ทำไมเราจึงควรคาดหวังกับความรักให้น้อยลง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
700 คำ 156 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การคาดหวังให้คู่รักคนเดียวเติมเต็มทุกความต้องการก่อให้เกิดความขุ่นเคือง ส่วนความเป็นอิสระที่ตกลงกันและแรงสนับสนุนภายนอกอาจทำให้ความรักมั่นคงขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. taking the pressure off — กริยาวลี: ใช้อธิบายการลดข้อเรียกร้องต่อคนหรือความสัมพันธ์ โดยไม่ได้สื่อว่าความสัมพันธ์จะจบลง 2. sounding board — สำนวนและภาษาภาพพจน์: หมายถึงผู้ฟังที่ไว้ใจได้ซึ่งช่วยทดสอบและจัดระเบียบความคิด ไม่ใช่แผ่นกระดานจริง 3. The more we can survive without a relationship, the greater will be that relationship's chances — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้การเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์เพื่อแสดงระดับสองอย่างที่เปลี่ยนไปด้วยกัน และสังเกตการกลับคำแบบเป็นทางการหลัง the greater

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It can feel very weird and a bit threatening to talk about taking the pressure off a relationship. กริยาวลี

0:04

มันอาจรู้สึกแปลกมากและค่อนข้างคุกคามที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการลดความกดดันในความสัมพันธ์

กริยาวลี

taking the pressure off: ลดภาระและข้อเรียกร้อง

taking the pressure off หมายถึงการลดความเครียด ข้อเรียกร้อง หรือความคาดหวังที่กดอยู่กับคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายถึงการลดความคาดหวังว่าความสัมพันธ์เพียงหนึ่งเดียวต้องตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ได้หมายถึงการยุติความสัมพันธ์ หลัง talk about คำกริยาใช้รูป -ing ดังนั้น take จึงเปลี่ยนเป็น taking ส่วน off แสดงว่าความกดดันถูกนำออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงลดความเครียดหรือข้อเรียกร้อง: Moving the deadline will ____ the team.

ดูคำตอบ

take the pressure off

Our collective inherited romantic culture likes to imagine functioning couples

0:11

วัฒนธรรมโรแมนติกที่สืบทอดมาร่วมกันของเราชอบที่จะจินตนาการว่าคู่รักที่ใช้ชีวิตคู่ได้ดี

doing more or less everything together and being the center of each other's lives. โน้ต

0:16

จะทำทุกอย่างร่วมกันไม่มากก็น้อยและเป็นศูนย์กลางในชีวิตของกันและกัน

วลี

more or less: ทำให้ข้อความกว้าง ๆ มีความหมายโดยประมาณ

more or less เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง โดยประมาณ เกือบจะ หรือกล่าวโดยรวม ในที่นี้สำนวนนี้ลดความเด็ดขาดของ everything กล่าวคือ ผู้คนจินตนาการว่าคู่รักทำเกือบทุกอย่างร่วมกัน แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นเล็กน้อย สำนวนนี้ทำให้ข้อความกว้าง ๆ ไม่เป็นการยืนยันแบบเด็ดขาด ไม่ใช่การเลือกหรือเปรียบเทียบตามตัวอักษรระหว่างปริมาณที่มากกว่ากับน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงเกือบจะเป็นเช่นนั้น โดยมีข้อยกเว้นเล็กน้อย: The hall is ____ ready; we only need to arrange two chairs.

ดูคำตอบ

more or less

สำนวน

“the center of each other's lives”:ศูนย์กลางชีวิตของกันและกัน

“The center of each other's lives” ใช้อุปลักษณ์เชิงพื้นที่ ศูนย์กลางคือจุดที่สำคัญที่สุด ดังนั้นในที่นี้จึงหมายความว่าคู่รักแต่ละฝ่ายได้รับความสนใจ ความสำคัญ และการใส่ใจทางอารมณ์สูงสุดจากอีกฝ่าย ไม่ได้หมายความว่าใครอยู่ในตำแหน่งทางกายภาพจริง ๆ “Each other's” แสดงทั้งความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างเป็นเจ้าของและความเป็นเจ้าของ กล่าวคือ แต่ละคนเป็นศูนย์กลางชีวิตของอีกคน วลีนี้จึงสื่อว่าความสำคัญดังกล่าวมีให้กันทั้งสองฝ่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: The partners expected to be ____.

ดูคำตอบ

the center of each other's lives

The good couple is, we're told, ลำดับความ

0:21

คู่รักที่ดีคือ คู่ที่เราถูกบอกมาว่า

one in which two people mean more or less everything to one another.

0:24

เป็นคู่ที่คนสองคนมีความหมายต่อกันและกันแทบจะทุกสิ่งทุกอย่าง

ลำดับความ

“we're told” ในฐานะคำแทรกที่ระบุแหล่งที่มา

“We're told” เป็นคำแทรกสั้น ๆ ที่ใช้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล โครงสร้างหลักของประโยคคือ “The good couple is one in which ...” การใส่ “we're told” ไว้ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคจะขัดจังหวะโครงสร้างนี้ชั่วครู่ เพื่อบอกว่าแนวคิดดังกล่าวอ้างว่ามาจากที่ใด รูปถูกกระทำไม่ได้ระบุว่าแหล่งที่มาคือใคร ในบริบทการโต้แย้งนี้ รูปดังกล่าวนำเสนอคำนิยามว่าเป็นข้อความที่ได้รับจากสังคมหรือวัฒนธรรม ไม่ใช่ข้ออ้างของผู้เขียนเอง จึงสร้างระยะห่างและเปิดทางให้เกิดข้อสงสัยหรือการวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ใน “The good couple is, we're told, one in which two people mean more or less everything to one another,” คำแทรก “we're told” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เชื่อมโยงแนวคิดนี้กับเสียงจากภายนอกและสร้างระยะห่างจากแนวคิดนั้น
  2. บอกว่าคนสองคนกำลังพูดกับอีกฝ่ายโดยตรง
  3. บอกว่าผู้พูดคิดแนวคิดนี้ขึ้นมาเองและเห็นด้วยอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ

เชื่อมโยงแนวคิดนี้กับเสียงจากภายนอกและสร้างระยะห่างจากแนวคิดนั้น

In a sound relationship, การใช้คำ

0:29

ในความสัมพันธ์ที่มั่นคง

การใช้คำ

sound relationship: sound ในความหมายว่า “ดี มั่นคง และน่าเชื่อถือ”

ในที่นี้ sound เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ดี มั่นคง และตั้งอยู่บนหลักการที่เหมาะสม A sound relationship คือความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปอย่างสมดุลและเชื่อถือได้ คำนี้ไม่เกี่ยวกับการได้ยินหรือเสียงรบกวน ความหมายเชิงประเมินนี้ยังใช้บรรยายคำแนะนำ การใช้เหตุผล การตัดสินใจ สถานะทางการเงิน หรือโครงสร้างได้ด้วย โดยสื่อว่าสิ่งนั้นอยู่ในสภาพดีหรือไว้วางใจได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sound ในความหมายว่า “น่าเชื่อถือและมีหลักการรองรับ”

  1. The alarm made a loud sound.
  2. Please turn the sound down.
  3. The committee gave us sound advice.
ดูคำตอบ

The committee gave us sound advice.

we're supposed to meet each other's needs in every area of existence, โน้ต

0:30

เราควรจะตอบสนองความต้องการของกันและกันในทุกๆ ด้านของการมีชีวิตอยู่

ไวยากรณ์

'we're supposed to': กฎหรือความคาดหวัง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ใน we're supposed to โครงสร้าง be supposed to นำเสนอสิ่งหนึ่งในฐานะกฎ ความคาดหวังทางสังคม หรือแนวคิดที่ยอมรับกัน ในที่นี้ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่คนทั่วไปคาดหวังให้คู่รักทำ ไม่ได้บอกว่าพวกเขาทำเช่นนั้นจริง วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเว้นระยะจากความคาดหวังนั้นได้ ผู้พูดอาจเพียงรายงานบรรทัดฐานหรืออาจตั้งคำถามว่ามันเป็นจริงได้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท จึงไม่ควรเข้าใจทันทีว่าเป็นคำแนะนำส่วนตัวของผู้พูด

แบบฝึกหัด

We're supposed to arrive by nine มีความหมายตรงที่สุดว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดแนะนำเวลาเก้าโมงเป็นการส่วนตัวโดยไม่มีความคาดหวังจากภายนอก
  2. การมาถึงภายในเก้าโมงเป็นกฎหรือสิ่งที่คาดหวัง
  3. เรามาถึงภายในเก้าโมงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

การมาถึงภายในเก้าโมงเป็นกฎหรือสิ่งที่คาดหวัง

วลี

meet each other's needs: ตอบสนองความต้องการของกันและกัน

ในที่นี้ meet หมายถึง “ตอบสนอง” หรือ “จัดหาสิ่งที่จำเป็น” ไม่ได้หมายถึง “พบเจอกับใคร” การมี needs เป็นกรรมทำให้ meet มีความหมายนี้ Each other's ทำให้การกระทำเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน กล่าวคือแต่ละคนตอบสนองความต้องการของอีกฝ่าย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ meet + needs ของบุคคล เช่น meet a patient's needs หรือ meet children's needs

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแบบต่างฝ่ายต่างทำที่หมายถึง “ตอบสนองความต้องการของกันและกัน”: Good partners talk openly so they can ____.

ดูคำตอบ

meet each other's needs

from sex to intellectual stimulation,

0:35

ตั้งแต่เรื่องเซ็กส์ไปจนถึงการกระตุ้นทางสติปัญญา

cooking styles to bedroom habits.

0:37

สไตล์การทำอาหารไปจนถึงนิสัยในห้องนอน

We're supposed to lead our social life in tandem, สำนวน

0:40

เราควรจะใช้ชีวิตทางสังคมควบคู่กันไป

สำนวน

in tandem: ทำงานอย่างประสานสอดคล้องกัน

In tandem หมายถึง “ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด” หรือ “ทำงานเป็นคู่ที่เชื่อมโยงกัน” สำนวนนี้สื่อมากกว่าแค่สองสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน เพราะการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงของทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อมโยงกัน ในที่นี้ lead our social life in tandem หมายถึงคนสองคนถูกคาดหวังให้จัดการและทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน ราวกับเป็นหน่วยเดียวกัน

แบบฝึกหัด

สองทีมประสานตารางเวลาและการตัดสินใจร่วมกัน ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. The two teams work at the same time but independently.
  2. The two teams work in tandem.
  3. The two teams take turns without coordinating.
ดูคำตอบ

The two teams work in tandem.

be the primary sounding board for one another's problems, สำนวน

0:43

เป็นที่ปรึกษาหลักสำหรับปัญหาของกันและกัน

สำนวน

sounding board: ผู้ฟังที่ช่วยให้คุณจัดความคิด

ในประโยคนี้ sounding board หมายถึงคนที่รับฟังขณะที่อีกฝ่ายพูดถึงปัญหา แล้วตอบสนองหรือตั้งคำถาม คนนี้ช่วยให้ผู้พูดจัดความคิดได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ สำนวนนี้เป็นคำเปรียบเทียบ การเรียกคู่รักว่าเป็น primary sounding board ของกันและกัน หมายความว่าแต่ละฝ่ายเป็นคนหลักที่อีกฝ่ายพึ่งพาเพื่อรับฟังและให้ข้อคิดเห็นแบบนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงคนซึ่งรับฟังและช่วยให้คุณทดสอบความคิด: Before I pitch the plan, I need a ____ to hear me out.

ดูคำตอบ

sounding board

and complete each other in spirit and in matter. สำนวน

0:46

และเติมเต็มซึ่งกันและกันทั้งในด้านจิตใจและวัตถุ

สำนวน

complete each other: ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นคนที่สมบูรณ์

ในที่นี้ complete เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้สมบูรณ์” ไม่ใช่ “ทำงานให้เสร็จ” Complete each other บรรยายว่าคนสองคนเติมส่วนที่อีกฝ่ายขาด ทำให้มองว่าทั้งคู่สมบูรณ์เมื่ออยู่ด้วยกัน วลี in spirit and in matter ขยายความคิดนี้ให้ครอบคลุมทั้งชีวิตภายในหรืออารมณ์ และชีวิตด้านความเป็นจริงหรือวัตถุ เป็นมุมมองต่อความสัมพันธ์ที่หนักแน่นและถูกทำให้เป็นอุดมคติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนสองคนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เข้ากันได้ดี?

  1. The story suggests that the two partners complement each other.
  2. The story suggests that the two partners complete the project together.
  3. The story suggests that the two partners complete each other.
ดูคำตอบ

The story suggests that the two partners complete each other.

If they're involved in a sport,

0:49

หากพวกเขาเล่นกีฬา

we should at once join in or at least come along and support them every weekend. โน้ต

0:51

เราก็ควรจะเข้าร่วมทันที หรืออย่างน้อยก็ไปเป็นเพื่อนและสนับสนุนพวกเขาในทุกสุดสัปดาห์

การใช้คำ

at once ในความหมายว่า “ทันที”

ในประโยคนี้ at once ขยาย join in และหมายถึง “ทันที” หรือ “โดยไม่ชักช้า” แนวคิดคือควรเริ่มเข้าร่วมทันทีที่มีโอกาส at once ยังหมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” ได้ด้วย แต่ความหมายนี้มักเกี่ยวข้องกับการกระทำ บุคคล หรือสภาวะตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป ในที่นี้คำนี้บอกเวลาของการกระทำเดียวคือ join in จึงควรเข้าใจว่า “ทันที”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at once ในความหมายว่า “ทันที” เหมือนในตัวอย่าง

  1. Please call me at once if the alarm sounds.
  2. She felt excited and nervous at once.
  3. Both dancers spun at once.
ดูคำตอบ

Please call me at once if the alarm sounds.

กริยาวลี

join in เพื่อบอกว่าเข้าร่วมกิจกรรม

join in หมายถึงเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ในประโยคนี้หมายถึงการเข้าร่วมเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรม ไม่ใช่เพียงยืนดู คำว่า in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้ใช้บอกสถานที่ หากรู้ชัดอยู่แล้วว่าหมายถึงกิจกรรมใด join in สามารถใช้ลำพังได้ เช่น Everyone was dancing, so I joined in หรือมีชื่อกิจกรรมตามหลังได้ เช่น join in the discussion

แบบฝึกหัด

คนอื่นเริ่มร้องเพลงกันแล้ว ประโยคใดหมายความว่า Maya เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมนั้น โดยไม่ได้บอกว่าเธอเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม

  1. Maya joined in.
  2. Maya joined her friend.
  3. Maya joined the choir.
ดูคำตอบ

Maya joined in.

กริยาวลี

come along: ไปเป็นเพื่อนโดยไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม

ในประโยคนี้ come along หมายถึงไปยังสถานที่เดียวกันพร้อมกับคนอื่น วลีนี้เน้นการไปเป็นเพื่อนและอยู่ที่นั่น ไม่ได้หมายถึงการ “มาถึงข้าง ๆ” ตามตัวอักษร ถ้อยคำนี้เปรียบเทียบ come along กับ join in คนคนหนึ่งอาจ come along เพื่อสนับสนุนกลุ่มได้โดยไม่ต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมนั้นเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I won't play in the match, but I'll come along and cheer for you,” คำว่า come along หมายถึงอะไร

  1. ไปกับกลุ่มและอยู่ที่นั่น
  2. เข้าร่วมการแข่งขันอย่างจริงจัง
  3. ทำให้การแข่งขันคืบหน้า
ดูคำตอบ

ไปกับกลุ่มและอยู่ที่นั่น

If we want to visit a particular country,

0:56

หากเราต้องการไปเที่ยวประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ

they're supposed to trot along enthusiastically with us. การใช้คำ

0:58

พวกเขาก็ควรจะตามเราไปอย่างกระตือรือร้น

การใช้คำ

trot along enthusiastically: ภาพเปรียบเทียบแบบขบขันของการตามไปอย่างกระตือรือร้น

trot ตามความหมายตรงตัวคือเคลื่อนที่ด้วยก้าวสั้น ๆ ที่เร็วและเบา แต่ trot along ในที่นี้ใช้เป็นภาพเปรียบเทียบ โดยวาดภาพว่าคู่รักตามคนอื่นไปอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้หมายความว่ากำลังวิ่งเหยาะ ๆ จริง ๆ enthusiastically ทำให้ภาพนั้นดูเกินจริงมากขึ้น เมื่อใช้รวมกัน คำเหล่านี้ทำให้ความคาดหวังว่าจะต้องสนับสนุนอย่างเต็มใจและอัตโนมัติมีน้ำเสียงขบขันแต่แฝงการเหน็บแนมเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ภาษา: ในรายงานการเดินทางอย่างเป็นทางการ “The delegates trotted along enthusiastically to the conference” เป็นวิธีพูดอย่างเป็นกลางว่าคณะผู้แทนเดินทางไปประชุม

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

Our friends are meant to be their friends.

1:01

เพื่อนของเราก็ควรจะเป็นเพื่อนของพวกเขา

It all sounds sweet,

1:04

ทั้งหมดนี้ฟังดูหวานแหวว

but it is, over the long term,

1:06

แต่ในระยะยาว

a recipe for disaster. สำนวน

1:09

มันคือสูตรสำเร็จของหายนะ

สำนวน

สำนวน a recipe for disaster

ในประโยคนี้ a recipe for disaster เป็นสำนวนที่หมายถึงชุดของการตัดสินใจหรือเงื่อนไขที่มีแนวโน้มสูงมากว่าจะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงหรือความล้มเหลว คำว่า recipe ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือเงื่อนไขเหล่านี้รวมกันแล้วทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้าย เหมือนส่วนผสมที่รวมกันเป็นอาหารหนึ่งจาน สำนวนนี้คาดการณ์ผลลัพธ์ที่อันตราย ไม่ได้แปลว่าหายนะเกิดขึ้นแล้วเสมอไป ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวเปลี่ยนสถานการณ์ที่ดูดีให้กลายเป็นคำเตือนถึงผลกระทบในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนที่เปรียบเงื่อนไขอันตรายกับส่วนผสมในการทำอาหาร: Skipping the safety tests is ____.

ดูคำตอบ

a recipe for disaster

No two people can ever match each other across all areas of existence, ไวยากรณ์

1:11

ไม่มีคนสองคนใดที่จะเข้ากันได้พอดีในทุกๆ ด้านของการมีชีวิตอยู่

ไวยากรณ์

โครงสร้าง No two people can ever match each other

No two people เป็นโครงสร้างตัวกำหนดเชิงปฏิเสธที่หมายถึง “ไม่มีคนคู่ใดเลยที่ข้อความนี้เป็นจริง” โครงสร้างนี้เป็นการกล่าวแบบครอบคลุมทั้งหมด คือไม่ว่าจะเลือกคนสองคนใด ทั้งคู่ก็จะไม่ตรงกันในทุกด้านที่กล่าวถึง Can ever match ช่วยเน้นย้ำความเป็นไปไม่ได้ ในที่นี้ match each other หมายถึงเหมือนกันหรือเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงแข่งขันกันในเกม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “No two applicants can ever have exactly the same experience,” คำว่า No two applicants หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้สมัครทุกคู่ที่เป็นไปได้แตกต่างกันอย่างน้อยหนึ่งด้าน
  2. มีผู้สมัครที่มีประสบการณ์ใด ๆ น้อยกว่าสองคน
  3. ผู้สมัครทุกคนมีประสบการณ์เหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ผู้สมัครทุกคู่ที่เป็นไปได้แตกต่างกันอย่างน้อยหนึ่งด้าน

and the attempt to do so inevitably ushers in bitterness and rage. กริยาวลี

1:17

และความพยายามที่จะทำเช่นนั้นย่อมนำมาซึ่งความขมขื่นและความโกรธแค้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กริยาวลี

ushers in: นำมาซึ่งช่วงใหม่

Ushers in หมายถึง “ก่อให้เกิดหรือเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้น” ช่วงเวลา สภาวะ หรือผลลัพธ์ใหม่ ในประโยคนี้ ความพยายามดังกล่าวนำมาซึ่งความขมขื่นและความโกรธ Usher in ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวกัน โดย usher เป็นคำกริยา และ in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ประธานคือสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วตามด้วยสถานการณ์ใหม่ที่สิ่งนั้นทำให้เริ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ usher in ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The invention ____ a new era of communication.

ดูคำตอบ

ushered in

We have, at the collective level,

1:22

ในระดับส่วนรวม เราได้

given ourselves a hugely unhelpful picture of how love should go. การใช้คำ

1:24

สร้างภาพวาดที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งให้กับตัวเองว่าความรักควรจะเป็นอย่างไร

การใช้คำ

how love should go: go ในความหมายว่า “พัฒนาหรือดำเนินไป”

ใน how love should go คำว่า go หมายถึง “พัฒนา ดำเนินไป หรือมีผลเป็นอย่างไร” ไม่ได้หมายถึง “เคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง” วลีนี้กล่าวถึงแนวทางหรือรูปแบบที่คาดว่าความรักควรดำเนินตาม โครงสร้าง how + ประธาน + go ใช้กันทั่วไปเมื่อต้องการถามว่าเหตุการณ์หรือสถานการณ์ดำเนินไปอย่างไร เช่น How did the meeting go? ในที่นี้ should เพิ่มความคาดหวังเกี่ยวกับแนวทางในอุดมคติที่ความรักควรพัฒนาไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We planned how the event should go,” วลี “how the event should go” หมายถึงอะไร?

  1. เหตุผลที่ควรยกเลิกเหตุการณ์
  2. แนวทางที่เหตุการณ์ควรพัฒนาหรือดำเนินไป
  3. สถานที่ที่เหตุการณ์ควรเดินทางไป
ดูคำตอบ

แนวทางที่เหตุการณ์ควรพัฒนาหรือดำเนินไป

Any independent move is read like a sign that we can't actually love one another.

1:29

การกระทำที่เป็นอิสระใดๆ จะถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าเราไม่ได้รักกันจริงๆ

It's taken to be evidence of imminent danger วลี

1:34

มันถูกมองว่าเป็นหลักฐานของอันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้น

if we visit other countries on our own or sleep apart.

1:37

หากเราไปเที่ยวประเทศอื่นด้วยตัวเองหรือแยกเตียงกันนอน

วลี

โครงสร้าง be taken to be evidence of imminent danger

ในประโยคนี้ be taken to be หมายถึง “ถูกตีความหรือถูกตัดสินว่าเป็น” การที่คู่รักทำสิ่งต่าง ๆ แยกกันถูกมองว่าเป็นหลักฐานว่าความสัมพันธ์น่าจะเกิดปัญหาร้ายแรงในเร็ว ๆ นี้ ส่วน taken ไม่ได้หมายถึงการถูกนำหรือถูกขนย้ายจริง ๆ โครงสร้างคือ be taken to be + นามวลีหรือคำบรรยาย เป็นรูปประโยคกรรมวาจกที่ค่อนข้างเป็นทางการ ใช้บอกว่าผู้คนตีความสัญญาณอย่างไรโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกสามคำจากบทเรียน: The unexplained signal was ____ evidence of equipment failure.

ดูคำตอบ

taken to be

So, we end up badgering each other to do things that we don't really like. โน้ต

1:41

ดังนั้น เราจึงลงเอยด้วยการเซ้าซี้ให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบจริงๆ

กริยาวลี

โครงสร้างบอกผลลัพธ์ end up badgering

End up doing something หมายถึงสุดท้ายแล้วเกิดผลเช่นนั้นขึ้น มักเป็นผลหลังจากผ่านกระบวนการบางอย่างและมักไม่ใช่แผนเดิม ในที่นี้ผลคือคู่รัก badger กัน หมายถึงคอยกดดันหรือรบเร้ากันซ้ำ ๆ ให้ทำสิ่งที่ตนไม่ได้ชอบจริง ๆ เมื่อผลสุดท้ายเป็นการกระทำ end up ต้องตามด้วยรูป -ing: end up badgering ใช้ end up doing ไม่ใช่ end up to do

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ end up + -ing และคำกริยาในวงเล็บ: After checking every shelf, I ____ the book online. (buy)

ดูคำตอบ

ended up buying

วลี

badger each other to do something: คอยเซ้าซี้กันให้ทำบางอย่าง

ในที่นี้ badgering each other to do หมายถึงทั้งสองฝ่ายคอยรบกวนหรือกดดันกันซ้ำ ๆ เพื่อพยายามให้อีกฝ่ายลงมือทำ ไม่ใช่แค่ขอครั้งเดียว และมีน้ำเสียงรำคาญกับไม่เห็นด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ badger + คน + to-infinitive หรือ badger someone to do something ตรงนี้ badger เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงตัวแบดเจอร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ badger ในความหมายว่ากดดันซ้ำ ๆ จนน่ารำคาญ และใช้รูปแบบคำกริยาได้ถูกต้อง

  1. Rina asked Leo to finish the form once.
  2. Rina badgered Leo finish the form.
  3. Rina kept badgering Leo to finish the form.
ดูคำตอบ

Rina kept badgering Leo to finish the form.

We force each other to endure tedious hobbies or see each other's peculiar old friends. ไวยากรณ์

1:45

เราบังคับให้ต่างฝ่ายต่างต้องทนกับงานอดิเรกที่น่าเบื่อหน่าย หรือไปพบเพื่อนเก่าแปลกๆ ของอีกฝ่าย

ไวยากรณ์

force each other to + คำกริยา: บังคับกันให้ทำบางอย่าง

Force each other to หมายถึงคนทั้งสองฝ่ายทำให้อีกฝ่ายต้องทำบางอย่างทั้งที่ไม่ต้องการหรือแทบไม่มีทางเลือก Each other แสดงความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างทำต่อกัน คือ A บังคับ B และ B ก็บังคับ A โครงสร้างคือ force + คน + to-infinitive ในประโยคนี้ to เพียงตัวเดียวนำคำกริยาที่เชื่อมคู่กันคือ endure และ see โดยเข้าใจว่ามี to ตัวที่สองอยู่แม้จะไม่กล่าวซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ force + คน + to-infinitive ให้สมบูรณ์: The safety rule forces every visitor ____ wear a badge.

ดูคำตอบ

to

Not even because we inherently want to do so, ลำดับความ

1:51

ไม่ใช่เพราะเราอยากจะทำเช่นนั้นจากใจจริงด้วยซ้ำ

but simply because any other arrangement has come to seem like evidence of betrayal. ไวยากรณ์

1:53

แต่เพียงเพราะว่าการจัดการในรูปแบบอื่นดูเหมือนจะเป็นหลักฐานของการทรยศ

ลำดับความ

Not even because... but simply because: การแก้ไขสาเหตุ

Not even because X, but simply because Y เป็นโครงสร้างสองส่วนที่ใช้แก้ไขคำอธิบายเรื่องสาเหตุ อนุประโยค because แรกเสนอเหตุผลที่อาจเป็นไปได้แล้วปฏิเสธอย่างหนักแน่น ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but จะเน้นว่า Y คือเหตุผลที่แท้จริง not even ทำให้การปฏิเสธชัดขึ้น ส่วน simply ดึงความสนใจไปที่สาเหตุที่สอง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความต้องการภายในที่จะทำเช่นนั้น แต่เกิดจากความเชื่อว่าการจัดแบบอื่นจะดูเหมือนการทรยศ ต้องอ่านอนุประโยค because ทั้งสองร่วมกัน เพราะ but กำลังแก้ไขคำอธิบายเรื่องสาเหตุ ไม่ใช่เพียงเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองเรื่องที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธสาเหตุที่อาจเป็นไปได้หนึ่งข้อ แล้วเสนออีกสาเหตุหนึ่งเป็นคำอธิบายที่แท้จริง

  1. We stayed not because the room was comfortable, but because the storm made travel unsafe.
  2. We stayed not only because the room was comfortable, but also because the staff was kind.
  3. We stayed because the room was comfortable, but the storm ended.
ดูคำตอบ

We stayed not because the room was comfortable, but because the storm made travel unsafe.

ไวยากรณ์

has come to seem like: ภาพหรือความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวตามเวลา

Has come to seem like อธิบายความรู้สึกหรือภาพที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นและยังคงอยู่ในปัจจุบัน has come เป็นรูป present perfect ของ come แต่ come ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ในโครงสร้าง come to + กริยารูปพื้นฐาน จะหมายถึงการมาถึงสภาวะหรือมุมมองหนึ่งผ่านกระบวนการ Seem like นำเข้าสู่ภาพหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น และในประโยคนี้ตามด้วยวลีคำนาม evidence of betrayal ดังนั้นประโยคจึงเสนอว่าการตีความนี้ก่อตัวขึ้นตามเวลา และยังคงส่งผลต่อวิธีที่ผู้คนมองการจัดแบบอื่นในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าความรู้สึกหรือภาพในปัจจุบันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามเวลา

  1. After months of working together, the new team came seeming like a family.
  2. After months of working together, the new team seems like a family.
  3. After months of working together, the new team has come to seem like a family.
ดูคำตอบ

After months of working together, the new team has come to seem like a family.

A more realistic and, in the proper sense, romantic view of couples วลี

1:59

มุมมองของคู่รักที่สมจริงยิ่งขึ้นและโรแมนติกอย่างแท้จริง

วลี

in the proper sense: ในความหมายที่ถูกต้อง

in the proper sense บอกผู้อ่านว่า romantic ถูกใช้ตามความหมายที่ถูกต้องและเป็นแก่น ไม่ใช่เพียงตามความเข้าใจที่แพร่หลายหรือผิวเผิน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำบรรยายหยุดเล็กน้อยและจำกัดว่าควรเข้าใจคำถัดไปอย่างไร การใช้ถ้อยคำกำกับแบบนี้ช่วยให้ผู้เขียนนิยามคำศัพท์ได้รอบคอบขึ้นขณะเสนอเหตุผล

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง in the proper sense บอกอะไรเกี่ยวกับ romantic?

  1. romantic ถูกใช้ตามความหมายที่ถูกต้องตามเจตนา
  2. คู่รักประพฤติตัวอย่างสุภาพและน่านับถือ
  3. romantic ถูกใช้ตามความหมายในชีวิตประจำวันที่พบได้บ่อยที่สุด
ดูคำตอบ

romantic ถูกใช้ตามความหมายที่ถูกต้องตามเจตนา

would suggest that there do have to be a few strong areas ไวยากรณ์

2:03

จะชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีจุดแข็งเพียงไม่กี่จุด

ไวยากรณ์

there do have to be: การเน้นว่าจำเป็นต้องมีจริง ๆ

There ใช้บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ ส่วน have to แสดงความจำเป็น ใน there do have to be คำว่า do เพิ่มน้ำหนักให้ข้อความบอกเล่า โดยผู้พูดยืนยันว่าสิ่งบางอย่างจำเป็นจริง ๆ Do กับ have to ไม่ได้ทำหน้าที่ซ้ำกัน do ทำหน้าที่เน้น ส่วน have to ยังคงความหมายเรื่องความจำเป็นตามปกติ และ be ทำให้โครงสร้างแสดงการมีอยู่ there ... be สมบูรณ์ รูปของ do ต้องสอดคล้องกับคำนามที่ตามมา: There does have to be a reason แต่ใช้ There do have to be several reasons เมื่อเป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย there + do ที่ใช้เน้น + have to + be: "Some details are flexible, but for a fair contest, ____ clear rules."

ดูคำตอบ

there do have to be

where we meet each other's needs,

2:07

ที่เราสามารถตอบสนองความต้องการของกันและกัน

but there should also be plenty of others

2:09

แต่ก็ควรจะมีด้านอื่นๆ อีกมากมาย

where we're clearly better off pursuing our goals on our own. ไวยากรณ์

2:12

ที่เราเห็นได้ชัดว่าควรจะไล่ตามเป้าหมายด้วยตัวเราเอง

ไวยากรณ์

be better off pursuing: เลือกการกระทำที่ให้ผลดีกว่า

Be better off doing something หมายถึง การทำสิ่งนั้นน่าจะทำให้คนหนึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบหรือเหมาะสมกว่าทางเลือกอื่น ในที่นี้ better off pursuing our goals on our own หมายถึง การลงมือทำอย่างอิสระอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โครงสร้างคือ be + better off + คำกริยารูป -ing: we're better off pursuing ในที่นี้ better off to pursue ไม่ใช่รูปมาตรฐาน Off เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว better off ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” หรือ “จากไป”

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา wait เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย be better off + -ing: With the roads still icy, we would ____ until sunrise.

ดูคำตอบ

be better off waiting

Consider the following list of independent activities

2:17

ลองพิจารณารายการกิจกรรมอิสระต่อไปนี้

and give them stars from one to five if they strike you as relevant. วลี

2:19

และให้ดาวตั้งแต่หนึ่งถึงห้าหากคุณคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับคุณ

วลี

strike you as relevant: การแสดงความรู้สึกประทับใจ

Strike someone as + adjective หมายถึง สิ่งหนึ่งทำให้ใครบางคนเกิดความประทับใจแบบใดแบบหนึ่ง หรือดูเหมือนมีลักษณะบางอย่างสำหรับคนนั้น ในประโยคนี้ activities that strike you as relevant คือกิจกรรมที่คุณรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับตัวเอง ผู้ที่ได้รับความรู้สึกนั้นจะอยู่ต่อจาก strike ทันที และ as จะนำเข้าสู่คำบรรยาย: strike + you + as + relevant ในที่นี้ strike ไม่ได้หมายถึงการตี แต่หมายถึงความประทับใจซึ่งมักเป็นความรู้สึกแรกหรือความเห็นส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วย strike + person + as: Does the proposal ____ practical?

ดูคำตอบ

strike you as

I'd like to travel without my partner,

2:25

ฉันอยากไปเที่ยวโดยไม่มีคู่รักไปด้วย

have dinner one to one with a friend, การใช้คำ

2:28

ทานมื้อค่ำแบบตัวต่อตัวกับเพื่อน

การใช้คำ

one to one: ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนพอดี

ในที่นี้ one to one หมายถึงคนสองคนใช้เวลาร่วมกันหรือพูดคุยกันโดยไม่มีคนอื่นเข้าร่วม ผู้พูดต้องการกินมื้อเย็นกับเพื่อนหนึ่งคน ไม่ใช่ร่วมกับกลุ่มใหญ่ วลีนี้บอกลักษณะของการมีปฏิสัมพันธ์ และใช้ตามหลังกริยาอย่าง meet, talk, work หรือ speak ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ระหว่างคนสองคนพอดี”: I prefer to discuss personal feedback ____.

ดูคำตอบ

one to one

be able to go to a party without my partner

2:31

สามารถไปงานปาร์ตี้โดยไม่มีคู่รักไปด้วยได้

and not have them feel left out, กริยาวลี

2:33

และไม่ทำให้พวกเขารู้สึกถูกทอดทิ้ง

กริยาวลี

feel left out: รู้สึกว่าถูกกันออกไป

ใน feel left out คำว่า left out หมายถึงไม่ได้ถูกรวมอยู่ในกิจกรรม กลุ่ม การสนทนา หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่วน feel เน้นประสบการณ์ทางอารมณ์ของคนนั้น คือคนอื่นมีส่วนร่วม แต่ตนเองดูเหมือนอยู่นอกวง left ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงด้านซ้ายซึ่งตรงข้ามกับ right สำนวนนี้มาจาก leave someone out ซึ่งหมายถึงไม่รวมคนนั้นไว้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “รู้สึกว่าถูกกันออกไป”: Everyone else was added to the group chat, and I began to ____.

ดูคำตอบ

feel left out

visit my parents alone,

2:36

ไปเยี่ยมพ่อแม่ของฉันตามลำพัง

have my own financial adviser,

2:38

มีที่ปรึกษาทางการเงินเป็นของตัวเอง

go for long walks on my own,

2:40

ไปเดินเล่นไกลๆ ด้วยตัวเอง

have a separate bathroom,

2:42

มีห้องน้ำแยกต่างหาก

go shopping with a friend rather than with my partner. ไวยากรณ์

2:44

ไปช้อปปิ้งกับเพื่อนแทนที่จะไปกับคู่รัก

ไวยากรณ์

ใช้ rather than เพื่อเลือกทางหนึ่งและตัดอีกทางออก

Rather than ใช้นำตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกหรือเป็นตัวเลือกที่ชอบน้อยกว่า ในประโยคนี้ การไปซื้อของกับเพื่อนถูกนำมาเปรียบกับการไปกับคู่ของผู้พูด ส่วนที่นำมาเปรียบเทียบควรมีโครงสร้างขนานกัน ในที่นี้ with a friend และ with my partner ต่างก็เป็นวลีบุพบท การใช้ with ซ้ำทำให้เห็นการเปรียบเทียบชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ใช้เปรียบเทียบตัวเลือกคำกริยาที่ขนานกัน: “Maya decided to call ____ text.”

ดูคำตอบ

rather than

Look at each other's stars and lists.

2:48

ลองดูดาวและรายการของกันและกัน

Is there anything that you feel you could accommodate? น้ำเสียง/เจตนา

2:51

มีสิ่งไหนที่คุณรู้สึกว่าคุณสามารถปรับตัวให้เข้ากันได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ you feel you could accommodate? เป็นคำถามเจรจาที่นุ่มนวล

ในคำถามนี้ you feel you could ช่วยทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้น โดยให้อีกฝ่ายประเมินเองว่าอะไรเป็นไปได้จริง แทนที่จะบังคับให้อีกฝ่ายตอบตกลง ในที่นี้ accommodate หมายถึงการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถคำนึงถึงความต้องการหรือความชอบของอีกฝ่าย Anything เป็นกรรมของ accommodate แนวคิดเต็มคือ “anything that you feel you could accommodate”

แบบฝึกหัด

คำถามใดสุภาพที่สุดในการให้อีกฝ่ายตัดสินเองว่าสามารถจัดการกับการเปลี่ยนตารางได้หรือไม่

  1. Is there any schedule change you feel you could accommodate?
  2. Which schedule change will you accommodate?
  3. Why can't you change the schedule?
ดูคำตอบ

Is there any schedule change you feel you could accommodate?

We should recognize that a degree of independence วลี

2:54

เราควรตระหนักว่าระดับของความเป็นอิสระ

isn't an attack on a partner.

2:57

ไม่ใช่การโจมตีคู่รัก

วลี

a degree of independence: ความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง

ในที่นี้ a degree of หมายถึง “ปริมาณหนึ่ง” หรือ “ระดับที่จำกัด” ทำให้ independence เป็นสิ่งที่มีระดับ ไม่ใช่ภาวะที่เด็ดขาดตายตัว ผู้พูดสนับสนุนให้มีอิสระส่วนตัวบ้าง ไม่ได้หมายถึงการแยกตัวจากคู่ของตนโดยสิ้นเชิง a degree of + คำนาม เป็นโครงสร้างที่ใช้จำกัดขอบเขตของแนวคิดนามธรรมอย่างระมัดระวัง ช่วยให้กล่าวอย่างพอดีเมื่อไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ในระดับหนึ่ง”: Healthy teamwork still allows ____ independence.

ดูคำตอบ

a degree of

It's a guarantee of the solidity of the underlying commitment one has made. วลี

3:00

แต่มันคือการรับประกันถึงความแข็งแกร่งของความมุ่งมั่นพื้นฐานที่เราได้ให้ไว้

วลี

commitment one has made: พันธสัญญาที่คนคนหนึ่งได้ให้ไว้

Commitment one has made หมายถึง “พันธสัญญาที่คนคนหนึ่งได้ให้ไว้” Make a commitment เป็นคำที่ใช้ร่วมกันตามปกติเพื่อสื่อถึงการตัดสินใจหรือการให้คำมั่นอย่างจริงจังว่าจะทำหรือสนับสนุนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คำนาม commitment อยู่ข้างหน้าเพราะเป็นกรรมที่อนุประโยคสัมพัทธ์ one has made ขยายอยู่ โดยละสรรพนามสัมพัทธ์ that: commitment (that) one has made คำว่า one เป็นสรรพนามทั่วไปที่หมายถึง “คนคนหนึ่ง” และเป็นประธานของ has made ไม่ใช่ commitment

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make a commitment ได้ถูกต้องและละสรรพนามสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม?

  1. Our team has committed to reply within one day.
  2. The commitment our team has made is to reply within one day.
  3. The commitment that requires a reply within one day is clear.
ดูคำตอบ

The commitment our team has made is to reply within one day.

Truly stable couples aren't those that do everything together. ลำดับความ

3:05

คู่รักที่มั่นคงอย่างแท้จริงไม่ใช่คู่ที่ทำทุกอย่างร่วมกัน

It's those that have managed to interpret their differences วลี

3:09

แต่คือคู่ที่สามารถตีความความแตกต่างของพวกเขา

in non-dramatic and non-disloyal terms.

3:12

ในแง่ที่ไม่ดราม่าและไม่มองว่าเป็นการไม่ซื่อสัตย์

ลำดับความ

แทนที่นิยามเดิมด้วย aren't those that ... It's those that

อนุประโยคแรกปฏิเสธนิยามที่คนมักคาดไว้ว่า คู่รักที่มั่นคงคือคู่ที่ทำทุกอย่างด้วยกัน ส่วน It's those that... ในนิยามถัดมาแทนที่เกณฑ์เดิมด้วยเกณฑ์ใหม่ทันที การแก้ความหมายแบบปฏิเสธก่อนแล้วจึงยืนยันเช่นนี้ทำให้นิยามใหม่เด่นขึ้น Those ย้อนกลับไปอ้างถึง couples และหมายถึง “คู่รักเหล่านั้นที่...” ไม่ได้ชี้ถึงคนที่อยู่ไกลออกไป โครงสร้างข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ X aren't those that A. It's those that B โดย A และ B เสนอเกณฑ์สองแบบสำหรับกลุ่มพหูพจน์เดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการแก้ความหมายด้วยวลีเป้าหมายให้ตรงรูปแบบ: Good plans ____ predict every detail. ____ help us adapt when things change.

ดูคำตอบ

aren't those that · It's those that

วลี

interpret ... in ... terms เพื่อระบุกรอบความเข้าใจ

ในที่นี้ interpret their differences in non-dramatic and non-disloyal terms หมายถึงการเลือกกรอบความเข้าใจที่สงบและไม่กล่าวโทษเพื่อมองความแตกต่างเหล่านั้น ความแตกต่างไม่ได้ถูกมองว่าเป็นวิกฤตหรือหลักฐานของการทรยศ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ interpret + something + in + adjective/noun + terms ในรูปแบบนี้ terms หมายถึงหมวดหมู่หรือมุมมองที่ใช้ทำความเข้าใจบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไขของข้อตกลง

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย interpret something in ... terms โดยใช้คำว่า constructive: The editor interpreted the criticism ____.

ดูคำตอบ

in constructive terms

Ultimately, a reduction of dependence

3:16

ท้ายที่สุดแล้ว การลดความพึ่งพาอาศัยกัน

doesn't mean a relationship is unraveling. ลำดับความ

3:19

ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์กำลังจะพังทลาย

It means that we have learned to focus more clearly and intently

3:21

มันหมายความว่าเราได้เรียนรู้ที่จะมุ่งเน้นอย่างชัดเจนและตั้งใจมากขึ้น

ลำดับความ

การใช้ doesn't mean ... It means that ... เพื่อแก้ความเข้าใจ

กรอบ doesn't mean X. It means that Y ใช้แก้ความเข้าใจแบบสองขั้นตอน ขั้นแรก doesn't mean ปฏิเสธข้อสรุปที่ว่าการพึ่งพากันน้อยลงแสดงว่าความสัมพันธ์กำลังพังทลาย จากนั้น It means that จึงนำเสนอความหมายที่ผู้พูดยอมรับ ลำดับนี้ช่วยเติมข้อมูลที่ขาดไปหลังประโยคปฏิเสธ โดยไม่ได้บอกเพียงว่าควรตัดความเข้าใจใดทิ้ง แต่ยังบอกด้วยว่าควรเข้าใจอย่างไรแทน It อ้างกลับไปยังข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์เดิมที่กำลังถูกตีความ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยกรอบสองส่วนจากบทเรียน: My short reply ____ I am angry. ____ I am concentrating on work.

ดูคำตอบ

doesn't mean · It means that

on what the other person can actually bring us การใช้คำ

3:25

ไปที่สิ่งที่อีกฝ่ายสามารถมอบให้เราได้จริงๆ

การใช้คำ

what the other person can actually bring us: ความหมายเชิงนามธรรมของ bring

ใน what the other person can actually bring us คำว่า bring มีความหมายเชิงนามธรรมว่า “มอบให้หรือเพิ่มให้” คำถามนี้ถามว่าอีกฝ่ายสามารถเพิ่มคุณค่า การสนับสนุน ประสบการณ์ หรือประโยชน์อะไรให้ชีวิตเราได้ ไม่ได้ถามว่าเขาขนอะไรได้หรือพาเราไปที่ไหนได้ โครงสร้างพื้นฐานคือ bring someone something หรือ bring us something ในที่นี้ what แทนตำแหน่งของ something และย้ายไปอยู่หน้าประโยคย่อย จึงได้รูป what ... bring us ส่วน actually จำกัดจุดสนใจไว้ที่สิ่งที่อีกฝ่ายสามารถมอบให้ได้จริง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: A good mentor can bring us a fresh perspective. bring us a fresh perspective หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทำให้เรานำมุมมองใหม่ไปส่งให้คนอื่น
  2. พาเราไปยังสถานที่ใหม่จริง ๆ
  3. ช่วยให้เราได้มุมมองใหม่
ดูคำตอบ

ช่วยให้เราได้มุมมองใหม่

and have stopped blaming them for not being someone they never were. วลี

3:28

และหยุดตำหนิที่พวกเขาไม่ได้เป็นในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเป็น

วลี

blame someone for not being: โทษใครและเพราะอะไร

ในโครงสร้าง blame someone for doing something คนที่อยู่หลัง blame คือผู้ถูกตำหนิ ส่วน for ใช้นำการกระทำหรือสภาพที่ถูกยกมาเป็นเหตุผล ในประโยคนี้ them คือคนที่ถูกตำหนิ และ not being someone ... คือเหตุผล หลัง for ต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เมื่อต้องการปฏิเสธความหมายของรูป -ing ให้วาง not ไว้ข้างหน้าเป็น for not being ไม่ใช่ for not be โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ blame + คน + for + (not) -ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ปฏิเสธของ report เติมประโยคให้สมบูรณ์: I blame him ____ the delay sooner.

ดูคำตอบ

for not reporting

We no longer need to be upset that their ideal holiday destination

3:33

เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่อีกต่อไปที่จุดหมายปลายทางในวันหยุดพักผ่อนในอุดมคติของพวกเขา

strikes us as a bit unrelaxing or that their friends can seem boring.

3:36

ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ค่อยได้พักผ่อน หรือที่เพื่อนของพวกเขาดูเหมือนจะน่าเบื่อ

We have learned, instead,

3:41

แต่เราได้เรียนรู้

to value them for the areas where we truly see eye to eye. สำนวน

3:43

ที่จะให้คุณค่าพวกเขาในจุดที่เราเห็นพ้องต้องกันอย่างแท้จริงแทน

สำนวน

see eye to eye: เห็นด้วยอย่างเต็มที่

See eye to eye เป็นสำนวนที่หมายถึงเห็นด้วยอย่างเต็มที่หรือมีมุมมองเหมือนกันในเรื่องหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคนสองคนมองตากันตามความหมายตรงตัว ในประโยคนี้ where ใช้นำด้านที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวหัวข้อซ้ำหลังสำนวน ความหมายคือให้คุณค่ากับส่วนของความสัมพันธ์ที่ทั้งสองคนมีมุมมองตรงกันจริง ๆ ไม่ได้บอกว่าพวกเขาเห็นด้วยกันทุกเรื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ see eye to eye ในความหมายว่าคนสองคนเห็นด้วยกัน?

  1. Maya and I see eye to eye on how to divide the work.
  2. Maya and I look each other in the eye before the meeting.
  3. Maya and I can see the same sign from our seats.
ดูคำตอบ

Maya and I see eye to eye on how to divide the work.

To enjoy a harmonious union with someone, ไวยากรณ์

3:48

หากต้องการเพลิดเพลินกับการครองคู่ที่กลมกลืนกับใครสักคน

we should ensure that we have plenty of sources of excitement,

3:51

เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรามีแหล่งที่มาของความตื่นเต้น

ไวยากรณ์

To enjoy ... ในฐานะวลี infinitive บอกจุดประสงค์ที่อยู่ต้นประโยค

To enjoy a harmonious union with someone เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ต้องการ มีความหมายเท่ากับ in order to enjoy ... และวางเป้าหมายไว้ก่อนจะกล่าวถึงการกระทำที่แนะนำในประโยคหลัก ผู้ที่ทำกริยา enjoy โดยนัยคือประธานของประโยคหลัก คือ we วลีนี้ไม่ใช่ประธานของประโยคและไม่ได้บอกเวลาในอนาคต แต่ช่วยจัดข้อมูลเป็น “เป้าหมายก่อน แล้วจึงการกระทำ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี infinitive บอกจุดประสงค์ 3 คำที่สร้างจากคำในวงเล็บ: ____, we left home early. (avoid delays)

ดูคำตอบ

To avoid delays

reassurance, and stimulation outside of them.

3:54

ความสบายใจ และการกระตุ้นมากมายที่อยู่ภายนอกตัวพวกเขา

When we hit problems,

3:58

เมื่อเราพบเจอปัญหา

we should be able to lean on other supports. กริยาวลี

3:59

เราควรจะสามารถพึ่งพาการสนับสนุนอื่นๆ ได้

กริยาวลี

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ lean on

ในประโยคนี้ lean on ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการหันไปขอความช่วยเหลือด้านอารมณ์หรือด้านปฏิบัติจากบุคคล กลุ่ม บริการ หรือแหล่งอื่น ไม่ได้หมายถึงการเอาร่างกายพิงสิ่งใด กรรมที่ตามหลัง on ระบุแหล่งที่ให้การสนับสนุน ในที่นี้ other supports หมายถึงทรัพยากรสนับสนุนที่อยู่นอกเหนือจากความสัมพันธ์หนึ่งโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After the bad news, Maya leaned on her sister," leaned on น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ขอการสนับสนุนทางอารมณ์จากพี่สาวหรือน้องสาว
  2. ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนพี่สาวหรือน้องสาว
  3. กดดันพี่สาวหรือน้องสาวให้ตัดสินใจ
ดูคำตอบ

ขอการสนับสนุนทางอารมณ์จากพี่สาวหรือน้องสาว

The demand that another person compensate us for all that's alarming,

4:02

การเรียกร้องให้อีกคนหนึ่งมาชดเชยทุกสิ่งที่น่าตกใจ

wearing, or deficient in our lives การใช้คำ

4:07

เหน็ดเหนื่อย หรือบกพร่องในชีวิตของเรา

is a mechanism for systematically destroying any relationship. วลี

4:10

เป็นกลไกในการทำลายความสัมพันธ์ใดๆ อย่างเป็นระบบ

การใช้คำ

Wearing: ทำให้เหนื่อยหรือบั่นทอนกำลังทีละน้อย

ในที่นี้ wearing เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้เหนื่อยหรือบั่นทอนกำลังทีละน้อย” ใช้บรรยายส่วนต่าง ๆ ของชีวิตที่ค่อย ๆ ใช้พลังงานหรือความอดทนของเราไป คำนี้วางขนานกับ alarming และ deficient หลัง all that's จึงบอกลักษณะของส่วนเหล่านั้นในชีวิต ไม่ใช่คำกริยารูปกำลังกระทำอย่างใน is wearing a coat

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ wearing หมายความว่าอะไร?

  1. เกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ใครบางคนสวมอยู่
  2. ขาดหายหรือไม่เพียงพอ
  3. ทำให้เหนื่อยหรือบั่นทอนกำลังทีละน้อย
ดูคำตอบ

ทำให้เหนื่อยหรือบั่นทอนกำลังทีละน้อย

วลี

โครงสร้าง a mechanism for + -ing

ในประโยคนี้ a mechanism หมายถึงกระบวนการหรือการจัดระบบเชิงนามธรรมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ ไม่ใช่ชิ้นส่วนของเครื่องจักร ในโครงสร้าง a mechanism for + -ing คำว่า for ตามด้วยวลี gerund ที่ระบุกิจกรรมหรือผลลัพธ์ซึ่งกระบวนการนั้นก่อให้เกิด Systematically ขยาย destroying กล่าวคือ ความเรียกร้องนี้ทำร้ายความสัมพันธ์ผ่านรูปแบบที่เกิดซ้ำและฝังอยู่ในระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์โดด ๆ เพียงครั้งเดียว สำนวนที่เป็นทางการนี้เน้นว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างทางการจากบทเรียนนี้: Clear appeal rules provide a ____ correcting unfair decisions.

ดูคำตอบ

mechanism for

Our conflicts and disappointments will at once feel more manageable

4:14

ความขัดแย้งและความผิดหวังของเราจะรู้สึกรับมือได้ง่ายขึ้นในทันที

when we stop asking our partner

4:18

เมื่อเราเลิกร้องขอให้คู่รักของเรา

to function always as our long-lost other half. โน้ต

4:20

ทำหน้าที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งที่หายไปนานของเราอยู่เสมอ

วลี

function always as + บทบาท

ในที่นี้ function เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำหน้าที่หรือทำงานในบทบาทหนึ่ง” โครงสร้างคือ function as + บทบาท ดังนั้นคู่รักจึงถูกกำหนดให้รับบทเป็นอีกครึ่งหนึ่งที่หายไปนาน always ทำให้บทบาทนี้เป็นข้อเรียกร้องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงบางครั้ง การวางคำนี้ไว้ระหว่าง function กับ as ช่วยเน้นข้อเรียกร้องในเชิงวาทศิลป์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ function as เพื่อบอกบทบาทของสิ่งของหรือสถานที่?

  1. The old theater has several useful functions.
  2. The old theater functions smoothly after the repairs.
  3. The old theater now functions as a community center.
ดูคำตอบ

The old theater now functions as a community center.

สำนวน

long-lost other half ในฐานะคำเปรียบเทียบเชิงโรแมนติก

Other half เป็นคำเปรียบเทียบแบบสนิทสนมสำหรับคู่รัก โดยมองว่าคนสองคนเป็นสองครึ่งของสิ่งเดียวที่สมบูรณ์ Long-lost โดยทั่วไปใช้บรรยายคนหรือสิ่งของที่หายไปนานแล้วถูกพบอีกครั้ง เมื่อนำมาใช้ตรงนี้ จึงทำให้แนวคิดเรื่อง other half ฟังดูเป็นพรหมลิขิตและโรแมนติก ราวกับว่าคู่รักคนนั้นมีอยู่เสมอและเพิ่งถูกค้นพบอีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเคยพลัดพรากกันจริง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวกล่าวถึงความคาดหวังในอุดมคติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามตัวอักษร กล่าวคือ คู่รักถูกขอให้มาเติมเต็มตัวเราอยู่ตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Maya joked that she had finally found her long-lost other half,” สำนวนนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. เธอพบญาติที่หายตัวไปนานหลายปี
  2. เธอได้อวัยวะส่วนที่หายไปกลับคืนมา
  3. เธอได้พบคู่รักที่เธอมองว่าสามารถเติมเต็มตัวเธอได้
ดูคำตอบ

เธอได้พบคู่รักที่เธอมองว่าสามารถเติมเต็มตัวเธอได้

The more we can survive without a relationship, ไวยากรณ์

4:24

ยิ่งเราสามารถอยู่รอดได้มากเท่าไหร่หากไม่มีความสัมพันธ์

the greater will be that relationship's chances

4:27

โอกาสของความสัมพันธ์นั้น

of survival and fulfillment.

4:30

ที่จะอยู่รอดและเติมเต็มก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more..., the greater... กับการสลับลำดับแบบเป็นทางการ

The more..., the greater... เป็นโครงสร้างการเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน กล่าวคือ เมื่อความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระเพิ่มขึ้น โอกาสที่ความสัมพันธ์จะยืนยาวและเติมเต็มใจก็เพิ่มขึ้นด้วย the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป ในอนุประโยคที่สอง the greater will be that relationship's chances ใช้การสลับตำแหน่งประธานกับกริยาแบบเป็นทางการ โดย will be อยู่หน้าประธาน that relationship's chances ลำดับคำที่เป็นกลางกว่าคือ the greater that relationship's chances will be โครงสร้างทั้งหมดแสดงว่าระดับสองอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันและการสลับลำดับแบบเป็นทางการ: The more carefully we plan, ____ our chances of success.

ดูคำตอบ

the greater will be

We will truly give love a chance สำนวน

4:33

เราจะให้โอกาสความรักอย่างแท้จริง

สำนวน

give love a chance: เปิดโอกาสให้ความรัก

ใน give love a chance วลี give ... a chance หมายถึง “เปิดโอกาสให้...ได้ผล พัฒนา หรือประสบความสำเร็จ” Love ถูกมองเหมือนเป็นสิ่งที่สามารถลองและปล่อยให้เติบโตได้ ไม่ได้หมายถึงการยื่น “โอกาส” ที่เป็นสิ่งของให้จริง ๆ รูปแบบคือ give + object + a chance โดยกรรมอาจเป็นแนวคิด วิธีการ กิจกรรม ความสัมพันธ์ หรือบุคคลก็ได้ วลีนี้มักสื่อท่าทีว่า อย่าเพิ่งปฏิเสธ ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งลองใช้แอปเพียงครั้งเดียว เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลองอย่างเป็นธรรมก่อนปฏิเสธ”: Let's ____ before we decide.

ดูคำตอบ

give it a chance

when we stop believing that it can single-handedly save us. สำนวน

4:35

เมื่อเราเลิกเชื่อว่ามันสามารถช่วยเหลือเราได้เพียงลำพัง

สำนวน

single-handedly save us: ช่วยทั้งหมดให้รอดโดยไม่มีสิ่งอื่นช่วย

ในประโยคนี้ single-handedly หมายถึง “ด้วยตัวเองทั้งหมด โดยไม่มีสิ่งอื่นช่วย” คำนี้ขยาย save ดังนั้นแนวคิดที่ถูกปฏิเสธคือ ความรักเพียงอย่างเดียวสามารถช่วยผู้คนให้พ้นจากปัญหาทั้งหมดได้ คำนี้เน้นความหมายอย่างมาก โดยทำให้งานนั้นดูใหญ่เกินกว่าที่พลังเพียงอย่างเดียวจะทำสำเร็จได้เอง ไม่ได้หมายถึง “ใช้มือข้างเดียว” ตามตัวอักษร และประโยคนี้ก็ไม่ได้บอกว่าความรักไม่มีประโยชน์ แต่บอกว่าความรักไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยทั้งหมดได้เพียงลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำวิเศษณ์ที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งอื่น”: No single app can ____ solve every problem in your life.

ดูคำตอบ

single-handedly

Our book Sorrows of Love

4:41

หนังสือของเรา Sorrows of Love

helps us all handle the inevitable sorrows of love.

4:43

ช่วยให้เราทุกคนรับมือกับความเศร้าโศกจากความรักที่หลีกเลี่ยงไม่ได้