ปรัชญาตะวันออก - พระพุทธเจ้า: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
912 คำ 181 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: สิทธัตถะพบความเจ็บป่วย ความชรา และความตาย จึงค้นหาคำตอบเรื่องทุกข์ ก่อเกิดคำสอนพุทธและการเผยแผ่ในเอเชีย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. สำนวนและภาพพจน์ the blowing out of the flames of desire. ใช้ภาพดับไฟอธิบายนิพพาน ช่วยให้เห็นอุปลักษณ์ของแนวคิดนามธรรม 2. โวหาร change our outlook, not our circumstances. ปฏิเสธทางออกหนึ่งแล้วหันไปยังใจความหลัก ช่วยให้โต้แย้งชัดเจน 3. กริยาวลี took hold in หมายถึงความเชื่อหรือขบวนการหยั่งรากและมีอิทธิพลในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงเดินทางไปถึง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The story of the Buddha's life, like all of Buddhism, is a story about confronting suffering. วลี

0:08

เรื่องราวชีวิตของพระพุทธเจ้า ก็เหมือนกับพุทธศาสนาทั้งหมด คือเรื่องราวเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับความทุกข์

วลี

confronting suffering: การเผชิญกับความทุกข์

ในที่นี้ confronting suffering หมายถึงการเผชิญกับความทุกข์อย่างตรงไปตรงมาและจัดการกับมัน แทนที่จะหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธ confronting ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้กับบุคคลหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ confront + สภาวะหรือปัญหาที่ยาก เช่น confront fear, confront reality หรือ confront a problem กรรมของคำกริยาจะบอกว่าสิ่งใดต้องได้รับการเผชิญโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการเผชิญกับความยากลำบากโดยตรง: Real change begins with ____ instead of denying it.

ดูคำตอบ

confronting suffering

He was born sometime between the 6th and 4th century BC,

0:14

พระองค์ประสูติในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 6 ถึง 4 ก่อนคริสตกาล

the son of a wealthy king in the Himalayan foothills of Nepal.

0:17

เป็นพระราชโอรสของกษัตริย์ผู้มั่งคั่งในแถบเชิงเขาหิมาลัยของเนปาล

It was prophesied that the young Buddha, ไวยากรณ์

0:21

มีคำทำนายว่าพระพุทธเจ้าในวัยเยาว์

then called Siddhartha Gautama,

0:23

ซึ่งขณะนั้นมีพระนามว่า สิทธัตถะ โคตมะ

would either become the emperor of India or a very holy man. ไวยากรณ์

0:24

จะทรงเป็นมหาราชแห่งอินเดีย หรือไม่ก็เป็นนักบวชผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

ไวยากรณ์

was prophesied that + อนุประโยค: มีคำพยากรณ์ว่า...

โครงสร้างกรรมวาจก It was prophesied that + อนุประโยค หมายความว่าคำพยากรณ์ได้กล่าวถึงเนื้อหาที่ตามมา อนุประโยค that บอกเนื้อหาของคำพยากรณ์ ส่วนรูปกรรมวาจกทำให้ผู้เล่าไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้พยากรณ์ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอคำพยากรณ์อันจริงจังที่มีผลลัพธ์เป็นไปได้สองทาง เป็นรูปแบบการเล่าที่มักพบในชีวประวัติ ตำนาน และเรื่องเล่าทางศาสนาหรือประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นทางการเพื่อรายงานคำพยากรณ์ได้ถูกต้อง

  1. It was prophesied that the child would become a great leader.
  2. It was prophecy that the child would become a great leader.
  3. It prophesied that the child would become a great leader.
ดูคำตอบ

It was prophesied that the child would become a great leader.

ไวยากรณ์

either become ... or ...: ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองอย่าง

Either A or B ใช้เสนอผลลัพธ์ทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ คำพยากรณ์กล่าวถึงอนาคตที่เป็นไปได้สองแบบของสิทธัตถะ คือเป็นจักรพรรดิแห่งอินเดีย หรือเป็นผู้ทรงศีลอย่างยิ่ง Would และ become ที่ใช้ร่วมกันครอบคลุมทั้งสองทางเลือก: would either become X or [become] Y สามารถละกริยาที่ซ้ำหลัง or ได้ แต่ทางเลือกทั้งสองยังต้องมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย either ... or เพื่อแสดงวันที่ที่เป็นไปได้สองวัน: The meeting will ____ be on Monday ____ Tuesday.

ดูคำตอบ

either · or

Since Siddhartha's father desperately wanted him to become the former, การใช้คำ

0:29

เนื่องจากพระบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้พระองค์เป็นมหาราช

การใช้คำ

the former: ตัวเลือกแรกจากสองตัวเลือก

The former ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งแรกจากสองสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง อนาคตสองแบบคือการเป็นจักรพรรดิแห่งอินเดียกับการเป็นผู้ทรงศีลอย่างยิ่ง ดังนั้น the former จึงหมายถึงการเป็นจักรพรรดิ ในที่นี้ former ไม่ได้หมายถึง “อดีต” แบบที่ใช้หน้าคำนามใน a former emperor การมี the ทำให้ the former เป็นคำอ้างอิงที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้และมีระดับภาษาค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ตัวเลือกแรกจากสองตัวเลือก”: Maya offered tea and coffee. I chose ____.

ดูคำตอบ

the former

he kept the child isolated in a palace. ไวยากรณ์

0:32

จึงทรงกักบริเวณพระโอรสให้อยู่แต่ในพระราชวัง

ไวยากรณ์

keep + กรรม + คำคุณศัพท์: kept the child isolated

ใน kept the child isolated คำว่า kept ตามด้วยกรรม the child และคำคุณศัพท์ isolated โดย isolated เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกสภาพของเด็ก ไม่ใช่กริยาอดีตที่เป็นอีกการกระทำหนึ่ง โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ในที่นี้สื่อว่าสภาพที่ถูกแยกออกจากผู้อื่นถูกคงไว้โดยเจตนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ keep และคำว่า users กับ informed: During the outage, the support team ____ about every change.

ดูคำตอบ

kept users informed

Young Gautama had every imaginable luxury,

0:35

โคตมะในวัยเยาว์ทรงเพียบพร้อมด้วยความหรูหราทุกอย่างที่พึงจินตนาการได้

jewels, servants, lotus ponds, even beautiful dancing women.

0:37

ทั้งเครื่องประดับ ข้าราชบริพาร สระบัว หรือแม้แต่นางรำที่งดงาม

For 29 years,

0:41

เป็นเวลา 29 ปี

Gautama lived in bliss,

0:42

ที่โคตมะทรงดำรงชีวิตอยู่ในความผาสุก

protected from the smallest misfortunes of the outside world.

0:43

ได้รับการปกป้องจากเคราะห์ร้ายแม้เพียงเล็กน้อยจากโลกภายนอก

But then he left the palace for short excursions.

0:47

แต่แล้วพระองค์ก็เสด็จออกจากพระราชวังเพื่อประพาสเป็นเวลาสั้น ๆ

What he saw amazed him. ไวยากรณ์

0:49

สิ่งที่ทอดพระเนตรเห็นนั้นทำให้พระองค์ประหลาดพระทัยอย่างยิ่ง

ไวยากรณ์

What he saw ในฐานะประธานที่เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม

What he saw หมายถึง “สิ่งที่เขาเห็น” โครงสร้างนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม โดย what ทำหน้าที่เชื่อมอนุประโยคและเป็นกรรมของ saw ไปพร้อมกัน อนุประโยค What he saw ทั้งหมดเป็นประธานของ amazed ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม เพราะอนุประโยคนี้ทำหน้าที่เหมือนนามวลี จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่เติม did และไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ what ในความหมายว่า “สิ่งที่……” และให้อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน

  1. That they found the key surprised us.
  2. What they found changed the plan.
  3. What did they find in the box?
  4. They wondered what they had found.
ดูคำตอบ

What they found changed the plan.

First, he met a sick man,

0:51

ประการแรก ทรงพบคนเจ็บ

then an aging man,

0:52

จากนั้นก็คนแก่

and then a dying man.

0:53

และคนใกล้ตาย

He was astounded to discover that these unfortunate people represented normal,

0:55

พระองค์ทรงตื่นตระหนกเมื่อค้นพบว่าบุคคลผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้เป็นตัวแทนของเรื่องปกติ

indeed, inevitable parts of the human condition that would one day touch him too. โน้ต

0:59

และแท้จริงแล้วคือส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของสภาพมนุษย์ ซึ่งวันหนึ่งก็จะมาถึงพระองค์เช่นกัน

การใช้คำ

the human condition: ความจริงร่วมกันของการเป็นมนุษย์

“The human condition” หมายถึงสภาวะพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ ได้แก่ ประสบการณ์และข้อจำกัดที่มนุษย์ทุกคนมีร่วมกัน ในที่นี้รวมถึงความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ความเจ็บป่วย ความชรา และความตาย ในวลีนี้ condition ไม่ได้หมายถึงอาการป่วยหรือสถานการณ์ปัจจุบันของคนคนหนึ่ง วลีเอกพจน์นี้กล่าวถึงการดำรงอยู่ของมนุษย์โดยรวม จึงมักพบในงานปรัชญา วรรณกรรม และการอภิปรายทางสังคมที่จริงจัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the human condition” หมายถึงอะไร

  1. ประสบการณ์และข้อจำกัดร่วมกันที่มาพร้อมกับการเป็นมนุษย์
  2. การวินิจฉัยโรคของคนคนหนึ่ง
  3. คุณภาพของที่อยู่อาศัยในสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ประสบการณ์และข้อจำกัดร่วมกันที่มาพร้อมกับการเป็นมนุษย์

สำนวน

touch him too: เมื่อ touch หมายถึงส่งผลกระทบ

ใน “touch him too” คำว่า touch ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของชีวิตมนุษย์จะมาถึงหรือส่งผลต่อเขาในที่สุด ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสร่างกาย too เน้นว่าเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น คนอื่นประสบกับความจริงเหล่านี้ และเขาก็จะประสบเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “would one day touch him too” หมายความว่าอะไร

  1. ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แบบเดียวกันจะส่งผลต่อเขาในที่สุดเช่นกัน
  2. เขาจะเลือกปลอบใจคนที่โชคร้ายเหล่านั้น
  3. ต่อมาจะมีคนเอามือไปสัมผัสตัวเขาจริง ๆ
ดูคำตอบ

ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แบบเดียวกันจะส่งผลต่อเขาในที่สุดเช่นกัน

Horrified and fascinated,

1:04

ด้วยความหวาดกลัวและฉงนพระทัย

Gautama made a fourth trip outside the palace walls

1:05

โคตมะเสด็จออกนอกกำแพงวังเป็นครั้งที่สี่

and encountered a holy man who'd learned to seek spiritual life

1:08

และทรงพบกับนักบวชผู้เรียนรู้ที่จะแสวงหาชีวิตทางจิตวิญญาณ

in the midst of the vastness of human suffering. วลี

1:11

ท่ามกลางความทุกข์ยากอันกว้างใหญ่ของมนุษย์

วลี

In the midst of: ถูกแวดล้อมด้วยสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่

in the midst of หมายถึง “อยู่ภายในและถูกแวดล้อมด้วย” สถานการณ์หรือกระบวนการ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวแสดงว่ามีการแสวงหาชีวิตทางจิตวิญญาณในขณะที่ความทุกข์ของมนุษย์อยู่รอบด้าน ไม่ใช่อยู่ห่างจากความทุกข์นั้น โครงสร้างตายตัวคือ in the midst of + นามวลี มักใช้เพื่อให้สถานการณ์เชิงนามธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น chaos, change หรือ a crisis มีความรู้สึกชัดเจนว่ากำลังโอบล้อมใครบางคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสี่คำที่หมายถึง “ถูกแวดล้อมด้วยสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่”: The nurses worked steadily ____ the emergency.

ดูคำตอบ

in the midst of

Inspired by the holy man,

1:14

ด้วยแรงบันดาลใจจากนักบวชผู้นั้น

Gautama left the palace for good. สำนวน

1:16

โคตมะจึงเสด็จออกจากพระราชวังอย่างถาวร

สำนวน

For good: การเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร

For good เป็นสำนวนที่หมายถึง “อย่างถาวร” หรือ “โดยจะไม่กลับสู่สภาพเดิมอีก” ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวบอกว่าการจากพระราชวังของโคตมะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ใช่การเดินทางสั้น ๆ ให้เข้าใจ for good เป็นหน่วยตายตัวหนึ่งหน่วย ความหมายนี้ไม่ได้มาจาก good ในความหมายว่า “ประโยชน์” หรือ “สิ่งที่เป็นบวก”

แบบฝึกหัด

for good หมายถึงอะไรในประโยคนี้? “After years of moving around, Lena settled in this town for good.”

  1. เพื่อมาเยือนช่วงสั้น ๆ
  2. ด้วยเหตุผลที่ดี
  3. จนถึงสัปดาห์หน้า
  4. อย่างถาวร
ดูคำตอบ

อย่างถาวร

He tried to learn from other holy men.

1:18

พระองค์ทรงพยายามศึกษาจากนักบวชท่านอื่น ๆ

He almost starved himself to death by avoiding all physical comforts and pleasures, วลี

1:20

พระองค์เกือบจะอดอาหารจนสิ้นพระชนม์โดยการหลีกเลี่ยงความสะดวกสบายและความสุขทางกายทั้งหมด

as they did.

1:24

ตามอย่างที่พวกเขาทำ

วลี

Starved Himself to Death: สาเหตุที่ย้อนกลับสู่ตนเองและผลลัพธ์รุนแรงที่สุด

Starved himself หมายความว่าการกระทำของเขาเองทำให้ตัวเขาได้รับอาหารไม่เพียงพอ คำสรรพนามสะท้อนกลับ himself ย้อนกลับไปยังประธาน he และเมื่อเปลี่ยนประธานก็ต้องเปลี่ยนเป็น myself, yourself, herself, ourselves หรือ themselves ให้ตรงกัน To death บอกผลลัพธ์รุนแรงที่สุดของการอดอาหาร คือความตาย ไม่ได้หมายถึง “เพื่อที่จะตาย” เนื่องจากประโยคใช้ almost starved himself to death เขาจึงเกือบตายแต่ไม่ได้ตายจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยา คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ตรงกับประธาน และวลีบอกผลลัพธ์ เพื่อแสดงว่าการปฏิเสธอาหารของเขาเองเกือบทำให้เขาเสียชีวิต: By refusing every meal for weeks, he nearly ____.

ดูคำตอบ

starved himself to death

Perhaps unsurprisingly, ลำดับความ

1:25

อาจไม่น่าแปลกใจนัก

it didn't bring him solace from suffering. วลี

1:26

ที่วิธีเหล่านั้นไม่ได้นำความบรรเทาจากความทุกข์มาสู่พระองค์เลย

ลำดับความ

Perhaps Unsurprisingly: บอกผลลัพธ์ที่คาดไว้ด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

Perhaps unsurprisingly เป็นคำแสดงความเห็นต่อทั้งประโยคซึ่งวางไว้ก่อนข้อความหลัก คำนี้เตรียมให้ผู้ฟังมองผลลัพธ์ที่จะตามมาว่าเป็นสิ่งที่คาดไว้ ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เครื่องหมายจุลภาคแยกความเห็นนี้ออกจากข้อความหลัก และ unsurprisingly ประเมินข้อความทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้บรรยายตัวบุคคล Perhaps ทำให้ความเห็นนี้นุ่มนวลลง ผู้พูดยังคิดว่าผลลัพธ์นั้นสมเหตุสมผล แต่หลีกเลี่ยงการนำเสนอความเห็นของตนว่าแน่นอนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดข้อใดนำเสนอการยกเลิกว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดไว้ พร้อมรักษาความเห็นให้ระมัดระวัง?

  1. Perhaps unsurprisingly, the picnic was canceled after hours of heavy rain.
  2. Perhaps surprisingly, the picnic was canceled after hours of heavy rain.
  3. Unsurprisingly, the picnic was canceled after hours of heavy rain.
ดูคำตอบ

Perhaps unsurprisingly, the picnic was canceled after hours of heavy rain.

วลี

ความหมายและการใช้ bring someone solace from suffering

โครงสร้าง bring someone solace หมายถึง “มอบความสบายใจทางอารมณ์ให้ใครบางคน” ส่วน from suffering ระบุความทุกข์ที่ทำให้ต้องการความสบายใจนั้น solace ไม่ได้หมายความว่าความทุกข์ได้รับการรักษาหรือหายไป ในประโยคปฏิเสธนี้ วิธีดังกล่าวไม่อาจมอบแม้แต่ความสบายใจภายในให้เขาได้

แบบฝึกหัด

“didn't bring him solace from suffering” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. สิ่งนั้นไม่ได้มอบความสบายใจทางอารมณ์ให้เขาขณะที่เขากำลังทุกข์
  2. สิ่งนั้นทำให้เขาไม่สังเกตว่าคนอื่นก็กำลังทุกข์เช่นกัน
  3. สิ่งนั้นกำจัดสาเหตุของความทุกข์ แต่ทำให้ร่างกายของเขาเหนื่อยล้า
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นไม่ได้มอบความสบายใจทางอารมณ์ให้เขาขณะที่เขากำลังทุกข์

Then he thought of a moment when he was a small boy,

1:29

จากนั้นพระองค์ทรงนึกถึงช่วงเวลาเมื่อครั้งยังเป็นเด็กเล็ก

sitting by the river.

1:31

ที่ประทับอยู่ริมแม่น้ำ

He'd noticed that when the grass was cut,

1:32

พระองค์ทรงสังเกตเห็นว่าเมื่อหญ้าถูกตัด

the insects and their eggs were trampled and destroyed.

1:34

แมลงและไข่ของพวกมันจะถูกเหยียบย่ำและทำลาย

As a child,

1:37

ในวัยเด็ก

he'd felt a deep compassion for the tiny insects.

1:38

พระองค์ทรงรู้สึกถึงความเมตตาอย่างลึกซึ้งต่อแมลงตัวเล็ก ๆ เหล่านั้น

Reflecting on his childhood compassion, ไวยากรณ์

1:41

เมื่อสะท้อนถึงความเมตตาในวัยเยาว์ของพระองค์

Gautama felt a profound sense of peace.

1:43

โคตมะทรงรู้สึกถึงความสงบสุขอย่างลึกซึ้ง

ไวยากรณ์

Reflecting on ... ในฐานะอนุประโยค -ing ขึ้นต้น

Reflecting on his childhood compassion เป็นอนุประโยค -ing ที่วางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ reflect on หมายถึง “คิดอย่างรอบคอบหรือย้อนนึกถึง” ไม่ใช่การสะท้อนแบบกระจก อนุประโยคนี้ให้ความคิดที่เป็นพื้นหลังของใจความหลัก กล่าวคือ ขณะที่โคตมะนึกถึงความเมตตาในอดีต เขาก็รู้สึกสงบ ประธานที่ละไว้ของ reflecting คือประธานในประโยคหลัก Gautama โครงสร้างแบบกระชับนี้ใช้ได้เมื่อผู้ทำกริยา -ing เป็นประธานคนเดียวกันอย่างชัดเจนเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ถ้าต้องการสื่อว่า Maya เป็นผู้ที่กำลังคิด ประโยคนี้มีโครงสร้างถูกต้องหรือไม่? “Reflecting on the problem, the answer became clear to Maya.”

  1. ใช่ Maya จะกลายเป็นประธานที่เข้าใจได้ของ Reflecting โดยอัตโนมัติ
  2. ไม่ใช่ ตามไวยากรณ์ the answer กลายเป็นประธานที่เข้าใจได้ของ Reflecting
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ ตามไวยากรณ์ the answer กลายเป็นประธานที่เข้าใจได้ของ Reflecting

He ate, meditated,

1:45

พระองค์เสวยพระกระยาหาร ทรงทำสมาธิ

and finally reached the highest state of enlightenment,

1:47

และในที่สุดก็ทรงบรรลุสภาวะแห่งการตื่นรู้สูงสุด

nirvana. วัฒนธรรม

1:50

นั่นคือ นิพพาน

วัฒนธรรม

nirvana: การหลุดพ้นทางพุทธศาสนา ไม่ใช่เพียงความสุข

ในประโยคนี้ nirvana เป็นศัพท์ทางพุทธศาสนาที่หมายถึงการหลุดพ้นขั้นสุดท้ายซึ่งสัมพันธ์กับการตรัสรู้ ประโยคนี้นำเสนอว่าเป็นสภาวะสูงสุดแห่งการตรัสรู้ ซึ่งความปรารถนาและความทุกข์ที่เกี่ยวข้องได้ดับลงแล้ว ในภาษาอังกฤษทั่วไป nirvana ยังใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงสภาวะแห่งความสงบหรือความสุขอย่างสมบูรณ์ได้ แต่ในบริบททางศาสนาหรือประวัติศาสตร์ ไม่ควรนำความหมายที่กว้างกว่านี้มาแทนความหมายทางพุทธศาสนา

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด nirvana ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ช่วงเวลาธรรมดาที่รู้สึกมีความสุขมาก
  2. สภาวะแห่งการหลุดพ้นที่ความปรารถนาและความทุกข์ดับลง
  3. สถานที่บนสวรรค์ที่เหล่าเทพอาศัยอยู่
ดูคำตอบ

สภาวะแห่งการหลุดพ้นที่ความปรารถนาและความทุกข์ดับลง

It refers to the blowing out of the flames of desire. สำนวน

1:51

ซึ่งหมายถึงการดับเปลวเพลิงแห่งความตัณหา

สำนวน

the blowing out of the flames of desire: การมองความปรารถนาเป็นไฟ

วลีนี้สร้างอุปลักษณ์หนึ่งชุด โดยมองความปรารถนาเป็นไฟ และมองการสิ้นสุดความปรารถนาเป็นการดับเปลวไฟนั้น ไม่ได้กล่าวถึงเปลวไฟจริง เนื่องจาก It ย้อนกลับไปหมายถึง nirvana ภาพนี้จึงอธิบายนิพพานว่าเป็นการสิ้นสุดของความอยากอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ความสุขธรรมดาที่เกิดขึ้นชั่วขณะ

แบบฝึกหัด

การตีความใดอธิบายอุปลักษณ์ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. ความปรารถนาเป็นไฟ และการสิ้นสุดความปรารถนาก็เหมือนการดับเปลวไฟนั้น
  2. ความปรารถนาเป็นลมที่ทำให้ไฟจริงแรงขึ้น
  3. การทำสมาธิต้องให้ใครสักคนเป่าเปลวไฟจริง
ดูคำตอบ

ความปรารถนาเป็นไฟ และการสิ้นสุดความปรารถนาก็เหมือนการดับเปลวไฟนั้น

With this,

1:54

ด้วยเหตุนี้

Gautama had become the Buddha, วัฒนธรรม

1:55

โคตมะจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า

the awakened one.

1:57

หรือผู้ตื่นรู้

วัฒนธรรม

the Buddha, the awakened one: นามวลีซ้อนที่อธิบายสมญา

the awakened one เป็นนามวลีซ้อนเพื่ออธิบายสมญา the Buddha เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านามวลีที่สองกล่าวถึงสิ่งเดียวกันอีกแบบและอธิบายนามวลีแรก กล่าวคือ พระโคตมะเป็นที่รู้จักในฐานะ the Buddha หรือผู้ตื่นรู้ ในที่นี้ awakened หมายถึงการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณหรือการเข้าถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่ใช่เพิ่งตื่นจากการนอน จึงช่วยให้เข้าใจว่า Buddha เป็นสมญาที่มีความหมายในบริบทนี้ ไม่ใช่เพียงชื่อส่วนตัวของพระโคตมะ

แบบฝึกหัด

the awakened one ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นการกล่าวใหม่ว่า Buddha คือสมญาที่หมายถึงผู้ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ
  2. บอกว่าพระโคตมะเพิ่งตื่นจากการนอน
  3. กล่าวถึง Buddha และ the awakened one ว่าเป็นคนสองคนที่ต่างกัน
ดูคำตอบ

เป็นการกล่าวใหม่ว่า Buddha คือสมญาที่หมายถึงผู้ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ

The Buddha awoke by recognizing that all of creation,

1:58

พระพุทธเจ้าทรงตื่นรู้ด้วยการตระหนักว่าสรรพสิ่งทั้งปวง

from distraught ants to dying human beings, ลำดับความ

2:01

ตั้งแต่มดที่กระวนกระวายไปจนถึงมนุษย์ที่กำลังจะตาย

is unified by suffering.

2:04

ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยความทุกข์

ลำดับความ

from distraught ants to dying human beings: การบอกขอบเขตที่กว้าง

วลีแทรก from distraught ants to dying human beings ขยายความ all of creation ด้วยจุดปลายสองด้านที่ห่างกันมาก ด้านหนึ่งคือมดที่ทุกข์ใจ และอีกด้านคือมนุษย์ที่กำลังจะตาย ความหมายคือครอบคลุมสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในช่วงระหว่างสองด้านนี้ ในที่นี้ from ... to ... ใช้จัดข้อมูลเพื่อบอกขอบเขต ไม่ได้บอกเส้นทางการเคลื่อนที่ ผู้เขียนสามารถเลือกจุดปลายที่แตกต่างกันชัดเจนเพื่อทำให้ข้อความที่กว้างหรือครอบคลุมเห็นภาพได้ชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ from A to B เพื่อบอกช่วงที่ครอบคลุม แทนที่จะบอกการเคลื่อนที่จริง?

  1. The science fair welcomes everyone, from first-time visitors to expert researchers.
  2. She walked from the station to the hotel.
  3. The package traveled from Brazil to Canada.
ดูคำตอบ

The science fair welcomes everyone, from first-time visitors to expert researchers.

Recognizing this,

2:06

เมื่อทรงตระหนักเช่นนี้

the Buddha discovered how to best approach suffering.

2:07

พระพุทธเจ้าจึงทรงค้นพบวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความทุกข์

First, one shouldn't bathe in luxury, โน้ต

2:10

ประการแรก เราไม่ควรจมอยู่กับความหรูหรา

สำนวน

อุปมา bathe in luxury

ในที่นี้ bathe in luxury เป็นอุปมา โดยวาดภาพความหรูหราเป็นสิ่งที่คนสามารถแช่ตัวอยู่ในนั้นได้ วลีนี้จึงหมายถึงการรายล้อมตัวเองด้วยความสะดวกสบายราคาแพงและเพลิดเพลินกับมันอย่างเต็มที่ ภาพนี้ชัดเจนและทรงพลังกว่าการพูดเพียงว่า live luxuriously ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการเสพสุขมากเกินไปว่าเป็นสุดขั้วหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ได้หมายถึงการอาบน้ำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

bathe in luxury ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. ปฏิเสธอาหารและความสะดวกสบายทั้งหมด
  2. ถูกรายล้อมด้วยความสะดวกสบายราคาแพงและเพลิดเพลินอย่างเต็มที่
  3. อาบน้ำโดยใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพง
ดูคำตอบ

ถูกรายล้อมด้วยความสะดวกสบายราคาแพงและเพลิดเพลินอย่างเต็มที่

nor abstain from food and comforts altogether.

2:12

และไม่ควรงดเว้นอาหารและความสะดวกสบายโดยสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

shouldn't ... nor ... เพื่อเชื่อมการกระทำสองอย่างที่ไม่ควรทำ

ในประโยคนี้ shouldn't เริ่มคำแนะนำเชิงปฏิเสธ และ nor ขยายความปฏิเสธนั้นไปยังการกระทำที่เชื่อมกันอย่างที่สอง ดังนั้นทั้งการจมอยู่กับความหรูหราและการงดอาหารกับความสะดวกสบายทั้งหมดจึงถูกปฏิเสธ โดย nor ไม่ได้เพิ่มตัวเลือกเชิงบวก รูปแบบนี้เชื่อมการกระทำสองอย่างไว้ใต้คำตัดสินเชิงปฏิเสธเดียวกันโดยไม่ต้องพูด shouldn't ซ้ำ: one shouldn't X, nor Y โดยทั่วไปฟังดูเป็นทางการและสมดุลกว่าการใช้ or

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้การเชื่อมแบบปฏิเสธอย่างเป็นทางการเพื่อบอกว่าควรหลีกเลี่ยงการกระทำทั้งสองอย่าง

  1. A good coach should shame beginners and ignore their questions.
  2. A good coach shouldn't shame beginners, nor ignore their questions.
  3. A good coach shouldn't shame beginners, but should ignore their questions.
ดูคำตอบ

A good coach shouldn't shame beginners, nor ignore their questions.

Instead, one ought to live in moderation.

2:15

แต่ควรใช้ชีวิตอย่างพอดี

The Buddha called this the middle way. วัฒนธรรม

2:18

พระพุทธเจ้าทรงเรียกสิ่งนี้ว่า มัชฌิมาปฏิปทา (ทางสายกลาง)

วัฒนธรรม

the middle way: ความสมดุลระหว่างสองขั้ว

ในประโยคนี้ the middle way เป็นชื่อหลักคำสอนทางพุทธศาสนาที่ให้ดำเนินชีวิตโดยหลีกเลี่ยงสองขั้วที่เป็นโทษ คือการหมกมุ่นในความสุขและการบังคับตนเองอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงถนนที่อยู่ตรงกลางจริง ๆ คำว่า this ชี้ถึงวิถีชีวิตที่พอเหมาะซึ่งเพิ่งกล่าวถึง โดยทั่วไป a middle way ยังหมายถึงแนวทางที่สมดุลและหลีกเลี่ยงขั้วตรงข้ามทั้งสองด้านได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ the middle way ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. หลักการทางพุทธศาสนาที่หลีกเลี่ยงทั้งการหมกมุ่นในความสุขและการบังคับตนเองอย่างสุดโต่ง
  2. กฎที่กำหนดให้หลีกเลี่ยงความสบายทุกอย่างเสมอ
  3. ถนนที่อยู่ระหว่างถนนอีกสองสาย
ดูคำตอบ

หลักการทางพุทธศาสนาที่หลีกเลี่ยงทั้งการหมกมุ่นในความสุขและการบังคับตนเองอย่างสุดโต่ง

This allows for maximal concentration on cultivating compassion for others and seeking enlightenment. กริยาวลี

2:20

สิ่งนี้ช่วยให้สามารถมีสมาธิสูงสุดในการเจริญเมตตาต่อผู้อื่นและแสวงหาการรู้แจ้ง

กริยาวลี

allow for: ทำให้บางสิ่งเป็นไปได้

ในที่นี้ allows for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “สร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นได้” วิถีชีวิตที่พอเหมาะทำให้สามารถมีสมาธิในระดับสูงได้ โครงสร้างคือ allow for + นามวลีหรือรูป -ing เช่น allow for more time และ allow for working from home ในบริบทอื่น allow for ยังหมายถึง “คำนึงถึง” ได้ด้วย เช่น allow for delays

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของวลีที่เรียน: The wider doorway ____ easier wheelchair access.

ดูคำตอบ

allows for

Next, the Buddha described a path to transcending suffering ไวยากรณ์

2:26

ต่อมา พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายหนทางแห่งการก้าวข้ามความทุกข์

called the Four Noble Truths. วัฒนธรรม

2:29

ที่เรียกว่า อริยสัจ 4

ไวยากรณ์

a path to transcending suffering: to ที่เป็นคำบุพบท + รูป -ing

ใน a path to transcending suffering คำว่า path หมายถึงวิธีหรือหนทางเชิงนามธรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ ไม่ใช่ถนนจริง ๆ คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของวลีนาม path to และทำหน้าที่เป็นคำบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive เมื่อ to เป็นคำบุพบท คำที่ตามหลังต้องมีหน้าที่คล้ายคำนาม ดังนั้น transcend จึงเปลี่ยนเป็น gerund คือ transcending รูปแบบนี้พบได้ใน the key to solving a problem และ an approach to learning a language เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ path to + gerund เหมือนกับตัวอย่าง?

  1. Regular practice can be a path to building confidence.
  2. Our coach plans to build our confidence.
  3. This workshop can help us build confidence.
ดูคำตอบ

Regular practice can be a path to building confidence.

วัฒนธรรม

the Four Noble Truths: คำศัพท์ทางพระพุทธศาสนา

the Four Noble Truths เป็นชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานของคำสอนสำคัญในพระพุทธศาสนา หรืออริยสัจสี่ กล่าวโดยย่อ ความจริงทั้งสี่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และหนทางที่นำไปสู่ความดับทุกข์ ในที่นี้ คำดังกล่าวบอกให้รู้ว่าคำอธิบายต่อจากนี้จะจัดเป็นสี่ส่วนที่เชื่อมโยงกัน Noble เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางศาสนาที่ใช้กันเป็นมาตรฐาน ไม่ได้เพียงบอกว่าความจริงสี่ข้อนั้นน่ายกย่อง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ the Four Noble Truths หมายถึงอะไร?

  1. กฎสี่ข้อสำหรับมอบบรรดาศักดิ์ให้บุคคล
  2. ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์สี่ข้อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. คำสอนสำคัญทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และหนทางสู่ความดับทุกข์
ดูคำตอบ

คำสอนสำคัญทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับความทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และหนทางสู่ความดับทุกข์

The first Noble Truth is the realization that first prompted the Buddha's journey,

2:31

ความจริงอันประเสริฐประการแรกคือความตระหนักรู้ที่กระตุ้นให้พระพุทธเจ้าออกเดินทางแต่แรก

that there is suffering and constant dissatisfaction in the world.

2:35

นั่นคือโลกนี้มีความทุกข์และความไม่พึงพอใจอยู่เสมอ

The second is that this suffering is caused by our desires.

2:39

ประการที่สองคือความทุกข์นี้เกิดจากความตัณหาของเรา

As the Buddha said,

2:42

ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

attachment is the root of all suffering. สำนวน

2:43

ความยึดมั่นถือมั่นคือรากฐานของความทุกข์ทั้งปวง

สำนวน

อุปมาเรื่องรากใน attachment is the root of all suffering

ในที่นี้ attachment หมายถึงการยึดติดอย่างแน่นแฟ้นกับความปรารถนา สิ่งของ หรือประสบการณ์ ในบริบททางพุทธศาสนานี้ ความหมายกว้างกว่าความผูกพันทางอารมณ์ที่มีต่อบุคคลอื่น โครงสร้าง X is the root of Y ใช้ root เป็นอุปมาแทนต้นตอที่ลึกที่สุดของปัญหา ประโยคนี้บอกว่าความยึดติดก่อให้เกิดความทุกข์ โดย root ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรากพืชหรือสิทธิ์ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเชิงอุปมาที่หมายถึงสาเหตุพื้นฐานที่ลึกที่สุดลงในประโยค: Poor communication is ____ many team conflicts.

ดูคำตอบ

the root of

The third truth is that we can transcend suffering by removing or managing these desires. ไวยากรณ์

2:46

ความจริงประการที่สามคือเราสามารถก้าวข้ามความทุกข์ได้โดยการกำจัดหรือจัดการกับตัณหาเหล่านี้

ไวยากรณ์

by removing or managing these desires: โครงสร้าง by + -ing ที่ใช้บอกวิธี

By + รูปกริยา -ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้บรรลุผลลัพธ์ ในที่นี้ by removing or managing นำเสนอว่าการจัดการกับความปรารถนาที่กล่าวถึงก่อนหน้าเป็นวิธีก้าวพ้นความทุกข์ Removing และ managing เป็นรูป -ing ที่ตามหลังคำบุพบท by ในประโยคนี้ by ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้กระทำและไม่ได้กำหนดเส้นตาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ by + รูป -ing ของ practice: You can improve your pronunciation ____ every day.

ดูคำตอบ

by practicing

The Buddha thus made the remarkable claim that we must change our outlook, โน้ต

2:51

พระพุทธเจ้าจึงทรงชี้ให้เห็นอย่างน่าทึ่งว่า เราต้องเปลี่ยนมุมมองของเรา

not our circumstances.

2:54

ไม่ใช่เปลี่ยนสภาพแวดล้อม

วลี

made the remarkable claim that: การถ่ายทอดข้อกล่าวอ้างที่น่าสนใจ

Made a claim that ใช้เสนอข้อความหนึ่งในฐานะข้อกล่าวอ้าง โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จะบอกเนื้อหาที่ชัดเจนของข้อกล่าวอ้างนั้น ในที่นี้ made เป็นรูปอดีตของ make และ remarkable ประเมินว่าข้อกล่าวอ้างนั้นไม่ธรรมดาหรือน่าสนใจ รูปแบบนี้มีลักษณะเป็นการวิเคราะห์มากกว่าการใช้ said that ธรรมดา เพราะนำเสนอแนวคิดนั้นเป็นจุดยืนที่ผู้อ่านสามารถพิจารณา ตั้งคำถาม หรือถกเถียงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรายงานแบบเป็นทางการจากบทเรียน: The historian ____ the lost city had been found beneath the desert.

ดูคำตอบ

made the remarkable claim that

ลำดับความ

change our outlook, not our circumstances: การเปรียบต่างแบบ A, not B

รูปแบบ A, not B วางตัวเลือกที่ต้องการคือ A ไว้ก่อน แล้วปฏิเสธทางเลือก B ที่คนอาจนึกถึงทันที ในที่นี้ change our outlook คือแนวทางแก้ปัญหาที่เสนอ ส่วน not our circumstances ดึงความสนใจออกจากเงื่อนไขภายนอก คำกริยา change ใช้กับทั้งสองส่วน: change our outlook, not [change] our circumstances การละคำกริยาที่ซ้ำทำให้การเปรียบต่างกระชับและจำง่าย ตราบใดที่ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน

แบบฝึกหัด

โค้ชต้องการแก้ความคิดที่ว่าทีมต้องการคนที่มีความสามารถมากขึ้น ประโยคใดใช้ A, not B เพื่อเปลี่ยนทิศทางของทางแก้ได้ชัดเจนที่สุด

  1. The team needs better teamwork, not more talent.
  2. The team needs either better teamwork or more talent.
  3. The team needs not only better teamwork but also more talent.
ดูคำตอบ

The team needs better teamwork, not more talent.

We are unhappy,

2:57

เราไม่มีความสุข

not because we don't have enough money, love or status, ไวยากรณ์

2:57

ไม่ใช่เพราะเรามีเงิน ความรัก หรือสถานะไม่เพียงพอ

but because we're greedy, vain, and insecure.

3:00

แต่เพราะเราโลภ หลงตัวเอง และขาดความมั่นคง

ไวยากรณ์

not because A, but because B: เปลี่ยนคำอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุ

โครงสร้าง not because A, but because B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบาย และเสนอ B เป็นคำอธิบายที่แท้จริง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการมีเงิน ความรัก หรือสถานะไม่เพียงพอไม่ใช่สาเหตุของความทุกข์ แต่ความโลภ ความหลงตัวเอง และความไม่มั่นคงต่างหากที่เป็นสาเหตุ คำว่า don't ภายใน A เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ถูกปฏิเสธ กล่าวคือ A คือ “we don't have enough ...” ส่วน not because ที่อยู่ภายนอกปฏิเสธเหตุผลนั้นทั้งก้อน ไม่ได้พิสูจน์สิ่งตรงข้ามว่าคนเหล่านั้นมีสิ่งต่าง ๆ เพียงพอแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อปฏิเสธสาเหตุแรกและบอกสาเหตุที่แท้จริง: The meeting failed ____ the room was small, ____ no one had prepared.

ดูคำตอบ

not because · but because

By reorienting our mind

3:02

โดยการปรับเปลี่ยนจิตใจของเรา

we can grow to be content.

3:04

เราสามารถพัฒนาไปสู่ความพึงพอใจได้

With the correct behavior and what we now term a mindful attitude, การใช้คำ

3:06

ด้วยพฤติกรรมที่ถูกต้องและสิ่งที่เราเรียกว่าทัศนคติที่มีสติในปัจจุบัน

we can also become better people.

3:10

เรายังสามารถกลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้

การใช้คำ

what we now term a mindful attitude: สิ่งที่ปัจจุบันเราเรียกเช่นนั้น

ในที่นี้ term เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “ตั้งชื่อให้” what we now term a mindful attitude หมายถึง “สิ่งหรือแนวทางที่ปัจจุบันเราเรียกว่าทัศนคติแบบมีสติ” What นำหน้าหน่วยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม ในวลี with ที่ใหญ่กว่า the correct behavior และ what we now term a mindful attitude เป็นส่วนประกอบที่เชื่อมกันอย่างเท่าเทียม ทั้งสองส่วนร่วมกันระบุเงื่อนไขหรือวิธีที่เกี่ยวข้องกับการเป็นคนที่ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

what we now term a mindful attitude ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. คำถามที่ถามว่า mindful หมายถึงอะไร
  2. ทัศนคติที่ปัจจุบันผู้คนเรียกว่าทัศนคติแบบมีสติ
  3. ช่วงเวลาที่จัดไว้สำหรับฝึกสติ
ดูคำตอบ

ทัศนคติที่ปัจจุบันผู้คนเรียกว่าทัศนคติแบบมีสติ

We can invert negative emotions and states of mind,

3:11

เราสามารถพลิกกลับอารมณ์และสภาวะจิตใจด้านลบ

turning ignorance into wisdom, ลำดับความ

3:14

เปลี่ยนความไม่รู้ให้เป็นปัญญา

anger into compassion,

3:16

เปลี่ยนความโกรธให้เป็นความเมตตา

and greed into generosity.

3:17

และเปลี่ยนความโลภให้เป็นความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ลำดับความ

turning ignorance into wisdom ...: คู่ A into B แบบขนานสามคู่

อนุประโยค -ing อธิบายว่าในที่นี้การพลิกเปลี่ยนอารมณ์เชิงลบและสภาวะจิตใจหมายถึงอะไร: turning A into B หมายถึงการเปลี่ยนสภาวะหนึ่งให้เป็นสภาวะเชิงบวกที่ตรงข้ามกัน จากนั้นผู้เขียนใช้คู่ A into B ที่วางขนานกันสามคู่ คำว่า turning ปรากฏเพียงครั้งเดียวแต่ครอบคลุมทั้งสามคู่ ได้แก่ turning ignorance into wisdom, turning anger into compassion และ turning greed into generosity รูปแบบที่สมดุลนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล เน้นความแตกต่างของแต่ละคู่ และทำให้รายการมีจังหวะที่โน้มน้าวใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อให้ทั้งสามคู่ใช้โครงสร้าง turning A into B: The workshop helps people by turning confusion into clarity, fear ____ confidence, and hesitation ____ action.

ดูคำตอบ

into · into

The fourth and final Noble Truth the Buddha uncovered is that we can learn to move beyond suffering

3:19

ความจริงอันประเสริฐประการที่สี่และประการสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบคือเราสามารถเรียนรู้ที่จะก้าวพ้นความทุกข์ได้

through what he termed the Noble Eightfold Path. วัฒนธรรม

3:24

ผ่านสิ่งที่พระองค์เรียกว่า อริยมรรคมีองค์แปด

วัฒนธรรม

the Noble Eightfold Path: หนทางที่ประกอบด้วยแปดส่วน

the Noble Eightfold Path เป็นชื่อภาษาอังกฤษแบบตายตัวของแนวทางปฏิบัติสำคัญในพระพุทธศาสนา Eightfold หมายถึง “ประกอบด้วยแปดส่วน” ไม่ใช่ “แปดเท่า” ทั้ง Noble และ Eightfold เป็นส่วนหนึ่งของชื่อนี้ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเป็นชื่อของแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับอริยสัจข้อที่สี่ ซึ่งเป็นหนทางก้าวพ้นความทุกข์ นี่คือข้อมูลพื้นฐานขั้นต่ำที่ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดส่วนถัดไปจึงแจกแจงองค์ประกอบแปดส่วนที่อธิบายด้วยคำว่า right

แบบฝึกหัด

Eightfold ใน “the Noble Eightfold Path” หมายถึงอะไร

  1. หนทางนี้ยาวกว่าหนทางอื่นแปดเท่า
  2. หนทางนี้ประกอบด้วยแปดส่วนที่เชื่อมโยงกัน
  3. ต้องเดินตามหนทางนี้แปดครั้ง
ดูคำตอบ

หนทางนี้ประกอบด้วยแปดส่วนที่เชื่อมโยงกัน

The Eightfold Path involves a series of aspects of behaving right and wisely,

3:27

อริยมรรคมีองค์แปดประกอบด้วยแง่มุมต่าง ๆ ของการประพฤติชอบและมีปัญญา

right view, right intention, right speech, right action, right livelihood, right effort, right mindfulness,

3:31

สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ

and right concentration.

3:35

และสัมมาสมาธิ

What strikes the Western observer is the notion that wisdom is a habit, โน้ต

3:37

สิ่งที่โดนใจผู้สังเกตการณ์ชาวตะวันตกก็คือแนวคิดที่ว่าปัญญาคือนิสัย

not merely an intellectual realization.

3:40

ไม่ใช่เพียงแค่การตระหนักรู้ทางปัญญาเท่านั้น

ไวยากรณ์

What strikes the Western observer is ...: เน้นสิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมาก

ในที่นี้ What strikes the Western observer is ... หมายถึง “สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากแก่ผู้สังเกตการณ์ชาวตะวันตกคือ...” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what เป็นประธานของประโยค ไม่ใช่คำถาม ส่วน the Western observer คือผู้ที่เกิดความประทับใจ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เขียนวางข้อสังเกตที่ต้องการเน้นไว้หลัง is ในประโยคนี้ ข้อสังเกตนั้นคือ the notion that wisdom is a habit

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง What strikes X is Y: ____ the museum visitor ____ the silence in the main hall.

ดูคำตอบ

What strikes · is

ลำดับความ

wisdom is a habit, not merely ...: แก้ไขคำนิยามที่แคบเกินไป

ประโยคนี้ให้คำนิยามหลักก่อนว่า wisdom is a habit แล้วใช้ not merely ... เพื่อปฏิเสธมุมมองที่แคบเกินไป merely หมายถึง “เพียงเท่านั้น” ดังนั้นการตระหนักรู้ทางความคิดเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ รูปแบบ A, not merely B จัดลำดับข้อมูลโดยทำให้ A เป็นข้อความที่หนักแน่นหรือสมบูรณ์กว่า ไม่ได้บอกว่า B ไม่มีคุณค่า แต่บอกว่า B เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

not merely หมายถึงอะไรในประโยค Wisdom is a habit, not merely an intellectual realization.?

  1. ปัญญาและนิสัยไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  2. ความเข้าใจทางความคิดไม่มีคุณค่าเลย
  3. ความเข้าใจทางความคิดอาจมีความสำคัญ แต่เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ
ดูคำตอบ

ความเข้าใจทางความคิดอาจมีความสำคัญ แต่เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

One must exercise one's nobler impulses on a regular basis,

3:43

เราต้องฝึกฝนแรงกระตุ้นที่ดีงามของตนเองเป็นประจำ

as one would train a limb. ลำดับความ

3:46

เหมือนกับการฝึกฝนแขนขา

ลำดับความ

as one would train a limb: การเปรียบเทียบเชิงสมมติ

ในที่นี้ as one would train a limb ใช้เปิดการเปรียบเทียบ โดยช่วยให้เข้าใจแนวคิดก่อนหน้าได้ว่า แรงผลักดันที่สูงส่งต้องอาศัยการฝึกเป็นประจำ เช่นเดียวกับที่ส่วนหนึ่งของร่างกายต้องได้รับการฝึกซ้ำ ๆ โครงสร้าง as + ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน แสดงสิ่งที่คนเรามักจะทำในสถานการณ์คล้ายกันที่สมมติขึ้น would ในที่นี้แสดงการสมมติ ไม่ได้บอกถึงนิสัยที่ทำซ้ำในอดีต

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม as one would train a limb ทำหน้าที่อะไร

  1. วลีนี้บอกว่ามีเพียงการออกกำลังกายเท่านั้นที่สร้างแรงผลักดันอันสูงส่งได้
  2. วลีนี้เปิดการเปรียบเทียบเชิงสมมติเกี่ยวกับการฝึกเป็นประจำ
  3. วลีนี้รายงานว่ามีคนฝึกแขนขาซ้ำ ๆ ในอดีต
ดูคำตอบ

วลีนี้เปิดการเปรียบเทียบเชิงสมมติเกี่ยวกับการฝึกเป็นประจำ

The moment of understanding is only one part of becoming a better person.

3:48

ช่วงเวลาแห่งความเข้าใจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเป็นคนที่ดีขึ้นเท่านั้น

After his death,

3:52

หลังจากการปรินิพพานของพระองค์

the Buddha's followers collected his sutras, วัฒนธรรม

3:53

ผู้ติดตามพระพุทธเจ้าได้รวบรวมพระสูตร

sermons, or sayings,

3:55

พระธรรมเทศนา หรือคำสอนของพระองค์

into scripture and developed texts to guide followers in meditation,

3:57

เข้าเป็นคัมภีร์ และพัฒนาตำราเพื่อชี้แนะผู้ติดตามในการทำสมาธิ

ethics, and mindful living.

4:00

จริยธรรม และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ

วัฒนธรรม

sutras, sermons, or sayings: การแยกรูปแบบของคำสอนทางศาสนา

ในประโยคนี้ sutras หมายถึงข้อเขียนหรือคำสอนทางศาสนาแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในพุทธศาสนาและศาสนาจากอินเดียที่เกี่ยวข้อง sutra ไม่ได้หมายถึงหนังสือทุกชนิด บทบาทและสถานะความน่าเชื่อถือของมันขึ้นอยู่กับแต่ละประเพณี คำที่ตามมาอย่าง sermons, or sayings ใช้คำที่ผู้อ่านคุ้นเคยกว่าเพื่ออธิบายคร่าว ๆ ว่าคำสอนที่รวบรวมไว้อาจมีลักษณะอย่างไร รายการนี้ช่วยอธิบายคำว่า sutras ที่อาจไม่คุ้นเคย แต่ทั้งสามคำไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ sutra ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. คำเทศนาทางศาสนาที่กล่าวต่อศาสนิกชน
  2. หนังสือเล่มใดก็ตามที่กล่าวถึงค่านิยมส่วนบุคคล
  3. ข้อความหรือคำสอนแบบดั้งเดิมในพุทธศาสนาหรือศาสนาอินเดียอื่น ๆ
ดูคำตอบ

ข้อความหรือคำสอนแบบดั้งเดิมในพุทธศาสนาหรือศาสนาอินเดียอื่น ๆ

The monasteries that had developed during the Buddha's lifetime grew and multiplied throughout China and East Asia.

4:02

วัดวาอารามที่พัฒนาขึ้นในช่วงที่พระพุทธเจ้าทรงพระชนม์ชีพ เติบโตและทวีจำนวนขึ้นทั่วประเทศจีนและเอเชียตะวันออก

For a time,

4:08

ในช่วงเวลาหนึ่ง

Buddhism was particularly uncommon in India itself.

4:09

พุทธศาสนาหาได้ยากเป็นพิเศษในอินเดียเอง

And only a few quiet groups of yellow-clad monks and nuns roamed the countryside,

4:11

และมีเพียงพระภิกษุและภิกษุณีที่นุ่งห่มจีวรสีเหลืองกลุ่มเล็ก ๆ ที่เงียบสงบเดินจาริกไปตามชนบท

meditating quietly in nature.

4:16

นั่งสมาธิอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

But then, in the 3rd century BC,

4:18

แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล

an Indian king named Ashoka grew troubled by the wars he had fought and converted to Buddhism. วลี

4:20

กษัตริย์อินเดียพระนามว่า พระเจ้าอโศก ทรงรู้สึกว้าวุ่นพระทัยจากสงครามที่พระองค์ทรงทำ และหันมานับถือพุทธศาสนา

วลี

grew troubled by: ความกังวลที่ค่อย ๆ ก่อตัว

ใน grew troubled by คำว่า grew เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ไม่ได้หมายถึง “เติบโตทางร่างกาย” ส่วน troubled เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกภาวะไม่สบายใจหรือกังวล และ by ใช้นำสาเหตุ ซึ่งในที่นี้คือสงครามที่พระองค์เคยทำ วลีนี้แสดงว่าความรู้สึกดังกล่าวค่อย ๆ ก่อตัวตามเวลา ในชีวประวัติและการเล่าข่าว มักใช้ grow + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น grew concerned หรือ grew impatient

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าความกังวลค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

  1. Lina became alarmed the instant she heard the crash.
  2. Lina was troubled by the delay at that moment.
  3. Over several months, Lina grew troubled by the repeated delays.
ดูคำตอบ

Over several months, Lina grew troubled by the repeated delays.

He sent monks and nuns far and wide to spread the practice. สำนวน

4:25

พระองค์ส่งพระภิกษุและภิกษุณีออกไปทั่วทุกสารทิศเพื่อเผยแผ่การปฏิบัติ

สำนวน

far and wide: ทั่วสถานที่ห่างไกลหลายแห่ง

Far and wide เป็นสำนวนวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “ในหลายสถานที่ทั่วพื้นที่กว้าง” และมักรวมถึงสถานที่ห่างไกลด้วย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าพระภิกษุและภิกษุณีถูกส่งไปเป็นบริเวณกว้างเพียงใด ส่วน wide ไม่ได้บอกความกว้างของถนนหรือสิ่งของ สำนวนนี้มักตามหลังกริยาที่เกี่ยวกับการเดินทาง การค้นหา การแพร่กระจาย หรือการเป็นที่รู้จัก เช่น travel far and wide, search far and wide หรือ news spreads far and wide

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในหลายสถานที่ห่างไกล”: Volunteers searched ____ for the lost dog.

ดูคำตอบ

far and wide

Buddhist spiritual tradition spread across Asia and eventually throughout the world.

4:28

ประเพณีทางจิตวิญญาณของชาวพุทธแพร่กระจายไปทั่วเอเชียและในที่สุดก็ทั่วโลก

Buddha's followers divided into two main schools, การใช้คำ

4:32

ผู้ติดตามของพระพุทธเจ้าแบ่งออกเป็น 2 นิกายหลัก

Theravada Buddhism, which colonized Southeast Asia,

4:35

ได้แก่ พุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งตั้งรกรากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

and Mahayana Buddhism, which took hold in China and Northeast Asia. กริยาวลี

4:38

และพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งหยั่งรากในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

การใช้คำ

school ใน divided into two main schools: สำนักหรือแนวคิด

ในประโยคนี้ schools หมายถึงนิกายหรือสายของพุทธศาสนาที่ก่อตัวชัดเจนและมีคำสอนกับขนบร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงอาคารเรียนหรือสถาบันการศึกษา โครงสร้าง divide into + จำนวนหรือการแบ่งกลุ่ม + หมวดหมู่ แสดงว่ากลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งแยกออกเป็นสายที่ต่างกัน ชื่อที่ตามมาระบุว่าสองสำนักนั้นคืออะไร

แบบฝึกหัด

“two main schools” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. สถาบันการศึกษาสองแห่ง
  2. ประเพณีหรือสาขาทางศาสนาหลักสองสาย
  3. นักเรียนสองกลุ่มในห้องเรียน
ดูคำตอบ

ประเพณีหรือสาขาทางศาสนาหลักสองสาย

กริยาวลี

took hold in: ตั้งมั่นและมีอิทธิพลในสถานที่หนึ่ง

took hold in หมายถึงบางสิ่งตั้งมั่นและมีอิทธิพลในสถานที่หนึ่ง ความหมายมากกว่าแค่เดินทางมาถึง เพราะในที่นี้ศาสนาได้ผู้ติดตามและมีตัวตนอยู่อย่างยาวนานในพื้นที่นั้น รูปแบบคือ take hold + in + สถานที่ ประโยคนี้ใช้ took ซึ่งเป็นรูปอดีต เพราะกำลังบรรยายการแพร่ขยายในประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าแนวคิดหรือแนวปฏิบัติได้ตั้งมั่นในสถานที่หนึ่ง

  1. The recycling team passed through the neighborhood once.
  2. The recycling habit took hold in the neighborhood and continued for years.
  3. The recycling leaflet arrived in the neighborhood on Tuesday.
ดูคำตอบ

The recycling habit took hold in the neighborhood and continued for years.

Today, there are between a half and 1 and 1/2 billion Buddhists in both East and West,

4:41

ปัจจุบันมีชาวพุทธอยู่ระหว่าง 500 ล้านถึง 1.5 พันล้านคนทั้งในตะวันออกและตะวันตก

following the Buddha's teachings and seeking a more enlightened and compassionate state of mind.

4:45

ที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและแสวงหาสภาวะจิตใจที่ตื่นรู้และมีความเมตตายิ่งขึ้น

Intriguingly, the Buddha's teachings are important regardless of our spiritual identification.

4:50

สิ่งที่น่าสนใจคือ คำสอนของพระพุทธเจ้ามีความสำคัญไม่ว่าเราจะมีความเชื่อทางจิตวิญญาณแบบใด

Like the Buddha,

4:55

เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า

we're all born into the world,

4:55

เราทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้

not realizing how much suffering it contains ไวยากรณ์

4:57

โดยไม่รู้ตัวว่ามันมีความทุกข์มากเพียงใด

and unable to fully comprehend that misfortune,

4:59

และไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าเคราะห์ร้าย

sickness, and death will come to us too.

5:01

ความเจ็บป่วย และความตายจะมาถึงเราเช่นกัน

ไวยากรณ์

not realizing ... และ unable to ... ในฐานะส่วนขยายที่ขนานกัน

ในประโยคนี้ not realizing ... และ unable to ... เป็นส่วนขยายสองส่วนที่บอกสภาพของ we ขณะที่เกิดมา ส่วนแรกเป็นอนุประโยค -ing ที่บอกว่าไม่ตระหนักรู้ ส่วนที่สองเป็นวลีคุณศัพท์ที่บอกว่าไม่มีความสามารถ แม้รูปจะต่างกัน แต่ทั้งคู่ขนานกันในด้านหน้าที่ เพราะมีประธานที่เข้าใจร่วมกันเป็นคนเดียวกันและทำหน้าที่บรรยายเหมือนกัน ในส่วนแรก how much suffering it contains คือเนื้อหาที่ไม่ได้ตระหนักรู้ ส่วนที่สอง that misfortune, sickness, and death will come to us too คือเนื้อหาที่ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มสภาวะที่เกี่ยวข้องกันสองอย่างโดยไม่ต้องเขียนแต่ละอย่างเป็นประโยคสมบูรณ์แยกกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing และวลีคุณศัพท์เป็นคำบรรยายที่ขนานกันของประธานเดียวกันได้อย่างถูกต้อง

  1. Not knowing which road to take and unable Maya to read the faded map, she asked for help.
  2. Not knowing which road to take and unable to read the faded map, Maya asked for help.
  3. Not knowing which road to take and the faded map was unable to read, Maya asked for help.
ดูคำตอบ

Not knowing which road to take and unable to read the faded map, Maya asked for help.

As we grow older,

5:04

เมื่อเราอายุมากขึ้น

this reality often feels overwhelming,

5:05

ความเป็นจริงนี้มักจะทำให้รู้สึกท่วมท้น

and we may seek to avoid it altogether.

5:07

และเราอาจพยายามหลีกเลี่ยงมันไปเลย

But the Buddha's teachings remind us of the importance of facing suffering directly. วลี

5:09

แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าเตือนให้เราระลึกถึงความสำคัญของการเผชิญหน้ากับความทุกข์โดยตรง

วลี

รูปแบบ remind someone of the importance of doing something

รูปแบบ remind someone of the importance of doing something ทำให้คนหนึ่งหันกลับมาใส่ใจกับการกระทำหรือหลักการที่สำคัญ ในที่นี้ us คือคนที่ได้รับการเตือน และ of นำเข้าสู่เนื้อหาที่เตือน คือ the importance of facing suffering directly หลัง the importance of ใช้คำนามหรือรูป -ing ดังนั้น facing จึงเป็น gerund ในที่นี้ รูปแบบนี้เชื่อมผู้รับสาร คุณค่าที่เน้น และการกระทำอย่างชัดเจน จึงพบได้บ่อยในคำแนะนำที่เป็นทางการและบทสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ remind + person + of the importance of + -ing โดยใช้ visitors และ keep exits clear: The notice ____.

ดูคำตอบ

reminds visitors of the importance of keeping exits clear

We must do our best to liberate ourselves from the grip of our own desires สำนวน

5:13

เราต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปลดปล่อยตนเองจากการถูกครอบงำด้วยตัณหาของเราเอง

สำนวน

the grip of our own desires: เปรียบการควบคุมกับการจับไว้อย่างแน่นหนา

the grip of our own desires เป็นอุปลักษณ์ โดยเปรียบความปรารถนาเป็นมือหรือแรงที่จับคนไว้อย่างแน่นหนา วลีนี้จึงหมายถึงการที่ความต้องการของตนเองควบคุมตนไว้อย่างรุนแรง ใน liberate ourselves from the grip of ภาพรวมทั้งหมดสื่อถึงการหลุดพ้นจากการควบคุมนั้น รูปแบบนี้ยังใช้กล่าวถึงพลังนามธรรมอื่น ๆ เช่น ความกลัว การเสพติด หรือความตื่นตระหนก ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังจับคนไว้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The city was in the grip of fear,” คำว่า in the grip of fear หมายความว่าอย่างไร?

  1. เมืองนั้นเพียงแค่ชอบความกลัวเล็กน้อย
  2. ผู้คนกำลังจับความกลัวด้วยมือจริง ๆ
  3. ความกลัวควบคุมเมืองไว้อย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ความกลัวควบคุมเมืองไว้อย่างรุนแรง

and recognize that suffering can be viewed as part of our common connection with others, ไวยากรณ์

5:17

และตระหนักว่าความทุกข์สามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อมโยงร่วมกันระหว่างเรากับผู้อื่น

ไวยากรณ์

can be viewed as: นำเสนอการตีความที่เป็นไปได้

can be viewed as มีโครงสร้าง can + be + คำกริยาช่องที่สาม + as คำว่า view ในที่นี้หมายถึงเข้าใจหรือพิจารณา และรูปประโยคถูกกระทำทำให้สิ่งที่ถูกตีความเป็นประธาน วลีนี้นำเสนอข้อความหลัง as ว่าเป็นการตีความที่สมเหตุสมผลแบบหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอนเพียงอย่างเดียว จึงระมัดระวังกว่าการใช้ is ตรง ๆ และพบได้บ่อยในคำอธิบายเชิงวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคให้สมบูรณ์และนำเสนอ a warning sign ว่าเป็นการตีความที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง? In the report, the sudden drop in sales ... a warning sign rather than final proof of failure.

  1. can be viewed as
  2. can viewed as
  3. is definitely
ดูคำตอบ

can be viewed as

spurring us to compassion and gentleness. วลี

5:22

ซึ่งจะกระตุ้นให้เรามีความเมตตาและความอ่อนโยน

วลี

spurring us to compassion and gentleness: spur + คน + to + คำนาม

ในที่นี้ spurring us to compassion and gentleness หมายถึงการผลักดันเราอย่างมากให้ตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจและความอ่อนโยน spur ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือแนวคิดหรือการตระหนักรู้นั้นเป็นแรงผลักดันสำคัญ ไม่ได้หมายถึงเดือยโลหะที่ใช้กระตุ้นม้าจริง ๆ โครงสร้างคือ spur + คน + to + คำนาม us คือผู้ที่ได้รับผล และ compassion and gentleness คือท่าทีที่เกิดขึ้น วลี -ing คือ spurring us... เชื่อมกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้า และแสดงว่าการมองความทุกข์เป็นสายสัมพันธ์ที่มนุษย์มีร่วมกันอาจทำให้เกิดผลเช่นนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูป -ing ของ spur คำสรรพนาม them และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The disappointing result ended up ____ greater effort.

ดูคำตอบ

spurring them to