ความย้อนแย้งของสถานการณ์: สิ่งที่ตรงข้ามกับที่คุณคิด - Christopher Warner: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
413 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้แก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยว่าเหตุบังเอิญตลกทุกอย่างคือความย้อนแย้ง โดยเปรียบเทียบอุบัติเหตุทำเค้กล้มที่คาดเดาได้กับคุณยายที่ใช้เทคโนโลยีคล่องเกินภาพจำ เพื่อชี้ว่าความย้อนแย้งต้องมีผลลัพธ์ตรงข้ามกับสิ่งที่ควรคาดไว้อย่างสมเหตุสมผล ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Picture this. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตได้ว่านี่คือคำเปิดที่ชวนผู้ฟังจินตนาการสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่คำสั่งให้ดูภาพจริง ๆ และนำไปใช้ตั้งฉากที่ชัดเจนก่อนเริ่มอธิบายแนวคิดได้ 2. only ironic if what happens is the exact opposite of what was expected. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า only ... if ใช้กำหนดเงื่อนไขที่จำเป็น จึงช่วยแยกความย้อนแย้งออกจากเรื่องที่เพียงตลกหรือบังเอิญ และช่วยให้นิยามแนวคิดโดยมีขอบเขตทางตรรกะที่แม่นยำ 3. back in my day — สำนวนและภาษาภาพพจน์: จับน้ำเสียงรำลึกอดีตและความจงใจให้ฟังดูเป็นคนรุ่นเก่าของสำนวนนี้ได้ ทำให้เข้าใจว่าสำนวนช่วยสร้างบุคลิกหรืออารมณ์ขันอย่างไร และใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบันได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Picture this. ลำดับความ

0:16

ลองนึกภาพตามนี้

ลำดับความ

Picture this. ในฐานะคำเปิดเพื่อปูฉาก

Picture this. ชวนผู้ฟังสร้างภาพสถานการณ์ที่จะบรรยายต่อไปในใจ วลีนี้มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง และในที่นี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเริ่มเล่าเรื่อง เมื่อใช้ตอนต้นของเรื่อง สุนทรพจน์ หรือคำอธิบาย วลีนี้ช่วยจัดลำดับสารด้วยการบอกว่ากำลังจะเริ่มฉากที่เป็นรูปธรรม คำว่า picture ในที่นี้เป็นคำกริยาหมายถึง ‘จินตนาการ’ ไม่ได้หมายถึงให้ดูหรือถ่ายรูป

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ตอนต้นของเรื่อง Picture this. ขอให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. ชวนผู้ฟังจินตนาการถึงฉากที่จะเล่าต่อไป
  2. ขอให้ผู้ฟังดูรูปถ่าย
  3. บอกให้ผู้ฟังถ่ายรูป
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังจินตนาการถึงฉากที่จะเล่าต่อไป

Your friend and you are watching a sitcom

0:18

คุณกับเพื่อนกำลังดูซิทคอม

and a sassy sidekick walks into a room carrying a four-tiered wedding cake. โน้ต

0:20

และมีตัวประกอบจอมทะเล้นเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถือเค้กแต่งงานสี่ชั้น

วัฒนธรรม

sassy sidekick: ตัวละครสมทบที่มีไหวพริบและกล้าพูด

ในที่นี้ sidekick คือตัวละครสมทบที่มักอยู่เคียงข้างหรือช่วยตัวละครหลัก ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา ส่วน sassy บรรยายลักษณะที่ตอบสนองไว กล้า และพูดจาคมคาย ซึ่งมักแสดงออกผ่านการโต้ตอบอย่างมีไหวพริบ เมื่อรวมกัน sassy sidekick หมายถึงตัวละครตลกแบบที่คุ้นเคย คือบทสมทบที่มีชีวิตชีวา มีท่าทีชัดเจน และช่วยสร้างอารมณ์ขันข้างตัวละครนำ sassy ไม่ได้แปลว่า ‘หยาบคาย’ เสมอไป เพราะอาจฟังเป็นคำชม คำหยอก หรือคำวิจารณ์ได้ตามน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ sassy sidekick ในเรื่องตลกมากที่สุด?

  1. ตัวละครสมทบที่มีไหวพริบ กล้าพูด และมักอยู่ข้างตัวละครนำ
  2. คนแปลกหน้าที่มีลักษณะเดียวคือหยาบคายกับทุกคน
  3. ตัวละครหลักที่จริงจังและขับเคลื่อนทุกส่วนของเรื่อง
ดูคำตอบ

ตัวละครสมทบที่มีไหวพริบ กล้าพูด และมักอยู่ข้างตัวละครนำ

การใช้คำ

four-tiered wedding cake: คำคุณศัพท์ประสมที่บอกจำนวนชั้น

ใน four-tiered wedding cake คำว่า four-tiered เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้ากลุ่มคำนาม wedding cake หมายถึง “ที่มีสี่ชั้น” ดังนั้นเค้กจึงมีชั้นที่ซ้อนกันสี่ชั้น ส่วน tier หมายถึงชั้นหนึ่งในชุดของชั้นต่าง ๆ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม four กับ tiered ให้เป็นหน่วยขยายคำเดียวกัน รูปแบบนี้ใช้กับตัวเลขอื่นได้ด้วย เช่น a three-tiered display

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึง “ที่มีสี่ชั้น”: The bakery delivered a ____ cake for the reception.

ดูคำตอบ

four-tiered

He trips, falls, and face-plants into the cake. การใช้คำ

0:25

เขาสะดุด ล้ม และหน้าคว่ำลงไปในเค้ก

การใช้คำ

face-plants into the cake: ล้มหน้าคว่ำโดยไม่ตั้งใจ

Face-plant เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการ หมายถึงล้มลงอย่างกะทันหันโดยใบหน้ากระแทกก่อน ใน face-plants into the cake ตัว -s แสดงประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม และ into บอกว่าการล้มจบลงโดยใบหน้าของเขาอยู่ในเค้ก สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นคำกริยาแสดงการกระทำหนึ่งคำ โดย plant ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปลูกต้นไม้ลงดิน” แต่สร้างภาพการล้มโดยไม่ตั้งใจที่ชัดเจนและมักดูตลก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ face-plant เพื่อบรรยายการล้มหน้าคว่ำโดยไม่ตั้งใจ: During the game, Leo tripped and ____ into the padded wall.

ดูคำตอบ

face-planted

Your friend doubles over with laughter and says, วลี

0:28

เพื่อนของคุณหัวเราะจนตัวงอแล้วพูดว่า

วลี

doubles over with laughter: หัวเราะจนตัวงอ

Double over with laughter หมายถึงหัวเราะแรงมากจนลำตัวก้มงอไปข้างหน้า ในประโยคนี้ doubles over บรรยายการเคลื่อนไหวของร่างกายที่มองเห็นได้ ส่วน with laughter บอกว่าสาเหตุของการเคลื่อนไหวนั้นคือการหัวเราะ จึงเป็นภาพที่ชัดเจนกว่าการพูดเพียงว่า laugh ในที่นี้ double over ไม่ได้หมายถึง “เพิ่มเป็นสองเท่า” แต่หมายถึงการก้มตัวหรืองอตัวไปข้างหน้า สำนวนนี้มองการหัวเราะว่าเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่รุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: When the puppy stole the sock, Leo ____.

ดูคำตอบ

doubled over with laughter

"It's so ridiculous!

0:31

"มันน่าขันมาก!

So ironic!"

0:32

ย้อนแย้งสุดๆ!"

Well, quick, what do you do?

0:34

เอาล่ะ ตอบเร็ว คุณจะทำอย่างไร?

Do you laugh along with the laugh track โน้ต

0:36

คุณจะหัวเราะไปพร้อมกับเสียงหัวเราะประกอบ

วลี

laugh along with: หัวเราะตามไปด้วย

Laugh along with หมายถึงการเข้าร่วมเสียงหัวเราะของคนอื่นหรือของเสียงบางอย่าง แล้วหัวเราะไปด้วยกัน คำว่า along เพิ่มความหมายว่าเราตามหรือเข้าร่วมปฏิกิริยาที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน with ใช้บอกคนหรือเสียงที่เราเข้าร่วมด้วย ในประโยคนี้ laugh track คือเสียงหัวเราะของผู้ชมที่บันทึกไว้และใช้ในซิตคอม คำถามถามว่าคุณหัวเราะตามเสียงนั้นหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าคุณหัวเราะใส่เสียงที่บันทึกไว้เหมือนกับว่ามันเป็นมุกตลก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเธอหัวเราะตามเสียงหัวเราะของผู้ชม

  1. She laughed along with the audience.
  2. She asked the audience to stop laughing.
  3. She laughed at the audience.
ดูคำตอบ

She laughed along with the audience.

วัฒนธรรม

laugh track: เสียงหัวเราะของผู้ชมที่บันทึกไว้ในรายการตลก

laugh track คือแทร็กเสียงหัวเราะของผู้ชมที่ใช้ในรายการตลก เสียงนี้อาจมาจากการบันทึกเสียงผู้ชมจริง หรืออาจเติมภายหลังเพื่อบอกจังหวะมุกและสร้างความรู้สึกเหมือนกำลังดูกับคนหมู่มาก ในที่นี้ track หมายถึงแทร็กเสียง ไม่ใช่ลู่วิ่ง

แบบฝึกหัด

ในการผลิตรายการโทรทัศน์ laugh track คืออะไร

  1. สถานที่ที่ผู้แสดงใช้วิ่ง
  2. เสียงหัวเราะของผู้ชมที่บันทึกไว้และใช้ในรายการตลก
  3. รายการมุกที่เขียนไว้ให้นักแสดง
ดูคำตอบ

เสียงหัวเราะของผู้ชมที่บันทึกไว้และใช้ในรายการตลก

and let this grievous misinterpretation of irony go? กริยาวลี

0:38

และปล่อยให้ความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับความย้อนแย้งนี้ผ่านไปไหม?

กริยาวลี

let ... go: ปล่อยผ่านโดยไม่ตามเอาเรื่องหรือแก้ไข

ในที่นี้ let + กรรม + go หมายถึงเลิกติดตามเอาเรื่อง เลิกพูดถึง หรือเลิกแก้ไขบางสิ่ง ผู้พูดกำลังถามว่าจะปล่อยให้ความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการประชดประชันนี้ผ่านไปโดยไม่แก้ไขหรือไม่ นามวลียาว this grievous misinterpretation of irony เป็นกรรมที่อยู่ระหว่าง let กับ go แม้กรรมจะยาว ก็ต้องเข้าใจ let ... go เป็นโครงสร้างเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงการปล่อยวัตถุจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง let ... go ที่หมายถึง “เลิกติดตามเอาเรื่องกับข้อผิดพลาดเล็กน้อย”: The typo caused no harm, so I decided to ____ it ____.

ดูคำตอบ

let · go

Or do you throw caution to the wind and explain the true meaning of irony? สำนวน

0:41

หรือคุณจะยอมเสี่ยงและอธิบายความหมายที่แท้จริงของความย้อนแย้ง?

สำนวน

throw caution to the wind: ตัดสินใจลงมือทำแม้มีความเสี่ยง

Throw caution to the wind เป็นสำนวนที่หมายถึงการไม่ปล่อยให้ความระมัดระวังมาหยุดเรา และลงมือทำแม้อาจมีความเสี่ยงหรือเกิดผลลัพธ์ที่น่าอึดอัด ไม่ได้มีการโยนสิ่งใดจริง ๆ และ wind ก็ไม่ได้หมายถึงลมจริงในที่นี้ ในประโยคนี้ ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นเป็นเรื่องทางสังคม เพราะการอธิบาย irony อาจทำลายบรรยากาศสบาย ๆ สำนวนนี้ทำให้การตัดสินใจดูอาจหาญ หุนหันพลันแล่น หรือประมาทเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ลงมือทำแม้มีความเสี่ยง” ลงในประโยค: After months of hesitation, Lena decided to ____ and audition for the lead role.

ดูคำตอบ

throw caution to the wind

If you're me, น้ำเสียง/เจตนา

0:45

ถ้าคุณเป็นผม

น้ำเสียง/เจตนา

If you're me: เกริ่นถึงทางเลือกที่คาดเดาได้ของตนเอง

If you're me ไม่ได้ถามว่าผู้ฟังคือผู้พูดจริง ๆ หรือไม่ แต่ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่ากำลังทำสิ่งต่าง ๆ จากมุมมองของผู้พูด ในที่นี้มีความหมายคล้ายกับ “เมื่อคนที่ต้องเลือกคือฉัน” หรือ “ถ้าดูจากนิสัยของฉัน” อนุประโยค if ที่ยังไม่จบเป็นการปูไปสู่การกระทำถัดไปของผู้พูดที่คาดเดาได้ จึงทำให้ประโยคฟังดูรู้ทันตัวเองและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย ผู้พูดรู้นิสัยของตัวเองและคาดว่าผู้ฟังก็มองออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางผู้ฟังไว้ในตำแหน่งเดียวกับผู้พูดอย่างเต็มที่ เพื่อเกริ่นถึงพฤติกรรมที่ผู้พูดมักทำเป็นประจำ?

  1. If I were you, I'd check the file twice.
  2. If you're me, you check the file twice.
  3. If you're like me, you probably check the file twice.
ดูคำตอบ

If you're me, you check the file twice.

you choose the latter. การใช้คำ

0:46

คุณจะเลือกอย่างหลัง

การใช้คำ

the latter: สิ่งที่สองจากสองสิ่ง

The latter หมายถึงคน สิ่งของ แนวคิด หรือตัวเลือกอย่างที่สองจากทั้งหมดสองอย่างที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้คำนี้ชี้ไปยังตัวเลือกที่สองที่เพิ่งเสนอ คือการอธิบายความหมายที่แท้จริงของ irony ในฐานะคำที่ใช้ชี้ย้อนกลับ the latter ช่วยให้ผู้พูดไม่ต้องกล่าวเนื้อหาของตัวเลือกที่สองซ้ำทั้งหมด เวลาทำความเข้าใจ ให้หาคู่ของสิ่งที่กล่าวไว้ก่อน แล้วเชื่อม latter เข้ากับสิ่งที่ถูกกล่าวเป็นลำดับที่สอง

แบบฝึกหัด

มีการเสนอ tea และ coffee ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Maya เลือก coffee ซึ่งเป็นสิ่งที่สอง

  1. Maya chose it later.
  2. Maya chose the former.
  3. Maya chose the latter.
ดูคำตอบ

Maya chose the latter.

Unfortunately, irony has been completely misunderstood. ไวยากรณ์

0:48

น่าเสียดายที่ความย้อนแย้งมักถูกเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

has been completely misunderstood: present perfect รูป passive

Has been misunderstood เป็นโครงสร้าง present perfect รูป passive: has + been + past participle ประธาน irony เป็นผู้รับการกระทำ และประโยคไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้เข้าใจผิด Present perfect เชื่อมความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในอดีตเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน Completely เพิ่มระดับความหมาย โดยผู้พูดบอกว่าความเข้าใจนั้นผิดอย่างมาก ไม่ใช่เพียงไม่สมบูรณ์เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้ misunderstand ในรูป present perfect passive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: For years, this rule ____ by many users.

ดูคำตอบ

has been misunderstood

We tend to throw out that term whenever we see something funny or coincidental. โน้ต

0:52

เรามักจะโพล่งคำนั้นออกมาทุกครั้งที่เราเห็นอะไรตลกๆ หรือเรื่องบังเอิญ

ไวยากรณ์

tend to: การบอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น

tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งมักมีพฤติกรรมแบบใดแบบหนึ่ง เป็นแนวโน้มที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดทุกครั้ง ในประโยคนี้ We tend to throw out ... เป็นการสรุปภาพรวมเกี่ยวกับนิสัยการใช้ภาษาที่พบบ่อยของผู้คน ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ครั้งใดครั้งหนึ่ง tend ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “ดูแล” ซึ่งเป็นอีกความหมายหนึ่ง เช่น tend a garden

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่บอกแนวโน้มซึ่งมักเกิดขึ้นแต่ไม่รับประกันว่าจะเกิดเสมอ: People ____ speak faster when they are excited.

ดูคำตอบ

tend to

กริยาวลี

throw out that term: ใช้คำเรียกแบบไม่ทันไตร่ตรอง

ในที่นี้ throw out that term หมายถึงการหยิบคำเรียกหนึ่งขึ้นมาใช้ในการสนทนาอย่างง่าย ๆ โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ บริบททำให้มีน้ำเสียงวิจารณ์เล็กน้อย คือผู้คนรีบใช้คำเรียกนั้นกับสิ่งที่ตลกหรือบังเอิญเกินไป That term ย้อนกลับไปหมายถึง irony ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เนื่องจากกรรมเป็นคำที่เป็นนามธรรมและเรื่องที่คุยกันเกี่ยวกับการใช้ภาษา throw out ตรงนี้จึงไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ไม่มีใครกำลังโยนทิ้งสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาเรื่องการเลือกใช้คำ “People throw out that term too easily” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนใช้คำนั้นอย่างง่าย ๆ โดยไม่ตรวจสอบว่าเหมาะสมหรือไม่
  2. ผู้คนอธิบายคำนั้นอย่างละเอียดก่อนใช้
  3. ผู้คนปฏิเสธคำนั้นและนำออกจากการสนทนา
ดูคำตอบ

ผู้คนใช้คำนั้นอย่างง่าย ๆ โดยไม่ตรวจสอบว่าเหมาะสมหรือไม่

And while many examples of true irony can be funny, ไวยากรณ์

0:57

และถึงแม้ตัวอย่างของความย้อนแย้งที่แท้จริงหลายอย่างอาจจะตลก

that is not the driving factor of being ironic. การใช้คำ

1:01

แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยหลักของการเป็นความย้อนแย้ง

ไวยากรณ์

while many examples of true irony can be funny: while ที่แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยค while ยอมรับก่อนว่าตัวอย่างความย้อนแย้งที่แท้จริงอาจตลก แล้วประโยคหลักจึงจำกัดแนวคิดนั้นว่า ความตลกไม่ใช่สิ่งที่ทำให้บางอย่างเป็นความย้อนแย้ง รูปแบบการยอมรับข้อหนึ่งก่อนนี้ช่วยให้คุณยอมรับข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงเสนอประเด็นที่สำคัญกว่าและขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนั้น: While X is true, Y.

แบบฝึกหัด

while ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. ยอมรับว่าความย้อนแย้งอาจตลกก่อน แล้วจึงจำกัดความสำคัญของประเด็นนั้น
  2. ให้เหตุผลว่าทำไมความย้อนแย้งจึงตลก
  3. บอกว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

ยอมรับว่าความย้อนแย้งอาจตลกก่อน แล้วจึงจำกัดความสำคัญของประเด็นนั้น

การใช้คำ

the driving factor: แรงสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์

A driving factor คือแรงสำคัญที่ก่อให้เกิด มีอิทธิพลต่อ หรือกำหนดผลลัพธ์ driving ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ผลักดันบางสิ่งให้เดินหน้า” ไม่ใช่การขับยานพาหนะ ในประโยคนี้ that หมายถึงการเป็นเรื่องตลก ผู้พูดบอกว่าอารมณ์ขันอาจปรากฏในความย้อนแย้งได้ แต่ไม่ใช่ลักษณะหลักที่ตัดสินว่าบางสิ่งเป็นความย้อนแย้งหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใน “Cost was the driving factor behind our decision,” driving factor หมายถึงอะไร?

  1. อิทธิพลหลักที่กำหนดการตัดสินใจ
  2. รายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
  3. คนที่ขับรถพาทุกคนไปประชุม
ดูคำตอบ

อิทธิพลหลักที่กำหนดการตัดสินใจ

A situation is only ironic ไวยากรณ์

1:04

สถานการณ์จะมีความย้อนแย้งได้ก็ต่อเมื่อ

if what happens is the exact opposite of what was expected.

1:06

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่คาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

only ironic if ...: เงื่อนไขที่จำเป็น

only ... if ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็น ในโครงสร้าง A only if B นั้น B ต้องเป็นจริง A จึงจะเป็นจริงได้ ในที่นี้ ผลลัพธ์จริงที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คาดไว้อย่างสิ้นเชิงเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นก่อนจะเรียกสถานการณ์นั้นว่า ironic คำว่า only จำกัดเงื่อนไขของการเป็น ironic ไม่ได้เพียงเสนอกรณีที่อาจเกิดขึ้น และโครงสร้างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจหรือตลกทุกอย่างจะนับเป็น irony

แบบฝึกหัด

only if ในประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์ทางตรรกะแบบใด

  1. ประโยคนี้หมายความว่าเรื่องย้อนแย้งทำให้ผู้คนคาดหวังสิ่งที่ตรงข้าม
  2. ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดทุกอย่างทำให้สถานการณ์นั้นเป็นเรื่องย้อนแย้งโดยอัตโนมัติ
  3. ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นก่อนจะถือว่าสถานการณ์นั้นเป็นเรื่องย้อนแย้ง
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นก่อนจะถือว่าสถานการณ์นั้นเป็นเรื่องย้อนแย้ง

If you expect A but get B, ลำดับความ

1:10

ถ้าคุณคาดหวัง A แต่ได้ B

then you have irony.

1:13

นั่นแหละคือความย้อนแย้ง

ลำดับความ

If you expect A but get B, then ...: ใช้ตัวแปรเพื่อแสดงความขัดแย้ง

ประโยคนี้ใช้ตัวแปร A และ B แทนรายละเอียดเฉพาะ A แทนผลลัพธ์ที่คาดไว้ ส่วน B แทนผลลัพธ์จริงที่ตรงข้ามกับสิ่งนั้น but ทำให้ผลลัพธ์ทั้งสองขัดแย้งกัน และ then นำเข้าสู่ข้อสรุป การใช้ตัวอักษรเป็นตัวแปรช่วยตัดรายละเอียดของเรื่องออก เพื่อให้ผู้ฟังเห็นรูปแบบความสัมพันธ์ก่อน แล้วจึงนำตัวอย่างใหม่มาใส่ในรูปแบบนั้น ในที่นี้ have irony หมายถึงสถานการณ์นั้นเป็นตัวอย่างของเรื่องย้อนแย้ง ไม่ได้หมายถึงการครอบครองสิ่งของ

แบบฝึกหัด

A และ B ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้

  1. A แทนสาเหตุ และ B แทนเสียงหัวเราะ
  2. A แทนสิ่งที่คาดไว้ และ B แทนผลลัพธ์จริงที่ตรงข้ามกับสิ่งนั้น
  3. A และ B เป็นชื่อของคนสองคนในสถานการณ์
ดูคำตอบ

A แทนสิ่งที่คาดไว้ และ B แทนผลลัพธ์จริงที่ตรงข้ามกับสิ่งนั้น

Let's take the slap-stick cake situation as an example. โน้ต

1:15

ลองเอาสถานการณ์เค้กในหนังตลกเจ็บตัวมาเป็นตัวอย่าง

ลำดับความ

Let's take X as an example: การยกกรณีตัวอย่างที่เจาะจง

โครงสร้าง Let's take X as an example ช่วยเปลี่ยนคำอธิบายจากแนวคิดทั่วไปไปสู่กรณีตัวอย่างที่เจาะจง ที่นี่ take หมายถึง “เลือกมาพูดถึง” ไม่ใช่ “เอาไป” Let's ชวนผู้ฟังให้พิจารณาตัวอย่างไปพร้อมกับผู้พูด ส่วน as an example บอกว่า X เชื่อมโยงกับคำอธิบายอย่างไร โดยแทน X ด้วยกรณีที่ต้องการพูดถึง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายโดยใช้ electric buses เป็นกรณีตัวอย่าง: Let's ____.

ดูคำตอบ

take electric buses as an example

วัฒนธรรม

slap-stick / slapstick: การแสดงตลกด้วยท่าทางเกินจริง

ในที่นี้ slap-stick ใช้บอกว่าสถานการณ์เกี่ยวกับเค้กเป็น slapstick หรือการแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายแบบเกินจริง เช่น การล้ม การชน หรืออุบัติเหตุที่ทำให้เลอะเทอะ คำนี้อธิบายว่าเหตุใดการกระทำจึงตั้งใจให้ตลก ไม่ได้บอกตามตัวอักษรว่ามีสิ่งของอะไรอยู่ในฉาก ให้เข้าใจว่าเป็นคำเรียกประเภทการแสดงเพียงคำเดียว ไม่ใช่นำความหมายทั่วไปของ slap และ stick มาแยกกัน ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน การสะกดมาตรฐานมักเขียนติดกันเป็น slapstick

แบบฝึกหัด

ฉากใดเป็นตัวอย่างของ slapstick ที่ชัดเจนที่สุด

  1. เพื่อนสองคนเล่นคำเบา ๆ เกี่ยวกับคำที่สะกดผิด
  2. ครูอ่านตารางเรียนอย่างใจเย็น
  3. พนักงานเสิร์ฟลื่น หมุนตัว แล้วตกลงไปในพายก้อนใหญ่
ดูคำตอบ

พนักงานเสิร์ฟลื่น หมุนตัว แล้วตกลงไปในพายก้อนใหญ่

When someone walks in precariously balancing something that shouldn't be carried alone, โน้ต

1:17

เมื่อมีคนเดินเข้ามาโดยพยายามทรงตัวอย่างยากลำบากกับสิ่งที่ไม่ควรถือมาคนเดียว

การใช้คำ

precariously balancing: ประคองบางสิ่งให้สมดุลอย่างไม่มั่นคง

ในประโยคนี้ precariously ขยายคำว่า balancing โดยแสดงว่าคนนั้นแทบจะประคองสิ่งของให้มั่นคงได้เท่านั้น ท่าทางไม่มั่นคง จึงอาจทำของตกหรือเสียการทรงตัวได้ วลีนี้เพิ่มความรู้สึกเสี่ยงอย่างชัดเจน ไม่ได้บอกเพียงว่ากำลังถือของ แต่ช่วยให้เห็นภาพว่าอาจควบคุมไม่อยู่ได้ทุกเมื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ precariously balancing เพื่อแสดงสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงและอาจเกิดปัญหาได้ง่าย?

  1. The server was washing five bowls in the sink.
  2. The server was precariously balancing five bowls on one arm.
  3. The server was carefully placing five bowls in a cupboard.
ดูคำตอบ

The server was precariously balancing five bowls on one arm.

ไวยากรณ์

shouldn't be carried alone: โครงสร้างกริยาช่วยปฏิเสธแบบกรรมวาจก

Shouldn't be carried มีโครงสร้าง should + not + be + กริยาช่องสาม เป็นรูปปฏิเสธของกรรมวาจก สิ่งของเป็นฝ่ายรับการกระทำ และประโยคบอกว่าไม่ควรถือหรือขนสิ่งนั้นด้วยวิธีนี้ โดยเฉพาะด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย Alone บอกลักษณะการขนว่าเป็นการทำโดยคนเดียวโดยไม่มีผู้ช่วย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของรู้สึกโดดเดี่ยว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ shouldn't, carry และ alone พร้อมเปลี่ยน carry เป็นรูปกรรมวาจกที่ถูกต้อง: This glass panel ____.

ดูคำตอบ

shouldn't be carried alone

trips, falls, and makes a mess, วลี

1:22

สะดุด ล้ม และทำเค้กเละเทะ

วลี

make a mess: ทำให้รก วุ่นวาย หรือเสียหาย

Make a mess เป็นกลุ่มคำที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง “ทำให้สถานที่หรือสถานการณ์รก วุ่นวาย หรือเสียหาย” ในประโยคนี้ makes a mess บอกผลที่เกิดจากการล้ม Mess ไม่ได้หมายถึงขยะเท่านั้น แต่อาจหมายถึงสิ่งของที่กระจัดกระจายหรือเสียหาย บริเวณที่สกปรก หรือผลลัพธ์ที่วุ่นวายโดยรวมก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make a mess: The puppy knocked over the flour and ____ in the kitchen.

ดูคำตอบ

made a mess

it is funny,

1:25

มันตลก

but it's not ironic.

1:26

แต่มันไม่ย้อนแย้ง

In fact, you probably expect someone who is single-handedly carrying a huge cake to trip. โน้ต

1:27

อันที่จริง คุณอาจจะคาดไว้แล้วว่าคนที่ถือเค้กก้อนใหญ่โตด้วยมือเดียวจะต้องสะดุด

ไวยากรณ์

expect someone who ... to trip: หาโครงสร้างหลัก

โครงสร้างหลักคือ expect someone to trip โดย expect + คน + รูป infinitive ที่มี to ใช้บอกการคาดการณ์ว่าคนนั้นจะทำอะไรหรือจะเกิดอะไรขึ้นกับคนนั้น Who is single-handedly carrying a huge cake เป็นอนุประโยคขยาย someone เมื่อตัดส่วนนี้ออกชั่วคราว จะเห็นโครงหลักว่า you expect someone to trip โดย to trip เชื่อมกับ someone ไม่ใช่ cake

แบบฝึกหัด

ตัดอนุประโยคสัมพันธ์ who is single-handedly carrying a huge cake ออก ประโยคใดแสดงโครงสร้างหลักที่เหลืออยู่?

  1. You probably expect a huge cake to trip.
  2. You probably expect someone to trip.
  3. Someone probably expects you to carry a huge cake.
ดูคำตอบ

You probably expect someone to trip.

การใช้คำ

single-handedly carrying: ถือหรือขนโดยไม่มีใครช่วย

ใน single-handedly carrying คำว่า single-handedly ขยายคำว่า carrying และหมายถึงคนหนึ่งคนกำลังถือหรือขนสิ่งของโดยไม่มีใครช่วย โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการใช้มือข้างเดียว คำวิเศษณ์นี้ยังใช้บอกว่าคนคนเดียวทำงานทั้งหมด เช่น วางแผนงานหรือบริหารธุรกิจ

แบบฝึกหัด

ประโยค "Leo built the whole model single-handedly." หมายความว่าอย่างไร

  1. Leo สร้างแบบจำลองโดยใช้มือขวาเพียงข้างเดียว
  2. Leo สร้างแบบจำลองทั้งหมดโดยไม่มีใครช่วย
  3. Leo ช่วยอีกคนหนึ่งสร้างแบบจำลอง
ดูคำตอบ

Leo สร้างแบบจำลองทั้งหมดโดยไม่มีใครช่วย

When he does, reality aligns with expectations, วลี

1:32

เมื่อเขาล้มจริงๆ ความเป็นจริงก็สอดคล้องกับความคาดหวัง

วลี

reality aligns with expectations: ความเป็นจริงตรงกับคำทำนาย

ในที่นี้ reality aligns with expectations หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตรงกับสิ่งที่ผู้คนคาดการณ์ไว้ aligns with ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือความเป็นจริงกับความคาดหวังสอดคล้องกัน ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของมาเรียงเป็นเส้นตรง ถ้อยคำนี้นำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นการยืนยันคำทำนาย ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ โครงสร้างนี้ยังใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ หลักฐาน หรือพฤติกรรมกับความคาดหวังก่อนหน้าได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ align และคำบุพบทที่จำเป็นเติมประโยคให้สมบูรณ์: The survey result ____ our expectations.

ดูคำตอบ

aligns with

and so that is not irony.

1:36

ดังนั้นนั่นจึงไม่ใช่ความย้อนแย้ง

But what if the sassy sidekick walked in wearing a gold medal ลำดับความ

1:38

แต่ถ้าเกิดตัวประกอบจอมทะเล้นคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมกับสวมเหรียญทอง

ลำดับความ

But what if: การเสนอเงื่อนไขสมมติใหม่

วลี But what if ใช้เสนอเงื่อนไขสมมติที่เปลี่ยนหรือตั้งคำถามกับสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ถามหาข้อเท็จจริงที่ขาดไป แต่ข้อความหลัง if สร้างสถานการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา But บอกว่าความคิดกำลังเปลี่ยนทิศทาง ส่วน what if ชวนให้ผู้ฟังทดสอบความคาดหมายเดิมภายใต้เงื่อนไขใหม่นั้น วิธีนี้ช่วยพาคำอธิบายไปในทิศทางใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอเงื่อนไขสมมติใหม่ที่อาจทำให้ต้องเปลี่ยนแผน?

  1. The road was closed yesterday.
  2. What time does the road close?
  3. But what if the road is closed?
ดูคำตอบ

But what if the road is closed?

that he'd won at the cake walking event at the Atlanta Olympics in 1996? วัฒนธรรม

1:41

ที่เขาชนะการแข่งขันเดินถือเค้กในโอลิมปิกแอตแลนตาปี 1996 ล่ะ?

วัฒนธรรม

the cake walking event at the Atlanta Olympics in 1996: การแข่งขันสมมติในฉากหลังที่เป็นเรื่องจริง

โอลิมปิกฤดูร้อนปี 1996 จัดขึ้นที่แอตแลนตาจริง แต่ cake walking event ในประโยคนี้เป็นเรื่องแต่งและไม่ใช่การแข่งขันในโอลิมปิกจริง มุกนี้นำการแข่งขันสมมติที่ไร้สาระไปใส่ในฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่มีรายละเอียดชัดเจนและฟังดูเป็นทางการ เมือง ปี และโอลิมปิกที่เป็นเรื่องจริงทำให้ความสำเร็จที่แต่งขึ้นฟังดูน่าประทับใจและน่าเชื่ออยู่ชั่วขณะ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกฉากหลังที่เป็นเรื่องจริงออกจากรายละเอียดที่แต่งขึ้นได้ถูกต้อง?

  1. ทั้งโอลิมปิกแอตแลนตาและ cake walking event เป็นเรื่องแต่ง
  2. cake walking event เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการในโอลิมปิกแอตแลนตาปี 1996
  3. โอลิมปิกแอตแลนตาปี 1996 เป็นเรื่องจริง แต่ cake walking event เป็นเรื่องแต่ง
ดูคำตอบ

โอลิมปิกแอตแลนตาปี 1996 เป็นเรื่องจริง แต่ cake walking event เป็นเรื่องแต่ง

What if that sidekick was a professional cake carrier? การใช้คำ

1:46

ถ้าตัวประกอบคนนั้นเป็นมืออาชีพด้านการถือเค้กล่ะ?

การใช้คำ

a professional cake carrier: ตัวตนแบบมืออาชีพที่แต่งขึ้น

ในที่นี้ a professional cake carrier เป็นตัวตนที่แต่งขึ้นจาก professional + คำนามบอกบทบาท cake carrier ทำให้การถือเค้กธรรมดา ๆ ฟังเหมือนเป็นทักษะเฉพาะทางหรือชื่อตำแหน่งจริง ชื่อตำแหน่งที่ฟังจริงจังนี้สร้างอารมณ์ขันและยังช่วยสนับสนุนเหตุผลที่ตามมา ถ้าการขนเค้กเป็นความเชี่ยวชาญของคนคนนี้ ผู้คนก็ย่อมคาดหวังได้อย่างสมเหตุสมผลว่าเขาจะจัดการกับเค้กก้อนใหญ่มากได้อย่างชำนาญกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

a professional cake carrier สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?

  1. นำเสนองานธรรมดาอย่างขบขันให้ดูเป็นความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ
  2. เป็นชื่ออาชีพมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
  3. หมายความว่าคู่หูเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่มืออาชีพ
ดูคำตอบ

นำเสนองานธรรมดาอย่างขบขันให้ดูเป็นความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

Then, maybe there would have been a reasonable expectation ไวยากรณ์

1:49

ถ้าอย่างนั้น อาจจะมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล

that he would have been more skilled when carrying a ridiculously large cake. ไวยากรณ์

1:53

ว่าเขาควรจะมีทักษะมากกว่านี้เวลาถือเค้กที่ใหญ่จนเกินจริง

ไวยากรณ์

there would have been a reasonable expectation: ผลในอดีตที่จินตนาการไว้

ใน there would have been a reasonable expectation คำว่า there ใช้แนะนำสิ่งที่น่าจะมีอยู่ ซึ่งก็คือ a reasonable expectation โครงสร้างคือ there + would have been + นามวลี would have been ทำให้การมีอยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขในอดีตที่จินตนาการไว้ ไม่ใช่การบอกว่าเป็นข้อเท็จจริง และไม่ได้หมายถึงอนาคตทั่วไป แต่หมายความว่าถ้าเงื่อนไขที่จินตนาการไว้ก่อนหน้านี้เป็นจริง ความคาดหวังนั้นก็น่าจะมีอยู่ในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมผลของเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริงด้วยรูปเต็มที่ใช้ would: If the map had been clearer, there ____ fewer wrong turns.

ดูคำตอบ

would have been

ไวยากรณ์

he would have been more skilled: ผลลัพธ์เชิงเปรียบเทียบในอดีตที่จินตนาการขึ้น

would have been + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าใช้วางการเปรียบเทียบไว้ในผลลัพธ์ของอดีตที่จินตนาการขึ้น ใน he would have been more skilled คำว่า more skilled หมายถึงความสามารถของเขาน่าจะสูงกว่าจุดเปรียบเทียบที่เข้าใจได้จากบริบท เงื่อนไขไม่จำเป็นต้องอยู่ในอนุประโยคเดียวกัน เพราะบริบทก่อนหน้าสามารถบอกเงื่อนไขนั้นได้ รูปนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเขาเก่งกว่าจริง แต่บอกว่าผู้พูดคิดว่าจะเกิดผลอย่างไรในอดีตแบบที่จินตนาการขึ้นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริงด้วย would have been + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า: If Leo had trained longer, he ____ at repairing the bike.

ดูคำตอบ

would have been more skilled

Then, when that reasonable expectation was not met by the tripping sidekick, วลี

1:57

จากนั้น เมื่อความคาดหวังที่สมเหตุสมผลนั้นไม่เป็นจริงจากการที่ตัวประกอบสะดุดล้ม

วลี

that reasonable expectation was not met: มาตรฐานที่คาดหวังไม่บรรลุ

meet an expectation เป็นกลุ่มคำที่ใช้บ่อย หมายถึงบรรลุหรือทำได้ตามมาตรฐานที่คาดหวัง ใน that reasonable expectation was not met คำว่า met เป็นรูป past participle ของ meet และหมายถึง ได้รับการตอบสนอง ไม่ได้หมายถึง พบเจอ รูปประธานถูกกระทำทำให้ expectation เป็นจุดเน้น และแสดงว่าผลงานจริงไปไม่ถึงความคาดหวังนั้น โดยทั่วไปจึงสื่อว่าผลลัพธ์ต่ำกว่าระดับที่หวังไว้หรือกำหนดไว้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ meet เพื่อเติมกลุ่มคำรูปประธานถูกกระทำ: The room was dirty and the staff were unhelpful, so our expectations were not ____.

ดูคำตอบ

met

irony would have been exemplified. ไวยากรณ์

2:02

นั่นแหละคือการแสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง

ไวยากรณ์

would have been exemplified: กรรมวาจกในอดีตที่สมมติตรงข้ามกับความจริง

Would have been exemplified ใช้โครงสร้าง would + have + been + กริยาช่องที่สาม และเป็นรูปประโยคกรรมวาจก โดย irony คือแนวคิดที่ถูกแสดงให้เห็น ส่วนเหตุการณ์สมมติจะเป็นตัวอย่างที่แสดงแนวคิดนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผลลัพธ์ของสถานการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์ที่จำเป็นไม่ได้เกิดขึ้น ประโยคจึงบอกว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีเงื่อนไขนั้น โดยทั่วไป would have been + กริยาช่องที่สาม ใช้บอกผลลัพธ์สมมติในอดีตและให้สิ่งที่ถูกกระทำเป็นประธาน

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา exemplify เติมประโยคกรรมวาจกที่สมมติตรงข้ามกับความจริงนี้ให้สมบูรณ์: With a clearer case, the rule ____.

ดูคำตอบ

would have been exemplified

Another example:

2:05

อีกตัวอย่างหนึ่ง:

a senior citizen texting and blogging. การใช้คำ

2:06

ผู้สูงอายุกำลังส่งข้อความและเขียนบล็อก

การใช้คำ

senior citizen: คำเรียกผู้ใหญ่ที่มีอายุมากแบบสุภาพหรือเป็นทางสถาบัน

Senior citizen เป็นคำเรียกแบบตายตัวสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุมาก คำว่า citizen ในที่นี้ไม่ได้เน้นสัญชาติ แต่ทั้งสองคำรวมกันใช้เรียกกลุ่มอายุ ในข้อความนี้ วลีดังกล่าวเพียงระบุว่าบุคคลนั้นมีอายุมาก และไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยี วลีนี้มักปรากฏในข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับส่วนลด สวัสดิการ ที่อยู่อาศัย หรือบริการชุมชน ไม่มีเกณฑ์อายุเดียวที่ใช้ทั่วโลก แต่ละโครงการหรือองค์กรอาจกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ senior citizen อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทของสถาบัน?

  1. The city gives senior citizens a discount on bus fares.
  2. She was promoted to senior citizen after five years.
  3. The city checks senior citizens to confirm their nationality.
ดูคำตอบ

The city gives senior citizens a discount on bus fares.

The common and reasonable expectation of more mature men and women การใช้คำ

2:09

ความคาดหวังทั่วไปและสมเหตุสมผลสำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุหน่อย

is that they don't like or know technology,

2:13

คือพวกเขาไม่ชอบหรือไม่รู้จักเทคโนโลยี

การใช้คำ

more mature men and women: คำเรียกอายุแบบสุภาพ

ในประโยคนี้ more mature men and women เป็นวิธีที่สุภาพและอาจแฝงอารมณ์ขันเล็กน้อยในการกล่าวถึงผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า คำว่า mature ในที่นี้ชี้ถึงอายุ ไม่ได้หมายถึงการวางตัวสุขุมกว่าหรือมีวิจารณญาณดีกว่า วลีนี้ไม่ได้เป็นคำพ้องที่ใช้แทน older ได้เสมอไป การกล่าวถึง senior citizens ในบริบทใกล้เคียงและข้อสันนิษฐานเรื่องเทคโนโลยีทำให้เห็นชัดว่าความหมายในที่นี้เกี่ยวกับอายุ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ more mature men and women หมายถึงอะไร?

  1. ผู้ชายและผู้หญิงที่มีทักษะทางเทคนิคขั้นสูง
  2. ผู้ชายและผู้หญิงที่มีวิจารณญาณดีกว่า
  3. ผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า
ดูคำตอบ

ผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า

that they have a hard time turning on a computer, วลี

2:16

ว่าพวกเขาประสบปัญหาในการเปิดคอมพิวเตอร์

วลี

have a hard time turning on: โครงสร้าง have a hard time + กริยา -ing

Have a hard time doing something หมายถึงรู้สึกว่าการทำสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องยาก เมื่อคำที่ตามหลัง have a hard time ระบุการกระทำนั้นโดยตรง ให้ใช้คำกริยารูป -ing จึงพูดว่า have a hard time turning on ไม่ใช่ have a hard time to turn on ในที่นี้ turn on a computer หมายถึงเปิดหรือเริ่มใช้งานคอมพิวเตอร์ ประโยคนี้บอกว่าแม้แต่การกระทำพื้นฐานนี้ก็ยังเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ follow เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even with a map, I have a hard time ____ these directions.

ดูคำตอบ

following

or that they have the old brick cell phones from the 1980s. วัฒนธรรม

2:19

หรือว่าพวกเขามีโทรศัพท์มือถือรุ่นอิฐบล็อกเก่าๆ จากยุค 1980

วัฒนธรรม

old brick cell phones: โทรศัพท์มือถือยุคแรกที่ใหญ่และหนัก

ในที่นี้ วลี brick cell phones หมายถึงโทรศัพท์มือถือแบบพกพายุคแรกที่มีขนาดใหญ่มาก หนา และหนักเมื่อเทียบกับโทรศัพท์สมัยใหม่ คำว่า brick เปรียบรูปทรงเหลี่ยมหนาของโทรศัพท์กับก้อนอิฐก่อสร้าง ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ทำจากอิฐจริง ๆ คำว่า from the 1980s ให้เบาะแสทางประวัติศาสตร์ที่จำเป็น เพราะโทรศัพท์มือถือยุคแรกบางรุ่นในช่วงนั้นมีรูปทรงใหญ่เทอะทะเช่นนี้ ในประโยคนี้ ภาพดังกล่าวสื่อถึงเทคโนโลยีที่ล้าสมัยมาก และช่วยสร้างภาพเหมารวมว่าผู้สูงอายุยังใช้อุปกรณ์จากยุคก่อน

แบบฝึกหัด

old brick cell phones ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. โทรศัพท์ที่ทำจากอิฐก่อสร้าง
  2. โทรศัพท์มือถือยุคแรกที่ใหญ่ หนัก และมีรูปทรงคล้ายก้อนอิฐ
  3. โทรศัพท์สมัยใหม่ที่ใส่เคสลายก้อนอิฐ
ดูคำตอบ

โทรศัพท์มือถือยุคแรกที่ใหญ่ หนัก และมีรูปทรงคล้ายก้อนอิฐ

One should not expect them to be connected, ไวยากรณ์

2:22

เรามักไม่คาดหวังว่าพวกเขาจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

high-tech, or savvy enough to text or to be blogging, ไวยากรณ์

2:25

ไฮเทค หรือมีความรู้มากพอที่จะส่งข้อความหรือเขียนบล็อก

ไวยากรณ์

One should not expect them to be: one แบบเป็นทางการและ expect + กรรม + to be

ใน One should not expect them to be คำว่า one หมายถึงคนทั่วไป ไม่ใช่เลข 1 หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การใช้แบบเป็นทางการนี้เรียกว่า one ที่เป็นสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ อนุประโยคนี้แสดงข้อวินิจฉัยทั่วไปว่าคนเราไม่ควรทึกทักเรื่องใด โครงสร้างคือ expect + กรรม + to be + คำบรรยาย Them เป็นกรรมของ expect และเป็นกลุ่มที่ถูกบรรยายหลัง to be ด้วย ในที่นี้ them ย้อนกลับไปหมายถึงผู้สูงอายุที่กำลังถูกกล่าวถึง ถ้อยคำนี้นำเสนอความคาดหวังแบบเหมารวมเพื่อนำมาพิจารณา ไม่ได้แสดงว่าภาพเหมารวมนั้นเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ one ในความหมายว่าคนทั่วไป และเป็นไปตามโครงสร้าง expect + กรรม + to be + คำบรรยาย

  1. One new employee expected the manager to be at the station.
  2. One should not expect new employees to be experts on their first day.
  3. I expected one new employee to be an expert on her first day.
ดูคำตอบ

One should not expect new employees to be experts on their first day.

ไวยากรณ์

savvy enough to text: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

ใน savvy enough to text คำว่า savvy เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงมีความรู้หรือทักษะเชิงปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในที่นี้บริบทบอกว่าเป็นเรื่องเทคโนโลยี จึงหมายความว่าคนนั้นใช้เทคโนโลยีเป็นมากพอที่จะส่งข้อความได้ โครงสร้าง adjective + enough + to + base verb บอกว่าคุณสมบัติหรือความสามารถอยู่ถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่ง Enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ จึงใช้ savvy enough ไม่ใช่ enough savvy ส่วน to text ระบุการกระทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ savvy และ enough ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Lena understands apps well, so she is ____ to set up the tablet herself.

ดูคำตอบ

savvy enough

which must seem like some sort of newfangled thing that back in my day they never had. โน้ต

2:29

ซึ่งต้องดูเหมือนเป็นของแปลกใหม่ที่สมัยก่อนพวกเขาไม่เคยมี

การใช้คำ

newfangled thing: มุมมองแบบระแวงหรือหัวเก่าต่อสิ่งใหม่

Newfangled ใช้บรรยายสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ผู้พูดมองว่าไม่คุ้นเคย ซับซ้อนเกินไป หรืออาจไม่จำเป็น ต่างจาก new ที่เป็นกลาง คำนี้มักมีท่าทีระแวง ไม่ค่อยเห็นด้วย หรือขบขันเล็กน้อย ในประโยคนี้ newfangled thing ช่วยสร้างน้ำเสียงเลียนแบบคนหัวเก่าที่พูดถึงการส่งข้อความและการเขียนบล็อก วลีนี้บอกว่าผู้สังเกตที่สมมติขึ้นรู้สึกอย่างไรต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ได้บอกเพียงว่าเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

การเรียกสิ่งหนึ่งว่า newfangled มักสื่อท่าทีใดมากที่สุด?

  1. สิ่งนั้นเป็นตัวเลือกที่ก้าวหน้าและดีที่สุดที่มีอยู่
  2. สิ่งนั้นเพิ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีท่าทีใด ๆ จากผู้พูด
  3. สิ่งนั้นใหม่และผู้พูดรู้สึกว่าไม่คุ้นเคยหรือทันสมัยเกินความจำเป็น
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นใหม่และผู้พูดรู้สึกว่าไม่คุ้นเคยหรือทันสมัยเกินความจำเป็น

สำนวน

back in my day: พูดถึงสมัยที่ผู้พูดยังหนุ่มสาว

“Back in my day” หมายถึง “ในสมัยที่ฉันยังหนุ่มสาว” คำว่า day ในที่นี้หมายถึงยุคหนึ่งในอดีตโดยรวม ไม่ใช่วันใดวันหนึ่งในปฏิทิน วลีนี้มักใช้เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน และอาจสร้างน้ำเสียงแบบคิดถึงวันเก่า ๆ หรือดูเป็นคนรุ่นเก่า ในประโยคนี้ ผู้พูดจงใจเลียนแบบภาพจำของคนสูงอายุ ไม่จำเป็นต้องเป็นความทรงจำส่วนตัวที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่ใช้พูดถึงสมัยที่ผู้พูดยังหนุ่มสาว: ____, we had to wait for photos to be developed.

ดูคำตอบ

Back in my day

So when granny pulls out her smartphone to post pictures of her dentures or her grandkids, กริยาวลี

2:35

ดังนั้นเมื่อคุณย่าหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเพื่อโพสต์รูปฟันปลอมหรือหลานๆ

กริยาวลี

pulls out her smartphone: หยิบสิ่งของออกจากที่เก็บ

“Pulls out her smartphone” หมายถึงเธอหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อ กระเป๋าถือ หรือที่อื่นที่เก็บไว้ โดยปกติจะหยิบออกมาเพื่อใช้หรือให้คนอื่นดู คำว่า out แสดงการเคลื่อนจากสภาพที่เก็บหรือซ่อนไว้มาเป็นสภาพที่พร้อมใช้งาน กรรมที่เป็นสิ่งของชัดเจนอย่าง smartphone ทำให้รู้ว่าที่นี่หมายถึงการ “หยิบออกมา” จริง ๆ ไม่ใช่ความหมายแบบอกรรมกริยาว่า “ถอนตัว” เมื่อกรรมเป็นคำนามเต็ม pulls out her smartphone และ pulls her smartphone out ต่างก็เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใช้ pulls it out ไม่ใช่ pulls out it

แบบฝึกหัด

ใช้ pull out ในรูปที่ถูกต้องและวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่เหมาะสม: Her phone rings, so she reaches into her bag and ____.

ดูคำตอบ

pulls it out

irony ensues. การใช้คำ

2:40

ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้น

การใช้คำ

irony ensues: วิธีพูดแบบเป็นทางการว่าผลลัพธ์เกิดตามมา

ใน irony ensues คำว่า ensues หมายถึง “เกิดตามมาในฐานะผลลัพธ์” โดยผลที่เกิดตามมาเป็นประธานของประโยค ในที่นี้ ผลเชิงย้อนแย้งเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์ขัดกับความคาดหมายที่สมเหตุสมผล Ensue เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม และเป็นทางการรวมทั้งให้ความรู้สึกเชิงเล่าเรื่องที่น่าตื่นเต้นกว่า happen มักใช้กับคำนามที่เป็นผลลัพธ์ เช่น chaos, confusion, debate หรือ laughter

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ensue เพื่อบอกว่าผลลัพธ์หนึ่งเกิดตามมา?

  1. After the alarm sounded, confusion ensued.
  2. The manager ensued the meeting on time.
  3. The new rules ensured that every door was locked.
ดูคำตอบ

After the alarm sounded, confusion ensued.

Reasonable expectations of the situation are not met. วลี

2:42

ความคาดหวังที่สมเหตุสมผลของสถานการณ์นั้นไม่ได้รับการตอบสนอง

วลี

expectations ... are not met: ความเป็นจริงไม่ถึงสิ่งที่คาดหวัง

Meet expectations หมายถึง “ไปถึงมาตรฐานหรือผลลัพธ์ที่ผู้คนคาดหวัง” ในสำนวนนี้ meet ไม่ได้หมายถึง “พบใครบางคน” Expectations ... are not met เป็นรูปถูกกระทำเชิงปฏิเสธ โดยเน้นไปที่ความคาดหวังและบอกว่าความเป็นจริงไม่ตรงกับสิ่งที่คาดไว้ รูปประโยคแบบผู้กระทำที่มีความหมายตรงกันคือ something did not meet the expectations

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำเชิงปฏิเสธในอดีตของ meet จำนวนสามคำ โดยไม่ใช้รูปย่อ: The hotel promised quiet rooms, but our expectations ____.

ดูคำตอบ

were not met

That is irony.

2:46

นั่นแหละคือความย้อนแย้ง

So while the cake dropper might not be ironic, ไวยากรณ์

2:48

ดังนั้นแม้ว่าคนทำเค้กตกอาจจะไม่ใช่ความย้อนแย้ง

there are all kinds of situations in life that are. วลี

2:51

แต่ก็มีสถานการณ์ทุกรูปแบบในชีวิตที่เป็นเช่นนั้น

ไวยากรณ์

while ... might not be ... ที่ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน

while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” โดยใช้เพื่อยอมรับข้อหนึ่งก่อน: ผู้พูดยอมรับว่าตัวอย่างก่อนหน้านี้เกี่ยวกับคนที่ล้มลงไปบนเค้กอาจไม่ถือว่าเป็นเรื่องย้อนแย้ง แล้วจึงบอกประเด็นหลักว่ายังมีสถานการณ์อื่นอีกมากที่ย้อนแย้ง โครงสร้าง while + อนุประโยค, ประโยคหลัก นำข้อจำกัดที่ยอมรับไว้มาเทียบกับข้อสรุปที่สำคัญกว่า ส่วน might not ทำให้การตัดสินแรกไม่เด็ดขาด โดยหมายถึง “อาจไม่” ไม่ใช่ “ไม่อย่างแน่นอน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while ในความหมายว่า “แม้ว่า”

  1. While I was sleeping, the rain began.
  2. While the route was steep, we reached the top before noon.
  3. While the movie was playing, I made popcorn.
ดูคำตอบ

While the route was steep, we reached the top before noon.

วลี

all kinds of: หลายชนิดที่แตกต่างกัน

all kinds of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ใน all kinds of situations วลีนี้ขยายการพูดจากตัวอย่างเดียวไปสู่สถานการณ์ที่หลากหลาย ตรงนี้ kinds เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึง “ชนิด” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ kind ที่หมายถึง “ใจดี” โครงสร้างพื้นฐานคือ all kinds of + คำนาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน”: The science center offers ____ activities, from robot building to painting.

ดูคำตอบ

all kinds of

Go out and find those true examples of irony. ลำดับความ

2:55

ออกไปและค้นหาตัวอย่างที่แท้จริงของความย้อนแย้งกันเถอะ

ลำดับความ

Go out and find: คำกระตุ้นให้ลงมือทำ

Go out and find ... เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ เมื่อใช้ท้ายคำอธิบาย วลีนี้จะเปลี่ยนเนื้อหาจาก “การให้ข้อมูล” ไปเป็น “สิ่งที่ผู้ฟังต้องลงมือทำต่อ” ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังนำสิ่งที่เพิ่งเรียนไปใช้ด้วยการมองหาตัวอย่างจริง ในการใช้แบบนี้ go out ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินออกไปข้างนอกจริง ๆ แต่หมายถึงการเลิกฟังเฉย ๆ แล้วเริ่มลงมือทำ ส่วน find บอกถึงงานที่ต้องทำโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ช่วงท้ายบทเรียนเรื่องการรีไซเคิล ผู้พูดพูดว่า “Go out and find three things at home that can be reused.” ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. เล่าว่าเมื่อวานผู้พูดทำอะไร
  2. ให้งานที่ผู้ฟังสามารถลงมือทำเป็นขั้นตอนถัดไป
  3. กล่าวคำนิยามของการรีไซเคิลซ้ำ
ดูคำตอบ

ให้งานที่ผู้ฟังสามารถลงมือทำเป็นขั้นตอนถัดไป