ตัวอักษร 's' ในภาษาอังกฤษไม่ออกเสียงเมื่อไหร่? / คำศัพท์และกฎของตัวอักษร S ที่ไม่ออกเสียง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
316 คำ 200 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Emma สอนการออกเสียงแบบกระชับเกี่ยวกับคำภาษาอังกฤษที่มีตัว s อยู่ในการสะกดแต่ไม่ออกเสียง เธอเปรียบเทียบคำพ้องเสียง isle กับ aisle กล่าวถึง island และสาธิตการออกเสียง debris สามแบบซึ่งเชื่อมโยงกับการใช้แบบอังกฤษและอเมริกันในระดับที่ต่างกัน ก่อนอธิบายเหตุผลที่เลือกให้บทเรียนสั้นและตรงประเด็น ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. silent S. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เรียนรู้คำศัพท์มาตรฐานที่ใช้เรียกตัว s ซึ่งปรากฏในรูปสะกดแต่ไม่เปล่งเสียง ช่วยให้คุณอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภาษาเขียนกับภาษาพูดได้อย่างแม่นยำ และเข้าใจคำอธิบายเรื่องอักษรที่ไม่ออกเสียงตัวอื่นด้วย 2. isle. / aisle. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: แยกคำสองคำที่ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ แต่มีการสะกดและความหมายต่างกันได้ คุณจะใช้บริบทระบุคำที่ผู้พูดหมายถึงขณะฟัง และไม่สับสนว่าคำพ้องเสียงทั้งสองเป็นคำเดียวกันเมื่อเขียน 3. keep it short and sweet, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจและใช้สำนวนนี้เมื่อต้องการให้วิดีโอ งานนำเสนอ อีเมล คำอธิบาย หรือการประชุมสั้น ชัดเจน และน่าฟัง โดยไม่ยืดเนื้อหาด้วยรายละเอียดที่ไม่จำเป็น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi everyone, welcome back to pronunciation with Emma. วลี

0:03

สวัสดีทุกคน ยินดีต้อนรับกลับสู่การออกเสียงกับเอ็มม่าค่ะ

วลี

welcome back to + รายการหรือชั้นเรียนที่ดำเนินต่อเนื่อง

welcome back to ใช้ต้อนรับคนที่กลับมายังรายการ ชั้นเรียน ช่อง หรือกิจกรรมเดิม ในที่นี้ back หมายถึง “กลับมาอีกครั้งหลังจากเคยมาแล้ว” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปข้างหลัง โครงสร้างคือ welcome back to + ชื่อรายการ ชั้นเรียน หรือกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่อง ในประโยคนี้ใช้เปิดตอนใหม่ของ Pronunciation with Emma

แบบฝึกหัด

ผู้ชมกลับมาเพื่อดูตอนใหม่ เติมคำเปิดรายการด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่ต้อนรับผู้ชมที่กลับมาอย่างชัดเจน: Hi everyone, ____ our weekly science show.

ดูคำตอบ

welcome back to

Today we're going to have a look at some common words that all have a silent S. โน้ต

0:06

วันนี้เราจะมาดูคำศัพท์ที่พบบ่อยซึ่งทั้งหมดมีตัว S ที่ไม่ออกเสียงกันค่ะ

วลี

have a look at + กรรม

have a look at หมายถึง “ดูหรือตรวจดูบางสิ่งสั้น ๆ” ในประโยคนี้ใช้เพื่อเกริ่นถึงกลุ่มคำที่ผู้พูดกำลังจะอธิบายด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ โครงสร้างคือ have a look at + กรรม คำว่า have ทำงานร่วมกับ a look เพื่อสื่อถึงการมอง ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” และต้องมี at ก่อนกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ดูบางสิ่งสั้น ๆ” และขึ้นต้นด้วย have: Before we choose a route, let's ____ the map.

ดูคำตอบ

have a look at

การใช้คำ

silent S: ตัว S ที่เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง

silent S คืออักษร s ที่มองเห็นในรูปสะกดของคำ แต่ไม่ได้ยินเมื่อออกเสียงคำนั้น ในที่นี้ silent ใช้บอกลักษณะของตัวอักษร ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดทั้งคำเบา ๆ การสะกดกับการออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ได้จับคู่หนึ่งตัวอักษรต่อหนึ่งเสียงเสมอไป สำหรับคำที่มี silent S ให้เขียน s ไว้ตามเดิม แต่ไม่ต้องเพิ่มเสียงของตัวอักษรนี้ตอนออกเสียงคำ

แบบฝึกหัด

silent S หมายความว่าอะไร

  1. รูปสะกดมี s แต่ s ตัวนั้นไม่ออกเสียงในคำ
  2. ต้องพูดทั้งคำด้วยเสียงเบามาก
  3. รูปสะกดไม่มีตัวอักษร s
ดูคำตอบ

รูปสะกดมี s แต่ s ตัวนั้นไม่ออกเสียงในคำ

As there's no particular rule that I want to go through in this video, โน้ต

0:10

เนื่องจากไม่มีกฎเกณฑ์เฉพาะเจาะจงที่ฉันอยากจะพูดถึงในวิดีโอนี้

ไวยากรณ์

As there's no particular rule: ใช้ As เพื่อบอกเหตุผล

As ในที่นี้มีความหมายเหมือน because หรือ since คือ “เพราะ” หรือ “เนื่องจาก” อนุประโยค As there's no particular rule บอกเหตุผลของสิ่งที่ผู้พูดจะทำต่อไป และนำเสนอเหตุผลนั้นเป็นข้อมูลพื้นหลัง ในการใช้นี้ หลัง As จะตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา ข้อมูลถูกจัดลำดับเป็นเหตุผลก่อน แล้วจึงตามด้วยผลหรือสิ่งที่จะทำต่อไป ในที่นี้ As ไม่ได้หมายถึง “ขณะที่”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “As the playground is wet, we'll play indoors.” As แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. บอกว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. บอกเหตุผลที่ต้องเล่นในอาคาร
  3. เปรียบเทียบสนามเด็กเล่นกับสถานที่อื่น
ดูคำตอบ

บอกเหตุผลที่ต้องเล่นในอาคาร

กริยาวลี

go through: ตรวจดูหรืออธิบายทีละขั้นตอน

ในประโยคนี้ go through หมายถึงตรวจดูหรืออธิบายกฎอย่างละเอียดตามลำดับ กรรมของวลีจะบอกว่ากำลังกล่าวถึงเนื้อหาใด ซึ่งในที่นี้คือ a particular rule เมื่อใช้กับสิ่งอย่าง rules, steps, questions หรือ a document วลี go through มักหมายถึงการไล่ดูทีละส่วน ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านสถานที่จริงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go through ในความหมายว่า “ตรวจดูหรืออธิบายบางสิ่งทีละขั้นตอน”

  1. Please go into the classroom.
  2. Let's go through the instructions together.
  3. The train will go through the tunnel.
ดูคำตอบ

Let's go through the instructions together.

I'm just going to talk about some words that have a silent S.

0:12

ฉันเลยจะพูดถึงแค่คำบางคำที่มีตัว S ที่ไม่ออกเสียงค่ะ

I'm just going to get started with the words. วลี

0:15

ฉันจะขอเริ่มที่คำศัพท์เลยนะคะ

วลี

get started with: เริ่มจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

get started with หมายถึงเริ่มทำหรือเริ่มพูดถึงสิ่งที่ระบุไว้หลัง with ในประโยคนี้ the words คือเนื้อหาแรกที่ผู้พูดจะกล่าวถึง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ get started with + สิ่งที่จะทำก่อน เช่น Let's get started with the first question. ในที่นี้ with ชี้ถึงรายการที่เริ่มทำก่อน ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสามคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: Let's ____ the first question.

ดูคำตอบ

get started with

It's going to be quite a short video, ไวยากรณ์

0:17

วิดีโอนี้จะเป็นวิดีโอที่ค่อนข้างสั้นค่ะ

ไวยากรณ์

quite a short video: quite a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์

ใน quite a short video คำว่า quite เน้นคำบรรยายของนามวลี a short video ทั้งชุด หมายความว่าวิดีโอนั้นค่อนข้างสั้นหรือสั้นอย่างเห็นได้ชัด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ quite a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ เช่น quite a long day และ quite an unusual idea คำนำหน้านามอยู่หลัง quite และ a จะเปลี่ยนเป็น an เมื่อคำถัดไปขึ้นต้นด้วยเสียงสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย quite a: The interviewer asked ____ difficult question.

ดูคำตอบ

quite a

so I hope you enjoy it.

0:18

ดังนั้นฉันหวังว่าพวกคุณจะชอบนะคะ

So the first one I want to talk about is isle. โน้ต

0:20

คำแรกที่ฉันอยากจะพูดถึงคือ isle

ลำดับความ

the first one I want to talk about is ...: การแนะนำหัวข้อแรกในรายการ

The first one I want to talk about is ... เป็นกรอบประโยคสำหรับบอกลำดับของเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อแรกในรายการ และหัวข้อจริงจะอยู่หลัง is one ใช้แทนสมาชิกหนึ่งอย่างในกลุ่มที่บริบทระบุไว้แล้ว ในที่นี้หมายถึงหนึ่งในคำที่กล่าวถึงก่อนหน้า เมื่อต้องการไปยังหัวข้อถัดไป สามารถเปลี่ยน first เป็น next, second หรือ last ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำหัวข้อแรกของการนำเสนอได้อย่างชัดเจน?

  1. I talked about saving water for the first time.
  2. The first one I want to talk about is saving water.
  3. I want one person to talk first about saving water.
ดูคำตอบ

The first one I want to talk about is saving water.

Isle.

0:24

isle

The second one I want to talk about is aisle.

0:26

คำที่สองที่ฉันอยากจะพูดถึงคือ aisle

They pronounce exactly the same despite having different spellings. ไวยากรณ์

0:29

พวกมันออกเสียงเหมือนกันเป๊ะเลยแม้จะสะกดต่างกัน

ไวยากรณ์

despite having different spellings: despite + -ing

despite ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ทำให้ผลลัพธ์หลักดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้ despite having different spellings หมายความว่า แม้การสะกดจะแตกต่างกัน แต่การออกเสียงยังคงเหมือนกัน despite เป็นคำบุพบท สามารถตามด้วยนามวลีหรือวลี -ing เช่น despite having แต่ไม่สามารถนำหน้าประโยคย่อยที่มีประธานและกริยาครบได้โดยตรง หากต้องการใช้โครงสร้างแบบนั้น ให้ใช้ although they have หรือ despite the fact that they have

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย despite + -ing: ____ feeling nervous, Mia gave her speech clearly.

ดูคำตอบ

Despite

So both of them are the same pronunciation.

0:32

ดังนั้นทั้งสองคำนี้มีการออกเสียงที่เหมือนกันค่ะ

They both have a silent S,

0:35

พวกมันมีตัว S ที่ไม่ออกเสียงทั้งคู่

but they're two completely different words.

0:37

แต่เป็นคำสองคำที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การใช้คำ

isle ... aisle: เสียงเหมือนกัน แต่เป็นคนละคำ

isle และ aisle เป็นคำพ้องเสียง ทั้งสองออกเสียงว่า /aɪl/ แต่สะกดและมีความหมายต่างกัน isle หมายถึงเกาะเล็ก ๆ ส่วน aisle หมายถึงทางเดินระหว่างแถวที่นั่ง ชั้นวางของ หรือสิ่งของอื่น ๆ เสียงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นคำใด จึงต้องใช้บริบทของประโยคเพื่อเลือกความหมาย เมื่อเขียน ให้เลือกการสะกดที่ตรงกับความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกการสะกดที่ถูกต้องสำหรับช่องว่าง: Please keep the supermarket ___ clear.

  1. aisle
  2. isle
ดูคำตอบ

aisle

aisle.

0:39

aisle

The next one is island.

0:41

คำต่อไปคือ island

Island.

0:44

island

This word has three possible ways to pronounce it. ไวยากรณ์

0:46

คำนี้สามารถออกเสียงได้สามแบบค่ะ

ไวยากรณ์

three possible ways to pronounce: ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน

“ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกวิธีหรือตัวเลือกในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน “three possible ways to pronounce” คำว่า three บอกจำนวน possible บอกว่าเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ และ to pronounce บอกว่าคือวิธีทำอะไร ตรงนี้ to ใช้สร้างรูป infinitive จึงตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน pronounce ไม่ใช่ pronouncing สามารถเปลี่ยนจำนวนและคำกริยาเพื่อนำรูปแบบนี้ไปใช้ใหม่ได้ เช่น “two ways to solve the problem”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ ways to + คำกริยา โดยใช้ reduce: We learned three ____ food waste.

ดูคำตอบ

ways to reduce

Two of them are known to be the more UK versions วัฒนธรรม

0:49

สองในสามแบบนั้นเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นแบบอังกฤษมากกว่า

and one is known as the more US version.

0:52

และอีกแบบหนึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นแบบอเมริกันมากกว่า

วัฒนธรรม

the more UK versions ... the more US version: แนวโน้มตามภูมิภาค

“the more UK versions” และ “the more US version” แบ่งการออกเสียงตามภูมิภาคที่เชื่อมโยงกันมากกว่า โดยสองแบบถูกนำเสนอว่าเป็นลักษณะของภาษาอังกฤษแบบสหราชอาณาจักรมากกว่า และอีกหนึ่งแบบเป็นลักษณะของภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ มากกว่า ตรงนี้ more ทำให้ป้ายกำกับเป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การแบ่งแบบตายตัว คำนี้บอกแนวโน้มตามภูมิภาค ไม่ใช่กฎว่าการออกเสียงหนึ่งเป็นของประเทศเดียวเท่านั้น หรือการออกเสียงอื่นผิด

แบบฝึกหัด

พิจารณาข้อความนี้: “the more UK version” หมายความว่าแบบนี้ใช้ได้เฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

I'm just going to talk about all three for you.

0:55

ฉันจะพูดถึงทั้งสามแบบให้ทุกคนฟังนะคะ

So the first one we have is debris.

0:57

คำแรกที่เรามีคือ debris

debris

1:01

debris

The second, debris.

1:02

คำที่สอง, debris

debris.

1:05

debris

And the last one, the one that's known to be a little bit more American, วลี

1:06

และคำสุดท้าย แบบที่เป็นที่รู้กันว่าจะมีความเป็นอเมริกันมากกว่านิดหน่อย

วลี

a little bit more American: ลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบ

ใน a little bit more American คำว่า a little bit ช่วยลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบ more American ความหมายคือ “มีลักษณะของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่าเล็กน้อย” ไม่ใช่ “เป็นอเมริกันทั้งหมด” ใช้โครงสร้าง a little bit more + คำคุณศัพท์ เมื่อสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติบางอย่างมากกว่าอีกสิ่งเพียงเล็กน้อย และต้องการให้การเปรียบเทียบฟังดูระมัดระวัง ไม่เด็ดขาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบแบบลดระดับที่เรียนในข้อนี้: This version sounds ____ formal than the other one.

ดูคำตอบ

a little bit more

debris.

1:10

debris

Debris.

1:12

debris

So that's it for this video. ลำดับความ

1:13

สำหรับวิดีโอนี้ก็มีแค่นี้แหละค่ะ

ลำดับความ

that's it for this video: บอกว่าเนื้อหาจบแล้ว

That's it for this video บอกว่าเนื้อหาหลักของวิดีโอจบแล้ว ในที่นี้ that's it หมายถึง “เรามาถึงตอนจบแล้ว” ไม่ได้ใช้เพื่อชี้ว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งคือสิ่งที่กล่าวถึง โครงสร้าง That's it for + กิจกรรม ช่วงเวลา หรือส่วน ช่วยจัดการปิดเนื้อหาให้ชัดเจน เช่น That's it for today, That's it for this lesson หรือ That's it for this section.

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างปิดท้ายที่เรียนในข้อนี้เพื่อเติมประโยค: ____ today's lesson.

ดูคำตอบ

That's it for

I know it's a really short one

1:15

ฉันรู้ว่ามันเป็นวิดีโอที่สั้นมากๆ

and some of you get really angry sometimes when I make quite short videos,

1:16

และบางครั้งบางคนก็โกรธมากเวลาที่ฉันทำวิดีโอที่ค่อนข้างสั้น

but as I always say, ลำดับความ

1:20

แต่อย่างที่ฉันพูดเสมอ

ลำดับความ

as I always say: เกริ่นคำพูดประจำตัวที่พูดอยู่เสมอ

as I always say ใช้เกริ่นข้อความที่ผู้พูดบอกว่าตนพูดซ้ำอยู่บ่อย ๆ โดย as ตรงนี้หมายถึง “อย่างที่” หรือ “ดังที่” ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” หรือ “ขณะที่” วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา ผู้ฟังจะเข้าใจข้อความถัดไปว่าเป็นคติ กฎ หรือคำเตือนประจำตัวของผู้พูด ไม่ใช่ความคิดใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นคำพูดประจำตัว: ____, kindness costs nothing.

ดูคำตอบ

As I always say

I can't actually beep the saying because it's got a bad word in it. โน้ต

1:24

ฉันไม่สามารถใส่เสียงเซ็นเซอร์ในคำพูดนั้นได้จริงๆ เพราะมันมีคำหยาบอยู่

การใช้คำ

beep the saying: ใช้เสียงบี๊บเซ็นเซอร์คำพูด

ในภาษาที่ใช้ในสื่อ beep เป็นคำกริยาได้ หมายถึงใช้เสียงบี๊บอิเล็กทรอนิกส์กลบคำพูดเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงเดิม ใน beep the saying การกระทำนี้เกิดกับคำพูดที่มีคำหยาบอยู่ แม้จะกล่าวถึงคำพูดทั้งประโยค แต่โดยปกติเสียงบี๊บจะกลบเฉพาะคำที่ไม่เหมาะสมข้างในเท่านั้น ความหมายนี้ไม่ใช่การที่อุปกรณ์ส่งเสียงแจ้งเตือนตามปกติ

แบบฝึกหัด

ผู้ตัดต่อแทนที่คำที่ไม่เหมาะสมหนึ่งคำด้วยเสียง ประโยคใดอธิบายสิ่งนี้ได้ชัดเจนที่สุด

  1. The editor muted the whole interview.
  2. The editor corrected the spelling of the offensive word.
  3. The editor beeped out the offensive word.
ดูคำตอบ

The editor beeped out the offensive word.

ไวยากรณ์

it's got: รูปย่อของ it has got

ในประโยคนี้ it's got เป็นรูปย่อของ it has got คำสรรพนาม it หมายถึงสำนวนนั้น และ has got หมายถึง “มี” หรือ “ประกอบด้วย” ดังนั้นสำนวนนั้นจึงมีคำหยาบอยู่ ตรงนี้ got เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง has got ทั้งชุด ไม่ได้บอกว่าเคยได้รับอะไรในอดีต โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงสิ่งที่คนหรือสิ่งของมีอยู่ตอนนี้ สิ่งที่อยู่ข้างใน หรือลักษณะที่มีในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใน “The suitcase is old. It's got a broken handle.” คำว่า it's got หมายความว่าอะไร

  1. กระเป๋าเดินทางมีหูจับที่หักอยู่ในตอนนี้
  2. กระเป๋าเดินทางได้หูจับมาในอดีต
  3. กระเป๋าเดินทางกำลังเริ่มพัง
ดูคำตอบ

กระเป๋าเดินทางมีหูจับที่หักอยู่ในตอนนี้

But I always normally say,

1:28

แต่ปกติฉันมักจะพูดเสมอว่า

"If you have to force a fart,

1:30

"ถ้าคุณต้องฝืนตด

then it's probably..."

1:32

งั้นมันก็อาจจะ..."

So I don't want to do that in this video.

1:36

ฉันเลยไม่อยากทำแบบนั้นในวิดีโอนี้ค่ะ

I'd rather keep it short and sweet, สำนวน

1:37

ฉันขอเลือกที่จะทำให้มันสั้นและได้ใจความดีกว่า

สำนวน

keep it short and sweet: ทำให้สั้นและได้ผล

ใน keep it short and sweet ผู้พูดต้องการให้ข้อความหรือกิจกรรมนั้นสั้น ชัดเจน และรับฟังได้อย่างสบายใจ sweet ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับรสชาติ แต่เพิ่มความหมายว่าผลลัพธ์นั้นเรียบร้อยและน่าพอใจ โครงสร้างคือ keep + กรรม + กลุ่มคำคุณศัพท์ หรือ keep it + short and sweet คำว่า it หมายถึงอะไรขึ้นอยู่กับบริบท และอาจหมายถึงการพูด ข้อความ คำอธิบาย การประชุม หรือสิ่งที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

ผู้ฟังมีเวลาเพียงหนึ่งนาที เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวนี้: “I'll ____.”

ดูคำตอบ

keep it short and sweet

straight to the point. สำนวน

1:39

เข้าประเด็นไปเลย

สำนวน

straight to the point: มุ่งที่ใจความหลัก

Straight to the point หมายถึงการพูดถึงใจความหลักโดยตรง โดยไม่เกริ่นหรือใส่รายละเอียดที่ไม่จำเป็น ในที่นี้ point หมายถึง “ใจความหลัก” ไม่ใช่จุดหรือสถานที่ ในคำบรรยายนี้ วลีดังกล่าวใช้บอกวิธีสื่อสารที่สั้นและตรงประเด็น และมักตามหลังคำกริยาได้ด้วย เช่น get straight to the point

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: We have only five minutes, so let's get ____.

ดูคำตอบ

straight to the point

Needless to say, ลำดับความ

1:40

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า

ลำดับความ

Needless to say: นำเสนอข้อมูลว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด

Needless to say เป็นวลีที่ใช้เกริ่นข้อมูลซึ่งผู้พูดมองว่าเห็นได้ชัดหรือคาดเดาได้ง่าย แม้ผู้พูดกำลังจะพูดข้อมูลนั้นออกมา โดยทั่วไปวลีนี้อยู่ต้นอนุประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้ทำให้ข้อมูลถัดไปฟังเหมือนข้อเตือนใจหรือข้อสรุปที่คาดไว้ ไม่ได้แปลตามตัวอักษรว่าจะไม่มีการพูดอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมความจากบทเรียนนี้: ____, Leo was delighted when his lost dog came home.

ดูคำตอบ

Needless to say

there are other words that contain silent S's. การใช้คำ

1:41

ยังมีคำอื่นๆ อีกที่มีตัว S ที่ไม่ออกเสียง

การใช้คำ

contain silent S's: ใช้ contain บอกส่วนประกอบของการสะกดคำ

ในประโยคนี้ contain หมายถึง “มีอยู่เป็นส่วนหนึ่งของการสะกดคำ” คำไม่ได้เป็นภาชนะจริง ๆ แต่รูปเขียนของคำนั้นมีตัวอักษร s อยู่ และ s ตัวนั้นไม่ออกเสียง ส่วน silent S's หมายถึงตัวอักษร s หลายตัวที่เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง ใช้ contain เพื่อบอกส่วนประกอบหรือลักษณะในคำหรือข้อความได้ เช่น ตัวอักษร อักษรซ้ำ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ใช้ contains และถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ contain

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ contain: The word 'island' ____ a silent s.

ดูคำตอบ

contains

So if you know any other words that contain a silent S, น้ำเสียง/เจตนา

1:44

ดังนั้นถ้าคุณรู้คำอื่นๆ ที่มีตัว S ไม่ออกเสียงล่ะก็

let me know down in the comments. วลี

1:47

บอกให้ฉันรู้ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

if you know..., let me know: คำขอแบบมีเงื่อนไขที่เป็นมิตร

อนุประโยค if บอกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น คือผู้ฟังรู้จักตัวอย่างอื่น จากนั้น let me know ขอให้ผู้ฟังแบ่งปันข้อมูลนั้น ในที่นี้ let me know หมายถึง “บอกฉัน” ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “อนุญาตให้ฉันรู้” การวางคำขอไว้หลัง if ทำให้คำขอนั้นมีเงื่อนไข เฉพาะคนที่รู้จักตัวอย่างเท่านั้นที่ได้รับเชิญให้ตอบ จึงลดความรู้สึกเหมือนออกคำสั่งและทำให้เป็นการขอข้อมูลอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

เติมคำขอที่เป็นมิตรด้วยวลีเป้าหมาย: If you have any questions, ____.

ดูคำตอบ

let me know

วลี

down in the comments: ช่องความคิดเห็นใต้เนื้อหาออนไลน์

ในประโยคนี้ down in the comments หมายถึง “ในช่องความคิดเห็นใต้คลิปวิดีโอ” คำว่า down ชี้ถึงตำแหน่งที่ช่องนี้มักปรากฏบนหน้าเว็บ ไม่ได้หมายความว่าใครต้องเคลื่อนตัวลงไปจริง ๆ วลีนี้บอกผู้ชมว่าควรตอบที่ไหน มักใช้ตามหลังคำกริยาหรือสำนวน เช่น tell, write, share หรือ let me know บนเว็บไซต์ที่มีช่องความคิดเห็น

แบบฝึกหัด

วิดีโอหนึ่งมีช่องความคิดเห็นสาธารณะ ประโยคใดบอกผู้ชมได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าควรตอบที่ไหน

  1. Share your answer in a private message.
  2. Write your answer in your notebook.
  3. Share your answer down in the comments.
ดูคำตอบ

Share your answer down in the comments.

I'm sure other people will be curious to know what those are as well. วลี

1:48

ฉันมั่นใจว่าคนอื่นๆ ก็คงอยากรู้เหมือนกันว่ามีคำว่าอะไรบ้าง

วลี

curious to know: สนใจและอยากหาคำตอบ

curious to know หมายถึง “สนใจและอยากหาคำตอบ” ในที่นี้ curious บอกว่าผู้คนสนใจข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นแปลก หลังวลีนี้มักตามด้วยคำแสดงคำถาม เช่น what, why, how หรือ who เพื่อระบุข้อมูลที่ต้องการรู้ เช่น curious to know what happened

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า Sam ต้องการรู้ว่าทำไมประตูจึงเปิดอยู่

  1. Sam is curious know why the door is open.
  2. Sam is curious to knowing why the door is open.
  3. Sam is curious to know why the door is open.
ดูคำตอบ

Sam is curious to know why the door is open.

So I hope you have a great week วลี

1:52

ก็หวังว่าคุณจะมีสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมนะคะ

วลี

have a great week: คำอวยพรที่เป็นมิตรตอนจบการสนทนา

Have a great week เป็นคำอวยพรที่เป็นมิตรซึ่งใช้ตอนจบบทสนทนา ข้อความ บทเรียน หรือวิดีโอ ในที่นี้ have หมายถึง “ใช้เวลา” หรือ “ประสบ” ไม่ได้หมายถึง “ครอบครอง” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have a great + ช่วงเวลาหรือกิจกรรม ให้เลือกคำนามตัวสุดท้ายตามช่วงเวลาหรือสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะทำ

แบบฝึกหัด

วันนี้เป็นวันจันทร์ และคุณต้องการอวยพรให้อีกฝ่ายมีความสุขตลอดสัปดาห์ใหม่ จงเติมประโยคให้สมบูรณ์: Have a great ____!

ดูคำตอบ

week

and I will see you next lesson. วลี

1:53

แล้วเจอกันใหม่บทเรียนหน้าค่ะ

วลี

see you next lesson: คำลงท้ายบทเรียนที่เป็นมิตร

See you next lesson เป็นคำบอกลาที่เป็นมิตรเมื่อจบบทเรียน หมายถึง “ตอนนี้ขอลาก่อน และคาดว่าจะได้พบกันอีกในบทเรียนหน้า” ในที่นี้ See you ทำหน้าที่เป็นคำบอกลา ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นใครด้วยตาเท่านั้น คำนี้ใช้ได้กับชั้นเรียนที่พบกันจริง ชั้นเรียนออนไลน์ หรือวิดีโอตอนถัดไปในชุดบทเรียน ในวลีสั้น ๆ นี้ next lesson ระบุโอกาสครั้งถัดไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำลงท้ายบทเรียนนี้ให้มีความหมายว่าคุณคาดว่าจะได้พบกันอีกในบทเรียนหน้า: See you ____!

ดูคำตอบ

next lesson

Bye-bye.

1:55

บ๊ายบาย