โกลดิล็อคส์ 🐻 🥣 📖 | บลูอี้ มินิเอพพิโซดเต็ม | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: พ่อดัดแปลงเรื่องโกลดิล็อกส์ให้เป็นมหากาพย์ครอบครัวสุดขบขัน โจ๊กที่ร้อนเกินไปทำให้เกิดการทะเลาะ โกลดิล็อกส์กลายเป็นผู้บุกรุกและคู่ต่อสู้ศิลปะการต่อสู้ ก่อนครอบครัวหมีจะกลับไปใช้ชีวิตในป่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. and he's like, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ที่จะสังเกตกลวิธีภาษาพูดนี้ ซึ่งใช้เกริ่นคำพูด ปฏิกิริยา สีหน้า หรือท่าทีของตัวละครขณะเล่าเหตุการณ์ย้อนหลัง รูปแบบนี้ฟังเป็นกันเองและมีชีวิตชีวากว่า he says และช่วยแยกการถ่ายทอดบทสนทนาแบบแสดงอารมณ์ออกจากการรายงานอย่างเป็นกลาง 2. Momma Bear hits the roof. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึงแม่หมีโกรธจัดขึ้นมาทันที ไม่ใช่ตีหลังคาจริง ๆ จึงสามารถตีความและใช้สำนวนนี้เมื่อเรื่องเล่าต้องการแสดงว่าอารมณ์รุนแรงขึ้นอย่างฉับพลันและเด่นชัด 3. Everyone's kung-fuing and karateing, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่าคำนาม kung fu และ karate ถูกนำมาสร้างเป็นคำกริยาชั่วคราวอย่างขบขัน ช่วยให้เข้าใจการสร้างคำอย่างยืดหยุ่นในเรื่องเล่าที่ไม่เป็นทางการและมีอารมณ์ขัน และรู้ว่ารูปคำเหล่านี้บรรยายว่าทุกคนกำลังทำท่าต่อสู้ดังกล่าว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Can we have ...? สำหรับขอสิ่งของแทนกลุ่ม
Can we have ...? ในที่นี้ใช้ขอร้อง ไม่ได้ถามว่าผู้พูดมีความสามารถที่จะมีบางสิ่งหรือไม่ เด็ก ๆ กำลังขอให้พ่อมอบประสบการณ์ให้พวกเขา นั่นคือเล่านิทานให้ฟัง ใช้ Can we have + คำนาม...? เมื่อต้องการขอบางสิ่งแทนกลุ่มที่รวมตัวคุณอยู่ด้วย ความหมายของ have ขึ้นอยู่กับคำนามที่ตามมา ในบริบทครอบครัวนี้ have a story หมายถึงได้ฟังใครสักคนเล่านิทาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอเครื่องดื่มให้ทุกคนในกลุ่มของคุณอย่างสุภาพ
- Do we have two glasses of water?
- Can we have two glasses of water, please?
- Can we carry two glasses of water?
ดูคำตอบ
Can we have two glasses of water, please?
How about ...? สำหรับเสนอตัวเลือก
How about + คำนาม? ใช้เสนอคำนามนั้นเป็นคำแนะนำหรือตัวเลือก Goldilocks เป็นชื่อเรื่องนิทาน ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังเสนอเรื่องนี้ ไม่ได้ถามว่าควรทำบางสิ่งด้วยวิธีใด ยังใช้ How about + รูป -ing...? เพื่อเสนอกิจกรรมได้ด้วย เช่น How about drawing? ให้มอง How about เป็นคำเปิดประโยคแบบตายตัว ไม่ใช่แยก how ออกมาเป็นคำถามเกี่ยวกับวิธีการ
แบบฝึกหัด
เติมคำในประโยคเสนอกิจกรรมนี้ให้สมบูรณ์: How ____ going for a walk after lunch?
ดูคำตอบ
about
make it funny: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน make it funny คำว่า make มีความหมายว่า “ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมกลายเป็นหรือดูมีสภาพตามคำคุณศัพท์ โดย it เป็นกรรม และ funny เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ ต้องวางกรรมไว้ระหว่าง make กับคำคุณศัพท์ funny บอกลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นผล ไม่ได้บอกวิธีทำกริยา make
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ make + it + คำคุณศัพท์ clear: The explanation is confusing, so please ____.
ดูคำตอบ
make it clear
right-o: คำตอบแบบกันเองที่หมายถึง “โอเค”
right-o เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “โอเค” “ได้เลย” หรือ “ตกลง” ในที่นี้ใช้ตอบรับสิ่งที่เพิ่งมีคนขออย่างสบาย ๆ หรือแสดงว่ายินดีทำตาม คำว่า right ในคำตอบนี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” สำนวนนี้เชื่อมโยงเป็นพิเศษกับภาษาอังกฤษแบบกันเองของอังกฤษและออสเตรเลีย จึงทำให้คำตอบฟังดูสบาย ๆ และมีสีสันตามภูมิภาค
แบบฝึกหัด
เมื่อมีคนตอบว่า Yeah, right-o คำว่า right-o สื่อความหมายอะไร
- ผู้พูดตอบรับคำขออย่างเป็นกันเอง
- ผู้พูดบอกทางให้ไปทางขวา
- ผู้พูดบอกว่าคำตอบหนึ่งถูกต้องตามข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ
ผู้พูดตอบรับคำขออย่างเป็นกันเอง
Once upon a time: สำนวนเปิดเทพนิยายแบบตายตัว
Once upon a time เป็นสำนวนเปิดเรื่องแบบตายตัวที่ใช้ในเทพนิยายและนิทานดั้งเดิม สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าเรื่องกำลังเริ่มขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นที่ไม่ได้ระบุเวลาแน่นอน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำหน้าที่จัดลำดับการเล่าเรื่อง ไม่ได้ใช้บอกวันที่ หลังจากสำนวนนี้ ผู้เล่ามักแนะนำตัวละคร สถานที่ หรือสถานการณ์เริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเปิดเรื่องแบบดั้งเดิมให้สมบูรณ์: ____, a tiny dragon lived under the old bridge.
ดูคำตอบ
Once upon a time
Momma Bear made some porridge, and in a really clear voice, she said, วลี
0:19แม่หมีต้มข้าวโอ๊ต แล้วพูดด้วยเสียงที่ชัดเจนมากว่า
in a really clear voice: การบรรยายลักษณะการพูดของคนหนึ่งคน
In a really clear voice เป็นวลีบุพบทที่อธิบายว่าเธอพูดอย่างไร voice หมายถึงเสียงที่เธอเปล่งออกมา clear หมายถึงได้ยินและเข้าใจง่าย ส่วน really ใช้เน้นระดับของ clear รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in a/an + adjective + voice เช่น in a calm voice, in a soft voice หรือ in a loud voice ในเรื่องเล่า รูปแบบนี้มักช่วยให้เห็นภาพเสียงของผู้พูดได้ชัดเจนกว่าการใช้คำวิเศษณ์ธรรมดา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ in a/an + adjective + voice และคำว่า really clear เติมประโยคให้สมบูรณ์: The teacher read the instructions ____.
ดูคำตอบ
in a really clear voice
Wait till + อนุประโยค: รอจนกว่าเงื่อนไขจะเป็นจริง
Wait till + อนุประโยค หมายถึง “อย่าเพิ่งทำสิ่งต่อไปก่อนที่เหตุการณ์หรือเงื่อนไขในอนุประโยคจะเกิดขึ้น” ในประโยคนี้ การรอสิ้นสุดลงเมื่อสิ่งนั้นเย็นลงแล้ว ในที่นี้ till มีความหมายเหมือน until หลัง till ใช้อนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตนเอง เช่น Wait till I call.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ wait till + อนุประโยคได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่า “อย่าไปก่อนที่ฉันจะกลับมา”
- Wait for I come back.
- Wait till I come back.
- Wait till I coming back.
ดูคำตอบ
Wait till I come back.
it's cooled down: การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่เสร็จแล้ว
ในที่นี้ it's ย่อมาจาก it has ดังนั้น it's cooled down จึงหมายถึง it has cooled down รูป present perfect แสดงว่ากระบวนการเย็นลงเสร็จแล้ว และสิ่งนั้นอยู่ในสภาพที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเดิม Cool down หมายถึงร้อนน้อยลงหรือเย็นลง ในที่นี้ down แสดงว่าอุณหภูมิลดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่าง วลีนี้ยังใช้บอกว่าคนสงบลงหรือเครื่องจักรคลายความร้อนได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน ให้สังเกตความแตกต่างระหว่าง cooled กับ cooling
- The soup will cool down.
- The soup has cooled down.
- The soup is cooling down.
ดูคำตอบ
The soup has cooled down.
But no one was listening: จุดหักเหที่ขับเคลื่อนเรื่อง
But ที่ต้นประโยคใช้แสดงความขัดแย้งระหว่างคำเตือนก่อนหน้านี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง นั่นคือไม่มีใครใส่ใจ ดังนั้นประโยคนี้จึงไม่ได้เพียงบอกสถานการณ์ แต่ยังอธิบายด้วยว่าทำไมคำเตือนจึงป้องกันปัญหาไม่ได้ ในเรื่องเล่า but สามารถบอกจุดที่เหตุการณ์เปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่คาดคิดได้ ที่นี่ no one was listening เชื่อมคำเตือนที่ถูกละเลยเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา
แบบฝึกหัด
ในส่วนนี้ของเรื่อง But no one was listening. มีหน้าที่หลักอย่างไร?
- ประโยคนี้แสดงว่าคำเตือนได้ผลและป้องกันปัญหาไว้แล้ว
- ประโยคนี้ให้วิธีทำโจ๊กอย่างละเอียด
- ประโยคนี้แสดงความขัดแย้งระหว่างคำเตือนกับการที่ผู้คนไม่ใส่ใจ และปูทางไปสู่ปัญหา
ดูคำตอบ
ประโยคนี้แสดงความขัดแย้งระหว่างคำเตือนกับการที่ผู้คนไม่ใส่ใจ และปูทางไปสู่ปัญหา
or something: ทำให้รายละเอียดที่แน่นอนยังคงคลุมเครือ
Or something ใช้ต่อท้ายชื่อหรือคำบรรยายคร่าว ๆ เมื่อผู้พูดไม่แน่ใจในรายละเอียดที่แน่นอน หรือคิดว่ารายละเอียดนั้นไม่สำคัญ ที่นี่ screen watch เป็นเพียงชื่อคร่าว ๆ ที่ใช้เรียกอุปกรณ์นั้น ในวลีนี้ something ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งวลีมีความหมายว่า “หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกัน” จึงทำให้คำพูดคลุมเครือและเป็นกันเองโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า “He works in app design or something.” คำว่า or something แสดงอะไร?
- งานของคนนั้นมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Something
- ผู้พูดกำลังบอกชื่อตำแหน่งที่แน่นอนของคนนั้น
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าเป็นงานอะไรแน่ หรือคิดว่ารายละเอียดนั้นไม่สำคัญ
ดูคำตอบ
ผู้พูดไม่แน่ใจว่าเป็นงานอะไรแน่ หรือคิดว่ารายละเอียดนั้นไม่สำคัญ
the footy: คำไม่เป็นทางการตามภูมิภาคที่หมายถึงกีฬา football
footy เป็นคำไม่เป็นทางการที่มีลักษณะเฉพาะตามภูมิภาค ใช้หมายถึงกีฬาที่คนในพื้นที่เรียกว่า football การแข่งขัน หรือข่าวที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ reading about the footy หมายถึงกำลังอ่านข่าวหรือข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันหรือประเภทกีฬานั้น ไม่ได้หมายถึงอ่านเรื่องเท้าเพราะเห็นคำว่า foot ชนิดกีฬาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับพื้นที่และบริบท ในออสเตรเลีย footy อาจหมายถึงออสเตรเลียนรูลส์ฟุตบอล รักบี้ลีก หรือฟุตบอลทั่วไปในชุมชนที่ต่างกัน ส่วนในสหราชอาณาจักรมักหมายถึงฟุตบอลทั่วไป ให้เข้าใจก่อนอย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นกีฬา football แล้วใช้บริบทระบุชนิดกีฬา
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาของครอบครัวออสเตรเลีย We watched the footy after dinner. น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- เท้าของใครบางคน
- รายการทำอาหาร
- การแข่งขัน football หรือรายการถ่ายทอดที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
การแข่งขัน football หรือรายการถ่ายทอดที่เกี่ยวข้อง
So, next minute, Baby Bear eats some porridge, and he's like, ลำดับความ
0:33ดังนั้น นาทีต่อมา ลูกหมีก็กินข้าวโอ๊ต แล้วก็ร้องว่า
So, next minute: การพาเรื่องเล่าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
So เชื่อมเรื่องส่วนนี้กับสิ่งที่เล่าก่อนหน้า ส่วน next minute พาเรื่องไปยังเหตุการณ์สำคัญถัดไปทันที เมื่อรวมกัน So, next minute เป็นคำเชื่อมแบบภาษาพูดไม่เป็นทางการ หมายถึง “แล้วหลังจากนั้นไม่นาน” และมักทำให้เหตุการณ์ใหม่ดูเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน minute ตรงนี้ไม่ได้ใช้จับเวลาอย่างแม่นยำ วลีนี้มีหน้าที่จัดลำดับเรื่องและพาผู้ฟังไปข้างหน้า ไม่ได้บอกว่าผ่านไปครบหกสิบวินาทีพอดี
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่าแบบภาษาพูด So, next minute, the lights went out. สื่อถึงอะไร
- ไฟดับลงไม่นานหลังจากนั้น และอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
- ผ่านไปครบหกสิบวินาทีพอดีก่อนที่ไฟจะดับ
- ผู้พูดกำลังขอให้หยุดพักหนึ่งนาที
ดูคำตอบ
ไฟดับลงไม่นานหลังจากนั้น และอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
and he's like: ใช้เกริ่นปฏิกิริยาที่นำมาเล่า
ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ and he's like, ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่คนคนนั้นพูดหรือปฏิกิริยาที่แสดงออกต่อมา ในที่นี้ and ช่วยดำเนินเรื่องต่อ ส่วน he's like นำเข้าสู่คำพูดที่แสดงปฏิกิริยาของลูกหมี like ในการใช้นี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” be like มักใช้ถ่ายทอดปฏิกิริยาอย่างมีชีวิตชีวา ดังนั้นคำพูดที่ตามมาอาจเป็นเพียงใจความของปฏิกิริยา ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำพูดจริงทุกคำ
แบบฝึกหัด
ในประโยค Leo saw the huge cake, and he was like, 'Wow!' คำว่า he was like ทำหน้าที่อะไร?
- เปรียบเทียบ Leo กับคนอื่น
- บอกว่า Leo ชอบเค้กก้อนนั้น
- เกริ่นปฏิกิริยาที่ Leo พูดออกมา
ดูคำตอบ
เกริ่นปฏิกิริยาที่ Leo พูดออกมา
it's too hot: too + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกระดับที่มากเกินไป
ใน it's too hot คำว่า too อยู่หน้าคำคุณศัพท์ hot และหมายความว่าอุณหภูมิสูงเกินขอบเขตที่ยอมรับได้หรือสบาย ตัวประโยคจึงสื่อว่ามีปัญหา คือโจ๊กนั้นร้อนมากจนกินแล้วอาจเจ็บหรือไม่สบาย โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ ใช้บอกระดับที่มากเกินไป และมักมีผลที่ทำให้ทำบางอย่างไม่ได้ เช่น too heavy to lift หรือ too noisy to study
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายความว่าอุณหภูมิสูงเกินระดับที่ปลอดภัย: The soup is ____ for the child to eat.
ดูคำตอบ
too hot
And Momma Bear's all like, "What did I just say? น้ำเสียง/เจตนา
0:40แล้วแม่หมีก็พูดว่า "แม่เพิ่งพูดว่าอะไรนะ?
What did I just say? ในฐานะคำถามเชิงตำหนิ
ในที่นี้ “What did I just say?” ไม่ใช่คำถามเพื่อขอข้อมูลจริง ๆ ผู้พูดจำคำเตือนที่เพิ่งพูดไปได้ และใช้คำถามนี้เพื่อชี้ว่าอีกฝ่ายไม่ยอมฟัง “Just” หมายถึงเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ จึงสื่อประมาณว่า “ฉันเพิ่งเตือนไป ทำไมไม่ฟัง?”
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้ “What did I just say?” เพื่อทำอะไร?
- ตรวจสอบว่าเสียงของตนดังพอหรือไม่
- ตำหนิอีกฝ่ายที่เพิกเฉยต่อคำเตือนเมื่อครู่
- พยายามนึกคำพูดที่ตนเพิ่งพูดไป
ดูคำตอบ
ตำหนิอีกฝ่ายที่เพิกเฉยต่อคำเตือนเมื่อครู่
I told you เมื่อต้องย้ำคำเตือนที่พูดไปแล้ว
“I told you” ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อวางไว้หน้าคำสั่งที่พูดซ้ำ จะหมายถึง “ฉันเตือนเรื่องนี้ไปแล้ว” ในสถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกอย่างเป็นกลางว่าเคยพูด แต่ยังแสดงความหงุดหงิดหรือตำหนิ เพราะผู้ฟังไม่ทำตามคำเตือนก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ฉันเตือนเรื่องนี้ไปแล้ว”: “____, the path is slippery.”
ดูคำตอบ
I told you
be on that watch: กำลังใช้อุปกรณ์ที่โต้ตอบได้
ในบริบทนี้ be on + อุปกรณ์ที่โต้ตอบได้ หมายถึงกำลังใช้งานหรือจดจ่ออยู่กับอุปกรณ์นั้น นาฬิกาเรือนนี้มีหน้าจอ ดังนั้น You're on that watch จึงหมายถึงคนคนนั้นกำลังใช้หรือสนใจสิ่งที่อยู่บนนาฬิกา ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่บนนาฬิกาจริง ๆ Again แสดงว่าพฤติกรรมนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในคำพูดแบบนี้ยังอาจสื่อความรำคาญเล็กน้อยที่อีกฝ่ายใช้อุปกรณ์ซ้ำอีก
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ทำให้ be + คำบุพบท + อุปกรณ์ มีความหมายว่า “กำลังใช้อุปกรณ์นั้น”: Maya is ____ the computer again.
ดูคำตอบ
on
No one ever listens to me around here: คำบ่นอย่างหนักแน่นว่าไม่มีใครฟัง
No one ever listens to me around here เป็นคำบ่นที่มีอารมณ์ หมายความว่าผู้พูดรู้สึกว่าคนรอบตัวไม่สนใจตนซ้ำ ๆ No one และ ever ทำให้คำกล่าวนี้ฟังดูเด็ดขาด ส่วน around here อาจหมายถึงคนในครอบครัว ที่ทำงาน หรือกลุ่มใกล้ตัวของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่จริงเท่านั้น ประโยคนี้มักเป็นการเหมารวมแบบเกินจริงที่เกิดจากความคับข้องใจ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ผ่านการวัดอย่างรอบคอบว่าตามตัวอักษรแล้วไม่เคยมีใครฟังเลยแม้แต่คนเดียว
แบบฝึกหัด
No one ever listens to me around here สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดรู้สึกว่าตนถูกเมินซ้ำ ๆ และกำลังเหมารวมด้วยอารมณ์
- ผู้พูดกำลังชมทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ ว่าตั้งใจฟังเป็นอย่างดี
- ผู้พูดกำลังรายงานจำนวนที่ตรวจสอบแล้วซึ่งพิสูจน์ว่าไม่เคยมีใครฟังเลย
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกว่าตนถูกเมินซ้ำ ๆ และกำลังเหมารวมด้วยอารมณ์
Are you kidding me? เพื่อแสดงความไม่อยากเชื่ออย่างมาก
Are you kidding me? มักเป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงมากกว่าจะเป็นคำถามจริง ๆ ในประโยคนี้ แม่หมีไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังเล่าเรื่องตลกหรือไม่ แต่กำลังแสดงความตกใจ ไม่อยากเชื่อ และความหงุดหงิด การพูดคำถามเดิมซ้ำทำให้ปฏิกิริยารุนแรงขึ้น และแสดงว่าแม่หมีแทบยอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าราคาบัตรคอนเสิร์ตของคุณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างกะทันหัน คำตอบใดแสดงความไม่อยากเชื่ออย่างมากได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Are you kidding me?
- Could you repeat the price, please?
- Would you like to hear a joke?
ดูคำตอบ
Are you kidding me?
says Daddy Bear, and he's running his tongue under the tap. วลี
1:02พ่อหมีร้อง แล้วเอาลิ้นไปรองใต้น้ำก๊อก
run ... under the tap เพื่อใช้น้ำล้างหรือทำให้เย็นลง
ในโครงสร้าง run + object + under the tap คำว่า run หมายถึงการวางหรือขยับสิ่งของไว้ใต้น้ำที่ไหลจากก๊อก เพื่อให้น้ำไหลผ่านสิ่งนั้น ในที่นี้ พ่อหมีเอาลิ้นรองน้ำเพื่อให้เย็นลงหลังจากชิมโจ๊กที่ร้อน ไม่ได้หมายความว่าลิ้นกำลัง “วิ่ง” โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการล้างหรือทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว tap เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับก๊อกน้ำ ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันใช้ faucet บ่อยกว่า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย run + object + under the tap ให้สมบูรณ์ โดยใช้ it แทน spoon: Before using the spoon, ____.
ดูคำตอบ
run it under the tap
Momma Bear's gettin' stuck into 'im and Daddy Bear's like, สำนวน
1:05แม่หมีเริ่มต่อว่าเขา และพ่อหมีก็พูดว่า
gettin' stuck into 'im: วิจารณ์ใครบางคนอย่างรุนแรง
ในประโยคนี้ gettin' stuck into 'im หมายถึง “วิจารณ์หรือดุด่าเขาอย่างรุนแรงมาก” สำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่าใครติดอยู่จริง ๆ โครงสร้างพื้นฐานคือ get stuck into someone โดย gettin' แทน getting และ 'im แทน him เมื่ออยู่ในบริบทของการทะเลาะหรือการวิจารณ์ โครงสร้างนี้อาจใช้บรรยายการโจมตีด้วยคำพูดอย่างรุนแรงได้
แบบฝึกหัด
gettin' stuck into 'im ในประโยคนี้มีความหมายใด?
- เธอไม่สามารถขยับออกห่างจากเขาได้ทางกายภาพ
- เธอกำลังเริ่มทำงานบางอย่างร่วมกับเขาอย่างกระตือรือร้น
- เธอกำลังวิจารณ์เขาอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
เธอกำลังวิจารณ์เขาอย่างรุนแรง
Calm down: คำสั่งตรง ๆ ให้สงบลง
Calm down หมายถึง “โกรธ ไม่สบายใจ ประหม่า หรือตื่นเต้นน้อยลง” ในที่นี้เป็นประโยคคำสั่ง ผู้พูดบอก Danielle โดยตรงให้สงบลง ในการทะเลาะ คำสั่งนี้อาจสื่อด้วยว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายมากเกินไป แม้ตั้งใจจะปลอบให้สงบ ก็อาจฟังเหมือนกำลังมองข้ามความรู้สึกหรือวางตัวเหนือกว่า
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานกำลังพูดถึงข้อกังวลที่สมเหตุสมผลด้วยความโกรธ การตอบเพียงว่า “Calm down.” โดยทั่วไปถือว่าเป็นการตอบอย่างเห็นอกเห็นใจหรือไม่?
- ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนคุณกำลังมองข้ามความรู้สึกของอีกฝ่าย
- ใช่ เป็นวิธีช่วยเหลือที่สุภาพเสมอ
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ อาจฟังเหมือนคุณกำลังมองข้ามความรู้สึกของอีกฝ่าย
Anyway, this went on all morning until Mum stormed out, โน้ต
1:12เอาล่ะ เรื่องนี้ก็ดำเนินไปตลอดช่วงเช้าจนกระทั่งแม่เดินปึงปังออกไป
this went on all morning: เรื่องนี้ดำเนินต่อไปตลอดทั้งเช้า
ในประโยคนี้ this หมายถึงสถานการณ์ที่พูดถึงไปแล้ว went on แปลว่า “ดำเนินต่อไป” และ all morning บอกว่ากินเวลานานเท่าใด ใช้ go on ร่วมกับคำบอกเวลาเพื่อบอกว่าเหตุการณ์ กิจกรรม หรือสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปได้ เช่น The discussion went on for two hours. ในที่นี้ go on ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ go on ที่แปลว่าดำเนินต่อไปลงในประโยค: The noise ____ all night, so nobody slept.
ดูคำตอบ
went on
Mum stormed out: แม่ออกไปอย่างกะทันหันด้วยความโกรธ
stormed out หมายถึงออกไปอย่างกะทันหันและแสดงความโกรธอย่างชัดเจน stormed สื่อถึงแรงและอารมณ์ ส่วน out สื่อถึงการเคลื่อนออกจากสถานที่หรือสถานการณ์นั้น หากรู้อยู่แล้วว่าออกจากที่ไหน ก็ละสถานที่ได้เหมือนใน Mum stormed out แต่ถ้าระบุสถานที่ ให้พูดว่า stormed out of the room
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ชัดที่สุดว่า Maya จากไปอย่างกะทันหันและด้วยความโกรธ
- Maya left the room after the argument.
- Maya stormed out of the room after the argument.
- Maya walked out of the room after the argument.
ดูคำตอบ
Maya stormed out of the room after the argument.
Dad ran after her: run after someone หมายถึงวิ่งไล่ตามใครสักคน
“Dad ran after her” หมายถึงพ่อวิ่งไปในทิศทางเดียวกับที่เธอกำลังเคลื่อนที่ เพราะเขาพยายามตามเธอให้ทัน ในโครงสร้าง run after + someone or something คำว่า after ระบุคนหรือสิ่งที่กำลังถูกไล่ตาม ไม่ได้หมายถึง “หลังจาก” ในแง่เวลา ran เป็นรูปอดีตของ run โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ run/ran after + คน สัตว์ หรือสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปอดีตของ run after: The bus started moving, so Leo ____ it.
ดูคำตอบ
ran after
Come back: ขอให้อีกฝ่ายกลับมาและรั้งให้อยู่ต่อ
“Come back” ตามความหมายตรงตัวคือการขอให้คนที่กำลังจากไปหรือจากไปแล้วกลับมาหาผู้พูดหรือกลับมายังสถานที่เดิม ในที่นี้พ่อกำลังวิ่งตามเธอและขอโทษ จึงเป็นการขอให้เธอกลับมา เมื่อเกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์ คำเดียวกันนี้ยังอาจเป็นคำขอร้องที่มีความรู้สึก คือเขาไม่ได้ต้องการเพียงให้เธอกลับมาอยู่ใกล้ แต่ยังอยากให้เธออยู่กับเขาหรือฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้วย ความหมายเพิ่มเติมนี้เกิดจากบริบท
แบบฝึกหัด
หลังจากทะเลาะกัน คนหนึ่งพูดว่า “I'm sorry. Please come back.” คำว่า come back น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- โทรหาฉันทีหลังโดยไม่ต้องกลับมา
- กลับมาหาฉัน โดยอาจมีความหวังว่าเราจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กันได้
- จากไปต่อเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องพูดคุยกัน
ดูคำตอบ
กลับมาหาฉัน โดยอาจมีความหวังว่าเราจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กันได้
So, they're all gone for a walk, and then Goldilocks rocks up โน้ต
1:20เมื่อทุกคนออกไปเดินเล่น โกลดิล็อกส์ก็โผล่มา
they're all gone for a walk: ทุกคนออกไปเดินเล่นอยู่
Go for a walk เป็นวลีธรรมชาติที่หมายถึงการออกจากสถานที่ที่อยู่เพื่อไปเดินเล่นหรือออกกำลังกาย ในวลีนี้ for a walk บอกกิจกรรมหรือจุดประสงค์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เรียกว่า walk ใน they're all gone for a walk คำว่า they're ย่อมาจาก they are โครงสร้าง be gone บอกสภาพในปัจจุบันว่า ทุกคนออกจากสถานที่เดิมและกำลังไปเดินเล่นอยู่ ส่วน Walk outside เน้นเพียงว่าสถานที่ที่เดินคือข้างนอก จึงใช้แทนกันอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้ในที่นี้
แบบฝึกหัด
ใช้ go for a walk ในรูป present perfect เพื่อบอกว่าพ่อแม่ยังอยู่นอกบ้าน แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: My parents have ____, so they are not home right now.
ดูคำตอบ
gone for a walk
Goldilocks rocks up: มาถึงแบบไม่เป็นทางการ
Rock up หมายถึงมาถึงหรือปรากฏตัว และเป็น phrasal verb แบบไม่เป็นทางการ ใน Goldilocks rocks up ผู้เล่าเพียงบอกว่าโกลดิล็อกส์เข้ามาในเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แบบภาษาพูด วลีนี้อาจสื่อว่าการมาถึงนั้นไม่ได้วางแผนไว้ เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือมาแบบสบาย ๆ แต่ความหมายแฝงเหล่านี้ขึ้นอยู่กับบริบทและไม่ได้มีเสมอไป วลีนี้ไม่เกี่ยวกับ rock ที่หมายถึงก้อนหิน และ rocks เติม -s เพราะ Goldilocks เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Leo rocked up at the café twenty minutes late,' คำว่า rocked up หมายความว่าอะไร?
- Leo มาถึงคาเฟ่ โดยใช้ถ้อยคำแบบไม่เป็นทางการ
- Leo นำก้อนหินมาที่คาเฟ่
- Leo เล่นดนตรีร็อกอยู่ข้างนอกคาเฟ่
ดูคำตอบ
Leo มาถึงคาเฟ่ โดยใช้ถ้อยคำแบบไม่เป็นทางการ
she's heard the racket a mile away: การพูดเกินจริงเพื่อเน้นว่าเสียงดังมาก
ในประโยคนี้ racket หมายถึงเสียงดังที่ไม่น่าฟัง ซึ่งก็คือเสียงจากการโต้เถียงและความวุ่นวาย ส่วน She's heard the racket หมายความว่าเธอได้ยินเสียงนั้นแล้ว a mile away เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่ระยะทางที่วัดมา ทำให้รู้สึกว่าเสียงดังมากจนได้ยินจากที่ไกลมาก และช่วยเพิ่มความขบขัน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ "she's heard the racket a mile away" มีความหมายหลักว่าอะไร
- เธอได้ยินใครบางคนกำลังใช้อุปกรณ์กีฬา
- เสียงนั้นดังมาก
- มีการวัดระยะแล้วว่าเท่ากับหนึ่งไมล์พอดี
ดูคำตอบ
เสียงนั้นดังมาก
She looks in the window and sees the porridge, and she's like,
1:24เธอมองเข้าไปในหน้าต่าง เห็นข้าวโอ๊ต แล้วก็พูดว่า
saving up some money: ค่อย ๆ เก็บเงิน
ในที่นี้ saving up some money หมายถึงการแบ่งเงินเก็บทีละเล็กทีละน้อยตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ในกริยาวลี save up คำว่า up สื่อว่าจำนวนเงินกำลังสะสมจนเป็นก้อนที่นำไปใช้ได้ ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน รูปแบบที่พบบ่อยคือ save up money, save up for something และ save up enough to do something
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ save up for: Lina wants a new camera, so she's ____ one.
ดูคำตอบ
saving up for
instead of going ... making her own porridge: ชุดการกระทำรูป -ing ที่วางขนานกัน
Instead of ใช้ระบุการกระทำที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ได้เกิดขึ้น แล้วนำไปเปรียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท กริยาหลัง instead of จึงมักใช้รูป -ing เช่น instead of going ไม่ใช่ instead of go หรือ instead of to go ในที่นี้ going, getting, working, saving, buying และ making เป็นการกระทำรูป -ing ที่วางขนานกันในวลียาววลีเดียว และทั้งหมดอยู่ภายใต้ instead of ผู้พูดนำเสนอการกระทำทั้งชุดว่าเป็นสิ่งที่เธอควรทำ ดังนั้นรายการที่ยาวจึงเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์แบบเกินจริง ก่อนจะเฉลยว่าเธอทำอะไรจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ take เติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____ a taxi, we walked home.
ดูคำตอบ
taking
I'll tell you what she does: ปูทางสู่การเฉลย
ในที่นี้ I'll tell you what she does เป็นประโยคเกริ่นเพื่อบอกว่ากำลังจะมีการเฉลยในเรื่อง หลังจากตั้งคำถามว่าเธอทำอะไร ผู้พูดจะยังไม่ตอบทันทีและดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะเปิดเผยต่อไป หน้าที่หลักจึงเป็นการจัดลำดับข้อมูลและสร้างความคาดหวัง ไม่ใช่เพียงสัญญาตามความหมายตรงตัวว่าจะให้ข้อมูล รูปแบบเดียวกันใช้เกริ่นการเฉลยอื่นได้ เช่น I'll tell you what happened next.
แบบฝึกหัด
ในการเล่าเรื่องปากเปล่า เหตุใดผู้พูดจึงอาจพูดว่า “I'll tell you what she does” ก่อนให้คำตอบ?
- เพื่อบอกว่าผู้พูดไม่รู้ว่าเธอทำอะไร
- เพื่อสร้างความคาดหวังก่อนเฉลยว่าเธอทำอะไร
- เพื่อเปลี่ยนเรื่องเล่าให้เป็นรายงานทางการ
ดูคำตอบ
เพื่อสร้างความคาดหวังก่อนเฉลยว่าเธอทำอะไร
She breaks and enters: การเล่าว่าการเข้าไปเป็นอาชญากรรม
ในที่นี้ breaks and enters ใช้สำนวนเกี่ยวกับอาชญากรรม break and enter หมายถึงเธอเข้าไปในบ้านของเหล่าหมีโดยไม่ได้รับอนุญาตในฐานะผู้บุกรุก ไม่ได้หมายถึงลำดับการกระทำธรรมดา ๆ ว่าเธอทำสิ่งของชิ้นหนึ่งแตกแล้วจึงเดินเข้าไป ผู้พูดจงใจใช้ถ้อยคำจริงจังเพื่อเล่าเหตุการณ์ในเทพนิยายใหม่ให้เป็นการกระทำผิด ความต่างระหว่างน้ำเสียงจริงจังกับเนื้อหาเทพนิยายทำให้คำกล่าวหาดูเกินจริงและขบขัน ชื่อและคำนิยามทางกฎหมายที่แน่นอนแตกต่างกันไปในแต่ละเขตอำนาจศาล
แบบฝึกหัด
She breaks and enters ทำหน้าที่อย่างไรในประโยคนี้?
- เล่าว่าการเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตของเธอเป็นอาชญากรรม จึงเกิดความเกินจริงแบบขบขัน
- บอกอย่างเป็นกลางว่าเธอเดินเข้าไปในบ้าน
- บอกว่าเธอทำชามแตกก่อนเข้าไป
ดูคำตอบ
เล่าว่าการเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตของเธอเป็นอาชญากรรม จึงเกิดความเกินจริงแบบขบขัน
dirty porridge thief: dirty ที่ใช้ประณามด้านศีลธรรม
เมื่อใช้ร่วมกับคำเรียกคนในแง่ลบ dirty อาจหมายถึงเลวทางศีลธรรม ไม่ซื่อสัตย์ หรือน่ารังเกียจ ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ามีคราบสกปรกที่มองเห็นได้ porridge ทำหน้าที่เป็นคำนามขยาย thief ดังนั้น porridge thief จึงหมายถึงคนที่ขโมยข้าวต้ม ผู้พูดเปลี่ยนการขโมยข้าวต้มให้เป็นข้อกล่าวหาอาชญากรรมแบบดราม่า การวาง dirty ไว้หน้าคำเรียก thief เพิ่มน้ำเสียงประณามอย่างแรง ส่วนคำที่เจาะจงผิดปกติอย่าง porridge thief ทำให้ประโยคดูเกินจริงและตลก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dirty ในความหมายด้านศีลธรรมแบบเดียวกับ dirty porridge thief?
- The children got dirty in the garden.
- The dirty plate is in the sink.
- That dirty cheat lied to everyone.
ดูคำตอบ
That dirty cheat lied to everyone.
we're all just meant to be okay with: การตั้งคำถามต่อความคาดหวังว่าทุกคนต้องยอมรับ
be meant to + คำกริยา บอกว่าสังคมหรือคนอื่นคาดหวังให้ใครทำอะไร หรือมองว่าคนนั้นควรทำอะไร ส่วน be okay with something หมายถึงยอมรับสิ่งนั้นหรือไม่คัดค้าน ในที่นี้ we're all just meant to be okay with this นำเสนอว่าการยอมรับเป็นสิ่งที่ทุกคนถูกคาดหวังให้ทำ ถ้อยคำนี้ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วยจริง ๆ คำว่า all และ just ทำให้ความคาดหวังนั้นฟังดูไม่สมเหตุสมผล ผู้พูดจึงกำลังตั้งคำถามว่าเราถูกคาดหวังให้ยอมรับโดยไม่คัดค้านจริง ๆ หรือ
แบบฝึกหัด
เติมข้อโต้แย้งนี้ด้วยวลีเป้าหมาย: Are we all just ____ the extra charge?
ดูคำตอบ
meant to be okay with
So, this criminal, Goldilocks, is munching away วลี
1:53เอาล่ะ อาชญากรที่ชื่อโกลดิล็อกส์กำลังกินอย่างมูมมาม
is munching away: เคี้ยวกินต่อไปอย่างเห็นภาพ
munch หมายถึงกินโดยมีการเคี้ยวที่เห็นหรือได้ยินชัด มักให้ความรู้สึกว่ากินอย่างสบาย ๆ หรืออย่างเอร็ดอร่อย ใน is munching away คำว่า away เน้นว่าการกระทำดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกห่างจากสถานที่หนึ่ง รูปกำลังกระทำ is + munching แสดงว่าการกินกำลังเกิดขึ้น ส่วน away เพิ่มภาพของการทำต่อเนื่องอย่างชัดเจน จึงให้ภาพมากกว่าการพูดเพียง is eating
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ munching away เพื่อบรรยายการกินที่ดำเนินต่อไป?
- Rina walked away without eating the crisps.
- Rina put the crisps away before she began reading.
- Rina was munching away on some crisps while she read.
ดูคำตอบ
Rina was munching away on some crisps while she read.
the door bursts open: ประตูเปิดผางออก
ในที่นี้ the door bursts open หมายถึงประตูเปิดออกอย่างฉับพลันและแรง คำว่า burst เพิ่มความรู้สึกถึงความรวดเร็ว แรงกระแทก และความน่าตกใจ ไม่ได้หมายความว่าประตูแตกหรือระเบิด ประตูเป็นประธานของประโยค คำบรรยายจึงเน้นผลที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมากกว่าว่าใครเป็นคนเปิด ในการเล่าเรื่อง การใช้รูปปัจจุบัน bursts ทำให้การปรากฏตัวดูเหมือนเกิดขึ้นตรงหน้าและน่าตื่นเต้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายได้ชัดที่สุดว่าประตูเปิดออกอย่างฉับพลันและแรง
- The door opened slowly, and no one noticed.
- The door burst open, and everyone looked up.
- The door stayed closed throughout the meeting.
ดูคำตอบ
The door burst open, and everyone looked up.
stay at my sister's: ใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อหมายถึงบ้านของเธอ
ใน stay at my sister's คำว่า my sister's เป็นคำนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้เดี่ยว ๆ โดยเข้าใจว่ามีคำอย่าง house, home หรือ place ถูกละไว้ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “พักที่บ้านของพี่สาวหรือน้องสาว” รูปแบบนี้มักใช้หลัง at เมื่อรู้สถานที่ได้จากบริบท เช่น at Tom's และ at my parents' อาจหมายถึง “ที่บ้านของ Tom” และ “ที่บ้านของพ่อแม่ฉัน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสถานที่แบบแสดงความเป็นเจ้าของที่ละคำนามไว้ ให้มีความหมายว่า “คืนนี้พักที่บ้านญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง” ห้ามใช้ house หรือ home: I'm staying ____ tonight.
ดูคำตอบ
at my cousin's
And Daddy Bear's all like, "Look, Danielle, we can figure this out." กริยาวลี
2:02แล้วพ่อหมีก็บอกว่า "ฟังนะ แดเนียล เราคุยกันได้"
we can figure this out: ช่วยกันหาทางแก้ปัญหา
figure something out หมายถึงคิดจนเข้าใจบางสิ่งหรือหาวิธีแก้ปัญหา ในที่นี้ this หมายถึงปัญหาระหว่างผู้พูด ดังนั้น we can figure this out จึงสื่อว่าทั้งสองฝ่ายช่วยกันคิดและหาทางออกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง figure กับ out เช่น figure it out ไม่ใช่ figure out it และ figure this out ก็ใช้ลำดับคำแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งกำลังเผชิญปัญหาที่ยาก ประโยคใดบอกว่าพวกเขาเชื่อว่าจะช่วยกันแก้ปัญหาได้?
- We can find out when the office closes.
- We can point out the problem together.
- We can figure this out together.
ดูคำตอบ
We can figure this out together.
they clock Goldilocks at the kitchen table eating their porridge. การใช้คำ
2:09พวกเขาก็เห็นโกลดิล็อกส์กำลังนั่งกินข้าวโอ๊ตอยู่ที่โต๊ะในครัว
they clock Goldilocks: สังเกตเห็นใครในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ clock เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงสังเกตเห็นหรือมองเห็นใครบางคน they clock Goldilocks จึงบอกว่าครอบครัวนี้เห็นโกลดิล็อกส์ที่โต๊ะในครัวและรับรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น ความหมายนี้ไม่เกี่ยวกับนาฬิกา การจับเวลา หรือการลงเวลาเข้าออก กรรมจะอยู่หลังคำกริยาโดยตรงในโครงสร้าง clock + คนหรือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
วลี they clock Goldilocks ในคำบรรยายหมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขาตีโกลดิล็อกส์
- พวกเขาสังเกตเห็นโกลดิล็อกส์
- พวกเขาจับเวลาว่าโกลดิล็อกส์ใช้เวลานานเท่าไร
ดูคำตอบ
พวกเขาสังเกตเห็นโกลดิล็อกส์
hit the roof: โกรธมากขึ้นมาอย่างกะทันหัน
Hit the roof เป็นสำนวนที่หมายถึง “โกรธมากขึ้นมาอย่างกะทันหัน” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าความโกรธของแม่หมีปะทุขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง ไม่ได้หมายความว่าแม่หมีไปชนหรือแตะหลังคาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
hit the roof ในประโยค “Maya hit the roof when she saw the huge phone bill.” หมายความว่าอย่างไร?
- Maya ปีนขึ้นไปบนหลังคา
- Maya โกรธมาก
- Maya ส่งเสียงดังเพื่อเฉลิมฉลอง
ดูคำตอบ
Maya โกรธมาก
She's like, "Gerald, be a man for once in your life. น้ำเสียง/เจตนา
2:14เธอพูดว่า "เจอรัลด์ ทำตัวให้เป็นลูกผู้ชายสักครั้งในชีวิตสิ
be a man for once in your life: ใช้ความคาดหวังทางเพศกดดันให้ลงมือทำ
ในประโยคนี้ be a man ไม่ได้บอกเพศของ Gerald อย่างเป็นกลาง แต่ใช้ภาพเหมารวมที่ว่า “ผู้ชายต้องกล้าหาญ แข็งแกร่ง และพร้อมลงมือทำ” เพื่อกดดันเขาผ่านความเป็นชายให้ทำอะไรบางอย่าง For once in your life เพิ่มคำตำหนิที่รุนแรง โดยสื่อว่าเขาไม่เคยทำเช่นนี้เลยตลอดชีวิต เมื่อรวมกันแล้ว คำพูดนี้จึงเป็นการยั่วยุและออกคำสั่งให้รู้สึกอับอาย ไม่ใช่คำให้กำลังใจที่คอยสนับสนุน
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าจริงหรือเท็จ: การพูด “Be a man for once in your life” กับเพื่อนที่กำลังกลัวเป็นวิธีให้กำลังใจที่เป็นกลางและสุภาพ
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
And Gerald's all like, "What's going on here? น้ำเสียง/เจตนา
2:18และเจอรัลด์ก็ถามว่า "นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
What's going on here? สำหรับถามสถานการณ์ตรงหน้า
What's going on here? ใช้ถามถึงสถานการณ์ผิดปกติที่ผู้พูดเห็นอยู่ตรงหน้า หรือเพิ่งเดินเข้ามาพบ going on หมายถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน here ชี้ไปที่เหตุการณ์ตรงหน้า ไม่ใช่แนวโน้มระยะยาว คำถามนี้อาจแสดงความประหลาดใจ แต่ถ้าใช้เสียงหนักแน่น ก็อาจเป็นการสั่งให้อธิบายทันที ในประโยคนี้ คำถามที่ตามมาว่า Who are you? ทำให้น้ำเสียงดูเหมือนการซักถามและมีอำนาจ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะถามทันทีว่า What's going on here?
- นักข่าวถามวันที่ของเหตุการณ์เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินเข้าไปในห้องที่มีคนกำลังตะโกน
- เด็กคนหนึ่งอยากรู้ว่าพรุ่งนี้โรงเรียนเริ่มกี่โมง
ดูคำตอบ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินเข้าไปในห้องที่มีคนกำลังตะโกน
I'm your worst nightmare ในฐานะคำขู่แบบละคร
I'm your worst nightmare เป็นคำขู่แบบละคร nightmare ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดหมายความว่าตนเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวและจะสร้างปัญหาให้อีกฝ่ายอย่างหนัก ไม่ได้หมายถึงฝันร้ายขณะหลับจริง ๆ ประโยคนี้ทำให้ผู้พูดดูห้าวหาญและอันตราย จึงมักใช้เป็นบทพูดเกินจริงในภาพยนตร์ หนังสือการ์ตูน เกม หรือการเผชิญหน้าแบบสมมติที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเล่นสนุก
แบบฝึกหัด
ในการเผชิญหน้าแบบละคร I'm your worst nightmare หมายความว่าอะไร?
- ผู้พูดอ้างว่าตนเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวและรับมือยาก
- ผู้พูดกำลังบอกให้อีกฝ่ายไปนอน
- ผู้พูดกำลังเล่าฝันร้ายที่ฝันเมื่อคืนก่อน
ดูคำตอบ
ผู้พูดอ้างว่าตนเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวและรับมือยาก
backs down: ยอมถอยภายใต้แรงกดดัน
ในประโยคนี้ backs down หมายความว่า Daddy Bear หยุดต่อต้านหรือไม่ยืนกรานจุดยืนของตนเมื่อเผชิญความขัดแย้งหรือแรงกดดัน เป็นการถอยในด้านท่าที ไม่ใช่แค่ขยับตัวไปข้างหลัง รูปพื้นฐานคือ back down เนื่องจาก Daddy Bear เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้ backs down ใช้กริยาวลีนี้เมื่อคนหนึ่งยอมล้มเลิกการท้าทาย ข้อเรียกร้อง หรือจุดยืนหลังถูกคัดค้าน
แบบฝึกหัด
บริษัทแห่งหนึ่งหยุดปกป้องข้อกล่าวอ้างของตนหลังจากหลักฐานที่ชัดเจนพิสูจน์ว่าข้อกล่าวอ้างนั้นผิด กริยาวลีใดอธิบายสิ่งที่บริษัททำได้ดีที่สุด
- back down
- back out
- back up
ดูคำตอบ
back down
steps up: รับผิดชอบเมื่อจำเป็น
ในที่นี้ steps up หมายความว่า Momma Bear สมัครใจออกมาลงมือทำ รับผิดชอบ หรือเผชิญความท้าทายเมื่อจำเป็นต้องมีคนจัดการ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่แค่ก้าวขึ้นไปยังที่ที่สูงกว่า รูปพื้นฐานคือ step up เนื่องจาก Momma Bear เป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้ steps up คำว่า but นำการตอบสนองของเธอไปตัดกับการถอยของ Daddy Bear ทำให้เห็นชัดว่าเธอพร้อมลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ step up เพื่อแสดงว่า Maya รับผิดชอบหน้าที่: When the team lost its leader, Maya ____ and organized the work.
ดูคำตอบ
stepped up
and cracks her neck and is like, "Bring it on, blondie." โน้ต
2:28หักคอตัวเองดังกร๊อบแล้วพูดว่า "เข้ามาเลย ยัยผมทอง"
Bring it on: การตอบรับคำท้า
Bring it on เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ฉันพร้อมแล้ว เอาให้เต็มที่เลย” ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นและแสดงว่าไม่กลัว คำว่า it กล่าวรวม ๆ ถึงคำท้า การโจมตี หรือความยากลำบาก ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายนำสิ่งของมาให้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ฉันรับคำท้าของคุณอย่างมั่นใจ”: “You want a rematch? ____!”
ดูคำตอบ
Bring it on
blondie: คำเรียกจากรูปลักษณ์ที่มีนัยยั่วยุ
Blondie เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกหรือติดป้ายคนจากการมีผมสีบลอนด์ ในการเผชิญหน้าครั้งนี้ ผู้พูดใช้รูปลักษณ์แทนชื่อของอีกฝ่าย จึงฟังดูดูแคลนและยั่วยุ คำลงท้าย -ie อาจทำให้ชื่อเล่นบางคำฟังดูสนิทสนม แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นมิตร ในบริบทที่เป็นศัตรูนี้ blondie จึงเป็นคำเยาะเย้ย ไม่ใช่ชื่อเล่นที่อบอุ่น
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: เนื่องจาก blondie ดูเหมือนชื่อเล่น จึงเป็นคำสุภาพที่ใช้เรียกคนแปลกหน้าผมบลอนด์คนใดก็ได้
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
kung-fuing และ karateing ในฐานะคำกริยาที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่น
ในที่นี้ชื่อศิลปะการต่อสู้ kung fu และ karate ซึ่งเป็นคำนาม ถูกนำมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราวแล้วเติม -ing เป็น kung-fuing และ karateing ส่วน Everyone's เป็นรูปย่อของ Everyone is ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น คำสองคำนี้เป็นคำที่แต่งขึ้นอย่างขี้เล่น ไม่ใช่ศัพท์ศิลปะการต่อสู้อย่างเป็นทางการ ทำให้ฉากดูวุ่นวายและเกินจริง ในภาษาอังกฤษ บางครั้งผู้พูดจะนำคำนามที่คุ้นเคยมาใช้เป็นคำกริยาชั่วคราวเมื่อผู้ฟังเดาการกระทำได้ง่าย
แบบฝึกหัด
kung-fuing and karateing ให้ผลหลักอย่างไรในประโยคนี้?
- คำเหล่านี้แสดงว่าทุกคนต่อสู้เสร็จแล้ว
- คำเหล่านี้เป็นชื่อท่าศิลปะการต่อสู้อย่างเป็นทางการสองท่า
- รูปคำกริยาที่แปลกออกไปทำให้การกระทำดูขี้เล่นและเกินจริง
ดูคำตอบ
รูปคำกริยาที่แปลกออกไปทำให้การกระทำดูขี้เล่นและเกินจริง
and Baby Bear's at the back just lobbing in ninja stars. วลี
2:35และลูกหมีก็อยู่ข้างหลังคอยปาดาวกระจายนินจาใส่
just lobbing in ninja stars: โยนดาวกระจายเข้าไปในการต่อสู้
ในโครงสร้าง lob something in คำว่า lob หมายถึงโยนสิ่งของ ซึ่งมักเป็นการโยนให้โค้งและไม่ได้เล็งอย่างแม่นยำมากนัก ส่วน in ที่บอกทิศทางแสดงว่าดาวกระจายถูกโยนจากด้านหลังเข้าไปในการต่อสู้ ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบอย่างเป็นทางการ just แสดงว่านี่คือสิ่งเดียวที่ลูกหมีทำ เขาอยู่ด้านหลังและโยนของเข้าไปในฉาก คำนี้ทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงสบาย ๆ และขบขัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ just lobbing in ninja stars บรรยายการกระทำแบบใด?
- โยนดาวกระจายจากด้านหลังเข้าไปในการต่อสู้อย่างสบาย ๆ
- ส่งมอบดาวกระจายให้ใครบางคนอย่างเป็นทางการ
- จัดดาวกระจายไว้ด้านหลังอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ
โยนดาวกระจายจากด้านหลังเข้าไปในการต่อสู้อย่างสบาย ๆ
are too high ... are too low: เกินช่วงที่เหมาะสม
โครงสร้าง too + adjective หมายถึงระดับที่เกินความเหมาะสมหรือความจำเป็น ในที่นี้ too high หมายถึงสูงกว่าที่ควร และ too low หมายถึงต่ำกว่าที่ควร too ในทั้งสองวลีหมายถึง “เกินระดับที่เหมาะสม” ไม่ใช่ “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” ส่วนของประโยคสองส่วนที่สอดคล้องกันชี้ไปคนละทิศทาง คือ high กับ low แม้ลูกเตะจะแตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ก็อยู่นอกช่วงที่เหมาะสม จึงเกิดเป็นความขบขันจากความแตกต่างนี้
แบบฝึกหัด
เติม high และ low ตามลำดับที่ถูกต้อง: The top shelf is too ____ for Mia to reach, and the bottom shelf is too ____ for Dad to use comfortably.
ดูคำตอบ
high · low
you know ท้ายประโยค: ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจร่วมกัน
you know ที่ท้ายประโยคสามารถทำหน้าที่เป็นคำบอกปฏิสัมพันธ์ในภาษาพูดได้ ในที่นี้วลีนี้ดึงผู้ฟังเข้ามาในเรื่อง และชวนให้ติดตามและเห็นร่วมกับข้อสรุปของผู้พูดว่า Goldilocks กำลังชนะอยู่ วลีนี้ไม่ใช่คำถามจริงว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ ดังนั้นโดยทั่วไปจึงไม่ต้องตอบ yes หรือ no
แบบฝึกหัด
you know ท้ายประโยคใน "So, Goldilocks is winning, you know." ทำหน้าที่อะไร?
- วลีนี้ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจร่วมกับผู้พูด
- วลีนี้หมายความว่า Goldilocks ก็รู้เช่นกันว่าตนเองกำลังชนะ
- วลีนี้ถามอย่างเป็นทางการให้ผู้ฟังพิสูจน์ว่ารู้ข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ
วลีนี้ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจร่วมกับผู้พูด
a bit of a hard nut: คนแกร่งที่รับมือได้ยาก
a hard nut เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกคนที่แข็งแกร่ง มุ่งมั่น หรือรับมือและเอาชนะได้ยาก ในประโยคนี้หมายความว่าเธอเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ไม่ได้หมายถึงถั่วจริง ๆ ในโครงสร้าง a bit of a + นามวลี คำว่า a bit of a ทำให้การเรียกนั้นฟังตรงน้อยลงและอาจให้ความรู้สึกพูดแบบลดน้ำหนักเล็กน้อย ถ้อยคำจึงนุ่มลง แต่ผู้พูดยังคงบอกชัดว่าเธอเป็น a hard nut
แบบฝึกหัด
“She's a bit of a hard nut” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- เธอกำลังถือถั่วที่กะเทาะได้ยาก
- เธอแข็งแกร่งและเอาชนะได้ยาก
- เธอแค่หิวนิดหน่อย
ดูคำตอบ
เธอแข็งแกร่งและเอาชนะได้ยาก
have someone on the ropes: ทำให้อีกฝ่ายใกล้จะแพ้
on the ropes มาจากกีฬามวย เมื่อนักมวยถูกต้อนถอยไปติดเชือกเวที เขาจะอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้หมายถึงกำลังประสบปัญหาร้ายแรงและใกล้จะแพ้หรือล้มเหลว ใน She's got the bear family on the ropes โครงสร้าง has got + บุคคล + on the ropes หมายความว่าเธอทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพที่ใกล้แพ้ในตอนนี้ เธอเป็นฝ่ายได้เปรียบ และพวกเขาใกล้จะถูกเอาชนะ คำว่า ropes เป็นส่วนหนึ่งของคำเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องมีเชือกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเกี่ยวกับเชือกที่หมายถึงใกล้จะแพ้ให้สมบูรณ์: The challenger had the champion on the ____.
ดูคำตอบ
ropes
but Baby Bear's like, "Hang on, why are we doing karate and stuff? โน้ต
2:46แต่ลูกหมีพูดขึ้นว่า "เดี๋ยวนะ ทำไมเราต้องใช้คาราเต้หรืออะไรพวกนี้ด้วย?
Hang on เพื่อหยุดบทสนทนาชั่วครู่
เมื่ออยู่ต้นช่วงพูด Hang on หมายถึง “เดี๋ยวก่อน” ใช้หยุดแนวคิดหรือบทสนทนาชั่วครู่ เพื่อให้ผู้พูดถามคำถาม ชี้ปัญหา หรือแก้ทิศทางของบทสนทนา ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำนี้เป็นสัญญาณว่าเพิ่งสังเกตเห็นเรื่องที่ควรตั้งคำถาม ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของไว้หรือห้อยอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Hang on เพื่อหยุดบทสนทนาก่อนชี้ปัญหาที่เพิ่งสังเกตเห็น?
- Please hold the bag by its handle.
- Hang on, this total doesn't look right.
- Hang the picture on the wall.
ดูคำตอบ
Hang on, this total doesn't look right.
“karate and stuff”: ใช้ and stuff เพื่อแจกแจงแบบกว้าง ๆ
And stuff เป็นสำนวนแจกแจงแบบกว้าง ๆ ที่ไม่เป็นทางการ หมายถึง “และสิ่งอื่นที่คล้ายกัน” เมื่ออยู่หลัง karate จะขยายความให้รวมกิจกรรมหรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องบอกทีละอย่าง ตรงนี้ stuff ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผู้ฟังต้องอนุมานสิ่งที่ละไว้จากบริบท จึงเป็นการทำให้รายการไม่เฉพาะเจาะจงโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ and stuff อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแจกแจงแบบสบาย ๆ และไม่เจาะจง?
- The official report must list every payment and stuff.
- We talked about school, exams, and stuff.
- In a fire, use Exit 3 and stuff.
ดูคำตอบ
We talked about school, exams, and stuff.
We got claws: got แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง have
ในประโยคนี้ We got claws หมายถึง “We have claws” หรือ “พวกเรามีกรงเล็บ” ผู้พูดกำลังบอกสิ่งที่พวกเขามีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเพิ่งได้กรงเล็บมา ตรงนี้ got ใช้บอกการมีหรือความเป็นเจ้าของโดยไม่มี have เป็นรูปที่กันเองมากหรือพบในภาษาถิ่น รูปมาตรฐานคือ We have claws และ We've got claws ซึ่งพบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบบริติช
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นรูปมาตรฐานและเป็นกลางของ We got claws ในบริบทนี้
- We are claws.
- We have claws.
- We received claws.
ดูคำตอบ
We have claws.
And Momma Bear's like, "Oh, yeah, good one, Baby Bear." วลี
2:51และแม่หมีก็บอกว่า "โอ้ ใช่เลย ความคิดดีมาก ลูกหมี"
Oh, yeah, good one, Baby Bear: ใช้ good one เพื่อชม
ในประโยคนี้ good one เป็นวิธีสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการที่ใช้ชมความคิดที่ลูกหมีเพิ่งเสนอ หมายถึงประมาณว่า “เป็นความคิดที่ดี” หรือ “คิดได้ดี” ไม่ได้หมายถึง “สิ่งของที่ดีหนึ่งชิ้น” one ย้อนกลับไปแทนความคิด คำตอบ มุกตลก หรือการกระทำที่กำลังถูกประเมิน Oh, yeah แสดงว่าแม่หมีเข้าใจประเด็นนั้นแล้ว และ Baby Bear เป็นการเรียกผู้ที่ได้รับคำชมโดยตรง
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมเสนอแผนง่าย ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหา คำตอบใดเป็นคำชมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ
- Good one!
- Good luck!
- One more!
ดูคำตอบ
Good one!
going old school: เปลี่ยนไปใช้วิธีแบบดั้งเดิม
Going old school หมายถึงการเปลี่ยนไปใช้วิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบดั้งเดิม แบบที่ใช้กันมาก่อน หรือแบบที่พึ่งพาเทคโนโลยีน้อยลง ในโครงสร้างนี้ go มีความหมายว่าเปลี่ยนเป็นหรือเลือกใช้ และ old school ใช้บอกลักษณะของวิธีการ ไม่ได้หมายถึงการไปโรงเรียน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์แบบขบขัน เหล่าหมีเลิกใช้เทคนิคศิลปะการต่อสู้และกลับไปใช้พฤติกรรมพื้นฐานแบบหมี โดยทั่วไปสามารถใช้ go, goes, going หรือ went old school เมื่อใครสักคนกลับไปใช้รูปแบบหรือวิธีที่เก่ากว่า
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “เปลี่ยนไปใช้วิธีแบบดั้งเดิม” ให้สมบูรณ์: The card reader stopped working, so the cashier went ____ and wrote the total by hand.
ดูคำตอบ
old school
claws out, bear style: เร่งจังหวะการเล่าด้วยส่วนข้อความสั้น
Claws out, bear style ประกอบด้วยส่วนข้อความสั้น ๆ ที่ย่อไว้สองส่วน ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ Claws out แสดงสภาพร่างกายก่อนว่ากรงเล็บกางออกแล้ว จากนั้น bear style จึงเติมป้ายสั้น ๆ เพื่อบอกว่าทำการเคลื่อนไหวในลักษณะใด การวางส่วนข้อความทั้งสองติดกันทำให้ไม่ต้องใส่ประธานและคำกริยาที่จะทำให้เป็นประโยคสมบูรณ์ จังหวะการเล่าจึงเร็วขึ้นและให้ความรู้สึกเหมือนข้อความในการ์ตูนหรือคำบรรยายฉากต่อสู้ Bear style เป็นป้ายเรียกแบบขบขันที่สร้างขึ้นสำหรับช่วงเวลานี้ ไม่ใช่ชื่อทางการของระบบการต่อสู้
แบบฝึกหัด
การเรียบเรียงข้อความเป็น claws out, bear style แทนประโยคเต็มให้ผลหลักอย่างไร?
- ทำให้การเล่าเรื่องเร็วขึ้นและสร้างภาพที่ชัดเจนเหมือนในการ์ตูน
- ทำให้ความสัมพันธ์ด้านเวลาระหว่างอนุประโยคสมบูรณ์สองส่วนแม่นยำขึ้น
- บอกชื่อทางการของเทคนิคการต่อสู้สองแบบที่ได้รับการยอมรับ
ดูคำตอบ
ทำให้การเล่าเรื่องเร็วขึ้นและสร้างภาพที่ชัดเจนเหมือนในการ์ตูน
“I'm out of here”: บอกว่าจะออกไปทันที
“I'm out of here” เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในภาษาพูดอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อบอกว่าผู้พูดกำลังจะออกไปทันที ในประโยคนี้ โกลดิล็อกส์ตัดสินใจว่าจะไม่อยู่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่อและอยากรีบออกไป คำว่า out ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าตอนนี้เธออยู่ข้างนอกแล้ว ทั้งวลีสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที คือเธอกำลังจะออกจากสถานที่หรือสถานการณ์นั้น น้ำเสียงอาจฟังดูเด็ดขาด ตกใจ รำคาญ หรือพูดให้ดูเกินจริงแบบขำ ๆ ตามบริบท
แบบฝึกหัด
ในงานเลี้ยง Leo เห็นควันออกมาจากห้องครัวและพูดว่า “I'm out of here.” เขาหมายความว่าอย่างไร?
- เขาต้องการให้คนอื่นทั้งหมดออกไป
- เขากำลังจะออกไปทันที
- เขาอยู่ข้างนอกแล้ว
ดูคำตอบ
เขากำลังจะออกไปทันที
through the window, hits the floor, and starts running.
2:59ทะลุหน้าต่าง หล่นกระแทกพื้น แล้วเริ่มวิ่งหนีไป
“they're all high-fiving”: ทุกคนแปะมือฉลองกัน
“High-five” ใช้ได้ทั้งเป็นคำนามและคำกริยา ในที่นี้ใช้เป็นคำกริยา “High-fiving” คือรูป -ing ของคำนี้ หมายถึงการเอาฝ่ามือที่ยกขึ้นมาแตะกัน โดยปกติใช้เพื่อฉลองหรือแสดงความชื่นชม ใน “they're all high-fiving” คำว่า “they're” หมายถึง “they are” ดังนั้น be + -ing จึงแสดงว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น ส่วน “All” แสดงว่าสมาชิกในกลุ่มต่างก็ร่วมทำด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ high-five เติมประโยคให้สมบูรณ์: The team has just scored, and the players are ____.
ดูคำตอบ
high-fiving
all over Daddy Bear goin': ความสนใจอย่างรักใคร่และการยกคำพูด
ในฉากนี้ Momma Bear is all over Daddy Bear หมายถึงแม่หมีแสดงความสนใจอย่างรักใคร่ต่อพ่อหมีอย่างมาก โดยอยู่ใกล้เขาและชมเขาอย่างกระตือรือร้น คำชมที่ตามมายืนยันความหมายเชิงบวก ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่า Daddy Bear อยู่ “ทั่วทุกที่” Momma Bear's ย่อมาจาก Momma Bear is ส่วน goin' ในที่นี้ใช้เกริ่นสิ่งที่เธอกำลังพูด คล้ายกับ saying ไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังเดินทางไปไหน วลีนี้แสดงท่าทีตื่นเต้นของเธอก่อน แล้วจึงยกคำพูดของเธอมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After the show, Lena was all over her partner, hugging him and saying how brilliant he was,” คำว่า “was all over her partner” หมายถึงอะไร
- เธอกำลังตามหาคู่รักในหลายแห่ง
- เธอกำลังแสดงความรักใคร่อย่างมากและชมคู่รัก
- เธอกำลังวิจารณ์คู่รักด้วยความโกรธ
ดูคำตอบ
เธอกำลังแสดงความรักใคร่อย่างมากและชมคู่รัก
Like really manly and heroic: คำชมแบบแบ่งบทบาททางเพศที่เกินจริง
ในการพูดแบบกันเอง Like ใช้เกริ่นความคิดที่เสริมเข้ามาเพื่ออธิบาย awesome ก่อนหน้านี้ ที่นี่เป็นคำเชื่อมทางบทสนทนา ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” หรือคำบุพบทที่หมายถึง “คล้ายกับ” ส่วน Really เน้นทั้ง manly และ heroic Manly ชมคุณสมบัติที่ตามค่านิยมดั้งเดิมถือว่าเป็นความเป็นชาย ส่วน heroic หมายถึงกล้าหาญอย่างวีรบุรุษ การนำคำเหล่านี้มาเรียงซ้อนกันทำให้คำชมดูเกินจริงโดยเจตนา และช่วยเสริมมุกเกี่ยวกับบทบาททางเพศแบบดั้งเดิมในฉากนี้
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการประเมินผลงานอย่างเป็นทางการ การบอกเพื่อนร่วมงานคนใดก็ตามว่า “You were really manly” เป็นคำชมที่เป็นกลางและไม่มีความหมายเกี่ยวกับเพศ
- ถูกต้อง
- ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
Oh, yeah, thanks, babe: คำตอบสบาย ๆ และสนิทสนมระหว่างคนรัก
ในที่นี้ Oh, yeah เป็นการรับคำชมของอีกฝ่ายอย่างสบาย ๆ ส่วน thanks แสดงการขอบคุณและรับคำชมนั้น Yeah ไม่ใช่คำตอบตรงตัวของคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ช่วยให้คำตอบฟังดูผ่อนคลาย babe เป็นคำเรียกอีกฝ่ายโดยตรงและมักเป็นคำเรียกอย่างรักใคร่สำหรับคนรัก เมื่อใช้รวมกัน คำเหล่านี้แสดงว่าผู้พูดทั้งสองสนิทกันและรู้สึกสบายใจต่อกัน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะสมที่สุดที่จะพูดว่า “Thanks, babe.”?
- ลูกค้าใหม่แนะนำตัวในการประชุมอย่างเป็นทางการ
- คนแปลกหน้าถามทางคุณ
- คนรักของคุณชมผลงานของคุณ
ดูคำตอบ
คนรักของคุณชมผลงานของคุณ
and the ways of man really wasn't for them anymore. โน้ต
3:19และวิถีทางของมนุษย์ไม่เหมาะกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
the ways of man: ขนบของมนุษย์ในสำนวนโบราณ
ใน the ways of man คำว่า ways หมายถึงนิสัยตามแบบแผนและวิถีชีวิตของกลุ่มหนึ่ง ส่วน man เป็นการใช้แบบรวมหมู่ในสมัยเก่าที่หมายถึงมวลมนุษย์ ไม่ใช่ผู้ชายคนใดคนหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวมบ้าน โจ๊ก และเสื้อผ้าไว้เป็นส่วนประกอบของชีวิตมนุษย์ ถ้อยคำนี้ฟังดูเป็นวรรณกรรม โบราณ และคล้ายภาษานิทาน โดยเปลี่ยนรายการสิ่งธรรมดาให้ฟังเหมือนข้อสรุปอันยิ่งใหญ่ จึงสร้างน้ำเสียงที่ขบขันเล็กน้อยและแสร้งทำเป็นจริงจัง
แบบฝึกหัด
ใน “The wolf rejected the ways of man and returned to the forest,” คำว่า the ways of man หมายถึงอะไร?
- วิธีที่ใช้เฉพาะผู้ชายวัยผู้ใหญ่
- ขนบและวิถีชีวิตของมนุษย์
- ถนนที่เป็นของผู้ชายคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
ขนบและวิถีชีวิตของมนุษย์
really wasn't for them anymore: ไม่เหมาะกับพวกเขาอีกต่อไปแล้วจริง ๆ
be for someone อาจหมายถึง “เหมาะกับใครบางคน” หรือ “เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครบางคน” ในประโยคนี้ wasn't for them หมายความว่าวิถีชีวิตของมนุษย์ไม่ตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ โดย for ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของพวกเขา” really ช่วยเน้นการตัดสินนี้ ส่วน anymore แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา สิ่งนั้นอาจเคยดูยอมรับได้ แต่ตอนนี้ไม่เหมาะอีกแล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ something is/isn't for someone anymore
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อปัจจุบันของ be for someone และ anymore: Now that I need more quiet time, city life ____.
ดูคำตอบ
isn't for me anymore
So, they sold the house and moved into the forest
3:21ดังนั้น พวกเขาจึงขายบ้านและย้ายเข้าไปอยู่ในป่า
for the rest of their lives: ตลอดชีวิตที่เหลือของพวกเขา
for the rest of their lives หมายถึง “ตั้งแต่จุดนั้นไปจนถึงวาระสุดท้ายของแต่ละคน” วลีนี้แสดงว่าการกระทำหรือสภาวะหนึ่งดำเนินต่อไปตลอดเวลาที่เหลือทั้งหมด โครงสร้างคือ for the rest of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/lives โดย rest ในที่นี้หมายถึง “ส่วนที่เหลือ” ไม่ใช่การพักผ่อน และ lives เป็นพหูพจน์เพราะ their หมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ตั้งแต่นั้นไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ”: After moving to the coast, she stayed there ____.
ดูคำตอบ
for the rest of her life
and lived happily ever after: สำนวนปิดท้ายแบบนิทาน
ตอนจบนิทาน lived happily ever after หมายถึงตัวละครใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปนับจากเวลานั้น ever after ชี้ถึงอนาคตที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงช่วงสั้น ๆ หลังเหตุการณ์หนึ่ง ในประโยคนี้ and เชื่อมผลลัพธ์สุดท้ายเข้ากับเหตุการณ์สุดท้ายของเรื่อง สำนวนทั้งหมดบอกผู้ฟังว่าปัญหาหลักได้รับการแก้ไขแล้ว และเรื่องกำลังจบลงอย่างมีความสุข
แบบฝึกหัด
“and lived happily ever after” ที่ตอนจบของนิทานส่งสัญญาณถึงอะไร
- ความขัดแย้งหลักได้รับการแก้ไข และเรื่องจบลงอย่างมีความสุข
- ตัวละครมีความสุขเพียงช่วงสั้น ๆ
- ความขัดแย้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น
ดูคำตอบ
ความขัดแย้งหลักได้รับการแก้ไข และเรื่องจบลงอย่างมีความสุข
The end.: สำนวนตายตัวสำหรับปิดเรื่อง
เมื่อ The end. ปรากฏเดี่ยว ๆ หลังเรื่องราว จะแสดงว่าเป็นสำนวนปิดเรื่องแบบตายตัวซึ่งหมายถึงเรื่องจบแล้ว สำนวนนี้กำหนดขอบเขตสุดท้ายของเรื่องเล่า แทนที่จะเพิ่มเหตุการณ์ใหม่ end ในที่นี้หมายถึงจุดจบเฉพาะของเรื่องนี้ ไม่ได้บรรยายส่วนปลายทางกายภาพของสิ่งของหรือสถานที่
แบบฝึกหัด
ข้อความใดบอกอย่างชัดเจนว่าเรื่องราวจบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
- To be continued.
- The end.
- Once upon a time.
ดูคำตอบ
The end.