แอสไพรินถูกค้นพบได้อย่างไร - Krishna Sudhir: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: ประวัติศาสตร์การแพทย์แบบแอนิเมชันนี้เล่าเส้นทางของแอสไพริน ตั้งแต่การใช้เปลือกต้นวิลโลว์ในสมัยโบราณ การสังเคราะห์ทางเคมี และการค้นพบกลไกทางชีวภาพ ไปจนถึงการใช้ลดปวด อักเสบ และลิ่มเลือดในปัจจุบัน พร้อมกล่าวถึงความเสี่ยงร้ายแรงและการใช้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. scraped the bark off — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า scrape something off หมายถึงการขูดชั้นหรือสิ่งที่ติดอยู่ออกจากพื้นผิว และสังเกตว่า off เพิ่มความหมายของการแยกออกหรือผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้น ไม่ได้บอกเพียงการขูดเท่านั้น 2. which in turn form blood clots. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ติดตามคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หลายขั้นที่ใช้ in turn เชื่อมไปยังผลลัพธ์ถัดไป คือสารเคมีทำให้เกล็ดเลือดจับตัวกัน แล้วเกล็ดเลือดจึงก่อเป็นลิ่มเลือด พร้อมนำรูปแบบนี้ไปใช้อธิบายห่วงโซ่เหตุและผลอย่างชัดเจน 3. its humble beginnings in a scraping of willow bark. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ humble beginnings ว่าเป็นถ้อยคำเปรียบเทียบจุดเริ่มต้นที่ธรรมดากับความสำเร็จอันสำคัญในภายหลัง และใช้เพื่อสรุปโดยเชื่อมความสำคัญของแอสไพรินในปัจจุบันกลับไปยังต้นกำเนิดที่เรียบง่าย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
the ancient Sumerians made a surprising discovery. วลี
0:09ชาวสุเมเรียนโบราณได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจ
4,000 years ago: จุดอ้างอิงเวลาที่ต้นเรื่อง
4,000 years ago ที่ต้นประโยคกำหนดเวลาให้กับเนื้อหาทั้งหมดที่ตามมา ส่วนนี้เป็นข้อมูลพื้นหลัง ขณะที่ the ancient Sumerians made a surprising discovery เป็นเหตุการณ์หลัก โครงสร้าง “คำบอกเวลา + เครื่องหมายจุลภาค + เหตุการณ์หลัก” ช่วยให้ผู้ฟังวางเหตุการณ์ลงบนเส้นเวลาได้อย่างรวดเร็ว โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ชีวประวัติ และการเล่าเรื่องทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
4,000 years ago ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- วางการค้นพบไว้บนเส้นเวลาทางประวัติศาสตร์
- บอกว่าการค้นพบดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 4,000 ปี
- เปรียบเทียบการค้นพบนี้กับการค้นพบอีกอย่างในภายหลัง
ดูคำตอบ
วางการค้นพบไว้บนเส้นเวลาทางประวัติศาสตร์
made a surprising discovery: กลุ่มคำ make a discovery ที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
make a discovery เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึง “ค้นพบบางสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน” ในตัวอย่าง made เป็นรูปอดีตของ make ไม่ได้หมายถึง “ผลิต” surprising เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย discovery กลุ่มคำเดียวกันนี้ใช้กับคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น important, new หรือ unexpected
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make a surprising discovery: During the experiment, the team ____.
ดูคำตอบ
made a surprising discovery
If they scraped the bark off a particular kind of tree and ate it, โน้ต
0:12หากพวกเขาขูดเปลือกไม้ชนิดหนึ่งมาป่นและกิน
scraped the bark off: โครงสร้าง scrape X off
Scrape X off หมายถึงเอา X ออกจากพื้นผิวด้วยการถูหรือใช้ขอบขูด ใน scraped the bark off นั้น the bark คือ X และ off แสดงผลลัพธ์ว่าเปลือกไม้แยกออกจากต้นไม้แล้ว เมื่อบอกทั้งสิ่งที่ถูกขูดออกและพื้นผิว ให้ใช้ลำดับ scrape + สิ่งที่ถูกเอาออก + off + พื้นผิว: scrape the ice off the window หากรู้ชัดอยู่แล้วว่าเป็นพื้นผิวใด ก็ละส่วนนั้นได้: scrape the ice off
แบบฝึกหัด
ใช้ scrape ในรูปอดีตและคงลำดับ scrape + the ice + off: Before driving, Maya ____ the windshield.
ดูคำตอบ
scraped the ice off
If they scraped ... and ate it, their pain disappeared: เงื่อนไขและผลลัพธ์ในอดีต
อนุประโยค if บอกเงื่อนไขทั้งหมด: พวกเขาขูดเปลือกไม้ออกก่อน แล้วจึงกินมัน คำกริยา scraped และ ate เชื่อมกันอยู่ในอนุประโยคเดียวกัน ดังนั้นการกระทำทั้งสองอย่างจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไข ส่วนประโยคหลัก their pain disappeared บอกผลลัพธ์ เนื่องจากทั้งสองส่วนใช้ simple past ประโยคนี้จึงเล่าความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ในอดีต ในเรื่องเล่าเชิงประวัติศาสตร์แบบนี้ if อาจเข้าใจได้ว่า “ทุกครั้งที่เงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น” และไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าเป็นเหตุการณ์สมมติที่ไม่จริงในปัจจุบันหรืออนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยังคงรูปแบบเดียวกันของเงื่อนไขในอดีตที่นำไปสู่ผลลัพธ์ในอดีต?
- If the campers had heard the bell, they would have returned to the cabin.
- If the campers hear the bell, they will return to the cabin.
- If the campers heard the bell, they returned to the cabin.
ดูคำตอบ
If the campers heard the bell, they returned to the cabin.
Little did they know that what they'd found was destined to influence the future course of medicine. โน้ต
0:18พวกเขาแทบไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ค้นพบนั้นถูกกำหนดให้มีอิทธิพลต่อเส้นทางในอนาคตของการแพทย์
Little did they know that: การกลับโครงสร้างเพื่อปูเรื่องล่วงหน้า
Little did they know that ... หมายถึงพวกเขาไม่รู้เลยว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาจะเกิดขึ้นหรือเป็นจริง little ตรงนี้มีความหมายเชิงปฏิเสธ และเมื่อย้ายไว้ต้นประโยค ภาษาอังกฤษต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย: Little + did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน หลัง did ใช้ know ไม่ใช่ knew รูปแบบนี้ทำให้ผู้เล่าย้อนมองเหตุการณ์โดยรู้สิ่งที่คนในเรื่องยังไม่รู้ในเวลานั้น จึงเกิดความต่างระหว่างการรับรู้ที่จำกัดในตอนนั้นกับผลลัพธ์สำคัญในภายหลัง และมักใช้เพื่อปูเรื่องล่วงหน้า
แบบฝึกหัด
เขียนความหมายนี้ใหม่โดยใช้การสลับโครงสร้างแบบเรื่องเล่า ใช้รูปสลับของ she had no idea: ____ that the forgotten sketch would later become the museum's logo.
ดูคำตอบ
Little did she know
destined to influence: ผลลัพธ์ที่ถูกนำเสนอว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้
Be destined to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตไว้หรือดูเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใน was destined to influence คำว่า influence เป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to และรูปอดีต was วางมุมมองไว้ในช่วงเวลาก่อนหน้า ตรงนี้ผู้เล่าย้อนมองจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้นภายหลังในประวัติศาสตร์ วลีนี้ไม่ได้เพียงรายงานว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยังทำให้อิทธิพลในอนาคตมีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทางประวัติศาสตร์หรือเป็นชะตากรรม
แบบฝึกหัด
ผู้เขียนชีวประวัติต้องการนำเสนอผลกระทบในภายหลังของสิ่งประดิษฐ์ราวกับว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประโยคใดเข้ากับน้ำเสียงนี้มากที่สุด
- The invention transformed communication.
- The invention was destined to transform communication.
- The invention was likely to transform communication.
ดูคำตอบ
The invention was destined to transform communication.
course ใน future course of medicine
ใน future course of medicine คำว่า course หมายถึงเส้นทางหรือทิศทางที่การแพทย์พัฒนาไปตามกาลเวลา วลีนี้หมายถึงว่าการแพทย์จะพัฒนาต่อไปอย่างไรนับจากจุดนั้น course ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรมว่า “เส้นทาง” ไม่ใช่วิชาเรียนหรือชุดการรักษา ความหมายเดียวกันนี้พบได้ใน the course of history และ the course of events
แบบฝึกหัด
“the future course of medicine” ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- วิชาแพทยศาสตร์ที่จะเปิดสอนในอนาคต
- ชุดการรักษาทางการแพทย์ที่วางแผนไว้
- แนวทางที่การแพทย์จะพัฒนาไปในอนาคต
ดูคำตอบ
แนวทางที่การแพทย์จะพัฒนาไปในอนาคต
What the Sumerians had discovered was a precursor to the medicine known today as aspirin. โน้ต
0:25สิ่งที่ชาวสุเมเรียนค้นพบคือต้นกำเนิดของยาที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อแอสไพริน
What the Sumerians had discovered was ... เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร
“What the Sumerians had discovered” เป็น what-clause ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของทั้งประโยค มีความหมายว่า “the thing that the Sumerians had discovered” หรือ “สิ่งที่ชาวสุเมเรียนค้นพบ” ในที่นี้ what มีความหมายของ the thing that อยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่คำนามอีกคำไว้ข้างหน้า was ที่ตามมาเชื่อมประธานนี้กับวลีที่บอกว่าสิ่งที่ค้นพบนั้นคืออะไร โครงสร้าง What + ประธาน + กริยา + be + คำระบุสิ่ง เป็นรูปแบบที่ใช้กล่าวถึงสิ่งที่ยังไม่รู้ก่อน แล้วจึงอธิบายว่าสิ่งนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
เรียงคำในวงเล็บตามโครงสร้าง What + ประธาน + กริยา เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: (the hikers / find) ____ was an ancient map.
ดูคำตอบ
What the hikers found
a precursor to: รูปแบบก่อนหน้าที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดตามมา
ในประโยคนี้ a precursor to หมายถึงการค้นพบหรือรูปแบบที่เกิดขึ้นก่อนและมีความเชื่อมโยงกับพัฒนาการของสิ่งที่เกิดตามมา การค้นพบของชาวสุเมเรียนไม่ใช่แอสไพรินโดยตรง แต่เกิดขึ้นก่อนและเป็นจุดเริ่มที่ชี้ไปสู่ยาที่เราเรียกว่าแอสไพรินในปัจจุบัน ใช้โครงสร้าง a precursor to + คำนาม คำว่า precursor สื่อถึงความเชื่อมโยงด้านพัฒนาการหรือการเป็นสัญญาณนำ ไม่ได้หมายเพียงว่าสิ่งหนึ่งเกิดก่อนอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a precursor to: This mechanical calculator was ____ the modern computer.
ดูคำตอบ
a precursor to
known today as aspirin: อนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูปที่บอกชื่อในปัจจุบัน
known today as aspirin ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ the medicine โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ลดรูปแล้ว: the medicine known today as aspirin มีความหมายเท่ากับ the medicine that is known today as aspirin โครงสร้าง be known as + ชื่อหรือสถานะ ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเรียกว่าอะไร คำว่า today เน้นว่านี่คือชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน เมื่อกำลังพูดถึงสิ่งในอดีตหรือชื่อเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย known today as: The disease once called consumption is ____ tuberculosis.
ดูคำตอบ
known today as
Aspirin's active ingredient is found commonly in willow trees and other wild plants, การใช้คำ
0:31ส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ของแอสไพรินมักพบในต้นหลิวและพืชป่าอื่นๆ
Aspirin's active ingredient: สารที่ทำให้ยาออกฤทธิ์
ในบริบทของยา active ingredient หมายถึงสารที่ทำให้เกิดผลการรักษาตามที่ต้องการ ใน Aspirin's active ingredient รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Aspirin's ระบุว่าเป็นยาชนิดใด ส่วน active ingredient ระบุส่วนประกอบที่ทำให้ยานั้นออกฤทธิ์ ในที่นี้ active ไม่ได้แปลว่าเคลื่อนไหวหรือกระฉับกระเฉง แต่ใช้แยกจากส่วนประกอบอื่นที่อาจช่วยขึ้นรูป แต่งรส ให้สี หรือถนอมผลิตภัณฑ์ โดยไม่ได้ทำให้เกิดฤทธิ์หลักของยา
แบบฝึกหัด
active ingredient บนฉลากยาหมายถึงอะไร
- ส่วนประกอบที่ใช้เพียงเพื่อให้ยามีสี
- ส่วนประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด
- สารที่ทำให้เกิดผลทางยาตามที่ต้องการ
ดูคำตอบ
สารที่ทำให้เกิดผลทางยาตามที่ต้องการ
which is how it came to infuse the medical traditions of Sumer, โน้ต
0:37ซึ่งนั่นคือวิธีที่มันผสานเข้ากับธรรมเนียมการแพทย์ของชาวสุเมเรียน
which is how it came to infuse: เชื่อมข้อเท็จจริงกับกลไกของผลลัพธ์
ในประโยคนี้ which อ้างถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า นั่นคือสารดังกล่าวพบได้ทั่วไปในต้นหลิวและพืชป่าอื่น ๆ ส่วน which is how นำเสนอข้อเท็จจริงนั้นในฐานะวิธีหรือเส้นทางที่ทำให้พัฒนาการถัดมาเกิดขึ้น came to infuse แสดงพัฒนาการที่เกิดขึ้นตามเวลา กล่าวคือสารและการใช้สารนั้นได้ฝังรากลึกในธรรมเนียมการแพทย์ของชาวสุเมเรียน รูปแบบ “ข้อเท็จจริง + which is how + ผลลัพธ์” ใช้ได้ดีเมื่อข้อเท็จจริงหนึ่งอธิบายกระบวนการที่นำไปสู่อีกผลลัพธ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ which is how เพื่อเชื่อมข้อเท็จจริงกับกลไกของผลลัพธ์ที่ตามมา
- The seeds reached the island, although no one knows how.
- The seeds need sunlight, which is why they grow slowly in the shade.
- The seeds float downriver, which is how they reach new habitats.
ดูคำตอบ
The seeds float downriver, which is how they reach new habitats.
came to infuse the medical traditions of ...: อิทธิพลที่ค่อย ๆ แพร่และหยั่งรากลึก
ในที่นี้ came to infuse หมายถึง “ในที่สุดก็ค่อย ๆ แพร่เข้าไปและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น” คำว่า infuse ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเทสารหรือแนวปฏิบัตินั้นลงในธรรมเนียมจริง ๆ แต่หมายถึงการส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อแนวคิดและการปฏิบัติทางการแพทย์ โครงสร้าง come to + คำกริยารูปพื้นฐานนำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลัง และมักเกิดผ่านกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something came to infuse a culture, tradition, or system
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง came to infuse the medical traditions of ... หมายถึงอะไร
- ในที่สุดสิ่งนั้นก็แพร่เข้าไปและหยั่งรากลึกในธรรมเนียมทางการแพทย์เหล่านั้น
- สิ่งนั้นถูกเทลงในยาทุกชนิดที่วัฒนธรรมเหล่านั้นผลิตขึ้นจริง ๆ
- สิ่งนั้นเข้ามาแทนที่แนวปฏิบัติทางการแพทย์เดิมทั้งหมดอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ
ในที่สุดสิ่งนั้นก็แพร่เข้าไปและหยั่งรากลึกในธรรมเนียมทางการแพทย์เหล่านั้น
thought of as the father of modern medicine, โน้ต
0:49ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน
thought of as: มุมมองหรือชื่อเสียงที่ผู้อื่นกล่าวถึง
thought of as หมายถึง “ถูกมองว่าเป็น” หรือ “ได้รับการยอมรับว่าเป็น” บุคคลที่กำลังกล่าวถึงคือฮิปโปเครตีส และวลีนี้รายงานว่าผู้คนโดยทั่วไปมองสถานะของเขาในวงการแพทย์อย่างไร ในทางไวยากรณ์ thought เป็นคำกริยาช่องที่สามในอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริมที่ถูกย่อ: Hippocrates, who is thought of as ... ย่อเป็น Hippocrates, thought of as ... รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be thought of as + นามวลี
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่มีความหมายว่า “ถูกมองว่าเป็น” ลงในประโยค: The community garden is widely ____ a shared classroom.
ดูคำตอบ
thought of as
the father of modern medicine ในฐานะสมญาทางประวัติศาสตร์
ในประโยคนี้ the father of modern medicine เป็นสมญาทางประวัติศาสตร์ คำว่า father ใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอฮิปโปเครตีสว่าเป็นบุคคลผู้วางรากฐานซึ่งมีอิทธิพลต่อการก่อรูปของการแพทย์สมัยใหม่ ไม่ได้หมายถึงพ่อจริง ๆ รูปแบบ the father of + สาขา แนวคิด หรือสิ่งประดิษฐ์ ใช้เรียกผู้ชายที่คนทั่วไปเชื่อมโยงกับการก่อตั้งหรือพัฒนาสิ่งนั้น รูปแบบนี้แสดงถึงความสำคัญที่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้หมายความว่าเขาสร้างทุกอย่างในสาขานั้นเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับความหมายของประโยคนี้?
- ฮิปโปเครตีสสร้างวิธีรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว
- ฮิปโปเครตีสเป็นพ่อโดยสายเลือดของแพทย์สมัยใหม่
- ฮิปโปเครตีสได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญผู้วางรากฐานของการแพทย์สมัยใหม่
ดูคำตอบ
ฮิปโปเครตีสได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญผู้วางรากฐานของการแพทย์สมัยใหม่
first recommended chewing willow bark for pain relief โน้ต
0:52เป็นคนแรกที่แนะนำให้เคี้ยวเปลือกต้นหลิวเพื่อบรรเทาอาการปวด
for pain relief: ใช้ for + คำนามเพื่อบอกจุดประสงค์
for pain relief บอกจุดประสงค์ของการเคี้ยวเปลือกต้นวิลโลว์ โดยผลที่ต้องการคือให้อาการปวดลดลง relief เป็นคำนาม และ pain relief เป็นกลุ่มคำนามที่ใช้บ่อย โครงสร้าง for + กลุ่มคำนาม ใช้บอกได้ว่าการกระทำหรือสิ่งของมีไว้เพื่ออะไร ในที่นี้ for pain relief มีความหมายใกล้เคียงกับ to relieve pain แต่ใช้โครงสร้างไวยากรณ์ต่างกัน
แบบฝึกหัด
ใช้กลุ่มคำนาม pain relief เติมวลีบอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: This gel is used ____.
ดูคำตอบ
for pain relief
and making willow leaf tea to ease the pain of childbirth. วลี
0:56และการทำชาจากใบต้นหลิวเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากการคลอดบุตร
recommended chewing ... and making ...: กิจกรรมรูป -ing ที่ขนานกัน
recommend สามารถตามด้วยรูป -ing ได้โดยตรงเพื่อระบุกิจกรรมที่แนะนำ: recommend doing something ในประโยคนี้ มีกลุ่มคำที่เป็นกิจกรรมสองกลุ่มตามหลัง recommended ได้แก่ chewing willow bark และ making willow leaf tea เนื่องจากกิจกรรมทั้งสองเชื่อมด้วย and และทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน จึงใช้รูปแบบที่ขนานกันคือ chewing ... and making ... ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมาตรฐาน ปกติจะไม่ใช้ recommend to do something เพื่อสื่อความหมายนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ carry water และ wear a hat: The guide recommended ____ and ____.
ดูคำตอบ
carrying water · wearing a hat
to ease the pain of childbirth: บอกจุดประสงค์และการลดความเจ็บปวด
to ease the pain of childbirth เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงชงชาใบวิลโลว์ ease the pain of ... หมายถึงทำให้ความเจ็บปวดจากสาเหตุที่ระบุเบาลง ease สื่อถึงการลดความเจ็บปวด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงทำให้หายไปทั้งหมด ส่วน of childbirth ระบุว่าความเจ็บปวดมาจากการคลอดบุตร
แบบฝึกหัด
ใช้ ease เป็นคำกริยาและใช้ of เพื่อนำเข้าสู่ที่มาของความเจ็บปวด: A cold pack can ____ a minor ankle injury.
ดูคำตอบ
ease the pain of
But it took over 2,000 years for us to comprehensively investigate its potential. โน้ต
1:01แต่ต้องใช้เวลากว่า 2,000 ปีที่เราจะตรวจสอบศักยภาพของมันได้อย่างครอบคลุม
It took over 2,000 years for us to ...: โครงสร้างบอกเวลาที่ผ่านไป
โครงสร้าง "It took + ระยะเวลา + for someone + to do something" บอกระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นหรือเสร็จสมบูรณ์ ในประโยคนี้ over 2,000 years คือเวลาที่ผ่านไป for us ระบุผู้ที่ทำการศึกษา และกริยารูป infinitive ที่มี to ระบุการกระทำนั้น It เป็นประธานตามรูปไวยากรณ์ ส่วนเหตุการณ์จริงอยู่ในโครงสร้าง for + บุคคล + กริยารูป infinitive ที่มี to คำว่า But แสดงความขัดแย้งและเน้นว่ามีช่วงเวลาที่ล่าช้ายาวนานอย่างน่าประหลาดใจก่อนจะมีการศึกษา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง "It took + time + for someone + to do something" ได้ถูกต้อง
- It took six months for the team to repair the bridge.
- It took for the team six months repair the bridge.
- It took six months that the team repaired the bridge.
ดูคำตอบ
It took six months for the team to repair the bridge.
to comprehensively investigate its potential: ศึกษาศักยภาพอย่างครอบคลุม
to comprehensively investigate its potential หมายถึงการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและครอบคลุมว่าสิ่งหนึ่งอาจทำอะไรได้หรืออาจนำไปใช้อะไรได้บ้าง comprehensively ขยายคำว่า investigate จึงเน้นการตรวจสอบที่กว้างกว่าการดูอย่างรวดเร็วหรือการทดสอบเพียงบางส่วน potential เป็นคำนามในที่นี้ หมายถึงคุณค่า ความสามารถ หรือการใช้งานที่เป็นไปได้ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้หรือพิสูจน์อย่างสมบูรณ์ การตรวจสอบศักยภาพคือกระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์หลักฐาน ไม่ได้หมายความว่าความเป็นไปได้เหล่านั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว
แบบฝึกหัด
ทีมวิจัยกำลังตรวจสอบการใช้งานที่เป็นไปได้ทั้งหมดของวัสดุชนิดใหม่อย่างรอบคอบ ประโยคใดอธิบายงานนี้ได้ดีที่สุด
- The team is realizing the material's potential.
- The team is comprehensively investigating the material's potential.
- The team says the material has potential.
ดูคำตอบ
The team is comprehensively investigating the material's potential.
an Englishman named Edward Stone ran 5 years of experiments วลี
1:09ชาวอังกฤษชื่อ เอ็ดเวิร์ด สโตน ได้ทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี
ran 5 years of experiments: run ในความหมายว่า “ดำเนินการ”
ใน ran 5 years of experiments คำว่า ran หมายถึง “ดำเนินการ” หรือ “ทำ” ไม่ใช่ “วิ่ง” Run an experiment/run experiments เป็นคำที่มักใช้คู่กันในบริบทงานวิจัย เพื่อบอกถึงการวางแผนและลงมือทำการทดสอบ ในที่นี้ 5 years of experiments หมายถึงงานทดลองตลอดระยะเวลาห้าปี ซึ่งน่าจะประกอบด้วยการทดลองหลายครั้ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทดลองเพียงครั้งเดียวที่ดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดเป็นเวลาห้าปี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ run ในความหมายเกี่ยวกับการวิจัยเหมือนกับตัวอย่าง?
- Maya ran three miles before breakfast.
- The colors ran when the shirt got wet.
- The team ran three experiments to test the new battery.
ดูคำตอบ
The team ran three experiments to test the new battery.
crushed into a powder and eaten: คำอธิบายแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว
Crushed into a powder and eaten เป็นวลี past participle สองวลีที่เชื่อมกันเพื่ออธิบาย willow bark ทั้งสองวลีเป็นรูปถูกกระทำ กล่าวคือ เปลือกไม้เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ สามารถขยายเป็น “willow bark, which was crushed into a powder and eaten, ...” ได้ รูปที่สั้นกว่าจะละ which was ทำให้ประโยคกระชับขึ้น โครงสร้างถูกกระทำแบบย่อนี้มักใช้เพื่อเพิ่มข้อมูลว่าสิ่งหนึ่งถูกเตรียม เปลี่ยนแปลง หรือจัดการอย่างไร Into a powder บอกว่าผลจากการบดคือกลายเป็นผง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle ที่เชื่อมกันเพื่อเพิ่มคำอธิบายแบบถูกกระทำให้แก่คำนาม?
- The scientist sealed the bags and stored them in a freezer.
- The samples, sealed in bags and stored in a freezer, stayed fresh.
- The samples, sealing bags and storing a freezer, stayed fresh.
ดูคำตอบ
The samples, sealed in bags and stored in a freezer, stayed fresh.
identify and purify: ขั้นตอนที่เชื่อมแบบเท่าเทียมกันในกระบวนการวิจัย
Identify หมายถึงระบุให้แน่ชัดว่าสารนั้นคืออะไร ส่วน purify หมายถึงกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกเพื่อให้สารเป้าหมายมีความบริสุทธิ์สูงขึ้น คำกริยาทั้งสองเชื่อมแบบเท่าเทียมกันด้วย and และใช้กรรมเดียวกันคือ the substance ในลำดับงานวิจัยนี้ ถ้อยคำเสนอการระบุก่อนแล้วจึงทำให้บริสุทธิ์ โดย and เชื่อมการกระทำ ส่วนลำดับมาจากวิธีบรรยายกระบวนการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า นักวิจัยระบุว่าสารประกอบชนิดหนึ่งคืออะไร แล้วจึงกำจัดสิ่งเจือปนออก?
- They identified and purified the active compound.
- They purified the active compound without determining what it was.
- They identified the active compound and recorded its color.
ดูคำตอบ
They identified and purified the active compound.
the substance that made all this possible: อนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายหน้าที่
that made all this possible เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the substance โดย that เป็นประธานของ made ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าสารนั้นทำอะไร นั่นคือทำให้ทุกสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นไปได้ ภายในอนุประโยค โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ปรากฏเป็น made + all this + possible โครงสร้างนี้ช่วยระบุสิ่งหนึ่งจากหน้าที่ของมัน ไม่ใช่เพียงจากชื่อหรือรูปลักษณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าอะไรทำให้เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นได้?
- They found the key, so the rescue began.
- They found the key that the rescue team had lost.
- They found the key that made the rescue possible.
ดูคำตอบ
They found the key that made the rescue possible.
a compound called salicin: คำนาม + called + ชื่อ
ใน a compound called salicin ส่วน called salicin บอกชื่อของสารประกอบนั้น โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก a compound that is called salicin รูปแบบ คำนาม + called + ชื่อ มักใช้ในบทความวิทยาศาสตร์เพื่อแนะนำศัพท์ใหม่ โดยบอกประเภททั่วไปก่อน คือ compound แล้วจึงบอกชื่อเฉพาะ คือ salicin
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำ keratin ในฐานะชื่อของโปรตีนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The team studied a protein and called the laboratory.
- The team studied a protein called keratin.
- The team called the protein unusual.
ดูคำตอบ
The team studied a protein called keratin.
doctors were routinely using willow bark and other salicin-rich plants like the herb meadowsweet โน้ต
1:36แพทย์ได้ใช้เปลือกต้นหลิวและพืชที่มีซาลิซินสูงอื่นๆ เช่น สมุนไพรเมโดว์สวีท เป็นประจำ
By then: การเชื่อมโยงกลับไปยังจุดเวลาก่อนหน้า
By then หมายถึง สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือเป็นจริงไม่ช้ากว่าเวลาที่กล่าวถึงก่อนหน้า โดยชี้ย้อนกลับไปยังจุดเวลาที่ระบุไว้แล้ว และตัววลีเองไม่ได้บอกวันที่เฉพาะเจาะจง เมื่ออยู่ต้นประโยค By then จะพาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เดินหน้าไปถึงเวลานั้น และบอกว่าการใช้เป็นประจำของแพทย์เกิดขึ้นแล้วในตอนนั้น วลีนี้ใช้กับสภาพที่มีอยู่หรือการปฏิบัติที่กำลังดำเนินอยู่ได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ past perfect เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “เมื่อถึงเวลาที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น”: The bus arrived at noon. ____, everyone was ready to leave.
ดูคำตอบ
By then
salicin-rich plants: คำคุณศัพท์ประสมรูป X-rich
Salicin-rich หมายถึง “มีซาลิซินในปริมาณมาก” Salicin-rich เป็นคำคุณศัพท์ประสม และคำทั้งชุดวางหน้าคำนามเพื่อขยาย plants รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X-rich + คำนาม เช่น protein-rich foods และ nutrient-rich soil ในงานเขียนมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้ คำขยายประสมที่ลงท้ายด้วย -rich มักใช้เครื่องหมายยัติภังค์เมื่อวางหน้าคำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมรูป X-rich ที่หมายถึง “มีโปรตีนมาก”: The hikers packed ____ snacks.
ดูคำตอบ
protein-rich
were routinely using: การปฏิบัติเป็นประจำในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต
ใน were routinely using รูป past progressive วางกิจกรรมไว้ในช่วงเวลาหนึ่งของอดีต ส่วน routinely บอกว่ากิจกรรมนั้นเกิดซ้ำเป็นการปฏิบัติตามปกติ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จึงอธิบายสิ่งที่แพทย์ทำเป็นประจำในช่วงนั้น ไม่ใช่การใช้เพียงครั้งเดียว วลีนี้ยังใช้เสนอการปฏิบัติที่เกิดซ้ำเป็นข้อมูลเบื้องหลัง ก่อนที่เรื่องราวจะเปลี่ยนไปกล่าวถึงเหตุการณ์หรือพัฒนาการอื่นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายกิจกรรมที่ทำเป็นประจำในช่วงเวลาหนึ่งของอดีต
- On Tuesday, one nurse recorded a patient's temperature once.
- During the winter outbreak, nurses were routinely recording each patient's temperature.
- Next winter, nurses will start recording patients' temperatures.
ดูคำตอบ
During the winter outbreak, nurses were routinely recording each patient's temperature.
to ease pain, fever, and inflammation: กริยาหนึ่งคำกับรายการอาการ
ในวลีนี้ ease เป็นสกรรมกริยา หมายถึง “ทำให้อาการรุนแรงน้อยลง” โดยมี pain, fever และ inflammation เป็นกรรมตรงที่เรียงต่อกันสามคำ กริยา ease เพียงคำเดียวจึงใช้กับทั้งสามคำ to ease ... เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ว่าใช้ยา พืช หรือการรักษาเพื่ออะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ to ease + อาการหนึ่งอย่างหรือรายการอาการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ายาช่วยลดอาการหลายอย่างโดยไม่ได้อ้างว่าสามารถรักษาโรคให้หายได้
- This medicine can cure the disease by easing its symptoms.
- This medicine can ease from pain, fever, and inflammation.
- This medicine can ease pain, fever, and inflammation.
ดูคำตอบ
This medicine can ease pain, fever, and inflammation.
But identifying the exact compound suddenly opened up the possibility of manipulating its form. โน้ต
1:46แต่การระบุสารประกอบที่แน่ชัดทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการดัดแปลงรูปแบบของมัน
suddenly opened up the possibility of + -ing: เปิดความเป็นไปได้ใหม่
opened up the possibility of หมายถึง “สร้างโอกาสใหม่ให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้” ในที่นี้ การระบุสารประกอบที่แน่นอนทำให้การปรับเปลี่ยนรูปแบบของมันกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ open up ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเปิดสิ่งของจริง ๆ และ suddenly แสดงว่าความเป็นไปได้ใหม่นี้เกิดขึ้นโดยตรงหลังจากการค้นพบ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น the possibility of manipulating รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + open up the possibility of + คำนาม/-ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ open up the possibility of ให้ครบถ้วน: Better batteries could ____ storing solar energy overnight.
ดูคำตอบ
open up the possibility of
manipulating its form: การใช้ manipulate ในความหมายเชิงเทคนิคที่เป็นกลาง
ในที่นี้ manipulating its form หมายถึงการเปลี่ยนหรือควบคุมรูปแบบที่สารประกอบนั้นดำรงอยู่โดยเจตนาด้วยวิธีทางเทคนิค เนื่องจากกรรมเป็นสาร manipulate จึงมีความหมายเป็นกลางในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการควบคุมคนอย่างไม่เป็นธรรม Its หมายถึง compound ส่วน form หมายถึงสภาวะหรือการจัดเรียงเฉพาะของสารประกอบ ไม่ใช่แบบฟอร์มที่ต้องกรอก
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกต้องหรือไม่: ใน “The software lets researchers manipulate the image data,” คำว่า manipulate เป็นภาษาทางเทคนิคที่มีความหมายเป็นกลาง
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
a French chemist managed to chemically synthesize the compound, วลี
1:55นักเคมีชาวฝรั่งเศสสามารถสังเคราะห์สารประกอบนี้ทางเคมีได้สำเร็จ
managed to chemically synthesize: ความสำเร็จหลังจากเผชิญความยากลำบาก
Managed to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าบุคคลนั้นทำสิ่งที่ยากหรือต้องใช้ความพยายามได้สำเร็จจริง ในประโยคนี้ นักเคมีสังเคราะห์สารประกอบได้จริง วลีนี้จึงกล่าวถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงความสามารถ Chemically ขยาย synthesize และบอกว่าสารประกอบถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีใด คำกริยาวิเศษณ์สามารถอยู่ระหว่าง to กับกริยารูปพื้นฐานได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น managed to chemically synthesize
แบบฝึกหัด
หลังจากการทดลองล้มเหลวหลายครั้ง ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าในที่สุดทีมก็ทำสำเร็จ
- The team could synthesize the compound.
- The team tried to synthesize the compound.
- The team managed to synthesize the compound.
ดูคำตอบ
The team managed to synthesize the compound.
creating a substance called acetylsalicylic acid. โน้ต
1:59ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า กรดอะเซทิลซาลิไซลิก
creating a substance ...: ใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผล
อนุประโยค -ing creating a substance called acetylsalicylic acid บอกผลที่เกิดจากการกระทำในประโยคหลักก่อนหน้า สามารถขยายความได้เป็น "and this created a substance called acetylsalicylic acid." เนื่องจาก creating ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาลในที่นี้ อนุประโยคนี้จึงต้องอาศัยประโยคหลักและไม่สามารถเป็นประโยคเดี่ยวได้ ในบริบทนี้ อนุประโยคบอกว่าการกระทำก่อนหน้าทำให้เกิดอะไรขึ้น ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาคและอนุประโยค -ing เพื่อบอกผลโดยตรงของเหตุการณ์แรก
- The scientist mixed the two solutions to test the reaction.
- The two solutions reacted, producing a blue gas.
- Working carefully, the scientist mixed the two solutions.
ดูคำตอบ
The two solutions reacted, producing a blue gas.
acetylsalicylic acid: ชื่อทางเคมีของแอสไพริน
Acetylsalicylic acid คือชื่อทางเคมีของสารประกอบที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ aspirin หรือแอสไพริน ใน a substance called acetylsalicylic acid คำว่า called ใช้เกริ่นชื่อของสาร และวลี acetylsalicylic acid ทั้งวลีเป็นชื่อของสารประกอบหนึ่งชนิด ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ เพียงมองว่าวลีทั้งหมดเป็นชื่อเฉพาะทางก็เพียงพอที่จะเข้าใจประโยค ไม่จำเป็นต้องแยกวิเคราะห์ทุกส่วนของคำตั้งแต่แรก
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The medicine contains acetylsalicylic acid." คำว่า acetylsalicylic acid เป็นชื่อของอะไร
- วิธีการในห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบกรด
- สารประกอบทางเคมีที่รู้จักกันทั่วไปว่าแอสไพริน
- นักวิทยาศาสตร์ที่เตรียมแอสไพรินได้เป็นคนแรก
ดูคำตอบ
สารประกอบทางเคมีที่รู้จักกันทั่วไปว่าแอสไพริน
the pharmaceutical company Bayer found a new method วัฒนธรรม
2:04บริษัทยาไบเออร์ (Bayer) ได้ค้นพบวิธีใหม่
the pharmaceutical company Bayer: คำบอกประเภทและชื่อเฉพาะของบริษัท
ในนามวลีนี้ the pharmaceutical company บอกว่า Bayer เป็นองค์กรประเภทใด ส่วน Bayer เป็นชื่อเฉพาะของบริษัท ดังนั้น Bayer ในที่นี้หมายถึงบริษัท ไม่ใช่บุคคล ทั้งวลีเป็นประธานของ found ภาษาอังกฤษมักใช้คำบอกประเภทหรือบทบาทคู่กับชื่อเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นอย่างรวดเร็วเมื่อผู้อ่านยังไม่คุ้นกับสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The software company Adobe released an update. นามวลีตอนต้นบอกอะไร
- Adobe เป็นชื่อของอัปเดต
- Adobe เป็นบริษัทซอฟต์แวร์
- Adobe เป็นคนที่ซื้อซอฟต์แวร์
ดูคำตอบ
Adobe เป็นบริษัทซอฟต์แวร์
and began marketing the compound as a pain reliever called aspirin. โน้ต
2:08และเริ่มทำการตลาดสารประกอบนี้ในฐานะยาบรรเทาปวดที่เรียกว่า แอสไพริน
began marketing the compound as: โครงสร้าง market X as Y
ในที่นี้ market เป็นคำกริยา ในโครงสร้าง market X as Y นั้น X คือผลิตภัณฑ์ ส่วน Y คือสถานะ การใช้งาน หรือภาพลักษณ์ที่ใช้ในการส่งเสริมและขายผลิตภัณฑ์ บริษัทวางตำแหน่งสารประกอบนี้ให้เป็นยาแก้ปวด began marketing หมายถึงกิจกรรมการตลาดนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย begin สามารถตามด้วยรูป -ing ได้ ส่วน market ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสถานที่หรือระบบสำหรับการซื้อขาย
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้าง market X as Y สมบูรณ์: The company marketed the device ____ a low-cost tool for schools.
ดูคำตอบ
as
a pain reliever called aspirin: ยาแก้ปวดที่ชื่อว่าแอสไพริน
pain reliever เป็นคำนามประสมที่นับได้ ใช้เรียกยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความเจ็บปวด โดย reliever เป็นคำนามหลัก และ pain บอกว่าสิ่งนั้นช่วยบรรเทาอะไร called aspirin เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบลดรูปจาก that was called aspirin ใช้บอกชื่อของยาแก้ปวดนั้น นามวลีทั้งหมดจึงหมายถึง “ยาลดความเจ็บปวดที่ชื่อว่าแอสไพริน”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pain reliever เพื่อเรียกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความเจ็บปวด
- This medicine relieves pain quickly.
- This pain reliever can help with a mild headache.
- This medicine can provide pain relief.
ดูคำตอบ
This pain reliever can help with a mild headache.
This was widely recognized as one of the first synthetic pharmaceutical drugs. โน้ต
2:13สิ่งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในยาที่สังเคราะห์ขึ้นเป็นตัวแรกๆ
was widely recognized as one of the first ... drugs: ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในยา ... ชนิดแรก ๆ
was widely recognized as เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าคนจำนวนมากยอมรับหรืออธิบายว่าประธานมีสถานะบางอย่าง คำว่า widely เน้นว่าความเห็นนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในประโยคนี้ as ตามด้วย one of the first synthetic pharmaceutical drugs หลัง one of ต้องใช้คำนามพหูพจน์ จึงเป็น drugs ส่วน one of the first หมายถึง “หนึ่งในกลุ่มแรก ๆ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงยาชนิดแรกเพียงชนิดเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be widely recognized as: The museum ____ one of the city's most important cultural sites.
ดูคำตอบ
is widely recognized as
first synthetic pharmaceutical drugs: ยากลุ่มแรก ๆ ที่สังเคราะห์ทางเคมี
ในวลีนี้ synthetic หมายถึงผลิตขึ้นผ่านการสังเคราะห์ทางเคมีที่มนุษย์ควบคุม แทนที่จะได้มาจากแหล่งธรรมชาติโดยตรง ไม่ได้แปลว่าเป็นของปลอม ส่วน pharmaceutical ขยายคำว่า drugs เพื่อบอกว่าเป็นยาที่ใช้ทางการแพทย์ โครงสร้าง one of the first + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสิ่งหนึ่งในกลุ่มยุคแรก ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งแรกเพียงหนึ่งเดียว
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง synthetic pharmaceutical drugs หมายถึงอะไร
- ยาในยุคแรกบางชนิดที่ติดฉลากเท็จเพื่อเลียนแบบผลิตภัณฑ์จริง
- ยาที่รับประกันว่าไม่ปลอดภัยและไม่มีประสิทธิภาพ
- ยากลุ่มแรก ๆ บางชนิดที่ผลิตผ่านการสังเคราะห์ทางเคมี
ดูคำตอบ
ยากลุ่มแรก ๆ บางชนิดที่ผลิตผ่านการสังเคราะห์ทางเคมี
Bayer's brand name: ชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์ไบเออร์
ในที่นี้ Bayer's brand name หมายถึงชื่อทางการค้าที่ไบเออร์ใช้เพื่อระบุและทำตลาดผลิตภัณฑ์ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ Bayer's เชื่อมโยงชื่อนี้เข้ากับบริษัท brand name ใช้ระบุผลิตภัณฑ์ในตลาด และแตกต่างจากชื่อสามัญหรือชื่อทางเคมีของสารนั้น คำว่า just ในประโยคเน้นว่าในเวลานั้น aspirin มีสถานะจำกัดเพียงเป็นชื่อแบรนด์
แบบฝึกหัด
บริษัทหนึ่งขายยาโดยใช้ชื่อ ClearRelief แต่สารออกฤทธิ์มีชื่อทางวิทยาศาสตร์อีกชื่อหนึ่ง ClearRelief คืออะไร
- ชื่อทางการค้าที่ใช้ระบุผลิตภัณฑ์
- ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสารออกฤทธิ์
- คำแนะนำที่บอกผู้ป่วยว่าควรรับประทานเท่าใด
ดูคำตอบ
ชื่อทางการค้าที่ใช้ระบุผลิตภัณฑ์
A for acetyl, and spir for meadowsweet: ที่มาของชื่อ aspirin
นี่เป็นคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ aspirin โดย A for acetyl หมายถึงตัวอักษร a นำมาจาก acetyl ส่วน spir for meadowsweet เชื่อมโยง spir กับ Spiraea ซึ่งเป็นชื่อทางพฤกษศาสตร์ที่ใช้เรียก meadowsweet ในบรรทัดถัดไป for ในที่นี้หมายถึง “ใช้แทน” หรือ “มาจาก” ไม่ได้หมายถึง “สำหรับ” นี่เป็นการอธิบายการสร้างชื่อเฉพาะตามรากศัพท์ แม้ว่าในการใช้ทั่วไป ผู้พูดจะไม่ได้แยก aspirin ออกเป็นส่วนเหล่านี้ก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายชื่อ aspirin นี้ for แสดงอะไร?
- แสดงว่า aspirin มีไว้สำหรับใคร
- แสดงจุดประสงค์ของ meadowsweet
- แสดงที่มาของแต่ละส่วนในชื่อ
ดูคำตอบ
แสดงที่มาของแต่ละส่วนในชื่อ
whose botanical name is ...: whose ที่เป็นคำสัมพันธ์แสดงความเป็นเจ้าของ
whose ใช้นำอนุประโยคสัมพันธ์และแสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง ในที่นี้ whose ย้อนกลับไปอ้างถึง meadowsweet ดังนั้น whose botanical name จึงหมายถึง “ชื่อทางพฤกษศาสตร์ของพืชชนิดนั้น” หลัง whose จะตามด้วยกลุ่มคำนามที่เป็นสิ่งที่มีผู้ครอบครองโดยตรง คือ botanical name ไม่ต้องเติม its อีก เพราะ whose its botanical name is ... ผิดไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำสัมพันธ์แสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: The scientist studied a tree ____ leaves turn red in winter.
ดูคำตอบ
whose
Soon aspirin became synonymous with acetylsalicylic acid. วลี
2:30ไม่นานแอสไพรินก็มีความหมายเหมือนกับกรดอะเซทิลซาลิไซลิก
became synonymous with: ค่อย ๆ มีความหมายเหมือนกันหรือกลายเป็นตัวแทนของสิ่งเดียวกัน
Become synonymous with หมายถึงค่อย ๆ ถูกมองว่ามีความหมายหรือหมายถึงสิ่งเดียวกับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ became แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา คือชื่อ aspirin เริ่มถูกใช้เรียก acetylsalicylic acid โครงสร้างนี้ยังใช้เมื่อบุคคล สถานที่ หรือแบรนด์เชื่อมโยงกับคุณลักษณะบางอย่างอย่างแน่นแฟ้นจนกลายเป็นตัวแทนของคุณลักษณะนั้นได้ด้วย เป็นการอธิบายการใช้ภาษาหรือมุมมองของผู้คน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้: Over time, the brand ____ dependable service.
ดูคำตอบ
became synonymous with
As its influence grew: ใช้สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิหลัง
ในที่นี้ as หมายถึง “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินไป” หรือ “เมื่อ...เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” อนุประโยค As its influence grew วางไว้ข้างหน้าเพื่อบอกภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง จากนั้นประโยคหลักจะกล่าวถึงพัฒนาการอีกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น “แนวโน้มที่เป็นภูมิหลัง + พัฒนาการที่เกิดควบคู่กัน” อาจทำให้เข้าใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้บอกเหตุโดยตรงเท่ากับ because
แบบฝึกหัด
อนุประโยคข้างหน้าใน “As ticket sales grew, the theater added more shows” ทำหน้าที่อะไร?
- เปรียบเทียบยอดขายบัตรกับโรงละคร
- ทำให้ยอดขายบัตรที่เพิ่มขึ้นเป็นภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขณะที่โรงละครเพิ่มจำนวนรอบการแสดง
- บอกว่าโรงละครเพิ่มจำนวนรอบการแสดงก่อนที่จะเริ่มขายบัตร
ดูคำตอบ
ทำให้ยอดขายบัตรที่เพิ่มขึ้นเป็นภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขณะที่โรงละครเพิ่มจำนวนรอบการแสดง
but also many inflammation-related problems, การใช้คำ
2:40แต่ยังรวมถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบมากมาย
found to ease not just ..., but also ...: การขยายขอบเขต
Was found to ease หมายถึงผลจากการวิจัยหรือการสังเกตแสดงว่าแอสไพรินช่วยบรรเทาบางอย่างได้ ในที่นี้ ease เป็นคำกริยา และ pain เป็นกรรมตัวแรก Not just A, but also B เพิ่ม B เข้ามาพร้อมเน้นว่าผลไม่ได้ครอบคลุมแค่ A เท่านั้น A และ B ควรมีโครงสร้างทางไวยากรณ์ขนานกัน ในประโยคนี้ pain และ many inflammation-related problems เป็นกรรมของ ease ทั้งคู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย not just ..., but also ...: The museum displays ____ paintings, ____ historical letters.
ดูคำตอบ
not just · but also
inflammation-related problems: คำคุณศัพท์ประสม X-related
ใน inflammation-related problems คำว่า inflammation-related เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้าคำนาม problems หมายถึงปัญหาที่เชื่อมโยงกับการอักเสบ โดย related แสดงความเชื่อมโยง ไม่ได้แปลว่าเป็นสาเหตุที่พิสูจน์แล้วเสมอไป รูปแบบคือ X-related + คำนาม เช่น stress-related illness เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า X และ related ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายเดียว
แบบฝึกหัด
สร้างคำคุณศัพท์ประสมจาก stress + related: The clinic treats many ____ sleep problems.
ดูคำตอบ
stress-related
like rheumatoid arthritis: ตัวอย่างของโรคเฉพาะชนิด
ในวลีนี้ like หมายถึง “เช่น” และยก rheumatoid arthritis เป็นตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง rheumatoid arthritis คือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีข้อต่อโดยผิดพลาดและทำให้เกิดการอักเสบ ชื่อนี้เฉพาะเจาะจงกว่า arthritis ซึ่งเป็นคำทั่วไปสำหรับการอักเสบของข้อต่อ จากคำอธิบายรอบข้าง ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแอสไพรินกำลังถูกกล่าวถึงในฐานะยาสำหรับปัญหาที่เกี่ยวกับการอักเสบ ไม่ใช่เพียงอาการปวดทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rheumatoid arthritis ได้ถูกต้อง?
- Rheumatoid arthritis is a specific disease that can cause inflamed joints.
- Rheumatoid arthritis is another name for every kind of joint pain.
- I had rheumatoid arthritis for ten minutes after running.
ดูคำตอบ
Rheumatoid arthritis is a specific disease that can cause inflamed joints.
pericarditis, which ...: อธิบายศัพท์ทางการแพทย์ทันที
Pericarditis เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงการอักเสบของถุงที่มีของเหลวอยู่รอบหัวใจ เครื่องหมายจุลภาคและอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which อธิบายศัพท์ที่อาจไม่คุ้นเคยทันทีด้วยคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยประโยคกล่าวว่าโรคนี้ทำให้ถุงดังกล่าวอักเสบ นี่เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์ คือให้ชื่อเฉพาะทางก่อน แล้วตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค which และคำอธิบาย ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง pericarditis และเพิ่มข้อมูล ไม่ได้แนะนำอีกโรคหนึ่งหรือถามคำถาม
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่มี which ใน pericarditis, which inflames the fluid-filled sac around the heart ทำหน้าที่อะไร?
- อธิบายทันทีว่าโรคนี้ส่งผลต่อส่วนใดของร่างกาย
- แนะนำโรคที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน
- ถามให้ผู้อ่านเลือกระหว่างโรคสองชนิด
ดูคำตอบ
อธิบายทันทีว่าโรคนี้ส่งผลต่อส่วนใดของร่างกาย
การแยกโครงสร้าง the fluid-filled sac around the heart
ในนามวลีนี้ sac เป็นคำนามหลัก หรือสิ่งที่กำลังถูกอธิบาย fluid-filled เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้า sac และหมายถึง “มีของเหลวอยู่เต็ม” ส่วน around the heart เป็นบุพบทวลีที่บอกว่าถุงนี้อยู่ที่ใด เมื่อต้องการแยกคำบรรยายทางการแพทย์ที่คล้ายกัน ให้หาคำนามหลักก่อน แล้วค่อยเติมรายละเอียด: the sac → the fluid-filled sac → the fluid-filled sac around the heart
แบบฝึกหัด
ในวลี “an air-filled cave beneath the cliff” ข้อใดวิเคราะห์ได้ถูกต้อง?
- คำนามหลักคือ cliff; air-filled cave บอกว่าหน้าผามีอะไรอยู่ข้างใน
- คำนามหลักคือ cave; air-filled อธิบายสิ่งที่อยู่ข้างใน; beneath the cliff บอกตำแหน่ง
- คำนามหลักคือ air; filled cave อธิบายการกระทำ; beneath the cliff อธิบายอากาศ
ดูคำตอบ
คำนามหลักคือ cave; air-filled อธิบายสิ่งที่อยู่ข้างใน; beneath the cliff บอกตำแหน่ง
การเข้าใจ Kawasaki disease ว่าเป็นชื่อทางการแพทย์
Kawasaki disease เป็นชื่อเต็มของโรคชนิดหนึ่ง Kawasaki เป็นชื่อเฉพาะที่วางไว้หน้า disease ซึ่งเป็นคำนามหลัก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โรคที่มาจากสถานที่ชื่อ Kawasaki” โรคนี้ตั้งชื่อตามโทมิซากุ คาวาซากิ กุมารแพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้บรรยายโรคนี้เป็นคนแรก เมื่อมองคำสองคำนี้เป็นชื่อทางการแพทย์ชื่อเดียว ก็จะเข้าใจว่าความเชื่อมโยงกับหลอดเลือดอักเสบหมายถึงตัวโรค ไม่ใช่สถานที่
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “The doctor is checking the child for Kawasaki disease.” ได้ถูกต้อง?
- หมายถึงโรคใด ๆ ที่เริ่มต้นในเมืองคาวาซากิของญี่ปุ่น
- เป็นชื่อของหลอดเลือดที่อักเสบหนึ่งเส้น
- Kawasaki disease เป็นชื่อทางการแพทย์ที่ตั้งตามนามสกุลของแพทย์
ดูคำตอบ
Kawasaki disease เป็นชื่อทางการแพทย์ที่ตั้งตามนามสกุลของแพทย์
blood vessels become inflamed: become + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกการเปลี่ยนสภาวะ
ใน blood vessels become inflamed คำว่า become เชื่อมประธาน blood vessels เข้ากับคำคุณศัพท์ inflamed หมายถึงหลอดเลือดเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะอักเสบ หรือเกิดการอักเสบ โครงสร้าง become + คำคุณศัพท์ เน้นการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ เหมาะกับคำอธิบายข้อเท็จจริงและทางการแพทย์ โดยบอกว่าสิ่งหนึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในสภาวะนั้น แล้วจึงเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย become และคำคุณศัพท์ inflamed: After repeated irritation, the tissue may ____.
ดูคำตอบ
become inflamed
scientists still didn't actually know how it worked. ไวยากรณ์
2:59นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร
Yet, despite aspirin's medical value: การสร้างความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงแต่มีผลตรงข้าม
Yet ส่งสัญญาณว่าข้อมูลกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต่างจากสิ่งที่ข้อมูลก่อนหน้าอาจทำให้คาดไว้ ส่วน despite aspirin's medical value นำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คาดผลตรงข้ามกับใจความหลัก เมื่อนำมาใช้ร่วมกันตอนต้นประโยค จึงเน้นความขัดแย้งว่าแอสไพรินมีคุณค่าทางการแพทย์ แต่ข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับมันยังไม่เป็นที่รู้กัน despite + นามวลี ใช้วางข้อมูลพื้นหลังที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่ง ขณะที่ประโยคหลักบอกผลที่น่าประหลาดใจ การขึ้นต้นด้วย Yet, despite ... ช่วยพาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จากประโยชน์ที่ทราบแล้วไปสู่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบว่ายาทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite เพื่อสร้างความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงแต่มีผลตรงข้ามได้ถูกต้อง?
- Yet, despite the results were promising, the team remained cautious.
- Yet, despite the promising results, the team remained cautious.
- Yet, although the promising results, the team remained cautious.
ดูคำตอบ
Yet, despite the promising results, the team remained cautious.
know how it worked: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแบบฝัง
how it worked เป็นส่วนเติมเต็มของ know และเป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง โดยแสดงข้อมูลที่ยังไม่รู้ว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร แต่ไม่ได้ใช้ถามใครโดยตรง คำถามแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน it + กริยา worked โดยไม่สลับลำดับแบบคำถาม ดังนั้นคำถามตรงคือ How did it work? แต่เมื่ออยู่หลัง know ต้องใช้ know how it worked ไม่ใช่ know how did it work
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำถามตรงให้เป็นคำถามแบบฝัง: How did the machine work? The engineer explained ____.
ดูคำตอบ
how the machine worked
Swedish and British scientists changed that. วลี
3:05นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนและอังกฤษได้เปลี่ยนสิ่งนั้น
changed that: that ที่อ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้า
ในที่นี้ that อ้างย้อนถึงสถานการณ์ทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า นั่นคือ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร changed that จึงหมายความว่างานของนักวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมาได้ยุติหรือเปลี่ยนภาวะที่ยังไม่เข้าใจนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเปลี่ยนวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผู้พูดและผู้เขียนมักใช้ that เพื่อสรุปข้อเท็จจริง ปัญหา หรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าโดยไม่ต้องพูดซ้ำ เมื่อตีความ ให้ย้อนดูว่าสถานการณ์ใดก่อนหน้านี้ที่สามารถถูกเปลี่ยนได้อย่างสมเหตุสมผล
แบบฝึกหัด
อ่าน: The clinic had no weekend appointments. A new scheduling system changed that. that อ้างถึงอะไร?
- ระบบจัดตารางนัดหมายใหม่
- การที่คลินิกไม่มีเวลานัดหมายในวันสุดสัปดาห์
- เฉพาะตัวคลินิกเท่านั้น
ดูคำตอบ
การที่คลินิกไม่มีเวลานัดหมายในวันสุดสัปดาห์
They showed that the drug interrupts the production of certain chemicals called prostaglandins, โน้ต
3:09พวกเขาแสดงให้เห็นว่ายานี้ขัดขวางการผลิตสารเคมีบางชนิดที่เรียกว่า โปรสตาแกลนดิน
interrupts the production of ...: รบกวนกระบวนการสร้าง
ในโครงสร้าง interrupt the production of X กรรมตรงของ interrupt คือ production ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย of บอกว่าสิ่งใดถูกผลิต ในประโยคนี้ ยาออกฤทธิ์ต่อกระบวนการที่สร้างสารเคมี ไม่ใช่ต่อสารเคมีหลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว โครงสร้างนี้ใช้เพื่ออธิบายกลไก โดยบอกว่าสาเหตุหนึ่งไปรบกวนกระบวนการผลิตหรือการสร้างบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยค “The treatment interrupts the production of the hormone.” หมายความว่าอย่างไร?
- มันขนส่งฮอร์โมนหลังจากสร้างเสร็จแล้ว
- มันตั้งชื่อใหม่ให้ฮอร์โมน
- มันรบกวนกระบวนการที่สร้างฮอร์โมน
ดูคำตอบ
มันรบกวนกระบวนการที่สร้างฮอร์โมน
chemicals called prostaglandins: การใช้ called เพื่อบอกชื่อ
ใน certain chemicals called prostaglandins ส่วน called prostaglandins อยู่หลังคำนาม chemicals และบอกชื่อของสารเคมีเหล่านั้น called เป็นกริยาช่องสามในอนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว: chemicals that are called prostaglandins โครงสร้างนี้เริ่มจากประเภทกว้าง ๆ คือ chemicals แล้วจึงแนะนำคำศัพท์ที่เฉพาะเจาะจงกว่า คือ prostaglandins มักพบในคำอธิบายที่แนะนำศัพท์วิทยาศาสตร์ใหม่
แบบฝึกหัด
แทนที่ that are called ด้วยโครงสร้างย่อหนึ่งคำ: The lab studies signaling molecules ____ cytokines.
ดูคำตอบ
called
which control the transmission of pain sensations and inflammation. ไวยากรณ์
3:15ซึ่งควบคุมการส่งต่อความรู้สึกเจ็บปวดและการอักเสบ
which control ...: การเพิ่มคำอธิบายแบบไม่จำกัดความ
which นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่ย้อนกลับไปอ้างถึงคำนามพหูพจน์ prostaglandins (พรอสตาแกลนดิน) อนุประโยคนี้เพิ่มข้อมูลว่าสารเหล่านั้นทำหน้าที่ควบคุมการส่งผ่านความรู้สึกเจ็บปวดและการอักเสบ ในประโยคเต็ม เครื่องหมายจุลภาคหน้า which แสดงว่าส่วนนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้เลือกพรอสตาแกลนดินเพียงบางชนิด เพราะ which อ้างถึงคำนามพหูพจน์ จึงใช้กริยา control ไม่ใช่ controls
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเพิ่มคำอธิบายแบบไม่จำกัดความให้กับ proteins ที่ระบุไว้แล้วได้อย่างถูกต้อง?
- These proteins, which regulate body temperature, are essential to the body.
- These proteins, which they regulate body temperature, are essential to the body.
- These proteins, which regulates body temperature, are essential to the body.
ดูคำตอบ
These proteins, which regulate body temperature, are essential to the body.
that discovery won the researchers a Nobel Prize in medicine. ไวยากรณ์
3:21การค้นพบนั้นทำให้นักวิจัยได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์
won the researchers a Nobel Prize: win + คน + รางวัล
won ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ใครบางคนได้รับบางสิ่ง” ไม่ได้หมายถึง “เอาชนะใครบางคน” โดยใช้โครงสร้างกรรมสองตัว win + person + thing ซึ่ง the researchers คือผู้รับ และ a Nobel Prize คือรางวัลที่พวกเขาได้รับ ประธานอาจเป็นความสำเร็จ การกระทำ หรือผลงานที่นำไปสู่รางวัลก็ได้ เช่น การค้นพบหนึ่งอาจทำให้นักวิจัยผู้ค้นพบได้รับรางวัล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างอดีต win + person + thing: Her science project ____ a scholarship.
ดูคำตอบ
won her
Over time ในฐานะคำเชื่อมสู่การเปลี่ยนแปลงทีละน้อย
Over time หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป” โดยบอกว่าการเปลี่ยนแปลงหรือความเข้าใจใหม่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งอย่างฉับพลัน เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมบอกเวลา พาคำอธิบายไปสู่ช่วงถัดมา และเตรียมผู้อ่านให้รับรู้ถึงความรู้ที่สะสมจากการวิจัยอย่างต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป”: ____, the neighborhood became quieter as more trees grew.
ดูคำตอบ
Over time
Research has uncovered ...: เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน
ในที่นี้ uncover ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการค้นพบหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน Research เป็นประธานแบบนามธรรมที่แทนผลงานและข้อค้นพบของนักวิจัย ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยเปิดสิ่งที่ปิดคลุมอยู่จริง ๆ รูป present perfect ใน has uncovered เชื่อมข้อค้นพบที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหนึ่งเข้ากับความรู้ในปัจจุบัน ส่วน also แสดงว่าความเสี่ยงเป็นข้อค้นพบอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากข้อมูลที่กล่าวไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดในรายงานเชิงวิชาการเกี่ยวกับอันตรายที่เพิ่งค้นพบ?
- Research has covered the risks with a lid.
- Research has uncovered previously unknown risks.
- A research has uncovered risks that everyone already knew.
ดูคำตอบ
Research has uncovered previously unknown risks.
Overconsumption can cause bleeding in the intestines and the brain. การใช้คำ
3:31การบริโภคมากเกินไปอาจทำให้เลือดออกในลำไส้และสมอง
Overconsumption can cause: โครงสร้างทางการสำหรับบอกความเสี่ยงต่อสุขภาพ
Overconsumption หมายถึงการบริโภคหรือใช้บางสิ่งมากเกินระดับที่ปลอดภัยหรือเหมาะสม คำเติมหน้า over- เพิ่มความหมายว่า “มากเกินไป” ให้กับ consumption จึงเกิดเป็นคำนามทางการที่พบบ่อยในข้อมูลด้านสุขภาพ โครงสร้าง overconsumption can cause + ผลเสีย ใช้บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน cause เชื่อมการบริโภคมากเกินไปกับผลต่อสุขภาพ
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนสุขภาพแบบทางการด้วยคำนามที่หมายถึง “การบริโภคมากเกินไป”: ____ of sugary drinks can cause tooth decay.
ดูคำตอบ
Overconsumption
It can also trigger Reye's syndrome, วลี
3:35นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye's syndrome)
can also trigger Reye's syndrome: trigger ในความหมายว่า “กระตุ้นให้เกิด”
ในภาษาด้านสุขภาพ trigger หมายถึง “กระตุ้นให้เกิด” โรค อาการ หรือปฏิกิริยา ในที่นี้สิ่งที่ It กล่าวถึงอาจกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ แต่ trigger ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว can แสดงว่าผลดังกล่าวมีความเป็นไปได้ และ also เพิ่มผลนี้จากความเสี่ยงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ something can trigger + condition or reaction
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ trigger ในความหมายว่า “กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายหรืออารมณ์”
- A loud noise can record a fear response.
- A loud noise can explain a fear response.
- A loud noise can trigger a fear response.
ดูคำตอบ
A loud noise can trigger a fear response.
a rare but often fatal illness that affects the brain and liver in children with an infection. การใช้คำ
3:38ซึ่งเป็นโรคหายากแต่มักเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งส่งผลต่อสมองและตับในเด็กที่ติดเชื้อ
a rare but often fatal illness: โรคที่พบได้น้อยแต่มักถึงแก่ชีวิต
Rare บอกว่าโรคนี้พบไม่บ่อย ส่วน fatal หมายถึงโรคนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ often บอกว่าผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ได้เกิดในทุกกรณี but ใช้เปรียบต่างระหว่างความถี่ที่ต่ำกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง รูปแบบ rare but often + คำคุณศัพท์ ช่วยแยกว่าบางสิ่งเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดออกจากว่าผลของมันอาจร้ายแรงเพียงใด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับความหมายของ a rare but often fatal illness มากที่สุด
- โรคนี้พบไม่บ่อย แต่มักทำให้เสียชีวิต
- โรคนี้พบได้ทั่วไป แต่ไม่มีทางทำให้เสียชีวิต
- โรคนี้พบไม่บ่อย และทุกกรณีจะทำให้เสียชีวิตอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
โรคนี้พบไม่บ่อย แต่มักทำให้เสียชีวิต
aspirin's success had been overshadowed by newer painkillers with fewer side effects, โน้ต
3:47ความสำเร็จของแอสไพรินก็ถูกบดบังโดยยาแก้ปวดชนิดใหม่ที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า
aspirin's success had been overshadowed by: ความสำเร็จของแอสไพรินถูก…บดบัง
ในที่นี้ had been overshadowed by ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ยาแก้ปวดรุ่นใหม่ได้รับความสนใจมากกว่า ทำให้ความสำเร็จก่อนหน้านี้ของแอสไพรินดูไม่โดดเด่นเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าแอสไพรินหายไปหรือใช้ไม่ได้ผลแล้ว had been overshadowed เป็นรูป passive ของ past perfect โดยมองย้อนกลับจากช่วงหนึ่งในปลายศตวรรษที่ 20 และบอกว่าการสูญเสียความโดดเด่นนี้เกิดขึ้นแล้วก่อนถึงเวลานั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความสำเร็จได้รับความสนใจน้อยลง โดยไม่ได้บอกว่าความสำเร็จนั้นหายไปหรือถูกลบออก
- Her achievement received more attention after the later controversy.
- Her achievement was removed from the official record.
- Her achievement was overshadowed by the later controversy.
ดูคำตอบ
Her achievement was overshadowed by the later controversy.
ยาแก้ปวดรุ่นใหม่ที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า
painkiller หมายถึง “ยาแก้ปวด” ส่วน side effects หมายถึง “ผลข้างเคียง” ที่เกิดนอกเหนือจากผลที่คาดหวังของยา วลี newer painkillers with fewer side effects หมายถึงยาแก้ปวดที่ใหม่กว่าเมื่อเทียบกับยาอีกชนิด และมีจำนวนหรือชนิดของผลข้างเคียงน้อยกว่า fewer ใช้ขยาย side effects ซึ่งเป็นคำนามพหูพจน์ที่นับได้ จึงเปรียบเทียบจำนวนหรือชนิด ไม่ได้บอกว่าผลข้างเคียงแต่ละอย่างรุนแรงน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบที่ถูกต้องลงในประโยค: The new medicine caused ____ side effects than the old one。
ดูคำตอบ
fewer
further discoveries about aspirin's benefits revived interest in it. วลี
3:57การค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของแอสไพรินทำให้ความสนใจในยานี้กลับมาอีกครั้ง
การค้นพบเพิ่มเติมปลุกความสนใจในแอสไพรินขึ้นมาอีกครั้ง
revived interest in it หมายถึงความสนใจที่มีต่อแอสไพรินกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เคยลดลงหรือจางหายไป revive สื่อถึงการกลับคืนมา จึงมีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าการพูดเพียงว่า interest increased ในประโยคนี้ further discoveries about aspirin's benefits เป็นประธานที่ทำให้ความสนใจกลับมา ส่วน it หมายถึง aspirin โครงสร้าง revive interest in + บุคคล หัวข้อ หรือสิ่งของ ใช้ได้เมื่อการวิจัย สื่อ หรือเหตุการณ์ทำให้ผู้คนกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ revived interest in เพื่อแสดงว่าความสนใจกลับมาหลังจากลดลงแล้ว
- The new exhibition revived interest in the overlooked painter.
- The new exhibition increased interest in the overlooked painter.
- The new exhibition sparked interest in the overlooked painter.
ดูคำตอบ
The new exhibition revived interest in the overlooked painter.
aspirin slows production of thromboxanes: อัตราลดลง ไม่ได้หยุดโดยสิ้นเชิง
ใน aspirin slows production of thromboxanes คำว่า slows เป็นคำกริยาที่หมายถึงลดความเร็ว ส่วน production หมายถึงกระบวนการสร้างทรอมบอกเซน ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าทรอมบอกเซนถูกสร้างช้าลง วลีนี้ไม่ได้บอกว่าการสร้างสิ้นสุดลง รูปแบบ slow(s) the production of + คำนาม ใช้บอกว่ากระบวนการยังดำเนินต่อไปด้วยอัตราที่ต่ำลง และสามารถละ the ได้เมื่อใช้ production ในความหมายทั่วไปเหมือนในคำบรรยาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการสร้างยังดำเนินต่อไป แต่มีอัตราต่ำลง
- The treatment stops the production of the hormone.
- The treatment interrupts the production of the hormone.
- The treatment slows the production of the hormone.
ดูคำตอบ
The treatment slows the production of the hormone.
cause clumping of platelets: โครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ที่บอกเหตุและกระบวนการ
ใน cause clumping of platelets คำว่า cause หมายถึงทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ส่วน clumping คือกระบวนการที่สิ่งเล็ก ๆ รวมกันเป็นกลุ่ม และ of platelets ระบุว่าสิ่งที่รวมกันคือเกล็ดเลือด ในที่นี้สารเคมีทำให้เกล็ดเลือดมารวมกัน โครงสร้างคือ cause + คำนามที่บอกกระบวนการ + of + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ สามารถเปลี่ยนเป็นรูปกริยาโดยตรงแบบ cause + สิ่ง + to + กริยา ได้ว่า cause platelets to clump รูปคำนามพบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกริยาของ clumping เติมประโยคที่เขียนใหม่ให้สมบูรณ์: The chemical causes platelets to ____.
ดูคำตอบ
clump
which in turn...: การเชื่อมผลลัพธ์ขั้นถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล
ในที่นี้ in turn หมายถึง “เป็นผลลัพธ์ขั้นถัดไป” หรือ “ในขั้นถัดไปของห่วงโซ่” คำนี้บอกว่าการเกิดลิ่มเลือดเป็นสิ่งที่ตามมาจากผลที่เพิ่งอธิบายไป ไม่ใช่การเริ่มประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง คำสรรพนามเชื่อมความ which เชื่อมอนุประโยคนี้กลับไปยังสิ่งที่เป็นพหูพจน์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า เมื่อนำ which in turn มาใช้ร่วมกัน คำอธิบายจะถูกจัดเป็นห่วงโซ่ คือเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น แล้วผลของมันนำไปสู่เหตุการณ์ถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้ระบุผลลัพธ์ขั้นถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล: Heavy rain flooded the main road, which ____ delayed the school bus.
ดูคำตอบ
in turn
A landmark clinical trial showed that aspirin reduced heart attack risk by 44% in participants who took the drug. โน้ต
4:16การทดลองทางคลินิกครั้งสำคัญแสดงให้เห็นว่าแอสไพรินลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายได้ 44% ในผู้เข้าร่วมที่รับประทานยานี้
A landmark clinical trial: การทดลองทางการแพทย์ที่มีอิทธิพลเป็นพิเศษ
ใน a landmark clinical trial คำว่า landmark เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีความสำคัญในประวัติศาสตร์” หรือ “มีอิทธิพลอย่างมาก” โดยบอกว่าการทดลองนั้นกลายเป็นจุดอ้างอิงสำคัญที่ส่งผลต่อการวิจัย ความเข้าใจ หรือการดูแลทางการแพทย์ในเวลาต่อมา Clinical trial หมายถึงการศึกษาที่วางแผนไว้ในมนุษย์เพื่อทดสอบการรักษาหรือมาตรการด้านสุขภาพอื่น ๆ คำว่า landmark อธิบายผลกระทบของการทดลอง แต่ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกขนาด รูปแบบการศึกษา หรือคุณภาพที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: การทดลองทางคลินิกใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากสามารถเรียกว่า a landmark clinical trial ได้โดยอัตโนมัติ
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
aspirin reduced heart attack risk by 44%: by ใช้บอกขนาดการลดลง
reduce ... by + จำนวน ใช้บอกว่าบางสิ่งลดลงเท่าไรเมื่อเทียบกับระดับเริ่มต้น ในประโยคนี้ aspirin reduced heart attack risk by 44% หมายความว่าความเสี่ยงหัวใจวายของผู้เข้าร่วมลดลง 44% จากระดับเดิม ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงที่เหลืออยู่เท่ากับ 44% โครงสร้างนี้ใช้บ่อยในผลการวิจัย สถิติ และรายงาน โดยบอกว่าลดลงเท่าไร ไม่ได้บอกว่าหลังจากลดแล้วเหลืออยู่ที่ระดับใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าข้อผิดพลาดลดลง 15% ไม่ใช่ว่าระดับข้อผิดพลาดสุดท้ายเหลือ 15%?
- The update reduced errors by 15%.
- The update reduced errors at 15%.
- The update reduced errors to 15%.
ดูคำตอบ
The update reduced errors by 15%.
we prescribe it to people at risk of heart attack or stroke วลี
4:26เราสั่งจ่ายยานี้ให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
prescribe it to people at risk of heart attack or stroke: การระบุการรักษาและผู้รับ
prescribe something to someone หมายถึงบุคลากรทางการแพทย์สั่งจ่ายยาหรือกำหนดการรักษานั้นให้บุคคลหนึ่งอย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ it แทนยาหรือการรักษาที่กล่าวถึงไปแล้ว ส่วน to people ระบุว่าใครเป็นผู้รับใบสั่งยา at risk of heart attack or stroke ใช้บรรยายผู้ที่มีโอกาสสูงขึ้นว่าจะเกิดภาวะเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเคยเกิดภาวะดังกล่าวแล้ว โครงสร้างเต็มนี้ใช้ระบุว่าการรักษามีไว้สำหรับใคร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prescribe something to someone และ at risk of + ภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง?
- The specialist recommended the inhaler to children at risk of severe asthma attacks.
- The specialist prescribed the inhaler to children at risk of severe asthma attacks.
- The specialist prescribed the inhaler to children at risk severe asthma attacks.
ดูคำตอบ
The specialist prescribed the inhaler to children at risk of severe asthma attacks.
because it cuts the likelihood of clots forming in the arteries that supply the heart and brain. โน้ต
4:29เพราะมันลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง
because ...: บอกเหตุผลของการดำเนินการทางการแพทย์
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because อธิบายว่าเหตุใดจึงสั่งจ่ายยาให้ผู้ที่มีความเสี่ยง ประโยคหลักนำเสนอการสั่งจ่ายยา ส่วนอนุประโยค because ให้เหตุผลโดยอธิบายว่ายาช่วยได้อย่างไร โครงสร้างข้อมูลจึงเป็น การกระทำ + because + เหตุผล ในที่นี้เหตุผลเป็นกลไกการออกฤทธิ์ ไม่ใช่เพียงอีกเหตุการณ์หนึ่ง การลดโอกาสเกิดลิ่มเลือดสนับสนุนการตัดสินใจสั่งจ่ายยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกเหตุผลที่แพทย์แนะนำการรักษาได้อย่างชัดเจน
- Doctors recommend the treatment before it lowers the risk of infection.
- Doctors recommend the treatment although it lowers the risk of infection.
- Doctors recommend the treatment because it lowers the risk of infection.
ดูคำตอบ
Doctors recommend the treatment because it lowers the risk of infection.
cuts the likelihood of clots forming: ลดความน่าจะเป็น
ใน cuts the likelihood of clots forming คำว่า cut ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า ลด วลีนี้บอกว่าการเกิดลิ่มเลือดมีโอกาสน้อยลง ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้เลย โครงสร้างคือ cut the likelihood of + คำนามหรือเหตุการณ์ที่อยู่ในรูป -ing ในที่นี้ clots forming คือเหตุการณ์การเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความน่าจะเป็นลดลง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Regular backups cut the likelihood of permanently losing important files.
- แบ่งไฟล์สำคัญออกเป็นส่วนที่เล็กลง
- ทำให้การสูญเสียไฟล์อย่างถาวรมีโอกาสเกิดน้อยลง
- ทำให้การสูญเสียไฟล์อย่างถาวรเป็นไปไม่ได้
ดูคำตอบ
ทำให้การสูญเสียไฟล์อย่างถาวรมีโอกาสเกิดน้อยลง
the arteries that supply the heart and brain: ความหมายทางการแพทย์ของ supply
ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ โครงสร้าง an artery supplies an organ หมายถึงหลอดเลือดแดงนำเลือดไปสู่อวัยวะนั้น เนื่องจากคำนาม arteries ให้บริบททางการแพทย์อยู่แล้ว สิ่งที่ถูกส่งไป ซึ่งก็คือ blood จึงละไว้ได้ ดังนั้น supply the heart and brain จึงหมายถึง “ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจและสมอง” อนุประโยคสัมพันธ์ that supply the heart and brain ระบุว่ากำลังพูดถึงหลอดเลือดแดงใด Supply อยู่ในรูปฐานเพราะประธาน arteries เป็นพหูพจน์ หากประธานเป็น artery เอกพจน์ จะใช้ supplies
แบบฝึกหัด
ใน the arteries that supply the heart and brain คำว่า supply หมายถึงอะไร
- หลอดเลือดแดงนำเลือดไปสู่หัวใจและสมอง
- หลอดเลือดแดงขายอุปกรณ์การแพทย์ให้หัวใจและสมอง
- หลอดเลือดแดงขัดขวางไม่ให้เลือดไปถึงหัวใจและสมอง
ดูคำตอบ
หลอดเลือดแดงนำเลือดไปสู่หัวใจและสมอง
Even more intriguingly: การไล่ระดับสู่ประเด็นที่ชวนคิดยิ่งกว่า
Even more intriguingly เป็นคำแสดงความเห็นที่วางต้นประโยค เพื่อบอกว่าประเด็นถัดไปชวนสงสัยหรือชวนคิดมากกว่าสิ่งที่กล่าวไปแล้ว Even more สร้างการไล่ระดับขึ้น ส่วน intriguingly แสดงการประเมินของผู้พูด สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลและดึงความสนใจ ไม่ได้หมายความว่าประเด็นใหม่นั้นสำคัญกว่า หรือมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่า
แบบฝึกหัด
ผลลัพธ์ก่อนหน้านี้น่าประหลาดใจอยู่แล้ว ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอผลลัพธ์ที่สองซึ่งชวนคิดยิ่งกว่า
- For example, the birds changed their route before the storm arrived.
- Even more intriguingly, the birds changed their route before the storm arrived.
- More importantly, the birds changed their route before the storm arrived.
ดูคำตอบ
Even more intriguingly, the birds changed their route before the storm arrived.
there's a growing body of research that suggests: การนำเสนอหลักฐานอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ a growing body of research หมายถึงหลักฐานจากงานวิจัยหลายชิ้นที่สะสมและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วน body หมายถึงกลุ่มข้อมูลที่รวบรวมไว้ ไม่ใช่ร่างกายของคน that suggests นำเสนองานวิจัยเหล่านี้ว่าเป็นหลักฐานที่ชี้ไปยังข้อความซึ่งตามมา ถ้อยคำนี้ระมัดระวัง เพราะแม้หลักฐานจะเพิ่มขึ้น แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าข้อสรุปนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว กรอบนี้จึงใช้สรุปแนวโน้มของงานวิจัยโดยไม่อ้างความแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายน้ำหนักความหมายของ there's a growing body of research that suggests... ได้ดีที่สุด
- มีงานวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่ชี้ไปยังข้อความนี้ แต่ยังไม่ได้นำเสนอว่าเป็นสิ่งที่แน่นอน
- งานวิจัยเพียงชิ้นเดียวพิสูจน์ข้อความนี้อย่างไร้ข้อสงสัยแล้ว
- นักวิจัยหยุดตรวจสอบข้อความนี้แล้ว
ดูคำตอบ
มีงานวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่ชี้ไปยังข้อความนี้ แต่ยังไม่ได้นำเสนอว่าเป็นสิ่งที่แน่นอน
risk of getting and dying from cancer: รูป -ing ที่วางขนานกันหลัง of
หลัง risk of สามารถใช้รูป -ing เพื่อระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ getting และ dying เป็น gerund สองคำที่วางขนานกันและใช้ of ร่วมกัน เมื่อนำส่วนที่ละไว้มาขยายเต็ม จะได้ getting cancer และ dying from cancer โดยเข้าใจว่ามี cancer หลัง getting แม้จะไม่ได้กล่าวซ้ำ ส่วน from ใช้คู่กับ dying รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ risk of A-ing and B-ing ซึ่งการกระทำทั้งสองต้องอยู่ในรูป -ing
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ fall และ get injured เติมประโยคให้สมบูรณ์: Better lighting reduces the risk of ____ and ____ on the stairs.
ดูคำตอบ
falling · getting injured
This might be due to aspirin's antiplatelet effects. โน้ต
4:48นี่อาจเป็นเพราะผลของแอสไพรินในการต้านเกล็ดเลือด
might be due to: เสนอเหตุที่ยังไม่แน่นอน
ในวลี might be due to คำว่า due to ใช้บอกสาเหตุ ส่วน might แสดงว่าสาเหตุนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ในประโยคนี้ ฤทธิ์ของแอสไพรินถูกเสนอเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว การใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ใช้ “คำกริยาช่วย + be due to” เมื่อต้องการเสนอเหตุที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่ยืนยันแน่ชัด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงสาเหตุที่เป็นไปได้แต่ยังไม่ยืนยัน: The sudden delay ____ a network problem.
ดูคำตอบ
might be due to
aspirin's antiplatelet effects: ฤทธิ์ของแอสไพรินที่ช่วยลดลิ่มเลือด
ฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดช่วยลดความสามารถของเกล็ดเลือดในการเกาะกัน จึงทำให้โอกาสเกิดลิ่มเลือดลดลง ในประโยคนี้ aspirin's antiplatelet effects หมายถึงฤทธิ์ของแอสไพรินที่ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด คำเติมหน้า anti- หมายถึง “ต่อต้าน” หรือ “ลด” ส่วน platelet คือเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นส่วนประกอบขนาดเล็กของเลือดที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ในที่นี้ effects หมายถึงการออกฤทธิ์ทางสรีรวิทยา ไม่ได้หมายถึงผลข้างเคียงเสมอไป
แบบฝึกหัด
ในบริบททางการแพทย์นี้ antiplatelet effects มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอะไร?
- ผลที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเกล็ดเลือด
- ฤทธิ์ที่ลดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
- ฤทธิ์ที่เพิ่มการสร้างเกล็ดเลือด
ดูคำตอบ
ฤทธิ์ที่ลดการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
aspirin may decrease the levels of a certain protein that helps cancer cells spread. โน้ต
4:54แอสไพรินอาจลดระดับของโปรตีนบางชนิดที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจาย
By reducing ...: อธิบายวิธีด้วย by + -ing
By reducing platelet activity ใช้โครงสร้าง by + กริยารูป -ing เพื่อแสดงวิธีหรือกลไกที่ทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้น ในที่นี้ การลดการทำงานของเกล็ดเลือดคือวิธีที่แอสไพรินอาจทำให้ระดับโปรตีนลดลง by เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ by reducing ไม่ใช่ by reduce เมื่อวลี by + -ing อยู่ต้นประโยค มักใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นก่อนประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ใช้กริยา check และ by + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: The lab reduced errors ____ every sample twice.
ดูคำตอบ
by checking
may decrease the levels of: อธิบายการลดลงที่วัดได้ซึ่งอาจเกิดขึ้น
may decrease the levels of หมายถึงปริมาณหรือความเข้มข้นของบางสิ่งที่วัดได้อาจลดลง may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน decrease the levels of ระบุค่าที่วัดได้ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลง สำนวนนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เพราะบอกถึงผลที่อาจลดลงโดยไม่ยืนยันว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลัง may ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน decrease
แบบฝึกหัด
งานวิจัยหนึ่งมีเพียงหลักฐานเบื้องต้น ประโยคใดรายงานผลด้วยความระมัดระวังอย่างเหมาะสม
- The treatment definitely eliminates the chemical from the blood.
- The chemical level cannot change after treatment.
- Early results suggest the treatment may decrease the levels of the chemical in the blood.
ดูคำตอบ
Early results suggest the treatment may decrease the levels of the chemical in the blood.
a certain protein that helps cancer cells spread: อนุประโยคขยายคำนามและ help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
อนุประโยคขยายคำนาม “that helps cancer cells spread” ขยาย “a certain protein” และบอกว่าโปรตีนนั้นทำหน้าที่อะไร ภายในอนุประโยค “that” หมายถึงโปรตีนและทำหน้าที่เป็นประธาน จึงใช้กริยาเอกพจน์ “helps” ให้สอดคล้องกัน โครงสร้าง “help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน” หมายถึงช่วยให้การกระทำหนึ่งง่ายขึ้นหรือเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ “cancer cells” เป็นกรรม และ “spread” เป็นกริยารูปพื้นฐาน หลัง “help” สามารถใช้ “to spread” ได้เช่นกัน แต่รูปที่ไม่มี “to” พบได้บ่อยมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคขยายคำนามเพื่ออธิบายหน้าที่ของโมเลกุล และใช้โครงสร้าง “help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน” ได้ถูกต้อง
- A molecule that help the body fights infection was discovered.
- A molecule that helps the body fight infection was discovered.
- A molecule helps that the body fight infection was discovered.
ดูคำตอบ
A molecule that helps the body fight infection was discovered.
These discoveries have transformed aspirin from a mere pain reliever to a potentially life-saving treatment. โน้ต
5:00การค้นพบเหล่านี้ได้เปลี่ยนแอสไพรินจากยาแก้ปวดธรรมดาๆ มาเป็นวิธีการรักษาที่อาจช่วยชีวิตคนได้
have transformed aspirin from A to B: โครงสร้าง transform X from A to B
“Transform X from A to B” หมายถึงเปลี่ยน X จากสถานะ บทบาท หรือการใช้งานหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่ง วาง X หลัง “transform” ใช้ “from” นำจุดเริ่มต้น A และใช้ “to” นำผลลัพธ์ใหม่ B ในประโยคนี้ นามวลีสองส่วนแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในบทบาทของแอสไพริน เดิมแอสไพรินถูกมองว่าเป็นเพียงยาแก้ปวด แต่การค้นพบเหล่านี้ทำให้ปัจจุบันมองได้ว่าเป็นการรักษาที่อาจช่วยชีวิตได้ present perfect “have transformed” เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้กับปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทสองคำใน “transform X from A to B” ให้ประโยคสมบูรณ์: The program transformed the park ____ an unsafe space ____ a welcoming playground.
ดูคำตอบ
from · to
a mere pain reliever: mere ในความหมายว่า “ไม่มีอะไรมากไปกว่า”
เมื่อวาง mere ไว้หน้าคำนาม จะหมายถึง “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” หรือ “เพียงแค่” ใน a mere pain reliever คำนี้ทำให้บทบาทการบรรเทาปวดดูเป็นบทบาทที่จำกัด ไม่ใช่คำบรรยายยาแบบเป็นกลาง โครงสร้าง from X to Y นำจุดเริ่มต้นที่ถูกลดความสำคัญนี้ไปเปรียบต่างกับบทบาทใหม่ที่สำคัญกว่ามาก ในที่นี้ mere ไม่ได้หมายถึงแค่ “ธรรมดา” แต่สื่อว่าการเรียกแอสไพรินว่าเป็นเพียงยาแก้ปวดนั้นประเมินคุณค่าที่กว้างกว่าของมันต่ำไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ mere ในความหมายว่า “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” เพื่อให้ความสำเร็จภายหลังดูน่าประหลาดใจ: The idea began as ____ sketch, but it became a bestselling game.
ดูคำตอบ
a mere
potentially life-saving treatment: อาจช่วยชีวิตได้ แต่ไม่ใช่คำรับประกัน
potentially ขยายคำว่า life-saving ดังนั้นการรักษานี้อาจช่วยชีวิตได้ แต่ประโยคไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดผลเช่นนั้น ถ้อยคำนี้กล่าวถึงประโยชน์ที่อาจมีอย่างมาก พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตความแน่นอนไว้อย่างชัดเจน life-saving เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจาก life และ saving เมื่ออยู่หน้า treatment เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าคำสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายคำเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ potentially และ life-saving เพื่อสื่อว่า “อาจช่วยชีวิตได้” โดยไม่ให้คำรับประกัน: The team is testing a ____ treatment, but the results are not yet certain.
ดูคำตอบ
potentially life-saving
we consume about 100 billion aspirin tablets each year, วลี
5:08เราบริโภคยาแอสไพรินประมาณ 1 แสนล้านเม็ดในแต่ละปี
consume about ... each year: บอกปริมาณต่อปีโดยประมาณ
ในสถิตินี้ consume หมายถึงคนกลุ่มใหญ่ใช้หรือรับประทานสิ่งหนึ่งรวมกัน เป็นการนำเสนอเม็ดยาแอสไพรินในรูปปริมาณรวม ไม่ใช่การกระทำของคนเพียงคนเดียว รูปแบบ about + ตัวเลข แสดงว่าเป็นค่าประมาณ ส่วน each year ระบุช่วงเวลาของยอดรวมนั้น ดังนั้น 100 billion จึงเป็นตัวเลขต่อปีโดยประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่นับอย่างแม่นยำหรือยอดสะสมหลายปี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสถิติโดยใช้ consume, about และ each year: The town ____ 30 million liters of water ____.
ดูคำตอบ
consumes about · each year
and researchers continue searching for new applications. วลี
5:12และนักวิจัยยังคงค้นหาการประยุกต์ใช้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
continue searching for new applications: ค้นหาการใช้งานจริงแบบใหม่ต่อไป
Continue searching หมายถึงการค้นหายังคงดำเนินอยู่ ในที่นี้ continue ตามด้วยรูป -ing คือ searching และ search for นำหน้าสิ่งที่นักวิจัยหวังว่าจะค้นพบ ในบริบทการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ applications หมายถึงการใช้งานจริงของยา วัสดุ การค้นพบ หรือเทคโนโลยี ในที่นี้ new applications หมายถึงวิธีใหม่ในการใช้สิ่งหนึ่ง ไม่ใช่แบบฟอร์มคำขอใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยค Researchers continue searching for new applications for the material คำว่า applications น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?
- แอปซอฟต์แวร์ใหม่
- การใช้งานจริงแบบใหม่
- แบบฟอร์มใหม่ที่ยื่นสมัครงานหรือโครงการ
ดูคำตอบ
การใช้งานจริงแบบใหม่
which is astounding considering its humble beginnings in a scraping of willow bark. โน้ต
5:21ซึ่งน่าทึ่งมากเมื่อพิจารณาถึงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของมันจากการขูดเปลือกต้นหลิว
aspirin's versatility has transformed ...: คุณสมบัติเชิงนามธรรมในฐานะสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
ใน aspirin's versatility วลีนามแสดงความเป็นเจ้าของกล่าวถึงคุณสมบัติเชิงนามธรรม คือแอสไพรินสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันได้หลายอย่าง วลีทั้งหมดเป็นประธานของ has transformed ดังนั้นประโยคจึงนำเสนอคุณสมบัตินั้นว่าเป็นแรงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การใช้คำนามเชิงนามธรรมเป็นประธานเช่นนี้พบได้บ่อยในบทสรุปที่กระชับและเป็นทางการ Has transformed เป็นรูป present perfect ซึ่งสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนปัจจุบัน และผลต่อการแพทย์สมัยใหม่ยังคงสำคัญอยู่ในตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คุณสมบัติเชิงนามธรรมเป็นประธานและสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The camera versatile has changed how the crew works.
- The camera's versatility has been changed how the crew works.
- The camera's versatility has changed how the crew works.
ดูคำตอบ
The camera's versatility has changed how the crew works.
which is astounding considering ...: การประเมินผลลัพธ์โดยพิจารณาภูมิหลัง
Which ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเพียง modern medicine เท่านั้น ส่วน Which is astounding เพิ่มการประเมินของผู้พูดว่าผลลัพธ์ทั้งหมดนั้นน่าทึ่ง Considering หมายถึง “เมื่อนำภูมิหลังนี้มาพิจารณา” และใช้เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังที่ทำให้การประเมินหนักแน่นขึ้น ความแตกต่างระหว่างจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกับผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในภายหลังทำให้ผลลัพธ์ดูน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำจากรูปแบบที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “เมื่อนำภูมิหลังนี้มาพิจารณา”: Lina reached the final, which is impressive ____ how little time she had to prepare.
ดูคำตอบ
considering
humble beginnings in a scraping of willow bark: จุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายจากเปลือกต้นวิลโลว์
humble beginnings เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงจุดเริ่มต้นที่เล็ก เรียบง่าย หรือไม่โดดเด่น ในที่นี้ humble ขยายคำว่า beginnings ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นมีบุคลิกถ่อมตัว วลี its humble beginnings in a scraping of willow bark ระบุว่าจุดเริ่มต้นนั้นอยู่ที่วัสดุปริมาณเล็กน้อยซึ่งขูดมาจากเปลือกต้นวิลโลว์ วลีนี้เน้นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างแหล่งที่มาจากธรรมชาติอันเรียบง่ายกับความสำคัญที่สิ่งนั้นมีต่อการแพทย์สมัยใหม่ในเวลาต่อมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้: Although it now serves thousands of readers, the library grew from ____ in a single rented room.
ดูคำตอบ
humble beginnings
please consider supporting it on patreon.com/teded.
5:30โปรดพิจารณาสนับสนุนได้ที่ patreon.com/teded