ทารกสื่อสารกันอย่างไร? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าทารกแรกเกิดสื่อสารความต้องการให้ผู้ใหญ่ดูแลอย่างไรก่อนที่จะพูดได้ เนื้อหาพิจารณาการเคลื่อนไหวของร่างกายที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงพ่อแม่เข้ามาใกล้ และตั้งคำถามกับความคาดหวังที่ว่าความรักหรือความผูกพันต้องเกิดขึ้นทันที พร้อมชี้ว่าความรู้สึกดังกล่าวอาจค่อย ๆ พัฒนาระหว่างการทำความรู้จักทารก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Without someone caring for them, babies wouldn't survive. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ without ตามด้วยกลุ่มคำที่มี -ing เพื่อบอกเงื่อนไขสมมุติและผลที่ตามมาอย่างกระชับ เหมาะสำหรับอธิบายว่าเหตุใดบุคคลหรือผลลัพธ์หนึ่งจึงต้องอาศัยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง 2. intentional, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าคำคุณศัพท์นี้บอกว่าการกระทำนั้นมีการวางแผนหรือทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ และนำไปใช้พูดถึงพฤติกรรม การเคลื่อนไหว การออกแบบ หรือการสื่อสารได้ 3. love at first sight. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจความหมายของการเริ่มรักใครทันทีที่เห็นเป็นครั้งแรก และสังเกตได้ว่าสำนวนนี้ยังใช้กล่าวถึงความคาดหวังแบบอุดมคติว่าจะต้องรู้สึกใกล้ชิดทันที แม้ไม่ใช่บริบทความรักเชิงคู่รักก็ตาม
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
you'd better + คำกริยารูปพื้นฐานสำหรับคำแนะนำที่หนักแน่น
you'd better เป็นรูปย่อของ you had better ในประโยคนี้ใช้ให้คำแนะนำที่ค่อนข้างหนักแน่นว่าควรกินอะไรตอนนี้ มีน้ำหนักมากกว่า should และมักสื่อว่าสถานการณ์เร่งด่วนหรืออาจเกิดผลเสียหากไม่ทำตามคำแนะนำ โครงสร้างคือ had better + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น you'd better get ตรงนี้ better เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว ไม่ใช่คำเปรียบเทียบทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปย่อของ you had better เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: The roads are icy, so ____ drive slowly.
ดูคำตอบ
you'd better
Um can you pass me that pen, please, Beth? น้ำเสียง/เจตนา
0:27อืม ช่วยส่งปากกาด้ามนั้นให้หน่อยได้ไหม เบธ?
Can you pass me ..., please? สำหรับคำขอที่สุภาพ
Can you pass me that pen, please? เป็นคำขอ ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่า Beth มีความสามารถส่งปากกาให้หรือไม่ โครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน มักใช้ขอให้ใครทำบางอย่าง และ please ทำให้คำขอสุภาพขึ้น Pass me that pen มีความหมายเหมือน pass that pen to me คือขอให้อีกฝ่ายส่งปากกามาให้ การใช้รูปคำถามทำให้คำขอนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ ว่า Pass me that pen.
แบบฝึกหัด
ที่ร้านอาหาร ประโยคใดขอให้เพื่อนส่งเมนูให้คุณอย่างสุภาพ
- Can you pass the menu me, please?
- Can you passing me the menu, please?
- Can you pass me the menu, please?
ดูคำตอบ
Can you pass me the menu, please?
there you go: พูดว่า “นี่ไง” ตอนยื่นของให้
“There you go” เป็นวลีตายตัวที่ใช้ขณะยื่นสิ่งของที่อีกฝ่ายกำลังรอให้ ในประโยคนี้หมายถึง “นี่ไง ของคุณ” ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายกำลังจะไปยังสถานที่หนึ่ง วลีเดียวกันนี้ยังใช้บอกว่าช่วยทำเรื่องเล็ก ๆ เสร็จแล้วได้ เช่น ปรับบางอย่างให้หรือแสดงผลงานที่เสร็จแล้ว เป็นการบอกอีกฝ่ายว่า “ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว”
แบบฝึกหัด
คุณยื่นที่ชาร์จที่เพื่อนขอให้เพื่อน ควรพูดประโยคใดจึงเป็นธรรมชาติที่สุด
- Go over there.
- There you go.
- Where are you going?
ดูคำตอบ
There you go.
as babies: ช่วงชีวิตที่เป็นจริง
“As babies” หมายถึง “ในช่วงที่เรายังเป็นทารก” ตรงนี้ as นำเข้าสู่ช่วงชีวิตจริงที่ใช้กับประธานอย่างแท้จริง ในโครงสร้าง as + บทบาทหรือช่วงชีวิต วลีนี้บอกว่าสิ่งที่กล่าวในประโยคหลักเป็นจริงในสถานการณ์ใด เนื่องจากประธานคือ we จึงใช้คำนามพหูพจน์ babies
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าพวกเขาใช้เวลาทุกฤดูร้อนริมทะเลในช่วงที่พวกเขาเองยังเป็นเด็ก
- Like children, the adults ran excitedly toward the ice-cream truck.
- With their children, they spent every summer by the sea.
- As children, they spent every summer by the sea.
ดูคำตอบ
As children, they spent every summer by the sea.
not able to + คำกริยารูปพื้นฐาน: บอกว่าใครบางคนไม่สามารถทำบางอย่างได้
โครงสร้าง be + not able to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงใครบางคนไม่สามารถทำสิ่งหนึ่งได้ ในประโยคนี้ we're not able to speak หมายความว่าคนในกลุ่มพูดไม่ได้ เปลี่ยนรูป be ให้สอดคล้องกับประธานและเวลา แต่ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยาที่บอกการกระทำ เช่น am not able to, is not able to และ were not able to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ not able to ในรูปอดีตแบบย่อ: Yesterday, Leo was ill, so he ____ come to school.
ดูคำตอบ
wasn't able to
We can only communicate with our bodies or by crying. ไวยากรณ์
0:36เราสามารถสื่อสารได้ด้วยร่างกายของเราหรือโดยการร้องไห้เท่านั้น
or by crying: ใช้ by + คำกริยา-ing เพื่อบอกวิธี
by ในที่นี้หมายถึง “ด้วยวิธี...” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ” ส่วน by crying บอกว่าคนในกลุ่มสื่อสารกันอย่างไร ใช้ by + คำกริยา-ing เพื่อบอกวิธี เช่น by crying, by asking หรือ by drawing คำว่า or เชื่อม by crying กับอีกวิธีหนึ่งคือ with our bodies
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน walk it every day ให้เป็นวลีบอกวิธีแบบ by + -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Kai learned the route ____.
ดูคำตอบ
by walking it every day
rely on others ... for our survival: เราพึ่งพาใครและต้องการอะไร
Rely on someone for something หมายถึงต้องพึ่งพาคนนั้นหรือกลุ่มนั้นเพื่อให้ได้สิ่งที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ others คือคนที่เราพึ่งพา ส่วน for our survival ระบุความต้องการที่คนเหล่านั้นช่วยเติมเต็ม ซึ่งก็คือการอยู่รอดของเรา Totally บอกว่าการพึ่งพานั้นเป็นไปอย่างสิ้นเชิง คำนี้อาจอยู่ระหว่างคนที่เราพึ่งพากับวลีที่ขึ้นต้นด้วย for ได้ แต่รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ rely on someone for something
แบบฝึกหัด
ใช้ rely on ... for ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: Many families ____ local farms ____ fresh food.
ดูคำตอบ
rely on · for
been one: one ใช้แทนคำนามที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ใน been one คำว่า one ใช้แทนคำนาม baby ที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ We've all been one หมายความว่าทุกคนเคยเป็นทารก โดยไม่ต้องพูดคำว่า baby ซ้ำ one ในที่นี้หมายถึงสมาชิกหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่งในประเภทนั้น ไม่ได้หมายถึงเลข 1 และสามารถใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ เช่น หลังจากกล่าวถึง a teacher สามารถพูดว่า one และหลังจากกล่าวถึง a red cup สามารถพูดว่า a red one
แบบฝึกหัด
ใน “Mina is a doctor, and her brother is one too,” คำว่า one หมายถึงอะไร?
- หมายความว่าพี่ชายหรือน้องชายของเธอก็เป็นหมอเช่นกัน
- หมายความว่าพี่ชายหรือน้องชายของเธอได้พบหมอคนเดียวกัน
- หมายความว่าพี่ชายหรือน้องชายของเธอเป็นอันดับหนึ่ง
ดูคำตอบ
หมายความว่าพี่ชายหรือน้องชายของเธอก็เป็นหมอเช่นกัน
but how do newborn babies tell mum and dad what's going on before they can speak? กริยาวลี
0:48แต่ทารกแรกเกิดจะบอกพ่อและแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พวกเขาจะพูดได้อย่างไร?
What's going on: ใช้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
What's going on หมายถึง “เกิดอะไรขึ้น” หรือ “ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวถึงความต้องการ ความรู้สึก หรือสภาพของทารกแรกเกิดโดยรวม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทารกต้องสื่อสารก่อนที่จะพูดได้ ในที่นี้ go on ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางร่างกาย แต่สองคำนี้รวมกันหมายถึง “เกิดขึ้น” ส่วน what's going on ทั้งกลุ่มคือสิ่งที่ทารกบอกให้พ่อแม่รู้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีแบบย่อสามคำจากตัวอย่างเพื่อถามถึงสถานการณ์: Everyone suddenly became quiet. ____?
ดูคำตอบ
What's going on
That's what we'll be investigating in this episode, ลำดับความ
0:53นั่นคือสิ่งที่เราจะมาตรวจสอบกันในตอนนี้
That's what we'll be investigating: เปลี่ยนคำถามก่อนหน้าให้เป็นหัวข้อ
That's what we'll be investigating ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยย้อนกลับไปยังคำถามที่เพิ่งถาม แล้วกำหนดให้คำถามนั้นเป็นหัวข้อของส่วนต่อไป That's ชี้กลับไปยังประเด็นก่อนหน้า ส่วน what we'll be investigating หมายถึง “สิ่งที่เราจะตรวจสอบ” นี่ไม่ใช่คำถามโดยตรง ภายใน what we'll be investigating คำต่าง ๆ เรียงแบบประโยคบอกเล่า คือ we อยู่ก่อน will ประโยคนี้จึงเชื่อมสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งได้ยินกับการบอกล่วงหน้าว่าจะพูดเรื่องอะไรต่อ
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอเพิ่งถามว่า “Why are the town's bees disappearing?” ประโยคใดเปลี่ยนคำถามนั้นให้เป็นหัวข้อของการนำเสนอได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- That's why we'll be investigating it today.
- That's what we'll be investigating today.
- What will we be investigating today?
ดูคำตอบ
That's what we'll be investigating today.
along with: การเพิ่มรายการรอง
along with หมายถึง “ร่วมกับ” หรือ “รวมทั้ง” ใช้เพิ่มคนหรือสิ่งอื่นเข้าไปในเนื้อหาหลักที่กำลังนำเสนอ ในส่วนนี้ คำดังกล่าวเพิ่ม some useful new vocabulary สิ่งที่อยู่หลัง along with มักถูกนำเสนอเป็นข้อมูลเสริมและอาจได้รับการเน้นน้อยกว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ตรงนี้ along เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว along with ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามทางหรือข้างทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถือว่าผู้ช่วยเป็นข้อมูลเสริมที่เพิ่มเข้ามาจากประธานหลักได้ถูกต้อง?
- The teacher, along with two helpers, is joining the trip.
- The teacher along two helpers is joining the trip.
- The teacher, along with two helpers, are joining the trip.
ดูคำตอบ
The teacher, along with two helpers, is joining the trip.
all of which you can find on our website, bbclearningenglish.com.
0:58ซึ่งคุณสามารถค้นหาทั้งหมดได้ในเว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com
Baby communication is a topic child psychotherapist Marie de Rome writes about in her new book, การใช้คำ
1:02การสื่อสารของทารกเป็นหัวข้อที่นักจิตบำบัดเด็ก มารี เดอ โรม เขียนไว้ในหนังสือเล่มใหม่ของเธอ
child psychotherapist: ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับเด็ก
child psychotherapist เป็นชื่อตำแหน่งอาชีพแบบคำประสม หมายถึงนักจิตบำบัดที่ทำงานกับเด็ก ในประโยคนี้ ตำแหน่งดังกล่าวอยู่หน้าชื่อ Marie de Rome และบอกถึงสาขาความเชี่ยวชาญของเธอ ในคำนามประสมภาษาอังกฤษ คำนามที่อยู่หน้าชื่ออาชีพสามารถบอกกลุ่มคนที่ให้บริการหรือสาขางานได้ ตรงนี้ child ขยาย psychotherapist ไม่ได้หมายความว่านักจิตบำบัดคนนั้นเป็นเด็ก
แบบฝึกหัด
child psychotherapist ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- นักจิตบำบัดที่ทำงานกับผู้ปกครองเท่านั้น
- นักจิตบำบัดที่ทำงานกับเด็ก
- เด็กที่กำลังฝึกเป็นนักจิตบำบัด
ดูคำตอบ
นักจิตบำบัดที่ทำงานกับเด็ก
want us to know: want + กรรม + to-infinitive
ใน want us to know คำว่า want ตามด้วยกรรม us และ to-infinitive to know กรรมจะบอกว่าใครเป็นผู้ทำกริยาตัวที่สอง นั่นคือ “เรา” เป็นผู้ที่ต้องรู้ ใช้โครงสร้าง want + someone + to + verb เมื่อคนหนึ่งต้องการให้อีกคนทำหรือเข้าใจบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ us และ listen ตามโครงสร้างที่ถูกต้อง: The teacher wants ____ quietly.
ดูคำตอบ
us to listen
Here's Marie's answer: การเกริ่นนำเนื้อหาถัดไป
Here's Marie's answer ใช้เสนอคำตอบที่จะตามมา ในการเปลี่ยนช่วงแบบนี้ here's คือ here is ในความหมายว่า “สิ่งที่จะนำเสนอตอนนี้คือสิ่งนี้” ไม่ได้หมายความว่าคำตอบอยู่ในสถานที่จริงแห่งหนึ่ง ผู้พูดใช้ Here's + นามวลี เพื่อพาผู้ฟังเปลี่ยนจากคำถามหรือบทนำไปสู่คำตอบ ตัวอย่าง คลิป หรือหัวข้อถัดไปอย่างลื่นไหล
แบบฝึกหัด
พิธีกรกำลังจะนำเสนอคำตอบของ Maya ประโยคใดใช้เปลี่ยนช่วงได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Maya's answer is under the table.
- Here's Maya's answer.
- Where's Maya's answer?
ดูคำตอบ
Here's Maya's answer.
100% ใน need us 100%: หมายถึง “อย่างเต็มที่”
ในที่นี้ 100% เป็นวลีวิเศษณ์ที่ใช้เน้นความหมายว่า “อย่างสมบูรณ์” หรือ “ในระดับสูงสุด” ใน need us 100% วลีนี้เน้นว่าเด็กทารกพึ่งพาผู้ใหญ่ทั้งหมด ไม่ได้กำลังรายงานเปอร์เซ็นต์ที่วัดได้ การใช้แบบเดียวกันนี้ใช้เน้นการเห็นด้วย การสนับสนุน หรือความมั่นใจในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการได้ด้วย I agree 100% หมายถึง “เห็นด้วยอย่างเต็มที่” ให้ดูคำกริยาและบริบทโดยรอบเพื่อแยกว่ า 100% เป็นข้อมูลตามตัวอักษรหรือเป็นคำเน้นความหมาย
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ 100% เพื่อเน้นการเห็นด้วยในแบบไม่เป็นทางการ
- The bottle is 100% full.
- The answer is 100% correct.
- I 100% agree with your plan.
ดูคำตอบ
I 100% agree with your plan.
Without someone caring for them ... wouldn't survive: เงื่อนไขด้วย without และ -ing
Without someone caring for them ใช้เริ่มต้นเงื่อนไขโดยบอกสิ่งที่ขาดหายไป นั่นคือการมีคนดูแลพวกเขา วลี -ing หลัง without เป็นวิธีพูดเงื่อนไขแบบกระชับ ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับ if no one cared for them Babies wouldn't survive บอกผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น ในที่นี้ wouldn't หมายถึง would not ภายใต้เงื่อนไขนั้น ไม่ได้หมายถึงนิสัยในอดีตหรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต รูปแบบนี้ใช้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากขาดการช่วยเหลือที่จำเป็น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ without + บุคคล + -ing เพื่อบอกเงื่อนไขที่ขาดหายไปได้อย่างถูกต้อง
- Without anyone help us, we wouldn't finish on time.
- Without anyone to helping us, we wouldn't finish on time.
- Without anyone helping us, we wouldn't finish on time.
ดูคำตอบ
Without anyone helping us, we wouldn't finish on time.
on a basic level: บอกมุมมองที่ง่ายที่สุด
on a basic level หมายถึง “เมื่อมองเฉพาะส่วนที่ง่ายและสำคัญที่สุด” ในที่นี้วลีนี้บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีข้อสรุปสั้น ๆ ก่อนอธิบายรายละเอียดเพิ่ม คำว่า level ในที่นี้หมายถึงมุมหรือระดับของการวิเคราะห์และทำความเข้าใจ ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ ใช้วลีนี้เพื่อเริ่มอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนแบบง่าย ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ "on a basic level" บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- ผู้พูดกำลังอธิบายความสูงทางกายภาพของบางสิ่ง
- ผู้พูดกำลังให้รายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดพร้อมกัน
- ผู้พูดกำลังบอกใจความหลักที่ง่ายที่สุดก่อนเพิ่มรายละเอียด
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังบอกใจความหลักที่ง่ายที่สุดก่อนเพิ่มรายละเอียด
Take care of me: การใช้ take care of + กรรม
Take care of me หมายถึง “ดูแลฉันและจัดการสิ่งที่ฉันต้องการ” ในที่นี้คำพูดนี้สรุปสิ่งที่ทารกต้องการจากผู้ดูแล ไม่จำเป็นต้องเป็นคำที่ทารกพูดออกมาจริง ๆ โครงสร้างคำกริยาคือ take care of + คน สัตว์ หรือสิ่งของ กรรมหลัง of บอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ได้รับการดูแล
แบบฝึกหัด
ใช้ take care of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Please ____ your little brother until I get home.
ดูคำตอบ
take care of
we'll hear more soon, but first ...: บอกล่วงหน้าถึงเนื้อหาถัดไปแล้วเปลี่ยนจุดสนใจชั่วคราว
We'll hear more soon เป็นการบอกล่วงหน้าว่าหัวข้อปัจจุบันจะดำเนินต่อในภายหลัง ส่วน but first เปลี่ยนไปยังสิ่งที่ต้องทำก่อนจะกลับมาที่หัวข้อนั้น ซึ่งในประโยคนี้คือการถามคำถาม รูปแบบ “ทำ A ภายหลัง แต่ but first ทำ B” ช่วยให้ลำดับชัดเจน ในที่นี้ but ไม่ได้ยกเลิก A แต่แสดงว่ากำลังเปลี่ยนจุดสนใจชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทำสิ่งนี้ก่อนกลับไปยังหัวข้อที่บอกไว้”: We'll hear more about the results soon, ____ I have a question for you.
ดูคำตอบ
but first
Although ..., babies are born ...: เกริ่นด้วยการยอมรับข้อเท็จจริงอีกด้าน
อนุประโยค Although they look small and helpless ยอมรับความประทับใจที่เป็นจริงก่อน ซึ่งเรียกว่าอนุประโยคแสดงการยอมรับหรือข้อขัดแย้ง จากนั้นประโยคหลัก babies are born ... จึงเสนอประเด็นที่ตรงกันข้ามและเป็นสิ่งที่ผู้พูดต้องการเน้น รูปแบบนี้หมายถึง even though X, Y โดย X ให้ข้อมูลพื้นหลังหรือสิ่งที่ดูเหมือนเป็นอุปสรรค ส่วน Y เป็นข้อความหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ although ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อนเสนอข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามและสำคัญกว่า?
- Although the bag looking small, it holds a lot.
- Although the bag looks small, but it holds a lot.
- Although the bag looks small, it holds a lot.
ดูคำตอบ
Although the bag looks small, it holds a lot.
So, which of the following statements about newborn babies is true? ลำดับความ
1:53ดังนั้น ข้อความใดต่อไปนี้เกี่ยวกับทารกแรกเกิดที่เป็นความจริง?
which of the following statements: การเลือกจากรายการ
which of the following statements หมายถึง “ข้อความใดในรายการที่กำหนด” โครงสร้าง which of + กลุ่มที่ระบุชัดเจน จำกัดขอบเขตการเลือกไว้ที่ตัวเลือกที่ให้มา ในที่นี้ following เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ที่จะแสดงต่อไป” หรือ “ที่ระบุไว้ด้านล่าง” ไม่ได้หมายถึง “ที่กำลังเดินตามใคร” ในแบบทดสอบ วลีนี้บอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบข้อความในรายการแล้วเลือกหนึ่งข้อ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามแบบทดสอบด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “ข้อความใดในรายการที่ระบุไว้”: ____ is true?
ดูคำตอบ
Which of the following statements
a full set of teeth: ของครบหนึ่งชุด
a full set of teeth หมายถึงมีฟันทุกซี่ที่ควรอยู่ในชุดที่ครบถ้วน ในที่นี้ set เป็นคำนามนับได้ หมายถึง “กลุ่มสิ่งของที่อยู่เป็นชุดเดียวกัน” ส่วน full บอกว่าส่วนที่ควรมีนั้นไม่ขาดไปเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a full set of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a full set of tools คำนามหลัง of ระบุว่าสิ่งของในชุดนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
ใช้ a full set of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The game box contains ____ cards.
ดูคำตอบ
a full set of
Or C, babies have the same number of bones as an adult. ไวยากรณ์
2:05หรือ C ทารกมีจำนวนกระดูกเท่ากับผู้ใหญ่
the same number of bones as: การเปรียบเทียบจำนวนที่เท่ากัน
ในตัวเลือกนี้ the same number of bones as สื่อว่าจำนวนกระดูกของทารกกับผู้ใหญ่เท่ากัน รูปแบบคือ the same number of + คำนามนับได้พหูพจน์ + as + คนหรือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ as an adult เป็นรูปย่อของ as an adult has โดยละคำกริยาที่ซ้ำกันได้ หลัง same ใช้ as ไม่ใช้ than โดย than มักใช้กับคำเปรียบเทียบอย่าง more หรือ fewer ที่นี่ใช้ number เพราะ bones เป็นคำนามนับได้
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบที่เรียนมาเพื่อแสดงว่าสองทีมมีจำนวนผู้เล่นเท่ากัน: This team has ____ number of players ____ that one.
ดูคำตอบ
the same · as
go with B: การเลือกตัวเลือก
ในบริบทของคำถามแบบปรนัยนี้ go with B หมายถึงเลือกข้อ B โดยแสดงว่า B คือคำตัดสินใจของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงการไปที่ใดที่หนึ่งกับคนชื่อ B รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ go with + ตัวเลือกหรือสิ่งที่เลือก มักสื่อว่าเป็นการตัดสินใจหลังจากพิจารณาทางเลือกที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เรียนซึ่งมีความหมายว่าเลือก: After checking the menu, I'll ____ the vegetable soup.
ดูคำตอบ
go with
Well, we'll find out if that's right at the end of the program. กริยาวลี
2:18เอาล่ะ เราจะมารอดูกันว่าถูกต้องหรือไม่ในตอนท้ายของรายการ
find out if that's right: ตรวจสอบคำตอบที่ยังไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่
find out if that's right หมายถึงการได้ข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าสิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ find out ไม่ได้หมายถึงการตามหาสิ่งของ แต่หมายถึงการเปลี่ยนจากยังไม่รู้เป็นรู้ด้วยการตรวจสอบหรือรอผล อนุประโยคที่มี if บอกคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ต้องหาคำตอบว่า สิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่ ในประโยคนี้ we'll find out ... at the end แสดงว่าตอนนี้ยังไม่รู้คำตอบ และจะรู้ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ผลการทดสอบยังไม่ออก ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราจะได้รู้ในภายหลังว่าที่เดาไว้นั้นถูกต้องหรือไม่
- We'll find out if our guess was right when the result arrives.
- We'll guess whether the result is right.
- We already know that our guess was right.
ดูคำตอบ
We'll find out if our guess was right when the result arrives.
you've spent time with a ...: บอกประสบการณ์ที่เคยอยู่กับใครบางคน
spend time with someone หมายถึงการอยู่กับคนนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งมักรวมถึงการพูดคุย ดูแล หรือทำกิจกรรมร่วมกัน spend ใช้กับ time ได้ ไม่ได้ใช้กับเงินเท่านั้น และ with ใช้นำหน้าคนที่เราอยู่ด้วย you've spent เป็นรูป present perfect ของ spend ในอนุประโยคที่มี if หมายถึง ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนจนถึงตอนนี้ a เป็นส่วนหนึ่งของ a baby ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have spent time with + คน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “อยู่กับใครสักคน”: I like to ____ my grandparents on Sundays.
ดูคำตอบ
spend time with
you've probably noticed how much they move their little arms and legs. ไวยากรณ์
2:24คุณอาจสังเกตเห็นว่าพวกเขาขยับแขนขาเล็ก ๆ บ่อยแค่ไหน
how much they move: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแฝง
ในประโยคนี้ how much they move เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง noticed เพื่อบอกสิ่งที่คุณน่าจะสังเกตเห็น คือระดับหรือปริมาณการเคลื่อนไหวของพวกเขา เพราะคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า: how much + ประธาน + กริยา ต้องพูดว่า how much they move ไม่ใช่ how much do they move
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่มีลำดับคำถูกต้องหลัง noticed
- Have you noticed how much the puppy moves?
- Have you noticed how much does the puppy move?
- Have you noticed how much moves the puppy?
ดูคำตอบ
Have you noticed how much the puppy moves?
Here, Marie de Rome explains the meaning of these movements to BBC Radio 4 program Woman's Hour. วัฒนธรรม
2:28ที่นี่ มารี เดอ โรม อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวเหล่านี้ให้รายการ Woman's Hour ของ BBC Radio 4 ฟัง
BBC Radio 4 program Woman's Hour: ชื่อแหล่งที่มาจากสื่อ
BBC Radio 4 เป็นสถานีวิทยุของสหราชอาณาจักร และ Woman's Hour เป็นชื่อรายการหนึ่งของสถานีนี้ วลีนี้ระบุว่าคำอธิบายของ Marie de Rome ถูกนำเสนอหรือรายงานที่ไหน นั่นคือในรายการวิทยุ ไม่ใช่สถานที่หรือช่วงเวลาทั่วไป Woman's Hour ในที่นี้เป็นชื่อเฉพาะของรายการ จึงควรเข้าใจว่าเป็นชื่อ ไม่ใช่แปลแยกทีละคำ
แบบฝึกหัด
Woman's Hour ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงทั่วไปสำหรับผู้หญิง
- อาคารที่ BBC Radio 4 เป็นเจ้าของ
- ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4
ดูคำตอบ
ชื่อรายการหนึ่งของ BBC Radio 4
synchronized: ประสานจังหวะเวลาให้ตรงกัน
ในที่นี้ synchronized บอกว่าการเคลื่อนไหวหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างประสานกัน โดยมีเวลาหรือจังหวะที่สอดคล้องกัน คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ตั้งใจ” แต่ยังสื่อว่าการเคลื่อนไหวทำงานร่วมกันตามเวลา คำนี้ใช้บรรยายการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ รวมถึงนาฬิกา อุปกรณ์ การบันทึกเสียง หรือการกระทำของกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เติมคำเป้าหมายที่หมายถึง “ประสานจังหวะเวลาให้ตรงกัน” ให้ประโยคสมบูรณ์: The dancers practiced until their movements were ____.
ดูคำตอบ
synchronized
to the naked eye: มองด้วยตาเปล่าโดยไม่ใช้เครื่องมือ
To the naked eye เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงเมื่อมองด้วยสายตาปกติโดยไม่มีอุปกรณ์หรือภาพขยายช่วย ในที่นี้วลีนี้บอกว่า appear very jerky คือภาพที่เห็นจากการมองการเคลื่อนไหวในตอนแรก Naked ใช้บอกว่าดวงตาไม่มีเครื่องมือช่วย ไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า วลีนี้มักสื่อว่าการวัดอย่างละเอียดขึ้นอาจให้ผลที่ต่างออกไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อมองโดยไม่ใช้เครื่องมือ” ให้สมบูรณ์: ____, the tiny scratch is almost invisible.
ดูคำตอบ
To the naked eye
appear very jerky: appear + คำคุณศัพท์
ใน appear very jerky คำว่า appear เป็นกริยาเชื่อมและตามด้วยวลีคุณศัพท์ very jerky โดยตรง ในที่นี้หมายความว่าเมื่อมองด้วยตาเปล่า การเคลื่อนไหวนั้นดูฉับพลันและไม่ราบรื่น Appear แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นหรือเป็นความรู้สึกจากการมอง ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงโดยตรง เมื่อข้างหลังเป็นคำคุณศัพท์ ไม่ต้องเติม like ให้พูดว่า appear very jerky ไม่ใช่ appear like very jerky
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ appear + very jerky: “From a distance, the robot's movement ____.”
ดูคำตอบ
appears very jerky
bring us in: ให้ใครบางคนเข้าร่วมการโต้ตอบ
ใน bring us in คำว่า bring ... in ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ การเคลื่อนไหวของทารกดึงพ่อแม่เข้าสู่การโต้ตอบและกระตุ้นให้ตอบสนอง ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ โครงสร้าง bring + คน + in สามารถนำไปใช้เพื่อหมายถึงการให้คนนั้นเข้าร่วมการสนทนา กิจกรรม การตัดสินใจ หรือการโต้ตอบ ในที่นี้ the parents อธิบายว่า us หมายถึงใคร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ bring Maya in หมายความว่าอะไร? “Before we decide, let's bring Maya in.”
- ให้ Maya เข้าร่วมการสนทนา
- ขอให้ Maya ออกไป
- พา Maya เข้าไปในห้อง
ดูคำตอบ
ให้ Maya เข้าร่วมการสนทนา
You know, they need us, all those movement are there to say,
2:52คุณรู้ไหม พวกเขาต้องการเรา การเคลื่อนไหวทั้งหมดเหล่านั้นเพื่อจะบอกว่า
Babies move their arms and legs to create a bond with their parents. วลี
3:02ทารกขยับแขนและขาเพื่อสร้างความผูกพันกับพ่อแม่
create a bond with someone: สร้างความผูกพันกับใครสักคน
Create a bond with someone หมายถึงเริ่มสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ใกล้ชิด ความไว้วางใจ หรือความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนนั้น ในที่นี้ bond หมายถึงความผูกพันระหว่างคน ไม่ใช่ตราสารหนี้ทางการเงิน โครงสร้างคือ create a bond with + บุคคลหรือกลุ่ม create เน้นว่าความผูกพันกำลังเริ่มก่อตัว ในประโยคนี้โครงสร้างดังกล่าวใช้อธิบายจุดประสงค์ของการเคลื่อนไหวของทารก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ create a bond with ในรูปอดีต: By playing together every day, Mia ____ her new classmate.
ดูคำตอบ
created a bond with
The phrase to the naked eye means in a way that can be seen without special instruments like a microscope
3:13วลี ด้วยตาเปล่า (to the naked eye) หมายถึงในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษเช่นกล้องจุลทรรศน์
In reality, these jerky movements are intentional, โน้ต
3:22ในความเป็นจริง การเคลื่อนไหวที่ดูกระตุกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตั้งใจ (intentional)
In reality: แก้ไขความประทับใจแรก
In reality เป็นคำเชื่อมที่บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปคือสถานการณ์ที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อความจริงแตกต่างจากสิ่งที่เห็นในตอนแรกหรือความเชื่อทั่วไป เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายจากภาพที่การเคลื่อนไหวดูกระตุก ไปสู่ข้อเท็จจริงว่าการเคลื่อนไหวนั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจ เมื่อใช้ต้นประโยค โดยปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
ใช้คำเชื่อมจากบทเรียนเพื่อแก้ไขความประทับใจแรก: The box looks heavy. ____, it is empty.
ดูคำตอบ
In reality
meaning that they're planned and done for a particular purpose.
3:26หมายความว่ามันถูกวางแผนและทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ
intentional: วางแผนและทำโดยตั้งใจ
ในประโยคนี้ intentional หมายถึง “มีการวางแผนและทำโดยตั้งใจ” แสดงว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มหรือโดยบังเอิญ คำคุณศัพท์นี้ใช้บรรยายการกระทำ การเลือก การหยุดชั่วคราว หรือการออกแบบที่มีจุดประสงค์อยู่เบื้องหลังได้ ในที่นี้ การเคลื่อนไหวมีจุดประสงค์เพื่อดึงความสนใจของพ่อแม่
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบ แล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน สังเกตว่าคำสุดท้ายคือ intentional หรือ intense
- The movement was intense.
- The movement was intentional.
ดูคำตอบ
The movement was intentional.
catch their parents' attention: ทำให้พ่อแม่สังเกตเห็น
catch someone's attention หมายถึงทำให้คนนั้นสังเกตเห็นใครบางคนหรือบางสิ่ง ในประโยคนี้ การเคลื่อนไหวทำให้พ่อแม่สังเกตเห็นทารก คำว่า catch ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ โครงสร้างคือ catch + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + attention เช่น catch my attention, catch her attention และ catch the teacher's attention ใน catch their parents' attention วลีแสดงความเป็นเจ้าของ their parents' บอกว่าเป็นความสนใจของใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ catch someone's attention: The bright sign ____. It made the customers notice it.
ดูคำตอบ
caught the customers' attention
will be noticed and cared for: กรรมวาจกสองส่วนที่ใช้ will be ร่วมกัน
จะมีสองสิ่งเกิดขึ้นกับพวกเขา คือมีคนสังเกตเห็นพวกเขาและมีคนดูแลพวกเขา ภาษาอังกฤษทำให้ทั้งสองการกระทำเป็นรูปกรรมวาจกและใช้ will be ร่วมกันเป็น will be noticed and cared for care for หมายถึง “ดูแล” เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปกรรมวาจก for ต้องยังคงอยู่: someone will care for them เปลี่ยนเป็น they will be cared for หากต้องการสื่อความหมายนี้จะใช้ be cared ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ care for: At the shelter, every puppy will be noticed and ____.
ดูคำตอบ
cared for
Marie's book is aimed at new parents who are learning to understand their baby's body language. โน้ต
3:33หนังสือของมารีมุ่งเป้าไปที่พ่อแม่มือใหม่ที่กำลังเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจภาษากายของลูกน้อย
is aimed at new parents: การระบุกลุ่มเป้าหมาย
is aimed at new parents หมายถึง “จัดทำหรือเขียนขึ้นสำหรับพ่อแม่มือใหม่” ในที่นี้ aimed at ระบุผู้อ่านเป้าหมายของหนังสือ ไม่ได้หมายถึงการเล็งสิ่งของไปยังพวกเขาจริง ๆ ใช้ be aimed at + กลุ่มเป้าหมาย เพื่อบอกว่าหนังสือ หลักสูตร ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม หรือบริการออกแบบมาสำหรับใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be aimed at: This science club ____ children aged eight to ten.
ดูคำตอบ
is aimed at
body language: การสื่อสารผ่านการเคลื่อนไหวและสีหน้า
body language คือข้อมูลที่สื่อโดยไม่ใช้คำพูด ผ่านท่าทาง การเคลื่อนไหว การแสดงท่าที สีหน้า และพฤติกรรมทางร่างกายอื่น ๆ ที่มองเห็นได้ ในที่นี้ พ่อแม่กำลังเรียนรู้ที่จะอ่านการเคลื่อนไหวและสีหน้าของทารกว่าเป็นเบาะแสเกี่ยวกับความต้องการหรือความรู้สึก คำนี้เป็นสำนวนที่มีความหมายเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงภาษาที่ร่างกายพูดได้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
body language ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ภาษาที่มีเพียงทารกเท่านั้นที่พูดได้
- คำที่ใช้เรียกส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- ข้อความที่สื่อผ่านท่าทาง การเคลื่อนไหว และสีหน้า
ดูคำตอบ
ข้อความที่สื่อผ่านท่าทาง การเคลื่อนไหว และสีหน้า
But she also has advice for parents who are finding it difficult to bond with their newborn, ไวยากรณ์
3:38แต่เธอยังมีคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ที่พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะสร้างความผูกพันกับเด็กแรกเกิด
finding it difficult to bond with: โครงสร้าง find it + คำคุณศัพท์ + to do
ในโครงสร้าง find it + adjective + to do คำว่า it เป็นกรรมแทน ส่วนรูป to + กริยาจะบอกกิจกรรมที่ถูกประเมินจริง ๆ ในที่นี้ finding it difficult to bond with their newborn หมายถึงพ่อแม่รู้สึกว่าการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ใกล้ชิดกับทารกเป็นเรื่องยาก finding เป็นรูป -ing ของ find ที่ใช้หลัง are คำคุณศัพท์เปลี่ยนได้ เช่น find it easy to ask หรือ find it important to listen ให้ใส่คำคุณศัพท์หลัง it และก่อนรูป to + กริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง find it + adjective + to do โดยใช้ difficult และ concentrate: I ____ in a noisy room.
ดูคำตอบ
find it difficult to concentrate
as she explains here to BBC Radio 4 program Woman's Hour.
3:43ดังที่เธออธิบายไว้ที่นี่ในรายการ Woman's Hour ของ BBC Radio 4
love at first sight: ความรักที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อพบกันครั้งแรก
Love at first sight เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการรู้สึกรักทันทีเมื่อเห็นหรือพบใครเป็นครั้งแรก ต้องเข้าใจทั้งวลีรวมกัน โดย sight ในที่นี้ช่วยระบุว่าเป็นการพบกันครั้งแรก ในประโยคนี้ ผู้พูดยืมสำนวนที่มักใช้กับความรักแบบคู่รักมาใช้กับพ่อแม่ที่พบลูกน้อย ผู้พูดกำลังปฏิเสธความคาดหวังในอุดมคติที่ว่าความรักของพ่อแม่ต้องเกิดขึ้นทันที ไม่ได้ปฏิเสธว่าพ่อแม่จะรักลูกได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง "ความรักที่เกิดขึ้นทันทีในการพบกันครั้งแรก": They felt an instant connection when they met. It was ____.
ดูคำตอบ
love at first sight
I think it's such a um unhelpful cliche. การใช้คำ
3:54ฉันคิดว่ามันเป็น อืม คำพูดซ้ำซากที่ไม่เกิดประโยชน์เอาซะเลย
unhelpful cliche: แนวคิดซ้ำซากที่ไม่ช่วยอะไร
cliche คือสำนวนหรือแนวคิดที่ถูกใช้ซ้ำบ่อยจนรู้สึกเก่าหรือไม่สร้างสรรค์ การเรียกว่า unhelpful cliche เพิ่มคำตัดสินอีกชั้นหนึ่งว่า มันไม่ได้ให้การสนับสนุนหรือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และอาจสร้างความกดดันด้วย ดังนั้นผู้พูดจึงวิจารณ์ทั้งการใช้แนวคิดนั้นมากเกินไปและผลที่เกิดขึ้น cliche ไม่ได้หมายถึงวลีทั่วไปทุกวลี
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อเรียกแนวคิดหนึ่งว่า unhelpful cliche?
- เป็นแนวคิดที่ถูกใช้มากเกินไปและไม่ได้ให้การสนับสนุนที่เป็นประโยชน์
- เป็นวลีทั่วไปที่มีคำแนะนำชัดเจนเป็นพิเศษ
- เป็นแนวคิดใหม่ที่อธิบายได้ยาก
ดูคำตอบ
เป็นแนวคิดที่ถูกใช้มากเกินไปและไม่ได้ให้การสนับสนุนที่เป็นประโยชน์
will take time to love: กระบวนการในอนาคตที่ค่อยเป็นค่อยไป
โครงสร้าง it will take time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำหรือความรู้สึกจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ไม่ได้เกิดทันที will แสดงว่ากระบวนการนี้อยู่ในอนาคต และ love หลัง to ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ take หมายถึง “ต้องใช้” ไม่ใช่ “หยิบ” หรือ “เอาไป” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีไม่ได้ เช่น การเรียนรู้ การปรับตัว หรือการสร้างความไว้วางใจ
แบบฝึกหัด
เติม take time to ในรูปที่ถูกต้องให้สมบูรณ์: It will ____ feel comfortable in a new school.
ดูคำตอบ
take time to
get to know that baby: ค่อย ๆ ทำความรู้จักเมื่อเวลาผ่านไป
get to know + คน หมายถึงค่อย ๆ รู้จักและคุ้นเคยกับคนนั้นมากขึ้น โดยเน้นการเปลี่ยนจากการรู้เรื่องของใครบางคนน้อย ไปสู่การเข้าใจคนนั้นมากขึ้น ในโครงสร้างนี้ get หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” โดยทั่วไป know บอกสภาพที่ไปถึงแล้ว ส่วน get to know บอกกระบวนการที่ค่อย ๆ ไปถึงสภาพนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงกระบวนการค่อย ๆ ทำความรู้จักใครบางคนได้ชัดเจนที่สุด
- Over the next few weeks, I got to know my new neighbour.
- I met my new neighbour yesterday.
- I know my new neighbour well.
ดูคำตอบ
Over the next few weeks, I got to know my new neighbour.
Many new parents dream about falling in love with their baby at first sight. วลี
4:03พ่อแม่มือใหม่หลายคนใฝ่ฝันที่จะตกหลุมรักลูกน้อยของพวกเขาตั้งแต่แรกเห็น
dream about falling in love with: โครงสร้าง dream about + -ing
dream about falling in love with ใช้โครงสร้าง dream about + -ing ในที่นี้ about เป็นคำบุพบท ดังนั้น fall จึงต้องเปลี่ยนเป็น falling และใช้ fall ตรง ๆ ไม่ได้ ในประโยคนี้ dream about หมายถึงการจินตนาการหรือหวังอย่างมากว่าจะได้พบประสบการณ์หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงฝันตอนหลับ วลี -ing ทั้งหมดระบุประสบการณ์ที่หวังไว้ คือการเริ่มรักลูกน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย about และรูป -ing ของ fly: Noah dreams ____ around the world one day.
ดูคำตอบ
about flying
The idiom love first sight means being in love with someone as soon as you see them for the first time.
4:08สำนวน รักแรกพบ (love at first sight) หมายถึงการตกหลุมรักใครสักคนทันทีที่คุณเห็นพวกเขาเป็นครั้งแรก
But Marie thinks this ideal dream can cause problems.
4:15แต่มารีคิดว่าความฝันในอุดมคตินี้อาจทำให้เกิดปัญหาได้
A cliche is an overused phrase or comment that has been said so much that it's become unoriginal and uninteresting
4:21คำพูดซ้ำซาก (cliche) คือวลีหรือความคิดเห็นที่ถูกใช้บ่อยเกินไปจนกลายเป็นสิ่งที่ไม่แปลกใหม่และไม่น่าสนใจ
or by making parents feel guilty they're not doing enough.
4:33หรือทำให้พ่อแม่รู้สึกผิดว่าพวกเขาทำได้ไม่ดีพอ
by creating unrealistic ... or by making parents feel guilty: วลี by + -ing ที่วางขนานกัน
by creating unrealistic expectations และ by making parents feel guilty เป็นวลี by + -ing สองวลีที่วางขนานกัน แต่ละวลีอธิบายวิธีที่บางสิ่งอาจก่อให้เกิดผลเสีย or นำเสนอวิธีทั้งสองเป็นทางเลือก ไม่ใช่ขั้นตอนที่เกิดก่อนหลัง การใช้ by ซ้ำหน้าวลี -ing ที่สองทำให้โครงสร้างขนานชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวลียาว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี by + -ing สองวลีที่วางขนานกัน โดยใช้ explain และ give: The guide can reduce mistakes ____ common problems or ____ clear examples.
ดูคำตอบ
by explaining · by giving
Marie says it takes time to get to know a newborn baby and to fall in love.
4:37มารีบอกว่าต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักทารกแรกเกิดและตกหลุมรัก
all the misunderstandings, sleepless nights, and dirty nappies are worth it for their amazing baby. วลี
4:44ความเข้าใจผิดทั้งหมด คืนที่อดนอน และผ้าอ้อมที่สกปรกนั้นคุ้มค่าสำหรับทารกที่น่าทึ่งของพวกเขา
are worth it: ผลลัพธ์คุ้มกับความลำบาก
Are worth it หมายถึงผลลัพธ์ที่ดีทำให้ความลำบากทั้งหมดดูคุ้มค่า ในประโยคนี้ it กล่าวรวมถึงความเข้าใจผิด คืนที่ไม่ได้นอน และผ้าอ้อมสกปรกว่าเป็นต้นทุนทั้งหมดที่ต้องแลกมา Worth เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง are ไม่ใช่คำกริยา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be worth it โดยรูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี are worth it ให้ถูกต้อง: All the early mornings ____ when I see how much my garden has grown.
ดูคำตอบ
are worth it
what was the correct answer to your question, Beth?
4:52คำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามของคุณคืออะไร เบธ?
speaking of amazing babies: เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
Speaking of + หัวข้อ เป็นคำเชื่อมในการสนทนา โดยนำสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงมาใช้เปิดความคิดหรือคำถามที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ amazing babies เชื่อมความเห็นก่อนหน้ากับคำถามที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าเด็กทารกกำลังพูด แต่กลุ่มคำนามหลัง of คือหัวข้อที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
บทสนทนาเพิ่งกล่าวถึงกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์ ประโยคใดเปลี่ยนไปยังคำถามที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Because we need a place to stay, have you booked the campsite?
- Although it may rain, have you booked the campsite?
- Speaking of weekend plans, have you booked the campsite?
ดูคำตอบ
Speaking of weekend plans, have you booked the campsite?
Well, the correct statement was that babies' eyes change color.
4:55เอาล่ะ ข้อความที่ถูกต้องคือสีตาของทารกจะเปลี่ยนไป
got that right: ยืนยันว่าคำตอบหรือการตัดสินถูกต้อง
Get something right หมายถึงตอบ เข้าใจ หรือตัดสินบางอย่างได้ถูกต้อง ใน got that right คำว่า got เป็นรูปอดีตของ get และ that ย้อนกลับไปถึงคำตอบหรือการตัดสินที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ วลีนี้ใช้ให้คำตอบรับเชิงบวก got ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคำตอบของอีกฝ่ายถูกต้อง?
- You got the answer right.
- You received the correct answer.
- You wrote the answer on the right.
ดูคำตอบ
You got the answer right.
apparently true: เป็นจริงตามข้อมูลที่มีอยู่
Apparently true หมายความว่ารายงาน หลักฐาน หรือสิ่งที่มองเห็นบ่งชี้ว่าบางอย่างเป็นเรื่องจริง แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่าได้ยืนยันเรื่องนั้นด้วยตนเองแล้ว ในประโยคนี้ but เชื่อมความขัดแย้งระหว่างความน่าประหลาดใจของข้อเท็จจริงกับข้อสรุปที่ว่ามันยังดูเหมือนเป็นเรื่องจริง Apparently จึงเว้นระยะไว้เล็กน้อย และไม่ได้หมายถึง completely หรือ certainly
แบบฝึกหัด
คุณอ่านรายงานที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบด้วยตนเอง ประโยคใดรักษาระยะห่างจากข้อมูลได้ดีที่สุด?
- The claim is certainly false.
- The claim is definitely true.
- The claim is apparently true.
ดูคำตอบ
The claim is apparently true.
Okay, so let's recap the vocabulary we've learned in this episode, ลำดับความ
5:05เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้ในตอนนี้กัน
Let's recap the vocabulary: เริ่มทบทวนคำศัพท์แบบสั้น ๆ
Let's recap the vocabulary หมายถึง “เรามาทบทวนคำที่เรียนไปแล้วแบบสั้น ๆ กัน” recap เน้นการสรุปประเด็นสำคัญ ไม่ได้หมายถึงการสอนเนื้อหาทั้งหมดใหม่อย่างละเอียด วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับการพูดด้วย โดยบอกว่าส่วนหลักของบทเรียนกำลังจะจบและกำลังจะเริ่มการสรุปสั้น ๆ คำว่า Let's ทำให้การทบทวนฟังดูเป็นกิจกรรมที่ผู้พูดชวนผู้ฟังทำร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เรามาทบทวนคำศัพท์แบบสั้น ๆ กัน” ลงในประโยค: Before we finish, ____ from today's lesson.
ดูคำตอบ
let's recap the vocabulary
which can be used to emphasize that you completely agree with something
5:12ซึ่งสามารถใช้เพื่อเน้นว่าคุณเห็นด้วยกับบางสิ่งบางอย่างอย่างสมบูรณ์
or that you consider something to be completely right or wrong. ไวยากรณ์
5:16หรือว่าคุณคิดว่าบางสิ่งนั้นถูกหรือผิดอย่างสมบูรณ์
consider something to be completely right or wrong: การตัดสินคุณสมบัติ
โครงสร้าง consider + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม หมายถึง “ตัดสินหรือเชื่อว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีลักษณะบางอย่าง” ในประโยคนี้ something คือกรรมที่ถูกตัดสิน ส่วน completely right or wrong คือส่วนเติมเต็มที่อธิบายผลการตัดสินนั้น มักละ to be หน้าคำคุณศัพท์ได้ เช่น consider something completely wrong การคง to be ไว้จะทำให้โครงสร้างชัดเจนเป็นพิเศษและอาจฟังเป็นทางการกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ consider + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม เพื่อแสดงการตัดสิน?
- The committee is considering revising the proposal.
- The committee will consider the proposal tomorrow.
- The committee considers the proposal to be practical.
ดูคำตอบ
The committee considers the proposal to be practical.
describe a movement as jerky: โครงสร้าง describe A as B
describe A as B หมายถึง “บอกว่า A มีลักษณะหรือจัดอยู่ในประเภท B” ในประโยคนี้ a movement คือ A และ jerky คือคำคุณศัพท์ B as ใช้นำคำบรรยายที่ให้กับ A ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า A เพียงแค่ “คล้าย” กับสิ่งอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยครูปอดีตโดยใช้ describe A as B: The guide ____ the path ____ dangerous.
ดูคำตอบ
described · as
you mean it moves suddenly and stops and starts
5:22คุณหมายความว่ามันเคลื่อนไหวกะทันหันแล้วก็หยุดแล้วก็เริ่ม
rather than flowing smoothly: การเปรียบต่างกับอีกการกระทำหนึ่ง
rather than flowing smoothly หมายถึง “แทนที่จะเคลื่อนไหวอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง” วลีนี้เปรียบต่างการเคลื่อนไหวแบบกระตุกที่เกิดขึ้นจริงกับการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น หลัง rather than สามารถใช้รูป -ing เพื่อระบุการกระทำหรือวิธีทางเลือกได้ เมื่อเปรียบเทียบสองการกระทำ ควรใช้รูปที่เข้าคู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น walking rather than running
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rather than เชื่อมการกระทำสองอย่างด้วยโครงสร้างขนานที่เป็นธรรมชาติ
- Ava exercised by walking rather than running.
- Ava exercised by walking rather than ran.
- Ava exercised by walked rather than running.
ดูคำตอบ
Ava exercised by walking rather than running.
The adjective intentional means planned and purposeful.
5:27คำคุณศัพท์ที่ตั้งใจ (intentional) หมายถึงมีการวางแผนและมีจุดมุ่งหมาย
The phrase to the naked eye means in a way that can be seen without special instruments
5:30วลีด้วยตาเปล่า (to the naked eye) หมายถึงในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
The idiom love first sight describes the experience of starting to love someone as soon as you see them for the first time.
5:37สำนวนรักแรกพบ (love at first sight) อธิบายประสบการณ์ของการเริ่มรักใครสักคนทันทีที่คุณเห็นเขาเป็นครั้งแรก
And finally, an unhelpful cliche is an overused phrase or comment,
5:45และสุดท้าย คำพูดซ้ำซากที่ไม่เกิดประโยชน์ (unhelpful cliche) คือวลีหรือความคิดเห็นที่ถูกนำมาใช้มากเกินไป
a cliche, which has the effect of creating unhelpful or unrealistic attitudes. วลี
5:50คำพูดซ้ำซาก (cliche) ซึ่งมีผลทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่เกิดประโยชน์หรือไม่เป็นจริง
has the effect of creating: การอธิบายผลลัพธ์
โครงสร้าง have/has the effect of + -ing หมายถึงบางสิ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ในที่นี้ has the effect of creating บอกว่าคำพูดซ้ำซากนั้นทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่เป็นประโยชน์หรือไม่สมจริง คำว่า effect ในที่นี้หมายถึง “ผลกระทบ” หรือ “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ “เทคนิคพิเศษ” เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing: of creating โครงสร้างนี้เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในฐานะผลลัพธ์ และไม่ได้หมายความเสมอไปว่าผลนั้นเกิดขึ้นโดยเจตนา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ reduce: The new rule had the effect of ____ waste.
ดูคำตอบ
reducing
our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว
เมื่อใช้ be up กับช่วงเวลา หมายความว่าเวลาที่กำหนดให้ถูกใช้จนหมดแล้วและกิจกรรมต้องจบลง Our 6 minutes are up หมายถึงช่วงเวลาหกนาทีที่จัดไว้สำหรับรายการสิ้นสุดแล้ว โดย up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สูงขึ้น” เมื่อ minutes เป็นประธานพหูพจน์ ให้ใช้ are ส่วนคำนามเอกพจน์ time ใช้ is: Our time is up รูปที่สั้นกว่าอย่าง Time's up ก็ใช้กันทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใช้ time is up เติมประกาศให้สมบูรณ์: Please put down your pencils—____.
ดูคำตอบ
time is up
but remember you can find many more episodes plus a quiz and worksheet for this one on our website, bbclearningenglish.com.
5:57แต่จำไว้ว่าคุณสามารถหาตอนอื่น ๆ อีกมากมายพร้อมแบบทดสอบและใบงานสำหรับตอนนี้ได้ในเว็บไซต์ของเรา bbclearningenglish.com