ปรัชญาตะวันออก - ขงจื๊อ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
1,000 คำ 204 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: ชีวประวัติที่ไม่แน่นอนของขงจื๊อนำไปสู่แนวคิดเรื่องพิธี การเคารพพ่อแม่ อำนาจที่ควรเคารพ และปัญญาจากการฝึกฝน ก่อนสรุปว่าคุณค่าเก่าช่วยแก้ความสุดโต่งสมัยใหม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “He's said to have been born” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รูปถูกกระทำในการรายงานกับ perfect infinitive เล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าโดยไม่ยืนยัน และใช้ได้ในประวัติศาสตร์หรือข่าว 2. “do away with” — กริยาวลี: เข้าใจว่าแปลว่า “ยกเลิกหรือกำจัด” แล้วเชื่อมธรรมเนียม กฎ หรือแนวปฏิบัติที่ถูกยกเลิกเป็นกรรม 3. “if we're being very honest with ourselves,” — วัจนปฏิบัติและท่าที: สังเกตว่าการชวนทบทวนตนเองร่วมกันช่วยลดความแข็งของคำวิจารณ์ก่อนยอมรับเรื่องที่ไม่น่าฟัง และปูทางสู่ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We know very little for certain วลี

0:06

เรารู้เรื่องราวที่แน่ชัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

about the life of the Chinese philosopher Confucius.

0:07

เกี่ยวกับชีวิตของนักปรัชญาชาวจีน ขงจื๊อ

วลี

for certain: การบอกระดับความแน่นอน

ในประโยคนี้ for certain หมายถึง “อย่างแน่นอน” หรือ “ในฐานะข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว” วลีนี้บอกว่าข้อมูลน่าเชื่อถือเพียงใด กล่าวคือ มีเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของขงจื๊อเพียงเล็กน้อยที่เรารู้แน่ชัด for ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว for certain ไม่ได้ใช้บอกจุดประสงค์ รูปที่พบบ่อยได้แก่ know for certain และ say for certain

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “อย่างแน่นอน”: We do not know ____ who left the message.

ดูคำตอบ

for certain

He's said to have been born in 551 BC in China. ไวยากรณ์

0:10

ว่ากันว่าเขาเกิดเมื่อ 551 ปีก่อนคริสตกาลในประเทศจีน

ไวยากรณ์

He's said to have been born: การรายงานเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้า

He's ในที่นี้เป็นรูปย่อของ He is ส่วน He is said to เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ ใช้นำเสนอสิ่งที่ผู้คนหรือแหล่งข้อมูลกล่าวไว้โดยไม่ระบุว่าเป็นใคร ผู้พูดจึงไม่ได้รับรองโดยตรงว่าข้อความนั้นเป็นความจริง to have been born เป็น infinitive แบบสมบูรณ์ ซึ่งวางเหตุการณ์เกิดไว้ก่อนมุมมองการรายงานในปัจจุบัน ไม่ใช่ present perfect และทั้งวลีหมายความว่าแหล่งข้อมูลต่าง ๆ กล่าวว่าเขาเกิดมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ is said to และ infinitive แบบสมบูรณ์: The ancient bridge ____ by Roman engineers.

ดูคำตอบ

is said to have been built

He may have been a student of the Daoist master Laozi. ไวยากรณ์

0:13

เขาอาจเคยเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ลัทธิเต๋า เหลาจื่อ

ไวยากรณ์

may have been: การคาดเดาอย่างไม่แน่ใจเกี่ยวกับอดีต

May have been ประกอบด้วยคำกริยาช่วย may และ have + กริยาช่องที่ 3 been ใช้คาดเดาอย่างไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพหรือสถานะในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้าง may have + กริยาช่องที่ 3 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้น โดยยังแสดงความไม่แน่ใจอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย may และรูป perfect ของ be: The old map ____ drawn by a sailor.

ดูคำตอบ

may have been

According to tradition, ลำดับความ

0:16

ตามธรรมเนียมสืบต่อกันมา

he began government service and served many roles,

0:17

เขาเริ่มเข้ารับราชการและดำรงตำแหน่งหลายหน้าที่

ลำดับความ

According to tradition: ระบุว่าข้อความมาจากเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา

According to tradition เป็นกรอบบอกแหล่งข้อมูลที่วางไว้ก่อนข้อความหลัก ช่วยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อจากนั้นมาจากเรื่องเล่าหรือคำบอกต่อที่สืบทอดกันมา ไม่ได้เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบบอกแหล่งข้อมูลออกจากข้อความหลัก ทำให้ผู้เขียนกล่าวถึงเรื่องเล่าดั้งเดิมได้โดยยังเว้นระยะจากความแน่นอนของเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดแสดงได้ดีที่สุดว่าข้อความนี้มาจากเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  1. Traditionally,
  2. According to the report,
  3. According to tradition,
ดูคำตอบ

According to tradition,

including Minister of Crime under Duke Ding

0:19

รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยดยุกติง (ลู่ติงกง)

in the state of Lu.

0:22

แห่งแคว้นหลู่

However,

0:23

อย่างไรก็ตาม

Confucius and the duke fell out กริยาวลี

0:23

ขงจื๊อกับท่านดยุกมีเรื่องผิดใจกัน

after the duke received a present from a neighboring ruler,

0:25

หลังจากที่ท่านดยุกได้รับของกำนัลจากผู้ปกครองรัฐเพื่อนบ้าน

กริยาวลี

fell out: เมื่อการโต้เถียงทำให้ความสัมพันธ์เสียหาย

Fell out เป็นรูปอดีตของ fall out ในประโยคนี้หมายถึงคนสองคนมีความขัดแย้งรุนแรงจนความสัมพันธ์เสียหายหรือสิ้นสุดลง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของตกลงมาจริง ๆ ใช้ fall out เมื่อการโต้เถียงทำให้ผู้คนเลิกเป็นมิตรหรือไม่สนิทกันอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fell out ในความหมายว่าการโต้เถียงทำให้ความสัมพันธ์เสียหาย

  1. The two teammates fell out after blaming each other for the loss.
  2. The keys fell out of my pocket on the bus.
  3. The cat fell off the chair while sleeping.
ดูคำตอบ

The two teammates fell out after blaming each other for the loss.

80 beautiful women and 124 horses.

0:27

นั่นคือหญิงงาม 80 คนและม้า 124 ตัว

The duke spent all his time riding horses ไวยากรณ์

0:30

ท่านดยุกใช้เวลาทั้งหมดไปกับการขี่ม้า

and being entertained by the women,

0:32

และหาความสำราญกับหญิงสาวเหล่านั้น

ไวยากรณ์

spent all his time riding ... and being entertained: รูป -ing ที่ขนานกัน

Spend + ช่วงเวลา + -ing ใช้บอกว่าช่วงเวลานั้นหมดไปกับกิจกรรมอะไร ในที่นี้ spent all his time ตามด้วย riding horses ไม่ใช่ ride horses หรือ to ride horses Riding และ being entertained เชื่อมด้วย and และใช้รูป -ing ที่ขนานกัน Riding เป็นรูปกระทำ เพราะท่านดยุกเป็นผู้ทำ ส่วน being entertained เป็นรูปถูกกระทำ เพราะคนอื่นเป็นผู้ให้ความบันเทิงแก่เขา โครงสร้างที่ขนานกันนี้ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของสองกิจกรรมอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spend + เวลา + -ing ได้ถูกต้อง โดยมีกิจกรรมแบบกระทำและถูกกระทำที่ขนานกัน

  1. Ava spent the afternoon painting and being photographed for the school website.
  2. Ava spent the afternoon to paint and being photographed for the school website.
  3. Ava spent the afternoon paint and was photographed for the school website.
ดูคำตอบ

Ava spent the afternoon painting and being photographed for the school website.

which Confucius found deeply improper for a ruler. ไวยากรณ์

0:34

ซึ่งขงจื๊อมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครอง

ไวยากรณ์

which ที่หมายถึงอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมดใน 'which Confucius found deeply improper for a ruler'

อนุประโยค which หลังเครื่องหมายจุลภาคแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือดยุกใช้เวลาไปกับการขี่ม้าและให้ผู้อื่นสร้างความสำราญ ที่นี่ which ไม่ได้หมายถึงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง women เพียงอย่างเดียว ภายในอนุประโยคใช้โครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ที่เป็นส่วนเติมเต็ม โดย which เป็นกรรมของ found และ improper เป็นคำคุณศัพท์ที่แสดงการตัดสินของ Confucius ต่อกรรมนั้น ส่วน for a ruler กำหนดเกณฑ์ว่าพฤติกรรมนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีบทบาทเป็นผู้ปกครอง โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มการประเมินเหตุการณ์ก่อนหน้าได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ข้อใดวิเคราะห์อนุประโยคที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?

  1. เฉพาะ women โดย improper ใช้บรรยายผู้หญิงเหล่านั้น
  2. วิธีใช้เวลาทั้งหมดของดยุก โดย improper แสดงการตัดสินของ Confucius ต่อพฤติกรรมนั้น
  3. เฉพาะ horses โดย improper ใช้บรรยายวิธีขี่ม้า
ดูคำตอบ

วิธีใช้เวลาทั้งหมดของดยุก โดย improper แสดงการตัดสินของ Confucius ต่อพฤติกรรมนั้น

So, he left the court and wandered for years. การใช้คำ

0:37

ดังนั้น เขาจึงออกจากราชสำนักและเร่ร่อนไปหลายปี

การใช้คำ

the court ในความหมายว่าแวดวงการเมืองของผู้ปกครอง

ที่นี่ the court หมายถึงราชสำนักและแวดวงการปกครองของดยุก ซึ่งรวมถึงผู้ปกครอง ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ ผู้ติดตาม และสภาพแวดล้อมที่บุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ ดังนั้น left the court จึงหมายความว่า Confucius ออกจากสภาพแวดล้อมหรือการรับใช้ทางการเมืองนั้น ไม่ใช่เพียงเดินออกจากอาคาร ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และการเมือง court มักมีความหมายเกี่ยวกับราชวงศ์หรือการปกครองเช่นนี้ การกล่าวถึง duke ในบริบทใกล้เคียงทำให้ความหมายนี้เหมาะสม โดยไม่ได้หมายถึงศาลหรือสนามกีฬา

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความ 'he left the court' ได้เหมาะสมที่สุดในบริบททางประวัติศาสตร์นี้?

  1. เขาเดินออกจากห้องพิจารณาคดีหลังการไต่สวน
  2. เขาออกจากแวดวงการเมืองและการรับใช้ผู้ปกครอง
  3. เขาออกจากสนามกีฬาหลังการแข่งขัน
ดูคำตอบ

เขาออกจากแวดวงการเมืองและการรับใช้ผู้ปกครอง

Around between the third and fifth century BC,

0:40

ราวระหว่างศตวรรษที่ 3 ถึง 5 ก่อนคริสตกาล

Confucius's works were collected into The Analects, วัฒนธรรม

0:42

ผลงานของขงจื๊อได้ถูกรวบรวมไว้ในคัมภีร์หลุนอวี่

a collection of sayings written down by his followers. กริยาวลี

0:45

ซึ่งเป็นชุดคำสอนที่เหล่าลูกศิษย์ของเขาจดบันทึกไว้

วัฒนธรรม

The Analects: ชื่อภาษาอังกฤษของคัมภีร์หลุนอวี่

The Analects เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปของคัมภีร์หลุนอวี่ ซึ่งรวบรวมคำกล่าวและบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับขงจื๊อและเหล่าศิษย์ ในประโยคนี้ ชื่อนี้ระบุแหล่งที่มาของเนื้อหาที่กำลังกล่าวถึง โดย Analects เป็นชื่อเฉพาะของหนังสือ ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ทั่วไป หนังสือชุดนี้ถูกรวบรวมและถ่ายทอดโดยเหล่าศิษย์และผู้เรียบเรียงในยุคต่อมา ดังนั้นชื่อนี้จึงไม่ได้หมายความว่าขงจื๊อเขียนหนังสือทั้งเล่มด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The Analects หมายถึงอะไร

  1. ชื่อเรียกรวมของหนังสือจีนโบราณทุกเล่ม
  2. บันทึกประจำวันที่ขงจื๊อเขียนเองทั้งหมด
  3. ชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปของชุดคำกล่าวและบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับขงจื๊อ
ดูคำตอบ

ชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปของชุดคำกล่าวและบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับขงจื๊อ

กริยาวลี

written down: กริยาวลีและส่วนขยายด้วยกริยาช่องที่ 3

Write down หมายถึงการบันทึกบางสิ่งเป็นลายลักษณ์อักษร มักทำเพื่อให้จำหรือนำไปใช้ภายหลังได้ คำว่า down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางลงด้านล่าง ในที่นี้ written down by his followers อยู่หลัง sayings และทำหน้าที่ขยายคำนั้น Written เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ write ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายแบบถูกกระทำ คือคำกล่าวที่เหล่าศิษย์บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกริยาช่องที่ 3 ของ write down: The witness's exact words were ____ by the reporter.

ดูคำตอบ

written down

Some of the morals Confucius taught are easily recognizable,

0:47

ศีลธรรมบางอย่างที่ขงจื๊อสอนนั้นสามารถเข้าใจได้ง่าย

most notably his version of the Golden Rule. วัฒนธรรม

0:50

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎทองในแบบของเขา

Do not do unto others what you don't want done to yourself. การใช้คำ

0:52

จงอย่าทำต่อผู้อื่น ในสิ่งที่คุณไม่ต้องการให้ผู้อื่นทำต่อคุณ

วัฒนธรรม

the Golden Rule: กฎทองคำ

the Golden Rule เป็นชื่อของหลักศีลธรรมที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหลายวัฒนธรรมและประเพณี หมายถึงให้ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ ในประโยคนี้ ขงจื๊อแสดงหลักดังกล่าวในรูปปฏิเสธ คืออย่าทำต่อผู้อื่นในสิ่งที่คุณไม่อยากให้เกิดกับตนเอง Rule ในที่นี้หมายถึงหลักจริยธรรม ไม่ใช่กฎไวยากรณ์หรือกฎหมาย การรู้จักชื่อทางวัฒนธรรมที่เป็นคำเรียกตายตัวนี้ช่วยให้เชื่อมโยงถ้อยคำแบบเป็นทางการที่ตามมากับหลักการที่คุ้นเคยได้

แบบฝึกหัด

the Golden Rule ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ทำตามกฎทุกข้อที่คนอื่นบอก
  2. ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ
  3. ใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องเวลาพูดกับคนอื่น
ดูคำตอบ

ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่คุณอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ

การใช้คำ

unto: รูปเก่าของ to

unto เป็นคำบุพบทแบบเก่าที่มีความหมายเท่ากับ to ใน do unto others คำนี้ชี้ถึงผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำ หรือหมายถึงการทำบางอย่างต่อผู้อื่น ถ้อยคำแบบนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงดั้งเดิมคล้ายสุภาษิต ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่มักใช้โครงสร้าง do something to someone

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ unto ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างสำนวนดั้งเดิมคล้ายสุภาษิต

  1. We walked unto the library after school.
  2. Do unto others as you would have them do unto you.
  3. Please send the homework unto me tonight.
ดูคำตอบ

Do unto others as you would have them do unto you.

But some of them also sound very strange or old-fashioned to modern ears, สำนวน

0:55

แต่บางข้อก็ฟังดูแปลกหรือล้าสมัยมากสำหรับคนยุคใหม่

especially to Western ones.

0:58

โดยเฉพาะสำหรับชาวตะวันตก

สำนวน

sound very strange or old-fashioned to modern ears: ฟังดูแปลกหรือล้าสมัยมากสำหรับคนปัจจุบัน

โครงสร้าง sound + adjective + to + audience ใช้บอกความรู้สึกหรือภาพที่สิ่งหนึ่งสร้างให้แก่ผู้ฟังกลุ่มนั้น ในที่นี้ sound very strange or old-fashioned to modern ears หมายความว่าคนในปัจจุบันมีแนวโน้มจะมองว่าสำนวนเหล่านั้นแปลกหรือล้าสมัย Ears ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงปฏิกิริยาของผู้ฟัง ไม่ใช่ความสามารถทางร่างกายในการได้ยิน ส่วน ones ที่ตามมานั้นใช้แทน ears และจำกัดกลุ่มผู้ฟังให้หมายถึงคนตะวันตก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ to modern ears หมายความว่าอย่างไร

  1. คนสมัยใหม่ไม่สามารถได้ยินสำนวนเหล่านั้นได้ในทางร่างกาย
  2. คนในปัจจุบันมีแนวโน้มจะรู้สึกว่าสำนวนเหล่านั้นแปลกหรือล้าสมัย
  3. สำนวนเหล่านั้นอาจทำลายการได้ยินของผู้คน
ดูคำตอบ

คนในปัจจุบันมีแนวโน้มจะรู้สึกว่าสำนวนเหล่านั้นแปลกหรือล้าสมัย

But we need his advice all the more for this.

1:00

แต่เรายิ่งต้องการคำแนะนำของเขามากขึ้นเพราะเหตุนี้

It serves as an antidote to the troubles we currently face. สำนวน

1:02

มันทำหน้าที่เป็นยารักษาปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

สำนวน

serves as an antidote to: ทำหน้าที่เป็นสิ่งที่ช่วยต้านหรือบรรเทาปัญหา

Serve as หมายถึงทำหน้าที่เป็นหรือมีบทบาทเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่วน antidote ตามความหมายตรงตัวคือสิ่งที่ต้านพิษ แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา เมื่อนำมารวมกัน serves as an antidote to the troubles หมายความว่าคำแนะนำนั้นอาจช่วยต้านหรือลดปัญหาที่ผู้คนเผชิญอยู่ โครงสร้าง an antidote to + คำนาม นำเสนอความคิด นิสัย หรือประสบการณ์หนึ่งว่าเป็นพลังที่ช่วยลดสภาวะที่เป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเต็มจากบทเรียน: Regular time outdoors can ____ the stress of a busy week.

ดูคำตอบ

serve as an antidote to

Here are a few examples of what Confucius helps us to remember. ลำดับความ

1:05

นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่ขงจื๊อช่วยเตือนใจเรา

ลำดับความ

ใช้ Here are a few examples ... เพื่อเริ่มนำเสนอรายการตัวอย่าง

Here are a few examples ... ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกโครงสร้างของเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าบทนำแบบกว้าง ๆ กำลังจะจบลง และต่อไปจะมีตัวอย่างที่ชัดเจนหลายตัวอย่าง โครงสร้าง Here are + คำนามพหูพจน์ใช้เพื่อนำเสนอหลายรายการแก่ผู้ฟัง จุดสำคัญในที่นี้ไม่ใช่การบอกสถานที่ ส่วน of what Confucius helps us to remember ระบุว่าตัวอย่างเหล่านั้นจะแสดงเรื่องอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Here are + คำนามพหูพจน์เพื่อเติมบทนำให้สมบูรณ์: ____ three ways to make your presentation clearer.

ดูคำตอบ

Here are

1. Ceremony is important.

1:08

1. พิธีกรรมเป็นสิ่งสำคัญ

The Analects are filled with strange conversations

1:11

คัมภีร์หลุนอวี่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่แปลกประหลาด

between Confucius and his disciples like this one.

1:13

ระหว่างขงจื๊อกับลูกศิษย์ของเขา อย่างเช่นบทนี้

Zigong wished to do away with the offering of a sheep. กริยาวลี

1:16

จื่อก้งต้องการยกเลิกการบูชายัญด้วยแกะ

กริยาวลี

do away with: ยกเลิกหรือกำจัด

ในประโยคนี้ do away with หมายถึงยกเลิกหรือเลิกใช้ จื่อก้งต้องการให้พิธีถวายแกะสิ้นสุดลง วลีนี้ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ออกไปไกล Do away with เป็นกริยาวลีสามคำ และกรรมจะอยู่หลัง with: do away with + กฎ ธรรมเนียม หรือแนวปฏิบัติ ในที่นี้กรรมทั้งหมดคือ the offering of a sheep

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึงยกเลิก: The town voted to ____ the outdated rule.

ดูคำตอบ

do away with

Confucius said, "Zi,

1:19

ขงจื๊อกล่าวว่า "ซื่อ (จื่อก้ง)

you love the sheep,

1:20

ท่านรักแกะ

I love the ceremony."

1:21

แต่ข้ารักพิธีกรรม"

At first, this is baffling,

1:23

ในตอนแรก สิ่งนี้น่าสับสน

if not also humorous. ไวยากรณ์

1:24

หากไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขัน

ไวยากรณ์

“if not also humorous” ในฐานะการเพิ่มข้อประเมินอย่างระมัดระวัง

โครงสร้าง X, if not also Y ใช้เติม Y ต่อจาก X ในฐานะการประเมินอย่างที่สองแบบระมัดระวัง โดยยืนยันว่า X เป็นจริง และบอกเป็นนัยว่า Y ก็อาจเป็นจริงด้วย คำว่า not ในที่นี้ไม่ได้ปฏิเสธ Y โดยตรง ในประโยคนี้ baffling คือการประเมินที่ยืนยันชัดเจน ส่วน humorous คือการประเมินเพิ่มเติมที่อาจเป็นจริง คำว่า also ทำให้เห็นชัดว่าเป็นการเพิ่มข้อมูล โครงสร้างนี้เป็นรูปละคำที่มีความหมายประมาณว่า “X และอาจเป็น Y ด้วย หรืออาจถึงขั้นเป็น Y” ไม่ใช่ประโยคเงื่อนไขทั่วไป

แบบฝึกหัด

“baffling, if not also humorous” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เรื่องนี้จะชวนให้สับสนก็ต่อเมื่อไม่ชวนขบขัน
  2. เรื่องนี้ชวนให้สับสน และอาจชวนขบขันด้วย
  3. เรื่องนี้ชวนให้สับสน แต่ไม่ชวนขบขันอย่างแน่นอน
  4. เรื่องนี้ชวนขบขันแทนที่จะชวนให้สับสน
ดูคำตอบ

เรื่องนี้ชวนให้สับสน และอาจชวนขบขันด้วย

Why not save the sheep? น้ำเสียง/เจตนา

1:25

ทำไมถึงไม่ช่วยชีวิตแกะเอาไว้ล่ะ?

But Confucius is reminding Zi and us about the importance of ceremony.

1:27

แต่ขงจื๊อกำลังเตือนจื่อก้งและพวกเราถึงความสำคัญของพิธีกรรม

น้ำเสียง/เจตนา

“Why not save the sheep?” ในฐานะข้อทักท้วงเชิงวาทศิลป์

Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน? ตามตัวอักษรคือการถามว่ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ควรทำสิ่งหนึ่ง แต่ในการสนทนา รูปนี้มักใช้เป็นข้อเสนอแนะหรือการทักท้วง จึงอาจไม่ได้ต้องการข้อมูลจริง ๆ ในที่นี้ “Why not save the sheep?” แสดงข้อโต้แย้งที่ดูสมเหตุสมผลว่า การช่วยแกะไว้น่าจะเป็นทางเลือกที่ชัดเจน ประโยคถัดไปตอบข้อโต้แย้งนี้ ให้เข้าใจรูปนี้เป็นข้อเสนอเมื่อการกระทำนั้นยังเป็นไปได้ และเป็นการทักท้วงเมื่อใช้ตั้งคำถามต่อทางเลือกหรือความเชื่อ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “Why not save the sheep?” แล้วอธิบายว่าทำไมพิธีกรรมจึงสำคัญกว่า คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นการถามทางไปหาแกะอย่างสุภาพ
  2. เป็นการรายงานว่าแกะได้รับการช่วยไว้แล้ว
  3. เป็นการทักท้วงว่าการช่วยแกะไว้ดูสมเหตุสมผล
  4. เป็นการสั่งไม่ให้ใครช่วยแกะเป็นอันขาด
ดูคำตอบ

เป็นการทักท้วงว่าการช่วยแกะไว้ดูสมเหตุสมผล

In the modern world,

1:31

ในโลกสมัยใหม่

we tend to shun ceremony and see this as a good thing, วลี

1:32

เรามักจะหลีกเลี่ยงพิธีการต่างๆ และมองว่านี่เป็นสิ่งที่ดี

a sign of intimacy or a lack of pretension.

1:34

เป็นสัญญาณของความใกล้ชิดหรือการไม่เสแสร้ง

วลี

see A as B: มอง A ว่าเป็น B

ในโครงสร้าง see A as B คำว่า see หมายถึง “มองว่า” หรือ “เข้าใจว่า” ไม่ใช่ “มองเห็นด้วยตา” A คือสิ่งที่ถูกประเมิน ส่วน B คือประเภทหรือการประเมินที่กำหนดให้สิ่งนั้น ในประโยคนี้ this หมายถึงแนวโน้มของคนสมัยใหม่ที่หลีกเลี่ยงพิธีการ ส่วน a good thing คือการประเมินในทางบวก ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกว่าคนคนหนึ่งตีความหรือจัดประเภทบุคคล การกระทำ หรือสถานการณ์อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง see A as B ที่ถูกต้อง: Many people ____ mistakes ____ a chance to learn.

ดูคำตอบ

see · as

But Confucius believed in the value of ceremonies over sheep because he valued what he called ritual propriety. วัฒนธรรม

1:36

แต่ขงจื๊อเชื่อในคุณค่าของพิธีกรรมมากกว่าแกะ เพราะเขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าจารีตประเพณี (ความเหมาะสมทางพิธีกรรม)

วัฒนธรรม

ritual propriety: แนวคิดขงจื๊อเรื่องการประพฤติที่เหมาะสม

ritual propriety เป็นชื่อภาษาอังกฤษของแนวคิดขงจื๊อที่มักเรียกว่า li หรือ “หลี่” หมายถึงการประพฤติตนให้เหมาะกับพิธี ความสัมพันธ์ และบทบาททางสังคม เพื่อให้การกระทำแสดงถึงความเคารพ ระเบียบ และความรับผิดชอบทางศีลธรรม แนวคิดนี้กว้างกว่ามารยาททั่วไปหรือเพียงการทำพิธีให้ถูกขั้นตอน ในประโยคนี้ พิธีสำคัญกว่าแกะ เพราะรูปแบบของพิธีสื่อความหมายทางสังคมและจริยธรรม วลีนี้เรียกหลักการที่อยู่เบื้องหลังความหมายนั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ใช้ในพิธี

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงแนวคิดขงจื๊อ ritual propriety หมายถึงอะไร?

  1. พฤติกรรมตามพิธีและบทบาทที่เหมาะสมซึ่งแสดงความเคารพและระเบียบทางสังคม
  2. เฉพาะมารยาทบนโต๊ะอาหารทั่วไป
  3. พิธีที่เป็นทางการทุกชนิดโดยไม่คำนึงถึงจุดประสงค์
ดูคำตอบ

พฤติกรรมตามพิธีและบทบาทที่เหมาะสมซึ่งแสดงความเคารพและระเบียบทางสังคม

This might seem a very outdated and conservative idea,

1:42

นี่อาจดูเหมือนเป็นแนวคิดที่ล้าสมัยและอนุรักษ์นิยมมาก

but in fact, many of us long for particular rituals, กริยาวลี

1:45

แต่ในความเป็นจริง พวกเราหลายคนโหยหาพิธีกรรมบางอย่าง

that meal mum cooked for us whenever we were sick,

1:48

เช่นอาหารที่แม่ทำไว้ให้เราเมื่อใดก็ตามที่เราป่วย

or the yearly birthday outing,

1:50

หรือการออกไปเที่ยวในวันเกิดของทุกปี

or our wedding vows.

1:51

หรือคำสาบานในงานแต่งงานของเรา

กริยาวลี

long for: ความปรารถนาที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยอารมณ์

long for หมายถึงรู้สึกปรารถนาใครบางคนหรือบางสิ่งอย่างแรงกล้าและมักยาวนาน โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นไม่อยู่หรือได้มายาก ในประโยคนี้ ผู้คนมีความปรารถนาเช่นนั้นต่อพิธีหรือกิจวัตรของครอบครัวที่คุ้นเคย long ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “ยาว” ใช้ long for หน้าคำนามหรือกลุ่มคำนาม หากสิ่งที่ปรารถนาเป็นการกระทำ ให้ใช้ long to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “รู้สึกปรารถนาบางสิ่งอย่างลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยอารมณ์”: After years abroad, Lina began to ____ the family meals she remembered.

ดูคำตอบ

long for

We understand that certain premeditated,

1:53

เราเข้าใจดีว่าท่าทางที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า,

deliberate, and precise gestures stir our emotions deeply. วลี

1:55

ตั้งใจ และแม่นยำบางอย่าง กระตุ้นอารมณ์ของเราอย่างลึกซึ้ง

วลี

stir our emotions deeply: ก่อให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์ที่ทรงพลัง

stir someone's emotions หมายถึงปลุกหรือทำให้ความรู้สึกของใครบางคนรุนแรงขึ้น ในประโยคนี้ ท่าทางที่ตั้งใจทำก่อให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์ที่แรงกล้า stir จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การคนสิ่งของจริง ๆ deeply แสดงว่าผลกระทบนั้นรุนแรงเพียงใด โครงสร้างที่พบบ่อยคือ stir + someone's emotions + deeply และ deeply ยังวางหน้า stir ได้ เช่น deeply stir someone's emotions

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าสุนทรพจน์ก่อให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์อย่างรุนแรง

  1. The speech stirred our emotions deeply.
  2. The speech stirred our emotions politely.
  3. The speech stirred our decisions deeply.
ดูคำตอบ

The speech stirred our emotions deeply.

Rituals make our intentions clear, วลี

1:58

พิธีกรรมทำให้ความตั้งใจของเราชัดเจนขึ้น

and they help us to understand how to behave.

2:00

และมันช่วยให้เราเข้าใจว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร

วลี

make our intentions clear: ทำให้เจตนาของเราชัดเจน

ใน make our intentions clear คำว่า make ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” แต่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งอยู่ในสภาพหนึ่ง” โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย our intentions เป็นกรรม และ clear บอกสภาพที่เกิดขึ้น ในที่นี้ วลีนี้หมายถึงการใช้การกระทำหรือสัญญาณเพื่อแสดงให้ชัดว่าเราหมายถึงอะไรหรือวางแผนจะทำอะไร เพื่อให้คนอื่นไม่ต้องคาดเดา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน make + กรรม + คำคุณศัพท์ที่ตรงความหมายว่าแสดงแผนของเราให้ชัดเจน: A short written note can ____ and prevent confusion.

ดูคำตอบ

make our intentions clear

2. We should treat our parents with reverence. วลี

2:03

2. เราควรปฏิบัติต่อพ่อแม่ด้วยความเคารพ

วลี

treat our parents with reverence: ปฏิบัติต่อพ่อแม่ด้วยความเคารพอย่างสูง

ใน treat our parents with reverence คำว่า treat หมายถึงการปฏิบัติต่อใครบางคนในลักษณะหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ treat + บุคคล + with + คำนามที่บอกทัศนคติ โดย with reverence บอกลักษณะของการปฏิบัติ Reverence คือความเคารพที่ลึกซึ้งและจริงจัง ซึ่งมักมีความยำเกรงอยู่ด้วย ประโยคนี้เรียกร้องมากกว่าความสุภาพทั่วไปที่มีต่อพ่อแม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ treat ... with reverence ในความหมายว่าแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งและจริงจัง

  1. After lunch, Maya treated the elder to coffee.
  2. At the clinic, the doctor treated the elder's injury.
  3. At the ceremony, everyone treated the respected elder with reverence.
ดูคำตอบ

At the ceremony, everyone treated the respected elder with reverence.

In particular,

2:06

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

Confucius had a very strict idea about how we should behave towards our parents.

2:07

ขงจื๊อมีแนวคิดที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับวิธีที่เราควรปฏิบัติต่อพ่อแม่ของเรา

He believed that we should obey them when we are young,

2:11

เขาเชื่อว่าเราควรเชื่อฟังท่านเมื่อเรายังเด็ก

care for them when they are old, กริยาวลี

2:13

ดูแลท่านเมื่อท่านแก่เฒ่า

กริยาวลี

care for someone: ดูแลใครสักคน

care for ในที่นี้หมายถึง “ดูแลและช่วยเหลือ” กรรม them หมายถึงพ่อแม่เมื่อแก่ตัวลง วลีนี้จึงพูดถึงการดูแลที่ทำจริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกห่วงใย โครงสร้างคือ care for + คน การเปรียบเทียบระหว่างการเชื่อฟังพ่อแม่เมื่อเรายังเด็กกับการดูแลท่านเมื่อแก่ตัวลงช่วยให้เลือกความหมายนี้ได้ ในบริบทอื่น care for อาจหมายถึง “ชอบ” หรือ “ต้องการ” จึงต้องดูกรรมและสถานการณ์ประกอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ care for ในความหมายว่า “ดูแลใครสักคน”

  1. I don't care for spicy food.
  2. Would you care for some tea?
  3. Leo stayed home to care for his sick brother.
ดูคำตอบ

Leo stayed home to care for his sick brother.

mourn at length when they die, วลี

2:14

ไว้ทุกข์เป็นเวลานานเมื่อท่านจากไป

วลี

mourn at length: ไว้ทุกข์เป็นเวลานาน

ในประโยคนี้ at length บอกว่าการไว้ทุกข์ดำเนินอยู่นานเท่าใด โดยหมายถึง “เป็นเวลานาน” ดังนั้น mourn at length จึงหมายถึงการโศกเศร้าหรือไว้ทุกข์เป็นเวลายาวนานหลังจากมีคนเสียชีวิต at length ยังอาจหมายถึง “อย่างละเอียด” ได้ด้วย แต่คำกริยา mourn และส่วน when they die แสดงว่าในที่นี้หมายถึงระยะเวลา ให้ดูการกระทำที่อยู่รอบวลีเพื่อเลือกความหมายที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ใน “mourn at length when they die” คำว่า at length หมายถึงอะไร

  1. เป็นเวลานาน
  2. อย่างละเอียดมาก
  3. ในตอนจบ
ดูคำตอบ

เป็นเวลานาน

and make huge sacrifices in their memory thereafter. วลี

2:16

และทำการเซ่นไหว้ครั้งใหญ่เพื่อรำลึกถึงท่านหลังจากนั้น

วลี

เสียสละครั้งใหญ่เพื่อรำลึกถึงพวกเขา

Make huge sacrifices หมายถึงการยอมรับต้นทุนส่วนตัวที่สูงมากหรือยอมสละสิ่งสำคัญเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ในที่นี้ sacrifices เน้นถึงความพยายาม ความสูญเสีย และสิ่งที่คนคนหนึ่งยอมสละ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสัตว์หรือสิ่งของที่ใช้ในพิธีกรรม In their memory หมายถึงการให้เกียรติผู้คนหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตและทำให้ผู้คนยังคงระลึกถึงพวกเขาอยู่ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกถึงการยอมรับต้นทุนครั้งใหญ่เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ make huge sacrifices in their memory หมายความว่าอะไร

  1. ยอมรับต้นทุนส่วนตัวครั้งใหญ่เพื่อรำลึกถึงผู้คนหลังจากเสียชีวิต
  2. ถวายสัตว์เพราะคนเหล่านั้นร้องขอ
  3. เดินทางไปไกลเพื่อให้คนเหล่านั้นจำคุณได้
ดูคำตอบ

ยอมรับต้นทุนส่วนตัวครั้งใหญ่เพื่อรำลึกถึงผู้คนหลังจากเสียชีวิต

He even said that we shouldn't travel far away while our parents are alive

2:18

เขายังกล่าวด้วยว่าเราไม่ควรเดินทางไปไกลๆ ในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่

and should cover for them if they steal a sheep. กริยาวลี

2:22

และควรปกปิดความผิดให้ท่านหากท่านขโมยแกะมา

กริยาวลี

ช่วยปกปิดให้คนที่ทำผิด

Cover for someone หมายถึงการปกป้องคนคนนั้นจากการถูกตำหนิด้วยการซ่อนสิ่งที่เขาทำ นิ่งเงียบ หรือให้ข้อแก้ตัว ในประโยคนี้ การกล่าวถึงการขโมยทำให้ความหมายชัดเจนว่า ลูกควรช่วยไม่ให้พ่อแม่ต้องเผชิญผลที่ตามมา รูปแบบคือ cover for + คน ในบริบทอื่น โดยเฉพาะที่ทำงานหรือโรงเรียน วลีนี้อาจหมายถึงการทำหน้าที่แทนใครบางคนขณะที่เขาไม่อยู่ก็ได้ คำที่เกี่ยวกับการทำผิดหรือการตำหนิชี้ไปที่ความหมายว่า “ปกปิด” ส่วนคำที่เกี่ยวกับการไม่อยู่หรือกะงานชี้ไปที่ความหมายว่า “ทำแทน”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ cover for หมายความว่าอะไร Maya damaged the equipment, and Luis covered for her by telling the coach it was already broken.

  1. ทำหน้าที่ของ Maya ขณะที่เธอไม่อยู่
  2. ปกปิดความผิดของ Maya ด้วยคำอธิบายเท็จ
  3. นำสิ่งป้องกันมาคลุม Maya
ดูคำตอบ

ปกปิดความผิดของ Maya ด้วยคำอธิบายเท็จ

This attitude is known as filial piety. วัฒนธรรม

2:24

ทัศนคตินี้รู้จักกันในชื่อ ความกตัญญูกตเวที (ความกตัญญู)

วัฒนธรรม

filial piety: ความกตัญญูต่อบุพการี

Filial piety เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันเป็นหลักสำหรับจริยธรรมเรื่องการเคารพ ดูแล เชื่อฟัง และทำหน้าที่ต่อพ่อแม่และบรรพบุรุษ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวรวมการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้าไว้ภายใต้ทัศนคติทางศีลธรรมแบบเดียวกัน Filial หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลูกชายหรือลูกสาว ในคำศัพท์ตายตัวนี้ piety หมายถึงความเคารพอย่างอุทิศตน ไม่ได้หมายถึงความศรัทธาทางศาสนาเท่านั้น คำนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในการพูดถึงแนวคิดขงจื๊อและจริยธรรมครอบครัวของเอเชียตะวันออก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์วัฒนธรรมสองคำ: An ethic of respect, care, and duty toward one's parents is called ____.

ดูคำตอบ

filial piety

This sounds strange now,

2:27

ตอนนี้มันฟังดูแปลก

when many of us leave our parents' home as teenagers and rarely return to visit.

2:28

เมื่อหลายคนออกจากบ้านพ่อแม่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นและแทบไม่ได้กลับไปเยี่ยมเลย

We may even see them as strangers arbitrarily thrust upon us by fate. สำนวน

2:31

เราอาจมองว่าพวกท่านเป็นคนแปลกหน้าที่โชคชะตายัดเยียดให้กับเราอย่างไม่ยุติธรรม

สำนวน

thrust upon us by fate: ถูกโชคชะตายัดเยียดมาให้เรา

ในประโยคนี้ thrust upon us หมายถึงถูกบังคับยัดเยียดมาให้เราโดยที่เราไม่ได้เลือก รูปประโยคแบบถูกกระทำเปรียบคนเหล่านั้นเหมือนสิ่งที่โชคชะตานำเข้ามาในชีวิตของเราอย่างกะทันหัน By fate ระบุว่าโชคชะตาหรือสถานการณ์เป็นสาเหตุที่ถูกกล่าวถึง ภาพนี้เป็นการเปรียบและจงใจใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ไม่ได้มีใครผลักใครจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be thrust upon someone ซึ่งมักใช้กับบทบาท หน้าที่ ปัญหา หรือสถานการณ์ที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่เน้นไว้: We never chose this burden; it was ____.

ดูคำตอบ

thrust upon us by fate

After all, ลำดับความ

2:35

ท้ายที่สุดแล้ว

our parents are so out of touch, สำนวน

2:35

พ่อแม่ของเราก็เป็นคนที่ตามโลกไม่ทัน

ลำดับความ

After all, ในฐานะคำเชื่อมที่ใช้ให้เหตุผล

After all ใช้เกริ่นเหตุผลที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะยอมรับหรือรู้อยู่แล้ว ในประโยคนี้ “our parents are so out of touch” ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนท่าทีที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค คำนี้จะช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยส่งสัญญาณว่า “ให้นึกถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย” ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “after all” เพื่อเตือนให้ผู้ฟังนึกถึงเหตุผลที่สนับสนุนการตัดสินใจก่อนหน้านี้

  1. We should take an umbrella. After all, the forecast says it will rain.
  2. After all the guests left, we cleaned the room.
  3. We thought Mia would stay home, but she came after all.
ดูคำตอบ

We should take an umbrella. After all, the forecast says it will rain.

สำนวน

be out of touch with ชีวิตหรือแนวคิดในปัจจุบัน

Out of touch เป็นสำนวนที่หมายถึงไม่ค่อยรู้เรื่องแนวคิดหรือพฤติกรรมในปัจจุบัน หรือไม่เข้าใจสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังเผชิญ ในที่นี้หมายความว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจโลกของคนรุ่นใหม่ สำนวนนี้อธิบายช่องว่างด้านการรับรู้หรือความเข้าใจ ไม่ได้เกี่ยวกับการสัมผัสทางกาย และไม่ได้หมายเพียงว่าสองคนหยุดติดต่อกัน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่ค่อยรู้เรื่องกระแสปัจจุบัน” ลงในประโยค: Leo has not followed new games for years, so he is ____ with today's gaming trends.

ดูคำตอบ

out of touch

so pitifully human in their shortcomings,

2:37

มีความเป็นมนุษย์ที่น่าสงสารในข้อบกพร่องของพวกท่าน

so difficult, so judgmental,

2:39

เป็นคนเข้าใจยาก ช่างตัดสิน

and they have such bad taste in music.

2:40

และมีรสนิยมทางดนตรีที่แย่มาก

Yet Confucius recognized that in many ways,

2:42

ถึงกระนั้น ขงจื๊อก็ตระหนักดีว่าในหลายๆ ด้าน

moral life begins in the family.

2:44

ชีวิตทางศีลธรรมเริ่มต้นที่ครอบครัว

We cannot truly be caring, ไวยากรณ์

2:46

เราไม่สามารถเป็นคนที่ห่วงใยผู้อื่น,

wise, grateful, and conscientious

2:48

ชาญฉลาด, กตัญญู และมีมโนธรรมได้อย่างแท้จริง

unless we remember mum's birthday and meet dad for lunch.

2:50

เว้นแต่เราจะจำวันเกิดของแม่ได้และไปทานมื้อเที่ยงกับพ่อ

ไวยากรณ์

cannot ... unless เพื่อบอกเงื่อนไขที่จำเป็น

cannot ... unless ทำให้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย unless เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น ในประโยคนี้ การจำวันเกิดของแม่และการกินมื้อกลางวันกับพ่อถูกเสนอว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ จึงจะถือว่าเป็นคนเอาใจใส่ ฉลาด รู้คุณ และมีจิตสำนึกอย่างแท้จริง unless มีความหมายว่า “ถ้าไม่...” อยู่แล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ cannot + ผลลัพธ์ + unless + เงื่อนไขที่จำเป็น: ถ้าเงื่อนไขไม่เกิดขึ้น ผลลัพธ์นั้นก็เกิดขึ้นไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ cannot ... unless ที่ตรงตามบทเรียน: You ____ join the school trip ____ a parent signs this form.

ดูคำตอบ

cannot · unless

3. We should be obedient to honorable people.

2:53

3. เราควรเชื่อฟังผู้ที่มีเกียรติ

Modern society is very egalitarian.

2:57

สังคมสมัยใหม่มีความเท่าเทียมกันมาก

We believe that we're all born equal and should ultimately be able to say and do whatever we like. ไวยากรณ์

2:59

เราเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน และท้ายที่สุดแล้วควรจะสามารถพูดและทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ไวยากรณ์

whatever we like ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์แบบอิสระ

whatever we like เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบอิสระที่หมายถึง “อะไรก็ตามที่เราชอบ” ใน say and do whatever we like อนุประโยคทั้งชุดเป็นกรรมร่วมของกริยาทั้งสองคำ คือ say whatever we like และ do whatever we like whatever ในที่นี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม และไม่ใช่คำตอบสั้น ๆ ว่า Whatever! ที่มีน้ำเสียงไม่ใส่ใจ แต่เปิดขอบเขตของสิ่งของหรือการกระทำไว้โดยไม่จำกัด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You can say and do whatever you like” ส่วน “whatever you like” ทำหน้าที่อะไรในประโยค?

  1. เป็นกรรมร่วมของทั้ง say และ do
  2. บอกเหตุผลของการพูดและการกระทำ
  3. บอกชุดตัวเลือกที่จำกัดไว้เพียงสองอย่าง
ดูคำตอบ

เป็นกรรมร่วมของทั้ง say และ do

We reject many rigid hierarchical roles. การใช้คำ

3:03

เราปฏิเสธบทบาทตามลำดับชั้นที่เข้มงวดมากมาย

การใช้คำ

“rigid hierarchical roles”: บทบาทตายตัวที่จัดตามระดับอำนาจ

Hierarchical roles คือ ตำแหน่งหรือบทบาทที่จัดเป็นหลายระดับ โดยบางคนมีอำนาจหรือสถานะสูงกว่าคนอื่น ในที่นี้ roles หมายถึงตำแหน่งที่สังคมหรือองค์กรคาดหวัง ไม่ใช่บทบาทในการแสดง Rigid เพิ่มความหมายว่าระดับและความคาดหวังเหล่านี้ตายตัวและเปลี่ยนแปลงได้ยาก ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้วิจารณ์เพียงวิธีจัดองค์กร แต่ยังวิจารณ์โครงสร้างอำนาจที่ขาดความยืดหยุ่นด้วย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ rigid hierarchical roles มากที่สุด

  1. ทุกคนสามารถสลับบทบาทเหล่านี้ได้ง่ายทุกวัน
  2. ตำแหน่งถูกจัดตามอำนาจ และหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งเปลี่ยนแปลงได้ยาก
  3. แต่ละคนมีหน้าที่ต่างกัน แต่ไม่มีใครอยู่เหนือใคร
ดูคำตอบ

ตำแหน่งถูกจัดตามอำนาจ และหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งเปลี่ยนแปลงได้ยาก

Yet Confucius told his followers,

3:06

ทว่าขงจื๊อกลับบอกกับผู้ติดตามของเขาว่า

"Let the ruler be a ruler, วัฒนธรรม

3:08

"จงให้ผู้ปกครองเป็นผู้ปกครอง,

the subject a subject,

3:09

ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา,

a father a father,

3:10

พ่อเป็นพ่อ,

and a son a son."

3:11

และลูกเป็นลูก"

วัฒนธรรม

“Let the ruler be a ruler”: บทบาทต้องตรงกับหน้าที่

ในคำกล่าวนี้ Let the ruler be a ruler ไม่ได้หมายถึง “ปล่อยให้ผู้ปกครองทำอะไรก็ได้ตามใจ” แต่หมายความว่าผู้ที่มีบทบาทหนึ่งควรปฏิบัติตามความรับผิดชอบของบทบาทนั้นอย่างแท้จริง ในที่นี้ subject หมายถึงผู้ที่อยู่ใต้การปกครองของผู้ปกครอง รูปแบบที่ซ้ำว่า ผู้ปกครอง/ผู้ปกครอง ผู้ใต้ปกครอง/ผู้ใต้ปกครอง พ่อ/พ่อ และลูกชาย/ลูกชาย ทำให้ประโยคนี้กลายเป็นหลักเกี่ยวกับระเบียบสังคม ในแนวคิดของขงจื๊อ ชื่อและตำแหน่งควรตรงกับการประพฤติที่เหมาะสม การซ้ำจึงมีจุดประสงค์ ไม่ใช่คำพูดที่ว่างเปล่า

แบบฝึกหัด

ในคำกล่าวนี้ “Let the ruler be a ruler...” หมายความว่าอย่างไร

  1. มีเพียงพ่อและลูกชายเท่านั้นที่มีความรับผิดชอบ
  2. ทุกคนควรไม่สนใจตำแหน่งและทำอะไรก็ได้ตามใจ
  3. แต่ละคนควรทำหน้าที่ที่มาพร้อมกับบทบาททางสังคมของตน
ดูคำตอบ

แต่ละคนควรทำหน้าที่ที่มาพร้อมกับบทบาททางสังคมของตน

This might sound jarring,

3:13

เรื่องนี้อาจฟังดูขัดหู

but it is in fact important to realize that there are people worthy of our deep veneration, วลี

3:14

แต่แท้จริงแล้วการตระหนักว่ามีคนที่ควรค่าแก่ความเคารพอย่างลึกซึ้งของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญ

even our simple and humble obedience.

3:18

แม้กระทั่งการเชื่อฟังที่เรียบง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตนของเรา

วลี

worthy of our deep veneration: คู่ควรแก่ความเคารพอย่างลึกซึ้งของเรา

ใน worthy of our deep veneration คำว่า worthy of หมายถึง สมควรได้รับการตอบสนองหรือการปฏิบัติบางอย่าง โครงสร้างคือ worthy of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าบางคนสมควรได้รับความเคารพอย่างลึกซึ้งมาก veneration แสดงความเคารพที่รุนแรงและเป็นทางการกว่า respect ทั่วไป ในที่นี้ คนเหล่านั้นถูกมองว่าสมควรได้รับเกียรติและความเคารพอย่างสูง ไม่ใช่เพียงการยอมรับเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ worthy ในโครงสร้างที่ถูกต้อง: Her courage is ____ our highest praise.

ดูคำตอบ

worthy of

We need to be modest enough to recognize the people whose experience or accomplishments outweigh our own. โน้ต

3:21

เราจำเป็นต้องมีความถ่อมตนเพียงพอที่จะยอมรับบุคคลที่มีประสบการณ์หรือความสำเร็จที่เหนือกว่าเรา

ไวยากรณ์

be modest enough to recognize: ถ่อมตนพอที่จะยอมรับ

โครงสร้าง adjective + enough + to-infinitive หมายถึง คุณสมบัติหนึ่งมีมากถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่ง ใน be modest enough to recognize คำว่า modest อยู่หน้า enough และ to recognize บอกการกระทำที่คุณสมบัตินั้นทำให้เกิดขึ้นได้ ในที่นี้ modest หมายถึง ถ่อมตน ไม่ได้หมายถึงเล็กหรือไม่น่าประทับใจ ผู้พูดบอกว่าเราต้องมีความถ่อมตนมากพอที่จะยอมรับว่าคนอื่นอาจมีประสบการณ์หรือความสำเร็จมากกว่าเรา

แบบฝึกหัด

ใช้ patient ในโครงสร้าง adjective + enough + to: Leo was ____ wait for the younger children.

ดูคำตอบ

patient enough to

การใช้คำ

outweigh our own: มีน้ำหนักมากกว่าของเรา ไม่ใช่น้ำหนักจริง

ในประโยคนี้ outweigh ไม่ได้กล่าวถึงน้ำหนักจริง แต่หมายถึง “สำคัญ มีคุณค่า หรือมีน้ำหนักมากกว่า” ประสบการณ์หรือความสำเร็จของคนอื่นจึงมีน้ำหนักมากกว่าของฝ่ายผู้พูด our own เป็นการละคำ โดยไม่กล่าวซ้ำคำนามที่พูดถึงไปแล้ว ในที่นี้หมายถึง our own experience or accomplishments ภาษาอังกฤษมักละคำนามที่ซ้ำหลังรูปอย่าง my own, your own และ their own

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สำคัญกว่า”: The long-term benefits ____ the short delay.

ดูคำตอบ

outweigh

We should also practice peaceably doing what these people need,

3:26

เราควรฝึกฝนการทำในสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการอย่างสันติ

ask or command.

3:28

ไม่ว่าจะร้องขอหรือสั่งการ

Confucius explained,

3:30

ขงจื๊ออธิบายว่า

"The relation between superiors and inferiors การใช้คำ

3:31

"ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่อยู่สูงกว่าและผู้น้อย

is like that between the wind and the grass. สำนวน

3:33

เปรียบเสมือนสายลมและยอดหญ้า

The grass must bend when the wind blows across it."

3:36

หญ้าย่อมต้องลู่ไปตามลม เมื่อสายลมพัดผ่าน"

การใช้คำ

superiors and inferiors: ตำแหน่งตามลำดับชั้น ไม่ใช่คุณค่าของบุคคล

superiors and inferiors เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงคนซึ่งมีตำแหน่งสูงกว่าและต่ำกว่าในลำดับชั้น ในที่นี้คำคู่นี้ทำให้ภาษิตเน้นสถานะที่ไม่เท่าเทียมกัน คือคนที่อยู่สูงกว่าสั่งการหรือมีอิทธิพลต่อคนที่อยู่ต่ำกว่า ในข้อความเชิงประวัติศาสตร์นี้ คำเรียกดังกล่าวระบุตำแหน่งในระเบียบสังคม ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มหนึ่งมีสติปัญญา อุปนิสัย หรือคุณค่าความเป็นมนุษย์สูงกว่า

แบบฝึกหัด

ตัดสินถ้อยคำในข้อความจากที่ทำงานสมัยใหม่นี้: “All inferiors must send their reports to their superiors by noon.”

  1. เป็นถ้อยคำที่เป็นกลางและให้เกียรติ เหมาะกับอีเมลของทีมในชีวิตประจำวัน
  2. ฟังดูเน้นลำดับชั้นอย่างมากและอาจลดคุณค่าของพนักงานตำแหน่งต่ำกว่า
ดูคำตอบ

ฟังดูเน้นลำดับชั้นอย่างมากและอาจลดคุณค่าของพนักงานตำแหน่งต่ำกว่า

สำนวน

is like that between the wind and the grass: การเปรียบเทียบสองความสัมพันธ์

วลี is like that between ใช้เปรียบเทียบความสัมพันธ์หนึ่งกับอีกความสัมพันธ์หนึ่ง โดย that แทนคำว่า relation ประโยคจึงมีความหมายว่า “ความสัมพันธ์นี้เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างลมกับหญ้า” และช่วยหลีกเลี่ยงการพูดคำว่า relation ซ้ำ ประโยคถัดมาขยายการเปรียบเทียบให้เป็นอุปลักษณ์ ลมแทนผู้ที่มีสถานะสูงกว่า ส่วนหญ้าที่ลู่แทนการตอบสนองของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าต่ออิทธิพลของคนเหล่านั้น must bend สื่อถึงการยอมตามที่ถูกคาดหวังในมุมมองดั้งเดิมนี้ ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้คนก้มตัว

แบบฝึกหัด

ในการเปรียบเทียบเดิม หญ้าที่ลู่แทนอะไร?

  1. บทเรียนตามตัวอักษรเรื่องวิธีดูแลหญ้าเมื่อลมแรง
  2. แนวคิดที่ว่าผู้มีอำนาจน้อยกว่าไม่มีวันเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของตนได้
  3. การตอบสนองของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าต่ออิทธิพลของผู้ที่อยู่สูงกว่า
ดูคำตอบ

การตอบสนองของผู้ที่อยู่ต่ำกว่าต่ออิทธิพลของผู้ที่อยู่สูงกว่า

Bending gracefully is in fact not a sign of weakness, ไวยากรณ์

3:39

ความจริงแล้วการโค้งคำนับอย่างสง่างามไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ

but a gesture of humility and respect.

3:42

แต่เป็นการแสดงออกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความเคารพ

ไวยากรณ์

not a sign of weakness, but a gesture of humility and respect: ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความถ่อมตนและความเคารพ

โครงสร้าง not A, but B ปฏิเสธการตีความแบบหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ ผู้พูดปฏิเสธว่าการลู่อย่างงดงามหมายถึงความอ่อนแอ และตีความใหม่ว่าเป็นความถ่อมตนและความเคารพ โครงสร้างนี้มีน้ำหนักมากกว่าการเพิ่มความคิดที่สองเฉย ๆ เพราะ A ถูกเสนอว่าเป็นป้ายกำกับที่ผิด ส่วน B คือความหมายที่ต้องการสื่อ จึงเหมาะสำหรับแก้ความเข้าใจผิดหรือทำให้ข้อโต้แย้งชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างแก้ความเข้าใจ not A, but B: The change was ____ a punishment, ____ a chance to improve.

ดูคำตอบ

not · but

4. Cultivated knowledge can be more important than creativity.

3:45

4. ความรู้ที่ได้รับการขัดเกลาอาจมีความสำคัญกว่าความคิดสร้างสรรค์

Modern culture places a lot of emphasis on creativity, วลี

3:50

วัฒนธรรมสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก

unique insights that come to us suddenly.

3:53

ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนใครซึ่งเกิดขึ้นกับเราอย่างกะทันหัน

วลี

places a lot of emphasis on: มองว่าสิ่งหนึ่งสำคัญเป็นพิเศษ

ในประโยคนี้ places a lot of emphasis on หมายถึง “มองว่าสิ่งหนึ่งสำคัญเป็นพิเศษ” หรือ “ให้ความสนใจกับสิ่งนั้นอย่างมาก” ประธานคือ Modern culture และสิ่งที่ได้รับความสำคัญคือ creativity โครงสร้างคือ place emphasis on + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ place ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปวางไว้ที่ใด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำตายตัว place emphasis on ส่วน a lot of ช่วยเพิ่มระดับของการให้ความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มองว่าการทำงานเป็นทีมสำคัญมาก”: Our school ____ teamwork.

ดูคำตอบ

places a lot of emphasis on

But Confucius was adamant about the importance of the universal wisdom การใช้คำ

3:55

แต่ขงจื๊อยืนกรานถึงความสำคัญของภูมิปัญญาสากล

that comes from years of hard work and reflection.

3:59

ที่มาจากความทุ่มเทและการไตร่ตรองตลอดหลายปี

การใช้คำ

adamant about: ยึดมั่นในจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง

ในประโยคนี้ adamant about หมายถึงการยึดมั่นในจุดยืนอย่างมากและไม่ยอมเปลี่ยน ขงจื๊อถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความสำคัญของปัญญาที่ได้จากการทำงานและการใคร่ครวญเป็นเวลานาน ใช้ be adamant about + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุประเด็นหรือการกระทำที่ยืนกราน คำนี้เน้นว่าจุดยืนจะไม่เปลี่ยน แม้จะถูกกดดันก็ตาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าบุคคลหนึ่งมีจุดยืนที่หนักแน่นและจะไม่เปลี่ยน?

  1. Leah is adamant about keeping the library open.
  2. Leah is curious about keeping the library open.
  3. Leah is certain that the library is open.
ดูคำตอบ

Leah is adamant about keeping the library open.

He listed benevolence, ritual propriety,

4:01

เขาระบุถึง ความเมตตากรุณา ความเหมาะสมทางพิธีกรรม

righteousness, wisdom, integrity,

4:03

ความชอบธรรม ภูมิปัญญา และความซื่อสัตย์

as the five constant virtues. วัฒนธรรม

4:05

ว่าเป็นคุณธรรมคงที่ห้าประการ

วัฒนธรรม

คุณธรรมอันคงอยู่ห้าประการในแนวคิดขงจื๊อ

the five constant virtues เป็นชื่อภาษาอังกฤษของคุณธรรมทางศีลธรรมห้าประการที่ยั่งยืนในขนบขงจื๊อ ในประโยคนี้ ได้แก่ เมตตาธรรม ความเหมาะสมตามพิธี ความชอบธรรม ปัญญา และความซื่อสัตย์ ในที่นี้ constant หมายความว่าคุณธรรมเหล่านี้ยังคงเป็นหลักชี้นำอยู่เสมอ ไม่ได้หมายถึงค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the five constant virtues หมายถึงอะไร?

  1. ชุดคุณสมบัติทางศีลธรรมห้าประการที่ยั่งยืนตามขนบขงจื๊อ
  2. นิสัยสุภาพห้าข้อใดก็ได้ที่บุคคลหนึ่งเลือก
  3. ค่าทางคณิตศาสตร์ห้าค่าที่ไม่เคยเปลี่ยน
ดูคำตอบ

ชุดคุณสมบัติทางศีลธรรมห้าประการที่ยั่งยืนตามขนบขงจื๊อ

While Confucius believed that people were inherently good,

4:08

แม้ขงจื๊อจะเชื่อว่ามนุษย์เป็นคนดีโดยพื้นฐาน

he also saw that virtues like these must be constantly cultivated, สำนวน

4:10

แต่เขาก็มองเห็นว่าคุณธรรมเช่นนี้จะต้องได้รับการปลูกฝังอย่างต่อเนื่อง

just like plants in a garden.

4:13

เช่นเดียวกับต้นไม้ในสวน

สำนวน

ต้องได้รับการบ่มเพาะอยู่เสมอ ... เช่นเดียวกับต้นไม้ในสวน

ในที่นี้ cultivated เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการพัฒนาและเสริมให้แข็งแรงด้วยความพยายามอย่างสม่ำเสมอ ประโยคนี้บอกว่าคุณธรรมไม่ได้คงความแข็งแรงอยู่เอง แต่คนเราต้องฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง Just like นำเข้าสู่การเปรียบเทียบโดยตรง การเปรียบคุณธรรมกับต้นไม้ในสวนทำให้แนวคิดนามธรรมเป็นรูปธรรมขึ้น เพราะทั้งสองอย่างต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องจึงจะเติบโต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cultivated ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเหมือนกับตัวอย่าง?

  1. The farmer cultivated the field before planting corn.
  2. Patience must be cultivated through daily practice.
  3. After the etiquette course, everyone called him cultivated.
ดูคำตอบ

Patience must be cultivated through daily practice.

He spoke about moral character and wisdom

4:15

เขาพูดถึงอุปนิสัยทางศีลธรรมและปัญญา

as the work of a lifetime. สำนวน

4:17

ว่าเป็นงานที่ต้องทำตลอดชีวิต

สำนวน

the work of a lifetime: งานที่ต้องทุ่มเทตลอดชีวิต

ในประโยคนี้ the work of a lifetime หมายถึงงานหรือกระบวนการที่ต้องใช้ความพยายามต่อเนื่องไปตลอดชีวิต คำว่า work หมายถึงความพยายามที่ทำต่อเนื่อง ไม่ใช่งานอาชีพ สำนวนนี้มองว่าคุณธรรมและปัญญาเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เป้าหมายที่ทำครั้งเดียวแล้วเสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงความพยายามซึ่งดำเนินไปตลอดชีวิต: Building deep wisdom is ____.

ดูคำตอบ

the work of a lifetime

We can see now why he had such reverence for his elders.

4:19

ตอนนี้เราพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเคารพผู้ที่อาวุโสกว่าอย่างมาก

Of course,

4:22

แน่นอนว่า

a burst of inspiration วลี

4:23

แรงบันดาลใจที่พุ่งพล่าน

may well be what we need to start our business ไวยากรณ์

4:24

อาจเป็นสิ่งที่เราต้องการในการเริ่มต้นธุรกิจ

or redo our rough draft

4:26

หรือปรับปรุงร่างผลงานของเรา

or reinvent our life.

4:27

หรือสร้างชีวิตของเราใหม่

วลี

a burst of inspiration: แรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นอย่างฉับพลัน

A burst of inspiration หมายถึงพลังสร้างสรรค์หรือความคิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รุนแรง และมักอยู่ไม่นาน คำว่า burst ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยเน้นความเข้มข้นและช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงการระเบิดจริง ในประโยคนี้ ช่วงเวลาแห่งแรงบันดาลใจสั้น ๆ นั้นอาจเป็นแรงผลักดันที่จำเป็นต่อการเริ่มการเปลี่ยนแปลงหรืองานสำคัญ

แบบฝึกหัด

วลีใดอธิบายการเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สั้น และรุนแรงของความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด

  1. a careful revision
  2. a burst of inspiration
  3. a permanent occupation
ดูคำตอบ

a burst of inspiration

ไวยากรณ์

may well be: ความเป็นไปได้สูงที่กล่าวอย่างระมัดระวัง

ใน may well be คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ ส่วน well เพิ่มน้ำหนักให้การประเมินของผู้พูด กล่าวคือ แรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นมานั้นมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องการ แต่ยังเป็นการพูดอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันอย่างแน่นอน well ในที่นี้เพิ่มน้ำหนักให้แนวคิดเรื่องความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึง “อย่างดี” โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อมีเหตุผลที่ดีสำหรับการคาดการณ์หรือสรุป แต่ไม่ต้องการกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแผนใหม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดมากทีเดียว แต่ยังไม่แน่นอน?

  1. The new plan may well be the best option.
  2. The new plan must be the best option.
  3. The new plan may be the best option.
ดูคำตอบ

The new plan may well be the best option.

But if we're being very honest with ourselves, น้ำเสียง/เจตนา

4:29

แต่ถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเองจริงๆ

we'll have to admit that we also need to devote more energy วลี

4:30

เราก็ต้องยอมรับว่าเราต้องทุ่มเทพลังงานให้มากขึ้น

to slowly changing our habits.

4:33

เพื่อค่อยๆ เปลี่ยนแปลงนิสัยของเรา

น้ำเสียง/เจตนา

if we're being very honest with ourselves: กรอบสำหรับความตรงไปตรงมาร่วมกัน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if วางเงื่อนไขให้กับการยอมรับที่ตามมา กล่าวคือ เมื่อผู้พูดและผู้ฟังเลือกมองสถานการณ์โดยไม่หาข้อแก้ตัว พวกเขาก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่ยากจะรับ การใช้ we และ ourselves ทำให้เป็นการทบทวนร่วมกันแทนที่จะโทษผู้ฟังเพียงฝ่ายเดียว รูปกำลังกระทำ we're being บรรยายท่าทีที่ซื่อสัตย์ซึ่งเลือกใช้ในขณะนั้น ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคนเหล่านี้ปกติไม่ซื่อสัตย์ Very เพิ่มระดับความตรงไปตรงมาของการทบทวน

แบบฝึกหัด

ผู้นำทีมคนหนึ่งพูดว่า “If we're being very honest with ourselves, we missed several warning signs.” คำขึ้นต้นนี้ทำให้การยอมรับเป็นการทบทวนตัวเองร่วมกัน แทนที่จะโทษเฉพาะทีม ใช่หรือไม่?

  1. ใช่ เป็นการชวนให้ทุกฝ่ายทบทวนตัวเองร่วมกัน
  2. ไม่ใช่ เป็นการกล่าวหาเฉพาะสมาชิกทีมคนอื่น ๆ
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นการชวนให้ทุกฝ่ายทบทวนตัวเองร่วมกัน

วลี

devote more energy to + -ing: ทุ่มเทพลังมากขึ้นเพื่อทำบางสิ่ง

วลี devote more energy to หมายถึงการตั้งใจทุ่มเทความพยายามให้กับกิจกรรมหรือเป้าหมายมากขึ้น ในประโยคนี้ การเปลี่ยนนิสัยถูกมองว่าเป็นกระบวนการที่ต้องเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การทำอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ในโครงสร้าง devote + ทรัพยากร + to + ส่วนเติมเต็ม คำว่า to เป็นคำบุพบท หลัง to ต้องใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น devote time to the project; devote energy to changing habits ดังนั้นตรงนี้จึงใช้ changing ไม่ใช่ change

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ improve: We should devote more energy to ____ our study routine.

ดูคำตอบ

improving

This, more than anything else, ลำดับความ

4:36

สิ่งนี้เอง ที่ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

is what prevents us from becoming truly intelligent, วลี

4:37

คือสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้เรากลายเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมอย่างแท้จริง

accomplished, and wise.

4:39

ประสบความสำเร็จ และรอบรู้

ลำดับความ

more than anything else: สำคัญกว่าปัจจัยอื่นทั้งหมด

วลี more than anything else จัดให้ประเด็นหนึ่งสำคัญกว่าปัจจัยอื่นทั้งหมดที่อาจเป็นไปได้ ใน This, more than anything else, is what... วลีแทรกนี้บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ This อ้างถึงคือสาเหตุหลัก เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นการเน้นแบบแทรกกลางประโยค เมื่อตัดออก ประโยคยังคงสมบูรณ์ แต่จะไม่แสดงการจัดลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบปริมาณของสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่จัดให้การนอนอย่างสม่ำเสมอสำคัญกว่าปัจจัยอื่นทั้งหมด: Regular sleep, ___, helps me stay focused.

  1. more than ever
  2. more than anyone else
  3. more than anything else
ดูคำตอบ

more than anything else

วลี

prevents us from becoming: โครงสร้าง prevent ... from + -ing

ในโครงสร้าง prevent someone from doing something คนหรือสิ่งที่อยู่หลัง prevent คือฝ่ายที่ถูกขัดขวาง และหลัง from ต้องใช้กริยารูป -ing ในประโยคนี้ us หมายถึงผู้ที่ได้รับผล ส่วน becoming หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ถูกขัดขวาง โครงสร้างนี้บอกว่าสาเหตุหรืออุปสรรคทำให้การกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น โดยมีรูป prevent + คน/สิ่งของ + from + กริยา-ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ prevent พร้อม us และ from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The broken elevator ____ reaching the top floor.

ดูคำตอบ

prevents us from

Confucius died without reforming the decadent duke and his officials.

4:41

ขงจื๊อถึงแก่กรรมโดยไม่สามารถปฏิรูปดยุกที่เสื่อมทรามและขุนนางของเขาได้

But after his death,

4:44

แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิต

his followers created schools and temples in his honor วลี

4:45

ผู้ติดตามของเขาได้สร้างโรงเรียนและวัดเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

across East Asia,

4:48

ทั่วทั้งเอเชียตะวันออก

วลี

in his honor: ทำบางสิ่งเพื่อเป็นเกียรติแก่ใครบางคน

In someone's honor หมายถึงการทำบางสิ่งเพื่อแสดงความเคารพหรือความชื่นชมต่อบุคคลนั้น ในประโยคนี้ โรงเรียนและวัดถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกและยกย่องเขาหลังจากที่เขาเสียชีวิต วลีนี้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ไม่ได้หมายความว่าเกียรติเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นครอบครอง โครงสร้างที่มีความหมายเหมือนกันและพบบ่อยคือ in honor of + บุคคล

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + honor เพื่อสื่อความหมายว่าเป็นเกียรติแก่เขา: After Coach Rivera retired, the team held a dinner ____.

ดูคำตอบ

in his honor

passing his teachings along for over 2,000 years. กริยาวลี

4:49

สืบทอดคำสอนของเขามานานกว่า 2,000 ปี

กริยาวลี

pass ... along: ส่งต่อบางสิ่งให้ผู้อื่น

Pass something along หมายถึงการมอบสิ่งของหรือส่งต่อข้อมูลให้คนอื่น เพื่อให้สิ่งนั้นถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ ในที่นี้ his teachings คือสิ่งที่ถูกถ่ายทอด อนุประโยค -ing passing his teachings along แสดงว่าการถ่ายทอดนี้เป็นผลต่อเนื่องจากสิ่งที่พวกเขาทำ โรงเรียนและวัดช่วยให้คำสอนส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยวาง pass ... along ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: “When you receive the schedule, ____ it ____ to your teammates.”

ดูคำตอบ

pass · along

Today,

4:52

ทุกวันนี้

millions of people still follow Confucius's teachings

4:52

ผู้คนหลายล้านคนยังคงปฏิบัติตามคำสอนของขงจื๊อ

as a spiritual or religious discipline. การใช้คำ

4:55

ในฐานะการฝึกฝนทางจิตวิญญาณหรือศาสนา

การใช้คำ

a spiritual or religious discipline: ระบบการปฏิบัติทางจิตวิญญาณหรือศาสนา

ในประโยคนี้ discipline หมายถึงแนวทางปฏิบัติทางจิตวิญญาณหรือศาสนาที่เป็นระบบและทำอย่างสม่ำเสมอ หมายถึงระบบที่ผู้คนปฏิบัติต่อเนื่อง ไม่ใช่การลงโทษ วลี a spiritual or religious discipline แสดงว่าคำสอนเป็นสิ่งที่ผู้คนลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่แนวคิดที่พวกเขารู้จัก

แบบฝึกหัด

discipline ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “Meditation became part of her daily spiritual discipline.”

  1. ระบบการปฏิบัติทางจิตวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ
  2. การลงโทษเพราะฝ่าฝืนกฎ
  3. วิชาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย
ดูคำตอบ

ระบบการปฏิบัติทางจิตวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ

And his thought has been a huge influence วลี

4:57

และแนวคิดของเขาก็มีอิทธิพลอย่างมาก

on Eastern political ideas about morality,

4:58

ต่อแนวคิดทางการเมืองในซีกโลกตะวันออกเกี่ยวกับศีลธรรม

obedience, and good leadership.

5:00

ความเชื่อฟัง และความเป็นผู้นำที่ดี

วลี

a huge influence on: อิทธิพลอย่างมากต่อ...

ใน be a huge influence on someone or something คำว่า influence เป็นคำนามนับได้ หมายถึงบุคคล แนวคิด หรือพลังที่หล่อหลอมสิ่งที่ตามหลัง on อย่างมาก ส่วน huge เน้นระดับของอิทธิพลว่ามีมาก โครงสร้างคือ be + a/an + คำคุณศัพท์ + influence + on + เป้าหมาย ในที่นี้ แนวคิดของขงจื๊อได้หล่อหลอมแนวคิดทางการเมืองของตะวันออกอย่างมาก ไม่ได้เพียงแค่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้างคำนามเอกพจน์กับ influence ได้ถูกต้อง

  1. Her first coach was huge influence on her career.
  2. Her first coach was a huge influence on her career.
  3. Her first coach was a huge influence to her career.
ดูคำตอบ

Her first coach was a huge influence on her career.

We might find Confucian virtues a bit strange or old-fashioned,

5:03

เราอาจพบว่าคุณธรรมของขงจื๊อดูแปลกหรือล้าสมัยไปสักหน่อย

but this is what ultimately makes them all the more important. วลี

5:06

แต่นี่คือสิ่งที่ทำให้คุณธรรมเหล่านี้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในท้ายที่สุด

วลี

all the more important: ยิ่งสำคัญขึ้นเพราะเหตุผลนั้น

All the more + adjective เป็นโครงสร้างบอกระดับแบบตายตัว หมายถึง “ยิ่ง [คำคุณศัพท์] ขึ้นไปอีกเพราะเหตุผลนั้น” คำว่า all ทำหน้าที่เน้นระดับ ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” อนุประโยคก่อนหน้าเป็นตัวบอกเหตุผล ในประโยคนี้ การที่คุณธรรมเหล่านั้นดูแปลกหรือล้าสมัยกลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ควรมองว่าสำคัญยิ่งขึ้น โครงสร้างนี้จึงทำให้ข้อสรุปมีน้ำหนักและดูคาดไม่ถึงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ยิ่งสำคัญขึ้นเพราะเหตุผลนั้น”: The roads are icy, which makes careful driving ____.

ดูคำตอบ

all the more important

We need them as a corrective to our own excesses. การใช้คำ

5:08

เราต้องการสิ่งเหล่านี้เพื่อแก้ไขการกระทำที่เกินพอดีของเราเอง

การใช้คำ

a corrective to our own excesses: สิ่งที่ถ่วงดุลความสุดโต่งของเรา

ในที่นี้ a corrective คือสิ่งที่ช่วยยับยั้งหรือถ่วงดุลแนวโน้มที่เป็นโทษ ไม่ได้หมายถึง “สิ่งที่ถูกต้อง” และไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ แต่ช่วยให้พฤติกรรมหรือความคิดกลับมาใกล้สมดุล Our own excesses หมายถึงลักษณะที่เราผลักดันค่านิยม นิสัย หรือพฤติกรรมของตนไปไกลเกินไป ทั้งวลีจึงหมายความว่าจำเป็นต้องมีแนวคิดเหล่านั้นเพื่อยับยั้งความสุดโต่งในสังคมสมัยใหม่

แบบฝึกหัด

“a corrective to our own excesses” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งที่ช่วยยับยั้งลักษณะที่เราทำเกินขอบเขต
  2. หลักฐานว่าทุกสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง
  3. คำตอบที่สมบูรณ์สำหรับทุกปัญหา
  4. การเพิ่มสิ่งที่เราทำมากเกินไปอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

สิ่งที่ช่วยยับยั้งลักษณะที่เราทำเกินขอบเขต

The modern world is almost surprisingly totally un-Confucian,

5:11

โลกสมัยใหม่นั้นเป็นอะไรที่ไม่ใช่แบบขงจื๊อเลยอย่างน่าประหลาดใจ

informal, egalitarian,

5:14

ทั้งไม่เป็นทางการ มีความเท่าเทียมกัน

and full of innovation.

5:16

และเต็มไปด้วยนวัตกรรม

So, we're conversely at risk of becoming impulsive, วลี

5:17

ดังนั้น ในทางกลับกันเราจึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นคนหุนหันพลันแล่น

irreverent, and thoughtless

5:19

ไม่เคารพผู้ใหญ่ และไร้ความคิด

without a little advice from Confucius

5:21

หากไม่มีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากขงจื๊อ

วลี

at risk of becoming: เสี่ยงที่จะกลายเป็น

At risk of becoming หมายถึงการที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ ในที่นี้วลีดังกล่าวนำไปสู่ผลที่อาจเกิดขึ้น คือการกลายเป็นคนหุนหันพลันแล่น ไม่เคารพผู้อื่น และไม่คิดให้รอบคอบ โครงสร้างคือ be at risk of + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท จึงใช้ becoming ไม่ใช่ to become เช่น at risk of becoming careless

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ become: Without regular maintenance, the bridge is at risk of ____ unsafe.

ดูคำตอบ

becoming

about good behavior and sheep. ลำดับความ

5:23

เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวที่ดีและแกะ

ลำดับความ

About good behavior and sheep: การย้อนโยงอย่างขบขัน

วลีนี้นำแนวคิดนามธรรมอย่าง 'good behavior' มาวางคู่กับคำที่เป็นรูปธรรมและคาดไม่ถึงอย่าง 'sheep' โดย 'good behavior' สรุปคำสอนที่จริงจัง ส่วน 'sheep' ย้อนกลับไปถึงตัวอย่างก่อนหน้าสองเรื่อง ได้แก่ ข้อเสนอให้เลิกถวายแกะและเรื่องแกะที่ถูกขโมย การย้อนกลับไปกล่าวถึงรายละเอียดก่อนหน้าแบบนี้เรียกว่า callback วิธีนี้เชื่อมบทสรุปเข้ากับเนื้อหาก่อนหน้า และทำให้ตอนจบมีอารมณ์ขันและน่าจดจำ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกว่าแกะเป็นหัวข้อหลักในแนวคิดของขงจื๊อ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ เหตุใดผู้พูดจึงเติม 'and sheep' ต่อจากวลีจริงจังอย่าง 'good behavior'?

  1. เพื่อเริ่มข้อโต้แย้งใหม่เกี่ยวกับการเกษตร
  2. เพื่อบอกว่าหัวข้อหลักของขงจื๊อคือการดูแลแกะ
  3. เพื่อย้อนกลับไปยังตัวอย่างเรื่องแกะก่อนหน้าและจบบทสรุปด้วยอารมณ์ขัน
ดูคำตอบ

เพื่อย้อนกลับไปยังตัวอย่างเรื่องแกะก่อนหน้าและจบบทสรุปด้วยอารมณ์ขัน