นี่คือร่างกายของคุณใน 24 ชั่วโมง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
1,033 คำ 206 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การเดินทางของร่างกายตั้งแต่ตื่นจนหลับนี้เชื่อมงาน การย่อยอาหาร การออกกำลังกาย และความดึงดูด เข้ากับการเปลี่ยนแปลงรายวันของฮอร์โมน พลังงาน และสมอง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. thanks to - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เข้าใจว่าคำบอกเหตุนี้ใช้กับผลที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ภาวะเฉื่อยหลังตื่น 2. catch someone's eye - สำนวนและสำนวนเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าหมายถึงการดึงดูดหรือสบสายตาใคร ไม่ใช่จับดวงตาจริง ๆ และใช้เมื่อสองคนสังเกตเห็นกัน 3. it's during REM that - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: มองเห็นว่าประโยคเน้นเวลาอย่างไร แล้วใช้โครงนี้ย้ำว่าสิ่งใดเกิดขึ้นหรือรุนแรงที่สุดเมื่อใด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Good morning body,

0:00

อรุณสวัสดิ์นะ ร่างกาย

time for another day.

0:01

ได้เวลาเริ่มต้นวันใหม่อีกวันแล้ว

Your alarm goes off, กริยาวลี

0:02

นาฬิกาปลุกดังขึ้น

กริยาวลี

goes off เมื่อพูดถึงสัญญาณเตือน

ในประโยคนี้ goes off หมายถึง “เริ่มส่งเสียงเตือน” โดย alarm เป็นประธาน และไม่มีกรรมตามหลัง go off ดังนั้นการใช้นี้จึงเป็นอกรรมกริยา ใช้ go off แบบนี้กับนาฬิกาปลุก ตัวจับเวลา และอุปกรณ์คล้ายกันที่ส่งเสียงขึ้นมาทันที ให้เข้าใจกริยาวลีนี้เป็นหน่วยความหมายเดียว ไม่ใช่แปล go กับ off แยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “เริ่มดัง”: My alarm ____ at 6:30 every morning.

ดูคำตอบ

goes off

you hit this snooze button and lay there for a few minutes

0:03

คุณกดปุ่มเลื่อนปลุกแล้วนอนต่ออีกสองสามนาที

between the land of wake and sleep known as the hypnopompic state. การใช้คำ

0:06

อยู่ในช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นที่เรียกว่าภาวะไฮป์โนปอมปิก

การใช้คำ

hypnopompic state: ช่วงตื่นจากการหลับ

hypnopompic state คือช่วงเปลี่ยนผ่านจากการหลับไปสู่การตื่น ในที่นี้หมายถึงช่วงที่ยังมึนงงหลังจากเริ่มตื่น แต่ก่อนที่จะรู้สึกตื่นเต็มที่ Hypnopompic ทำหน้าที่ขยาย state เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้ในวิทยาศาสตร์การนอนหลับและการสนทนาที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคภาษาอังกฤษนี้ได้ถูกต้อง? “Maya saw brief dreamlike images as she was waking up, during the ___.”

  1. hypnopompic state
  2. deep sleep
  3. hypnagogic state
ดูคำตอบ

hypnopompic state

When you do finally get up, ไวยากรณ์

0:10

เมื่อคุณลุกขึ้นได้ในที่สุด

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do finally get up

ในอนุประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย โดยเน้นว่าการลุกขึ้นเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะหลังจากผัดผ่อนมาหลายครั้ง ส่วน finally ยิ่งเสริมความรู้สึกว่าเป็นผลลัพธ์ที่รอมานาน โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ get คงรูปพื้นฐานไว้หลัง do และ do ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาช่วยอดีตกาลที่ใช้เน้นและกริยารูปพื้นฐาน finish: Despite everyone's doubts, I ____ the report before the deadline.

ดูคำตอบ

did finish

you're groggy and disoriented thanks to sleep inertia. โน้ต

0:11

คุณจะงัวเงียและสับสนเพราะภาวะเฉื่อยหลังการนอนหลับ

วลี

วลีบอกสาเหตุ thanks to

Thanks to ใช้นำเสนอสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้ภาวะเฉื่อยหลังตื่นนอนทำให้เกิดอาการมึนงงและสับสนเรื่องทิศทางซึ่งเป็นภาวะที่ไม่สบาย ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้แสดงความขอบคุณตามความหมายตรงตัว รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ thanks to + นามวลีหรือคำสรรพนาม เช่น thanks to your help หรือ thanks to them การตีความว่าเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับผลลัพธ์และน้ำเสียงของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The roads are flooded thanks to last night's storm,' thanks to ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ระบุสาเหตุ และอาจมีน้ำเสียงประชดหรือตำหนิ
  2. ใช้ขอบคุณพายุอย่างจริงใจที่ทำให้เกิดน้ำท่วม
  3. ใช้ระบุจุดประสงค์ของการเกิดน้ำท่วม
ดูคำตอบ

ใช้ระบุสาเหตุ และอาจมีน้ำเสียงประชดหรือตำหนิ

การใช้คำ

sleep inertia: ความงัวเงียหลังตื่นนอน

Sleep inertia คือช่วงสั้น ๆ หลังตื่นนอนที่ยังรู้สึกงัวเงีย คิดช้า และสับสนทิศทาง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกสาเหตุที่คนคนนั้นรู้สึกงัวเงียและสับสน คำว่า inertia ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือแม้จะตื่นแล้ว แต่สภาวะการนอนดูเหมือนยังส่งผลต่อสมองอยู่ คำนี้หมายถึงภาวะเปลี่ยนผ่านชั่วคราว ไม่ใช่ลักษณะนิสัยหรือแค่อารมณ์ไม่ดี

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น sleep inertia มากที่สุด

  1. คนคนหนึ่งตื่นจากการงีบและต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะคิดได้ชัดเจน
  2. คนคนหนึ่งเริ่มง่วงหลังจากตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน
  3. คนคนหนึ่งรู้สึกกังวลก่อนการสอบสำคัญ
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งตื่นจากการงีบและต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะคิดได้ชัดเจน

Most of it's shed in 10 minutes,

0:14

อาการส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 10 นาที

but can sometimes linger for a few hours.

0:16

แต่บางครั้งก็อาจอยู่นานหลายชั่วโมง

During this time,

0:18

ในช่วงเวลานี้

your body temperature is still low,

0:19

อุณหภูมิร่างกายของคุณยังต่ำอยู่

but your blood pressure is sharply rising.

0:20

แต่ความดันโลหิตกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

There's a 50% increase in the stress hormone cortisol pumping through your bloodstream

0:22

ระดับคอร์ติซอล ฮอร์โมนความเครียดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด เพิ่มขึ้น 50%

in preparation for the stresses of your day. วลี

0:27

เพื่อเตรียมรับความเครียดที่ต้องเจอตลอดทั้งวัน

วลี

in preparation for + นามวลี

In preparation for หมายถึง “ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับ” สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ตามด้วยคำนามหรือนามวลีในโครงสร้าง in preparation for + เหตุการณ์ งาน หรือสถานการณ์ ในประโยคนี้ การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลถูกนำเสนอว่าเป็นการตอบสนองล่วงหน้าของร่างกายต่อความเครียดที่คาดว่าจะเจอในระหว่างวัน วลีนี้ชี้ไปยังสิ่งที่จะต้องเตรียมรับ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับ” ให้สมบูรณ์: The team held extra drills ____ the championship match.

ดูคำตอบ

in preparation for

Time for a shower.

0:29

ได้เวลาอาบน้ำแล้ว

It's also the best time to shave

0:30

นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการโกนหนวดด้วย

as clot-forming platelets are most abundant right now,

0:31

เพราะตอนนี้เกล็ดเลือดที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวมีอยู่มากที่สุด

making your blood more sticky, ไวยากรณ์

0:34

ทำให้เลือดของคุณเหนียวข้นขึ้น

meaning less bleeding from cuts.

0:36

ซึ่งหมายความว่าบาดแผลจะมีเลือดออกน้อยลง

ไวยากรณ์

making ... meaning: การเชื่อมผลลัพธ์เป็นลำดับ

'making your blood more sticky' เป็นวลีรูป -ing ที่บอกผลลัพธ์ ไม่ได้เริ่มการกระทำหลักใหม่ แต่บอกผลลัพธ์แรกจากการที่มีเกล็ดเลือดมากเป็นพิเศษ นั่นคือเลือดเหนียวขึ้น 'meaning less bleeding from cuts' เพิ่มผลลัพธ์ที่สอง ในที่นี้ meaning มีความหมายใกล้กับ 'which means' และผลลัพธ์ที่สองต่อเนื่องจากผลลัพธ์แรก คือเมื่อเลือดเหนียวขึ้น บาดแผลก็มีเลือดออกน้อยลง โครงสร้าง making ..., meaning ... ช่วยย่อผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงกันสองอย่างไว้ในประโยคอธิบายเดียว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบายวลี -ing สองวลีที่เชื่อมกันในตัวอย่างได้ถูกต้อง

  1. making และ meaning เป็นกริยาหลักสองคำของประโยค
  2. making บอกผลลัพธ์แรก และ meaning บอกผลลัพธ์ถัดไปที่เกิดจากผลลัพธ์นั้น
  3. วลี -ing ทั้งสองวลีบอกการกระทำที่เลือดเป็นผู้ทำ
ดูคำตอบ

making บอกผลลัพธ์แรก และ meaning บอกผลลัพธ์ถัดไปที่เกิดจากผลลัพธ์นั้น

But it's also the time of day when heart attacks most often occur.

0:38

แต่ช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่หัวใจวายเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในแต่ละวันเช่นกัน

7:30 a.m. swings around สำนวน

0:41

พอถึงเวลา 7:30 น.

สำนวน

swings around: เมื่อเวลาหนึ่งมาถึง

เมื่อเวลาหนึ่ง 'swings around' หมายความว่าเวลานั้นมาถึงขณะที่ลำดับเวลาดำเนินไป ในที่นี้ เวลา 7:30 น. ถูกทำให้ดูเหมือนเคลื่อนเข้ามาให้เห็น ไม่ได้มีสิ่งใดแกว่งหรือหมุนจริง ๆ การทำให้เวลาเป็นบุคคลแบบมีชีวิตชีวานี้ใช้บอกจุดเวลาถัดไปในเรื่อง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ [เวลาหรือโอกาส] + swings around ซึ่งหมายความว่าเวลาหรือโอกาสนั้นมาถึง

แบบฝึกหัด

'7:30 a.m. swings around' หมายความว่าอย่างไรในลำดับเวลานี้

  1. นาฬิกาแกว่งจริง ๆ ตอน 7:30 น.
  2. เวลา 7:30 น. มาถึง
  3. มีคนหันกลับตอน 7:30 น.
ดูคำตอบ

เวลา 7:30 น. มาถึง

and it's time for coffee and breakfast.

0:43

ก็ได้เวลาดื่มกาแฟและกินอาหารเช้า

Enjoy the smell before sipping, though. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

แต่ก่อนจะจิบ ลองดื่มด่ำกับกลิ่นหอมก่อน

น้ำเสียง/เจตนา

though ที่ท้ายประโยค

though ในที่นี้อยู่ท้ายข้อความที่สมบูรณ์และเพิ่มความขัดแย้งเล็กน้อยในลักษณะของความคิดที่เติมเข้ามาภายหลัง คำแนะนำให้ดื่มด่ำกับกลิ่นช่วยชะลอแรงกระตุ้นที่อาจอยากเริ่มจิบทันที though ในที่นี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคที่ตามมา ผู้ฟังต้องเชื่อมความขัดแย้งจากบริบทก่อนหน้า ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความที่สมบูรณ์ตามด้วย though

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมข้อสังเกตแบบไม่เป็นทางการนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ: I like the design. It's too expensive, ____.

  1. though
  2. although
  3. but
ดูคำตอบ

though

75% of how we enjoy flavor is not through the tongue, ไวยากรณ์

0:46

ร้อยละ 75 ของความเพลิดเพลินจากรสชาติไม่ได้มาจากลิ้น

but through smell.

0:50

แต่มาจากการรับกลิ่น

ไวยากรณ์

โครงสร้าง not through X, but through Y

โครงสร้างคู่ขนาน not through X, but through Y ปฏิเสธ X ว่าเป็นช่องทาง แล้วระบุว่า Y คือช่องทางที่ถูกต้อง การใช้ through ซ้ำทำให้ตัวเลือกทั้งสองขนานกันทางไวยากรณ์ ในประโยคนี้ ลิ้นคือช่องทางที่ถูกปฏิเสธ ส่วนการดมกลิ่นได้รับการเน้น But ไม่ได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่งที่มีสถานะเท่ากัน แต่ใช้เปิดการแก้ไขที่นำคำอธิบายหลังมาแทนคำอธิบายแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแก้ไข not X, but Y โดยใช้ through ซ้ำ: The signal came ____ the wall, ____ the open window.

ดูคำตอบ

not through · but through

The vapors pass through your mouth

0:51

ไอระเหยจะผ่านเข้าไปในปาก

around the soft palate into the nasal cavity

0:52

อ้อมเพดานอ่อนเข้าสู่โพรงจมูก

and to the olfactory bulb.

0:54

แล้วไปยังกระเปาะรับกลิ่น

Mmm, that's good.

0:56

อืม อร่อยจริง ๆ

Settling in at work กริยาวลี

0:57

เมื่อเริ่มลงมือทำงาน

กริยาวลี

Settling in: เข้าที่เข้าทางและพร้อมเริ่มงาน

ในหัวข้อ Settling in at work คำว่า Settling in หมายถึงกระบวนการทำตัวให้รู้สึกสบาย จัดสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าที่ และเตรียมพร้อมหลังจากมาถึงที่ทำงาน รูป -ing ทำให้กิจกรรมนี้ถูกนำเสนอเป็นช่วงหนึ่งหรือกรอบเวลาหนึ่ง To settle in มีความหมายมากกว่าแค่มาถึงหรือนั่งลง เพราะยังรวมถึงการค่อย ๆ ปรับตัวจนรู้สึกสบายใจและเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามปกติ phrasal verb เดียวกันนี้ใช้บรรยายการปรับตัวเข้ากับบ้าน โรงเรียน งาน หรือสภาพแวดล้อมใหม่อื่น ๆ ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนที่หมายถึงการรู้สึกสบายและปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่: It took me a few days to ____ at the new office.

ดูคำตอบ

settle in

and Your mental activity is actually at a peak in late morning.

0:58

กิจกรรมทางความคิดของคุณจะถึงจุดสูงสุดในช่วงสาย

Most of us are sharpest 2 and a half to 4 hours after waking, การใช้คำ

1:01

พวกเราส่วนใหญ่จะคิดได้เฉียบคมที่สุดหลังตื่นนอน 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง

การใช้คำ

sharpest: ภาวะที่สมองตื่นตัวที่สุด

ในที่นี้ sharp ใช้บรรยายจิตใจที่ตื่นตัว มีสมาธิ และเข้าใจหรือตอบสนองได้รวดเร็ว Sharpest เป็นรูปขั้นสูงสุด ดังนั้นประโยคนี้จึงระบุช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มีความคิดชัดเจนที่สุด คำนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงคมตัดของวัตถุหรือน้ำเสียงที่รุนแรง ความหมายเกี่ยวกับความคิดแบบนี้พบได้ตามธรรมชาติในบริบทการทำงานและการเรียน เช่น stay sharp หรือ feel sharp

แบบฝึกหัด

sharpest ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร?

  1. ตื่นตัวทางความคิดและคิดได้รวดเร็วที่สุด
  2. พูดด้วยน้ำเสียงรุนแรงที่สุด
  3. มีคมตัดที่แหลมคมที่สุด
ดูคำตอบ

ตื่นตัวทางความคิดและคิดได้รวดเร็วที่สุด

but your memory is impacted as the day moves on. วลี

1:05

แต่เมื่อวันดำเนินไป ความจำของคุณจะได้รับผลกระทบ

วลี

as the day moves on: เมื่อวันค่อย ๆ ผ่านไป

ในประโยคนี้ as the day moves on หมายถึง “อย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อวันดำเนินต่อไป” อนุประโยคนี้สร้างกรอบเวลาที่เปลี่ยนแปลง โดยผลที่มีต่อความจำเกิดขึ้นควบคู่กับชั่วโมงที่ผ่านไป moves on ในที่นี้บรรยายว่าวันกำลังดำเนินไปตามเวลา ไม่ได้หมายความว่าวันเคลื่อนที่จริง ๆ และไม่ได้มีความหมายเชิงความสัมพันธ์แบบ move on from something ซึ่งหมายถึงการปล่อยบางอย่างไว้เบื้องหลังแล้วเดินหน้าต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “อย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อวันดำเนินต่อไป”: My energy tends to fall ____.

ดูคำตอบ

as the day moves on

In the morning,

1:08

ในตอนเช้า

we forget an average of 5 facts,

1:08

เราลืมข้อมูลโดยเฉลี่ย 5 เรื่อง

but by afternoon,

1:10

แต่พอถึงช่วงบ่าย

we forget around 14.

1:11

เราจะลืมประมาณ 14 เรื่อง

Not if you're a young adult, though. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

แต่หากคุณเป็นวัยหนุ่มสาว ก็ไม่เป็นเช่นนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

Not if ..., though: การชี้ข้อยกเว้นด้วยประโยคแบบละข้อความ

Not if you're a young adult เป็นการแก้คำกล่าวแบบละข้อความที่เข้าใจได้ออกไป หมายความว่าผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช้กับกรณีที่บุคคลนั้นเป็นคนวัยหนุ่มสาว ส่วนที่เหลือของความคิดถูกละไว้เพราะผู้ฟังเติมความหมายได้จากประโยคก่อนหน้า though ที่ท้ายประโยคเพิ่มนัยยอมรับบางส่วนและช่วยลดความแข็งของน้ำเสียง ผู้พูดยังคงโต้แย้งหรือจำกัดข้อสรุปกว้าง ๆ ก่อนหน้า แต่ though ทำให้คำแก้ฟังไม่ห้วนจนเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยคำขึ้นต้นสองคำที่นำเสนอข้อยกเว้น: “Everyone needs a ticket.” “____ you're under twelve, though.”

ดูคำตอบ

Not if

In fact, the reverse is true วลี

1:14

ที่จริงแล้วกลับเป็นตรงกันข้าม

วลี

the reverse is true: ความจริงกลับตรงกันข้าม

ในประโยคนี้ the reverse is true หมายความว่ารูปแบบที่เกิดขึ้นจริงตรงกันข้ามกับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงอย่างชัดเจน จึงหักล้างความคาดหมายก่อนหน้าได้เจาะจงกว่าการตอบเพียง no reverse ในที่นี้หมายถึงทิศทางของแนวโน้มโดยรวมที่กลับกัน กล่าวคือ คนหนุ่มสาวไม่ได้ตื่นตัวทางความคิดน้อยลงเมื่อเข้าสู่ช่วงหลังของวัน แต่กลับตื่นตัวมากขึ้น สำนวนนี้ใช้ได้กับข้ออ้าง การเปรียบเทียบ การคาดการณ์ หรือแนวโน้ม เมื่อหลักฐานสนับสนุนรูปแบบที่ตรงกันข้าม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายความว่าสถานการณ์จริงตรงกันข้ามกับข้อความก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง: Many people assume that online classes have lower attendance. In fact, ____.

ดูคำตอบ

the reverse is true

with young people becoming more mentally alive in the afternoon and evening. ไวยากรณ์

1:16

เพราะคนหนุ่มสาวจะตื่นตัวทางความคิดมากขึ้นในช่วงบ่ายและเย็น

ไวยากรณ์

โครงสร้าง with young people becoming more mentally alive

รูปแบบนี้คือ with + นามวลี + present participle: with young people becoming more mentally alive โดยเพิ่มสถานการณ์ประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อความก่อนหน้าเกิดขึ้นจริงในลักษณะใด young people เป็นประธานในทางความหมายของ becoming ส่วน becoming ไม่ใช่กริยาหลักของทั้งประโยค ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวให้หลักฐานของแนวโน้มที่กลับกัน นั่นคือความตื่นตัวทางความคิดเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายและเย็น โครงสร้างแบบกระชับนี้ใช้เชื่อมพัฒนาการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน สภาวะประกอบ หรือรายละเอียดเชิงอธิบายเข้ากับอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์แล้วได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง with + นามวลี + -ing โดยใช้ dark clouds และ spread: The storm moved closer, ____ across the sky.

ดูคำตอบ

with dark clouds spreading

But at night,

1:20

แต่ในตอนกลางคืน

our biological clock seems to turn off proteins involved in forming long-term memories,

1:21

นาฬิกาชีวภาพของเราดูเหมือนจะปิดการทำงานของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความทรงจำระยะยาว

which is why it's best not to cram for a test all night. โน้ต

1:25

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรโหมอ่านหนังสือสอบตลอดทั้งคืน

ไวยากรณ์

ใช้ which is why เพื่อย้อนอ้างและบอกผลที่ตามมา

ในที่นี้ which ย้อนอ้างถึงใจความทั้งหมดก่อนหน้า คือ นาฬิกาชีวภาพอาจปิดการทำงานของโปรตีนที่จำเป็นต่อการสร้างความทรงจำระยะยาว ไม่ได้อ้างถึงเฉพาะคำว่า memories ที่อยู่ใกล้ที่สุด รูปแบบ [ข้อความ], which is why [ผลหรือข้อสรุป] เชื่อมข้อเท็จจริงหรือเหตุผลที่กล่าวไว้แล้วเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ ผลที่ตามมาคือคำแนะนำว่าไม่ควรอ่านหนังสือสอบอย่างหนักตลอดทั้งคืน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสามคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งย้อนอ้างถึงอนุประโยคแรกทั้งหมดและนำเข้าสู่ผลที่ตามมา: The roads were icy, ____ the school opened two hours late.

ดูคำตอบ

which is why

วลี

cram for a test: อ่านสอบแบบเร่งอัดในนาทีสุดท้าย

ในที่นี้ cram for a test หมายถึงการพยายามเรียนรู้เนื้อหาจำนวนมากอย่างเข้มข้นภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนสอบไม่นาน วลีนี้มักสื่อว่าผู้เรียนเริ่มเตรียมตัวช้าและกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ในรูปแบบ cram for + test หรือ exam คำหลัง for ระบุการสอบที่กำลังเตรียมตัว ความหมายด้านการเรียนนี้แตกต่างจากความหมายทางกายภาพของ cram ซึ่งหมายถึงการยัดคนหรือสิ่งของมากเกินไปลงในพื้นที่เล็ก ๆ

แบบฝึกหัด

Maya ไม่ได้อ่านหนังสือมาตลอดทั้งเดือน และเธอจะสอบพรุ่งนี้ ประโยคใดระบุโดยเฉพาะว่าเธอจะอ่านหนังสืออย่างเข้มข้นในนาทีสุดท้าย?

  1. She is going to review notes she already understands.
  2. She is going to cram for the exam tonight.
  3. She is going to study for the exam throughout the semester.
ดูคำตอบ

She is going to cram for the exam tonight.

It's noon

1:29

เที่ยงวันแล้ว

and it's time for lunch.

1:29

ได้เวลากินอาหารกลางวัน

Your stomach is able to expand as much as 2 and a half pints ไวยากรณ์

1:31

กระเพาะอาหารของคุณขยายได้มากถึง 2 ไพนต์ครึ่ง

ไวยากรณ์

as much as + ปริมาณสูงสุด

ในประโยคนี้ as much as นำหน้าปริมาณที่อาจสูงจนน่าประหลาดใจ โดยหมายความว่ากระเพาะอาหารสามารถขยายได้จนมีความจุสูงสุด 2 ไพนต์ครึ่ง วลีนี้ขยายค่าที่วัดและเน้นขีดจำกัดด้านบน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as much as + ปริมาณ มักใช้บอกขีดจำกัดสูงหรือค่าประมาณ จึงไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะถึงตัวเลขนั้น ที่นี่ไม่ใช่รูปเปรียบเทียบความเท่ากัน as much ... as ... เพราะไม่มีสิ่งที่สองมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่ทำให้ 500 dollars เป็นค่าใช้จ่ายที่อาจสูงจนน่าประหลาดใจ: The repair could cost ____ 500 dollars.

ดูคำตอบ

as much as

to receive a meal.

1:33

เพื่อรองรับอาหารหนึ่งมื้อ

Here it stays for a few hours

1:35

อาหารจะค้างอยู่ที่นี่สองสามชั่วโมง

before it's sent to your small intestine.

1:36

ก่อนถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก

We digest meals without even thinking about it.

1:38

เราย่อยอาหารได้โดยไม่ต้องนึกถึงมันเลย

In fact,

1:40

ที่จริงแล้ว

there's a brain of sorts in your belly called the enteric nervous system, วลี

1:41

ในท้องของคุณมีสิ่งที่คล้ายสมอง เรียกว่าระบบประสาทลำไส้

วลี

a ... of sorts: ชื่อเรียกที่ตรงเพียงคร่าว ๆ

of sorts วางหลังคำนามและหมายความว่าสิ่งนั้นเป็นตัวอย่างที่ไม่ปกติ มีข้อจำกัด หรือไม่สมบูรณ์ของคำนามนั้น ดังนั้น a brain of sorts จึงนำเสนอระบบประสาทลำไส้ว่าเป็นสิ่งที่พอจะเรียกกว้าง ๆ ว่าสมองได้ ไม่ได้หมายถึงสมองที่สองจริง ๆ ซึ่งเหมือนกับสมองในศีรษะทุกประการ วลีนี้ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ผู้พูดจึงใช้ชื่อเรียกที่ช่วยให้เข้าใจได้ พร้อมบอกว่าชื่อนั้นตรงเพียงโดยประมาณ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำนาม + of sorts

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์แต่ยังใช้งานได้: We turned the garage into a workshop ____.

ดูคำตอบ

of sorts

which performs everything from sensing nutrients,

1:44

ซึ่งทำทุกอย่าง ตั้งแต่ตรวจจับสารอาหาร

measuring acids,

1:47

วัดระดับกรด

and coordinating the immune system

1:47

และประสานการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

to defend your gut.

1:49

เพื่อปกป้องลำไส้ของคุณ

Around 2:30 p.m.

1:50

ประมาณ 14:30 น.

and lunch has left us a wave of fogginess and fatigue. สำนวน

1:52

อาหารกลางวันทำให้เราเผชิญกับความมึนงงและเหนื่อยล้าระลอกหนึ่ง

สำนวน

ระลอกของความมึนงงและความเหนื่อยล้า

ในประโยคนี้ a wave of นำเสนอ fogginess และ fatigue ว่าเป็นความรู้สึกที่เข้ามาพร้อมกันและถาโถมใส่กลุ่มผู้พูด ภาพนี้สื่อถึงการเริ่มต้นหรือการเพิ่มระดับอย่างฉับพลันที่สังเกตได้ ไม่ใช่คลื่นน้ำจริง ๆ a wave of + คำนาม เป็นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ โดยทำให้ประสบการณ์ดูมีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนความรุนแรง เหมาะเป็นพิเศษกับอารมณ์ ความเจ็บปวด ความเหนื่อย และภาวะอื่นที่ดูเหมือนจะถาโถมใส่ใครบางคนอย่างกะทันหัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอความเหนื่อยล้าว่าเป็นระลอกที่ถาโถมเข้ามาอย่างฉับพลันได้ดีที่สุด

  1. A wave of exhaustion swept over her after the race.
  2. A sense of exhaustion was difficult for her to describe.
  3. A spell of exhaustion lasted through the weekend.
ดูคำตอบ

A wave of exhaustion swept over her after the race.

After a meal,

1:55

หลังมื้ออาหาร

your body has a short boost in energy from the glucose, วลี

1:56

ร่างกายจะได้พลังงานเพิ่มขึ้นชั่วครู่จากกลูโคส

วลี

พลังงานที่เพิ่มขึ้นช่วงสั้น ๆ

ในที่นี้ boost เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการเพิ่มขึ้นของระดับ และ in energy ระบุว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นคือพลังงาน คำนำหน้านาม a นำเสนอการเพิ่มขึ้นหนึ่งครั้ง ส่วน short บอกว่าการเพิ่มนั้นคงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำคุณศัพท์ + boost in + คำนาม เช่น a quick boost in confidence รูปแบบนี้ใช้เรียกการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่สูงขึ้นโดยไม่ได้รับประกันว่าจะดีขึ้นอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ boost เป็นคำนามอย่างถูกต้องเพื่อเรียกการเพิ่มขึ้นของพลังงานชั่วคราว

  1. After the snack, I tried to boost my energy.
  2. After the snack, I felt a short boost in energy.
  3. After the snack, there was a short increase in energy.
ดูคำตอบ

After the snack, I felt a short boost in energy.

but is then followed by a wave of insulin,

1:58

แต่จากนั้นอินซูลินจะหลั่งออกมาเป็นระลอก

the hormone that transports sugar to your cells.

2:01

ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลำเลียงน้ำตาลไปยังเซลล์

Scientists believe that insulin might pull too much from your blood,

2:03

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอินซูลินอาจดึงน้ำตาลออกจากเลือดมากเกินไป

causing an energy nosedive. สำนวน

2:06

ทำให้พลังงานดิ่งฮวบ

สำนวน

Energy nosedive: การตกลงอย่างฉับพลันและชัน

ใน energy nosedive คำว่า nosedive เป็นคำนามที่ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ตามความหมายตรง เครื่องบินที่อยู่ในภาวะ nosedive จะหันหัวลงอย่างชัน แต่ในที่นี้ภาพดังกล่าวใช้อธิบายว่าระดับพลังงานของคนลดลงอย่างรวดเร็วมาก สำนวนนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าฉับพลัน ชัน และรุนแรง ไม่ใช่ค่อย ๆ ลดลง อุปมาเดียวกันนี้ใช้พูดถึงการตกฮวบของราคา ผลงาน อารมณ์ หรือภาวะอื่นที่วัดได้

แบบฝึกหัด

เติมคำนามเป้าหมายที่หมายถึงการตกลงอย่างฉับพลันและชันลงในประโยค: After the star player was injured, the team's performance took a ____.

ดูคำตอบ

nosedive

However,

2:08

อย่างไรก็ตาม

this phenomenon occurs even if you don't have lunch, ไวยากรณ์

2:08

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นแม้คุณจะไม่กินอาหารกลางวัน

ไวยากรณ์

Even if สำหรับผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

Even if ใช้นำเงื่อนไขเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง โดยเงื่อนไขนั้นเป็นเพียงสมมติฐานหรือยังไม่แน่นอน แต่ถึงเกิดขึ้นก็จะไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ ในที่นี้ การไม่กินมื้อกลางวันถูกนำมาพิจารณาเป็นเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น และประโยคบอกว่าปรากฏการณ์นั้นยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี โครงสร้างอาจเป็น result + even if + condition หรือ Even if + condition, result หมายความว่าไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นจริงหรือไม่ ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยเงื่อนไขเชิงยอมรับข้อขัดแย้งแบบสองคำจากบทเรียนนี้: The organizers will hold the outdoor concert ____ it rains.

ดูคำตอบ

even if

which has led to much research on the power of naps,

2:11

จึงมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับประโยชน์ของการงีบหลับ

which increase productivity and safety.

2:14

ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัย

4:30 p.m.

2:16

เวลา 16:30 น.

and it's time to hit the gym. สำนวน

2:17

ได้เวลาไปออกกำลังกายที่ยิม

สำนวน

ใช้ “hit the gym” เพื่อบอกว่าไปยิมออกกำลังกาย

“Hit the gym” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงไปยิมเพื่อออกกำลังกาย ในที่นี้ hit ไม่ได้หมายถึงการตีสิ่งใด ในสำนวนภาษาพูดที่ใช้กันเป็นแบบแผนบางสำนวน hit + สถานที่ อาจหมายถึงไปยังสถานที่นั้นแล้วเริ่มทำกิจกรรมตามปกติของสถานที่นั้น สำนวนนี้ทำให้แผนฟังดูกระฉับกระเฉงและมุ่งมั่น แต่ไม่ใช่กฎที่นำไปใช้กับทุกสถานที่ได้อย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไปยิมและออกกำลังกาย”: After work, I'm going to ____.

ดูคำตอบ

hit the gym

Though many try to work out in the morning,

2:19

แม้หลายคนจะพยายามออกกำลังกายในตอนเช้า

studies suggest that you may gain 20% more muscle strength

2:20

แต่งานวิจัยชี้ว่าคุณอาจเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้มากขึ้น 20%

by working out in the afternoon.

2:24

ด้วยการออกกำลังกายในช่วงบ่าย

Your airways are more open,

2:25

ทางเดินหายใจของคุณเปิดกว้างขึ้น

your heart works more efficiently,

2:27

หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

and your reaction time is at its peak.

2:28

และความเร็วในการตอบสนองอยู่ที่จุดสูงสุด

Much of this has to do with your core body temperature วลี

2:30

ส่วนใหญ่เป็นเพราะอุณหภูมิแกนกลางร่างกายของคุณ

peaking later in the day.

2:33

ขึ้นถึงจุดสูงสุดในช่วงท้ายของวัน

วลี

ใช้ “has to do with” เพื่อแสดงความเกี่ยวข้องและคำอธิบาย

“Has to do with” เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “อธิบายได้บางส่วนด้วย” ในประโยคนี้ การที่อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายขึ้นถึงจุดสูงสุดช้ากว่าช่วยอธิบายปรากฏการณ์ที่กำลังกล่าวถึงได้เป็นส่วนใหญ่ โครงสร้างคือ ประธาน + have/has to do with + คำนามหรืออนุประโยค -ing โดย have เปลี่ยนตามประธาน ส่วน do เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัวและไม่ได้หมายถึงการทำงานอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “has to do with” สื่อความหมายใด?

  1. ข้อกำหนดว่าต้องทำงานอย่างหนึ่ง
  2. วิธีจัดการบางสิ่งด้วยการกระทำทางกายภาพ
  3. ความเกี่ยวข้องหรือคำอธิบายบางส่วน
ดูคำตอบ

ความเกี่ยวข้องหรือคำอธิบายบางส่วน

Even most sports records are achieved between 3:00 p.m. and 8:00 p.m.

2:34

แม้แต่สถิติกีฬาส่วนใหญ่ก็ยังถูกสร้างขึ้นระหว่าง 15:00 น. ถึง 20:00 น.

Now you start off the evening by joining some friends for drinks. โน้ต

2:38

จากนั้นคุณเริ่มต้นค่ำคืนนี้ด้วยการไปดื่มกับเพื่อน ๆ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง start off the evening by joining ...

Start off the evening หมายถึงเริ่มต้นช่วงค่ำด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ในที่นี้ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี start off ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกห่าง โครงสร้าง start off + กิจกรรมหรือช่วงเวลา + by + กริยารูป -ing ใช้บอกการกระทำแรก เช่น start off the evening by joining some friends ในโครงสร้างนี้ by นำหน้าวิธีหรือขั้นตอนแรก ไม่ได้หมายถึงเส้นตาย และไม่ได้ระบุผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง start off ... by + กริยารูป -ing: Yesterday, we ____ the workshop ____ sharing one useful tip.

ดูคำตอบ

started off · by

วลี

ไปสมทบกับเพื่อนเพื่อดื่มอะไรด้วยกัน

Joining some friends for drinks หมายถึงไปพบเพื่อนและเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์เดียวกัน กริยา join รับคนหรือกลุ่มที่เราเข้าไปร่วมเป็นกรรมโดยตรง: join some friends For drinks บอกจุดประสงค์ของการพบกัน คือการดื่มเครื่องดื่มร่วมกันเป็นกิจกรรมทางสังคม

แบบฝึกหัด

ใช้ join เติมคำเชิญให้สมบูรณ์: Would you like to ____ us for drinks after the concert?

ดูคำตอบ

join

During cocktail hour,

2:41

ในช่วงเวลาดื่มค็อกเทล

you're actually more tolerant to the effects of alcohol. การใช้คำ

2:42

ที่จริงแล้วคุณทนต่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้มากกว่า

การใช้คำ

tolerant to the effects of alcohol: ทนต่อผลของแอลกอฮอล์ได้มากขึ้น

ในประโยคนี้ more tolerant to the effects of alcohol หมายถึงแอลกอฮอล์ในปริมาณเท่ากันส่งผลต่อคนคนหนึ่งน้อยกว่า ในที่นี้ tolerant หมายถึงความไวทางสรีรวิทยาที่ลดลง ไม่ใช่ความอดทนหรือการเปิดใจกว้าง โครงสร้าง be หรือ become + tolerant to + สาร สภาวะ หรือผลกระทบ ใช้อธิบายการตอบสนองของร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนลง more ใช้เปรียบเทียบระดับความทนทาน แต่ไม่ได้หมายความว่าแอลกอฮอล์ไม่มีอันตรายหรือการรับปริมาณมากขึ้นจะปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tolerant to เพื่ออธิบายความไวทางสรีรวิทยาที่ลดลง ไม่ใช่การยอมรับ

  1. After months of treatment, her body became more tolerant to the medication's effects.
  2. He is tolerant of opinions he strongly disagrees with.
  3. She tolerates the noise because the repairs will end soon.
ดูคำตอบ

After months of treatment, her body became more tolerant to the medication's effects.

In one study,

2:45

ในงานวิจัยชิ้นหนึ่ง

those drinking vodka at 9:00 a.m. ไวยากรณ์

2:46

ผู้ที่ดื่มวอดก้าตอน 9:00 น.

had significantly worse reaction time and psychological functioning

2:48

มีเวลาในการตอบสนองและการทำงานทางจิตใจแย่ลงอย่างมาก

than those who had the same dose at 6:00 p.m.

2:52

เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มในปริมาณเท่ากันตอน 18:00 น.

ไวยากรณ์

those drinking ... than those who had the same dose: ใช้ those เปรียบเทียบคนสองกลุ่ม

Those ใช้แทนคนหลายคนในทั้งสองส่วนของการเปรียบเทียบนี้ ใน those drinking vodka at 9:00 a.m. นั้น drinking vodka at 9:00 a.m. เป็นอนุประโยค active รูป -ing ที่ขยาย those และเป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ เช่น those who were drinking vodka at 9:00 a.m. รูป -ing ไม่ได้แสดงเวลาด้วยตัวเอง ดังนั้นเวลาจึงต้องดูจากประโยครอบข้าง Than those who had the same dose นำเสนอกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบเต็ม การใช้ those ซ้ำช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามอย่าง participants ซ้ำ และสร้างโครงสร้างคู่ขนานที่ชัดเจน คือ those + ส่วนขยาย ... than those + ส่วนขยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบโดยใช้คำแทนพหูพจน์ those ในช่องว่างทั้งสองแห่ง: "____ working remotely reported less stress than ____ who commuted every day."

ดูคำตอบ

Those · those

It's around 8:30 p.m. now

2:54

ตอนนี้เวลาประมาณ 20:30 น.

and you catch someone's eye in the bar. สำนวน

2:56

คุณสบตากับใครบางคนในบาร์

สำนวน

Catch someone's eye: ความสนใจทางสายตาและการสบตา

ในประโยคนี้ catch someone's eye หมายถึงอีกฝ่ายสังเกตเห็นสายตาของคุณและคุณทั้งคู่สบตากัน ในสถานที่พบปะทางสังคมอย่างบาร์ วลีนี้มักบอกถึงช่วงเวลาแรกที่คนสองคนเริ่มสังเกตเห็นกัน โดยทั่วไป สำนวนนี้ยังหมายถึงการดึงดูดความสนใจทางสายตาของใครบางคน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ คำว่า catch ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการจับดวงตาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงนอราสบตากับเบนชั่วครู่: “From across the meeting room, Nora ____ and nodded.”

ดูคำตอบ

caught Ben's eye

Most of our mammalian ancestors

2:58

บรรพบุรุษสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ของเรา

have had ways of advertising their fertility. การใช้คำ

3:00

มีวิธีแสดงให้เห็นว่าตนพร้อมสืบพันธุ์

การใช้คำ

Advertising their fertility: advertise ในความหมายของการส่งสัญญาณทางชีววิทยา

ในที่นี้ advertising หมายถึงการแสดงหรือส่งสัญญาณที่ทำให้คู่ที่เป็นไปได้มองเห็นภาวะการสืบพันธุ์ วลีนี้อธิบายหน้าที่ทางชีววิทยาของลักษณะหรือพฤติกรรม ไม่ใช่การโฆษณาเชิงพาณิชย์ วลี -ing คือ advertising their fertility อธิบายว่า ways ที่กล่าวก่อนหน้านั้นใช้เพื่ออะไร ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ คำกริยาอย่าง advertise สามารถอธิบายผลของสัญญาณได้ แม้ว่าสัตว์จะไม่ได้ตั้งใจสื่อสารอย่างมีสติก็ตาม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The display advertises the animal's fertility” คำว่า advertises หมายถึงอะไร?

  1. มันรับประกันว่าสัตว์นั้นตั้งท้องแล้ว
  2. มันขายบริการด้านภาวะเจริญพันธุ์เชิงพาณิชย์
  3. มันให้สัญญาณที่สังเกตได้เกี่ยวกับภาวะการสืบพันธุ์
ดูคำตอบ

มันให้สัญญาณที่สังเกตได้เกี่ยวกับภาวะการสืบพันธุ์

It turns out that human women also give cues when they're ovulating. ลำดับความ

3:02

ปรากฏว่าผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเมื่อกำลังตกไข่เช่นกัน

ลำดับความ

It turns out that + ข้อเท็จจริงที่ค้นพบภายหลัง

It turns out that ใช้นำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นหลังจากการสังเกต การตรวจสอบ หรือความเข้าใจที่เปลี่ยนไป อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกข้อเท็จจริงที่ค้นพบ ในประโยคนี้คือข้อเท็จจริงที่ว่าผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเมื่อกำลังตกไข่เช่นกัน ในฐานะกรอบจัดลำดับข้อมูล สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังมีการเปิดเผยสิ่งใหม่และทำให้ผู้ฟังปรับความคาดหมายเดิม โดยเสนออนุประโยคถัดไปเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดแล้ว แต่ไม่ได้ระบุที่มาของหลักฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบที่ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงน่าประหลาดใจซึ่งค้นพบในภายหลัง: ____ the keys were in my coat pocket all along.

ดูคำตอบ

It turns out that

In fact,

3:05

ที่จริงแล้ว

when looking at pictures of women,

3:06

เมื่อดูรูปภาพของผู้หญิง

studies show men find women in the fertile phase ไวยากรณ์

3:08

งานวิจัยพบว่าผู้ชายมองว่าผู้หญิงที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์

to be more attractive.

3:10

มีเสน่ห์มากกว่า

ไวยากรณ์

find + กรรม + to be + คำคุณศัพท์

ในโครงสร้าง find + object + to be + complement คำว่า find หมายถึง “ประเมินว่า” หรือ “ได้ข้อสรุปว่า” ไม่ใช่ “ค้นหาตำแหน่งเจอ” ในประโยคนี้ women in the fertile phase เป็นกรรม และ to be more attractive เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกการประเมินของผู้ชาย โครงสร้างนี้รายงานการประเมินว่าเป็นผลจากการสังเกตหรือประสบการณ์ ส่วนเติมเต็มอาจเป็นคำคุณศัพท์หรือวลีนาม ดังนั้นกรอบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ find someone or something to be X

แบบฝึกหัด

เติมการประเมินแบบเป็นทางการโดยใช้ find + object + to be + adjective: After testing the guide yesterday, the reviewers ____ the instructions ____ clear and easy to follow.

ดูคำตอบ

found · to be

You ask each other to dance,

3:12

คุณทั้งคู่ชวนกันเต้นรำ

which brings you close enough to get a whiff. โน้ต

3:13

ทำให้เข้าใกล้กันมากพอที่จะได้กลิ่น

ไวยากรณ์

close enough to get...: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

ใน close enough to get a whiff คำว่า enough วางหลังคำคุณศัพท์ close และบอกระดับที่ถึงเกณฑ์ กล่าวคือ ระยะใกล้มากพอที่จะทำให้เหตุการณ์ถัดไปเป็นไปได้ to-infinitive คือ to get a whiff แสดงผลที่ระดับดังกล่าวทำให้เป็นไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา เช่น warm enough to swim หรือ strong enough to lift it

แบบฝึกหัด

ใช้ cool และ enough ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The soup has cooled, and now it is ____ to eat.

ดูคำตอบ

cool enough

วลี

get a whiff: ได้กลิ่นเพียงชั่วครู่

ใน get a whiff คำว่า get หมายถึงได้รับหรือสัมผัส ส่วน a whiff คือกลิ่นปริมาณเล็กน้อยที่ได้กลิ่นเพียงชั่วครู่ รวมกันแล้ววลีนี้หมายถึงการรับรู้กลิ่นชั่วขณะ ซึ่งมักเกิดจากกลิ่นลอยมาถึงโดยไม่คาดคิด เมื่อต้องการระบุกลิ่นหรือแหล่งที่มา ให้ใช้ get a whiff of + คำนาม เช่น get a whiff of smoke สำนวนนี้เน้นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสชั่วครู่ ไม่ใช่การดมอย่างตั้งใจหรือต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “รับรู้กลิ่นปริมาณเล็กน้อยเพียงชั่วครู่”: As I opened the old book, I ____ of dust.

ดูคำตอบ

got a whiff

After all, ลำดับความ

3:15

เพราะถึงอย่างไร

your sebaceous and apocrine glands release scents through the armpit,

3:15

ต่อมไขมันและต่อมอะโพไครน์จะปล่อยกลิ่นออกมาทางรักแร้

ลำดับความ

After all ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

ในที่นี้ After all นำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า คือคนที่อยู่ใกล้กันสามารถได้กลิ่นของกันและกัน เพราะกลิ่นถูกปล่อยออกมาทางรักแร้ ในฐานะคำเชื่อมทางวาทกรรม after all บอกว่าข้อเท็จจริงหนึ่งช่วยอธิบายหรือสนับสนุนสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ไม่ได้เป็นสำนวนบอกเวลาที่หมายถึง finally

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ after all เพื่อนำเสนอเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า

  1. We finally left when the event ended.
  2. After all the other guests had left, we locked the door.
  3. We should leave early. After all, traffic is usually heavy at this hour.
ดูคำตอบ

We should leave early. After all, traffic is usually heavy at this hour.

which potential partners may find attractive.

3:19

ซึ่งคนที่อาจมาเป็นคู่ครองอาจรู้สึกว่ามีเสน่ห์

And because humans walk upright,

3:21

และเนื่องจากมนุษย์เดินตัวตรง

the armpit is the ideal body part

3:23

รักแร้จึงเป็นส่วนของร่างกายที่เหมาะที่สุด

to disperse scent.

3:25

สำหรับการกระจายกลิ่น

It's 11:00 p.m. now,

3:26

ตอนนี้เวลา 23:00 น.

which is the most popular time for sexual activity,

3:27

ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนนิยมมีกิจกรรมทางเพศมากที่สุด

which has little to do with our bodies ไวยากรณ์

3:30

เรื่องนี้แทบไม่เกี่ยวข้องกับร่างกายของเรา

and more to do with societal schedules.

3:32

แต่เกี่ยวข้องกับตารางเวลาทางสังคมมากกว่า

ไวยากรณ์

has little to do with ... and more to do with ใช้เปรียบเทียบน้ำหนักของสองสาเหตุ

โครงสร้างคู่ has little to do with X and more to do with Y ใช้เปรียบเทียบคำอธิบายสองอย่าง โดยบอกว่า X มีอิทธิพลเพียงเล็กน้อย ส่วน Y เป็นคำอธิบายที่มีน้ำหนักมากกว่า little ไม่ได้หมายความว่าไม่เกี่ยวข้องเลย และ more ไม่ได้หมายความว่าเป็นสาเหตุเดียว ผู้พูดกำลังปรับน้ำหนักระหว่างสองสาเหตุ ไม่ได้ตัดสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งออกทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่เรียนมา: The delay ____ bad weather ____ poor planning.

ดูคำตอบ

has little to do with · and more to do with

In fact,

3:34

ที่จริงแล้ว

levels of testosterone are much lower in the evening and peak at 8:00 a.m.,

3:35

ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำกว่ามากในตอนเย็น และสูงสุดตอน 8:00 น.

while semen quality is best in the afternoon

3:39

ขณะที่คุณภาพของน้ำอสุจิดีที่สุดในช่วงบ่าย

with 35 times 10 to the 6 more spermatozoa per ejaculation.

3:41

โดยมีอสุจิมากกว่าเดิม 35 ล้านตัวต่อการหลั่งหนึ่งครั้ง

As such, ลำดับความ

3:46

ดังนั้น

couples hoping to conceive ไวยากรณ์

3:46

คู่รักที่หวังจะมีลูก

have better chances with midday sex than during the midnight hour. วลี

3:47

จึงมีโอกาสมากกว่าหากมีเพศสัมพันธ์ตอนเที่ยง แทนที่จะเป็นตอนเที่ยงคืน

ลำดับความ

As such, ในฐานะคำเชื่อมแสดงผล

ในประโยคนี้ As such ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้จากหลักฐานซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าทันที โดยบอกผู้อ่านว่าข้อความเรื่องโอกาสที่สูงกว่านั้นเป็นผลสรุปจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า การใช้แบบนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยเสนอหลักฐานก่อน แล้วจึงตามด้วยข้อสรุปที่เกิดขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงบทบาทเชื่อมความในตำแหน่งต้นประโยค และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในฐานะเช่นนั้น”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “As such,” บ่งบอกอะไร?

  1. การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ข้อสรุปที่อิงจากข้อเท็จจริงซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า
  3. ตัวอย่างที่ขัดแย้งกับประเด็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ข้อสรุปที่อิงจากข้อเท็จจริงซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า

ไวยากรณ์

couples hoping to conceive ในรูปอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อ

ใน couples hoping to conceive ส่วน hoping to conceive เป็นอนุประโยค -ing ที่วางหลัง couples โดยมี couples เป็นประธานโดยนัย และทำหน้าที่ระบุว่าหมายถึงคู่รักกลุ่มใด ซึ่งเท่ากับ couples who hope to conceive โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อ เนื่องจาก hoping เป็นรูปกริยาไม่ผัน จึงไม่ใช่กริยาหลัก โดยประโยคหลักดำเนินต่อด้วย have better chances ในที่นี้ conceive หมายถึง “ตั้งครรภ์หรือมีบุตร”

แบบฝึกหัด

ใช้ hope + to-infinitive เป็นส่วนขยายแบบย่อเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Students ____ the debate team should sign up by Friday.

ดูคำตอบ

hoping to join

วลี

have better chances: มีโอกาสสำเร็จสูงกว่า

ในประโยคนี้ have better chances หมายถึง “มีแนวโน้มมากกว่าที่จะได้ผลลัพธ์ตามต้องการ” คำนามพหูพจน์ chances หมายถึงความเป็นไปได้หรือโอกาสสำเร็จ ไม่ได้หมายถึงโอกาสหลายครั้งที่แยกจากกัน โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบโอกาสภายใต้เงื่อนไขหนึ่งกับอีกเงื่อนไขหนึ่งได้ และยังตามด้วย of + -ing ได้ด้วย: have better chances of succeeding

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จมากกว่า”: Teams that rehearse regularly ____ of reaching the final.

ดูคำตอบ

have better chances

As you go to sleep and finally begin to drift off, กริยาวลี

3:51

เมื่อคุณเข้านอนและเริ่มเคลิ้มหลับในที่สุด

กริยาวลี

drift off: ค่อย ๆ หลับไป

Drift off เป็นกริยาวลีอกรรมที่หมายถึง “ค่อย ๆ หลับไป” โดยมักไม่รู้ตัวว่าหลับลงในจังหวะใด ใน begin to drift off บุคคลนั้นกำลังเข้าสู่ภาวะหลับ แต่ยังไม่จำเป็นต้องหลับสนิทแล้ว ในที่นี้ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการลอยออกไปทางกายภาพหรือการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเน้นการค่อย ๆ เข้าสู่การหลับโดยแทบไม่รู้ตัวได้ดีที่สุด? After a few pages, I began to ____.

  1. drift off
  2. doze off
  3. fall asleep
ดูคำตอบ

drift off

melatonin is secreted by the pineal gland,

3:53

ต่อมไพเนียลจะหลั่งเมลาโทนิน

which begins the sleep cycle,

3:55

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการนอนหลับ

which happens multiple times through the night.

3:57

และวงจรนี้เกิดขึ้นหลายครั้งตลอดทั้งคืน

A change from alpha wave drowsiness

3:59

การเปลี่ยนจากอาการง่วงที่มีคลื่นอัลฟา

to lower frequency theta brain waves signify early sleep.

4:00

ไปเป็นคลื่นสมองธีตาที่มีความถี่ต่ำกว่า บ่งบอกถึงระยะแรกของการนอนหลับ

And as your sleep deepens,

4:04

และเมื่อคุณหลับลึกขึ้น

your brain moves to longer delta waves.

4:05

สมองจะเปลี่ยนไปสร้างคลื่นเดลตาที่ทอดยาวขึ้น

For children,

4:07

สำหรับเด็ก

sleep is the time in which 90% of bone growth occurs.

4:08

การเจริญเติบโตของกระดูกร้อยละ 90 เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ

Finally,

4:11

ในที่สุด

as you move into REM sleep,

4:12

เมื่อเข้าสู่ช่วงหลับฝันหรือ REM

your brain is as busy as it was during the day,

4:13

สมองของคุณจะทำงานหนักพอ ๆ กับตอนกลางวัน

firing theta waves with bursts of alpha and beta.

4:15

โดยปล่อยคลื่นธีตาสลับกับคลื่นอัลฟาและเบตาที่ปะทุเป็นช่วง ๆ

Though dreams occur in all stages of sleep,

4:18

แม้ความฝันจะเกิดขึ้นในทุกระยะของการนอนหลับ

it's during REM ไวยากรณ์

4:20

แต่ในช่วง REM

that our dreams are most vivid and intense.

4:21

ความฝันของเราจะชัดเจนและเข้มข้นที่สุด

ไวยากรณ์

โครงสร้างเน้นความ it's during REM that

รูปแบบ it is/it's + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + อนุประโยค คือโครงสร้างเน้นความที่เรียกว่า it-cleft ในที่นี้ during REM ถูกวางไว้ในตำแหน่งเน้น จึงทำให้ประโยคชี้ชัดว่าความฝันชัดเจนและเข้มข้นที่สุดเมื่อใด อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Though บอกว่าความฝันเกิดขึ้นในทุกช่วงของการนอนหลับ โครงสร้างเน้นนี้ไม่ได้หักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าว และไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า “เฉพาะช่วง REM เท่านั้น” แต่เป็นการเน้น REM ให้โดดเด่นในเชิงเปรียบต่าง หากตัดกรอบเน้นออก ใจความพื้นฐานคือ Our dreams are most vivid and intense during REM.

แบบฝึกหัด

ใช้ it-cleft แบบย่อเพื่อเน้นเวลา: The sensor is most reliable at night. ____ the sensor is most reliable.

ดูคำตอบ

It's at night that

Recent brain scans have shown that neurotransmitters like serotonin,

4:23

ภาพสแกนสมองเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าสารสื่อประสาทอย่างเซโรโทนิน

histamine, and noradrenaline

4:26

ฮิสตามีน และนอร์อะดรีนาลีน

are shut off at this point, กริยาวลี

4:27

จะหยุดทำงานในช่วงนี้

กริยาวลี

shut off ในรูปกรรมวาจก are shut off

ใน are shut off คำว่า shut off เป็นกริยาวลีในรูปกรรมวาจก คือ be + กริยาช่องสาม ประธานซึ่งเป็นระบบสารสื่อประสาทที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายได้รับผล และกิจกรรมหรือการส่งสัญญาณของระบบนั้นหยุดลง ณ จุดนี้ Shut off ใช้บอกการหยุดอุปกรณ์ แหล่งจ่ายหรือการไหล หรือการหยุดทำงานของหน้าที่หนึ่งได้ ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเทคนิคและเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งใดถูกนำออกไปทางกายภาพ แต่การส่งสัญญาณที่เกี่ยวข้องจะไม่ทำงานในช่วง REM

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำจากบทเรียน: If the engine overheats, the fuel supply is ____ automatically.

ดูคำตอบ

shut off

turning off reason and logical sense of time,

4:29

ส่งผลให้เหตุผลและการรับรู้เวลาอย่างเป็นตรรกะหยุดทำงาน

which explains some weird dreams.

4:31

ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมบางความฝันจึงแปลกประหลาด

We dream for an hour and a half to 2 hours each night,

4:34

เราฝันคืนละ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง

meaning you spend about 6 years vividly dreaming over your lifetime. ไวยากรณ์

4:36

หมายความว่าตลอดชีวิต คุณใช้เวลาราว 6 ปีไปกับการฝันอย่างชัดเจน

ไวยากรณ์

spend about 6 years vividly dreaming: spend + เวลา + รูป -ing

spend ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายเงิน แต่หมายถึงการใช้หรือผ่านช่วงเวลาหนึ่งไปกับการทำบางสิ่ง โครงสร้างคือ ประธาน + spend + ระยะเวลา + กริยารูป -ing: you spend about 6 years vividly dreaming. ระยะเวลานั้นอาจต่อเนื่องกัน หรืออาจเป็นยอดรวมโดยประมาณที่สะสมจากช่วงเวลาสั้น ๆ หลายช่วงเหมือนในประโยคนี้ Vividly ขยาย dreaming และบอกว่าประสบการณ์ความฝันนั้นชัดเจนหรือเข้มข้นเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ spend และรูป -ing ของ analyze: Maya ____ four years ____ climate data.

ดูคำตอบ

spent · analyzing

In the middle of the night,

4:40

ในช่วงกลางดึก

your body actually wakes up periodically in something called microarousals. การใช้คำ

4:41

ร่างกายจะตื่นขึ้นเป็นระยะ ๆ จากสิ่งที่เรียกว่าการตื่นชั่วขณะ

การใช้คำ

microarousals: การตื่นชั่วขณะสั้นมากระหว่างการนอน

Microarousal คือการเปลี่ยนจากการหลับลึกไปสู่ภาวะใกล้ตื่นในช่วงเวลาสั้นมาก มักกินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและโดยทั่วไปจะจำไม่ได้ ในประโยคนี้ periodically หมายความว่าเหตุการณ์สั้น ๆ เหล่านี้เกิดซ้ำเป็นระยะระหว่างการนอนหลับ รูปพหูพจน์ microarousals ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นตื่นเต็มที่ ลุกจากเตียง หรือจำเป็นต้องมีความผิดปกติด้านการนอน คำนี้เป็นชื่อเรียกเหตุการณ์สั้น ๆ ระหว่างการนอนที่ใช้ในการวิจัยการนอนหลับ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ microarousals ในประโยคมากที่สุด?

  1. ช่วงเวลานานที่ตื่นเต็มที่และลุกออกจากเตียงแล้ว
  2. ความฝันที่สมจริงและยาวนานหลายชั่วโมง
  3. การเปลี่ยนสู่ภาวะใกล้ตื่นที่สั้นมากและเกิดซ้ำระหว่างการนอน
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนสู่ภาวะใกล้ตื่นที่สั้นมากและเกิดซ้ำระหว่างการนอน

These can last only seconds,

4:45

แต่ละครั้งอาจนานเพียงไม่กี่วินาที

but occur between 200 to 1,000 times per night.

4:47

แต่เกิดขึ้น 200 ถึง 1,000 ครั้งต่อคืน

Though most of us in the Western world sleep in all one go, สำนวน

4:50

แม้พวกเราส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกจะนอนรวดเดียว

สำนวน

in all one go: ช่วงเดียวที่ต่อเนื่องกัน

วลี in all one go อธิบายวิธีนอนของคนส่วนใหญ่ในประโยคนี้ว่าเป็นช่วงเดียวที่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้แบ่งเป็นสองช่วงที่แยกจากกัน ในที่นี้ go เป็นคำนามที่หมายถึงหนึ่งครั้ง หนึ่งรอบ หรือช่วงกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่อื่น all เน้นว่าช่วงเวลานอนทั้งหมดรวมอยู่ในการนอนต่อเนื่องครั้งเดียวนั้น สำนวนหลักที่นำไปใช้ต่อได้คือ in one go และมักขยายเป็น all in one go เมื่อต้องการเน้นความครบถ้วนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in all one go บอกอะไรเกี่ยวกับลักษณะการนอน?

  1. เกิดขึ้นเป็นสองช่วงที่ห่างกันมาก
  2. เกิดขึ้นเป็นช่วงเดียวที่ต่อเนื่องกัน
  3. ต้องเดินทางไปยังสถานที่อื่น
ดูคำตอบ

เกิดขึ้นเป็นช่วงเดียวที่ต่อเนื่องกัน

many past cultures' sleep was broken up into two periods กริยาวลี

4:53

แต่ในอดีต หลายวัฒนธรรมแบ่งการนอนออกเป็นสองช่วง

กริยาวลี

be broken up into + ส่วนต่าง ๆ

ใน was broken up into two periods โครงสร้างกรรมวาจก be + broken up + into นำเสนอช่วงเวลานอนหนึ่งช่วงที่สมบูรณ์ว่าได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนย่อย into ใช้นำหน้าส่วนที่เกิดขึ้นจากการแบ่ง โดยไม่ได้ระบุคนหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการแบ่งนั้น ใช้โครงสร้าง whole + be broken up into + parts เมื่อข้อมูลสำคัญคือทั้งสิ่งถูกจัดแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ อย่างไร ไม่ใช่ใครเป็นผู้แบ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกริยาวลีเป้าหมาย: To make the workshop easier to follow, it was ____ three short sessions.

ดูคำตอบ

broken up into

with social activity in between.

4:56

โดยมีกิจกรรมทางสังคมคั่นกลาง

Some studies have even shown that we have two distinct 4-hour natural sleep periods,

4:58

งานวิจัยบางชิ้นถึงกับพบว่าเรามีช่วงเวลานอนตามธรรมชาติสองช่วงที่แยกจากกัน ช่วงละ 4 ชั่วโมง

which in the past would have lasted between 8:00 p.m. to 12:00 a.m.

5:02

ซึ่งในอดีต ช่วงแรกจะอยู่ระหว่าง 20:00 น. ถึง 0:00 น.

and then again from 2:00 a.m. to 6:00 a.m.

5:05

แล้วอีกช่วงคือตั้งแต่ 2:00 น. ถึง 6:00 น.

By 4:30 a.m.,

5:07

เมื่อถึง 4:30 น.

your body temperature is at its lowest

5:08

อุณหภูมิร่างกายจะลดลงถึงจุดต่ำสุด

and your sleep continues to move through the cycle.

5:10

และการนอนของคุณจะดำเนินไปตามวงจรต่อไป

In a few hours,

5:13

อีกไม่กี่ชั่วโมง

it'll be good morning body, ลำดับความ

5:14

ก็จะได้พูดอีกครั้งว่า “อรุณสวัสดิ์นะ ร่างกาย”

time for another day.

5:15

ได้เวลาเริ่มต้นวันใหม่อีกวันแล้ว

ลำดับความ

“it'll be good morning body, time for another day” ในฐานะการย้อนรับช่วงเปิดเรื่องตอนจบ

ถ้อยคำตอนจบ good morning body, time for another day ทวนคำทักทายจากช่วงเปิดวิดีโอ นี่คือการย้อนรับช่วงเปิดเรื่อง โดยตอนจบจงใจกลับไปใช้ถ้อยคำก่อนหน้า ทำให้คำอธิบายดูครบถ้วนแทนที่จะหยุดลงเฉย ๆ ในที่นี้ body เป็นสิ่งที่ผู้พูดเรียกโดยตรง และ another day พาวงจรของร่างกายกลับไปสู่เช้าวันใหม่ เมื่อฟังคำบรรยายหรือเรื่องเล่า การที่ถ้อยคำเดิมปรากฏอีกครั้งใกล้ตอนจบมักเป็นสัญญาณถึงแก่นเรื่องและช่วยปิดโครงสร้างโดยรวม

แบบฝึกหัด

การทวน good morning body, time for another day ในตอนจบมีหน้าที่หลักด้านโครงสร้างอย่างไร?

  1. เป็นการนิยาม body ให้เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยอธิบายไว้ก่อนหน้านี้
  2. เป็นการละทิ้งหัวข้อหลักและเริ่มกล่าวถึงกิจวัตรยามเช้าที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. เป็นการสะท้อนช่วงเปิดเรื่อง พาคำอธิบายกลับไปยังจุดเริ่มต้น และส่งสัญญาณถึงวงจรประจำวันรอบใหม่
ดูคำตอบ

เป็นการสะท้อนช่วงเปิดเรื่อง พาคำอธิบายกลับไปยังจุดเริ่มต้น และส่งสัญญาณถึงวงจรประจำวันรอบใหม่