ประวัติศาสตร์ vs เช เกบารา - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
862 คำ 153 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การถกเถียงในรูปแบบการพิจารณาคดีสำรวจเส้นทางของเช เกวาราจากนักศึกษาแพทย์สู่ผู้นำการปฏิวัติ ทั้งการปฏิรูปและการปราบปรามที่เกี่ยวข้องกับคิวบา ตลอดจนมรดกที่เขาทิ้งไว้ พร้อมตั้งคำถามว่าควรตัดสินการปฏิวัติจากอุดมการณ์หรือผลลัพธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a heroic champion of the poor / a ruthless warlord who left a legacy of repression? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าการวางภาพบุคคลสองแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจนช่วยกำหนดกรอบข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ต้นได้อย่างไร คุณจะสังเกตได้ว่าคำถามแบบให้เลือกสองด้านชวนผู้ชมเปรียบเทียบคำตัดสินที่ขัดแย้งกันเมื่อหลักฐานค่อย ๆ ปรากฏ 2. organized volunteer literacy brigades — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่า literacy brigades คือกลุ่มอาสาสมัครที่จัดตั้งและระดมคนเพื่อสอนการอ่านเขียน ไม่ใช่หน่วยทหารในความหมายทั่วไป จึงช่วยให้ตีความภาษาที่ใช้กล่าวถึงการรณรงค์ทางสังคมในยุคปฏิวัติและการศึกษาที่รัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนได้ถูกต้อง 3. when we put history on trial. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองเห็นอุปมาจากห้องพิจารณาคดีที่หมายถึงการตรวจสอบและตัดสินอดีตต่อสาธารณะ คุณสามารถใช้ put something on trial นอกบริบทกฎหมายเมื่อถกว่าบุคคล แนวคิด หรือสถาบันทางประวัติศาสตร์ควรได้รับการยกย่องหรือประณาม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

His face is recognized all over the world. วลี

0:06

ใบหน้าของเขาเป็นที่จดจำไปทั่วโลก

วลี

all over the world: ขอบเขตทั่วโลก

all over the world หมายถึง “ในหลายพื้นที่ทั่วโลก” ในประโยคนี้ วลีนี้กำหนดขอบเขตของ is recognized ว่าผู้คนในหลายประเทศจำใบหน้าของเขาได้ ไม่ได้หมายถึงการปกคลุมโลกทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ all over + สถานที่ เช่น all over the city ใช้บอกว่าบางสิ่งกระจาย เป็นที่รู้จัก หรือเกิดขึ้นในหลายส่วนของสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเกมนี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศ?

  1. This game is popular on top of the world.
  2. This game is popular all over the world.
  3. This game is popular outside the world.
ดูคำตอบ

This game is popular all over the world.

The young medical student who became a revolutionary icon. ไวยากรณ์

0:09

นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติ

ไวยากรณ์

who became a revolutionary icon: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่บอกอัตลักษณ์ในภายหลัง

who became a revolutionary icon เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย the young medical student โดย who ย้อนกลับไปหมายถึงบุคคลนั้น และ became นำเสนออัตลักษณ์ใหม่ที่เขาได้รับในภายหลัง โครงสร้างนี้รวมบทบาทเดิมและอัตลักษณ์ในภายหลังไว้ในนามวลีเดียว เช่น a person who became something ตัวอย่างทั้งประโยคเป็นเพียงส่วนของนามวลี ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในคำบรรยายสารคดี ส่วนในประโยคสมบูรณ์ทั่วไป นามวลีนี้มักต้องเชื่อมกับกริยาหลัก

แบบฝึกหัด

นามวลีใดมีความหมายถูกต้องว่า “ครูหนุ่มผู้ต่อมากลายเป็นนักเขียนชื่อดัง”?

  1. The young teacher which became a famous writer
  2. The young teacher who became a famous writer
  3. The young teacher who become a famous writer
ดูคำตอบ

The young teacher who became a famous writer

But was Che Guevara a heroic champion of the poor ลำดับความ

0:13

แต่เช เกวารา คือวีรบุรุษผู้พิทักษ์คนยากจน

or a ruthless warlord who left a legacy of repression? วลี

0:16

หรือขุนศึกผู้โหดเหี้ยมที่ทิ้งมรดกแห่งการกดขี่เอาไว้?

ลำดับความ

a heroic champion of the poor ... or a ruthless warlord: การวางกรอบด้วยการประเมินสองด้านที่ตรงข้ามกัน

คำถามนี้วางนามวลีที่แสดงการประเมินอย่างชัดเจนไว้คนละฝั่งของ or ได้แก่ a heroic champion of the poor ซึ่งเป็นภาพเชิงบวก และ a ruthless warlord who left a legacy of repression ซึ่งเป็นภาพเชิงลบ รูปแบบ A or B นี้วางกรอบประเด็นด้วยคำตัดสินที่ตรงข้ามกัน และเตรียมให้ผู้ฟังพิจารณาหลักฐานที่สนับสนุนแต่ละมุมมอง รูปแบบนี้ช่วยจัดโครงสร้างการถกเถียง แต่ไม่ได้พิสูจน์ในตัวเองว่ามีเพียงสองมุมมองนี้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง or ในตัวอย่างมีหน้าที่หลักในการจัดเนื้อหาอย่างไร

  1. แสดงว่าคำบรรยายทั้งสองได้รับการยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงแล้ว
  2. เรียงลำดับสองช่วงตามเวลา
  3. วางกรอบการอภิปรายให้เป็นการเลือกระหว่างคำตัดสินสองแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

วางกรอบการอภิปรายให้เป็นการเลือกระหว่างคำตัดสินสองแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน

วลี

left a legacy of repression: ทิ้งผลกระทบเชิงลบไว้ในระยะยาว

ใน left a legacy of repression คำว่า left เป็นรูปอดีตของ leave ส่วน legacy หมายถึงผลกระทบที่ยังคงอยู่หลังจากบุคคลหรือระบบนั้นหมดไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงทรัพย์สินที่ส่งต่อให้ทายาท คำว่า repression ระบุลักษณะของผลกระทบ จึงทำให้วลีนี้เป็นการประเมินผลระยะยาวในเชิงลบอย่างชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave a legacy of + คำนาม มักใช้ประเมินผลระยะยาวที่บุคคล นโยบาย สถาบัน หรือเหตุการณ์ทิ้งไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave a legacy of: The scandal ____ distrust throughout the organization.

ดูคำตอบ

left a legacy of

Order, order. วัฒนธรรม

0:21

ศาลเคารพ ศาลเคารพ

วัฒนธรรม

Order, order.: คำร้องให้เงียบและกลับสู่ความเป็นระเบียบ

Order, order! เป็นคำกล่าวแบบตายตัวที่ผู้พิพากษา ประธานสภา หรือประธานการประชุมใช้เพื่อขอให้ทุกคนเงียบและทำให้การดำเนินงานกลับมาเป็นระเบียบ การพูด order ซ้ำช่วยเน้นคำเรียกร้องและทำให้ฟังดูมีอำนาจมากขึ้น ในที่นี้ order หมายถึงสภาวะที่เป็นระเบียบ ไม่ได้หมายถึงคำสั่งหรือการสั่งอาหาร วลีนี้ทำให้รู้ทันทีว่าฉากนั้นเป็นการไต่สวนอย่างเป็นทางการ ศาล หรือการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: ผู้พิพากษาพูดว่า "Order, order!" เพื่อให้ห้องพิจารณาคดีที่มีเสียงดังเงียบลง การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

Hey, where have I seen that guy before?

0:22

เฮ้ ฉันเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนนะ?

Ahem.

0:25

อะแฮ่ม

Your honor, this is Ernesto Che Guevara. วัฒนธรรม

0:26

ศาลที่เคารพ นี่คือเอร์เนสโต เช เกวารา

วัฒนธรรม

Your Honor: คำเรียกผู้พิพากษาอย่างเป็นทางการ

Your Honor เป็นคำเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับใช้พูดกับผู้พิพากษาโดยตรงในศาลของสหรัฐฯ ควรเข้าใจสองคำนี้เป็นคำนำหน้าที่ใช้ตามธรรมเนียมหนึ่งชุด โดย honor ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเกียรติส่วนตัวของผู้พิพากษาเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ Your honor เป็นคำเรียกขานที่ระบุว่ากำลังพูดกับใคร และแยกจากประโยคหลักด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้แสดงความเคารพต่อตำแหน่งของผู้พิพากษาและบอกว่าฉากอยู่ในศาล

แบบฝึกหัด

ในศาลของสหรัฐฯ ทนายความควรใช้คำเรียกใดเมื่อพูดกับผู้พิพากษาโดยตรง?

  1. Your Majesty
  2. Your Honor
  3. Professor
ดูคำตอบ

Your Honor

In the early 1950s, he left behind a privileged life กริยาวลี

0:29

ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 เขาทิ้งชีวิตที่เพียบพร้อม

as a medical student in Argentina

0:32

ในฐานะนักศึกษาแพทย์ในอาร์เจนตินา

to travel through rural Latin America.

0:35

เพื่อเดินทางไปทั่วชนบทของละตินอเมริกา

กริยาวลี

left behind a privileged life: ละทิ้งชีวิตที่มีอภิสิทธิ์

ในที่นี้ left behind a privileged life หมายถึง เขาละทิ้งชีวิตที่สะดวกสบายและได้เปรียบซึ่งคุ้นเคย แล้วเดินหน้าไปบนเส้นทางใหม่ Behind ทำให้ชีวิตเดิมดูเหมือนเป็นสิ่งที่ถูกทิ้งไว้ในอดีต Leave behind ใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรมได้ เช่น วิถีชีวิต อาชีพ หรือนิสัย และเป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เช่น he left a privileged life behind ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ตรงกลาง เช่น he left it behind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave behind: To become a wildlife ranger, Nina ____ a comfortable office job.

ดูคำตอบ

left behind

The poverty and misery he witnessed

0:38

ความยากจนและความทุกข์ยากที่เขาได้เห็น

convinced him that saving lives required more than medicine. โน้ต

0:39

ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าการช่วยชีวิตคนต้องใช้มากกว่าการแพทย์

ไวยากรณ์

convinced him that ...: โครงสร้าง convince + คน + อนุประโยค that

โครงสร้าง convince + คน + อนุประโยค that หมายถึง ทำให้ใครบางคนเชื่อว่าข้อความหนึ่งเป็นความจริง ในประโยคนี้ him คือคนที่ความเชื่อเปลี่ยนไป และ saving lives required more than medicine คือข้อสรุปที่เขาได้ ประธานอาจเป็นบุคคล หลักฐาน หรือประสบการณ์ก็ได้ โครงสร้างนี้เน้นการทำให้เกิดหรือยืนยันความเชื่อหรือการตัดสิน ไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีต convince someone that เพื่อสื่อว่า “ทำให้เราเชื่อ”:The test results ____ the water was unsafe.

ดูคำตอบ

convinced us that

ลำดับความ

saving lives required more than medicine: การแพทย์เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

ในอนุประโยคที่ใช้ that ว่า saving lives required more than medicine วลี saving lives เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน required more than medicine หมายความว่าการรักษาทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ไม่ได้หมายความว่าการแพทย์ไม่มีประโยชน์ ในฐานะใจความหลักแบบกระชับ อนุประโยคนี้เปลี่ยนหลักฐานก่อนหน้าให้เป็นเหตุผลสำหรับการลงมือทำในวงกว้างขึ้น โครงสร้าง X requires more than Y ที่นำไปใช้ต่อได้ แสดงว่า Y เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย แต่เพียง Y อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความใจความของ saving lives required more than medicine ได้ถูกต้องที่สุด

  1. การแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตใครได้เลย
  2. ประโยคนี้เพียงบอกว่าต้องมีการรักษาทางการแพทย์มากขึ้น
  3. การแพทย์มีความสำคัญ แต่การช่วยชีวิตยังต้องอาศัยการกระทำนอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์ด้วย
ดูคำตอบ

การแพทย์มีความสำคัญ แต่การช่วยชีวิตยังต้องอาศัยการกระทำนอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์ด้วย

So he became a terrorist seeking to violently overthrow the region's governments. ไวยากรณ์

0:43

เขาจึงกลายเป็นผู้ก่อการร้ายที่หาทางล้มล้างรัฐบาลในภูมิภาคนี้ด้วยความรุนแรง

ไวยากรณ์

seeking to violently overthrow: การระบุการกระทำที่ตั้งใจไว้อย่างเป็นทางการ

วลี seeking to violently overthrow เป็นวลี present participle ที่ขยายคำว่า terrorist และบอกเป้าหมายของบุคคลนั้น โครงสร้าง seek to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “พยายามหรือมุ่งที่จะทำบางสิ่ง” ดังนั้น seeking ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการค้นหาสิ่งของ violently ขยาย overthrow และบอกวิธีการที่ตั้งใจใช้ การวางคำกริยาวิเศษณ์ไว้ระหว่าง to กับ overthrow เป็น split infinitive แต่ตำแหน่งนี้เป็นธรรมชาติและยอมรับได้ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน วลีนี้แสดงเจตนา ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป้าหมายสำเร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง seek to ที่เป็นทางการเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The committee is ____ reduce unnecessary costs.

ดูคำตอบ

seeking to

What?

0:48

อะไรนะ?

The region's governments were brutal oligarchies. การใช้คำ

0:49

รัฐบาลในภูมิภาคนี้เป็นระบบคณาธิปไตยที่โหดร้าย

การใช้คำ

were brutal oligarchies: ระบอบโหดร้ายที่ปกครองโดยคนกลุ่มเล็ก ๆ

oligarchy คือระบบการเมืองหรือรัฐบาลที่อำนาจอยู่ในมือของคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีอภิสิทธิ์ ในที่นี้ were brutal oligarchies จัดให้รัฐบาลต่าง ๆ ในภูมิภาคเป็นระบอบที่ถูกควบคุมโดยคนเพียงไม่กี่คน ไม่ได้หมายถึงผู้ปกครองแต่ละคน brutal เพิ่มการประเมินเชิงลบอย่างรุนแรงว่า ระบอบเหล่านี้ปกครองอย่างโหดร้ายหรือกดขี่ รูปพหูพจน์ oligarchies สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ governments

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย The region's governments were brutal oligarchies? ได้ดีที่สุด

  1. เป็นรัฐบาลที่พลเมืองทุกคนแบ่งปันอำนาจอย่างเท่าเทียมกัน
  2. เป็นระบอบที่รุนแรงซึ่งควบคุมโดยคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีอำนาจ
  3. เป็นช่วงเวลาชั่วคราวที่ไม่มีรัฐบาลเลย
ดูคำตอบ

เป็นระบอบที่รุนแรงซึ่งควบคุมโดยคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีอำนาจ

Colonialism may have formally ended, โน้ต

0:52

ลัทธิล่าอาณานิคมอาจจะจบลงไปแล้วในทางนิตินัย

but elites still controlled all the wealth.

0:54

แต่กลุ่มชนชั้นนำยังคงครอบครองความมั่งคั่งทั้งหมด

ไวยากรณ์

may have formally ended, but: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเสนอข้อโต้แย้งสำคัญ

ใน may have formally ended โครงสร้าง may have + กริยาช่องสาม ended แสดงการยอมรับข้อหนึ่งเกี่ยวกับอดีตอย่างจำกัด ผู้พูดยอมรับว่าลัทธิล่าอาณานิคมอาจถือว่าสิ้นสุดลงแล้วในระดับที่เป็นทางการหรือระดับสถาบัน คำว่า formally จำกัดขอบเขตของข้อความนี้ และไม่ได้หมายความว่าผลกระทบทั้งหมดหายไป จากนั้น but จะเปลี่ยนความสนใจไปยังข้อโต้แย้งที่สำคัญกว่า รูปแบบ X may have happened, but Y มักใช้จัดลำดับเหตุผลโดยยอมรับข้อหนึ่งก่อน แล้วจึงแสดงข้อจำกัดของข้อนั้น โดยใจความหลักมักอยู่หลัง but

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ may have... but... เพื่อยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำเสนอข้อโต้แย้งที่สำคัญกว่า

  1. The policy may have changed on paper, but daily life remains the same.
  2. The policy changed because daily life had already improved.
  3. The policy may change, so daily life will certainly remain the same.
ดูคำตอบ

The policy may have changed on paper, but daily life remains the same.

การใช้คำ

formally ended: สถานะอย่างเป็นทางการกับความเป็นจริง

ใน formally ended คำว่า formally หมายถึง “ในระดับที่เป็นทางการ ตามกฎหมาย หรือตามสถานะที่สถาบันยอมรับ” คำนี้ขยาย ended ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าลัทธิล่าอาณานิคมถูกประกาศหรือยอมรับว่าสิ้นสุดลงในเชิงสถานะทางการ ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าผลกระทบทุกอย่างยังคงอยู่ ในประโยคนี้ may have ทำให้คำกล่าวไม่เด็ดขาด และ but เปรียบต่างการสิ้นสุดอย่างเป็นทางการกับการที่ชนชั้นนำยังควบคุมความมั่งคั่ง รูปแบบนี้ช่วยแยกการเปลี่ยนสถานะออกจากสิ่งที่ยังเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ formally ended เพื่อแสดงว่าสิ้นสุดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผลยังคงดำเนินต่อไป?

  1. The road ended at the city hall.
  2. The ban formally ended last year, but some offices still enforce it.
  3. The ceremony ended with a formal dinner.
ดูคำตอบ

The ban formally ended last year, but some offices still enforce it.

American corporations bought up land originally seized from indigenous people กริยาวลี

0:57

บรรษัทอเมริกันกว้านซื้อที่ดินที่เดิมถูกยึดมาจากชนพื้นเมือง

กริยาวลี

bought up land: การกว้านซื้อที่ดินจำนวนมาก

Bought up เป็นรูปอดีตของ buy up ใน bought up land วลีนี้หมายถึงซื้อที่ดินที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมักสื่อว่าผู้ซื้อรายหนึ่งรวบรวมที่ดินไว้เป็นสัดส่วนสูง หรือทำให้เหลือสำหรับผู้อื่นน้อยลง คำอนุภาค up เพิ่มความหมายว่าซื้ออย่างกว้างขวางหรือเกือบทั้งหมด ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน ส่วน bought land เพียงบอกว่ามีการซื้อที่ดิน โดยไม่มีความหมายเรื่องขนาดดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ buy up: A single investor ____ nearly every vacant lot in the neighborhood last year.

ดูคำตอบ

bought up

and used it for profit and export,

1:02

และนำไปใช้เพื่อแสวงหากำไรและการส่งออก

even keeping most of it uncultivated while locals starved. ลำดับความ

1:05

แถมยังปล่อยให้ที่ดินส่วนใหญ่รกร้างในขณะที่ชาวบ้านอดอยาก

ลำดับความ

even ... while ...: การสร้างความขัดแย้งเชิงศีลธรรม

even ทำให้ keeping most of it uncultivated เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจหรือน่าวิตกเป็นพิเศษจากการกระทำที่กล่าวมาก่อนหน้า keeping นำหน้าอนุประโยค participle ซึ่งมีประธานที่เข้าใจได้ว่าเป็น American corporations เช่นเดิม จึงเป็นการเพิ่มข้อมูลว่าบริษัทเหล่านั้นทำอะไรอีก while วางสองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันไว้คู่กัน คือ ที่ดินส่วนใหญ่ถูกปล่อยไว้โดยไม่เพาะปลูก และคนในท้องถิ่นกำลังอดอยาก การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้ความขัดแย้งเป็นส่วนที่วิจารณ์ได้รุนแรงที่สุด ในที่นี้ while ไม่ได้บอกเพียงเวลา แต่ยังเน้นความไม่เป็นธรรมระหว่างทรัพยากรที่มีอยู่กับความต้องการของมนุษย์

แบบฝึกหัด

even และ while จัดระเบียบข้อมูลส่วนที่เน้นไว้อย่างไร

  1. แสดงว่าการปล่อยที่ดินไว้โดยไม่เพาะปลูกกับความอดอยากเกิดขึ้นคนละช่วงเวลาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. นำเสนอสภาพของที่ดินเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ทำให้ข้อโต้แย้งอ่อนลง
  3. ทำให้คำวิจารณ์รุนแรงขึ้นโดยวางภาพที่ดินซึ่งไม่ถูกเพาะปลูกไว้คู่กับคนท้องถิ่นที่กำลังอดอยาก
ดูคำตอบ

ทำให้คำวิจารณ์รุนแรงขึ้นโดยวางภาพที่ดินซึ่งไม่ถูกเพาะปลูกไว้คู่กับคนท้องถิ่นที่กำลังอดอยาก

Couldn't they vote to change that? น้ำเสียง/เจตนา

1:09

พวกเขาไม่สามารถลงคะแนนเสียงเพื่อเปลี่ยนสิ่งนั้นได้หรือ?

น้ำเสียง/เจตนา

Couldn't they vote...?: คำถามปฏิเสธที่ท้าทายข้อสมมติ

คำถามปฏิเสธ Couldn't they...? ไม่ได้เป็นเพียงคำถามกลาง ๆ ว่ามีความสามารถหรือไม่ ในที่นี้ ผู้พูดมองว่าการลงคะแนนเสียงเป็นทางแก้ที่ดูเหมือนทำได้ และกำลังท้าทายความคิดที่ว่าสถานการณ์นั้นไม่อาจเปลี่ยนได้ด้วยวิถีประชาธิปไตย คำถามปฏิเสธมักแฝงความคาดหมายทำนองว่า “ก็น่าจะทำได้ไม่ใช่หรือ” รูปแบบเดียวกันอาจฟังเป็นการเสนอแนะ ความประหลาดใจ การวิจารณ์ หรือการเรียกร้องคำอธิบายได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

เมื่อพูด Couldn't they...? ในที่นี้ ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไร

  1. บอกว่าการลงคะแนนเสียงได้เปลี่ยนสถานการณ์ไปแล้ว
  2. ท้าทายว่าทำไมจึงไม่ใช้ทางออกแบบประชาธิปไตยที่ดูเหมือนทำได้
  3. ถามอย่างเป็นกลางว่าพวกเขารู้วิธีกรอกบัตรเลือกตั้งหรือไม่
ดูคำตอบ

ท้าทายว่าทำไมจึงไม่ใช้ทางออกแบบประชาธิปไตยที่ดูเหมือนทำได้

Oh, they tried, your honor.

1:11

โอ้ พวกเขาพยายามแล้ว ศาลที่เคารพ

In 1953, Che came to Guatemala

1:12

ในปี 1953 เชเดินทางมาที่กัวเตมาลา

under the democratically-elected government of President Arbenz. วัฒนธรรม

1:15

ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของประธานาธิบดีอาร์เบนซ์

วัฒนธรรม

under the democratically-elected government: ในสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ในประโยคนี้ under the democratically-elected government of President Arbenz หมายถึงช่วงที่รัฐบาลอาร์เบนซ์มีอำนาจและปกครองกัวเตมาลา under แสดงอำนาจทางการเมืองและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ข้างใต้สิ่งใด Democratically-elected ระบุว่ารัฐบาลนี้ได้รับเลือกผ่านการเลือกตั้ง บุพบทวลีทั้งหมดบอกว่ารัฐบาลใดอยู่ในอำนาจเมื่อเชเดินทางมาถึง ไม่ได้หมายความว่าเชทำงานให้รัฐบาลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ under ในความหมายว่า “ในช่วงที่รัฐบาลหนึ่งอยู่ในอำนาจ”?

  1. The records were stored under the cabinet.
  2. Public health spending increased under the new administration.
  3. The meeting continued under the bridge.
ดูคำตอบ

Public health spending increased under the new administration.

Arbenz passed reforms to redistribute some of this uncultivated land back to the people วลี

1:19

อาร์เบนซ์ผ่านการปฏิรูปเพื่อแจกจ่ายที่ดินรกร้างเหล่านี้กลับคืนให้ประชาชน

while compensating the landowners.

1:25

ในขณะที่ให้เงินชดเชยแก่เจ้าของที่ดิน

วลี

passed reforms to redistribute... back to the people: ผ่านการปฏิรูปเพื่อจัดสรรและคืนให้ประชาชน

Passed reforms แสดงว่ามาตรการปฏิรูปได้รับการอนุมัติหรือประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ส่วนโครงสร้าง infinitive บอกจุดประสงค์ to redistribute... อธิบายเป้าหมายของมาตรการ ดังนั้นลำดับนี้จึงกล่าวถึงการกระทำอย่างเป็นทางการก่อน แล้วจึงบอกเป้าหมายเชิงนโยบาย Redistribute หมายถึงการแจกจ่ายบางสิ่งอีกครั้งหรือด้วยวิธีใหม่ Back to the people เพิ่มความหมายของการคืนให้ กล่าวคือ ที่ดินถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ส่งคืนให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงจัดสรรให้เป็นครั้งแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าฝ่ายนิติบัญญัติอนุมัติมาตรการปฏิรูปที่มีเป้าหมายเพื่อจัดสรรที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานใหม่อย่างเป็นทางการ?

  1. The legislature proposed reforms to redistribute unused land.
  2. The legislature passed reforms to redistribute unused land.
  3. The legislature implemented reforms to redistribute unused land.
ดูคำตอบ

The legislature passed reforms to redistribute unused land.

But he was overthrown in a CIA-sponsored coup. การใช้คำ

1:27

แต่เขาถูกโค่นล้มในการรัฐประหารที่ได้รับการสนับสนุนจากซีไอเอ

การใช้คำ

was overthrown in a CIA-sponsored coup: ถูกโค่นอำนาจในการรัฐประหารที่ CIA สนับสนุน

Was overthrown เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าบุคคลหรือกลุ่มอื่นโค่นเขาลงจากอำนาจ ส่วน in a coup บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นผ่านการยึดอำนาจรัฐอย่างฉับพลันและผิดกฎหมาย ไม่ใช่ผ่านการเลือกตั้งตามปกติหรือการสืบทอดอำนาจอย่างถูกกฎหมาย CIA-sponsored ขยายคำว่า coup ในที่นี้ sponsored หมายถึงได้รับการหนุนหลังหรือสนับสนุนจาก CIA วลีนี้ชี้ว่ามีการสนับสนุนจากองค์กร แต่รูปแบบและขอบเขตที่แน่ชัดต้องพิจารณาจากบริบทหรือหลักฐาน

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่ามีเสียง /p/ ท้ายคำหรือไม่

  1. The report focused on the coup.
  2. The report focused on the coop.
ดูคำตอบ

The report focused on the coup.

The military was protecting against the seizure of private property วลี

1:31

กองทัพกำลังปกป้องการยึดทรัพย์สินส่วนบุคคล

and communist takeover.

1:34

และการเข้ายึดครองของคอมมิวนิสต์

วลี

protecting against the seizure of private property: ป้องกันการยึดทรัพย์สินส่วนบุคคล

Protect against + นามวลี หมายถึงการดำเนินการเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือลดความเสียหายจากความเสี่ยงนั้น ในที่นี้ความเสี่ยงคือ the seizure of private property ซึ่งหมายถึงทรัพย์สินส่วนบุคคลถูกบังคับยึดหรือริบ เมื่อไม่มีบุคคลหรือสิ่งที่ได้รับการปกป้องตามหลัง protect โดยตรง ประโยคจะเน้นภัยที่นำด้วย against และต้องเข้าใจจากบริบทว่าอะไรได้รับการปกป้อง นอกจากนี้ยังสามารถระบุทั้งสองอย่างได้ เช่น protect homeowners against fraud

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ลดความเสี่ยงของ”: Regular updates help ____ security breaches.

ดูคำตอบ

protect against

They were protecting corporate profits.

1:36

พวกเขากำลังปกป้องผลกำไรของบรรษัทต่างหาก

And Che saw that they would use the fear of communism ไวยากรณ์

1:38

และเชเห็นว่าพวกเขาจะใช้ความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์

to overthrow any government that threatened those profits. ไวยากรณ์

1:41

เพื่อโค่นล้มรัฐบาลใดก็ตามที่คุกคามผลกำไรเหล่านั้น

ไวยากรณ์

use the fear of communism to overthrow: โครงสร้าง use X to do Y

รูปแบบ use X to do Y แสดงว่า X เป็นวิธีการ ทรัพยากร หรือเครื่องมือ ส่วนกริยาที่ตามหลัง to บอกจุดประสงค์ ในประโยคนี้ ความกลัวคอมมิวนิสต์คือสิ่งที่ถูกนำมาใช้ และการโค่นล้มรัฐบาลคือการกระทำที่ตั้งใจไว้ ตัวโครงสร้างอาจมีความหมายเป็นกลางได้ แต่คำรอบข้างอาจทำให้มีนัยเชิงวิจารณ์ ในประโยคนี้ use fear สื่อถึงการจงใจใช้ประโยชน์จากความกลัว ไม่ใช่การใช้เครื่องมือทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ use และคำบอกจุดประสงค์: The school ____ an online survey ____ collect feedback.

ดูคำตอบ

used · to

ไวยากรณ์

any government that threatened those profits: รูปแบบ any + คำนาม + that...

วลี any government that threatened those profits หมายถึงรัฐบาลทุกแห่งที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ ไม่ใช่รัฐบาลแห่งหนึ่งที่ถูกระบุไว้ก่อนแล้ว Any government เปิดขอบเขตความเป็นไปได้ที่กว้างและไม่เฉพาะเจาะจง อนุประโยคขยายคำนามแบบจำกัดความ that threatened those profits ทำให้ขอบเขตนั้นแคบลง โดยรวมเฉพาะรัฐบาลที่คุกคามผลกำไรเหล่านั้น รูปแบบ any + คำนาม + that... ใช้กล่าวแบบเหมารวมถึงสมาชิกทุกส่วนของกลุ่มที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ไม่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยจะถูกเปลี่ยน?

  1. We will replace every device, even if it passes the safety test.
  2. We will replace any device that fails the safety test.
  3. We will replace the device that fails the safety test.
ดูคำตอบ

We will replace any device that fails the safety test.

So he took the lessons of Guatemala with him to Mexico. สำนวน

1:44

ดังนั้นเขาจึงนำบทเรียนจากกัวเตมาลาติดตัวไปเม็กซิโกด้วย

สำนวน

took the lessons of Guatemala with him: นำประสบการณ์ไปใช้กับการกระทำในภายหลัง

ในที่นี้ “the lessons of Guatemala” หมายถึงสิ่งที่ประสบการณ์ในกัวเตมาลาสอนเขา ไม่ได้หมายความว่าเขาไปเรียนหรือขนเอกสารการเรียนติดตัวไป “Took ... with him to Mexico” เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าบทเรียนเหล่านั้นยังอยู่ในความคิดและมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เขาทำต่อมา ในทำนองเดียวกัน เราสามารถนำบทเรียนจากประสบการณ์หนึ่งไปใช้ในสถานการณ์ภายหลังได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lessons ในความหมายว่าเป็นข้อคิดจากประสบการณ์ที่ยังคงชี้นำการกระทำในภายหลัง

  1. She took piano lessons every Saturday.
  2. She took the lessons of the failed project with her into her next role.
  3. She carried her lesson books into the next room.
ดูคำตอบ

She took the lessons of the failed project with her into her next role.

There he met exiled Cuban revolutionaries การใช้คำ

1:48

ที่นั่นเขาได้พบกับนักปฏิวัติชาวคิวบาที่ลี้ภัยมา

and decided to help them liberate their country.

1:51

และตัดสินใจช่วยพวกเขาปลดปล่อยประเทศของตน

การใช้คำ

exiled Cuban revolutionaries: นักปฏิวัติที่ถูกบังคับให้จากบ้านเกิดด้วยเหตุผลทางการเมือง

Exiled เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจากรูป past participle และขยาย Cuban revolutionaries คำนี้บอกว่านักปฏิวัติเหล่านี้อาศัยอยู่นอกคิวบา เพราะถูกขับออกนอกประเทศหรือไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้อย่างปลอดภัย คำนี้มีนัยทางการเมืองและสื่อถึงการไม่ได้จากไปโดยสมัครใจ ความหมายจึงมากกว่าเพียงการอยู่ห่างจากบ้านเกิดหรือเลือกไปอยู่ต่างประเทศ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายอย่างชัดเจนถึงคนที่ถูกบังคับให้อาศัยอยู่นอกประเทศของตนด้วยเหตุผลทางการเมือง

  1. The exiled journalist continued reporting from another country.
  2. The visiting journalist flew home after the conference.
  3. The journalist living abroad chose to stay for the warm weather.
ดูคำตอบ

The exiled journalist continued reporting from another country.

You mean help Fidel Castro turn a vibrant Cuba into a dictatorship. โน้ต

1:53

หมายความว่าช่วยฟิเดล คาสโตร เปลี่ยนคิวบาที่มีชีวิตชีวาให้กลายเป็นเผด็จการน่ะสิ

น้ำเสียง/เจตนา

You mean help...: ท้าทายคำกล่าวด้วยการนิยามใหม่

ในที่นี้ You mean... ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อถามคำจำกัดความ แต่ใช้เกริ่นการกล่าวคำพูดของอีกฝ่ายใหม่ด้วยถ้อยคำของผู้พูดเอง ถ้อยคำเชิงลบอย่างชัดเจนที่ตามมาแสดงว่าผู้พูดไม่ยอมรับคำอธิบายที่ดูดีกว่า และต้องการให้มองการกระทำนั้นต่างออกไป ในบทสนทนาเชิงโต้แย้ง You mean + การกล่าวใหม่ มีความหมายโดยนัยว่า คำอธิบายที่ตรงกว่าคือ.... หลัง You mean อาจใช้วลีสั้นที่ละบางส่วนไว้ โดยเข้าใจส่วนที่หายไปจากคำพูดก่อนหน้า เช่น help... ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ You mean... เพื่อท้าทายข้อเสนอของอีกฝ่ายและกล่าวถึงข้อเสนอนั้นใหม่ในเชิงลบ

  1. You mean cut the school arts program just to save a little money?
  2. Do you mean the meeting starts at three?
  3. What does affordable mean?
ดูคำตอบ

You mean cut the school arts program just to save a little money?

ไวยากรณ์

turn a vibrant Cuba into a dictatorship: โครงสร้าง turn X into Y

turn X into Y หมายถึงทำให้ X กลายเป็น Y โดย X คือคน สิ่งของ หรือสถานที่ที่ถูกเปลี่ยน ส่วน Y คืออัตลักษณ์ สภาพ หรือการใช้งานที่เป็นผลลัพธ์ ในประโยคนี้ a vibrant Cuba อยู่ในตำแหน่ง X และ a dictatorship อยู่ในตำแหน่ง Y โครงสร้างนี้นำเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากผู้กระทำบางราย และผลลัพธ์ถูกประเมินในเชิงลบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn X into Y: The renovation ____ the old train station ____ a public library.

ดูคำตอบ

turned · into

Dictatorship was what Cuba had before the revolution.

1:58

เผด็จการคือสิ่งที่คิวบามีอยู่ก่อนการปฏิวัติต่างหาก

Fulgencio Batista was a tyrant who came to power in a military coup. วลี

2:01

ฟุลเคนซิโอ บาติสตา เป็นทรราชที่ขึ้นสู่อำนาจจากการรัฐประหารของทหาร

วลี

came to power in a military coup: ขึ้นสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารโดยทหาร

“Came to power” เป็นรูปอดีตของ “come to power” ซึ่งเป็นสำนวนตายตัวในบริบทการเมือง หมายถึง “ได้อำนาจควบคุมรัฐบาลหรือรัฐ” ในประโยคนี้ อนุประโยคขยาย “who came to power...” อธิบายว่าบาติสตากลายเป็นผู้ปกครองได้อย่างไร “In a military coup” ระบุช่องทางในการขึ้นสู่อำนาจ นั่นคือการยึดอำนาจที่นำโดยกำลังทหารแทนกระบวนการตามรัฐธรรมนูญตามปกติ “Come to power” เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง การสืบทอด หรือการใช้กำลัง วลีที่เพิ่มมาจึงให้ข้อมูลนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนเพื่อบอกว่านายพลได้ควบคุมรัฐบาลผ่านการยึดอำนาจทางทหาร: The general ____.

ดูคำตอบ

came to power in a military coup

He turned Havana into a luxury playground for foreigners ไวยากรณ์

2:06

เขาเปลี่ยนฮาวานาให้เป็นสนามเด็กเล่นสุดหรูสำหรับชาวต่างชาติ

ไวยากรณ์

turned Havana into a luxury playground for foreigners: เปลี่ยนฮาวานาให้เป็นแหล่งหรูหราสำหรับความบันเทิงของชาวต่างชาติ

“Turn X into Y” หมายถึงทำให้ X กลายเป็น Y ในที่นี้ “Havana” คือ X ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกเปลี่ยน ส่วน “a luxury playground for foreigners” คือ Y ซึ่งเป็นบทบาทหรือสภาพใหม่ที่เมืองได้รับ “Playground” ในที่นี้เป็นคำเปรียบเปรย หมายถึงสถานที่ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อความบันเทิงและความเพลิดเพลินของกลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์เป็นหลัก ไม่ใช่สนามเด็กเล่นจริง ๆ เมื่อใช้ร่วมกับ “luxury” และ “for foreigners” วลีนี้จึงวิจารณ์การเปลี่ยนเมืองให้รับใช้ผู้มาเยือนจากต่างประเทศที่ร่ำรวย

แบบฝึกหัด

“turned Havana into a luxury playground for foreigners” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาสร้างสนามเด็กเล่นหรูเพียงแห่งเดียวให้เด็กต่างชาติใช้เครื่องเล่น
  2. เขาเปลี่ยนเมืองให้เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติต้องทำงานในธุรกิจสินค้าหรู
  3. เขาปรับเมืองให้เป็นสถานที่ราคาแพงสำหรับการพักผ่อนของผู้มาเยือนชาวต่างชาติเป็นหลัก
ดูคำตอบ

เขาปรับเมืองให้เป็นสถานที่ราคาแพงสำหรับการพักผ่อนของผู้มาเยือนชาวต่างชาติเป็นหลัก

while keeping Cubans mired in poverty วลี

2:09

ในขณะที่ปล่อยให้ชาวคิวบาจมปลักอยู่กับความยากจน

วลี

keeping Cubans mired in poverty: สื่อถึงความยากจนที่ยืดเยื้อและหลุดพ้นได้ยาก

โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์หรือวลีรูปอดีตกาล ใช้บอกว่าทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่งต่อไป ในที่นี้ keeping Cubans mired in poverty หมายถึงทำให้ชาวคิวบายังคงติดอยู่ในความยากจนอย่างลึกซึ้งเป็นเวลานาน mired in เป็นคำเปรียบเทียบจากภาพของการติดอยู่ในโคลน จึงแรงกว่าการพูดเพียงว่าใครบางคนเป็น poor เพราะเน้นความทุกข์ยากที่ยืดเยื้อและหลุดพ้นได้ยาก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมาย mired in เพื่อแสดงว่าโครงการติดอยู่ในปัญหาอย่างลึกซึ้ง: Unclear requirements kept the research project ____ delays.

ดูคำตอบ

mired in

and killing thousands in police crackdowns.

2:12

และสังหารผู้คนหลายพันคนในการปราบปรามของตำรวจ

Even President Kennedy called it the worst example of economic colonization, ลำดับความ

2:15

แม้แต่ประธานาธิบดีเคนเนดีก็ยังเรียกมันว่าเป็นตัวอย่างที่เลวร้ายที่สุดของการเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจ

humiliation, and exploitation in the world.

2:20

ความอัปยศอดสู และการขูดรีดในโลก

ลำดับความ

Even President Kennedy called it the worst example of: ใช้แหล่งอ้างอิงที่คาดไม่ถึงเพื่อเสริมข้อโต้แย้ง

การวาง even ไว้หน้า President Kennedy โดยตรง ทำให้เคนเนดีถูกนำเสนอเป็นแหล่งที่มาของคำตัดสินซึ่งคาดไม่ถึงหรือมีความสำคัญเป็นพิเศษ ตรรกะคือ “ถ้าแม้แต่เคนเนดียังพูดเช่นนี้ คำประเมินนี้ก็ควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ” ในที่นี้ even มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล โดยเน้นบุคคลที่ให้หลักฐาน ไม่ใช่เพียงเพิ่มชื่อบุคคลอีกคนหนึ่ง ส่วน called it... จะนำเสนอคำประเมินที่รุนแรงต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even เพื่อนำเสนอแหล่งอ้างอิงว่าเป็นหลักฐานที่คาดไม่ถึงและมีน้ำหนักมาก

  1. Even the company's founder admitted that the launch had failed.
  2. The company's founder also admitted that the launch had failed.
  3. The company's founder even admitted that the launch had failed.
ดูคำตอบ

Even the company's founder admitted that the launch had failed.

Whatever Batista's faults, ไวยากรณ์

2:23

ไม่ว่าบาติสตาจะมีความผิดอะไร

it can't compare to the totalitarian nightmare Castro would create. วลี

2:25

ก็เทียบไม่ได้กับฝันร้ายแห่งระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จที่คาสโตรจะสร้างขึ้น

ไวยากรณ์

Whatever Batista's faults, it can't compare to ...: ยอมรับข้อบกพร่องก่อนเสนอข้อวินิจฉัยที่หนักแน่นกว่า

Whatever Batista's faults เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อจำกัดแบบกระชับ หมายถึง “ไม่ว่าบาติสตาจะมีข้อบกพร่องอะไร” หรือ “แม้จะยอมรับว่าเขามีข้อบกพร่องร้ายแรง” วลีนี้ยอมรับข้อบกพร่องเหล่านั้น ไม่ได้ปฏิเสธ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอข้อสรุปที่หนักแน่นกว่าของผู้พูดว่า สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบาติสตาเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่รุนแรงกว่ามากซึ่งผู้พูดคาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้คาสโตร รูปแบบ Whatever X's faults, Y ช่วยให้ยอมรับจุดอ่อนก่อน แล้วชี้ว่าจุดอ่อนนั้นไม่ได้ล้มล้างข้อวินิจฉัยหลัก ในที่นี้ it ที่เป็นเอกพจน์หมายถึงสถานการณ์หรือการปกครองที่เข้าใจจากบริบท ไม่ได้หมายถึง faults ที่เป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Whatever + คำนามแสดงความเป็นเจ้าของได้ถูกต้อง เพื่อยอมรับข้อบกพร่องก่อนยืนยันข้อกล่าวอ้างหลัก?

  1. Whatever the plan's faults, it still addresses an urgent problem.
  2. Whatever the plan has faults, it still addresses an urgent problem.
  3. Whatever are the plan's faults, it still addresses an urgent problem.
ดูคำตอบ

Whatever the plan's faults, it still addresses an urgent problem.

วลี

can't compare to: ด้อยกว่ามาก ไม่ใช่ห้ามเปรียบเทียบ

X can't compare to Y โดยทั่วไปหมายถึง X ด้อยกว่า Y มากในด้านคุณภาพหรือระดับที่กำลังประเมิน ไม่ได้หมายความว่าการเปรียบเทียบเป็นไปไม่ได้หรือถูกห้าม เพราะตัวการเปรียบเทียบนั้นได้นำไปสู่ข้อวินิจฉัยที่หนักแน่นแล้ว ทิศทางของความหมายขึ้นอยู่กับสิ่งที่วัด หากเป็นคุณสมบัติเชิงบวก X จะดีน้อยกว่า Y มาก หากเป็นความเสียหายหรือภัยพิบัติ X จะรุนแรงน้อยกว่า Y มาก ในประโยคนี้ totalitarian nightmare ถูกนำเสนอว่าเลวร้ายกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The sequel is enjoyable, but it can't compare to the original.

  1. ไม่อนุญาตให้คนเปรียบเทียบภาพยนตร์สองเรื่องนี้
  2. ภาคต้นดีกว่าภาคต่อมาก
  3. ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องดีพอ ๆ กัน
ดูคำตอบ

ภาคต้นดีกว่าภาคต่อมาก

Forced labor camps, torture of prisoners,

2:29

ค่ายแรงงานบังคับ การทรมานนักโทษ

no freedom to speak or to leave.

2:32

ไม่มีอิสระในการพูดหรือการเดินทางออกประเทศ

But this isn't the trial of Fidel Castro, is it? น้ำเสียง/เจตนา

2:34

แต่นี่ไม่ใช่การพิจารณาคดีของฟิเดล คาสโตร ไม่ใช่หรือ?

น้ำเสียง/เจตนา

this isn't..., is it? เพื่อดึงการสนทนากลับเข้าประเด็น

โครงสร้างนี้เป็นประโยคบอกเล่าปฏิเสธตามด้วยคำถามท้ายประโยคแบบบอกเล่า: this isn't ... + is it? คำถามท้ายประโยคใช้กริยาช่วย be เดิมแต่สลับจากปฏิเสธเป็นบอกเล่า และใช้ it อ้างกลับไปยัง this ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้ต้องการถามข้อมูลที่ตนไม่รู้เป็นหลัก แต่คาดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยว่าคดีนี้ไม่ได้พิจารณาฟิเดล คาสโตร ความคาดหวังนั้นช่วยให้ผู้พูดโต้แย้งแนวการให้เหตุผลของอีกฝ่ายและดึงความสนใจกลับไปยังผู้ที่กำลังถูกพิจารณาคดีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: This isn't the file we sent, ____?

ดูคำตอบ

is it

Che Guevara was instrumental in helping Castro seize power. วลี

2:38

เช เกวารา เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้คาสโตรยึดอำนาจ

วลี

was instrumental in helping...: มีบทบาทสำคัญ

be instrumental in + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ was instrumental in helping บอกว่าเช เกวารามีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของคาสโตร หลัง in ใช้ helping ซึ่งเป็นรูป -ing ส่วนภายใน Helping Castro seize power ยังใช้โครงสร้าง help + คน + กริยารูปพื้นฐาน คือ help Castro seize รูป Help Castro to seize ก็ใช้ได้ แต่ต้นฉบับใช้รูปทั่วไปที่ไม่มี to

แบบฝึกหัด

ใช้ instrumental in เติมประโยคให้สมบูรณ์: Her careful research was ____ identifying the error.

ดูคำตอบ

instrumental in

As a commander in his guerrilla army,

2:42

ในฐานะผู้บัญชาการในกองทัพกองโจรของเขา

he unleashed a reign of terror across the countryside, สำนวน

2:44

เขาได้ปลดปล่อยยุคแห่งความหวาดกลัวไปทั่วชนบท

สำนวน

unleashed a reign of terror: การข่มขู่รุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ความหมายตรงตัวของ unleash คือปล่อยสิ่งที่เคยถูกควบคุมหรือกักไว้ ใน unleashed a reign of terror ความรุนแรงและการข่มขู่ถูกนำเสนอเหมือนพลังอันตรายที่ถูกปล่อยออกมา จึงมีน้ำหนักรุนแรงและเป็นการตัดสินเชิงลบมากกว่าการใช้ started อย่างมาก A reign of terror หมายถึงช่วงเวลาที่ยาวนานซึ่งผู้คนถูกควบคุมด้วยความกลัว ความรุนแรง หรือการลงโทษอย่างหนัก วลีนี้จึงกล่าวถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่เหตุการณ์น่ากลัวเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดสามารถอธิบายด้วย unleashed a reign of terror ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. ร้านกาแฟเสิร์ฟเครื่องดื่มช้าไปห้านาที
  2. กลุ่มติดอาวุธข่มขู่ชาวบ้านซ้ำ ๆ และโจมตีทุกคนที่ขัดขืน
  3. นักเรียนลืมการบ้านหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ

กลุ่มติดอาวุธข่มขู่ชาวบ้านซ้ำ ๆ และโจมตีทุกคนที่ขัดขืน

killing any suspected spies or dissenters.

2:48

สังหารทุกคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับหรือผู้เห็นต่าง

He also helped peasants build health clinics and schools,

2:51

เขายังช่วยชาวนาสร้างคลินิกสุขภาพและโรงเรียน

taught them to read, and even recited poetry to them.

2:54

สอนพวกเขาให้อ่านหนังสือ และถึงกับท่องบทกวีให้พวกเขาฟัง

His harsh discipline was necessary against a much stronger enemy

2:58

วินัยที่รุนแรงของเขาเป็นสิ่งจำเป็นในการต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่ามาก

who didn't hesitate to burn entire villages suspected of aiding the rebels. วลี

3:01

ผู้ซึ่งไม่ลังเลเลยที่จะเผาหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านที่ต้องสงสัยว่าช่วยเหลือกลุ่มกบฏ

วลี

didn't hesitate to burn: พร้อมลงมือทำโดยไม่ลังเล

Not hesitate to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำหรือเต็มใจทำบางอย่างโดยไม่หยุดเพราะความสงสัย ความกลัว หรือความไม่เต็มใจ Didn't hesitate to burn จึงบอกว่าศัตรูพร้อมจะเผาหมู่บ้านโดยไม่ลังเล ไม่ได้เพียงรายงานว่าเกิดการเผาขึ้นเท่านั้น โครงสร้างนี้ไม่ได้มีความหมายเชิงบวกหรือลบในตัวเอง การกระทำที่ตามมาเป็นตัวกำหนดการประเมิน เช่น didn't hesitate to help อาจชื่นชมความเด็ดขาด แต่ didn't hesitate to burn entire villages เป็นการประณามความพร้อมทำสิ่งโหดร้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง didn't hesitate เพื่อแสดงการลงมือทำโดยไม่ชักช้าหรือลังเล: When the alarm sounded, Luis ____ to guide everyone outside.

ดูคำตอบ

didn't hesitate

Let's not forget that the new regime held mass executions ลำดับความ

3:06

อย่าลืมนะว่าระบอบการปกครองใหม่จัดการประหารชีวิตหมู่

and killed hundreds of people without trial

3:10

และสังหารผู้คนหลายร้อยคนโดยไม่มีการพิจารณาคดี

ลำดับความ

“Let's not forget that ...” เพื่อเพิ่มหลักฐานที่อาจถูกมองข้าม

“Let's not forget that ...” เป็นวลีเชื่อมการอภิปรายที่นำข้อเท็จจริงสำคัญกลับเข้ามาในเหตุผลที่กำลังนำเสนอ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังลืมจริง ๆ แต่เป็นการขอให้ผู้ฟังนำอนุประโยค that ที่ตามมาไปรวมในการพิจารณาด้วย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอเรื่องการประหารชีวิตเป็นหลักฐานที่ไม่ควรถูกละเลย และใช้โต้แย้งคำอธิบายที่มองเพียงด้านเดียวได้ด้วยการชี้ว่าข้อเท็จจริงนี้ก็สำคัญเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเพิ่มข้อเท็จจริงสำคัญที่อาจถูกมองข้ามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's not forget about that the cheapest plan also takes the longest.
  2. Let's not forget that the cheapest plan also takes the longest.
  3. Let's not forgetting that the cheapest plan also takes the longest.
ดูคำตอบ

Let's not forget that the cheapest plan also takes the longest.

as soon as they took power in 1959. ไวยากรณ์

3:12

ทันทีที่พวกเขายึดอำนาจได้ในปี 1959

ไวยากรณ์

“as soon as they took power”:เหตุการณ์ที่ตามมาทันทีหลังขึ้นสู่อำนาจ

“as soon as + อนุประโยค” กำหนดจุดหนึ่งในเวลาและบอกว่าเหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้นทันทีหรือไม่นานหลังจากนั้น ในข้อความนี้ they took power หมายถึงพวกเขาเข้าควบคุมรัฐบาล และการกระทำในประโยคหลักก่อนหน้าเกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น คำเชื่อมนี้เน้นว่าเหตุการณ์เกิดใกล้กันมากในด้านเวลา ความใกล้กันนี้อาจทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกี่ยวข้องกันอย่างมาก แต่ as soon as เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุการณ์แรกเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่สอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าฝูงชนเข้าไปทันทีหลังจากประตูเปิด

  1. When the doors opened, the crowd was waiting outside.
  2. As soon as the doors opened, the crowd entered.
  3. Before the doors opened, the crowd entered.
ดูคำตอบ

As soon as the doors opened, the crowd entered.

The executed were officials and collaborators

3:15

ผู้ถูกประหารคือเจ้าหน้าที่และผู้สมรู้ร่วมคิด

who had tormented the masses under Batista. ไวยากรณ์

3:18

ที่เคยทรมานมวลชนภายใต้การปกครองของบาติสตา

ไวยากรณ์

who had tormented...: past perfect สำหรับการกระทำในอดีตที่เกิดก่อน

อนุประโยคขยาย who had tormented the masses under Batista ระบุว่าเป็น officials and collaborators กลุ่มใด ส่วน had tormented เป็นรูป past perfect ซึ่งประกอบด้วย had + กริยาช่องที่ 3 tormented รูปนี้วางเหตุการณ์ทรมานประชาชนไว้ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง คือการถูกประหาร ในการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ past perfect ช่วยให้ย้อนจากจุดหนึ่งในอดีตไปยังการกระทำที่เกิดก่อนหน้าได้ เมื่อความสัมพันธ์ด้านเวลาชัดเจนแล้ว ผู้เขียนสามารถกลับไปใช้ simple past เพื่อเล่าเหตุการณ์หลักต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ escape เพื่อแสดงว่าการหลบหนีเกิดก่อนการจับกุม: The police arrested a suspect who ____ from custody the night before.

ดูคำตอบ

had escaped

The people supported this revolutionary justice. การใช้คำ

3:21

ประชาชนสนับสนุนความยุติธรรมของการปฏิวัตินี้

การใช้คำ

this revolutionary justice: คำเรียกที่วางกรอบด้วยมุมมองทางการเมือง

ในที่นี้ this revolutionary justice หมายถึงการลงโทษหรือการประหารที่เพิ่งกล่าวถึง และนำเสนอการกระทำเหล่านั้นว่าเป็น justice ที่ดำเนินการในนามเป้าหมายของการปฏิวัติ this ชี้กลับไปยังการกระทำดังกล่าว ส่วน revolutionary อธิบายพื้นฐานทางการเมืองของการกระทำนั้น วลีนี้มีมุมมองแฝงอยู่ ไม่ใช่คำเรียกทางกฎหมายที่เป็นกลางโดยอัตโนมัติ การเรียกการกระทำว่า justice ทำให้การกระทำนั้นถูกมองว่าสมควรหรือชอบธรรม ฝ่ายคัดค้านอาจไม่ยอมรับคำเรียกนี้หรือตั้งคำถามว่ามีการปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรมหรือไม่ revolutionary ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติทางการเมือง ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งใหม่หรือมีนวัตกรรม

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย revolutionary justice ในบริบทนี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. คำเรียกที่นำเสนอว่าการลงโทษมีความชอบธรรมตามเป้าหมายของการปฏิวัติ แม้ว่าคำตัดสินเช่นนี้อาจเป็นที่โต้แย้งได้
  2. หลักฐานว่ามีการปฏิบัติตามหลักประกันทางกฎหมายตามปกติทุกข้อ
  3. โครงการนำเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมมาใช้ในศาล
ดูคำตอบ

คำเรียกที่นำเสนอว่าการลงโทษมีความชอบธรรมตามเป้าหมายของการปฏิวัติ แม้ว่าคำตัดสินเช่นนี้อาจเป็นที่โต้แย้งได้

Which people?

3:24

ประชาชนกลุ่มไหนล่ะ?

An angry mob crying for blood does not a democracy make. โน้ต

3:25

กลุ่มคนที่โกรธแค้นและเรียกร้องให้หลั่งเลือดไม่ได้ทำให้เกิดประชาธิปไตยหรอกนะ

สำนวน

crying for blood: เรียกร้องให้ลงโทษอย่างรุนแรงหรือแก้แค้น

ใน crying for blood คำว่า cry หมายถึง “เรียกร้องเสียงดัง” ไม่ใช่ “ร้องไห้” สำนวนนี้หมายถึงการเรียกร้องให้ลงโทษอย่างรุนแรง แก้แค้น หรือบางครั้งถึงขั้นให้ใครบางคนตาย ในประโยคนี้ crying for blood เป็นวลีรูป -ing ที่ขยาย an angry mob วลีนี้ทำให้เห็นว่าฝูงชนถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการแก้แค้น มากกว่าการไตร่ตรองอย่างสงบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The crowd was crying for blood after the scandal,” crying for blood หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขากำลังขอเลือดจากแพทย์
  2. พวกเขากำลังเสียใจเพราะมีคนบาดเจ็บ
  3. พวกเขากำลังเรียกร้องให้ลงโทษอย่างรุนแรงหรือแก้แค้น
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังเรียกร้องให้ลงโทษอย่างรุนแรงหรือแก้แค้น

ไวยากรณ์

does not a democracy make: การกลับลำดับกรรมแบบสุภาษิต

ลำดับคำปกติคือ An angry mob crying for blood does not make a democracy. ใน does not a democracy make กรรม a democracy ถูกย้ายมาไว้หน้า make โดยตั้งใจ ประโยคนี้ยังคงเป็นประโยคบอกเล่าเชิงปฏิเสธ ไม่ใช่คำถาม รูปแบบ A does not a B make หมายความว่า A เพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะสร้าง พิสูจน์ หรือนับว่าเป็น B การกลับลำดับแบบสุภาษิตนี้ทำให้ข้อสรุปฟังดูคมชัดและน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบกลับลำดับแบบสุภาษิต: One good review ____ a successful product ____.

ดูคำตอบ

does not · make

And that's not even mentioning the forced labor camps, ลำดับความ

3:29

และยังไม่รวมถึงค่ายแรงงานบังคับ

arbitrary arrests, and repression of LGBT people

3:32

การจับกุมตามอำเภอใจ และการกดขี่กลุ่ม LGBT

that continued long after the revolution.

3:36

ซึ่งดำเนินต่อไปอีกยาวนานหลังการปฏิวัติ

ลำดับความ

And that's not even mentioning ...: คำเชื่อมที่ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักให้ข้อโต้แย้ง

And that's not even mentioning ... ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงสำคัญอีกข้อหลังจากยกหลักฐานก่อนหน้าแล้ว ในประโยคนี้ ค่ายแรงงานบังคับ การจับกุมตามอำเภอใจ และการปราบปรามกลุ่ม LGBT ถูกเสนอเป็นข้อเท็จจริงร้ายแรงที่ยังไม่ได้รวมอยู่ในข้อโต้แย้งก่อนหน้า ถ้อยคำนี้เป็นกลวิธีทางภาษา เพราะผู้พูดกล่าวถึงข้อเท็จจริงเหล่านั้นทันทีหลังจากนั้นจริง ๆ ความหมายคือ “ประเด็นก่อนหน้าก็มีน้ำหนักอยู่แล้ว และยังมีอีก” จึงทำให้ข้อโต้แย้งหรือคำวิจารณ์หนักแน่นขึ้นเป็นลำดับ

แบบฝึกหัด

คำเชื่อม And that's not even mentioning ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่ารายละเอียดถัดไปไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นก่อนหน้า
  2. เพิ่มข้อเท็จจริงสำคัญอีกข้อและทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น
  3. บอกว่าผู้พูดตัดสินใจไม่กล่าวถึงรายละเอียดถัดไป
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อเท็จจริงสำคัญอีกข้อและทำให้ข้อโต้แย้งหนักแน่นขึ้น

There's a reason people kept risking their lives to flee, วลี

3:39

มันมีเหตุผลที่ผู้คนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อหลบหนีออกมาอย่างต่อเนื่อง

วลี

kept risking their lives to ...: การเสี่ยงชีวิตซ้ำ ๆ เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

kept risking their lives to ... ผสานโครงสร้าง keep + -ing กับ risk one's life to + กริยารูปพื้นฐาน รูปอดีต kept แสดงว่าการกระทำที่เสี่ยงถึงชีวิตเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือซ้ำหลายครั้ง ส่วน to flee บอกจุดประสงค์ คำแสดงความเป็นเจ้าของและรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ของ life ต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น she risked her life แต่ they risked their lives จึงนำแบบแผนนี้ไปใช้กับประธานและจุดประสงค์อื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อสื่อถึงการกระทำที่เสี่ยงชีวิตซ้ำ ๆ เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง: During the storm, the rescuers ____ reach the stranded sailors.

ดูคำตอบ

kept risking their lives to

often with nothing but the clothes on their backs. สำนวน

3:42

บ่อยครั้งที่ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าแค่ชุดเดียวบนตัว

สำนวน

with nothing but the clothes on their backs: ไม่มีอะไรติดตัวนอกจากเสื้อผ้าที่สวมอยู่

with nothing but the clothes on their backs หมายถึงพวกเขาจากไปโดยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ นอกจากเสื้อผ้าที่กำลังสวมอยู่ ในที่นี้ nothing but หมายถึง “มีเพียง” หรือ “ไม่มีอะไรนอกจาก” สำนวนนี้มักเน้นสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการถูกบังคับให้จากไป กล่าวคือไม่มีเวลาหรือโอกาสนำข้าวของติดตัวไป จุดสำคัญไม่ใช่การบอกว่าเสื้อผ้าอยู่ตรงไหน

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งต้องรีบวิ่งออกจากบ้านระหว่างเกิดน้ำท่วม ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่าพวกเขาไม่ได้นำทรัพย์สินใด ๆ ติดตัวไป?

  1. They left with nothing but the clothes on their backs.
  2. They left in the clothes they had bought that morning.
  3. They left with a few bags and the clothes on their backs.
ดูคำตอบ

They left with nothing but the clothes on their backs.

So was that all this Che brought to Cuba?

3:45

งั้นนั่นคือทั้งหมดที่เชนำมาสู่คิวบาอย่างนั้นหรือ?

Just another violent dictatorship?

3:47

เป็นเพียงเผด็จการที่ใช้ความรุนแรงอีกระบอบหนึ่ง?

Not at all. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

ไม่ใช่เลย

น้ำเสียง/เจตนา

Not at all.: การปฏิเสธความเห็นของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

ในที่นี้ Not at all. เป็นการปฏิเสธคำอธิบายก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง คำว่า at all ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น จึงหมายถึง “ไม่จริงเลยไม่ว่าในแง่ใด” หรือ “ฉันไม่เห็นด้วยเลย” เนื่องจากวลีนี้ใช้เป็นคำตอบเดี่ยว ๆ สิ่งที่ถูกปฏิเสธจึงต้องดูจากคำพูดก่อนหน้า วลีนี้ไม่ได้ตอบเพียงว่า “ไม่” แต่ปฏิเสธการตีความของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

A: Was the decision completely arbitrary? B: Not at all. B กำลังสื่อว่าอะไร?

  1. B ปฏิเสธคำอธิบายนั้นอย่างสิ้นเชิง
  2. B เห็นด้วยกับคำอธิบายนั้นบางส่วน
  3. B ไม่ได้ยินคำถาม
ดูคำตอบ

B ปฏิเสธคำอธิบายนั้นอย่างสิ้นเชิง

He oversaw land redistribution, helped establish universal education, การใช้คำ

3:50

เขาดูแลการแจกจ่ายที่ดิน ช่วยก่อตั้งการศึกษาแบบให้เปล่า

and organized volunteer literacy brigades วัฒนธรรม

3:54

และจัดตั้งกองพลอาสาสมัครเพื่อการรู้หนังสือ

that raised Cuba's literacy rate to 96%,

3:57

ซึ่งทำให้อัตราการรู้หนังสือของคิวบาเพิ่มขึ้นเป็น 96%

การใช้คำ

oversaw land redistribution: การกำกับกระบวนการปฏิรูป

ในประโยคนี้ oversaw land redistribution หมายถึงเขามีหน้าที่รับผิดชอบโดยรวมในการกำกับและควบคุมกระบวนการจัดสรรที่ดินใหม่ oversaw เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ oversee Oversee บอกบทบาทด้านการบริหาร คือดูแลให้นโยบาย โครงการ หรือกระบวนการดำเนินไปอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เห็นสิ่งหนึ่ง และไม่ได้หมายความว่าต้องลงมือทำทุกงานด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The agency oversaw the rebuilding program,” หน่วยงานนั้นทำอะไร?

  1. หน่วยงานกำกับดูแลและรับผิดชอบโครงการโดยรวม
  2. หน่วยงานทำงานบูรณะทุกอย่างเสร็จโดยไม่มีความช่วยเหลือ
  3. หน่วยงานมองเห็นโครงการจากที่สูง
ดูคำตอบ

หน่วยงานกำกับดูแลและรับผิดชอบโครงการโดยรวม

วัฒนธรรม

organized volunteer literacy brigades: ทีมอาสาสมัครที่ประสานงานกันเพื่อสอนการรู้หนังสือ

Organized volunteer literacy brigades หมายถึงการจัดตั้งและประสานงานทีมอาสาสมัครซึ่งมีหน้าที่สอนทักษะการอ่านและเขียนขั้นพื้นฐาน literacy หมายถึงความสามารถในการอ่านและเขียน ในที่นี้ brigades ให้ภาพของทีมที่มีระเบียบและจัดตั้งอย่างเป็นระบบ ซึ่งถูกระดมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ในบริบทของการรณรงค์ส่งเสริมการรู้หนังสือของคิวบา คนเหล่านี้เป็นอาสาสมัครด้านการศึกษา ไม่ใช่กองกำลังรบ คำนี้ทำให้โครงการทางสังคมดูเป็นการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่มีการประสานงาน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “volunteer literacy brigades” ที่เขาจัดตั้งขึ้นคืออะไร?

  1. หน่วยทหารที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าโรงเรียนและห้องสมุด
  2. กลุ่มนักเขียนอาชีพที่จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์
  3. ทีมอาสาสมัครที่จัดตั้งอย่างเป็นระบบเพื่อสอนผู้คนให้อ่านและเขียน
ดูคำตอบ

ทีมอาสาสมัครที่จัดตั้งอย่างเป็นระบบเพื่อสอนผู้คนให้อ่านและเขียน

still one of the highest in the world,

4:00

ยังคงเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในโลก

which allowed the government to control what information everyone received. ลำดับความ

4:03

ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมข้อมูลที่ทุกคนได้รับได้

ลำดับความ

which allowed ...: เพิ่มผลที่ตามมาให้ประเด็นก่อนหน้า

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้ขยายคำนามเพียงคำเดียว โดยนำเสนอผลที่ตามมา คือสถานการณ์ก่อนหน้านั้นทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมข้อมูลที่ผู้คนได้รับ ในการเรียบเรียงข้อโต้แย้ง ผลที่ตามมานี้เปลี่ยนวิธีประเมินประเด็นก่อนหน้า สิ่งที่ตอนแรกอาจฟังดูเป็นความสำเร็จกลับตามมาด้วยผลเสีย which เองมีความหมายเป็นกลาง ส่วนการเปลี่ยนไปสู่น้ำเสียงเชิงวิจารณ์เกิดจากผลลัพธ์ด้านลบที่ตามมา

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The company moved all employee messages to one platform, which allowed managers to monitor every conversation. อนุประโยค which ทำหน้าที่อะไร?

  1. ถามว่าพนักงานได้รับข้อความอะไร
  2. ระบุว่ากำลังพูดถึงบริษัทใด
  3. เพิ่มผลที่ตามมาจากสถานการณ์ก่อนหน้าและเปลี่ยนการประเมินไปในเชิงวิจารณ์
ดูคำตอบ

เพิ่มผลที่ตามมาจากสถานการณ์ก่อนหน้าและเปลี่ยนการประเมินไปในเชิงวิจารณ์

Guevara's idealistic incompetence as finance minister

4:07

ความไร้ความสามารถในอุดมคติของเกวาราในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

caused massive drops in productivity

4:10

ทำให้ผลผลิตลดลงอย่างมหาศาล

when he replaced worker pay raises with moral certificates. วลี

4:13

เมื่อเขาแทนที่การขึ้นค่าจ้างของคนงานด้วยใบรับรองคุณธรรม

วลี

replace X with Y: ใช้ moral certificates แทน worker pay raises

รูปแบบ replace X with Y หมายถึงการนำ X ออกหรือเลิกใช้ X แล้วใช้ Y แทน X คือสิ่งเดิมหรือสิ่งที่ถูกนำออก ส่วน Y ที่อยู่หลัง with คือสิ่งใหม่ที่นำมาแทน ในประโยคนี้ worker pay raises อยู่ในตำแหน่ง X และ moral certificates อยู่ในตำแหน่ง Y กล่าวคือ การขึ้นค่าจ้างถูกแทนด้วยใบประกาศ ต้องดูทิศทางการแทนที่ให้ชัด เพราะหากสลับ X กับ Y ความหมายจะกลับกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ replace X with Y ในรูปอดีต: The clinic ____ paper records ____ a secure database.

ดูคำตอบ

replaced · with

He suppressed all press freedom, วลี

4:17

เขากดขี่เสรีภาพสื่อทั้งหมด

วลี

suppressed all press freedom: ปิดกั้นเสรีภาพของสื่อทั้งหมด

ในประโยคนี้ suppressed all press freedom หมายถึงเขาใช้อำนาจหรือการบังคับเพื่อไม่ให้สื่อมวลชนทำงานได้อย่างเสรี Suppress สื่อถึงการควบคุมอย่างตั้งใจและรุนแรง ไม่ใช่เพียงการหยุดชั่วคราว โครงสร้าง suppress + คำนามนามธรรม มักใช้กับ freedom, dissent, opposition, protests หรือ information ส่วน all ทำให้คำกล่าวมีความหมายแบบเด็ดขาด โดยนำเสนอว่าเสรีภาพของสื่อถูกกำจัดไปทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suppress ได้ถูกต้องเพื่อกล่าวถึงการโจมตีเสรีภาพของสื่ออย่างรุนแรงและจงใจ?

  1. The city asked newspapers to update their mailing addresses.
  2. The regime suppressed all press freedom by closing every independent news outlet.
  3. The editor delayed one issue because a printer broke down.
ดูคำตอบ

The regime suppressed all press freedom by closing every independent news outlet.

declaring that newspapers were instruments of the oligarchy, สำนวน

4:19

โดยประกาศว่าหนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมือของกลุ่มคณาธิปไตย

สำนวน

newspapers were instruments of the oligarchy: หนังสือพิมพ์เป็นเครื่องมือของกลุ่มคณาธิปไตย

ในที่นี้ newspapers were instruments of the oligarchy เป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ Instrument ของบุคคลหรือกลุ่มหนึ่งหมายถึงสิ่งที่บุคคลหรือกลุ่มนั้นใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นคำกล่าวนี้จึงกล่าวหาว่าหนังสือพิมพ์ขาดความเป็นอิสระและรับใช้ผลประโยชน์ของชนชั้นนำกลุ่มเล็กที่ปกครองอยู่ Oligarchy อาจหมายถึงการปกครองโดยกลุ่มคนทรงอำนาจขนาดเล็ก หรือตัวกลุ่มนั้นเองก็ได้ ในประโยคนี้ the oligarchy หมายถึงคนส่วนน้อยที่มีอำนาจดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ข้อความ 'The newspapers were instruments of the oligarchy' กล่าวหาเรื่องใด?

  1. หนังสือพิมพ์ถูกใช้เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของกลุ่มคนทรงอำนาจขนาดเล็ก
  2. หนังสือพิมพ์กำลังขายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์
  3. หนังสือพิมพ์กำลังท้าทายผู้มีอำนาจอย่างเป็นอิสระ
ดูคำตอบ

หนังสือพิมพ์ถูกใช้เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของกลุ่มคนทรงอำนาจขนาดเล็ก

and it was he who urged Castro to host Soviet nuclear weapons, ไวยากรณ์

4:23

และเป็นเขาเองที่กระตุ้นให้คาสโตรรับอาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียตเข้ามา

ไวยากรณ์

It was he who...: เน้นว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

นี่คือประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งมีโครงสร้าง It was + บุคคลที่ต้องการเน้น + who + การกระทำ เมื่อนำกรอบเน้นออก ประโยคพื้นฐานคือ He urged Castro to host Soviet nuclear weapons. การวาง he หลัง It was ทำให้บุคคลนั้นเป็นจุดเปรียบเทียบสำคัญ กล่าวคือ เขาเอง ไม่ใช่คนอื่น ที่กดดันให้คาสโตรยอมให้ติดตั้งอาวุธเหล่านั้น โครงสร้างนี้ใช้ระบุว่าใครควรได้รับความดีความชอบ คำตำหนิ หรือความรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้นว่า Maya คือผู้ที่รายงานปัญหาด้านความปลอดภัยเป็นคนแรก

  1. It was the safety problem that Maya first reported.
  2. It was Maya who first reported the safety problem.
  3. Maya was first told about the safety problem.
ดูคำตอบ

It was Maya who first reported the safety problem.

leading to the Cuban Missile Crisis that brought the world to the brink โน้ต

4:27

ซึ่งนำไปสู่วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา

of destruction.

4:31

ที่นำพาโลกไปสู่ปากเหวแห่งการทำลายล้าง

วัฒนธรรม

Leading to the Cuban Missile Crisis: ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่จำเป็น

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาคือการเผชิญหน้ากันในปี 1962 หลังจากสหภาพโซเวียตติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ในคิวบาและสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้นำออก เหตุการณ์นี้ทำให้มหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้งสองเข้าใกล้สงครามอย่างอันตราย ในที่นี้ leading to นำเสนอว่าการกระทำก่อนหน้าเป็นสาเหตุของวิกฤตการณ์นี้ ภูมิหลังดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่า the brink of destruction หมายถึงอันตรายจากสงครามนิวเคลียร์

แบบฝึกหัด

ข้อเท็จจริงใดเป็นภูมิหลังสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาจึงอาจนำโลกไปสู่จุดแห่งการทำลายล้าง

  1. เป็นการสู้รบด้วยอาวุธทั่วไปที่เกิดขึ้นภายในคิวบาเท่านั้น
  2. เป็นการรณรงค์เลือกตั้งในคิวบาที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ
  3. เป็นการเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ในปี 1962 เกี่ยวกับขีปนาวุธโซเวียตในคิวบา
ดูคำตอบ

เป็นการเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ในปี 1962 เกี่ยวกับขีปนาวุธโซเวียตในคิวบา

สำนวน

brought the world to the brink of destruction: ทำให้โลกเข้าใกล้การล่มสลาย

Bring X to the brink of Y หมายถึงสาเหตุหนึ่งทำให้ X เข้าใกล้ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงหรืออันตรายอย่างยิ่ง คำว่า brink ตามตัวอักษรหมายถึง “ขอบ” แต่ในที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบถึงจุดวิกฤตที่เกือบจะข้ามไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นว่าข้ามไปจริง ๆ ในประโยคนี้ วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาทำให้การทำลายล้างทั่วโลกดูใกล้เข้ามาอย่างอันตราย โครงสร้างคือ bring + X + to the brink of + คำนามหรือรูป -ing เช่น the brink of war หรือ the brink of losing everything

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง bring X to the brink of Y ให้สมบูรณ์: The failed harvest brought the region ____ famine.

ดูคำตอบ

to the brink of

He was a leader, not a bureaucrat. ลำดับความ

4:32

เขาเป็นผู้นำ ไม่ใช่ข้าราชการ

ลำดับความ

He was a leader, not a bureaucrat: การวางกรอบด้วย A, not B

โครงสร้าง A, not B นำเสนอ A เป็นป้ายกำกับที่ผู้พูดต้องการให้ยอมรับ แล้วปฏิเสธ B ทันที ทั้งสองส่วนมักมีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกัน จึงทำให้เข้าใจความแตกต่างได้ง่าย ในที่นี้ leader คือกรอบความคิดที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังเก็บไว้ ส่วน bureaucrat คือกรอบที่ต้องการให้ตัดทิ้ง ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้เพียงระบุประเภทงานสองแบบ แต่ชี้นำให้ผู้ฟังมองบุคคลนี้ว่าเป็นผู้นำที่ลงมือทำ แทนที่จะเป็นผู้ดูแลระบบที่ยึดติดกับกฎระเบียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการจัดข้อมูล A, not B แบบเดียวกัน โดยเสนอสิ่งที่ต้องการก่อน แล้วจึงปฏิเสธอีกทางเลือกหนึ่ง?

  1. We need neither a practical solution nor another slogan.
  2. We need both a practical solution and another slogan.
  3. We need a practical solution, not another slogan.
ดูคำตอบ

We need a practical solution, not another slogan.

That's why he eventually left to spread the revolution abroad, ลำดับความ

4:35

นั่นคือเหตุผลที่ในที่สุดเขาจึงจากไปเพื่อเผยแพร่การปฏิวัติในต่างประเทศ

which didn't go well. น้ำเสียง/เจตนา

4:39

ซึ่งมันก็ไปได้ไม่สวยนัก

ลำดับความ

That's why he eventually left...: เชื่อมสาเหตุเข้ากับเหตุการณ์ถัดไป

That's why ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่ได้อธิบายสาเหตุไว้แล้ว That's ชี้ย้อนกลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้า และอนุประโยคหลัง why บอกผลที่ตามมา คือในที่สุดเขาก็จากไป ในประโยคนี้ คำเชื่อมดังกล่าวยังพาเรื่องจากคำอธิบายไปสู่เหตุการณ์ถัดไป eventually แสดงว่าการจากไปเกิดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปหรือมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น ส่วน to spread the revolution abroad บอกจุดประสงค์ของการจากไป

แบบฝึกหัด

เติมผลลัพธ์ด้วย That's why: The roads were flooded. ____ we stayed home.

ดูคำตอบ

That's why

น้ำเสียง/เจตนา

which didn't go well: กล่าวลดความรุนแรงเชิงประชดหลังความพยายาม

ในที่นี้ which อ้างถึงความพยายามทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว ส่วน didn't go well ตามความหมายตรงตัวบอกว่าความพยายามนั้นให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี ถ้อยคำนี้จงใจพูดให้ดูเบา ในบริบทนี้เป็นการกล่าวลดความรุนแรงของความล้มเหลวครั้งใหญ่ และทำให้เกิดอารมณ์ขันแบบเรียบเฉยหรือเชิงประชด กล่าวคือผลลัพธ์จริงแย่กว่าที่ถ้อยคำนี้ฟังดูมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Nina tried to cut her own hair, which didn't go well," วลี which didn't go well บอกเป็นนัยว่าอย่างไร?

  1. วลีนี้บอกว่ายังไม่มีการลงมือพยายาม
  2. วลีนี้บอกว่าความพยายามนั้นประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์
  3. วลีนี้พูดอย่างเบา ๆ เพื่อบอกเป็นนัยว่าความพยายามนั้นล้มเหลวอย่างมาก
ดูคำตอบ

วลีนี้พูดอย่างเบา ๆ เพื่อบอกเป็นนัยว่าความพยายามนั้นล้มเหลวอย่างมาก

He failed to rally rebels in the Congo วลี

4:40

เขาล้มเหลวในการรวบรวมกลุ่มกบฏในคองโก

วลี

failed to rally rebels: ไม่สามารถระดมการสนับสนุนได้

fail to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำบางสิ่งไม่สำเร็จ ในที่นี้ failed to rally rebels หมายถึงเขาไม่สามารถรวมฝ่ายกบฏให้สนับสนุนเป้าหมายร่วมกันหรือลงมือปฏิบัติได้ rally เป็นสกรรมกริยาในที่นี้ โดยใช้โครงสร้าง rally + คน ในบริบททางการเมืองและการทหาร คำนี้หมายถึงการรวมพลัง กระตุ้น หรือระดมผู้คน ไม่ใช่เพียงพาคนมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้จัดไม่สามารถระดมคนให้สนับสนุนเป้าหมายหนึ่งได้

  1. The organizers failed to gather volunteers in the lobby for a head count.
  2. The organizers failed to rally volunteers behind the clean-water campaign.
  3. The organizers failed to recruit two new volunteers for the team.
ดูคำตอบ

The organizers failed to rally volunteers behind the clean-water campaign.

and went to Bolivia even when the Soviets disapproved.

4:42

และเดินทางไปโบลิเวียแม้ว่าโซเวียตจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

The Bolivian government, with the help of the CIA, วลี

4:45

รัฐบาลโบลิเวีย ด้วยความช่วยเหลือของซีไอเอ

วลี

with the help of the CIA: ระบุฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ

with the help of + นามวลี หมายถึงด้วยความช่วยเหลือจากบุคคล กลุ่ม หรือสิ่งนั้น ในที่นี้วลีดังกล่าวระบุว่า CIA ช่วยรัฐบาลโบลิเวีย โดยรัฐบาลยังคงเป็นผู้กระทำหลักของประโยค เนื่องจากวลีนี้อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคหลังประธาน จึงเป็นข้อมูลเสริม ไม่ได้หมายความว่า CIA ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายมีบทบาทเท่ากัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: The hikers found a safe route ____ a local guide.

ดูคำตอบ

with the help of

was able to capture and neutralize this terrorist in 1967 การใช้คำ

4:48

สามารถจับกุมและทำให้ผู้ก่อการร้ายรายนี้สิ้นฤทธิ์ได้ในปี 1967

การใช้คำ

capture and neutralize ในภาษาด้านความมั่นคง

ในที่นี้ capture หมายถึงการจับกุมหรือนำตัวบุคคลนั้นมาอยู่ภายใต้การควบคุม ส่วน neutralize หมายถึงการทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถก่อภัยคุกคามต่อไปได้ กริยาคู่ที่เชื่อมกันนี้นำเสนอปฏิบัติการว่าเป็นทั้งการควบคุมเป้าหมายและการตัดความสามารถในการลงมือของเป้าหมาย ในภาษาทางทหารและความมั่นคง neutralize จงใจไม่ระบุวิธีการและผลลัพธ์ให้ชัดเจน อาจหมายถึงการควบคุมตัว ปลดอาวุธ ควบคุมขัง หรือดำเนินการอย่างอื่น คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกสังหาร และในที่นี้ก็ไม่ใช่ความหมายทางเคมี

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ capture and neutralize มีความหมายตรงที่สุดว่าอย่างไร

  1. สังหารเป้าหมาย โดยถ้อยคำนี้ตัดความเป็นไปได้ของผลลัพธ์อื่นทั้งหมด
  2. ควบคุมเป้าหมายและตัดความสามารถในการก่อภัยคุกคาม
  3. ถ่ายภาพเป้าหมายแล้วปล่อยตัวไป
ดูคำตอบ

ควบคุมเป้าหมายและตัดความสามารถในการก่อภัยคุกคาม

before he could do much damage.

4:53

ก่อนที่เขาจะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้

While doing plenty of damage themselves in the process. น้ำเสียง/เจตนา

4:54

ในขณะที่พวกเขาเองก็สร้างความเสียหายไว้มากมายในกระบวนการนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

While doing ... themselves in the process: การเสริมข้อมูลโต้แย้ง

While doing plenty of damage themselves in the process เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ในรูปย่อ โดยต้องเข้าใจประธานที่ละไว้จากประโยคก่อนหน้า กล่าวคือ ระหว่างที่พวกเขาดำเนินการนั้น พวกเขาเองก็ก่อความเสียหายเป็นจำนวนมากเช่นกัน ในที่นี้ themselves ใช้เพื่อเน้นว่า “พวกเขาก็ก่อความเสียหายด้วย” ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำร้ายตัวเอง การวางอนุประโยคนี้แยกเป็นส่วนประโยคเดี่ยวช่วยเสริมข้อมูลโต้แย้งที่คมชัดให้กับเรื่องที่เล่าก่อนหน้า ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ยังเน้นความรับผิดชอบของผู้กระทำเอง และลดความน่าเชื่อถือของคำอธิบายด้านบวกที่นำเสนอการกระทำของพวกเขาเพียงด้านเดียว

แบบฝึกหัด

ส่วนประโยค While doing plenty of damage themselves in the process มีหน้าที่หลักในบทพูดอย่างไร

  1. บอกว่าอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายแต่เพียงผู้เดียว
  2. เสริมว่าผู้กระทำกลุ่มเดิมก็ก่อความเสียหายด้วย จึงลดน้ำหนักของคำอธิบายการกระทำของพวกเขาเพียงด้านเดียว
  3. บอกว่าความเสียหายเกิดขึ้นหลังจากการดำเนินการสิ้นสุดลงทั้งหมดเท่านั้น
ดูคำตอบ

เสริมว่าผู้กระทำกลุ่มเดิมก็ก่อความเสียหายด้วย จึงลดน้ำหนักของคำอธิบายการกระทำของพวกเขาเพียงด้านเดียว

So that was the end of it? สำนวน

4:58

แล้วนั่นคือจุดจบของเรื่องราวอย่างนั้นหรือ?

สำนวน

The end of it: เรื่องไม่มีอะไรต่อจากนั้น

ในคำถามนี้ the end of it หมายถึงจุดที่เหตุการณ์หรือปัญหาซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้จบลง คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่วัตถุชิ้นหนึ่ง So that was the end of it? ถามว่าหลังจากนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วใช่ไหม เมื่อใช้เป็นคำถาม อาจสื่อถึงการถามยืนยันธรรมดา ความประหลาดใจ หรือความสงสัยว่าเรื่องจบตรงนั้นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายความว่าเรื่องซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรต่อแล้ว: After I paid the final fee, I thought that was ____.

ดูคำตอบ

the end of it

Not at all.

4:59

ไม่ใช่เลย

As Che said, the revolution is immortal. ลำดับความ

5:00

อย่างที่เชกล่าวไว้ การปฏิวัติเป็นอมตะ

ลำดับความ

As Che said: การเกริ่นแหล่งที่มาของข้อความ

As Che said, เป็นกรอบระบุแหล่งที่มาซึ่งวางไว้ต้นประโยค กรอบนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความที่ตามมาเป็นคำกล่าวของ Che โดย as ในที่นี้หมายถึง “ดังที่กล่าวไว้” หรือ “ตามที่กล่าวโดย” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” กรอบ As X said, ... จัดระเบียบข้อมูลด้วยการระบุแหล่งที่มาก่อน แล้วจึงเสนอคำพูดอ้างอิงหรือบทสรุปที่ตรงกับต้นฉบับ ข้อความถัดไปจึงอาจทำหน้าที่เป็นเหตุผลสนับสนุน ข้อสรุป หรือการเชื่อมกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้า แต่กรอบนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้พูดปัจจุบันเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบ As X said เพื่อเกริ่นสิ่งที่ Maya เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้: ____, small steps can lead to big changes.

ดูคำตอบ

As Maya said

He was publicly mourned in cities all over the world.

5:03

เขารับการไว้อาลัยต่อสาธารณชนในเมืองต่างๆ ทั่วโลก

Not by the Cubans who managed to escape.

5:06

ไม่ใช่โดยชาวคิวบาที่สามารถหลบหนีออกมาได้หรอกนะ

And his story would inspire young activists for generations to come. วลี

5:08

และเรื่องราวของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้นักกิจกรรมรุ่นเยาว์ในรุ่นต่อๆ ไป

วลี

for generations to come: ผลกระทบที่ยืนยาวไปถึงคนรุ่นอนาคตอีกหลายรุ่น

for generations to come หมายถึง “ต่อเนื่องไปอีกหลายชั่วอายุคนในอนาคต” โดย to come อยู่หลัง generations และมีความหมายว่า “ในอนาคต” หรือ “ที่ยังมาไม่ถึง” วลีนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน แต่เน้นว่าอิทธิพล ประโยชน์ หรือผลที่ตามมาจะดำเนินต่อไปไกลเกินกว่าปัจจุบัน โดยมักใช้เมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ แนวคิด การค้นพบ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อบอกว่าประโยชน์จะดำเนินต่อไปอีกนานในอนาคต: This discovery will help patients for ____.

ดูคำตอบ

generations to come

Ha!

5:12

ฮ่า!

A trendy symbol of rebellion for those who never had to live under his regime. ลำดับความ

5:13

สัญลักษณ์แห่งการกบฏที่อินเทรนด์สำหรับคนที่ไม่เคยต้องทนอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองของเขา

ลำดับความ

A trendy symbol ... for those who never had to live under his regime: จำกัดกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มน้ำหนักคำวิจารณ์

ข้อความส่วนนี้เป็นนามวลี ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ ป้ายที่เป็นใจความหลักคือ A trendy symbol of rebellion ส่วน for those ระบุว่าป้ายนี้ใช้กับคนกลุ่มใด และ who never had to live under his regime ก็จำกัดขอบเขตของคนกลุ่มนั้นให้แคบลงอีก การเรียงข้อมูลแบบนี้เสนอป้ายที่สะดุดตาก่อน แล้วจึงเติมข้อเท็จจริงที่จำกัดขอบเขตของป้าย trendy อาจสื่อว่าสัญลักษณ์นั้นถูกบริโภคเหมือนเป็นกระแสแฟชั่น ขณะที่ส่วนขยายท้ายวลีสื่อว่าผู้ชื่นชมไม่เคยต้องรับผลจริงจากระบอบนั้น ส่วนขยายหลังคำนามทั้งสองจึงสร้างการตัดสินเชิงวิพากษ์และประชดประชัน ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ส่วนขยายหลังคำนาม for those who never had to live under his regime ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. จำกัดป้ายนี้ให้ใช้กับคนนอกที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับระบอบนั้น จึงทำให้คำวิจารณ์คมขึ้น
  2. บอกว่าทุกคนที่เคยอยู่ภายใต้ระบอบนั้นมองว่าบุคคลนี้ทันสมัย
  3. ให้เพียงข้อมูลที่เป็นกลางเกี่ยวกับสถานที่ที่บุคคลนี้อาศัยอยู่
ดูคำตอบ

จำกัดป้ายนี้ให้ใช้กับคนนอกที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับระบอบนั้น จึงทำให้คำวิจารณ์คมขึ้น

Symbols of revolution may become commodified, การใช้คำ

5:17

สัญลักษณ์ของการปฏิวัติอาจกลายเป็นสินค้า

but the idea of a more just world remains. ลำดับความ

5:20

แต่แนวคิดของโลกที่ยุติธรรมกว่ายังคงอยู่

การใช้คำ

สัญลักษณ์ของการปฏิวัติอาจถูกทำให้เป็นสินค้า

Commodified หมายถึง “ถูกทำให้กลายเป็นสินค้า” กล่าวคือ สิ่งที่มีความหมายทางวัฒนธรรม การเมือง หรือส่วนบุคคลถูกนำมาบรรจุ ทำการตลาด และขาย ในที่นี้ become commodified อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับสัญลักษณ์ของการปฏิวัติ คำนี้มักมีนัยวิพากษ์วิจารณ์ โดยสื่อว่าการนำไปใช้ในตลาดอาจลดทอน ทำให้ความหมายอ่อนลง หรือบดบังความหมายดั้งเดิมของสัญลักษณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ในงานวิจารณ์วัฒนธรรม ประโยค “A local tradition became commodified” น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?

  1. มันหายไปเพราะทุกคนลืมมัน
  2. การพูดถึงมันในที่สาธารณะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
  3. มันถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่สามารถบรรจุและขายได้
ดูคำตอบ

มันถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่สามารถบรรจุและขายได้

ลำดับความ

may ..., but ... remains: เปลี่ยนไปเน้นประเด็นหลัก

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย but เปลี่ยนทิศทางของประโยค หลังจาก may ยอมรับความเป็นไปได้ที่น่ากังวลว่าสัญลักษณ์ของการปฏิวัติอาจถูกทำให้เป็นสินค้าแล้ว but จะนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการรักษาไว้ นั่นคืออุดมคติเรื่องโลกที่ยุติธรรมกว่ายังคงมีอยู่ รูปแบบ may ..., but ... ทำให้สองแนวคิดสมดุลกันโดยไม่ได้ให้น้ำหนักเท่ากัน ส่วนแรกยอมรับความเป็นไปได้แบบยอมตาม ส่วนที่สองนำเสนอประเด็นหลัก ในที่นี้ remains หมายถึง “ยังคงมีอยู่” ทำให้ประโยคจบลงที่คุณค่าที่ยืนยาวแทนที่จะเน้นการสูญเสีย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ may ..., but ... เพื่อเปลี่ยนจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่ประเด็นหลักที่ยังคงอยู่: The campaign may change its name, ____ its central goal remains.

ดูคำตอบ

but

Maybe, but I'm not sharing my coffee.

5:24

ก็อาจจะใช่ แต่ฉันจะไม่แบ่งกาแฟของฉันให้หรอกนะ

Che Guevara was captured and executed by government forces in Bolivia.

5:27

เช เกวาราถูกกองกำลังรัฐบาลจับกุมและประหารชีวิตในโบลิเวีย

His remains would not be found for another 30 years. ไวยากรณ์

5:32

ซากโครงกระดูกของเขาไม่ถูกค้นพบมาเป็นเวลานานถึง 30 ปี

ไวยากรณ์

would not be found: เหตุการณ์อนาคตที่มองจากอดีต

ในงานเล่าเรื่องประวัติศาสตร์นี้ would บอกเหตุการณ์อนาคตเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต ณ เวลาที่เรื่องกำลังกล่าวถึง การค้นพบยังอยู่ข้างหน้าอีก 30 ปี ตรงนี้ would ไม่ได้แสดงเงื่อนไขหรือความเต็มใจ not be found for another 30 years หมายความว่าไม่มีใครพบร่างของเขาตลอด 30 ปีถัดมา และการค้นพบเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลานั้นเท่านั้น ส่วน be found เป็นรูปถูกกระทำ เพราะ his remains เป็นสิ่งที่ถูกพบ

แบบฝึกหัด

would not be found ในที่นี้แสดงความสัมพันธ์ทางเวลาแบบใด

  1. การค้นพบที่เกิดขึ้นไปแล้ว 30 ปีก่อนช่วงเวลาในอดีตนั้น
  2. การค้นพบที่ยังอยู่ข้างหน้าอีก 30 ปีเมื่อมองจากช่วงเวลาในอดีตที่กำลังเล่า
  3. การค้นพบแบบมีเงื่อนไขซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามีใครเต็มใจค้นหาหรือไม่
ดูคำตอบ

การค้นพบที่ยังอยู่ข้างหน้าอีก 30 ปีเมื่อมองจากช่วงเวลาในอดีตที่กำลังเล่า

But did he die a hero ลำดับความ

5:35

แต่เขาตายในฐานะวีรบุรุษ

or had he already become a villain?

5:37

หรือว่าเขากลายเป็นตัวร้ายไปเสียแล้ว?

ลำดับความ

did he die a hero or... become a villain?: วางกรอบข้อถกเถียงในตอนจบ

But เปลี่ยนจุดเน้นของเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปเป็นคำถามว่าควรตัดสินบุคคลนั้นอย่างไร คำถามที่ใช้ or วาง hero กับ villain ไว้ตรงข้ามกัน ทำให้ข้อถกเถียงหลักของเรื่องกลับมาอีกครั้งในตอนจบ แทนที่จะให้คำตัดสินสุดท้าย Did he die a hero? ถามถึงสถานะหรือการประเมินเขาในเวลาที่เสียชีวิต ส่วน Had he already become a villain? ใช้ past perfect เพื่อวางการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไว้ก่อนการเสียชีวิต และ already เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว กรอบเวลาสองแบบนี้ทำให้ความขัดแย้งในตอนจบชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

คำถามนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในระดับบทสนทนาเมื่ออยู่ตอนจบของเรื่อง

  1. นำข้อถกเถียงหลักกลับมาอีกครั้งด้วยการเปรียบเทียบคำตัดสินสองแบบต่อบุคคลคนเดียวกัน
  2. พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นยังคงเป็นวีรบุรุษโดยไม่มีข้อถกเถียงใด ๆ
  3. ถามเวลาและสาเหตุทางการแพทย์ที่แน่นอนของการเสียชีวิต
ดูคำตอบ

นำข้อถกเถียงหลักกลับมาอีกครั้งด้วยการเปรียบเทียบคำตัดสินสองแบบต่อบุคคลคนเดียวกัน

And should revolutions be judged by their ideals วลี

5:40

และควรตัดสินการปฏิวัติจากอุดมคติ

or their outcomes?

5:43

หรือผลลัพธ์ของมัน?

วลี

Should revolutions be judged by their ideals or their outcomes?:การเปรียบเทียบเกณฑ์การประเมิน

โครงสร้าง Should + ประธาน + be judged by + เกณฑ์ ใช้ถามว่าควรใช้มาตรฐานใดในการประเมินบางสิ่ง ประธานเป็นฝ่ายที่ถูกประเมิน ดังนั้น be judged จึงเป็นรูปถูกกระทำ และ by ในประโยคนี้ใช้บอกเกณฑ์การประเมิน ส่วนที่เชื่อมด้วย or นำเกณฑ์สองอย่างมาเปรียบเทียบกัน ได้แก่ อุดมการณ์ของการปฏิวัติและผลลัพธ์ของมัน คำถามนี้ถามว่าเกณฑ์ใดเหมาะสม ไม่ได้เพียงถามว่าในความเป็นจริงผู้คนประเมินการปฏิวัติอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปถูกกระทำเป้าหมายจากบทเรียนนี้: Should a safety rule ____ the number of accidents it prevents?

ดูคำตอบ

be judged by

These are the questions we face when we put history on trial. สำนวน

5:44

นี่คือคำถามที่เราต้องเผชิญเมื่อเรานำประวัติศาสตร์ขึ้นศาล

สำนวน

Put history on trial ในฐานะอุปมา

Put X on trial ตามความหมายตรงคือทำให้บุคคลหรือองค์กรต้องขึ้นศาล แต่ history ในที่นี้เป็นแนวคิดนามธรรม วลีนี้จึงใช้เป็นอุปมา หมายถึงการตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับอดีตราวกับกำลังนำเสนอคดีในศาล แล้วจึงตัดสินการกระทำ ความรับผิดชอบ หรือคุณค่าต่าง ๆ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when วางกรอบให้คำถามก่อนหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินที่คล้ายการพิจารณาคดี อุปมานี้สื่อถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เปิดเผย และมีการตัดสิน ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์จะเดินเข้าไปในศาลได้จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ put X on trial เป็นอุปมาในความหมายว่าให้นำ X มารับการตัดสินต่อสาธารณะอย่างเข้มงวด?

  1. The assistant put the files on the table before the trial.
  2. The court put the company on trial for fraud.
  3. The documentary puts the industry's labor practices on trial.
ดูคำตอบ

The documentary puts the industry's labor practices on trial.

This video is made possible by our community on Patreon.

5:49

วิดีโอนี้เกิดขึ้นได้โดยชุมชนของเราบน Patreon

And if you liked this video,

5:52

และถ้าคุณชอบวิดีโอนี้

check out more videos

5:54

อย่าลืมดูวิดีโอเพิ่มเติม

in the History Versus series in this playlist.

5:55

ในซีรีส์ History Versus ในเพลย์ลิสต์นี้