลงระหว่างรัฐว่าด้วยคะแนนนิยมระดับชาติ

National Popular Vote Interstate Compact เป็นข้อตกลงที่รัฐต่าง ๆ ของสหรัฐฯ และเขตโคลัมเบียเข้าร่วม คำว่า compact ในที่นี้หมายถึงข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่เพียงแผนการทั่วไป ข้อตกลงนี้ออกแบบให้มีผลเมื่อเขตอำนาจที่เข้าร่วมมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งรวมกันมากพอที่จะเลือกประธานาธิบดี ซึ่งปัจจุบันคือ 270 คะแนน จากนั้นเขตอำนาจเหล่านี้จะมอบคะแนนดังกล่าวให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนรายบุคคลมากที่สุดทั่วประเทศ แผนนี้ดำเนินการผ่านกฎที่มีอยู่ของระบบคณะผู้เลือกตั้งเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้เลือกตั้ง ตัวข้อตกลงเองไม่ได้ยกเลิกระบบคณะผู้เลือกตั้งโดยตรง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย National Popular Vote Interstate Compact ได้ถูกต้อง

  1. ข้อตกลงนี้บังคับให้ทุกรัฐมอบคะแนนคณะผู้เลือกตั้งให้ผู้ชนะคะแนนนิยมภายในรัฐของตนเอง
  2. เขตอำนาจที่เป็นสมาชิกจะมอบคะแนนคณะผู้เลือกตั้งให้ผู้ชนะคะแนนนิยมทั่วประเทศ เมื่อข้อตกลงมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากพอที่จะมีผล
  3. ข้อตกลงนี้ยกเลิกระบบคณะผู้เลือกตั้งทันทีทุกครั้งที่มีรัฐหนึ่งเข้าร่วม
ดูคำตอบ

เขตอำนาจที่เป็นสมาชิกจะมอบคะแนนคณะผู้เลือกตั้งให้ผู้ชนะคะแนนนิยมทั่วประเทศ เมื่อข้อตกลงมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากพอที่จะมีผล

It's a terrible name,

2:51

มันเป็นชื่อที่แย่มาก

probably on purpose to hide sneakiness behind boringness as bureaucratic paperwork camouflage.

2:52

คงจงใจตั้งให้มันดูน่าเบื่อเพื่อใช้ความน่าเบื่อนั้นอำพรางความเจ้าเล่ห์เหมือนพวกเอกสารราชการแน่ๆ

But I'm calling it NaPoVoInterCo.

2:58

แต่ฉันจะเรียกมันว่า NaPoVoInterCo ก็แล้วกัน

which is sort of not really better,

2:59

ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไหร่เลย

but whatever.

3:01

แต่ช่างมันเถอะ

Here the sneaky deets.

3:02

และนี่คือรายละเอียดความเจ้าเล่ห์

One,

3:03

หนึ่ง

assume destroying the constitutional protections of the Electoral College is impossible.

3:03

สมมติว่าการทำลายการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญของคณะผู้เลือกตั้งเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

Point two is the note from before that states can cast their Electoral College votes however they want.

3:08

ข้อสองคือที่โน้ตไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐต่างๆ สามารถลงคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งของตนอย่างไรก็ได้ตามที่ต้องการ

These are just facts.

3:14

นี่เป็นแค่ความจริง

But if a state signs on the dotted line, สำนวน

3:16

แต่ถ้ารัฐลงนามในเส้นประเมื่อไหร่

สำนวน

Sign on the Dotted Line: ลงนามและให้คำมั่นอย่างเป็นทางการ

Sign on the dotted line มีความหมายตามตัวอักษรว่าลงลายมือชื่อบนเส้นที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง นอกจากนี้ยังเป็นสำนวนที่หมายถึงการยอมรับเงื่อนไขอย่างเป็นทางการและเป็นขั้นสุดท้าย แม้จะไม่มีเส้นประจริง ๆ ก็ตาม ในประโยคนี้ signs on the dotted line หมายถึงรัฐหนึ่งให้คำมั่นอย่างเป็นทางการว่าจะเข้าร่วมข้อตกลง ไม่ใช่เพียงแสดงความสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ยอมรับสัญญาอย่างเป็นทางการ”: After checking every term, Lena was ready to ____.

ดูคำตอบ

sign on the dotted line

point three is the big deal.

3:18

ข้อสามนี่แหละคือเรื่องใหญ่

NaPoVoInterCo members agree to cast their Electoral College votes for the candidate who gets the most votes from citizens nationwide.

3:20

สมาชิกของ NaPoVoInterCo ตกลงที่จะลงคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งของตนให้กับผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดทั่วประเทศ

This is the National Popular Vote in NaPoVoInterCo.

3:29

นี่คือ 'คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนระดับชาติ' (National Popular Vote) ใน NaPoVoInterCo

The idea behind two plus three is to make it impossible to have a president most of the citizens didn't vote for.

3:32

แนวคิดเบื้องหลังข้อสองบวกข้อสามก็คือ การทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ประธานาธิบดีที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้โหวตให้

A state would look not only at the results in her borders, ไวยากรณ์

3:39

รัฐจะไม่ดูแค่ผลลัพธ์ภายในพรมแดนของตนเองเท่านั้น

but the results nationwide and vote that way.

3:42

แต่จะดูผลลัพธ์ทั่วประเทศและลงคะแนนไปตามนั้น

ไวยากรณ์

การใช้ not only ... but เพื่อเพิ่มและเน้นประเด็นที่สอง

โครงสร้าง not only X but Y เชื่อมข้อมูลสองส่วนที่เป็นจริงทั้งคู่ โดยรวม X ไว้แล้วเพิ่ม Y เข้ามา ไม่ได้ปฏิเสธ X ในประโยคนี้ รัฐพิจารณาทั้งผลภายในเขตของตนและผลทั่วประเทศ ส่วนหลัง but มักเป็นข้อมูลที่ใหม่กว่าหรือเป็นประเด็นที่เน้นมากกว่า ในที่นี้ ความสนใจย้ายจากผลของรัฐนั้นเองไปยังผลทั่วประเทศ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not only ... but: The committee examined ____ the immediate cost but the long-term effect.

ดูคำตอบ

not only

Which is all fine and dandy if the state citizens voted with the majority anyway. สำนวน

3:45

ซึ่งนั่นมันก็เยี่ยมไปเลยถ้าประชากรในรัฐโหวตไปในทางเดียวกับเสียงส่วนใหญ่อยู่แล้ว

สำนวน

all fine and dandy ในความหมายว่าเห็นด้วยเพียงชั่วคราว

all fine and dandy เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงสถานการณ์ที่ยอมรับได้อย่างเต็มที่หรือไม่มีปัญหา ในที่นี้ dandy ไม่ได้หมายถึง “ผู้ชายแต่งตัวโก้” แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวลีตายตัว เมื่อสำนวนนี้ตามด้วยเงื่อนไขหรือข้อความขัดแย้ง การเห็นด้วยมักเป็นเพียงชั่วคราว กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับกรณีหนึ่งก่อนจะยกปัญหาขึ้นมา ในประโยคนี้ if จำกัดสถานการณ์ที่กล่าวอ้างว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงทำให้สำนวนมีน้ำเสียงสงสัยเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The plan is all fine and dandy until the monthly bill arrives,” คำว่า all fine and dandy สื่อความหมายอย่างไร?

  1. แผนนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในทุกด้านแล้ว
  2. ตอนแรกแผนนี้ดูยอมรับได้ แต่กำลังจะมีการกล่าวถึงปัญหา
  3. แผนนี้สร้างขึ้นโดยผู้ชายที่แต่งตัวโก้
ดูคำตอบ

ตอนแรกแผนนี้ดูยอมรับได้ แต่กำลังจะมีการกล่าวถึงปัญหา

But if they didn't,

3:49

แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำล่ะก็

well, you can see a flaw with the plan.

3:50

เอาล่ะ คุณคงเห็นข้อบกพร่องของแผนนี้แล้ว

Any singular state assaulting the Electoral College on her own carrying votes against her own citizens,

3:53

รัฐใดก็ตามที่บุกโจมตีคณะผู้เลือกตั้งด้วยตัวคนเดียวโดยนำคะแนนเสียงไปโหวตสวนทางกับประชาชนของตนเอง

it's political suicide from without and within. สำนวน

3:59

มันคือการฆ่าตัวตายทางการเมืองทั้งจากภายนอกและภายใน

สำนวน

อุปมา political suicide from without and within

Political suicide เป็นอุปมาที่รุนแรง หมายถึงการกระทำที่มีแนวโน้มจะทำลายแรงสนับสนุน ความน่าเชื่อถือ หรืออนาคตทางการเมืองของผู้กระทำ ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายตนเองจริง ๆ From without and within หมายถึง “จากภายนอกและภายใน” ในที่นี้วลีดังกล่าวรวบอันตรายสองทางไว้ด้วยกัน คือปฏิกิริยาจากนอกรัฐและการคัดค้านจากประชาชนภายในรัฐเอง โครงสร้างที่สมดุลนี้เน้นว่าการกระทำดังกล่าวจะสร้างความเสียหายทั้งสองด้าน

แบบฝึกหัด

ผู้วิจารณ์กล่าวว่า: Defying the national coalition and the party's own voters would be political suicide from without and within. วลีสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร?

  1. การกระทำนั้นจะทำลายอนาคตของนักการเมืองอย่างรุนแรง เพราะแรงต่อต้านมาจากทั้งภายนอกและภายใน
  2. การกระทำนั้นจะปกป้องนักการเมืองด้วยการทำให้ทั้งสองกลุ่มพอใจ
  3. วลีนี้บรรยายการทำร้ายตนเองจริง ๆ ของคนภายในพรรค
ดูคำตอบ

การกระทำนั้นจะทำลายอนาคตของนักการเมืองอย่างรุนแรง เพราะแรงต่อต้านมาจากทั้งภายนอกและภายใน

So the plan, had it only three points, ไวยากรณ์

4:02

ดังนั้นแผนนี้ หากมีเพียงสามข้อ

is something no state would agree to,

4:04

ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีรัฐใดจะยอมตกลงด้วย

ไวยากรณ์

Had it only three points ในเงื่อนไขกลับลำดับที่ละ if

ใน had it only three points คำว่า had อยู่หน้าประธาน it และละ if ไว้ ลำดับคำปกติคือ if it had only three points ในที่นี้ had หมายถึง “ประกอบด้วย” โครงสร้างนี้เป็นเงื่อนไขแบบกลับลำดับที่เป็นทางการ ไม่ใช่คำถาม เงื่อนไขนี้สมมุติว่าแผนจบลงหลังจากสามข้อแรก ไม่ได้ระบุเป็นข้อเท็จจริงว่าแผนเคยมีเพียงสามข้อจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เขียนเงื่อนไขใหม่โดยไม่ใช้ if และใช้การกลับลำดับแบบเป็นทางการตามตัวอย่าง: If the course had only two lessons, I could finish it today. → ____ the course only two lessons, I could finish it today.

ดูคำตอบ

Had

requiring one last sneak.

4:06

จึงจำเป็นต้องมีลูกเล่นสุดท้ายอีกหนึ่งอย่าง

Point four,

4:07

ข้อสี่

the plan does not go into effect until enough states with enough votes to control the Electoral College as a block join. ไวยากรณ์

4:08

แผนนี้จะไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีรัฐมากพอและมีคะแนนเสียงมากพอที่จะควบคุมคณะผู้เลือกตั้งให้เข้าร่วมเป็นบล็อกเดียวกัน

ไวยากรณ์

does not go into effect until: การเลื่อนเวลาเริ่มมีผล

go into effect หมายถึง “เริ่มมีผลหรือเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ” โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงกฎหมาย นโยบาย ข้อตกลง กฎ หรือแผน ในประโยคนี้แผนยังไม่มีผล โครงสร้าง does not ... until กำหนดเงื่อนไขเริ่มต้นอย่างชัดเจน กล่าวคือแผนจะยังไม่ทำงานเลยจนกว่าจะมีรัฐเข้าร่วมมากพอและผ่านเงื่อนไขเรื่องจำนวนคะแนน เหตุการณ์หลัง until คือเกณฑ์ที่ทำให้แผนเริ่มมีผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายความว่ากฎยังไม่มีผลก่อนวันที่กำหนด: The new refund rule ____ July 1.

ดูคำตอบ

does not go into effect until

So, as states sign up, the total number of Electoral College votes they control goes up,

4:15

ดังนั้น ในขณะที่รัฐต่างๆ ทยอยลงนาม จำนวนคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดที่พวกเขาควบคุมก็จะเพิ่มขึ้น

but nothing happens.

4:20

แต่จะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Elections pass and states still vote the traditional way while recruiting allies to the cause.

4:21

การเลือกตั้งผ่านพ้นไปและรัฐต่างๆ ยังคงลงคะแนนตามวิธีดั้งเดิมในขณะที่สรรหาพันธมิตรเข้าร่วมอุดมการณ์

What are you guys up to over there? น้ำเสียง/เจตนา

4:26

พวกนายทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นน่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you guys up to: ถามว่าคนกลุ่มหนึ่งกำลังทำอะไร

ใน What are you up to? วลี be up to เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อถามว่าใครกำลังทำอะไรหรือวางแผนจะทำอะไร ส่วน you guys ทำให้คำถามนี้มุ่งไปยังคนกลุ่มหนึ่ง ในที่นี้ over there และการที่ผู้พูดสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง ทำให้คำถามฟังดูเหมือนกำลังหยั่งเชิงมากกว่าการทักทายทั่วไป คือมีความหมายประมาณว่า “ฉันเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นอยู่ พวกคุณกำลังทำอะไร?” คำถามเดียวกันอาจฟังดูเป็นมิตรหรือสงสัยเล็กน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

คุณเห็นเพื่อนหลายคนกำลังซ่อนของตกแต่งเงียบ ๆ ในโรงรถ คำถามใดใช้ถามแบบไม่เป็นทางการว่าพวกเขากำลังทำอะไร และอาจฟังดูอยากรู้หรือสงสัยเล็กน้อย?

  1. How many of you are in the garage?
  2. What have you guys been up to lately?
  3. What are you guys up to in the garage?
ดูคำตอบ

What are you guys up to in the garage?

Oh, us?

4:28

โอ้ พวกเราเหรอ?

Nothing.

4:28

ไม่มีอะไร

Just chilling, น้ำเสียง/เจตนา

4:29

แค่ชิลๆ

just hanging out.

4:29

แค่มานั่งเล่น

น้ำเสียง/เจตนา

Just chilling, just hanging out: พูดให้ดูเป็นเรื่องสบาย ๆ และไม่สำคัญ

Chilling และ hanging out เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงกำลังพักผ่อนหรือใช้เวลาไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีแผนจริงจัง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรู้สึกหนาวหรือห้อยอยู่ที่ใดที่หนึ่งจริง ๆ การพูด just ซ้ำหน้าทั้งสองวลีทำให้กิจกรรมนั้นดูเล็กน้อยและไม่สำคัญ คำตอบนี้อาจบอกตามจริงว่ากำลังพักผ่อน แต่ก็อาจฟังเหมือนตั้งใจพูดแบบไม่ใส่ใจ ราวกับผู้พูดไม่ต้องการอธิบายว่าแท้จริงแล้วกำลังเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าคุณกำลังทำอะไร และคุณต้องการพูดให้ดูสบาย ๆ และไม่สำคัญ คำตอบใดตรงกับเจตนานี้มากที่สุด

  1. I'm completing an urgent assignment.
  2. Just chilling, just hanging out.
  3. I'm hanging a picture outside.
ดูคำตอบ

Just chilling, just hanging out.

But once a controlling majority of Electoral College votes is reached,

4:30

แต่เมื่อใดที่ได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งในระดับเสียงข้างมากที่ควบคุมได้

point four is satisfied and,

4:33

ข้อสี่ก็จะบรรลุผล และ

when it's time for the next election,

4:35

เมื่อถึงเวลาสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

charge.

4:37

บุกเลย

All together, การใช้คำ

4:37

รวมพลังกัน

all at once,

4:38

พร้อมกันทั้งหมด

การใช้คำ

All together ... all at once: การรวมเป็นกลุ่มกับการเกิดพร้อมกัน

All together หมายถึงคนหรือสิ่งของทั้งหมดทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในฐานะกลุ่มเดียว ส่วน all at once หมายถึงการกระทำหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และบางครั้งอาจสื่อว่าเกิดขึ้นอย่างฉับพลันด้วย เมื่อวางสองวลีนี้ไว้ด้วยกัน ทั้งคู่จะเพิ่มข้อมูลคนละด้าน คือทุกคนมีส่วนร่วมเป็นกลุ่ม และลงมือพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความแตกต่างระหว่าง all together กับ all at once ได้ถูกต้อง

  1. All together หมายถึงอย่างฉับพลัน ส่วน all at once หมายถึงโดยสิ้นเชิง
  2. All together และ all at once เป็นเพียงการสะกดสองแบบของสำนวนเดียวกัน
  3. All together หมายถึงในฐานะกลุ่มเดียว ส่วน all at once หมายถึงในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

All together หมายถึงในฐานะกลุ่มเดียว ส่วน all at once หมายถึงในเวลาเดียวกัน

in through the back,

4:39

ทะลวงเข้าทางประตูหลัง

the Electoral College is captured,

4:39

คณะผู้เลือกตั้งถูกยึดครอง

the fortress is now a prison.

4:41

ป้อมปราการตอนนี้กลายเป็นคุกไปแล้ว

From this moment on,

4:43

นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

the NaPoVoInterCo block promises the candidate who gets the most citizen votes nationwide

4:44

บล็อก NaPoVoInterCo ให้คำมั่นว่าผู้สมัครที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศมากที่สุด

gets their controlling majority and becomes the president.

4:50

จะได้เสียงข้างมากที่ควบคุมไว้และกลายเป็นประธานาธิบดี

Without amending the Constitution, ไวยากรณ์

4:53

โดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

the Electoral College has become totally pointless,

4:55

คณะผู้เลือกตั้งก็กลายเป็นสิ่งไร้ความหมายไปโดยปริยาย

ไวยากรณ์

Without amending: without + gerund

ใน Without amending คำว่า without เป็นคำบุพบท และ amending เป็น gerund วลีนี้หมายความว่าผลในประโยคหลักเกิดขึ้นโดยที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจาก without เป็นคำบุพบทในที่นี้ amend จึงต้องอยู่ในรูป -ing ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการว่าเป็นขั้นตอนที่ปกติคาดว่าจะต้องทำ แต่ถูกข้ามไป โครงสร้าง without + gerund ใช้แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแม้ไม่ได้ดำเนินการบางอย่างหรือทำตามขั้นตอนบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ change: Without ____ the schedule, we still finished on time.

ดูคำตอบ

changing

but by using its protection of states' rights to vote however they want into the vital tool to functionally remove state votes entirely,

4:58

แต่ใช้การคุ้มครองสิทธิของรัฐในการโหวตอย่างไรก็ได้ มาเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อลบการโหวตของรัฐออกไปทั้งหมดในทางปฏิบัติ

making the presidential election into one not of states, ไวยากรณ์

5:08

ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ได้เป็นการเลือกตั้งของรัฐอีกต่อไป

but of citizens.

5:11

แต่เป็นการเลือกตั้งของประชาชน

ไวยากรณ์

not of states, but of citizens: การเปรียบต่างแบบ not A, but B

one ใช้แทน presidential election ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าการเลือกตั้งได้กลายเป็นการเลือกตั้งแบบใด วลีที่ขึ้นต้นด้วย of ทั้งสองวลี ได้แก่ of states และ of citizens มีโครงสร้างขนานกันและต่างก็อธิบาย one รูปแบบ not A, but B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง แล้วใช้ B แทน ในที่นี้ การเลือกตั้งถูกนำเสนอว่าทำงานบนพื้นฐานของประชาชนแทนรัฐต่าง ๆ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ารัฐต่าง ๆ หายไปหรือไม่มีบทบาททางกฎหมายแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการประชุมเกี่ยวข้องกับผู้คน ไม่ใช่กำไร

  1. The meeting is not only about profit, but also about people.
  2. The meeting is not about profit, but about people.
  3. The meeting is about neither profit nor people.
ดูคำตอบ

The meeting is not about profit, but about people.

And there's no problem with this plan at all, ลำดับความ

5:12

และแผนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย

except, of course,

5:14

เว้นแต่แน่นอนว่า

ลำดับความ

there's no problem ... except, of course: การปูทางและหักมุม

there's no problem with this plan at all ฟังดูเหมือนเป็นการรับรองอย่างเต็มที่ว่าไม่มีปัญหา คำว่า at all เน้น no problem จนทำให้ดูเหมือนไม่มีข้อเสียใด ๆ เลย except, of course พลิกคำรับรองนั้นทันทีและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อยกเว้นสำคัญตามมา ดังนั้นส่วนแรกจึงเป็นเพียงการปูทาง ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายของผู้บรรยาย รูปแบบนี้สร้างการหักมุมที่มีนัยประชดหรือชวนลุ้น

แบบฝึกหัด

except, of course ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ยืนยันว่าแผนนี้ไม่มีจุดอ่อนใด ๆ
  2. ถอนคำรับรองแบบเด็ดขาดและนำเข้าสู่ข้อยกเว้นสำคัญ
  3. เปลี่ยนหัวข้อจากแผนไปเป็นข้อเท็จจริงทั่วไป
ดูคำตอบ

ถอนคำรับรองแบบเด็ดขาดและนำเข้าสู่ข้อยกเว้นสำคัญ

the instant this popular coup occurred,

5:15

ในวินาทีที่การรัฐประหารยอดฮิตนี้เกิดขึ้น

states outside the compact will storm the Supreme Court, สำนวน

5:17

รัฐที่อยู่นอกข้อตกลงจะแห่กันไปที่ศาลสูงสุด

สำนวน

storm the Supreme Court: อุปมาของการดำเนินการทางกฎหมายอย่างแข็งกร้าว

storm ในที่นี้เป็นอุปมาที่เห็นภาพชัด หมายความว่าคาดว่ารัฐต่าง ๆ จะตอบโต้อย่างรวดเร็วและแข็งกร้าวด้วยการยื่นข้อโต้แย้งทางกฎหมายต่อศาลฎีกา ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีการใช้ความรุนแรงโจมตีอาคารศาล การใช้คำกริยาที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวทางกายทำให้การตอบโต้ทางกฎหมายดูเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เป็นกลุ่มก้อน และทรงพลัง ในบทวิจารณ์การเมือง คำกริยาแบบนี้แสดงทั้งเหตุการณ์พื้นฐานและวิธีที่ผู้พูดนำเสนอเรื่องนั้นอย่างเร้าอารมณ์

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ states will storm the Supreme Court หมายความว่าอะไร?

  1. รัฐเหล่านั้นจะรออย่างสงบให้ศาลติดต่อมา
  2. รัฐเหล่านั้นจะใช้ความรุนแรงโจมตีอาคารศาล
  3. รัฐเหล่านั้นจะรีบนำข้อโต้แย้งทางกฎหมายจำนวนมากขึ้นสู่ศาล
ดูคำตอบ

รัฐเหล่านั้นจะรีบนำข้อโต้แย้งทางกฎหมายจำนวนมากขึ้นสู่ศาล

who will then be forced to deal with everyone yelling all at once about the future of how the president will be elected,

5:20

ซึ่งจากนั้นก็จะต้องรับมือกับทุกคนที่ตะโกนพร้อมกันเกี่ยวกับอนาคตของวิธีการเลือกประธานาธิบดี

which will be amazing to watch,

5:28

ซึ่งมันคงจะเป็นอะไรที่น่าดูชมมาก

no matter which side the gavel of constitutional interpretation comes down upon. สำนวน

5:30

ไม่ว่าค้อนแห่งการตีความรัฐธรรมนูญจะฟาดลงมาที่ฝ่ายใดก็ตาม

สำนวน

no matter which side ... comes down upon: ไม่ว่าคำตัดสินจะเข้าข้างฝ่ายใด

No matter which side ครอบคลุมผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด และบอกว่าใจความหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าผลจะออกมาแบบใด ในทางไวยากรณ์ which side เป็นกรรมของ upon ซึ่งวางไว้ท้ายอนุประโยค The gavel of constitutional interpretation เป็นอุปมาทางกฎหมายที่แทนคำตัดสินสุดท้ายของศาล ส่วน comes down upon สานต่อภาพค้อนของผู้พิพากษาที่ฟาดลงมา ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายถึงคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญของศาลจะสนับสนุนฝ่ายใด ไม่ได้หมายถึงค้อนจริง ๆ ตกใส่ใคร

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. แม้ว่าผู้พิพากษาจะทำค้อนจริง ๆ ตกใส่ฝ่ายหนึ่ง
  2. เพราะทั้งสองฝ่ายจะได้รับคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน
  3. ไม่ว่าคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญของศาลจะสนับสนุนฝ่ายใด
ดูคำตอบ

ไม่ว่าคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญของศาลจะสนับสนุนฝ่ายใด

That's the plan.

5:35

นั่นแหละคือแผนการ

It's been around for a while and has enough confirmed signatures to be more than halfway to the trigger point.

5:35

มันมีมาระยะหนึ่งแล้วและมีลายเซ็นยืนยันมากพอที่จะเกินครึ่งทางของจุดกระตุ้นแล้ว

And in theory,

5:41

และในทางทฤษฎี

enough states have laws currently pending in their legislatures that, if passed, โน้ต

5:42

มีรัฐจำนวนมากพอที่มีกฎหมายค้างอยู่ในสภานิติบัญญัติ ซึ่งหากผ่านร่าง

การใช้คำ

laws currently pending in their legislatures: ร่างกฎหมายที่ยังค้างพิจารณาในสภานิติบัญญัติ

ในการรายงานข่าวกฎหมายและการเมือง pending หมายถึงข้อเสนอที่ยังรอการพิจารณาหรือคำตัดสินสุดท้าย ส่วน in their legislatures ระบุว่ากระบวนการที่ยังไม่เสร็จสิ้นนี้เกิดขึ้นในองค์กรนิติบัญญัติของแต่ละรัฐ แม้คำบรรยายจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า laws แต่ if passed แสดงว่ายังไม่ใช่กฎหมายที่ตราและมีผลบังคับใช้แล้ว ก่อนผ่านความเห็นชอบ การใช้ bills หรือ proposed laws มักจะแม่นยำกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายที่หมายถึง “ยังรอการตัดสินจากฝ่ายนิติบัญญัติ” ลงในประโยค: Several education bills are currently ____ in the state legislature, so none has been approved yet.

ดูคำตอบ

pending

would put NaPoVoInterCo into action for the next election.

5:46

ก็จะทำให้ NaPoVoInterCo มีผลบังคับใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ไวยากรณ์

if passed, would put NaPoVoInterCo into action: หากผ่านก็จะเริ่มนำไปใช้

ในประโยคนี้ if passed เป็นอนุประโยคเงื่อนไขรูปถูกกระทำแบบย่อ หมายถึง if the laws are passed โดยละประธานและรูปหนึ่งของ be เพราะเห็นได้ชัดว่ากล่าวย้อนถึง laws Would แสดงผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ไม่ได้บอกว่าอนาคตนี้แน่นอนแล้ว ส่วน put NaPoVoInterCo into action หมายถึงทำให้ข้อตกลงเริ่มใช้จริง โดยรวมแล้ววลีนี้บอกว่าการผ่านกฎหมายจะทำให้ข้อตกลงมีผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเงื่อนไขรูปถูกกระทำแบบย่อ if passed และโครงสร้างผลลัพธ์ would put ... into action: ____, the bill ____ the new safety rules ____ next year.

ดูคำตอบ

If passed · would put · into action

Though, of course,

5:50

ถึงแม้ว่าแน่นอนว่า

it's easier to agree to things while they're far away and uncertain to happen.

5:51

มันง่ายกว่าที่จะตกลงในสิ่งที่ยังอยู่ห่างไกลและไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น

And the reality of voting against your citizens merely theoretical.

5:55

และความเป็นจริงของการโหวตสวนทางประชาชนก็ยังเป็นแค่เพียงทฤษฎี

So it may be much more difficult to get the final triggering 2% than the promised first 49. ไวยากรณ์

5:59

ดังนั้นการจะได้ 2% สุดท้ายเพื่อกระตุ้นแผน อาจจะยากกว่า 49% แรกที่เคยสัญญาไว้เสียอีก

ไวยากรณ์

much more difficult ... than: ยากกว่า……มาก

Much ใช้เน้นคำขั้นกว่า more difficult เพื่อบอกว่าความแตกต่างมีมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย เมื่อใช้กับ difficult ต้องเป็น much more difficult ไม่ใช่ much difficult Than ใช้นำสิ่งที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในที่นี้คือการเปรียบเทียบ 2% สุดท้ายกับ 49% แรกที่มีผู้ให้คำมั่นไว้ ประโยคเน้นความตรงข้ามว่า ส่วนเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออาจยากกว่าส่วนก่อนหน้าที่ใหญ่กว่ามาก

แบบฝึกหัด

ใช้ much เพื่อเน้นคำขั้นกว่าของ difficult อย่างชัดเจน: Carrying the boxes upstairs was ____ than moving them across the room.

ดูคำตอบ

much more difficult

But the Electoral College,

6:05

แต่คณะผู้เลือกตั้งเนี่ย

for it or against it,

6:06

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือต่อต้าน

the National Popular Vote Interstate Compact is the sneaky plan to use it to subvert it. ลำดับความ

6:07

ข้อตกลงระหว่างรัฐว่าด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนระดับชาติ ก็คือแผนการอันแยบยลที่จะใช้มันเพื่อล้มล้างมันนั่นเอง

ลำดับความ

use it to subvert it: ความย้อนแย้งที่ย่อไว้อย่างกระชับ

ใน use it to subvert it คำว่า it ทั้งสองตำแหน่งหมายถึงคณะผู้เลือกตั้งเหมือนกัน แต่ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ต่างกัน โดย it ตัวแรกคือระบบที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ส่วน it ตัวที่สองคือระบบเดียวกันที่การทำงานของมันถูกบ่อนทำลาย รูปแบบคู่ขนาน use X to subvert X ย่อข้อโต้แย้งให้เป็นความย้อนแย้งว่า ข้อตกลงนี้จะอาศัยอำนาจที่ระบบคณะผู้เลือกตั้งมอบให้เพื่อทำให้ผลที่ระบบนี้ตามปกติจะสร้างขึ้นอ่อนลงหรือถูกเลี่ยงไป คำว่า subvert เป็นการตีความเชิงวิจารณ์ของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกสถาบันนี้อย่างเป็นทางการตามกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ส่วนท้าย use it to subvert it สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้?

  1. สนับสนุนระบบคณะผู้เลือกตั้งด้วยการรักษาผลลัพธ์ตามปกติของระบบ
  2. ใช้อำนาจที่ระบบคณะผู้เลือกตั้งสร้างขึ้นเพื่อบ่อนทำลายการทำงานตามปกติของระบบเดียวกัน
  3. ยกเลิกระบบคณะผู้เลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดยไม่ใช้กฎใด ๆ ของระบบ
ดูคำตอบ

ใช้อำนาจที่ระบบคณะผู้เลือกตั้งสร้างขึ้นเพื่อบ่อนทำลายการทำงานตามปกติของระบบเดียวกัน