ความมีสติใน 'ความบ้าคลั่ง': บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความนี้มองภาวะใจพังภายใต้แรงกดดันทางสังคมในมุมใหม่ การหยุดพักอาจช่วยให้เราพบอารมณ์และข้อคิดที่ถูกละเลย ก่อนกลับไปเผชิญชีวิตประจำวันพร้อมสิ่งที่มีคุณค่า ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “crept up on us” — กริยาวลี: บรรยายหน้าที่ กำหนดเวลา ความกดดัน หรืออายุที่ค่อย ๆ เข้ามาส่งผลก่อนเราจะตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงเต็มที่ 2. “a good mental breakdown.” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่า good พลิกความหมายลบของ breakdown และแยกการพังทลายธรรมดาออกจากการกลับมาเชื่อมโยงภายในที่มีประโยชน์อย่างไร 3. “just do belong” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ do หน้ากริยารูปพื้นฐานในประโยคบอกเล่า เพื่อยืนยันว่าบางสิ่งเป็นจริงเมื่อตอบข้อสงสัยหรือสมมติฐานตรงข้าม
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Life requires us to be very sane pretty much all the time. โน้ต
0:00ชีวิตเรียกร้องให้เราต้องมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์อยู่แทบจะตลอดเวลา
require + บุคคล + to be/do
ใน requires us to be คำว่า require ตามด้วยบุคคลหรือกลุ่ม (us) แล้วตามด้วยกริยารูปไม่ผันที่มี to (to be) โครงสร้างคือ require + someone + to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสถานการณ์ กฎ หรือหน้าที่ทำให้การกระทำนั้นจำเป็น ในที่นี้ Life ถูกกล่าวเสมือนว่าสามารถตั้งข้อเรียกร้องได้ วลีนี้นำเสนอการมีสติและใช้เหตุผลอย่างมากว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ชีวิตเรียกร้อง ไม่ใช่แค่สิ่งที่คนเราอยากทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ require และคำว่า visitors / wear: The safety rules ____ helmets in this area.
ดูคำตอบ
require visitors to wear
pretty much all the time: แทบจะตลอดเวลา
pretty much ในที่นี้หมายถึง “เกือบ” หรือ “แทบจะ” ส่วน pretty ไม่ได้หมายถึง “สวย” เมื่อนำไปวางหน้า all the time จะช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความลงเล็กน้อย ดังนั้น pretty much all the time จึงหมายถึง “เกือบตลอดเวลา” หรือ “แทบจะเสมอ” เป็นการบอกความถี่ที่สูงมาก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เครื่องพิมพ์ในสำนักงานแทบไม่เสียและทำงานได้เกือบทุกครั้งที่มีคนต้องการใช้ ประโยคใดอธิบายได้ดีที่สุด
- The printer works most of the time but fails often.
- The printer works all the time with no exceptions.
- The printer works pretty much all the time.
ดูคำตอบ
The printer works pretty much all the time.
On a daily basis: วิธีพูดว่า “ทุกวัน” อย่างเป็นทางการ
On a daily basis หมายถึง “ทุกวัน” หรือ “เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในแต่ละวัน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดความถี่ให้กับหน้าที่ทั้งหมดที่ตามมา โครงสร้างคือ on a/an + คำคุณศัพท์ + basis ในที่นี้ daily ขยายคำนาม basis และบุพบทวลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนขยายบอกเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเกี่ยวกับกระบวนการอย่างเป็นทางการด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ทุกวัน”: The equipment is inspected ____.
ดูคำตอบ
on a daily basis
These obligations slowly crept up on us as we were growing up. กริยาวลี
0:16ภาระหน้าที่เหล่านี้ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเราในขณะที่เราเติบโตขึ้น
Crept up on us: การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยที่รู้ตัวภายหลัง
Crept up on us เป็นรูปอดีตของ creep up on someone ในที่นี้หมายถึงภาระหน้าที่ค่อย ๆ ก่อตัวและส่งผลต่อคนในกลุ่มก่อนที่พวกเขาจะตระหนักถึงมันอย่างเต็มที่ กรรมอยู่หลัง on: creep up on me/you/us วลีนี้มักทำให้เวลา ความกดดัน กำหนดส่ง อารมณ์ หรือการตระหนักรู้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เข้ามาอย่างเงียบ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “ค่อย ๆ เข้าใกล้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น”: I was focused on other work, so the deadline ____ me.
ดูคำตอบ
crept up on
การใช้“The problem is”เพื่อแนะนำปัญหาหลัก
The problem is เป็นคำบอกทิศทางของบทสนทนา โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่ปัญหาหรือข้อวิจารณ์หลัก ในประโยคนี้ อนุประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาคระบุปัญหานั้น นั่นคือ ไม่มีใครรักษาวิถีชีวิตที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ได้ตลอดทั้งชีวิต รูปแบบนี้ทำให้อนุประโยคที่ตามมากลายเป็นปัญหาหลักของเหตุผลที่กำลังนำเสนอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกทิศทางจากตัวอย่างที่ใช้แนะนำปัญหาหลัก: ____, the room is too small for all thirty guests.
ดูคำตอบ
The problem is
การละคำในโครงสร้างคู่ขนานของ“our minds too delicate”
ประโยคนี้มีอนุประโยคคู่ขนานสองส่วน คือ The burdens are too great และ our minds are too delicate โดยละ are ในส่วนที่สอง เพราะสามารถเติมกริยาเชื่อมคำเดียวกันได้จากอนุประโยคแรก การละคำแบบนี้ทำให้ข้อสรุปทั้งสองกระชับและสมดุล ส่วนหลังไม่ใช่วลีที่ขาดโดยความผิดพลาด เพราะโครงสร้างคู่ขนานช่วยให้ทราบกริยาที่หายไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การละคำในโครงสร้างคู่ขนานแบบเดียวกับตัวอย่างได้ถูกต้อง
- The first route is too long, and the second is too dangerous.
- The first route is too long, the second too dangerous.
- The first route is too long because the second is too dangerous.
ดูคำตอบ
The first route is too long, the second too dangerous.
Unfortunately, society doesn't give us much room to fall apart. โน้ต
0:32น่าเสียดายที่สังคมไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้เราได้สติแตกมากนัก
give someone room to do something: ให้ใครมีพื้นที่ทำบางสิ่ง
ในโครงสร้าง give someone room to do something คำว่า room เป็นคำนามนามธรรมที่นับไม่ได้ หมายถึงอิสระ โอกาส หรือพื้นที่ทางอารมณ์ ไม่ใช่ห้องจริง ๆ ในประโยคนี้ รูปแบบ give us much room to เชื่อม us เข้ากับการกระทำที่ตามมา คือ fall apart เนื่องจากอนุประโยคเป็นรูปปฏิเสธ much จึงหมายถึง “ปริมาณมาก” ดังนั้น doesn't give us much room to จึงสื่อว่าสังคมแทบไม่เปิดพื้นที่ให้เกิดการตอบสนองแบบนั้น โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงการตัดสินใจด้วยตนเอง การทำผิดพลาด และการฟื้นตัวได้ เช่น give people room to decide, learn, or recover
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง give someone room to: Good teachers ____ make mistakes and learn from them.
ดูคำตอบ
give students room to
fall apart: พังทลายทางอารมณ์จนรับมือต่อไปไม่ไหว
fall apart ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ เมื่อประธานเป็นคน หมายถึงสูญเสียความมั่นคงทางอารมณ์หรือไม่สามารถรับมือไหวต่อไป ไม่ได้หมายถึงร่างกายแตกออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ สำนวนนี้บรรยายการทรุดลงอย่างรุนแรงภายใต้แรงกดดัน แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้ระบุหรือวินิจฉัยภาวะทางการแพทย์ กริยาวลีเดียวกันยังใช้กับความสัมพันธ์ แผน หรือระบบที่พังลงได้ โดยบริบทจะบอกว่าหมายถึงการพังแบบใด
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อสื่อถึงการพังทลายทางอารมณ์? After weeks of constant pressure, Maya felt she was beginning to ...
- fall behind
- fall asleep
- fall apart
- fall over
ดูคำตอบ
fall apart
It wants us at the desk 9:00 a.m. sharp every day การใช้คำ
0:36มันต้องการให้เราอยู่ที่โต๊ะทำงานตอน 9.00 น. ตรงของทุกวัน
9:00 a.m. sharp: ตรงตามเวลาที่ระบุพอดี
เมื่อ sharp อยู่หลังเวลาที่ระบุชัดเจน จะหมายถึง “ตรงตามเวลานั้นพอดี โดยไม่ล่าช้าหรือยืดหยุ่น” ในที่นี้ 9:00 a.m. sharp บอกว่าเวลาที่กำหนดคือตรง 9.00 น. ไม่ใช่เวลาโดยประมาณหรือเพียงเส้นตายอย่างช้าที่สุด การใช้ sharp กับเวลาเป็นการเน้นย้ำ และมักสื่อถึงตารางเวลาหรือคำสั่งที่เข้มงวด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีขอบคม”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกำหนดให้ 8.00 น. เป็นเวลาที่แน่นอน ไม่ใช่เวลาโดยประมาณหรือเส้นตายอย่างช้าที่สุด
- Be there by 8:00.
- Be there at 8:00 sharp.
- Be there around 8:00.
ดูคำตอบ
Be there at 8:00 sharp.
let up: เบาลง
Let up เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “ลดความแรง ความรุนแรง หรือความต่อเนื่องลง” ในประโยคนี้ doesn't let up หมายความว่าแรงกดดันไม่เคยผ่อนคลายและยังคงอยู่ในระดับที่หนักเท่าเดิม สิ่งที่อ่อนกำลังลงมักเป็นประธาน เช่น the rain lets up, the pain lets up หรือ the pressure lets up โดย let ใน let up ไม่ได้หมายถึง “อนุญาต”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ let up ในความหมายว่า “ลดความรุนแรงลง”
- She let the package down gently with a rope.
- The noise finally let up after the machines were turned off.
- The manager let us leave after lunch.
ดูคำตอบ
The noise finally let up after the machines were turned off.
So we have no option but to keep going ไวยากรณ์
0:46ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไป
have no option but to: ทางเลือกเดียวที่ทำได้จริง
Have no option but to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์ทำให้เหลือแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ การเดินหน้าต่อไปแม้จะมีแรงกดดันคือการกระทำเดียวที่เหลืออยู่ ในโครงสร้างตายตัวนี้ but ไม่ได้เป็นคำเชื่อมแสดงความขัดแย้งตามปกติ แต่ตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น have no option but to continue
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง no option จากบทเรียน: The last bus had already left, so we ____ walk home.
ดูคำตอบ
had no option but to
while on the side we may well be drinking too much, โน้ต
0:49ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเราอาจจะดื่มหนักเกินไป
on the side: กิจกรรมเพิ่มเติมที่ไม่ค่อยเปิดเผย
ในที่นี้ on the side หมายถึงมีบางสิ่งเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากกิจวัตรหลักที่คนทั่วไปมองเห็น และมักเกิดขึ้นในลักษณะที่ไม่เปิดเผยมากนัก วลีนี้ทำให้การดื่มมากเกินไปเป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่ดำเนินคู่ขนานไปกับการรับผิดชอบหน้าที่ตามปกติ เมื่อเป็นวลีวิเศษณ์ on the side สามารถขยายกิจกรรมได้ เช่น work on the side หรือ sell cakes on the side ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท และการใช้ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Maya teaches during the day and translates books on the side,' on the side หมายความว่าอะไร?
- ที่ตำแหน่งจริงข้างหนังสือ
- เป็นกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานหลักของเธอ
- โดยแยกเสิร์ฟหนังสือต่างหาก
ดูคำตอบ
เป็นกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานหลักของเธอ
may well: มีความเป็นไปได้สูงแต่ยังกล่าวอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ may well หมายถึง “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง” ผู้พูดมองว่าการดื่มมากเกินไปเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ may well + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น may well be และ may well happen คำว่า well เพิ่มระดับความเป็นไปได้ที่ may สื่อ แต่ยังคงน้ำเสียงที่ระมัดระวังและไม่ฟันธง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายความว่าความล่าช้ามีแนวโน้มจะต่อเนื่องถึงวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่แน่นอน: The delay _____ continue into tomorrow.
- may as well
- will definitely
- may well
ดูคำตอบ
may well
calming ourselves down: calm + คน + down
calming ourselves down หมายถึงการทำให้ตัวเราเองรู้สึกตึงเครียด ไม่สบายใจ หรือตื่นเต้นน้อยลง ourselves เป็นกรรม เพราะคนที่ทำให้สงบกับคนที่ได้รับผลจากการกระทำนั้นเป็นคนกลุ่มเดียวกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ calm + คน + down เช่น calm myself down หรือ calm the child down คำว่า down เป็นอนุภาคในกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ calm สรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง และ down: Before the speech, I took a deep breath to ____.
ดูคำตอบ
calm myself down
and developing all kinds of physical twitches and ailments.
0:57และเกิดอาการกระตุกหรือโรคทางกายสารพัดอย่าง
without a few quite open incidents of complete breakdown,
1:05โดยปราศจากเหตุการณ์สติแตกอย่างเปิดเผยสักสองสามครั้ง
No good life can or should go by without ...: ชีวิตที่ดีไม่อาจและไม่ควรผ่านไปโดยไม่มี…
โครงสร้าง no X can or should go by without Y บอกว่า ชีวิต ช่วงเวลา หรือประสบการณ์หนึ่งทั้งช่วงไม่อาจผ่านไปโดยไม่มี Y เลย และในมุมมองของผู้พูดก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้นด้วย คำปฏิเสธ no ทำงานร่วมกับ without จนเกิดความหมายนี้ ไม่ได้หมายความว่า X ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ในประโยคนี้ go by หมายถึง “ผ่านไป” หรือ “ถูกใช้ชีวิตผ่านไป” ส่วน can แสดงว่าคำกล่าวนี้เป็นสิ่งที่เป็นจริงหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ should เพิ่มการประเมินของผู้พูดว่า ช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้มีที่ทางอันเหมาะสมในชีวิตที่ดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างตรงตามบทเรียน: No school year ____ a few challenges.
ดูคำตอบ
can or should go by without
Pull up a white flag: อุปมาเปรียบเทียบถึงการยอมแพ้
ธงขาวเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนทั่วไปรู้จักว่าแสดงถึงการยอมจำนนหรือการขอให้หยุดต่อสู้ ในที่นี้ pull up a white flag ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบุคคลนั้นยอมรับว่าไม่สามารถรับมือด้วยวิธีเดิมต่อไปได้ และหยุดต่อต้านชั่วคราว ภาพนี้ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวดูเหมือนการส่งสัญญาณอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยอาจสื่อถึงการขอพัก ขอความช่วยเหลือ หรือขอความเมตตา ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After several failed attempts, Leo raised the white flag and called for help,” raised the white flag หมายความว่าอะไร?
- เขาฉลองชัยชนะอย่างสมบูรณ์
- เขาเพิกเฉยต่อปัญหาอย่างเงียบ ๆ
- เขายอมรับว่าไม่สามารถทำต่อไปได้ด้วยตัวคนเดียว
ดูคำตอบ
เขายอมรับว่าไม่สามารถทำต่อไปได้ด้วยตัวคนเดียว
declare ourselves simply unable to cope: การยอมรับข้อจำกัดอย่างเป็นทางการ
To declare ourselves unable to cope หมายถึงการกล่าวอย่างชัดเจนและเป็นทางการว่าเราไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ โครงสร้างคือ declare + สรรพนามสะท้อนกลับ + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ เช่น declare ourselves unable simply ในที่นี้ทำให้การยอมรับฟังดูตรงและหนักแน่นขึ้น cope หมายถึงจัดการกับสถานการณ์ได้สำเร็จ และเมื่อต้องระบุปัญหา ให้ใช้รูป cope with something
แบบฝึกหัด
เติมข้อความแถลงอย่างเป็นทางการด้วยสำนวนเป้าหมายให้ตรงทั้งหมด: “After reviewing the emergency workload, we must ____.”
ดูคำตอบ
declare ourselves simply unable to cope
or fulfill any of our normal functions for a time. การใช้คำ
1:15หรือไม่สามารถทำหน้าที่ตามปกติใดๆ ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
fulfill any of our normal functions: ทำหน้าที่ตามที่คาดหวัง
Fulfill any of our normal functions หมายถึงการทำกิจกรรม ใช้ความสามารถ หรือรับผิดชอบสิ่งที่ตามปกติคาดหวังจากเรา functions ในที่นี้หมายกว้าง ๆ ถึงความสามารถตามปกติในการทำงาน การเข้าสังคม และชีวิตประจำวัน เนื่องจากวลีนี้เชื่อมคู่ขนานกับ unable to คำว่า any จึงขยายขอบเขตของความหมายเชิงปฏิเสธ กล่าวคือ ผู้พูดไม่สามารถทำได้แม้แต่หน้าที่ตามปกติอยู่ช่วงหนึ่ง โครงสร้าง fulfill + function เน้นการทำสิ่งที่บทบาทหรือระบบนั้นถูกคาดหวังให้ทำ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Fatigue made her unable to fulfill her normal functions at work,” วลี fulfill her normal functions หมายความว่าอย่างไร
- ทำกิจกรรมและความรับผิดชอบตามปกติของเธอ
- ค้นพบบทบาทใหม่ให้ตนเอง
- ทำให้ความปรารถนาส่วนตัวของเธอเป็นจริง
ดูคำตอบ
ทำกิจกรรมและความรับผิดชอบตามปกติของเธอ
Rather than seeing: ปฏิเสธมุมมองหนึ่งและเสนออีกมุมมองหนึ่ง
โครงสร้าง rather than + -ing ใช้เสนอการกระทำหรือมุมมองที่ผู้พูดไม่เลือก ในประโยคนี้ Rather than seeing this as an illness ปฏิเสธการตีความว่าสิ่งนี้เป็นอาการป่วย จากนั้นประโยคหลักเสนอการตีความที่ผู้พูดเห็นว่าเหมาะกว่าในรูปประโยคกรรมวาจก สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือการตีความสองแบบ คือไม่มองว่าเป็น A แต่ให้เข้าใจว่าเป็น B
แบบฝึกหัด
ใช้ rather than และรูป -ing ของ see เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the delay as a failure, see it as a chance to improve the plan.
ดูคำตอบ
Rather than seeing
interpreted as evidence of: เชื่อมข้อสังเกตเข้ากับข้อสรุป
รูปแบบ interpret X as evidence of Y แสดงลำดับการให้เหตุผล โดย X คือข้อเท็จจริงที่สังเกตพบ และ Y คือข้อสรุปที่ผู้สังเกตเห็นว่า X สนับสนุน ในประโยคนี้ ปรากฏการณ์ที่กำลังกล่าวถึงถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งสนับสนุนความเป็นปกติและแม้กระทั่งสุขภาวะที่ดี As evidence of ไม่ได้หมายความว่าข้อสรุปนั้นได้รับการพิสูจน์โดยอัตโนมัติ แต่แสดงการตีความเชิงวิเคราะห์ และมักแม่นยำกว่าการพูดเพียงว่า X means Y
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกของ interpret แล้วตามด้วย evidence of เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The repeated errors should be ____ a problem in the process.
ดูคำตอบ
interpreted as evidence of
we might be lying in bed staring at the ceiling for long periods,
1:28เราอาจจะนอนอยู่บนเตียงจ้องมองเพดานเป็นเวลานาน
wearing strange clothes and sitting on the porch all day
1:34สวมเสื้อผ้าแปลกๆ และนั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านทั้งวัน
Taking off ในความหมายว่าออกเดินทางอย่างกะทันหัน
ในที่นี้ taking off หมายถึงการจากไปหรือออกเดินทาง โดยให้ความรู้สึกว่าการไปนั้นอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือตามแรงกระตุ้นชั่วขณะ วลีที่ตามมาอย่าง to strange places ระบุจุดหมายของการเคลื่อนที่ ดังนั้น take off ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงเครื่องบินขึ้นหรือการถอดเสื้อผ้า ต้องดูประธาน คำที่อยู่ใกล้เคียง และโครงสร้างประโยคเพื่อพิจารณาว่ากริยาวลีที่พบบ่อยนี้ใช้ในความหมายใด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The tourists kept taking off to unfamiliar towns without warning,” taking off หมายถึงอะไร
- นักท่องเที่ยวเหล่านั้นถอดเสื้อผ้าในเมืองต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ
- เครื่องบินของนักท่องเที่ยวเหล่านั้นลอยขึ้นเหนือเมืองต่าง ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- นักท่องเที่ยวเหล่านั้นออกเดินทางไปยังเมืองที่ไม่คุ้นเคยอย่างกะทันหันอยู่เรื่อย ๆ
ดูคำตอบ
นักท่องเที่ยวเหล่านั้นออกเดินทางไปยังเมืองที่ไม่คุ้นเคยอย่างกะทันหันอยู่เรื่อย ๆ
Naturally, such phases won't be easy for those around us,
1:48โดยธรรมชาติแล้ว ช่วงเวลาเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ง่ายสำหรับคนรอบข้าง
but we should collectively know how to tolerate these phases
1:52แต่เราควรรู้ร่วมกันว่าจะอดทนต่อช่วงเวลาเหล่านี้ได้อย่างไร
We should allow similar moments for our minds.
2:03เราก็ควรอนุญาตให้มีช่วงเวลาที่คล้ายกันสำหรับจิตใจของเรา
We allow our bodies ... We should allow similar moments: การสร้างข้อเปรียบเทียบ
สองประโยคนี้ใช้โครงสร้างที่สอดคล้องกันและจับคู่แนวคิด bodies ในประโยคแรกกับ minds ในประโยคที่สอง เรายอมรับได้ว่าร่างกายอาจทรุดลงและต้องการพัก ส่วน similar moments ชี้กลับไปที่ breakdown and rest โดยเฉพาะ และนำแนวคิดที่ยอมรับแล้วนี้ไปใช้กับสภาพจิตใจ นี่คือการเปรียบเทียบเพื่อจัดระเบียบข้อโต้แย้ง การเชื่อมข้อเสนอที่สองกับข้อเสนอแรกที่คุ้นเคยทำให้ยอมรับข้อเสนอที่สองได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการทางร่างกายและจิตใจเหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
โครงสร้างที่ขนานกันในประโยคต่อไปนี้มีหน้าที่หลักอะไร: “We allow our bodies to have moments of breakdown and rest. We should allow similar moments for our minds.”
- อ้างว่าร่างกายและจิตใจทรุดลงและฟื้นตัวในแบบที่เหมือนกันทุกประการเสมอ
- กล่าวถึงการพักสองชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยไม่เชื่อมโยงทั้งสองอย่าง
- ใช้การยอมรับว่าร่างกายอาจทรุดลงและต้องพัก เพื่อสนับสนุนให้ยอมรับช่วงเวลาที่คล้ายกันสำหรับจิตใจ
ดูคำตอบ
ใช้การยอมรับว่าร่างกายอาจทรุดลงและต้องพัก เพื่อสนับสนุนให้ยอมรับช่วงเวลาที่คล้ายกันสำหรับจิตใจ
In any case ในฐานะสัญญาณกลับสู่ประเด็นหลัก
In any case เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ใช้พักรายละเอียด ทางเลือก หรือความไม่แน่นอนที่เพิ่งกล่าวถึงไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนไปยังประเด็นที่ยังคงเป็นจริงไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ในประโยคนี้ คำดังกล่าวปิดแนวคิดก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อกล่าวอ้างที่กว้างขึ้นของผู้เขียนเกี่ยวกับ “โลกที่ปกติดี” ไม่ได้หมายถึง “ในกรณีเฉพาะกรณีหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in any case เพื่อพักรายละเอียดที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไว้และกลับสู่ประเด็นหลัก
- Take an umbrella just in case it rains.
- In this case, the blue button starts the machine.
- We may never know why the train was delayed. In any case, we arrived before the meeting began.
ดูคำตอบ
We may never know why the train was delayed. In any case, we arrived before the meeting began.
การใช้ so-called เพื่อตั้งคำถามต่อป้ายกำกับ
So-called วางไว้หน้าคำเรียกหรือป้ายกำกับที่ผู้คนใช้ อาจมีความหมายเพียงว่า “ที่มักเรียกกันว่า” แต่บริบทรอบข้างมักทำให้มีน้ำเสียงสงสัยหรือเยาะเย้ย ในประโยคนี้ sane ถูกนำเสนอเป็นป้ายกำกับที่ผู้เขียนไม่ยอมรับ เพราะ pretty disturbed too ขัดแย้งกับคำบรรยายนั้นโดยตรง โลกนี้ถูกเรียกว่า sane แต่ผู้เขียนไม่ยอมรับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so-called อย่างชัดเจนที่สุดเพื่อตั้งคำถามว่าป้ายกำกับนั้นถูกต้องหรือไม่
- She called me after lunch.
- The device is called a pressure sensor.
- The so-called quick fix created three new problems.
ดูคำตอบ
The so-called quick fix created three new problems.
sane world is pretty disturbed too: ความย้อนแย้งที่จงใจสร้าง
ประโยคนี้วาง sane กับ disturbed ไว้คู่กัน ทั้งที่ปกติทั้งสองคำชี้ไปยังสภาวะตรงข้ามกัน ความขัดแย้งที่เห็นนี้เป็นสิ่งที่ตั้งใจสร้างขึ้น โดย sane คือป้ายที่ผู้คนยอมรับและใช้เรียกโลก ส่วน disturbed คือการตัดสินของผู้พูดต่อพฤติกรรมจริงของโลกนั้น pretty ในที่นี้หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน too เชื่อมโลกนี้เข้ากับสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ก่อนหน้าแล้วว่ามีปัญหา เมื่อนำมารวมกัน ความขัดแย้งนี้จึงพลิกเส้นแบ่งตามปกติระหว่างสังคมที่เรียกว่า “ปกติ” กับคนที่สังคมนั้นเรียกว่าผิดปกติ
แบบฝึกหัด
ความขัดแย้งใน “the sane world is pretty disturbed too” ทำหน้าที่หลักอย่างไร
- มันอ้างว่าทุกคนในโลกได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์แบบเดียวกัน
- มันท้าทายป้าย sane ด้วยการบอกว่าโลกที่ถูกมองว่าปกติก็มีพฤติกรรมที่ผิดปกติเช่นกัน
- มันใช้ disturbed เพียงเพื่อหมายความว่ามีคนขัดจังหวะโลก
- มันบอกว่าโลกเคยมีสุขภาพดี แต่จู่ ๆ ก็ผิดปกติขึ้นมา
ดูคำตอบ
มันท้าทายป้าย sane ด้วยการบอกว่าโลกที่ถูกมองว่าปกติก็มีพฤติกรรมที่ผิดปกติเช่นกัน
apparently mental health ... destroying the planet: การสังเกตการประชด
ประโยคนี้ฟังเผิน ๆ เหมือนบอกว่าการทำลายโลกเป็นหลักฐานของสุขภาพจิตดี แต่ผู้พูดหมายถึงตรงกันข้าม apparently ใช้เพื่อเว้นระยะอย่างกังขา คือสะท้อนคำอ้างของสังคมว่าตนมีสุขภาพจิตดี ไม่ใช่แสดงความเห็นด้วยอย่างจริงใจ ผู้พูดสร้างการประชดด้วยการนำป้ายความหมายเชิงบวก mental health ไปจับคู่กับการกระทำสุดโต่ง destroying the planet ผู้อ่านควรอนุมานว่าสังคมที่มุ่งทำลายเช่นนี้ย่อมเอาพฤติกรรมของตนมาเป็นหลักฐานของความมีสติอย่างสมเหตุสมผลไม่ได้ set ourselves the task of ยังทำให้การกระทำนั้นดูเป็นสิ่งที่ตั้งใจเลือกและลงมืออย่างแข็งขัน จึงทำให้คำวิจารณ์คมขึ้น
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับเจตนาของผู้พูดมากที่สุด
- ผู้พูดชื่นชมผู้คนที่ทำงานยากอย่างเต็มกำลัง
- ผู้พูดตั้งคำถามเชิงประชดต่อสังคมที่เรียกตนเองว่ามีสุขภาพจิตดี ทั้งที่กำลังจงใจทำลายโลก
- ผู้พูดให้คำนิยามทางคลินิกของสุขภาพจิตโดยอิงจากการกระทำต่อสิ่งแวดล้อม
- ผู้พูดรายงานการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่เกี่ยวกับโลกอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ
ผู้พูดตั้งคำถามเชิงประชดต่อสังคมที่เรียกตนเองว่ามีสุขภาพจิตดี ทั้งที่กำลังจงใจทำลายโลก
set ourselves the task of + -ing: กำหนดงานให้ตัวเอง
“set ourselves the task of” หมายถึงเราจงใจกำหนดให้บางสิ่งเป็นงานหรือเป้าหมายของเราเอง ในประโยคนี้ การทำร้ายโลกถูกนำเสนอราวกับว่ามนุษยชาติเลือกให้เป็นภารกิจอย่างรู้ตัว จึงเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่การบรรยายแผนอย่างเป็นทางการ โครงสร้างคือ set + สรรพนามสะท้อนกลับ + the task of + -ing โดยสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I set myself, she set herself และ we set ourselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “เรากำหนดให้นี่เป็นงานของเราเอง”: We ____ checking every source before publishing the report.
ดูคำตอบ
set ourselves the task of
Work to meet punishing but arbitrary economic targets, วลี
2:18ทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ทรมานแต่ก็ไร้เหตุผล
meet ... targets: บรรลุเป้าหมายที่กำหนด
ใน “meet punishing but arbitrary economic targets” คำว่า meet หมายถึงการบรรลุระดับที่กำหนดหรือทำได้ตามเป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการพบใครสักคน ส่วน punishing but arbitrary เป็นการวิจารณ์ว่าเป้าหมายนั้นหนักหนาและถูกกำหนดโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ meet มีคำอื่นแทรกระหว่าง meet กับ targets ได้ เพราะคำเหล่านั้นขยาย targets กลุ่มคำที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ meet + target(s) โดยอาจมีคำกำหนดหรือคำขยาย เช่น meet the target, meet strict targets และ meet our annual targets
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The new plan should help us meet our monthly targets,” คำว่า meet หมายถึงอะไร?
- บรรลุระดับที่กำหนด
- ประชุมกับใครสักคน
- ตัดสินใจว่าจะกำหนดเป้าหมายอะไร
ดูคำตอบ
บรรลุระดับที่กำหนด
leave ourselves no time for anything but work, วลี
2:21ไม่เหลือเวลาให้ตัวเองสำหรับสิ่งอื่นใดนอกจากงาน
leave ourselves no time for: ทำให้ไม่มีเวลาเหลือ
ใน leave ourselves no time for... คำว่า leave หมายถึง “ทำให้ใครบางคนตกอยู่ในสภาพหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ออกจากสถานที่” โครงสร้างคือ leave + person + no time for + noun or -ing form กล่าวคือ ตารางเวลาหรือการตัดสินใจทำให้คนนั้นไม่มีเวลาสำหรับบางสิ่ง ในที่นี้ ourselves เป็นคำสรรพนามสะท้อนกลับ คนกลุ่มเดียวกันเป็นทั้งผู้ทำให้เกิดการทำงานหนักเกินไปและผู้รับผลลัพธ์ โครงสร้างนี้เน้นสาเหตุของการไม่มีเวลา ไม่ใช่เพียงบอกว่าเวลามีจำกัด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง leave + person + no time for: The two-hour commute ____ exercise on weekdays.
ดูคำตอบ
leaves me no time for
anything but work: ความหมายว่า “นอกจาก” ภายใต้ no time for
ใน no time for anything but work วลี anything but work เป็นนามวลีที่หมายถึง “อะไรก็ตามนอกจากงาน” ส่วน no time for ปฏิเสธวลีทั้งหมดนั้น กิจกรรมที่ไม่ใช่งานจึงถูกตัดออกทั้งหมดและเหลือเพียงงาน ให้อ่านโครงสร้างจากด้านนอกเข้าด้านใน: no time for [anything except X] หมายถึง “มีเวลาให้เฉพาะ X”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The deadline left us no time for anything but revisions,” ทั้งประโยคหมายความว่าอย่างไร?
- ทำงานใดก็ได้ยกเว้นการแก้ไข
- มีเวลาสำหรับการแก้ไขเท่านั้น
- การแก้ไขเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
มีเวลาสำหรับการแก้ไขเท่านั้น
drown in toxic media: จมอยู่กับเนื้อหาสื่อที่เป็นพิษ
ในประโยคนี้ drown in เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงถูกบางสิ่งที่มีมากเกินไปถาโถมจนรับมือไม่ไหว Drown in toxic media หมายถึงเสพเนื้อหาสื่อที่เป็นอันตรายหรือไม่ดีต่อสุขภาวะมากจนรู้สึกว่าควบคุมหรือหลุดออกมาได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการจมน้ำจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ drown in + คำนาม เช่น drown in work, debt หรือ information โดยปกติจะสื่อว่าปริมาณนั้นมากเกินไปและเป็นภาระ ส่วน toxic ในที่นี้ก็เป็นคำเปรียบเทียบเชิงประเมินว่าเนื้อหาเป็นอันตราย ไม่ได้หมายความว่ามีสารพิษจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ถูกสิ่งที่มีจำนวนมากถาโถมจนรับมือไม่ไหว” ลงในประโยค: During exam week, Leo felt as if he would ____ assignments.
ดูคำตอบ
drown in
develop unrealistic expectations about: เกิดความคาดหวังที่ไม่สมจริงเกี่ยวกับบางสิ่ง
develop ในที่นี้หมายถึงค่อย ๆ ก่อตัวหรือเริ่มมี ไม่ใช่ออกแบบหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ Develop unrealistic expectations หมายถึงเริ่มเชื่อว่าชีวิตควรเป็นไปตามมาตรฐานหรือผลลัพธ์ที่ในความเป็นจริงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย About ใช้นำเสนอหัวข้อของความคาดหวังเหล่านั้น บุพบทคำเดียวนี้ใช้กับคำนามที่เรียงคู่ขนานกันทั้งสามส่วน ได้แก่ our bodies, relationships และ families โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ develop expectations about + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ค่อย ๆ สร้างความเชื่อที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง” ลงในประโยค: Seeing only perfect results can make new employees ____ success.
ดูคำตอบ
develop unrealistic expectations about
No wonder สำหรับสรุปผลตามหลักฐานอย่างเป็นธรรมชาติ
No wonder ใช้นำข้อสรุปที่ดูสมเหตุสมผลหรือไม่น่าประหลาดใจ เพราะมีการให้เหตุผลไว้ก่อนแล้ว ในประโยคนี้ แรงกดดันที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้ความจำเป็นที่จะต้องมีช่วงเวลาสำหรับแก้สมดุลดูเป็นเรื่องที่คาดได้ โดยทั่วไปใช้โครงสร้าง No wonder + อนุประโยค วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการเปลี่ยนหลักฐานให้เป็นปฏิกิริยาหรือข้อประเมิน โดย wonder ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง 'สงสัยหรืออยากรู้'
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่แสดงว่าผลลัพธ์ไม่น่าประหลาดใจให้สมบูรณ์: She practiced every day for months. ____ she won the competition.
ดูคำตอบ
No wonder
the emphasis should always be on having a good mental breakdown. โน้ต
2:37สิ่งสำคัญควรอยู่ที่การมีการสติแตกที่ดีเสมอ
That said ในฐานะคำเชื่อมเพื่อเพิ่มข้อจำกัด
That said ยอมรับข้อความก่อนหน้า แล้วส่งสัญญาณว่าจะมีการจำกัดข้อสรุป ข้อสงวน หรือการปรับแก้ตามมา ในที่นี้ วลีนี้ยอมรับแนวคิดก่อนหน้า แล้วจำกัดให้ชัดว่าภาวะจิตใจพังทลายแบบใดที่ควรมองว่ามีคุณค่า ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคหรืออนุประโยคใหม่และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้ไม่ได้รายงานตามตัวอักษรว่ามีการพูดบางอย่าง แต่ช่วยสร้างสมดุลให้ข้อโต้แย้งโดยไม่ปฏิเสธประเด็นแรกทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่ยอมรับประเด็นแรกก่อนเพิ่มข้อจำกัด: The plan is creative. ____, it may cost too much.
ดูคำตอบ
That said
The emphasis should always be on + คำนามหรือรูป -ing
รูปแบบ the emphasis is/should be on X ใช้ชี้ว่า X คือสิ่งสำคัญอันดับแรกหรือจุดที่ต้องให้ความสนใจ ในประโยคนี้ should always be เพิ่มน้ำเสียงแนะนำที่หนักแน่นว่าควรรักษาจุดเน้นนี้ไว้อย่างต่อเนื่อง หลัง on ใช้ได้ทั้งนามวลีหรือรูป -ing: the emphasis is on safety; the emphasis is on building trust ตรงนี้ having นำหน้ากิจกรรมที่ถูกกำหนดให้เป็นจุดเน้น และ on เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนาม emphasis ได้ถูกต้องเพื่อระบุสิ่งสำคัญอันดับแรก
- The emphasis should be on building practical skills.
- The emphasis should be in building practical skills.
- We should emphasis on building practical skills.
ดูคำตอบ
The emphasis should be on building practical skills.
ความย้อนแย้งใน a good mental breakdown
คำคุณศัพท์ good ขัดกับความหมายเชิงลบที่ mental breakdown มักมีอยู่ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ เพื่อให้ผู้ฟังหยุดคิดและตัดสินภาวะใจพังจากผลที่ตามมา ไม่ใช่สรุปง่าย ๆ ว่าภาวะใจพังทุกครั้งเป็นเรื่องดี ในที่นี้ good หมายถึง “อาจก่อให้เกิดผลเชิงสร้างสรรค์” เพราะประสบการณ์ดังกล่าวอาจช่วยให้คนกลับมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกหรือความเข้าใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ นี่คือการนิยามใหม่เชิงวาทศิลป์ของผู้พูด ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือหมวดหมู่ทางการแพทย์มาตรฐาน
แบบฝึกหัด
a good mental breakdown ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เป็นศัพท์ทางการแพทย์มาตรฐานสำหรับภาวะที่ไม่รุนแรงและไม่เป็นอันตราย
- เป็นคำเรียกเชิงวาทศิลป์สำหรับภาวะใจพังที่อาจนำไปสู่การกลับมาเชื่อมโยงกับอารมณ์อย่างเป็นประโยชน์
- หมายความว่าภาวะใจพังทุกครั้งเป็นเรื่องดี
ดูคำตอบ
เป็นคำเรียกเชิงวาทศิลป์สำหรับภาวะใจพังที่อาจนำไปสู่การกลับมาเชื่อมโยงกับอารมณ์อย่างเป็นประโยชน์
allow ourselves to reconnect with: อนุญาตให้ตัวเองกลับมาเชื่อมโยงอีกครั้ง
ในประโยคนี้ allow ourselves to reconnect with หมายถึงการเลือกให้พื้นที่หรืออนุญาตตัวเองเพื่อกลับมาใส่ใจกับความจริงอันมีค่าอีกครั้ง reconnect with ไม่ได้แปลว่าความเชื่อมโยงนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิงเสมอไป แต่อาจหมายถึงการกลับมาใส่ใจกับสิ่งที่เคยละเลย โครงสร้างคือ allow + สรรพนามสะท้อนกลับ + to + คำกริยา เพราะประธานคือ we สรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกันจึงเป็น ourselves: we allow ourselves to reconnect with something.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ allow สรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ we และ reconnect with: On quiet weekends, we ____ old hobbies.
ดูคำตอบ
allow ourselves to reconnect with
lost sight of: ไม่ได้นึกถึงสิ่งสำคัญอีกต่อไป
ในที่นี้ lost sight of ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เนื่องจากกรรมคือ valuable truths ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม จึงหมายความว่าความจริงเหล่านั้นไม่ได้รับความสนใจหรือไม่ได้ชี้นำผู้พูดอีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่ามันหายไปจากสายตาจริง ๆ Lose sight of มักอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทีละน้อยจากการเสียสมาธิ ความกดดัน หรือกิจวัตรประจำวัน ไม่จำเป็นต้องลืมอย่างสิ้นเชิง จุดสำคัญคือไม่ได้เก็บเรื่องสำคัญนั้นไว้ในใจอย่างชัดเจนอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “During the busy launch, the team lost sight of its original goal.” คำว่า lost sight of หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขาทำเป้าหมายนั้นสำเร็จแล้ว
- พวกเขามองไม่เห็นเป้าหมายที่เขียนไว้บนกระดานอีกต่อไป
- พวกเขาไม่ได้เก็บเป้าหมายนั้นไว้ในใจอีกต่อไป
ดูคำตอบ
พวกเขาไม่ได้เก็บเป้าหมายนั้นไว้ในใจอีกต่อไป
prevent someone from doing: has prevented us from investigating
ในอนุประโยค “that ordinary life has prevented us from investigating” ordinary life คือสิ่งที่เป็นอุปสรรค us คือผู้ที่ได้รับผล และ investigating คือการกระทำที่ถูกขัดขวาง อนุประโยคนี้ระบุว่ากำลังพูดถึงอารมณ์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกลุ่มใด โครงสร้างมาตรฐานคือ prevent + someone/something + from + -ing ในที่นี้ has prevented แสดงการกระทำในอดีตที่ยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน หลัง from ต้องใช้คำกริยารูป -ing ไม่ใช่ to-infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ prevent กรรม us และคำบุพบทที่จำเป็น: Heavy snow ____ reaching the mountain village.
ดูคำตอบ
prevented us from
กลับจากดินแดนแห่งความบ้าคลั่ง… หว่านเมล็ดล้ำค่า… ออกผลในฐานะอุปลักษณ์ต่อเนื่อง
ประโยคนี้สร้างอุปลักษณ์เกี่ยวกับการเกษตรที่ต่อเนื่องกันตลอดทั้งสามส่วนที่เน้นไว้ “the land of madness” แทนช่วงวิกฤตทางจิตใจ การกลับจากที่นั่นหมายถึงการกลับสู่ชีวิตธรรมดา “fields of apparent sanity” แทนชีวิตหลังวิกฤต ซึ่งถูกบรรยายว่าดูเหมือนมีสติ ไม่ใช่ว่ามีสติอย่างไม่มีข้อกังขา ส่วน “seeds” ที่มีค่าคืออารมณ์ ข้อคิด และความเข้าใจตนเองที่ค้นพบในช่วงวิกฤต การ “plant” เมล็ดเหล่านั้นหมายถึงการนำสิ่งที่ค้นพบไปใช้ในชีวิตหลังจากนั้น หากเมล็ด “bear fruit” ก็หมายถึงการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ส่วน “sustain us in the periods ahead” หมายถึงผลลัพธ์เหล่านั้นจะยังคงค้ำจุนเราในอนาคต ลำดับภาพ land–fields–seeds–fruit ช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งเชิงนามธรรมด้วยภาพรูปธรรมที่สอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
ภาพการเกษตรที่ต่อเนื่องกันในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ข้อคิดที่ค้นพบในช่วงเวลาที่ยากลำบากสามารถนำมาใช้ในชีวิตธรรมดาและค้ำจุนเราในภายหลังได้
- ผู้พูดแนะนำให้ออกจากเมืองไปปลูกอาหารสำหรับเหตุฉุกเฉินในอนาคต
- ความมีสติขัดขวางการพัฒนาแนวคิดที่มีค่า ดังนั้นช่วงเวลาแห่งความบ้าคลั่งควรดำเนินต่อไป
ดูคำตอบ
ข้อคิดที่ค้นพบในช่วงเวลาที่ยากลำบากสามารถนำมาใช้ในชีวิตธรรมดาและค้ำจุนเราในภายหลังได้
at a collective level: ในระดับส่วนรวม
at a collective level หมายถึงในระดับของกลุ่ม ชุมชน หรือสังคมโดยรวม ไม่ใช่พิจารณาทีละคน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวกำหนดขอบเขตของข้อเสนอแนะที่ขึ้นต้นด้วย We should โครงสร้าง at a/an + คำคุณศัพท์ + level ใช้บอกระดับที่พิจารณาปัญหาหรือจำเป็นต้องลงมือทำ เช่น at an individual level หรือ at an organizational level คำว่า collective ในที่นี้หมายถึงกลุ่มโดยรวม ไม่ได้หมายถึงองค์กรสหกรณ์แห่งใดแห่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงว่าจำเป็นต้องลงมือทำทั่วทั้งชุมชน: Preventing food waste requires more than individual choices; it must also be addressed ____.
ดูคำตอบ
at a collective level
a reconciliation with the demands of the world: การกลับมาสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของโลก
ในประโยคนี้ a reconciliation with the demands of the world หมายถึงการฟื้นความสอดคล้องที่ดำเนินต่อไปได้ระหว่างสภาพภายในของบุคคลกับหน้าที่ แรงกดดัน และความคาดหวังในชีวิตประจำวัน คำว่า reconciliation ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงคนสองคนยุติการทะเลาะและคืนดีกัน โครงสร้างคำนาม reconciliation with + สิ่งหนึ่ง แสดงว่าความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดกลับมาจัดการได้อีกครั้ง demands ในที่นี้หมายถึงข้อเรียกร้องหรือแรงกดดัน ไม่ใช่ความต้องการของผู้บริโภค
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a reconciliation with the demands of the world หมายถึงอะไร
- การเชื่อฟังข้อเรียกร้องทางสังคมทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถาม
- ความสอดคล้องที่ดำเนินต่อไปได้ระหว่างสภาพของบุคคลกับข้อเรียกร้องภายนอกของชีวิต
- การเพิ่มขึ้นของความต้องการผู้บริโภคทั่วโลก
ดูคำตอบ
ความสอดคล้องที่ดำเนินต่อไปได้ระหว่างสภาพของบุคคลกับข้อเรียกร้องภายนอกของชีวิต
but highly complicated volatile collections of proteins ไวยากรณ์
3:26แต่เป็นกลุ่มของโปรตีนที่ระเหยง่ายและซับซ้อนสูง
We are not automatons, but ...: โครงสร้างเปรียบต่าง not A, but B
โครงสร้าง not A, but B จะปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งก่อน แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายที่แม่นยำหรือชัดเจนกว่า ในที่นี้ We are not automatons ปฏิเสธมุมมองที่ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายเครื่องจักรที่ทำงานอย่างคาดเดาได้และไม่ต้องการการดูแลด้านความรู้สึก ส่วน B อธิบายมนุษย์ใหม่ว่าเป็น highly complicated, volatile collections of proteins นี่เป็นอุปมาทางชีววิทยาที่เด่นชัด ซึ่งเน้นความซับซ้อน ความเปลี่ยนแปลงง่าย และความเปราะบาง ไม่ใช่คำนิยามทางวิทยาศาสตร์ตามตัวอักษร การเปรียบต่างนี้ยังปูไปสู่แนวคิดที่ว่ามนุษย์ต้องการการดูแลอย่างใส่ใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not A, but B: The animal is ____ a toy, ____ a living creature that needs care.
ดูคำตอบ
not · but
that needs careful and sympathetic administration. การใช้คำ
3:30ซึ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างระมัดระวังและเห็นอกเห็นใจ
ความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาใน collections of proteins that need
ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน needs ควรแก้เป็น need คำสรรพนามเชื่อมความ that นำอนุประโยคที่มีคำอ้างอิงเป็นคำนามหลักพหูพจน์ collections ใน collections of proteins ดังนั้นอนุประโยคจึงควรเป็นรูป collections ... that need careful administration นามวลียาวอาจทำให้มองไม่เห็นคำที่ควบคุมความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา แม้อุปมานี้จะมองมนุษยชาติเป็นแนวคิดรวมหนึ่งเดียว แต่คำอ้างอิงทางไวยากรณ์ที่ระบุไว้ในประโยคคือ collections ซึ่งเป็นพหูพจน์ กริยาจึงต้องสอดคล้องกับรูปพหูพจน์นี้
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาในวงเล็บให้ถูกต้อง: The boxes of glass that ____ careful handling are marked red. (need)
ดูคำตอบ
need
careful and sympathetic administration: การจัดการอย่างเป็นทางการและมีเมตตา
ในประโยคนี้ administration หมายถึงการจัดการหรือรับมือกับสิ่งที่ซับซ้อนอย่างระมัดระวัง ถ้อยคำนี้เปรียบชีวิตทางกายและอารมณ์ของคนเป็นระบบที่ซับซ้อนและต้องได้รับการจัดการอย่างใส่ใจ sympathetic ในที่นี้หมายถึงเข้าอกเข้าใจและมีความเมตตา ดังนั้น careful and sympathetic administration จึงไม่ได้หมายถึงงานบริหารของรัฐบาลหรือเพียงการให้ยา แต่หมายถึงการดูแลและจัดการตนเองอย่างใส่ใจและเห็นอกเห็นใจ
แบบฝึกหัด
“careful and sympathetic administration” ในประโยคเดิมหมายถึงอะไร?
- การจัดการคนหรือภาวะที่ซับซ้อนอย่างรอบคอบและมีความเมตตา
- การให้ยาชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
- งานที่ดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐบาล
ดูคำตอบ
การจัดการคนหรือภาวะที่ซับซ้อนอย่างรอบคอบและมีความเมตตา
just do belong to every wise and good life. ไวยากรณ์
3:36เป็นสิ่งที่คู่ควรกับชีวิตที่ชาญฉลาดและดีงามทุกคนอย่างแท้จริง
just do belong: do แบบเน้นย้ำในประโยคบอกเล่า
ในประโยคบอกเล่า สามารถวาง do ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเพิ่มน้ำหนักได้ do belong หมายถึง “เป็นส่วนหนึ่งจริง ๆ” หรือ “เป็นองค์ประกอบที่เหมาะสมอย่างแท้จริง” และใช้โต้แย้งความเห็นตรงข้ามที่คาดว่าจะมี just ในที่นี้เพิ่มความหนักแน่นยิ่งขึ้น โดย just do belong หมายถึง “เป็นส่วนหนึ่งจริง ๆ อย่างแน่นอน” ไม่ได้หมายถึง “เพิ่งเป็นส่วนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้” หลัง do ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน คือ belong ไม่ใช่ belongs หรือ belonged
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย just และ do แบบเน้นย้ำ เพื่อปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อความคิดที่ว่าความผิดพลาดไม่มีที่อยู่ในการเรียนรู้: “Mistakes ____ in the learning process.”
ดูคำตอบ
just do belong