นาทีชีวิต! กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์หัวใจวาย: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Inside Edition

ความยากในการเรียน
1,075 คำ 192 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: เหตุฉุกเฉินทางหัวใจจริงแสดงให้เห็นว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและการสังเกตอาการที่ดูไม่รุนแรงสามารถช่วยชีวิตได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. We're kind of used to it เป็นหัวข้อไวยากรณ์ ผู้เรียนจะแยก be used to ที่หมายถึงคุ้นเคยในปัจจุบันออกจาก used to ที่กล่าวถึงนิสัยในอดีต และรู้ว่า kind of ช่วยลดความหนักแน่นของคำพูด 2. my heart literally goes out to you เป็นสำนวน ผู้เรียนจะเข้าใจทั้งคำพูดแสดงความเห็นอกเห็นใจและการเล่นคำเรื่องหัวใจ เมื่อผู้รอดชีวิตขอบคุณผู้ที่ช่วยเขา 3. "a widow maker." เป็นบริบทโลกจริง ผู้เรียนจะรู้จักชื่อไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจวายที่อันตรายมาก และเข้าใจว่าเหตุใดการช่วยเหลือจึงเร่งด่วน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

These heart attacks were caught on camera. วลี

0:01

เหตุการณ์หัวใจวายเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ได้ด้วยกล้อง

วลี

caught on camera: ถูกบันทึกภาพไว้

caught on camera หมายถึง เหตุการณ์ บุคคล หรือการกระทำถูกกล้องบันทึกไว้ ในประโยคนี้ กล้องบันทึกภาพอาการหัวใจวายขณะที่กำลังเกิดขึ้น โดย caught ไม่ได้หมายถึง “ถูกจับกุม” โครงสร้าง be caught on camera เป็นรูปประโยคกรรมวาจกที่เน้นสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ สำนวนนี้ใช้บ่อยในข่าว ภาพจากกล้องวงจรปิด และคำบรรยายในสื่อต่าง ๆ โดย camera อาจหมายถึงกล้องวิดีโอ โทรศัพท์ หรือกล้องวงจรปิด ไม่ใช่แค่กล้องถ่ายรูปเท่านั้น

แบบฝึกหัด

caught on camera ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The suspect was caught on camera entering the warehouse.

  1. กล้องบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้
  2. ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย
  3. ผู้ต้องสงสัยหลบซ่อนจากกล้อง
ดูคำตอบ

กล้องบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้

In 2024, this 83-year-old man collapsed at an ATM.

0:06

ในปี 2024 ชายวัย 83 ปีคนนี้ล้มหมดสติที่ตู้เอทีเอ็ม

15 seconds later,

0:11

สิบห้าวินาทีต่อมา

a woman arriving for work rushed into her office for help.

0:12

ผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึงที่ทำงานรีบวิ่งเข้าออฟฟิศเพื่อขอความช่วยเหลือ

I immediately knew that through my office doors,

0:15

ฉันรู้ทันทีว่าเมื่อเข้าไปในออฟฟิศ

I'd have access to some of the world's best nurses, วลี

0:18

ฉันจะได้ขอความช่วยเหลือจากพยาบาลที่เก่งที่สุดในโลกบางคน

วลี

have access to: มีสิทธิ์หรือสามารถเข้าถึงทรัพยากร

have access to หมายถึง มีความสามารถ สิทธิ์ หรือโอกาสที่จะเข้าถึง ใช้ หรือได้รับบางสิ่ง ในที่นี้ ผู้พูดรู้ทันทีว่าเขาสามารถเข้าถึงพยาบาลที่มีความสามารถมากผ่านประตูสำนักงานของตนได้ สำนวนนี้เน้นว่าทรัพยากรหรือบุคคลนั้นพร้อมให้เข้าถึงหรือมีช่องทางเชื่อมต่อ โครงสร้างคือ have access to + กลุ่มคำนาม เช่น have access to some of the world's best nurses ในที่นี้ access เป็นคำนาม และ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นหลัง to ต้องตามด้วยกลุ่มคำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง have access to ได้ถูกต้อง?

  1. New members have access the online library.
  2. New members can access to the online library.
  3. New members have access to the online library.
ดูคำตอบ

New members have access to the online library.

and I ran inside and screamed for help.

0:21

ฉันจึงวิ่งเข้าไปตะโกนขอความช่วยเหลือ

Her colleague Whitney Ssinewitz jumped into action. สำนวน

0:24

Whitney Ssinewitz เพื่อนร่วมงานของเธอรีบลงมือช่วยทันที

สำนวน

jumped into action: ลงมือทันที

“jumped into action” เป็นสำนวนที่หมายถึงเริ่มลงมือทำทันที ในที่นี้ jumped into ไม่ได้หมายถึงการกระโดดเข้าไปจริง ๆ ส่วน action หมายถึงการลงมือทำเพื่อจัดการกับปัญหา สำนวนนี้แสดงว่า Whitney ตอบสนองอย่างรวดเร็วและกระตือรือร้นเมื่อรู้ว่ามีปัญหา ใช้ได้ทั้งกับคนคนเดียวและกับกลุ่มที่เปลี่ยนจากการรับรู้ปัญหาไปสู่การลงมือทำอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ jumped into action เพื่อแสดงการตอบสนองต่อปัญหาอย่างทันที

  1. When the alarm rang, the staff waited to take action.
  2. When the alarm rang, the staff watched the action.
  3. When the alarm rang, the staff jumped into action.
  4. When the alarm rang, the staff jumped over the action.
ดูคำตอบ

When the alarm rang, the staff jumped into action.

When I heard Kaylee screaming for help,

0:27

พอฉันได้ยิน Kaylee ตะโกนขอความช่วยเหลือ

we ran it outside,

0:29

เราก็วิ่งออกไปข้างนอก

checked for a pulse, วลี

0:31

ตรวจชีพจร

which I didn't feel,

0:32

แต่ฉันคลำไม่เจอ

and immediately started CPR.

0:33

แล้วเริ่มทำ CPR ทันที

วลี

checked for a pulse: ตรวจว่ามีชีพจรหรือไม่

“checked for a pulse” เป็นสำนวนทางการแพทย์ที่ใช้เป็นรูปแบบตายตัว checked หมายถึงตรวจสอบ ส่วน for a pulse หมายถึงพยายามดูว่าตรวจพบชีพจรหรือไม่ หรือสัญญาณการเต้นของหัวใจนี้มีอยู่หรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังอธิบายขั้นตอนฉุกเฉิน เมื่อไม่รู้สึกถึงชีพจรจึงเริ่มทำ CPR ทันที สำนวนนี้เหมาะสำหรับอธิบายการประเมินทางการแพทย์หรือการปฐมพยาบาล

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมให้ได้ความหมายว่า “เจ้าหน้าที่ตรวจเพื่อดูว่ามีชีพจรหรือไม่” ได้ดีที่สุด

  1. checked for a pulse
  2. checked on a pulse
  3. checked a pulse for
  4. checked to a pulse
ดูคำตอบ

checked for a pulse

Incredibly,

0:35

ที่น่าทึ่งคือ

the man's medical emergency was next to an office

0:35

เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ของชายคนนี้เกิดขึ้นข้างออฟฟิศ

filled with nurse practitioners from Northwell Health on Long Island. วัฒนธรรม

0:38

ที่เต็มไปด้วยพยาบาลเวชปฏิบัติจาก Northwell Health บนเกาะลองไอแลนด์

วัฒนธรรม

nurse practitioners: บทบาททางคลินิกขั้นสูง

ในประโยคนี้ nurse practitioners หมายถึงพยาบาลเวชปฏิบัติขั้นสูง ซึ่งเป็นบุคลากรทางคลินิกที่ผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติม สามารถประเมินผู้ป่วย และอาจวินิจฉัย สั่งตรวจ สั่งยา หรือให้การรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละรัฐ รูปพหูพจน์แสดงว่าในสำนักงานมีผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้หลายคน ชื่อตำแหน่งนี้เฉพาะเจาะจงกว่าคำว่า nurse ทั่วไป และบ่งบอกถึงระดับงานทางคลินิกที่สูงกว่า ในที่นี้ชื่อตำแหน่งช่วยให้เข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่ใกล้ ๆ จึงสามารถสังเกตและรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นแพทย์

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดใช้ nurse practitioner ได้ถูกต้อง

  1. nurse practitioner: คำเรียกอีกอย่างของพยาบาลทุกคนในโรงพยาบาล
  2. nurse practitioner: บุคลากรทางคลินิกขั้นสูงที่อาจประเมินและรักษาผู้ป่วยได้
  3. nurse practitioner: พนักงานต้อนรับที่ทำงานในสำนักงานแพทย์
ดูคำตอบ

nurse practitioner: บุคลากรทางคลินิกขั้นสูงที่อาจประเมินและรักษาผู้ป่วยได้

We're kind of used to it in a hospital setting, ไวยากรณ์

0:42

เราค่อนข้างชินกับเรื่องแบบนี้ในโรงพยาบาล

but this was a little shocking being in an office where we don't see patients.

0:44

แต่พอเกิดในออฟฟิศที่เราไม่ได้พบคนไข้ ก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน

ไวยากรณ์

We're kind of used to it: be used to + คำนามหรือรูป -ing

ใน We're kind of used to it, used to เป็นวลีที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์และหมายถึงคุ้นเคยหรือเคยชินกับสิ่งนั้น it หมายถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ประเภทที่กำลังพูดถึง ดังนั้นผู้พูดจึงบอกว่าบุคลากรในโรงพยาบาลค่อนข้างคุ้นเคยกับการรับมือเหตุการณ์แบบนี้ โครงสร้างคือ be used to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น We're used to it ส่วน kind of เป็นคำช่วยลดความหนักแน่นในภาษาพูด หมายถึงค่อนข้างหรือประมาณหนึ่ง ทำให้คำพูดไม่ฟันธงเกินไป ในที่นี้ to เป็นบุพบท ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดคุ้นเคยกับสิ่งนี้แล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่กำลังบอกนิสัยในอดีต

  1. I'm used to working online now.——ตอนนี้ฉันคุ้นเคยกับการทำงานออนไลน์แล้ว
  2. I'm getting used to working online.——ฉันกำลังค่อย ๆ คุ้นเคยกับการทำงานออนไลน์
  3. I used to work online.——เมื่อก่อนฉันเคยทำงานออนไลน์
ดูคำตอบ

I'm used to working online now.——ตอนนี้ฉันคุ้นเคยกับการทำงานออนไลน์แล้ว

Nurse Samantha Kovich took over chest compressions. กริยาวลี

0:49

พยาบาล Samantha Kovich เข้ามารับช่วงกดหน้าอกต่อ

กริยาวลี

took over: รับช่วงงานต่อจากคนอื่น

ในประโยคนี้ took over หมายถึง “เข้าไปแทนอีกคนและทำงานที่คนนั้นกำลังทำอยู่ต่อ” ซาแมนธาเริ่มกดหน้าอก เพื่อให้ผู้ช่วยชีวิตคนก่อนหยุดหรือพักได้ โครงสร้าง take over + งานหรือบทบาท เน้นการส่งต่อความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงการเข้าควบคุมบริษัทหรือองค์กรเสมอไป กรรมและบริบทจะเป็นตัวกำหนดความหมาย

แบบฝึกหัด

ใช้ take over ในรูปอดีตที่ถูกต้องเพื่อเติมสถานการณ์ส่งต่องานนี้ให้สมบูรณ์: When the first technician's shift ended, Priya ____ the system checks.

ดูคำตอบ

took over

So,

0:52

ฉันก็เลย

I got down,

0:52

คุกเข่าลง

you know,

0:53

คือว่า

on the floor with Whitney,

0:53

ลงไปบนพื้นข้าง ๆ Whitney

um,

0:55

เอ่อ

to help

0:55

เพื่อช่วย

trade off CPR cuz it is tiring. กริยาวลี

0:57

ผลัดกันทำ CPR เพราะมันเหนื่อยมาก

กริยาวลี

trade off: ผลัดกันทำงานที่เหนื่อย

ในที่นี้ trade off เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ผลัดกันทำงานหนึ่ง” พยาบาลสองคนสลับกันทำ CPR เพื่อไม่ให้คนใดคนหนึ่งต้องทำต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก รูป trade off CPR เป็นภาษาพูด หมายถึงผลัดกันทำหน้าที่นั้น ไม่ใช่แลก CPR กันเหมือนเป็นสิ่งของ รูปที่ชัดเจนกว่าคือ trade off doing CPR หรือ trade off with each other

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ trade off เป็นกริยาในความหมายว่า “ผลัดกันทำงานหนึ่ง”?

  1. The manager took over the project after Lee resigned.
  2. The two nurses traded off doing chest compressions every two minutes.
  3. There is a trade-off between lower cost and higher quality.
ดูคำตอบ

The two nurses traded off doing chest compressions every two minutes.

Nurse Christina Ferrell,

0:59

พยาบาล Christina Ferrell เล่าว่า

I ran into the office and grabbed the defibrillator,

1:01

ฉันวิ่งเข้าออฟฟิศไปหยิบเครื่องกระตุกหัวใจ

which was luckily in one of the rooms closest to the door.

1:04

ซึ่งโชคดีที่อยู่ในห้องหนึ่งใกล้ประตูที่สุด

She delivered an electric shock to his heart in hopes of restoring the heartbeat. วลี

1:07

เธอช็อกไฟฟ้าที่หัวใจของเขา โดยหวังว่าจะทำให้หัวใจกลับมาเต้น

วลี

Deliver an electric shock: deliver ในความหมายว่า “ปล่อยหรือส่งกระแสไฟฟ้า”

ในประโยคนี้ deliver หมายถึง “ทำให้ได้รับ” หรือ “ปล่อย/ส่ง” ไม่ใช่ “นำสิ่งของไปส่งยังจุดหมาย” วลี deliver an electric shock อธิบายการทำให้กระแสไฟฟ้าที่ควบคุมไว้ไหลไปยังผู้ป่วย คำที่มักใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการนี้พบในบริบททางการแพทย์และทางเทคนิค โดยเน้นการกระทำหรืออุปกรณ์ที่ปล่อยไฟฟ้าช็อก โครงสร้างคือ deliver + an electric shock + to + บุคคลหรือส่วนของร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการแพทย์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “ใช้กระแสไฟฟ้าที่ควบคุมไว้”: The medic ____ to the patient's chest.

ดูคำตอบ

delivered an electric shock

วลี

in hopes of + -ing เพื่อบอกผลที่คาดหวัง

in hopes of ใช้นำหน้าผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้มีการใช้ไฟฟ้าช็อกเพราะหวังว่าจะทำให้หัวใจกลับมาเต้น แต่วลีนี้ไม่ได้บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว โครงสร้างคือ in hopes of + คำนามหรือรูป -ing เช่น in hopes of restoring โดยทั่วไปผู้กระทำของกริยารูป -ing จะเข้าใจได้จากบริบท และมักเป็นบุคคลหรือกลุ่มที่ทำกริยาหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “โดยหวังว่าจะบรรลุผลนี้”: Maya took an earlier train ____ arriving before the meeting started.

ดูคำตอบ

in hopes of

I have an ER background. การใช้คำ

1:11

ฉันมีประสบการณ์ทำงานในห้องฉุกเฉิน

การใช้คำ

มีประสบการณ์ในห้องฉุกเฉิน

ER เป็นคำย่อจากอักษรตัวแรกของ emergency room จึงออกเสียงชื่อพยัญชนะทั้งสองตัวแยกกันว่า /ˌiː ˈɑr/ ในประโยคนี้ have an ER background หมายถึงมีการฝึกอบรมหรือประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน ในที่นี้ background หมายถึงประวัติการทำงานโดยรวมของคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงฉากด้านหลังตัวบุคคล ผู้พูดกำลังอธิบายว่าทำไมตนจึงคุ้นเคยกับการรักษาฉุกเฉิน ประโยคนี้ไม่ได้บอกเองว่าปัจจุบันยังทำงานอยู่ในห้องฉุกเฉิน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ I have an ER background หมายความว่าอย่างไร

  1. ห้องฉุกเฉินอยู่ด้านหลังฉันในภาพ
  2. ฉันเคยได้รับการฝึกอบรมหรือทำงานในห้องฉุกเฉิน
  3. ER เป็นชื่อของผู้พูด
ดูคำตอบ

ฉันเคยได้รับการฝึกอบรมหรือทำงานในห้องฉุกเฉิน

I just switched off with the girls when they needed. กริยาวลี

1:12

ฉันก็แค่ผลัดกับสาว ๆ ตอนที่พวกเธอต้องการ

กริยาวลี

switched off with หมายถึงผลัดกัน

ในประโยคนี้ switched off with the girls หมายถึงผู้พูดผลัดเปลี่ยนหน้าที่กับผู้หญิงหรือพยาบาลคนอื่น ๆ เมื่อพวกเธอต้องการพัก ผู้พูดก็เข้ามารับหน้าที่แทน ดังนั้น switched off จึงหมายถึงการผลัดเปลี่ยนหรือส่งต่องาน ไม่ใช่การปิดสิ่งของ นี่เป็นการใช้ switch off with someone แบบไม่เป็นทางการและต้องอาศัยบริบท งานที่ทำและคนที่เกี่ยวข้องช่วยให้เข้าใจว่าเป็นการผลัดกันทำหรือสลับความรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค Omar and I switched off with each other at the information desk คำว่า switched off with each other หมายความว่าเราปิดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หรือไม่

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

They revived him,

1:15

พวกเธอช่วยให้เขาฟื้นขึ้นมา

and paramedics arrived.

1:16

แล้วหน่วยแพทย์ฉุกเฉินก็มาถึง

Thanks to these heroes who were in the right place at the right time. สำนวน

1:17

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเหล่าฮีโร่ที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา

สำนวน

in the right place at the right time: อยู่ถูกที่ถูกเวลา

ในประโยคนี้ in the right place at the right time หมายถึงการอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการความช่วยเหลือ สำนวนนี้เน้นว่าทั้งสถานที่และจังหวะเวลาพอดีอย่างโชคดี ไม่ได้หมายถึงการอยู่ทางด้านขวาเท่านั้น ใช้บรรยายคน เครื่องมือ หรือเหตุการณ์ที่บังเอิญมีประโยชน์ตรงสถานที่และเวลาที่ต้องการได้ด้วย ในที่นี้ เหล่าฮีโร่ช่วยได้เพราะอยู่ใกล้คนคนนั้นในช่วงที่เกิดอันตราย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in the right place at the right time เน้นอะไร

  1. อยู่ทางด้านขวาของสถานที่แห่งหนึ่ง
  2. อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมเมื่อมีความต้องการความช่วยเหลือ
  3. มาถึงก่อนเวลาแม้จะไม่มีใครต้องการความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมเมื่อมีความต้องการความช่วยเหลือ

He didn't have a pulse,

1:21

เขาไม่มีชีพจร

so if if no one found him, ไวยากรณ์

1:22

ดังนั้น ถ้าไม่มีใครพบเขา

he would have died.

1:23

เขาคงเสียชีวิตไปแล้ว

ไวยากรณ์

if no one found him, he would have died: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เกิดขึ้นในอดีต

ส่วนที่เน้นอธิบายเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงและผลลัพธ์ในอดีตที่จินตนาการขึ้น หมายความว่า ถ้าไม่มีการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริง เขาก็คงเสียชีวิตไปแล้ว ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่จินตนาการกับความจริงที่มีคนพบเขา ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่เป็นทางการและรอบคอบ มักใช้รูป If no one had found him, he would have died ส่วนผลลัพธ์ใช้ would have + past participle เพื่อบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์อดีตนั้น ในวิดีโอมีการใช้ found หลัง if แต่ความหมายแบบขัดกับความจริงยังคงชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายสถานการณ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นและผลลัพธ์ที่จินตนาการขึ้นได้ถูกต้อง

  1. If no one called for help, the hiker will die.
  2. If no one had called for help, the hiker would have died.
  3. If no one had called for help, the hiker would die.
ดูคำตอบ

If no one had called for help, the hiker would have died.

Big thank you.

1:25

ขอบคุณมากจริง ๆ

Thank you.

1:25

ขอบคุณ

Daniel Greco and his wife Bonnie later met the team

1:26

ต่อมา Daniel Greco กับ Bonnie ภรรยาของเขาได้พบกับทีม

that saved his life

1:29

ที่ช่วยชีวิตเขาไว้

as he recovered from triple bypass heart surgery. วัฒนธรรม

1:30

ขณะที่เขากำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดบายพาสหัวใจสามเส้น

วัฒนธรรม

triple bypass heart surgery: สร้างทางเบี่ยงสามเส้นในการผ่าตัดครั้งเดียว

“Triple bypass heart surgery” คือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ โดยศัลยแพทย์สร้างเส้นทางใหม่สามเส้นให้เลือดไหลอ้อมหลอดเลือดหัวใจที่ตีบหรืออุดตัน ในที่นี้ “triple” นับทางเบี่ยงสามเส้นที่สร้างขึ้นในการผ่าตัดครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดหัวใจแยกกันสามครั้ง ส่วน “bypass” หมายถึงการเปลี่ยนเส้นทางการไหลของเลือดในทางการแพทย์ ไม่ใช่เพียงการข้ามบางสิ่งไป

แบบฝึกหัด

“triple” ใน “triple bypass heart surgery” หมายถึงอะไร

  1. ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดหัวใจแยกกันสามครั้ง
  2. ศัลยแพทย์ข้ามกฎของโรงพยาบาลสามข้อ
  3. สร้างทางเบี่ยงสามเส้นในการผ่าตัดหัวใจครั้งเดียว
ดูคำตอบ

สร้างทางเบี่ยงสามเส้นในการผ่าตัดหัวใจครั้งเดียว

It's

1:33

มันคือ

a miracle.

1:35

ปาฏิหาริย์

I see it,

1:35

ผมเห็นมันกับตา

and I I still don't believe it.

1:36

แต่ผมก็ยังไม่เชื่อเลย

I don't know how you could thank people,

1:38

ผมไม่รู้ว่าจะขอบคุณคนเหล่านั้นอย่างไร

that

1:40

คนที่

save your life.

1:42

ช่วยชีวิตคุณไว้

It was so wonderful to see him to

1:43

ดีใจเหลือเกินที่ได้เจอเขา

hug him and meet him for the first time.

1:45

ได้กอดเขา และได้พบกันเป็นครั้งแรก

During a 2016 high school volleyball game,

1:50

ระหว่างการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับมัธยมในปี 2016

one of the players suddenly collapsed.

1:53

ผู้เล่นคนหนึ่งล้มลงกะทันหัน

You can hear when she hit the hardwood floor.

1:55

คุณจะได้ยินเสียงตอนที่เธอกระแทกพื้นไม้

Teen was in full cardiac arrest, การใช้คำ

2:00

เด็กสาวอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นโดยสมบูรณ์

so a coach performed CPR. วลี

2:02

โค้ชคนหนึ่งจึงทำ CPR ให้

การใช้คำ

full cardiac arrest: เน้นว่าหัวใจหยุดเต้นโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่ภาวะหัวใจขาดเลือด

“Cardiac arrest” หมายถึงหัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายไม่มีการไหลเวียนเลือดที่เพียงพอและต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เช่น CPR ในประโยคข่าวนี้ “full” ใช้เน้นว่าวัยรุ่นอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้นอย่างสมบูรณ์ ภาวะหัวใจหยุดเต้นไม่เหมือนกับภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยภาวะหัวใจขาดเลือดมักเริ่มจากการที่เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจถูกปิดกั้น และบางครั้งอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ แต่ทั้งสองคำหมายถึงภาวะที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดแยกความแตกต่างระหว่าง cardiac arrest กับ heart attack ได้ถูกต้อง

  1. cardiac arrest คือการสูญเสียความสามารถในการสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน heart attack มักเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจถูกปิดกั้น
  2. cardiac arrest และ heart attack เป็นชื่อสองชื่อของภาวะเดียวกันทุกประการ
  3. heart attack หมายความว่าหัวใจหยุดทำงานโดยสมบูรณ์เสมอ
ดูคำตอบ

cardiac arrest คือการสูญเสียความสามารถในการสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน heart attack มักเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจถูกปิดกั้น

วลี

performed CPR: คำที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการทำ CPR

ในประโยคนี้ performed CPR หมายถึง ดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการกู้ชีพหัวใจและปอด perform เป็นคำกริยามาตรฐานที่ใช้บรรยายการกระทำนี้ในบริบททางการแพทย์ เหตุฉุกเฉิน หรือข่าว ไม่ได้หมายถึงการแสดงบนเวที เมื่ออยากรายงานว่ามีคนลงมือทำ CPR จริง ให้ใช้ perform + CPR เป็นคำที่ใช้คู่กัน การใช้คำนี้เน้นการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นหลังวัยรุ่นคนนั้นหัวใจหยุดเต้น

แบบฝึกหัด

วลีใดเป็นคำที่ใช้เป็นมาตรฐานและเหมาะกับรายงานเมื่อพูดถึงการกู้ชีพหัวใจและปอด

  1. performed CPR
  2. gave CPR
  3. did CPR
ดูคำตอบ

performed CPR

Then school administrator Julie Sermons rushed in with a defibrillator.

2:04

จากนั้น Julie Sermons ผู้บริหารโรงเรียนก็รีบเข้ามาพร้อมเครื่องกระตุกหัวใจ

Life started to come back,

2:08

สัญญาณชีพเริ่มกลับคืนมา

um,

2:10

เอ่อ

in her,

2:11

ในตัวเธอ

and it was

2:12

และมัน

it was wonderful to see.

2:13

เป็นภาพที่วิเศษมาก

I had pain down my left arm,

2:15

ฉันปวดร้าวลงไปตามแขนซ้าย

and my heart felt like it was working really hard,

2:18

และรู้สึกว่าหัวใจทำงานหนักมาก

but I just assumed I was out of shape. สำนวน

2:22

แต่ฉันคิดไปเองว่าแค่ร่างกายไม่ฟิต

สำนวน

out of shape: สภาพร่างกายไม่ฟิต ไม่ใช่รูปร่างเปลี่ยน

Out of shape เป็นสำนวนที่หมายถึงร่างกายไม่ฟิตหรือสภาพร่างกายไม่ดี มักเกิดจากการออกกำลังกายน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดตีความความรู้สึกเหนื่อยล้าของร่างกายว่าเกิดจากร่างกายไม่ฟิต ไม่ได้หมายถึงรูปร่างของร่างกายเปลี่ยนไป สำนวนนี้ใช้พูดถึงความอึด กำลัง หรือสภาพการฝึกซ้อมที่ไม่ดีได้ แต่โดยตัวมันเองไม่ได้หมายถึงน้ำหนักเกินหรือป่วยหนัก

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมในประโยคต่อไปนี้ได้ดีที่สุด โดยมีความหมายว่า “ร่างกายไม่ฟิต” After months without exercise, I got tired climbing the stairs because I was ___

  1. overweight
  2. out of shape
  3. in bad shape
ดูคำตอบ

out of shape

Desperately praying.

2:24

ได้แต่ภาวนาอย่างสุดหัวใจ

It was 4 and 1/2 minutes.

2:26

มันกินเวลาสี่นาทีครึ่ง

I mean,

2:27

คือว่า

it was a long time to watch them

2:28

มันนานมากที่ต้องมองดูพวกเขา

doing compressions,

2:29

กดหน้าอก

and definitely we thought we'd lost her. การใช้คำ

2:31

และตอนนั้นเราคิดจริง ๆ ว่าเสียเธอไปแล้ว

การใช้คำ

we'd lost her. — คำพูดอ้อมที่หมายถึงคิดว่าเธอเสียชีวิตแล้ว

ในบริบทฉุกเฉินนี้ lose someone เป็นคำพูดอ้อมที่นุ่มนวลเพื่อบอกว่าคนคนนั้นเสียชีวิต ดังนั้น we thought we'd lost her จึงหมายถึง “เราคิดว่าเธอเสียชีวิตแล้ว” ไม่ได้หมายความว่าทีมช่วยเหลือทำเธอหายหรือแค่ติดต่อเธอไม่ได้ we'd ในที่นี้ย่อมาจาก we had ส่วน past perfect ใช้บอกว่าการสูญเสียที่พวกเขาคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นนั้นเกิดก่อนช่วงเวลาในอดีตที่พวกเขาคิดเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “After the monitor went flat, we thought we'd lost him.” คำว่า “lost him” น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เราจำชื่อเขาไม่ได้
  2. เราคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว
  3. เรามองไม่เห็นเขาอยู่ครู่หนึ่ง
  4. เราย้ายเขาไปอีกห้องหนึ่ง
ดูคำตอบ

เราคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว

Feel good.

2:33

รู้สึกดี

Better than before.

2:34

ดีกว่าเมื่อก่อน

In 2019,

2:35

ในปี 2019

this friendly pickup hockey game suddenly turned when one of the players collapsed from a massive heart attack. การใช้คำ

2:38

การเล่นฮอกกี้นัดกระชับมิตรนี้พลิกผันกะทันหัน เมื่อผู้เล่นคนหนึ่งล้มลงเพราะหัวใจวายรุนแรง

การใช้คำ

pickup hockey game — เกมกีฬาที่ผู้เล่นนัดเล่นกันเองแบบไม่เป็นทางการ

pickup hockey game หมายถึงเกมฮอกกี้ที่ผู้เล่นนัดกันเล่นแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่การแข่งขันระดับอาชีพหรือเกมลีกที่มีตารางกำหนดไว้แล้ว ในที่นี้ pickup ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าเป็นเกมชั่วคราวและไม่เป็นทางการ ไม่มีโครงสร้างทีมอย่างเป็นทางการ ในภาษาอังกฤษด้านกีฬาแบบอเมริกาเหนือ pickup มักสื่อว่าผู้เล่นมารวมตัว แบ่งทีมกันเอง แล้วเล่นเพื่อความสนุก ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงรถกระบะหรือวลีคำกริยา pick up

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเกมฟุตบอลสบาย ๆ ที่ผู้คนจัดกันเองในสวนโดยไม่มีตารางลีก

  1. a league soccer game
  2. a pickup soccer game
  3. a tournament final
  4. a team scrimmage
ดูคำตอบ

a pickup soccer game

A player from the opposing team then took charge. วลี

2:47

จากนั้นผู้เล่นทีมตรงข้ามก็เข้าควบคุมสถานการณ์

วลี

took charge: เข้ามารับผิดชอบและควบคุมสถานการณ์

ใน “took charge” คำว่า took เป็นรูปอดีตของ take และ charge ในที่นี้หมายถึงการควบคุมหรือความรับผิดชอบ ผู้เล่นคนนั้นเข้ามารับช่วงสถานการณ์และเริ่มกำกับว่าควรทำอะไรต่อ ไม่ได้หมายถึงการเรียกเก็บเงิน ประจุไฟฟ้า หรือการกล่าวหาใคร take charge ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งรับผิดชอบและเป็นผู้นำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ให้ความช่วยเหลือ โครงสร้างนี้ยังใช้กับงาน ทีม หรือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ take charge ลงในประโยค: During the crisis, the senior nurse ____ and directed everyone.

ดูคำตอบ

took charge

He did not receive immediate attention,

2:49

ถ้าเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือทันที

he probably would not be with us right now.

2:52

ตอนนี้เขาก็คงไม่ได้อยู่กับเรา

As luck would have it, สำนวน

2:53

โชคดีเหลือเกินที่

he was an emergency room physician.

2:54

เขาเป็นแพทย์ห้องฉุกเฉิน

สำนวน

As luck would have it: ใช้เกริ่นถึงความบังเอิญที่โชคดี

As luck would have it เป็นวลีตายตัวที่ใช้ในการเล่าเรื่อง เพื่อเกริ่นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและกลายเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์หรือโชคดี ในประโยคนี้ ความบังเอิญสำคัญคือ คนคนนั้นบังเอิญเป็นแพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน วลีนี้ทำให้การเปิดเผยเรื่องดังกล่าวมีความรู้สึกเหมือนจังหวะในเรื่องเล่า แทนที่จะพูดเพียงว่า Luckily นอกจากนี้ยังใช้แบบประชดได้เมื่อผลลัพธ์กลับไม่สะดวกหรือไม่เป็นผลดี ดังนั้นผลลัพธ์โดยรอบจึงเป็นตัวกำหนดว่าโชคนั้นดีจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคเปิดข้อใดเหมาะที่สุดสำหรับการเกริ่นถึงเหตุบังเอิญที่โชคดีในเรื่องเล่า?

  1. By chance, the spare key was in the drawer.
  2. As luck would have it, the spare key was in the drawer.
  3. Luckily, the spare key was in the drawer.
ดูคำตอบ

As luck would have it, the spare key was in the drawer.

We administered that shock,

2:58

เราช็อกไฟฟ้าให้เขา

and administered a little bit more CPR for another minute and a half,

3:00

แล้วทำ CPR ต่ออีกเล็กน้อยประมาณหนึ่งนาทีครึ่ง

and then he started breathing on his own. วลี

3:04

จากนั้นเขาก็เริ่มหายใจได้เอง

วลี

on his own: ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีคนช่วย

ในที่นี้ on his own หมายถึง “โดยไม่ต้องให้คนอื่นหรือเครื่องจักรช่วยเหลือในสิ่งที่จำเป็น” วลีนี้บอกว่าหลังทำ CPR เขากลับมาหายใจเองได้โดยไม่ต้องมีตัวช่วย ไม่ได้หมายความเพียงว่าเขาอยู่คนเดียว โครงสร้างคือ on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own เช่น on my own, on your own, on her own มักใช้บอกว่าการกระทำหรือการทำงานของร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างเป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “โดยไม่ต้องมีคนช่วย”: After the breathing tube was removed, he began breathing ____.

ดูคำตอบ

on his own

The guys were skating the EMS guys out at full speed hanging on to their arms.

3:07

พวกผู้เล่นลากเจ้าหน้าที่ EMS ไปบนลานน้ำแข็งด้วยความเร็วเต็มที่ โดยจับแขนพวกเขาไว้

I was looking up at Dr. Bryant and

3:11

ผมเงยหน้ามอง Dr. Bryant และ

first responder EMS guy that was in the ambulance,

3:14

เจ้าหน้าที่ EMS หน่วยแรกที่อยู่ในรถพยาบาล

and I had my hockey gear on and two unmatching socks,

3:17

ตอนนั้นผมยังใส่ชุดฮอกกี้กับถุงเท้าสองข้างที่ไม่เข้าคู่กัน

so I didn't know I was going to be going for an ambulance right that day.

3:20

ผมไม่คิดเลยว่าวันนั้นจะต้องขึ้นรถพยาบาล

The chances of having a cardiac arrest,

3:23

โอกาสที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นก็น้อยอยู่แล้ว

but having it 10 yards away from an emergency room doctor in an ice rink that's equipped with a defibrillator, วลี

3:26

แต่กลับเกิดห่างจากแพทย์ห้องฉุกเฉินแค่ 10 หลา ในลานสเกตที่มีเครื่องกระตุกหัวใจ

I'm just I'm a blessed man,

3:32

ผมเป็นคนที่ได้รับพรจริง ๆ

and I'm very,

3:33

และผมโชคดี

very lucky.

3:34

โชคดีมากจริง ๆ

วลี

equipped with a defibrillator: มีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าประจำไว้

ใน equipped with a defibrillator คำว่า equipped with หมายถึง “มีหรือได้รับการจัดเตรียมเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของทรัพยากรประจำสถานที่” วลีนี้บอกว่าลานสเก็ตน้ำแข็งมีอุปกรณ์อะไร ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ใช้อุปกรณ์นั้น ใช้ be equipped with + คำนาม เพื่อระบุอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือคุณสมบัติที่มีไว้สำหรับจุดประสงค์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ equipped ในรูปที่ถูกต้องพร้อมคำบุพบทที่จำเป็น: The rescue boat is ____ emergency radios.

ดูคำตอบ

equipped with

In 2022,

3:38

ในปี 2022

a referee wobbled and collapsed during a basketball game in upstate New York.

3:39

กรรมการคนหนึ่งเดินโซเซแล้วล้มลงระหว่างการแข่งขันบาสเกตบอลทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก

A player ran to the ref's side and performed chest compressions.

3:43

ผู้เล่นคนหนึ่งวิ่งไปข้างกรรมการแล้วเริ่มกดหน้าอก

I run towards the emergency, ลำดับความ

3:47

ผมวิ่งเข้าหาเหตุฉุกเฉิน

I don't run away from him.

3:48

ไม่ได้วิ่งหนีจากมัน

ลำดับความ

run towards ... run away from: สร้างความเปรียบต่างด้วยทิศทางตรงข้าม

ผู้พูดสร้างความเปรียบต่างที่ชัดเจนด้วยโครงสร้างคู่ขนาน: run towards + อันตรายหรือปัญหา หมายถึงเคลื่อนที่เข้าไปหาเพื่อเผชิญหน้าหรือจัดการกับมัน ส่วน run away from + คนหรือสิ่งของ หมายถึงหนีหรือหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น การซ้ำ I run ... I don't run ... ทำให้ท่าทีของผู้พูดชัดเจนและมีน้ำหนัก ในฉากนี้ วลีแรกนำเสนอเหตุฉุกเฉินว่าเป็นสิ่งที่ต้องเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น ส่วน him ในวลีที่สองหมายถึงบุคคล ไม่ได้หมายถึง emergency รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือการใช้กริยาการเคลื่อนไหวซ้ำกับวลีบอกทิศทางที่ตรงข้ามกัน เพื่อสร้างความเปรียบต่างที่หนักแน่น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดเป็นคนก่อเหตุฉุกเฉินแล้วจึงวิ่งหนี
  2. ผู้พูดรอให้เหตุฉุกเฉินหายไป
  3. ผู้พูดเผชิญหน้ากับเหตุฉุกเฉินแทนที่จะวิ่งหนีจากมัน
ดูคำตอบ

ผู้พูดเผชิญหน้ากับเหตุฉุกเฉินแทนที่จะวิ่งหนีจากมัน

25-year-old Miles Copeland was a firefighter with the Toledo,

3:50

Miles Copeland วัย 25 ปี เป็นนักดับเพลิงของหน่วยดับเพลิงเมือง Toledo

Ohio Fire Department.

3:53

ในรัฐ Ohio

I just don't happen to feel a pulse. ไวยากรณ์

3:55

ผมคลำชีพจรไม่เจอเลย

ไวยากรณ์

happen to + คำกริยาใน I just don't happen to feel a pulse

ในโครงสร้าง happen to + คำกริยารูปพื้นฐาน happen to ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นคนทำให้การกระทำนั้นเกิดขึ้น หรือหมายความว่าอยากทำสิ่งนั้น โครงสร้างนี้นำเสนอการกระทำว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเป็นเพียงเรื่องประกอบ และมักทำให้คำพูดไม่ฟันธงเกินไป ในที่นี้ I just don't happen to feel a pulse หมายถึง ตอนนี้ผู้พูดตรวจไม่พบชีพจร วลี feel a pulse หมายถึงการกระทำทางการแพทย์ทั้งหมด ส่วน happen to ทำให้การรายงานฟังนุ่มนวลขึ้นโดยไม่เปลี่ยนความหมายของ feel

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ happen to เพื่อบอกข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องประกอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

  1. I don't happen to know the answer, but I can check.
  2. I can feel the pulse clearly with two fingers.
  3. I want to know the answer before I choose.
ดูคำตอบ

I don't happen to know the answer, but I can check.

I don't he's not breathing.

3:57

แล้วเขาก็ไม่หายใจ

In the stands was the ref's fiancee Donna.

3:59

Donna คู่หมั้นของกรรมการนั่งอยู่บนอัฒจันทร์

I mean,

4:02

คือว่า

he he was gone.

4:02

เขา... เขาไม่อยู่แล้ว

I mean,

4:03

คือว่า

that's the fear.

4:03

นั่นคือสิ่งที่ฉันกลัว

So,

4:04

ดังนั้น

my only hope was that they could bring him back. กริยาวลี

4:04

ความหวังเดียวของฉันคือให้พวกเขาช่วยพาเขากลับมาได้

กริยาวลี

bring him back. — ทำให้คนกลับมามีชีวิตหรือได้สติ

ในบริบทของการช่วยชีวิตหรือการแพทย์ bring him back หมายถึงทำให้เขากลับมามีชีวิตหรือได้สติอีกครั้ง back ในที่นี้หมายถึงการกลับไปสู่สภาวะที่ยังมีชีวิตหรือมีสติก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายถึงการพาเขากลับไปยังสถานที่หนึ่ง โครงสร้างคือ bring + กรรม + back: bring him back ประโยคนี้พูดถึงผลลัพธ์ที่หวังว่าจะเกิดจากการช่วยชีวิต จึงมีความหมายว่า “ทำให้ฟื้น” หรือ “ทำให้กลับมารู้สึกตัว”

แบบฝึกหัด

ในเรื่องราวการช่วยชีวิต ผู้ป่วยไม่มีสัญญาณชีพ ในบริบทนี้ bring him back หมายถึงอะไร

  1. พาเขาไปยังสถานที่ที่เขาเคยไป
  2. คืนสิ่งของของเขาให้เขา
  3. ทำให้เขากลับมามีชีวิตหรือได้สติ
ดูคำตอบ

ทำให้เขากลับมามีชีวิตหรือได้สติ

For 30 minutes,

4:07

เป็นเวลา 30 นาที

Copeland worked to get 61-year-old John Sculley's heart going again. ไวยากรณ์

4:07

Copeland พยายามทำให้หัวใจของ John Sculley วัย 61 ปีกลับมาเต้นอีกครั้ง

ไวยากรณ์

get 61-year-old John Sculley's heart going again. — get + กรรม + -ing

ในวลี get 61-year-old John Sculley's heart going again โครงสร้าง get + กรรม + -ing หมายถึงทำให้สิ่งที่เป็นกรรมเริ่มทำงานหรือกลับมาทำงานอีกครั้ง ในที่นี้กรรมคือหัวใจของ John Sculley และ going หมายถึง “ทำงาน” หรือ “เต้น” ไม่ใช่การเดินทางไปที่อื่น Again แสดงว่ากลับคืนสู่สภาวะที่ทำงานได้เหมือนเดิม โครงสร้างทั้งหมดทำให้เห็นว่าความพยายามของ Copeland เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + object + -ing ในความหมายว่า “ทำให้บางสิ่งกลับมาทำงานอีกครั้ง”

  1. The technician got the printer back to the office.
  2. The technician got the printer running again.
  3. The technician got the printer to the office again.
ดูคำตอบ

The technician got the printer running again.

It was an eternity. สำนวน

4:11

มันยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์

สำนวน

an eternity: การรอที่รู้สึกยาวนานเหลือเกิน

ในที่นี้ an eternity เป็นการจงใจพูดเกินจริง หมายความว่าการรอนั้นให้ความรู้สึกยาวนานมากและทรมาน ไม่ได้หมายความว่ากินเวลาชั่วนิรันดร์จริง ๆ คำบอกเวลาที่สุดโต่งสามารถบรรยายประสบการณ์ตามความรู้สึกของคนคนหนึ่งแทนระยะเวลาที่วัดได้ ในการเล่าเรื่องและบทสนทนา an eternity มักสื่อถึงความกังวล ความเบื่อ หรือความทรมานจากการรอ

แบบฝึกหัด

ใน “The test results took only twenty minutes, but it felt like an eternity,” คำว่า “an eternity” หมายความว่าอย่างไร

  1. การรอนั้นดำเนินไปชั่วนิรันดร์จริง ๆ
  2. การรอให้ความรู้สึกยาวนานมาก
  3. ระยะเวลารอที่แน่นอนคือหนึ่งปี
ดูคำตอบ

การรอให้ความรู้สึกยาวนานมาก

And watching your loved one's chest get pumped like that,

4:12

การมองดูหน้าอกของคนที่คุณรักถูกกดอยู่แบบนั้น

it's terrorizing.

4:15

มันน่ากลัวจับใจ

And they finally came out and said,

4:17

ในที่สุดพวกเขาก็ออกมาแล้วบอกว่า

he's back. การใช้คำ

4:19

“เขากลับมาแล้ว”

You know,

4:19

รู้ไหม

he's talking,

4:20

เขาพูดได้

he's alert.

4:21

เขารู้สึกตัวดี

การใช้คำ

he's back: กลับมาตอบสนองได้ ไม่ใช่กลับมายังสถานที่หนึ่ง

ในที่นี้ he's back หมายความว่าเขาได้สติและกลับมาตอบสนองได้อีกครั้ง รายละเอียดต่อมาคือ he's talking และ he's alert ทำให้ back มีความหมายเกี่ยวกับการฟื้นตัวในบริบทนี้ Be back มักหมายถึง “กลับมาแล้ว” แต่สิ่งที่กลับมาคืออะไรขึ้นอยู่กับบริบท อาจเป็นการปรากฏตัว ความสนใจ ภาวะปกติ หรือความสามารถในการตอบสนองของบุคคล จึงไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่เสมอไป

แบบฝึกหัด

แพทย์พูดว่า “He's talking, he's alert—he's back.” คำว่า “he's back” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขากลับมาตอบสนองได้อีกครั้ง
  2. เขากลับเข้าไปในอาคารแล้ว
  3. หลังของเขาได้รับบาดเจ็บ
ดูคำตอบ

เขากลับมาตอบสนองได้อีกครั้ง

He was kind of jokingly saying that he was going to go just back in and wreck the rest of the game.

4:21

เขาพูดติดตลกว่า จะกลับเข้าไปทำให้เกมที่เหลือพังเสียเลย

A young man who never saw the team

4:27

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นทีมนี้มาก่อน

was just skating by

4:31

แค่บังเอิญเล่นสเกตผ่านไป

stepped in กริยาวลี

4:34

ได้เข้ามาช่วย

and saved our lives.

4:35

และช่วยชีวิตพวกเราไว้

กริยาวลี

step in: เข้าแทรกแซงเมื่อจำเป็นต้องช่วยเหลือ

ในประโยคนี้ stepped in หมายถึง “เข้าแทรกแซงและลงมือเมื่อจำเป็นต้องมีคนช่วย” เป็นรูปอดีตของกริยาวลี step in ไม่ได้หมายถึงเพียงการก้าวเท้าจริง ๆ วลีนี้มักสื่อว่ามีคนเข้าไปในสถานการณ์ที่ยากหรือเร่งด่วนเพื่อช่วย หยุดปัญหา หรือรับหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ step in: When the referee fell, another official ____ and stopped the game.

ดูคำตอบ

stepped in

Myles,

4:37

Myles

my heart literally goes out to you สำนวน

4:39

ผมขอบคุณคุณจากใจจริง

for saving my life.

4:42

ที่ช่วยชีวิตผมไว้

สำนวน

my heart literally goes out to you: สำนวนและการเล่นคำเกี่ยวกับหัวใจ

My heart goes out to you เป็นสำนวนตายตัวที่ปกติใช้แสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้งต่อผู้ที่กำลังทุกข์ ไม่ได้หมายความตามปกติว่าหัวใจเคลื่อนไปที่ใดจริง ๆ ในที่นี้ for saving my life ทำให้ประโยคมุ่งไปที่ความขอบคุณ ส่วน literally จงใจชวนให้นึกถึงเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจที่ผู้พูดประสบจริง ความขัดกันระหว่างความหมายเชิงสำนวนกับบริบทเรื่องหัวใจทำให้เกิดการเล่นคำที่ทั้งจริงใจและขบขัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “My heart literally goes out to you for saving my life,” อะไรทำให้ถ้อยคำนี้ดูขบขัน

  1. บอกว่าหัวใจของผู้พูดออกจากร่างกายจริง ๆ
  2. ใช้สำนวนแสดงความเห็นอกเห็นใจเป็นคำขอบคุณจากใจ และพาดพิงถึงเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจที่เกิดขึ้นจริง
  3. ขอให้ผู้ฟังมอบความช่วยเหลือทางการแพทย์ในภายหลังอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ใช้สำนวนแสดงความเห็นอกเห็นใจเป็นคำขอบคุณจากใจ และพาดพิงถึงเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจที่เกิดขึ้นจริง

You are my hero.

4:44

คุณคือฮีโร่ของผม

It really makes me feel feel really good.

4:46

มันทำให้ผมรู้สึกดีมากจริง ๆ

I love him.

4:49

ฉันรักเขา

You know,

4:49

รู้ไหม

I'm his biggest fan he's ever going to have in this world.

4:49

ฉันจะเป็นแฟนตัวยงที่สุดที่เขาจะมีในโลกนี้

Did you feel like you stood up?

4:55

คุณรู้สึกเหมือนตัวเองลุกขึ้นยืนไหม

Yes,

4:57

ใช่

sit down.

4:57

นั่งลง

In March of 2025,

4:58

ในเดือนมีนาคม 2025

53-year-old Jeff Goss and his wife Michelle were headed to an Arizona Cardinals football game when their living room surveillance camera caught his medical emergency. วลี

5:00

Jeff Goss วัย 53 ปี กับ Michelle ภรรยาของเขากำลังจะไปชมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลของ Arizona Cardinals ตอนที่กล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นบันทึกเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ของเขาไว้ได้

วลี

were headed to ... การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลของ Arizona Cardinals

ในประโยคนี้ were headed to เป็นรูปอดีตของ be headed to วลีนี้ชี้ไปยังจุดหมาย จึงหมายความว่าพวกเขากำลังเดินทางไปยังการแข่งขัน หรือออกเดินทางไปที่นั่นแล้ว วลีนี้เน้นจุดหมายและวางการเดินทางไว้เป็นฉากก่อนเกิดเหตุการณ์ที่มาขัดจังหวะการเดินทาง คำว่า headed ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เป็นผู้นำ” และไม่เกี่ยวกับการใช้ศีรษะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคู่สามีภรรยากำลังเดินทางไปชมการแข่งขันเมื่อการเดินทางถูกขัดจังหวะ

  1. The couple were watching the game when their car broke down.
  2. The couple were worried about the game after their car broke down.
  3. The couple were headed to the game when their car broke down.
ดูคำตอบ

The couple were headed to the game when their car broke down.

Jeff came out saying he was nauseous,

5:09

Jeff เดินออกมาบอกว่ารู้สึกคลื่นไส้

he was dry heaving, การใช้คำ

5:12

เขาพยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา

he was like coughing violently,

5:14

เขาไออย่างรุนแรง

การใช้คำ

dry heaving ... การขย้อนโดยไม่มีอะไรออกมา

Dry heaving หมายถึงการขย้อนซ้ำ ๆ หรือพยายามอาเจียน แต่ไม่มีสิ่งที่อยู่ในกระเพาะออกมา คำว่า dry บอกว่าไม่มีอะไรถูกขับออกมา ไม่ได้หมายความว่าปากหรืออากาศแห้ง ในรายงานนี้ dry heaving ใช้เรียกอาการทางร่างกายที่เจฟฟ์แสดงออกหรือบรรยาย อาการนี้เฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่ารู้สึกคลื่นไส้ และไม่ได้หมายความว่าเขากำลังไอ

แบบฝึกหัด

คำใดหมายถึงการพยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา

  1. gagging
  2. dry heaving
  3. vomiting
ดูคำตอบ

dry heaving

and I kept saying, ไวยากรณ์

5:17

และฉันก็ถามซ้ำ ๆ ว่า

what's wrong?

5:17

“เป็นอะไรไป”

ไวยากรณ์

kept saying, ...: การพูดซ้ำด้วย keep + -ing

ใน kept saying คำว่า kept ตามด้วยรูปกริยา -ing คือ saying โครงสร้างนี้แสดงว่าการพูดดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำหลายครั้งในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดถามซ้ำ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ Jeff มีอาการผิดปกติหลายอย่าง ที่นี่ keep ไม่ได้หมายถึง “เก็บ” คำพูดไว้ แต่ keep + -ing เน้นว่าการกระทำนั้นไม่หยุดหรือเกิดซ้ำ จึงใช้ทำความเข้าใจการเล่าเหตุการณ์ที่มีการกระทำต่อเนื่องหรือซ้ำ ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดสื่อได้ดีที่สุดว่าคนคนหนึ่งพูดคำเดิมซ้ำหลายครั้ง

  1. said — รายงานว่าพูดโดยไม่เน้นการพูดซ้ำ
  2. was saying — บรรยายว่ากำลังพูดอยู่
  3. kept saying — พูดต่อเนื่องหรือพูดซ้ำ
ดูคำตอบ

kept saying — พูดต่อเนื่องหรือพูดซ้ำ

And then he kind of swayed,

5:18

จากนั้นเขาก็เซไปเซมา

and I put him on the couch.

5:20

ฉันเลยพาเขาไปนอนบนโซฟา

I thought it really wasn't that bad,

5:21

ผมคิดว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น

and I kept telling her,

5:23

และผมก็บอกเธอซ้ำ ๆ ว่า

don't call,

5:25

“อย่าโทรนะ

that I was fine.

5:25

ผมไม่เป็นไร”

Did your chest hurt?

5:27

คุณเจ็บหน้าอกไหม

Once he said his chest hurt,

5:28

พอเขาบอกว่าเจ็บหน้าอก

I was like, น้ำเสียง/เจตนา

5:29

ฉันก็แบบว่า

oh,

5:29

“โอ้

okay,

5:30

โอเค

wait,

5:30

เดี๋ยวนะ

this this might be a heart attack.

5:31

นี่อาจเป็นอาการหัวใจวาย”

น้ำเสียง/เจตนา

I was like, oh, okay, wait, ...: กรอบภาษาพูดสำหรับบอกปฏิกิริยา

ใน I was like, oh, okay, wait, คำว่า I was like เป็นกรอบการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ ใช้เกริ่นปฏิกิริยาทันทีของผู้พูด คำที่ตามมาอาจเป็นการเลียนแบบสิ่งที่ผู้พูดพูด คิด หรือรู้สึกในตอนนั้น คำอุทานอย่าง oh และ wait ช่วยให้ผู้ฟังรับรู้ถึงการเปลี่ยนความคิดอย่างฉับพลัน ที่นี่ like ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” กรอบนี้ช่วยให้ผู้เล่าเหตุการณ์ย้อนเล่าปฏิกิริยา แทนที่จะให้คำพูดอ้างอิงแบบเป็นทางการและตรงทุกคำ ในประโยคนี้ ปฏิกิริยาดังกล่าวนำไปสู่การตระหนักว่าอาการนั้นอาจเป็นหัวใจวาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในรายงานทางการ I was like เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเกริ่นคำพูดอ้างอิงแบบตรงทุกคำ

  1. จริง
  2. ไม่จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

Oh,

5:33

โอ้

yeah,

5:34

ใช่

he's

5:34

เขา

having a heart attack.

5:35

กำลังมีอาการหัวใจวาย

She was right.

5:36

เธอคิดถูก

Jeff was in the middle of a massive heart attack called a widow maker. วัฒนธรรม

5:37

Jeff กำลังเผชิญภาวะหัวใจวายรุนแรงที่เรียกว่า “widow maker”

วัฒนธรรม

a widow maker: ชื่อไม่เป็นทางการของภาวะฉุกเฉินทางหัวใจที่อันตรายถึงชีวิต

ในประโยคนี้ a widow maker เป็นชื่อไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจวายที่อันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการอุดตันอย่างรุนแรงของหลอดเลือดหัวใจเส้นสำคัญ ชื่อที่ฟังรุนแรงนี้เน้นว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน สำนวนนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าเป็นคนที่ทำให้ผู้อื่นกลายเป็นหญิงม่าย และไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ widow maker หมายถึงอะไร

  1. ชื่อทางการของการผ่าตัดหัวใจ
  2. ชื่อไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจวายที่อันตรายอย่างยิ่ง
  3. อาการเจ็บหน้าอกเล็กน้อยที่หายไปอย่างรวดเร็ว
  4. คนที่มีอาชีพช่วยเหลือหญิงม่าย
ดูคำตอบ

ชื่อไม่เป็นทางการของภาวะหัวใจวายที่อันตรายอย่างยิ่ง

It's kind of mild at first,

5:40

ตอนแรกอาการยังค่อนข้างเบา

but then it it gradually just got worse and worse. ไวยากรณ์

5:41

แต่จากนั้นก็ค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

worse and worse: แย่ลงเรื่อย ๆ

รูปแบบขั้นกว่า + and + ขั้นกว่า แสดงว่าลักษณะบางอย่างเปลี่ยนไปในทิศทางเดิมอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป worse เป็นรูปขั้นกว่าแบบไม่ปกติของ bad ดังนั้น worse and worse จึงหมายถึงแย่ลงเรื่อย ๆ หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในที่นี้ รูปแบบดังกล่าวอธิบายว่าอาการไม่ได้รุนแรงขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น การใช้คำขั้นกว่าซ้ำกันสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยไม่มีความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบขั้นกว่า + and + ขั้นกว่า: After the storm began, the road conditions got ____.

ดูคำตอบ

worse and worse

59 minutes after Michelle called 911,

5:46

59 นาทีหลังจาก Michelle โทรแจ้ง 911

Jeff was in surgery to unblock his artery with a stent. วัฒนธรรม

5:49

Jeff ก็เข้ารับการผ่าตัดใส่สเตนต์เพื่อเปิดหลอดเลือดแดงที่อุดตัน

วัฒนธรรม

เปิดหลอดเลือดแดงที่อุดตันด้วยขดลวดค้ำยัน

ในที่นี้ unblock his artery หมายถึงทำให้เลือดไหลผ่านหลอดเลือดแดงที่อุดตันหรือตีบมากได้อีกครั้ง stent คือท่อตาข่ายขนาดเล็กที่ใส่ไว้ภายในหลอดเลือดแดง เพื่อช่วยเปิดหลอดเลือดและค้ำให้เปิดอยู่ วลี with a stent ระบุอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษา ไม่ได้หมายความว่ามีการนำหลอดเลือดแดงออกหรือเปลี่ยนหลอดเลือดใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ with a stent อธิบายอะไร?

  1. ใช้ขดลวดค้ำยันเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น
  2. นำหลอดเลือดแดงออกแล้วเปลี่ยนเป็นหลอดเลือดเทียม
  3. เปิดหลอดเลือดแดงโดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่ไว้ภายใน
ดูคำตอบ

เปิดหลอดเลือดแดงโดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่ไว้ภายใน

Anne Murano has more. ลำดับความ

5:52

Anne Murano มีรายละเอียดเพิ่มเติม

ลำดับความ

has more ในฐานะวลีส่งต่อข่าวทางทีวี

ในข่าวโทรทัศน์ Anne Murano has more เป็นวลีที่ใช้ส่งต่อรายงานไปยังผู้สื่อข่าวอีกคน หมายความว่าแอนน์ มูราโนจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือรายงานข่าวต่อจากนี้ คำนามหลัง more ถูกละไว้ เพราะบริบทข่าวทำให้เข้าใจได้ว่าหมายถึง more information, more details หรือ more reporting วลีนี้ยังบอกด้วยว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนคนและรายงานกำลังเข้าสู่ส่วนถัดไป

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์พูดว่า Anne Murano has more ควรตีความอย่างไร?

  1. แอนน์ มูราโนมีสิ่งของมากกว่าคนอื่น
  2. แอนน์ มูราโนรายงานเสร็จแล้วและจะไม่พูดต่อ
  3. แอนน์ มูราโนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวนี้
ดูคำตอบ

แอนน์ มูราโนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวนี้

Michelle says she posted the video because she wants everyone to know that in real life, วลี

5:54

Michelle บอกว่าเธอโพสต์วิดีโอนี้ เพราะอยากให้ทุกคนรู้ว่าในชีวิตจริง

heart attacks don't always look like they do in TV shows ไวยากรณ์

5:59

อาการหัวใจวายไม่ได้ดูเหมือนในรายการทีวีเสมอไป

and in movies.

6:03

หรือในภาพยนตร์

วลี

in real life: การเปรียบเทียบความจริงกับภาพที่นำเสนอ

“In real life” หมายถึงในโลกแห่งความจริง ซึ่งตรงข้ามกับเรื่องแต่ง สื่อที่ผ่านการตัดต่อ หรือภาพเหตุการณ์ที่จินตนาการขึ้น ในประโยคนี้วลีดังกล่าวชี้ว่าอาการหัวใจวายในความเป็นจริงอาจดูแตกต่างจากที่นำเสนอในโทรทัศน์และภาพยนตร์ ใช้วลีนี้เพื่อวางกรอบในการแก้ความเข้าใจผิดได้ โดยเริ่มจากทำให้นึกถึงภาพหรือความคาดหวังที่คุ้นเคย แล้วจึงเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปรียบเทียบเกมกับโลกจริง: “The jump looks easy in the game, but _____, it takes years of training.”

  1. in real life
  2. for life
  3. in my life
ดูคำตอบ

in real life

ไวยากรณ์

don't always look like they do: การปฏิเสธแบบไม่ทั้งหมดและการใช้กริยาแทน

“Don’t always” เป็นการปฏิเสธแบบไม่ทั้งหมด หมายถึง “ไม่ใช่ทุกกรณี” ไม่ได้หมายถึง “ไม่เคย” ประโยคนี้เปิดโอกาสให้เข้าใจว่าอาการหัวใจวายจริงบางกรณีอาจคล้ายกับที่สื่อนำเสนอ แต่อีกหลายกรณีอาจไม่คล้าย ใน “look like they do” คำว่า “do” ใช้แทนกริยา “look” ที่จะซ้ำกัน หากเขียนเต็มจะเป็น “look like they look in TV shows and movies” แต่ภาษาอังกฤษมักใช้ “do” ตรงนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “บางครั้งดูแตกต่างกัน” โดยใช้ do แทนกริยา look ที่จะซ้ำกัน: “Real kitchens ____ in cooking shows.”

ดูคำตอบ

don't always look like they do

She actually had just watched an episode of Dexter Original Sin.

6:04

ที่จริง เธอเพิ่งดู Dexter: Original Sin ตอนหนึ่งมา

Well,

6:11

ปรากฏว่า

Dexter's father suffered a heart attack.

6:11

พ่อของ Dexter เกิดอาการหัวใจวาย

A lot of times when people are having heart attacks in real life,

6:13

หลายครั้งที่คนเรามีอาการหัวใจวายในชีวิตจริง

it's really nothing like what we see on TV.

6:17

มันไม่เหมือนที่เราเห็นในทีวีเลย

It may just be some shortness of breath, โน้ต

6:19

อาจมีแค่หายใจไม่อิ่มเล็กน้อย

some indigestion,

6:21

อาหารไม่ย่อย

sweatiness,

6:22

เหงื่อออก

nausea,

6:23

คลื่นไส้

and these can be the predominant signs.

6:23

และอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณหลัก

ไวยากรณ์

It may just be: คำอธิบายที่ระมัดระวังและมีขอบเขตจำกัด

may แสดงว่าคำอธิบายนี้เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ผู้พูดกำลังบอกว่าสัญญาณหลักอาจปรากฏในรูปแบบที่ระบุไว้หลัง be just ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” โดยเน้นว่าโรคอาจแสดงออกผ่านอาการที่ดูธรรมดาหรือมีอยู่อย่างจำกัด ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” และไม่ได้ทำให้อาการเหล่านั้นไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ใช้เสนอคำอธิบายอย่างระมัดระวังและมีขอบเขตจำกัด: The noise ____ the wind.

ดูคำตอบ

may just be

การใช้คำ

shortness of breath: คำตายตัวสำหรับอาการหายใจลำบาก

Shortness of breath เป็นนามวลีตายตัวที่หมายถึงความรู้สึกหรือสัญญาณว่าหายใจลำบาก ไม่สบาย หรือได้รับอากาศไม่เพียงพอ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุสัญญาณหนึ่งที่อาจเป็นอาการหลัก Shortness ไม่ได้หมายถึงความยาวทางกายภาพของลมหายใจที่สั้นลง ควรเรียนรู้ทั้งวลีในฐานะคำมาตรฐานสำหรับอธิบายอาการทางการหายใจ

แบบฝึกหัด

เติมวลีทางการแพทย์สามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการหายใจลำบาก: She developed sudden ____ while resting.

ดูคำตอบ

shortness of breath

On a personal note, ลำดับความ

6:25

สำหรับเรื่องส่วนตัว

ลำดับความ

On a personal note: การเปลี่ยนเข้าสู่ประสบการณ์ส่วนตัว

On a personal note เป็นตัวบอกลำดับการพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อมูลทั่วไป ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลสาธารณะ ไปสู่ประสบการณ์ ความรู้สึก หรือความเกี่ยวข้องส่วนตัว ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าสิ่งต่อไปคือข้อมูลเสริมจากตัวผู้พูด ไม่ใช่การรายงานข้อมูลทั่วไปต่อไป คำว่า note ในที่นี้หมายถึงคำพูดหรือข้อมูลเสริมสั้น ๆ ไม่ใช่โน้ตที่เขียนไว้ วลีนี้ทำหน้าที่จัดการเปลี่ยนประเด็น แต่ไม่ได้บอกเองว่าข้อมูลส่วนตัวต่อไปจะเป็นเรื่องน่ายินดี เศร้า หรือจริงจัง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเชื่อมภาษาอังกฤษสี่คำที่ใช้เปลี่ยนจากหัวข้อทั่วไปไปสู่ประสบการณ์ส่วนตัว: We have reviewed the national figures. ____, this issue has affected my family too.

ดูคำตอบ

On a personal note

sharing everything.

6:26

ขอเล่าทุกอย่างเลยแล้วกัน

Um,

6:27

เอ่อ

my father had a heart attack at 49,

6:28

พ่อของฉันหัวใจวายตอนอายุ 49 ปี

massive.

6:31

รุนแรงมาก

If he wasn't with someone,

6:31

ถ้าตอนนั้นไม่มีใครอยู่กับเขา

he wouldn't be here.

6:33

วันนี้เขาคงไม่อยู่ตรงนี้

What would have happened if she wasn't there?

6:34

ถ้า Michelle ไม่อยู่ตรงนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

It would not have been good. น้ำเสียง/เจตนา

6:36

ผลคงไม่ดีแน่

น้ำเสียง/เจตนา

It would not have been good ในฐานะการพูดลดระดับอย่างสำรวม

ในบริบทนี้ It would not have been good เป็นการพูดลดระดับความรุนแรง คำตามตัวอักษรเป็นเพียงการปฏิเสธแบบเบา ๆ แต่ผู้พูดกำลังสื่อว่าผลลัพธ์ที่สมมุติขึ้นอาจร้ายแรงอย่างยิ่ง ผู้พูดหลีกเลี่ยงการเอ่ยถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดโดยตรง รูป would not have been มองย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ถ้อยคำที่เบาได้รับน้ำหนักที่แรงขึ้นจากอันตรายซึ่งบริบทได้ทำให้ชัดเจนแล้ว ดังนั้น not good จึงไม่ได้สื่อความรุนแรงเช่นนี้เสมอไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทของเหตุฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต It would not have been good น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผลลัพธ์คงสร้างความไม่สะดวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  2. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรือไม่
  3. ผลลัพธ์อาจร้ายแรงมาก แต่ผู้พูดใช้ถ้อยคำที่เบา
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์อาจร้ายแรงมาก แต่ผู้พูดใช้ถ้อยคำที่เบา

The doctor told us if it had been 10 more minutes that ไวยากรณ์

6:37

หมอบอกเราว่า ถ้าช้ากว่านั้นอีก 10 นาที

that he wouldn't be here,

6:43

เขาคงไม่อยู่ตรงนี้แล้ว

ไวยากรณ์

ถ้าช้ากว่านี้อีก 10 นาที... ตอนนี้เขาคงไม่ได้อยู่ตรงนี้

อนุประโยค if ใช้ past perfect คือ had been เพื่อสมมติเหตุการณ์ล่าช้าในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ การรักษาไม่ได้ช้าลงไปอีกสิบนาที อนุประโยคผลใช้ would not + กริยารูปพื้นฐาน คือ wouldn't be เพื่อบอกผลที่เป็นจริงอยู่ในตอนนี้ นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบผสม: หากเหตุการณ์ในอดีตต่างออกไป สภาพของบุคคลนั้นในปัจจุบันก็จะเปลี่ยนไปด้วย ในบริบทที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย be here เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่า ยังมีชีวิตอยู่ หรือ ยังอยู่กับเรา ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อยู่ในสถานที่นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงความล่าช้าในอดีตที่ตรงข้ามกับความจริงและผลที่เป็นจริงอยู่ในตอนนี้ได้ถูกต้อง

  1. If the rescue team would have arrived ten minutes later, he wouldn't be alive today.
  2. If the rescue team had arrived ten minutes later, he wouldn't be alive today.
  3. If the rescue team had arrived ten minutes later, he wouldn't have survived that night.
ดูคำตอบ

If the rescue team had arrived ten minutes later, he wouldn't be alive today.

so.

6:44

เพราะฉะนั้น...

For Inside Edition Digital,

6:45

สำหรับ Inside Edition Digital

I'm Andrea Swindle.

6:46

ดิฉัน Andrea Swindle