อะไรเป็นสาเหตุของการสูญเสียการได้ยิน? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่า หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นในส่งผ่านเสียงอย่างไร เหตุใดการได้ยินจึงค่อย ๆ ลดลงจากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม และสมองชดเชยสัญญาณที่อ่อนลงอย่างไร พร้อมเฉลยว่ากระดูกโกลนในหูคือกระดูกที่เล็กที่สุดในร่างกายมนุษย์ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. As we get older, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าอนุประโยคที่ใช้ as แสดงการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ค่อย ๆ ดำเนินไปพร้อมกัน เช่น อายุที่เพิ่มขึ้นกับการได้ยินที่ลดลง และนำโครงสร้างนี้ไปพูดถึงสุขภาพ ความสามารถ หรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนตามเวลา ไม่ใช่เหตุการณ์ ณ จุดใดจุดหนึ่ง 2. Think of that as — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตได้ว่าผู้พูดกำลังชวนให้เข้าใจกลไกที่ไม่คุ้นเคยผ่านการเปรียบเทียบ เช่น มองหูชั้นนอกเป็นจานดาวเทียม และใช้กรอบนี้เชื่อมแนวคิดเชิงเทคนิคหรือนามธรรมกับภาพที่คุ้นเคยเพื่อให้อธิบายได้ชัดเจนขึ้น 3. redundancy in the system. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า redundancy ในบริบทการแพทย์และเทคนิคหมายถึงความสามารถสำรองหรือเส้นทางทางเลือก ไม่ใช่การเลิกจ้าง และใช้คำนี้อธิบายว่ากระบวนการอื่นสามารถรับหน้าที่ต่อหรือชดเชยได้เมื่อส่วนหนึ่งอ่อนลงหรือล้มเหลว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดีครับ นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
many of us notice our sense of hearing getting worse. การใช้คำ
0:14พวกเราหลายคนสังเกตเห็นว่าการได้ยินของเราแย่ลง
As we get older: ใช้ as กับการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น
ในที่นี้ as หมายถึง “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงหนึ่งกำลังค่อย ๆ เกิดขึ้น” หรือ “เมื่อเวลาผ่านไป” โดยใช้เกริ่นการที่อายุเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นข้อมูลพื้นหลัง ในประโยคนี้ as ไม่ได้หมายถึง because ใช้โครงสร้าง As + ประธาน + คำกริยา, ... เพื่อเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ประโยคหลักบอกการเปลี่ยนแปลงอย่างที่สอง คือการได้ยินแย่ลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสันธานที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างค่อย ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน: ____ the puppy grows, it becomes more confident.
ดูคำตอบ
As
sense of hearing: ความสามารถในการรับรู้เสียง
Sense of hearing หมายถึงความสามารถทางร่างกายในการรับรู้เสียง ในที่นี้ hearing เป็นคำนามที่เรียกความสามารถโดยรวม ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่ได้ยินเสียง และไม่ใช่ความรู้สึกที่เกิดจากเสียง โครงสร้าง sense of + คำนาม ยังพบใน sense of smell และ sense of touch ด้วย ในประโยคนี้ ทั้งวลีหมายถึงความสามารถที่กำลังแย่ลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ sense of และคำนามที่ถูกต้องสำหรับความสามารถในการรับรู้เสียง: After the illness, Mina's ____ became weaker.
ดูคำตอบ
sense of hearing
ask people to speak more loudly: ask + บุคคล + to + คำกริยา
วลี ask people to speak more loudly ใช้โครงสร้าง ask + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน กลุ่มคำนาม people ระบุผู้ที่ถูกขอ ส่วน to speak ระบุการกระทำที่ต้องการให้ทำ ในโครงสร้างนี้ ต้องมี to หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน คุณสามารถใช้โครงสร้างเดิมกับบุคคลและการกระทำอื่นได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ speak เพื่อทำให้โครงสร้างคำขอสมบูรณ์: I asked Ben ____ more loudly.
ดูคำตอบ
to speak
Has that happened to you?: เปลี่ยนไปถามประสบการณ์ของผู้ฟัง
ใน Has that happened to you? คำว่า that ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งอธิบาย ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ คำถามนี้เปลี่ยนบทสนทนาจากหัวข้อทั่วไปไปสู่ประสบการณ์ของผู้ฟัง Has ... happened เป็น present perfect ใช้ถามว่าประสบการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นในช่วงใดก็ตามจนถึงตอนนี้หรือไม่ โดยไม่ระบุเวลาในอดีตที่สิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
บทสนทนากำลังพูดถึงประสบการณ์ชีวิตโดยไม่ได้ระบุเวลาในอดีตที่เฉพาะเจาะจง คำถามใดชวนให้อีกฝ่ายเล่าประสบการณ์คล้ายกันได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- Has anything like that happens to you?
- Has anything like that ever happened to you?
- Did anything like that happen to you yesterday?
ดูคำตอบ
Has anything like that ever happened to you?
A while ago: เวลาในอดีตที่ไม่เจาะจง
“A while ago” วางเหตุการณ์ไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่ไม่ได้ระบุชัดเจน ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าผู้พูดมีความคิดดังกล่าวเมื่อไรโดยไม่ได้ให้วันที่แน่นอน มักสื่อว่าเป็นอดีตที่ไม่ไกลมาก แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ “while” หมายถึงช่วงเวลาหนึ่ง ส่วน “ago” เป็นการนับย้อนกลับจากปัจจุบัน วลีนี้จึงทำหน้าที่บอกเวลาในอดีต และใช้ “thought” ในรูป past simple ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: “___, Maya found an old photo in the drawer.”
- A while ago
- For a while
- After a while
ดูคำตอบ
A while ago
had a check-up: ไปตรวจสุขภาพมา
“Have a check-up” หมายถึงการเข้ารับการตรวจสุขภาพ ตรวจฟัน หรือการตรวจทางการแพทย์ตามปกติ ในประโยคนี้ “had” เป็นรูปอดีตของ “have” และหมายถึงการเข้ารับการตรวจ ไม่ใช่การครอบครองสิ่งของ “Check-up” ในที่นี้เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงต้องมี “a” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “have/had a check-up” โดยเปลี่ยนกริยาให้ตรงกับกาลที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ “have a check-up” เพื่อเติมประโยค: Last Friday, I ____ at the clinic, and the doctor said I was healthy.
ดูคำตอบ
had a check-up
hearing loss affects 18 million people and that number is increasing. การใช้คำ
0:33ภาวะสูญเสียการได้ยินส่งผลกระทบต่อประชากร 18 ล้านคนและตัวเลขนั้นก็กำลังเพิ่มขึ้น
In the UK alone: การเน้นขอบเขตของสถิติ
In the UK alone กำหนดขอบเขตของสถิติก่อนว่าเป็นสหราชอาณาจักร ในที่นี้ alone หมายถึง “เมื่อพิจารณาสถานที่นี้เพียงแห่งเดียว” และเน้นว่า 18 ล้านเป็นจำนวนที่มากอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึง “อย่างโดดเดี่ยว” และไม่ได้บอกว่าภาวะสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้นเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น รูปแบบการจัดข้อมูลคือ In + place + alone, + statistical statement ผู้พูดระบุพื้นที่ที่จำกัดก่อน แล้วจึงเน้นขนาดของตัวเลขภายในพื้นที่นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ this town และ alone เพื่อเน้นขอบเขตของสถิติ: ____, more than 5,000 people use the library each month.
ดูคำตอบ
In this town alone
hearing loss affects: การใช้ affect เป็นคำกริยา
ใน hearing loss affects 18 million people นั้น hearing loss เป็นประธาน affects เป็นคำกริยา และ 18 million people เป็นกรรมตรง Affect หมายถึง “ส่งผลกระทบต่อ” คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังนั้นรูปแบบพื้นฐานคือ X affects Y Hearing loss ถือเป็นประธานเอกพจน์ คำกริยาในปัจจุบันกาลจึงเติม -s เป็น affects รูปแบบที่คำกริยารับกรรมโดยตรงนี้พบได้บ่อยในรายงานสุขภาพและข้อความทางสถิติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ affect เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ส่งผลกระทบต่อ” ได้ถูกต้อง
- The new timetable has an affect on every student.
- The new timetable affects every student.
- The new timetable affects on every student.
ดูคำตอบ
The new timetable affects every student.
we'll discover why we lose hearing with age การใช้คำ
0:39เราจะมาค้นพบกันว่าทำไมเราถึงสูญเสียการได้ยินเมื่ออายุมากขึ้น
lose hearing with age: การได้ยินลดลงเมื่ออายุมากขึ้น
ใน lose hearing คำว่า lose หมายถึงการสูญเสียความสามารถบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่ใช่การทำสิ่งของหาย ในประโยคนี้หมายถึงการได้ยินที่ค่อย ๆ แย่ลงตามเวลา ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเกิดขึ้นฉับพลันหรือหูหนวกสนิท With age หมายถึง “เมื่ออายุมากขึ้น” วลีนี้เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงของการได้ยินกับวัยที่เพิ่มขึ้น และเป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพหรือความสามารถอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: Some people ____, even if their hearing was sharp when they were young.
ดูคำตอบ
lose hearing with age
And you can also find a transcript of this episode on our website,
0:45และคุณสามารถหาบทอ่านของตอนนี้ได้บนเว็บไซต์ของเรา
listen up: การเรียกให้ตั้งใจฟังโดยตรง
Listen up เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงให้หันมาสนใจและตั้งใจฟัง up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน และโดยปกติวลีนี้จะใช้เดี่ยว ๆ ไม่ได้นำสิ่งที่ฟังมาเป็นกรรมต่อท้ายโดยตรง ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อเรียกความสนใจของ Georgie ก่อนถามคำถาม วลีนี้ให้น้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าการพูดเพียง listen และบอกเป็นนัยว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปมีความสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสั่งสองคำจากบทเรียน โค้ชต้องการให้ทั้งทีมตั้งใจฟัง: ____, team—the plan has changed.
ดูคำตอบ
Listen up
Did you know that the three smallest bones in the human body,
0:54คุณรู้ไหมว่ากระดูกสามชิ้นที่เล็กที่สุดในร่างกายมนุษย์
the hammer, the anvil and the stirrup: กระดูกสามชิ้นในหูชั้นกลาง
the hammer, the anvil และ the stirrup เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปของกระดูกชิ้นเล็กสามชิ้นในหูชั้นกลาง โดยตั้งชื่อตามรูปร่าง กระดูกเหล่านี้คล้ายค้อน ทั่ง และโกลนม้า แต่ไม่ใช่เครื่องมือจริง ๆ ในประโยคนี้ รายชื่อคำนามดังกล่าวทำหน้าที่เรียกและระบุวลีก่อนหน้า the three smallest bones in the human body ให้ชัดเจนว่าเป็นกระดูกใดบ้าง
แบบฝึกหัด
ในประโยคเกี่ยวกับกายวิภาคนี้ the hammer, the anvil และ the stirrup หมายถึงอะไร
- เป็นกระดูกชิ้นเล็กสามชิ้นในหูชั้นกลาง
- เป็นเครื่องมือสามอย่างที่ใช้ตรวจหู
- เป็นกล้ามเนื้อสามมัดที่ขยับหูชั้นนอก
ดูคำตอบ
เป็นกระดูกชิ้นเล็กสามชิ้นในหูชั้นกลาง
I'm going to say ... เพื่อเลือกคำตอบแบบยังไม่แน่ใจ
ในการตอบคำถามหรือการสนทนา โครงสร้าง I'm going to say + คำตอบ แสดงว่าสิ่งที่ตามมาคือคำตอบหรือการคาดเดาของผู้พูด คำที่อยู่หลัง say คือสิ่งที่ผู้พูดเลือกตอบในตอนนั้น be going to ในที่นี้ไม่ได้เน้นแผนในอนาคต แต่ใช้เกริ่นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และมักฟังดูมั่นใจน้อยกว่าการกล่าวตรง ๆ ที่เริ่มด้วย The answer is
แบบฝึกหัด
คุณกำลังตอบคำถามแต่ยังไม่แน่ใจทั้งหมด ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับการเลือกคำตอบในขณะนั้น
- I'm going to say option B.
- The answer is definitely option B.
- I chose option B yesterday.
ดูคำตอบ
I'm going to say option B.
we'll find out: ไว้เราจะรู้คำตอบทีหลัง
ในประโยคนี้ find out หมายถึงการได้รับข้อมูลที่ตอนนี้ยังไม่รู้ นั่นคือการรู้หรือหาคำตอบให้ได้ ไม่ได้หมายถึงการหาเจอสิ่งของทางกายภาพ แต่หมายถึงคำตอบจะเป็นที่รู้กันในภายหลัง we'll find out และ later on ชี้ว่าเวลาที่จะรู้คำตอบอยู่ในอนาคต ในรายการตอบคำถามหรือรายการโทรทัศน์ สำนวนนี้ยังอาจสื่อว่าผู้พูดยังไม่เปิดเผยผลลัพธ์ทันทีเพื่อสร้างความลุ้นระทึก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ find out ในความหมายว่าได้รู้ข้อมูลที่ยังไม่รู้
- We'll find out who won after the judges announce the result.
- She found her glasses beside the lamp.
- Please find the blue folder on the desk.
ดูคำตอบ
We'll find out who won after the judges announce the result.
it's useful to know a little about how the ear works in the first place. วลี
1:21จะเป็นประโยชน์ถ้าได้รู้เบื้องต้นว่าหูทำงานอย่างไร
To understand why...,it's useful to know...: บอกเป้าหมายก่อน แล้วค่อยให้พื้นฐาน
ส่วนต้น To understand why our hearing gets worse with age ระบุคำถามที่คำอธิบายกำลังจะตอบ และกำหนดเป้าหมายให้ผู้ฟังเข้าใจก่อน อย่าแยกส่วนนี้ออกมาแปลเหมือนเป็นคำสั่งที่สมบูรณ์เพียงอย่างเดียว ส่วนที่สอง it's useful to know... ใช้เกริ่นความรู้พื้นฐานที่จะช่วยตอบคำถามนั้น นี่เป็นรูปแบบการจัดคำอธิบายที่บอกประเด็นที่จะทำความเข้าใจก่อน แล้วจึงให้พื้นฐานที่จำเป็น ใน it's useful to know คำว่า it เป็นประธานรูปแบบ ส่วนเนื้อหาหลักอยู่ที่ to know
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกสิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจก่อน แล้วจึงเกริ่นพื้นฐานที่ช่วยอธิบาย
- The road is icy because the temperature fell overnight.
- You need to drive slowly because the road is icy.
- To understand why the road is icy, it's useful to know how cold it was overnight.
ดูคำตอบ
To understand why the road is icy, it's useful to know how cold it was overnight.
in the first place: ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นพื้นฐาน
ในประโยคนี้ in the first place หมายถึงการย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่เป็นพื้นฐานที่สุด หรือทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนจะไปพูดถึงคำถามถัดไป วลีนี้บอกว่าการเข้าใจว่าปกติหูทำงานอย่างไรเป็นพื้นฐานที่มีประโยชน์สำหรับเนื้อหาต่อไป ในที่นี้ place ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง วลีทั้งหมดเป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ย้อนกลับไปหาเหตุผลหรือสภาพการณ์ดั้งเดิมได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงเหตุผลเดิมของการตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Why did you choose this route in first place?
- Why did you choose this route at first?
- Why did you choose this route in the first place?
ดูคำตอบ
Why did you choose this route in the first place?
an ear, nose and throat surgeon at the Royal National ENT Hospital in London, วัฒนธรรม
1:27ศัลยแพทย์หู คอ จมูก ประจำโรงพยาบาล Royal National ENT ในลอนดอน
an ear, nose and throat surgeon: ชื่อสาขาการแพทย์หนึ่งสาขา
ใน an ear, nose and throat surgeon คำนามที่เป็นชื่ออวัยวะทั้งสามรวมกันเป็นชื่อสาขาการแพทย์หนึ่งสาขาที่ใช้ขยาย surgeon วลีนี้หมายถึงศัลยแพทย์ที่รักษาและผ่าตัดโรคเกี่ยวกับหู จมูก และคอ โดยสาขานี้มักย่อว่า ENT คำว่า surgeon มีความสำคัญ เพราะระบุว่าเป็นแพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านศัลยกรรม ไม่ใช่เพียงบุคลากรทางการแพทย์ทั่วไป ในการแนะนำบุคคลนี้ คำเรียกดังกล่าวแสดงว่าเขามีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
an ear, nose and throat surgeon เชี่ยวชาญด้านใด
- แพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านศัลยกรรมและรักษาโรคเกี่ยวกับหู จมูก และคอ
- พยาบาลที่ตรวจสายตาทั่วไป
- นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาว่าผู้คนจดจำเสียงพูดได้อย่างไร
ดูคำตอบ
แพทย์ที่ผ่านการฝึกด้านศัลยกรรมและรักษาโรคเกี่ยวกับหู จมูก และคอ
giving a beginners class to BBC Radio 4 program Inside Health.
1:31กำลังให้ความรู้ขั้นพื้นฐานในรายการ Inside Health ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4
is split up into: แบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วน ๆ
Be split up into หมายถึงสิ่งหนึ่งที่เป็นภาพรวมถูกแบ่งเป็นส่วนหรือประเภทที่เล็กลง ในประโยคนี้ the ear คือสิ่งที่เป็นภาพรวม และ three main parts คือส่วนที่ได้หลังจากแบ่งแล้ว ในที่นี้ split up อธิบายการจัดข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าหูถูกฉีกออกจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ whole + be + split up into + number or list of parts
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ถูกต้อง is split up into: The workshop ____ three short sessions.
ดูคำตอบ
is split up into
outer ear, middle ear และ inner ear: หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน
Outer ear, middle ear และ inner ear เป็นชื่อมาตรฐานของบริเวณหลักสามส่วนของหู โดยเรียงจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน Outer, middle และ inner เป็นคำคุณศัพท์ที่วางไว้หน้า ear คำเหล่านี้บอกตำแหน่งสัมพัทธ์ภายในสิ่งที่เป็นภาพรวม ดังนั้นชื่อทางกายวิภาคจึงใช้ outer ear และ inner ear ไม่ใช่ outside ear หรือ inside ear
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานของบริเวณทั้งสามส่วนของหู?
- The three regions are the upper ear, the middle ear, and the lower ear.
- The three regions are the outer ear, the middle ear, and the inner ear.
- The three regions are the outside ear, the centre ear, and the inside ear.
ดูคำตอบ
The three regions are the outer ear, the middle ear, and the inner ear.
The outer ear is the bit that you see, on the side of your head. การใช้คำ
1:48หูชั้นนอกคือส่วนที่คุณมองเห็นได้ อยู่ด้านข้างของศีรษะ
bit that you see: “ส่วน” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ
ใน bit that you see คำว่า bit หมายถึง “ส่วน” ส่วนอนุประโยค that you see ระบุว่าเป็นส่วนไหน นั่นคือส่วนที่มองเห็นได้ นี่เป็นการใช้แบบไม่เป็นทางการในชีวิตประจำวัน โดยพบมากเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช ทำให้คำอธิบายทางกายวิภาคฟังดูไม่เป็นวิชาการเกินไป ในที่นี้ bit ไม่ได้หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อย” หรือหน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bit ในความหมายว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของวัตถุโดยเฉพาะ
- The blue bit that spins is broken.
- The computer stores a bit of data.
- Wait a bit before opening the door.
ดูคำตอบ
The blue bit that spins is broken.
call that the pinna: call + กรรม + ชื่อ
ใน call that the pinna คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือเรียกสิ่งหนึ่งว่าอะไร” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” โดย that คือส่วนของหูชั้นนอกที่มองเห็นและกำลังถูกตั้งชื่อ ส่วน the pinna คือชื่อทางกายวิภาคของส่วนนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ call + กรรม + ชื่อ โดยวางสิ่งที่ถูกตั้งชื่อก่อน แล้วตามด้วยชื่อ และไม่ใส่ as ระหว่างสองส่วน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ call + กรรม + ชื่อ และใช้ “the control panel” เป็นชื่อเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ this group of buttons ____.
ดูคำตอบ
call · the control panel
Think of that as ...: การสร้างคำอธิบายด้วยการเปรียบเทียบ
Think of A as B เป็นสำนวนที่ชวนผู้ฟังให้เข้าใจ A ผ่าน B ที่คุ้นเคย ในประโยคนี้ that หมายถึงหูชั้นนอก และ satellite dish เป็นสิ่งที่นำมาใช้เปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเริ่มจากการสร้างภาพเปรียบเทียบ แล้วจึงอธิบายลักษณะที่เหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่า A เป็น B จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ think of A as B: For a simple model, ____ the firewall ____ a security guard.
ดูคำตอบ
think of · as
It collects the sounds and it funnels them in towards the sense organ. การใช้คำ
1:54มันจะรวบรวมเสียงและรวบเข้าสู่อวัยวะรับความรู้สึก
satellite dish: ภาพเปรียบเทียบการรวบรวมเสียง
satellite dish คือเสาอากาศรูปจานที่ใช้รับสัญญาณ ในที่นี้นำมาใช้เป็นภาพเปรียบเทียบของหูชั้นนอก เพราะทั้งสองอย่างรวบรวมสัญญาณที่เข้ามาและส่งต่อเข้าไปด้านใน ประโยคถัดไประบุหน้าที่ร่วมกันอย่างชัดเจนว่าเป็นการรวบรวมและส่งเสียงเข้าไป เนื้อหาไม่ได้เปลี่ยนไปพูดถึงโทรทัศน์ดาวเทียม และหูก็ไม่ใช่จานดาวเทียมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
satellite dish ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?
- เปรียบหน้าที่รวบรวมเสียงของหูชั้นนอกกับเสาอากาศ
- บอกว่าหูชั้นนอกกับเสาอากาศเป็นวัตถุชิ้นเดียวกันจริง ๆ
- บอกว่าหูสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ดาวเทียมได้
ดูคำตอบ
เปรียบหน้าที่รวบรวมเสียงของหูชั้นนอกกับเสาอากาศ
funnels them in towards: funnel ที่ใช้เป็นคำกริยา
ในที่นี้ funnel เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงอุปกรณ์รูปกรวย To funnel something หมายถึงการรวบรวมสิ่งที่ไหลกระจายอยู่ แล้วนำเข้าสู่ทางที่แคบลงหรือมุ่งไปยังเป้าหมาย ใน funnels them in towards คำว่า them หมายถึงเสียง ส่วน in แสดงการเคลื่อนเข้าสู่ด้านใน และ towards บอกทิศทางของอวัยวะรับความรู้สึกโดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเสียงไปถึงแล้ว คำกริยานี้ยังใช้กับการไหลของน้ำ อากาศ ผู้คน เงิน หรือข้อมูล เมื่อสิ่งเหล่านั้นถูกรวมและนำไปในทิศทางหนึ่งได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ funnel เป็นคำกริยาในความหมายว่า “รวบรวมและนำสิ่งที่ไหลไปยังจุดหมาย”
- We poured the oil through a funnel.
- The tank has a wide metal funnel.
- The gutters funnel rainwater towards the storage tank.
ดูคำตอบ
The gutters funnel rainwater towards the storage tank.
gets transmitted to: กรรมวาจกที่ใช้ get
Gets transmitted to มีโครงสร้าง get + รูป past participle + to เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยประธานคือสิ่งที่ถูกส่งต่อ และจุดหมายจะอยู่หลัง to ประโยคนี้เน้นขั้นตอนถัดไปของกระบวนการแทนที่จะระบุผู้กระทำ gets ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” แต่ช่วยสร้างโครงสร้างกรรมวาจก และ transmitted ยังคงอยู่ในรูป past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกที่ใช้ get ของ transmit และคำบุพบทบอกจุดหมาย: The signal ____ the receiver each time you press the button.
ดูคำตอบ
gets transmitted to
The middle ear's main job is to amplify those sounds. โน้ต
2:00หน้าที่หลักของหูชั้นกลางคือการขยายเสียงเหล่านั้น
main job is to: บอกหน้าที่หลัก
ในโครงสร้าง A's main job is to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า job หมายถึงหน้าที่หรือความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุด ไม่ได้หมายถึงอาชีพที่ได้รับค่าจ้าง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่คำอธิบายว่าหูชั้นกลางทำอะไรเป็นหลัก ใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายหน้าที่หลักของคน ส่วนของร่างกาย ชิ้นส่วนเครื่องจักร แอป หรือระบบ คำกริยาหลัง to ใช้รูปพื้นฐาน เช่น is to amplify, is to protect, is to carry
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายได้ถูกต้องเพื่ออธิบายหน้าที่หลักของชิ้นส่วนหนึ่ง
- The filter's main job is removing to dust from the air.
- The filter's main job is to remove dust from the air.
- The filter's main job to remove dust from the air.
ดูคำตอบ
The filter's main job is to remove dust from the air.
amplify those sounds: ทำให้เสียงแรงขึ้น
amplify those sounds หมายถึงทำให้เสียงที่มีอยู่แล้วดังหรือแรงขึ้น เพื่อให้ได้ยินง่ายขึ้น amplify เป็นคำกริยาที่มีความหมายชัดเจนและใช้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคเกี่ยวกับเสียงหรือสัญญาณ คำกริยานี้ยังใช้บอกว่าทำให้ผลกระทบหรืออิทธิพลที่มีอยู่แล้วรุนแรงหรือเห็นชัดขึ้นได้ด้วย แนวคิดร่วมของทุกการใช้คือการเพิ่มสิ่งที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ amplify อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ทำให้เสียงที่มีอยู่แล้วแรงขึ้น”
- The hearing aid can amplify to quiet sounds.
- The hearing aid can amplify quiet sounds into silence.
- The hearing aid can amplify quiet sounds.
ดูคำตอบ
The hearing aid can amplify quiet sounds.
which catches it and then vibrates sympathetically to the vibration of the noise that you heard. การใช้คำ
2:06ซึ่งคอยจับเสียงและสั่นสะเทือนตอบสนองตามแรงสั่นของเสียงที่คุณได้ยิน
vibrates sympathetically to: สั่นตอบสนองต่อการสั่นอีกแหล่งหนึ่ง
ในบริบทฟิสิกส์และเสียง vibrate sympathetically to a vibration หมายถึงวัตถุเริ่มสั่นเพราะการสั่นอีกแหล่งหนึ่งกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองที่สอดคล้องกัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการสั่นพ้องตาม และมักเป็นรูปแบบหนึ่งของการสั่นพ้อง sympathetically ในที่นี้บอกความสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่างการสั่น ไม่ได้หมายถึงความใจดีหรือความเห็นอกเห็นใจ ประโยคนี้กล่าวว่าแก้วหูตอบสนองต่อการสั่นของเสียงที่รับมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sympathetically ในความหมายทางกายภาพแบบเดียวกับตัวอย่าง
- She listened sympathetically as her friend described the problem.
- The untouched guitar string began to vibrate sympathetically when the same note was played nearby.
- The nurse spoke sympathetically to the worried child.
ดูคำตอบ
The untouched guitar string began to vibrate sympathetically when the same note was played nearby.
And then that's passed on to the three smallest bones in the body, กริยาวลี
2:11แล้วก็ส่งต่อไปยังกระดูกสามชิ้นที่เล็กที่สุดในร่างกาย
passed on to: ส่งต่อไปยังผู้รับคนถัดไป
Pass something on to someone or something หมายถึงส่ง มอบ หรือถ่ายทอดบางสิ่งไปยังผู้รับหรือขั้นตอนถัดไป ในรูปถูกกระทำ be passed on to สิ่งที่ถูกส่งต่อจะเป็นประธานของประโยค ใน that's passed on คำว่า that's ย่อมาจาก that is และ that หมายถึงการสั่นของเสียง ส่วน on เพิ่มความหมายว่าการสั่นยังคงส่งต่อไปตามลำดับ และ to นำหน้าผู้รับถัดไป ซึ่งก็คือกระดูกสามชิ้นที่เล็กที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ pass on to: After approval, the request was ____ the finance team.
ดูคำตอบ
passed on to
The ear is made up of outer, middle, and inner parts. กริยาวลี
2:16หูประกอบด้วยส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนใน
is made up of: บอกส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นภาพรวม
be made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “มีส่วนเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ” ในประโยคนี้ หูคือสิ่งที่เป็นภาพรวม ส่วนภายนอก ส่วนกลาง และส่วนในคือองค์ประกอบของหู ใช้โครงสร้าง whole + be + made up of + components โดย made up of เป็นกลุ่มคำตายตัวในความหมายนี้ การตัด up ออกจะทำให้โครงสร้างและโดยทั่วไปความหมายเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The course ____ eight short units.
ดูคำตอบ
is made up of
Specific parts of the body, your ears, eyes, tongue, nose, and skin,
2:21ส่วนเฉพาะของร่างกาย เช่น หู ตา ลิ้น จมูก และผิวหนังของคุณ
sense organs: อวัยวะที่รับข้อมูลจากโลกภายนอก
sense organs คืออวัยวะของร่างกายที่รับข้อมูลจากโลกภายนอก ตัวอย่างได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง sense ในที่นี้หมายถึงความสามารถทางร่างกาย เช่น การมองเห็นหรือการได้ยิน ไม่ได้หมายถึง “ความหมาย” “วิจารณญาณที่ดี” หรือ “สามัญสำนึก” sense organ เป็นรูปเอกพจน์ ส่วน sense organs เป็นรูปพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ใช้คำศัพท์ชีววิทยารูปพหูพจน์สองคำจากบทเรียนนี้: The eyes and ears are ____.
ดูคำตอบ
sense organs
acts like a satellite dish: การเปรียบเทียบหน้าที่
ในประโยคนี้ acts like a satellite dish เปรียบเทียบหน้าที่ ไม่ใช่รูปร่าง จานรับสัญญาณดาวเทียมรวบรวมสัญญาณ ส่วนหูชั้นนอกก็รวบรวมเสียงและส่งเสียงเข้าไปด้านในในลักษณะคล้ายกัน ใช้ act like + นามวลีเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมหรือหน้าที่ ประธานไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ตามหลัง like จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้านหน้าที่ด้วยรูปที่ถูกต้องของ act like: In cold weather, this fabric ____ a shield by blocking the wind.
ดูคำตอบ
acts like
The verb funnel means to move or direct something through a narrow space.
2:37คำกริยา funnel หมายถึงการเคลื่อนที่หรือนำทางสิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านช่องแคบ
the eardrum amplifies the sounds before transmitting them to tiny hairs in the inner ear, ไวยากรณ์
2:42เยื่อแก้วหูจะขยายเสียงก่อนส่งไปยังขนเส้นเล็ก ๆ ในหูชั้นใน
Once in the middle ear: การบอกขั้นตอนของกระบวนการแบบย่อ
once ในที่นี้หมายถึง “เมื่อมาถึงขั้นตอนนั้นแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” จากบริบทของกระบวนการ Once in the middle ear เป็นรูปย่อของ Once the sounds are in the middle ear ข้อความเปิดสั้น ๆ นี้พาคำอธิบายไปยังขั้นตอนถัดไปโดยไม่ต้องกล่าว sounds are ซ้ำ จึงเป็นเครื่องหมายบอกขั้นตอนที่กระชับ แต่ผู้อ่านต้องสามารถรู้ได้ง่ายจากบริบทว่าประธานที่ละไว้คืออะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความหมายที่ตั้งใจของ Once in the middle ear ได้อย่างชัดเจน?
- The middle ear amplifies the sounds only once.
- Once the sounds are in the middle ear, the eardrum amplifies them.
- The eardrum enters the middle ear once and amplifies the sounds.
ดูคำตอบ
Once the sounds are in the middle ear, the eardrum amplifies them.
before transmitting them to: การเรียงลำดับด้วย before + -ing
before + -ing เชื่อมการกระทำสองอย่างอย่างกระชับ โดยการกระทำในประโยคหลักเกิดก่อน แล้วการกระทำรูป -ing จึงเกิดตามมา ในประโยคนี้ แก้วหูขยายเสียงก่อน แล้วจึงส่งเสียงต่อไป ประธานที่เข้าใจได้ของ transmitting คือ the eardrum ซึ่งเป็นประธานเดียวกับ amplifies ส่วน them หมายถึง the sounds และ to tiny hairs in the inner ear บอกจุดหมายของการส่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ before + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าอุปกรณ์ชิ้นเดียวกันทำทั้งสองการกระทำ
- The sensor checks the readings before transmit them to the control unit.
- The sensor checks the readings before the control unit transmitting them.
- The sensor checks the readings before transmitting them to the control unit.
ดูคำตอบ
The sensor checks the readings before transmitting them to the control unit.
which then sends electrical signals to the brain. การใช้คำ
2:47ซึ่งจากนั้นก็จะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังสมอง
electrical signals: กลุ่มคำทางวิทยาศาสตร์
electrical signals คือสัญญาณที่นำข้อมูลไปด้วยกิจกรรมทางไฟฟ้า ในที่นี้ วลีดังกล่าวหมายถึงข้อมูลที่ส่งจากหูชั้นในไปยังสมอง ไม่ใช่ป้ายหรือสัญญาณจราจร electrical ขยายคำว่า signals การใช้ร่วมกันอย่าง send electrical signals to และ carry electrical signals to พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเส้นประสาท เซ็นเซอร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์
แบบฝึกหัด
ใช้กลุ่มคำสองคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nerves carry ____ to the brain.
ดูคำตอบ
electrical signals
one that can go wrong at any stage. กริยาวลี
2:53ที่เป็นระบบที่สามารถเกิดความผิดปกติได้ในทุกขั้นตอน
go wrong: เมื่อบางสิ่งเกิดปัญหา
ในประโยคนี้ go wrong หมายถึง “เกิดปัญหา” หรือ “หยุดทำงานตามที่คาดไว้” ระบบการได้ยินอาจขัดข้องได้ในทุกขั้นตอน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปผิดทิศทางจริง ๆ วลีนี้มีความหมายกว้างและใช้บ่อยในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ใช้กับแผน กระบวนการ เครื่องจักร สถานการณ์ หรือระบบในร่างกายได้ ปัญหาอาจเป็นเรื่องเล็กหรือความล้มเหลวทั้งหมดก็ได้ จึงต้องดูบริบทเพื่อ判断ความรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go wrong: If anything ____ during the installation, call the support team.
ดูคำตอบ
goes wrong
Here, James Gallagher, presenter of BBC Radio 4's Inside Health,
2:55นี่คือ James Gallagher ผู้ดำเนินรายการ Inside Health ของ BBC Radio 4
asks Nish Mehta when problems tend to start.
3:00ถาม Nish Mehta ว่าปัญหาเหล่านี้มักจะเริ่มต้นเมื่อใด
age-related hearing loss: คำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์
Age-related hearing loss หมายถึง “การสูญเสียการได้ยินที่เกี่ยวข้องกับอายุ” age-related เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางไว้หน้า hearing loss เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า age และ related ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อขยาย hearing loss related แสดงความเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมีสาเหตุเพียงอย่างเดียว คำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าอายุเป็นสาเหตุเดียวของการสูญเสียการได้ยิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์จากบทเรียน: The clinic offers support for ____ in older adults.
ดูคำตอบ
age-related hearing loss
Wear and tear of your hearing starts from around the age of eight. สำนวน
3:08ความเสื่อมถอยของการได้ยินเริ่มต้นตั้งแต่อายุประมาณแปดขวบ
Wear and tear:การเสื่อมสภาพทีละน้อยจากการใช้งานตามปกติ
Wear and tear เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงความเสียหายหรือการเสื่อมสภาพทีละน้อย ซึ่งสะสมจากการใช้งานตามปกติเมื่อเวลาผ่านไป ในประโยคนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เพื่ออธิบายว่าการได้ยินค่อย ๆ เสื่อมลงและอาจเริ่มเร็วกว่าที่คาด ไม่ได้หมายถึงการกระทำสองอย่างแยกกันคือ wear กับ tear สำนวนนี้ยังใช้กับข้อต่อ เครื่องจักร เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และอาคารได้ด้วย ใจความสำคัญคือการเสื่อมสภาพที่สะสมจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงความเสียหายทีละน้อยจากการใช้งานตามปกติให้สมบูรณ์: The museum floor shows some ____ after years of visitors.
ดูคำตอบ
wear and tear
we're doomed already!:ปฏิกิริยาที่พูดเกินจริง
ใน we're doomed already! คำว่า be doomed หมายถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือมีความหวังน้อยมากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ส่วน already เพิ่มความรู้สึกว่าภัยพิบัติที่พูดถึงเกิดขึ้นเร็วเกินคาดจนเหมือนว่าเกิดขึ้นแล้ว ในฉากนี้ ผู้พูดจงใจเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ฟังดูน่ากังวลให้เป็นมุกพูดเกินจริง นี่เป็นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการและมีความดราม่า ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการใช้ we're doomed already! เป็นมุกพูดเกินจริง
- ระหว่างการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างจริงจัง แพทย์พูดว่า 'We're doomed already!'
- หลังจากลืมขนมหนึ่งอย่างสำหรับปิกนิกสั้น ๆ เพื่อนคนหนึ่งหัวเราะและพูดว่า 'We're doomed already!'
- ในรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการพิมพ์ผิดเล็กน้อย ผู้เขียนเขียนว่า 'We're doomed already!'
ดูคำตอบ
หลังจากลืมขนมหนึ่งอย่างสำหรับปิกนิกสั้น ๆ เพื่อนคนหนึ่งหัวเราะและพูดว่า 'We're doomed already!'
on a downward spiral: แย่ลงอย่างต่อเนื่อง
วลี on a downward spiral หมายถึงการอยู่ในกระบวนการที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง ภาพเปรียบคือการหมุนวนลงด้านล่าง แต่โดยทั่วไปวลีนี้ใช้บรรยายสถานการณ์ ไม่ใช่เกลียวจริง ๆ วลีนี้มักสื่อว่าปัญหาหนึ่งนำไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง ทำให้หยุดความเสื่อมถอยได้ยาก ที่นี่ใช้บรรยายว่าการสูญเสียการได้ยินเป็นกระบวนการแย่ลงที่เริ่มขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ on a downward spiral ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อบรรยายความเสื่อมถอยที่ร้ายแรงและต่อเนื่อง
- One quiet morning put the business on a downward spiral.
- Sales rose every month, so the business is on a downward spiral.
- After months of falling sales and rising debt, the business is on a downward spiral.
ดูคำตอบ
After months of falling sales and rising debt, the business is on a downward spiral.
But we've got a lot of redundancy in the system. การใช้คำ
3:16แต่ในระบบของเราก็มีความซ้ำซ้อนสำรอง (redundancy) อยู่มาก
redundancy in the system: ความสามารถสำรองที่มีอยู่ในระบบ
ในระบบทางเทคนิคหรือระบบชีวภาพ redundancy หมายถึงขีดความสามารถเพิ่มเติม ชิ้นส่วนที่ทำซ้ำกัน หรือเส้นทางทางเลือกที่มีมากกว่าขั้นต่ำที่จำเป็น หากส่วนหนึ่งเสียหายหรือขัดข้อง ส่วนอื่นหรือขีดความสามารถที่ยังไม่ได้ใช้อาจช่วยให้ระบบทำงานต่อไปได้ ที่นี่ redundancy ในระบบการได้ยินหมายความว่าการสูญเสียบางส่วนไม่ได้ทำให้ทั้งระบบล้มเหลวทันที แต่เป็นความสามารถสำรองที่ช่วยป้องกันระบบ ไม่ได้หมายถึงพนักงานตกงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ redundancy ในความหมายว่าความสามารถสำรองที่มีอยู่ในระบบ
- The firm announced redundancies after closing two offices.
- The backup pump provides redundancy in the cooling system.
- The report repeats the same sentence, creating unnecessary redundancy.
ดูคำตอบ
The backup pump provides redundancy in the cooling system.
is partly based on the genetics that you're born with โน้ต
3:21ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรมที่คุณมีมาตั้งแต่เกิด
born with: มีลักษณะบางอย่างมาตั้งแต่เกิด
be born with + คำนาม หมายถึงมีลักษณะ ความสามารถ หรือภาวะบางอย่างตั้งแต่เกิด ในที่นี้ the genetics that you're born with หมายถึงลักษณะทางพันธุกรรมที่สืบทอดมาและมีอยู่แล้วตอนเกิด with ใช้เชื่อมกับสิ่งที่บุคคลมีมาตั้งแต่เกิด ไม่ได้หมายถึงเกิดมาพร้อมกับอีกคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ born with เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia was ____ a natural sense of rhythm.
ดูคำตอบ
born with
and then partly based on the environment that you're exposed to. การใช้คำ
3:24และอีกส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คุณต้องเผชิญ
partly based on ... and partly based on ...: การแยกอิทธิพลจากสองปัจจัย
partly based on ที่ปรากฏสองครั้งทำให้เกิดวลีที่มีโครงสร้างขนานกัน ส่วนแรกเชื่อมอัตราการเสื่อมของการได้ยินกับพันธุกรรม และส่วนที่สองเชื่อมกับสภาพแวดล้อม คำว่า partly แสดงว่าแต่ละอย่างเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัย จึงไม่ได้บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is partly based on A and partly based on B รูปแบบนี้ช่วยจัดปัจจัยสองอย่างให้ชัดเจน แต่ไม่ได้หมายความว่า A และ B มีสัดส่วนอย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์พอดี
แบบฝึกหัด
ใช้ partly based on เติมทั้งสองช่อง: The plan is ____ cost and ____ safety.
ดูคำตอบ
partly based on · partly based on
exposed to: อยู่ภายใต้อิทธิพลจากปัจจัยภายนอก
ในโครงสร้าง be exposed to + คำนาม คำนามจะระบุสิ่งในสภาพแวดล้อมที่คนหรือสิ่งของสัมผัสและอาจได้รับผลกระทบ ในประโยคนี้ exposed to หมายถึงสภาพแวดล้อมที่คนคนนั้นพบเจอซ้ำ ๆ หรือต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงมีใครนำสิ่งนั้นมาแสดงให้ดู อิทธิพลนั้นอาจเป็นอันตราย เช่น เสียงดังหรือสารเคมี หรืออาจเป็นกลางหรือเป็นประโยชน์ เช่น ภาษาและแนวคิดใหม่ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากคำอธิบาย: Over many years, the workers were ____ loud noise.
ดูคำตอบ
exposed to
So, someone who has really strong genetics to protect them from hearing,
3:28ดังนั้น คนที่มีพันธุกรรมแข็งแรงมากในการปกป้องการได้ยิน
spends their life on a pneumatic drill: ทำงานกับสว่านลมมาหลายปี
pneumatic drill คือเครื่องมือกำลังสูงที่ขับเคลื่อนด้วยอากาศอัด มักใช้เจาะหรือทุบพื้นถนนและคอนกรีต ในบริบทการทำงานนี้ on a pneumatic drill หมายถึงการควบคุมหรือทำงานกับสว่าน ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่บนเครื่องมือ spends their life เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ หมายถึงทำงานนี้มาหลายปี และทำให้เห็นภาพของการสัมผัสเสียงดังมากเป็นเวลานาน
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้?
- พวกเขาควบคุมสว่านลมมาหลายปี
- พวกเขายืนอยู่บนสว่านลมตลอดชีวิต
- พวกเขาศึกษาการเคลื่อนที่ของอากาศอัดโดยไม่ใช้สว่าน
ดูคำตอบ
พวกเขาควบคุมสว่านลมมาหลายปี
may have a much faster decline than someone the other side.
3:33อาจมีอัตราการเสื่อมเร็วกว่าคนในอีกฝั่งหนึ่งอย่างมาก
You can imagine that your brain is doing so much computation behind the scenes สำนวน
3:36คุณพอจะนึกออกไหมว่าสมองของคุณต้องประมวลผลอยู่เบื้องหลังมากแค่ไหน
behind the scenes: งานที่เกิดขึ้นนอกสายตาผู้คน
behind the scenes หมายถึงงานหรือกระบวนการที่เกิดขึ้นนอกสายตาผู้คนหรือโดยที่คนอื่นไม่ทันสังเกต ในประโยคนี้สื่อว่าสมองคำนวณเรื่องซับซ้อนโดยอัตโนมัติและคุณไม่ได้รับรู้กระบวนการนั้นอย่างตั้งใจ สำนวนนี้มาจากเบื้องหลังของละครและภาพยนตร์ แต่มักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบด้วย สามารถใช้อธิบายงานที่มองไม่เห็นของบุคคล องค์กร หรือระบบได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเวทีจริง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนในประโยคนี้ให้สมบูรณ์: The audience enjoyed the show, but most of the work happened behind ____.
ดูคำตอบ
the scenes
just to listen to someone speaking and understand the words that they're saying.
3:39เพียงเพื่อจะฟังใครสักคนพูดและเข้าใจคำที่เขากำลังพูด
So, whilst hearing is going, the brain tends to increase its listening effort. การใช้คำ
3:43ดังนั้น ขณะที่การได้ยินค่อย ๆ หายไป สมองจึงมักจะเพิ่มความพยายามในการฟัง
whilst hearing is going: ความสามารถที่กำลังเสื่อมลง
whilst เป็นรูปของ while ที่ใช้เป็นหลักในภาษาอังกฤษแบบบริติช ในที่นี้คำนี้แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลา คือสมองเพิ่มความพยายามในการฟังในขณะที่การได้ยินของบุคคลนั้นอ่อนลง hearing is going เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงความสามารถในการได้ยินกำลังค่อย ๆ เสื่อมหรือแย่ลง รูป is going แสดงว่าความเสื่อมนั้นเป็นกระบวนการที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ได้หมายความว่าการได้ยินหายไปโดยสมบูรณ์แล้ว
แบบฝึกหัด
'Her hearing is going' หมายถึงอะไรในการสนทนาทั่วไป?
- เธอสูญเสียความสามารถในการได้ยินทั้งหมดแล้ว
- ความสามารถในการได้ยินของเธอกำลังค่อย ๆ แย่ลง
- เธอกำลังเดินทางไปตรวจการได้ยิน
ดูคำตอบ
ความสามารถในการได้ยินของเธอกำลังค่อย ๆ แย่ลง
listening effort: การทำงานทางความคิดเพื่อทำความเข้าใจเสียง
listening effort คือการทำงานทางความคิดที่สมองใช้เพื่อฟังและทำความเข้าใจคำพูดหรือเสียงอื่น ๆ ในประโยคนี้ การที่ listening effort เพิ่มขึ้นหมายความว่า เมื่อการได้ยินยากขึ้น สมองต้องใช้ความสนใจและทรัพยากรในการคิดมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการเลือกตั้งใจฟังมากกว่าเดิม เสียงที่เบาหรือไม่ชัดอาจทำให้สมองต้องทำงานหนักขึ้น แม้ผู้ฟังจะยังเข้าใจอยู่ก็ตาม และภาระที่เพิ่มขึ้นนี้อาจทำให้เหนื่อยได้
แบบฝึกหัด
เมื่อพูดถึงการได้ยิน listening effort หมายถึงอะไร?
- การทำงานทางความคิดที่จำเป็นต่อการเข้าใจเสียง
- ระดับความดังของเสียงที่ได้ยิน
- การเลือกคอยอย่างสุภาพขณะที่อีกคนกำลังพูด
ดูคำตอบ
การทำงานทางความคิดที่จำเป็นต่อการเข้าใจเสียง
And so, often, it's a very slow process for you to realize that you're struggling with hearing. วลี
3:48และบ่อยครั้ง มันก็เป็นกระบวนการที่เชื่องช้ามาก กว่าที่คุณจะรู้ตัวว่าคุณกำลังมีปัญหาในการได้ยิน
You're struggling with hearing: การมีปัญหาในการได้ยิน
โครงสร้าง struggle with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีความยากลำบากในการรับมือกับปัญหา งาน หรือด้านใดด้านหนึ่ง ในที่นี้ you're struggling with hearing หมายถึงการได้ยินเสียงอย่างชัดเจนเริ่มเป็นเรื่องยาก ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ตามตัวอักษร Struggle สื่อว่ามีความยากลำบากจริงหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เลยเสมอไป
แบบฝึกหัด
ใช้ struggle with ในรูปที่ถูกต้อง: After the update, Maya is ____ the new software.
ดูคำตอบ
struggling with
Wear and tear of our hearing starts as young as eight. วลี
3:54ความเสื่อมถอยของการได้ยินเราเริ่มต้นตั้งแต่อายุแค่แปดขวบ
as young as eight: อายุที่น้อยอย่างคาดไม่ถึง
ในที่นี้ as young as eight หมายถึง “ตอนอายุเพียงแปดขวบซึ่งน้อยกว่าที่คาด” หรือ “แม้แต่อายุแปดขวบ” วลีนี้เน้นว่าแปดขวบเป็นวัยที่น้อยอย่างคาดไม่ถึงสำหรับการเริ่มเกิดความเสื่อมของการได้ยิน ไม่ได้เปรียบเทียบความอ่อนวัยของคนกับเลขแปด โครงสร้าง as young as + อายุ ใช้เน้นขีดอายุขั้นต่ำที่ต่ำสำหรับคน มักใช้กับคำนามพหูพจน์ เช่น children as young as five เพื่อแสดงว่าแม้แต่คนในวัยนั้นก็รวมอยู่ด้วยหรือได้รับผลกระทบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นอายุซึ่งน้อยอย่างคาดไม่ถึง: Children ____ five can join the nature club.
ดูคำตอบ
as young as
Wear and tear means the damage that comes from ordinary everyday use.
3:57Wear and tear หมายถึงความเสียหายที่มาจากการใช้งานตามปกติในทุก ๆ วัน (ความสึกหรอ)
When Nish says this, James exclaims, "We're doomed."
4:02เมื่อ Nish พูดแบบนี้ James ก็อุทานว่า "We're doomed."
An informal way of saying, "We're destined to fail." วลี
4:05เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายว่า "พวกเรามีชะตาต้องล้มเหลว"
destined to fail: ความล้มเหลวที่ถูกมองว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใน We're destined to fail โครงสร้าง be destined to + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอความล้มเหลวว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้วโดยโชคชะตาหรือสถานการณ์ ผู้พูดมองว่าความล้มเหลวนั้นแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่อาจเกิดขึ้น โครงสร้างคือ be destined to do something เช่น is destined to win และ were destined to meet หากตามด้วยคำนามให้ใช้ be destined for เช่น destined for failure
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอว่าความล้มเหลวแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้?
- The launch is destined to fail.
- The launch is likely to fail.
- The launch may fail.
ดูคำตอบ
The launch is destined to fail.
From the age of eight, our hearing is on a downward spiral,
4:08ตั้งแต่อายุแปดขวบ การได้ยินของเราก็เข้าสู่ downward spiral (วงจรที่ดิ่งลง)
Human hearing has evolved with redundancy in the system,
4:16การได้ยินของมนุษย์ได้วิวัฒนาการโดยมี redundancy in the system
a technical phrase meaning that there are many ways to achieve the same outcome,
4:20ซึ่งเป็นวลีทางเทคนิค หมายถึง มีหลายวิธีที่จะบรรลุผลลัพธ์เดียวกัน
so that a backup system can take over if other systems fail. ไวยากรณ์
4:24เพื่อให้ระบบสำรองสามารถทำงานแทนได้หากระบบอื่นล้มเหลว
so that a backup system can take over: บอกจุดประสงค์ของระบบสำรองเพื่อความปลอดภัย
ในประโยคนี้ so that นำหน้าจุดประสงค์หรือหลักประกันที่ต้องการจากการมีระบบซ้ำซ้อน นั่นคือทำให้ระบบสำรองสามารถเข้ารับช่วงต่อได้ โครงสร้างคือ so that + ประธาน + กริยา และมักใช้ร่วมกับ can หรือ could เมื่อจุดประสงค์เกี่ยวข้องกับความสามารถ ในที่นี้ take over หมายถึงเริ่มทำหน้าที่ที่ระบบอื่นเคยทำ ส่วนอนุประโยค if บอกเงื่อนไขที่จะเกิดการรับช่วงต่อ นั่นคือระบบอื่นล้มเหลว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so that เพื่อบอกจุดประสงค์ของการจัดเตรียมระบบสำรอง?
- We keep a spare pump while the main pump is working.
- We keep a spare pump so that it can take over if the main pump fails.
- We keep a spare pump because the main pump failed yesterday.
ดูคำตอบ
We keep a spare pump so that it can take over if the main pump fails.
compensate for: ชดเชยจุดอ่อนหรือปัญหา
compensate for หมายถึงลดหรือหักล้างผลเสียจากจุดอ่อน ความสูญเสีย หรือปัญหา ในประโยคนี้ สมองทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยสัญญาณเสียงที่อ่อนกว่าซึ่งไปถึงหูชั้นใน สิ่งที่ถูกชดเชยวางไว้หลัง for โดยมีโครงสร้าง compensate for + ปัญหา วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะหายไปทั้งหมดเสมอไป แต่หมายถึงการกระทำหรือคุณสมบัติอื่นช่วยลดผลกระทบของปัญหา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่ถูกต้องของ compensate: A clear diagram can help ____ missing details in the written instructions.
ดูคำตอบ
compensate for
And there are other ways hearing loss can be helped as well,
4:34และยังมีวิธีอื่น ๆ ในการช่วยเรื่องภาวะสูญเสียการได้ยินเช่นกัน
including hearing aids, surgery, or even just removing extra earwax.
4:37รวมถึงเครื่องช่วยฟัง การผ่าตัด หรือแม้แต่แค่การกำจัดขี้หูที่มากเกินไป
Not a job I would like very much: พูดแบบอ่อนโยนและมีอารมณ์ขันว่าไม่อยากทำ
Not a job I would like very much. เป็นประโยคที่ละบางส่วนไว้ในภาษาพูด ประโยคเต็มที่เข้าใจได้คือ That's not a job I would like very much ซึ่งหมายถึงงานนั้นไม่น่าสนใจสำหรับผู้พูด ผู้พูดนำเสนอปฏิกิริยาเหมือนเป็นเพียงความชอบส่วนตัวแบบอ่อน ๆ จึงไม่ฟังเหมือนการวิจารณ์อย่างรุนแรง ในบริบทที่ไม่น่าพึงใจ การพูดแบบยับยั้งนี้อาจสร้างอารมณ์ขันด้วยการพูดให้อ่อนกว่าความจริง โดยนัยคือผู้พูดไม่อยากทำงานนั้นมากจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาสบาย ๆ Not a job I would like very much. น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- ผู้พูดกำลังถามว่าจะสมัครงานนั้นได้อย่างไร
- ผู้พูดเองอยากเลือกที่จะไม่ทำงานนั้น
- ผู้พูดกำลังตัดสินอย่างเป็นทางการว่างานนั้นไม่มีคุณค่า
ดูคำตอบ
ผู้พูดเองอยากเลือกที่จะไม่ทำงานนั้น
After that fascinating journey into the world of hearing,
4:44หลังจากการเดินทางที่น่าหลงใหลเข้าสู่โลกแห่งการได้ยิน
I think it's time to reveal the answer to your question, Neil. ลำดับความ
4:46ผมคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณแล้วล่ะ Neil
it's time to reveal the ...: เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงประกาศ
โครงสร้างใน it's time to reveal the ... คือ it's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงถึงเวลาที่เหมาะสมในการทำบางสิ่งแล้ว reveal หมายถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เคยถูกซ่อน เก็บไว้ หรือยังไม่ได้ประกาศ วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับการพูด โดยส่งสัญญาณว่าช่วงเกริ่นนำหรือการอภิปรายกำลังจบลง และผู้พูดจะเปลี่ยนไปสู่คำตอบหรือผลลัพธ์ จึงเป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงที่มีประโยชน์ในรายการ บทเรียน การนำเสนอ หรือเกม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปลี่ยนช่วงของพิธีกรด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The votes have been counted, so ____ winner.
ดูคำตอบ
it's time to reveal the
I asked you, "Which is the smallest bone in the body?"
4:50ผมถามคุณว่า "กระดูกชิ้นใดเล็กที่สุดในร่างกาย?"
didn't I?: คำถามพ่วงเพื่อยืนยันสิ่งที่ตนพูดไปในอดีต
didn't I? เป็นคำถามพ่วงเชิงปฏิเสธที่เติมท้ายประโยคบอกเล่าอดีตกาลเชิงบวก I said the anvil ผู้พูดใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าตนจำสิ่งที่พูดไปได้ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดปฏิเสธว่าไม่เคยพูดเช่นนั้น คำถามพ่วงต้องใช้กริยาช่วยและประธานให้สอดคล้องกับประโยคหลัก เนื่องจาก said เป็นอดีตกาลและประธานคือ I จึงใช้ did + not ซึ่งย่อเป็น didn't แล้วตามด้วย I: I said ..., didn't I?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำถามพ่วงเชิงปฏิเสธมาตรฐานที่สอดคล้องกับประโยคหลักในอดีตกาล: I locked the door, ____?
ดูคำตอบ
didn't I
You did, but I'm afraid you obviously weren't listening in biology class น้ำเสียง/เจตนา
5:04ใช่ครับ แต่ผมเกรงว่าคุณคงไม่ได้ตั้งใจฟังในวิชาชีววิทยาแน่ ๆ
I'm afraid: เกริ่นข่าวร้ายหรือคำแก้ไขอย่างสุภาพ
ในที่นี้ I'm afraid เป็นคำเกริ่นสุภาพที่ช่วยลดความตรงก่อนบอกข้อมูลที่ผู้ฟังไม่อยากได้ยิน ผู้พูดกำลังจะแก้ความเข้าใจของอีกฝ่ายและบอกว่าอีกฝ่ายตอบผิด ความหมายใกล้กับ “น่าเสียดาย” หรือ “เสียใจที่ต้องบอก” ไม่ได้หมายถึง “ฉันกลัว” รูปแบบที่พบบ่อยคือ I'm afraid + อนุประโยค วลีนี้ไม่ได้เปลี่ยนความจริงของข้อมูลที่ตามมา เพียงทำให้การเริ่มพูดฟังดูไม่ห้วนเกินไป
แบบฝึกหัด
พนักงานต้อนรับต้องบอกผู้มาติดต่ออย่างสุภาพว่าวันนี้ไม่มีเวลานัดเหลือแล้ว ประโยคใดใช้ I'm afraid เพื่อเกริ่นข่าวร้ายให้นุ่มนวลขึ้น?
- I'm afraid when the lights go out.
- I'm afraid there are no appointments left today.
- I'm afraid of crowded waiting rooms.
ดูคำตอบ
I'm afraid there are no appointments left today.
in fact: ใช้ชี้การแก้ไขหรือข้อเท็จจริงที่แม่นยำกว่า
in fact เป็นคำที่ช่วยจัดความหมายของข้อความ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปนี้จะแก้ไข ชี้แจง หรือทำให้ความคิดก่อนหน้าถูกต้องแม่นยำขึ้น ในที่นี้คำนี้บอกว่าคำตอบที่แน่นอนคือ stirrup bone หรือกระดูกโกลน เมื่อวางไว้กลางประโยคเหมือนในตัวอย่างนี้ คำนี้ทำหน้าที่เป็นข้อความแทรกและมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นทั้งหน้าและหลัง นอกจากนี้ยังวางไว้ต้นประโยคได้ โดยปกติจะมีจุลภาคตามหลัง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะที่สุดเพื่อขึ้นต้นประโยคที่สอง: I thought the museum closed at four. It stays open until six.
- For example
- In fact
- In practice
ดูคำตอบ
In fact
To funnel means to move or direct something through a narrow space.
5:23To funnel หมายถึงการเคลื่อนที่หรือนำทางสิ่งใดสิ่งหนึ่งผ่านช่องแคบ (รวบเข้า)
And a funnel, the noun, is a cone-shaped tool which does this.
5:26และ a funnel ที่เป็นคำนาม คือเครื่องมือรูปกรวยที่ทำหน้าที่นี้ (กรวย)
Wear and tear refers to the damage that comes from using something everyday.
5:31Wear and tear หมายถึงความเสียหายที่มาจากการใช้งานสิ่งของทุกวัน (ความสึกหรอ)
you mean we're going to be defeated or fail.
5:37คุณหมายถึงพวกเรากำลังจะพ่ายแพ้หรือล้มเหลว (เราจบเห่แล้ว)
And a downward spiral is a situation which continuously gets worse and worse.
5:40และ a downward spiral คือสถานการณ์ที่แย่ลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
redundancy in the system refers to having more than one way to achieve an objective,
5:46redundancy in the system หมายถึงการมีหลายวิธีในการบรรลุเป้าหมาย
so that a backup can take over if other methods fail.
5:51เพื่อให้สิ่งสำรองสามารถทำงานแทนได้หากวิธีอื่นล้มเหลว (ระบบสำรอง/ความซ้ำซ้อนของระบบ)
You'll be sad to hear that once again our 6 Minutes are up. โน้ต
5:54คุณคงเศร้าที่จะได้ยินว่าเวลา 6 นาทีของเราหมดลงอีกแล้ว
You'll be sad to hear: ใช้กรอบข่าวร้ายเล็กน้อยแบบขำ ๆ
You'll be sad to hear that ... โดยทั่วไปใช้เกริ่นข่าวที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยิน ในประโยคนี้ ข่าวร้ายมีเพียงว่าเวลาของรายการหมดแล้ว ดังนั้นกรอบคำพูดที่ฟังดูจริงจังจึงจงใจใหญ่เกินกว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ความไม่เข้ากันนี้สร้างอารมณ์ขันที่เป็นมิตร ผู้ดำเนินรายการไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังทุกคนเศร้าจริง ๆ แต่ใช้วลีนี้ล้อเล่นว่าผู้ฟังคงอยากให้รายการดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
You'll be sad to hear สร้างผลอย่างไรในช่วงจบรายการนี้?
- พิสูจน์ว่าผู้ฟังทุกคนเสียใจจริง ๆ
- พูดถึงการจบรายการแบบล้อเล่นราวกับเป็นข่าวที่น่าผิดหวัง
- เตือนผู้ฟังเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินร้ายแรง
ดูคำตอบ
พูดถึงการจบรายการแบบล้อเล่นราวกับเป็นข่าวที่น่าผิดหวัง
our 6 Minutes are up: บอกว่าเวลาที่กำหนดหมดแล้ว
เมื่อใช้ be up กับช่วงเวลา จะหมายความว่าช่วงเวลานั้นสิ้นสุดแล้ว ในประโยคนี้ our 6 Minutes are up หมายถึงเวลาหกนาทีที่กำหนดให้รายการได้หมดลงแล้ว โดย up ไม่ได้บอกทิศทางว่าขึ้นข้างบน รูปของ be ต้องสอดคล้องกับพจน์ของคำบอกเวลา จึงใช้ Time is up แต่ใช้ Your ten minutes are up โครงสร้างนี้มักใช้ประกาศว่ากิจกรรมต้องหยุดเพราะเวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประกาศนี้ด้วยรูปที่ถูกต้องของ be up: Your five minutes ____.
ดูคำตอบ
are up
not head over to ใน Why not ...?: คำเชิญอย่างเป็นมิตร
ในโครงสร้างเต็ม Why not + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน not head over to เป็นส่วนหนึ่งของคำชวนอย่างเป็นมิตร Why not head over to our website? หมายถึง “ทำไมไม่ไปหรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราล่ะ” ในที่นี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึงมุ่งหน้าไปหรือเดินทางไป ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงศีรษะ head over to เป็นภาษาสนทนาที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ ว่าไปยังสถานที่หนึ่งหรือแวะไปดู จุดหมายอาจเป็นสถานที่จริงหรือเว็บไซต์อย่างในประโยคนี้ก็ได้ ต้องคง to ไว้หน้าจุดหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำชวนอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรให้ไปห้องสมุด?
- Why not heading over to the library after lunch?
- Why not head over the library after lunch?
- Why not head over to the library after lunch?
ดูคำตอบ
Why not head over to the library after lunch?