พืชมีความคิดหรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
738 คำ 209 คำ/นาที

ภาพรวม: สัญญาณเคมี เครือข่ายเชื้อรา และพฤติกรรมคล้ายความทรงจำใช้ตั้งคำถามว่าพืชที่ไม่มีสมองแก้ปัญหาได้หรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. give off (กริยาวลี): เข้าใจว่าแปลว่า “ปล่อยออกมา” เมื่อพูดถึงกลิ่นและสารเคมี ไม่แปล give ว่า “ให้” ตรงตัว และใช้กับความร้อน แสง ควัน หรือก๊าซได้ 2. world wide web. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): มองชื่ออินเทอร์เน็ตเป็นอุปมาของเครือข่ายเชื้อราที่ให้ต้นไม้แลกเปลี่ยนสารอาหารและข้อมูล ไม่ใช่ระบบดิจิทัลจริง 3. as though they had realized (ไวยากรณ์และรูปประโยค): สังเกตว่าอดีตกาลสมบูรณ์เสนอการรับรู้ก่อนหน้าที่จินตนาการขึ้นเพื่ออธิบายปฏิกิริยาของไมยราบ ไม่ได้ยืนยันว่าพิสูจน์ความคิดที่มีสำนึกแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

With over 300,000 plant species on Earth,

0:00

ในเมื่อโลกมีพืชมากกว่า 300,000 ชนิด

there's no doubt that they have highly developed senses to stay alive and thrive. วลี

0:02

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันมีประสาทสัมผัสที่พัฒนาอย่างมากเพื่อเอาชีวิตรอดและเติบโต

วลี

There's no doubt that + อนุประโยค

There's no doubt that ใช้นำหน้าอนุประโยค that ที่สมบูรณ์ และนำเสนอเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นข้อวินิจฉัยที่ผู้พูดมั่นใจว่าเป็นจริง ในประโยคนี้ they have highly developed senses to stay alive and thrive คือข้อสรุปที่ถูกนำเสนอด้วยความมั่นใจสูงมาก ต่างจากการใช้คำวิเศษณ์อย่าง certainly เพียงคำเดียว กรอบประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลโดยบอกจุดยืนของผู้พูดก่อน แล้วจึงให้ข้อความที่ต้องการยืนยัน อนุประโยค that ต้องมีประธานและกริยาของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบที่แสดงความมั่นใจอย่างมากจากบทเรียนนี้: ____ the new safety system reduced accidents.

ดูคำตอบ

There's no doubt that

วลี

Stay alive and thrive: จากการอยู่รอดสู่การเติบโตอย่างสำเร็จ

Stay alive หมายถึงมีชีวิตหรือคงอยู่ต่อไป ส่วน thrive หมายถึงไปไกลกว่าการเอาตัวรอด โดยเติบโต พัฒนา หรือประสบความสำเร็จอย่างมาก การเชื่อมสองคำนี้ด้วย and ทำให้เกิดลำดับความหมายที่ชัดเจน คือหลีกเลี่ยงความตายหรือความล้มเหลวก่อน แล้วจึงเจริญงอกงาม ในประโยคนี้ กริยาทั้งสองบอกประโยชน์สองระดับ ไม่ได้กล่าวความหมายเดิมซ้ำกัน

แบบฝึกหัด

Stay alive and thrive แสดงลำดับความหมายแบบใด

  1. พัฒนาได้สำเร็จก่อน แล้วจึงหลีกเลี่ยงความตายหรือความล้มเหลว
  2. คงอยู่ต่อไปก่อน แล้วจึงพัฒนาได้สำเร็จ
  3. สองวิธีที่มีความหมายเท่ากันและหมายถึงเพียงการเอาตัวรอด
ดูคำตอบ

คงอยู่ต่อไปก่อน แล้วจึงพัฒนาได้สำเร็จ

But while some of their features may be compared to taste,

0:06

แต่แม้ลักษณะบางอย่างของพืชจะเทียบได้กับการรับรส

sight, touch, and smell in humans,

0:08

การมองเห็น การสัมผัส และการดมกลิ่นของมนุษย์

have you ever wondered, ลำดับความ

0:10

คุณเคยสงสัยไหมว่า

can plants think?

0:11

พืชคิดได้หรือไม่

ลำดับความ

Have you ever wondered ...? ในฐานะคำเปิดเพื่อนำเข้าสู่คำถาม

Have you ever wondered ...? กล่าวกับผู้ชมโดยตรงและกระตุ้นความอยากรู้ก่อนเข้าสู่คำถามหลัก ในที่นี้ วลีดังกล่าววางกรอบให้ can plants think? เป็นหัวข้อที่วิดีโอกำลังจะสำรวจ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบว่าผู้ชมแต่ละคนจำการกระทำเฉพาะอย่างหนึ่งในอดีตได้หรือไม่ เมื่อใช้เป็นคำเปิด Have you ever wondered ...? จะเชื่อมจากบทนำไปสู่คำถามหรือประเด็น โดยส่งสัญญาณว่า “เรื่องนี้น่าคิด และเราจะพูดถึงเรื่องนี้ต่อไป”

แบบฝึกหัด

ตอนต้นของวิดีโออธิบาย Have you ever wondered ...? ทำหน้าที่หลักอะไร

  1. เชิญชวนให้ผู้ชมอยากรู้เกี่ยวกับคำถามที่ตามมา
  2. ขอให้ผู้ชมรายงานการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้วอย่างละเอียด
  3. ประกาศว่าผู้พูดรู้คำตอบของทุกคนอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

เชิญชวนให้ผู้ชมอยากรู้เกี่ยวกับคำถามที่ตามมา

On land,

0:13

บนผืนดิน

the cumulative mass of plants is 1,000 times higher than that of animals. ไวยากรณ์

0:13

มวลรวมของพืชมากกว่ามวลของสัตว์ถึง 1,000 เท่า

ไวยากรณ์

1,000 times higher than that of animals: การเปรียบเทียบสิ่งชนิดเดียวกัน

1,000 times higher than แสดงการเปรียบเทียบแบบคูณด้วยจำนวนที่สูงมาก ในประโยคนี้ ความหมายที่ต้องการคือมวลรวมของพืชมีค่าประมาณ 1,000 เท่าของมวลรวมของสัตว์ ไม่ใช่มากกว่าอยู่ 1,000 หน่วย That of animals ใช้แทน the cumulative mass of animals คำแทนเอกพจน์ that ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าว cumulative mass ซ้ำและทำให้การเปรียบเทียบสอดคล้องกัน กล่าวคือ เปรียบเทียบมวลของพืชกับมวลของสัตว์ ไม่ใช่เปรียบเทียบกับตัวสัตว์เอง

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยคำแทนเอกพจน์ที่ช่วยไม่ให้กล่าว average temperature ซ้ำ: The average temperature in July is much higher than ____ January.

ดูคำตอบ

that of

But these plants are immobile and can't move around in their environment,

0:17

แต่พืชเหล่านี้อยู่นิ่งกับที่และเคลื่อนที่ไปมาในสภาพแวดล้อมไม่ได้

which is seemingly a pretty big evolutionary disadvantage.

0:20

ซึ่งดูเหมือนเป็นข้อเสียทางวิวัฒนาการที่ค่อนข้างใหญ่

This has forced plants to adapt in amazing ways that often go unnoticed by the naked eye. โน้ต

0:23

สิ่งนี้บีบให้พืชต้องปรับตัวด้วยวิธีอันน่าทึ่งที่มักไม่อาจสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ไวยากรณ์

forced plants to adapt: force + กรรม + to-infinitive

ในโครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive กรรมคือคนหรือสิ่งที่ได้รับผลจากแรงกดดัน ส่วน infinitive บอกการกระทำที่เกิดขึ้นตามมา ในประโยคนี้ plants เป็นกรรม และ to adapt คือสิ่งที่สภาพแวดล้อมทำให้จำเป็นต้องเกิดขึ้น This หมายถึงการที่พืชเคลื่อนที่ไม่ได้ ไม่มีใครตั้งใจบังคับพืช แต่ข้อเสียทางวิวัฒนาการทำหน้าที่เป็นแรงกดดันจากภายนอก Has forced แสดงว่าแรงกดดันนี้ทำงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่งและก่อให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ force และเครื่องหมาย infinitive ที่จำเป็น: Yesterday, a power outage ____ the staff ____ leave early.

ดูคำตอบ

forced · to

วลี

go unnoticed: ไม่ถูกสังเกตเห็น

ในโครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ go หมายถึงการเข้าสู่หรือคงอยู่ในสภาวะหนึ่ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ Go unnoticed หมายถึง “ไม่ถูกสังเกตเห็น” หรือ “ไม่มีใครสังเกตเห็น” ในประโยคนี้ วิธีอันน่าทึ่งที่พืชใช้ปรับตัวมีอยู่จริง แต่คนทั่วไปมักมองไม่เห็นด้วยสายตาธรรมดา วลีนี้เน้นผลลัพธ์ที่ไม่ถูกสังเกต และไม่ได้สื่อว่ามีใครตั้งใจเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ไม่ถูกสังเกตเห็น”: A small typo can ____ during a quick review.

ดูคำตอบ

go unnoticed

Smell something funny? การใช้คำ

0:28

ได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ ไหม

การใช้คำ

funny ที่หมายถึง “แปลก” ใน smell something funny

ใน smell something funny คำว่า funny หมายถึง “แปลก ผิดปกติ หรือดูไม่ชอบมาพากล” บริบทเรื่องการได้กลิ่นและคำที่ไม่ระบุชัดอย่าง something ชี้ไปที่กลิ่นที่ไม่คาดคิด ไม่ได้เกี่ยวกับความตลก

แบบฝึกหัด

ในประโยค The milk smells funny คำว่า funny น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. นมกำลังทำให้คนหัวเราะ
  2. นมไม่มีกลิ่นเลย
  3. นมมีกลิ่นแปลกหรืออาจเป็นกลิ่นไม่ดี
ดูคำตอบ

นมมีกลิ่นแปลกหรืออาจเป็นกลิ่นไม่ดี

Plants do too, ไวยากรณ์

0:29

พืชก็ได้กลิ่นเช่นกัน

ไวยากรณ์

do too ที่ใช้แทนข้อความเดิมใน Plants do too

ใน Plants do too คำว่า do ใช้แทนวลีกริยา smell something funny ที่เข้าใจได้จากบริบท ภาษาอังกฤษสามารถละการกระทำที่ซ้ำนี้ได้ เพราะคำถามก่อนหน้าทำให้ความหมายชัดเจนแล้ว too หมายถึง “ด้วย” เนื่องจาก Plants เป็นพหูพจน์และการกระทำที่ละไว้เป็นปัจจุบัน จึงใช้ do หากประธานเป็นเอกพจน์จะใช้ does ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนข้อความเดิม ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “ลงมือทำ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ do ร่วมกับ too: Maya enjoys science podcasts, and Leo ____.

ดูคำตอบ

does too

and they react to these chemicals in the air.

0:30

และพวกมันตอบสนองต่อสารเคมีเหล่านี้ในอากาศ

For example,

0:31

ตัวอย่างเช่น

when fruits start to ripen,

0:32

เมื่อผลไม้เริ่มสุก

they release a chemical called ethylene.

0:33

มันจะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่าเอทิลีน

And when neighboring fruits sense this pheromone,

0:35

และเมื่อผลไม้ข้างเคียงตรวจจับฟีโรโมนนี้ได้

they ripen faster so that all fruits mature at the same time. ไวยากรณ์

0:37

มันจะสุกเร็วขึ้น เพื่อให้ผลไม้ทั้งหมดสุกพร้อมกัน

ไวยากรณ์

so that สำหรับผลลัพธ์ที่ถูกทำให้เป็นไปได้

ในประโยคนี้ so that นำเข้าสู่ผลหรือหน้าที่ที่เกิดขึ้นได้จากการสุกเร็วขึ้น กล่าวคือ ผลไม้ลงเอยด้วยการสุกพร้อมกัน เนื่องจากผลไม้ไม่ได้วางแผนอย่างมีสติ ความเชื่อมโยงนี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นผลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความตั้งใจส่วนบุคคล โครงสร้างคือ ประโยคหลัก + so that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ อนุประโยค so that บอกผลลัพธ์ที่เหตุการณ์ก่อนหน้าทำให้เป็นไปได้หรือช่วยให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่นำเข้าสู่ผลที่ต้องการให้ประโยคสมบูรณ์: We sent a reminder ____ nobody would miss the deadline.

ดูคำตอบ

so that

Plants also give off scents, กริยาวลี

0:40

พืชยังปล่อยกลิ่นออกมา

which attract insects to spread their pollen.

0:41

ซึ่งดึงดูดแมลงให้มาช่วยกระจายเกสร

กริยาวลี

give off ในความหมายว่าแผ่หรือปล่อยออกมา

Give off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงปล่อยหรือแผ่บางสิ่งออกไปในอากาศหรือพื้นที่โดยรอบ ในที่นี้ สิ่งที่พืชปล่อยออกมาคือกลิ่น ให้เข้าใจ give off เป็นหน่วยความหมายเดียว แทนที่จะตีความ give ว่าเป็นการมอบสิ่งของให้ใครบางคน กรรมของวลีนี้มักเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง เช่น กลิ่น ความร้อน แสง ก๊าซ หรือรังสี

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึงปล่อยหรือแผ่ออกมาให้ประโยคสมบูรณ์: The old heater began to ____ a strange smell.

ดูคำตอบ

give off

In particular,

0:43

โดยเฉพาะ

the amazing carrion flowers grow tiny hairs, วัฒนธรรม

0:44

ดอกซากศพอันน่าทึ่งมีขนเล็ก ๆ งอกขึ้น

feel warm,

0:46

ให้ความรู้สึกอุ่น

and smell like rotting flesh in an attempt to mimic a dead corpse. วลี

0:47

และส่งกลิ่นเหมือนเนื้อเน่าเพื่อเลียนแบบซากศพ

วลี

In an attempt to: จุดประสงค์ที่ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ

in an attempt to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำและนำเสนอว่าจุดประสงค์นั้นเป็นสิ่งที่กำลังพยายามทำให้สำเร็จ ในที่นี้ ดอกไม้มีกลิ่นเหมือนเนื้อเน่าเพื่อพยายามเลียนแบบซากศพ วลีนี้บอกเจตนา ไม่ได้บอกผลลัพธ์ จึงไม่ได้หมายความว่าการเลียนแบบประสบความสำเร็จ ต้องมีข้อความเกี่ยวกับผลลัพธ์แยกต่างหากจึงจะยืนยันความสำเร็จได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ค่อนข้างเป็นทางการ ซึ่งนำเสนอจุดประสงค์ว่าเป็นความพยายาม ไม่ใช่ความสำเร็จที่ยืนยันแล้ว: The engineers added insulation ____ reduce traffic noise.

ดูคำตอบ

in an attempt to

This is to attract flies and beetles as pollinators.

0:51

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดแมลงวันและด้วงให้มาช่วยผสมเกสร

วัฒนธรรม

Carrion flowers: ดอกไม้ที่เลียนแบบเนื้อของสัตว์ตาย

Carrion flowers คือดอกไม้ที่ได้ชื่อจากกลิ่นคล้ายซากสัตว์ โดย carrion หมายถึงเนื้อของสัตว์ที่ตายแล้วและกำลังเน่าเปื่อย ชื่อนี้ไม่ได้หมายความว่าดอกไม้ทำมาจากซากสัตว์ ในประโยคนี้ ขน ความอุ่น และกลิ่นเนื้อเน่าทำงานร่วมกันเพื่อเลียนแบบลักษณะของซากศพ ลักษณะเหล่านี้ดึงดูดแมลงวันและด้วง ซึ่งอาจพาละอองเรณูไปด้วยเมื่อมาเยือนดอกไม้ แมลงจึงถูกดึงดูดมาในฐานะผู้ผสมเกสร ไม่ได้หมายความว่ามันต้องมากินตัวดอกไม้เอง

แบบฝึกหัด

carrion flowers ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ดอกไม้ที่เลียนแบบเนื้อของสัตว์ตายเพื่อดึงดูดแมลงที่ช่วยผสมเกสร
  2. ดอกไม้ที่งอกขึ้นโดยตรงจากร่างของสัตว์ที่ตายแล้ว
  3. ดอกไม้ที่ดักแมลงวันและด้วงเพราะแมลงเหล่านั้นกินกลีบดอก
ดูคำตอบ

ดอกไม้ที่เลียนแบบเนื้อของสัตว์ตายเพื่อดึงดูดแมลงที่ช่วยผสมเกสร

On the other hand, ลำดับความ

0:53

ในทางกลับกัน

when a plant is attacked by an insect, animal, or pathogen,

0:54

เมื่อพืชถูกแมลง สัตว์ หรือเชื้อก่อโรคโจมตี

it knows. สำนวน

0:57

มันรับรู้ได้

ลำดับความ

On the other hand: การนำเสนออีกด้านที่แตกต่างกัน

On the other hand บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปนำเสนออีกด้านหนึ่งของหัวข้อเดียวกันที่มีลักษณะตรงข้ามกัน ในที่นี้ คำอธิบายเปลี่ยนจากวิธีที่พืชดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ ไปสู่วิธีที่พืชตรวจจับและป้องกันผู้โจมตี วลีนี้ใช้จัดระเบียบมุมมองสองด้าน ไม่ได้แปลว่า “ต่อจากนั้น” และไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพิ่มอีกเหตุการณ์หนึ่ง วลีนี้เหมาะที่สุดเมื่อบริบทก่อนหน้าแสดงด้านแรกของความแตกต่างไว้อย่างชัดเจนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงความแตกต่างที่มีสี่คำ: Plants use scents to attract pollinators. ____, they can release defensive chemicals when attacked.

ดูคำตอบ

On the other hand

สำนวน

it knows: การทำให้การตอบสนองของพืชมีลักษณะเหมือนมนุษย์

ใน it knows คำว่า it หมายถึงพืช และ knows ทำให้ความสามารถของพืชในการตรวจจับการโจมตีและเริ่มการตอบสนองทางชีวภาพมีลักษณะเหมือนมนุษย์ อนุประโยคที่สั้นมากนี้ช่วยเน้นแนวคิดดังกล่าวเป็นพิเศษ ประโยคนี้เป็นการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรว่าพืชมีความรู้แบบรู้ตัวเช่นเดียวกับมนุษย์ แนวทางตีความที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ สิ่งมีชีวิตรับรู้การเปลี่ยนแปลงและตอบสนอง แต่กระบวนการนั้นถูกบรรยายด้วยคำกริยาเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความประโยคนี้: “It knows” พิสูจน์ตามตัวอักษรว่าพืชมีการรับรู้อย่างมีสำนึกแบบมนุษย์

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

When acacia trees are grazed by animals, การใช้คำ

0:58

เมื่อต้นอะคาเซียถูกสัตว์แทะกิน

การใช้คำ

grazed: พืชที่ถูกสัตว์เล็มกิน

ในที่นี้ grazed หมายถึง “ถูกสัตว์กินในสภาพที่ยังเป็นพืชซึ่งกำลังเติบโต” ใน are grazed by animals รูปประโยคแบบถูกกระทำทำให้ acacia trees เป็นพืชที่รับการกระทำจากการกินของสัตว์ ในบริบทด้านนิเวศวิทยาและเกษตรกรรม สัตว์สามารถ graze หญ้า พุ่มไม้ พื้นที่ หรือพืชชนิดอื่นได้ บริบทและไวยากรณ์ช่วยแยกความหมายเรื่องการกินนี้ออกจากอีกความหมายหนึ่งคือ “แตะหรือเฉี่ยวเบา ๆ”

แบบฝึกหัด

ใน “The meadow was grazed by sheep,” grazed หมายความว่าอะไร?

  1. แกะเพียงครูดทุ่งหญ้าเบา ๆ โดยไม่ได้กิน
  2. ทุ่งหญ้าเคลื่อนผ่านแกะไป
  3. แกะกินพืชที่กำลังเติบโตในทุ่งหญ้า
ดูคำตอบ

แกะกินพืชที่กำลังเติบโตในทุ่งหญ้า

they quickly react by producing chemicals called tannins, ไวยากรณ์

1:00

มันจะตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการผลิตสารเคมีที่เรียกว่าแทนนิน

ไวยากรณ์

react by producing: by + -ing บอกวิธีตอบสนอง

ใน react by producing รูป by + -ing บอกวิธีหรือการกระทำที่ทำให้เกิดการตอบสนอง producing chemicals ไม่ใช่สถานที่หรือเหตุการณ์เบื้องหลังที่แยกออกไป แต่เป็นสิ่งที่ต้นไม้ทำเพื่อใช้เป็นการตอบสนอง ในประโยคนี้ เข้าใจว่า they เป็นประธานของทั้ง react และ producing รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ประธาน + คำกริยาที่แสดงการกระทำหรือการตอบสนอง + by + -ing รูปแบบนี้เชื่อมการตอบสนองหรือผลลัพธ์เข้ากับวิธีที่ทำให้มันเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ by และรูป -ing ของ change: The team reacted to the delay ____ the launch date.

ดูคำตอบ

by changing

which make their leaves unappetizing and tough to digest. ไวยากรณ์

1:03

ซึ่งทำให้ใบไม่น่ากินและย่อยยาก

ไวยากรณ์

make their leaves unappetizing and tough to digest: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make their leaves unappetizing and tough to digest คำว่า make เป็นกริยาแสดงการทำให้ โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมอยู่ในหรือเปลี่ยนเป็นสภาพหนึ่ง วลี their leaves เป็นกรรม ส่วน unappetizing และ tough to digest เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์สองส่วนซึ่งอธิบายสภาพที่เกิดขึ้น ส่วนเติมเต็มทั้งสองเชื่อมด้วย and ใน tough to digest ใบไม้ไม่ได้เป็นผู้ทำกริยา digest แต่เป็นสิ่งที่สัตว์จะย่อย โครงสร้างคำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้บอกได้ว่าการกระทำบางอย่างต่อสิ่งหนึ่งนั้นง่าย ยาก ปลอดภัย หรือเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make, the medicine, unpleasant และ hard to swallow ตามโครงสร้างเป้าหมาย: A bitter coating can ____.

ดูคำตอบ

make the medicine unpleasant and hard to swallow

Some even produce enough toxin to kill the animal. ไวยากรณ์

1:06

บางต้นถึงกับสร้างสารพิษมากพอที่จะฆ่าสัตว์นั้นได้

ไวยากรณ์

enough toxin to kill: enough + คำนาม + to-infinitive

ใน enough toxin to kill คำว่า enough อยู่หน้าคำนาม toxin และระบุปริมาณที่ถึงระดับที่ต้องการ to-infinitive ใน to kill the animal บอกผลที่ปริมาณนี้ทำให้เกิดขึ้นได้ กล่าวคือ สารพิษมีปริมาณเพียงพอที่จะทำให้สัตว์ตาย Enough ขยายปริมาณของ toxin ไม่ได้อธิบายวิธีการฆ่า ในที่นี้ infinitive แสดงผลที่อาจเกิดขึ้นได้เพราะมีปริมาณเพียงพอ ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ power และ charge ตามโครงสร้าง enough + คำนาม + to-infinitive: The battery has ____ the phone twice.

ดูคำตอบ

enough power to charge

Perhaps more impressive are some corn and cotton plants, ไวยากรณ์

1:08

สิ่งที่อาจน่าทึ่งยิ่งกว่าคือพืชอย่างข้าวโพดและฝ้ายบางต้น

ไวยากรณ์

การสลับลำดับโดยย้ายภาคแสดงมาข้างหน้าใน Perhaps more impressive are...

ลำดับคำปกติคือ Some corn and cotton plants are perhaps more impressive ในคำบรรยาย วลีภาคแสดงที่บอกการประเมิน Perhaps more impressive ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า จึงทำให้ are อยู่ก่อนประธานตามไวยากรณ์ some corn and cotton plants นี่เป็นรูปประโยคบอกเล่าที่เน้นความหมาย ไม่ใช่คำถาม รูปแบบคือ “วลีภาคแสดงที่ย้ายมาข้างหน้า + be + ประธาน” โครงสร้างนี้เน้นการประเมินก่อน แล้วจึงเสนอประธานที่เป็นข้อมูลใหม่ภายหลัง ซึ่งพบได้บ่อยในคำบรรยายหรือการพรรณนาแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การสลับลำดับโดยย้ายภาคแสดงมาข้างหน้าเพื่อบอกเล่า ไม่ใช่เพื่อถามคำถาม

  1. The last two pictures are especially surprising.
  2. Especially surprising are the last two pictures.
  3. Are the last two pictures especially surprising?
ดูคำตอบ

Especially surprising are the last two pictures.

which when eaten by caterpillars,

1:11

ซึ่งเมื่อถูกหนอนผีเสื้อกัดกิน

release chemicals in the air that attract parasitic wasps,

1:13

จะปล่อยสารเคมีในอากาศที่ดึงดูดแตนเบียน

who fly in and ultimately kill the insects.

1:15

ให้บินมาและฆ่าแมลงเหล่านั้นในที่สุด

On some level, น้ำเสียง/เจตนา

1:18

ในแง่หนึ่ง

they communicate with the wasps.

1:19

พืชกำลังสื่อสารกับแตนเบียน

น้ำเสียง/เจตนา

On some level ในฐานะวลีจำกัดขอบเขตคำกล่าว

ในที่นี้ On some level หมายถึง “ในแง่หนึ่ง” หรือ “ในความหมายที่จำกัด” วลีนี้จำกัดขอบเขตของคำกล่าว คือเราสามารถเรียกการส่งสัญญาณทางเคมีว่าเป็นการสื่อสารได้อย่างสมเหตุสมผล โดยไม่ได้อ้างว่าพืชพูดคุยกันเหมือนมนุษย์ตามความหมายตรงตัว เมื่อวางไว้ก่อนหรือภายในข้อความ วลีนี้จะกำหนดระดับการตีความ ทำให้ผู้พูดสามารถใช้การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งบอกว่าคำกล่าวนั้นไม่ได้เป็นจริงอย่างเด็ดขาดในทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีลดความเด็ดขาดภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในแง่หนึ่ง”: ____, a team is a small community.

ดูคำตอบ

On some level

Crazy as it seems, ไวยากรณ์

1:21

ถึงจะฟังดูเหลือเชื่อ

even sound recordings of caterpillars chewing leaves trigger this response. วลี

1:22

แม้แต่เสียงหนอนผีเสื้อกัดกินใบไม้ที่บันทึกไว้ก็กระตุ้นการตอบสนองนี้ได้

ไวยากรณ์

Crazy as it seems: โครงสร้างยอมรับข้อขัดแย้งที่ย้ายคำคุณศัพท์ไว้ข้างหน้า

Crazy as it seems หมายถึง “แม้จะดูบ้าหรือเหลือเชื่อก็ตาม” โดยย้ายคำคุณศัพท์ crazy มาไว้ต้นวลี แล้วตามด้วย as + ประธาน + กริยา ในที่นี้ as ใช้แสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง ไม่ได้บอกเหตุผลหรือการเปรียบเทียบทั่วไป วลีเปิดนี้ยอมรับก่อนว่าข้อความถัดไปอาจฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ยืนยันว่ายังคงเป็นจริง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ adjective + as + subject + verb เช่น Difficult as it looks, it can be done.

แบบฝึกหัด

Crazy as it seems ที่ต้นประโยคหมายความว่าอย่างไร

  1. ในแบบเดียวกับที่มันดูเหลือเชื่อ
  2. เพราะมันดูเหลือเชื่อ
  3. แม้ว่าจะดูเหลือเชื่อ
ดูคำตอบ

แม้ว่าจะดูเหลือเชื่อ

วลี

trigger this response: ทำให้ปฏิกิริยาเริ่มขึ้น

ในที่นี้ trigger เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้ปฏิกิริยาบางอย่างเริ่มขึ้น this response อ้างกลับไปถึงปฏิกิริยาของพืชที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าเสียงบันทึกเพียงพอที่จะทำให้ปฏิกิริยาเดิมเริ่มทำงาน รูปแบบที่พบบ่อยคือ trigger + a/the/this + response หรือ trigger a response in/from someone or something ซึ่งเจาะจงกว่า make something happen เพราะระบุสิ่งเร้าหรือข้อมูลนำเข้าที่เริ่มปฏิกิริยาที่สังเกตได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ trigger a response เพื่อบอกว่าสิ่งเร้าเริ่มปฏิกิริยาที่ระบุได้

  1. Researchers can observe the cells' stress response after the temperature drops.
  2. The cells can recover from a stress response when the temperature returns to normal.
  3. A sudden drop in temperature can trigger a stress response in the cells.
ดูคำตอบ

A sudden drop in temperature can trigger a stress response in the cells.

Without any form of touch,

1:26

โดยไม่ต้องมีการสัมผัสใด ๆ

the plants react as if they can hear. ไวยากรณ์

1:27

พืชตอบสนองราวกับว่ามันได้ยิน

ไวยากรณ์

as if: แสดงสิ่งที่ดูเหมือนจริง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

ในประโยคนี้ as if นำการเปรียบเทียบที่อิงจากปฏิกิริยาของพืช กล่าวคือ พฤติกรรมของพืชคล้ายกับพฤติกรรมของสิ่งที่ได้ยินเสียง ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าพืชมีความสามารถในการได้ยินจริง ๆ โครงสร้าง X reacts as if Y ช่วยให้ผู้เขียนรายงานสิ่งที่สังเกตพบ พร้อมกับคง Y ไว้ในฐานะการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

as if แสดงอะไรในประโยคนี้?

  1. ความสามารถในการได้ยินของพืชได้รับการพิสูจน์แล้ว
  2. ปฏิกิริยานั้นบ่งชี้การตีความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง
  3. พืชตอบสนองเพราะกำลังถูกสัมผัส
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยานั้นบ่งชี้การตีความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง

On a large scale,

1:29

ในระดับที่ใหญ่ขึ้น

plants also work together.

1:30

พืชยังทำงานร่วมกันด้วย

A web of underground fungi can connect tree roots in forests,

1:32

โครงข่ายเชื้อราใต้ดินสามารถเชื่อมรากของต้นไม้ในป่าเข้าด้วยกัน

allowing them to exchange nutrients and information. ไวยากรณ์

1:34

ทำให้พวกมันแลกเปลี่ยนสารอาหารและข้อมูลกันได้

ไวยากรณ์

allowing them to exchange...: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

Allowing them to exchange nutrients and information เป็นอนุประโยค present participle ที่บอกผลของสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด กล่าวคือ เครือข่ายเชื้อราเชื่อมรากของต้นไม้ และสิ่งนี้ทำให้การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ แหล่งเหตุผลของ allowing คือเหตุการณ์ก่อนหน้า ส่วน them หมายถึงต้นไม้หรือรากที่เชื่อมต่อกัน โครงสร้าง main clause + comma + allowing + object + to-infinitive ช่วยเพิ่มผลที่ตามมาอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ allow: The shared database connects the clinics, ____ them to exchange records securely.

ดูคำตอบ

allowing

Using radioactive isotopes, ไวยากรณ์

1:37

ด้วยการใช้ไอโซโทปกัมมันตรังสี

scientists discovered that trees share water and nutrients with others in need.

1:39

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าต้นไม้แบ่งปันน้ำและสารอาหารให้ต้นอื่นที่ขาดแคลน

ไวยากรณ์

Using radioactive isotopes, เพื่อเกริ่นบอกวิธีการ

Using radioactive isotopes เป็นวลี present participle ที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการค้นพบ มีความหมายเท่ากับ By using radioactive isotopes, scientists discovered ... โดยประโยคหลักยังคงเน้นสิ่งที่ค้นพบเป็นข้อมูลสำคัญ ประธานที่ละไว้ของ using คือ scientists ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก นักวิทยาศาสตร์เป็นผู้ใช้ไอโซโทปเป็นตัวติดตาม ไม่ได้หมายความว่าไอโซโทปเป็นฝ่ายใช้นักวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ use radioactive isotopes เพื่อเติมวลีบอกวิธีให้สมบูรณ์: “____, the researchers traced water through the roots.”

ดูคำตอบ

Using radioactive isotopes

Large trees nourish smaller shaded ones until they're tall enough to reach the sunlight. ไวยากรณ์

1:43

ต้นไม้ใหญ่หล่อเลี้ยงต้นเล็กที่อยู่ในร่มจนสูงพอจะรับแสงแดด

ไวยากรณ์

tall enough to reach: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

ใน tall enough to reach คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ tall โครงสร้าง คำคุณศัพท์ + enough + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีระดับถึงเกณฑ์ที่จำเป็น จึงทำให้การกระทำที่ตามมาเป็นไปได้ ในประโยคนี้ ต้นไม้เล็กเติบโตจนมีความสูงตามที่จำเป็นสำหรับการเอื้อมถึงแสงแดด ลำดับคำต้องเป็น tall enough ไม่ใช่ enough tall

แบบฝึกหัด

เติม enough ในตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: “The doorway is wide ____ to move the sofa through.”

ดูคำตอบ

enough

And trees that stay green all year round วลี

1:46

ส่วนต้นไม้ที่เขียวตลอดทั้งปี

share nutrients with trees that lose their leaves in the winter,

1:48

จะแบ่งปันสารอาหารกับต้นไม้ที่ผลัดใบในฤดูหนาว

วลี

all year round: ตลอดทั้งปี

all year round หมายถึงตลอดทั้งปีหรือในทุกฤดูกาล ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย stay green และบอกว่าสภาพนั้นดำเนินต่อเนื่องตลอดวัฏจักรของทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง round เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกเวลาตายตัวนี้ โดยมองหนึ่งปีเป็นวัฏจักร ไม่ได้บรรยายรูปร่างทางกายภาพว่าเป็นวงกลม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึงในทุกฤดูกาล: The indoor garden stays green ____.

ดูคำตอบ

all year round

helping them through the season, กริยาวลี

1:51

ช่วยให้พวกมันผ่านพ้นฤดูนั้นไปได้

กริยาวลี

helping them through the season: ช่วยให้พวกมันผ่านพ้นฤดูกาล

helping them through the season เป็นอนุประโยค -ing ที่อธิบายผลจากการแบ่งปันสารอาหาร กล่าวคือ การแบ่งปันนั้นช่วยพยุงต้นไม้ตลอดฤดูหนาว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ help someone through something คำว่า through มองช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นประสบการณ์ที่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนกว่าบุคคลหรือสิ่งนั้นจะผ่านช่วงเวลาดังกล่าวไปได้ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเพื่อน ๆ ของ Maya สนับสนุนเธอตลอดช่วงฟื้นตัวที่ยากลำบาก?

  1. Her friends walked with Maya through the hospital.
  2. Her friends helped Maya with her recovery plan.
  3. Her friends helped Maya through her recovery.
ดูคำตอบ

Her friends helped Maya through her recovery.

which is then repaid in the summer months like a transactional exchange. สำนวน

1:53

แล้วจึงได้รับการตอบแทนในช่วงฤดูร้อน ราวกับเป็นการแลกเปลี่ยนที่มีการตอบแทนกัน

สำนวน

อุปลักษณ์ทางเศรษฐกิจใน repaid ... like a transactional exchange

ในประโยคนี้ repaid ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้ชำระบัญชีกันจริง ๆ ความช่วยเหลือที่ต้นไม้เขียวตลอดปีมอบให้ในฤดูหนาวถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ได้รับการตอบแทน เมื่อต้นไม้อื่นแบ่งปันสารอาหารในฤดูร้อน like a transactional exchange ทำให้การเปรียบเทียบนี้ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ การแบ่งปันแบบสองทางที่เกิดขึ้นคนละช่วงเวลาถูกอธิบายราวกับเป็นข้อตกลงของมนุษย์ อุปลักษณ์ทางเศรษฐกิจนี้ช่วยให้เข้าใจการเกื้อกูลกันในระบบนิเวศได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีสัญญา การคำนวณหนี้ หรือการชำระเงินจริง ๆ

แบบฝึกหัด

repaid ... like a transactional exchange ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ต้นไม้จ่ายเงินจริงเพื่อซื้อสารอาหารในฤดูร้อน
  2. การแบ่งปันในฤดูร้อนถูกนำเสนอว่าเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือที่ได้รับในฤดูหนาว
  3. ต้นไม้ลงนามในสัญญาที่จะยุติการแบ่งปันทั้งหมดหลังฤดูหนาว
ดูคำตอบ

การแบ่งปันในฤดูร้อนถูกนำเสนอว่าเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือที่ได้รับในฤดูหนาว

Some scientists refer to this as the world wide web. โน้ต

1:57

นักวิทยาศาสตร์บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าเวิลด์ไวด์เว็บ

วลี

โครงสร้างการตั้งชื่อ refer to A as B

ในโครงสร้าง refer to A as B นั้น A คือคน สิ่งของ หรือแนวคิดที่กำลังถูกตั้งชื่อ ส่วน B คือชื่อ ป้ายกำกับ หรือคำอธิบาย ในที่นี้ this คือ A และ the world wide web คือ B โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าผู้พูดหรือกลุ่มหนึ่งเรียกสิ่งใดว่าอะไร กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์บางคนเรียกเครือข่ายนี้ว่า the world wide web ทั้ง to และ as เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการตั้งชื่อนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างการตั้งชื่อ refer to A as B: In the report, researchers ____ this pattern ____ the rebound effect.

ดูคำตอบ

refer to · as

สำนวน

world wide web ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงเครือข่ายนิเวศ

world wide web ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยเปรียบเชื้อราและรากไม้ที่เชื่อมต่อกันใต้ดินกับเครือข่ายลิงก์บนอินเทอร์เน็ตที่ผู้คนคุ้นเคย เพราะทั้งสองอย่างเป็นเครือข่ายที่สิ่งต่าง ๆ สามารถเคลื่อนผ่านได้ สิ่งที่เคลื่อนผ่านในที่นี้คือน้ำ สารอาหาร และสัญญาณเคมีที่ส่งข้อมูล ไม่ใช่หน้าเว็บหรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์ การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพว่าสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเชื่อมโยงกันผ่านระบบที่ซ่อนอยู่เพียงระบบเดียวได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ world wide web หมายถึงอะไร?

  1. หน้าเว็บเพียงหน้าเดียวที่อธิบายวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช
  2. อินเทอร์เน็ตทั่วไปที่ผู้คนใช้เข้าชมเว็บไซต์
  3. เครือข่ายใต้ดินที่เชื้อราและรากไม้เชื่อมต่อกัน
ดูคำตอบ

เครือข่ายใต้ดินที่เชื้อราและรากไม้เชื่อมต่อกัน

Perhaps the most shocking fact is that some plants seem to have memory. ไวยากรณ์

2:00

ข้อเท็จจริงที่อาจน่าตกใจที่สุดคือ พืชบางชนิดดูเหมือนจะมีความทรงจำ

ไวยากรณ์

seem to have memory: การแสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

Seem to + คำกริยารูปพื้นฐานนำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นภาพที่ดูเหมือนจริงจากหลักฐาน แทนที่จะเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันอย่างสมบูรณ์แล้ว ใน seem to have memory คำว่า have เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to และ seem ทำให้ข้อความนี้มีความแน่นอนน้อยลง ประโยคนี้บอกว่าพฤติกรรมของพืชดูสอดคล้องกับการเก็บผลจากประสบการณ์ในอดีตไว้ ไม่ได้ยืนยันว่าพืชมีความทรงจำแบบมีสำนึกเหมือนมนุษย์

แบบฝึกหัด

เติมข้อความแสดงข้อสรุปอย่างระมัดระวังด้วยสำนวนจากตัวอย่าง: The plants respond to earlier training, so they ____ in some form.

ดูคำตอบ

seem to have memory

Mimosa pudica plants are those leafy plants that close up when touched. กริยาวลี

2:03

Mimosa pudica หรือไมยราบ คือพืชที่หุบใบเมื่อถูกสัมผัส

กริยาวลี

close up: ปิดลงเมื่อส่วนต่าง ๆ เคลื่อนเข้าหากัน

Close up หมายถึงส่วนต่าง ๆ เคลื่อนเข้าหากันจนช่องเปิดหรือช่องว่างปิดลง ในประโยคนี้ใบไม้หุบเข้าหากันเอง กริยาวลีนี้จึงไม่มีกรรมตามหลัง เมื่อใช้เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม ยังสามารถใช้บรรยายดอกไม้ ช่องว่าง หรือบาดแผลที่ปิดลงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ close up ในความหมายว่า “ปิดลงเมื่อส่วนต่าง ๆ เคลื่อนเข้าหากัน”

  1. The flower petals close up after sunset.
  2. She took a close-up of the flower.
  3. Please stand close to the flower.
ดูคำตอบ

The flower petals close up after sunset.

This reflex is meant to scare away insects that land on them. โน้ต

2:07

ปฏิกิริยาสะท้อนนี้มีไว้เพื่อขู่แมลงที่มาเกาะให้หนีไป

วลี

is meant to: แสดงจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

Is meant to ใช้บอกจุดประสงค์หรือหน้าที่ที่ตั้งใจไว้ของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้หมายความว่าปฏิกิริยาสะท้อนมีจุดประสงค์เพื่อทำให้แมลงตกใจและหนีไป โครงสร้างคือ be meant to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น is meant to scare ในการใช้นี้ meant ไม่ได้บอกว่าคำหรือป้ายหนึ่งมีความหมายว่าอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่แสดงจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้: This button ____ restart the machine.

ดูคำตอบ

is meant to

กริยาวลี

“scare away”: ทำให้คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งกลัวจนจากไป

ในที่นี้ scare away หมายถึงทำให้แมลงจากไปด้วยการทำให้กลัวหรือตกใจ away เป็นคำอนุภาคที่แสดงผลลัพธ์ว่าแมลงเคลื่อนตัวออกไป ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อทั้งสาเหตุคือความกลัวและผลลัพธ์คือการจากไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้กลัวจนจากไป”: The flashing light is used to ____ birds from the runway.

ดูคำตอบ

scare away

In an experiment on these reflexes,

2:10

ในการทดลองเกี่ยวกับปฏิกิริยาสะท้อนนี้

scientists noticed that when dropped from 15 cm, ไวยากรณ์

2:12

นักวิทยาศาสตร์สังเกตว่าเมื่อปล่อยพืชจากความสูง 15 ซม.

they would close when they hit the ground. ไวยากรณ์

2:14

มันจะหุบใบเมื่อกระทบพื้น

ไวยากรณ์

“when dropped from 15 cm”: อนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว

“when dropped from 15 cm” เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว รูปเต็มคือ “when they were dropped from 15 cm” โดยละประธาน they และรูป were ของ be เหลือไว้เพียงกริยาช่องสาม dropped ประธานที่เข้าใจจากบริบทต้องเป็นต้นไม้กลุ่มเดียวกับที่ they ในประโยคหลักกล่าวถึง ต้นไม้เป็นฝ่ายรับการกระทำ คือถูกปล่อยลงมา ไม่ใช่เป็นฝ่ายปล่อยสิ่งอื่น โครงสร้างแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

อนุประโยคย่อ “when dropped from 15 cm” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ต้นไม้ปล่อยสิ่งอื่นจากความสูงนั้น
  2. นักวิทยาศาสตร์ตกลงมาจากความสูงนั้น
  3. ต้นไม้ถูกปล่อยจากความสูงนั้น
ดูคำตอบ

ต้นไม้ถูกปล่อยจากความสูงนั้น

ไวยากรณ์

Would close: ผลที่เกิดซ้ำในอดีต

ในรายงานการทดลองนี้ would close บอกปฏิกิริยาที่เกิดซ้ำตามเงื่อนไขเดิมในอดีต ทุกครั้งที่พืชกระทบพื้น ใบของมันจะหุบ would จึงชี้ผลที่เกิดเป็นประจำหรือคาดหมายได้ในชุดการทดลองในอดีต ไม่ได้บอกเวลาอนาคต ในที่นี้ประธานไม่ได้กระทำด้วยความตั้งใจ would จึงไม่ได้หมายถึง “ยอม” หรือ “เต็มใจ” ให้เข้าใจรูปแบบว่า เงื่อนไขในอดีต → ผลที่มักเกิด: ถูกปล่อยและกระทบพื้น → หุบ

แบบฝึกหัด

“would close” หมายความว่าอะไรในรายงานการทดลองนี้?

  1. พืชเต็มใจที่จะหุบ
  2. พืชจะหุบในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต
  3. พืชหุบซ้ำ ๆ ภายใต้เงื่อนไขในอดีตที่กล่าวไว้
ดูคำตอบ

พืชหุบซ้ำ ๆ ภายใต้เงื่อนไขในอดีตที่กล่าวไว้

Not so surprising.

2:16

ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไร

But after repeating the drop four or five times,

2:17

แต่หลังจากปล่อยตกซ้ำสี่หรือห้าครั้ง

some of the plants stopped closing, ไวยากรณ์

2:20

พืชบางต้นก็หยุดหุบใบ

ไวยากรณ์

Stopped closing: stop + รูป -ing

Stopped closing ใช้โครงสร้าง stop + รูป -ing หมายความว่าพืชหยุดปฏิกิริยาการหุบที่เคยเกิดขึ้นหลังจากถูกปล่อยให้ตกในครั้งก่อน ๆ นับจากจุดนั้นพืชไม่หุบอีก ในโครงสร้าง stop + -ing การกระทำในรูป -ing คือกิจกรรมที่สิ้นสุด ลำดับเวลาคือ กิจกรรมนั้นเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงหยุด

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ close ที่หมายความว่ากิจกรรมนั้นสิ้นสุดลง: After several trials, the leaves stopped ____.

ดูคำตอบ

closing

as though they had realized the stimulus wasn't harmful. ไวยากรณ์

2:22

ราวกับว่ามันเข้าใจแล้วว่าสิ่งเร้านี้ไม่เป็นอันตราย

ไวยากรณ์

as though they had realized: คำอธิบายก่อนหน้าที่สมมติขึ้น

ในที่นี้ as though นำเข้าสู่คำอธิบายเชิงสมมติเกี่ยวกับพฤติกรรมของพืช การที่พืชหยุดหุบดูเหมือนเป็นผลจากการตระหนักรู้อะไรบางอย่าง แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าพืชเกิดความคิดอย่างมีสติจริง ๆ past perfect ใน had realized วางการตระหนักรู้ที่สมมติขึ้นไว้ก่อนการกระทำภายหลังคือ stopped closing โครงสร้างนี้ช่วยให้อนุมานสาเหตุที่เกิดก่อนหน้าได้ โดยยังคงนำเสนอเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as though และรูป past perfect ของ realize: Mia stepped around the wet paint, ____ it would stain her shoes.

ดูคำตอบ

as though she had realized

If they were shaken instead,

2:25

แต่ถ้าเปลี่ยนมาเขย่ามัน

they would close.

2:26

มันจะหุบใบ

But any time they were dropped from the same height,

2:27

ทว่าทุกครั้งที่ถูกปล่อยจากความสูงเท่าเดิม

they stayed open.

2:29

มันจะยังคงกางใบอยู่

This effect lasted for weeks.

2:30

ผลนี้คงอยู่นานหลายสัปดาห์

The plants had memories.

2:32

พืชมีความทรงจำ

Of course, น้ำเสียง/เจตนา

2:33

แน่นอนว่า

plants don't have brains or other cells and organs that we deem necessary for intelligence. การใช้คำ

2:34

พืชไม่มีสมอง รวมถึงเซลล์และอวัยวะอื่น ๆ ที่เรามองว่าจำเป็นต่อสติปัญญา

น้ำเสียง/เจตนา

Of course: ยอมรับประเด็นที่เห็นได้ชัด

ในที่นี้ Of course ไม่ได้เพียงแสดงความแน่นอน แต่เริ่มจากยอมรับข้อโต้แย้งที่เห็นได้ชัดว่าพืชไม่มีส่วนประกอบทางชีวภาพที่คนทั่วไปเชื่อมโยงกับสติปัญญา เมื่อยอมรับประเด็นร่วมนี้ก่อน ผู้พูดจะดูยุติธรรมและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับการดำเนินข้อโต้แย้งไปในทิศทางใหม่ ดังนั้น Of course ที่ต้นข้อความจึงทำหน้าที่เป็นการยอมรับบางส่วนเพื่อจัดลำดับสิ่งที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: "Of course, plants don't have brains or other cells and organs that we deem necessary for intelligence." Of course ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. ยอมรับประเด็นที่เห็นได้ชัดก่อนดำเนินข้อโต้แย้งต่อ
  2. แสดงความประหลาดใจที่พืชไม่มีสมอง
  3. แก้ไขข้อเท็จจริงที่กล่าวผิดไปก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

ยอมรับประเด็นที่เห็นได้ชัดก่อนดำเนินข้อโต้แย้งต่อ

การใช้คำ

deem + กรรม + necessary

ในที่นี้ deem หมายถึง “ตัดสินหรือถือว่า” ในโครงสร้าง deem + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า necessary เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดยขยาย cells and organs ที่อยู่ก่อนหน้า ไม่ได้ขยาย we นี่เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการและกระชับของ 'we think those cells and organs are necessary' และไม่ต้องใส่ as หน้าคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย deem ... necessary: The committee may ____ additional testing ____ before approval.

ดูคำตอบ

deem · necessary

Brains and neurons are irreplaceable,

2:38

สมองและเซลล์ประสาทเป็นสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้

but plants are immobile and often attacked,

2:40

แต่พืชเคลื่อนที่ไม่ได้และมักถูกโจมตี

so they must be able to survive after part of them is eaten or destroyed. ไวยากรณ์

2:42

ดังนั้นมันจึงต้องอยู่รอดได้หลังจากบางส่วนถูกกินหรือทำลาย

ไวยากรณ์

must be able to survive: ความสามารถที่จำเป็น

Must be able to รวม must ซึ่งในที่นี้แสดงความจำเป็นที่อนุมานจากสถานการณ์ กับ be able to ซึ่งบอกถึงความสามารถ เนื่องจากพืชเคลื่อนที่ไม่ได้และมักได้รับความเสียหาย ผู้พูดจึงให้เหตุผลว่าการอยู่รอดต้องอาศัยความสามารถที่จะมีชีวิตต่อไปหลังจากสูญเสียบางส่วน นี่ไม่ใช่คำสั่งที่พูดกับพืช โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ X must be able to + คำกริยา บอกว่าเงื่อนไข เป้าหมาย หรือข้อกำหนดทำให้ความสามารถหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็น

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตว่ามี must be able to หรือไม่

  1. The emergency pump might be able to work underwater.
  2. The emergency pump must work underwater.
  3. The emergency pump must be able to work underwater.
ดูคำตอบ

The emergency pump must be able to work underwater.

A brain just wouldn't work.

2:46

การมีสมองจึงไม่เหมาะกับพืช

But if you measure intelligence or thought as the ability to solve problems, ไวยากรณ์

2:47

แต่ถ้าคุณวัดสติปัญญาหรือความคิดจากความสามารถในการแก้ปัญหา

interact with an environment,

2:51

มีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม

and even work in groups,

2:52

และแม้กระทั่งทำงานเป็นกลุ่ม

then plants are incredibly smart.

2:53

พืชก็ฉลาดอย่างเหลือเชื่อ

ไวยากรณ์

if ... then สำหรับแสดงข้อสมมติตั้งต้นและข้อสรุปอย่างชัดเจน

ในประโยคนี้ if ใช้เกริ่นเกณฑ์ที่เลือกมาใช้วัดความฉลาด ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และทำงานเป็นกลุ่ม หน้าที่หลักในที่นี้ไม่ใช่การคาดเดาว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นหรือไม่ then ชี้ข้อสรุปที่ตามมาภายใต้เกณฑ์นั้น คือพืชนับว่าฉลาดอย่างเหลือเชื่อ โครงสร้าง if ... then ... ที่แสดงอย่างชัดเจนช่วยแยกข้อสมมติตั้งต้นออกจากผลลัพธ์ ซึ่งมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อส่วน if ยาว

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเงื่อนไขและผลลัพธ์ให้ชัดเจน: ____ we define success as steady improvement, ____ this project is succeeding.

ดูคำตอบ

If · then

ไวยากรณ์

to ตัวเดียวที่ใช้ร่วมกันใน the ability to solve, interact, and work

วลี the ability to ใช้ตัวบอกกริยารูป infinitive คือ to เพียงตัวเดียวร่วมกับกริยารูปพื้นฐานสามคำที่วางขนานกัน ได้แก่ solve, interact และ work ทั้งสามคำบอกความสามารถและมีสถานะทางไวยากรณ์เท่ากัน เนื่องจากกริยาเหล่านี้ใช้โครงสร้างเดียวกัน ภาษาอังกฤษจึงไม่ต้องใส่ to ซ้ำหน้า interact และ work โครงสร้างขนานนี้ช่วยให้คำนิยามที่ยาวกระชับขึ้น ส่วน interact with an environment และ work in groups ไม่ได้ขยายคำว่า problems

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to ตัวเดียวร่วมกับกริยาที่วางขนานกันสามคำได้ถูกต้อง?

  1. The role requires the ability to plan, communicate, and lead.
  2. The role requires the ability to planning, communicate, and lead.
  3. The role requires the ability to plan, communication, and lead.
ดูคำตอบ

The role requires the ability to plan, communicate, and lead.

It's something to think about the next time you're munching down on a piece of broccoli. โน้ต

2:55

คราวหน้าที่คุณกำลังเคี้ยวบรอกโคลีสักชิ้น เรื่องนี้ก็น่าคิดไม่น้อย

วลี

something to think about: แนวคิดที่ควรนำไปคิดต่อ

ในประโยคนี้ something to think about หมายถึง “แนวคิดหรือประเด็นที่ควรนำไปคิดต่อ” โดย something หมายถึงประเด็นที่เพิ่งพูดถึง ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ โครงสร้าง something to + คำกริยา นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำ จำเป็นต้องทำ หรือควรค่าแก่การทำ ในที่นี้ to think about ขยาย something และช่วยให้ผู้พูดจบเรื่องด้วยการทิ้งประเด็นไว้ให้ผู้ฟังคิด แทนที่จะเรียกร้องคำตอบทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “แนวคิดที่ควรค่าแก่การพิจารณา”: That's ____ before you make your final decision.

ดูคำตอบ

something to think about

กริยาวลี

munching down on: กินคำโตอย่างเอร็ดอร่อย

ในประโยคนี้ munching down on a piece of broccoli หมายถึงการกินบรอกโคลีโดยเคี้ยวอย่างเห็นได้ชัดและมีความสุข สำนวนนี้สร้างภาพที่มีชีวิตชีวาและขี้เล่น โดย down และ on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งหมด ไม่ได้บอกทิศทางหรือสถานที่แยกกัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ munch down on + อาหาร ซึ่งสื่อภาพได้มากกว่า eat เพราะเน้นลักษณะการกิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่มีชีวิตชีวาและไม่เป็นทางการ ซึ่งหมายถึง “กินอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมเคี้ยวอย่างเห็นได้ชัด”: During the movie, Ben began to ____ his popcorn.

ดูคำตอบ

munch down on

And if you need any more convincing that plants are indeed amazing,

2:59

และถ้าคุณยังต้องการเหตุผลเพิ่มเพื่อให้เชื่อว่าพืชน่าทึ่งจริง ๆ

check out our new second channel AsapTHOUGHT,

3:02

ลองดู AsapTHOUGHT ช่องที่สองแห่งใหม่ของเรา

where we share some of our other favorite plant facts.

3:04

ที่เราใช้แบ่งปันข้อเท็จจริงเรื่องพืชอื่น ๆ ที่เราชื่นชอบ

Link in the description.

3:06

ลิงก์อยู่ในคำอธิบาย

Thanks to audible.com for giving you a free audiobook of your choice at audible.com/asap.

3:08

ขอขอบคุณ audible.com ที่มอบหนังสือเสียงที่คุณเลือกหนึ่งเล่มให้ฟรีที่ audible.com/asap

Audible is the leading provider of audiobooks

3:14

Audible คือผู้ให้บริการหนังสือเสียงชั้นนำ

with over 150,000 downloadable titles across all types of literature.

3:15

ที่มีผลงานดาวน์โหลดได้มากกว่า 150,000 รายการ ครอบคลุมวรรณกรรมทุกประเภท

Check out The Monkey's Voyage,

3:19

ลองดู The Monkey's Voyage

which proposes some new theories

3:21

ซึ่งเสนอทฤษฎีใหม่ ๆ

on how plant and animal species wound up as they are today. กริยาวลี

3:22

ว่าพืชและสัตว์แต่ละสายพันธุ์กลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร

กริยาวลี

wound up: รูปอดีตของ wind up ที่หมายถึงลงเอยในสภาพหนึ่ง

ในประโยคนี้ wound up เป็นรูปอดีตของกริยาวลี wind up หมายถึง ended up หรือ “ในที่สุดก็มาอยู่ในสภาพหนึ่ง” โดยนำเสนอลักษณะของสายพันธุ์พืชและสัตว์ในปัจจุบันว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการที่ยาวนาน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหมุนหรือม้วนสิ่งของจริง ๆ wind up เน้นว่าท้ายที่สุดแล้วคนหรือสิ่งหนึ่งไปถึงที่ใดหรืออยู่ในสภาพใด โดยมักเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ในที่นี้ as they are today บรรยายสภาพสุดท้ายนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ ได้แก่ wind up in/at + สถานที่, wind up as + คำนาม และ wind up + กริยา-ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ wind up เติมประโยคให้สมบูรณ์: After missing the last train, we ____ walking home.

ดูคำตอบ

wound up

You can download this audiobook or another of your choice for free at audible.com/asap.

3:25

คุณดาวน์โหลดหนังสือเสียงเล่มนี้หรือเล่มอื่นที่เลือกได้ฟรีที่ audible.com/asap

Then use Audible's free app to listen on your Apple, Windows, or Android device.

3:30

จากนั้นใช้แอปฟรีของ Audible เพื่อฟังบนอุปกรณ์ Apple, Windows หรือ Android

Special thanks to Audible for making these videos possible

3:34

ขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษที่ทำให้วิดีโอเหล่านี้เกิดขึ้นได้

and for offering you a free audiobook of your choice at audible.com/asap.

3:36

และมอบหนังสือเสียงที่คุณเลือกหนึ่งเล่มให้ฟรีที่ audible.com/asap

And subscribe for more weekly science videos.

3:41

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์