ความหมายที่แท้จริงของวลีภาษาอังกฤษ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
คำอธิบายวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าผู้พูดภาษาอังกฤษใช้การพูดเกินจริง การพูดลดระดับความรุนแรง และคำตอบที่สุภาพ เพื่อสื่อความหมายที่ต่างจากถ้อยคำตามตัวอักษรอย่างไร พร้อมแสดงให้เห็นว่าค่านิยมทางสังคมแบบอังกฤษและความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดช่วยให้ผู้ฟังตีความท่าทีที่แท้จริงได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. so hungry I could eat a horse. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือการพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อบอกว่า “หิวมาก” ไม่ใช่คำกล่าวที่เป็นไปได้จริง และสามารถสังเกตรูปแบบ so + adjective + could ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่จงใจให้เกินจริงหรือเป็นไปไม่ได้เพื่อเน้นความหมาย 2. was less than perfect. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่าถ้อยคำที่ดูเบาและสุภาพอาจแฝงการประเมินเชิงลบอย่างมากได้ ความเข้าใจนี้ช่วยให้ตีความการพูดลดระดับความรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อผู้พูดชาวอังกฤษต้องการลดความตรงของคำวิจารณ์หรือไม่อยากดูจริงจังกับตนเองเกินไป 3. It's all good. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าคำตอบสุภาพต่อคำขอโทษนี้อาจหมายถึงผู้พูดเพียงต้องการยุติเรื่อง แม้จะยังรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย จึงควรอนุมานท่าทีจากสถานการณ์ น้ำเสียง และความสัมพันธ์ ไม่ใช่อาศัยเพียงความหมายตามตัวอักษร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:08นี่คือรายการ 6 Minute English จาก BBC Learning English
what we say และ what we mean ที่ใช้ร่วมกันเป็นประธาน
ในที่นี้ what we say หมายถึงคำพูดหรือข้อความที่เราแสดงออกมา ส่วน what we mean หมายถึงความคิดที่เราตั้งใจจะสื่อ อนุประโยค what + ประธาน + กริยา แต่ละชุดทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดย what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม อนุประโยคทั้งสองเชื่อมด้วย and และรวมกันเป็นประธานร่วม กริยาพหูพจน์ are จึงสอดคล้องกับทั้งสองส่วน โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบเนื้อหาสองอย่างได้ เช่น สิ่งที่ใครบางคนเขียนกับสิ่งที่คนนั้นตั้งใจจะสื่อจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what + ประธาน + กริยา สองชุดร่วมกันเป็นประธาน?
- What did Leo say and what did he do?
- Leo said what he did was different.
- What Leo said and what he did were different.
ดูคำตอบ
What Leo said and what he did were different.
use exaggeration for emphasis or for humour เพื่อบอกจุดประสงค์
โครงสร้าง use + กลวิธี + for + จุดประสงค์ หมายถึงการเลือกใช้กลวิธีหนึ่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ในที่นี้ exaggeration คือกลวิธีที่ใช้ ส่วน emphasis และ humour เป็นคำนามที่บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ การกล่าวเกินจริงช่วยทำให้ความคิดเด่นชัดขึ้นหรือสร้างความขบขันได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ for ตามด้วยคำนาม emphasis: Speakers use repetition ____.
ดูคำตอบ
for emphasis
hyperbole: การกล่าวเกินจริงอย่างจงใจเพื่อสร้างผล
Hyperbole คือการกล่าวเกินจริงอย่างจงใจและเห็นได้ชัด เพื่อเน้นย้ำ สร้างอารมณ์ขัน หรือเพิ่มความน่าตื่นเต้น ไม่ควรเข้าใจตามตัวอักษร เมื่อได้ยินคำกล่าวที่รุนแรงเกินจริงจนไม่น่าเป็นไปได้ ให้มองหาความรู้สึกหรือความคิดจริงที่ผู้พูดต้องการเน้น แทนที่จะมองว่าเป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นตัวอย่างของ hyperbole ที่ชัดเจนที่สุด
- The door is closed now.
- I asked you twice to close the door.
- I have told you a million times to close the door.
ดูคำตอบ
I have told you a million times to close the door.
so hungry ... could eat a horse: ใช้ผลลัพธ์เกินจริงเพื่อเน้นระดับ
ส่วน so hungry I could eat a horse ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + (that) + could + ผลลัพธ์สุดขั้ว ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการมักละ that ผลลัพธ์นี้เป็นการกล่าวเกินจริงอย่างจงใจ ผู้พูดหมายถึงว่าหิวมาก ไม่ได้วางแผนหรือมีความสามารถจริง ๆ ที่จะกินม้า ผลลัพธ์สุดขั้วที่จินตนาการขึ้นช่วยเน้นระดับความหิวให้แรงขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + could + ผลลัพธ์เกินจริงแบบเดียวกัน เพื่อสื่อว่า “เหนื่อยมาก”
- I was so tired I could sleep for a week.
- I was tired because I slept for a week.
- I could sleep, so I was not tired.
ดูคำตอบ
I was so tired I could sleep for a week.
Here's presenter Michael Rosen and linguist Derek Bousfield
0:34นี่คือพิธีกร ไมเคิล โรเซน (Michael Rosen) และนักภาษาศาสตร์ เดเร็ก บูสฟีลด์ (Derek Bousfield)
absolute nightmare ในฐานะคำบรรยายเชิงลบที่หนักแน่น
ในประโยคนี้ absolute nightmare ใช้บรรยายประสบการณ์หรือสถานการณ์ที่เลวร้าย ยากลำบาก หรือวุ่นวายอย่างมาก คำว่า nightmare ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงฝันร้ายที่น่ากลัวจริง ๆ absolute ทำให้คำนาม nightmare ซึ่งมีความหมายรุนแรงอยู่แล้วมีน้ำหนักมากขึ้น ในประโยคทั่วไป มักใช้รูป an absolute nightmare เช่น The journey was an absolute nightmare. ส่วนประโยคต้นฉบับกำลังพูดถึงตัวถ้อยคำ จึงละ an ไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ตรงกับบทเรียน: The airport delay was an ____.
ดูคำตอบ
absolute nightmare
I've had a mare ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ
ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ I've had a mare หมายถึงผู้พูดพบช่วงเวลาที่แย่มาก น่าหงุดหงิด หรือโชคร้าย ในสำนวนนี้ mare เป็นรูปย่อของ nightmare ไม่ได้หมายถึงม้าเพศเมียที่โตเต็มวัย I've had มองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นวันจนถึงเวลาที่พูด ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการบ่นแบบสบาย ๆ ว่าวันนี้ผ่านไปอย่างย่ำแย่
แบบฝึกหัด
ในบริบทภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการนี้ I've had a mare today มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- เมื่อคืนฉันฝันร้ายที่น่ากลัว
- ฉันใช้เวลาทั้งวันดูแลม้าเพศเมีย
- วันนี้ฉันเจอวันที่แย่มากหรือน่าหงุดหงิด
ดูคำตอบ
วันนี้ฉันเจอวันที่แย่มากหรือน่าหงุดหงิด
a mild and potentially slightly humorous occurrence at work.
0:52เหตุการณ์ที่เล็กน้อยและอาจจะดูตลกนิดหน่อยในที่ทำงาน
You might call an unpleasant or difficult experience a nightmare.
0:56คุณอาจจะเรียกประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือยากลำบากว่าเป็นฝันร้าย
short for nightmare: รูปสั้นและรูปเต็ม
ใน mare, short for nightmare วลี short for ใช้บอกรูปเต็มที่ mare ถูกย่อมาจากในบริบทนี้ โดยทำหน้าที่เป็นคำอธิบายสั้น ๆ ที่แทรกไว้หลัง mare โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is short for Y โดย X เป็นรูปสั้นและ Y เป็นรูปเต็ม ในที่นี้ mare เป็นรูปสั้น ส่วน nightmare เป็นรูปเต็ม
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากตัวอย่างเพื่อบอกว่า Sam เป็นรูปสั้นของ Samuel: Sam is ____ Samuel.
ดูคำตอบ
short for
more like strange or annoying: การแก้คำอธิบาย
More like ใช้เสนอคำอธิบายใหม่ที่ใกล้เคียงความจริงกว่า ในที่นี้ปฏิเสธ terrible เพราะแรงเกินไป แล้วใช้ strange or annoying ซึ่งเบากว่าและแม่นยำกว่าแทน รูปแบบที่พบบ่อยคือ not X, more like Y ใช้เพื่อแก้ป้ายกำกับ การเปรียบเทียบ หรือคำอธิบาย ไม่ใช่เพื่อเพิ่มข้อเท็จจริงอีกเรื่องหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสองคำจากตัวอย่างเพื่อเปลี่ยนคำอธิบายแรกให้แม่นยำขึ้น: The mistake wasn't a disaster; it was ____ a small delay.
ดูคำตอบ
more like
a time when: ใช้เกริ่นถึงสถานการณ์ในอดีต
ในที่นี้ a time หมายถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์หนึ่งในอดีต ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย when บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น: what you said wasn't really what you meant ใช้ a time when + ใจความที่สมบูรณ์เพื่อถามหรือเล่าประสบการณ์ได้ เช่น a time when I felt nervous
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมบอกเวลามาตรฐานให้โครงสร้างเป้าหมายสมบูรณ์: Tell me about a time ____ you helped someone.
ดูคำตอบ
when
Hi, y'alright? ในฐานะคำทักทายแบบอังกฤษ
ในช่วงนี้ Hi, y'alright? เป็นคำทักทายแบบอังกฤษที่ใช้เป็นประจำ แม้จะดูเหมือนคำถามเกี่ยวกับอาการของอีกฝ่าย แต่หน้าที่ทางสังคมในที่นี้คือการทักทายและเริ่มบทสนทนาสั้น ๆ ผู้ฟังจึงควรเข้าใจว่าเป็นคำทักทาย ไม่ใช่ตอบตามความหมายตรงตัวเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความ: ที่โรงเรียน เพื่อนร่วมชั้นชาวอังกฤษพูดว่า Hi, y'alright? ขณะเดินผ่านคุณ โดยปกติคุณต้องหยุดเขาไว้และเล่าเรื่องสุขภาพของคุณอย่างละเอียด
- ไม่จริง
- จริง
ดูคำตอบ
ไม่จริง
ใช้ doesn't it? เพื่อขอการยืนยัน
ในประโยคนี้ doesn't it? เป็นคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่เติมหลังข้อความบอกเล่าเชิงบวก It just means hello ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังเห็นด้วยหรือไม่ โดยมีความหมายประมาณว่า “ใช่ไหม” คำถามพ่วงมักใช้กาลและประธานให้สอดคล้องกับข้อความหลัก กริยา means เป็น present simple จึงใช้กริยาช่วย does เมื่อข้อความหลักเป็นบวก คำถามพ่วงจะใช้รูปปฏิเสธ doesn't และใช้ it เป็นประธานซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามพ่วงให้สมบูรณ์: This word means hello, ____?
ดูคำตอบ
doesn't it
finding out more about + หัวข้อ
Finding out more about หมายถึงการได้รับหรือค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ในที่นี้วลีนี้ใช้เกริ่นว่าสิ่งใดจะถูกสำรวจในตอนนี้ โดยหลัง about เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ซึ่งระบุหัวข้อที่จะสำรวจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find out more about + หัวข้อหรืออนุประโยคคำถาม ที่นี่ใช้ finding เพราะอยู่หลัง we'll be ตามโครงสร้าง will be + กริยา -ing ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนความหมายของวลี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
- We'll be finding out what the topic is.
- We'll be finding out more about the topic.
- We'll be finding the topic in the book.
ดูคำตอบ
We'll be finding out more about the topic.
we'll be learning some useful new words and phrases.
1:47เราจะได้เรียนรู้คำและวลีใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์
As usual: บอกว่าสิ่งต่อไปเป็นกิจวัตรตามปกติ
As usual เป็นคำเชื่อมที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาต่อไปเป็นไปตามกิจวัตรที่มีอยู่แล้วหรือรูปแบบที่คุ้นเคย คำนี้ช่วยวางกรอบให้ข้อมูลใหม่ก่อนเริ่มข้อความหลัก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวทำให้การเรียนคำศัพท์และวลีใหม่เป็นส่วนประจำของรายการ ไม่ใช่กิจกรรมใหม่หรือเรื่องน่าแปลกใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ As usual เพื่อแสดงว่ากำหนดการวันนี้เป็นไปตามกิจวัตรปกติ
- As usual, the class will end with a short quiz.
- Surprisingly, the class will end with a short quiz.
- Usually, the class ends at three o'clock.
ดูคำตอบ
As usual, the class will end with a short quiz.
But first: แทรกขั้นตอนที่ต้องทำก่อน
But first เป็นคำเชื่อมที่เปลี่ยนจากกิจกรรมหลักซึ่งได้ประกาศไว้แล้วชั่วคราว เพื่อแนะนำสิ่งที่ต้องทำก่อน But แสดงการเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง ส่วน first แสดงลำดับ โดยปกติคำนี้สื่อว่ากิจกรรมหลักถูกเลื่อนออกไป ไม่ได้ถูกยกเลิก เมื่อทำขั้นตอนก่อนหน้าเสร็จ ผู้พูดก็กลับไปยังแผนเดิมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่ขึ้นต้นด้วย But และใช้แนะนำขั้นตอนที่ต้องทำก่อน: We'll discuss the plan in a minute. ____, let's check the budget.
ดูคำตอบ
But first
The word hyperbole comes from two ancient Greek words,
2:01คำว่า hyperbole (อติพจน์) มาจากคำในภาษากรีกโบราณสองคำคือ
literal meaning: ความหมายโดยตรงของคำ
literal meaning คือความหมายโดยตรงของคำเมื่อเข้าใจคำเหล่านั้นตรงตามที่เขียนไว้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าสำนวนเหล่านั้นกล่าวอะไรแบบคำต่อคำ คำนี้ช่วยแยกความหมายโดยตรงของถ้อยคำออกจากความหมายเชิงเปรียบเทียบหรือความหมายของสำนวนที่ต้องเข้าใจจากบริบท
แบบฝึกหัด
literal meaning หมายถึงอะไร
- ความหมายโดยตรงของคำ
- อารมณ์ที่แสดงผ่านน้ำเสียงของผู้พูด
- ประวัติความเป็นมาของคำเหล่านั้น
ดูคำตอบ
ความหมายโดยตรงของคำ
I have no idea: ไม่มีเบาะแสเลย
I have no idea เป็นสำนวนตายตัวที่เป็นธรรมชาติ ใช้เพื่อบอกว่า 'ฉันไม่รู้จริง ๆ' หรือ 'ฉันไม่มีเบาะแสเลย' ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าไม่สามารถตอบ Pippa ได้ สำนวนนี้มักมีน้ำหนักมากกว่า I don't know เพราะ no idea สื่อว่าผู้พูดไม่มีข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์เลย และยังตามด้วยอนุประโยคคำถามได้ เช่น I have no idea where it is.
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าไม่มีเบาะแสเลย: “____ where the red notebook is.”
ดูคำตอบ
I have no idea
I'm going to say ... เพื่อเสนอคำตอบแบบยังไม่แน่ใจ
ในบริบทของการตอบคำถาม I'm going to say ... ใช้เกริ่นตัวเลือกที่ผู้พูดกำลังเลือกในขณะนั้น ไม่ได้มีความหมายหลักว่าเป็นแผนที่จะพูดในภายหลัง สำนวนนี้มักใช้เสนอคำตอบแบบยังไม่แน่ใจนัก มีความหมายใกล้เคียงกับ “ฉันคิดว่าจะเลือก...” หรือ “ฉันเดาว่า...” จึงทำให้คำตอบฟังดูไม่ฟันธงเกินไป แต่ต้องดูบริบทและน้ำเสียงด้วยว่าผู้พูดไม่มั่นใจแค่ไหน
แบบฝึกหัด
ในการตอบคำถาม มีคนพูดว่า “I'm going to say the answer is B.” สำนวนช่วงต้นน่าจะทำหน้าที่อะไรที่สุด?
- ใช้เสนอทางเลือกแบบยังไม่แน่ใจนัก
- บอกว่าคำตอบ B เป็นไปไม่ได้
- สัญญาว่าจะพูดในภายหลัง
ดูคำตอบ
ใช้เสนอทางเลือกแบบยังไม่แน่ใจนัก
It's not just X that ...: ขยายประเด็นให้กว้างกว่า X
โครงสร้าง It's not just X that ... เน้น X พร้อมกับบอกว่า X ไม่ใช่บุคคล สิ่งของ หรือสาเหตุเพียงอย่างเดียวที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ อติพจน์ยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนความหมายของคำ แต่ประโยคได้ขยายการพูดถึงไปยังอิทธิพลอื่นด้วย ใช้โครงสร้างนี้เพื่อขยายประเด็น โดยยอมรับปัจจัยหนึ่งที่รู้กันอยู่แล้วก่อน แล้วจึงบอกว่าแนวคิดที่กว้างกว่านั้นยังรวมปัจจัยอื่นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง It's not just X that ... เพื่อแสดงว่าทั้งการฝึกและการพักผ่อนช่วยได้: ____ practice that helps you improve; rest matters too.
ดูคำตอบ
It's not just
Understatement involves de-emphasising something. การใช้คำ
2:33การกล่าวลดรูปเกี่ยวข้องกับการลดความสำคัญของบางสิ่งลง
Understatement: พูดให้บางสิ่งดูร้ายแรงน้อยลง
Understatement หมายถึงการจงใจบรรยายบางสิ่งให้ดูสำคัญน้อยลง ร้ายแรงน้อยลง แย่น้อยลง หรือน่าทึ่งน้อยกว่าความเป็นจริง ผู้ฟังควรสังเกตเห็นช่องว่างระหว่างถ้อยคำที่เบาและสถานการณ์จริง วิธีพูดนี้ช่วยให้คำวิจารณ์นุ่มนวลขึ้น หรือสร้างอารมณ์ขันแบบเรียบ ๆ และการประชดได้ การเรียกอาหารที่แย่มากว่า "less than perfect" เป็น understatement เพราะถ้อยคำนั้นเบากว่าความเป็นจริงมาก
แบบฝึกหัด
พายุพัดหลังคาบ้านหลุดออกไป ข้อคิดเห็นใดเป็น understatement?
- It was the strongest storm in the history of the planet.
- The storm tore the roof off the house.
- It was a little windy.
ดูคำตอบ
It was a little windy.
imagine you were served an awful meal in a restaurant,
2:37ลองนึกภาพว่าคุณได้รับเสิร์ฟอาหารที่แย่มากในร้านอาหาร
but instead of saying: instead of + คำกริยา-ing
Instead of + คำนามหรือคำกริยา-ing ใช้บอกตัวเลือกที่ไม่ได้เลือก ในประโยคนี้ instead of saying how bad the food was แนะนำคำวิจารณ์ตรง ๆ ที่ผู้พูดไม่ได้ใช้ ส่วน you just said ... บอกทางเลือกที่ใช้จริง เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing: ใช้ instead of saying ไม่ใช่ instead of say หรือ instead of to say ส่วน But เชื่อมความต่างนี้กับสถานการณ์ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ drive: Instead of ____, we took the train.
ดูคำตอบ
driving
was less than perfect: พูดให้เบาเพื่อสื่อคำวิจารณ์ที่แรง
ในบริบทนี้ was less than perfect เป็นการพูดให้เบากว่าความเป็นจริง หรือ understatement ความหมายตามตัวอักษรฟังดูไม่รุนแรงว่า “ไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด” แต่ก่อนหน้านี้มีการบอกว่าอาหารมื้อนั้นแย่มาก วลีนี้จึงเป็นวิธีพูดอย่างยับยั้งว่าจริง ๆ แล้วมันแย่มาก Understatement ใช้ถ้อยคำที่เบากว่าที่สถานการณ์ดูเหมือนสมควรได้รับโดยตั้งใจ ผู้ฟังต้องอาศัยบริบทและน้ำเสียงเพื่อเข้าใจคำประเมินเชิงลบที่แรงกว่า
แบบฝึกหัด
ใน “The birthday picnic was less than perfect: it rained all day and all the food got wet,” less than perfect น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- เหตุการณ์สมบูรณ์แบบทุกอย่าง
- เหตุการณ์แย่มาก แต่ผู้พูดกำลังพูดให้ฟังดูเบา
- มีข้อบกพร่องเล็กน้อยเพียงอย่างเดียวและไม่มีอะไรผิดพลาดอีก
ดูคำตอบ
เหตุการณ์แย่มาก แต่ผู้พูดกำลังพูดให้ฟังดูเบา
Here's linguist Derek Bousfield discussing understatement
2:46นี่คือนักภาษาศาสตร์ เดเร็ก บูสฟีลด์ ที่กำลังพูดถึงการกล่าวลดรูป
as a way of kind of signalling that something much more serious has gone on. โน้ต
2:54เพื่อเป็นวิธีบอกเป็นนัยว่ามีเรื่องร้ายแรงกว่านั้นมากเกิดขึ้น
as a way of kind of signalling that: อธิบายสัญญาณทางอ้อม
ใน as a way of kind of signalling that... โครงสร้าง as a way of + -ing นำเสนอพฤติกรรมว่าเป็นวิธีหรือหน้าที่ทางสังคมที่ใช้สื่อสารบางสิ่ง ส่วน signalling that ใช้นำเข้าสู่ข้อความที่ถูกสื่ออย่างอ้อม ๆ Kind of ทำให้คำกล่าวเบาลง พฤติกรรมนั้นไม่ใช่คำพูดตรง ๆ แต่ทำหน้าที่คล้ายสัญญาณอยู่บ้าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X as a way of (kind of) signalling that + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ as a way of คำลดความหนักแน่น kind of และ signalling that: He lowered his voice ____ the topic was private.
ดูคำตอบ
as a way of kind of signalling that
has gone on: หมายถึง “ได้เกิดขึ้น”
ในที่นี้ has gone on หมายถึง “ได้เกิดขึ้น” หรือ “ได้มีขึ้น” ประธาน something หมายถึงเหตุการณ์ ดังนั้น go on ในประโยคนี้จึงไม่ได้แปลว่า “ดำเนินต่อไป” รูป present perfect has gone on กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดก่อนตอนนี้ และเชื่อมโยงเหตุการณ์นั้นกับสถานการณ์ที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ go ที่หมายถึง “เกิดขึ้นแล้ว”: Something unusual has ____ in the lab.
ดูคำตอบ
gone on
taking yourself too seriously: การให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกินไป
Taking yourself too seriously หมายถึงการให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความคิดเห็น หรือความสำคัญของตัวเองมากเกินไป มักสื่อว่าคนนั้นไม่สามารถหัวเราะให้กับตัวเองหรือผ่อนคลายกับความผิดพลาดเล็ก ๆ ได้ ในที่นี้ taking เป็นรูป -ing ที่ทำให้ทั้งวลีเป็นประธานของ is a no-no วลีนี้ใช้วิจารณ์ทัศนคติ ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำอย่างระมัดระวังหรือทำงานได้ดี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Nina หัวเราะให้กับตัวเองได้ และไม่ได้ทำเหมือนว่าภาพลักษณ์ของตัวเองสำคัญอย่างยิ่ง?
- Nina doesn't take the safety rule seriously.
- Nina is never serious about her homework.
- Nina doesn't take herself too seriously.
ดูคำตอบ
Nina doesn't take herself too seriously.
a no-no: สำนวนไม่เป็นทางการที่บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่เป็นที่ยอมรับ
a no-no เป็นคำนามนับได้แบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกการกระทำหรือทางเลือกที่ถือว่ายอมรับไม่ได้หรือควรหลีกเลี่ยง รูปแบบที่พบบ่อยคือ X is a no-no ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวระบุว่าการจริงจังกับตัวเองมากเกินไปขัดกับความคาดหวังทางสังคมแบบอังกฤษที่กำลังกล่าวถึง โดยทั่วไปใช้พูดถึงกฎทางสังคมหรือข้อห้ามเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อห้ามอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียนนี้: Bringing notes into the exam is ____.
ดูคำตอบ
a no-no
the done thing: พฤติกรรมที่สังคมคาดหวัง
the done thing เป็นสำนวนภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ ใช้เรียกพฤติกรรมที่กลุ่มหนึ่งเห็นว่าเหมาะสม เป็นเรื่องปกติ หรือเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง ในที่นี้หมายความว่าการไม่จริงจังกับตัวเองมากเกินไปสอดคล้องกับบรรทัดฐานทางสังคมที่กำลังกล่าวถึง ในสำนวนตายตัวนี้ done ไม่ได้หมายถึง “เสร็จแล้ว” สำนวนทั้งชุดทำหน้าที่เป็นวลีนาม และมักพบในรูป X is the done thing และ X is not the done thing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษแบบอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้: At that club, introducing yourself to new members is ____.
ดูคำตอบ
the done thing
Understatement is valued in British culture,
3:12การกล่าวลดรูปเป็นสิ่งที่ได้รับการให้คุณค่าในวัฒนธรรมอังกฤษ
meaning it's not what you're expected to do in a particular social situation.
3:33ซึ่งหมายความว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คุณถูกคาดหวังให้ทำในสถานการณ์ทางสังคมเฉพาะ
In other words สำหรับกล่าวความคิดเดิมด้วยคำพูดอีกแบบหนึ่ง
In other words บอกว่าคำพูดถัดไปจะกล่าวความคิดเดิมซ้ำด้วยวิธีที่ชัดเจนหรือตรงไปตรงมามากขึ้น วลีนี้เชื่อมข้อความที่ไม่คุ้นเคย สั้น หรือซับซ้อนเข้ากับคำอธิบาย ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มหัวข้อใหม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่า not the done thing และ not what you're expected to do in a particular social situation อธิบายกฎทางสังคมข้อเดียวกัน โดยข้อความหลังอธิบายข้อความแรก
แบบฝึกหัด
In other words บอกให้ผู้ฟังคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรต่อไป
- หัวข้อย่อยที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ตัวอย่างที่ไม่จำเป็นต้องกล่าวความคิดทั้งหมดซ้ำ
- การกล่าวความคิดเดิมซ้ำให้ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ
การกล่าวความคิดเดิมซ้ำให้ชัดเจนขึ้น
Another area where the meaning of words can be easily misunderstood is apologising. ลำดับความ
3:39อีกเรื่องหนึ่งที่ความหมายของคำสามารถถูกเข้าใจผิดได้ง่ายคือการขอโทษ
Another area where ... is ... สำหรับนำเสนอหัวข้อย่อยใหม่
Another area where ... is ... เป็นรูปประโยคสำหรับเพิ่มหัวข้อย่อยใหม่ภายในการอภิปรายเรื่องใหญ่ Another บอกผู้ฟังว่านี่คืออีกด้านหนึ่งของเรื่องเดิม ไม่ใช่หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย อนุประโยคที่มี where อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในด้านนั้น ส่วนคำหลัง is ระบุชื่อของด้านนั้น ในประโยคนี้ ปัญหาคือความหมายของคำถูกเข้าใจผิด และ apologising คือด้านใหม่ที่กำลังถูกนำเสนอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนออีกด้านหนึ่งภายในการอภิปรายเรื่องใหญ่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Careful planning made yesterday's trip easier.
- Another area where careful planning matters is travel.
- For example, we packed a map and some water.
ดูคำตอบ
Another area where careful planning matters is travel.
where his toe gets accidentally stepped on by Derek Bousfield ไวยากรณ์
3:47ที่นิ้วเท้าของเขาบังเอิญถูกเดเร็ก บูสฟีลด์ เหยียบเข้า
gets accidentally stepped on: รูปถูกกระทำด้วย get
ใน gets accidentally stepped on โครงสร้าง get + คำกริยาช่อง 3 สร้างรูปถูกกระทำด้วย get โดย his toe เป็นฝ่ายที่รับการกระทำ คือมีคนเหยียบนิ้วเท้า ไม่ใช่นิ้วเท้าไปเหยียบสิ่งอื่น คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของ step on จึงต้องคงไว้ รูปถูกกระทำด้วย get พบบ่อยในภาษาพูด และทำให้เหตุการณ์ดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประธานหรือส่งผลต่อประธาน accidentally บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ส่วน by Derek Bousfield บอกว่าใครเป็นผู้ทำ
แบบฝึกหัด
เติมรูปถูกกระทำด้วย get ของ step on ให้สมบูรณ์: In the crowd, my bag ____ before I could pick it up.
ดูคำตอบ
got stepped on
I'm really sorry: คำขอโทษตรง ๆ ที่หนักแน่นขึ้น
I'm really sorry เป็นคำขอโทษโดยตรง โดย sorry แสดงการขอโทษ และ really ช่วยเน้นให้หนักแน่นและจริงใจมากกว่าการพูดเพียง sorry ใช้เพื่อยอมรับปัญหาที่ตนเองเป็นผู้ก่อ ในอุบัติเหตุแบบนี้ ประโยคนี้หมายถึง “ฉันขอโทษ” ไม่ใช่เพียง “ฉันรู้สึกเศร้า”
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโทษที่หนักแน่นขึ้นด้วยวลีจากบทเรียน: "____. I spilled your water."
ดูคำตอบ
I'm really sorry
It's all good: คำปลอบใจที่อาจซ่อนความไม่พอใจ
It's all good เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ทุกอย่างเรียบร้อยดี” แต่ในประโยคนี้ คำพูดต่อมาว่า“That probably means it isn't”บอกเป็นนัยว่าคำตอบนั้นอาจพูดเพราะความสุภาพ ไม่ได้ตรงกับความรู้สึกทั้งหมด อย่าตัดสินความหมายจากถ้อยคำเพียงอย่างเดียว น้ำเสียง สีหน้า และสิ่งที่อีกฝ่ายพูดต่อสามารถบอกได้ว่าเขาปลอบใจอย่างจริงใจหรือกำลังซ่อนความไม่พอใจ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ถ้าใครพูดว่า “It's all good” แสดงว่าเขาไม่ได้รู้สึกติดใจเลยอย่างแน่นอน
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
a bit miffed: ความไม่พอใจเล็กน้อยแบบเก็บอาการ
Miffed เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงรู้สึกรำคาญหรือขุ่นเคืองเล็กน้อย ใน a bit miffed คำว่า a bit ช่วยลดระดับความรู้สึก ผู้พูดจึงฟังดูไม่พอใจแต่ไม่ได้โกรธจัด ในที่นี้ a little bit annoyed เป็นการกล่าวซ้ำความหมายของวลีโดยตรง รูปแบบที่มีประโยชน์คือ be + a bit miffed ซึ่งมักตามด้วย about something หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความรำคาญเล็กน้อยแบบเก็บอาการ?
- I was delighted that they started without me.
- I was a bit miffed that they started without me.
- I was furious and could barely control my anger.
ดูคำตอบ
I was a bit miffed that they started without me.
But then I don't want to have a barney with you. การใช้คำ
4:06แต่แล้วผมก็ไม่อยากทะเลาะ (have a barney) กับคุณ
have a barney: สำนวนบริติชไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ทะเลาะกัน”
ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ have a barney หมายถึง “ทะเลาะกัน” หรือ “โต้เถียงกัน” ในวลี have a barney with you คำว่า with ใช้บอกคนที่เราทะเลาะด้วย ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าไม่อยากให้ความขัดแย้งบานปลาย สำนวนนี้ทำให้การทะเลาะที่อาจเกิดขึ้นฟังดูมีสีสันและเป็นภาษาพูด โดย barney ในที่นี้ไม่ใช่ชื่อคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนบริติชที่มีคำว่า barney และหมายถึง “ทะเลาะกัน”: I don't want to ____ with my neighbour over the noise.
ดูคำตอบ
have a barney
get into a whole thing: ปล่อยให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องซับซ้อน
Get into a whole thing เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและจงใจพูดอย่างคลุมเครือว่า “เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน น่าอึดอัด หรือเต็มไปด้วยการโต้เถียง” คำว่า whole สื่อว่าเรื่องอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เกินความจำเป็น ส่วน thing ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไร ในประโยคปฏิเสธนี้ ผู้พูดต้องการหยุดไม่ให้เรื่องเล็กกลายเป็นการถกเถียงยาวนานหรือความวุ่นวาย สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Let's not get into a whole thing about one small typo,” คำว่า get into a whole thing หมายถึงอะไร?
- เริ่มกิจกรรมใหม่ที่สนุกสนาน
- ปล่อยให้เรื่องเล็กกลายเป็นความวุ่นวายที่ยืดเยื้อและซับซ้อน
- ตรวจดูทุกส่วนของสิ่งของที่สมบูรณ์ชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ
ปล่อยให้เรื่องเล็กกลายเป็นความวุ่นวายที่ยืดเยื้อและซับซ้อน
an equivalent American English one would be: การเกริ่นคำที่มีความหมายเทียบเท่า
วลี an equivalent American English one would be ใช้เกริ่นสำนวนในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ทำหน้าที่คล้ายกัน equivalent หมายถึงมีหน้าที่ใกล้เคียงกัน โดยไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกคำ one ใช้แทนสิ่งประเภทเดียวกับที่พูดถึงไปแล้ว เช่น คำ วลี หรือคำตอบ ส่วน would be ใช้เสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นคำเทียบที่เหมาะสม ไม่ได้บอกว่าเป็นคำตอบเดียวที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
วลี an equivalent American English one would be ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?
- ใช้แนะนำสำนวนที่เทียบเท่าในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน โดย one แทนสิ่งที่พูดถึงไปแล้ว
- ใช้บอกว่าสำนวนก่อนหน้านี้ผิด
- ใช้นับคนที่พูดภาษาอังกฤษแบบอเมริกันหนึ่งคน
ดูคำตอบ
ใช้แนะนำสำนวนที่เทียบเท่าในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน โดย one แทนสิ่งที่พูดถึงไปแล้ว
no worries: คำตอบแบบสบาย ๆ ที่ช่วยให้อีกฝ่ายคลายกังวล
no worries เป็นสำนวนสนทนาแบบสบาย ๆ ที่หมายถึง “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล” ในประโยคนี้ใช้ปลอบใจอีกฝ่ายเกี่ยวกับปัญหาเล็กน้อยหรือคำขอโทษ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าความกังวลไม่มีอยู่เลย สำนวนนี้ใช้ตอบคำขอบคุณได้ด้วย โดยมีความหมายคล้าย “ด้วยความยินดี” วิดีโอนำเสนอว่าเป็นคำเทียบในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน แต่สำนวนนี้ใช้ในภาษาอังกฤษหลายแบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า 'Sorry I bumped your chair.' คำตอบใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยและเพื่อนไม่ต้องกังวล?
- No worries.
- I am worried.
- You must apologize.
ดูคำตอบ
No worries.
an adjective meaning slightly annoyed or hurt by someone's behaviour.
4:23ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงรำคาญนิดหน่อยหรือเจ็บใจจากการกระทำของใครบางคน
you probably don't want to get into a barney,
4:30คุณคงไม่อยากเข้าไปมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง (a barney)
no matter how + คำคุณศัพท์: การยอมรับโดยไม่คำนึงถึงระดับ
คำที่ไฮไลต์เป็นจุดเริ่มต้นของรูป no matter how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be โดยคำกริยา are ที่ตามมาทำให้ no matter how annoyed you are สมบูรณ์ ซึ่งหมายถึง “ไม่ว่าคุณจะหงุดหงิดมากแค่ไหน” อนุประโยคนี้ยอมรับว่าความรู้สึกอาจรุนแรงมาก แต่บอกว่าผลลัพธ์หลักยังคงไม่เปลี่ยนแปลง But เชื่อมผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนนี้เข้ากับแนวคิดก่อนหน้าที่ขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้ประโยคมีความหมายว่า “ไม่ว่าคุณจะกังวลแค่ไหน”: No matter ____ nervous you are, take a slow breath.
ดูคำตอบ
how
move on: ปล่อยเรื่องนั้นไว้แล้วทำสิ่งต่อไป
ในที่นี้ move on หมายถึงหยุดพูดถึงหรือหมกมุ่นกับปัญหาเล็ก ๆ นั้น แล้วทำสิ่งถัดไปต่อ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนร่างกายไปยังสถานที่อื่น and เชื่อมลำดับการกระทำ คือ ตอบอย่างใจเย็นก่อน เช่น it's all good หรือ no worries แล้วปล่อยเรื่องนั้นไว้เบื้องหลังแทนที่จะทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ moved on หมายความว่าอะไร? We discussed the mistake, fixed it, and moved on.
- หยุดหมกมุ่นกับความผิดพลาดนั้นแล้วทำสิ่งต่อไป
- รอแก้ไขความผิดพลาดนั้นในภายหลัง
- เดินไปยังสถานที่อื่น
ดูคำตอบ
หยุดหมกมุ่นกับความผิดพลาดนั้นแล้วทำสิ่งต่อไป
A lot depends on the situation: การตัดสินใจเปลี่ยนไปตามเงื่อนไข
ในที่นี้ A lot depends on the situation หมายความว่า คำตอบหรือทางเลือกที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปมากตามสถานการณ์ จึงเตือนว่าอย่าใช้กฎเดียวกับทุกกรณี ใช้ A lot depends on + ปัจจัย เพื่อบอกว่าปัจจัยนั้นมีผลอย่างมากต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือสิ่งที่เหมาะสม ประโยคเต็มเพิ่มปัจจัยที่สองด้วย and on นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ depend on: A lot ____ the weather.
ดูคำตอบ
depends on
So, don't be shy: การให้กำลังใจอย่างเป็นมิตรให้ลงมือทำ
ใน So, don't be shy ผู้พูดไม่ได้ตัดสินบุคลิกของผู้ฟังอย่างจริงจัง แต่กำลังให้กำลังใจอย่างเป็นมิตรในความหมายว่า “อย่าปล่อยให้ความอายหรือความลังเลหยุดคุณไว้” So เชื่อมความคิดก่อนหน้าเข้ากับคำแนะนำนี้ ส่วนคำต่อมา get talking to others in English ระบุสิ่งที่ผู้ฟังได้รับการกระตุ้นให้เริ่มทำ
แบบฝึกหัด
ใน 'Don't be shy—come and ask a question,' ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?
- ให้กำลังใจอย่างเป็นมิตรเพื่อให้ลงมือทำ
- ตัดสินบุคลิกของใครบางคนอย่างจริงจัง
- สั่งให้ใครบางคนหยุดพูด
ดูคำตอบ
ให้กำลังใจอย่างเป็นมิตรเพื่อให้ลงมือทำ
get talking: การเริ่มทำกิจกรรมด้วย get + -ing
ใน get talking โครงสร้าง get + คำกริยา-ing หมายถึง “เริ่มทำกิจกรรมนั้น” ในที่นี้ get talking หมายถึง “เริ่มพูดคุย” ไม่ใช่ “ได้รับบทสนทนา” รูปคำสั่งนี้เป็นการกระตุ้นอย่างเป็นมิตรว่าอย่าลังเลและให้เริ่มทำ โครงสร้างนี้พบบ่อยในคำที่ใช้คู่กันจนเป็นธรรมชาติ เช่น get moving และ get working
แบบฝึกหัด
ใช้ get + -ing เพื่อบอกให้คนสองคนเริ่มคุยกัน: The question is ready, so ____ to your partner.
ดูคำตอบ
get talking
and carry on: ทำต่อหลังจากเกิดปัญหา
Carry on เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ทำต่อ” ในประโยคนี้ and เชื่อมวลีกับขั้นตอนก่อนหน้า คือหลังจากพูดว่า no worries แล้ว ให้ทำต่อแทนที่จะหยุดเพราะความผิดพลาด Carry on ใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อรู้จากบริบทอยู่แล้วว่ากำลังทำอะไรต่อ นอกจากนี้ยังใช้ carry on with + คำนาม หรือ carry on + คำกริยา-ing ได้ เช่น carry on with the game และ carry on talking
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเด็ก ๆ เล่นเกมต่อหลังจากพักสั้น ๆ?
- After the game, the children carried the chairs inside.
- After a short break, the children carried on with the game.
- Before the game, the children carried out a safety check.
ดูคำตอบ
After a short break, the children carried on with the game.
I think it's time to reveal the answer to your question. วลี
4:58ฉันคิดว่าถึงเวลาเปิดเผยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้วค่ะ
it's time to reveal: ประกาศว่าเข้าสู่ช่วงเฉลย
โครงสร้าง It's time to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำสิ่งหนึ่งแล้ว ในที่นี้ reveal หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครรู้ สำนวนนี้ยังช่วยพากิจกรรมเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปด้วย ช่วงเวลาของการทายจบลงแล้ว และตอนนี้กำลังจะประกาศคำตอบ
แบบฝึกหัด
ผู้ชมทายกันเรียบร้อยแล้ว ใช้สำนวนที่เน้นไว้เติมประโยคของพิธีกรให้สมบูรณ์: Now ____ the answer.
ดูคำตอบ
it's time to reveal
you thought the ancient Greek words huper and ballo meant overspeak.
5:02คุณคิดว่าคำในภาษากรีกโบราณ huper และ ballo หมายถึงพูดมากเกินไป
let's recap: เปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ
Let's recap บอกผู้ฟังว่ากำลังจะเริ่มทบทวนสั้น ๆ สำนวนนี้เชื่อมเนื้อหาที่เพิ่งเรียนกับช่วงสรุป ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้พูดกำลังจัดระเบียบข้อมูลเดิม ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ Let's เป็นการชวนทุกคนให้มีส่วนร่วม ส่วน recap หมายถึงการกล่าวประเด็นสำคัญอีกครั้งแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การสอนทุกอย่างใหม่อย่างละเอียด
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่เน้นไว้เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ: We've finished the lesson. ____ the three new words.
ดูคำตอบ
Let's recap
If you take yourself too seriously,
5:24ถ้าคุณ take yourself too seriously (จริงจังกับตัวเองมากเกินไป)
you consider yourself and your actions more important than they really are.
5:27คุณจะมองว่าตัวคุณเองและการกระทำของคุณสำคัญกว่าความเป็นจริง
is what you are expected to do in a particular social situation.
5:38คือสิ่งที่คุณถูกคาดหวังให้ทำในสถานการณ์ทางสังคมเฉพาะ
on the other hand: ใช้เสนออีกด้านที่แตกต่าง
On the other hand ใช้แสดงอีกด้านหนึ่งของหัวข้อที่แตกต่างหรือตรงกันข้าม ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ วลีนี้บอกให้ผู้ฟังเชื่อมคำอธิบายของ The done thing กับประเด็นก่อนหน้า และมองว่าเป็นอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ที่ไม่เกี่ยวกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแทรกอยู่หลังประธานและคั่นด้วยจุลภาค นอกจากนี้ยังวางไว้ต้นประโยคได้ หากความแตกต่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้านแรกด้วย on the one hand
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The small apartment is cheap. ___, it has very little storage.
- On the contrary
- For example
- On the other hand
ดูคำตอบ
On the other hand
our six minutes are up: เวลาที่กำหนดหมดแล้ว
เมื่อประธานเป็นระยะเวลา be up หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว ดังนั้น our six minutes are up จึงเป็นการประกาศว่าช่วงเวลาหกนาทีจบลงแล้ว โดย up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่สูงกว่า ในโครงสร้างนี้ รูปกริยาจะสอดคล้องกับประธาน เช่น Time is up แต่ Six minutes are up โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อเครื่องจับเวลาหรือเวลาจำกัดเป็นตัวกำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เครื่องจับเวลาเพิ่งดังขึ้น เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be up: Our five minutes ____.
ดูคำตอบ
are up
But if you're keen to practise these new words and phrases, การใช้คำ
5:53แต่ถ้าคุณกระตือรือร้นที่จะฝึกฝนคำและวลีใหม่ๆ เหล่านี้
you're keen to practise: be keen to + คำกริยารูปพื้นฐาน
You're keen to practise หมายถึงคุณสนใจการฝึกมากและอยากทำจริง ๆ คำว่า keen เพิ่มความรู้สึกกระตือรือร้นในทางบวก ไม่ได้หมายความว่ามีใครบังคับให้คุณต้องฝึก โครงสร้างคือ be keen to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น you're keen to practise, I'm keen to learn และ they're keen to help ในที่นี้ practise เป็นการสะกดคำกริยาแบบอังกฤษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be keen to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง
- She's keen to practising her speech.
- She keen to practise her speech.
- She's keen to practise her speech.
ดูคำตอบ
She's keen to practise her speech.
check out: เข้าไปดูและสำรวจแหล่งข้อมูล
ในประโยคนี้ check out หมายถึงไปดู เยี่ยมชม หรือสำรวจ Check out our website เป็นคำชวนแบบไม่เป็นทางการให้เข้าไปดูเว็บไซต์และดูว่ามีอะไรให้บ้าง ไม่ใช่การขอให้ตรวจสอบว่าเว็บไซต์มีข้อผิดพลาดหรือไม่ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง check out the website และ check the website out แต่เมื่อเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า check it out
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำแบบเป็นกันเองด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียน: For more science games, ____ our new app.
ดูคำตอบ
check out
where you'll find a worksheet and quiz for this episode.
6:00ที่คุณจะพบแบบฝึกหัดและควิซสำหรับตอนนี้
but for now: การบอกว่าจบลงเพียงชั่วคราว
ในที่นี้ but เชื่อมความคิดสองอย่าง คือ เราจะได้พบกันอีกในเร็ว ๆ นี้ แต่ตอนนี้กำลังกล่าวลา for now บอกผู้ฟังว่านี่เป็นเพียงการจบชั่วคราว ไม่ใช่การจบอย่างถาวร โดยทั่วไป for now หมายถึงตอนนี้ก่อนหรือในตอนนี้ และเปิดโอกาสให้สิ่งนั้นดำเนินต่อหรือเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกการจบชั่วคราว: We'll finish the picture tomorrow, but ____, let's put away the crayons.
ดูคำตอบ
for now