รถไฟพรางตัวสุดเนียน! 🥸 🚂 | ไฮไลท์ซีซั่น 2 - รถไฟ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: รถไฟที่ล่าช้าทำให้การเดินทางของเกลนดาสะดุดหลายครั้ง เธอพบแมวที่สร้างปัญหา ได้รับโทรศัพท์ให้ไปจัดการหมีขั้วโลกอารมณ์เสียซึ่งต่อมาหลุดหนี และท้ายที่สุดก็เปลี่ยนรถไฟให้เป็นขบวนด่วนเพื่อพาแมวที่บาดเจ็บไปหาสัตวแพทย์ ประเด็นหลักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. I'm sorry I'm late. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีขอโทษอย่างตรงไปตรงมาและแสดงความรับผิดชอบเมื่อมาสาย ประโยคที่สมบูรณ์หลัง sorry บอกปัญหาอย่างชัดเจน จึงนำรูปแบบนี้ไปใช้ได้ทั้งเมื่อมาสาย พลาดนัด หรือทำให้ผู้อื่นไม่สะดวกในสถานการณ์อื่น 2. I wouldn't touch him if I were you. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างสมมติที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคำแนะนำและคำเตือน ใช้ I wouldn’t…if I were you เพื่อทัดทานไม่ให้ใครทำบางอย่างอย่างสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ถึงอันตรายที่อีกฝ่ายยังไม่ทันสังเกต 3. on the loose — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงคนหรือสัตว์ที่หลุดหนีและกำลังเคลื่อนไหวโดยไม่มีใครควบคุม ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งของหลวม สามารถใช้ในเรื่องเล่า ข่าว หรือบทสนทนาเชิงขบขันเพื่อกล่าวถึงตัวการที่อันตรายหรือสร้างปัญหาและยังจับไม่ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I'm sorry I'm late: การขอโทษโดยตรงเมื่อมาสาย
ในประโยคนี้ I'm sorry เป็นการขอโทษโดยตรง และ I'm late บอกเหตุผลที่ขอโทษ sorry หมายถึง “ฉันขอโทษ” ไม่ใช่ “ฉันรู้สึกเศร้า” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm sorry + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มักละ that: I'm sorry (that) I'm late.
just missed: ช้าไปเพียงเล็กน้อยจนพลาด
ในประโยคนี้ just ขยาย missed และแสดงว่าช่วงเล่านิทานจบลงก่อนที่คนนั้นจะมาถึงเพียงไม่นาน คนนั้นมาไม่ทัน ใช้ just missed เมื่อใครสักคนพลาดรถหรือกิจกรรมเพราะช้าไปเพียงเล็กน้อย โดยสิ่งนั้นมักเพิ่งออกไปหรือเพิ่งจบลง ที่นี่ just บอกว่าเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นาน ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น”
แบบฝึกหัด
รถบัสออกไปหนึ่งนาทีก่อนที่ Maya จะถึงป้าย ประโยคใดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด
- Maya almost missed the bus.
- Maya just caught the bus.
- Maya just missed the bus.
ดูคำตอบ
Maya just missed the bus.
story time: กิจกรรมเล่านิทานสำหรับเด็กตามตาราง
story time คือกิจกรรมที่กำหนดไว้ โดยผู้ใหญ่จะอ่านหรือเล่าเรื่องให้เด็กฟัง คำนี้มักใช้เป็นชื่อกิจกรรมในตารางของศูนย์ดูแลเด็ก โรงเรียน ห้องสมุด และที่บ้าน ในประโยคนี้ missed story time หมายถึงกิจกรรมที่กำหนดไว้นั้นจบไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงเวลาใดก็ตามที่บังเอิญมีคนพูดถึงเรื่องเล่า
แบบฝึกหัด
ในตารางของศูนย์ดูแลเด็กเขียนว่า Story time at 10:00. คำว่า story time น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- เวลาใดก็ตามที่ใครสักคนบังเอิญพูดถึงเรื่องเล่า
- กิจกรรมที่กำหนดไว้ซึ่งผู้ใหญ่อ่านหรือเล่าเรื่องให้เด็กฟัง
- เวลาที่ใครสักคนค้นพบว่าเหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ
กิจกรรมที่กำหนดไว้ซึ่งผู้ใหญ่อ่านหรือเล่าเรื่องให้เด็กฟัง
pick you up: ไปรับใครสักคน
ในที่นี้ pick someone up หมายถึงไปยังสถานที่ที่ใครสักคนอยู่ พบเขา แล้วพาออกจากที่นั่น โดยมักเดินทางด้วยรถ ในประโยคนี้ผู้พูดจะไปรับผู้ฟังหลังจากทำงานเสร็จ ไม่ได้หมายถึงยกตัวผู้ฟังขึ้นจริง ๆ กริยาวลีนี้แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง pick กับ up เช่น pick you up, pick me up หรือ pick them up ไม่พูดว่า pick up you
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึงมารับฉันให้ประโยคสมบูรณ์: My train arrives at six. Can you ____ at the station?
ดูคำตอบ
pick me up
on time: ตรงตามเวลาที่กำหนด
“On time” หมายถึงเกิดขึ้นตามเวลาที่วางแผนหรือกำหนดไว้โดยไม่สาย ในประโยคนี้ ผู้พูดหวังว่ารถไฟจะวิ่งหรือมาถึงตามตารางเวลา ใช้เมื่อมีเวลาที่ตกลงกันไว้เป็นจุดอ้างอิง เช่น คนมาถึงตรงเวลา กิจกรรมเริ่มตรงเวลา หรืองานเสร็จตามกำหนด
แบบฝึกหัด
เติม on time หรือ in time ลงในช่องว่าง: The lesson was scheduled to begin at ten, and it began at exactly ten. It started ____.
ดูคำตอบ
on time
you again: การจำอีกฝ่ายได้แบบไม่ยินดี
“you again” เป็นปฏิกิริยาสั้น ๆ ที่มีความหมายประมาณ “It’s you again” หรือ “I’ve run into you again” การวาง you คู่กับ again ชี้ว่าเป็นคนเดิมที่กลับมาหรือปรากฏตัวอีกครั้ง ในประโยคนี้ Oh และถ้อยคำที่สั้นและห้วนแสดงว่าผู้พูดไม่ยินดีที่จำอีกฝ่ายได้ ผู้พูดทั้งแปลกใจและรำคาญหรือระแวง ไม่ได้ทักทายอย่างเป็นกลาง ในสถานการณ์อื่น น้ำเสียงอาจเปลี่ยนความรู้สึกได้ แต่บริบทนี้ทำให้ท่าทีเป็นลบ
แบบฝึกหัด
คนเดิมเคยก่อปัญหามาก่อน“Oh, you again.” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- ผู้พูดรำคาญหรือระแวงที่ต้องพบคนนี้อีกครั้ง
- ผู้พูดกำลังพบคนนี้เป็นครั้งแรก
- ผู้พูดกำลังถามชื่อของคนนี้อย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
ผู้พูดรำคาญหรือระแวงที่ต้องพบคนนี้อีกครั้ง
you've got a real ticket: have got ใช้บอกการครอบครองในปัจจุบัน
ในประโยคนี้ you've got เป็นรูปย่อของ you have got โดย have got ใช้บอกการมีหรือครอบครองในปัจจุบัน ดังนั้น you've got a real ticket จึงหมายถึงตอนนี้คุณมีตั๋วจริงอยู่ แม้ในวลีจะมี got แต่ประโยคนี้ไม่ได้เน้นการได้ตั๋วมาในอดีต จุดสำคัญคือขณะนี้มีตั๋วหรือไม่ การใช้ have got แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบบริติช
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง you've got a real ticket หมายความว่าอย่างไร
- หมายความว่าตอนนี้คุณมีตั๋วจริงอยู่
- เน้นเหตุการณ์ที่คุณได้ตั๋วจริงมาก่อนหน้านี้
- หมายความว่าคุณจะซื้อตั๋วจริงภายหลัง
ดูคำตอบ
หมายความว่าตอนนี้คุณมีตั๋วจริงอยู่
this time: เปรียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับครั้งก่อน
ในที่นี้ this time นำเหตุการณ์ครั้งปัจจุบันไปเปรียบกับครั้งก่อน เมื่ออยู่ท้ายประโยค วลีนี้เชื่อมข้อมูลใหม่กลับไปยังปัญหาเรื่องตั๋วที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด วลีนี้ยังแสดงท่าทีของผู้พูดว่าหวังว่าปัญหาเดิมจะไม่เกิดซ้ำอีก ทั้งนี้ this time อาจสื่อความสงสัย การเตือน หรือความไม่พอใจเล็กน้อยตามน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
this time ใน Check the address carefully this time. น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด
- ผู้พูดต้องการให้ตรวจสอบที่อยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ
- ผู้พูดหมายความว่าไม่เคยมีการตรวจสอบที่อยู่ใดมาก่อนเลย
- ก่อนหน้านี้อาจมีครั้งหนึ่งที่ไม่ได้ตรวจสอบที่อยู่อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
ก่อนหน้านี้อาจมีครั้งหนึ่งที่ไม่ได้ตรวจสอบที่อยู่อย่างรอบคอบ
Sorry about the mix-up: การขอโทษสำหรับปัญหาที่เฉพาะเจาะจง
Sorry about + คำนามหรือวลีนาม เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปเพื่อขอโทษสำหรับปัญหาที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้ the mix-up หมายถึงข้อผิดพลาดหรือความเข้าใจผิดที่ทำให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลหรือการจัดเตรียม วลีนี้ระบุชัดว่าขอโทษเรื่องอะไร จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการพูดเพียง Sorry สามารถใช้รูปแบบเดียวกันกับปัญหาอย่าง the delay, the mistake หรือ the confusion ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ Sorry about + วลีนาม เพื่อเติมคำขอโทษกรณีรถไฟล่าช้าให้สมบูรณ์: Sorry ____ the delay.
ดูคำตอบ
about
I wouldn't ... if I were you: การให้คำแนะนำหรือคำเตือน
I wouldn't + คำกริยารูปพื้นฐาน + if I were you เป็นโครงสร้างที่ใช้กันทั่วไปเพื่อแนะนำหรือเตือนใครไม่ให้ทำบางอย่าง ผู้พูดสมมุติว่าตนอยู่ในสถานการณ์ของผู้ฟัง โดย I เป็นประธานทางไวยากรณ์ แต่ you คือผู้ที่ได้รับคำแนะนำ ในประโยคนี้ wouldn't touch ไม่ได้เป็นเพียงการบอกทางเลือกของผู้พูด แต่เป็นการเตือนผู้ฟังไม่ให้แตะมัน เพราะอาจเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ ในสำนวนสมมุตินี้ ภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ were ใน if I were you
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างจากบทเรียนนี้: I ____ share that password ____.
ดูคำตอบ
wouldn't · if I were you
Get it off: ตำแหน่งคำสรรพนามในโครงสร้างที่หมายถึงการเอาออก
Get ... off หมายถึงเอาบางสิ่งออกจากคน สิ่งของ หรือพื้นผิว ใน Get it off! คำว่า it หมายถึงสิ่งที่ต้องเอาออก ส่วน off ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการลงจากรถโดยสารหรือรถไฟ โครงสร้างคือ get + กรรม + off ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ระหว่าง get กับ off: get it off
แบบฝึกหัด
เติมคำขอด้วย get ... off โดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: There's paint on my sleeve. Please ____.
ดูคำตอบ
get it off
is getting really cranky: สภาวะที่กำลังเปลี่ยนแปลง
Be getting + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าสภาวะหนึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาปัจจุบัน ในที่นี้ is getting หมายถึงกำลังกลายเป็น ไม่ใช่กำลังได้รับ ดังนั้นอารมณ์ของหมีจึงกำลังหงุดหงิดมากขึ้น Cranky เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการ หมายถึงหงุดหงิดง่ายและมีแนวโน้มที่จะบ่นหรือหมดความอดทน Really ใช้เน้นระดับของคำคุณศัพท์ ประโยคนี้มองอารมณ์เสียว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่ลักษณะนิสัยถาวร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าอารมณ์ของแมวกำลังเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดในตอนนี้
- The cat got cranky yesterday.
- The cat gets cranky every evening.
- The cat is getting cranky.
ดูคำตอบ
The cat is getting cranky.
running late: ช้ากว่ากำหนด
ในตัวอย่าง คำว่า train's ย่อมาจาก train is ส่วน running late หมายถึงรถไฟกำลังให้บริการช้ากว่าตารางเวลา โดย running กล่าวถึงการเดินรถ ไม่ได้หมายถึงการวิ่งด้วยร่างกาย โครงสร้าง be running late ยังใช้กับคน การประชุม หรือการเดินทางที่ช้ากว่าแผนได้ด้วย โดยนำเสนอความล่าช้าว่าเป็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสองคำจากบทเรียนเติมข้อความแจ้งให้สมบูรณ์: The bus was due ten minutes ago, so it's ____.
ดูคำตอบ
running late
gonna have to: ความจำเป็นในอนาคตแบบไม่เป็นทางการ
ในตัวอย่าง gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to โครงสร้าง be gonna have to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การกระทำในอนาคตเป็นสิ่งจำเป็น You're มีรูป be ที่โครงสร้างต้องใช้ และ tickle เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ความหมายนี้มากกว่าการบอกแผนธรรมดา ผู้พูดหมายความว่าเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว ผู้ฟังจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสามคำที่หมายถึงจำเป็นต้องทำในอนาคต: Because the last bus has left, you're ____ walk home.
ดูคำตอบ
gonna have to
yourself: เน้นว่าคุณเป็นคนทำเอง
ในประโยคนี้ yourself ใช้เน้น you ว่าผู้ฟังต้องเป็นคนจั๊กจี้เอง โดยไม่มีคนอื่นทำแทน กรรมของ tickle คือ him ดังนั้น yourself จึงไม่ใช่ผู้รับการกระทำ นี่คือการใช้สรรพนามสะท้อนกลับเพื่อเน้นผู้กระทำ แม้ตัด yourself ออก ประโยคก็ยังถูกไวยากรณ์ แต่ความเปรียบต่างว่า “คนนี้ต้องทำเอง ไม่ใช่คนอื่น” จะหายไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สรรพนามสะท้อนกลับเพียงเพื่อเน้นว่าใครเป็นคนทำการกระทำนั้นเอง
- The chef introduced herself to the guests.
- The chef cut herself while cooking.
- The chef made the cake herself.
ดูคำตอบ
The chef made the cake herself.
give it a go: ยินดีที่จะลองทำดู
give it a go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลองทำดู” หรือ “ลองสักครั้ง” ในที่นี้ it หมายถึงงานที่กำลังพูดถึง ส่วน I'll แสดงว่าผู้พูดยินดีลอง แม้จะไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ ควรเข้าใจ give it a go เป็นสำนวนทั้งชุด โดย go ในที่นี้หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือการอนุญาตให้ไป และสามารถแทน it ด้วยสิ่งที่ระบุชัดได้ เช่น give the puzzle a go
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย give it a go: This puzzle looks difficult, but I'll ____.
ดูคำตอบ
give it a go
like how I tickled him: เน้นวิธีที่ทำการกระทำหนึ่ง
like how + อนุประโยค หมายถึง “ชอบวิธีที่ทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ how I tickled him ระบุวิธีที่ผู้พูดจั๊กจี้เขา และอนุประโยค how ทั้งหมดเติมความหมายให้ like ว่าเขาไม่ชอบอะไร how ตรงนี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม เขาไม่ชอบวิธีที่ผู้พูดจั๊กจี้เขา แต่ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบการจั๊กจี้ทุกรูปแบบเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้ประโยคเน้นวิธีการจัดไฟล์: I like ____ you organised the files.
ดูคำตอบ
how
on the loose: หนีออกมาและไม่มีใครควบคุม
on the loose เป็นสำนวนที่ใช้กับคนหรือสัตว์ที่หนีออกจากที่กักขัง หรือกำลังเดินไปมาโดยไม่มีใครควบคุม ในประโยคนี้ เขาหลุดออกมาแล้วและอาจจับได้ยาก loose ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่หลวมทางกายภาพ สำนวนนี้มักสื่อว่าคนอื่นควรออกตามหาคนหรือสัตว์นั้น หรือควรระวังเมื่ออยู่ใกล้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “หนีออกมาและไม่มีใครควบคุม” ในคำเตือนนี้: A dangerous dog is ____ in the neighbourhood.
ดูคำตอบ
on the loose
Hang on: ขอให้อีกฝ่ายหยุดรอสักครู่
ในประโยคนี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อน” ผู้พูดหยุดบทสนทนาชั่วครู่ เพราะนึกถึงเรื่องใหม่ที่ต้องใส่ใจ นี่เป็นสำนวนตายตัวในการสนทนา ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่า “ห้อยอยู่” หรือ “แขวนบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
สำนวนใดใช้ขอให้อีกฝ่ายหยุดรอสักครู่ระหว่างที่คุณคิดหรือตรวจสอบบางอย่าง?
- Move on.
- Carry on.
- Hang on.
ดูคำตอบ
Hang on.
Have I seen you before? — ถามถึงประสบการณ์จนถึงปัจจุบัน
Have I seen you before? ใช้ present perfect โดยมีโครงสร้าง have + ประธาน + past participle (seen) เพื่อถามว่าผู้พูดเคยเห็นคนนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนปัจจุบันหรือไม่ โดยไม่ระบุเวลาแน่นอน จุดสำคัญไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรในอดีต การอาจเคยพบกันมาก่อนสำคัญต่อปัจจุบัน เพราะคนนี้ดูคุ้นหน้า
แบบฝึกหัด
คุณรู้สึกว่าคนคนหนึ่งดูคุ้นหน้า แต่จำเวลาและสถานที่ที่แน่นอนไม่ได้ คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด?
- Have I seen you before?
- Am I seeing you now?
- Did I see you at the station yesterday?
ดูคำตอบ
Have I seen you before?
move here from + สถานที่: ย้ายจากที่หนึ่งมาอยู่ที่นี่
move here from + สถานที่ หมายถึงย้ายที่อยู่จากสถานที่นั้นมายังสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ในขณะนี้ ในประโยคนี้ from Egypt บอกว่าครอบครัวเคยอยู่ที่ไหน ส่วน here คือปลายทางของการย้าย here เป็นคำชี้เฉพาะที่เปลี่ยนสถานที่อ้างอิงตามสถานการณ์ที่พูด หากปลายทางไม่ใช่สถานที่ปัจจุบันของผู้พูด ให้ระบุชื่อสถานที่ เช่น move from Cairo to London
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงผู้พูดย้ายจากที่อื่นมาอยู่ที่นี่ให้สมบูรณ์: We ____ Canada last year.
ดูคำตอบ
moved here from
'cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because
'cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because และยังคงใช้เพื่อนำเข้าสู่เหตุผล ดังนั้นเนื้อหาที่ตามมาจึงอธิบายว่าทำไมบางอย่างจึงเป็นจริง หรือทำไมคนหนึ่งจึงรู้สึกหรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เครื่องหมายอะพอสทรอฟีข้างหน้าแสดงว่าตัด be- ออก การสะกดแบบนี้ใช้ถ่ายทอดภาษาพูดสบาย ๆ และวางได้ทั้งต้นประโยคหรือหลังข้อความก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยค แล้วเลือกประโยคที่ขึ้นต้นด้วยรูปย่อแบบไม่เป็นทางการ 'cause โดยสังเกตว่าได้ยิน /bɪ/ ก่อน /kəz/ หรือไม่
- 'Cause I missed the bus, I was late.
- Since I missed the bus, I was late.
- Because I missed the bus, I was late.
ดูคำตอบ
'Cause I missed the bus, I was late.
being attacked by animals: รูป -ing แบบถูกกระทำหลัง like
ส่วนที่เน้นเป็นอนุประโยค -ing แบบถูกกระทำซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของ like โครงสร้างคือ being + กริยาช่องที่ 3 ได้แก่ being attacked ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย by บอกผู้ทำกริยา ดังนั้นสัตว์เป็นฝ่ายทำร้ายผู้พูด ไม่ใช่ผู้พูดทำร้ายสัตว์ หลัง like, dislike หรือ hate โครงสร้างนี้ใช้กล่าวถึงประสบการณ์ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำโดยทั่วไปได้ ในประโยคนี้ผู้พูดหมายถึงไม่ชอบความเป็นไปได้หรือประสบการณ์ของการถูกสัตว์ทำร้าย ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ากำลังถูกทำร้ายอยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย being + กริยาช่องที่ 3 ของ interrupt: I hate ____ while I am speaking.
ดูคำตอบ
being interrupted
It is you: การยืนยันตัวบุคคล
ในฉากนี้ It is you. ใช้ยืนยันตัวบุคคล หมายความว่าคนที่อยู่ตรงหน้าผู้พูดคือคนที่ผู้พูดพยายามระบุตัวหรือเคยสงสัย จึงให้น้ำเสียงประมาณว่า ที่แท้ก็คุณ หรือ เป็นคุณจริง ๆ it ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ใช้แทนตัวตนที่ยังไม่ทราบชั่วคราว และ you เป็นคำตอบ รูปเต็ม It is อาจฟังดูตั้งใจหรือมีความเป็นละครมากกว่ารูปย่อ It's ที่ใช้กันทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในความหมายนี้ It is you. หมายถึงอะไร?
- มีสิ่งของชิ้นหนึ่งเป็นของคุณ
- คุณได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในเกม
- คนที่กำลังได้รับการระบุตัวคือคุณ
ดูคำตอบ
คนที่กำลังได้รับการระบุตัวคือคุณ
I knew it: ปฏิกิริยาเมื่อสิ่งที่คาดเดาไว้ได้รับการยืนยัน
I knew it. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้เมื่อหลักฐานใหม่ยืนยันสิ่งที่สงสัยหรือคาดเดาไว้ก่อนแล้ว ในที่นี้หมายถึง “ฉันเดาถูก” หรือ “เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้” ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่า “ฉันเคยรู้ข้อมูลนี้ในอดีต” รูปอดีต knew ย้อนกลับไปยังความคิดที่มีอยู่ก่อนความจริงจะเปิดเผย น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ประโยคนี้สื่อถึงความพอใจ ความหงุดหงิด ความกังวล หรือการยอมรับอย่างจำใจได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งยอมรับว่าเป็นคนซ่อนกุญแจของคุณ ซึ่งยืนยันข้อสงสัยของคุณ คำตอบใดสื่อความหมายว่า “ฉันเดาถูก” ได้ดีที่สุด
- I knew it.
- I knew them.
- I know it.
ดูคำตอบ
I knew it.
needs a vet: vet หมายถึงสัตวแพทย์
ใน He needs a vet. คำว่า vet เป็นรูปย่อที่ใช้ทั่วไปของ veterinarian ซึ่งหมายถึงแพทย์ที่รักษาสัตว์ needs a vet หมายความว่าสัตว์ตัวนั้นต้องได้รับการตรวจหรือรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ ในหลายบริบทจะเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ต้องไปหาสัตวแพทย์” คำว่า vet ยังเป็นรูปย่อของ veteran ได้ในบริบททางทหารหรือประวัติส่วนบุคคล แต่ในที่นี้เป็นเรื่องของสัตว์ที่ต้องได้รับการดูแล จึงหมายถึง veterinarian เท่านั้น
แบบฝึกหัด
a vet ใน “The injured rabbit needs a vet.” หมายถึงอะไร
- แพทย์ที่รักษาสัตว์
- อดีตสมาชิกกองทัพ
- ผู้ที่ขับรถไฟ
ดูคำตอบ
แพทย์ที่รักษาสัตว์
hop on the train: คำพูดกันเองที่แปลว่า “ขึ้นรถไฟ”
ในประโยคนี้ hop on the train หมายถึง “ขึ้นรถไฟ” คำว่า hop ทำให้ฟังดูกระฉับกระเฉง รวดเร็ว และเป็นกันเอง ไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายกระโดดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ hop on + พาหนะที่เราขึ้นโดยสาร เช่น hop on the bus หรือ hop on a bike
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ขึ้นต้นด้วย hop และหมายถึง “รีบขึ้นรถบัส”: The bus is here—let's ____ before it leaves.
ดูคำตอบ
hop on
All aboard!: คำประกาศแบบดั้งเดิมให้ขึ้นก่อนออกเดินทาง
All aboard! เป็นคำประกาศแบบดั้งเดิมที่ใช้ก่อนรถไฟหรือเรือออกเดินทาง ใช้บอกผู้โดยสารทุกคนที่ยังไม่ได้ขึ้นให้ขึ้นทันที ในที่นี้ aboard หมายถึงอยู่บนหรือขึ้นรถไฟ เรือ หรือพาหนะอื่น ๆ ทั้งประโยคเลียนแบบคำประกาศของพนักงานประจำรถหรือเจ้าหน้าที่บนเรือ ไม่ใช่คำทักทายทั่วไป
แบบฝึกหัด
รถไฟกำลังจะออก และพนักงานต้องการให้ผู้โดยสารทุกคนที่ยังไม่ได้ขึ้นรีบขึ้น คำประกาศใดเหมาะสมที่สุด?
- Mind the gap!
- All aboard!
- Next stop, Bristol!
ดูคำตอบ
All aboard!
Express train: บริการรถไฟที่เร็วและจอดน้อยกว่า
ใน express train คำว่า express เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกประเภทของบริการรถไฟ โดยทั่วไปหมายถึงรถไฟที่จอดน้อยกว่าบริการรถไฟธรรมดา การเดินทางจึงมักเร็วกว่า ในที่นี้ express ไม่ได้หมายถึงการแสดงความคิด เมื่อวางไว้หน้าคำเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น train คำนี้สามารถบอกถึงบริการที่เร็วขึ้นหรือจอดน้อยลงได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์เกี่ยวกับรถไฟสองคำที่เรียนที่นี่: To reach the city sooner, take the ____; it stops at fewer stations than the local train.
ดูคำตอบ
express train
Me too: บอกว่ามีความรู้สึกหรือประสบการณ์เชิงบวกเหมือนกัน
Me too เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่าข้อความบอกเล่าเชิงบวกเดียวกันนั้นเป็นจริงสำหรับผู้พูดด้วย ใช้เพื่อบอกว่ามีความรู้สึก ความหวัง ความชอบ หรือประสบการณ์เหมือนกับสิ่งที่อีกคนเพิ่งพูด ส่วนที่เหลือของความคิดถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบทสนทนาก่อนหน้า ดังนั้น Me too จึงใช้ตอบรับข้อมูลเดิม ไม่ได้ใช้เสนอข้อมูลใหม่ที่สมบูรณ์โดยไม่มีบริบท
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B ด้วยสำนวนสองคำที่เรียนที่นี่ A: I'm excited about the school trip. B: ____! I can't wait.
ดูคำตอบ
Me too
be late for + กิจกรรม: ไปถึงหลังเวลาเริ่ม
be late for + กิจกรรม ชั้นเรียน หรือนัดหมาย หมายถึงไปถึงหลังเวลาเริ่มที่กำหนดไว้ ในประโยคนี้ mahjong หมายถึงวงหรือกิจกรรมเล่นไพ่นกกระจอกที่นัดกันไว้ นามวลีหลัง for ระบุกิจกรรมหรือกำหนดการที่ได้รับผลจากการมาสาย ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ล่าช้า โครงสร้างเดียวกันใช้ได้ใน be late for school, be late for work และ be late for a meeting
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be late for: The appointment starts at ten, so we must leave now or we'll ____ it.
ดูคำตอบ
be late for
Stand back from + สถานที่หรือสิ่งอันตราย: ถอยและรักษาระยะห่าง
Stand back from + สถานที่หรือวัตถุ เป็นคำสั่งด้านความปลอดภัยโดยตรงที่ให้ถอยหลังหรือรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย back บอกทิศทางหรือระยะ ส่วน from นำหน้าสถานที่หรือวัตถุที่ต้องถอยห่างออกมา ที่สถานี ความหมายเฉพาะของ from the platform ต้องดูจากบริเวณรอบตัว และมักเป็นคำเตือนไม่ให้ยืนใกล้ชานชาลาหรือขอบชานชาลามากเกินไป คำสั่งนี้ไม่ได้หมายถึง “ยืนนิ่ง ๆ” และ back ก็ไม่ได้หมายถึงแผ่นหลังของคน
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้านความปลอดภัยด้วยวลีจากบทเรียนนี้: Please ____ the moving doors.
ดูคำตอบ
stand back from
Here it is: ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเพิ่งปรากฏหรือถูกพบ
Here it is เป็นสำนวนที่ใช้ชี้หรือเสนอสิ่งที่เพิ่งปรากฏต่อหน้า ในประโยคนี้ it หมายถึงรถไฟที่กำลังรออยู่ ส่วน here ดึงความสนใจของผู้ฟังไปที่รถไฟขณะที่เริ่มมองเห็น ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่รอคอยปรากฏขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่บอกว่ามันอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ ใช้ Here it is เมื่อบริบทชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และสิ่งนั้นเพิ่งถูกพบ มาถึง หรือถูกหยิบออกมาให้ดู ถ้ามีหลายสิ่งให้ใช้ Here they are ส่วนถ้าเป็นบุคคลให้ใช้สรรพนามให้ตรง เช่น Here she is
แบบฝึกหัด
คุณค้นกระเป๋าเพื่อหาตั๋วใบหนึ่งโดยเฉพาะ ในที่สุดก็หยิบออกมาให้เพื่อนดู ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับจังหวะที่เพิ่งพบตั๋ว
- Here I am!
- Here it is!
- It is usually here.
ดูคำตอบ
Here it is!