พยานการเสียชีวิตของ Steve Irwin - Smarter Every Day 116: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
คำอธิบายวิดีโอ: Destin สัมภาษณ์ Jamie Seymour นักพิษวิทยาทางทะเลเรื่องอุบัติเหตุร้ายแรงของ Steve Irwin ภาพลักษณ์สาธารณะที่ช่วยงานอนุรักษ์ และผลของความสูญเสียต่องานกับสัตว์อันตรายของ Seymour ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a fire in his bones. - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาถึงแรงผลักดันภายในที่ทำให้คนอยากแบ่งปันความรู้ 2. if I do do this, - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: do แรกใช้เน้น ส่วน do ที่สองหมายถึงการกระทำ การซ้ำจึงตั้งใจ 3. taking precautions - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้คำจับคู่ด้านการจัดการความเสี่ยง และแยกการเตรียมตัวอย่างรอบคอบจากความประมาท
คำอธิบายในบทเรียนนี้
So, I think we will all agree that Steve Irwin was one of the best science communicators that has ever existed. ไวยากรณ์
0:02ผมว่าพวกเราคงเห็นตรงกันนะว่า สตีฟ เออร์วิน เป็นหนึ่งในนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดที่เคยมีมาเลย
โครงสร้าง one of the best ... that has ever existed
โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ บอกว่าสตีฟ เออร์วินอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีระดับสูงสุด ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนที่ดีที่สุดเพียงคนเดียว ever ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้ครอบคลุมทุกยุคสมัย ในที่นี้ อนุประโยคสัมพัทธ์ขยายกลุ่มพหูพจน์ science communicators เมื่อต้องการสื่อความหมายนี้ ภาษาอังกฤษเขียนที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบมักใช้ that have ever existed ส่วน that has ในคำบรรยายเป็นรูปที่เกิดจากการพูดสด และไม่ใช่แบบแผนความสอดคล้องที่ควรนำไปใช้ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะสมที่สุดในภาษาอังกฤษเขียนที่ผ่านการตรวจแก้อย่างรอบคอบ และหมายความว่า Dr. Lee เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลระดับสูงสุดตลอดประวัติศาสตร์
- Dr. Lee is one of the best science communicators who has ever lived.
- Dr. Lee is the best science communicator who has ever lived.
- Dr. Lee is one of the best science communicators who have ever lived.
ดูคำตอบ
Dr. Lee is one of the best science communicators who have ever lived.
I mean, he knew the knowledge and there was like a fire in his bones. สำนวน
0:07คือเขามีความรู้ แถมยังมีไฟลุกโชนอยู่ในสายเลือดเลยล่ะ
ภาพเปรียบเทียบ a fire in his bones
a fire in his bones เป็นอุปลักษณ์ที่เห็นภาพชัดเจน หมายถึงความหลงใหลและพลังอันแรงกล้าที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติส่วนลึกที่สุดของคนคนหนึ่ง ภาพจากร่างกายนี้ทำให้แรงขับภายในดูทรงพลัง ยืนยาว และยากจะกดไว้ ในประโยคนี้ ภาพดังกล่าวอธิบายว่าทำไมเขาจึงรู้สึกว่าต้องแบ่งปันสิ่งที่ตนรู้ ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ และไม่ได้หมายถึงความตื่นเต้นเพียงชั่วครู่
แบบฝึกหัด
ในบทแนะนำบุคคล ผู้เขียนกล่าวว่า "Nora had a fire in her bones whenever she spoke about protecting the ocean." ภาพนี้สื่อถึงอะไร
- เธอรู้สึกถึงความหลงใหลที่ลึกซึ้งและยืนยาวซึ่งผลักดันให้เธอลงมือทำ
- เธอกำลังรู้สึกถึงความร้อนจริง ๆ ภายในร่างกาย
- เธอประหลาดใจเพียงชั่วครู่แล้วก็ลืมไป
ดูคำตอบ
เธอรู้สึกถึงความหลงใหลที่ลึกซึ้งและยืนยาวซึ่งผลักดันให้เธอลงมือทำ
for show: ทำเพื่อสร้างภาพมากกว่าทำด้วยความจริงใจ
ในประโยคนี้ for show หมายถึง “ทำขึ้นเพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็นหรือประทับใจเป็นหลัก” ไม่ใช่ทำด้วยแรงจูงใจที่จริงใจ ผู้พูดกำลังปฏิเสธว่าความกระตือรือร้นของ Steve เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเปรียบเทียบภาพลักษณ์ภายนอกกับความรู้สึกที่แท้จริง เนื้อหาสาระ หรือประโยชน์ในทางปฏิบัติ มักวางหลัง be และใช้ร่วมกับคำขยายอย่าง just, only, mostly หรือ all
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มีไว้เพื่อสร้างความประทับใจเป็นหลัก”: The polished reception area is mostly ____; the real work happens in a plain back office.
ดูคำตอบ
for show
fast forward several years เพื่อข้ามเวลาในการเล่าเรื่อง
ในที่นี้ fast forward several years เป็นคำเปลี่ยนช่วงเวลาในการเล่าเรื่อง ไม่ใช่คำสั่งให้ใช้งานเครื่องเล่นวิดีโอ โดยบอกผู้ฟังให้ข้ามช่วงหลายปีระหว่างกลางแล้วกลับมาเล่าเรื่องต่อ ณ เวลาภายหลังที่สำคัญ โครงสร้าง fast forward + ระยะเวลา ระบุว่าเวลาในเรื่องเคลื่อนไปข้างหน้าเท่าใด ช่วยตัดภูมิหลังที่ไม่มีเหตุการณ์สำคัญออกอย่างกระชับ พร้อมส่งสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปอยู่ในกรอบเวลาใหม่
แบบฝึกหัด
ใช้คำเปลี่ยนช่วงเวลาในการเล่าเรื่องจากบทเรียนเพื่อเติมประโยค: ____ five years, and the student club has grown into a national organization.
ดูคำตอบ
Fast forward
and I'm diving and I learn that the guy that is teaching me this
0:24ผมกำลังดำน้ำ และผมได้รู้ว่าคนที่กำลังสอนผมเรื่องพวกนี้
I learned several days into interacting with him that he was actually on the boat when Steve Irwin died.
0:30ผมมารู้หลังจากได้คุยกับเขาสองสามวันว่า จริงๆ แล้วเขาอยู่บนเรือตอนที่สตีฟ เออร์วินเสียชีวิต
And so I started asking questions and I asked him if I could do an interview after we became friends and it felt appropriate to do so. น้ำเสียง/เจตนา
0:36ผมก็เลยเริ่มตั้งคำถาม และถามเขาว่าผมขอสัมภาษณ์ได้ไหมหลังจากที่เราสนิทกันแล้ว และรู้สึกว่ามันเหมาะสมที่จะทำแบบนั้น
felt appropriate to do so: การเห็นว่าคำขอเหมาะสมกับจังหวะนั้น
ในที่นี้ felt appropriate หมายถึงการสัมภาษณ์ดูเหมาะสมทั้งในแง่สังคมและจริยธรรม ณ เวลานั้น felt แสดงว่านี่เป็นการประเมินจังหวะเวลาของผู้พูด ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการสัมภาษณ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างเป็นภววิสัย โครงสร้างคือ it felt + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใน to do so นั้น do so ใช้แทน do an interview แบบค่อนข้างเป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าเหตุใดการกระทำหนึ่งจึงดูเหมาะสมในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน
แบบฝึกหัด
felt appropriate to do so ในประโยคนี้สื่อความหมายใด
- ผู้พูดพิสูจน์ว่าการสัมภาษณ์เป็นการกระทำเพียงอย่างเดียวที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง
- ผู้พูดพบว่าการสัมภาษณ์ทำได้รวดเร็วและสะดวก
- ผู้พูดเห็นว่าการสัมภาษณ์เป็นสิ่งที่เหมาะสมเมื่อความสัมพันธ์และจังหวะเวลาเอื้ออำนวยแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดเห็นว่าการสัมภาษณ์เป็นสิ่งที่เหมาะสมเมื่อความสัมพันธ์และจังหวะเวลาเอื้ออำนวยแล้ว
Steve Irwin was in a different boat when he was hit by the stingray.
0:42สตีฟ เออร์วิน อยู่บนเรืออีกลำตอนที่เขาถูกปลากระเบนแทง
He was brought to Croc One, which is where Dr. Seymour was.
0:45เขาถูกพามาที่เรือ คร็อก วัน ซึ่งเป็นที่ที่ ดร.ซีย์มัวร์ อยู่
Dr. Seymour was there because he's an expert in venomous animals.
0:49ดร.ซีย์มัวร์อยู่ที่นั่นเพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์มีพิษ
He was there to inform Steve and be an expert on the animals that Steve was going to be handling.
0:53เขาอยู่ที่นั่นเพื่อให้ข้อมูลสตีฟ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ที่สตีฟจะต้องรับมือ
and he loved other people and wanted to communicate how awesome the world was and I get all of those
1:00และเขารักคนอื่นๆ แถมยังอยากสื่อสารให้เห็นว่าโลกนี้มันวิเศษแค่ไหน และผมก็เข้าใจสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด
So, Dr. Seymour interacted with that human being, Steve Irwin, for a few days
1:05และดร.ซีย์มัวร์ก็ได้ใกล้ชิดกับมนุษย์คนนั้น ซึ่งก็คือสตีฟ เออร์วิน เป็นเวลาไม่กี่วัน
So, I just want to take a minute and listen to what Dr. Seymour has to say and see what Steve's effect was on his life. การใช้คำ
1:12ผมเลยอยากจะขอเวลาสักนาทีเพื่อรับฟังสิ่งที่ ดร.ซีย์มัวร์ จะเล่า และดูว่าสตีฟมีผลต่อชีวิตของเขาอย่างไรบ้าง
effect on his life: คำนาม effect กับคำกริยา affect
ในที่นี้ effect เป็นคำนาม หมายถึงอิทธิพลที่สตีฟมีต่อชีวิตของบุคคลนี้ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Steve’s ขยายคำนาม effect รูปแบบคือ someone’s effect on someone or something โดย on นำหน้าบุคคลหรือด้านที่ได้รับอิทธิพล หากต้องการสื่อความหมายเดียวกันด้วยคำกริยาทั่วไป affect ให้พูดว่า how Steve affected his life
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย effect หรือ affect: The new mentoring program had a lasting ____ on her confidence.
ดูคำตอบ
effect
All right, so you are the expert toxinologist I've learned? การใช้คำ
1:19เอาล่ะ คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาที่ผมได้เรียนด้วยใช่ไหมครับ?
toxinologist: ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาสารพิษ
toxinologist คือผู้เชี่ยวชาญด้าน toxinology ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาสารพิษ โดยเฉพาะสารพิษที่สิ่งมีชีวิตสร้างขึ้น และศึกษาว่าสารเหล่านั้นออกฤทธิ์อย่างไร ในประโยคนี้คำดังกล่าวเป็นชื่อเรียกความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ไม่ใช่คำกว้าง ๆ สำหรับทุกคนที่ทำงานกับสัตว์อันตราย คำถามใช้ชื่อเรียกนี้เพื่อยืนยันสาขาความเชี่ยวชาญของแขกรับเชิญ การสังเกตส่วนท้าย -ologist ช่วยให้เข้าใจคำได้ เพราะใช้เรียกผู้ที่ศึกษาหัวข้อเฉพาะด้าน
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ toxinologist ในประโยคนี้มากที่สุด
- ผู้ที่ผลิตเสื้อผ้าป้องกัน
- ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาสารพิษและวิธีออกฤทธิ์
- ใครก็ตามที่จัดการสัตว์อันตราย
ดูคำตอบ
ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาสารพิษและวิธีออกฤทธิ์
Yeah, yep. Did I get it right? Got it right that time, yep. วลี
1:22ใช่ ถูกต้องแล้ว ผมพูดถูกไหม? คราวนี้พูดถูกแล้ว ใช่
get it right: ตรวจสอบว่าสิ่งหนึ่งถูกต้องหรือไม่
ใน get it right คำว่า get หมายถึง “ทำ พูด เข้าใจ หรือระบุได้อย่างถูกต้อง” ส่วน it หมายถึงคำตอบ ชื่อ ถ้อยคำ หรือการกระทำที่กำลังตรวจสอบ ในที่นี้ผู้พูดกำลังถามว่าตนเรียกตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญได้ถูกต้องหรือไม่ โครงสร้างคือ get + กรรม + right เช่น get the answer right, get his name right หรือ get it right เมื่อเป็นคำถาม Did I get it right? เป็นวิธีขอให้คู่สนทนายืนยันอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเป้าหมายเติมคำถามให้สมบูรณ์: I chose Friday. Did I ____?
ดูคำตอบ
get it right
And so you were telling me that you were actually involved in one of the craziest things
1:25แล้วคุณก็เล่าให้ผมฟังว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่บ้าบอที่สุดเรื่องหนึ่ง
or at least most public, right?
1:30หรืออย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่เปิดเผยต่อสาธารณะมากที่สุด ใช่ไหมครับ?
Yeah, that's when we lost Steve. Uh look, Steve Irwin. การใช้คำ
1:33ใช่ นั่นคือตอนที่เราเสียสตีฟไป เอ้อ ฟังนะ สตีฟ เออร์วิน
lost Steve ในฐานะคำเลี่ยงที่หมายถึงการเสียชีวิต
ในประโยคนี้ lost Steve หมายความว่าสตีฟเสียชีวิต ผู้พูดใช้ lose + บุคคล เป็นคำเลี่ยงที่สำรวมเมื่อย้อนพูดถึงความตาย ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงสื่อความโศกเศร้า ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่าพลัดจากใครหรือหาใครไม่พบ ความหมายที่ตั้งใจขึ้นอยู่กับบริบท เมื่อบทสนทนาเกี่ยวกับบาดแผลร้ายแรงถึงชีวิตหรือการไว้อาลัย we lost + บุคคล มักใช้บอกว่าบุคคลนั้นเสียชีวิตแล้ว แต่ในบริบทอื่น lost + บุคคล อาจหมายถึงการพลัดพรากหรือการหาใครไม่พบได้ จึงต้องตัดสินจากบริบท
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต That's when we lost Steve น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?
- สตีฟเอาชนะเราในการแข่งขัน
- เราจำไม่ได้ว่าสตีฟอยู่ที่ไหน
- สตีฟเสียชีวิตในเวลานั้น
ดูคำตอบ
สตีฟเสียชีวิตในเวลานั้น
Yeah, yeah, short answer to the whole scenario was,
1:36ใช่ๆ ถ้าให้ตอบสั้นๆ สำหรับเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือ
probably 2 and 1/2 m across from wing to wing tip.
1:42ขนาดความกว้างจากปลายปีกด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งน่าจะประมาณ 2.5 เมตร
Unfortunately, he came in from the back end of the animal with the sun over his shoulder.
1:45โชคร้ายที่เขาเข้าหาจากทางด้านหลังของสัตว์ โดยมีแสงแดดส่องข้ามไหล่เขาไป
The for one of a better word, shadow hit the the ray.
1:49พูดง่ายๆ คือ เงาของเขาไปพาดทับโดนกระเบนตัวนั้น
went between two ribs and ended up stuck in the bottom half of his heart. กริยาวลี
2:00แทงทะลุระหว่างซี่โครงสองซี่ และไปติดอยู่ที่ครึ่งล่างของหัวใจของเขา
ended up เพื่อบอกผลสุดท้ายที่ไม่คาดคิด
Ended up นำเสนอผลสุดท้ายของการเคลื่อนที่ของเงี่ยง หลังจากผ่านระหว่างซี่โครงสองซี่แล้ว เงี่ยงนั้นไปติดอยู่ที่ครึ่งล่างของหัวใจในที่สุด วลีนี้สรุปจุดปลายของลำดับเหตุการณ์ และมักสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ใช้ end up + คำคุณศัพท์หรือคำกริยารูป participle, วลีบุพบท หรือรูป -ing เพื่อบรรยายสภาพ สถานที่ หรือกิจกรรมที่ไปถึงในที่สุด ตรงนี้ stuck เป็น past participle ที่บรรยายสภาพอันเป็นผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ไปถึงสถานที่สุดท้ายที่ไม่คาดคิด”: After taking three wrong turns, we ____ at the same café where we started.
ดูคำตอบ
ended up
So, what you ended up with is is for the one of a better word, think of a stiletto wound กริยาวลี
2:04ผลสุดท้ายที่เกิดขึ้น ถ้าจะให้เห็นภาพก็คือ ให้นึกถึงแผลที่ถูกแทงด้วยมีดสั้น
end up with + ผลลัพธ์ที่เป็นนาม
ในที่นี้ ended up with หมายถึงสิ่งที่เหลืออยู่หรือเกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์หลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง ใน what you ended up with คำว่า what ใช้ถามถึงผลลัพธ์สุดท้ายนั้น และ with ใช้นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ end up with + นามวลี ใช้สรุปผลลัพธ์ที่อาจไม่ได้ตั้งใจ น่าประหลาดใจ หรือเป็นสิ่งที่ได้มาหลังผ่านหลายขั้นตอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ได้มาในท้ายที่สุดจากกระบวนการหนึ่ง”: After testing several designs, we ____ a simpler solution.
ดูคำตอบ
ended up with
So, Steve had rung me probably 18 months before he had gone, การใช้คำ
2:20สตีฟโทรหาผมน่าจะ 18 เดือนก่อนที่เขาจะไป
rung me: ความหมายว่าโทรศัพท์หาและรูป past participle
ในประโยคนี้ rung me หมายถึง “โทรหาฉัน” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ring + บุคคล เป็นวิธีทั่วไปในการบอกว่าโทรศัพท์หาใครสักคน และ had ที่อยู่ข้างหน้าทำให้ rung เป็นรูป past participle ใน had rung me การติดต่อนี้เกิดขึ้นก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต หากไม่มี have, has หรือ had รูป simple past คือ rang เช่น Steve rang me yesterday.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ ring ในความหมายว่า “โทรศัพท์หา”: By the time I checked my voicemail, Maya had ____ me twice.
ดูคำตอบ
rung
we want to make this film about ocean's deadliest.
2:23บอกว่าเราอยากทำภาพยนตร์เกี่ยวกับสัตว์ที่อันตรายที่สุดในมหาสมุทรเรื่องนี้
In fact, Steve didn't, one of his mates did. การใช้คำ
2:25จริงๆ สตีฟไม่ได้โทรหรอก เพื่อนของเขาคนนึงโทรมา
one of his mates: เพื่อนคนหนึ่งของเขา
ในประโยคนี้ one of his mates หมายถึง “เพื่อนคนหนึ่งของเขา” คำว่า mate เป็นคำนามแบบสนิทสนมและไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกเพื่อน พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและแบบอังกฤษ ส่วน his แสดงว่าคนนี้อยู่ในกลุ่มเพื่อนของสตีฟ โครงสร้าง one of + คำนามพหูพจน์ ใช้เลือกสมาชิกหนึ่งคนจากกลุ่ม ดังนั้น did จึงกล่าวถึงเพื่อนหนึ่งคน ไม่ใช่เพื่อนทั้งหมดของสตีฟ
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียหรือแบบอังกฤษที่ไม่เป็นทางการ ใครน่าจะเป็นคนโทรมาใน “One of his mates called me” มากที่สุด?
- เพื่อนคนหนึ่งของเขา
- เจ้าหน้าที่ประจำเรือคนหนึ่ง
- คู่รักของเขา
ดูคำตอบ
เพื่อนคนหนึ่งของเขา
Steve said, oh yeah, and I said, oh who's it for? He said, oh no you wouldn't know him.
2:27สตีฟบอกว่า โอ้ ใช่ แล้วผมก็ถามว่า จะทำให้ใครล่ะ? เขาบอกว่า โอ้ ไม่หรอก คุณคงไม่รู้จักเขา
Went to and fro: การเคลื่อนไหวหรือการแลกเปลี่ยนซ้ำ ๆ
ในที่นี้ went to and fro หมายถึงคำถามและคำตอบถูกส่งกลับไปกลับมาระหว่างสองฝ่ายหลายครั้ง การเคลื่อนไหวนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอธิบายการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่การเดินทางระหว่างสถานที่ to and fro เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “ไปในทิศทางหนึ่งแล้วกลับมาอีกครั้ง” เมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง go หรือ move วลีนี้อาจอธิบายทั้งการเคลื่อนไหวจริงหรือการสื่อสารซ้ำ ๆ โดยประธานและบริบทจะบอกว่าหมายถึงแบบใด
แบบฝึกหัด
“The discussion went to and fro for an hour” หมายความว่าอย่างไร?
- ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันซ้ำ ๆ
- การอภิปรายจบลงหลังจากคำตอบเดียว
- การอภิปรายย้ายไปยังอีกห้องหนึ่ง
ดูคำตอบ
ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันซ้ำ ๆ
It went on for like about 6 or 7 months and I mean I said, who are we doing this for? กริยาวลี
2:31กินเวลาไปประมาณ 6 หรือ 7 เดือน แล้วผมก็บอกว่า ตกลงเราทำสิ่งนี้ไปเพื่อใครเนี่ย?
went on for + ระยะเวลา
ในประโยคนี้ went on for หมายถึงบางสิ่งดำเนินต่อไปหรือกินเวลาช่วงหนึ่ง วลีบอกเวลาหลัง for ระบุระยะเวลา คือประมาณหกหรือเจ็ดเดือน ใช้ go on for + ระยะเวลา เมื่อกิจกรรม กระบวนการ หรือสถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่ ในที่นี้ go on บอกระยะเวลา ไม่ใช่คำสั่ง Go on ในบทสนทนาที่หมายถึงให้พูดต่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการประชุมกินเวลาเกือบสามชั่วโมง
- The meeting went on again three hours later.
- The meeting went on to cover three more topics.
- The meeting went on for nearly three hours.
ดูคำตอบ
The meeting went on for nearly three hours.
And it was just, oh we're doing it for Steve Irwin
2:36และคำตอบก็แค่บอกว่า โอ้ เราทำให้สตีฟ เออร์วิน
I don't think I want to... เพื่อปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ในที่นี้ I don't think I want to do this เป็นวิธีบอกอย่างระมัดระวังว่าผู้พูดไม่ต้องการมีส่วนร่วม I don't think ช่วยเว้นระยะก่อนแสดงความไม่ต้องการส่วนตัว จึงทำให้การปฏิเสธฟังดูตรงน้อยกว่า I don't want to do this ถ้อยคำนี้อาจฟังดูลังเลเล็กน้อย แต่ในบริบทมักทำหน้าที่เป็นการปฏิเสธจริง ไม่ใช่การขอให้คนอื่นช่วยตัดสินใจ โครงสร้าง I don't think I want to + คำกริยา สามารถทำให้การปฏิเสธเรื่องอื่นที่มาจากความต้องการส่วนตัวนุ่มนวลขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานขอให้คุณเป็นผู้นำโครงการที่เลือกเข้าร่วมได้ คุณต้องการปฏิเสธเพราะไม่อยากรับบทบาทนั้น แต่ต้องการให้ฟังดูไม่ตรงเกินไป คำตอบใดเหมาะสมที่สุด
- I don't want to lead this project.
- I don't think I want to lead this project.
- I don't think I can lead this project.
ดูคำตอบ
I don't think I want to lead this project.
dead set idiot: คำดูหมิ่นแบบออสเตรเลียที่รุนแรง
ใน He's a dead set idiot คำว่า dead set เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่ขยาย idiot มีความหมายใกล้กับ complete, utter หรือ absolute ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังแสดงการตัดสินเชิงลบอย่างรุนแรงมาก ในที่นี้ dead set ไม่เกี่ยวกับความตายและไม่ได้หมายถึง “ตั้งใจแน่วแน่” คำนำหน้านาม a และคำนาม idiot ที่ตามมาแสดงโครงสร้าง a + dead set + คำนามที่ใช้ประเมินค่า
แบบฝึกหัด
ในประโยค He's a dead set idiot คำว่า dead set ทำหน้าที่อะไร?
- ทำให้ idiot รุนแรงขึ้นมาก โดยหมายถึง “อย่างสิ้นเชิง” หรือ “เต็มขั้น”
- บอกว่าคนโง่คนนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้ว
- หมายความว่าเขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะเป็นคนโง่
ดูคำตอบ
ทำให้ idiot รุนแรงขึ้นมาก โดยหมายถึง “อย่างสิ้นเชิง” หรือ “เต็มขั้น”
You know, there's there's a drinking game that you watch when you watch his films
2:45รู้ไหม มันมีเกมดวลเหล้าที่คุณเล่นตอนดูรายการของเขา
skull a beer: ดื่มเบียร์ทั้ง份ให้หมดอย่างรวดเร็วมาก
ใน you're going to skull a beer คำว่า skull เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย หมายถึงดื่มเบียร์ทั้ง份ให้หมดอย่างรวดเร็วมาก โดยมักดื่มต่อเนื่องในคราวเดียว A beer หมายถึงเบียร์หนึ่งหน่วยบริโภค เช่น หนึ่งแก้ว หนึ่งขวด หรือหนึ่งกระป๋อง วลีนี้ระบุการกระทำที่กติกาของเกมดื่มกำหนดไว้ skull ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงกระดูกของศีรษะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสแลงออสเตรเลียจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงดื่มเบียร์ทั้ง份ให้หมดอย่างรวดเร็วมาก: You're going to ____.
ดูคำตอบ
skull a beer
Absolutely plastered: เมาหนักมาก
ในประโยคนี้ plastered เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่หมายถึงเมาหนักมาก ส่วน absolutely ยิ่งเพิ่มระดับความหมาย ดังนั้น absolutely plastered จึงบอกว่าเมาอย่างหนัก ไม่ใช่แค่ดื่มไปหนึ่งแก้ว ความหมายตามตัวอักษรของ plastered อาจเกี่ยวกับการฉาบพื้นผิวด้วยปูน แต่บริบทเรื่องการดื่มทำให้ใช้ความหมายสแลง รูปแบบ absolutely + คำคุณศัพท์ที่มีความหมายแรง ใช้เน้นคำบรรยายที่รุนแรงอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ absolutely plastered หมายความว่าอะไร
- เหนื่อยนิดหน่อย
- ถูกฉาบด้วยปูนก่อสร้าง
- เมาหนักมาก
ดูคำตอบ
เมาหนักมาก
Go there: เข้าไปสู่หัวข้อหรือสถานการณ์
ในที่นี้ go there ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ there ไม่ได้ระบุสถานที่จริง แต่ชี้ถึงสิ่งที่ถูกเสนอหรือสถานการณ์นั้น I don't want to go there หมายความว่าผู้พูดไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วม โดยทั่วไป there สามารถแทนหัวข้อ แนวทางการกระทำ ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ที่ไม่ต้องการและเข้าใจกันแล้วจากบริบท เมื่อใช้กับหัวข้อ วลีนี้หมายถึงการหลีกเลี่ยงการพูดคุย เมื่อใช้กับข้อเสนอหรือความสัมพันธ์ จะหมายถึงการปฏิเสธที่จะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น สำนวนนี้เปรียบเรื่องดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ผู้พูดเลือกจะไม่เข้าไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณเสนอให้พูดถึงการทะเลาะในครอบครัวที่สร้างความเจ็บปวด คุณตอบว่า “I don't want to go there.” คุณหมายความว่าอะไร
- ฉันต้องการไปเยือนสถานที่ที่เกิดการทะเลาะกัน
- ฉันต้องการเส้นทางไปบ้านของครอบครัวนั้น
- ฉันต้องการหลีกเลี่ยงหัวข้อหรือสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ
ฉันต้องการหลีกเลี่ยงหัวข้อหรือสถานการณ์นั้น
and he came up on Croc One and we sat and had a talk.
3:00เขาขึ้นมาบนเรือคร็อกวัน แล้วเราก็นั่งคุยกัน
And I said, look, Steve, you do realize that people think you're an absolute moron. น้ำเสียง/เจตนา
3:04แล้วผมก็พูดว่า ฟังนะสตีฟ คุณรู้ตัวไหมว่าคนอื่นมองว่าคุณมันเป็นไอ้บ้าชัดๆ
You do realize: do ที่ใช้เน้นเพื่อคาดคั้น
ใน you do realize คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น realize ไม่ได้สื่อถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ใจความพื้นฐานคือ you realize แต่การเติม do ทำให้ผู้พูดนำเสนอข้อเท็จจริงนี้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังควรรู้อยู่แล้วหรือควรมองออก ในประโยคนี้ รูปประโยคเป็นประโยคบอกเล่าตามหลักไวยากรณ์ ไม่ใช่การถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง ผู้พูดกำลังกดดันให้ผู้ฟังยอมรับคำกล่าวที่ไม่น่าพอใจ จึงมีน้ำหนักใกล้กับ “คุณต้องเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว ใช่ไหม?” และอาจฟังเหมือนการท้าทายหรือคาดคั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “You do realize that everyone can hear you,” คำว่า do น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด?
- ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังทำการกระทำอะไร
- ผู้พูดกำลังขอข้อมูลใหม่อย่างเป็นกลาง
- ผู้พูดถือว่าข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนและกดดันให้ผู้ฟังยอมรับ
ดูคำตอบ
ผู้พูดถือว่าข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนและกดดันให้ผู้ฟังยอมรับ
And he said, do you watch any of them? I said, yeah, a couple.
3:15แล้วเขาก็ถามว่า เคยดูบ้างไหม? ผมบอกว่า ครับ เคยดูสองสามตอน
Gotcha: ชี้ว่าคำยอมรับของอีกฝ่ายพิสูจน์ประเด็นของตน
Gotcha เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการที่เกี่ยวข้องกับ got you แต่ความหมายในการโต้ตอบขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ ผู้พูดใช้เพื่อประกาศอย่างรวดเร็วว่าคำยอมรับของอีกฝ่ายสนับสนุนหรือพิสูจน์ข้อโต้แย้งของตน ดังนั้นจึงมีความหมายประมาณว่า “นั่นไง พิสูจน์ประเด็นของฉันแล้ว” หรือ “ฉันจับได้แล้วว่าคุณยอมรับเรื่องนี้” ไม่ใช่แค่ “ฉันเข้าใจแล้ว” และไม่ใช่การจับตัวทางกายภาพ น้ำเสียงสั้น ได้ที และแฝงการหยอกเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
A: “I complain about the show, but I watch every episode.” B: “Gotcha—that attention is exactly why they keep making it.” Gotcha ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- ฉันไม่ได้ยินสิ่งที่คุณพูด
- คำยอมรับของคุณสนับสนุนประเด็นของฉัน
- ฉันจับตัวคุณไว้จริง ๆ
ดูคำตอบ
คำยอมรับของคุณสนับสนุนประเด็นของฉัน
Right. The moment I've got you whipped in to see whether I'm gonna do anything wrong,
3:22ใช่เลย ในเมื่อผมหลอกล่อให้คุณดูว่าผมจะทำอะไรผิดพลาดได้แล้ว
I can tell you anything and you're gonna remember it.
3:26ผมจะบอกอะไรคุณก็ได้ และคุณก็จะจำมันได้ขึ้นใจเลยล่ะ
Is he, for the one of a better word, put himself out there as this,
3:32คือเขา พูดง่ายๆ ว่า เขาพรีเซนต์ตัวเองออกมาในฐานะ
Crocs rule: ใช้ rule เพื่อชมแบบไม่เป็นทางการ
ใน “Crocs rule,” คำว่า rule เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “ดีที่สุด” ในที่นี้ Crocs เป็นคำย่อแบบภาษาพูดของ crocodiles ซึ่งหมายถึงจระเข้ ไม่ใช่แบรนด์รองเท้า ดังนั้นประโยคนี้จึงชมจระเข้ ไม่ได้หมายความว่าจระเข้ปกครองใคร โครงสร้างสั้น ๆ แบบ “ประธาน + rule” ทำหน้าที่เหมือนคำขวัญและแสดงการสนับสนุนอย่างกระตือรือร้น
แบบฝึกหัด
ในคำขวัญ “Crocs rule!” คำว่า rule หมายความว่าอะไร?
- จระเข้ยอดเยี่ยม
- จระเข้ปกครองประเทศหนึ่ง
- จระเข้ทำตามกฎข้อหนึ่ง
ดูคำตอบ
จระเข้ยอดเยี่ยม
that's what ... was all about: การสรุปเป้าหมายหลัก
ใน “that's what this guy was all about.” วลี be all about หมายถึง “มีบางสิ่งเป็นสิ่งที่ใส่ใจหรือเป็นเป้าหมายหลัก” คำว่า That ย้อนถึงการปกป้องจระเข้และการอนุรักษ์ ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังสรุปสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ชายคนนี้ โครงสร้าง That's what + บุคคลหรือกลุ่ม + is/was all about ใช้ระบุพันธกิจหรือคุณค่าที่เป็นหัวใจของบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และมีน้ำหนักมากกว่าการบอกเพียงว่าหัวข้อเกี่ยวกับอะไร
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง what ... is all about และประธาน this club เติมประโยคให้สมบูรณ์: Creating a safe place for teens is ____.
ดูคำตอบ
what this club is all about
And and it wasn't until you met him, or when I met him for the first time I just went,
3:53และกว่าผมจะรู้ก็ตอนที่ได้เจอเขา หรือตอนที่ผมเจอเขาครั้งแรก ผมก็แค่รู้สึกว่า
And he's prepared he was prepared to put himself out there and make a fool of himself โน้ต
4:00และเขาเตรียมตัว เขาพร้อมที่จะเอาตัวเองออกไปเสี่ยงและทำตัวตลกๆ
put oneself out there: ทำให้ตัวเองเป็นที่มองเห็นแม้มีความเสี่ยง
put oneself out there หมายถึงการจงใจทำให้ตัวเองเป็นที่มองเห็นหรือแบ่งปันบางสิ่งกับผู้อื่น ทั้งที่อาจถูกตัดสิน ปฏิเสธ หรือวิจารณ์ ในประโยคนี้ himself ย้อนกลับไปที่ he และ out there หมายถึง “อยู่ในสายตาสาธารณะ” ไม่ใช่ “อยู่กลางแจ้ง” สำนวนนี้นำเสนอการกระทำดังกล่าวว่าเป็นความเต็มใจที่จะเปิดรับความเปราะบาง ใช้ได้กับการแสดง การแสดงความคิดเห็น การพบคนใหม่ ๆ การสมัครรับโอกาส หรือการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่หมายถึง “เปิดเผยตัวเองต่อความสนใจของสาธารณชนและคำวิจารณ์ที่อาจเกิดขึ้น”: Maya decided to ____ by sharing her first song online.
ดูคำตอบ
put herself out there
make a fool of oneself: ทำให้ตัวเองดูน่าขัน
make a fool of oneself หมายถึงการประพฤติตัวในแบบที่ทำให้ตัวเองดูโง่หรือน่าขัน โดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น ในโครงสร้างนี้ fool เป็นคำนามที่ตามหลัง make ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “หลอกลวง” ในที่นี้ himself ย้อนกลับไปที่ he กล่าวคือ เขาเต็มใจเสี่ยงที่จะดูน่าขัน สำนวนนี้ใช้บรรยายได้ทั้งความอับอายที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจและความเต็มใจโดยเจตนาที่จะทำให้ตัวเองดูขบขัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ทำให้ตัวเองดูน่าขันในที่สาธารณะ”: At the talent show, Ben forgot every lyric and ____.
ดูคำตอบ
made a fool of himself
to help the conservation and and help the conservation.
4:04เพื่อช่วยเหลือด้านการอนุรักษ์ และสนับสนุนการอนุรักษ์
ใช้ 20 years ago, ... Nowadays, เพื่อจัดโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบัน
“20 years ago,” กำหนดจุดอ้างอิงในอดีต ส่วน “Nowadays,” พาผู้ฟังกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันโดยทั่วไป เมื่อนำมาใช้คู่กัน ข้อมูลจึงถูกแบ่งเป็นโครงสร้าง “เมื่อก่อน–ตอนนี้” แทนที่จะเป็นวลีบอกเวลาสองวลีที่ไม่เกี่ยวข้องกัน การจับคู่นี้ทำให้ความแตกต่างระหว่างข้อความทั้งสองเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนแปลง ผู้พูดนำรูปแบบเดียวกันไปใช้เพื่ออธิบายแนวโน้มหรือผลลัพธ์ได้ชัดเจน: หมุดเวลาในอดีต + สภาพเดิม แล้วตามด้วยหมุดเวลาปัจจุบัน + สภาพปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลาด้วย ago และ Nowadays: Twenty years ____, only a few residents recycled. ____, the city recycles most household waste.
ดูคำตอบ
ago · Nowadays
So, how did it affect you? Was it bad? การใช้คำ
4:18แล้วมันส่งผลกระทบต่อคุณยังไงบ้างครับ? มันแย่ไหม?
affect you?: affect ในฐานะสกรรมกริยา
ใน “How did it affect you?” คำว่า affect เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มีอิทธิพลต่อ” หรือ “ส่งผลกระทบต่อ” คำกริยาช่วย did เป็นตัวแสดงอดีตกาล ดังนั้นคำกริยาหลักจึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน affect You เป็นกรรมตรง ซึ่งก็คือบุคคลที่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ affect + คนหรือสิ่งของ เช่น affect your plans หรือ affect the outcome
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ affect เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มีอิทธิพลต่อ” ได้ถูกต้อง
- The sudden change may affect your plans.
- The sudden change may effect your plans.
- The sudden change may have an affect on your plans.
ดูคำตอบ
The sudden change may affect your plans.
ใช้ Define bad. ท้าทายคำอธิบายที่คลุมเครือ
define bad ในที่นี้หมายถึง “บอกให้ชัดว่าในสถานการณ์นี้คุณถือว่าแบบไหนคือแย่” ผู้พูดกำลังถามถึงระดับ ลักษณะ หรือเกณฑ์ที่อยู่เบื้องหลังคำคุณศัพท์กว้าง ๆ อย่าง bad ไม่ได้ขอความหมายตามพจนานุกรม คำตอบสั้น ๆ ในรูปประโยคคำสั่งนี้โยนคำถามกลับไปให้อีกฝ่าย อาจใช้ท้าทายสมมติฐานว่าคำเพียงคำเดียวสรุปประสบการณ์ทั้งหมดได้ และกระตุ้นให้อีกฝ่ายถามอย่างเฉพาะเจาะจงขึ้น ส่วน Uh แสดงอาการลังเลชั่วขณะก่อนทักท้วงเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
มีคนถามว่า “Was the experience bad?” คุณคิดว่า bad คลุมเครือเกินไปและต้องการให้เขาระบุเกณฑ์ คำตอบใดทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด
- Define bad.
- Bad means unpleasant.
- What is the spelling of bad?
ดูคำตอบ
Define bad.
Knocked me around: ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
knocked me around ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ประสบการณ์ดังกล่าวกระทบผู้พูดอย่างหนักและทำให้อารมณ์ไม่มั่นคงอยู่เป็นเวลานานพอสมควร ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าถูกทำร้ายร่างกายซ้ำ ๆ ในโครงสร้าง something knocks someone around ประธานคือเหตุการณ์หรือภาวะที่ยากลำบาก ส่วนกรรมคือคนที่ได้รับผลกระทบ ภาพของการถูกกระแทกทางร่างกายถูกขยายไปสู่ความปั่นป่วนทางจิตใจหรือการดำเนินชีวิตที่ยืดเยื้อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ knock someone around ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อหมายความว่าประสบการณ์หนึ่งทำให้คนสะเทือนใจอย่างหนัก
- Maya knocked around Europe for months.
- The doctors knocked the treatment idea around for months.
- Her illness knocked Maya around for months.
ดูคำตอบ
Her illness knocked Maya around for months.
a good 6 to 12 months: การเน้นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร
ในที่นี้ a good วางไว้หน้าช่วงเวลาโดยประมาณ 6 to 12 months เพื่อเน้นว่าผลกระทบนั้นกินเวลานานมากและรู้สึกได้อย่างเต็มที่ Good ไม่ได้หมายถึง “น่าพอใจ” หรือ “มีคุณภาพดี” โครงสร้าง a good + ระยะเวลา ระยะทาง หรือปริมาณ มักหมายถึง “เต็ม ๆ” “อย่างน้อย” หรือ “จำนวนมากพอสมควร” ตามบริบท ช่วงตัวเลขยังคงเป็นค่าประมาณ ส่วน a good เพิ่มมุมมองของผู้พูดว่าแม้แต่ค่าต่ำสุดก็ยังถือว่ามาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The repairs took a good three months,” คำว่า “a good three months” หมายถึงอะไร?
- ช่วงเวลาที่สั้นกว่าสามเดือนอย่างชัดเจน
- สามเดือนที่น่าเพลิดเพลิน
- ช่วงเวลาที่ยาวพอสมควรประมาณสามเดือนเต็ม
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาที่ยาวพอสมควรประมาณสามเดือนเต็ม
gave it all away: การละทิ้งเส้นทางชีวิตทั้งหมด
ในบริบทนี้ gave it all away หมายถึงการละทิ้งทั้งอาชีพและวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับสัตว์อันตราย คำว่า almost ที่อยู่ข้างหน้าแสดงว่าผู้พูดเกือบจะทำเช่นนั้น it all รวมความทุ่มเททั้งหมดให้เป็นกรรมกว้าง ๆ หนึ่งสิ่ง ส่วน away นำเสนอสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่เขาจะปล่อยทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริจาคทรัพย์สินหรือเปิดเผยความลับ วลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบทอย่างมาก โดยปกติ give away หมายถึงการให้สิ่งของฟรีหรือเปิดเผยข้อมูล แต่เมื่อใช้กับสรรพนามที่มีความหมายกว้างอย่าง it all ก็สามารถใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการละทิ้งเส้นทางหนึ่งพร้อมทุกสิ่งที่ได้ทุ่มเทลงไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After twenty years in the business, she nearly gave it all away.” หากบทสนทนากล่าวถึงการตัดสินใจลาออกของเธอ ความหมายที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร?
- เธอเกือบจะละทิ้งอาชีพทั้งหมดที่สร้างมา
- เธอเกือบจะบริจาคทรัพย์สินทั้งหมด
- เธอเกือบจะเปิดเผยรายละเอียดลับทั้งหมด
ดูคำตอบ
เธอเกือบจะละทิ้งอาชีพทั้งหมดที่สร้างมา
Because you're dealing with deadly animals all the
4:27เพราะคุณต้องรับมือกับสัตว์อันตรายถึงชีวิตอยู่ตลอด
concise, and I knew this is it to 5 minutes later being a crying mess on the floor.
4:32กระชับ และรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ กลายเป็นคนร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นใน 5 นาทีต่อมา
went from ... to ... เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างรวดเร็ว
โครงสร้าง went from X to Y นำเสนอ X เป็นสถานะเริ่มต้นและ Y เป็นสถานะในภายหลัง ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากการคิดได้ชัดเจน พูดได้กระชับ และมีความมั่นใจ ไปเป็นการร้องไห้จนหมดสภาพอยู่บนพื้นในอีกเพียงห้านาทีต่อมา from และ to ทำหน้าที่ระบุจุดปลายสองด้านที่แตกต่างกันของการเปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง การระบุช่วงเวลาที่สั้นมากทำให้การพลิกผันทางอารมณ์ดูฉับพลันและรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง went from ... to: Her confidence ____ avoiding every presentation ____ leading the team meeting.
ดูคำตอบ
went from · to
the one thing that ... was my son: เลื่อนคำตอบเพื่อสร้างจุดเน้น
รูปแบบ the one thing that ... was ... เลื่อนคำตอบสำคัญไปไว้หลัง was ทำให้คำตอบนั้นได้รับการเน้นอย่างชัดเจน ในที่นี้ คำตอบที่เป็นจุดเน้นเริ่มด้วย my son และ sitting there ช่วยเติมภาพให้สมบูรณ์ การเห็นหรือนึกถึงลูกชายที่อยู่ตรงนั้นคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้พูดฟื้นตัวและเดินหน้าต่อไป saved me ในบริบทนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การช่วยจากอันตรายทางกายในทันที ส่วนแทรก and I still remember it ทำให้ประโยคขาดช่วง แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงหลักคือ the one thing that saved me was my son รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการสร้างความคาดหวังก่อนเปิดเผยบุคคล เหตุผล หรือวิธีแก้ปัญหาที่เป็นตัวชี้ขาด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเน้นให้สมบูรณ์: ____ helped us meet the deadline ____ sharing daily progress updates.
ดูคำตอบ
The one thing that · was
and going, I remember sitting down with my son, my daughter, and
4:40แล้วพูดว่า... ผมจำได้ว่านั่งคุยกับลูกชายและลูกสาว แล้ว
หน้าที่สองแบบของ do ใน if I do do this
do สองคำที่อยู่ติดกันทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ต่างกัน do คำแรกเป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “อย่างแน่นอน” ส่วน do คำที่สองเป็นกริยาหลัก หมายถึง “ทำการกระทำหรือกิจกรรมนี้” ดังนั้น if I do do this จึงหมายถึง “ถ้าฉันทำสิ่งนี้จริง ๆ” การซ้ำคำนี้เกิดขึ้นโดยตั้งใจและถูกต้องตามไวยากรณ์ ไม่ใช่การพูดผิด ในประโยคเงื่อนไขนี้ การเน้นทำให้การกระทำที่อาจเกิดขึ้นและความเสี่ยงของมันดูเป็นจริงมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดตั้งใจใช้ do คำแรกเป็นกริยาช่วยเพื่อเน้น และใช้ do คำที่สองเป็นกริยาหลัก
- If I do the inspection myself, I will record every step.
- If I do do the inspection myself, I will record every step.
- If I did the inspection myself, I would record every step.
ดูคำตอบ
If I do do the inspection myself, I will record every step.
And both he and Amelia, my daughter, said the same thing,
4:49แล้วทั้งเขาและอมีเลีย ลูกสาวผม ก็พูดเหมือนกันเลยว่า
ทางเลือกไม่เปลี่ยนผลลัพธ์: it doesn't matter what you do
ในที่นี้ it doesn't matter what you do หมายความว่า การกระทำทุกอย่างที่เลือกได้จะนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันซึ่งกล่าวไว้ต่อจากนั้น อนุประโยคที่มี what ครอบคลุมทุกทางเลือกที่บุคคลนั้นอาจเลือก ไม่ได้หมายความว่าการกระทำของบุคคลนั้นไม่มีคุณค่า หรือผู้พูดไม่ใส่ใจ แต่เป็นการจัดข้อความในความหมายว่า “ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร ผลลัพธ์นี้ก็ยังคงเดิม”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการเปลี่ยนการกระทำจะไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป
- What you do matters because one switch turns the alarm off.
- I don't care what you do; please stop asking me.
- It doesn't matter what you do; the alarm will remain on until the code is entered.
ดูคำตอบ
It doesn't matter what you do; the alarm will remain on until the code is entered.
That stuck: ความคิดที่ยังติดอยู่ในใจใครบางคน
ในที่นี้ that หมายถึงคำถามหรือคำแนะนำที่เด็กพูดไว้ก่อนหน้า ส่วน stuck หมายถึงสิ่งนั้นยังอยู่ในใจของพ่อและมีอิทธิพลต่อเขาต่อไป ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่ติดอยู่กับพื้นผิวจริง ๆ คำเปรียบเทียบนี้ใช้ได้เมื่อคำพูด บทเรียน ชื่อ หรือความประทับใจยังคงอยู่ในความทรงจำและส่งผลในระยะยาว นอกจากนี้ยังใช้ something stuck with someone เพื่อระบุว่าใครเป็นผู้จดจำสิ่งนั้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าข้อความหนึ่งยังคงอยู่ในใจของผู้พูด
- That was stuck to me.
- That stuck with me.
- That struck the wall.
ดูคำตอบ
That stuck with me.
if you don't do it, how do people learn? น้ำเสียง/เจตนา
5:07ถ้าพ่อไม่ทำ แล้วคนอื่นจะเรียนรู้ได้ยังไงล่ะ?
Apart from that: การเพิ่มอีกเหตุผลหนึ่ง
เมื่ออยู่ต้นอนุประโยคนี้ apart from that มีความหมายว่า besides that หรือ in addition to the point just mentioned โดยยังคงเหตุผลก่อนหน้าไว้ในการอภิปรายและเพิ่มอีกเหตุผลหนึ่งที่แยกต่างหาก นั่นคือยังต้องมีใครสักคนทำงานนี้เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้ ในฐานะวลีที่ใช้จัดระเบียบข้อมูล วลีนี้บอกว่าอนุประโยคถัดไปเป็นข้อพิจารณาเพิ่มเติม ไม่ใช่ผลลัพธ์หรือสิ่งที่มาแทนประเด็นเดิม ในบริบทอื่น apart from อาจใช้ระบุข้อยกเว้นได้ จึงต้องพิจารณาจากบริบท ที่นี่เหตุผลสนับสนุนซึ่งตามมาทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายแบบเพิ่มเติม เครื่องหมายจุลภาคแยกวลีนี้ออกจากอนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ใช้คำเชื่อมสามคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า besides that เพื่อเติมประโยคที่สองให้สมบูรณ์: The library is quiet. ____, it stays open late.
ดูคำตอบ
Apart from that
if you don't do it, how do people learn? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อโน้มน้าวใจ
อนุประโยค if กำหนดผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุดทำ กล่าวคือ หากผู้ฟังไม่ทำงานนั้นต่อ สาธารณชนก็จะสูญเสียช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้ ส่วนคำถามที่ตามมาด้วย how เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ซึ่งชี้ไปยังคำตอบโดยนัยว่า “พวกเขาเรียนรู้ไม่ได้” ไม่ได้ขอให้บอกวิธีอื่นเป็นรายการ เงื่อนไขและคำถามที่ใช้ร่วมกันทำให้การกระทำของผู้ฟังกลายเป็นวิธีที่จำเป็นต่อการบรรลุผลลัพธ์อันมีคุณค่า ผู้พูดจึงสามารถเสนอเหตุผลให้ทำงานต่อไปโดยวางข้ออ้างนั้นในรูปคำถาม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังสื่อเป็นนัยถึงอะไรเป็นหลัก?
- โปรดบอกวิธีอื่น ๆ ที่ผู้คนสามารถใช้เรียนรู้
- ถ้าคุณหยุดทำงานนั้น ผู้คนก็จะไม่มีช่องทางที่ชัดเจนในการเรียนรู้
- ผู้คนรู้มากพอแล้ว ดังนั้นจึงหยุดงานนั้นได้
ดูคำตอบ
ถ้าคุณหยุดทำงานนั้น ผู้คนก็จะไม่มีช่องทางที่ชัดเจนในการเรียนรู้
so I mean, you're dealing with deadly animals and if you don't understand more about deadly
5:10หมายความว่า คุณกำลังรับมือกับสัตว์อันตราย และถ้าคุณไม่เข้าใจเรื่องสัตว์อันตราย
a big deal ในความหมายว่า “เรื่องที่สำคัญมาก”
ในที่นี้ a big deal หมายถึงสิ่งที่สำคัญมากหรือมีผลกระทบอย่างมาก ในโครงสร้าง X is a big deal ผู้พูดกำลังประเมินความสำคัญของ X โดย deal ไม่ได้หมายถึงธุรกรรมทางธุรกิจ ผู้พูดกำลังชื่นชมคุณค่าและผลกระทบของสิ่งที่ผู้ฟังทำ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ประเมินการกระทำ เหตุการณ์ ความสำเร็จ ประเด็น หรือบุคคลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “สำคัญมาก”: Winning the safety award was ____ for the whole team.
ดูคำตอบ
a big deal
ก็คงใช่ แต่มันไม่เคยให้ความรู้สึกแบบนั้นเลย
ในคำตอบนี้ I guess it is แสดงการเห็นด้วยกับคำประเมินของอีกฝ่ายแบบมีข้อสงวน I guess ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่รู้ข้อเท็จจริงเลย แต่ช่วยลดความหนักแน่นของการยอมรับและเลี่ยงการรับคำชมมาเป็นผลงานของตนอย่างเต็มที่ จากนั้น but ใช้เปรียบต่างคำประเมินจากภายนอกกับประสบการณ์ส่วนตัว It never feels that way หมายถึง ความสำคัญที่อีกฝ่ายพูดถึงไม่ตรงกับความรู้สึกในการทำงานแต่ละวัน รูปแบบ I guess X, but Y ช่วยให้ยอมรับมุมมองของผู้อื่นได้ พร้อมกับจำกัดขอบเขตของการยอมรับอย่างนุ่มนวล
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานพูดว่า “Your presentation was a huge success.” คำตอบใดยอมรับคำประเมินนี้ แต่แยกออกจากความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูดอย่างถ่อมตัว
- I guess it was, but it never felt that way to me.
- Yes, it was obviously the best presentation.
- No, it definitely wasn’t a success.
ดูคำตอบ
I guess it was, but it never felt that way to me.
That's always, you know, it's the sort of thing you just do on a daily basis and and a lot of people go,
5:22มันเป็นสิ่งที่ คุณรู้ไหม เป็นสิ่งที่คุณแค่ทำไปในแต่ละวัน และหลายคนก็มองว่า
And and it's it's one of the big things that I talk about with a lot of people.
5:29และนั่นเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ๆ ที่ผมมักจะคุยกับหลายคนเสมอ
I've been bitten by 55 snakes and I'm still alive
5:33ผมเคยโดนงูกัดตั้ง 55 ครั้งแล้วก็ยังมีชีวิตอยู่เลย
นั่นคือความผิดพลาด 55 ครั้งที่คุณทำ
That ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ถูกงูกัด 55 ครั้ง ส่วน 55 mistakes เป็นการตั้งชื่อใหม่ให้เหตุการณ์ชุดเดิม ไม่ได้เพิ่มเหตุการณ์อีกชุดหนึ่งจำนวน 55 ครั้ง การพูดตัวเลขเดิมซ้ำแต่เปลี่ยนประเภทของเหตุการณ์ ทำให้ผู้พูดเปลี่ยนกรอบประเมินจากการรอดชีวิตหรือความกล้าหาญไปเป็นความผิดพลาดในการทำงาน โครงสร้าง That’s + ตัวเลข + คำนามพหูพจน์ที่มีนัยประเมินค่า สามารถเปลี่ยนกรอบของข้อเท็จจริงที่กล่าวมาแล้วได้ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นควรถูกนับว่าเป็นอะไร
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดกล่าวถึงการถูกงูกัด 55 ครั้ง “that’s 55 mistakes you made” ทำหน้าที่อะไร
- เพิ่มความผิดพลาดใหม่อีก 55 ครั้งที่ไม่เกี่ยวกับการถูกกัด
- จัดประเภทการถูกกัด 55 ครั้งชุดเดิมใหม่ว่าเป็นความผิดพลาด
- ชื่นชมการรอดจากการถูกกัด 55 ครั้งว่าเป็นหลักฐานของความเชี่ยวชาญ
ดูคำตอบ
จัดประเภทการถูกกัด 55 ครั้งชุดเดิมใหม่ว่าเป็นความผิดพลาด
That's the way I look at it: มุมมองส่วนตัวที่หนักแน่น
that's the way I look at it หมายถึงนี่คือวิธีที่ผู้พูดเข้าใจหรือตัดสินเรื่องนั้น ในที่นี้ look at หมายถึงพิจารณาหรือตีความ ไม่ใช่หันสายตาไปมองบางสิ่งจริง ๆ ประโยคนี้ย้อนกลับไปยังข้อ判断ก่อนหน้าของผู้พูดและระบุว่าเป็นมุมมองส่วนตัว น้ำเสียงยังคงหนักแน่น แต่เปิดโอกาสให้คนอื่นมองเรื่องนี้ต่างออกไปได้
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้เติมประโยคเพื่อแสดงว่าข้อ判断เป็นมุมมองส่วนตัว: Missing one deadline is serious but fixable; ____.
ดูคำตอบ
that's the way I look at it
Irukandji jellyfish: ชื่อนี้หมายถึงอะไร
ในที่นี้ Irukandji ขยายคำว่า jellyfish และเป็นชื่อกลุ่มแมงกะพรุนกล่องที่มีอยู่จริง ซึ่งมีขนาดเล็กมากและมีพิษรุนแรง โดยพบความเชื่อมโยงเป็นพิเศษกับน่านน้ำทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ในประโยคนี้ไม่ได้เป็นชื่อบุคคลหรือสถานที่ การถูกต่อยอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการอิรุคันจิ ซึ่งเป็นปฏิกิริยารุนแรงที่อาจต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนในโรงพยาบาล ข้อมูลนี้อธิบายว่าทำไมการถูกต่อยหลายครั้งจึงเชื่อมโยงกับการไปโรงพยาบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าการถูกต่อยทุกครั้งจะให้ผลเหมือนกันเสมอ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The beach warning mentioned Irukandji jellyfish," คำว่า "Irukandji jellyfish" หมายถึงอะไร?
- แมงกะพรุนชนิดที่มีพิษรุนแรง
- คนที่ศึกษาแมงกะพรุน
- โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย
ดูคำตอบ
แมงกะพรุนชนิดที่มีพิษรุนแรง
in hospital ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและบริติช
ในประโยคนี้ in hospital หมายถึงการเข้ารักษาตัวในฐานะผู้ป่วย ส่วน ended up in hospital บอกว่าทุกครั้งที่ถูกแมงกะพรุนต่อย เหตุการณ์ลงเอยด้วยการต้องนอนโรงพยาบาล ภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและบริติชมักไม่ใส่คำนำหน้านามเมื่อมอง hospital ในแง่หน้าที่ด้านการรักษาตามปกติ จุดเน้นจึงอยู่ที่สถานะการเป็นผู้ป่วย ไม่ใช่ตัวอาคารโรงพยาบาล ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ in the hospital เพื่อสื่อสถานะเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียเกี่ยวกับผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวให้สมบูรณ์: After the accident, Liam spent two nights ____.
ดูคำตอบ
in hospital
and walk away and nobody has got in a situation where they're anywhere
5:53แล้วเดินจากมาโดยที่ไม่มีใครต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับ
envenomed: พิษเข้าสู่ร่างกายผ่านการกัดหรือต่อย
Envenomed เป็นรูป past participle ของ envenom หมายถึงพิษจากสัตว์เข้าสู่ร่างกายของคน โดยทั่วไปผ่านการกัด การต่อย เขี้ยว หรือหนามที่ปล่อยพิษได้ ในที่นี้ anywhere near being envenomed หมายความว่าไม่มีใครเข้าใกล้สถานการณ์ที่พิษจะเข้าสู่ร่างกายเลย คำว่า venomous animal ที่อยู่ก่อนหน้าเป็นเบาะแสของความหมาย Envenomed บอกว่าพิษเข้าสู่ร่างกายจริง ไม่ใช่เพียงเห็น เข้าใกล้ หรือสัมผัสสัตว์มีพิษ และไม่ได้ครอบคลุมการได้รับสารพิษทุกประเภท
แบบฝึกหัด
เติมรายงานความปลอดภัยด้วยคำที่แม่นยำสำหรับพิษที่เข้าสู่ร่างกายผ่านการถูกงูกัด: The handler was bitten, but tests showed that she had not been ____.
ดูคำตอบ
envenomed
have anything going on: โครงการหรือแผนที่กำลังดำเนินอยู่
ในคำถามนี้ have anything going on หมายถึง “มีโครงการ กิจกรรม หรือแผนบางอย่างที่กำลังดำเนินอยู่” คำว่า anything ทำให้คำถามเปิดกว้าง ผู้ฟังจึงเลือกได้ว่าจะเล่าความคืบหน้าประเภทใด โครงสร้าง have + something/anything + going on ใช้ถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือกำลังดำเนินอยู่ในงานหรือชีวิตของใครคนหนึ่ง โดยไม่ระบุหมวดหมู่เฉพาะ ส่วน that you want people to know about ที่ต่อท้ายจะจำกัดความหมายให้เป็นความคืบหน้าที่แขกรับเชิญอาจต้องการบอกต่อสาธารณะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนและหมายถึง “มีโครงการหรือแผนที่กำลังดำเนินอยู่”: Do you ____ that you'd like to share?
ดูคำตอบ
have anything going on
it's only fair that: การตอบสนองที่สมควรและสมดุล
It's only fair that + ประธาน + กริยา ใช้นำเสนอการกระทำในอนุประโยค that ว่าเป็นการตอบสนองที่สมเหตุสมผลและสมควรได้รับ โดยอาศัยความสมดุลหรือการตอบแทนกัน ในที่นี้ การนำเสนอผลงานของแขกรับเชิญถูกมองว่าเป็นการตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับความช่วยเหลือที่ได้รับไปแล้ว Only เน้นการตัดสินเรื่องความยุติธรรมให้หนักแน่นขึ้น โดยสื่อว่า “นี่คือการตอบสนองขั้นต่ำที่ยุติธรรม” หรือ “อีกฝ่ายสมควรได้รับสิ่งนี้อย่างชัดเจน” ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นการกระทำเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับบทเรียน ซึ่งนำเสนอว่าการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเป็นสิ่งที่สมควรทำ: We heard Mia's idea, so ____ we hear Leo's too.
ดูคำตอบ
it's only fair that
สำนวนไม่เป็นทางการ post grad stuff
ในที่นี้ post grad stuff เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการและกว้าง ๆ สำหรับการเรียน การวิจัย หรืองานระดับบัณฑิตศึกษา post grad เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ postgraduate ส่วน stuff จงใจไม่ระบุว่ากิจกรรมนั้นคืออะไรแน่ วลีนี้ช่วยลดความเป็นทางการของคำเชิญ แต่ยังคงชี้ถึงโอกาสหลังจบปริญญาตรี เมื่อรายละเอียดมีความสำคัญ ควรแทน stuff ด้วยชื่อหลักสูตรหรือกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแบบสบาย ๆ ด้วยสำนวนสามคำที่ตรงความหมายสำหรับกิจกรรมระดับบัณฑิตศึกษาที่ยังไม่ระบุชัดเจน: I'm exploring ____, but I haven't chosen a program yet.
ดูคำตอบ
post grad stuff
การใช้ give me a call เพื่อเชิญให้โทรหา
Give me a call หมายถึง “โทรหาฉัน” หรือ “ติดต่อฉันทางโทรศัพท์” โครงสร้างคือ give + person + a call โดยใช้ call เป็นคำนาม ในที่นี้เป็นคำเชิญอย่างเป็นมิตรให้ติดต่อภายหลังหากเข้าเงื่อนไข เป็นการเปิดช่องทางสำหรับการติดตามต่อ ไม่ได้หมายถึงการตั้งชื่อเรียกใครและไม่ใช่คำสั่งเร่งด่วน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง give + person + a call: If you have any questions about the job, ____.
ดูคำตอบ
give me a call
And you actually teach the the venomous animals course here,
6:37และจริงๆ แล้วคุณก็สอนวิชาสัตว์มีพิษที่นี่
even though he had other stuff to do (ทั้งที่เขามีเรื่องอื่นต้องทำ)
even though ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจขัดขวางการกระทำหลักได้ เขามีเรื่องอื่นต้องทำจริง ๆ แต่ก็ยังลงไปในน้ำกับผู้พูด even though + อนุประโยค ใช้เพื่อแสดงอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงหรือความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจ ส่วนประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นแม้จะมีอุปสรรคนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ามีอุปสรรคจริง แต่สิ่งนั้นไม่ได้หยุดการกระทำ?
- Leo went for a run because it was raining.
- Leo went for a run even though it was raining.
- Leo went for a run even if it was raining.
ดูคำตอบ
Leo went for a run even though it was raining.
give someone more insight into (ช่วยให้ใครบางคนเข้าใจบางสิ่งลึกซึ้งขึ้น)
Give someone more insight into something หมายถึงช่วยให้ใครบางคนเข้าใจบางสิ่งได้ลึกซึ้งขึ้น ในประโยคนี้ บทสัมภาษณ์ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจชีวิตของ Steve Irwin ได้ครบถ้วนขึ้น ไม่ใช่เพียงได้รับข้อเท็จจริงแยกเป็นเรื่อง ๆ รูปแบบคือ give + person + insight into + topic โดยวางผู้ที่ได้รับความเข้าใจหลัง give และใช้ into นำหน้าหัวข้อที่เข้าใจชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าบทสัมภาษณ์ช่วยให้ Maya เข้าใจงานนั้นได้ลึกซึ้งขึ้น?
- The interview gave Maya more insight into the job.
- The interview gave Maya more insight of the job.
- The interview gave Maya more insight to the job.
ดูคำตอบ
The interview gave Maya more insight into the job.
rather than just focusing on...: แทนที่จะมุ่งสนใจเพียง...
ในประโยคนี้ rather than ใช้เปรียบต่างมุมมองที่ผู้พูดต้องการ คือการเข้าใจชีวิตของสตีฟ เออร์วินให้ลึกซึ้งขึ้น กับมุมมองที่แคบกว่าซึ่งผู้พูดต้องการหลีกเลี่ยง คือการสนใจเพียงการเสียชีวิตของเขา ความหมายคือ “แทนที่จะ” ไม่ใช่ “หลังจาก” หรือ “จากนั้น” just ทำให้น้ำเสียงแก้ไขมุมมองชัดขึ้น โดยสื่อว่าจุดสนใจอย่างหลังจำกัดเกินไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ examine or discuss A rather than just focusing on B ซึ่งนำเสนอ A ว่าเป็นสิ่งที่ครอบคลุมหรือมีประโยชน์กว่าและควรให้ความสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียนที่เปรียบต่างการวิเคราะห์ภาพรวมกับจุดสนใจที่แคบเกินไป: “The report should examine the whole year ____ one unusual week.”
ดูคำตอบ
rather than just focusing on
Um Dr. Seymour wanted me to remind you that most people think Steve was being dangerous all the time,
7:05อืม ดร.ซีย์มัวร์อยากให้ผมเตือนคุณว่า คนส่วนใหญ่มักคิดว่าสตีฟทำตัวอันตรายตลอดเวลา
take precautions: ใช้มาตรการป้องกัน
Take precautions เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึงการทำสิ่งต่าง ๆ ล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงที่ทราบหรืออาจเกิดขึ้น ในที่นี้ กลุ่มคำนี้แก้ความเข้าใจที่ว่าสตีฟทำอะไรโดยประมาท เพราะงานที่ดูอันตรายก็ยังอาจมีการวางแผน การกำหนดขอบเขต และมาตรการป้องกัน สำนวนนี้หมายถึงการลดความเสี่ยง ไม่ใช่ความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ สามารถใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทด้านสุขภาพ การเดินทาง สถานที่ทำงาน และงานเทคนิค เมื่อผู้คนเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจผิดพลาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำมาตรฐานที่หมายถึง “ลงมือทำล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง”: “Because the roads may freeze tonight, drivers should ____.”
ดูคำตอบ
take precautions
and he always knew when to back away when an animal wasn't behaving correctly. กริยาวลี
7:11และเขาก็รู้เสมอว่าควรจะถอยออกไปตอนไหนเมื่อสัตว์เริ่มมีพฤติกรรมไม่ปกติ
back away: ถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง
ในประโยคนี้ back away หมายถึงถอยหลังและหยุดเข้าใกล้ Steve สังเกตเห็นพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายของสัตว์และเว้นระยะห่างทางกายภาพ วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย โดย back away from a plan, offer, or commitment หมายถึงหยุดสนับสนุนหรือดำเนินแผน ข้อเสนอ หรือคำมั่นต่อไป ทั้งสองแบบมีแนวคิดหลักคือการถอยออกมา ไม่ใช่การหันหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ back away: When the dog began growling, Maya ____ slowly and gave it space.
ดูคำตอบ
backed away
He had like a sixth sense for that sort of thing. สำนวน
7:14เขาเหมือนมีซิกซ์เซนส์ในเรื่องพวกนี้เลยล่ะ
a sixth sense: สัญชาตญาณที่แรง
ในประโยคนี้ a sixth sense หมายถึงสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์ที่แรงและอธิบายได้ยากด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าตามปกติ คำว่า like ทำให้เป็นการเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่า Steve มีพลังเหนือธรรมชาติจริง ๆ ใช้โครงสร้าง a sixth sense for + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม เพื่อระบุสิ่งที่คนหนึ่งรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ เช่น a sixth sense for danger หรือ a sixth sense for when something is wrong
แบบฝึกหัด
a sixth sense ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? "Nora has a sixth sense for when a project is about to go wrong."
- ประสาทการได้ยินที่เฉียบคมผิดปกติ
- สัญชาตญาณที่แรงและอธิบายได้ยาก
- การคาดการณ์จากการคำนวณอย่างละเอียด
ดูคำตอบ
สัญชาตญาณที่แรงและอธิบายได้ยาก
A freak accident: อุบัติเหตุที่หายากและคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง
Freak accident เป็นวลีคำนามแบบตายตัว หมายถึงอุบัติเหตุที่ผิดปกติอย่างยิ่ง มีโอกาสเกิดต่ำ และคาดการณ์ได้ยาก คำว่า freak ขยายลักษณะที่ผิดปกติของเหตุการณ์ ไม่ได้ใช้เรียกบุคคลใดว่า freak ในประโยคนี้ การเรียกการเสียชีวิตว่า a freak accident เป็นการนำเสนอว่าเป็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่ผลที่คาดหมายได้จากรูปแบบความประมาทซ้ำ ๆ วลีนี้สื่อถึงความหายากและการคาดเดาไม่ได้ แต่ตัววลีเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีใครต้องรับผิดชอบ
แบบฝึกหัด
เติมรายงานด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เหตุร้ายที่ผิดปกติและคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง”: “Investigators found no negligence and called it ____.”
ดูคำตอบ
a freak accident
One last thing ในฐานะคำเชื่อมปิดท้าย
One last thing เป็นวลีจัดระเบียบคำพูดที่บอกว่าการสนทนาหลักกำลังจะจบ พร้อมกับนำเสนอประเด็นสุดท้ายอีกหนึ่งเรื่อง one ในที่นี้หมายถึงข้อมูลหนึ่งข้อหรือหัวข้อหนึ่งเรื่อง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวัตถุจริง วลีนี้ช่วยจัดการความคาดหวังของผู้ฟัง ทำให้ข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาดูเหมือนวางแผนไว้ ไม่ใช่แทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน และบอกผู้ฟังว่าไม่ควรมีประเด็นสำคัญอื่นตามมาอีก
แบบฝึกหัด
คุณกำลังจะจบการนำเสนอและต้องการเพิ่มคำเตือนสั้น ๆ เป็นเรื่องสุดท้าย คำเชื่อมใดระบุชัดว่าคำเตือนนี้คือประเด็นสุดท้าย?
- One last thing: please complete the survey before you leave.
- For example: please complete the survey before you leave.
- One more thing: please complete the survey before you leave.
ดูคำตอบ
One last thing: please complete the survey before you leave.
here on Smarter Every Day with Dr. Jamie Seymour.
7:23ที่นี่ ใน Smarter Every Day กับดร.เจมี่ ซีย์มัวร์
feel free to click Australia around my head to subscribe น้ำเสียง/เจตนา
7:27กดคลิกที่รูปออสเตรเลียรอบๆ หัวผมเพื่อกดติดตามได้เลยนะ
feel free to: การอนุญาตและการเชิญชวนแบบไม่กดดัน
feel free to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าอีกฝ่ายเลือกทำสิ่งหนึ่งได้โดยไม่ต้องรู้สึกกดดัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนคำสั่งให้ click เป็นคำเชิญที่เป็นมิตรแทนที่จะเป็นคำสั่งตรง ๆ free ในที่นี้หมายถึงการไม่มีข้อจำกัดหรือแรงกดดัน ไม่ได้หมายความว่าการคลิกหรือการติดตามไม่มีค่าใช้จ่าย
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญแบบไม่กดดันด้วยวลีจากบทเรียน: "____ ask me if any part of the form is unclear."
ดูคำตอบ
Feel free to
if we've earned it, or check out any one of these videos น้ำเสียง/เจตนา
7:29ถ้าเราทำได้ดีพอ หรือจะลองดูวิดีโอพวกนี้
if we've earned it: ให้การสนับสนุนขึ้นอยู่กับความคู่ควร
if we've earned it เป็นอนุประโยคเงื่อนไข ในที่นี้ it หมายถึงการกดติดตามของผู้ชม ส่วน earned หมายถึงผู้สร้างสมควรได้รับการสนับสนุนนั้นเพราะนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่ามากพอ ไม่ได้หมายถึงหาเงินได้ เมื่อวางไว้หลังคำเชิญให้กดติดตาม อนุประโยคนี้ทำให้การสนับสนุนขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ชม คำขอจึงฟังดูถ่อมตัวและลดแรงกดดันลง
แบบฝึกหัด
เติมคำขอที่ถ่อมตัวด้วยวลีเงื่อนไขจากบทเรียน: "Please recommend our service to a friend ____."
ดูคำตอบ
if we've earned it