ปัญหาใหญ่ของกลูเตนคืออะไร? - วิลเลียม ดี. ชีย์ (William D. Chey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
661 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่ากลูเตนคืออะไร เหตุใดจึงทำให้แป้งโดมีความยืดหยุ่น และอาการแพ้ข้าวสาลี โรคเซลิแอค และภาวะไวต่อกลูเตนที่ไม่ใช่เซลิแอคแตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ยังพิจารณาฟรุกแทนและความคาดหวังเชิงลบว่าอาจเป็นสาเหตุอื่นของอาการ พร้อมเสนอว่าบางกรณีอาจเรียกว่า “ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลี” ได้แม่นยำกว่า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. gluten-free — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้การสังเกตคำคุณศัพท์ประสมนี้บนบรรจุภัณฑ์ เมนู และในการสนทนาเรื่องสุขภาพ พร้อมเข้าใจว่าคำนี้เป็นฉลากบอกว่าอาหารหรือผลิตภัณฑ์ไม่มีกลูเตน ไม่ใช่ชื่อการรักษาหรือการวินิจฉัยโรค 2. sensitive not to wheat proteins, but sugars found in wheat and other foods called fructans. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าโครงสร้างแก้ความเข้าใจ not A, but B ใช้แทนที่สาเหตุที่คาดไว้ตอนแรกด้วยสาเหตุที่แม่นยำกว่าอย่างไร เพื่อให้ติดตามและสร้างข้อเปรียบต่างในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ได้ 3. the nocebo effect. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจคำที่หมายถึงอาการซึ่งเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้นจากความคาดหวังเชิงลบ แยกออกจากผลของยาหลอก และตีความข้อกล่าวอ้างอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับอิทธิพลที่ความเชื่อและการนำเสนอของสื่ออาจมีต่ออาการที่รับรู้ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Maybe you've recently seen the phrase gluten-free on food packaging or takeout menus, การใช้คำ

0:06

บางทีเมื่อเร็ว ๆ นี้คุณอาจเห็นคำว่า ปราศจากกลูเตน บนบรรจุภัณฑ์อาหาร หรือเมนูอาหารสั่งกลับบ้าน

การใช้คำ

gluten-free: ฉลากอาหารที่หมายถึง “ไม่มีกลูเตน”

gluten-free เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึง “ไม่มีกลูเตน” หรือ “ทำโดยไม่ใช้กลูเตน” บนบรรจุภัณฑ์และเมนู คำนี้ใช้เป็นฉลากสั้น ๆ เพื่อบอกลักษณะของอาหารหรือเครื่องดื่ม ในรูปแบบ คำนาม + -free ส่วน -free หมายถึง “ไม่มีสิ่งนั้น” เช่น sugar-free ส่วน free ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ฟรี ไม่เสียเงิน”

แบบฝึกหัด

บนบรรจุภัณฑ์ระบุว่าพาสต้านี้ไม่มีกลูเตน จงเติมฉลากภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติให้สมบูรณ์: ____ pasta.

ดูคำตอบ

gluten-free

shampoo bottles,

0:11

ขวดแชมพู

apartment listings,

0:13

ประกาศให้เช่าอะพาร์ตเมนต์

the tag of your shirt,

0:14

ป้ายเสื้อของคุณ

on a hammer,

0:15

บนค้อน

as a lower back tattoo,

0:16

เป็นรอยสักที่หลังส่วนล่าง

or in your friend's resume.

0:18

หรือในเรซูเม่ของเพื่อนคุณ

Next time someone starts telling you about their newfound freedom from gluten, สำนวน

0:20

ครั้งหน้าที่ใครสักคนเริ่มเล่าให้คุณฟัง ถึงอิสรภาพครั้งใหม่จากการไร้กลูเตนของพวกเขา

สำนวน

their newfound freedom from gluten: พูดถึงการเปลี่ยนอาหารอย่างขบขันว่าเป็นการปลดปล่อย

newfound หมายถึง “เพิ่งได้รับหรือค้นพบ” ส่วน freedom from X หมายถึงการหลุดพ้นจากสิ่งที่จำกัดหรือสร้างความลำบาก ดังนั้นวลีนี้จึงวางให้กลูเตนเป็นสิ่งที่คนคนนั้นหนีพ้นมาได้ ในที่นี้ วลีดังกล่าวเป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ โดยทำให้การหลีกเลี่ยงกลูเตนดูเหมือนการปลดปล่อยครั้งใหญ่ และเลียนแบบวิธีที่บางคนอาจพูดถึงวิถีชีวิตใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเสรีภาพทางการเมืองหรือกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ their newfound freedom from gluten สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?

  1. มีคนได้รับกลูเตนมาโดยไม่ต้องจ่ายเงิน
  2. การหลีกเลี่ยงกลูเตนถูกพูดถึงอย่างขบขันว่าเป็นการปลดปล่อยชนิดหนึ่ง
  3. กฎหมายใหม่กำหนดสิทธิในการกินกลูเตน
ดูคำตอบ

การหลีกเลี่ยงกลูเตนถูกพูดถึงอย่างขบขันว่าเป็นการปลดปล่อยชนิดหนึ่ง

here are some questions you can ask and the well-informed answers that your friend,

0:25

ต่อไปนี้คือคำถามที่คุณสามารถถามได้ และคำตอบที่อิงตามข้อเท็จจริง ซึ่งเพื่อนของคุณ

being a reasonable individual making educated dietary choices วลี

0:30

ในฐานะคนมีเหตุผลที่เลือกกินอาหารอย่างมีความรู้

วลี

making educated dietary choices: เลือกอาหารโดยใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้

ใน making educated dietary choices คำว่า make choices หมายถึงการตัดสินใจเลือกระหว่างตัวเลือกต่าง ๆ ส่วน dietary บอกว่าการตัดสินใจนั้นเกี่ยวกับอาหารและการกิน tEducated ขยายคำว่า choices หมายถึงตัวเลือกที่อาศัยความรู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้หมายความว่าตัวเลือกนั้น “ได้รับการศึกษา” รูปแบบ make an educated choice ใช้ได้ในสถานการณ์อื่นที่คนตัดสินใจหลังจากศึกษาข้อเท็จจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึงการ making educated dietary choices ได้ดีที่สุด

  1. คนหนึ่งเปรียบเทียบข้อมูลโภชนาการที่เชื่อถือได้ก่อนเลือกอาหารหนึ่งมื้อ
  2. คนหนึ่งเลือกอาหารทุกมื้อเพียงเพราะบรรจุภัณฑ์มีสีสันสดใส
  3. คนหนึ่งทำตามกระแสการกินอาหารแบบหนึ่งโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใด ๆ
ดูคำตอบ

คนหนึ่งเปรียบเทียบข้อมูลโภชนาการที่เชื่อถือได้ก่อนเลือกอาหารหนึ่งมื้อ

and by no means just following the latest diet craze, โน้ต

0:34

และไม่ได้แค่ทำตามกระแสไดเอทล่าสุดแต่อย่างใด

วลี

by no means: การปฏิเสธที่หนักแน่นและสิ้นเชิง

by no means เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “ไม่ใช่อย่างแน่นอน” หรือ “ไม่ว่าในทางใด” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าคนนั้นเพียงแค่ทำตามกระแสไดเอตล่าสุด วลีนี้ให้ความหมายปฏิเสธที่แรงและเน้นกว่าการใช้ not ธรรมดา ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยปฏิเสธหนึ่งหน่วย โดย means ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่ใช่อย่างแน่นอน” ลงในประโยค: This small mistake is ____ a reason to cancel the whole project.

ดูคำตอบ

by no means

การใช้คำ

the latest diet craze: กระแสการกินชั่วคราว

the latest diet craze หมายถึงแนวทางการกินล่าสุดที่จู่ ๆ ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ในที่นี้ craze เป็นคำนามที่หมายถึงความนิยมอย่างแรงในหมู่คนทั่วไปซึ่งมักอยู่ไม่นาน ไม่ได้หมายถึงอาการป่วยทางจิตหรือการควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ วลีนี้แฝงความสงสัย การบอกว่าใครบางคนไม่ได้เพียงทำตาม diet craze เป็นการเปรียบต่างระหว่างการเลือกอย่างมีเหตุผลกับการเลียนแบบแนวคิดที่กำลังเป็นแฟชั่น

แบบฝึกหัด

diet craze ในประโยคนี้สื่อความหมายใด?

  1. อาหารที่ทำให้คนสูญเสียการควบคุมจิตใจ
  2. กระแสการกินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ
  3. อาหารที่จำเป็นทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

กระแสการกินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ

will tell you.

0:37

จะเป็นคนบอกคุณ

What is gluten?

0:39

กลูเตนคืออะไร?

Gluten is an insoluble protein composite made up of two proteins named gliadin and glutenin. โน้ต

0:40

กลูเตนคือกลุ่มโปรตีนที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนสองชนิดที่ชื่อว่า ไกลอะดิน และ กลูเตนิน

การใช้คำ

insoluble protein composite: หาคำนามหลัก

ใน insoluble protein composite คำว่า composite เป็นคำนามหลัก โดยระบุว่าสิ่งนั้นคือวัสดุที่เกิดจากองค์ประกอบมากกว่าหนึ่งส่วน คำว่า protein เป็นคำนามที่ใช้ขยายเพื่อบอกชนิดหรือส่วนประกอบของสารประกอบ ส่วน insoluble บอกคุณสมบัติว่าไม่ละลายในของเหลวที่เกี่ยวข้อง เมื่ออ่านกลุ่มคำนามทางเทคนิค ให้เริ่มจากด้านขวา คือ composite แล้วจึง protein composite และสุดท้าย insoluble protein composite วิธีนี้ช่วยไม่ให้เข้าใจ composite ในที่นี้ผิดว่าเป็นคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

ใน insoluble protein composite คำใดเป็นคำนามหลักที่บอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร?

  1. insoluble
  2. composite
  3. protein
ดูคำตอบ

composite

กริยาวลี

made up of: บอกส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบเป็นสิ่งทั้งหมด

วลี made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” ในประโยคนี้ made up of two proteins เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสาม ขยาย protein composite และบอกส่วนประกอบของมัน ใช้โครงสร้าง A is made up of B เมื่อ A เป็นสิ่งทั้งหมดและ B เป็นส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นมา ในที่นี้ gluten เป็นสิ่งทั้งหมด ส่วน gliadin และ glutenin เป็นโปรตีนสองชนิดที่ประกอบเป็นกลูเตน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be made up of: The committee is ____ five teachers and two parents.

ดูคำตอบ

made up of

Where might you encounter gluten?

0:48

คุณอาจพบเจอกลูเตนได้ที่ไหนบ้าง?

Gluten is found in certain grains,

0:50

กลูเตนพบได้ในธัญพืชบางชนิด

particularly wheat, rye, and barley.

0:52

โดยเฉพาะข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์

What has gluten been doing for the previous entirety of human history? ลำดับความ

0:56

กลูเตนทำหน้าที่อะไรมาตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ผ่านมา?

ลำดับความ

for the previous entirety of human history: กรอบเวลาที่ขยายเกินจริง

วลีบอกเวลา for the previous entirety of human history วางคำถามไว้ในกรอบเวลาที่ใหญ่มาก นั่นคือประวัติศาสตร์มนุษยชาติทั้งหมดก่อนถึงจุดปัจจุบันของการอธิบาย การนำวลีที่ครอบคลุมกว้างมากนี้ไปไว้ท้ายประโยค ทำให้ขนาดของช่วงเวลากระทบผู้ฟังเหมือนมุกทิ้งท้าย วลีนี้ปูความต่างระหว่างการที่กลูเตนมีมานานมากกับความกังวลของผู้คนในปัจจุบัน เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

วลีบอกเวลาท้ายคำถามทำหน้าที่หลักอย่างไรในเนื้อหา?

  1. สร้างการปูเรื่องแบบขำขันในระดับที่ยิ่งใหญ่เพื่อเข้าสู่คำอธิบาย
  2. ระบุยุคทางโบราณคดีที่แน่นอน
  3. บอกว่ากลูเตนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
ดูคำตอบ

สร้างการปูเรื่องแบบขำขันในระดับที่ยิ่งใหญ่เพื่อเข้าสู่คำอธิบาย

And why do you suddenly care about it? น้ำเสียง/เจตนา

1:00

แล้วทำไมจู่ ๆ คุณถึงมาใส่ใจมันล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

“And why do you suddenly care about it?”: คำถามต่อเนื่องที่แฝงความสงสัย

ตามหลักไวยากรณ์ นี่เป็นคำถามที่ใช้ why แต่ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถามหาเหตุผลเท่านั้น Suddenly เปรียบความสนใจของผู้ฟังในตอนนี้กับนัยว่าเมื่อก่อนไม่ได้สนใจ จึงทำให้ผู้พูดฟังดูสงสัยต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น And เชื่อมคำถามนี้กับสิ่งที่พูดมาก่อนหน้า ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการตั้งคำถามท้าทายต่อเนื่อง หากใช้น้ำเสียงเป็นกลางก็อาจเป็นคำถามที่จริงใจ แต่การเน้น suddenly หรือ care เป็นพิเศษอาจทำให้ฟังเหมือนหยอกล้อหรือประชด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ คำถามดังกล่าวน่าจะแสดงท่าทีใดมากที่สุด

  1. ผู้พูดกำลังขอคำจำกัดความแบบเป็นกลางของกลูเตน
  2. ผู้พูดกำลังอนุญาตให้ไม่สนใจหัวข้อนี้
  3. ผู้พูดสงสัยความสนใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของผู้ฟัง
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยความสนใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของผู้ฟัง

Gluten is responsible for the elastic consistency of dough โน้ต

1:03

กลูเตนมีหน้าที่ทำให้แป้งโดมีความยืดหยุ่น

วลี

is responsible for: การบอกสาเหตุของผลลัพธ์

Be responsible for ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing สามารถหมายถึง “ทำให้เกิดหรือสร้าง” ผลลัพธ์บางอย่างได้ ในที่นี้ gluten คือปัจจัยที่ทำให้แป้งโดมีความยืดหยุ่น ประโยคไม่ได้กล่าวโทษในทางศีลธรรม เมื่อประธานเป็นบุคคลหรือองค์กร โครงสร้างเดียวกันยังใช้บอกหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ด้วย: Maya is responsible for the schedule. ให้ดูคำนามรอบ ๆ เพื่อพิจารณาว่าวลีนี้สื่อถึงเหตุและผลหรือหน้าที่รับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้เกิด”: A lack of sunlight ____ the plant's weak growth.

ดูคำตอบ

is responsible for

and the chewiness of foods made from wheat flour,

1:07

และทำให้อาหารที่ทำจากแป้งสาลีมีความเหนียวนุ่ม

การใช้คำ

elastic consistency of dough: ลักษณะยืดหยุ่นของโด

ในวลี elastic consistency of dough คำนามหลักคือ consistency ซึ่งหมายถึงเนื้อสัมผัสหรือสภาพทางกายภาพของโด คำว่า elastic บอกว่าโดสามารถยืดและคืนตัวได้ ส่วน of dough ระบุว่าสมบัตินี้เป็นของโด ในบริบทอาหาร consistency ใช้บอกคุณสมบัติอย่างความข้น ความนุ่ม ความแน่น หรือความเรียบเนียน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความสม่ำเสมอหรือการทำสิ่งต่าง ๆ แบบเดิมตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ในวลี "the elastic consistency of dough" คำว่า consistency หมายถึงอะไร

  1. ความถูกต้องของข้อความเกี่ยวกับโด
  2. นิสัยที่ทำโดด้วยวิธีเดิมทุกครั้ง
  3. เนื้อสัมผัสหรือสภาพทางกายภาพของโด
ดูคำตอบ

เนื้อสัมผัสหรือสภาพทางกายภาพของโด

like bread and pasta.

1:10

อย่างเช่น ขนมปัง และพาสต้า

For some people,

1:12

สำหรับบางคน

these foods cause problems,

1:13

อาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหา

namely wheat allergy, celiac disease, ลำดับความ

1:15

ได้แก่ อาการแพ้ข้าวสาลี โรคเซลิแอค

and non-celiac gluten sensitivity.

1:18

และภาวะไวต่อกลูเตนที่ไม่ได้เกิดจากโรคเซลิแอค

ลำดับความ

namely ...: ใช้ระบุรายการที่แน่นอน

Namely ใช้เปิดชื่อหรือรายการที่แน่นอนซึ่งวลีที่กว้างกว่ากล่าวถึง ในประโยคนี้ problems เป็นหมวดทั่วไป และภาวะสามอย่างหลัง namely ระบุว่าปัญหาเหล่านั้นคืออะไร รูปแบบข้อความทั่วไป + namely + การระบุที่เฉพาะเจาะจง ช่วยจัดข้อมูลจากกว้างไปสู่แม่นยำ คำนี้สื่อว่า “กล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น” หรือ “นั่นคือ” ไม่ใช่เพียง “นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้”

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The kit contains exactly two tools—____, a screwdriver and a wrench.

  1. meanwhile
  2. namely
  3. for example
ดูคำตอบ

namely

Wheat allergy is an uncommon condition that occurs when a person's immune system mounts an allergic response to wheat proteins, โน้ต

1:21

อาการแพ้ข้าวสาลีเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อย เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างปฏิกิริยาแพ้ต่อโปรตีนในข้าวสาลี

ไวยากรณ์

condition that occurs when: กำหนดภาวะด้วยสถานการณ์ที่ภาวะนั้นเกิดขึ้น

ในคำนิยามนี้ condition บอกประเภทของสิ่งที่กำลังอธิบาย อนุประโยคขยายคำนาม that occurs when... ขยาย condition และบอกว่าภาวะนั้นเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด ใช้โครงสร้าง X is a condition that occurs when + อนุประโยค เพื่อเชื่อมชื่อของภาวะกับสถานการณ์สำคัญที่ใช้กำหนดภาวะนั้น หลัง when ต้องเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: A cramp is a painful ____ a muscle suddenly tightens.

ดูคำตอบ

condition that occurs when

วลี

the immune system mounts an allergic response to...: กลุ่มคำทางการในภาษาแพทย์

ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ the immune system mounts an allergic response to something หมายถึงระบบภูมิคุ้มกันเริ่มและสร้างปฏิกิริยาแพ้ที่ทำงานร่วมกันต่อสารนั้น ในที่นี้ mount หมายถึงเริ่มก่อหรือจัดให้เกิด ไม่ได้หมายถึงปีนหรือติดตั้ง คำบุพบท to นำหน้าสิ่งที่กระตุ้นการตอบสนอง ในประโยคเต็ม wheat เป็นส่วนหนึ่งของนามวลี wheat proteins ดังนั้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันจึงมุ่งต่อโปรตีนในข้าวสาลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการแพทย์แบบเป็นทางการด้วยสำนวนเป้าหมาย: In a peanut allergy, the ____ peanut proteins.

ดูคำตอบ

immune system mounts an allergic response to

leading to mild problems and, in rare cases, วลี

1:29

นำไปสู่ปัญหาที่ไม่รุนแรง และในกรณีที่หายาก

วลี

in rare cases: การระบุข้อยกเว้นที่มีโอกาสเกิดต่ำ

“In rare cases” หมายถึง “ในสถานการณ์เพียงส่วนน้อย” ในที่นี้ rare บอกว่าผลลัพธ์ร้ายแรงเกิดขึ้นไม่บ่อย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งหายาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแทรกอยู่หลัง and และคั่นด้วยจุลภาคก่อนผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่า วลีนี้บอกว่าผลลัพธ์นั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่เรื่องปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในสถานการณ์เพียงส่วนน้อย”: ____, the power may stay off for several days after a storm.

ดูคำตอบ

In rare cases

a potentially dangerous reaction called anaphylaxis. การใช้คำ

1:32

อาจเกิดปฏิกิริยาอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตที่เรียกว่า อนาฟิแล็กซิส

การใช้คำ

anaphylaxis: ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

Anaphylaxis คือปฏิกิริยาแพ้รุนแรงที่อาจเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิต มีความรุนแรงและมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าอาการแพ้เล็กน้อย เช่น ผิวหนังคันเพียงจุดเล็ก ๆ มาก ในประโยคนี้ called anaphylaxis ให้ชื่อทางการแพทย์แก่ปฏิกิริยาที่อาจเป็นอันตราย คำนี้ระบุระดับความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงบอกว่ามีอาการแพ้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ anaphylaxis มากที่สุด

  1. การระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อยทุกชนิดหลังสัมผัสบางสิ่ง
  2. ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  3. การตอบสนองตามปกติของระบบย่อยอาหารหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิต

Celiac disease is an inherited disease in which eating foods with gluten ไวยากรณ์

1:37

โรคเซลิแอคเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่การกินอาหารที่มีกลูเตน

leads to inflammation and damage of the lining of the small intestine. โน้ต

1:42

จะนำไปสู่การอักเสบและความเสียหายของเยื่อบุลำไส้เล็ก

ไวยากรณ์

in which ... leads to ...: อธิบายกลไกในคำนิยาม

in which เปิดอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย disease ในที่นี้ in which หมายถึง “ในโรคนี้” หรือ “ภายในภาวะนี้” จึงเชื่อมคำนาม disease เข้ากับคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในภาวะนั้น ภายในอนุประโยคสัมพันธ์ eating foods with gluten เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน และ leads to ใช้นำผลที่เกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a disease/process/situation in which X leads to Y

แบบฝึกหัด

เติมวลีแบบเป็นทางการที่ประกอบด้วยบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์ และมีความหมายว่า “ภายในกระบวนการนี้” เพื่อทำให้คำนิยามสมบูรณ์: Photosynthesis is a process ____ plants use light energy to make sugar.

ดูคำตอบ

in which

วลี

leads to inflammation and damage: ระบุผลที่เกิดขึ้น

Leads to หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ก่อให้เกิดเป็นผลตามมา” ในวลีนี้ lead ไม่ได้หมายถึงการนำทางใครไปที่ใด lead to เป็นคำที่ใช้เชื่อมเหตุและผล และประธานเอกพจน์ที่อยู่ก่อนหน้านี้ทำให้ lead เติม -s Inflammation และ damage เป็นคำนามสองคำที่เชื่อมกันและระบุผลที่เกิดขึ้น โดยทั่วไปใช้โครงสร้าง X lead(s) to Y และตามหลัง to ด้วยคำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lead to: An untreated infection often ____ inflammation and tissue damage.

ดูคำตอบ

leads to

การใช้คำ

the lining of the small intestine: ชั้นเนื้อเยื่อด้านในของลำไส้เล็ก

ในประโยคนี้ the lining of the small intestine หมายถึงชั้นเนื้อเยื่อที่ปกคลุมผิวด้านในของลำไส้เล็ก คำว่า lining ในที่นี้เป็นคำนามทางกายวิภาคที่หมายถึง “เยื่อบุ” หรือ “ชั้นด้านใน” ไม่ใช่การเข้าแถว the lining of + อวัยวะ เป็นรูปแบบที่ใช้เรียกชั้นผิวด้านในของอวัยวะ เช่น the lining of the stomach

แบบฝึกหัด

the lining of the small intestine ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. แถวคนที่อยู่ข้างลำไส้เล็ก
  2. ชั้นเนื้อเยื่อด้านในของลำไส้เล็ก
  3. พื้นผิวด้านนอกของช่องท้อง
ดูคำตอบ

ชั้นเนื้อเยื่อด้านในของลำไส้เล็ก

This impairs intestinal function, การใช้คำ

1:47

สิ่งนี้ทำให้การทำงานของลำไส้บกพร่อง

การใช้คำ

This impairs intestinal function: ทำให้ความสามารถในการทำงานตามปกติลดลง

This อ้างถึงการอักเสบและความเสียหายที่เพิ่งกล่าวถึง จึงนำสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดมาเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ใหม่ การใช้คำสรรพนามแบบนี้ต้นประโยคช่วยเชื่อมข้อมูลโดยไม่ต้องกล่าวสาเหตุทั้งหมดซ้ำ Impair intestinal function หมายถึงทำให้ลำไส้ทำงานได้ไม่ดีเท่าปกติ impair เน้นว่าความสามารถหรือประสิทธิภาพลดลง ไม่ได้หมายความว่าการทำงานหายไปทั้งหมดหรืออวัยวะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ impair เพื่อให้ประโยคกล่าวถึงการทำงานที่ลดลง: Severe dehydration ____ kidney function.

ดูคำตอบ

impairs

leading to problems like belly pain, bloating, gas, diarrhea,

1:49

นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องอืด มีแก๊ส ท้องเสีย

weight loss, skin rash, bone problems like osteoporosis, การใช้คำ

1:54

น้ำหนักลด ผื่นตามผิวหนัง ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน

การใช้คำ

bone problems like osteoporosis: ใช้ like เพื่อยกตัวอย่าง

ตรงนี้ like หมายถึง “เช่น” โดยเชื่อมหมวดทั่วไป bone problems เข้ากับ osteoporosis ซึ่งเป็นตัวอย่างเฉพาะ ในวลีนี้ like ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” โครงสร้าง “หมวด + like + ตัวอย่าง” ใช้บ่อยในคำอธิบายและรายการ โดยทั่วไปจะยกตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่ารายการนั้นครบทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในวลี "bone problems like osteoporosis" คำว่า like ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ osteoporosis เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหากระดูก
  2. บอกว่าปัญหากระดูกทุกอย่างคือ osteoporosis
  3. บอกว่าปัญหากระดูกชอบ osteoporosis
ดูคำตอบ

ใช้ osteoporosis เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหากระดูก

iron deficiency, small stature, infertility, การใช้คำ

1:59

ภาวะขาดธาตุเหล็ก ตัวเตี้ย ภาวะมีบุตรยาก

การใช้คำ

iron deficiency: คำศัพท์สุขภาพทางการสำหรับภาวะขาดธาตุเหล็ก

iron deficiency เป็นนามวลีมาตรฐานในบริบทด้านสุขภาพ โภชนาการ และการแพทย์ หมายถึงร่างกายมีธาตุเหล็กที่พร้อมใช้หรือสะสมไว้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใจความสำคัญของ deficiency คือมีระดับต่ำกว่าที่จำเป็น คำนี้ไม่ใช่ efficiency ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพในการทำงานของสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำศัพท์สุขภาพทางการสองคำที่หมายถึงธาตุเหล็กต่ำ โดยไม่ระบุว่ามีภาวะโลหิตจาง: The test showed ____.

ดูคำตอบ

iron deficiency

fatigue, and depression.

2:03

ความเหนื่อยล้า และภาวะซึมเศร้า

Untreated celiac disease increases the risk of developing certain types of cancer. วลี

2:05

โรคเซลิแอคที่ไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิด

วลี

increases the risk of developing: อธิบายความเสี่ยงต่อโรคที่สูงขึ้น

X increases the risk of developing Y หมายความว่า X ทำให้ Y มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเดิม เป็นการบอกว่าโอกาสสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างคือ increase the risk of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ developing certain types of cancer หมายถึง “เริ่มเป็นมะเร็งบางชนิด” โดย develop สามารถหมายถึง “เริ่มเป็นโรค” ไม่ใช่เพียง “พัฒนาหรือสร้าง” บางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกความเสี่ยงที่เรียนมาให้ครบถ้วน: A poor diet ____ heart disease.

ดูคำตอบ

increases the risk of developing

Celiac disease is present in one in every 100 to 200 persons in the US. การใช้คำ

2:12

โรคเซลิแอคพบได้ในประชากร 1 ในทุก ๆ 100 ถึง 200 คนในสหรัฐอเมริกา

การใช้คำ

present in one in every...: อธิบายความชุก

ในที่นี้ be present in หมายถึงมีอยู่หรือพบได้ในกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเข้าร่วมงานหรือกิจกรรม one in every 100 to 200 persons บอกค่าความชุกโดยประมาณ คือประมาณ 1 คนในทุก 100 ถึง 200 คน เนื่องจากตัวส่วนเป็นช่วง ค่าประมาณจึงอยู่ที่ราว 0.5% ถึง 1% ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอนในคนทุกกลุ่มย่อย

แบบฝึกหัด

ประโยค “This trait is present in one in every 250 adults” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ลักษณะดังกล่าวจะปรากฏเมื่อผู้ใหญ่ 250 คนอยู่รวมกันเท่านั้น
  2. ผู้ใหญ่แต่ละคนมีลักษณะดังกล่าว 250 ครั้ง
  3. ผู้ใหญ่ประมาณ 1 คนจากทุก 250 คนมีลักษณะดังกล่าว
ดูคำตอบ

ผู้ใหญ่ประมาณ 1 คนจากทุก 250 คนมีลักษณะดังกล่าว

When blood tests suggest the possibility of celiac, ไวยากรณ์

2:17

เมื่อการตรวจเลือดชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของโรคเซลิแอค

the diagnosis is confirmed with a biopsy. การใช้คำ

2:20

การวินิจฉัยจะได้รับการยืนยันด้วยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

ไวยากรณ์

When blood tests suggest the possibility of celiac: ผลตรวจเลือดบ่งชี้ความเป็นไปได้ของโรคเซลิแอค

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when แสดงเงื่อนไขที่เกิดก่อนในกระบวนการทางการแพทย์ กล่าวคือ ผลตรวจเลือดบ่งชี้ก่อนว่าอาจเป็นโรคเซลิแอค แล้วประโยคหลักจึงอธิบายวิธียืนยันการวินิจฉัย suggest ในที่นี้หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “ให้หลักฐานที่ชี้ไปทางนั้น” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำ” ส่วน suggest the possibility of จงใจคงความไม่แน่นอนไว้ คือผลตรวจเพียงทำให้เห็นความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ใช่การวินิจฉัยขั้นสุดท้าย

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “When blood tests suggest the possibility of celiac, the diagnosis is confirmed with a biopsy.” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกอะไรเรา?

  1. ผลตรวจเลือดแนะนำให้รักษาหลังจากยืนยันโรคเซลิแอคแล้ว
  2. หลักฐานจากผลตรวจเลือดทำให้เห็นว่าอาจเป็นโรคเซลิแอค ก่อนที่จะมีการยืนยันการวินิจฉัย
  3. ผลตรวจเลือดพิสูจน์การวินิจฉัยได้อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

หลักฐานจากผลตรวจเลือดทำให้เห็นว่าอาจเป็นโรคเซลิแอค ก่อนที่จะมีการยืนยันการวินิจฉัย

การใช้คำ

the diagnosis is confirmed with a biopsy: ยืนยันการวินิจฉัยด้วยการตัดชิ้นเนื้อ

รูปประโยคแบบถูกกระทำ the diagnosis is confirmed เน้นว่าการวินิจฉัยได้รับการยืนยัน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำหัตถการ ใน with a biopsy คำว่า with ใช้บอกวิธีที่นำมายืนยันการวินิจฉัย biopsy คือการตัดชิ้นเนื้อ โดยนำตัวอย่างเนื้อเยื่อขนาดเล็กออกมาตรวจ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการใช้หลักฐานจากการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แบบฝึกหัด

ใน “the diagnosis is confirmed with a biopsy” คำว่า “with a biopsy” สื่อถึงอะไร?

  1. การวินิจฉัยกับการตัดชิ้นเนื้อเดินทางไปด้วยกัน
  2. การตัดชิ้นเนื้อเป็นวิธีที่ใช้ยืนยันการวินิจฉัย
  3. การตัดชิ้นเนื้อเพียงแนะนำการวินิจฉัยที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

การตัดชิ้นเนื้อเป็นวิธีที่ใช้ยืนยันการวินิจฉัย

The most effective treatment is a gluten-free diet, วลี

2:24

การรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ อาหารที่ปราศจากกลูเตน

which helps heal intestinal damage and improve symptoms. ไวยากรณ์

2:27

ซึ่งช่วยรักษาความเสียหายของลำไส้และทำให้อาการดีขึ้น

วลี

การรักษาที่ได้ผลดีที่สุด

The most effective treatment หมายถึงการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกที่มีอยู่ most effective เป็นรูปขั้นสุดของ effective จึงมักมี the อยู่ข้างหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ The most effective treatment for + condition + is + treatment ในที่นี้ effective ใช้ประเมินว่าการรักษาทำให้เกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพตามที่ต้องการได้ดีเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “การรักษาที่ได้ผลดีที่สุด”: ____ for mild dehydration is oral rehydration.

ดูคำตอบ

The most effective treatment

ไวยากรณ์

which helps heal ... and improve ...: อนุประโยค which ที่เสริมข้อมูลผลลัพธ์

เครื่องหมายจุลภาคและ which ใช้เปิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ which ย้อนกลับไปอ้างถึง a gluten-free diet และทำหน้าที่เป็นประธานของ helps อนุประโยคนี้เสริมข้อมูลเกี่ยวกับผลของอาหารนั้น ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงอาหารชนิดใด หลัง helps คำว่า heal และ improve เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกัน ทั้งสองคำบอกผลลัพธ์ที่อาหารชนิดเดียวกันช่วยให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่มีจุลภาค + which เพื่อเสริมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของได้ถูกต้อง?

  1. The school opened a study center, who gives students a quiet place to work.
  2. The school opened a study center, which gives students a quiet place to work.
  3. The school opened a study center, which it gives students a quiet place to work.
ดูคำตอบ

The school opened a study center, which gives students a quiet place to work.

Some people don't have celiac disease or a wheat allergy ไวยากรณ์

2:31

บางคนไม่ได้เป็นโรคเซลิแอคหรือมีอาการแพ้ข้าวสาลี

but still experience symptoms when they eat foods with gluten.

2:34

แต่ก็ยังมีอาการเมื่อกินอาหารที่มีกลูเตน

ไวยากรณ์

don't have A or B but still...: ตัดสองอย่างออกแต่ผลยังคงอยู่

ในประโยคนี้ don't have A or B ตัดทั้งโรคเซลิแอ็กและการแพ้ข้าวสาลีออกไป ในอนุประโยคปฏิเสธ or มักเชื่อมตัวเลือกที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของการปฏิเสธ จึงหมายความว่าไม่มีทั้งสองภาวะ But still นำเสนอผลที่ยังคงเป็นจริง แม้จะดูเหนือความคาดหมายหลังจากตัดสองภาวะนั้นออกแล้ว นั่นคืออาการยังคงอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ don't/doesn't have A or B but still + คำกริยา ซึ่งกล่าวถึงคำอธิบายที่ถูกตัดออกก่อน แล้วจึงบอกข้อเท็จจริงที่ยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไม่มีทั้งไข้และอาการไอ แต่ยังคงรู้สึกป่วยมาก?

  1. She doesn't have both a fever and a cough but still feels very ill.
  2. She doesn't have a fever or a cough, so she feels fine now.
  3. She doesn't have a fever or a cough but still feels very ill.
ดูคำตอบ

She doesn't have a fever or a cough but still feels very ill.

These people have non-celiac gluten sensitivity. การใช้คำ

2:38

คนเหล่านี้มีภาวะไวต่อกลูเตนที่ไม่ได้เกิดจากโรคเซลิแอค

การใช้คำ

non-celiac gluten sensitivity: สิ่งที่ non-celiac ตัดออก

ใน non-celiac gluten sensitivity คำว่า non-celiac ขยาย gluten sensitivity และระบุขอบเขตสำคัญว่า ภาวะนี้ไม่ใช่โรคเซลิแอ็ก คำเต็มนี้ใช้เรียกอาการที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารที่มีกลูเตน หลังจากตัดโรคเซลิแอ็กและการแพ้ข้าวสาลีออกแล้ว คำนี้ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของสองภาวะนั้น ดังนั้น non-celiac จึงเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้

แบบฝึกหัด

คนคนหนึ่งมีอาการหลังจากกินอาหารที่มีกลูเตน และการประเมินที่เหมาะสมได้ตัดโรคเซลิแอ็กกับการแพ้ข้าวสาลีออกแล้ว คำใดตรงกับคำอธิบายนี้?

  1. non-celiac gluten sensitivity
  2. wheat allergy
  3. celiac disease
ดูคำตอบ

non-celiac gluten sensitivity

They experience painful gut symptoms and suffer from fatigue,

2:42

พวกเขาจะประสบกับอาการทางลำไส้ที่เจ็บปวด และทรมานจากความเหนื่อยล้า

brain fog, joint pain, or skin rash. การใช้คำ

2:46

ภาวะสมองล้า ปวดข้อ หรือผื่นตามผิวหนัง

การใช้คำ

brain fog: อาการคิดไม่ชัดเหมือนสมองมีหมอก

brain fog เป็นสำนวนด้านสุขภาพแบบไม่เป็นทางการและเป็นภาพเปรียบเทียบ ใช้บอกความรู้สึกว่าคิดไม่ชัด อาจรวมถึงการจดจ่อยาก จำเรื่องต่าง ๆ ยาก หรือคิดได้ช้าลง ไม่ได้หมายความว่ามีหมอกอยู่ในสมองจริง ๆ ในรายการอาการนี้ brain fog เป็นชื่อเรียกประสบการณ์ที่ผู้มีอาการบอกเล่า ไม่ใช่ชื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจงเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสุขภาพแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงความรู้สึกคิดไม่ชัด: After the fever, Maya could not focus and had ____.

ดูคำตอบ

brain fog

A gluten-free diet typically helps with these symptoms. วลี

2:50

อาหารที่ปราศจากกลูเตนมักจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

วลี

helps with these: ช่วยเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึง

help with + ปัญหา อาการ หรืองาน หมายถึง “ทำให้สิ่งนั้นจัดการได้ง่ายขึ้น” หรือ “ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสิ่งนั้น” ใน helps with these symptoms คำว่า with นำหน้าสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงหรือจัดการ แต่สำนวนนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะหายขาด these ย้อนกลับไปหมายถึงอาการที่ระบุไว้ก่อนหน้า ใช้ this หรือ these เมื่อผู้ฟังหรือผู้อ่านระบุได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรจากสถานการณ์หรือข้อความก่อนหน้าเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย helps บุพบทที่จำเป็น และคำที่ย้อนกลับไปหมายถึงปัญหาทั้งสอง: Leo often forgets homework and loses notes. His new planner ____ problems.

ดูคำตอบ

helps with these

So how many people actually have this gluten sensitivity you speak of? น้ำเสียง/เจตนา

2:54

แล้วสรุปว่ามีคนสักกี่คนกันแน่ ที่มีภาวะไวต่อกลูเตนที่คุณพูดถึงนี้?

น้ำเสียง/เจตนา

this ... you speak of: การกล่าวอ้างถึงแบบเป็นทางการและหยอกล้อ

ใน gluten sensitivity you speak of ส่วน you speak of เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ละสรรพนามเชื่อมไว้ โดยขยาย gluten sensitivity และหมายถึง “ที่คุณพูดถึง” หรือ “ที่คุณเคยกล่าวถึง” ในโครงสร้าง this ... you speak of การเลือกใช้คำที่ค่อนข้างเป็นทางการและดูโบราณเล็กน้อยทำให้เกิดระยะห่าง ในที่นี้คำถามจึงฟังดูสงสัยแบบหยอก ๆ มากกว่าจะเป็นกลางอย่างสมบูรณ์ และแฝงความหมายคล้าย “ภาวะไวต่อกลูเตนที่คุณอ้างถึงนั่นน่ะ”

แบบฝึกหัด

you speak of ทำให้คำถามนี้มีน้ำเสียงอย่างไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยินชื่อของภาวะดังกล่าว
  2. หมายความว่าหัวข้อนี้ห้ามพูดถึงในการสนทนาทั่วไป
  3. ชี้กลับไปยังสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึง พร้อมสร้างระยะห่างที่ค่อนข้างเป็นทางการและมีน้ำเสียงหยอกล้อ
ดูคำตอบ

ชี้กลับไปยังสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึง พร้อมสร้างระยะห่างที่ค่อนข้างเป็นทางการและมีน้ำเสียงหยอกล้อ

Gluten sensitivity's occurrence in the general population is unclear, การใช้คำ

2:59

อุบัติการณ์ของภาวะไวต่อกลูเตนในประชากรทั่วไปยังไม่แน่ชัด

but likely much more common than wheat allergy or celiac disease. ไวยากรณ์

3:03

แต่น่าจะพบได้บ่อยกว่าอาการแพ้ข้าวสาลีหรือโรคเซลิแอคมาก

การใช้คำ

occurrence in the general population is unclear: ความถี่ในประชากรยังไม่แน่นอน

ในที่นี้ occurrence หมายถึงภาวะดังกล่าวพบได้บ่อยเพียงใด ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ครั้งเดียว ส่วน in the general population ระบุว่ากำลังกล่าวถึงประชากรโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงสูงที่คัดเลือกมา is unclear หมายถึงหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถระบุความถี่ได้ ไม่ได้หมายความว่าภาวะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ทั้งวลีเป็นถ้อยคำที่ระมัดระวังซึ่งพบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และสุขภาพ

แบบฝึกหัด

occurrence in the general population is unclear ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่แสดงว่าพบภาวะนี้บ่อยเพียงใดในประชากรโดยรวม
  2. ภาวะนี้ไม่สามารถเกิดกับคนที่อยู่นอกกลุ่มเสี่ยงสูงได้
  3. นักวิจัยทราบอัตราที่แน่นอนแล้ว แต่เลือกไม่ระบุ
ดูคำตอบ

หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่แสดงว่าพบภาวะนี้บ่อยเพียงใดในประชากรโดยรวม

ไวยากรณ์

likely much more common than: การเปรียบเทียบความต่างที่มากอย่างระมัดระวัง

ใน likely much more common than คำว่า likely บอกว่าการเปรียบเทียบนี้น่าจะเป็นจริง แต่ไม่ได้ยืนยันอย่างแน่นอน ส่วน much เน้นคำขั้นกว่า more common จึงสื่อว่าความถี่ต่างกันมาก โครงสร้างคือ (be) likely + much + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ช่วยบอกว่าความต่างมีมากพร้อมกับรักษาน้ำเสียงไม่ให้ฟันธง

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบอย่างระมัดระวังด้วยวลีเป้าหมาย: This reaction is ____ most people think.

ดูคำตอบ

likely much more common than

Diagnosis is based on the development of symptoms, วลี

3:08

การวินิจฉัยขึ้นอยู่กับการเกิดอาการ

the absence of wheat allergy and celiac disease, วลี

3:11

การไม่มีอาการแพ้ข้าวสาลีและโรคเซลิแอค

วลี

the absence of wheat allergy and celiac disease: การระบุว่าไม่มีภาวะทั้งสองอย่าง

โครงสร้าง The absence of + คำนาม ใช้เรียกภาวะ ผลตรวจ หรือลักษณะที่ไม่มีอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวมการไม่มีทั้งอาการแพ้ข้าวสาลีและโรคเซลิแอคให้เป็นรายการทางการรายการเดียวในคำอธิบายการวินิจฉัย ในที่นี้ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นเงื่อนไขสำหรับตัดโรคออกขณะประเมินภาวะไวต่อกลูเตน กล่าวคือ ไม่พบโรคทั้งสองที่ระบุไว้ โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้เมื่อคำอธิบายแบบเป็นทางการต้องบันทึกว่าบางสิ่งไม่มีอยู่หรือไม่ถูกตรวจพบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีนามแบบเป็นทางการ: The evaluation confirmed the ____.

ดูคำตอบ

absence of wheat allergy and celiac disease

and subsequent improvement on a gluten-free diet. วลี

3:14

และอาการที่ดีขึ้นตามมา เมื่อเปลี่ยนมากินอาหารที่ปราศจากกลูเตน

วลี

Diagnosis is based on: การนำเสนอหลักฐานสำหรับการวินิจฉัย

Diagnosis is based on หมายความว่าการวินิจฉัยกำหนดขึ้นโดยใช้หลักฐานที่ตามมา บุพบท on นำเข้าสู่เหตุผลรองรับการตัดสิน ไม่ใช่ตัวการวินิจฉัยเอง รูปถูกกระทำ be based on ทำให้ความสนใจอยู่ที่หลักฐานหรือเกณฑ์ แทนที่จะอยู่ที่ผู้วินิจฉัย ในประโยคนี้มีกลุ่มคำนามสามกลุ่มที่วางขนานกันหลัง on เพื่อให้หลักฐานสามข้อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายรูปปัจจุบันที่ใช้บอกพื้นฐาน: The score ____ three short tests.

ดูคำตอบ

is based on

วลี

subsequent improvement on a gluten-free diet: ลำดับเวลาและภาวะที่กำลังทำตามแผนการรักษา

Subsequent improvement หมายถึงการดีขึ้นที่สังเกตพบในภายหลังตามลำดับที่กำหนดไว้ในคำอธิบายทางการแพทย์รอบข้าง Subsequent เป็นคำบอกเวลาแบบเป็นทางการที่เชื่อมโยงการดีขึ้นนี้กับการประเมินหรือการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า โดยไม่ได้ระบุว่าเกิดขึ้นหลังจากนั้นนานเท่าใด On a gluten-free diet หมายถึงในช่วงที่ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารนั้น on ใช้ระบุอาหารที่กำลังรับประทานเป็นกิจวัตรระหว่างการสังเกต ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ วลีนี้รายงานความสัมพันธ์ด้านเวลาที่สังเกตพบ และไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าอาหารเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของการดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค The patient showed subsequent improvement on a gluten-free diet วลีนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การดีขึ้นที่เกิดขึ้นก่อนเริ่มแผนอาหาร
  2. การดีขึ้นที่ถูกวางไว้บนแผนอาหารซึ่งเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. การดีขึ้นที่สังเกตพบขณะที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารปลอดกลูเตน
ดูคำตอบ

การดีขึ้นที่สังเกตพบขณะที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารปลอดกลูเตน

There's no reliable blood or tissue test, การใช้คำ

3:17

ไม่มีการตรวจเลือดหรือตรวจเนื้อเยื่อที่เชื่อถือได้

การใช้คำ

reliable test: การตรวจที่เชื่อถือผลได้

There's no reliable blood or tissue test หมายถึงยังไม่มีการตรวจเลือดหรือเนื้อเยื่อที่น่าเชื่อถือเพียงพอจะใช้เป็นหลักฐานสำหรับภาวะนี้ เมื่อวาง no ไว้หน้าทางเลือกสองอย่างที่เชื่อมด้วย or ประโยคนี้จึงปฏิเสธว่ามีตัวเลือกที่เชื่อถือได้ในทั้งสองประเภท ในที่นี้ reliable ขยายคำว่า test ไม่ได้ใช้บรรยายเฉพาะคนเท่านั้น a reliable test คือการตรวจที่ให้ผลสม่ำเสมอและเชื่อถือได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการตรวจนั้นจะไม่มีวันผิดพลาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าแพทย์ยังไม่มีการตรวจที่เชื่อถือได้สำหรับภาวะนี้

  1. There is no rapid test for the condition yet.
  2. There is no reliable test for the condition yet.
  3. There is no painless test for the condition yet.
ดูคำตอบ

There is no reliable test for the condition yet.

partly because gluten sensitivity isn't a single disease and has a number of different possible causes. ลำดับความ

3:20

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะไวต่อกลูเตนไม่ใช่โรคเดี่ยว ๆ และมีสาเหตุที่เป็นไปได้หลายประการ

ลำดับความ

isn't a single disease and has a number of ... causes: คำอธิบายสองส่วน

อนุประโยคที่เน้นรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกันสองอย่างเกี่ยวกับภาวะไวต่อกลูเตน คือภาวะนี้ไม่ใช่โรคแบบเดียวกันทั้งหมด และอาจมีสาเหตุที่แตกต่างกันหลายอย่าง ภาคแสดงสองส่วนที่เชื่อมด้วย and ใช้ประธานเดียวกันตามโครงสร้าง gluten sensitivity isn't ... and gluten sensitivity has ... เมื่อดูทั้งประโยค ข้อเท็จจริงสองอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายว่าเหตุใดจึงสร้างการตรวจที่เชื่อถือได้เพียงแบบเดียวได้ยาก a number of หมายถึงหลายอย่าง ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไรในประโยคนี้

  1. ระบุจำนวนสาเหตุที่ทราบอย่างแน่นอน
  2. ให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกันสองอย่างเพื่อช่วยอธิบายว่าเหตุใดการวินิจฉัยจึงยาก
  3. ระบุว่าทุกกรณีมีสาเหตุเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ

ให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกันสองอย่างเพื่อช่วยอธิบายว่าเหตุใดการวินิจฉัยจึงยาก

For example, it may be the case that gluten can activate the immune system in the small intestine โน้ต

3:27

ตัวอย่างเช่น อาจเป็นไปได้ว่ากลูเตนสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้เล็ก

ลำดับความ

For example, it may be the case that: การนำเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้

For example บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นตัวอย่างเฉพาะหรือกลไกหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยช่วยจัดลำดับคำอธิบายจากการอภิปรายทั่วไปไปสู่ความเป็นไปได้ที่เจาะจง it may be the case that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่ตามหลัง that และ may ช่วยลดระดับความแน่นอน เมื่อรวมกัน วลีนี้นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ได้รับการยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

“For example, it may be the case that” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้นำเสนอกลไกหนึ่งที่เป็นไปได้ในฐานะตัวอย่าง
  2. วลีนี้ระบุว่ากลไกดังกล่าวได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดแล้ว
  3. วลีนี้ออกคำสั่งให้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอกลไกหนึ่งที่เป็นไปได้ในฐานะตัวอย่าง

วลี

gluten can activate the immune system: ความหมายของ activate ในชีววิทยา

ใน gluten can activate the immune system คำว่า activate หมายถึงทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนองหรือตอบสนองมากขึ้น คำกริยานี้ใช้กับระบบทางชีววิทยาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเครื่องจักร ระบบจึงเข้าสู่ภาวะทำงาน ไม่ได้ถูกเปิดเหมือนสวิตช์ตามความหมายตรงตัว วลีนี้ไม่ได้บอกว่าการตอบสนองดังกล่าวเป็นประโยชน์หรือไม่ การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นอาจช่วยปกป้องร่างกาย แต่ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบหรืออาการอื่นได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสารชนิดหนึ่งอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มตอบสนอง โดยไม่ได้อ้างว่าระบบแข็งแรงขึ้น

  1. The substance may activate the immune system.
  2. The substance may strengthen the immune system.
  3. The substance may suppress the immune system.
ดูคำตอบ

The substance may activate the immune system.

or cause it to become leaky. ไวยากรณ์

3:33

หรือทำให้ลำไส้เกิดภาวะรั่วซึมได้

ไวยากรณ์

cause it to become leaky: cause + กรรม + to become + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง cause + กรรม + to become + คำคุณศัพท์ หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้สิ่งที่เป็นกรรมเข้าสู่สภาพใหม่ ในที่นี้ it หมายถึงลำไส้เล็ก และ leaky บอกสภาพที่เกิดขึ้น หลัง cause ต้องตามด้วยกรรมและกริยารูป infinitive ที่มี to คือ cause it to become ไม่ใช่ cause it become ในบริบททางการแพทย์นี้ leaky เป็นการเปรียบเทียบว่าผนังกั้นของลำไส้ยอมให้สารผ่านได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าลำไส้รั่วเหมือนท่อที่ชำรุด

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย cause + object + to become ให้สมบูรณ์: Very cold weather can cause the rubber ____ brittle.

ดูคำตอบ

to become

But sometimes people claiming gluten sensitivity are actually sensitive not to wheat proteins, ไวยากรณ์

3:35

แต่บางครั้งคนที่อ้างว่ามีภาวะไวต่อกลูเตน จริง ๆ แล้วไม่ได้ไวต่อโปรตีนข้าวสาลี

but sugars found in wheat and other foods called fructans. การใช้คำ

3:41

แต่เป็นน้ำตาลที่พบในข้าวสาลีและอาหารอื่น ๆ ที่เรียกว่า ฟรุกแทน

ไวยากรณ์

sensitive not to A, but B: การแก้ไขตัวกระตุ้นที่แท้จริง

รูปแบบ not A, but B ใช้แก้ไขคำอธิบายที่คาดไว้ โดยปฏิเสธ A แล้วเสนอ B เป็นคำตอบที่ถูกต้องกว่า ในที่นี้ สำหรับบางคน โปรตีนจากข้าวสาลีถูกปฏิเสธว่าเป็นตัวกระตุ้น และน้ำตาลที่เรียกว่าฟรุกแทนถูกเสนอว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาไวต่อจริง ๆ ใจความสำคัญอยู่ที่ B หลัง but Sensitive ใช้กับคำบุพบท to ในประโยคนี้ to ตัวที่สองถูกละไว้แต่ยังเข้าใจได้ว่าอยู่ตรงนั้น: sensitive not to wheat proteins, but (to) sugars ในการพูดหรือเขียนอย่างระมัดระวัง การใช้คำบุพบทซ้ำเป็น sensitive not to A, but to B จะทำให้โครงสร้างคู่ขนานชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแก้ไข not ... but ... ให้สมบูรณ์: Lina is sensitive not to dairy, ____ to a preservative in the sauce.

ดูคำตอบ

but

การใช้คำ

sugars ... called fructans: น้ำตาลที่เรียกว่าฟรุกแทน

ในประโยคนี้ fructans หรือฟรุกแทนถูกนำเสนอว่าเป็นน้ำตาลที่พบตามธรรมชาติในข้าวสาลีและอาหารอื่น ๆ คำว่า sugars ในที่นี้เป็นศัพท์กว้าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์อาหารที่หมายถึงคาร์โบไฮเดรตบางชนิด ไม่ได้หมายถึงแค่น้ำตาลทรายที่เติมลงในอาหาร found in wheat and other foods บอกว่าน้ำตาลเหล่านี้พบที่ไหน ส่วน called fructans บอกชื่อของมัน โครงสร้าง “คำนาม + found in ... + called ...” ใช้เพื่อแนะนำและระบุสารชนิดหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ fructans คืออะไร?

  1. โปรตีนที่พบเฉพาะในข้าวสาลี
  2. กลุ่มน้ำตาลที่พบในอาหาร เช่น ข้าวสาลี
  3. น้ำตาลทรายที่เติมลงในอาหาร
ดูคำตอบ

กลุ่มน้ำตาลที่พบในอาหาร เช่น ข้าวสาลี

The human intestine can't break down or absorb fructans, วลี

3:46

ลำไส้ของมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายหรือดูดซึมฟรุกแทนได้

วลี

can't break down or absorb: ไม่สามารถย่อยสลายหรือดูดซึม

ในบริบทของการย่อยอาหาร break down หมายถึงการแยกอาหารหรือสารอื่นให้เป็นส่วนที่เล็กลง ส่วน absorb หมายถึงการนำสารผ่านลำไส้เข้าสู่ร่างกาย หรือการดูดซึม can't ใช้ปฏิเสธกริยาทั้งสองคำในวลี can't break down or absorb ในโครงสร้างปฏิเสธนี้ or เชื่อมสองสิ่งที่ลำไส้ทำไม่ได้ นั่นคือไม่สามารถย่อยสลายฟรุกแทนและไม่สามารถดูดซึมฟรุกแทนได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “แยกให้เป็นส่วนที่เล็กลงหรือนำเข้าสู่ร่างกาย” ลงในประโยค: A digestive problem can make it hard to ____ certain nutrients.

ดูคำตอบ

break down or absorb

so they make their way to the large intestine or colon, วลี

3:50

ดังนั้นพวกมันจึงเดินทางไปที่ลำไส้ใหญ่

วลี

make their way to: เคลื่อนตามเส้นทางไปจนถึงจุดหมาย

make one's way to หมายถึง “เคลื่อนไปยังสถานที่หนึ่งและไปถึงในที่สุด” โดยมักเน้นเส้นทางหรือกระบวนการเคลื่อนที่ ในประโยคนี้ they หมายถึง fructans จึงใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของ their เป็น make their way to the large intestine โครงสร้างคือ make + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way + to + สถานที่ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I make my way, we make our way และ it makes its way ตรงนี้ make ไม่ได้แปลว่า “สร้าง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ make one's way to: After the show, we ____ the exit through the crowd.

ดูคำตอบ

made our way to

where they're fermented by bacteria, การใช้คำ

3:53

ซึ่งจะถูกหมักโดยแบคทีเรีย

producing short-chain fatty acids and gases. การใช้คำ

3:55

ผลิตกรดไขมันสายสั้นและแก๊สออกมา

การใช้คำ

they're fermented by bacteria: กรรมวาจกที่บอกกระบวนการหมัก

They're fermented by bacteria เป็นโครงสร้างกรรมวาจก: they are + fermented + by bacteria ประธาน fructans เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ส่วน by bacteria บอกว่าแบคทีเรียเป็นผู้ทำให้เกิดการกระทำนั้น Ferment หมายถึงจุลินทรีย์ย่อยหรือเปลี่ยนแปลงสารหนึ่ง และมักทำให้เกิดสารอื่นตามมา คำนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับอาหารและเครื่องดื่ม แต่ยังใช้อธิบายสิ่งที่แบคทีเรียทำต่อสารในลำไส้ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคกรรตุวาจกข้อใดมีความหมายเหมือน “The carbohydrates are fermented by gut bacteria”?

  1. Gut bacteria ferment the carbohydrates.
  2. The carbohydrates ferment without bacteria.
  3. Gut bacteria are fermented with the carbohydrates.
ดูคำตอบ

Gut bacteria ferment the carbohydrates.

การใช้คำ

short-chain fatty acids and gases: ผลิตภัณฑ์จากการหมักสองชนิด

วลี short-chain fatty acids เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่หมายถึงกรดไขมันซึ่งมีสายโซ่คาร์บอนสั้น ในบริบทการย่อยอาหารนี้ gases หมายถึงแก๊สที่เกิดขึ้นในลำไส้ระหว่างการหมัก ไม่ใช่แก๊สเชื้อเพลิง คำว่า and เชื่อมผลิตภัณฑ์สองชนิด ได้แก่ short-chain fatty acids และ gases คำขยาย short-chain เป็นส่วนหนึ่งของ fatty acids เท่านั้น และไม่ได้ขยาย gases

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี short-chain fatty acids and gases หมายถึงอะไร

  1. เป็นเชื้อเพลิงสองชนิดที่ใช้ในลำไส้
  2. เป็นผลิตภัณฑ์สองชนิดจากการหมัก ได้แก่ กรดไขมันสายสั้นและแก๊สในลำไส้
  3. เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแก๊ส
ดูคำตอบ

เป็นผลิตภัณฑ์สองชนิดจากการหมัก ได้แก่ กรดไขมันสายสั้นและแก๊สในลำไส้

This leads to unpleasant symptoms in some people with bowel problems.

3:59

สิ่งนี้นำไปสู่อาการที่ไม่พึงประสงค์ในบางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

Another possible explanation behind gluten sensitivity is the nocebo effect. โน้ต

4:04

อีกคำอธิบายที่เป็นไปได้เบื้องหลังภาวะไวต่อกลูเตนคือ ปรากฏการณ์โนซีโบ

ลำดับความ

Another possible explanation behind: การเพิ่มสมมติฐานใหม่

Another บอกว่าได้มีการกล่าวถึงคำอธิบายอย่างน้อยหนึ่งอย่างไปแล้ว คำนี้เพิ่มอีกหนึ่งรายการเข้าไป ส่วน possible แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าคำอธิบายนั้นแน่นอน ในโครงสร้าง Another possible explanation behind X is Y นั้น X คือปรากฏการณ์ที่ต้องอธิบาย และ Y คือสาเหตุหรือคำอธิบายที่เสนอไว้ Behind หมายถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังในเชิงสาเหตุ ไม่ใช่อยู่ด้านหลังทางกายภาพ วลีนี้ช่วยเปลี่ยนจากสมมติฐานหนึ่งไปสู่อีกสมมติฐานหนึ่ง

แบบฝึกหัด

Another possible explanation behind ทำหน้าที่อะไรในการเรียบเรียงเนื้อหาตรงนี้

  1. ปฏิเสธคำอธิบายก่อนหน้าทั้งหมดและให้ข้อสรุปที่แน่นอน
  2. อธิบายตำแหน่งทางกายภาพของคำอธิบาย
  3. เพิ่มคำอธิบายใหม่ที่ยังไม่แน่นอนเข้าไปจากคำอธิบายที่กล่าวถึงแล้ว
ดูคำตอบ

เพิ่มคำอธิบายใหม่ที่ยังไม่แน่นอนเข้าไปจากคำอธิบายที่กล่าวถึงแล้ว

วัฒนธรรม

the nocebo effect: ความคาดหวังด้านลบและอาการ

ปรากฏการณ์โนซีโบเกิดขึ้นเมื่อความคาดหวังด้านลบมีส่วนทำให้เกิดอาการ หรือทำให้รู้สึกว่าอาการรุนแรงขึ้น จุดสำคัญคือ ความคาดหวังด้านลบ → การเปลี่ยนแปลงจริงในประสบการณ์ของบุคคล ในประโยคนี้ คำดังกล่าวถูกเสนอเป็นหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ของภาวะไวต่อกลูเตน คำนี้เป็นชื่อของผลที่เกี่ยวข้องกับความคาดหวัง ไม่ใช่ชื่อการตรวจทางการแพทย์ และคำว่า possible ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้อธิบายได้ทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย nocebo effect ได้ถูกต้องที่สุด

  1. การตรวจในห้องปฏิบัติการสามารถตรวจพบ nocebo ในร่างกายได้โดยตรง
  2. ความคาดหวังด้านลบอาจมีส่วนทำให้เกิดอาการที่บุคคลรู้สึกจริง
  3. บุคคลหนึ่งจงใจแต่งอาการขึ้นเพื่อหลอกผู้อื่น
ดูคำตอบ

ความคาดหวังด้านลบอาจมีส่วนทำให้เกิดอาการที่บุคคลรู้สึกจริง

This occurs when a person believes something will cause problems

4:09

สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อคนเราเชื่อว่าบางสิ่งจะก่อให้เกิดปัญหา

and because of that belief, it does. ลำดับความ

4:13

และเป็นเพราะความเชื่อนั้น ปัญหาก็เลยเกิดขึ้นจริง

ลำดับความ

because of that belief, it does: การบอกเหตุและการใช้คำแทนวลีกริยา

Because of that belief ระบุว่าความเชื่อนั้นเป็นสาเหตุของสิ่งที่ตามมา โดยเชื่อมความคิดก่อนหน้า “a person believes something will cause problems” เข้ากับผลลัพธ์ คือปัญหาเกิดขึ้นจริง ใน it does คำว่า it อ้างถึง something และ does ใช้แทน causes problems ความหมายเต็มคือ “because of that belief, it causes problems” การใช้คำแทนเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ และทำให้ประโยคดำเนินจากความคาดหวังไปสู่ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ในส่วนท้าย “because of that belief, it does” คำว่า “it does” หมายความว่าอะไร

  1. สิ่งนั้นก่อให้เกิดปัญหา
  2. ความเชื่อนั้นกลายเป็นวัตถุที่จับต้องได้
  3. ส่วนนี้ไม่เพิ่มความหมายและสามารถตัดออกได้เสมอ
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นก่อให้เกิดปัญหา

It's the opposite of the more well-known and much more fortuitous placebo effect. โน้ต

4:16

มันคือขั้วตรงข้ามของ ปรากฏการณ์พลาซีโบ ที่รู้จักกันดีกว่าและมีผลในทางที่ดีกว่ามาก

วลี

ใช้ It's the opposite of เพื่อเชื่อมแนวคิดที่ตรงข้ามกัน

โครงสร้าง X is the opposite of Y บอกว่า X และ Y มีความหมาย คุณสมบัติ ผลกระทบ หรือผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกัน ในที่นี้ it หมายถึงผลโนซีโบ ส่วน Y คือผลยาหลอก วลีนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับทิศทางทางกายภาพที่ตรงข้ามกันเท่านั้น แต่ยังใช้บอกความสัมพันธ์ระหว่างคำศัพท์หรือปรากฏการณ์สองอย่างได้อย่างรวดเร็วด้วย: Expansion is the opposite of contraction.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัวด้วยวลีที่กำหนด: A decrease is ____ an increase.

ดูคำตอบ

the opposite of

วัฒนธรรม

ความหมายของ more well-known and much more fortuitous placebo effect

ผลยาหลอกอาจเป็นการดีขึ้นที่เกี่ยวข้องกับความคาดหวังเชิงบวกหรือบริบทของการรักษา ไม่ได้เกิดจากสารออกฤทธิ์เฉพาะของการรักษาเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ ผลยาหลอกเป็นจุดอ้างอิงที่คนคุ้นเคยกว่าเพื่อช่วยให้เข้าใจผลโนซีโบที่ตรงข้ามกัน more well-known บอกว่าผลยาหลอกเป็นที่รู้จักมากกว่าผลโนซีโบ ส่วน much more fortuitous นำเสนอว่าผลลัพธ์ของยาหลอกเป็นประโยชน์กว่ามากและเกี่ยวข้องกับความบังเอิญ fortuitous มีแนวคิดของการเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และในบริบทนี้ ผลที่เกิดโดยบังเอิญนั้นยังเป็นผลที่โชคดีด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นไว้มีความหมายอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ผลยาหลอกเป็นที่รู้จักมากกว่า และถูกนำเสนอว่ามีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กว่ามากและเกี่ยวข้องกับความบังเอิญ
  2. ผลยาหลอกเป็นที่รู้จักน้อยกว่า และกล่าวกันว่าทำให้อาการแย่ลง
  3. ผลยาหลอกคือยาที่มีสารออกฤทธิ์และรับประกันผลได้
ดูคำตอบ

ผลยาหลอกเป็นที่รู้จักมากกว่า และถูกนำเสนอว่ามีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กว่ามากและเกี่ยวข้องกับความบังเอิญ

Given how much bad press gluten is getting in the media, โน้ต

4:21

ด้วยการรายงานข่าวเชิงลบเกี่ยวกับกลูเตนตามสื่อต่าง ๆ มากมาย

ไวยากรณ์

Given how much: ใช้ปริมาณเป็นพื้นฐานของการให้เหตุผล

เมื่อ Given อยู่ต้นอนุประโยคนี้ จะหมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” โดยนำเสนอข้อมูลที่ผู้พูดใช้เป็นพื้นฐานสำหรับข้อสรุปที่ตามมา ไม่ได้มีความหมายแบบถูกกระทำว่า “ถูกให้” โครงสร้าง Given how much + คำนามนับไม่ได้ + ประธาน + กริยา ใช้ how much เพื่อเน้นปริมาณหรือระดับ ส่วนที่ตามมาเป็นอนุประโยคซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ gluten is getting ไม่ใช่ is gluten getting

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี Given how much ให้ถูกต้อง: ____ time we have left, we should begin now.

ดูคำตอบ

Given how much

การใช้คำ

get bad press: ได้รับการนำเสนอข่าวเชิงลบจากสื่อ

bad press หมายถึงการนำเสนอข่าวหรือความสนใจในเชิงลบจากสื่อข่าว ใน get bad press คำว่า press หมายถึง “สื่อมวลชน” ไม่ใช่แรงกดทางกายภาพหรือการพิมพ์ ประโยคพื้นฐานคือ gluten is getting bad press in the media เมื่ออยู่หลัง how much กลุ่มคำ how much bad press จะปรากฏก่อนประธาน จึงเป็น how much bad press gluten is getting ความหมายคือในขณะนั้นกลูเตนกำลังได้รับการนำเสนอข่าวเชิงลบจากสื่อเป็นจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

“The airline is getting bad press” หมายความว่าอย่างไร?

  1. สายการบินกำลังซื้ออุปกรณ์การพิมพ์
  2. สายการบินกำลังได้รับการนำเสนอข่าวเชิงลบจากสื่อ
  3. สายการบินกำลังถูกกดทางกายภาพ
ดูคำตอบ

สายการบินกำลังได้รับการนำเสนอข่าวเชิงลบจากสื่อ

the nocebo response may play a role for some people who think they're sensitive to gluten. วลี

4:25

การตอบสนองแบบโนซีโบอาจมีบทบาทสำหรับบางคนที่คิดว่าตนเองไวต่อกลูเตน

วลี

nocebo response may play a role: ปัจจัยหนึ่งที่อาจมีส่วน

ในที่นี้ play a role หมายถึง “มีส่วนทำให้เกิดผล” หรือ “ช่วยอธิบายบางสิ่ง” ไม่ใช่การแสดงเป็นตัวละคร ประโยคนี้นำเสนอ nocebo response ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจมีผล may ทำให้ข้อกล่าวอ้างมีความระมัดระวังแทนที่จะยืนยันอย่างแน่นอน ถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่า nocebo response เป็นสาเหตุของปัญหาอย่างแน่นอนหรืออธิบายได้ทุกกรณี หากต้องการระบุกระบวนการหรือผลลัพธ์ที่ได้รับอิทธิพล ให้ใช้ play a role in + คำนามหรือรูป -ing ส่วน for some people จำกัดข้อกล่าวอ้างไว้ที่คนกลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนออย่างเป็นธรรมชาติว่าการนอนหลับเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจมีส่วน?

  1. An actor plays a role in the school musical.
  2. Sleep may play a role in memory formation.
  3. Sleep is the only possible cause of memory formation.
ดูคำตอบ

Sleep may play a role in memory formation.

For all these reasons, ลำดับความ

4:31

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้

ลำดับความ

For all these reasons: รวบรวมเหตุผลก่อนหน้าเพื่อเข้าสู่ข้อสรุป

For all these reasons รวบรวมเหตุผลหลายข้อที่กล่าวไปแล้ว และพาการอธิบายไปสู่ข้อสรุปที่เหตุผลเหล่านั้นสนับสนุน for หมายถึง “เพราะ/เนื่องจาก” all รวมเหตุผลทั้งหมดเข้าด้วยกัน และ these ชี้กลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า วลีนี้ไม่ได้เพิ่มเหตุผลใหม่ แต่ทำหน้าที่เป็นสัญญาณว่าส่วนของหลักฐานกำลังจบลง และข้อสรุปโดยรวมกำลังจะตามมา

แบบฝึกหัด

For all these reasons มักทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผล?

  1. วลีนี้แสดงว่าเหตุผลก่อนหน้าไม่สำคัญ
  2. วลีนี้นำเสนอเหตุผลใหม่ที่ยังไม่เคยกล่าวถึง
  3. วลีนี้รวบรวมเหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่เหตุผลเหล่านั้นสนับสนุน
ดูคำตอบ

วลีนี้รวบรวมเหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่เหตุผลเหล่านั้นสนับสนุน

it's clear that the problems people develop when they eat wheat

4:32

จึงเห็นได้ชัดว่าปัญหาที่คนเราเป็นเมื่อกินข้าวสาลี

and other grains aren't exclusively due to gluten. ไวยากรณ์

4:35

และธัญพืชอื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากกลูเตนแต่เพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

aren't exclusively due to gluten: ปฏิเสธคำกล่าวว่ามีสาเหตุเดียว

รูปแบบ be due to X นำเสนอว่า X เป็นสาเหตุ ส่วน exclusively จำกัดความหมายให้เป็น X และไม่มีสาเหตุอื่น เมื่อใช้ aren't ประโยคจะปฏิเสธเฉพาะคำกล่าวที่ว่า X เป็นสาเหตุเดียวเท่านั้น ดังนั้น วลีนี้จึงหมายความว่ากลูเตนไม่ใช่คำอธิบายเพียงอย่างเดียว กลูเตนอาจยังมีส่วนอยู่ แต่ถ้อยคำนี้เปิดโอกาสให้มีสาเหตุอื่นและทำให้ข้อสรุประมัดระวังมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ aren't exclusively due to gluten ได้ถูกต้องที่สุด

  1. กลูเตนไม่มีทางมีส่วนทำให้เกิดปัญหาได้เลย
  2. กลูเตนเป็นสาเหตุเดียวของปัญหาอย่างแน่นอน
  3. กลูเตนอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว
ดูคำตอบ

กลูเตนอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียว

So a better name than non-celiac gluten sensitivity might be wheat intolerance. ลำดับความ

4:39

ดังนั้น ชื่อที่ดีกว่า ภาวะไวต่อกลูเตนที่ไม่ได้เกิดจากโรคเซลิแอค อาจเป็น ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลี

ลำดับความ

So a better name than A might be B: การเสนอชื่อใหม่อย่างระมัดระวัง

So แสดงว่าประโยคนี้เป็นข้อสรุปที่ได้จากการอภิปรายก่อนหน้า รูปแบบ a better name than A might be B มองว่า A เป็นชื่อที่แม่นยำน้อยกว่า แล้วเสนอ B ว่าอาจเป็นชื่อที่ดีกว่า จึงเป็นการจัดข้อมูลเรื่องสาเหตุใหม่ให้อยู่ในรูปข้อเสนอด้านการตั้งชื่อ เหตุผลในที่นี้คือ หากปัญหาไม่ได้เกิดจากกลูเตนเพียงอย่างเดียว ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลีอาจอธิบายปัญหาที่กว้างกว่าได้ดีกว่า might be ทำให้ข้อเสนอยังคงเป็นเพียงความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การประกาศว่ามีการเปลี่ยนคำศัพท์อย่างเป็นทางการแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่หลักในการจัดเนื้อหาอย่างไร

  1. ประกาศว่าทั้งสองชื่อเหมือนกันอย่างเป็นทางการและใช้แทนกันได้
  2. ประกาศว่าชื่อภาวะไวต่อกลูเตนที่ไม่ใช่โรคเซลิแอคถูกห้ามใช้อย่างเป็นทางการแล้ว
  3. ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อเสนออย่างระมัดระวังว่า ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลีอาจเป็นชื่อที่แม่นยำกว่า
ดูคำตอบ

ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อเสนออย่างระมัดระวังว่า ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลีอาจเป็นชื่อที่แม่นยำกว่า

Okay, so if instead of telling people you're gluten-free, ไวยากรณ์

4:45

เอาล่ะ ถ้างั้นแทนที่จะบอกคนอื่นว่าคุณกินอาหารปลอดกลูเตน

you had to tell them you're wheat intolerant,

4:49

คุณต้องบอกพวกเขาว่าคุณมีภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลีแทน

ไวยากรณ์

ถ้าแทนที่จะบอกคนอื่นว่าคุณกินอาหารปลอดกลูเตน คุณต้องบอกว่าคุณแพ้ข้าวสาลี

ส่วนที่เน้นสร้างสถานการณ์สมมติที่มีการแทนที่กัน คือแทนที่จะบอกคนอื่นอย่างหนึ่ง คนคนนั้นกลับต้องบอกอีกอย่างหนึ่ง หลัง instead of ต้องตามด้วยกริยารูป gerund หรือรูป -ing ดังนั้น telling จึงระบุการกระทำที่ถูกแทนที่ had to ในที่นี้ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีต แต่แสดงแรงกดดันหรือความจำเป็นที่สมมติขึ้นภายในอนุประโยค if ส่วนผลของเงื่อนไขจะปรากฏในคำถามที่ใช้ would ต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ take the bus ในรูป instead of + -ing: If, ____, you had to walk home, would you leave early?

ดูคำตอบ

instead of taking the bus

would I still have to hear about it as often as I do now? น้ำเสียง/เจตนา

4:52

ฉันยังจะต้องทนฟังเรื่องนี้บ่อยเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

ฉันจะยังต้องได้ยินเรื่องนี้บ่อยเท่าตอนนี้ไหม: การบ่นด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

คำถามที่ใช้ would ถามถึงผลของการเปลี่ยนแปลงที่สมมติไว้ในอนุประโยค if ก่อนหน้า หากดูเพียงผิวเผิน ผู้พูดกำลังถามว่าจะยังคงได้ยินเรื่องนี้อยู่หรือไม่ แต่ในบริบท คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์เป็นหลัก ผู้พูดกำลังบ่นว่าการได้ยินเรื่องนี้บ่อยมากเป็นสิ่งน่ารำคาญ ไม่ได้ถามหาจำนวนครั้งที่แน่นอน Still have to ทำให้ประสบการณ์ที่เกิดซ้ำดูเป็นภาระที่ไม่ต้องการ ส่วน as often as I do now เปรียบเทียบสถานการณ์สมมติกับความถี่ในปัจจุบันที่ผู้พูดรู้สึกว่ามากอยู่แล้ว Hear about it หมายถึงได้ยินคนอื่นพูดถึงหรือสนทนาเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งลืมการบ้านเดิมซ้ำ ๆ คำถามนี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร? If the class app sent reminders, would I still have to remind you as often as I do now?

  1. ผู้พูดกำลังสัญญาว่าจะส่งคำเตือนเพิ่ม
  2. ผู้พูดกำลังถามจำนวนครั้งที่เตือนอย่างแน่นอน
  3. ผู้พูดกำลังบ่นว่าต้องเตือนบ่อยเกินไปอยู่แล้ว
  4. ผู้พูดอยากให้เพื่อนลืมบ่อยขึ้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังบ่นว่าต้องเตือนบ่อยเกินไปอยู่แล้ว

Your gluten sensitivity sensitivity is coming off as wheat intolerance intolerance. โน้ต

4:55

ความอ่อนไหวต่อ "ภาวะไวต่อกลูเตน" ของคุณ ดูเหมือนจะเป็นภาวะไม่ทนต่อ "ภาวะไม่ทนต่อข้าวสาลี" ซะแล้วล่ะ

สำนวน

sensitivity sensitivity ... intolerance intolerance: การเล่นคำด้วยการพูดซ้ำ

ประโยคนี้จงใจพูด sensitivity และ intolerance ซ้ำเพื่อเล่นคำ ใน gluten sensitivity คำว่า sensitivity เป็นชื่อภาวะสุขภาพ ส่วน sensitivity คำที่สองใช้ความหมายทั่วไปว่าอ่อนไหวหรือมีปฏิกิริยามากเกินไปต่อเรื่องภาวะนั้น ในทำนองเดียวกัน wheat intolerance ถูกใช้เป็นชื่อภาวะสุขภาพ ส่วน intolerance คำที่สองหมายถึงการไม่สามารถหรือไม่ยอมทนต่อหัวข้อนั้น การพูดซ้ำนี้เปลี่ยนชื่อที่ฟังดูเป็นศัพท์การแพทย์ให้เป็นคำโต้กลับเชิงหยอกล้อ ไม่ได้หมายถึงการระบุภาวะเพิ่มอีกสองอย่าง

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้คำที่พูดซ้ำในประโยคนี้กลายเป็นมุกตลก?

  1. คำทั้งสองระบุภาวะสุขภาพเดียวกันซ้ำสองครั้ง
  2. sensitivity และ intolerance คำที่สองใช้ความหมายทั่วไปเกี่ยวกับการมีปฏิกิริยาต่อหรือการยอมรับชื่อภาวะสุขภาพเหล่านั้น
  3. ผู้พูดกำลังแก้ไขคำที่เผลอพูดซ้ำสองแห่ง
ดูคำตอบ

sensitivity และ intolerance คำที่สองใช้ความหมายทั่วไปเกี่ยวกับการมีปฏิกิริยาต่อหรือการยอมรับชื่อภาวะสุขภาพเหล่านั้น

วลี

coming off as: ความรู้สึกที่คนคนหนึ่งทำให้เกิดขึ้น

Come off as + คำคุณศัพท์หรือวลีคำนาม หมายถึง “ทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกบางอย่าง” ใช้อธิบายว่าคำพูด พฤติกรรม หรือท่าทีของคนคนหนึ่งถูกมองอย่างไร ซึ่งอาจต่างจากสิ่งที่คนนั้นตั้งใจ ในที่นี้ is coming off as บอกว่าท่าทีก่อนหน้านั้นดูเหมือนเป็นความไม่ยอมรับรูปแบบหนึ่ง ความหมายนี้เกี่ยวกับความประทับใจ ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพของ come off ที่แปลว่า “หลุดออก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come off as: Although Mia meant to sound confident, she ____ arrogant.

ดูคำตอบ

came off as